<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กรินทร์ มงคลพันธ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/karin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 Jul 2021 16:31:31 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ความเป็นอีสานที่ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล บอกว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดีต่อคนทำงานสร้างสรรค์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yesterday-apichatpong/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Jul 2021 16:02:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[yesterday with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives]]></category>
		<category><![CDATA[สุดเสน่หา]]></category>
		<category><![CDATA[สัตว์ประหลาด!]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล]]></category>
		<category><![CDATA[คานส์]]></category>
		<category><![CDATA[ลุงบุญมีระลึกชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=140349</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล แม้ภาพยนตร์หลายเรื่องของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล จะมีภาษาหรืออัตลักษณ์ที่เป็นสากลซึ่งสร้างชื่อให้เขาในระดับโลก หากในทางกลับกัน ภาพยนตร์เกือบทั้งหมดเหล่านั้นก็ล้วนมีลักษณะร่วมเดียวกัน คือการฉายภาพของชีวิตผู้คนในชนบท โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย สุดเสน่หา (Blissfully Yours, 2545) และ สัตว์ประหลาด! (Tropical Malady, 2547) อภิชาติพงศ์เลือกโลเคชั่นถ่ายทำที่เขาใหญ่ นครราชสีมา (แม้ภาพยนตร์ทั้งสองจะไม่ได้บอกว่าสถานที่ในเรื่องคือที่ไหนก็ตาม) แสงศตวรรษ (Syndromes and a Century, 2551) และ รักที่ขอนแก่น (Cemetery of Splendour, 2558) เขาหยิบความทรงจำวัยเด็กของตัวเองในบ้านเกิดที่ขอนแก่นมาใช้เป็นองค์ประกอบหลัก ขณะที่ ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives, 2553) ได้นำแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือนบ้านนาบัว อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และหนังสือว่าด้วยคนระลึกชาติที่เขียนโดยพระในวัดป่าแห่งหนึ่งในภาคอีสานมาเขียนบท หรืออย่างภาพยนตร์สั้นเรื่องล่าสุด Song of The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yesterday-apichatpong/">ความเป็นอีสานที่ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล บอกว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดีต่อคนทำงานสร้างสรรค์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1</strong> <span style="display: none;">อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล</span></h3>



<p>แม้ภาพยนตร์หลายเรื่องของ <strong>อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล</strong> จะมีภาษาหรืออัตลักษณ์ที่เป็นสากลซึ่งสร้างชื่อให้เขาในระดับโลก หากในทางกลับกัน ภาพยนตร์เกือบทั้งหมดเหล่านั้นก็ล้วนมีลักษณะร่วมเดียวกัน คือการฉายภาพของชีวิตผู้คนในชนบท โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย</p>



<p><em>สุดเสน่หา</em> (<em>Blissfully Yours</em>, 2545) และ <em>สัตว์ประหลาด! </em>(<em>Tropical Malady</em>, 2547) อภิชาติพงศ์เลือกโลเคชั่นถ่ายทำที่เขาใหญ่ นครราชสีมา (แม้ภาพยนตร์ทั้งสองจะไม่ได้บอกว่าสถานที่ในเรื่องคือที่ไหนก็ตาม) <em>แสงศตวรรษ</em> (<em>Syndromes and a Century</em>, 2551) และ <em>รักที่ขอนแก่น</em> (<em>Cemetery of Splendour</em>, 2558) เขาหยิบความทรงจำวัยเด็กของตัวเองในบ้านเกิดที่ขอนแก่นมาใช้เป็นองค์ประกอบหลัก ขณะที่ <em><a href="https://www.fapot.or.th/main/cinema/view/1017" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ลุงบุญมีระลึกชาติ</a> </em>(<em>Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives</em>, 2553) ได้นำแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปเยือนบ้านนาบัว อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และหนังสือว่าด้วยคนระลึกชาติที่เขียนโดยพระในวัดป่าแห่งหนึ่งใน<a href="https://adaymagazine.com/wake-up-236" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ภาคอีสาน</a>มาเขียนบท หรืออย่างภาพยนตร์สั้นเรื่องล่าสุด <em>Song of The City</em> ในซีรีส์ <em>Ten Years Thailand</em> (2561) เขาก็กลับมาเลือกพูดถึงชะตาชีวิตของเซลส์แมนคนหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เป็นต้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/6-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นอกเหนือจากการนำสิ่งที่พบจากการเดินทางและความทรงจำที่เขามีต่อพื้นที่มาสร้างภาพยนตร์ อภิชาติพงศ์บอกว่าทั้งภูมิภาคและความเป็นอีสานถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีต่อคนทำงานสร้างสรรค์มากทีเดียว ค่าที่ว่ามันมีภาพอันชัดเจนของความเหลื่อมล้ำระหว่างความเป็นเมืองและชนบท การถูกกดทับทางสังคมและการเมือง รวมไปถึงมิติของความเชื่อเหนือจริงที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนมากมาย</p>



<p>“จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่อีสานหรอก ประเทศเรานี่แหละที่เป็นวัตถุดิบชั้นดี แต่เราเชื่อมโยงกับที่นี่ และที่สำคัญคือเราคิดว่าคนอีสานเป็นตัวอย่างของผู้ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้ชัดเจนที่สุด” อภิชาติพงศ์กล่าว</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>2</strong></h3>



<p>“ผมเกิดและโตในจังหวัดขอนแก่น อันที่จริงตอนเด็กก็ไม่รู้สึกว่าการเป็นคนอีสานนี่ด้อยอะไรตรงไหน จนพบในเวลาต่อมาว่าสาธารณูปโภคและการพัฒนาต่างๆ มันกระจุกอยู่แค่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อมองมาจากกรุงเทพฯ การเป็นคนอีสานคือคนนอก</p>



<p>“อันที่จริงในอีสานเองก็มีความเหลื่อมล้ำด้วยเช่นกัน ทั้งทางรูปธรรมของความเจริญและทัศนคติของผู้คน ขอนแก่นยังมีในอำเภอเมืองและนอกอำเภอเมือง หรือไปเทียบกับกาฬสินธุ์หรือหนองคาย ขอนแก่นก็ดูมีระดับชั้นที่สูงกว่า ผมเคยไปเยี่ยมญาติที่อุดรธานีแล้วพบว่าเมืองเขาโมเดิร์นมาก ถนนกว้างกว่า กลางเมืองมีห้าแยก และเริ่มมีตึกสูงแล้ว ซึ่งสมัยนั้นอุดรฯ เป็นที่ตั้งฐานทัพอเมริกา ในเชิงภูมิศาสตร์ขอนแก่นใกล้กรุงเทพฯ กว่าอุดรธานี แต่ด้วยความเจริญผู้คนในตอนนั้นจึงเหมือนมองว่าอุดรธานีใกล้กรุงเทพฯ มากกว่า กลายเป็นว่ากรุงเทพฯ ถูกใช้เป็นมาตรฐานความเจริญไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140430" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/16-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“อีกเรื่องคือสมัยที่ผมโตมาการเหยียดชนชาติดูเป็นเรื่องธรรมดา การพูดคำอีสานในโรงเรียนของผมที่อยู่ในอีสานแท้ๆ กลับมีการแซวกันว่าเป็นลาว วัยรุ่นในกรุงเทพฯ กำลังฮิตสำนวนแบบไหนคนที่โรงเรียนผมก็จะพูดตามแบบนั้น เช่นเดียวกับรายการโทรทัศน์โดยเฉพาะกับละคร จะเห็นตัวละครชาวอีสานส่วนใหญ่รับบทเป็นคนรับใช้ เป็นคนขับรถ ไปจนถึงคนโง่ๆ ที่ไม่มีการศึกษา การเหยียดอัตลักษณ์จากส่วนกลางมันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ</p>



<p>“พอจบ ม.6 ผมจึงตัดสินใจไม่ไปกรุงเทพฯ แล้วเรียนต่อที่ขอนแก่น (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) เหตุผลข้อแรกคือไม่อยากให้คนที่นั่นดูถูกเรา ส่วนข้อสองซึ่งน่าจะเป็นผลพวงจากข้อแรก คือมีความรังเกียจกรุงเทพฯ มันเป็นสเตปของการต่อต้าน”</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3</strong></h3>



<p>“น่าจะเป็นตอนลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเขียนบท <em>ลุงบุญมีระลึกชาติ </em>ที่ความเป็นอีสานอยู่ในภาพยนตร์ของผมจริงๆ ก่อนหน้านั้นก็มีหนังที่ถ่ายทำที่โคราชหรือขอนแก่นบ้าง แต่เนื้อเรื่องก่อนหน้ามันไม่ได้เชื่อมโยงกับความเป็นท้องถิ่น เป็นฉากที่ไหนก็ได้ในประเทศไทยมากกว่า หนังเรื่อง <em>ลุงบุญมีฯ</em> เกิดขึ้นมาระหว่างลงพื้นที่บ้านนาบัว อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และผมพบว่าความเป็นอีสานมันพิเศษ ทั้งในบทบาทของการเป็นผู้ถูกกระทำและการหาทางออกจากการถูกกระทำด้วยตัวเอง ซึ่งมันพ่วงกันไปหมด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140424" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/10-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เพราะอย่างที่บอกไป ลำพังแค่อัตลักษณ์ของความเป็นอีสานก็ถูกสื่อจากส่วนกลางล้อเลียน รวมไปถึงบทบาทของพวกเขาที่ถูกโลกทัศน์ของคนกรุงเทพฯ กดไว้ ขณะเดียวกันในเชิงพื้นที่ก็ไม่ได้มีความอุดมสมบูรณ์ พวกเขาไม่มีนวัตกรรมที่จะหารายได้ในผืนดินของตัวเอง ส่วนรัฐก็ไม่กระจายความเจริญ ผู้คนก็เลยต้องพากันเข้ากรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่เพื่อหางานทำ ส่วนคนที่ยังอยู่ก็จำเป็นต้องหาที่พึ่งทางโชคชะตา จึงสังเกตได้ว่าเรื่องเกจิอาจารย์หรือไสยศาสตร์ในภูมิภาคอีสานนี่คับคั่งมาก เพราะชาวบ้านไม่รู้จะพึ่งพาใคร แล้วในยุคก่อนมันก็เชื่อมกับลัทธิคอมมิวนิสต์ด้วย ไม่ใช่แค่เพราะว่าอีสานใกล้กับลาวหรือเวียดนามเท่านั้น แต่ความที่ชาวบ้านพึ่งพารัฐของตัวเองไม่ได้ คอมมิวนิสต์ที่นำเสนอแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมในตอนนั้นจึงแบ่งบานพอสมควร</p>



<p>“อีสานในมุมมองของผมจึงไม่สามารถแยกขาดจากการเมืองได้เลย อีกทั้งช่วงที่ผมลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลเป็นช่วงที่คนอีสานกำลังกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองอย่างน่าเห็นใจ อันเป็นผลพวงต่อเนื่องมาจากรัฐประหาร เกิดขบวนการคนเสื้อแดง พวกเขาลุกฮือเพราะเห็นว่าถูกเอาเปรียบ ไม่ได้รับการดูแลจากส่วนกลาง และต้องการให้เกิดการกระจายอำนาจตามหลักประชาธิปไตย แต่สุดท้ายก็ถูกชนชั้นปกครองกดไว้อีก และการเคลื่อนไหวของคนอีสานตรงนี้ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ให้คนทั่วไปรวมทั้งผมเองได้เห็นถึงความชั่วร้ายของชนชั้นปกครองไทยมากขึ้น นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมย้อนรอยกลับมาทำโปรเจกต์ปลุกผี (Primitive) ที่เป็นนิทรรศการศิลปะจัดวางที่ใคร่ครวญถึงความเป็นคนชายขอบ รวมถึงคนอีสานในสังคมไทย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140425" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/11-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>4</strong></h3>



<p>“ไม่เคยคิดว่างานเราเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นอีสานอะไร แม้กระทั่ง <em>ลุงบุญมีฯ</em> ที่ถ่ายทำที่นั่นเป็นหลักเรายังกลับคิดถึงแค่พื้นที่ที่เราเติบโตมา คิดถึงการ์ตูนผีเล่มละบาทและโทรทัศน์ขาว-ดำมากกว่า ในขณะเดียวกันผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังอีสานคืออะไร ต้องมีตัวละครที่พูดภาษาอีสาน แต่งชุดพื้นถิ่น หรืออ้างอิงกับประเพณีหรือความเชื่ออย่างนั้นใช่ไหม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหากจะมีคนแปะป้ายว่าหนังของผมคือหนังอีสาน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน</p>



<p>“อย่างไรก็ดีผมชอบอีสานในฐานะที่มันเป็นดินแดนที่มีขั้วตรงข้ามที่ชัดเจนมากๆ เรื่องเทศกาลหรืองานประเพณี ผู้คนที่นี่จะสนุกและเมามันอย่างเต็มที่ แต่ในทางกลับกันอีสานก็มีความสงบ ทั้งสงบสุขและสงบปากสงบคำ ซึ่งก็สืบเนื่องมาจากการที่ถูกส่วนกลางกดไว้ พอพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงโอกาสในการพัฒนา ผู้คนก็ปลีกวิเวก และอย่างที่บอก หลายคนก็เลือกพึ่งพาเกจิอาจารย์ต่างๆ จนเรื่องเหล่านี้เฟื่องฟู</p>



<p>“กับคำถามที่ว่าอีสานคือขุมทรัพย์หรือวัตถุดิบสำคัญของคนทำหนังยังไง คำตอบก็น่าจะเป็นขั้วตรงข้ามที่ชัดเจนนี้ รวมทั้งความเชื่อเหนือจริงหรือเหนือธรรมชาติทั้งหลายของผู้คน ที่ปัจจุบันก็ได้กลมกลืนเข้าไปกับสถานการณ์ทางการเมืองประจำวันในประเทศเราไปแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-140423" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/07/9-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p class="has-text-align-center">บทสัมภาษณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งในนิตยสาร a day ฉบับ 236 อีสาน ว่าด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์และการต่อสู้ของคนอีสาน สามารถสั่งซื้อได้<a href="https://shopee.co.th/a-day-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A-236-%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%99-i.137571482.4425860202?adsid=0&amp;campaignid=0&amp;position=-1" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p>



<p><div style="display: none;">
<p>“11กับคำถามที่ว่าอีสานคือขุมทรัพย์หรือวัตถุดิบสำคัญของคนทำหนังยังไง คำตอบก็น่าจะเป็นขั้วตรงข้ามที่ชัดเจนนี้ รวมทั้งความเชื่อเหนือจริงหรือเหนือธรรมชาติทั้งหลายของผู้คน ที่ปัจจุบันก็ได้กลมกลืนเข้าไปกับสถานการณ์ทางการเมืองประจำวันในประเทศเราไปแล้ว”</p>
<p>“21กับคำถามที่ว่าอีสานคือขุมทรัพย์หรือวัตถุดิบสำคัญของคนทำหนังยังไง คำตอบก็น่าจะเป็นขั้วตรงข้ามที่ชัดเจนนี้ รวมทั้งความเชื่อเหนือจริงหรือเหนือธรรมชาติทั้งหลายของผู้คน ที่ปัจจุบันก็ได้กลมกลืนเข้าไปกับสถานการณ์ทางการเมืองประจำวันในประเทศเราไปแล้ว”</p>
<p>“31กับคำถามที่ว่าอีสานคือขุมทรัพย์หรือวัตถุดิบสำคัญของคนทำหนังยังไง คำตอบก็น่าจะเป็นขั้วตรงข้ามที่ชัดเจนนี้ รวมทั้งความเชื่อเหนือจริงหรือเหนือธรรมชาติทั้งหลายของผู้คน ที่ปัจจุบันก็ได้กลมกลืนเข้าไปกับสถานการณ์ทางการเมืองประจำวันในประเทศเราไปแล้ว”</p>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yesterday-apichatpong/">ความเป็นอีสานที่ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล บอกว่าเป็นวัตถุดิบชั้นดีต่อคนทำงานสร้างสรรค์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tasty Herb แยมโฮมเมดจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทยที่มีให้ลิ้มลองเพลินเกินสามร้อยชนิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tasty-herb/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 12:51:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[tasty herb]]></category>
		<category><![CDATA[แยม]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132969</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมรับไม้ไอติมที่ปลายอีกด้านพูนด้วยเนื้อมะม่วงเหลืองนวลแล้วอ้ำเข้าปาก&#160; รสหวานละมุน เจือหอมมันกะทิอ่อนๆ ผสานเนื้อสัมผัสหนุบหนับของข้าวเหนียวที่ซุกซ่อนนั้นร้ายกาจเกินบรรยาย&#160; “โห ตัวนี้อร่อยมาก” ผมสารภาพอย่างอารมณ์ดี ทำเอา ‘วี–วีรยุทธ บุญมา’ ยิ้มแก้มปริพลางอธิบายว่า แยมข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอีกรสชาติที่เขารังสรรค์ออกมาด้วยความภูมิใจ โดยใช้มะม่วงมหาชนก ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว และกะทิสด กวนเคี่ยวพิถีพิถัน ก่อนแต้มรสเปรี้ยวสดชื่นด้วยน้ำมะนาว  พูดจบวีก็จัดแจงทยอยตักแยมส่งให้ชิมต่อทีละรสจากแยมส้มฉุน แยมมะขามเทศ แยมอุเมะ แยมส้มนาเวลผสมงาขี้ม่อน เรื่อยไปจนแยมกุหลาบไวน์แดง&#160; ผมชิมแยมแกล้มไอเดียไปนับสิบ แต่เขาบอกว่าทั้งหมดยังไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนของร้าน&#160; เพราะที่ Tasty Herb แห่งนี้มีแยมรสชาติแปลกใหม่ให้ลิ้มลองอีกหลายหลากมากกว่าร้อยชนิด แยมผลไม้ในฝัน วียืนยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์สีขาวสะอาดสะอ้าน&#160; ชายหนุ่มผมสั้นท่าทางสุภาพเรียบร้อยคนนี้ คือผู้ที่เป็นทั้งมือและสมองของ Tasty Herb แบรนด์แยมโฮมเมดเล็กๆ ในย่านนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่แม้จะเพิ่งเปิดหน้าร้านทำการได้ไม่นาน แต่สำหรับคนรักสุขภาพย่อมคุ้นลิ้นและเคยเจอะเจอกันตามตลาดนัดเกษตรอินทรีย์  นั่นเป็นช่วงแรกหลังจากวีตัดสินใจออกจากงานเพื่อมาสานฝันสร้างสรรค์แยมจากผลไม้ท้องถิ่นไทย&#160; “ก่อนหน้านี้เราเคยทำงานอยู่โรงแรมเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในแผนกเบเกอรี ซึ่งที่นี่เราได้เรียนรู้กรรมวิธีการทำแยม และสังเกตเห็นว่าวัตถุดิบหลักสำหรับทำแยมส่วนใหญ่มักใช้ผลไม้นำเข้า เราจึงเกิดคำถามในใจว่า ทำไมผลไม้ไทยถึงไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งๆ ที่ประเทศของเรามีพื้นที่ทางการเกษตรเพาะปลูกผลไม้ต่างๆ มากมาย อีกทั้งบางปีผลไม้ท้องถิ่นจำนวนมากยังถูกทิ้งขว้างเสียเปล่าเพราะราคาตกต่ำ ฉะนั้นเราเลยมีความคิดอยากนำผลไม้เหล่านี้กลับมาทำให้มันมีมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นแยม” ทว่าความคิดไม่อาจงอกเป็นดอกผลได้ในพื้นที่ของพนักงาน กอปรกับโหยหาอิสระในการคิดนอกกรอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tasty-herb/">Tasty Herb แยมโฮมเมดจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทยที่มีให้ลิ้มลองเพลินเกินสามร้อยชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมรับไม้ไอติมที่ปลายอีกด้านพูนด้วยเนื้อมะม่วงเหลืองนวลแล้วอ้ำเข้าปาก&nbsp;</p>



<p>รสหวานละมุน เจือหอมมันกะทิอ่อนๆ ผสานเนื้อสัมผัสหนุบหนับของข้าวเหนียวที่ซุกซ่อนนั้นร้ายกาจเกินบรรยาย&nbsp;</p>



<p>“โห ตัวนี้อร่อยมาก” ผมสารภาพอย่างอารมณ์ดี ทำเอา ‘<strong>วี–วีรยุทธ บุญมา’</strong> ยิ้มแก้มปริพลางอธิบายว่า แยมข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอีกรสชาติที่เขารังสรรค์ออกมาด้วยความภูมิใจ โดยใช้มะม่วงมหาชนก ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว และกะทิสด กวนเคี่ยวพิถีพิถัน ก่อนแต้มรสเปรี้ยวสดชื่นด้วยน้ำมะนาว </p>



<p>พูดจบวีก็จัดแจงทยอยตักแยมส่งให้ชิมต่อทีละรสจากแยมส้มฉุน แยมมะขามเทศ แยมอุเมะ แยมส้มนาเวลผสมงาขี้ม่อน เรื่อยไปจนแยมกุหลาบไวน์แดง&nbsp;</p>



<p>ผมชิมแยมแกล้มไอเดียไปนับสิบ แต่เขาบอกว่าทั้งหมดยังไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนของร้าน&nbsp;</p>



<p>เพราะที่ Tasty Herb แห่งนี้มีแยมรสชาติแปลกใหม่ให้ลิ้มลองอีกหลายหลากมากกว่าร้อยชนิด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133049" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แยมผลไม้ในฝัน</strong></h2>



<p>วียืนยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์สีขาวสะอาดสะอ้าน&nbsp;</p>



<p>ชายหนุ่มผมสั้นท่าทางสุภาพเรียบร้อยคนนี้ คือผู้ที่เป็นทั้งมือและสมองของ Tasty Herb แบรนด์แยมโฮมเมดเล็กๆ ในย่านนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่แม้จะเพิ่งเปิดหน้าร้านทำการได้ไม่นาน แต่สำหรับคนรักสุขภาพย่อมคุ้นลิ้นและเคยเจอะเจอกันตามตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ </p>



<p>นั่นเป็นช่วงแรกหลังจากวีตัดสินใจออกจากงานเพื่อมาสานฝันสร้างสรรค์แยมจากผลไม้ท้องถิ่นไทย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133041" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ก่อนหน้านี้เราเคยทำงานอยู่โรงแรมเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในแผนกเบเกอรี ซึ่งที่นี่เราได้เรียนรู้กรรมวิธีการทำแยม และสังเกตเห็นว่าวัตถุดิบหลักสำหรับทำแยมส่วนใหญ่มักใช้ผลไม้นำเข้า เราจึงเกิดคำถามในใจว่า ทำไมผลไม้ไทยถึงไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งๆ ที่ประเทศของเรามีพื้นที่ทางการเกษตรเพาะปลูกผลไม้ต่างๆ มากมาย อีกทั้งบางปีผลไม้ท้องถิ่นจำนวนมากยังถูกทิ้งขว้างเสียเปล่าเพราะราคาตกต่ำ ฉะนั้นเราเลยมีความคิดอยากนำผลไม้เหล่านี้กลับมาทำให้มันมีมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นแยม”</p>



<p>ทว่าความคิดไม่อาจงอกเป็นดอกผลได้ในพื้นที่ของพนักงาน กอปรกับโหยหาอิสระในการคิดนอกกรอบ สามปีให้หลังเขาก็ออกมาต่อยอดสิ่งที่คิดฝันให้กลายเป็นจริง&nbsp;</p>



<p>เริ่มต้นจากหยิบมะม่วง สับปะรด ลูกหม่อน และผลไม้ละแวกบ้านมาทดลองทำแยมออร์แกนิกสไตล์โฮมเมด วางขายควบคู่กับน้ำสมุนไพร เน้นเจาะกลุ่มตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ก่อนล้มลุกคลุกคลานกับการถูกมองผ่านตามสูตรแบรนด์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ กระนั้นเมื่อเปิดช่องให้ลูกค้าได้ลองชิมหลายคนก็ตกหลุมรักรสหอมหวานสดชื่นของแยมผลไม้สไตล์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติ ทำให้วีมีกำลังใจค่อยๆ ขยับขยายพรมแดนความอร่อยแตกต่าง จนปัจจุบันผลิตแยมออกมาแล้วทั้งสิ้นกว่า 350 รสชาติ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-133043" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นั่นก็แยม นี่ก็แยม</strong></h2>



<p>แยมขนุน แยมละมุด แยมระกำ แยมเสาวรส แยมเงาะ แยมส้มโอ แยมลำไย และอีกสารพัดแยมสีสันสดใส วางเรียงรายครองผนังฟากหนึ่งของร้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งชั้นวางสินค้าแสนละลานตาพ่วงด้วยมุมถ่ายรูปสวยเก๋</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133050" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ผมกวาดสายตาอ่านรายชื่อแยมบนฉลาก นอกจากเจอบรรดาผลไม้ท้องถิ่นที่คุ้นชินรส ยังตื่นเต้นกับแยมผลไม้บางตัวที่ไม่คาดคิดว่าจะมีใครหยิบมาทำอะไรต่อ อย่างตะขบ เบอร์รีสายพันธุ์ไทยสีแดงแวววาวของโปรดนกที่หลายคนมักมองข้าม</p>



<p>“นึกยังไงเอาตะขบมาทำแยม” ผมถามด้วยความประหลาดใจ</p>



<p>วีหัวเราะร่วนก่อนให้คำตอบ “จริงๆ แล้วรอบตัวเรามีผลไม้พื้นบ้านที่น่ากินและอร่อยอยู่เต็มไปหมด แต่คนกลับมองไม่เห็นค่า บ้างก็ไม่กล้าลอง เช่น มะเกี๋ยง ทุเรียนเทศ มะขามเทศ สตาร์แอปเปิล หรืออย่างตะขบ เด็กรุ่นนี้บางคนอาจไม่รู้จักกันแล้ว แต่เราชอบมากเลยลองเก็บมาบีบเนื้อกวนแยม ซึ่งแยมผลไม้พื้นบ้านทุกตัวเราจะไม่ผสมเนื้อผลไม้ชนิดอื่น เนื่องจากต้องการให้คนกินได้สัมผัสรสชาติเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ และอยากนำเสนอให้คนรุ่นใหม่รู้จักผลไม้พื้นบ้านดีๆ ในเมืองไทยมากขึ้นด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-683x1024.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133052" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ไม่เพียงแยมผลไม้จำเพาะชนิด วียังสนุกกับการเล่นแร่แปรธาตุสร้างสรรค์แยมผลไม้สไตล์ผสมผสาน ที่เขาเกริ่นแกมหยอกว่าเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีเส้นกั้นบางๆ ระหว่างความพิลึกกับความลงตัว&nbsp;</p>



<p>อย่างแยมกล้วยดาร์กช็อกโกแลต แยมเสาวรสน้ำผึ้ง แยมส้มเขียวหวานวนิลา แยมข้าวเหนียวมะม่วง แยมอุเมะ (แยมจากเนื้อบ๊วยดองน้ำตาลกรวดและเหล้ากลั่นนาน 12 เดือน) และแยมส้มฉุน ซึ่งเขายกให้เป็นหมายเลขหนึ่งในสายนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-683x1024.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133053" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p> “แยมส้มฉุนเราได้ไอเดียมาจาก ‘ส้มฉุน’ เมนูของหวานโบราณหาทานยากที่ถูกกล่าวในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 โดยแยมตัวนี้จะใช้ผลไม้ไทยประมาณ 11 ชนิด ทั้งเงาะ ขนุน มะม่วง ลิ้นจี่ สับปะรด ลำไย แก้วมังกร สละ ส้มซ่า เป็นต้น ผสมกับชาขิงอ่อน น้ำลอยดอกมะลิสด พร้อมทองคำเปลว เป็นแยมพรีเมียมที่ทั้งอร่อยและอลังการ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133054" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แน่นอนว่าเมื่อได้ชื่อ Tasty Herb แล้วย่อมมีแยมที่ผสานส่วนประกอบจากสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นอบเชย มะตูม งาขี้ม้อน ขิง ข่า กระทั่งพริก รวมถึงแยมรสพิเศษไฮไลต์เด่นอีกชนิดของร้าน นั่นคือแยมจากดอกไม้ท้องถิ่น โดยเฉพาะแยมกุหลาบมอญไกลกังวล กลิ่นอ่อนหวาน เนื้อกลีบละมุน ซึ่งควบคุมการปลูกโดย ‘วสุออร์แกนิคฟาร์ม’ (Waasu Organic Farm) ฟาร์มมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านการรับรอง IFOAM EU และ COR ในอำเภอแม่แตง </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133055" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ส่วนใครที่กังวลเรื่องปริมาณน้ำตาล ที่นี่ก็มีแยมไร้น้ำตาลที่ใช้หญ้าหวานเป็นสารทดแทนความหวานให้อุดหนุน แต่อย่างไรก็ตามวีบอกผมว่า ถึงแม้จะมีแยมหลากรูปแบบให้ลูกค้าเลือกสรร ทว่าการทุ่มความสำคัญในการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อแลกกับคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ แยมบางชนิดจึงอาจมีมาให้รับประทานกันแค่ปีละหนเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133057" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปะการทำแยม</strong></h2>



<p><strong>“</strong>การทำแยมเหมือนศิลปะ เราต้องพิถีพิถัน รวบรัดขั้นตอนไม่ได้ และไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว<strong>” </strong>วีตอบกระชับ เมื่อผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงต้องลงมือเคี่ยวกวนแยมทุกกระทะด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าเขียนสูตรแล้วให้คนอื่นทำมันก็อาจได้นะ” เขาเว้นจังหวะ “แต่ปัญหาคือผลไม้แค่ต่างระยะเวลาเก็บเกี่ยวหรือต่างแหล่งปลูกรสชาติก็แตกต่างกัน ดังนั้นที่เรายืนทำเองเพราะต้องการเทสต์รสชาติให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133058" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>วีเล่าว่ากว่าจะเป็นแยมหนึ่งกระปุกนั้นเริ่มจากการปอกและหั่นผลไม้ ซึ่งเขาจะใช้วิธีการหั่นด้วยมือเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่พอเหมาะ จากนั้นจึงนำไปเคี่ยวประมาณสองชั่วโมง หากผลไม้บางชนิดที่เนื้อหนักอาจนานกว่านั้นและจะรวบรัดขั้นตอนไม่ได้เด็ดขาด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพ รสชาติ และอายุการเก็บรักษา ก่อนนึ่งบรรจุภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ตักแยมสีสวยลงขวดโหล ทิ้งให้เย็น ถัดมานำไปสเตอริไลซ์อีกประมาณหกชั่วโมงเพื่อทำลายจุลินทรีย์ วิธีการนี้จะช่วยถนอมแยมให้อยู่นานถึง 1 ปี โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด และหลังจากเปิดโหลแล้วก็สามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นทานกันยาวๆ ได้อีกราว 4 เดือน</p>



<p>“ในการทำแยมทุกครั้งสิ่งที่เราคำนึงถึงมากที่สุด คือ หนึ่ง–เนื้อสัมผัส สอง–รสชาติ สาม–คุณภาพและความสะอาด” วีช้อนแยมพีชมะม่วงขึ้นมาให้ผมดู พลางเสริม “ลักษณะเด่นอีกอย่างก็คือ แยมผลไม้ทุกขวดจะมีสัดส่วนเนื้อแยม 95% ตักปุ๊บจะเจอเนื้อเน้นๆ แบบนี้เลย” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แยมที่ไม่นิยามการทาน</strong></h2>



<p>ยอมรับว่าการครีเอตรสชาติแยมของที่นี่นั้นค่อนข้างเปิดมิติใหม่ แต่ขณะเดียวกันผมก็สุดจินตนาการว่าแยมบางชนิดอย่างแยมบอระเพ็ดใบเตยหรือแยมพริกน้ำผึ้งขิง นั้นควรทานยังไง ภายหลังวีจึงช่วยไขข้อข้องใจว่าแยมที่นี่สามารถทานได้สารพัดแบบ ไม่ว่าจะแกล้มอาหาร ปาดเบเกอรี โปะไอศครีม ผสมโยเกิร์ต ตลอดจนชงเป็นเครื่องดื่ม</p>



<p> “เราไม่ได้นิยามว่าแยมต้องทานแค่กับขนมปัง ดังนั้นแยมที่เราออกแบบมาจึงทานกับอาหารก็ได้ อย่างแยม<a href="https://adaymagazine.com/mamuang-cafe/">มะม่วง</a>ที่เหมาะกับเมนูสเต๊ก หรือแยมพริกทานกับอาหารคาวต่างๆ ซึ่งตัวนี้ลูกค้าต่างชาติชื่นชอบกันมาก เพราะมันไม่ได้เผ็ดจัดและมีรสกลมกล่อมจากเครื่องสมุนไพร ขิง ตะไคร้ และมะนาว</p>



<p>“แล้วก็อย่างที่บอกว่าแยมส่วนใหญ่ของเรามีสัดส่วนเนื้อแยมเยอะเลยทำให้ละลายน้ำง่ายมาก หลายตัวจึงสามารถชงเป็นเครื่องดื่มได้สบาย ซึ่งตอนนี้เราก็ต่อเติมหน้าร้านเปิดบาร์น้ำผลไม้เล็กๆ ชื่อ ‘Juice&#8217;s ME by Waasu’ นำแยมต่างๆ มาสร้างสรรค์เมนูอิตาเลี่ยนโซดาและสมูทตี้ขายควบคู่กันด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133060" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133062" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133063" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับใครที่มาครั้งแรกแล้วเลือกแยมไม่ถูก วีบอกว่าแยมทุกตัวในร้านลูกค้าสามารถขอชิมได้แบบไม่ต้องเกรงใจ เพราะเป้าหมายหลักของ Tasty Herb คือการอยากจุดประกายให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าผลไม้ท้องถิ่นไทยที่มีเอกลักษณ์ ความอร่อย และคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าผลไม้เมืองนอกเลย</p>



<p> “แต่อันดับแรกคือเราอยากให้ลูกค้าเปิดใจ เพราะบางทีลูกค้าอ่านฉลากแล้วสงสัยว่า แยมรสชาตินี้ทำออกมาได้ยังไง มันกินได้ด้วยเหรอ รสชาติมันไม่แปลกเหรอ เราอยากให้ลืมข้อนี้ไปก่อนแล้วเปิดใจลองชิมกัน เพราะไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นรสชาติที่เราตามหามาทั้งชีวิตก็ได้” วีกล่าวทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะชื่นบาน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133064" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>Tasty Herb</strong></p>



<p>ที่ตั้ง : ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ <br>โทร : 083 072 7051<br>website : <a href="https://www.tastyherbshop.com/">tastyherbshop.com</a><br>facebook : <a href="https://www.facebook.com/Tastyherb">Tasty Herb</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tasty-herb/">Tasty Herb แยมโฮมเมดจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทยที่มีให้ลิ้มลองเพลินเกินสามร้อยชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิต 5,000 ปี ของทัศนัย เศรษฐเสรี &#124; บทสนทนาว่าด้วยศิลปะ ข้อโต้แย้ง และการเมือง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thasnai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กิตติมา จารีประสิทธิ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 08:43:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[สลิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนัยปราบมาร]]></category>
		<category><![CDATA[วิจิตรศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[มช.]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนัย เศรษฐเสรี]]></category>
		<category><![CDATA[วิจิตรศิลป์ มช.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132573</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เราเข้าใจว่าผู้อ่านหลายท่านคงจะได้อ่านข้อเขียนมากมายที่แสดงถึงทัศนะของทัศนัย เศรษฐเสรี ไปแล้วไม่มากก็น้อย ชายหนวดขาวยาวราวกับฤาษีคืออาจารย์ประจำสาขาวิชาสื่อศิลปะ และการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้กลายเป็นไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ตเพียงชั่วข้ามคืนจากการเข้าไปห้ามปรามการคุกคามนักศึกษาจากผู้มีอำนาจในสถาบันการศึกษาที่พยายามจะลิดรอนสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาผ่านผลงานศิลปะ จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #ทัศนัยปราบมาร ในท้ายที่สุด เพราะเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้ดูวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์นี้ไปแล้ว วันนี้เราจะไม่ถามทัศนัยซ้ำถึงเรื่องราวในวันนั้นอีก แต่เราถือโอกาสชวนเขาสนทนาถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัย เพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจว่าศิลปะคืออะไร รวมไปถึงความกระจ่างถ่องแท้ต่อประเด็นที่ว่าศิลปะรับใช้อะไรกันแน่ เราถือวิสาสะขอนัดทัศนัยในตอนค่ำ เพราะเวลานี้คือเวลาทำงานปกติของเขากับผู้ช่วยอีก 4-5 คน โกดังสินค้าขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เป็นสตูดิโอเพื่อทำงานศิลปะชุดใหม่ของเขา ซึ่งมันก็เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ทัศนัยได้เริ่มสร้างผลงานจิตรกรรมขนาดมหึมาที่กินพื้นที่สูงกว่า 8 เมตร และกว้างใหญ่ขนาด 20 เมตรชิ้นนี้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในสตูดิโอ ราวกับว่าเราจะโดนกลืนกินด้วยเส้นสีที่สาดแสงลงมาเกินกว่าดวงตาจะรับไหว ถูกโอบล้อมอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะของทัศนัย ฉับพลันทันใดบทสนทนาระหว่างเราก็เริ่มต้นขึ้น ชีวิต 5,000 ปี ของทัศนัย เริ่มต้นจากการขุดคุ้ยกรุยทางถึงที่ทางของทัศนัย จากจุดเริ่มต้นสู่ความสนใจในการทำงานศิลปะที่ตั้งคำถามถึงประเด็นทางเมือง ไปพร้อมๆ กับการเรียกร้องประชาธิปไตย เหตุใดฤาษีอายุกว่าหลายพันปี (ตามคำกว่าวอ้างของเขา) ถึงต้องทำงานศิลปะ แล้วทำไมการทำงานศิลปะที่สัมพันธ์กับการเมืองมันจึงสำคัญกับเขามากนักทั้งในอดีตที่ผ่านมา จวบกระทั่งถึงกาลปัจจุบัน&#160; “หลังรัฐประหารปี ’49 ผมก็กลายเป็นคนเก็บตัว เพราะมีเรื่องที่อยากทำความเข้าใจอยู่อีกมากมาย ทั้งต่อศิลปะ ชีวิต และสังคม เพื่อหาคำตอบเหล่านั้น ผมจึงทำงานศิลปะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thasnai/">ชีวิต 5,000 ปี ของทัศนัย เศรษฐเสรี | บทสนทนาว่าด้วยศิลปะ ข้อโต้แย้ง และการเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เราเข้าใจว่าผู้อ่านหลายท่านคงจะได้อ่านข้อเขียนมากมายที่แสดงถึงทัศนะของทัศนัย เศรษฐเสรี ไปแล้วไม่มากก็น้อย ชายหนวดขาวยาวราวกับฤาษีคืออาจารย์ประจำสาขาวิชาสื่อศิลปะ และการออกแบบสื่อ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้กลายเป็นไวรัลบนโลกอินเทอร์เน็ตเพียงชั่วข้ามคืนจากการเข้าไปห้ามปรามการคุกคามนักศึกษาจากผู้มีอำนาจในสถาบันการศึกษาที่พยายามจะลิดรอนสิทธิในการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาผ่านผลงานศิลปะ จนเกิดเป็นแฮชแท็ก #ทัศนัยปราบมาร ในท้ายที่สุด</p>



<p>เพราะเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงได้ดูวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์นี้ไปแล้ว วันนี้เราจะไม่ถามทัศนัยซ้ำถึงเรื่องราวในวันนั้นอีก แต่เราถือโอกาสชวนเขาสนทนาถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัย เพื่อที่เราจะได้ทำความเข้าใจว่าศิลปะคืออะไร รวมไปถึงความกระจ่างถ่องแท้ต่อประเด็นที่ว่าศิลปะรับใช้อะไรกันแน่</p>



<p>เราถือวิสาสะขอนัดทัศนัยในตอนค่ำ เพราะเวลานี้คือเวลาทำงานปกติของเขากับผู้ช่วยอีก 4-5 คน โกดังสินค้าขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เป็นสตูดิโอเพื่อทำงานศิลปะชุดใหม่ของเขา ซึ่งมันก็เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ทัศนัยได้เริ่มสร้างผลงานจิตรกรรมขนาดมหึมาที่กินพื้นที่สูงกว่า 8 เมตร และกว้างใหญ่ขนาด 20 เมตรชิ้นนี้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในสตูดิโอ ราวกับว่าเราจะโดนกลืนกินด้วยเส้นสีที่สาดแสงลงมาเกินกว่าดวงตาจะรับไหว ถูกโอบล้อมอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะของทัศนัย ฉับพลันทันใดบทสนทนาระหว่างเราก็เริ่มต้นขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="693" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_44-1024x693.jpg" alt="" class="wp-image-132583" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_44-1024x693.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_44-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_44-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_44-600x406.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_44.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ชีวิต 5,000 ปี ของทัศนัย</strong></h2>



<p>เริ่มต้นจากการขุดคุ้ยกรุยทางถึงที่ทางของทัศนัย จากจุดเริ่มต้นสู่ความสนใจในการทำงานศิลปะที่ตั้งคำถามถึงประเด็นทางเมือง ไปพร้อมๆ กับการเรียกร้องประชาธิปไตย เหตุใดฤาษีอายุกว่าหลายพันปี (ตามคำกว่าวอ้างของเขา) ถึงต้องทำงานศิลปะ แล้วทำไมการทำงานศิลปะที่สัมพันธ์กับการเมืองมันจึงสำคัญกับเขามากนักทั้งในอดีตที่ผ่านมา จวบกระทั่งถึงกาลปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>“หลังรัฐประหารปี ’49 ผมก็กลายเป็นคนเก็บตัว เพราะมีเรื่องที่อยากทำความเข้าใจอยู่อีกมากมาย ทั้งต่อศิลปะ ชีวิต และสังคม เพื่อหาคำตอบเหล่านั้น ผมจึงทำงานศิลปะ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมเป็นคนชอบตั้งคำถาม แต่หลายครั้งคนที่ตั้งคำถามในสังคมกลับกลายเป็นคนที่มีปัญหาไปเสียอย่างนั้น แต่ยิ่งเมื่อเราศึกษาเล่าเรียนมาก เราก็ยิ่งต้องตั้งคำถามมาก อะไรคือศิลปะ อะไรคือสังคม” ทัศนัยเริ่มต้นเรื่องเล่าของเขาพร้อมจุดบุหรี่ตัวที่หนึ่ง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132582" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่เมื่อกรอบประเพณีนิยมของสถาบันการศึกษาที่มุ้งเน้นเรื่องระเบียบวินัยไม่ช่วยตอบคำถามที่เขาสงสัย ทัศนัยจึงต้องเริ่มหาวิธีการตอบคำถามเหล่านั้นด้วยตัวเองจากการใช้ชีวิต เข้มข้นถึงขนาดได้รับการตราหน้าว่าชีวิตคงจบที่คุกไม่ก็กลายเป็นศพในเร็ววันแน่ เขาวนเวียนเข้า-ออกหลายสถาบันการศึกษามาตั้งแต่ช่วงวัยสิบกว่าๆ จนถึงยี่สิบปลายๆ ด้วยใช้เวลาในวัยหนุ่มไปกับการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงพฤษภาทมิฬเป็นต้นมา ก่อนตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่ เพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&nbsp;</p>



<p>เป็นที่นี่เองที่ทัศนัยได้ต่อสู้ร่วมกับสโมสรนักศึกษาในการรณรงค์เรียกร้องให้ยกเลิกระบบโซตัส อันเป็นหนึ่งในต้นตอของปัญหาระบบอาวุโสในสังคมไทยที่นำมาซึ่งการกดทับ เช่นเดียวกับที่เขาก็ร่วมเรียกร้องผลักดันร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 เข้าสภา เพื่อสนับสนุนการเพิ่มการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยประชาชน รวมไปถึงผลักดันให้เกิดความสุจริตและโปร่งใสในระบอบการเมือง และการทำให้ระบอบการเมืองมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือได้ว่าเป็น ‘รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’ ฉบับแรกของประเทศไทย&nbsp;</p>



<p>“ผมค่อยๆ เรียนรู้เรื่องการเมืองอย่างเป็นระบบมากขึ้น ตอนนั้นผมเป็นตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กำลังจะเปิดหอประชุมที่เพิ่งสร้างเสร็จ เชิญพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมาเป็นประธานพิธีเปิด พวกผมได้เชิญม็อบสมัชชาคนจนเข้าร่วมกดดัน ผมอ่านแถลงการณ์ขอให้พรรคความหวังใหม่ร่วมเห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญนี้ แน่นอนว่ามันนำมาซึ่งความไม่พอใจกับคนหลายฝ่าย”&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่าการเป็นคนที่เห็นต่างทางการเมืองกับคนส่วนใหญ่ย่อมมีราคา เขารู้ดีว่าการอยู่ในประเทศไทยต่ออาจเป็นภัยกับชีวิตของตนเอง แต่ด้วยความสามารถของทัศนัยทำให้เขาได้ทุนจากองค์การ UNESCO ก่อนหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านได้เพียง 7 วันทัศนัยก็ได้บินไปประเทศอเมริกา และเรียนต่อปริญญาโทสาขา Visual Arts ที่ The University of Chicago ใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นเป็นเวลากว่า 8 ปี รวมเวลาที่เขาหมดไปกับการเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับปริญาเอกด้วย&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นผมเตรียมตัวไว้หมดแล้วนะพร้อมทำดุษฎีนิพนธ์ ผมสนใจศึกษาเรื่องคนไร้บ้านไร้ถิ่นฐานในชุมชนที่พูดภาษาสเปนหรือวัฒนธรรมของคนกลุ่มนี้ในอเมริกา (Hispanic community) แต่ขณะที่เตรียมตัวอยู่นั้นก็ได้รับคำเชิญให้กลับมาสอนที่สาขา Media Arts and Design ที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในเวลานั้นยังมีแต่ระดับปริญญาโท ผมเลยตัดสินใจกลับมารับหน้าที่อาจารย์พร้อมเลือกเรียนต่อในระดับปริญญาเอกที่คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แทน ซึ่งก็แน่นอนว่าผมต้องเปลี่ยนพื้นที่ศึกษาและเปลี่ยนหัวข้อในการวิจัยด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132585" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“แต่ด้วยข้อจำกัดของการลงพื้นที่ ผมจึงเปลี่ยนประเด็นมาทำวิจัยเรื่องเทศกาลศิลปะเชียงใหม่จัดวางสังคม (เทศกาลศิลปะขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะทั่วตัวเมืองเชียงใหม่ จัดขึ้นในระหว่างปี 1992–1998 ) เพราะมันมีโครงสร้างทางวิธีวิทยาคล้ายๆ กัน นั่นคือการเหลื่อมซ้อนทั้งทางพื้นที่และผู้คน ผมพยายามจะท้าทายระเบียบวิธีวิทยาทางสังคมศาสตร์ว่าเราจะอธิบายปรากฏการณ์ของการเหลื่อมซ้อนของทุกอย่าง (overlapping) หรือการไหลลื่นนี้ยังไง พยายามจะผลักกรอบคิดทางญาณวิทยาไปสู่ข้อจำกัด ด้วยการสร้างสัมพันธบทระหว่างความหมายชุดต่างๆ ผ่านการใช้งานเทศกาลศิลปะเชียงใหม่จัดวางสังคมเป็นกรณีศึกษา”&nbsp;</p>



<p>จะเห็นได้ว่าในชีวิตของทัศนัย ความคิดเรื่องการขับเคลื่อนทางการเมืองนั้นไม่เคยไม่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เหตุการณ์ทางสังคมผลักให้เขาตั้งคำถามอยู่เสมอ โดยที่ทุกอย่างก็ล้วนสัมพันธ์กับการเมือง การเมืองทางความคิด การเมืองเรื่องของภาพแทน การเมืองเรื่องของอัตลักษณ์ การเมืองเรื่องของการย้ายถิ่นฐาน การเมืองเรื่องของวัฒนธรรม ไปจนถึงการเมืองไทย วนเวียนอยู่ในสำนึกการทำงานของเขาเรื่อยมา ระหว่างบุหรี่มวนที่สอง เราก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงงานศิลปะในปัจจุบันของเขาบ้าง เพราะการศึกษาเรื่องการเหลื่อมซ้อนดูจะสะท้อนออกมาในงานจิตรกรรมของเขาเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>“สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเข้าใจคือเรื่องที่มาของรากฐานความขัดแย้งในสังคมที่สืบต่อมาอย่างยาวนาน มันมีที่มาที่ไปยังไง มันไม่ใช่แค่การรัฐประหารเท่านั้น แต่อะไรคือรากฐานของความขัดแย้งทางความคิด นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะเข้าใจด้วยการศึกษาเรียงร้อยสัมพันธบทเข้าด้วยกันผ่านกองหนังสือจำนวนมาก เพื่อมองหาความขัดแย้งที่ไม่ใช่แค่ระดับผิวเผินเท่านั้น”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39-683x1024.jpg" alt="" data-id="132595" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=132595" class="wp-image-132595" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_39.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42-683x1024.jpg" alt="" data-id="132596" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=132596" class="wp-image-132596" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_42.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li></ul></figure>



<p>อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้น สตูดิโอของทัศนัยเต็มไปด้วยผลงานศิลปะแทบทุกตารางนิ้ว ผลงานจิตรกรรมสร้างขึ้นจากการตัด ปะ ติดด้วยเทคนิคคอลลาจกระดาษหลากสีที่ใช้สำหรับประดับประดาแบบเดียวกับที่พบได้ในงานพิธีกรรมล้านนา ผสมรวมกับภาพถ่ายเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ทางการเมือง ผลพวงจากยุคสงครามเย็น ทั้งหมดถูกจัดเรียงซ้อนทับกันกว่าสี่สิบชั้น แต่ละชั้นฉาบหน้าด้วยกระดาษที่ตัดแต่งเรียงต่อเป็นเส้นสายนามธรรมบ้าง ภาพเหล่ามวลผีเสื้อบ้าง และรูปทรงประหลาดต่างแข่งกันสะท้อนเล่นแสงและเงา ราวกับสีสันเหล่านี้คือกลเมล็ดของการซ้อนเร้นเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ดังที่ทัศนัยอธิบายว่ามันคือการสร้างภาพราวกับเป็นหน้าฉากของมหรสพ โดยที่ความตระการตานี้ก็สะท้อนออกมาเป็นภาพของ ‘สังคมแห่งปรากฏการณ์’ (Society of Spectacle)</p>



<p>“การทำให้โลกมันดูราวกับว่าสร้างสรรค์ เพียงเพื่อจะกลบทิ้งความรุนแรงทางการเมืองและจากทุนนิยม หน้าที่ของชนชั้นปกครองจึงดำรงอยู่ผ่านพิธีกรรม แนวความคิดนี้เองจึงกำหนดวิธีการไปสู่การสร้างผลงานที่มีขนาดใหญ่ ในแง่นี้ ขนาดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความท่วมท้น เอ่อล้นในการรับรู้ ขณะเดียวกันก็ปรับตำแหน่งแห่งที่ของตนเองท่ามกลางเรื่องเล่าที่แตกต่างที่ปะทะกันอย่างรุนแรงต่อหน้า ภาพทั้งหมดที่ซ้อนทับกันกลายเป็นพลังงานที่ระเบิดออก ซึ่งพอมันระเบิดออกเรื่องเล่าที่ไม่เคยถูกเล่าในประวัติศาสตร์กระแสหลักต่างเผยตัว เรื่องราว ความลึก สิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลังจะทะลักออกมาด้านหน้า พลังงานเหล่านี้จะปะทะผู้คนได้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยคำอธิบาย เช่นเดียวกับที่ไม่มีอำนาจใดที่เป็นฝ่ายรับอยู่อย่างเดียว จุดหนึ่งมันต้องระเบิดออก”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132587" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เนื้อหาที่คุณได้อ่านไปเป็นเพียงประวัติคร่าวๆ ของทัศนัย เช่นเดียวกับที่มันก็เป็นแค่ส่วนสั้นๆ ของบทสนทนาหลายชั่วโมงระหว่างเรากับอาจารย์ศิลปะท่านนี้ และเพราะอยากจะถ่ายทอดอรรถรสการพูดคุยในค่ำคืนนั้นให้กับผู้อ่านอย่างเต็มที่ เราจึงเลือกจะนำเสนอเรื่องราวต่อจากนี้ในลักษณะบทสนทนาที่จะพาไปทำความเข้าใจทั้งต่อกระบวนการสร้างงานศิลปะ และการสร้างข้อโต้แย้งเพื่อทบทวนตรรกะและอุดมการณ์​ในแบบทัศนัย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บทสนทนาว่าด้วยศิลปะ ข้อโต้แย้ง และการเมือง</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จะว่าไป</strong><strong>วิธีการทำงานศิลปะของคุณก็เหมือนการสร้างมวลสารวัตถุมงคลอยู่ด้วยเหมือนกันนะ</strong></h3>



<p>เมื่อก่อนผมเคยเขียนบทความประกอบสูจิบัตรนิทรรศการ ว่าวิธีการทำงานศิลปะมันเหมือนกระบวนการการเล่นแร่แปรธาตุ มันเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงกันของสิ่งหลากหลายในโลก ของวัตถุหลายประเภท วัตถุหลายสถานะ วัตถุในธรณีวิทยา วัตถุพิลึกกึกกือ วัตถุลึกลับต่าง ๆ ในท้องทะเล ด้วยเทคนิคของการคอลลาจและรูปทรงที่เราเอามาใช้เป็นต้นแบบ พอทำงานไปเรื่อยๆ มันน่าแปลกที่หลายๆ รูปทรงจะถูกเปลี่ยนให้ประหนึ่งเสมือนเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ อาจจะเพราะว่าโดยรากของการตัด-แปะกระดาษมักถูกใช้ในระนาบของพิธีกรรมด้วย&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132597" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อย่างในผลงานชุดแรกๆ ของคุณ เรายังเห็นลักษณะของการตัดกระดาษที่มีแพตเทิร์นคล้ายกับตุงล้านนาอยู่ด้วย</strong></h3>



<p>รวมทั้งความเป็นวัสดุของมัน กระดาษเงินกระดาษทอง มันอาจจะเป็นตรงนั้นที่ทำให้วัตถุเกิดแปลงร่าง (transformation of object) ดูประหนึ่งเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหมือนวัตถุศักดิ์สิทธิ์ วัตถุมงคลอะไรขึ้นมา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>งานมันดูเหมือนมีความเร็ว (speed) กับเวลา (time) อยู่ด้วยเหมือนกัน</strong></h3>



<p>ทั้งความเร็วกับเวลาในฐานะที่มันเป็นรูปลักษณ์ที่ปรากฏในชิ้นงาน (appearance) กับในฐานะที่มันเป็นเวลาจริงๆ มันเรียกว่าเป็นการฉีกเวลาออกจากจุดประสานและทำให้เวลาเป็นนิรันดร์ เป็นการปลดปล่อยเวลาอย่างหนึ่ง อธิบายได้อย่างนี้ โดยรูปลักษณ์ที่ปรากฏของตัวงานศิลปะ เมื่อจ้องดูมัน ผู้ชมจะปะทะทันทีว่ามันมีเลเยอร์ มันมีการเคลื่อนไหวของเวลา ของพื้นที่ (space) ขององค์ประกอบต่าง ๆ นานา ขณะเดียวกันมันก็ผูกสัมพันธ์ (engage) ผู้ชมเข้าไปในเวลาจริงๆ ในขณะที่ชิ้นงานศิลปะสะกดเราไว้ สายตาของผู้ชมยังไม่สามารถปรับโฟกัสได้ มนุษย์นั้นมันมีความสงสัยใคร่รู้ในการพยามจะมองหาเหตุผลในสิ่งที่ตนมองเห็น หรือปะติดปะต่อเรื่องเล่า ตามโครงสร้างที่เขาคิดอยู่ในใจ เมื่อเขาต้องใช้เวลาอยู่กับภาพเพื่อพิจารณา ขณะนั้นเขาจึงหลงไปในเวลาทางกายภาพ (physical time) ด้วย ตัวอย่างเช่น ทุกเช้าผมตื่นขึ้นมาพยายามนั่งดูว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป ผ่านไปสามชั่วโมงโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะเราถูกดูดเข้าไปในเวลาทางกายภาพจริง ๆ จากการเผชิญหน้ากับงานศิลปะ ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็นการทำงานของระบบสัญลักษณ์ บนแคนวาส หรือในงาน แต่เพราะว่าตัวชิ้นงานมันทำให้เราผูกสัมพันธ์กับมัน มันทำให้เราอยู่กับเวลา เวลาจึงบินไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ราวกับเราเป็นนักท่องกาลเวลา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เหมือนเวลาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้วดูงานที่มันแบบตระการตามากๆ แล้วก็ลืมเวลาไปเลย เป็นโมเมนต์ที่เราพลัดหลงไปในเวลา&nbsp;&nbsp;</strong></h3>



<p>ก็เหมือนเราท่องไปโดยที่ไม่มีจุดหมาย เหมือนเป็นนักท่องเวลา กล่าวคือการที่เราสร้างปฏิสัมพันธ์กับเวลาที่เป็นเวลาทางกายภาพจริง ๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132589" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_22.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลงานของคุณดูจะไม่ได้จำกัดอยู่ในรูปแบบของความเป็นมิติระนาบอย่างเดียว แต่ว่ามันออกมาในรูปแบบ (form) ของวัตถุด้วย การทำงานจิตรกรรมและงานประติมากรรมมันต่างหรือว่ามันส่งเสริมกันยังไง</strong></h3>



<p>ยังไม่รู้ ยังไม่รู้ เพราะว่าไอ้ที่มันขยายตัวออกมาเป็นฟอร์มนี่เพิ่งจะเริ่ม&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แสดงว่ารูปแบบของการทำงานมันเป็นผลพวงกับวิธีคิด แนวความคิดมันพัฒนารูปแบบของงาน เหมือนเห็นมิติเพิ่มขึ้นในงานประติมากรรมทดลองที่ทำอยู่นี้ กลายเป็นพื้นที่อันประกอบด้วยมิติ เหมือนผู้ชมเข้าไปอยู่ในพื้นที่งานโดยที่มีงานชิ้นนี้ห่อหุ้มเราอยู่&nbsp;</strong></h3>



<p>ถูกต้อง ลักษณะเดียวกันนี้มันเคยเกิดขึ้นกับผลงานชุดก่อนเหมือนกัน ตัวอย่างเช่นผลงานชุด Trans-structurity ที่เคยจัดแสดงที่ 338 OIDA Gallery ตอนนั้นผมทำงานด้วยการเขียนชุดคำสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย ‘โค้ด’ คอนเซปต์มันเป็นเรื่องของการใช้ข้อมูลนามธรรมของความกลัว โดยจับ ‘ความจริง’ ของ ‘ความกลัว’ ที่ถูกทำให้เป็นภาพปรากฏ ทั้งภาพข่าวสงคราม ภัยธรรมชาติ มาแปลงค่าเพื่อถ่ายทอดความจริงผ่านกระบวนการถอดรหัสทางคณิตศาสตร์ โดยให้ผู้คนบริจาคความรู้สึกของความกลัวผ่านการอัพโหลดลงเว็บไซต์ของเรา (<a href="http://www.thestructureoffear.org/">thestructureoffear.org</a>) จากนั้นจึงดึง source code ออกมา ซึ่งมันเรนเดอร์ขึ้นมาเป็นรูปทรงด้วยการสุ่ม รูปทรงเหล่านั้นมีลักษณะเป็นสองมิติ แล้วมันก็ไม่เคยหยุดอยู่ที่รูปทรงใดรูปทรงหนึ่ง เพราะข้อมูลมันถูกอัพโหลดใหม่ขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นรูปทรงของงานมันจะไม่เคยเสร็จและไม่มีจุดจบ ตัวซอฟต์แวร์ที่ผู้ช่วยเขียนขึ้นมามีสองตัว ตัวแรกช่วยทรานส์ฟอร์มตัวเลขฐานสอง (binary system)ให้กลายเป็นลายเส้น ตัวที่สองจะเปลี่ยน source code ให้เป็นแผ่นสี จากนั้นถูกพิมพ์แบบดิจิทัลออกมาเป็นสองมิติ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับการ engage เวลา เวลาที่เป็นอนันต์ในโลกของเว็บไซต์ แล้วก็ทำให้ความรู้สึกของความกลัวถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปทรง จากความรู้สึกของความกลัวที่มันไม่มีรูปร่าง มันถูกถ่ายทอดออกมาเป็นรูปทรงแบบเรขาคณิต&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ซึ่งก็คือลายเส้นเหล่านั้น</strong></h3>



<p>ใช่ เส้นเหล่านั้น ในโครงการเดียวกัน ส่วนที่ถูกพิมพ์ออกมาทั้งเส้นและสี ถูกเอามาทำเป็นประติมากรรมในรูปแบบสามมิติ ด้วยลักษณะของงานประติมากรรม มันสามารถเดินดูโดยรอบด้านได้ เมื่อเดินรอบประติมากรรมแต่ละชิ้นผู้ชมจะเห็นตัวงานเปลี่ยนไปด้วยทั้งสีสัน ความกะพริบ แผ่นสี ผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นโคมไฟด้วยเช่นกัน ต่างกันตรงที่โคมไฟนี้จะหมุนรอบตัวเองในขณะที่ผู้ชมเดินรอบมันด้วย มันคือการคลี่จากความเป็นจริงของสองมิติออกมา ให้มันเกิดการสร้างปฏิสัมพันธ์ในเวลาจริงๆ ที่มันมีเลเยอร์และมิติที่ซับซ้อนจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่การสร้างภาพแทนหรือภาพลวง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4-683x1024.jpg" alt="" data-id="132593" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=132593" class="wp-image-132593" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_4.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5-683x1024.jpg" alt="" data-id="132594" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=132594" class="wp-image-132594" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_5.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li></ul></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กล่าวได้ว่างาน</strong><strong>ประติมากรรมเหมือนเป็นการเผชิญหน้าแบบกลืน (immersive) ตัวเองเข้าไปในงานศิลปะอย่างนี้ไหม</strong></h3>



<p>สิ่งที่มันเกิดบนระนาบพื้นผิวของประติมากรรมชุดใหม่ที่กำลังทำอยู่นี้ เราก็จะเห็นว่ามันมีความเป็นเลเยอร์ ซึ่งก็ไม่น้อยกว่าที่มันอยู่บนผืนผ้าใบเลย และขณะเดียวกันระนาบของชุดสีที่มันลึกเข้าไปมันบิดตัวเอง มันเป็นการซ้อนกันของเลเยอร์สองมิติหลายๆ ชั้น บนรูปทรงสามมิติอีกทีหนึ่ง ขณะเดียวกันตัวงานก็จะเปลี่ยนเมื่อเรามีปฏิสัมพันธ์กับงานจากการที่เราเดินรอบมัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การมีปฏิสัมพันธ์กับงานดูเหมือนจะเป็นประสบการณ์ส่วนหนึ่งของการชมงานประติมากรรมด้วย</strong></h3>



<p>ตามทฤษฎีดั้งเดิมปัจจัยพื้นฐานในการสร้างประติมากรรมคือ แสง เงา และมวล (mass) รวมไปถึงพื้นที่เชิงบวก (positive space) กับพื้นที่เชิงลบ (negative space) แต่ในงานชุดนี้ประติมากรรมมันมีลักษณะที่เพิ่มเติมขึ้นมา คือเลเยอร์ของสีที่ซ้อนทับกันบนรูปทรง กลายเป็นเลเยอร์สองมิติที่พลิกแพลงตัวเองตลอดเวลา มากไปกว่านั้นคือแทนที่เราจะเห็นแสงและเงาบนระนาบ ตอนนี้แสงและเงามันพลิกจริงๆ เราจะเห็นแสงและเงาจริง บนแสงและเงาที่มาจากสีของพื้นผิวของประติมากรรม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เราจะเห็นว่างานของคุณที่มันเปลี่ยนและขยำรวมชุดข้อมูลมหาศาลเข้าด้วย ทั้งหมดถูกซ้อนทับกันในเลเยอร์จนมองไม่เห็นว่าเป็นรูปอะไร ราวกับว่ามันเป็นภาพศิลปะแบบนามธรรม&nbsp;</strong></h3>



<p>ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นงานศิลปะแบบนามธรรม ลักษณะของการเหลื่อมซ้อนมันก็ยังคงปรากฏอยู่ในงาน ระหว่างการเป็นรูปธรรมกับนามธรรม เพราะอย่างที่บอกว่างานแต่ละชิ้นที่ทำมันไม่มีภาพร่างเลยแม้มันเริ่มจากไอเดียบางอย่างก่อน วิธีการที่ทำงานมันจึงค่อนข้างช้าแต่ขณะเดียวกันก็อนุญาตให้เราได้มีเวลาและโอกาสที่จะพัฒนาเลเยอร์ถัดไป ทั้งเรื่องราว และคอนเซปต์บางอย่างที่มันค่อยๆ ถูกผนวก ถมทับลง โดยที่ไม่ได้คิดในตอนเริ่มต้นว่าปลายทางมันเป็นยังไง ซึ่งคอนเซปต์เหล่านี้มันเป็นตัวบ่งบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นๆ โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเป็นยังไง แต่ก็อย่างที่บอกว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งเนี่ยงานมันจะระเบิดออกและเราจะรู้ได้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณเริ่มทำงานด้วยกระบวนการนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></h3>



<p>ก็น่าจะตั้งแต่ตอนที่ทำนิทรรศการกลุ่ม<em> And That Which Was Always Known</em> จัดแสดงที่ Yavuz Gallery เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ส่วนซีรีส์ที่ทำอยู่นี้ก็ 2 ปีกว่าแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="629" height="550" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web.jpg" alt="" class="wp-image-132603" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web.jpg 629w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web-300x262.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web-600x525.jpg 600w" sizes="(max-width: 629px) 100vw, 629px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="619" height="550" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-2-web.jpg" alt="" class="wp-image-132607" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-2-web.jpg 619w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-2-web-300x267.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-2-web-600x533.jpg 600w" sizes="(max-width: 619px) 100vw, 619px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="629" height="550" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web-1.jpg" alt="" class="wp-image-132605" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web-1.jpg 629w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web-1-300x262.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/TS-Untitled-1-web-1-600x525.jpg 600w" sizes="(max-width: 629px) 100vw, 629px" /><figcaption>Untitled, 2014-2015, กระดาษ และพิมพ์สีแบบดิจิทัลบนกระดาษ คอลลาจบนไวนิลพิมพ์แบบดิจิทัล <br>ขนาด 175 x 200 ซม</figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่างานมันขยับจากช่วงเวลาของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ มาสู่ช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับโลกในช่วงสงครามเย็นและปัญหาที่กว้างขึ้นยังไง</strong></h3>



<p>มันเริ่มจากสงครามเย็นที่มันเป็นภาพกว้าง แล้วจึงค่อยๆ ทำให้แคบลงมาเป็นสถานการณ์สงครามเย็นในประเทศไทย พูดในทางปรัชญาก็คือมันยังมีส่วนที่พยายามจะสลายเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่มันเป็นส่วนย่อย (particular) กับสิ่งที่มันเป็นสากล (universal) หรือสิ่งที่มันเป็นมหาภาคกับสิ่งที่มันเป็นจุลภาคน่ะ เช่นเดียวกับส่วนองค์ประกอบและลักษณะของรูปทรงทั้งหลายในผลงานนี้ต่างประกอบจากส่วนย่อย ขณะเดียวกันมันขยายไปสู่ความเป็นสากล</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เหมือนมันทั้งสลายเส้นแบ่งและผสานรวมกันไหม</strong></h3>



<p>มันเป็นทั้งสองอย่าง คือมันสลายจากจุดหนึ่ง มันเหมือนแนวคิดแบบไรโซม (rhizome) คือพอมันสลายจากจุดหนึ่งมันก็ไปรวมกับอีกจุดหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ สิ่งที่มันอยู่ตรงกลางคือการเหลื่อมซ้อนกันของคอนเซปต์ที่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ ระหว่างสิ่งย่อยกับสิ่งสากล ระหว่างการรวมตัวและการสลายตัว การเหลื่อมซ้อนนี้มันเปิดโอกาสให้สิ่งที่ไม่น่าจะดำรงอยู่ด้วยกันได้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ในการทำงานของสัญลักษณ์ก็จะเห็นว่าในงานมันปรากฏทั้งภาพของนรก สวรรค์ จักรวาล โลก ท้องทะเล (หัวเราะ) รวมไปถึงในงานชิ้นย่อยๆ อื่นๆในซีรีส์ที่แตกออกมาอีกที เกี่ยวข้องกับความไม่มีเหตุผล (irrationality) กับความมีเหตุผล (rationality) ความไร้เดียงสากับความรุนแรง ความบริสุทธิ์กับความรุนแรง เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากนักเคลื่อนไหวมาสู่บทบาทอาจารย์ คุณมักสอนวิชาที่สัมพันธ์กับแนวคิดทั้งวิชาปรัชญาศิลปะ ทฤษฎีทางสุนทรียศาสตร์ ทฤษฎีมีเดีย ทฤษฎีทางสังคมวิทยา เป็นต้น หลังจากที่สอนมาอย่างยาวนาน อยากรู้ว่าสำหรับคุณแล้วอะไรคือหลักสำคัญในการศึกษา ประโยชน์ของการเรียนหนังสือในรั้วมหา’ลัยคืออะไร และการเรียนมหาวิทยาลัยยังสำคัญอยู่ไหมในโลกปัจจุบัน&nbsp;</strong></h3>



<p>หน้าที่ของนักศึกษาคือมีอะไรต้องรู้ให้หมด ซึ่งมันเยอะมากๆ ผมคิดว่าเวลาเราสอนวิชาแนวคิดทางทฤษฎีต่างๆ ทั้งหมด ท้ายวิชาจะพูดอยู่เสมอว่า สิ่งที่เราเรียนในแนวคิดต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราจะเรียนรู้เพื่อที่จะเข้าใจว่ามนุษย์นั้นคิดได้หลายอย่าง การเรียนแนวคิดก็เพื่อเข้าใจความเป็นคน ง่ายๆ แค่นั้นเอง แล้วเราก็จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เวลาเราไปเจอบทความ ไปเจอบทสนทนา ไปเจอการบรรยาย หรือในชีวิตประจำวันที่เราคุยกับคนอื่น เราจะรู้ว่าคนเหล่านี้เขามีฐานความคิดอะไร แล้วมันจะทำให้เราเข้าใจคนมากขึ้นว่า อ๋อ คนแบบนี้เขาก็มีฐานความคิดแบบนี้แหละ แล้วเราก็จะรู้สึกว่า ไอ้ความโกรธเกรี้ยวของเราต่อสิ่งที่เราไม่พอใจหรือต่อมนุษย์เนี่ยมันก็จะเบาบางลง เพราะมนุษย์ก็จะมีกลุ่มทางความคิดในแบบที่ต่างกัน ผมจะพูดสรุปให้ฟังอย่างนี้เสมอ การเรียนทฤษฎีไม่ใช่เพื่อที่จะเชี่ยวชาญความสลับซับซ้อนของโลกทางความคิด เพื่อที่จะจำได้ เพื่อที่จะอ้างอิงได้ หรือเพื่อที่จะเอาไปใช้เป็นเครื่องมือในการทำวิจัยอย่างเดียว ไม่ใช่เลย เราเรียนทฤษฎีไปเพื่อที่จะเข้าใจมนุษย์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วเราจะเข้าใจคนที่เห็นต่างทางการเมืองได้ไหม โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกว่า ‘สลิ่ม’&nbsp;</strong></h3>



<p>เข้าใจได้นะ มันมีความความเข้าใจบางอย่างที่บางทีความคิดมันอธิบายไม่ได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องอารมณ์ความรู้สึก เรื่องอะไรที่มันเกินความเข้าใจของเรา มันเหนือสิ่งที่เราจะเอามาจัดลงกล่องของความคิดได้ เพราะมันไม่มีโครงสร้างเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132592" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฟังดูเหนือจริง</strong><strong>มาก ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องเราจะอธิบายได้</strong></h3>



<p>ถูกต้อง อย่างเช่นแบบการจับแพะชนแกะเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ก็โอเคถ้าเราจะอธิบายแบบแนวคิดหลังสมัยใหม่ (Postmodern) มันเป็นการสร้างสัมพันธบท (Intertextuality) อะไรอย่างงี้ซึ่งเราก็อธิบายได้นะ แต่ว่ามันคือการพูดเรื่องหนึ่ง ทว่านำไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มันคือภาวะผิดฝาผิดตัวของคนในสังคม การที่ตรรกะมันผิด พอตรรกะมันเพี้ยน มันก็เลยจับของทุกอย่างผิดหมดเลย เพราะว่ามันไม่มีหลักการของความคิดไหม&nbsp;</strong></h3>



<p>มันก็มีแพตเทิร์นของความคิดแบบนี้เหมือนกัน ที่จะเป็นการปฏิเสธซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อน ที่อยู่เหนือโครงสร้างตรรกะปกติ ซึ่งก็พอจะอธิบายได้ในเชิงที่มันเป็นตรรกศาสตร์ แต่อันนี้มันเหนือตรรกศาสตร์อีกนะ ดูได้จากการพูดหรือการสื่อสารของเขามันจะไม่เป็นเหตุเป็นผลรองรับกัน&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เหมือนเขากำลังหลอกตัวเองอยู่ไหม สะกดจิตตัวเองด้วยการพูดย้ำๆ</strong></h3>



<p>โอเคล่ะ ลึกลงไปมันก็เป็นอย่างนั้นน่ะนะ หลอกตัวเองเพราะไม่มีความเคารพในตัวเอง ไม่พยายามที่จะเข้าใจตัวเอง พอหลอกตัวเองได้ก็พยายามหลอกคนอื่นไปเรื่อยๆ มันคือการขาดซึ่งความเคารพตัวเอง ไม่เคารพใคร ในขณะเดียวกันก็หาใครสักคนก็ได้ที่จะเป็นเทวรูปให้เขาเคารพได้ เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้เคารพได้หมด กบเหลาดินสอก็เคารพได้ (หัวเราะ)</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ราวกับว่า</strong><strong>สังคมไทยมันเป็นโลกแห่งอุดมคติ อุดมคติที่ไม่ว่ายังไงมันก็จะผูกติดของทุกอย่างไว้กับอุดมคติ มันต้องมีบุคคลในอุดมคติ มันจะต้องมีงานศิลปะในอุดมคติ มันจะต้องมีภาพในอุดมคติไปเสียทุกอย่าง</strong></h3>



<p>ตอนนั้นผมไปพูดตอนเปิดตัวหนังสือ <em>ศิลป์สถานะ</em> ของอาจารย์ถนอม ชาภักดี และ WAY แม็กกาซีนได้ถอดความว่าเวลาเราเข้าโรงเรียนศิลปะคือเราต้องละทิ้งความเป็นตัวตนแท้จริงของเรา แล้วเข้าร่วมในชุมชนจินตกรรม (imagined community) จากนั้นก็ตั้งชื่อกันใหม่ แล้วก็อยู่ในโลกศิลปะนั้นน่ะ หรือจะเรียกว่าโลกอุดมคติ มันก็จะมีปัญหาไงว่าอุดมคติเกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ยังไง แต่บางคนเขาก็อธิบายว่ามันเป็นสังคมจิตนิยม (idealism) สังคมที่มันอยู่คนละฝั่งกับอริสโตเติล สังคมที่มันไม่ค่อยสนใจเรื่องรูปลักษณ์ที่ปรากฏหรือปรากฏการณ์ คือมันก็อธิบายอย่างนั้นได้ แต่ว่าคำอธิบายปรัชญาสองฝั่งนี้ ฝั่งจิตนิยมกับประจักษ์นิยมมันก็ไม่พอ เพราะมันมีวิญญาณนิยม (animism) มันมีสิ่งเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้องอีก มันไม่ใช่จิตนิยมแบบเพลโตเท่านั้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132584" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_27.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เราเห็นว่าทุกวันนี้ศิลปินรุ่นใหม่ทำงานศิลปะกับการเมืองเป็นจำนวนมาก เราสามารถอธิบายปรากฏการณ์การหยิบยกเอารูปทรงและสัญลักษณ์ต่างๆ มาตีความเพื่อสะท้อนอุดมการณ์ทางการเมืองนี้ได้ยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>ต้องแยกเป็นสองอย่าง อย่างแรกคือหยิบเอาประเด็นทางการเมืองมาทำงาน อย่างที่สองก็คือรูปอุปลักษณ์ของการเมือง ก็คือระบบสัญลักษณ์ต่างๆ มาทำงาน แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นมันจะไม่เป็นการเมืองทางความคิด เพราะมันไม่ได้สร้างข้อถกเถียง คือหมายความว่ามันจะต้องมีการพยายามทะลุป้อมความคิดเดิมๆ แล้วนำไปสู่ข้อเสนอทางความคิดแบบใหม่ มันไม่เกิดการถกเถียง (argument) ไม่เกิดข้อขัดแย้ง เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นศิลปินที่ทำงานเรื่องการเมืองไทยจำนวนมาก ยังติดกับเปลือกอยู่มาก กล่าวคือมีอุปลักษณ์ทางการเมืองในงาน เอาประเด็นต่างๆ ทางการเมืองมาทำงาน แต่ว่ามันไม่สร้างข้อถกเถียง เพราะมันไม่ได้ไปแตะความท้าทายระดับด้านความคิด หรือแม้กระทั่งพวกคอนเซปชวลอาร์ตเอง เพราะมันไม่สร้างข้อถกเถียงใหม่กับอะไรเลยในปัจจุบัน มันก็เป็น -ism (ลัทธิ) หนึ่งของการทำงาน แต่ความร่วมสมัยสากลมันไม่มีลักษณะการสร้างงานตามลัทธิอีกต่อไป</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในภาวะที่ทุกอย่างมันแทบจะไม่มีอะไรใหม่ การสร้างข้อโต้แย้งใหม่นั้นจะใหม่ในแบบไหน&nbsp;</strong></h3>



<p>คำว่า argument มันไม่ได้หมายความว่าข้อโต้แย้งของเรื่องราวที่เราเอามาทำเพียงอย่างเดียว แต่ว่ามันเป็นข้อถกเถียงที่บางครั้งมันยังไม่มีชื่อเรียก หรือบางครั้งเราต้องคิดตามไปกับมัน เพราะว่าบางครั้งมันยังไม่เคลียร์ต่อประสบการณ์ตรงหน้าที่เราเห็น แต่ว่าถ้าเราไปดูงานงานศิลปะการเมือง (political art) เนี่ย มันเคลียร์เลย คือโอเค ทหารเลว เขียนหัวเป็นเหี้ย ซึ่งเราไม่ต้องคิดตามอะไรเลย ทุกอย่างมันบอกอยู่ในนั้นอยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราดูงานแล้วมี argument นั่นคือเรามีข้อถกเถียงในใจอยู่ซึ่งเป็นการถกเถียงกับตัวเอง เพราะมันสั่นคลอนความเชื่อถือของเรา ซึ่งเราก็ต้องคอยคิดตามมัน โดยใช้เวลาสักพักหนึ่ง เพราะมันจะยังไม่ชัดเจนในการปะทะครั้งแรก การคิดตามตรงนี้ถ้าคนที่ทำงานกับมันจริงๆ มันก็จะติดหัวเราไป เราถึงค่อยๆ เข้าใจกับมัน หรือบางครั้งมันอาจจะปรากฏคีย์เวิร์ดหรือคำเฉพาะขึ้นมาใหม่ เพื่อจะทำความเข้าใจสิ่งที่ยังไม่เคลียร์ตรงนี้ ในขณะที่งานประเภทที่กางข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตรงหน้า เราไม่ต้องการชื่อเรียกใหม่ให้มันแล้ว มันสามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อได้โดยง่าย โอเคก็ทหารชั่ว โอเคทุนนิยมเลว โอเคผู้ชายเลว โอเคผู้หญิงถูกกระทำ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แต่ในทางกลับกัน ของอย่างนี้มันฟังก์ชั่นในรูปแบบของการเคลื่อนไหวทางการเมืองไหม</strong></h3>



<p>ถูกต้อง เพราะมันสื่อสารโดยตรงไง เพียงแต่มันก็ยังไม่นำไปสู่ข้อถกเถียงที่มันลึกซึ้งกว่านั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่าจริงๆ แล้วศิลปินที่ทำงาน political art ควรจะมุ่งเน้นการสร้าง argument มากขึ้นไหม หรือควรทำสองส่วนไปพร้อมกันด้วย</strong></h3>



<p>คือ argument มันไม่ใช่ข้อถกเถียงของเรื่องเล่า แต่เป็นข้อถกเถียงของความคิด ถ้าเราดูงานแบบ Suprematism หรือศิลปะแบบคอนเซปชวลอาร์ต แบบ Sol LeWitt (1928-2007) ศิลปินอเมริกันผู้บุกเบิกกระแสเคลื่อนไหวทางศิลปะแบบคอนเซปชวลอาร์ต) มันก็ทำให้เรามีข้อโต้แย้งถกเถียงกับบางอย่างที่เราต้องสำรวจหรือพยายามที่จะคลี่มันออกเพื่อเข้าใจมัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="550" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/unnamed.jpg" alt="" class="wp-image-132601" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/unnamed.jpg 900w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/unnamed-300x183.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/unnamed-768x469.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/unnamed-600x367.jpg 600w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /><figcaption>ภาพถ่ายนิทรรศการ &#8220;0.10 (zero-Ten) The Last Futurist Exhibition of Painting.&#8221; จัดแสดง ณ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ใน ค.ศ. 1915 ผลงานจิตรกรรม Black Square (ทำเสร็จเมื่อ ค.ศ.&nbsp;1913) ผลงานชิ้นแรกในลัทธิซูพรีมาทิสม์ โดยศิลปิน&nbsp;Kazimir Malevich ถูกแขวนลอยอยู่ตรงมุมห้อง <br>ตามแบบการจัดวางรูปเคารพในบ้านแบบธรรมเนียมดั้งเดิม<br>ของชาวคริสตจักรรัสเซียออร์ทอดอกซ์<br></figcaption></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เวลาเราดูงานศิลปะเราต้องตั้งคำถามเวลาดูไหมว่าเรารู้สึกยังไง หรือว่าเราเห็นอะไรจากมัน ค่อยๆ คลี่มันออกมา</strong></h3>



<p>รู้สึกกับมันยังไง หรือแม้กระทั่งมันทำให้เราตรวจทานความรู้สึกของเราด้วยว่ามันคืออะไรวะ แต่ก็ไม่ใช่มั่วๆ พูดตรงๆ นะ ภาษาหยาบๆ แบบเวลาไปดูงานคอนเซปชวลอาร์ตแล้วแม่งแบบ เหี้ยอะไรวะ คือมันไม่ใช่ประสบการณ์แบบนั้น ส่วนใหญ่คนก็จะไปมองหาความหมาย มนุษย์แม่งเป็นสัตว์นรกที่ชอบไปหาความหมาย เห็นอะไรมาวาง ปึ้ก! อะไรวะ มันต้องมีความหมายสักอย่างสิ อะไรแบบนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บางทีเรา</strong><strong>พยายามจะตีความสิ่งที่เห็นจากประสบการณ์ของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ก้าวพ้นกรอบของเราออกไป ด้วยหรือเปล่า</strong></h3>



<p>ในขณะที่ผมชอบงานของซูพรีมาทิสม์มาก พอมันปะทะเรา ตัวงานมันทำให้เกิดความคลุมเครือในความเข้าใจ เสร็จแล้วมันนำเราไปสู่คำอธิบายใหม่ของการปฏิวัติที่มันไม่มีจุดสิ้นสุด มันเป็นอนันต์ แล้วตัวรูปแบบงานซูพรีมาทิสม์มันก็แขวนลอยอยู่ในเทศะอากาศที่มันอนันต์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิวัติมันไม่เคยสิ้นสุด ตรงนี้คือความงดงามของสิ่งที่มันกระตุ้นเร้ากับความเข้าใจเรา เพื่อที่จะนำไปสู่อาณาบริเวณใหม่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดว่าก้าวต่อไปทางการเมืองมันจะไปทางไหน</strong></h3>



<p>ไม่รู้จริงๆ เมื่อวันก่อนก็เพิ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศไป เขาถามว่า ภายใต้ข้อจำกัดเสรีภาพปัจจุบันเนี่ย ศิลปินหมดซึ่งความหวังในเสรีภาพหรือไม่ แล้วอะไรคือบทบาทที่ศิลปินจะธำรงต่อไปได้ ผมตอบไปว่า “ถ้าเราพูดถึงศิลปะแบบนั้นน่ะ เราต้องแยกออกเป็นสองเรื่อง หนึ่งคือศิลปะในฐานะพื้นที่ที่ถูกจำกัด เราพูดถึงวงการศิลปะ เมื่อเราพูดถึงวงการศิลปะ วงการศิลปะเกี่ยวข้องกับระบบความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เพราะมันเกี่ยวข้องกับผู้คน ตำแหน่งแห่งที่ของผู้คน สถานะทางสังคมของคนที่อยู่ในวงการศิลปะ และเมื่อเราพูดถึงศิลปะในฐานะวงการก็คือพื้นที่ มันเกี่ยวข้องกับการเมือง ถามว่าเมืองไทยมีข้อจำกัดตรงนี้มากไหม มีมากแน่ๆ อันที่สองก็คือ ตัวผลงานศิลปะและตัวกระบวนการสร้างมัน ในฐานะการสร้างงาน การปฏิบัติ ศิลปินและตัวผลงานศิลปะไม่มีข้อจำกัด เพียงแต่ว่าศิลปินเหล่านั้นจะมีพื้นที่ไม่มากนักในการแสดงงาน มันต้องแยกกันแบบนี้ แล้วถามว่าความหวังมันอยู่ที่ไหน ความหวังเราไม่ได้อยู่ที่วงการ ถ้าพูดแบบภาษาฮิปปี้ก็คือ อิสรภาพยังอยู่ในใจเรา แต่ว่าเราไม่มีพื้นที่แค่นั้นแหละ เพียงแต่มันห้ามปรามสิ่งที่เราทำในสตูดิโอไม่ได้ ทว่าว่าเราก็ถ่ายทอดออกไปไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันไม่มีพื้นที่ ทั้งพื้นที่ที่มันเป็นกายภาพ พื้นที่ของระบบวัฒนธรรมของการจัดแสดง และพื้นที่ของโอกาส อะไรต่างๆ นานาอีก เวลาเราพูดถึงพื้นที่ เราไม่ได้พูดถึงพื้นที่ที่มีลักษณะเหมือนกระดาษเอสี่ลอยอยู่ในน้ำ หมายถึงหน่วยของพื้นที่ที่มันยึดโยงกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งหน้าที่ของรัฐเผด็จการก็คือการผนวกรวมหรือการทำให้เป็นเอกภาพของพื้นที่ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132600" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_29.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หน้าที่ของรัฐเผด็จการหรือหน้าที่ของรัฐ</strong></h3>



<p>หน้าที่ของความคิดแบบเผด็จการแล้วกัน ถ้ารัฐที่เจริญแล้วเขาจะต้องทำให้เกิดภาคส่วนของพื้นที่จำนวนมากเพื่อให้คนมันมีที่ยืนของตัวเอง แล้วมันก็จะนำไปสู่ความคิดเรื่องปรองดองและความเป็นเอกภาพของรัฐชาติ ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง ยกตัวอย่างเช่น ต่อให้รัฐชาติเผด็จการแค่ไหนก็ตาม คุณผนวกรวมทุกพื้นที่ทางกายภาพให้มันเป็นเอกภาพ ทำงานสอดคล้องตามนโยบายของเผด็จการ แต่มันไม่สามารถที่จะรุกล้ำเข้ามายังเตียงนอนของเรา ห้องน้ำของเรา หรือสตูดิโอของเราได้ มันมีพื้นที่ที่มันเหลื่อมซ้อนกันอยู่ตรงนั้น ในขณะที่ประเทศไทยมันเป็นอย่างนี้ วงการมันคับแคบเพราะมันเกี่ยวข้องกับการเมือง มีพื้นที่ที่คับแคบในเชิงกายภาพ แต่มันก็เกิดพื้นที่ที่มันอยู่ระหว่างรอยแยกอีกจำนวนมาก ทั้งที่ปรากฏตัวอย่างเด่นชัด ซ่อนเงื่อน หรืออย่างเป็นทางการ ก็เกิดหอศิลป์ใหม่ๆ หรือเกิดวิธีการในการส่งสารใหม่ๆ ของศิลปิน อย่างพื้นที่ออนไลน์ และเรายังไม่พูดถึงพื้นที่ที่มันกว้างใหญ่กว่านี้ ก็คือพื้นที่นอกเหนือจากประเทศไทยในเวทีศิลปะนานาชาติ เพราะฉะนั้นสรุปก็คือ อิสรภาพยังอยู่ในใจเรา ถึงแม้ว่าพื้นที่มันจะจำกัด ถามว่าตรงนี้บอกว่าศิลปะมันไม่เกี่ยวกับการเมืองไหม มันเกี่ยว แต่ว่าผลงานศิลปะมันสามารถที่จะโบยบินออกไปจากความไร้อิสรภาพนี้ได้ อย่างผมเนี่ย ไม่มีทางที่จะเป็นศิลปินแห่งชาติ ไม่มีทางที่ใครจะเสนอชื่อกูให้รางวัลศิลปาธร ไม่ใช่เพราะว่าไม่มีพื้นที่จะแสดงนะ แต่ว่ามันเป็นพื้นที่ของความรู้สึกบางอย่าง หรือพื้นที่ของความคิดบางอย่าง ซึ่งมันขับออกไปตั้งแต่ผมยังไม่ได้ขยับเข้าไปเลยด้วยซ้ำ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก็คือการกีดกันคนเห็นต่างออกไป</strong></h3>



<p>ถูกต้อง พอเราพูดถึงวงการ มันสัมพันธ์กับเรื่องอื่นอีกที่ไม่ใช่แค่ศิลปิน มันสัมพันธ์กับสื่อสิ่งพิมพ์ การสะสมงาน คอลเลกชั่น การวิพากษ์วิจารณ์งาน ไปจนถึงสัมพันธ์กับแหล่งทุน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>มันไม่ได้ถูกผลักให้ไปด้วยกันในฐานะที่วงการศิลปะทั้งหมด เพราะไม่มีการสนับสนุน</strong></h3>



<p>มันก็สนับสนุนเฉพาะวงแคบๆ ฉะนั้นมันก็จะเกิดปรากฏการณ์อย่างการคัดเลือกงานของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นั่นคือตัวอย่างของปัญหาของคอนเซปต์เรื่องพื้นที่ในศิลปะภายใต้ข้อจำกัดของการเมืองที่มันเคร่งครัดของเผด็จการ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132590" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ราวกับผลงานของทัศนัยจะบอกเราเป็นนัยๆ ว่า จะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นความผิดปกติของสังคมที่บิดเบี้ยวนี้ต่อไปไม่ได้ หรือเพิกเฉยราวกับมันไม่เกิดไม่ได้เมื่อปัญหาใหญ่มันมาอยู่ตรงหน้า&nbsp;</p>



<p>เราเลิกนับไปแล้วว่าทัศนัยหมดบุหรี่ไปกี่มวนและจบบทสนทนาในครั้งนี้ด้วยความหวังว่าการถูกกดทับจากสังคมที่ไม่เป็นธรรมนี้จะระเบิดออกในสักวันหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>ทัศนัย เศรษฐเสรี จะมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยม จังหวัดเชียงใหม่ จากวันนี้ถึงวันเปิดนิทรรศการเราเชื่อว่าจำนวนเลเยอร์บนงานจิตรกรรมคงจะซับซ้อนขึ้นอีกมาก และขอรับรองว่าท่านจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่ทางผัสสะจากการชมงานชุดนี้แน่นอน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132598" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/อ.ทัศนัย_49-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thasnai/">ชีวิต 5,000 ปี ของทัศนัย เศรษฐเสรี | บทสนทนาว่าด้วยศิลปะ ข้อโต้แย้ง และการเมือง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สนทนาเรื่องการเมืองและเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต กับ ‘นลธวัช มะชัย’ ศิลปินผู้เขียนบทกวีทับหมายศาล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/poiser-exhibition-by-nontawat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2020 12:20:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a crime]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[ความยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐประหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ลานยิ้มการละคร]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<category><![CDATA[เผด็จการ]]></category>
		<category><![CDATA[เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[นลธวัช มะชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=106814</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอนที่ 1 : อภินิหารศาลยุติธรรม 21 สิงหาคม 2563 บนชั้นสองของโกดังราชวงศ์, เชียงใหม่–ห้องใต้หลังคาแสงสลัว ผนังไม่ได้ฉาบ ไม่มีฝ้าเพดาน ชื้นอับ นกพิราบบินมาเกาะคานเหล็ก นลธวัช มะชัย ชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษ&#8211;ผิวเข้ม&#8211;ผมสั้นเกรียน อยู่ตรงนั้น เขานั่งที่โต๊ะทำงานใต้แสงสีขาวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ใช้ปากกาเขียนถ้อยคำบนกระดาษ เขียนจบ อ่านมัน ก่อนจะขยำกระดาษ โยนเข้าไปยังภาชนะอะคริลิกใสรูปทรงเรขาคณิตคล้ายพีระมิดคว่ำที่ห้อยอยู่เบื้องหน้า จากนั้นเขาลงมือเขียนต่อ–เขียนจบ อ่านมัน ขยำ และขว้างทิ้ง–ทำซ้ำไม่รู้กี่รอบ อีกมุมหนึ่งของห้อง โปรเจกเตอร์ฉายภาพเคลื่อนไหวลงบนผนัง นลธวัชอยู่ในนั้น ศีรษะโล้นเลี่ยน เปลือยเปล่า ร่างชุ่มไปด้วยของเหลวสีขาวที่บางส่วนเริ่มแห้งกรังผิวหนัง ร่ายรำในห้องที่มลังเมลืองด้วยแสงจากเทียนไขนับสิบ สายสิญจน์ และเครื่องเซ่นไหว้ ภาพเคลื่อนไหวยังมีอีกสามจอ แต่ละจอเผยให้เห็นนลธวัชเปลือยขาวเช่นเดียวกัน หากร่ายรำในพื้นที่แตกต่าง–พิพิธภัณฑ์ศิลปะ, ในวัด, ตลาดนัดไปจนถึงสวนสาธารณะฯลฯ กลับมาอีกมุมที่นลธวัชตัวเป็นๆ นั่งอยู่–แล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ นักแสดงสามคนที่ก่อนหน้าเดินเหินอย่างอิสระอยู่รอบๆ โต๊ะ บัดนี้พวกเขาทยอยกันเปลื้องผ้า หนึ่งในนั้นนำแป้งดินสอพองผสมน้ำ ทาตัวอีกคนจนขาวโพลน ผลัดกันทำจนเหลือคนสุดท้ายที่ซึ่งนลธวัชผละจากงานเขียนบนโต๊ะทำงานมาทาดินสอพองให้ และเขาก็เอาพลาสติกห่ออาหารมาห่อร่างของนักแสดงจนคล้ายมัมมี่ จากที่เคยเคลื่อนไหว ทั้งสามนิ่งค้าง คล้ายถูกแช่แข็งในท่วงท่าพิลึก และนลธวัชก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของเขาต่อ จดจ้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/poiser-exhibition-by-nontawat/">สนทนาเรื่องการเมืองและเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต กับ ‘นลธวัช มะชัย’ ศิลปินผู้เขียนบทกวีทับหมายศาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="p4" style="text-align: center;"><b>ตอนที่</b><span class="s4"><b> 1 : </b></span><b>อภินิหารศาลยุติธรรม</b></h3>
<p class="p5">21 <span class="s5">สิงหาคม</span> 2563</p>
<p class="p6">บนชั้นสองของโกดังราชวงศ์<span class="s4">, </span>เชียงใหม่–ห้องใต้หลังคาแสงสลัว ผนังไม่ได้ฉาบ ไม่มีฝ้าเพดาน ชื้นอับ นกพิราบบินมาเกาะคานเหล็ก <strong>นลธวัช มะชัย</strong> ชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษ<span class="s4">&#8211;</span>ผิวเข้ม<span class="s4">&#8211;</span>ผมสั้นเกรียน อยู่ตรงนั้น เขานั่งที่โต๊ะทำงานใต้แสงสีขาวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ใช้ปากกาเขียนถ้อยคำบนกระดาษ เขียนจบ อ่านมัน ก่อนจะขยำกระดาษ โยนเข้าไปยังภาชนะอะคริลิกใสรูปทรงเรขาคณิตคล้ายพีระมิดคว่ำที่ห้อยอยู่เบื้องหน้า จากนั้นเขาลงมือเขียนต่อ–เขียนจบ อ่านมัน ขยำ และขว้างทิ้ง–ทำซ้ำไม่รู้กี่รอบ</p>
<p><div id="attachment_106971" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-106971" class="wp-image-106971 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117875118_954133041728992_1517280397863295779_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-106971" class="wp-caption-text">ภาพ : ณัฐพนธ์ ปานอุดมลักษณ์</p></div></p>
<p><div id="attachment_106983" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-106983" class="wp-image-106983 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118285285_317330129541660_9009606029496988870_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-106983" class="wp-caption-text">ภาพ : ณัฐพนธ์ ปานอุดมลักษณ์</p></div></p>
<p class="p6">อีกมุมหนึ่งของห้อง โปรเจกเตอร์ฉายภาพเคลื่อนไหวลงบนผนัง นลธวัชอยู่ในนั้น ศีรษะโล้นเลี่ยน เปลือยเปล่า ร่างชุ่มไปด้วยของเหลวสีขาวที่บางส่วนเริ่มแห้งกรังผิวหนัง ร่ายรำในห้องที่มลังเมลืองด้วยแสงจากเทียนไขนับสิบ สายสิญจน์ และเครื่องเซ่นไหว้ ภาพเคลื่อนไหวยังมีอีกสามจอ แต่ละจอเผยให้เห็นนลธวัชเปลือยขาวเช่นเดียวกัน หากร่ายรำในพื้นที่แตกต่าง–พิพิธภัณฑ์ศิลปะ<span class="s4">, </span>ในวัด<span class="s4">, </span>ตลาดนัดไปจนถึงสวนสาธารณะฯลฯ</p>
<p><div id="attachment_106973" style="width: 692px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-106973" class="wp-image-106973 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n-682x1024.jpg" alt="" width="682" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n-682x1024.jpg 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117930430_698663920715158_4233892972828316396_n.jpg 1343w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /><p id="caption-attachment-106973" class="wp-caption-text">ภาพ : ณัฐพนธ์ ปานอุดมลักษณ์</p></div></p>
<p class="p6">กลับมาอีกมุมที่นลธวัชตัวเป็นๆ นั่งอยู่<span class="s4">–</span>แล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ นักแสดงสามคนที่ก่อนหน้าเดินเหินอย่างอิสระอยู่รอบๆ โต๊ะ บัดนี้พวกเขาทยอยกันเปลื้องผ้า หนึ่งในนั้นนำแป้งดินสอพองผสมน้ำ ทาตัวอีกคนจนขาวโพลน ผลัดกันทำจนเหลือคนสุดท้ายที่ซึ่งนลธวัชผละจากงานเขียนบนโต๊ะทำงานมาทาดินสอพองให้ และเขาก็เอาพลาสติกห่ออาหารมาห่อร่างของนักแสดงจนคล้ายมัมมี่ จากที่เคยเคลื่อนไหว ทั้งสามนิ่งค้าง คล้ายถูกแช่แข็งในท่วงท่าพิลึก</p>
<p><div id="attachment_106976" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-106976" class="wp-image-106976 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/118072488_656427581659513_3062113800939121577_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-106976" class="wp-caption-text">ภาพ : ณัฐพนธ์ ปานอุดมลักษณ์</p></div></p>
<p><div id="attachment_106970" style="width: 1034px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-106970" class="wp-image-106970 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117873780_1728783827297545_157614503099374340_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><p id="caption-attachment-106970" class="wp-caption-text">ภาพ : ณัฐพนธ์ ปานอุดมลักษณ์</p></div></p>
<p><div id="attachment_106972" style="width: 970px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-106972" class="wp-image-106972 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n.jpg" alt="" width="960" height="640" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/117929031_869035550292214_1885416493904666977_n-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><p id="caption-attachment-106972" class="wp-caption-text">ภาพ : ณัฐพนธ์ ปานอุดมลักษณ์</p></div></p>
<p class="p6">และนลธวัชก็กลับไปที่โต๊ะทำงานของเขาต่อ จดจ้อง ครุ่นคิด และขีดเขียน ถึงจุดนี้เราสงสัยว่าเขากำลังเขียนอะไร จึงวิสาสะเดินเข้าไปใกล้ ค้ำหัวของเขา มองลงมา</p>
<p class="p6">กระดาษมีตราครุฑประทับหัว มันคือหมายศาล กว่าสองชั่วโมงที่ผ่านมา ศิลปินได้เขียนบทกวีชิ้นแล้วชิ้นเล่าทับลงพวกมัน เขียนเพื่อขยำ ปั้นเป็นก้อน และโยนทิ้ง ก่อนจะหยิบแผ่นใหม่มาเขียน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p4" style="text-align: center;"><b>ตอนที่</b><span class="s4"><b> 2 : </b></span><b>ความทรงจำของกล้ามเนื้อ</b></h3>
<p class="p8">21 <span class="s5">สิงหาคม</span> 2560</p>
<p class="p6"><span class="s4">{</span>สามปีก่อนหน้านั้น<span class="s4">}</span></p>
<p class="p3">นลธวัชได้รับหมายศาลให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาจากคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช<span class="s4">. </span>ที่<span class="s4"> 3/2558 </span>ข้อ<span class="s4"> 12 </span>เรื่องการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่<span class="s4"> 5 </span>คนขึ้นไป ผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์สามวันก่อนหน้า–<span class="s4">18 </span>กรกฎาคม<span class="s4"> 2560 </span>เขากับกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่นักวิชาการอีก<span class="s4"> 4 </span>คน ร่วมกันชูมือสามนิ้ว พร้อมป้ายข้อความ<span class="s4"> ‘</span>เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร<span class="s4">’ </span>ส่งสารอย่างตรงไปตรงมาถึงนายทหารที่เข้ามาจับตาดูงานประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษาที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเชียงใหม่</p>
<p class="p3">แน่นอนพวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาจ้างทนายเพื่อต่อสู้กันในศาลแขวงเชียงใหม่ เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งปีกับอีกเกือบครึ่ง ศาลนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ไปบางส่วนหากยังไม่ทันที่ฝั่งจำเลยจะได้สืบพยานฝั่งตัวเองบ้าง คำสั่งหัวหน้าคณะรัฐประหารฉบับใหม่<span class="s4"> 22/2561 </span>ก็ออกมายกเลิกข้อกฎหมายที่พวกเขาถูกกล่าวหาก่อนการสืบพยานเพียงวันเดียว ท้ายที่สุดเมื่อวันที่<span class="s4"> 25 </span>ธันวาคม<span class="s4"> 2561 </span>ศาลอ่านคำพิพากษาให้ยกฟ้องนลธวัชและพวก เนื่องจากฐานความผิดถูกยกเลิกแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106994" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p3"><span class="s4"> “</span>ผมสนใจการเมืองมาตลอด แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจในกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว และไม่ได้มีส่วนร่วม กระทั่งถึงวันที่ตัวเองต้องสนใจเพราะตกอยู่ในฐานะจำเลย เริ่มต้นจากความคลางแคลงใจในข้อกล่าวหา ซึ่งเรามั่นใจว่าโดยพฤติกรรมแล้ว สิ่งที่เราทำไม่ผิดกฎหมาย เพียงแต่มันไม่ถูกใจคณะรัฐประหารเท่านั้น จนมีโอกาสได้ขึ้นศาลนั่นแหละ บรรยากาศในนั้น ทำให้ผมคิดถึงงานนี้<span class="s4">” </span>นลธวัชเล่า</p>
<p class="p3"><span class="s4"> “Poiser </span>เกิดจากห้วงเวลาที่ผมค้นพบความย้อนแย้งในระบบศาลยุติธรรมของไทย เพราะเมื่อเราพูดถึงความยุติธรรม ก็ย่อมคิดถึงหลักเหตุผลและความเป็นวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่ผมพบกลับเป็นความพยายามที่รัฐจะใช้อภินิหารทางกฎหมายเอาผิดผู้ที่เห็นต่าง และเมื่อพิจารณาจากคดีความที่เกี่ยวกับการเมืองก่อนหน้า ก็พบว่าแทนที่ศาลจะเป็นองค์กรอิสระที่ยึดมั่นหลักเหตุผลเพื่อความเท่าเทียมของประชาชน ศาลเป็นเพียงแค่เครื่องมือกำชับอำนาจของ คสช<span class="s4">.” </span></p>
<p class="p3">วันเดียวกับที่เขากลับมาจากศาล นลธวัชชวน<span class="s6">จักรพันธ์</span> <span class="s6">ศรีวิชัย</span><span class="s7"> (</span><span class="s6">ช่างภาพวิดีโอในกลุ่มลานยิ้มการละคร</span><span class="s7">) </span><span class="s6">เปิดสตูดิโอบันทึกงานเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่เกิดขึ้นในหัวเขาอย่างปัจจุบันทันด่วน</span> <span class="s6">เขาคิดถึงละครบูโต</span><span class="s7"> (Butoh) </span><span class="s6">ของญี่ปุ่น</span> <span class="s6">ตัวละครประแป้งขาวโพลน</span> <span class="s6">เปลือยเปล่า</span> <span class="s6">และเต้นเร่าในร่างกายอันบิดเบี้ยวผิดมนุษย์</span><span class="s7">–</span><span class="s6">นลธวัชคือศูนย์กลางของการเคลื่อนไหว</span><span class="s7"><span class="Apple-converted-space"> </span></span><span class="s6">โดยมีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่ร่ายรำไปกับเขา</span> <span class="s6">สัมผัส</span> <span class="s6">โอบรัด</span> <span class="s6">ไปจนถึงโกนผม</span> <span class="s6">ทาแป้งดินสอพองให้เขา</span> <span class="s6">และหาพร็อพมาประกอบฉาก</span> <span class="s6">อาทิ</span> <span class="s6">คานไม้หาบน้ำและถังสเตนเลสสองใบ–</span><span class="s6">ศิลปินหัวโล้นตัวขาว</span> <span class="s6">ใช้มันแทนสัญลักษณ์ของตราชั่งตุลาการ</span><span class="s7"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107018" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/บูโต-768x1024.jpg" alt="" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/บูโต-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/บูโต-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/บูโต-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/บูโต.jpg 1511w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107008" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p9"><span class="s4">“</span>ในศาล ผมเห็นจินตภาพของความศักดิ์สิทธิ์ที่ค่อยๆ พังทลายลงมา เหมือนการร่วงหล่นหลุดลอกของผิวหนัง เห็นสภาวะที่เจ้าหน้าที่ในนั้นต้องวิ่งชุบตัวกันตลอดเวลา เพื่อคงสถานภาพของความศักดิ์สิทธิ์นั้นไว้<span class="s4">” </span>เขากล่าว</p>
<p class="p10">จากวิดีโอในตอนแรกนลธวัชทดลองนำ<span class="s4"> Poiser </span>ไปจัดแสดงตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในวัด<span class="s4">, </span>ถนนคนเดินวันอาทิตย์จังหวัดเชียงใหม่<span class="s4">, </span>ลานหน้าห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงอย่างเป็นทางการตามกิจกรรมต่างๆ ตลอดปี<span class="s4"> 2019 </span>ระหว่างนั้นเขาก็ให้จักรพันธ์ตามบันทึกการแสดงตลอด</p>
<p class="p10">สามปีนับตั้งแต่เขาถูกหมายศาลเรียกให้มารับฟังข้อกล่าวหา เขากับ<a href="https://adaymagazine.com/krai-sridee/" target="_blank" rel="noopener">ไกร ศรีดี</a> ในฐานะภัณฑารักษ์คัดสรรวิดีโอดังกล่าวมาจัดแสดงในรูปแบบ<span class="s4"> video installation </span>ในนิทรรศการ<span class="s4"> Poiser </span>พร้อมกับงานเพอร์ฟอร์แมนซ์ การเขียนบทกวีทับหมายศาลเพื่อโยนทิ้งดังที่กล่าวไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p12" style="text-align: center;"><b>ตอนที่</b><span class="s4"><b> 3 : </b></span><b>คณะละครเร่มืออาชีพของนักศึกษาที่ต่อมาเรียนไม่จบ</b><b> </b></h3>
<p class="p10">นลธวัชเกิดที่อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง เรียนโรงเรียนสตรีพัทลุง ตั้งมั่นจะทำงานด้านสื่อมวลชนจากสภาพแวดล้อมในวัยเด็กที่เห็นชาวบ้านตัวเล็กๆ ในภาคใต้ต้องต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ช่วงรอยต่อระหว่างขึ้นมัธยมปลายนลธวัชมีโอกาสทำกิจกรรมกับกลุ่มดินสอสี<span class="s4"> (Dinsorsee Creative Group) </span>ติดตามพี่ๆ ทางกลุ่มไปช่วยจัดกิจกรรมรวมถึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นผู้จัดกิจกรรมในจังหวัดพัทลุง เป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มรู้จักกระบวนการสื่อสารผ่านละครเวที</p>
<p class="p3"><span class="s6">ขึ้นมัธยมปลาย</span> <span class="s6">พร้อมไปกับการเกิดรัฐประหารในปี</span><span class="s7"> 2557 </span><span class="s6">เขาได้อ่านหนังสือที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตอย่าง</span><span class="s7"> <em>เรื่อง</em></span><em>นายปรีดี พนมยงค์ ตามทัศนะ ส<span class="s4">.</span>ศิวรักษ์</em><span class="s4"> </span>กับ<span class="s4"> </span><em>ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง<span class="s4"> </span></em>ของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล หนังสือที่มีส่วนทำให้เขาเข้าใจมูลเหตุแห่งความขัดแย้งอันเรื้อรังในประเทศ และเปลี่ยนผ่านเขา จากนักเรียนมัธยมปลายทั่วไป สู่นักเรียนมัธยมปลายที่คิดใช้ศิลปะเป็นสื่อขับเคลื่อนการเมือง จากนั้นชายหนุ่มก็ใช้เวลาช่วงปิดเทอมขึ้นมากรุงเทพฯ เข้า<span class="s4">&#8211;</span>ออก สถาบันปรีดี พนมยงค์ เป็นว่าเล่น ทั้งในฐานะผู้ฟังงานเสวนา และผู้ช่วยในการจัดกิจกรรม<span class="s4"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106996" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p3">นลธวัชเป็นคนเรียนเก่ง ตอนอยู่ ม<span class="s4">.5 </span>เขาสอบติดคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หากท้ายที่สุดเขาพบว่าจุฬาฯ ไม่ใช่ทางของเขา ก่อนที่เขาจะสอบติดคณะสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมสอบชิงทุนได้อันดับหนึ่งของคณะ รับเงินสนับสนุนการศึกษาแบบให้เปล่า<span class="s4"> 50,000 </span>บาทในทุกเทอม นั่นทำให้เขาคิดนำเงินมาต่อยอด เขาขอสนับสนุนเงินจากพี่ชายที่ทำงานบริษัทเอกชนต่างชาติอีก<span class="s4"> 150,000 </span>บาท เช่าอาคารอยู่ด้านหลัง ม<span class="s4">.</span>ช<span class="s4">. </span>เพื่อเป็นฐานที่มั่นของคณะละครที่เขาตั้งชื่อว่า<span class="s4"> ‘</span>ลานยิ้มการละคร<span class="s4">’ </span>โดยได้แรงบันดาลใจในการตั้งชื่อมาจากท่อนหนึ่งในบทเพลง<span class="s4"> ‘</span>แสงดาวแห่งศรัทธา<span class="s4">’ </span>ของ จิตร ภูมิศักดิ์<span class="s4"> (</span><em><span class="s6">ขอเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ</span></em><span class="s4">)</span></p>
<p class="p3"><span class="s4"> “</span>พอเข้าปีหนึ่งผมก็ชวนเพื่อนๆ ทำกิจกรรมเลย ตั้งแต่การต่อต้านการรับน้องใหม่ แล้วก็มีเคสที่ไมตรี จำเริญสุขสกุล<span class="s4"> (</span>ผู้สื่อข่าวพลเมืองชาวลาหู่<span class="s4">) </span>โดนทหารแจ้งความ พ.ร.บ<span class="s4">.</span>คอมพิวเตอร์ พอดี ก็เลยทำละครเวทีไปเล่นที่บ้านไมตรี จากนั้นทางกลุ่มก็มีลักษณะคล้ายคณะละครเร่ที่ทำละครการเมืองไปเล่นที่ต่างๆ ทั้งในเชียงใหม่<span class="s4">, </span>กรุงเทพฯ<span class="s4">, </span>ขอนแก่น และพัทลุง เลยมาเริ่มคิดว่าเราน่าจะทำให้มันเป็นทางการไปเลยนะ ผมก็เลยเอาทุนที่ได้จากคณะมารวมกับทุนจากพี่ชาย ตั้งลานยิ้มการละครขึ้นมา ทำละครเวที งานเพอร์ฟอร์แมนซ์ การทำเวิร์กช็อปทางศิลปะ ไปจนถึงกิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ<span class="s4">” </span>นลธวัช กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-107017" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ทรงกรวย.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ทรงกรวย.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ทรงกรวย-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ทรงกรวย-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ทรงกรวย-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107019" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/สุรชัย-แซ่ด่าน-1024x536.jpg" alt="" width="1024" height="536" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/สุรชัย-แซ่ด่าน-1024x536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/สุรชัย-แซ่ด่าน-300x157.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/สุรชัย-แซ่ด่าน-768x402.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/สุรชัย-แซ่ด่าน-600x314.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/สุรชัย-แซ่ด่าน.jpg 1440w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p6">กลุ่มละครของเขาแสบใช่เล่น–ปี<span class="s4"> 2561 </span>นลธวัชสะท้อนความพยายามของรัฐบาลเผด็จการทหารในการยัดเยียดร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติ ด้วยการทำละครเวที<span class="s4"> ‘</span>ทรงกรวย<span class="s4">’ </span>ให้นักแสดงสวมศีรษะด้วยกรวยจราจรร่ายรำภายใต้โจทย์ที่ว่าแต่ละคนเป็นภาพแทนของกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมตามมาตราต่างๆ<span class="s4"> / </span>ปีต่อมา ภายหลังมีการพบศพบิลลี่–พอละจี รักจงเจริญ เป็นเถ้าอยู่ในถังน้ำมันภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นลธวัชบันทึกวิดีโอ ทดลองนำร่างตัวเองไปอยู่ในถังน้ำมันสีแดง และจุดไฟ จำลองชะตากรรมของผู้บริสุทธิ์ที่ถูกบังคับให้สูญหายโดยรัฐ<span class="s4"> / </span>เช่นเดียวกับที่เขาเปลือยร่าง นอนลงไปในแอ่งโคลน และนำเสาปูนยาวหนึ่งเมตรมาทับร่าง จำลองสภาพศพของสามผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ถูกพบริมแม่น้ำโขงเมื่อปีที่แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107016" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ถังแดง-688x1024.jpg" alt="" width="688" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ถังแดง-688x1024.jpg 688w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ถังแดง-202x300.jpg 202w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ถังแดง-768x1143.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ถังแดง-600x893.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ถังแดง.jpg 1354w" sizes="(max-width: 688px) 100vw, 688px" /></p>
<p class="p6">นอกจากนี้ ในช่วงที่ชัยภูมิ ป่าแส ถูกวิสามัญฆาตกรรมที่เชียงใหม่ ลานยิ้มการละครก็เป็นตัวตั้งตัวตีจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เขา ซึ่งก็เคลื่อนไหวหนักเสียจนเจ้าหน้าที่ทหารต่างพากันมาเยือนบ้านของครอบครัวคณะทำงาน บ่อยเสียจนครอบครัวของเขาที่พัทลุงคุ้นชิน</p>
<p class="p6">ใช่<span class="s4">, </span>และเช่นเดียวกับในขณะนี้ พวกเขาจัดการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตในพื้นที่สาธารณะทั่วเชียงใหม่ เป็นแนวร่วมกับม็อบเยาวชนปลดแอกในการวิพากษ์ความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็สร้างแรงกระเพื่อมถึงขั้นที่รัฐบาลแจ้งความดำเนินคดีหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม</p>
<p class="p3">ทุนการศึกษาเทอมละ<span class="s4"> 50,000 </span>บาทที่เขาได้รับตอนปีหนึ่ง งอกเงยมาไกลและเฉียบคมจนทุกวันนี้ กระนั้นก็น่าประหลาดใจว่า เมื่อเขารับทุนไปได้แค่สองครั้ง พลันขึ้นปีสองเขาก็กลับปฏิเสธทุน เมื่อเขาพบว่าการศึกษาในระบบไม่สามารถตอบโจทย์ชีวิตเขา ซึ่งคาบเกี่ยวกับที่เขาถูก คสช<span class="s4">.</span>สั่งฟ้องจากการไปชูป้ายและปัญหาสุขภาพทางประสาทที่เขาได้ยินเสียงในหูตลอดเวลาเขาจึงหยุดการศึกษาในระบบไว้ที่ปริญญาตรีปีสอง โดยตลอดสามปีล่วงมาถึงปัจจุบันชายหนุ่มหาเลี้ยงชีพจากการเป็นผู้กำกับคณะละครเวที ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์ รวมถึงการทำโปรดักชั่นเฮาส์ภายใต้กลุ่มลานยิ้มการละคร</p>
<p class="p3">ศิลปะการแสดงคืออาชีพของเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p12" style="text-align: center;"><b>ตอนที่</b><span class="s4"><b> 4 : </b></span><b>เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตจะไม่มีพลังเลย</b><b> </b><b>หากรัฐไม่หวงอำนาจถึงเพียงนี้</b><b> </b></h3>
<p class="p3">ก่อนงานเปิดนิทรรศการไม่กี่วันผมมีโอกาสได้คุยกับนลธวัชที่สวนอัญญา<span class="s4"> (</span>เฮือนครูองุ่น มาลิก<span class="s4"> : </span>หอประวัติศาสตร์ประชาชนภาคเหนือ<span class="s4">) </span>ฐานที่มั่นปัจจุบันของกลุ่มลานยิ้มการละคร ในชุมชนห้วยแก้ว ข้างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107003" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p3">เราคุยกันในห้วงเวลาภายหลังที่กลุ่มนักเรียน<span class="s4">&#8211;</span>นักศึกษาทั่วประเทศพากันลุกฮือเสนอข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของพระมหากษัตริย์ ก่อนที่รัฐบาลจะไล่จับแกนนำบางคนรายสัปดาห์<span class="s4"> / </span>ลานยิ้มการละครเป็นแนวร่วมของกลุ่มนักศึกษา แสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์ รอบคูเมืองเชียงใหม่ ก่อนที่วิธญา คลังนิล สมาชิกในกลุ่ม ถูกหมายเรียกจากรัฐในข้อหา<span class="s4"> ‘</span><span class="s6">ร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุม</span> <span class="s6">ณ</span> <span class="s6">ที่ใด</span> <span class="s6">อันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบ</span><span class="s7">’ (</span><span class="s6">เขาเป็นคนเดียวที่ถูกเรียกจากศิลปินที่แสดงทั้งหมด</span><span class="s7"> 13 </span><span class="s6">คนในวันนั้น</span><span class="s7">) / </span><span class="s6">รัฐบาลกำลังรุกไล่อย่างหนักในการประชาสัมพันธ์สร้างความไม่ชอบธรรมให้กับม็อบนักศึกษา</span><span class="s7"> / </span><span class="s6">และไม่กี่วันหลังจากที่เราคุยกันจบ</span> <span class="s6">ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักที่สุดอย่างเป็นประวัติการณ์ของประเทศ</span> <span class="s6">สภากลับอนุมัติให้กองทัพเรือซื้อเรือดำน้ำ</span><span class="s7"> 2 </span><span class="s6">ลำ</span> <span class="s6">มูลค่า</span><span class="s7"> 22,500 </span><span class="s6">ล้านบาท</span></p>
<p class="p10">และนี่คือบทสนทนาในวันนั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107001" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p10"><b>ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของงาน</b><span class="s4"><b> Poiser </b></span><b>ก่อน</b><b> </b><b>คุณบอกว่าเมื่อก่อนแทบไม่ได้สนใจกระบวนการยุติธรรมในบ้านเรา</b><b> </b><b>จนกระทั่งมาเจอด้วยตัวเอง</b><b> </b><b>กระนั้นคุณคิดบ้างไหมว่างานเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่คุณทำขึ้นมาเพื่อวิพากษ์ศาล</b><b>อาจไม่ตรงประเด็นนัก</b><b> </b><b>เพราะคนที่ฟ้องร้องดำเนินคดีคุณจริงๆ</b><b> </b><b>คือทหาร</b></p>
<p class="p9">จริงอยู่ที่โจทก์ที่ฟ้องพวกเราคือรองแม่ทัพภาคของเชียงใหม่ ศาลเป็นเพียงฝ่ายพิจารณาเพื่อตัดสิน แต่ไม่ว่าเป็นฝ่ายใดฟ้องก็ไม่อาจเปลี่ยนความคิดที่ผมมีต่อสถาบันศาลยุติธรรมในปัจจุบันได้ ดังที่ผมบอกว่าพอเข้าไปขึ้นศาลจริง มันมีบรรยากาศบางอย่างที่ผูกกับสถาบันอื่นๆ ของชาติ หนาแน่นเสียจนผมไม่คิดว่ามันจะเป็นสถาบันยุติธรรมที่ประชาชนทั่วไปสามารถพึ่งพิงได้ ขณะเดียวกันกระบวนการของศาลก็ยืดเยื้อและยืดยาวเสียจนมันมีช่องโหว่ให้เกิดการแทรกแซงดังที่เราเห็นจากคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา<span class="s4"> </span></p>
<p class="p9">ผมใช้เวลาสู้คดี 1 ปีกับอีก 4 เดือน เพื่อสุดท้ายจะถูกยกฟ้องเพราะหัวหน้า คสช<span class="s4">.</span>สั่งยกเลิกกฎหมายชุมนุมเกิน<span class="s4"> 5 </span>คน ตอนนั้นเป็นช่วงเดือนธันวาคม<span class="s4"> 2561 </span>มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์ในคดีไปแล้ว<span class="s4"> 6 </span>ปาก ยังเหลืออีก<span class="s4"> 4 </span>ปาก อย่างที่บอกว่ามันเป็นกระบวนการที่ยาวนานมาก และระหว่างนั้นฝ่ายทหารก็มีความพยายามจะให้พวกเราเซ็น<span class="s4"> MOU </span>ให้เลิกแสดงความเห็นทางการเมืองเพื่อจะได้ยุติคดีแต่เราก็ปฏิเสธเพราะมั่นใจว่าคดีนี้เราไม่ผิดและจะสู้ให้ถึงที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106997" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p9">ระหว่างซักพยานในศาล มีช่วงหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจในงานผมอย่างมาก คือเราถูกฟ้องร้องเพราะชูสามนิ้ว ซึ่งทนายฝ่ายเราก็แย้งไปว่า แต่การชูสามนิ้วมันคือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ เป็นคอนเซปต์ของประชาธิปไตย เช่นนั้นแล้วการชูสามนิ้วคือการสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการใช่หรือไม่ ซึ่งฝ่ายเราก็บี้เขาต่อว่าแล้วประชาธิปไตยกับเผด็จการอันไหนดีต่อประชาชนมากกว่ากัน โจทก์ก็ตอบว่าประชาธิปไตย เช่นนั้นแล้วการชูสามนิ้วเพื่อต่อต้านเผด็จการจะเป็นเรื่องผิดหรือรัฐจะมาห้ามไม่ให้ประชาชนทำได้ยังไง</p>
<p class="p9">อีกตอนหนึ่ง โจทก์ที่เป็นทหารยืนยันกับศาลว่าที่ต้องดำเนินคดีกับพวกเราเนี่ยเพราะว่าทหารมีหน้าที่ปกป้องความมั่นคงของรัฐบาล ถ้าอะไรที่มากระทบเสถียรภาพของรัฐ เขาจำเป็นต้องจัดการ ทนายความเราก็ถามกลับว่า ถ้าอย่างนั้นวันที่<span class="s4"> 22 </span>พฤษภาคม<span class="s4"> 2557 </span>พลเอกประยุทธ์ได้รายงานให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทราบมาก่อนไหมว่าจะมีการรัฐประหาร ก็ในเมื่อทหารมีหน้าที่ปกป้องเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งทางนั้นก็จนมุม ระหว่างนี้ก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตลอด ผมจึงพบว่าไม่ใช่แค่ทหารหรอก แต่ตัวศาลเองนี่แหละที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของการกำชับอำนาจของรัฐบาลทหาร<span class="s4"><span class="Apple-converted-space">  </span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p9"><b>ในเมื่อคุณพบว่าเขาน่าจะมีการเอื้อประโยชน์กันอยู่แล้ว</b><b> </b><b>คุณมีความมั่นใจได้ยังไงว่าจะชนะคดี</b><span class="s4"> </span></p>
<p class="p9">เราไม่ได้มั่นใจ<span class="s4">ร้อย</span>เปอร์เซ็นต์ว่าจะชนะคดี แต่เราแค่ยืนยันที่จะสู้คดี เราใช้เวลา 1 เดือนในการเตรียมตัว และตกลงกับทนายความว่าอยากให้มันเป็นคดี เรามองว่านี่จะเป็นคดียุทธศาสตร์ เพราะก่อนหน้านี้คำสั่ง<span class="s4"> 3/58 (</span>ห้ามชุมนุมเกินกว่า<span class="s4"> 5 </span>คน<span class="s4">) </span>มันถูกใช้แต่กับชาวบ้านที่ต่างจังหวัดเยอะมาก แต่ไม่เคยถูกใช้ฟ้องร้องนักวิชาการ ถ้าคดีนี้ผ่านไปจนถึงขั้นตัดสินแล้วเนี่ย มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้คดีในประเทศนี้อีกหลายร้อยคดี และเราก็พบว่า คสช<span class="s4">.</span>ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิดมาก หนึ่งวันก่อนที่เราเบิกพยานฝั่งจำเลย ประยุทธ์ก็สั่งยกเลิกมาตรานี้ไปเลย เพราะในสองวันที่ทนายฝั่งเราสอบทหารมา ยังไงเราก็มั่นใจว่าจะชนะคดี คสช<span class="s4">.</span>ก็เลยตัดตอนเพื่อไม่ให้คดีอื่นมีปัญหาไปด้วยเลย<span class="s4"><span class="Apple-converted-space">   </span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107000" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p10"><b>พอเข้าใจว่า</b><span class="s4"><b> ‘</b></span><b>ศาล</b><span class="s4"><b>’ </b></span><b>เป็นภาพแทนของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมร้อยกับทหารและสถาบันกษัตริย์</b><b> </b><b>ซึ่งคุณก็สร้างงานศิลปะเพื่อวิพากษ์สถาบันเหล่านี้ตลอดมา</b><b> </b><b>แต่สนใจว่าคุณมองเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของ</b><span class="s4"><b> ‘</b></span><b>โรงพยาบาล</b><span class="s4"><b>’ </b></span><b>ตรงไหน</b><b> </b><b>ที่ทำให้คุณรวมไว้เป็นหนึ่งในเป้าหมายในการทำงานด้วย</b><b> </b></p>
<p class="p10">สำนักพระราชวัง<span class="s4">, </span>ค่ายทหาร<span class="s4">, </span>ศาล และโรงพยาบาล คือสถานที่ที่ผมมองว่าเป็นดินแดนสนธยาของประเทศนี้ เพราะทั้งหมดล้วนเป็นสถานที่ที่ต้องสถาปนาอำนาจที่อยู่เหนือประชาชนตลอดเวลา ในขณะที่สถาบันเหล่านี้ควรจะมีไว้เพื่อรับใช้ประชาชน หากกลายเป็นประชาชนเองที่ต้องหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะไปเรียกร้องอะไร</p>
<p class="p10">โรงพยาบาลมีอำนาจแบบ<span class="s4"> top down </span>ครับ ในขณะที่หน้าที่หลักของเขาคือการรักษาพยาบาลคนป่วยแต่ก็กลับมีฟันเฟืองแบบโรงงานและมีความเป็นลำดับชั้นในห้องผ่าตัด หมอพยาบาลและผู้ป่วยล้วนเป็นนักแสดงที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจคนละแบบ ซึ่งแน่นอนทั้งหมดไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107005" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p9">ขณะเดียวกันประชาชนอย่างเราไม่สามารถต่อรองราคาค่ารักษาหรือค่ายาได้เลย ความที่ผมป่วยบ่อยและต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลมากกว่าปกติผมก็เลยเจอเคสเรื่องอำนาจที่ต่อรองไม่ได้ในนี้เยอะ เคยเจอคนไข้ชาวม้งท่านหนึ่งมารักษาที่โรงพยาบาลรัฐ เขาไม่มีสวัสดิการและถูกเรียกเก็บค่ารักษา 3,000 กว่าบาทแต่ตอนนั้นเขามีเงินติดตัวอยู่ 200 บาท เขาถึงกับต้องกราบคุณหมอเพื่อขอผัดผ่อนออกไปก่อน แต่หมอก็ไม่ยอม ไม่ใช่หมอใจดำ แต่หมอก็ไม่มีอำนาจในการอนุญาตเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นระบบในโรงพยาบาลจึงเป็นระบบเดียวกับทหารและศาลยุติธรรม เป็นระบบราชการที่ดูเหมือนจะเป็นเสาหลักให้ประชาชนแต่กลับกลายเป็นดินแดนสนธยาที่เราไม่อาจเอื้อม</p>
<p class="p9">ผมวางแผนในการทำรีเสิร์ชไว้<span class="s4"> 12 </span>ปี โดยรีเสิร์ชสถานที่ละ<span class="s4"> 3 </span>ปี โฟกัสไปที่อำนาจบางอย่างซึ่งมันกระทำกับร่างกายของเรา เช่นที่ผมขึ้นศาลและพัฒนาออกมาเป็นงานที่แสดงถึงร่างกายอันบิดเบี้ยวหรือการโกนหัวในเพอร์ฟอร์แมนซ์ก็เป็นสัญลักษณ์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของปุถุชนธรรมดา คนที่มีผมอยู่ดีๆ แล้วถูกโกนก็มีแต่ทหาร นักโทษ ดีหน่อยก็เป็นพระ แต่การโกนหัวมันมีลักษณะคล้ายคลึงกับการทำลายมนุษย์ซึ่งผมมองว่าสถาบันเหล่านี้มันมีอำนาจที่ส่งผลต่อความทรงจำของกล้ามเนื้อ เช่นที่เราเจออาจารย์ปุ๊บเราต้องยกมือไหว้หรือเจอข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคนอาจต้องเอามือกุมเป้าโดยอัตโนมัติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p10"><b>แล้วคุณคิดอย่างไรหากมีคนมองว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตของคุณคือเครื่องมือรับใช้ทางการเมือง</b><b> </b></p>
<p class="p10">หน้าที่หนึ่งของศิลปะคือการรับใช้อุดมการณ์ทางการเมืองอยู่แล้วครับ เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตมันถูกสร้างขึ้นเป็นศิลปะริมถนนหรือในพื้นที่สาธารณะเพื่อสื่อสารกับผู้คนเรื่องสังคมการเมือง มันสร้างผลกระทบในความรู้สึกร่วมของประชาชน เป็นเครื่องมือสร้างจินตนาการหรือการปลุกระดมก็ว่ากันไป แต่เดิมรัฐไม่เข้าใจสิ่งนี้ เขามองว่าศิลปะประเภทนี้ไร้ความหมายไร้ค่า แต่ทันทีที่มีการประท้วงเกิดขึ้นเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตมันถูกยึดโยงความหมายไปด้วยกัน และนั่นทำให้รัฐเริ่มหวาดกลัวและหาวิธีปิดปากพวกเรา</p>
<p class="p6"><span class="s6">แต่นั่นล่ะ</span> <span class="s6">รัฐก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้</span> <span class="s6">นายทหารไม่รู้จะดำเนินคดีคนทำเพอร์ฟอร์แมนซ์ยังไง</span> <span class="s6">เพราะมันไม่ได้บอกข้อมูลแบบตรงไปตรงมา</span> <span class="s6">เขาไม่สามารถหยุดการทำงาน</span>ของศิลปะและควบคุมจินตนาการของผู้คนให้ซ้ายหันขวาหันได้ อำนาจจินตนาการมันกลับไปหาคนดู อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐกลัว และเราก็มองเห็นว่ามันเป็นช่องว่างอยู่เหมือนกันเพราะถ้าผู้มีอำนาจไม่ได้หวงอำนาจแบบนี้งานศิลปะก็คงไม่ได้ทำงานแบบนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107004" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p6">เราพูดกันเสมอว่ากระดาษเปล่าจะไม่กลายเป็นอาวุธ แต่ว่าบรรยากาศของมันทำให้แม้ใครสักคนชูมันขึ้นมาผู้คนก็จะอ่านออกเพราะเข้าใจในบริบท เพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตคือเครื่องมือรับใช้การเมืองอย่างชัดเจนเพราะน้ำเสียงหลักของงานนี้มันอยู่ในม็อบ ศิลปะไม่สามารถนำม็อบได้แต่เราเดินทางไปพร้อมกันกับผู้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกันได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><b>ทำไมจึงเลือกทำงานเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตเพื่อสื่อสาร</b><b> </b><b>ทั้งๆ</b><b> </b><b>ที่เอาเข้าจริงคุณก็เป็นผู้กำกับละครเวที</b><b> </b><b>ซึ่งการทำละครเวทีน่าจะเล่าเรื่องให้คนเข้าใจได้ง่ายกว่า</b><b> </b></p>
<p class="p3">มันเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่าโดยเฉพาะการไปแสดงในที่สาธารณะหรือในม็อบ</p>
<p class="p6">จริงอยู่ว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์มันต่อต้านการเล่าเรื่อง หรือ<span class="s4"> narrative </span>ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ชมตีความผิดจากประเด็นที่เราตั้งใจนำเสนอไปได้ แต่ก็อย่าลืมว่าประเทศของเรา<span class="s4"> narrative </span>มันถูกใช้ในสถาบันหลักของชาติมานานมากแล้ว ทั้งชาตินิยม การสำนึกในบุญคุณพระเจ้าแผ่นดิน ขณะเดียวกันฝ่ายอนุรักษนิยมก็มีความพยายามแย่งชิง<span class="s4"> narrative </span>ของฝ่ายตรงข้ามมาตลอด อย่างเห็นได้ชัดคือความพยายามลบประวัติศาสตร์ของคณะราษฎรในปัจจุบัน ไอ้บรรยากาศที่มี<span class="s4"> narrative </span>แบบนี้ ผมจึงคิดว่าการทำงานศิลปะที่ไม่ต้องใช้<span class="s4"> narrative </span>อย่างเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตจึงเป็นศิลปะของการต่อต้านได้ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106999" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p3"><b>แต่นั่นล่ะ</b><b> </b><b>ก็ในเมื่อเพอร์ฟอร์แมนซ์มันไม่มี</b><span class="s4"><b> narrative </b></span><b>คุณไม่กลัวว่าคนดูจะเข้าใจสารของคุณผิดหรือ</b></p>
<p class="p3">งานเพอร์ฟอร์แมนซ์มันเดินไปพร้อมกับผู้คน ไปพร้อมกับม็อบ พลาดก็พลาดพร้อมกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน หัวใจสำคัญคือพื้นที่ตีความซึ่งมันเกิดแล้ว อย่างน้อยเราได้คุยกันว่ามันมีมิตินี้ในงานชิ้นนี้ แล้วคิดเห็นกันยังไง จากนั้น<span class="s4"> narrative </span>มันเกิดขึ้นจากการสนทนา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแต่งแบบละคร มันคือการแลกเปลี่ยนความเห็นกันแบบวิพากษ์วิจารณ์ได้ โต้แย้งกันได้ และประวัติศาสตร์หลายสิบปีที่ผ่านมามันสะท้อนให้เห็นแล้ว การที่เราโต้แย้งกันนี่แหละที่มันช่วยขยับเพดานทางความคิดของผู้คนให้สูงขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><b>มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ว่าศิลปินผู้บุกเบิกเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตหลายท่านในบ้านเรา</b><b> </b><b>แต่ก่อนก็เป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน</b><b> </b><b>แต่มาตอนหลังบางส่วนก็ไปเข้าร่วมกับ</b><b> </b><b>กปปส</b><span class="s4"><b>. </b></span><b>จนมาถึงทุกวันนี้</b><b> </b><b>ศิลปินเหล่านั้นกลับเงียบหายไป</b><b> </b><b>คุณพอทราบไหมว่าเป็นเพราะอะไร</b></p>
<p class="p3">ผมไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าให้ผมเดาผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะช่วงวัยที่พวกเขาอาจอิ่มตัวแล้วหรือไม่ก็อาจเพราะกลัวพลาด อย่างถ้าเราพูดเรื่องสันติภาพ สิ่งแวดล้อม หรือปัญหาปากท้องชาวบ้าน พูดตอนไหนก็ถูกต้อง แต่กับประเด็นที่ยังคงเป็นปัญหาหรือประเด็นที่คิดไม่ตกอย่างการเมืองหรือการต้องเลือกข้าง ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์รุ่นใหญ่หลายท่านกลับกลายเป็นว่าขอรอให้สถานการณ์นี้ผ่านไปก่อน คลี่คลายยังไงแล้วค่อยว่ากัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107006" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107007" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p6">กรณีเสื้อแดงถูกสังหารปี<span class="s4"> 2553 </span>นี่ชัด พอเห็นว่าเสื้อแดงถูกยิง ก็แปะป้ายให้เขาเป็นควายแดง ผมคิดว่าในทางกลับกัน ถ้าตอนนั้นเสื้อแดงชนะ เราก็อาจเห็นศิลปินเพอร์ฟอร์มถึงชัยชนะของประชาชนก็เป็นได้ ซึ่งศิลปินเหล่านี้เป็นรุ่นพี่เราในวงการทั้งนั้น เป็นอาจารย์ของเราก็ว่าได้ แต่ผมก็ไม่ได้หมายความว่าศิลปินรุ่นใหญ่เป็นแบบนี้ทั้งหมด หลายท่านก็ยังคงทำงานเป็นกระบอกเสียงให้คนรุ่นใหม่ เขาไม่กลัวว่าท้ายที่สุดแล้วจะพลาด หรือเราจะแพ้ นี่เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเคารพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p6"><b>แล้วจุดยืนทางการเมืองในปัจจุบันมันเป็นเงื่อนไขในการทำให้ใครสักคนนิยมชมชอบศิลปินสักคนด้วยจริงหรือเปล่า</b></p>
<p class="p3">หากศิลปินทำงานเพื่อขับเคลื่อนการเมืองหรือเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนในยุคหนึ่ง แต่กลับเลือกที่จะเงียบในอีกยุค ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังทำงานอยู่ มันก็เป็นเหตุผลสำคัญในการที่เราจะเลิกติดตามเขาไม่ใช่หรือครับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-106992" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Nontawat-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p3">โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารมันเปิดกว้างมันเข้าถึงกันได้หมดทั่วโลกแล้ว อยู่ที่ว่าคุณเลือกจะเปิดหูเปิดตารับรู้และทำความเข้าใจมันหรือเปล่า ในท้ายที่สุดผมมาพบว่างานทุกชิ้นที่ทำหรือความพยายามของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันมันไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า แต่มันกลับเป็นการต่อสู้กับสิ่งที่คนรุ่นเก่าเชื่อมั่นว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่คนรุ่นใหม่ไม่เชื่อและต้องการการเปลี่ยนแปลงความเชื่อมีส่วนทำให้คนรุ่นก่อนหน้ารวมถึงศิลปินรุ่นใหญ่หลายท่านหยุดการคิดเชิงวิพากษ์ไปแล้ว พวกเขากลัวการเปลี่ยนแปลง ซึ่งน่าเศร้าที่พอพวกเขาเอาตัวเองเป็นโจทย์และคิดว่าการเปลี่ยนแปลงกระทบกับคุณ คนรุ่นต่อมาจึงฉิบหายกันหมดเพราะวิธีคิดแบบนี้<span class="s4"><span class="Apple-converted-space">   </span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p3"><b>แล้วเคยคิดไปถึงวันข้างหน้าบ้างไหม</b><b> </b><b>ว่าพอคุณแก่ตัวลง</b><b> </b><b>คุณอาจจะเป็นเหมือนศิลปินรุ่นใหญ่ที่คุณวิพากษ์</b></p>
<p class="p3"><b> </b>เอาจริงๆ ผมก็ไม่มั่นใจ ในอนาคตผมอาจเป็นสลิ่มก็ได้ แต่ผมคิดว่าการยึดมั่นในหลักการและไม่สูญเสียมันไปไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ใดก็เป็นสิ่งยืนยันตัวตนของเรา และจะทำให้เราไม่เหมือนพวกเขา แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กลายเป็นว่าศิลปินรุ่นผมก็ถูกปฏิเสธจากคนรุ่นก่อนหน้าไปแล้วอยู่ดี พวกเขาไม่อยากนับเราว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงการด้วยซ้ำ อาจเห็นเป็นมลทิน แต่ขณะเดียวกัน ผมก็ไม่คิดจะเดินอยู่บนเส้นทางที่พวกเขาปูไว้อยู่แล้ว เราก็หาเส้นทางของเราไปต่อเอง เรายังมีพื้นที่ของเรา มีความคิด มีคนดู และที่สำคัญมีหลักการที่จะช่วยพิสูจน์เส้นทางของเราต่อไปในอนาคต<span class="s4"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-107013" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Poster-724x1024.jpg" alt="" width="724" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Poster-724x1024.jpg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Poster-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Poster-768x1087.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Poster-600x849.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Poster.jpg 1424w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></p>
<hr />
<ul class="ul1">
<li class="li16"><b></b><span class="s9">Poiser </span><span class="s10">คิวเรตโดย</span> <span class="s10">ไกร</span> <span class="s10">ศรีดี</span><span class="s9">, </span><span class="s10">ถ่ายภาพโดย</span> <span class="s6">จักรพันธ์</span> <span class="s6">ศรีวิชัย</span> <span class="s6">จัดแสดงที่โกดังราชวงศ์</span><span class="s7"> (</span><span class="s6">ชั้น</span><span class="s7"> 2) </span><span class="s6">ถนนราชวงศ์</span> <span class="s6">เชียงใหม่</span> <span class="s6">ไปจนถึงวันที่</span><span class="s7"> 31 </span><span class="s6">สิงหาคม</span><span class="s7"> 2563</span></li>
<li class="li16"><b></b><span class="s6">นิทรรศการจะเริ่มต้นเวลา</span><span class="s7"> 15:00 </span><span class="s6">น</span><span class="s7">. </span><span class="s6">โดยมีการเสวนาประเด็นศิลปะระหว่างคิวเรเตอร์และแขกรับเชิญ</span> <span class="s6">ก่อนจะมีการแสดงเพอร์ฟอร์แมนซ์เวลา</span><span class="s7"> 17:00 </span><span class="s6">น</span><span class="s7">. ของ</span><span class="s6">ทุกวัน</span><span class="s7"> (</span><span class="s6">พร้อมกับรับชมวิดีโอบันทึกการแสดงในที่ต่างๆ</span> <span class="s6">ของนลธวัช</span><span class="s7">) </span></li>
<li class="li17"><b></b><span class="s12">เข้าไปดูรายชื่อของผู้ร่วมเสวนาได้ที่</span><span class="s13"> <a href="https://www.facebook.com/events/348845549465120/?acontext=%257B%2522source%2522%253A3%252C%2522source_newsfeed_story_type%2522%253A%2522regular%2522%252C%2522action_history%2522%253A%2522%255B%257B%255C%2522surface%255C%2522%253A%255C%2522newsfeed%255C%2522%252C%255C%2522mechanism%255C%2522%253A%255C%2522feed_story%255C%2522%252C%255C%2522extra_data%255C%2522%253A%255B%255D%257D%255D%2522%252C%2522has_source%2522%253Atrue%257D&amp;source=3&amp;source_newsfeed_story_type=regular&amp;action_history=%255B%257B%2522surface%2522%253A%2522newsfeed%2522%252C%2522mechanism%2522%253A%2522feed_story%2522%252C%2522extra_data%2522%253A%255B%255D%257D%255D&amp;has_source=1&amp;__tn__=K-R&amp;eid=ARCd3xCsD5yagpNCUSZBeJrECtC5hR0VAIY0Hlcrsq8XyhcLr_Yihjfi1uuNOb3NE2c2riPsVuvaUxKL&amp;fref=mentions&amp;__xts__%255B0%255D=68.ARB17LaIxmb1gm7321XFCJ-Ad3RLP7vyx-7cOUlnvjjY3uyAe8dRrpk3jQHisgsm8rM0cKOaZmUCVvbwjr492_eP3VlmSLBXwBMqWhPjtiuPnxBcAwOK4hFjPV2vSJgmuiSQIKnRayFpCXo9BiRW9gJJji7keQCNfiaBrkVxZMDrJdarVWk4l_ZGarPNm-Cb8Y3PJ2vb1_uVw-trXTWkh_-1D6F_6Yc0FmFbT7vN6m-1MBBN6he6AMCHR9MxWqS93JLorfEXs6rgJhhACaUFdxNTKxsABe9GgcNiLgOWINQWPw--GUPuaKqTfjlKXBKs9InTUCfvim0EwcxpYDF8WVXs2Q"><span class="s14">poiser exhibition by nontawat</span></a></span></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/poiser-exhibition-by-nontawat/">สนทนาเรื่องการเมืองและเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต กับ ‘นลธวัช มะชัย’ ศิลปินผู้เขียนบทกวีทับหมายศาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยเรื่องความเป็นส่วนตัวของประชาชน กับ &#8216;ไกร ศรีดี&#8217; เจ้าของงานหมวกกันน็อกติดกล้องวงจรปิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/krai-sridee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Aug 2020 12:32:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[Our God is Labeled]]></category>
		<category><![CDATA[ม็อบ]]></category>
		<category><![CDATA[A House Without Home]]></category>
		<category><![CDATA[I Saw You Everyday Everywhere Everytime]]></category>
		<category><![CDATA[ประท้วง]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<category><![CDATA[ไกร ศรีดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104611</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไกร ศรีดี เป็นคนเจน Z เกิดที่กรุงเทพฯ พ.ศ. 2540 เขาเกิดในปีที่ประเทศกำลังประสบวิกฤตต้มยำกุ้ง ระหว่างที่เรียนจบมัธยมปลายและเข้าปีหนึ่งที่คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง เขาเริ่มทำทีสิสตอนที่โคโรน่าไวรัสเริ่มระบาด ก่อนเรียนจบตอนที่ประเทศถูกล็อกดาวน์ เศรษฐกิจทรุดถึงขีดสุด  ประจวบเหมาะ ครบในวิกฤต สมบูรณ์กว่านี้ไม่มี “ผมไม่ได้อะไรจากช่วงรอยต่อของการศึกษาเลย พอเข้ามหาวิทยาลัยก็พบว่าประวัติศาสตร์ในบ้านเรามันบิดเบี้ยว หลักการหรือความเป็นเหตุเป็นผลที่เล่าเรียนและยึดถือมาก็พังไปหมด ระหว่างเรียนผมมุ่งหวังจบออกมาเป็นศิลปิน แต่ขณะเดียวกันในภาพรวมของประเทศก็กลับพบว่าคนรุ่นผมและรุ่นหลังจากนี้ดูเหมือนไม่มีความหวัง” ชายหนุ่มวัยยี่สิบสามกล่าว ไกรร่ำเรียนมาทางจิตรกรรม หากช่วงรอยต่อระหว่างปีสามขึ้นปีสี่ เขาสนใจกระบวนการทางเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต ก่อนจะร่วมกับศิลปินในแนวทางเดียวกันก่อตั้งกลุ่ม Chiang Mai Performance Art เมื่อปี 2562 โดยผลงานชิ้นแรกที่นำเสนอสู่สาธารณะ คืองานเพอร์ฟอร์มตัวเองกับหมวกกันน็อกที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกทิศทุกทาง ในทีสิสชิ้นสุดท้ายเพื่อทำเรื่องจบการศึกษา ชายหนุ่มทำงานอินสตอลเลชั่นกึ่งสถาปัตยกรรมและวิดีโออาร์ต นั่นล่ะ ศิลปินไม่ประสงค์จะนิยามตัวเองว่าต้องทำงานแขนงไหนหรือด้วยเทคนิคใด กับนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่จัดแสดงอยู่ตอนนี้ก็ใช่ ผลงานมีเพียงหกชิ้น หากมันก็หลากหลายทั้งจิตรกรรม สื่อผสมประเภท found object และอินสตอลเลชั่น Our God is Labeled คือชื่อนิทรรศการดังกล่าว ผลงานที่ไกรชี้ชวนให้ผู้ชมทบทวนถึงขอบเขตที่ไม่อาจคาดคะเนของการสื่อสารในโลกออนไลน์ ซึ่งขณะนี้จัดแสดงอยู่ที่ Issue gallery (ภายในร้านกาแฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/krai-sridee/">คุยเรื่องความเป็นส่วนตัวของประชาชน กับ &#8216;ไกร ศรีดี&#8217; เจ้าของงานหมวกกันน็อกติดกล้องวงจรปิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p5"><strong><span class="s2">ไกร </span><span class="s2">ศรีดี</span></strong> <span class="s2">เป็นคนเจน</span><span class="s3"> Z </span><span class="s2">เกิดที่กรุงเทพฯ</span> <span class="s2">พ</span><span class="s3">.</span><span class="s2">ศ</span><span class="s3">. 2540 </span></p>
<p class="p5"><span class="s2">เขาเกิดในปีที่ประเทศกำลังประสบวิกฤตต้มยำกุ้ง </span><span class="s2">ระหว่างที่เรียนจบมัธยมปลาย</span><span class="s2">และเข้าปีหนึ่งที่คณะวิจิตรศิลป์</span> <span class="s2">มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</span> <span class="s2">พลเอก</span> <span class="s2">ประยุทธ์</span> <span class="s2">จันทร์โอชา</span> <span class="s2">ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ</span> <span class="s2">ก็ทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง</span> <span class="s2">เขาเริ่มทำทีสิสตอนที่โคโรน่าไวรัสเริ่มระบาด</span> <span class="s2">ก่อนเรียนจบตอนที่ประเทศถูกล็อกดาวน์</span> <span class="s2">เศรษฐกิจทรุดถึงขีดสุด</span><span class="s3"> </span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ประจวบเหมาะ</span> <span class="s2">ครบในวิกฤต</span> <span class="s2">สมบูรณ์กว่านี้ไม่มี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105289" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">ผมไม่ได้อะไรจากช่วงรอยต่อของการศึกษาเลย</span> <span class="s2">พอเข้ามหาวิทยาลัยก็พบว่าประวัติศาสตร์ในบ้านเรามันบิดเบี้ยว</span> <span class="s2">หลักการหรือความเป็นเหตุเป็นผลที่เล่าเรียนและยึดถือมาก็พังไปหมด</span> <span class="s2">ระหว่างเรียนผมมุ่งหวังจบออกมาเป็นศิลปิน</span> <span class="s2">แต่ขณะเดียวกันในภาพรวมของประเทศ</span><span class="s2">ก็กลับพบว่าคนรุ่นผมและรุ่นหลังจากนี้ดูเหมือนไม่มีความหวัง</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ชายหนุ่มวัยยี่สิบสาม</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ไกรร่ำเรียนมาทางจิตรกรรม</span> <span class="s2">หากช่วงรอยต่อระหว่างปีสามขึ้นปีสี่</span> <span class="s2">เขาสนใจกระบวนการทางเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ต</span> <span class="s2">ก่อนจะร่วมกับศิลปินในแนวทางเดียวกันก่อตั้งกลุ่ม</span><span class="s3"> Chiang Mai Performance Art </span><span class="s2">เมื่อปี</span><span class="s3"> 2562 </span><span class="s2">โดยผลงานชิ้นแรกที่นำเสนอสู่สาธารณะ</span> <span class="s2">คืองานเพอร์ฟอร์มตัวเองกับหมวกกันน็อกที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกทิศทุกทาง </span><span class="s2">ในทีสิสชิ้นสุดท้ายเพื่อทำเรื่องจบการศึกษา</span> <span class="s2">ชายหนุ่มทำงานอินสตอลเลชั่นกึ่งสถาปัตยกรรมและวิดีโออาร์ต</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">นั่นล่ะ</span> <span class="s2">ศิลปินไม่ประสงค์จะนิยามตัวเองว่าต้องทำงานแขนงไหนหรือด้วยเทคนิคใด</span> <span class="s2">กับนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกที่จัดแสดงอยู่ตอนนี้ก็ใช่</span> <span class="s2">ผลงานมีเพียงหก</span><span class="s2">ชิ้น</span> <span class="s2">หากมันก็หลากหลายทั้งจิตรกรรม</span><span class="s3"> </span><span class="s2">สื่อผสมประเภท</span><span class="s3"> found object </span><span class="s2">และอินสตอลเลชั่น</span></p>
<p class="p5"><strong><span class="s3">Our God is Labeled </span></strong><span class="s2">คือชื่อนิทรรศการดังกล่าว</span> <span class="s2">ผลงานที่ไกรชี้ชวนให้ผู้ชมทบทวนถึงขอบเขตที่ไม่อาจคาดคะเนของการสื่อสารในโลกออนไลน์</span> <span class="s2">ซึ่งขณะนี้จัดแสดงอยู่ที่</span><span class="s3"> Issue gallery (</span><span class="s2">ภายในร้านกาแฟ</span><span class="s3"> Gateway Coffee Roasters </span><span class="s2">ถนนท่าแพ</span> <span class="s2">เชียงใหม่</span><span class="s3">) </span><span class="s2">โดยมี</span><span class="s2">พิชากร</span> <span class="s2">ชูเขียว</span> <span class="s2">รับหน้าที่ภัณฑารักษ์</span> <span class="s2">นิทรรศการคือเหตุผลของบทความนี้</span> <span class="s2">เช่นที่วิกฤตการณ์</span><span class="s3"> </span><span class="s2">การเปลี่ยนผ่าน</span> <span class="s2">และอีกหลากหลายมายาคติอันเกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา</span> <span class="s2">คือเหตุผลที่ชายหนุ่มคนหนึ่งยึดมั่นกับการทำงานศิลปะเพื่อสื่อสารถึงความอึดอัด</span> <span class="s2">และตั้งคำถามถึงที่ทางในอนาคต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105291" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p6" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>-1-<br />
I Saw You Everyday, Everywhere, Everytime</b></span></h3>
<h3 class="p7" style="text-align: center;"><span class="s3"><b>“</b></span><span class="s2"><b>ผมพบว่า</b></span><span class="s3"><b> 70% </b></span><span class="s2"><b>ในบทบัญญัติความเป็นส่วนตัวของเราไม่เป็นจริง</b></span><span class="s3"><b>”</b></span></h3>
<p class="p5"><span class="s2">เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องคุยกับศิลปินถึงผลงานที่ได้ทำก่อนหน้า</span> <span class="s2">อันนำมาสู่ที่มาและที่ไปในผลงานปัจจุบัน</span> <span class="s2">เรากำลังพูดถึง</span><strong><span class="s3"> I Saw You Everyday, Everywhere, Everytime </span></strong><span class="s2">ชิ้นงานหมวกกันน็อกที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด</span><span class="s2">ที่ไกรทำ</span> <span class="s2">และหลายคนคุ้นตาผ่านมีม</span><span class="s2">ในโซเชียลมีเดีย</span> <span class="s2">จากที่เขาสวมมันไปร่วมประท้วงขับไล่รัฐบาลที่เชียงใหม่</span> <span class="s2">เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา</span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">จริงๆ</span> <span class="s2">งานชิ้นนี้แต่แรกมันไม่ได้ถูกทำขึ้นเพื่อสะท้อนสถานการณ์ที่นักกิจกรรมทางการเมืองถูกอุ้มเลย</span> <span class="s2">มันเป็นประเด็นตั้งคำถามถึงความเป็นส่วนตัวของประชาชนมากกว่า</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ไกร</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ย้อนไปปีที่แล้ว</span> <span class="s2">เขาเป็นนักศึกษาที่เลือกวิชาเสรีเป็นเพอร์ฟอร์แมนซ์อาร์ตในคลาสของอาจารย์พดุงศักดิ์</span> <span class="s2">คชสำโรง</span> <span class="s2">ที่ซึ่งหลังจบคอร์ส</span> <span class="s2">เขากับอาจารย์และเพื่อนในคลาส</span><span class="s2">ร่วมกันก่อตั้งกลุ่ม</span><span class="s3"> Chiang Mai Performance Art (CMPF) </span><span class="s2">เพื่อหวังนำเสนอศิลปะเพอร์ฟอร์แมนซ์ให้เป็นที่รับรู้มากขึ้นในเชียงใหม่</span> <span class="s2">โดยงานแรกที่กลุ่มของไกรได้ขับเคลื่อนคือ</span><span class="s2">งาน</span><span class="s3"> September Equinox 2019: International Day of Public Action for Freedom &amp; Democracy </span><span class="s2">งานที่ศิลปินเพอร์ฟอร์แมนซ์ทั่วโลกจะทำงานเพอร์ฟอร์มในพื้นที่สาธารณะในเมืองของตัวเอง </span><span class="s2">บันทึกวิดีโอ</span> <span class="s2">และส่งวิดีโอมาจัดแสดงร่วมกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105282" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8853.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">ผมเป็นผู้ประสานงานของกลุ่ม</span> <span class="s2">ซึ่งตกลงกันว่าจะจัดแสดงงานนี้กันที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">สวนสาธารณะในบริเวณคูเมืองเชียงใหม่–</span><span class="s2">ผู้สัมภาษณ์</span><span class="s3">) </span><span class="s2">ก็เลยต้องทำจดหมายไปขออนุญาตใช้พื้นที่กับทางเทศบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ</span> <span class="s2">ตอนทำจดหมายก็มาฉุกคิดว่า</span> <span class="s2">ทำไมเราต้องขออนุญาตใช้พื้นที่สาธารณะด้วย</span> <span class="s2">เพราะถ้าเป็นสาธารณะจริงๆ</span> <span class="s2">มันต้องไม่ควรมีใครครอบครองเป็นเจ้าของนี่</span> <span class="s2">และคำถามนี้มันเกิดมาพ้องกับช่วงที่เพื่อนผมคนหนึ่งถูกใบสั่งจากตำรวจ</span> <span class="s2">เพราะเขาขี่มอเตอร์ไซค์และไม่สวมหมวกกันน็อก</span> <span class="s2">และกล้องวงจรปิดบนถนนก็จับภาพมาได้</span></p>
<p class="p5"><span class="s2"><span class="s3">“</span>ความคิดเกี่ยวกับการต้องขออนุญาตผู้มีอำนาจเพื่อใช้พื้นที่สาธารณะกับกล้องวงจรปิดที่เป็นทั้งเครื่องมือควบคุมกฎหมาย</span> <span class="s2">และสัญลักษณ์ของอำนาจรัฐ</span> <span class="s2">ก็เลยจุดประกายให้คิดถึงการเอาหมวกกันน็อกของเพื่อนมาติดกล้องวงจรปิดน่ะครับ</span> <span class="s2">ง่ายๆ</span> <span class="s2">ตรงๆ</span> <span class="s2">อย่างนั้นเลย</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ไกร</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ในวันแสดงงาน</span> <span class="s2">เขาสวมหมวกดังกล่าว</span><span class="s2">พร้อมแว่นกันแดด</span> <span class="s2">สูทสีดำ</span> <span class="s2">และรองเท้าหนัง</span> <span class="s2">เดินไปเดินมาในสวนสาธารณะราวหนึ่งชั่วโมง</span> <span class="s2">บางครั้งเขาจะหยุดเดิน</span> <span class="s2">และมองขึ้นไปยังกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในสวน</span> <span class="s2">ไกรบอกว่าเมื่อมารีเสิร์ชเพื่อทำงานชิ้นนี้จริงๆ</span> <span class="s2">เขาพบว่านอกจากคนในบ้านเราส่วนใหญ่มักไม่ตระหนักถึงความเป็นส่วนตัวจริงๆ</span> <span class="s2">เท่าที่ควร</span> <span class="s2">ขณะที่ภาครัฐก็หาได้เข้าใจในขอบเขตของการสอดส่องและจับจ้องชีวิตของผู้คนไปพร้อมกัน</span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">ประเทศเราเข้าร่วมภาคีพันธกรณีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน</span><span class="s3"> 30 </span><span class="s2">ข้อ</span> <span class="s2">ซึ่งเมื่อผมอ่านและพิจารณากับสถานการณ์ที่พบเห็นในปัจจุบัน</span> <span class="s2">บอกได้ว่ากว่า</span><span class="s3"> 70% </span><span class="s2">ในบทบัญญัตินั้นประเทศเราทำไม่ได้จริง</span><span class="s3">” </span><span class="s2">เขากล่าว</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ทั้งนี้</span> <span class="s2">ในระหว่างที่ไกรมีแผนจะต่อยอดงานชิ้นนี้ให้กล้องมันสามารถบันทึกภาพได้จริง</span> <span class="s2">และนำไปใช้กับงานอินสตอลเลชั่นในพื้นที่เฉพาะ</span> <span class="s2">หากเมื่อเขาทราบว่ากลุ่มเพื่อนและกลุ่มนักศึกษานัดรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลชุดปัจจุบันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา</span> <span class="s2">ไกรจึงนำงานชิ้นนี้มาสวมใหม่</span> <span class="s2">ต่อยอดความหมายสู่การเตือนให้ผู้ร่วมชุมนุมตระหนักรู้อยู่เสมอว่าตัวเองกำลังถูกจับจ้องโดยรัฐ</span> <span class="s2">ขณะเดียวกันก็คล้ายเป็นการยั่วล้อฝ่ายผู้ที่กำลังจับจ้องผู้ชุมนุม ว่าในทางกลับกัน</span><span class="s2">พวกเราก็เฝ้าจับตาคุณอยู่ด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105314" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/IMG_8981.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p8" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>-2-</b></span></h3>
<h3 class="p8" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>A House Without Home</b></span></h3>
<h3 class="p7" style="text-align: center;"><span class="s3">“</span><span class="s2"><b>ผมไม่คิดว่าบ้านคือสิ่งถาวร</b></span><span class="s3"><b>”</b></span></h3>
<p class="p5"><span class="s2">ในขณะที่ผลงานอย่างเป็นทางการชิ้นแรกของศิลปินเลือกสื่อสารกับความเป็นพื้นที่สาธารณะ</span> <span class="s2">ผลงานทีสิสที่เพิ่งเสร็จใหม่หมาดๆ ของไกร</span><span class="s2">กลับมีความเป็นส่วนตัวมากๆ</span> <span class="s2">อย่าง</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s2">บ้าน</span><span class="s3">’ </span></p>
<p class="p5"><span class="s2">กระนั้นความเป็นบ้านของไกร</span><span class="s2">กลับย้อนแย้งในความหมายที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย</span> <span class="s2">ดังชื่องานที่เป็นประจักษ์คือ </span><strong><span class="s3">A House Without Home</span></strong></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">แม่ผมทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์</span> <span class="s2">เขาซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทและขายต่อ</span> <span class="s2">ช่วงเด็กๆ</span> <span class="s2">ก่อนเข้าโรงเรียนประจำ</span> <span class="s2">จำได้ว่าต้องย้ายบ้านตามแม่มาเป็นสิบๆ</span> <span class="s2">หลัง</span> <span class="s2">บางหลังย้ายมาอยู่ไม่กี่เดือนก็ย้ายอีก</span> <span class="s2">มองย้อนกลับไปก็แปลกดี</span> <span class="s2">ความคิดเกี่ยวกับบ้านในเชิงสถานที่ของผมจึงไม่มีความรู้สึกถึงความมั่นคงถาวรเลย</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">หัวเราะ</span><span class="s3">)”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105281" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/ahouse1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p5"><span class="s3">A House Without Home </span><span class="s2">คือผลงานที่ไกรได้แรงบันดาลใจมาจากความทรงจำที่ต้องย้ายที่อยู่อย่างบ่อยครั้งในวัยเด็ก</span> <span class="s2">รวมถึงความตื่นตาส่วนตัวที่ย้ายมาใช้ชีวิตลำพังที่เชียงใหม่</span><span class="s3">–</span><span class="s2">บ้านในทัศนศิลป์ของไกรคือโครงสร้าง</span><span class="s3"> 8&#215;4 </span><span class="s2">เมตร</span> <span class="s2">ที่ศิลปินพร่าเลือนความเป็นประติมากรรม</span><span class="s3"> อินสตอลเลชั่น </span><span class="s2">และสถาปัตยกรรมเข้าด้วยกัน</span> <span class="s2">เขาถอดเส้นสายของดอยสุเทพ</span> <span class="s2">ภูเขาที่เป็นเสมือนพื้นหลังขนาดมหึมาของเมืองเชียงใหม่</span> <span class="s2">มาสวมทับกับวิธีคิดเชิงสถาปัตยกรรมของ</span><span class="s3"> Geodesic dome (</span><span class="s2">โดมทรงกลมที่ประกอบขึ้นจากโครงสร้างรูปสามเหลี่ยม</span> <span class="s2">เป็นโครงสร้างไร้เสาแต่ใช้การสอดประสานกันเป็นผนังเพื่อความมั่นคงของโครงสร้าง</span><span class="s3">) </span><span class="s2">โดยวัสดุทั้งหมดในการประกอบสร้างคือวัสดุพื้นถิ่นอย่างไม้ไผ่</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">กล่าวให้สังเขปกว่านั้น</span> <span class="s2">มันคือพาวิลเลียนไม้ไผ่ที่ศิลปินใช้ตั้งคำถามถึงนิยามของความเป็นบ้าน</span> <span class="s2">ซึ่งถูกนำเสนอพร้อมกับ</span><span class="s3"> video mapping </span><span class="s2">ที่เขาบันทึกการเดินทางในชีวิตประจำวันทั้งในกรุงเทพฯ</span> <span class="s2">และเชียงใหม่</span> <span class="s2">ฉายทับเข้าไปบนพื้นผิวพาวิลเลียน</span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">มีเกร็ดเล็กๆ</span> <span class="s2">ที่น่าคิดคือผมทำงานชิ้นนี้ในช่วงที่โควิด</span><span class="s3">-19 </span><span class="s2">ระบาด</span> <span class="s2">หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน</span> <span class="s2">ขณะที่ผมก็ต้องทำงานส่ง</span><span class="s2">เลยกลับบ้านที่กรุงเทพฯ</span> <span class="s2">ไม่ได้</span> <span class="s2">ความหมายของบ้านของหลายคนที่คิดถึงการเป็นที่พักพิงอันมั่นคงถาวรก็อาจชัดเจนขึ้นมา</span> <span class="s2">เช่นที่ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนและสร้างขึ้นใหม่ได้ในพื้นที่และสถานการณ์ต่างๆ</span> <span class="s2">โดยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็กลับเน้นย้ำมุมมองของผมต่อเรื่องดังกล่าว</span><span class="s3">”</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ไกรทำ</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s2">บ้าน</span><span class="s3">’ </span><span class="s2">หลังนี้เสร็จในช่วงที่รัฐบาลเริ่มคลายล็อกดาวน์สู่เฟสสอง</span> <span class="s2">ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับที่</span><span class="s2">พิชากร</span> <span class="s2">ชูเขียว</span> <span class="s2">ศิลปินและคิวเรเตอร์ที่กำลังดูแลนิทรรศการใน</span><span class="s3"> Issue gallery </span><span class="s2">ชักชวนให้ทำงานศิลปะชุดใหม่เพื่อจัดแสดงที่แกลเลอรี่ในช่วงเดือนสิงหาคมพอดี</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">จากนิยามของความเป็นส่วนตัวกับสาธารณะผ่านหมวกกันน็อกกล้องวงจรปิด</span> <span class="s2">สู่ความมั่นคงถาวรกับความไม่ยั่งยืนผ่านงานอินสตอลเลชั่นที่เป็นภาพแทนของความเป็นบ้าน</span> <span class="s2">ศิลปินยังคงสนุกกับประเด็นความลักลั่นในการให้ความหมายของบางสิ่งบางอย่างในวิถีชีวิตร่วมสมัย</span> <span class="s2">ซึ่งคราวนี้เขาคิดถึงการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105287" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p8" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>-3-</b></span></h3>
<h3 class="p8" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>Our God Is Labeled</b></span></h3>
<h3 class="p7" style="text-align: center;"><span class="s3"><b>“</b></span><span class="s2"><b>ผมเติบโตมาในยุคที่โซเชียลมีเดียมันคือการเล่น</b></span><b> </b><span class="s2"><b>แต่ตอนนี้มันกลายเป็นวิถีชีวิต</b></span><span class="s3"><b>”</b></span></h3>
<p class="p5" style="text-align: left;"><strong><span class="s3">Our God is Labeled </span></strong><span class="s2">ประกอบด้วยงานทั้งหมดหก</span><span class="s2">ชิ้น</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ชิ้นแรกไม่มีชื่อ</span> <span class="s2">ศิลปินนำด้ามมีดมาประกอบกับปากกาหัวแร้ง</span> <span class="s2">ติดตั้งบนกรอบไม้บนแบ็กกราวนด์สีเลือดหมู</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ชิ้นที่สอง</span><span class="s3"> Daggertag </span><span class="s2">การประกอบขึ้นของคำว่า</span><span class="s3"> Dagger (</span><span class="s2">มีด</span><span class="s3">) </span><span class="s2">และ</span><span class="s3"> hashtag (#) </span><span class="s2">งานจิตรกรรมสีอะคริลิครูปมีดสี่เล่มที่วางซ้อนกันเป็นเครื่องหมายแฮชแท็ก</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ชิ้นที่สาม</span><span class="s3"> Jaggerbomb </span><span class="s2">จิตรกรรมอะคริลิครูปไมโครโฟนที่ยอดของมันเป็นระเบิดมือ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105286" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105285" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p5"><span class="s2">ชิ้นที่สี่ไม่มีชื่อ</span> <span class="s2">ปืนพลาสติกที่ปากกระบอกเป็นหัวไมโครโฟน</span> <span class="s2">ปืนติดตั้งบนขาไมค์</span> <span class="s2">ศิลปินชี้ชวนให้ผู้ชมเข้าไปปฏิสัมพันธ์ผ่านการพูดอะไรก็ได้ผ่านปืนไมค์</span> <span class="s2">เบื้องหน้าคือจอโทรทัศน์ที่หน้าจอของมันเป็นกระจกเงา</span> <span class="s2">ส่องใบหน้าของผู้ชม</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ชิ้นที่ห้าไม่มีชื่อ</span> <span class="s2">ราวไม้สำหรับแขวนหนังสือพิมพ์สามฉบับ</span> <span class="s2">ที่ซึ่งเนื้อหาบนหน้าหนังสือพิมพ์เหล่านั้นถูกถมทับด้วยสีทุกหน้า</span> <span class="s2">ไม่เหลือเนื้อหาอะไรให้อ่าน</span><span class="s3"> </span></p>
<p class="p5"><span class="s2">และชิ้นสุดท้าย</span><span class="s3"> Worthless Theatre </span><span class="s2">จิตรกรรมอะคริลิคสองภาพ</span> <span class="s2">หนึ่งภาพด้านซ้ายคือฝูงไก่แจ้ในชุดสูทสีฟ้าที่ทุกตัวหันหน้าเข้าหากล้องวิดีโอ</span> <span class="s2">ซึ่งอยู่ในภาพด้านขวา</span> <span class="s2">ศิลปินนำแรงบันดาลใจมาจากภาพ</span><span class="s3"> The Night Watch </span><span class="s2">ของเรมบรันด์</span> <span class="s2">ไก่แจ้คือสัญลักษณ์ของกลุ่มไนต์วอตช์</span> <span class="s2">หรือทหารรับจ้างชาวดัตช์ในศตวรรษที่</span><span class="s3"> 17 </span><span class="s2">ที่ร่วมลงขันว่าจ้างให้ศิลปินวาดภาพเหมือนของพวกเขา</span><span class="s3">…</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105288" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p class="p5"><span class="s2">ประโยคแรกในสเตทเมนต์ของไกร</span><span class="s2">ขึ้นต้นว่า</span><span class="s3"> “</span><span class="s2">เราทุกคนสามารถเป็นสื่อได้</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ก่อนจะเขียนถึงวิถีชีวิตของผู้คนสมัยปัจจุบันที่ไม่อาจแยกขาดจากการใช้โซเชียลมีเดียในชีวิตประจำวัน</span> <span class="s2">และความพร่าเลือนในบทบาทของการเป็นผู้สื่อและรับสารของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์</span> <span class="s2">รวมถึงการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวที่กลายมาเป็นข้อมูลสาธารณะ</span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">ผมเติบโตมาในยุคที่คนเรามองว่าการใช้โซเชียลมีเดียคือการเล่น</span> <span class="s2">ก่อนที่มันจะเปลี่ยนผ่านมาจนถึงปัจจุบันที่การเช็กโซเชียลมีเดียคือกิจวัตร</span> <span class="s2">และในวันวันหนึ่งเราก็เข้าไปดูมันหลายต่อหลายครั้ง</span> <span class="s2">โซเชียลมีเดียมันกลายเป็นชีวิตประจำวันของผู้คนส่วนใหญ่ไปแล้ว</span> <span class="s2">มันสร้างโอกาสให้ใครหลายคน</span> <span class="s2">ไปพร้อมกับเป็นเครื่องมือทำลายใครอีกหลายคน</span> <span class="s2">ขณะเดียวกัน</span> <span class="s2">แม้เราจะคุ้นเคยกันมานาน</span> <span class="s2">แต่โลกออนไลน์ก็ถือว่ายังใหม่อยู่มากในแง่มุมของการสื่อสารที่เป็นทางการ</span> <span class="s2">เราเพิ่งจะมี</span> <span class="s2">พ.ร.บ</span><span class="s3">.</span><span class="s2">คอมพิวเตอร์</span> <span class="s2">ขณะที่นโยบายด้านสาธารณะและการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้</span><span class="s3">เฟซบุ๊ก</span><span class="s2">ก็ยังลักลั่นไม่มั่นคงอยู่เลย</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ไกร</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">แม้งานศิลปะส่วนใหญ่ในซีรีส์ชุดนี้จะออกมาในแง่การวิพากษ์วิจารณ์โซเชียลมีเดียเชิงลบ</span> <span class="s2">หากไกรก็ออกตัวว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธโซเชียลมีเดีย</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">เขายังคงใช้มันทุกวัน</span><span class="s3">) </span><span class="s2">และก็ไม่ได้ต้องการรณรงค์ให้คนใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์อะไรทำนองนั้น</span> <span class="s2">เขาคิดอย่างซื่อตรงเช่นสัญลักษณ์ที่ใช้อุปมาในผลงาน</span> <span class="s2">ทันทีที่คุณปล่อยข้อคิดเห็นหรือข้อมูลอะไรบางอย่างออกไป</span><span class="s2">บนสังคมออนไลน์ที่ระบบระเบียบทุกอย่างยังคงใหม่</span> <span class="s2">รวมถึง</span><span class="s3"> mindset </span><span class="s2">ของผู้ใช้งานและผู้รับสาร</span> <span class="s2">เราไม่อาจหยั่งได้ถึงขอบเขตของผลกระทบหรือกระทั่งความรุนแรงของผลที่สะท้อนกลับมาที่เราได้เลย</span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">ผมสนใจประโยคที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียมักใช้เวลาแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องใดสักเรื่อง</span> <span class="s2">เขามักขึ้นต้นหรือลงท้ายว่า</span> <span class="s2">นี่เป็น</span><span class="s3"> ‘</span><span class="s2">ความเห็นส่วนตัว</span><span class="s3">’ </span><span class="s2">ซึ่งอ่านทีไรแล้วก็ตลกดี</span> <span class="s2">คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าประโยคนี้มันเป็นยันต์ที่จะช่วยเซฟเขาจากความเห็นส่วนตัวของคนอื่นที่มีต่อเขา</span> <span class="s2">หรือไม่ก็คิดว่าประโยคนี้มันจะกันความคิดเห็นนี้ออกจากความเป็นสาธารณะ</span> <span class="s2">ซึ่งมันไม่จริง</span> <span class="s2">ทันทีที่คุณพิมพ์ความคิดเห็นลงไปในนี้</span> <span class="s2">มันก็มีความเป็นสาธารณะแล้ว</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ไกร</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105297" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6-683x1024.jpg" alt="" width="683" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k6.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></p>
<p class="p5"><span class="s2">ไม่เพียงการเปรียบเปรยการสื่อสารทางออนไลน์เป็นอาวุธที่ใช้ฟาดฟันผู้อื่น</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">มีดหัวปากกา</span><span class="s3"> </span><span class="s2">แฮชแท็กรูปมีด</span><span class="s3">) </span><span class="s2">หรือย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">ปืนไมโครโฟน</span><span class="s3">) </span><span class="s2">ไกรยังตั้งใจสะท้อนถึงบทบาทของฝ่ายอำนาจนิยมที่พยายามจะควบคุมการเข้าถึงการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">หนังสือพิมพ์ที่ถูกเซ็นเซอร์</span><span class="s3">) </span><span class="s2">หรือความหลงผิดของกลุ่มนายทหารที่คิดว่าตัวเองสามารถทำทุกอย่างได้</span> <span class="s2">และชูคอตัวเองไปอยู่หน้ากล้องเสียเอง</span><span class="s3"> (</span><span class="s2">จิตรกรรม</span><span class="s3"> Worthless Theatre) </span><span class="s2">ที่ซึ่งในท้ายที่สุด</span> <span class="s2">ผลลัพธ์ของความเข้าใจสถานะของตัวเองผิดนี้</span><span class="s2">ก็สะท้อนออกมาดังที่เราตระหนักดีในสถานการณ์ทางการเมือง</span> <span class="s2">เศรษฐกิจ</span> <span class="s2">และสังคมปัจจุบัน</span><span class="s3"> </span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">อย่างไรก็ดี</span> <span class="s2">ผมเห็นด้วยอย่างเต็มที่กับเสรีภาพในการพูดหรือในความเชื่อ</span> <span class="s2">แต่ขณะเดียวกันเสรีภาพนั้นก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบของผู้สื่อสารด้วย</span> <span class="s2">ในโลกอนาคต</span> <span class="s2">ผมมองเหมือนฉากในภาพยนตร์อย่าง</span><span class="s3"><em> Total Recall</em> </span><span class="s2">หรือหนังสือ</span><em><span class="s3"> Basement Moon </span></em><span class="s2">ของปราบดา</span> <span class="s2">หยุ่น</span> <span class="s2">วิถีชีวิตของผู้คนจะสุดโต่งมากขึ้น</span> <span class="s2">คุณอยากไปทำนมสามเต้า</span> <span class="s2">หรือคุณจะเป็น</span><span class="s3"> Neo Nazi </span><span class="s2">ก็ได้</span> <span class="s2">แต่ประเด็นสำคัญคือคุณต้องไม่คุกคามคนอื่นที่มีความคิดเห็นต่างจากคุณ</span> <span class="s2">รวมไปถึงความสามารถรับฟังฟีดแบ็กของคนอื่นที่มีต่อความคิดเห็นแย่ๆ</span> <span class="s2">ของคุณได้โดยที่คุณไม่ไปไล่ตีหรือปิดปากเขา</span> <span class="s2">เพดานของโลกยุคใหม่มันยังอยู่ที่ความเป็นมนุษย์ที่ให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่ดี</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ไกร</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p8" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>-4-</b></span></h3>
<h3 class="p8" style="text-align: center;"><span class="s2"><b>Hope</b></span></h3>
<p class="p5"><span class="s3">Hope </span><span class="s2">ไม่ใช่ชื่อผลงานศิลปะหรือนิทรรศการของไกร</span> <span class="s2">หากมันคือประเด็นสุดท้ายที่เราคุยกัน</span><span class="s3">–‘</span><span class="s2">ความหวัง</span><span class="s3">’</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ไกรบอกว่าเขาเชื่อว่าศิลปะมีส่วนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงหรือเปลี่ยนผ่านของสังคม</span> <span class="s2">และนั่นทำให้เขาเลือกทำงานศิลปะเพื่อสื่อสารหรือสะท้อน</span> <span class="s2">ที่ซึ่งแม้มันจะไม่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่</span> <span class="s2">หากแม้การสร้างความตระหนักรู้ในระดับบุคคล </span><span class="s2">หรือเพียงส่วนเสี้ยวเล็กน้อย</span> <span class="s2">เขาก็มองว่ามันเป็นความหวัง</span> <span class="s2">และนั่นทำให้เขาใช้งานศิลปะของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองในปัจจุบัน</span></p>
<p class="p5"><span class="s3">“</span><span class="s2">อย่างที่บอกว่าพอเข้าปีหนึ่งก็มีรัฐประหาร</span> <span class="s2">ผมเรียนต่อมาอีกห้า</span><span class="s2">ปี</span> <span class="s2">ท่ามกลางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดเดิม</span> <span class="s2">ก่อนจะค้นพบว่าวิธีการเดียวที่จะไม่ทำให้เรารู้สึกสิ้นหวังคือการเลิกสนใจการเมือง</span> <span class="s2">แต่นั่นล่ะ</span> <span class="s2">เราตัดขาดจากการรับรู้ในเรื่องนี้ไม่ได้</span> <span class="s2">นั่นทำให้ผมพบว่าคนรุ่นผมและรุ่นน้องต่างก็สิ้นหวังเหมือนกันเยอะมากๆ</span> <span class="s2">แต่เพราะการสื่อสารในโลกออนไลน์นี่แหละที่ทำให้เราพบเพื่อน</span> <span class="s2">และพบว่าแท้จริงแล้ว</span><span class="s2">เราไม่ได้สิ้นหวังหรอก</span> <span class="s2">แค่ที่ผ่านมาเราไม่มีเพื่อน</span></p>
<p class="p5"><span class="s2">ประเด็นก็คือพวกผู้ใหญ่เขาลอยตัวแล้ว</span> <span class="s2">ชีวิตเขาไม่ต้องฟันฝ่าหรือต้องสร้างอะไร</span> <span class="s2">เขาเลยไม่มีปัญหากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่</span> <span class="s2">หรือกระทั่งเพิกเฉยต่อการที่มีใครสักคนถูกอุ้มหาย</span> <span class="s2">แต่เรายังไม่มีอะไรการันตีอนาคตของเรา</span> <span class="s2">และถ้าเราเพิกเฉย</span><span class="s2">เราก็อาจไม่มีอนาคตไปด้วย</span> <span class="s2">ฉะนั้นอย่าเพิ่งสิ้นหวัง</span> <span class="s2">ความหวังทำให้มนุษย์ดิ้นรนที่จะมีชีวิต</span> <span class="s2">และผมคิดว่าการที่คนรุ่นใหม่ออกมาแสดงพลังกันทั่วประเทศอย่างที่เป็นอยู่นี้</span><span class="s2">ก็ทำให้ผมพบว่าเรายังมีความหวัง</span><span class="s3">” </span><span class="s2">ไกร</span><span class="s2">กล่าว</span></p>
<p><span class="s2">นิทรรศการ</span><span class="s3"> Our God is Labeled </span><span class="s2">จัดแสดงจนถึงวันที่</span><span class="s3"> 18 </span><span class="s2">สิงหาคม</span><span class="s3"> 2563 </span><span class="s2">ที่</span><span class="s3"> Issue gallery </span><span class="s2">ถนนท่าแพ</span> <span class="s2">เชียงใหม่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-105284" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/k1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<hr />
<p class="p10"><span class="s5">ติดตามผลงานอื่นๆ</span> <span class="s5">ของไกร</span> <span class="s5">ได้ที่</span><span class="s3"> <a href="https://kraisd.wixsite.com/krai"><span class="s6">kraisd.wixsite.com/krai</span></a></span></p>
<p class="p11"><span class="s2">ติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ข่วงประตูท่าแพได้ที่</span></p>
<p class="p11"><span class="s3">Facebook : </span><span class="s2">ลานยิ้มการละคร</span><span class="s3"> Lanyim Theater และ </span><span class="s7">Chiang Mai Performance Art</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/krai-sridee/">คุยเรื่องความเป็นส่วนตัวของประชาชน กับ &#8216;ไกร ศรีดี&#8217; เจ้าของงานหมวกกันน็อกติดกล้องวงจรปิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ นิคม พุทธา เรี่ยวแรงหลักของผู้ผจญเพลิงในวันที่เชียงดาวกลายเป็นภูเขาไฟ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nikom-putta-chiangmai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2019 09:27:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงดาว]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[movement]]></category>
		<category><![CDATA[นิคม พุทธา]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นควัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=59280</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกหน ชายตรงหน้ารีบยกหูตอบปลายสายไปว่ากำลังยุ่ง ก่อนจะขอตัวลุกไปตรวจเช็กข้าวปลาอาหารที่จัดเตรียมไว้ท้ายรถกระบะ ประเด็นสนทนาของเรายังไม่คืบคลานไปถึงไหน ระหว่างรอคอยจึงสังเกตร่องรอยไฟป่าที่ลุกโชนบริเวณสันดอยหน้าถ้ำเชียงดาวเมื่อคืนวาน มันกินวงกว้างพอให้เห็นเถ้าถ่านแม้จากระยะไกลและสัมผัสได้ทุกอณูอากาศที่ยังไม่เจือจางกลิ่นความเสียหาย หลังทักทายเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าเสร็จสรรพ นิคม พุทธา ก็กลับมาพร้อมอัพเดตกิจวัตรประจำวันในช่วงนี้ให้ฟังว่า ทุกๆ เช้าเขามีภารกิจออกตรวจตราจุดเสี่ยงและเฝ้าระวังไฟป่า รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของเหล่าอาสาสมัครชาวบ้านที่คอยระแวดระวังอัคคีภัย แม้ฟังดูเป็นภารกิจแสนเรียบง่ายหากเทียบกับประสบการณ์อันโชกโชนของอดีตเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งยังเคยเป็น NGO ในมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผู้ยืนหยัดอยู่ในทุกเหตุการณ์ต่อต้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า แต่สิ่งที่เขาทุ่มเทในวันนี้กลับเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ช่วยจุดประกายให้ผู้คนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาไฟป่า ในฐานะคนอนุรักษ์ตัวเล็กๆ ที่เลือกกลับบ้านเกิดมาปกป้องดอยหลวงเชียงดาว ผืนป่ากึ่งอัลไพน์ (Sub-alpine Vegetaion) แห่งสำคัญของเมืองไทย ตลอดจนบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นกล้านักอนุรักษ์ ในบทบาทประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่ปิงและผู้ก่อตั้งค่ายเยาวชนเชียงดาวมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ท่ามกลางวิกฤตหมอกควันและสถานการณ์ไฟป่าที่ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นทุกปีเช่นนี้ น่าสนใจว่าเขารู้สึก นึก คิด และพิจารณาหาทางออกอย่างไร ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง ไม่กระทบนะครับ แต่มันเตือนให้ผมต้องทำงานให้มากกว่านี้และทำงานกับคนรุ่นใหม่ เพราะอนาคตของพวกเขาจะต้องเผชิญสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำคัญในระดับต้นๆ   สมาชิกในครอบครัวคุณเป็นห่วงหรือกังวลบ้างไหม ที่คุณต้องมาทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงอันตราย สำหรับผมอย่างนี้ไม่ถือว่าเสี่ยงภัย สมัยก่อนที่ออกไปต่อต้านคัดค้านจนโดนฟ้องร้องเป็นคดีเสี่ยงมากกว่านี้อีก อีกอย่างทางบ้านก็ช่วยสนับสนุนนะครับ อย่างลูกชายผมก็จะไปช่วยถ่ายรูปเวลาลงพื้นที่เฝ้าระวังไฟทำแนวกันไฟ หรือไปดับไฟด้วยกัน ส่วนภรรยาผมเป็นเภสัชกรก็จะช่วยคัดแยกยากับหน้ากาก หน้ากากอย่างดีก็เอาไว้ให้คนที่ดับไฟ รองลงมาก็ให้คนทำแนวกันไฟและคนที่อยู่ทางบ้าน   คนในพื้นที่มีความตื่นตัวกับสถานการณ์ไฟป่าและผลกระทบจากปัญหาหมอกควันแค่ไหน คนในพื้นที่ไม่ค่อยตื่นตัวและไม่ค่อยกังวลเลยนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nikom-putta-chiangmai/">คุยกับ นิคม พุทธา เรี่ยวแรงหลักของผู้ผจญเพลิงในวันที่เชียงดาวกลายเป็นภูเขาไฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกหน ชายตรงหน้ารีบยกหูตอบปลายสายไปว่ากำลังยุ่ง ก่อนจะขอตัวลุกไปตรวจเช็กข้าวปลาอาหารที่จัดเตรียมไว้ท้ายรถกระบะ</p>
<p>ประเด็นสนทนาของเรายังไม่คืบคลานไปถึงไหน ระหว่างรอคอยจึงสังเกตร่องรอยไฟป่าที่ลุกโชนบริเวณสันดอยหน้าถ้ำเชียงดาวเมื่อคืนวาน มันกินวงกว้างพอให้เห็นเถ้าถ่านแม้จากระยะไกลและสัมผัสได้ทุกอณูอากาศที่ยังไม่เจือจางกลิ่นความเสียหาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59318" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>หลังทักทายเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าเสร็จสรรพ <strong>นิคม พุทธา </strong>ก็กลับมาพร้อมอัพเดตกิจวัตรประจำวันในช่วงนี้ให้ฟังว่า ทุกๆ เช้าเขามีภารกิจออกตรวจตราจุดเสี่ยงและเฝ้าระวังไฟป่า รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของเหล่าอาสาสมัครชาวบ้านที่คอยระแวดระวังอัคคีภัย</p>
<p>แม้ฟังดูเป็นภารกิจแสนเรียบง่ายหากเทียบกับประสบการณ์อันโชกโชนของอดีตเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งยังเคยเป็น NGO ในมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผู้ยืนหยัดอยู่ในทุกเหตุการณ์ต่อต้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า แต่สิ่งที่เขาทุ่มเทในวันนี้กลับเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ช่วยจุดประกายให้ผู้คนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาไฟป่า ในฐานะคนอนุรักษ์ตัวเล็กๆ ที่เลือกกลับบ้านเกิดมาปกป้องดอยหลวงเชียงดาว ผืนป่ากึ่งอัลไพน์ (Sub-alpine Vegetaion) แห่งสำคัญของเมืองไทย ตลอดจนบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นกล้านักอนุรักษ์ ในบทบาทประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่ปิงและผู้ก่อตั้งค่ายเยาวชนเชียงดาวมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี</p>
<p>ท่ามกลางวิกฤตหมอกควันและสถานการณ์ไฟป่าที่ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นทุกปีเช่นนี้ น่าสนใจว่าเขารู้สึก นึก คิด และพิจารณาหาทางออกอย่างไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59351" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>ไม่กระทบนะครับ แต่มันเตือนให้ผมต้องทำงานให้มากกว่านี้และทำงานกับคนรุ่นใหม่ เพราะอนาคตของพวกเขาจะต้องเผชิญสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำคัญในระดับต้นๆ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>สมาชิกในครอบครัวคุณเป็นห่วงหรือกังวลบ้างไหม ที่คุณต้องมาทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงอันตราย</strong></p>
<p>สำหรับผมอย่างนี้ไม่ถือว่าเสี่ยงภัย สมัยก่อนที่ออกไปต่อต้านคัดค้านจนโดนฟ้องร้องเป็นคดีเสี่ยงมากกว่านี้อีก อีกอย่างทางบ้านก็ช่วยสนับสนุนนะครับ อย่างลูกชายผมก็จะไปช่วยถ่ายรูปเวลาลงพื้นที่เฝ้าระวังไฟทำแนวกันไฟ หรือไปดับไฟด้วยกัน ส่วนภรรยาผมเป็นเภสัชกรก็จะช่วยคัดแยกยากับหน้ากาก หน้ากากอย่างดีก็เอาไว้ให้คนที่ดับไฟ รองลงมาก็ให้คนทำแนวกันไฟและคนที่อยู่ทางบ้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59339" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59337" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า หมอกควัน เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /> </strong></p>
<p><strong>คนในพื้นที่มีความตื่นตัวกับสถานการณ์ไฟป่าและผลกระทบจากปัญหาหมอกควันแค่ไหน</strong></p>
<p>คนในพื้นที่ไม่ค่อยตื่นตัวและไม่ค่อยกังวลเลยนะ เขาก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดา จนผมขอร้องว่ามันอันตรายนะครับ ใส่หน้ากากกันสักหน่อยเถอะ คือเขาไม่รู้ตัว บางคนก็เจ็บไข้ ตอนนำยาไปแจกก็มีทั้งคนแก่และเด็กตัวเล็กๆ มารับกันเยอะจริงๆ รัฐบาลก็ควรจะใส่ใจเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพที่มีต่อประชาชนในชนบท ไม่ใช่ห่วงกังวลแค่คนในเมือง คนในเมืองเขายังพอมีเงินดูแลสุขภาพ ซื้อหน้ากากอนามัยและเครื่องฟอกอากาศ แต่คนชนบทอาศัยแค่ขนจมูก</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ในมุมมองของคุณ แนวโน้มของปัญหาที่ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤตการณ์ในปัจจุบันมีสาเหตุหลักมาจากอะไร</strong></p>
<p>หากมองกันกว้างๆ ปัญหานี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการของระบบนิเวศที่บกพร่อง คือ ถ้าปีไหนปริมาณน้ำฝนน้อย หลังฤดูฝนป่าจะแห้ง พอเกิดไฟป่าก็จะรุนแรง และส่งผลให้ปริมาณหมอกควันเยอะ แต่ปัจจุบันต่อให้ปีไหนมีปริมาณน้ำฝนมาก ความสามารถในการกักเก็บน้ำในป่าก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าเมื่อก่อนอยู่ดี เพราะป่ามันเว้าแหว่งไปหมด</p>
<p>ในแง่ของนิเวศวิทยา สิ่งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต เราจะสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางระบบนิเวศ ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้มันสัมพันธ์กับการขยายตัวของพื้นที่ทำการเกษตรพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพด</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ไร่ข้าวโพดกับหมอกควันเกี่ยวข้องกันอย่างไร</strong></p>
<p>ตัวการของปัญหาหมอกควันในภาคเหนือส่วนมากเกิดจากไฟป่าและการเผาโดยฝีมือมนุษย์ ทีนี้คนเผาคือใคร ก็อาจจะเป็นชาวเขา คนยากคนจน หรือคนพื้นราบก็เผาได้ทั้งนั้น บ้างเผาเพื่อเก็บหาของป่า เผาล่าสัตว์ตัดไม้เผาเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แต่ส่วนสำคัญคือการเผาทำไร่ข้าวโพดซึ่งเผากันปีละ 2-3 รอบ โดยหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะเผาทำลายเศษวัสดุข้าวโพดเพื่อเตรียมดินเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ต่อมาเมื่อปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้สักระยะจนวัชพืชงอกก็ต้องฉีดยาฆ่าหญ้ากำจัดแล้วเผาซ้ำแต่ก็เข้าใจในมุมของชาวบ้านนะว่าพอกฎหมายไม่อนุญาตให้นำรถไถหรือรถแทรกเตอร์เข้าไปในเขตป่า วิธีการเผาจึงเป็นวิธีการที่ง่าย ประหยัดและสะดวกที่สุดติดตรงที่พวกเขามักไม่ทำแนวกันไฟ พอเผาทิ้งไว้ไฟจึงแพร่ขยายลุกลาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59312" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59314" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมเกษตรกรภาคเหนือจึงนิยมทำไร่ข้าวโพด</strong></p>
<p>ณ สถานการณ์วันนี้ ข้าวโพดเป็นพืชที่ปลูกแล้วได้เงินเร็วและชาวบ้านเองเขาก็อยากรวย อยากมีเงินสร้างบ้าน ซื้อรถ หรือส่งลูกเรียนหนังสือ แต่ด้วยราคาตลาดที่ไม่แน่นอน ดังนั้นการจะได้เงินเท่าเดิมหรือมากกว่าจึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณผลผลิต นี่ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งในการเผาป่า คือเผาเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกเนื่องจากที่ดินในป่าไม่ต้องลงทุนซื้อ นอกจากนี้ยังมีรัฐบาลช่วยประกันราคา และมี ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งมันย้อนแย้งกับการที่ทางรัฐบาลมาใช้อำนาจสร้างแรงกดดันให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าแต่กลับไม่เข้มงวดกวดขันกับการปลูกข้าวโพดในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าอนุรักษ์ และป่าต้นน้ำต่างๆ ทั้งที่ความจริงแล้วต้องกดดันกรมป่าไม้และกรมอุทยานด้วยว่าห้ามไม่ให้มีไร่ข้าวโพดในพื้นที่โดยเด็ดขาด</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ในประเทศไทย พื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีการทำไร่ข้าวโพดเยอะไหม</strong></p>
<p>ทุกอุทยาน ทุกป่าสงวน ทุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และทุกดอยทางภาคเหนือมีไร่ข้าวโพด ประเด็นสำคัญคือพื้นที่ทุกดอยทางภาคเหนือเป็นป่าต้นน้ำ ปิงมาจากเชียงใหม่ วังมาจากลำปาง น่านมาจากน่าน ยมมาจากพะเยา แม่น้ำทุกเส้นสายไหลจากภูเขา โดยมีผืนป่าปกคลุมคอยทำหน้าที่รองรับกักเก็บน้ำที่นี้หากมีการทำไร่และเผาป่าใบไม้ที่เป็นเสมือนฟองน้ำก็ไม่เหลือพอฝนตกลงมาแทนที่จะกักเก็บน้ำได้สัก 80 เปอร์เซ็นต์ มันก็ชะล้างลงหมด ตรงกันข้ามถ้าป่าใดได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ฝนตกลงมาปุ๊บมันจะกักเก็บเลยทันที 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยไหลไปตามลำธารธรรมชาติเพื่อหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้อุดมสมบูรณ์</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วเจ้าหน้าที่มีมาตรการจัดการอย่างไร</strong></p>
<p>ถ้าเจ้าหน้าที่ไปเจอกับตาว่ากำลังบุกรุกแผ้วทางก็จับได้ เขาเรียกว่าความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ถ้าเดินสวนทางกัน แล้วไปเจอพื้นที่ไร่ที่กำลังถูกเผาเขาก็เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้ต้องหา นอกจากมาตรการจับกุมตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามควบคุม แต่มันเป็นการควบคุมด้วยวาจาแค่บอกว่าห้ามเผานะ ใครเผาถูกจับดำเนินคดี ซึ่งหากจะให้ดีกว่านี้มันต้องมีการทำข้อมูลเชิงวิชาการอย่างฐานข้อมูล ทำแผนที่ขอบเขต สำรวจประชากร หรือข้อมูลพื้นที่ถือครองต่างๆ ควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้การจัดการมันมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ทำไมพอพูดถึงสาเหตุของหมอกควันและไฟป่า คนจึงไม่ค่อยพูดประเด็นพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว </strong></p>
<p>เพราะมันเข้าตัวไง ตราบใดที่เรายังกินหมูกินไก่เราก็มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารที่มาจากข้าวโพดและปลาป่น ปลาป่นก็ล้างผลาญทะเล ข้าวโพดก็ทำลายป่าต้นน้ำ</p>
<p>มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาที่เกิดจากผลพวงในการพัฒนาประเทศ ทุกวันนี้อุตสาหกรรมพืชอาหารสัตว์ของเราเจริญเติบโตมาก แต่สิ่งที่สูญเสียคือระบบนิเวศ ฉะนั้นพอเราเข้าใจสถานการณ์ก็ต้องจิตใจสงบไม่ไปกดดันดุด่าว่าร้ายคนอื่น เพราะพูดอย่างถึงที่สุดเราเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วที่ผ่านมาการรณรงค์ห้ามเผาช่วยทำให้ผู้เผาเข้าใจสถานการณ์บ้างไหม</strong></p>
<p>การรณรงค์มันเข้าไม่ถึงอย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าเป็นคนยากคนจน หรือชาวเขาที่สื่อสารภาษาไทยก็ยังสื่อสารไม่ได้ วันๆ ใช้ชีวิตอยู่แต่ในป่า ร้อยวันพันปีถึงจะลงมาตลาดในเมืองสักครั้ง แล้วมันก็เป็นความคุ้นเคยด้วย เขาเคยเผาทุกปีเพื่อให้ที่ทางมันโล่งสัญจรสะดวก สักพักหนึ่งก็เผาเอาหญ้าระบัดมาเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย บ้างก็ได้ผักหวานมากิน</p>
<p>ที่สำคัญคือเขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันส่งผลกระทบรุนแรงเพราะไฟป่ามันเกิดเป็นปกติทุกๆ ปีนะครับ เพียงแต่เมื่อก่อนมันอาจไม่รุนแรงขนาดนี้ โดยเฉพาะกรณีของดอยหลวงเชียงดาวในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุไฟป่าที่หนักสุดเท่าที่ผมเคยเจอมา</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59331" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59330" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59328" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ที่ว่าหนักที่สุด หนักแค่ไหน</strong></p>
<p>อันที่จริงมันมีไฟไหม้ป่ากระจัดกระจายและมีหมอกควันไฟหนาแน่นมากตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมแล้ว จนเย็นของวันที่ 30 ผืนป่าด้านบริเวณหน้าค่ายเยาวชนเชียงดาวของผมก็ลุกไหม้ ควันไฟหนาทึบ คืนนั้นผมนอนรมควันกระสับกระส่ายทั้งคืน พอตื่นเช้าก็รีบขับรถขึ้นดอยไปเฝ้าดูจุดเกิดเหตุ</p>
<p>ผมไปถึงที่นั่นราว 8 โมงกว่า นั่งเฝ้าไฟอยู่คนเดียว กระทั่งใกล้ๆ 10 โมง เลยตัดสินใจโทรแจ้งนายอำเภอ สักพักชุดดับไฟชุมชนที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันก็มาถึง จากนั้นเจ้าหน้าที่ไฟป่าของกรมป่าไม้และกรมอุทยานก็ตามมา ต่อมาคืนวันที่ 1 เมษายน บริเวณสันดอยหน้าถ้ำเชียงดาวก็เกิดไฟป่าขึ้นกลางดึกครั้งนี้มันโหมกระหน่ำรุนแรงมากจนมองเห็นเหมือนเป็นภูเขาไฟ</p>
<p>เหตุการณ์นี้เป็นข่าวใหญ่โตเพราะมันน่ากลัวมาก แล้วผมและชาวบ้านรอบๆ ก็ช่วยกันรายงานสถานการณ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็มีเพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามสถานการณ์อยู่ต่างส่งกำลังใจและแบ่งปันน้ำใจบริจาคสิ่งของช่วยเหลือกันเข้ามามากมาย นอกจากนี้ยังมีทีมสื่อมวลชนมาช่วยกระจายข่าวสารสร้างการรับรู้ และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการต่างๆ ระดมกำลังมาช่วยเหลือกันเต็มที่ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงให้คลี่คลายลงได้อย่างปลอดภัย<strong> </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59342" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59333" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เหมือนสื่อโซเชียลฯ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมพลัง</strong></p>
<p>ใช่ คือบทบาทของผมช่วงนี้ก็จะช่วยในการสนับสนุนและวิเคราะห์ข้อมูลให้ชาวบ้าน ทุกวันผมจะออกตรวจลาดตระเวนตามจุดเสี่ยงไฟป่า ถ้าไปแล้วเจอไฟลุกท่วมท้นก็ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พยายามประสานงานขอความช่วยเหลือ หรือบางทีก็ดับเองบ้าง นอกจากนี้ยังใช้สื่อโซเชียลฯ เป็นเครื่องมือในการระดมความช่วยเหลือ ซึ่งก็มีคนให้ความสนใจเยอะมาก ได้รับบริจาคทั้งหน้ากากอนามัย ยารักษาโรค เครื่องดื่ม อาหารแห้ง และเงิน โดยในแต่ละวันที่ค่ายเยาวชนเชียงดาวจะมีการเตรียมอาหารไว้ประมาณ 100 ถุง พร้อมกับสิ่งของบริจาค จัดให้เป็นระเบียบ แล้วยกขึ้นท้ายรถกระบะนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเรามีเครือข่ายที่จะต้องทำงานกว่า 30 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านชนเผ่าที่ได้รับความช่วยเหลือน้อย ส่วนเงินก็จะมอบให้กับผู้นำชุมชนสำหรับจัดการเรื่องอาหารการกิน หรือสำหรับจุดไหนที่ชาวบ้านยังประสงค์จะทำแนวกันไฟต่อเนื่อง<strong> </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59317" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59360 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-1024x681.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="1024" height="681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>ที่ผ่านมามีการทำแนวกันไฟเป็นประจำไหม</strong></p>
<p>ทำทุกปีครับ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งจุดแนวกันไฟที่ทำเราจะอาศัยข้อมูลจากชาวบ้านเพราะเขาจะรู้ทิศทางไฟ รู้ว่าตรงไหนเป็นจุดเสี่ยง เป็นสันดอยหรือหุบเหว เราเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้งแล้วทีนี้ใครอยากอาสาช่วยทำก็มาได้หมดเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วช่องโหว่คืออะไร ทำไมจึงเกิดปัญหาขึ้นทุกปี</strong></p>
<p>การที่สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเชียงใหม่และเชียงดาวขณะนี้ยิ่งรุนแรงมันก็ยิ่งตอกย้ำว่าเราจะเพิกเฉยต่อไปไม่ได้ จะต้องมีการคิดและวางแผนกันล่วงหน้าให้มากขึ้น แต่สิ่งที่มันยังเป็นอุปสรรคก็คือความร่วมมือและความเข้าใจ เราต้องเข้าใจในธรรมชาติอย่างถ่องแท้และเห็นแก่ความร่วมมือ</p>
<p>เวลาที่ไฟไหม้ป่า คนทั่วไปจะไม่เข้าใจว่าป่าไหนสามารถอยู่กับไฟได้และป่าไหนที่ไม่ควรจะไหม้ เพราะป่าบางแห่งมันก็โดนไฟไหม้ได้ เช่น ป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณ ถ้าคนเข้าใจตรงนี้ก็จะไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ความโกรธความเกลียดก็จะไม่รุนแรง</p>
<p>แต่ทีนี้พอเกิดไฟป่าขึ้นมา คนในเมืองส่วนมากเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าป่ามันเสียหายแค่ไหน เขาสนใจแค่ว่า เฮ้ย นี่มันเกิดควันไฟและพอสูดควันเข้าไปเขาก็รู้สึกโกรธ แล้วก่นด่าชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ชาวบ้านคนที่เป็นมือเผามีจำนวนน้อยกว่าคนที่ช่วยกันดับไฟเสียอีก ประชาชนจึงควรจะมีความเห็นอกเห็นใจกันมากกว่านี้ ไม่ใช่โหมกระหน่ำซ้ำเติม<strong> </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59358 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-1024x681.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="1024" height="681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59359" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="2880" height="1916" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><strong>แล้วเราจะสร้างความร่วมมือและความเข้าใจที่ว่าได้อย่างไร</strong></p>
<p>สร้างได้ด้วยแนวทาง ‘นิเวศเชิงลึก (Deep Ecology)’ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณ ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ และความรู้สึก ให้ผู้คนอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในธรรมชาติและการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แก่งแย่งแข่งขัน แต่เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ ระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ ระหว่างคนในชนบทกับคนในเมือง เพราะพวกเราอยู่ร่วมกันบนฐานทรัพยากรดิน น้ำ ป่า เดียวกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในแนวคิดของ Deep Ecology มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาเสียด้วยซ้ำ ลองนึกนะ เวลาเราอยู่ใกล้ภูเขาเราจะเห็นแต่เปลวไฟและหมอกควัน แต่ถ้าเราถอยห่างออกมาเราจะเห็นท้องฟ้า ผู้คน ดิน น้ำ ลม ไฟ มันเป็นปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของธาตุทั้ง 4 สิ่งนี้มันเป็นศาสตร์ความรู้ว่าด้วยแนวคิดมุมมองในการมองธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง</p>
<p>หากมองให้เห็นการเชื่อมโยงทางมิติด้านเวลา ก็หมายความว่าไฟไหม้ป่ามันมีมานานแล้ว และมันก็จะมีต่อไป เราก็หยุดยั้งเท่าที่หยุดยั้งได้ ช่วยได้เท่าที่ช่วยได้ ยอมรับเท่าที่ยอมรับได้ ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป ส่วนอีกมิติคือ มิติระหว่างสิ่งหนึ่งต่อสิ่งหนึ่ง แม้กระทั่งสิ่งที่มีชีวิตด้วยกันหรือสิ่งที่ไม่มีชีวิตด้วยกัน มันก็มีการเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งเช่น ก้อนหินที่เราเห็นวางระเกะระกะในลำธาร เรานึกว่ามันไม่ได้ทำอะไร แต่แท้ที่จริงแล้วมันทำหน้าที่ให้น้ำที่ไหลมากระทบเป็นลูกคลื่นเพื่อจะได้มีพลังไหล บางก้อนทำให้น้ำกระฉอกขึ้นมา ซึ่งช่วงที่น้ำกระฉอกออกซิเจนจากอากาศจะเติมเข้าไปแล้วไปหล่อเลี้ยงสิ่งที่มีชีวิตในน้ำ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของแพลงก์ตอนและห่วงโซ่สายใยชีวิต</p>
<p>กิจกรรมที่ผมทำอยู่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า ทำแนวกันไฟ เก็บกวาดขยะในป่า หรือเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติ มันจะมีเรื่องของจิตสำนึกและการตระหนักรู้คุณค่าทางจิตใจหมดเลย อย่างการทำแนวกันไฟป่า เราจะชวนคนมากันแนวไฟในจิตในใจของเราด้วย ไม่ให้ความโกรธเกลียดเคียดแค้นมันเกิดขึ้น ไฟป่ามันมีฤดูกาล แต่ไฟในใจของเรามันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เลือกฤดูกาล ฉะนั้นก็ไม่ต้องไปโกรธคนที่เขาเผา เขาจะเป็นใคร จุดด้วยสาเหตุอะไรก็ช่างเขา เรารับรู้แล้วก็วาง แล้วมาเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เราทำอยู่ดีกว่า</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59348 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_4.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></strong></p>
<p><strong>คุณคิดว่าอะไรคือความสูญเสียที่หนักที่สุดจากเหตุการณ์ไฟป่าดอยหลวงเชียงดาว</strong></p>
<p>เราสูญเสียโอกาสการงอกเงยของเมล็ดพันธุ์ไม้ที่จะกลายเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ความสามารถในการกักเก็บน้ำและแหล่งผลิตออกซิเจน ซึ่งความเสียหายทางระบบนิเวศน์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>สำหรับคุณแล้ว บทเรียนสำคัญที่ได้รับจากเหตุการณ์ในครั้งนี้คืออะไร</strong></p>
<p>ผมคิดว่าการบริหารจัดการไฟป่าโดยรวมเรายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาจเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความรุนแรงครั้งแรก และเห็นว่าชาวบ้านที่อยู่ในเขตป่าแต่ละหมู่บ้านควรจะเป็นกำลังหลักในการจัดการกับไฟป่า ซึ่งอาจจะต้องทำทั้งกระบวนการป้องกันก่อนฤดูกาลเผา มาตรการช่วยดับไฟป่า และการฟื้นฟูหลังจากเกิดสถานการณ์ มันควรจะมีกระบวนการทำงานที่ไม่ใช่แค่เป็นภารกิจเสร็จเป็นครั้งๆ แต่มีการสรุปบทเรียน วางแผน และทบทวนสม่ำเสมอ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วคนในเมืองจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>สนับสนุนผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน คำนึงถึงระดับฐานล่าง เพราะจะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จากการปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ เป็นทางเลือกให้สามารถทำเกษตรผสมผสาน ไม่ใช่แค่ทำไร่ข้าวโพดอย่างเดียว</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>หลังไฟป่าดับคุณจะทำอะไรต่อไป</strong></p>
<p>ผมก็มีกิจกรรมของผมเรื่อยๆ ตามสภาพ ไม่ได้มีแผนงานอะไรที่ชัดเจน ไม่ได้สังกัดองค์กร เพราะผมทำงานโดยอิสระ พอถึงหน้าแล้งมาก็ช่วยทำแนวกันไฟ เก็บเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ปลูกผลไม้ที่เป็นอาหารสัตว์ มะม่วงป่า มะกอกป่า พอถึงฤดูฝนก็ออกไปปลูกป่า ชวนอาสาสมัครบ้าง ชาวบ้านบ้าง อย่างน้อยถ้ามาทำกิจกรรมร่วมกันก็จะได้พบปะพูดคุยและเรียนรู้คุณค่าความสำคัญของป่าที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเราไปนั่งฟังบรรยายในชั้นเรียนเพราะมันได้ประสบสัมผัสด้วยตัวเองและจิตวิญญาณของเรา การเรียนรู้ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเป็นการเรียนรู้แบบเชิงลึก</p>
<p>นอกจากนี้ในปีนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะรณรงค์ให้มีการปลูกกล้วยเป็นแนวระหว่างขอบไร่กับขอบป่า ซึ่งแนวกล้วยนั้นสามารถเป็นแนวหยุดไฟ (Forest Fire Break) แถมชาวบ้านยังได้กล้วยกินและใช้ประโยชน์อีกสารพัด สำคัญที่สุดคือต้องอาศัยความร่วมมือ เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาร่วมที่เราต้องตระหนัก ทุกคนได้รับผลกระทบ ทุกคนมีส่วนในการทำลาย ทุกคนก็ควรจะมีส่วนในการแก้ไขปัญหาด้วย ซึ่งวิธีการอาจจะหลากหลายแต่ถ้าหากฝนตกลงมาทุกอย่างก็คลี่คลาย ฝนอย่างเดียวที่จะแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้ ธรรมชาติจะฟื้นฟู ผู้คนจะมีชีวิตชีวาแจ่มใส ทำอย่างไรที่จะให้ฝนตก ผมก็ยังมีความหวังนะว่าฝนคงจะตกก่อนสงกรานต์ แค่สักครั้งก็ยังดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59353 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><em>ขอบคุณรูปภาพจาก นิคม พุทธา</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nikom-putta-chiangmai/">คุยกับ นิคม พุทธา เรี่ยวแรงหลักของผู้ผจญเพลิงในวันที่เชียงดาวกลายเป็นภูเขาไฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
