<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/kanapol/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/kanapol/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Oct 2021 12:24:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>หนี office syndrome มาเจอ work from home syndrome! ฮาวทูทำงานที่บ้านยังไงให้ไม่ปวดเมื่อยตัว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/work-from-home-syndrome/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Sep 2021 08:09:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Recommend]]></category>
		<category><![CDATA[การพักผ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[Out of Office]]></category>
		<category><![CDATA[work from home]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=144885</guid>

					<description><![CDATA[<p>มนุษย์ทำงานคนไหนกำลังปวดหลังปวดไหล่ตอนอ่านข้อความนี้อยู่บ้าง ในช่วงที่มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายต้องย้ายมาทำงานที่บ้าน การใช้โต๊ะกินข้าวเป็นโต๊ะทำงานหรือการนั่งประชุมหน้าจอตลอดทั้งวันก็ค่อยๆ สร้างความปวดเมื่อยให้กับเราทีละน้อย คอ บ่า ไหล่เริ่มตึงแปลกๆ แน่นอนว่าอาการเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ office syndrome เพราะเราทำงานที่บ้าน! แต่เราขอตั้งชื่อให้กับมันว่า ‘work from home syndrome’ ซึ่งเป็นฝาแฝดอาการปวดเมื่อยที่ร้ายไม่แพ้กับอาการที่เกิดที่ออฟฟิศเลย เพื่อสวัสดิภาพของคอ บ่า ไหล่ วันนี้เราจึงอยากช่วยทุกคนหาทางบรรเทาอาการ work from home syndrome ที่อาจจะกำลังคุกคามชีวิตคุณด้วย 5 วิธีทำงานที่บ้านอย่างสำราญใจ ไม่ปวดเมื่อยตัว 1. เสริมฟีเจอร์ ให้กับเก้าอี้ของคุณ พูดถึงความเจ็บปวดของคนทำงาน หนึ่งในนั้นต้องมีอาการปวดหลัง! เรื่องนี้อาจเป็นเพราะเก้าอี้ตัวดีที่คุณต้องใช้ชีวิตอยู่บนนั้นยาวนานถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน หากปวดหลัง เราอยากชวนสำรวจเก้าอี้ของตัวเองให้ดีว่ามันช่วยให้คุณนั่งทำงานได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยท่านั่งที่ดีคือท่าที่ทำให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายลดความตึงของกล้ามเนื้อ สังเกตได้จาก 4 จุดง่ายๆ คือ 1. หลังต้องเหยียดตรงไม่คดงอ (โดยที่ต้องไม่เกร็งด้วยนะ) 2. คอตั้งตรงไม่ก้มหรือเงย 3. ไหล่ไม่ยกสูงกว่าปกติ 4. ฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นอย่างพอดีโดยที่เข่าตั้งฉากกับเก้าอี้&#160; หากเก้าอี้ของคุณไม่สามารถจัดท่านั่งให้ตอบทุกโจทย์ได้ทุกข้อ คุณก็สามารถที่จะเสริมฟีเจอร์ต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/work-from-home-syndrome/">หนี office syndrome มาเจอ work from home syndrome! ฮาวทูทำงานที่บ้านยังไงให้ไม่ปวดเมื่อยตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>มนุษย์ทำงานคนไหนกำลังปวดหลังปวดไหล่ตอนอ่านข้อความนี้อยู่บ้าง ในช่วงที่มนุษย์ออฟฟิศทั้งหลายต้องย้ายมาทำงานที่บ้าน การใช้โต๊ะกินข้าวเป็นโต๊ะทำงานหรือการนั่งประชุมหน้าจอตลอดทั้งวันก็ค่อยๆ สร้างความปวดเมื่อยให้กับเราทีละน้อย คอ บ่า ไหล่เริ่มตึงแปลกๆ แน่นอนว่าอาการเหล่านี้ย่อมไม่ใช่ office syndrome เพราะเราทำงานที่บ้าน! แต่เราขอตั้งชื่อให้กับมันว่า ‘work from home syndrome’ ซึ่งเป็นฝาแฝดอาการปวดเมื่อยที่ร้ายไม่แพ้กับอาการที่เกิดที่ออฟฟิศเลย</p>



<p>เพื่อสวัสดิภาพของคอ บ่า ไหล่ วันนี้เราจึงอยากช่วยทุกคนหาทางบรรเทาอาการ work from home syndrome ที่อาจจะกำลังคุกคามชีวิตคุณด้วย 5 วิธีทำงานที่บ้านอย่างสำราญใจ ไม่ปวดเมื่อยตัว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>1. เสริมฟีเจอร์ ให้กับเก้าอี้ของคุณ</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-144889" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/1_perskindol.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พูดถึงความเจ็บปวดของคนทำงาน หนึ่งในนั้นต้องมีอาการปวดหลัง!</p>



<p>เรื่องนี้อาจเป็นเพราะเก้าอี้ตัวดีที่คุณต้องใช้ชีวิตอยู่บนนั้นยาวนานถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน หากปวดหลัง เราอยากชวนสำรวจเก้าอี้ของตัวเองให้ดีว่ามันช่วยให้คุณนั่งทำงานได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ โดยท่านั่งที่ดีคือท่าที่ทำให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายลดความตึงของกล้ามเนื้อ สังเกตได้จาก 4 จุดง่ายๆ คือ 1. หลังต้องเหยียดตรงไม่คดงอ (โดยที่ต้องไม่เกร็งด้วยนะ) 2. คอตั้งตรงไม่ก้มหรือเงย 3. ไหล่ไม่ยกสูงกว่าปกติ 4. ฝ่าเท้าสัมผัสกับพื้นอย่างพอดีโดยที่เข่าตั้งฉากกับเก้าอี้&nbsp;</p>



<p>หากเก้าอี้ของคุณไม่สามารถจัดท่านั่งให้ตอบทุกโจทย์ได้ทุกข้อ คุณก็สามารถที่จะเสริมฟีเจอร์ต่างๆ ให้กับเก้าอี้ตัวเองเพื่อบรรเทาอาการ work from home syndrome ได้ เช่น หาหมอนมาช่วยรองหลังส่วนล่าง หรือลงทุนซื้อเก้าอี้ใหม่เพื่อสุขภาพหลังในอนาคต หากเพียงแค่เก้าอี้ยังไม่พอ แนะนำว่าอาจจะลองหาของมารองหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตาหรือหาที่วางเท้าเพื่อที่เข่าจะได้สามารถตั้งฉากกับเก้าอี้ได้ด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>2. อย่าลืมพักเที่ยง</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-144890" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/2_perskindol.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หากคุณใช้ชีวิตอยู่ที่ออฟฟิศ ช่วงเวลาพักเที่ยงดูเหมือนจะเป็นช่วงที่หลายคนรอคอยเพราะมันไม่เพียงเป็นช่วงเวลาแห่งการรับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นเวลาสำหรับการพักผ่อนกายใจ ช่วยให้คุณได้มีโอกาสพักยืดเหยียดร่างกาย พร้อมลุยกับงานช่วงบ่ายต่อไป</p>



<p>แต่เมื่อเราต้องทำงานจากที่บ้าน หลายคนอาจทำงานเพลินจนเลยช่วงเวลาพักเที่ยง บางคนก็ประชุมไหลยาวจนต้องเอาข้าวมากินหน้าคอมฯ และบ่อยครั้งที่การนั่งยาวๆ ไม่ได้ลุกไปไหนเลยก็ส่งผลให้อาการปวดตรงนั้น ตึงตรงนี้ตามมา</p>



<p>ดังนั้นคราวหน้าที่เริ่มต้นนั่งทำงาน จงพึงระลึกไว้เสมอว่าแม้ทำงานอยู่บ้านก็ต้องพักกลางวันให้เหมาะสม เพราะมันจะช่วยให้ร่างกายของคุณได้พัก ทำให้รู้สึกสดชื่นมากขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>3. เชื่อมต่อกับเพื่อน</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-144891" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/3_perskindol.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หนึ่งในวิธีผ่อนคลายที่ดีที่สุดยามอยู่ในออฟฟิศคือตอนที่เราได้คุยเล่นกับเพื่อน ฟังดูเผินๆ อาจเหมือนเป็นข้ออ้างอู้งาน แต่อันที่จริงความคิดใหม่ๆ หลายอย่างก็มักจะเกิดตอนที่เราได้ห่างจากเรื่องงานและพูดคุยในประเด็นอื่นๆ รอบตัวกับเพื่อนๆ นี่แหละ</p>



<p>ที่สำคัญการที่ได้พักเดินไปหาเพื่อนโต๊ะนั้น แวะคุยกับเจ้านายโต๊ะนี้ ยังมีประโยชน์กับร่างกายเพราะการพักเดินออกกำลังกายบ้างจะทำให้คุณไม่นั่งนานจนเกิดอาการปวดหลังนั่นเอง</p>



<p>โชคดีที่ด้วยเทคโนโลยี ถึงจะอยู่บ้านแต่เราก็สามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ ได้อย่างง่ายดาย เช่น คุณอาจจะตั้งห้องพูดคุยออนไลน์ไว้สนทนากับเพื่อนร่วมงานระหว่างทำงานเพื่อที่จะยังคงช่วงเวลา ‘เมาท์มอย’ เอาไว้ หรือชวนเพื่อนเล่นบอร์ดเกมออนไลน์กันหลังเลิกงาน นอกจากการคุยเล่นจะช่วยลดความเครียดลงได้แล้ว ยังทำให้เรามีอิริยาบถที่ผ่อนคลายขึ้น ส่งผลต่อความตึงเกร็งของร่างกายที่เราอาจจะทำไปโดยไม่รู้ตัว</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>4. ใช้ตัวช่วยบรรเทาความปวดเมื่อย</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-1024x1024.jpg" alt="Work From Home Syndrome" class="wp-image-144892" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/4_perskindol.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ถ้าการเปลี่ยนอิริยาบถยังแก้ความปวดเมื่อยไม่ได้ ตัวช่วยถัดไปคือการพ่นสเปรย์บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ</p>



<p>นอกจากสมุดจดและเครื่องเขียน ถ้าเกิดอาการปวดหลังปวดไหล่ มนุษย์ออฟฟิศอาจจะต้องพกสเปรย์ Perskindol กระป๋องสีเหลืองที่ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อไว้ติดโต๊ะด้วยอีกอย่าง สเปรย์แก้ปวดนี้มีบุญคุณต่อคนทำงานจอมปวดเมื่อยมานักต่อนักด้วยสูตรร้อนที่พอพ่นลงบนร่างกายแล้วเราจะรู้สึกผ่าวๆ ที่บริเวณผิวหนัง หลังจากนั้นมันจะซึมเข้าไปอย่างรวดเร็วไม่ทิ้งร่องรอยความเหนอะหนะไว้เลย</p>



<p>และแม้ว่าเราจะดูแลร่างกายดีแค่ไหน แต่แค่นั่งผิดท่าแป๊บเดียวอาการปวดเมื่อยก็กลับมาทักทายได้เสมอ ดังนั้นการมีตัวช่วยกระป๋องนี้ติดบ้านไว้ย่อมอุ่นใจกว่านะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>5. เคารพเวลาเลิกงาน</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-1024x1024.jpg" alt="Work From Home Syndrome" class="wp-image-144893" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/5_perskindol.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สิ่งที่เกิดขึ้นกับหลายคนหลังจากที่ต้อง work from home คือการขาดการเลิกงานแบบเป็นรูปธรรม เมื่อไม่ต้องออกจากออฟฟิศเพื่อเดินทางกลับบ้านแล้วเราก็ทำงานแบบไร้กาลเวลา ส่งผลเสียทั้งกับจิตใจที่ห่อเหี่ยวลงทุกวันๆ และหลังที่ร้องว่าเมื่อไหร่จะลุกจากที่นั่งสักที</p>



<p>สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำงานที่บ้านจึงเป็นวินัยด้านเวลา ที่เราจะต้องเคารพทั้งกับตัวเองและเพื่อนร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะทำให้เรามีความเป็นมืออาชีพแล้ว ยังส่งผลดีต่อร่างกาย ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้อีกด้วย</p>


<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div>
<div style="display: none;">Paragraph</div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/work-from-home-syndrome/">หนี office syndrome มาเจอ work from home syndrome! ฮาวทูทำงานที่บ้านยังไงให้ไม่ปวดเมื่อยตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด กับช่วงเวลาในต่างประเทศที่ช่วยฟูมฟักสายตาที่เห็นความสำคัญของ ‘สาธารณะ’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/punch-up-fai-patchar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Jun 2021 05:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ้าย-ภัทชา]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[Punch Up]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=134068</guid>

					<description><![CDATA[<p>Punch Up ว่ากันว่าองค์ความรู้และใบปริญญาไม่ใช่สาระสำคัญเพียงอย่างเดียวของการได้ไปร่ำเรียนในต่างประเทศ ประสบการณ์นอกห้องเรียนและบรรยากาศก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันในการเปิดหูเปิดตาและทำให้คนคนหนึ่งรู้จักตัวเองมากขึ้น เราได้มีโอกาสนัดหมายพูดคุยอดีตนักศึกษาทุน Erasmus+ ในโปรแกรม Development Studies และ Public Policy ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Punch Up บริษัท Data Storyteller ของในเมืองไทย ความน่าสนใจของฝ้ายคือเธอเป็นคนที่ชัดเจนในเส้นทางของตัวเอง เธอเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในเมืองไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอสนใจประเด็นทางสังคม จากนั้นก็ได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขานโยบายสาธารณะในต่างประเทศเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ ซึ่งเธอเล่าว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการฟูมฟักตัวตนของเธอ หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เส้นทางชีวิตอาชีพของฝ้ายมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมเสมอๆ ตั้งแต่การทำงานในแวดวงวิชาการ สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และล่าสุดคือ Punch Up–บริษัท Data Storyteller ที่จับประเด็นทางสังคมมาเล่าอยู่บ่อยครั้ง วันนี้เราจึงอยากชวนผู้อ่านไปสัมผัสประสบการณ์ในและนอกห้องเรียนของฝ้าย เพื่อสำรวจว่าอะไรที่ทำให้เธอมีสายตาที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องราวสาธารณะอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง อะไรที่ทำให้คุณเริ่มสนใจในเรื่องนโยบายสาธารณะ ครั้งแรกที่สนใจเป็นช่วงตอนที่เราเรียนอยู่ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นมุมมองต่อเศรษฐศาสตร์ของเราก็ยังมีแค่เรื่องของการเงินและเศรษฐกิจ&#160; แต่มันมีวิชาหนึ่งที่เปิดหูเปิดตาให้กับเราคือวิชาสัมมนาการคลัง ซึ่งผู้สอนในตอนนั้นคืออาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เขาสอนโดยการให้นักศึกษาเอานโยบายจากภาครัฐมาวิเคราะห์กันในห้อง ซึ่งมันจะเป็นการใช้วิธีการมองแบบเศรษฐศาสตร์ไปจับกับเรื่องนโยบายสาธารณะ&#160; วิธีการมองแบบนี้ทำให้เราเห็นมิติใหม่ๆ ของเศรษฐศาสตร์ เช่น เราจะมองเรื่องเรื่องหนึ่งในแง่ของประสิทธิภาพหรือจะมองมันในแง่ของความเสมอภาคดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/punch-up-fai-patchar/">ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด กับช่วงเวลาในต่างประเทศที่ช่วยฟูมฟักสายตาที่เห็นความสำคัญของ ‘สาธารณะ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">Punch Up</span></p>


<p>ว่ากันว่าองค์ความรู้และใบปริญญาไม่ใช่สาระสำคัญเพียงอย่างเดียวของการได้ไปร่ำเรียนในต่างประเทศ ประสบการณ์นอกห้องเรียนและบรรยากาศก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันในการเปิดหูเปิดตาและทำให้คนคนหนึ่งรู้จักตัวเองมากขึ้น</p>



<p>เราได้มีโอกาสนัดหมายพูดคุยอดีตนักศึกษาทุน <a href="https://ec.europa.eu/programmes/erasmus-plus/node_en" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Erasmus+</a> ในโปรแกรม Development Studies และ Public Policy <strong>ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด</strong> หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท <a href="https://adaymagazine.com/constitution-change-by-punch-up/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Punch Up</a> บริษัท Data Storyteller ของในเมืองไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134415" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ความน่าสนใจของฝ้ายคือเธอเป็นคนที่ชัดเจนในเส้นทางของตัวเอง เธอเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในเมืองไทย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอสนใจประเด็นทางสังคม จากนั้นก็ได้มีโอกาสไปเรียนต่อปริญญาโทในสาขานโยบายสาธารณะในต่างประเทศเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ ซึ่งเธอเล่าว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการฟูมฟักตัวตนของเธอ</p>



<p>หลังจากนั้น ตั้งแต่วันที่ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เส้นทางชีวิตอาชีพของฝ้ายมักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมเสมอๆ ตั้งแต่การทำงานในแวดวงวิชาการ สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และล่าสุดคือ Punch Up–บริษัท Data Storyteller ที่จับประเด็นทางสังคมมาเล่าอยู่บ่อยครั้ง</p>



<p>วันนี้เราจึงอยากชวนผู้อ่านไปสัมผัสประสบการณ์ในและนอกห้องเรียนของฝ้าย เพื่อสำรวจว่าอะไรที่ทำให้เธอมีสายตาที่มองเห็นความสำคัญของเรื่องราวสาธารณะอย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">อะไรที่ทำให้คุณเริ่มสนใจในเรื่องนโยบายสาธารณะ</h4>



<p>ครั้งแรกที่สนใจเป็นช่วงตอนที่เราเรียนอยู่ปี 4 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตอนนั้นมุมมองต่อเศรษฐศาสตร์ของเราก็ยังมีแค่เรื่องของการเงินและเศรษฐกิจ&nbsp;</p>



<p>แต่มันมีวิชาหนึ่งที่เปิดหูเปิดตาให้กับเราคือวิชาสัมมนาการคลัง ซึ่งผู้สอนในตอนนั้นคืออาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ เขาสอนโดยการให้นักศึกษาเอานโยบายจากภาครัฐมาวิเคราะห์กันในห้อง ซึ่งมันจะเป็นการใช้วิธีการมองแบบเศรษฐศาสตร์ไปจับกับเรื่องนโยบายสาธารณะ&nbsp;</p>



<p>วิธีการมองแบบนี้ทำให้เราเห็นมิติใหม่ๆ ของเศรษฐศาสตร์ เช่น เราจะมองเรื่องเรื่องหนึ่งในแง่ของประสิทธิภาพหรือจะมองมันในแง่ของความเสมอภาคดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เราสนใจและอยากเรียนต่อทางนี้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณเลือกมหาวิทยาลัยสำหรับเรียนต่อยังไง</h4>



<p>ตอนนั้นมันมีสองฝั่งหลักๆ คือฝั่งอเมริกาที่โดดเด่นในแง่ของการเอาคณิตศาสตร์เข้ามาใช้ในการวางนโยบาย รวมถึงการสร้างโมเดลขึ้นมา ขณะที่ฝั่งของยุโรปจะเน้นในเรื่องสวัสดิการที่มีกลิ่นอายของมนุษยนิยมกว่า ซึ่งเราก็รู้ตัวว่าความสนใจเรามาทางยุโรป ประกอบกับตอนนั้น EU มีนโยบายระดับภูมิภาคที่น่าสนใจและมีประเด็นให้ศึกษาเยอะ</p>



<p>พอเลือกภูมิภาคได้ก็เริ่มมองหาทุน ตอนนั้นทำลิสต์ออกมายาวมาก ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยในอังกฤษ แต่เราก็ค่อยๆ ตัดโปรแกรมที่ไม่ตรงกับความต้องการของเราออกไป พอดูอังกฤษเสร็จก็ลองขยายดูว่าในยุโรปมีตัวเลือกอะไรบ้าง ปรากฏว่าได้เจอโปรแกรมที่น่าสนใจมากๆ เป็นของมหาวิทยาลัย ISS (International Institute of Social Studies) ที่เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในโปรแกรมของทุน Erasmus+ เราก็เลยสมัครเข้าไป</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134411" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_23.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">Erasmus+ คือทุนแบบไหน</h4>



<p>จริงๆ มันแล้วแต่โปรแกรม แต่แนวคิดโดยรวมของทุนคือการส่งเสริมการศึกษาในยุโรป โดยมีการโคฯ กันระหว่างมหาวิทยาลัยในภาคพื้นยุโรป โดยแบ่งตามหลักสูตรวิชา เช่น&nbsp;Public Policy ก็จะมีหลายๆ มหาวิทยาลัยมาเข้าร่วมแล้วให้เราเลือกลงเรียนได้ หรือบางหลักสูตรก็จะมีการแชร์ความรู้กันระหว่างมหาวิทยาลัย ทำให้เราได้ไปเรียนในหลายประเทศ ได้รู้จักหลายวัฒนธรรม</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">รายละเอียดของโปรแกรมที่คุณไปมาเป็นยังไง</h4>



<p>ตอนนั้นเราได้ทุนในโปรแกรมแบบ Double Degree Program คือเรียน 2 ประเทศ 2 ปี และได้ใบปริญญา 2 ใบ&nbsp;</p>



<p>ปีแรกเราไปเรียน Development Studies ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ปีที่สองไปเจาะลึกเรื่อง Public Policy ที่บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซึ่งความรู้ที่ได้จากทั้งสองแห่งเป็นสิ่งที่เอามาประยุกต์ใช้ด้วยกันได้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">การไปครั้งนี้ถือว่าเป็นการไป ‘อยู่’ ต่างประเทศที่นานที่สุดของคุณเลยใช่ไหม</h4>



<p>ใช่ เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ต่างประเทศนานถึง 2 ปีโดยไม่ได้กลับไทยเลย&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ชีวิตระหว่างการอยู่อาศัยและร่ำเรียนที่นู่นเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>เป็นช่วงชีวิตที่รู้สึกว่าเราได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างแล้วก็ได้เจอกับโลกจริงๆ ว่ามันเป็นยังไง ก่อนที่เราไปก็รู้สึกว่าเรามีสังคมแบบหนึ่ง เจอกับคนที่มีความคิดแบบหนึ่ง ทั้งจากเพื่อนเราหรือสังคมที่อยู่รอบตัวเรา พอไปแล้วมันมีความหลากหลายมาก อย่างคอร์ส Development Studies ที่ไปเรียนใน ISS เขาเรียกกันว่า Mini UN เนื่องจากมีนักเรียนมาจากหลายประเทศมาก แต่ละคนเหมือนเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่มาอยู่ด้วยกัน&nbsp;</p>



<p>บรรยากาศของการพูดคุยในชั้นก็เข้มข้นมาก หลายๆ ครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทุกคนจะขึ้นต้นว่า &#8220;In my country&#8230;&#8221; แล้วก็เล่าเหตุการณ์ของประเทศตัวเอง ตัวแทนหมู่บ้านแต่ละคนก็จะมีเรื่องราวที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่ามันสนุกมาก มันไม่ใช่แค่ว่าเราได้เรียนรู้จากอาจารย์หรือจากหนังสือตำรา แต่เราได้เรียนจากประสบการณ์ของเพื่อนในชั้นด้วย ซึ่งมันเป็นอะไรที่เติมเต็มเรามาก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ความหลากหลายของที่นั้นมันไม่จำกัดแค่เชื้อชาติ แต่ว่ามีความหลากหลายในเชิงประสบการณ์ สถานะ หรือตำแหน่งด้วย มันมีทั้งคนที่เป็น NGO มีคนที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง มีคนเป็นผู้พิพากษา มีคนที่ทำงานบริษัทเอกชน เพราะฉะนั้นเราก็ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ สิ่งที่เขาแลกเปลี่ยนมามันก็เป็นมุมมองจากประสบการณ์เขา และจากเราเองที่เป็นคนไทย ซึ่งก็เพิ่งเรียนจบมาเท่านั้นเอง มันก็เลยเป็นเหมือนกับแบ่งกันคนละครึ่ง เราเรียนรู้ เขาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134410" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">บรรยากาศในห้องเรียนของแต่ละที่เป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>ที่ ISS เราเรียนเรื่อง Development Studies จุดเด่นคือความหลากหลายของคนในคลาส เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ในห้องที่มีมุมมองต่อประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่องประชาธิปไตย เรื่องเด็ก เรื่องผู้หญิง เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องโลกาภิวัตน์ ซึ่งวิธีการเรียนมันคือการที่ให้คนมาถกเถียงกัน จริงๆ&nbsp;</p>



<p>มันจะมีวิชาหนึ่งที่เขาจะรวมทุกคนจากแต่ละคลาสให้มานั่งเรียนด้วยกัน แล้วเขาจะแจกหัวข้อให้ทุกคนก็ไปเตรียมมาคุยกัน ซึ่งประเด็นมันจะไม่ได้อยู่แค่เฉพาะในตำราเรียนหรือหนังสืออย่างเดียว แต่ว่ามันจะเป็นการตั้งคำถามถึงหัวข้อต่างๆ ที่มันถูกกำหนดมา สุดท้ายสิ่งที่ได้จากคลาสจะไม่ได้มีอะไรถูกผิด แต่ว่ามันจะเป็นเพียงมุมมองที่ไม่เหมือนกัน</p>



<p>ส่วนในปีที่สอง เราไปเรียน Public Policy ที่ Central European University ประเทศฮังการี อันนี้จะค่อนข้างลงลึกถึงวิธีและกระบวนการกำหนดนโยบายในเชิงปฏิบัติ เช่น เรื่องจริยธรรม หรือเรื่อง Policy Network ว่าเป็นยังไง ต้องทำอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่ามันเป็นสองปีที่เป็นส่วนผสมที่ดี ตอนปีแรกเราก็ได้เปิดโลกทางความคิด พอปีที่สองก็เริ่มจับต้องได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ในเชิงการใช้ชีวิต สองประเทศที่คุณได้ไปมีความแตกต่างกันมากน้อยยังไง</h4>



<p>สองประเทศที่เราไปค่อนข้างต่างกันมาก สิ่งหนึ่งที่รู้สึกกับเนเธอร์แลนด์ก็คือ การมีรัฐที่ดีมันช่างดีจังเลย ประเทศมันดี๊ดี ทั้งปลอดภัย การคมนาคมขนส่งก็ดี หรือแม้แต่เรื่องสวัสดิการต่างๆ มันก็ดี เหมาะกับการอยู่อาศัยมาก แต่ว่าโดยส่วนตัวเรารู้สึกว่ามันเงียบเหงาไปหน่อย อาจเพราะเราไปอยู่ที่กรุงเฮก ซึ่งเป็นเหมือนศูนย์กลางของระบบราชการในประเทศ ทำให้พอสองทุ่มปุ๊บ ทุกอย่างเงียบกริบไม่มีคนเดินบนถนนแล้ว แต่เราคือชาวไทยจากกรุงเทพฯ ที่มีร้านค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง อยากกินอะไรก็ออกไปกินก็เลยไม่ชิน</p>



<p>แต่พอย้ายไปที่ฮังการีก็เหมือนพลิกเลย บูดาเปสต์เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวามาก ทุกคนสนุกสนาน ชอบดนตรี เที่ยวแหลก ผับแหลก คัลเจอร์ก็คนละแบบ เพื่อนก็เป็นคนละกลุ่มกัน เพื่อนที่เรียนที่บูดาเปสต์ก็จะเป็นแบบเพื่อนโซนยุโรปตะวันออก ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เราได้ไปผับแล้วฟังดนตรี Balkan หรือดนตรีเฮฟวีเมทัลภาษารัสเซีย ทำให้รู้สึกว่าที่ฮังการีมันมีวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมอยู่มาก</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">การได้ไปเรียนกับทุน Erasmus+ เปิดหรือเปลี่ยนมุมมองของคุณที่มีต่อประเด็นสาธารณะมากน้อยแค่ไหน</h4>



<p>มันทำให้เรารู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง ปัญหาต่างๆ มีที่มาที่ไปยังไง ซึ่งเวลาได้ยินจากปากของคนที่อยู่ที่นั่นจริงๆ มันก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจประเด็นปัญหาต่างๆ ในมิติที่กว้างขึ้นและก็เสริมให้เราเข้าใจประเด็นนโยบายสาธารณะได้ดีขึ้นด้วย</p>



<p>อีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกคือมันเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลก จากก่อนที่เราไปเรารู้สึกว่าเราอยู่ในบับเบิล คือเรารับรู้เหตุการณ์รอบตัวผ่านสื่อไทยหรือหนังสือตำราเป็นหลัก แต่ว่าการที่เราสัมผัสกับคนจากที่อยู่ในพื้นที่จริงๆ และได้แลกเปลี่ยนกันโดยตรง มันทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่ทำให้เราเห็นความสำคัญของปัญหา และรู้สึกเชื่อมโยงได้มากขึ้น</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น เรามีเพื่อนที่มาจากโคลอมเบีย เขาเล่าเรื่อง child soldier ที่ใช้เด็กมาเป็นทหาร เขาก็เล่าให้ฟังว่ากระบวนการมันเป็นยังไง ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ตอนแรกเรารู้สึกว่ามันไกลตัวเรามากเลย นึกไม่ออกเลยว่าสถานการณ์จริงๆ ที่มันบีบบังคับให้เด็กต้องไปอยู่สถานการณ์แบบนั้นมันเป็นยังไง แต่พอเราได้ฟัง ได้แลกเปลี่ยนกับเขา ก็ทำให้เราเข้าใจประเด็นนี้มากขึ้น ซึ่งบางทีมันก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จากในคลาสหรือจากที่เราคุยกันนอกห้องเรียน ที่ทำให้เราเข้าใจคนอื่น เข้าใจบริบทของสิ่งนั้นมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134413" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าอยากให้นิยามประสบการณ์สองปีที่นั่นสั้นๆ คุณจะนิยามมันยังไง</h4>



<p>คิดว่ามันเหมือนการเปิดโลก ทำให้เราได้พบกับความหลากหลายที่เราน่าจะไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ซึ่งทำให้เราเข้าใจคำว่า world citizen ได้ชัดมาก เพราะพอเราอยู่ท่ามกลางความหลากหลาย เราก็รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบใหญ่ มันไม่ได้แบ่งแยกเรา-เขาขนาดนั้น คนแต่ละคนที่เราได้เจอก็มีการแชร์ประเด็นระดับโลกบางอย่างร่วมกัน หรือเรื่องบางเรื่องที่มันเกิดขึ้นในประเทศหนึ่ง มันก็เกิดขึ้นในประเทศอื่นเหมือนกัน มันจึงเป็นความเชื่อมโยงของมนุษย์ที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้จากกรอบของประเทศ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">หลังจากที่กลับมาคุณได้มีโอกาสทำงานตรงกับสายที่เรียนมาไหม</h4>



<p>ตอนช่วงปีแรกที่กลับมาก็มาทำสายนโยบายสาธารณะเลย ตอนนั้นไปอยู่หน่วยงานที่ชื่อว่า มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ หรือ มสช. โดยมีหน้าที่หลักคือทำการรวบรวมข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ ทั้งจากฝั่งวิชาการ และฝั่งภาคประชาชน แล้วรวมเป็นข้อเสนอให้กับรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดิน เรื่องสิทธิแรงงาน หรือเรื่องการแข่งขันทางการค้า</p>



<p>หลังจากที่ทำงานแรกมาได้ประมาณ 1 ปี วาระงานของคณะฯ ก็หมดลง พอดีมีอาจารย์ที่รู้จักกันชวนไปทำรายการทีวี ซึ่งอันนี้ค่อนข้างข้ามสายเลย จากสายวิชาการ จู่ๆ ก็ต้องมาเป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ของรายการทีวี แต่โชคดีที่รายการที่ทำตอนนั้นคือ ‘สยามวาระ’ ซึ่งมันมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้เรายังต่อได้ติดอยู่ จนเราก็ได้พบว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นงานที่คล้ายเดิม แค่เปลี่ยนรูปแบบเท่านั้นเอง คือแทนที่จะสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบายก็มาสื่อสารกับคนทั่วไปให้เข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตเขาแทน&nbsp;</p>



<p>หลังจากนั้นก็อยู่ในแวดวงของสื่อมาตลอด ได้มีโอกาสทำรายการทีวีอีกรายการหนึ่งคือวัฒนธรรมชุบแป้งทอด ทำสื่อออนไลน์สองสามแห่ง จนสุดท้ายเมื่อหลายๆ อย่างเริ่มพร้อม เราก็เลยมาทำ Punch Up ซึ่งก็ยังเป็นการทำงานกับประเด็นในสังคมผสมกับการเล่าเรื่องยากๆ ให้เข้าใจได้ง่าย</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">ทุกวันนี้อิทธิพลจากสมัยที่คุณได้เรียนในต่างประเทศยังส่งมาถึงการทำงานอยู่ไหม</h4>



<p>เราคิดว่ามันอาจไม่ได้ส่งมาโดยตรง เพราะระหว่างทางที่ผ่านมาเป็นสิบปี มันก็มีอย่างอื่นที่ก็หล่อหลอมและส่งอิทธิพลให้กับเราด้วยเหมือนกัน</p>



<p>แต่ในเวลานั้นมันช่วยให้เราชัดเจนกับตัวเองมากขึ้น มันเป็นรากฐานที่สำคัญของตัวเราในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ เพราะเราอาจไม่ได้ใช้ความรู้ในตอนเรียนมากขนาดนั้น แต่ว่ามันทำให้เรารู้ตัวเองว่าเราสนใจอะไร เราให้คุณค่ากับอะไร แล้วเราอยากทำอะไรต่อ ซึ่งคำตอบของมันยังอยู่กับเราจนถึงวันนี้ คือเราสนใจในประเด็นสังคม ประเด็นสาธารณะ&nbsp;</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">คุณคิดว่า Punch Up สามารถทำคอนเทนต์ขายของได้ไหม</h4>



<p>จริงๆ แล้วงานของ Punch Up มันคือส่วนผสมของ data, story, design และ tech ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้สามารถเอาไปทำเรื่องอะไรก็ได้ จะขายของก็ได้เช่นกัน แต่ว่าเราเลือกแล้วว่าจะใช้เครื่องมือนี้เล่าประเด็นสังคม เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่อยู่ในความสนใจของเรา รวมถึง Founder ทุกๆ คนด้วย</p>



<p>เรารู้สึกว่า Data มันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์และมีพลัง ถ้าเอาไปใช้กับเรื่องที่เราเห็นความสำคัญมันน่าจะดีกว่าการขายของที่เราอาจจะไม่ได้อิน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="694" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-1024x694.jpg" alt="" class="wp-image-134416" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-1024x694.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-768x520.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34-600x407.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/EU-ฝ้าย-punch-up_34.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<p>ถ้าใครอยากมีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้คนด้วยการไปเรียนต่อ ก็สามารถรอฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ตรงพร้อมข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจของทุนการศึกษา The Erasmus Mundus Joint Masters (EMJM) จากบรรดาศิษย์เก่ารวมถึงตัวฝ้ายเองได้ทางเพจ <a href="https://www.facebook.com/themomentumco/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">The Momentum</a> ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 19:00-20:00 น.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/punch-up-fai-patchar/">ฝ้าย–ภัทชา ด้วงกลัด กับช่วงเวลาในต่างประเทศที่ช่วยฟูมฟักสายตาที่เห็นความสำคัญของ ‘สาธารณะ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>FICS คาเฟ่ของ บาส นัฐวุฒิ ที่เนรมิตอาคาร 4 ชั้นให้เป็นแหล่งรวมพลของคนรักหนัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/fics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 May 2021 15:24:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Houston Film]]></category>
		<category><![CDATA[Poster District]]></category>
		<category><![CDATA[แพรว พูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[พัชชา พูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[อมร นิลเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ขิม จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[บาส นัฐวุฒิ พูนพิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[FICS]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132649</guid>

					<description><![CDATA[<p>“นอกจากทำหนังแล้ว เราก็ไม่เก่งอะไรเลย” FICS ประโยคนี้ของ บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เรียกเสียงหัวเราะให้กับวงสนทนา  “เลี่ยนมาก” ขิม–จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์ ผู้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนรีบสวนออกมา แต่เขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ เพราะ FICS อาคารสีขาวความสูง 4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ในระยะเดินราวสิบนาทีนี้ เป็นอาคารที่บรรจุความเป็น ‘หนัง’ เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่หน้าตาภายนอกที่เหมือนกับโรงหนังยุคเก่า ทางเข้าที่มีตู้ถ่ายภาพเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์บางเรื่อง และดีเทลอีกมากมายภายในอาคารที่แทรกแซมด้วยสิ่งของที่เชื่อมโยงกับภาพยนตร์ เพราะคอนเซปต์ที่มาสุดทางนี้เองได้ชักชวนให้เราสนใจเดินทางไปพูดคุยกับบาสและขิม ถึงที่มาที่ไปและแนวคิดการทำคาเฟ่เนิร์ดหนังแห่งนี้&#160; ว่าแต่ FICS มาจากไหน? เราโยนคำถามแรก “Film Inspired Cafe and Concept Store and Community Space” บาสและขิมช่วยกันปะติดปะต่อชื่อขนาดยาวของร้าน แหม่ แค่ชื่อก็ไม่ผิดหวังแล้ว หนังบันดาลใจ FICS “เรื่องมันมีอยู่ว่า&#8230;” บาสเริ่มประโยคนี้บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ เคียงข้างกับขิม บนชั้น 3 ของอาคาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fics/">FICS คาเฟ่ของ บาส นัฐวุฒิ ที่เนรมิตอาคาร 4 ชั้นให้เป็นแหล่งรวมพลของคนรักหนัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“นอกจากทำหนังแล้ว เราก็ไม่เก่งอะไรเลย”<span style="display:none;"> FICS </span></p>



<p>ประโยคนี้ของ บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เรียกเสียงหัวเราะให้กับวงสนทนา </p>



<p>“เลี่ยนมาก” ขิม–จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์ ผู้เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนรีบสวนออกมา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132698" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_148.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่เขาหมายความเช่นนั้นจริงๆ เพราะ FICS อาคารสีขาวความสูง 4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 ห่างจาก BTS สถานีพร้อมพงษ์ในระยะเดินราวสิบนาทีนี้ เป็นอาคารที่บรรจุความเป็น ‘หนัง’ เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่หน้าตาภายนอกที่เหมือนกับโรงหนังยุคเก่า ทางเข้าที่มีตู้ถ่ายภาพเหมือนหลุดออกมาจาก<a href="https://adaymagazine.com/category/creative/film/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ภาพยนตร์</a>บางเรื่อง และดีเทลอีกมากมายภายในอาคารที่แทรกแซมด้วยสิ่งของที่เชื่อมโยงกับภาพยนตร์</p>



<p>เพราะคอนเซปต์ที่มาสุดทางนี้เองได้ชักชวนให้เราสนใจเดินทางไปพูดคุยกับบาสและขิม ถึงที่มาที่ไปและแนวคิดการทำคาเฟ่เนิร์ดหนังแห่งนี้&nbsp;</p>



<p>ว่าแต่ FICS มาจากไหน? เราโยนคำถามแรก</p>



<p>“Film Inspired Cafe and Concept Store and Community Space” บาสและขิมช่วยกันปะติดปะต่อชื่อขนาดยาวของร้าน</p>



<p>แหม่ แค่ชื่อก็ไม่ผิดหวังแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132676" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_43.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนังบันดาลใจ</strong><span style="display:none;"> FICS </span></h2>



<p>“เรื่องมันมีอยู่ว่า&#8230;”</p>



<p>บาสเริ่มประโยคนี้บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ เคียงข้างกับขิม บนชั้น 3 ของอาคาร FICS ซึ่งเป็นชั้นที่เต็มไปด้วยโปสเตอร์ภาพยนตร์จากร้าน Poster District ที่ตัวเขาเองเป็นเจ้าของ</p>



<p>ใช่แล้ว ก่อนที่จะเริ่มเรื่องราว เราอยากเล่าก่อนว่าจริงๆ แล้ว FICS ไม่ใช่แค่ชื่อของคาเฟ่ แต่ยังเป็นชื่อเรียกอาคารที่เป็นสถานที่ตั้งของโปรดักชั่นเฮาส์ บาร์ลึกลับ และร้านขายโปสเตอร์ด้วย&nbsp;</p>



<p>เรียกได้ว่าพื้นที่ของอาคารทั้ง 4 ชั้นได้ถูกจับจองโดยแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘หนัง’ เอาไว้หมดแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-683x1024.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132689" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_114.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>“ย้อนไปตอนปี 2020 เราได้เซตอัพบาร์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับถ่ายหนังที่ชั้น 1 ของตึกหลังนี้ แต่พอถ่ายเสร็จเราดันเสียดาย ไม่อยากทิ้ง ก็เลยคิดว่างั้นทำเป็นบาร์ไปเลยละกัน ประจวบกับในตอนนั้นออฟฟิศเก่าหมดสัญญาเช่าที่พอดี ก็ขอเช่าทั้งตึกแล้วย้ายออฟฟิศมาอยู่ที่เดียวกันด้วยเลย”</p>



<p>Houston Film ออฟฟิศของบาสซึ่งเป็นโปรดักชั่นเฮาส์ผลิตโฆษณา เอ็มวี และสื่อเคลื่อนไหวต่างๆ จึงได้ย้ายมาประจำการอยู่ที่ชั้น 4 ของอาคารสีขาวที่ตั้งอยู่ในซอยสวัสดี สุขุมวิท 31 แห่งนี้</p>



<p>“พอย้ายมาอยู่ มันก็ยังมีหลายชั้นที่ไม่ได้ใช้งาน เราก็เลยพยายามหาประโยชน์ในมุมอื่นๆ ก็เลยไปคุยกับหุ้นส่วนว่าขอชั้น 3 ทำเป็นแกลเลอรีสำหรับขายโปสเตอร์ของร้าน Poster District ด้วย ซึ่งก็ได้กลายเป็นหน้าร้านแรกของร้านเราเลย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132696" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_142.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ทีนี้มันก็ยังเหลืออีก 1 ชั้น เราเลยชวนคนรอบๆ ตัวมาออกไอเดียกัน อย่างขิม จูนจูน (พัชชา พูนพิริยะ) จ๊ะจ๋า (แพรว พูนพิริยะ) และ แมน (อมร นิลเทพ) ซึ่งแต่ละคนก็มีสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อย่างจูนเขาก็อยากทำ merchandise ที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ ส่วนจ๊ะจ๋าก็อยากทำร้านกาแฟ ท้ายที่สุดมันก็เลยออกมาเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานสิ่งที่ทุกคนอยากทำเข้าไว้ด้วยกันในตึกเดียว”</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว FICS จึงไม่ใช่แค่ชื่อของคาเฟ่แต่เป็นชื่อของอาคารที่รวมเอาธุรกิจซึ่งเกิดขึ้นจากความหลงใหลในภาพยนตร์เข้าไว้ด้วยกัน ดั่งความหมายของตัว F ในชื่อที่มาจากประโยคว่า ‘Film Inspired’ หรือ ‘บันดาลใจจากภาพยนตร์’&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132695" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_134.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Movies, Movies Everywhere</strong></h2>



<p>FICS มีกลิ่นอายของความเป็นภาพยนตร์ตั้งแต่แรกเห็น ด้วยหน้าตาภายนอกของอาคารก็ทำให้ผู้ที่เดินทางมาเชื่อมโยงไปถึงโรงหนังแบบ stand alone ซึ่งเคยรุ่งเรืองในยุคหนึ่งก่อนที่โรงหนังมัลติเพลกซ์จะเข้ามาตีตลาด</p>



<p>บาสเล่าถึงที่มาที่ไปของหน้าตาร้านให้เราฟังเพิ่มเติมว่า “สิ่งแรกที่น่าจะเป็น first impression ของหลายคนคือด้านนอกของร้าน ซึ่งเราได้หยิบเอาดีไซน์ของโรงหนังเก่าเข้ามาใช้ เช่นพวกรูปทรงของป้ายและหลอดไฟกลมๆ ซึ่งในแง่หนึ่งมันตอบความต้องการของเราในฐานะของเด็กที่โตมาในยุคที่โรงหนัง stand alone รุ่งเรือง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132693" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_128.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เมื่อเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้พบคือตู้ถ่ายภาพ Photoautomat ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนต์ <em>Amélie</em> โดยมี Sculpture Bangkok แบรนด์ที่ให้บริการตู้ถ่ายภาพประเภทนี้เข้ามาช่วยดูแลการติดตั้ง จากนั้นเมื่อเข้ามาด้านในทุกคนจะได้พบกับป้ายบอกรายละเอียดของแต่ละชั้นและป้ายที่เขียนว่า “Film Lovers Are FICS People”</p>



<p>“พอเดินเข้ามาด้านในตึก การตกแต่งหลายๆ อย่างของร้านมันคือการเอาศิลปะแนว Art Deco มาปรับให้มันมีความโมเดิร์นมากขึ้น ภาพจำเดิมที่เรามีต่อโรงหนังที่จะต้องเป็นไม้หรือมีม่านแดงหลายๆ จุดก็ถูกถอดออกและปรับเปลี่ยนไป แต่รายละเอียดบางอย่างมันก็ยังจะคงอยู่”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132671" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_25.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>รายละเอียดที่บาสว่าคือสิ่งที่ช่วยให้ที่แห่งนี้มีบรรยากาศของโรงภาพยนตร์ แม้ว่าหน้าตาอาจจะไม่ใช่อย่างที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่เซตให้เหมือนช่องขายตั๋ว ไฟกลมที่ห้อยลงจากเพดาน เก้าอี้โรงหนัง ผ้าม่านสีครีม (ปรับจากสีแดงเพื่อให้เข้ากับการตกแต่งของร้าน) และอีกมากมายที่บาสและทีมบรรจงใส่กันเข้ามา</p>



<p>“ของอย่างแรกๆ ที่คนมาร้านจะได้เห็นคือป้ายที่เขียนว่า ‘Film Lovers Are FICS People’ ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีที่มาจากโควตของ François Truffaut ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่เคยกล่าวไว้ว่า Film lovers are sick people. ซึ่งเราก็เอามาปรับให้มันเข้ากับร้าน”</p>



<p>เมื่อเดินต่อขึ้นมาเราจะได้พบกับขั้นบันไดและโทรทัศน์ที่เปิดฉายซีนบางซีนจากภาพยนตร์หลายๆ เรื่องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหากสังเกตดูให้ดีๆ จะพบว่าทุกซีนที่กำลังฉายอยู่นั้นล้วนแต่เป็นซีนในคาเฟ่จากภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ ทั้งหมด</p>



<p>“ชั้นพักตรงบันไดตรงนั้นเป็นเหมือนตัวเชื่อมความรู้สึกระหว่างคาเฟ่กับภาพยนตร์เอาไว้ด้วยกัน ซึ่งพอคนเดินผ่านจุดนั้นขึ้นมาเขาก็จะพบกับพื้นที่ที่มีการตกแต่งเป็นบูทขายตั๋วหนัง ป้ายโรงหนังที่ถูกปรับให้มินิมอล และเมื่อผลักบานประตูเข้าไปในร้านก็จะเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังทั้งหมด ทั้งโปสเตอร์ โซนคอนเซปต์สโตร์ หรือมุมเทปฉายหนัง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132694" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_131.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รสชาติของหนังเรื่องโปรด</strong><span style="display:none;"> FICS </span></h2>



<p>ทำไมต้องคาเฟ่? ในเมื่อกรุงเทพฯ อัดแน่นไปด้วยร้านประเภทนี้อยู่แล้วทั่วทุกมุมถนน</p>



<p>ขิม ผู้ทำหน้าที่ต้อนรับแขกทุกคนที่เข้ามาที่ร้านชิงตอบก่อนบาสว่า “เราคิดว่าคาเฟ่เป็นเหมือนจุดเช็กอินแรกที่เราจะได้แนะนำตัวเองกับลูกค้า ให้เขาค่อยๆ ได้รู้จักเราโดยที่มีของให้กินไปด้วย นอกจากนี้เราคิดว่าส่วนของคาเฟ่มันเข้าใจง่ายและทุกคนรีเลตได้โดยไม่เกร็ง ซึ่งมันช่วยให้พื้นที่เนิร์ดๆ อย่างแกลเลอรีโปสเตอร์ด้านบนมีความเฟรนด์ลี่มากขึ้น”</p>



<p>บาสเสริมต่อว่า “จริงๆ มันเหมือนเวลาเราไปพวกพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรี ซึ่งมันมักจะมีคาเฟ่เล็กๆ ตั้งอยู่ข้างหน้าให้เราได้เข้าไปซื้อเครื่องดื่ม ก่อนจะเข้าไปในโซนหลักของสถานที่นั้น”</p>



<p>FICS เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งเมนูเครื่องดื่มทั่วไปตามแบบฉบับของร้านค้าประเภทนี้ แต่สิ่งที่ทำให้ FICS พิเศษกว่าคาเฟ่อื่นๆ คือที่นี่จะมีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากภาพยนตร์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง <em>Amélie, Lost in Translation, A Clockwork Orange, Call Me By Your Name</em> และ <em>Blue Is the Warmest Colour</em></p>



<p>โดยแต่ละเมนูจะถูกตั้งตามชื่อของภาพยนตร์ รวมถึงได้รับการออกแบบตั้งแต่แนวทางของรสชาติ หน้าตา และสีสัน ให้สอดคล้องไปกับรายละเอียดของหนังเรื่องนั้นๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132686" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_107.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="754" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-1024x754.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132687" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-1024x754.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-300x221.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-768x566.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109-600x442.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_109.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Amélie</figcaption></figure></div>



<p>ขิมเลือกเครื่องดื่มที่อยากแนะนำให้เราฟังมาสองแก้ว “แก้วแรกคือ Amélie ซึ่งแก้วนี้จะมีส่วนผสมของแยมราสเบอร์รีโฮมเมดที่เราทำเองและท็อปด้านบนด้วยกาแฟนม ซึ่งมีที่มาจากฉากที่เอมิลี่เอาราสเบอร์รีติดไว้ที่นิ้วแล้วกิน”</p>



<p>“อีกเมนูชื่อ Lost in Translation ซึ่งเป็นตัวที่มีแอลกอฮอล์ จะมีส่วนผสมของบ๊วยสด อุเมะชู โซดา สไปรท์ และมัตฉะ ซึ่งในหนังมันมีฉากอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นช่วงฤดูฝน หลายๆ อย่างเราเลยดึงเครื่องดื่มของคนญี่ปุ่นมา อีกทั้งเวลาเสิร์ฟเราจะเสิร์ฟมัตฉะแยกเพื่อให้ลูกค้าได้เทลงไปผสมเอง ซึ่งเรารู้สึกว่ามันเป็นกิมมิกของการผสมผสาน เหมือนกับตัวละครชาวตะวันตกในหนังที่ต้องไปอาศัยอยู่ในดินแดนตะวันออก”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="738" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-1024x738.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132680" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-1024x738.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-300x216.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-768x554.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77-600x433.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_77.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Lost in Translation</figcaption></figure></div>



<p>นอกจากนี้ก็มีอีกหลายแก้ว เช่น Call Me By Your Name ที่มีส่วนผสมของลูกพีช Blue Is the Warmest Colour เครื่องดื่มสีฟ้าเสิร์ฟร้อนล้อไปกับชื่อของหนัง สะท้อนให้เห็นว่าซิกเนเจอร์เมนูของ FICS ล้วนถูกคิดและรังสรรค์ขึ้นมาจากความหลงใหลในภาพยนตร์อย่างเข้าเส้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดรวมพลของคนรักหนัง</strong><span style="display:none;"> FICS </span></h2>



<p>“เราอยากขายประสบการณ์ของการได้เข้ามาในพื้นที่นี้ว่ามันเติมเต็มความรู้สึกของคนรักภาพยนตร์” บาสพูดถึงจุดประสงค์โดยรวมของการดีไซน์ FICS ให้อยู่ในธีมของภาพยนตร์</p>



<p>ขิมจึงช่วยเสริมต่อว่า ในความจริงแล้วลูกค้าที่เดินเข้ามาอาจจะไม่ได้มีแต่คอหนังที่เข้ามาแล้วจะ ‘เก็ต’ แนวคิดของคาเฟ่นี้ในทันที&nbsp;เพราะฉะนั้นการต้อนรับจึงเป็นส่วนสำคัญมาก ที่จะทำหน้าที่จูงมือลูกค้าเข้ามาในโลกของภาพยนตร์</p>



<p>“คาเฟ่ของเราจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์แรกของลูกค้ามาก เราเลยสนุกที่จะเข้าไปต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเอง เพราะมันเป็นโอกาสในการเล่าให้เขาฟังว่า FICS คืออะไร มีที่มายังไง เราชอบอะไร กาแฟแต่ละแก้วของเราสร้างสรรค์มาจากไหน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_121.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากเครื่องดื่มและขนมหวานแล้ว ในพื้นที่ของคาเฟ่จะมีมุมเล็กๆ มุมหนึ่งที่วางของกระจุ๊กกระจิ๊กอย่างเสื้อยืด แก้วน้ำ จิ๊กซอว์ กระเป๋าผ้า และอีกมากมาย ซึ่งเป็นมุมของคอนเซปต์สโตร์ที่มีจูนจูนกับบาสรับหน้าที่รังสรรค์ไอเดีย ผลิต และจัดหาสินค้ามาวางจำหน่าย</p>



<p>“เรื่องนี้จริงๆ ต้องยกเครดิตให้กับจูนจูนเลย ตอนนั้นเขาก็เสนอมาว่าเราน่าจะทำ merchandise ที่หยิบส่วนประกอบบางอย่างจากหนังหรือคนทำหนังมาผลิตเป็นของขาย สุดท้ายเราก็เลยได้เอามันมาเขย่ารวมกับไอเดียของคาเฟ่ และจัดร้านให้อยู่ในโซนเดียวกัน” บาสเล่า</p>



<p>“ส่วนวิธีคิดการเลือกของมาผลิตนี่ต้องยกให้กับสาวๆ ของ FICS เลยคือ จูน จ๋า แล้วก็ขิม ซึ่งพวกเขาจะเข้าใจว่าวัยรุ่นยุคนี้ชอบอะไร โปรดักต์แบบไหนจะตรงกับสิ่งที่ทาร์เก็ตต้องการ มันก็เลยออกมาเป็นเสื้อ กระเป๋า และสิ่งของที่คนใช้ได้ง่ายๆ โดยตัวเราเองก็อาจจะช่วยเสริมในมุมของพวกการเล่นคำบนสิ่งของเหล่านั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132690" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_120.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132704" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_119.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เมื่อทุกอย่างอยู่ในคอนเซปต์เดียวกัน ตั้งแต่กาแฟ โปสเตอร์ และของที่นำมาจัดจำหน่าย ทำให้ภาพของ FICS ยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ความชัดเจนนี้ก็ไม่ได้ชัดเสียจนกีดกันคนที่ไม่ใช่คอหนังออกไป กลับกันบาสมองว่ามันเป็นสิ่งง่ายๆ ที่น่าจะเชื่อมโยงคนเข้าไว้ด้วยกันได้</p>



<p>“คนที่มาที่ร้านไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นคนหนัง แต่เราเชื่อว่าต่อให้คุณเป็นคนที่ไม่ได้ชอบดูหนัง อย่างน้อยคุณต้องมีหนังในดวงใจสักเรื่องหนึ่งแหละ ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งนี้มันสามารถทำให้คนเราเกิดความเชื่อมโยงถึงกันได้</p>



<p>“อย่างลูกค้าที่มาร้านเราเคยเล่าให้ฟังว่ามาถึงแล้วได้กินกาแฟ Amélie แล้วอยากกลับไปดูหนังอีกรอบ หรือบางคนที่มาดูโปสเตอร์เราแล้วมาถามว่าเรื่องนี้เรื่องอะไรเหรอ สวยจังเลย แล้วพอเราเล่าให้เขาฟัง เขาก็จะเกิดความรู้สึกว่ามันน่าดูจัง เราคิดว่าองค์ประกอบทุกอย่างของเรามันเป็นเส้นทางที่จะพาคนไปสู่ความรักในภาพยนตร์”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132674" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_39.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โลกทั้งใบในกระดาษแผ่นเดียว</strong></h2>



<p>Poster District เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของบาสที่เกิดจากความชื่นชอบในภาพยนตร์ของเขา และเมื่อ FICS เกิดขึ้น เขาจึงได้ฤกษ์เปิดหน้าร้านของ Poster District ที่ชั้น 3 ของอาคารแห่งนี้ ซึ่งแม้จะเพิ่งได้เปิดหน้าร้านขึ้นมาจริงๆ แต่ที่มาที่ไปของร้าน Poster District สามารถย้อนกลับไปได้หลายสิบปี นับตั้งแต่เขายังเป็นเพียงนักสะสมเท่านั้น</p>



<p>“จริงๆ เราเริ่มสะสมโปสเตอร์ตั้งแต่ช่วงประถมปลายๆ สมัยที่ยังใบละ 30-40 บาทอยู่เลย แต่พอจบมัธยมเราก็ไม่ได้สะสมอีก จนมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสไปตลาดขายของเก่าที่ฝรั่งเศส และเจอร้านขายโปสเตอร์ ซึ่งมันทำให้เราย้อนความหลังไปถึงช่วงเวลาที่สะสม จากแผนนั้นก็เลยเป็นจุดที่ทำให้เรากลับมาสะสมโปสเตอร์อีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="687" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-1024x687.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-1024x687.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-300x201.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-768x515.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89-600x403.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_89.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132678" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_58.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ส่วน Poster District เกิดขึ้นจริงๆ ตอนโควิดระบาดรอบที่สอง ซึ่งพอมันมีการล็อกดาวน์ที่เราได้มีโอกาสอยู่บ้านว่างๆ ที่นี้พอได้มองไปรอบตัวก็เห็นว่าเรามีโปสเตอร์เยอะเหมือนกันแฮะ ขายบ้างดีไหม น่าจะสร้างรายได้ตอนที่ว่างๆ ได้ด้วย&#8221;</p>



<p>ด้วยความที่บาสเป็นคนที่ชอบเรื่องของดีไซน์และกราฟิกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เขายิ่งถลำลึกกับการเก็บสะสมสิ่งของประเภทนี้มากขึ้น เพราะบาสเล่าว่าโปสเตอร์หนึ่งแผ่นมันเต็มไปด้วยวิธีคิดการออกแบบที่ผสมผสานกับตัวภาพยนตร์จนออกมาได้อย่างลงตัว</p>



<p>“นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว เราคิดว่าโปสเตอร์หนังมันเป็นสิ่งที่สรุปโลกทั้งใบของหนังออกมาเป็นภาพภาพเดียว ซึ่งการที่มันทำแบบนั้นได้เราคิดว่ามันเป็นศาสตร์ที่ท้าทายอย่างมาก โปสเตอร์ที่ดีมันไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่มันจำเป็นจะต้องสื่อสารบางอย่างที่สตูดิโอผู้สร้างหนังเขาต้องการ มันต้องมีข้อมูล มีฟังก์ชั่นที่กระตุ้นให้คนที่พบเห็นสนใจและอยากดูหนังเรื่องนั้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="728" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-1024x728.jpg" alt="" class="wp-image-132709" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-1024x728.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-300x213.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-768x546.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87-600x427.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_87.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับบาส Poster District ไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เขาได้แชร์สิ่งที่หลงใหลให้กับคนอื่น โปสเตอร์ส่วนใหญ่ในร้านมาจากหนังยุค 70s-80s ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้บาสอยากเป็นผู้กำกับ นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่หนังที่หลายคนอาจไม่รู้ว่าเขาชอบมากๆ อย่างโรแมนติกคอเมดี้</p>



<p>“ไล่มาได้ตั้งแต่ Four Weddings And A Funeral, Notting Hill, Music and Lyrics เราชอบหมด ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าว่าหนังกลุ่มนี้มีคนชอบเยอะ เราเลยรับมาขายด้วยในราคาที่ไม่แพงมาก ซึ่งก็หวังว่ามันจะช่วยประคับประคองยอดขายให้เราสามารถรันค่าเช่าค่าไฟค่าพนักงานของเราได้”</p>



<p>เป็นธรรมดาที่ธุรกิจจะมีช่วงขึ้นและช่วงลง แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน บาสย้ำกับเราว่าร้านโปสเตอร์แห่งนี้มีกฎเหล็กที่ตั้งไว้เพื่อรักษาคุณค่าของโปสเตอร์ทุกใบในร้าน นั่นคือการไม่ขายของปลอมเด็ดขาด</p>



<p>“บางอันเราสั่งมาแล้วเราไม่มั่นใจเราก็จะไม่ขายใบนั้นเลย ซึ่งโปสเตอร์แท้ๆ แบบออริจินัลคือโปสเตอร์ที่เขาใช้สำหรับโปรโมตหนัง เคยไปติดตามโรงหนังหรือสถานที่ต่างๆ ซึ่งพวกรีปรินต์เราก็จะไม่สั่งเข้า เพราะสิ่งที่ทำให้กระดาษเหล่านี้มีคุณค่าขึ้นมาคือประวัติศาสตร์ของมัน มันคือเบื้องหลังที่ถูกผลิตขึ้นมาจากทีมงานของหนังเรื่องนั้น มันมี DNA ของคนทำงานในหนังเรื่องนั้นอยู่”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132677" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_47.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Film Lovers are FICS People</h2>



<p>สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท ทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮาส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>



<p>แต่ “เราไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจเลย” บาสว่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132707" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_110.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เพราะสำหรับนักธุรกิจเม็ดเงินมาก่อนสิ่งอื่น แต่สำหรับเราเม็ดเงินมาทีหลัง งานต้องมาก่อน เราใช้วิธีคิดเหมือนกับการทำหนัง คือทำอะไรก็ได้ให้คนดูแฮปปี้ที่สุด”</p>



<p>แต่ไม่ได้หมายความว่า FICS คือสเปซที่เปิดเล่นๆ ตามใจอยาก ในขณะที่บาสคำนึงถึงความสุขของลูกค้าเป็นหลัก เขาก็ยังมีเพื่อนๆ ที่คล้ายเป็นโปรดิวเซอร์ คอยประนีประนอมความต้องการของผู้กำกับ บริหารเงินทุนให้ธุรกิจเดินหน้าต่อ และซัพพอร์ตทุกเรื่องอยู่ข้างหลัง</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจสรุปได้ว่าไฮไลต์จริงๆ ของ FICS คงไม่ใช่เครื่องดื่มหรือขนม แต่เป็นรูปธรรมของความรักที่บาสและหุ้นส่วนมีให้กับภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นในทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่บาร์ คาเฟ่ ร้านโปสเตอร์ มุมขายสินค้าที่ช่วยกันกวักมือเรียกให้ทั้งคนที่เป็นคอหนังและคนที่ไม่ใช่คอหนังกล้าก้าวเข้ามาสัมผัสความหลงใหลของพวกเขา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-1024x683.jpg" alt="FICS" class="wp-image-132673" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Fics_37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>FICS</strong><br>hours : เปิดทุกวัน แต่คาเฟ่ ร้านโปสเตอร์ ตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ และร้านคอนเซปต์สโตร์มีเวลาเปิด-ปิดไม่เหมือนกัน เช็กหรือสอบถามได้ที่เพจของร้าน<br>address : 245/10 ซอยสุขุมวิท 31 (เดินจากบีทีเอสอโศกหรือพร้อมพงษ์ประมาณ 13 นาที)<br>facebook :&nbsp;<a href="https://web.facebook.com/fics31/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">FICS Facebook Page</a></p>



<p><div style="display:none;">
<h2> 1 </h2>
<p>11สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>21สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 2 </h2>
<p>12สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>22สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 3 </h2>
<p>31สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>32สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 4 </h2>
<p>41สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>42สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 5 </h2>
<p>51สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>52สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<h2> 6 </h2>
<p>61สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
<p>62สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง สำหรับบาส ทุกวันนี้เขาควบตำแหน่งหลายบทบาท คือเป็นทั้งผู้กำกับ เจ้าของโปรดักชั่นเฮ้าส์ เจ้าของบาร์ และล่าสุดคือเจ้าของคาเฟ่ การทำธุรกิจย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าของควรจะต้องมีทักษะเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมถึงทักษะการบริหารเพื่อประคับประคองธุรกิจให้ดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง</p>
</div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fics/">FICS คาเฟ่ของ บาส นัฐวุฒิ ที่เนรมิตอาคาร 4 ชั้นให้เป็นแหล่งรวมพลของคนรักหนัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>My life as Ali Thomas วงที่โรแมนติกบางเวลาและเชื่อว่า ‘ความรักทำให้เจ็บปวดจนร่ำร้องมาเป็นเพลง’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/my-life-as-ali-thomas/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2021 08:19:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Rinn]]></category>
		<category><![CDATA[album]]></category>
		<category><![CDATA[Love]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[music]]></category>
		<category><![CDATA[interview]]></category>
		<category><![CDATA[My Life As Ali Thomas]]></category>
		<category><![CDATA[band]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=125710</guid>

					<description><![CDATA[<p>“Passion and Love” เธอว่า “It’s always about love. Because love is enough to hurt you, to make you sing” เจ้าของประโยคด้านบนคือ พาย–กัญญภัค วุธรา นักร้องนักแต่งเพลงของวง My life as Ali Thomas วงดนตรีซึ่งมีสมาชิกหลักอีกสองคนคือ แร็ก–วิภาต เลิศปัญญา และ ตาว–วรรณพงศ์ แจงบำรุง พายไม่ได้จู่ๆ ก็โยนคำคมภาษาอังกฤษใส่เรา แต่ระหว่างที่นั่งคุยกัน บทสนทนาพาเราไปถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนให้พายจับปากกาเขียน นั่นคือความหลงใหลและความรัก ทั้งรักในความหมายของความสัมพันธ์ และรักในการงานของตัวเอง สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอซื่อสัตย์ด้วย และเป็นเหตุผลที่ทำให้วงดนตรีสัญชาติไทย แต่มีเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษนี้ เลือกที่จะไม่ประนีประนอมกับ ‘ตลาดเพลง’ หรือความต้องการของใครๆ นอกเหนือไปจากสมาชิกวงทั้ง 3 คน ในบทสัมภาษณ์นี้ เราพูดคุยกันถึงอัลบั้มที่ 2 ของพวกเขา รวมไปถึงสีสันของดนตรีที่ไม่คุ้นหู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-life-as-ali-thomas/">My life as Ali Thomas วงที่โรแมนติกบางเวลาและเชื่อว่า ‘ความรักทำให้เจ็บปวดจนร่ำร้องมาเป็นเพลง’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“Passion and Love” เธอว่า</p>



<p>“It’s always about love. Because love is enough to hurt you, to make you sing”</p>



<p>เจ้าของประโยคด้านบนคือ <strong>พาย–กัญญภัค วุธรา</strong> นักร้องนักแต่งเพลงของวง My life as Ali Thomas วงดนตรีซึ่งมีสมาชิกหลักอีกสองคนคือ<strong> แร็ก–วิภาต เลิศปัญญา</strong> และ <strong>ตาว–วรรณพงศ์ แจงบำรุง</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125957" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01830.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พายไม่ได้จู่ๆ ก็โยนคำคมภาษาอังกฤษใส่เรา แต่ระหว่างที่นั่งคุยกัน บทสนทนาพาเราไปถึงสิ่งที่ขับเคลื่อนให้พายจับปากกาเขียน นั่นคือความหลงใหลและความรัก ทั้งรักในความหมายของความสัมพันธ์ และรักในการงานของตัวเอง</p>



<p>สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เธอซื่อสัตย์ด้วย และเป็นเหตุผลที่ทำให้วงดนตรีสัญชาติไทย แต่มีเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษนี้ เลือกที่จะไม่ประนีประนอมกับ ‘ตลาดเพลง’ หรือความต้องการของใครๆ นอกเหนือไปจากสมาชิกวงทั้ง 3 คน</p>



<p>ในบทสัมภาษณ์นี้ เราพูดคุยกันถึงอัลบั้มที่ 2 ของพวกเขา รวมไปถึงสีสันของดนตรีที่ไม่คุ้นหู ซึ่งเกิดจากความต้องการที่จะแต่งเติมเฉดใหม่ๆ ลงไปในจานสีที่เรียกว่าวงการดนตรีไทย แต่หากถามว่า My life as Ali Thomas อยากแบกเอาภารกิจนี้ไว้เป็นภาระติดตัวหรือไม่ เราทึกทักเอาเองว่าไม่ มันอาจเป็นเพียงความต้องการของคนที่อยากถางเส้นทางใหม่ของตัวเอง เพื่อตัวเอง และบอกกับโลกว่ามันมีพื้นที่นี้อยู่เท่านั้น</p>



<p>ฟังดูเป็นเรื่องโรแมนติก เราก็เลยถือโอกาสถามพายดูว่าเธอเป็นคนโรแมนติกไหม คำตอบที่ได้คงช่วยเล่าบุคลิกบางแบบของเธอและความหรรษาในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ให้ผู้อ่านได้สัมผัสบ้าง</p>



<p>“มันแล้วแต่วันเว้ย เราไม่สามารถเหมาว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้นได้ เพราะไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกวัน”</p>



<h3 class="wp-block-heading">คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่อยู่บนเวที วันนี้เปลี่ยนไปไหม</h3>



<p>ตาว : ก็ยังตื่นเต้นเหมือนเดิม เราตื่นเต้นตลอดไม่ว่าจะเป็นเวทีเล็ก เวทีใหญ่ หรือที่ไหนก็ตาม</p>



<p>แร็ก : อาจจะเป็นเพราะว่าสถานที่ที่เราไปมันไม่ซ้ำกันด้วย สำหรับเรามันคือการที่ต้องทำโชว์ออกมาให้ดีที่สุดอยู่เสมอ เราตื่นเต้นเพราะสิ่งนี้มากกว่า</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1-683x1024.jpg" alt="" data-id="125965" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=125965" class="wp-image-125965" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01758-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761-683x1024.jpg" alt="" data-id="125966" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=125966" class="wp-image-125966" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01761.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li></ul></figure>



<h3 class="wp-block-heading">การซ้อมมีผลไหม</h3>



<p>พาย : มี ก็เลยตื่นเต้นเพราะไม่ค่อยได้ซ้อม (หัวเราะ) เอาจริงๆ พวกเราก็ซ้อมกันตลอดนะแต่บางครั้งมันเป็นเรื่องคิวด้วย เช่น ถ้ามีโชว์ในอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้าแต่ในระหว่าง 2 อาทิตย์นั้นคิวเราไม่ตรงกันเลย เราก็อาจจะไม่ได้ซ้อม เจอกันอีกทีก็คือบนเวทีเลย มันก็จะตื่นเต้น</p>



<p>ตาว : นอกจากนี้ก็อาจจะเกี่ยวกับการที่เราเปลี่ยนลิสต์เพลงบ่อยแล้วก็ rearrange เพลงตัวเองเกือบทุกโชว์&nbsp;</p>



<p>พาย : คนที่เคยดูเราเล่นแล้วมาดูอีกรอบก็อาจจะไม่เหมือนเดิมเลยแม้ว่าจะเป็นเพลงเดิมก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125967" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01779.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ทุกครั้งที่ rearrange เพลง ใครเป็นคนคอยดูว่ามันโอเคแล้วหรือยัง</h3>



<p>พาย : ช่วยๆ กันดู แต่หลักๆ คือการทดสอบจริงบนเวที บางทีตอนซ้อมเราอาจจะรู้สึกว่าเฮ้ย เจ๋งว่ะ แต่พอเราเอาขึ้นไปเล่นบนเวทีแล้วฟีลมันไม่ได้ ความรู้สึกตอนเล่นไม่จูน พอลงมาก็พูดพร้อมกันว่าเออ ไม่เวิร์กว่ะ นี่ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่เราลองแก้ ลองปรับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ทุกโชว์</p>



<h3 class="wp-block-heading">อัลบั้มใหม่ของวงมีความท้าทายและเรื่องเล่าแบบไหน&nbsp;</h3>



<p>พาย : ความท้าทายของอัลบั้มนี้คือการทำสิ่งที่เราไม่เคยได้ทำ มันมีหลายอย่างมากเลย เช่น เรื่องการเขียนเพลง เราก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าโครงสร้างการเขียนเพลงอย่าง เวิร์ส ฮุก เวิร์ส แบบปกติมันป็นยังไงเพราะว่าเราไม่ค่อยได้เขียนเพลงในฟอร์มปกติขนาดนั้นอยู่แล้ว ซึ่งเราเข้าใจว่าจริงๆ แล้วท่อนฮุกมันคือก้อนที่ต้องทำหน้าที่ดึงดูดความสนใจของคน เราก็เลยคิดต่อว่ามีอย่างอื่นที่สามารถมาแทนท่อนฮุกได้ไหมโดยที่ยังมีฟังก์ชั่นดึงดูดคนฟังเหมือนเดิม จากนั้นเราเลยใช้คำถามที่มีต่อโครงสร้างของเพลงมาทำอัลบั้มนี้</p>



<p>จริงๆ มันอาจจะเหมือนเวลาเราอยากทำอาหารสักเมนูหนึ่งแต่เราแทนเนื้อสัตว์ด้วยเต้าหู้เพราะรู้สึกว่าเราเบื่อกับอะไรเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ แล้วก็รู้สึกว่าทำไมไม่มีใครทำอะไรใหม่ๆ เลย เราเป็นคนขี้เบื่อแล้วก็หงุดหงิดด้วยว่าทำไมไม่มีใครทำอะไรใหม่ๆ</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125961" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01794.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">อะไรที่ทำให้วงอยากลองทำอะไรที่ต่างออกไป</h3>



<p>พาย : คนชอบบอกว่าคนส่วนใหญ่เขาไม่ฟังอะไรแปลกๆ หรอก เราบอกว่าก็ใช่ แต่บางทีเขาอาจจะไม่ได้ฟังเพราะว่าเราทำให้เขาแค่นี้ เขาไม่มีตัวเลือก เราทำเพลงแบบนี้ออกมาไม่ใช่เพราะว่าไม่มีใครทำมาก่อนแต่เราอยากเพิ่มความหลากหลายในวงการเพลงไทยให้คนฟังมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น&nbsp; เพลงแบบที่เราได้ฟังบ่อยๆ อาจจะเป็นแนวที่ประสบความสำเร็จและทำเงินได้ ในขณะเดียวกันเราก็รู้สึกว่าวงการเพลงไทยควรจะมีอะไรมากกว่านั้น ควรจะมีความหลากหลายของแนวดนตรี ต่อให้จะไม่ดังก็ช่างแต่มันควรจะมีสีอื่นบ้าง&nbsp;</p>



<p>ต้องยอมรับว่าวงดนตรีหลายวงไม่มีโอกาสทำในสิ่งที่เขาอยากทำขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโอกาสพอจะได้ทำสิ่งที่อยากจะทำ เราควรจะทำให้กับวงที่ไม่ได้มีโอกาส เราเข้าใจว่ามันมีเรื่องของแฟนคลับหรือเงินทุนต่างๆ ด้วย ซึ่งในเมื่อเรายังพอมีต้นทุนเหล่านั้นและมีโอกาสได้ทำมันเป็นครั้งที่สอง เราก็เลยเลือกทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำดีกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading">ได้ยินว่าเพลง <em>RINN</em> เป็นเพลงที่ ‘ปราศจากความหมาย’ นิยามนี้มันจริงไหมสำหรับวง</h3>



<p>พาย : มันมีเรื่องที่จะสื่อสารออกไปนะแต่อาจจะไม่ตรงไปตรงมาเท่าไหร่ สำหรับเราเพลงนี้เป็นเหมือนเวลาที่คนมาถามเราว่า “ทำไมต้องทำอย่างนี้” “ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น” เราก็จะคิดว่า แล้วทำไมเราต้องเป็นอย่างที่คุณอยากให้เราเป็นล่ะ</p>



<p>Rinn อาจจะเป็นอารมณ์นั้น คือมีความขบถอยู่ในเพลง Like I’m crazy, but who cares? คือจริงๆ ความหมายของมันอาจจะเป็นเรื่องของฮอร์โมนส์ ทำอะไรเพราะอยากทำเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าเพราะอะไรถึงทำ ซึ่งพายคิดว่าความรู้สึกอะไรแบบนั้นมันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ คือถ้ามีก็ควรจะเก็บไว้ แต่ถ้าไม่มีก็ควรที่จะมีบ้าง ฮอร์โมนตัวนี้&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">ฮอร์โมน RINN นี้มีที่มาที่ไปยังไง</h3>



<p>พาย : มันเริ่มมาจากว่ามีแบรนด์หนึ่งมาจ้างเราให้ทำเพลงให้ ซึ่งตอนแรกเนื้อเพลงยังไม่ค่อยมีความหมายมาก เน้นความคูล แต่พอเอาไปให้เขาฟังเขาก็ยังไม่ชอบ เราก็โอเคไม่เป็นไร ก็เขียนเพลงใหม่ให้เขาแล้วเอาเพลงนั้นกลับมา&nbsp;</p>



<p>เราแค่รู้สึกว่าเราไม่ต้องไปยัดเยียดหรือพยายามให้เขายอมรับสิ่งที่เขาไม่ชอบก็ได้ ทีนี้พอทำอัลบั้มก็เลยเอาเพลงนี้มาทำใหม่แล้วใส่เนื้อหาที่มีมุมมองและทัศนคติของเราลงไปเพิ่ม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125963" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01766.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">RINN เป็นเพลงในอัลบั้มใหม่ที่เล่าถึงความขบถ เซนส์นี้ทำให้เพลงของวงดูมันส์ขึ้น ร็อกขึ้น ดุดันขึ้น นี่คือความท้าทายใหม่ๆ ที่พูดถึงด้วยมั้ย</h3>



<p>พาย : ก็ใช่ พายคิดว่าเพลงมันก็มีหลายสี ที่ผ่านมาเราอาจจะไม่ค่อยทำเพลงสีนี้เท่าไหร่เลยอยากลองทำบ้าง ซึ่งถ้าได้ลองฟังอัลบั้มของเราก็จะพบว่ามีสีอื่นอีกมากมายที่คนฟังอาจจะไม่คุ้นชิน แต่ทั้งหมดก็ยังคงเป็นดนตรีสไตล์ในแบบของพวกเรา</p>



<p>ตาว : เหมือนอัลบั้มแรกมันจะมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่ายังไม่สุดเนอะ</p>



<p>พาย : พอเราได้ทำอัลบั้มที่ 2 อาจจะด้วยโปรดิวเซอร์ที่เขาซัพพอร์ตเราในทุกๆ แบบที่เราอยากเป็นก็เลยรู้สึกว่า fuck it! ก็ทำเลยดิ</p>



<h3 class="wp-block-heading">พาแฟนเพลงของวงไปเจอสีใหม่ๆ บ้าง</h3>



<p>พาย : ใช่ แต่ก็เพื่อตัวเราด้วย เราก็ไม่ได้ทำเพื่อเสิร์ฟคนดูขนาดนั้น อย่างที่บอกว่าพอเรามีโอกาสเป็นครั้งที่ 2 จะทำแบบเดิมทำไม อัลบั้มนี้จึงเหมือนการถามคนดูว่าเขาเห็นด้วยกับเราไหมมากกว่า&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125968" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01770.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">นอกจากในส่วนของดนตรีแล้ว ส่วนของเนื้อหาเพลงล่ะ</h3>



<p>พาย : ก็เป็นเรื่องความรักเหมือนเดิม เราจะเขียนเฉพาะเรื่องที่รู้หรือเคยสัมผัสมา เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ควรจะเขียนอะไรที่เราไม่รู้จักมัน ซึ่งส่วนใหญ่มันก็จะไม่พ้นเรื่องความรัก ความฝัน ฝันร้าย</p>



<p>พายรู้สึกว่าทุกเพลงบนโลก It’s always about love. Because love is enough to hurt you, to make you sing. คือเรื่องอื่นมันดูไม่ยิ่งใหญ่เท่าความรักอะ เพลงมันเลยถูกเขียนมาเพื่อความรัก</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Exclusive with Pie : My life as a songwriter</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading">พายเริ่มเขียนตั้งแต่เมื่อไหร่</h3>



<p>พาย : เมื่อก่อนไม่ค่อยเขียนเท่าไหร่เพราะว่าเกลียดการเขียนมากแล้วก็ไม่ค่อยอ่านด้วย เมื่อก่อนเราจะทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับพวกวรรณกรรมหรืออะไรแบบนี้เลย เพราะว่าเป็นคนอ่านหนังสือได้แป๊บเดียว ชอบที่จะดูหนังฟังเพลงมากกว่า</p>



<p>แต่อาจเป็นเพราะว่าตอนเรียนมหา’ลัยเราอยู่กับเพื่อนนักเขียนที่อินกับวรรณกรรมหลายๆ แบบ เขาก็เลยพาเราเข้าไปให้ได้รู้จักกับโลกใบนั้นโดยที่เราไม่ต้องอ่านหนังสือเพราะเขาจะเล่าหรืออ่านให้ฟัง</p>



<p>เรารู้สึกว่าการที่คนเราสามารถบรรยายความในใจที่ดูลึกมากออกมาได้มันเจ๋งมาก เหมือนเราได้เห็นหรือเข้าไปอยู่ในจินตนาการของคนอื่นซึ่งเราไม่เคยไปได้ถึงจุดนี้เพราะไม่เคยอ่านไปถึงหน้าที่ 2 ความทึ่งอันนี้แหละที่น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเริ่มเขียน บวกกับตอนนั้นเล่นดนตรีอยู่แล้วก็เลยเอาสองสิ่งนี้มาผสมกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">พายเขียนเพลงออกมาจากประสบการณ์ของตัวเองหรือสิ่งที่สังเกตเอาจากคนอื่น</h3>



<p>พาย : พายคิดว่าทุกอย่างมาจากตัวเรา สมมติเราสังเกตเห็นต้นไม้แล้วรู้สึกว่าสีมันเขียวจังเลยมันก็คือการเขียนจากตัวเราอยู่ดีเพราะว่าต้นไม้คือสิ่งที่เข้ามาสะท้อนอารมณ์ของเรา เราถึงบอกว่าไม่ว่าจะเป็นตัวเราหรือมาจากสิ่งที่เราสังเกตมันก็คือสิ่งเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>หรือบางครั้งเราเห็นผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่งแล้วรู้สึกว่าเขาดูเศร้าจังเลย แต่ความจริงแล้วเขาอาจจะไม่ได้ศร้าก็ได้ ทุกอย่างมันเกิดจากการรับรู้และมุมมองของเราเอง สมมติตอนนี้มีภูเขาไฟระเบิด เราอาจจะเขียนถึงมันว่ามันสวยงามจังเลย แบบนี้ก็ได้ เพราะมันก็คือสิ่งที่เป็นความรู้สึกของเรา เป็นตัวเรา เป็นสิ่งที่อยู่ในหัวเรา</p>



<h3 class="wp-block-heading">เวลาอ่านเนื้อเพลงของพายให้ความรู้สึกเหมือนอ่านกวีสักบท นี่เป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้อยู่แล้วไหม</h3>



<p>พาย : ก็ไม่เชิงว่าเป็นกวีขนาดนั้นแต่เราคิดเสมอว่าเนื้อเพลงของเราจะต้องอ่านแล้วรับรู้ถึงความรู้สึกที่เราอยากสื่อได้โดยที่ไม่ต้องมีดนตรี เวลาเขียนพายเลยใช้วิธีว่า ถ้าเราอ่านแล้วให้ความรู้สึกแบบเดียวกับที่เราต้องการจะสื่อ ก็ถือว่าโอเค งานชิ้นนี้จบแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-125969" width="NaN" height="NaN" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01866.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">คุณใช้เวลาเขียนสักเพลงนานแค่ไหน</h3>



<p>พาย : บางเพลงก็เร็วบางเพลงก็ช้า เพลงที่เขียนได้เร็วบางทีก็ลบไปเรื่อย เราลบเพลงตลอดเวลา บางครั้งเขียนเสร็จแล้วรู้สึกว่าเพลงนี้มันเจ๋งมากเลยแต่พอมาอีกวันหนึ่งกลับไปอ่านก็รู้สึกว่านี่เราเขียนอะไรลงไป ซึ่งพายเชื่อว่าถ้าอัลบั้มนี้ไม่มีเดดไลน์เราก็น่าจะยังเขียนๆ ลบๆ อยู่นั่นแหละ จนถึงวันสุดท้ายที่จะอัดเรายังอยากแก้อยู่เลย เหมือนแก้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะพอใจแต่ใจเรามันก็เปลี่ยนไปทุกวัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">เวลาแต่งเพลงพายมีเป้าหมายในการแต่งไหม เช่น แต่งเพื่อปลอบประโลมใจคนเศร้าหรือแต่งเพราะเป็นสิ่งที่อยากจะพูดถึง</h3>



<p>พาย : แบบที่สอง คือแต่งเพราะว่ามันเป็นความรู้สึกหรืออารมณ์ของเราในตอนนั้น&nbsp; ซึ่งเรารู้สึกว่าคนที่เขาชอบเพลงของเราหรือรู้สึกเชื่อมโยงกับเพลงนั้นๆ ได้เขาก็น่าจะกำลังอยู่ในความรู้สึกเดียวกับตอนที่เราเขียนเพลงออกมา</p>



<h3 class="wp-block-heading">พอต้องเขียนเพลงเยอะขึ้น input ของพายมาจากที่ไหนบ้าง นอกจากเรื่องของตัวเองหรือเรื่องเล่าของเพื่อน</h3>



<p>พาย : ก็มีอ่านหนังสือบ้างทีละ 2-3 หน้า ดูหนัง ฟังเพลง ไปเที่ยวก็ช่วยได้ มันก็มีเพลงหนึ่งที่เราเขียนได้ตอนไปเที่ยวเกาะกูด ทะเลมีอะไรให้เราเขียนถึงเยอะ ทั้งเรื่องความสวยงาม ความน่ากลัว ความลึก หรืออะไรต่างๆ เรารู้สึกว่าธรรมชาติมันมีอะไรให้เขียนถึงเยอะมาก</p>



<p>อย่างลมนี่ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่สำคัญนะ สมมติว่าเรายืนอยู่บนระเบียง แล้วมีลมวูบหนึ่งพัดมาทำให้เรารู้สึกบางอย่าง ความรู้สึกวูบนั้นมันเป็นความรู้สึกที่เจ๋งมาก เราก็พยายามจะเอาความรู้สึกตอนที่ลมพัดไปเขียนใส่ในเพลง อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกตรงนั้นออกมาเพื่อให้คนได้รับรู้ว่ามันคืออะไร นี่คือเป้าหมายในการเขียนเพลงของเรา อยากจะแชร์ให้คนได้เห็นหรือรู้สึกเหมือนกับที่เรารู้สึก อารมณ์เหมือนเด็กได้อวดของเล่นใหม่ให้เพื่อนดู</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125975" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01826.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">การทำงานของ My Life As Ali Thomas มีคำว่า target audience อยู่ในกระบวนการทำไหม</h3>



<p>พาย : เยส Introvert! เพื่อนเราเอง จริงๆ เรารู้สึกว่ามนุษย์ไม่ได้มีความต่างกันขนาดนั้น เพราะลึกๆ แล้วเราก็มีความเหมือนกันอยู่ ซึ่งพายเชื่อว่าดนตรีของเรามันก็จะเข้าถึงคนที่เหมือนกันกับเรา</p>



<p>พายรู้สึกว่าการทำเพลงของเรามันเหมือนการหาเพื่อน แต่เป็นวิธีแบบลับๆ และเฉพาะตัวมาก ไม่ใช่ว่าเราแปะป้ายประกาศหาใครก็ได้มาเป็นเพื่อน แต่คนที่จะสามารถเป็นเพื่อนเราเท่านั้นถึงจะเข้าใจสิ่งที่เราส่งไป</p>



<h3 class="wp-block-heading">แสดงว่ามันก็ไม่ใช่ target audience ในเชิงของมาร์เก็ตติ้งล่ะสิ</h3>



<p>พาย : สิ่งหนึ่งที่เราคิดกันไว้ตั้งแต่ทำเพลงช่วงแรกๆ คือเราทั้ง 3 คนที่เป็นคนทำต้องชอบมันก่อน แล้วคนอื่นๆ ที่ชอบอะไรเหมือนกันคือสิ่งที่ตามมา ซึ่งมันก็เป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เหมือนกันนะ ที่มีคนชอบเหมือนเราเยอะขนาดนี้</p>



<p>ตอนที่ทำวงเราก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องแฟนเพลงอะไรขนาดนั้น แต่พอทำไปเรื่อยๆ เราก็ค้นพบว่าแฟนเพลงของเรามีความประหลาด แต่คงประหลาดคล้ายๆ พวกเราอะ ซึ่งเราก็ appreciate ในตัวเขา แล้วเขาก็ appreciate ในตัวเรา เหมือนมีอะไรที่สื่อถึงกันได้&nbsp;</p>



<p>มีครั้งหนึ่งที่แฟนเพลงเดินเข้ามาหาเราแล้วเขาก็ไม่พูดอะไรกับเราเลย แต่เขายกมือเราขึ้นมาแล้วก็เอาเข็มกลัดมาใส่มือเราแค่นั้น จำได้ว่าตอนนั้นมันเป็นเข็มกลัดลายเจ้าชายน้อย (The Little Prince) ซึ่งเราก็แบบ โอเค ได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125973" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01843.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125972" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01846.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">ถามในฐานะคนเล่าเรื่อง เพลงที่ผ่านๆ มามีเพลงไหนที่เรากลับไปร้องแล้วรู้สึกเขินไหม</h3>



<p>พาย : เป็นทุกเพลงเลย คือพอไปร้องแล้วอารมณ์มันไม่ได้แล้วอะ มันเหมือนเราเป็นคนละคนไปแล้ว คือแบบชีวิตอยู่ยากมากเลย แต่ก็ไม่เป็นไรเรายังหาทางที่ไปต่อกับมันได้อยู่</p>



<h3 class="wp-block-heading">ไปต่อด้วยวิธีไหน</h3>



<p>พาย : อย่างที่เล่าว่าวงเรา rearrange เพลงบ่อย ส่วนหนึ่งก็เพราะสาเหตุนี้ด้วย คือปรับเปลี่ยนวิธีเล่าเพื่อให้เข้ากับอารมณ์ของเราในทุกวันนี้ มันเหมือนมาเจอกันครึ่งทางน่ะ ว่าเราจำเป็นต้องร้องเพลงนี้นะ เพราะเราเชื่อว่ายังมีความอยากฟัง แต่เราก็ต้องแฮปปี้ที่จะร้องมันด้วย&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading">สุดท้ายแล้ว My Life As Ali Thomas เคยตั้งเป้าหมายไว้ไหมว่าอยากจะเป็นอะไรในเมืองไทย</h3>



<p>พาย : เอาจริงเป้าหมายของเราก็คือการที่ได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ แค่นั้นเลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-125974" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/03/PPR01823.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-life-as-ali-thomas/">My life as Ali Thomas วงที่โรแมนติกบางเวลาและเชื่อว่า ‘ความรักทำให้เจ็บปวดจนร่ำร้องมาเป็นเพลง’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Lasunya Sofa ทำทุกอย่างเพื่อค้นหาความสมบูรณ์แบบและชีวิตที่ไร้ที่ติมาตลอด 37 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lasunya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jun 2020 06:04:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[งานออกแบบเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=99531</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้าเราบอกว่า “Lasunya คือชื่อของแบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุอานามมากกว่า 30 ปี มีชื่อเสียงและคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และคุณอาจจะเคยนั่งหนึ่งในเก้าอี้หนังหรือโซฟาของแบรนด์นี้มาก่อนก็เป็นได้” คุณจะเชื่อไหมว่าคำพูดของเราคือเรื่องจริง โดยที่คุณไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อของแบรนด์ผ่านหูมาก่อน ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ ข้อความที่เราบอกคุณคือความจริงทั้งหมด เพราะ Lasunya คือชื่อของแบรนด์ที่เพิ่งตั้งให้โรงงานผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ OEM (ประเภทของโรงงานที่รับจ้างผลิตสินค้าให้บริษัทที่จะนำไปจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง) ส่งออกเก่าแก่ การที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนสาเหตุที่โรงงานแห่งนี้เพิ่งจะมีชื่ออย่างเป็นทางการก็เพราะคนรุ่นสองผู้สืบทอดกิจการมองเห็นช่องว่างทางการตลาดในการพัฒนาต่อยอดโรงงานของรุ่นหนึ่งให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คนรุ่นสองที่ว่านั้นก็คือ ก้อง–ศุภฤทธิ์ จรุงชัยนานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Lasunya และผู้สืบทอดโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ OEM มาจากคุณพ่อของเขาที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2525 หรือราวๆ 38 ปีมาแล้ว โจทย์ของรุ่นสองแต่ละคนมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจและต้นทุนที่ได้รับ สำหรับก้องโจทย์ของเขาคือการยกระดับโรงงานผลิต ‘สินค้าตามสั่ง’ ให้กลายเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง ว่าง่ายๆ คือเขาต้องสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่จากต้นทุนที่ได้รับจากคุณพ่อ อาจเป็นโชคของก้องที่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้เป็นโรงงานที่ได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ โดยมีผลงานที่ส่งออกไปให้ลูกค้าทั่วโลกเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพที่ไม่เสื่อมคลายของแบรนด์ เขาจึงสามารถมองภาพการพัฒนาและต่อยอดได้อย่างชัดเจน เราจึงอยากพาคุณไปรู้จักกับ Lasunya ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ยังบริหารงานโดยคนรุ่นที่ 1 ผ่านคำบอกเล่าของก้อง ว่าต้นทุนและโจทย์ที่เขาได้รับมีความท้าทายรูปแบบไหน และในฐานะรุ่นที่ 2 เขาได้ต่อยอดสิ่งเหล่านี้ไปสู่แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองได้ยังไง &#160; โรงงานเฟอร์นิเจอร์หนังที่มีฝีเข็มตรงที่สุด Lasunya ในอดีตคือโรงงานผลิตและตัดเย็บเครื่องหนังสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อของก้อง ซึ่งเป็นวิศวกรผู้มีความรู้แตกฉานเรื่องเครื่องหนัง ด้วยใจรักและมีช่างคู่กายที่รู้ใจทำให้โรงงานแห่งนี้ค่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lasunya/">Lasunya Sofa ทำทุกอย่างเพื่อค้นหาความสมบูรณ์แบบและชีวิตที่ไร้ที่ติมาตลอด 37 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">ถ้าเราบอกว่า “Lasunya คือชื่อของแบรนด์ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุอานามมากกว่า 30 ปี มีชื่อเสียงและคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และคุณอาจจะเคยนั่งหนึ่งในเก้าอี้หนังหรือโซฟาของแบรนด์นี้มาก่อนก็เป็นได้” คุณจะเชื่อไหมว่าคำพูดของเราคือเรื่องจริง โดยที่คุณไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อของแบรนด์ผ่านหูมาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ ข้อความที่เราบอกคุณคือความจริงทั้งหมด เพราะ Lasunya คือชื่อของแบรนด์ที่เพิ่งตั้งให้โรงงานผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ OEM (ประเภทของโรงงานที่รับจ้างผลิตสินค้าให้บริษัทที่จะนำไปจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง) ส่งออกเก่าแก่ การที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนสาเหตุที่โรงงานแห่งนี้เพิ่งจะมีชื่ออย่างเป็นทางการก็เพราะคนรุ่นสองผู้สืบทอดกิจการมองเห็นช่องว่างทางการตลาดในการพัฒนาต่อยอดโรงงานของรุ่นหนึ่งให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนรุ่นสองที่ว่านั้นก็คือ </span><b>ก้อง–ศุภฤทธิ์ จรุงชัยนานนท์</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้ก่อตั้งแบรนด์ </span>Lasunya<span style="font-weight: 400;"> และผู้สืบทอดโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ OEM มาจากคุณพ่อของเขาที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 2525 หรือราวๆ 38 ปีมาแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-99598 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/a-day-Landscape-Template-e1591336450729.jpg" alt="" width="720" height="480" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์ของรุ่นสองแต่ละคนมีความแตกต่างกันไปตามลักษณะของธุรกิจและต้นทุนที่ได้รับ สำหรับก้องโจทย์ของเขาคือการยกระดับโรงงานผลิต ‘สินค้าตามสั่ง’ ให้กลายเป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง ว่าง่ายๆ คือเขาต้องสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่จากต้นทุนที่ได้รับจากคุณพ่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นโชคของก้องที่โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้เป็นโรงงานที่ได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ โดยมีผลงานที่ส่งออกไปให้ลูกค้าทั่วโลกเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพที่ไม่เสื่อมคลายของแบรนด์ เขาจึงสามารถมองภาพการพัฒนาและต่อยอดได้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจึงอยากพาคุณไปรู้จักกับ Lasunya ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ยังบริหารงานโดยคนรุ่นที่ 1 ผ่านคำบอกเล่าของก้อง ว่าต้นทุนและโจทย์ที่เขาได้รับมีความท้าทายรูปแบบไหน และในฐานะรุ่นที่ 2 เขาได้ต่อยอดสิ่งเหล่านี้ไปสู่แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองได้ยังไง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>โรงงานเฟอร์นิเจอร์หนังที่มีฝีเข็มตรงที่สุด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">Lasunya ในอดีตคือโรงงานผลิตและตัดเย็บเครื่องหนังสำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยคุณพ่อของก้อง ซึ่งเป็นวิศวกรผู้มีความรู้แตกฉานเรื่องเครื่องหนัง ด้วยใจรักและมีช่างคู่กายที่รู้ใจทำให้โรงงานแห่งนี้ค่อยๆ สั่งสมฐานลูกค้าจากบริษัทเฟอร์นิเจอร์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะแถบสแกนดิเนเวีย ไปจนถึงญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป ซึ่งการมีลูกค้าในหลากหลายพื้นที่ทำให้ทีมช่างได้เรียนรู้ความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าและยกระดับคุณภาพการทำงานอยู่ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยที่ทำงานกับลูกค้าญี่ปุ่น เขาจะเน้นเรื่องความละเอียดในกระบวนการทำงานมาก อย่างในโรงเย็บถ้ามีเข็มหักต้องเบิกใหม่ ช่างต้องเอาเศษเข็มที่หักมาแลกเพื่อลงบันทึกเอาไว้ โรงงานของเราจึงต้องสร้างมาตรการพวกนี้ เพราะเวลาที่ลูกค้ามาโรงงานเขาก็จะตรวจเรื่องพวกนี้ด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีลูกค้ามากขึ้น โรงงานแห่งนี้ก็ได้แตกไลน์การผลิตเพิ่ม จากที่ให้บริการแค่เรื่องการตัดเย็บหนังเพื่อหุ้มเฟอร์นิเจอร์ มาเป็นการผลิตแบบ OEM ที่ครบวงจรมากขึ้น กล่าวคือมีการบุและหุ้มชิ้นงานให้เสร็จสรรพ ก่อนส่งออกไปยังประเทศเจ้าของแบรนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยุคที่พีคที่สุดของโรงงานในยุคคุณพ่อคือช่วงก่อนปี 2540 ตอนนั้นเรามีลูกค้าทั่วโลก ทั้งยุโรป เอเชีย และกวาดทั้งแถบสแกนดิเนเวีย” ก้องเล่าให้ฟังถึงยุคทองของกิจการ OEM ในยุคสมัยของรุ่นที่ 1</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งความรุ่งโรจน์ของโรงงาน OEM ก็เปลี่ยนเป็นขาลง ด้วยอิทธิพลจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อกิจการทั่วโลก ตลาดผลิตชิ้นงาน OEM เริ่มแข่งขันกันด้านราคาอย่างดุเดือด ลูกค้าหลายเจ้าเลือกที่จะเป็นคู่ค้ากับโรงงานที่ให้ราคาต่ำที่สุด โดยยอมแลกกับคุณภาพสินค้าที่ลดลง ทำให้โรงงานที่ยังยืนหยัดเรื่องคุณภาพอย่างโรงงานคุณพ่อของก้องต้องเสียลูกค้าไปหลายราย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่คุณพ่อยังประคองธุรกิจนี้มาได้โดยตลอด ด้วยความที่มีฐานลูกค้าที่ทำงานด้วยกันมาหลายสิบปี ทำให้โรงงานยังได้รับการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีจำนวนลดลงไปเมื่อเทียบกับยุคก่อนวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเพราะความความเก่งกาจในฐานะนักธุรกิจและความเนี้ยบในการควบคุมคุณภาพของชิ้นงาน ทำให้โรงงานแห่งนี้ยังมีลูกค้าอยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โรงงานของคุณพ่อขึ้นชื่อเรื่องการตัดเย็บที่พิถีพิถันและมีฝีเข็มที่ตรงไม่บิดเบี้ยว ซึ่งการจะทำสิ่งนี้ได้นอกจากจะต้องอาศัยทักษะที่ชำนาญแล้ว ตัวช่างผู้เย็บเองก็จะต้องมีใจรักและเอาใจใส่รายละเอียดด้วย คือมีความเป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ที่ไม่ยอมปล่อยงานด้อยคุณภาพออกไป” ก้องเล่าถึงความประณีตของช่างฝีมือคู่ใจของคุณพ่อ ที่เป็นส่วนสำคัญในการประคองให้โรงงานสามารถหยัดยืนจนถึงยุคของรุ่นที่ 2 ได้อย่างภาคภูมิ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99602 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Lasunya-14.jpg" alt="" width="720" height="480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Lasunya-14.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Lasunya-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Lasunya-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Lasunya-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/Lasunya-14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 720px) 100vw, 720px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ส่งต่อความเชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมไม่เคยอยากสานต่อกิจการของที่บ้านเลย” ก้องเล่าให้เราฟังแบบนั้น เขาไม่ใช่ทั้งนักออกแบบ ช่างไม้ หรือช่างหนัง แต่เป็นอดีตนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาอสังหาริมทรัพย์ ที่ฝันจะเป็นนักอสังหาฯ ผู้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทว่าโชคชะตาก็ทำให้เขาได้อยู่ใกล้ชิดกับธุรกิจของที่บ้านอย่างแยกจากกันไม่ขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จุดเปลี่ยนที่ทำให้มาสนใจธุรกิจของที่บ้านจริงๆ คือช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นผมได้มีโอกาสไปออกงานแฟร์ที่เมืองดูไบ ประเทศ</span><span style="font-weight: 400;">สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์</span><span style="font-weight: 400;"> แล้วต้องอยู่ดูแลบูทด้วยตัวเอง ซึ่งในงานนั้นจะมีลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับโลกเข้าร่วมมากมาย พอดีมีลูกค้าคนหนึ่งเข้ามาคุยกับเรา แต่เรากลับคุยกับเขาแทบไม่ได้เลย เพราะเราไม่เข้าใจในธุรกิจอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ตอนนั้นผมเลยตั้งใจว่าจะต้องเรียนรู้และเข้าใจธุรกิจของคุณพ่อให้ได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนที่รับหน้าที่ ‘ติวเตอร์’ ให้ก้องก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจ้าของบริษัทอย่างพ่อของเขา ก้องเข้าคอร์สติวเข้มกับคุณพ่อและค่อยๆ เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการบริหารโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ตั้งแต่วิธีการคุยธุรกิจกับลูกค้า รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต คุณพ่อได้ถ่ายทอดทุกกลเม็ดให้ก้อง รวมถึงส่งต่อวิธีการดูแลลูกค้าที่อบอุ่นเหมือนครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณพ่อของผมเน้นเรื่องการดูแลลูกค้า คือตัวเขาเองเป็นสไตล์ถึงไหนถึงกัน ถ้าลูกค้ามาเขาจะดูแลอย่างเต็มที่ เอนเตอร์เทนลูกค้าอย่างดีที่สุด ตั้งแต่พาไปกินข้าวเย็นด้วยกัน จนถึงจัดทริปไปเที่ยวกับลูกค้า ซึ่งผมก็จะมีโอกาสได้ติดตามไปด้วยแทบทุกครั้ง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย ก้องได้ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในบริษัทเอกชนอยู่หลายปี จนเมื่อปี 2559 เขาก็เลือกกลับมาหาอุตสาหกรรมที่ผูกพันที่สุดอย่างกิจการเฟอร์นิเจอร์ของครอบครัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางรุ่นสองเมื่อต้องทำงานร่วมกับรุ่นหนึ่งก็มักเกิดความขัดแย้ง ซึ่งมาจากฐานของวิธีคิดที่แตกต่างกัน ฝั่งหนึ่งก็ยึดมั่นกับโลกสมัยใหม่และเทคโนโลยี อีกฝั่งก็มักจะติดกับดักความสำเร็จและประสบการณ์ที่มากกว่าจนไม่กล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ แต่ครอบครัวจรุงชัยนานนท์ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะคนทั้งสองเจเนอเรชั่นพร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและถอดหัวโขนออกเมื่อถึงเวลาเลิกงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณพ่อผมเป็นคนที่ปล่อยผมมาก เขาจะเปิดพื้นที่ให้ผมได้ทดลองและเรียนรู้ด้วยตัวเองเสมอ ในช่วงแรกที่ทำงานเราจะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนเลยว่า ผมจะดูเรื่องการตลาด ส่วนคุณพ่อจะดูแลงานฝั่งโปรดักชั่น ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างที่ทำงานก็ต้องมีเรื่องที่เห็นต่างกันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าผมมีความมั่นใจและอยากทดลองจริงๆ คุณพ่อก็พร้อมเปิดใจให้เราได้ทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“นอกจากนี้อีกเรื่องที่ผมคิดว่าทำให้เราเป็นคน 2 รุ่นที่ทำงานด้วยกันได้ คือผมกับคุณพ่อพร้อมที่จะพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องงาน และแยกเรื่องงานออกจากครอบครัว เช่น ถ้าผมเถียงกับคุณพ่อตอน 11:59 น. พอเที่ยงปุ๊บเราก็มานั่งกินข้าวด้วยกันได้ตามปกติ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้งานไม่มาเบียดเบียนความสัมพันธ์ของเรา”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>จากโรงงานรับผลิตที่เน้นส่งออกสู่แบรนด์ Lasunya ที่มีฐานลูกค้าในประเทศมากขึ้น</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายสิบปีที่ผ่านมาโรงงานผลิตสินค้า OEM แห่งนี้ไม่ได้มีชื่อแบรนด์เป็นของตัวเอง จนเมื่อปี 2559 ที่ก้องได้เข้ามาร่วมงานกับคุณพ่ออย่างเต็มตัว สิ่งแรกที่เขาสนใจคือการทำให้โรงงานแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป โดยการสร้างแบรนด์และอัตลักษณ์เฉพาะตัวให้กับเฟอร์นิเจอร์ของโรงงาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สมัยเรียนปริญญาโทมีวิชาแบรนด์ดิ้ง ที่สอนเราว่าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในโลกส่วนใหญ่มักจะเลือกลงทุนกับการทำแบรนด์ดิ้ง เพราะในระยะยาวแล้วมันเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่าวัตถุสิ่งของหรือเทคโนโลยีร่วมสมัย ผมเลยมองว่าถึงเวลาแล้วที่โรงงานของเราควรมีตัวตนในฐานะแบรนด์ เพราะที่ผ่านมาการที่เรารับผลิตแต่งาน OEM เพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกค้าหรือคนทั่วไปแทบไม่รู้จักสินค้าที่มาจากโรงงานเราเลย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การคุยเรื่องทำแบรนด์ดิ้งกับเจ้าของกิจการยุคเก่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ประกอบการในอดีตบางส่วนมองว่าการลงทุนสร้างแบรนด์เป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้และไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน ก้องจึงต้องอาศัยการโน้มน้าวและล้วงมือควักกระเป๋าตังค์ของตัวเองเพื่อเป็นทุนตั้งต้นในการเปิดไลน์ผลิตใหม่ภายใต้แบรนด์ Lasunya</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99607 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/LS_740-e1591336234442.jpg" alt="" width="720" height="480" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99606 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/LS_697-e1591336246423.jpg" alt="" width="720" height="480" /></p>
<p><div id="attachment_99614" style="width: 730px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-99614" class="wp-image-99614 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/LS_942-Edit-e1591336591113.jpg" alt="" width="720" height="480" /><p id="caption-attachment-99614" class="wp-caption-text">ภาพ : Lasunya</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Lasunya เกิดขึ้นมาได้จริงๆ ในช่วงปี 2560 ตอนนั้นเราได้ดีลผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้กับร้านกาแฟเครือ Coffee Fellows ที่มีสาขากว่า 200 แห่งทั่วยุโรป ตอนนั้นโทรไปคุยกับทางนั้นว่าโรงงานของเรากำลังสร้างแบรนด์และจะขอติดป้าย Lasunya ที่เฟอร์นิเจอร์ด้วยนะ ซึ่งเขาก็ตกลง ทำให้ดีลนี้เป็นเหมือนใบเบิกทางที่ทำให้ Lasunya ถือกำเนิดขึ้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการสร้างแบรนด์ ก้องยังมองไปถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปจากรุ่นของคุณพ่อ Lasunya ในยุคใหม่มองตลาดในประเทศมากขึ้น ก้องเริ่มเจาะตลาด B2B (business-to-business) เป็นลำดับแรก เขาเข้าหาลูกค้าเพื่ออธิบายความเป็นมาของโรงงาน จุดเด่น และผลงานที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมาหลายสิบปี จนได้รับดีลในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ให้ผู้ประกอบการหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่อย่าง Au Bon Pain และ Greyhound, สปาในเครือ Let’s Relax, โรงแรม Novotel Sriracha รวมถึงโรงพยาบาลเครือพญาไท และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิชิตตลาด B2B ได้ในระดับหนึ่ง เขาก็มองต่อไปถึงตลาดผู้ใช้รายย่อยมากขึ้น แต่การจะทำเช่นนั้นจำเป็นต้องมีโชว์รูมเพื่อแสดงสินค้าให้ผู้ใช้งานทั่วไปเข้ามาทดลอง แต่เขาก็ไม่ได้อยากสร้างโชว์รูมที่เน้นขายแต่เฟอร์นิเจอร์เท่านั้น เขาจึงตั้งต้นความคิดจาก pain point ในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมลองสังเกตว่าเวลาที่ได้ไปทดลองหรือดูเฟอร์นิเจอร์ตามโชว์รูมต่างๆ บางทีก็จะมีเซลส์คอยตามประกบลูกค้า ส่งผลให้บางคนเกร็งและไม่กล้าทดลองอย่างเต็มที่ นี่จึงเป็นที่มาของ Lasunya Kafe ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Lasunya ทำให้ลูกค้าใช้งานจริงได้ทุกชิ้น พร้อมๆ ไปกับการนั่งดื่มกาแฟ กินอาหารหรือขนม ที่ทางร้านมีให้บริการ ซึ่งผมคิดว่านี่คือคำตอบในการทำโชว์รูมที่ลูกค้าสามารถทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่จริงๆ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับจากวันที่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลาราว 4 ปีแล้วที่แบรนด์ Lasunya ได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อต่อยอดคุณภาพและตำนานของโรงงานเฟอร์นิเจอร์หนังอายุเกือบ 40 ปี ผลิตภัณฑ์จากความตั้งใจของก้องค่อยๆ เติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้นทีละน้อย แต่มั่นคง ความสำเร็จจากการตีตลาด B2B นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญที่บ่งชี้ว่าแบรนด์ Lasunya มีดีเพียงพอในการรุกลูกค้ารายย่อยต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Care-Craft-Comfort หัวใจของแบรนด์ที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 2525</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าหากถามว่า Lasunya มีดียังไงจึงรุกตลาดเมืองไทยได้อย่างรวดเร็ว ก้องตอบคำถามนี้ด้วยคำ 3 คำคือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Care-Craft-Comfort”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">3 คีย์เวิร์ดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการผลิตและออกแบบเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แบรนด์ Lasunya ที่มีต้นทางมาจากรากฐานของรุ่นคุณพ่อที่สั่งสมมาหลายสิบปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คำว่า Care มาจากพื้นฐานของกิจการที่ทำกันมาตั้งแต่รุ่นของคุณพ่อ คือพวกเราให้ความสำคัญและใส่ใจการใช้ชีวิตของคน รสนิยม และความชอบในทุกมิติ เพราะฉะนั้นเฟอร์นิเจอร์ของร้านเราจะสามารถ customize ได้ทุกจุดตามความต้องการของลูกค้า ตั้งแต่ขนาด สี และประเภทของหนังที่ห่อหุ้ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าถ้าเราเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไร้ที่ติได้ แม้ว่าแต่ละคนจะมีไลฟ์สไตล์ ความชอบ ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อน การทำงาน จะนั่งหรือจะนอน ก็ควรล้อมรอบด้วยคุณภาพและความสบายอย่างใจต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดังนั้นผมจึงทำความเข้าใจความแตกต่างในไลฟ์สไตล์ของผู้คน เพื่อนำมาสู่การดีไซน์และการผลิตโซฟางานฝีมือ ทำให้คุณได้รับโซฟาที่เต็มไปด้วยความสบายกายและสบายใจ เพื่อชีวิตอันยอดเยี่ยมไร้ที่ติที่คุณเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากความใส่ใจในรายละเอียดและเชื่อในการศึกษาความต้องการของผู้คน ผลงานทุกชิ้นจาก Lasunya จึงเน้นหนักในงานฝีมือที่ประณีตและเนี้ยบในทุกจุด ซึ่งนี่คือหัวใจลำดับที่ 2 ของแบรนด์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-99615 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/S__48791700-e1591337039939.jpg" alt="" width="720" height="479" /></p>
<p><div id="attachment_99604" style="width: 730px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-99604" class="wp-image-99604 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/c9885aacf2a90cf5c05513db757d86243_4620693218535387049_200116_0004-e1591337052255.jpg" alt="" width="720" height="479" /><p id="caption-attachment-99604" class="wp-caption-text">ภาพ : Lasunya</p></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Craft คือจุดเด่นของแบรนด์เราที่สืบทอดกันมาเกินกว่า 30 ปี เรามีทีมผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียด แม้กระทั่งจุดที่ลูกค้ามองไม่เห็น เช่น บริเวณใต้เบาะหรือโซฟาที่คุณสามารถก้มลงไปดูได้เลยว่าเราเก็บงานด้วยความเนี้ยบมาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยอมรับจากลูกค้าระดับโลกเสมอมา อย่างเช่นแบรนด์ Sorensen ที่เป็นพาร์ตเนอร์กันตั้งแต่รุ่นคุณพ่อจนถึงรุ่นของผม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หัวใจสำคัญอย่างสุดท้ายของแบรนด์คือ Comfort หรือความสบาย เพราะทุกอย่างที่ผมพูดมาจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเฟอร์นิเจอร์ของเรานั่งไม่สบายหรือใช้งานไม่สะดวก เพราะฉะนั้นเฟอร์นิเจอร์ของเราจะออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อความสบายที่สุดของผู้ใช้งาน และก่อนที่สินค้าจะออกสู่ตลาดผมกับพ่อก็จะเข้าไปทดสอบด้วยตัวเองทุกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะปรับแก้กันหลายครั้ง เฉลี่ยแล้วชิ้นหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 10 รอบกว่าจะผ่าน QC ของพวกเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความแตกต่างของการทำ OEM และการทำแบรนด์คือแบรนด์ควรต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นออริจินอลของตัวเองขึ้นมา Lasunya จึงได้สรรหาดีไซเนอร์มือดีจากหลากหลายแห่งเข้ามาร่วมงาน เพื่อร่วมกันออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ๆ ให้เกิดความหลากหลายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คอลเลกชั่นแรกของเราได้ดีไซเนอร์จากฝรั่งเศสมาร่วมงาน เขาบินมาไทยเพื่อศึกษาแบรนด์ของเราอย่างละเอียด จนสามารถผลิตชิ้นงานที่สะท้อนความเป็น Lasunya ออกมา หลังจากนั้นเราก็พยายามมองหาดีไซเนอร์คนไทย จนได้มีโอกาสร่วมงานกับ Proud Design ซึ่งเป็นทีมออกแบบภายในจากเชียงใหม่ที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย ตอนนี้เราก็กำลังพัฒนาโปรดักต์กันอยู่ น่าจะได้เห็นเร็วๆ นี้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4 ปีถือเป็นเวลาไม่นาน แต่ก็นับว่า Lasunya ได้เดินทางจากจุดเริ่มต้นมาไกลพอสมควร หากรุ่นของคุณพ่อได้สร้างรากฐานเรื่องคุณภาพและความละเอียดของงาน สิ่งที่รุ่นสองอย่างก้องลงมือทำคือการวางรากฐานของแบรนด์ในยุคใหม่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และในขณะเดียวกันเขาก็วาดภาพอนาคตของ Lasunya ที่เพียบพร้อมทั้งด้านคุณภาพและการบริการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมอยากไปให้ถึงคำว่าเพอร์เฟกต์ในทุกๆ ด้าน” ก้องเปิดประเด็นมาอย่างแข็งแรง เมื่อเราถามถึงก้าวย่างต่อไปของ Lasunya “แต่เพอร์เฟกต์สำหรับผมไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ผมมองว่ามันคือความท้าทายที่เราต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราตอบความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-99613 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/22-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lasunya/">Lasunya Sofa ทำทุกอย่างเพื่อค้นหาความสมบูรณ์แบบและชีวิตที่ไร้ที่ติมาตลอด 37 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กล้าสร้างสรรค์ เปิดรับความแตกต่าง และไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อนาคตที่น่าสนุกขึ้นเมื่อ Gen Z ได้ครองโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/genz-dare-to-be-different/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 May 2020 02:00:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[ครีเอทีฟ]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[report]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=97417</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณเป็นคนอายุ 30 ปีลงมา เราอยากชวนให้คุณนึกดูว่าตั้งแต่เกิดจนโต คุณเจอความเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ่อยแค่ไหน เอาแค่เรื่องใกล้ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ใช้ในสมัยเด็กๆ ก็ได้ เราจะพบว่าอินเทอร์เน็ตโมเด็ม 56K กลายมาเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นสมาร์ตโฟน หรือกระทั่งการบ้านที่ทำในสมุดก็กลายมาเป็นการบ้านที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำเป็นส่วนใหญ่ ดูเหมือนว่ายิ่งโตความเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งมาถึงเร็วและถี่ขึ้น เราต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ กันทุกปี ต้องอัพเดตสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด จนน่าจะกล่าวได้ว่าคนตั้งแต่รุ่นมิลเลนเนียลลงไปจนถึงเจนฯ Z ที่กำลังเป็นวัยรุ่นนั้น ได้เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา แต่เรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือ คนรุ่นใหม่ๆ อย่างเรา หรือที่เรียกกันว่ามิลเลนเนียลและเจนฯ Z นั้น ได้รับอิทธิพลแบบไหนมาบ้างท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วใบนี้ จากข้อมูลของ McKinsey บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหาร พบว่าคนรุ่นใหม่หรือเจนฯ Z มีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในความหลากหลาย ความกล้าที่จะแสดงออกตัวตนของตัวเอง และความสามารถในการสืบค้นหา ‘ความจริง’ จากข้อมูลอันมหาศาล &#160; ตัวตนที่ไม่จำเป็นต้องมีนิยาม ‘เพราะชีวิตคืออิสระแห่งการเลือกที่จะเป็น’ คนเจนฯ ใหม่เข้าใจประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงไม่ชอบการนิยามตัวเองให้อยู่ภายใต้กรอบใดๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ย่อมเกลียด ‘การเหมารวม’ เป็นที่สุด เพราะนั่นคือการกระทำที่ขาดความเคารพตัวตนของคนคนนั้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเพศ ศาสนา ความสนใจ หรือรสนิยม ก็ตาม ในงานสำรวจของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/genz-dare-to-be-different/">กล้าสร้างสรรค์ เปิดรับความแตกต่าง และไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อนาคตที่น่าสนุกขึ้นเมื่อ Gen Z ได้ครองโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หากคุณเป็นคนอายุ 30 ปีลงมา เราอยากชวนให้คุณนึกดูว่าตั้งแต่เกิดจนโต คุณเจอความเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ่อยแค่ไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาแค่เรื่องใกล้ตัวอย่างเทคโนโลยีที่ใช้ในสมัยเด็กๆ ก็ได้ เราจะพบว่าอินเทอร์เน็ตโมเด็ม 56K กลายมาเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โทรศัพท์มือถือกลายมาเป็นสมาร์ตโฟน หรือกระทั่งการบ้านที่ทำในสมุดก็กลายมาเป็นการบ้านที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำเป็นส่วนใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดูเหมือนว่ายิ่งโตความเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งมาถึงเร็วและถี่ขึ้น เราต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีใหม่ๆ กันทุกปี ต้องอัพเดตสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอด จนน่าจะกล่าวได้ว่าคนตั้งแต่รุ่นมิลเลนเนียลลงไปจนถึงเจนฯ Z ที่กำลังเป็นวัยรุ่นนั้น ได้เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือ คนรุ่นใหม่ๆ อย่างเรา หรือที่เรียกกันว่ามิลเลนเนียลและเจนฯ Z นั้น ได้รับอิทธิพลแบบไหนมาบ้างท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วใบนี้ จากข้อมูลของ McKinsey บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหาร พบว่าคนรุ่นใหม่หรือเจนฯ Z มีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจในความหลากหลาย ความกล้าที่จะแสดงออกตัวตนของตัวเอง และความสามารถในการสืบค้นหา ‘ความจริง’ จากข้อมูลอันมหาศาล</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ตัวตนที่ไม่จำเป็นต้องมีนิยาม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">‘เพราะชีวิตคืออิสระแห่งการเลือกที่จะเป็น’ คนเจนฯ ใหม่เข้าใจประโยคนี้ได้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงไม่ชอบการนิยามตัวเองให้อยู่ภายใต้กรอบใดๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนกลุ่มนี้ย่อมเกลียด ‘การเหมารวม’ เป็นที่สุด เพราะนั่นคือการกระทำที่ขาดความเคารพตัวตนของคนคนนั้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเพศ ศาสนา ความสนใจ หรือรสนิยม ก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในงานสำรวจของ McKinsey ที่มีกลุ่มตัวอย่างหลากหลายช่วงอายุจำนวน 2,321 คน พบว่าคนเจนฯ Z ถึง 24 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาใดเป็นพิเศษ ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนๆ อย่างเจนฯ X ที่มีจำนวนคนไม่นับถือศาสนาเพียงแค่ 18 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้คนเจนฯ Z ยังเป็นรุ่นที่สนับสนุนการแต่งงานเพศเดียวกันมากที่สุด </span><span style="font-weight: 400;">คือ 53 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คนในเจเนอเรชั่นอื่นมีสัดส่วนการสนับสนุนในเรื่องนี้ไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งเจนฯ X และ Y</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อไม่มีกรอบหรือนิยามที่บ่งชี้ตัวตน ชีวิตของคนรุ่นใหม่จึงมีอิสระมากขึ้นกว่าเดิม พวกเขากล้าที่จะทดลอง เรียนรู้ และค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวตนของตัวเองขึ้นมา แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็พร้อมเปลี่ยนความสนใจจากเรื่องเดิมๆ เหล่านั้น และหันไปเสาะหาตัวตนในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ เพราะเขาตระหนักดีว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้นิยามใดๆ โดยเฉพาะนิยามที่คนรุ่นก่อนๆ ได้กำหนดขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ผสมผสานตัวตนจากหลากหลายกรอบความคิด</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อภาพลักษณ์ของคนเจนฯ Z คือความแตกต่างที่ไร้นิยาม ต่างคนต่างมีชีวิตเพื่อเสาะหาความสนใจใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นลักษณะพิเศษของคนเจเนอเรชั่นนี้คือพวกเขาชอบอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเพื่อเชื่อมต่อองค์ความรู้และแบ่งปันเรื่องราวระหว่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำว่าชุมชนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่ชุมชนหรือกลุ่มในโลกจริงๆ เท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มก้อนในพื้นที่ออนไลน์ด้วย ซึ่งคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเพื่อนในโลกออนไลน์ไม่ต่างจากเพื่อนในโลกออฟไลน์ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้คนเจนฯ Z ได้พบเจอความหลากหลายมากกว่าคนรุ่นอื่นๆ เพราะโลกออนไลน์เป็นพื้นที่เสรีที่ไม่กีดกันความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา พื้นที่ อายุ เพศ หรือฐานะทางการเงิน ด้วยเหตุนี้เหล่าคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในชุมชนออนไลน์ต่างๆ จึงมีโอกาสรับรู้ความเห็นความหลากหลายรูปแบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่คนเจนฯ Z เชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการรวมกลุ่มและเชื่อมต่อถึงกันนั้นคือ ‘ความสนใจร่วม’ ซึ่งหากลองมองไปในโซเชียลมีเดียทุกวันนี้แล้วคงจะเห็นได้จากกลุ่มชุมชนตามกรุ๊ปต่างๆ ในโซเชียลมีเดียที่แบ่งออกตามความสนใจของกลุ่มนั้นๆ ซึ่งหลายครั้งกลุ่มเหล่านี้ก็มีความเฉพาะ (niche) เป็นอย่างมากด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ใช่ว่าเจนฯ Z จะยึดตัวเองอยู่กับกลุ่มเดียวไปตลอด ด้วยพื้นฐานที่มีความสนใจอันหลากหลายทำให้พวกเขาชอบที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหลากหลายแบบ ซึ่งช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้วิธีคิดจากหลากวัฒนธรรม หลายกรอบความคิด จนค่อยๆ สร้างสรรค์ตัวตนของตัวเองขึ้นมาจากความชอบเหล่านั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เชื่อมความต่างอย่างประนีประนอม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าตัวตนและรสนิยมของคนเจนฯ Z จะมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก แต่พวกเขากลับมองว่าความแตกต่างไม่ได้เป็นปัจจัยที่จะทำให้คนต้องหันมาทะเลาะเบาะแว้งกัน</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งนับว่าเป็นทัศนคติที่ยิ่งส่งเสริมให้คนรุ่นเดียวกัน ‘กล้าที่จะแตกต่าง’ และกล้าที่เป็นตัวเองให้โลกได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกงานอดิเรก การแต่งกาย หรือรสนิยมการเลือกของใช้คู่ใจอย่างสีของโน้ตบุ๊กที่สะท้อนความเป็นตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเจเนอเรชั่นนี้พร้อมที่จะเอาตัวเองเข้าไปทำความเข้าใจกับชุมชนใหม่ๆ ความชอบใหม่ๆ ที่พวกเขาไม่เข้าใจ หรือบางครั้งก็อยู่ในขั้วตรงข้ามกับความคิดพวกเขาด้วยซ้ำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนเจนฯ Z เชื่อในการพูดคุยและขุดคุ้ยเพื่อตามหาสาเหตุของความเชื่อ รสนิยม และความชอบ ของอีกฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจตรรกะและเหตุผลเบื้องหลังวิธีคิดที่แตกต่างจากตัวเอง คนกลุ่มนี้จึงมีแนวโน้มที่จะชอบการประนีประนอมมากกว่าการแตกหัก ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจของ McKinsey ที่ได้ทำแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างว่า ‘เห็นด้วยหรือไม่ว่าโลกของเราจะเปลี่ยนแปลงได้ ต่อเมื่อระบบเดิมๆ ถูกทำลายลง’ พวกเขาพบว่ากลุ่มคนเจนฯ Z ไม่ถึงครึ่งที่ตอบว่าเห็นด้วย ขณะที่คนเจนฯ ก่อนหน้าต่างเห็นด้วยกันเกินครึ่งทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าเมื่อคนเจนฯ Z ได้เติบโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ในวันหนึ่ง พวกเขาน่าจะสร้างโลกที่ทุกคนมีความเท่าเทียมกันมากขึ้นได้ จากหัวใจที่เปิดกว้างและเข้าอกเข้าใจคนอื่นมากกว่าคนในเจเนอเรชั่นก่อนๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>มองโลกตามความเป็นจริง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อโลกเต็มไปด้วยความหลากหลายในแบบที่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เราสามารถพบเจอความหลากหลายได้จริงๆ คนเจนฯ ใหม่จึงมีต้นทุนจำนวนมากในการคิดวิเคราะห์ พวกเขาได้รับรู้ทั้งเรื่องราวที่ดีและเลวร้ายในสังคม เห็นทั้งมุมที่ดีงามและเลวร้ายของบุคคลสาธารณะ เห็นการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้นทุนทางข้อมูลเหล่านี้คืออำนาจในการตามหา ‘ความจริง’ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ ที่คนยุคสมัยนี้ได้เปรียบจากเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมีอำนาจนี้อยู่ในมือทำให้คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้สามารถเห็นความจริงหลายๆ ชุดได้เพียงแค่ตวัดมือค้นหา พฤติกรรมเหล่านี้จึงติดสอยไปในทุกด้านของชีวิต ตั้งแต่การหาของกิน การซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน การเมือง การศึกษา การที่มีพื้นฐานเป็นการสืบค้นเพื่อตามหา ‘ความจริง’ จึงน่าจะทำให้คนเจนฯ นี้มีนิสัย ‘ฝันกลางวัน’ น้อยกว่าคนรุ่นก่อนๆ เพราะเขาจะยึดอยู่กับหลักฐานและสิ่งที่มองเห็นได้มากกว่าจินตนาการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปัจจุบันคนเจนฯ Z คือกลุ่มที่มีจำนวนประชากรเยอะที่สุดในโลก เมื่อเทียบกับคนเจเนอเรชั่นอื่น โดยมีถึง 32 เปอร์เซ็นต์ หรือ 2.47 พันล้านคนทั่วโลก ทำให้เราน่าจะอนุมานได้ว่าเมื่อคนกลุ่มนี้เติบโตขึ้น (เจนฯ Z ที่โตที่สุดตอนนี้คือกลุ่มคนอายุ 25 ปี หรือเกิดในปี 1995) และได้กลายมาเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางของสังคม วันนั้นเราคงได้เห็นโลกที่มีรูปแบบการใช้ชีวิต ทัศนคติ และการให้คุณค่า แตกต่างจากปัจจุบัน ซึ่งหากอนุมานเอาจากลักษณะทั้ง 4 ข้อของคนเจนฯ Z ในข้างต้น เราน่าจะได้เห็นโลกที่สนุกสนานมากขึ้น เพราะมีผู้คนที่พร้อมเข้าใจในความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์ เปิดทางให้ทุกคนกล้าที่จะสร้างสรรค์ และนำเสนอตัวตนโดยไม่ต้องกลัวการโดนตัดสิน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เครื่องมือที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตตามนิยามของตัวเอง</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-97512 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะก้าวไปสู่อนาคตอันน่าถวิลหาไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคืน คนเจนฯ Z ยังต้องสั่งสมประสบการณ์ ความรู้ และความสร้างสรรค์อีกมากมาย เพื่อช่วยกันสร้างความน่าอยู่นั้นให้เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต้องการอุปกรณ์คู่ใจที่สามารถตอบสนองความต้องการหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ การทำงาน และไลฟ์สไตล์ อย่างเช่น New Asus VivoBook series (D433/D533/D413) โน้ตบุ๊กซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Asus ทั้ง 3 รุ่นนี้ ในราคาเริ่มต้น 19,990 บาท</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">New Asus VivoBook ซีรีส์ใหม่ มาพร้อมกับแท็กไลน์ที่ว่า ‘Dare to be different’ ซึ่งสอดคล้องกับทัศนคติของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว พร้อมให้ทุกคนได้เลือกที่จะแตกต่างในแบบของตัวเองด้วยสีสันถึง 6 </span><span style="font-weight: 400;">สี คือ Gaia Green, Resolute Red, Dreamy White, Indie Black, Transparent Silver และ Hearty Gold นอกจากนี้ยังมีการใส่ลูกเล่นบนแป้น</span><b> ‘</b><span style="font-weight: 400;">Enter</span><b>’ </b><span style="font-weight: 400;">ด้วยการตัดขอบสีเหลืองสร้างความโดดเด่นและแตกต่างให้กับคีย์บอร์ดของคุณ </span><span style="font-weight: 400;">อีกความพิเศษของโน้ตบุ๊กซีรีส์นี้คือ Asus จะแถมสติกเกอร์รูปแบบต่างๆ มาให้พร้อมกับตัวเครื่อง เพื่อให้คุณสามารถดีไซน์ความสวยงามของอุปกรณ์ได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-97440 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-97434 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-97441 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ความสามารถภายในอย่างฮาร์ดแวร์ต่างๆ ทาง Asus ก็ได้ใส่เข้ามาอย่างเต็มที่ โดยมีสเปกเบื้องต้นดังนี้ 1.CPU – ที่มีให้เลือกถึง 2 รุ่น คือ AMD Ryzen 5 และ Ryzen 7 ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย AMD ที่เปิดตัวคู่กับ VivoBook series เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ตามมาด้วย 2.RAM – 8GB DDR4 และ 3.Hard DisK – 512 GB PCle SSD ซึ่งฮาร์ดแวร์ทั้งสามตัวนี้คือหัวใจหลักที่จะช่วยให้การใช้งานลื่นไหลและลงตัวมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-97436 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-97510 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/05/Vivobook-4-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีฮาร์ดแวร์เสริมที่ช่วยตอบสนองประสบการณ์ด้านอื่นๆ เช่น ลำโพงจาก Harman/Kardon ที่ให้เสียงคุณภาพ ยกระดับความสุขด้านการฟังเพลงให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีหน้าจอ 2 รูปแบบให้ได้เลือก คือขนาด 14 นิ้ว (M433/M413) และ 15.6 นิ้ว (M533) โดยทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมขอบหน้าจอที่บางเฉียบ ทำให้ใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรมารบกวนสายตา เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของ New Asus VivoBook series ก็คือสะดวกต่อการพกพาไปทุกที่ เพราะมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 1.4 กิโลกรัม ในรุ่น M433/M413 และ 1.8 กิโลกรัม สำหรับรุ่น M533</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งความพิเศษสุดท้ายของโน้ตบุ๊กซีรีส์นี้คือ เป็นครั้งแรกที่ทาง Asus ได้ติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office Home &amp; Student มาให้พร้อมใช้งานทันที ทำให้โน้ตบุ๊กซีรีส์นี้เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนเจนฯ Z ทั้งที่อยู่ในวัยนักเรียน นักศึกษา หรือกำลังก้าวเข้าสู่วัยทำงาน</span></p>
<hr />
<p><em>อ้างอิง</em></p>
<p><a href="https://www.campaignlive.co.uk/article/future-average-why-millennials-gen-z-striving-unique/1370716" target="_blank" rel="noopener">campaignlive.co.uk</a></p>
<p><a href="https://www.illumestories.com/2018/12/gen-z-and-the-challenges-of-the-most-individualistic-generation-yet/" target="_blank" rel="noopener">illumestories.com</a></p>
<p><a href="https://www.mckinsey.com/industries/consumer-packaged-goods/our-insights/true-gen-generation-z-and-its-implications-for-companies" target="_blank" rel="noopener">mckinsey.com</a></p>
<p><a href="https://nypost.com/2020/01/25/generation-z-is-bigger-than-millennials-and-theyre-out-to-change-the-world/" target="_blank" rel="noopener">nypost.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/genz-dare-to-be-different/">กล้าสร้างสรรค์ เปิดรับความแตกต่าง และไม่เชื่ออะไรง่ายๆ อนาคตที่น่าสนุกขึ้นเมื่อ Gen Z ได้ครองโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยู่แต่บ้านก็แฮปปี้ได้ รวม 10 แอพฯ ติดมือถือสำหรับช่วงกักตัวที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอีกนิดหน่อย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/10-application-for-quarantine/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพล วงศ์วิเศษไพบูลย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Apr 2020 02:00:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[application]]></category>
		<category><![CDATA[แอพพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[internet]]></category>
		<category><![CDATA[report]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=95391</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราอยู่บ้านกันมากี่วันแล้ว? แล้วแต่ละวันใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุด? คำถามแรกอาจมีคำตอบที่หลากหลาย เพราะบางคนก็อยู่มาแล้วหลายวัน บางคนหลักอาทิตย์ บางคนอาจนับได้ถึงเดือน แต่สำหรับคำถามที่สองเชื่อว่าคำตอบของทุกคนคงเป็น ‘อินเทอร์เน็ต’ อย่างแน่นอน เพราะในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าใครจะทำอาชีพอะไรต่างก็ต้องพึ่งพาสิ่งนี้เป็นเหมือนปัจจัยที่ 6 ของชีวิต นับว่าเป็นโชคดีที่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านสะดวกสบายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นชีวิตที่ปราศจากเพื่อนในออฟฟิศให้พูดคุย ไม่มีสถานที่ออกกำลังกายหรือไม่สามารถออกไปเที่ยวหาของกินอร่อยๆ ก็ดูจะเป็นชีวิตที่เหี่ยวเฉาไม่น้อย วันนี้เราเลยอยากแนะนำ 10 แอพพลิเคชั่นติดมือถือที่จะช่วยลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเติมความบันเทิงให้กับชีวิต โดยสิ่งเดียวที่คุณต้องเตรียมตัวคืออินเทอร์เน็ตมือถือที่ดี เพราะทุกแอพฯ ที่เราแนะนำล้วนต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดาวน์โหลดและใช้งาน เพราะฉะนั้นอย่าลืมหาแพ็กเกจโทรศัพท์มือถือที่เร็ว แรง และคุ้มค่า ติดตัวไว้ เพื่อที่ระหว่างการ social distancing แบบนี้ เราจะยังแฮปปี้อยู่ได้เหมือนเดิม &#160; Zoom สาย work from home คงไม่มีใครไม่รู้จักแอพพลิเคชั่นนี้ เพราะมันคือแอพฯ ประชุมทางไกลยอดฮิตที่หลายๆ บริษัทเลือกใช้ ด้วยความที่ Zoom มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ทำให้คนทุกเจนฯ ในบริษัทสามารถโหลดมาใช้งานได้อย่างไม่ยุ่งยาก จากการสำรวจของ dtac พบว่ากลุ่มลูกค้าตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางเดือนมีนาคมมียอดการใช้งานแอพฯ Zoom เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 82.8 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/10-application-for-quarantine/">อยู่แต่บ้านก็แฮปปี้ได้ รวม 10 แอพฯ ติดมือถือสำหรับช่วงกักตัวที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอีกนิดหน่อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราอยู่บ้านกันมากี่วันแล้ว? แล้วแต่ละวันใช้เวลาไปกับอะไรมากที่สุด?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำถามแรกอาจมีคำตอบที่หลากหลาย เพราะบางคนก็อยู่มาแล้วหลายวัน บางคนหลักอาทิตย์ บางคนอาจนับได้ถึงเดือน แต่สำหรับคำถามที่สองเชื่อว่าคำตอบของทุกคนคงเป็น ‘อินเทอร์เน็ต’ อย่างแน่นอน เพราะในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าใครจะทำอาชีพอะไรต่างก็ต้องพึ่งพาสิ่งนี้เป็นเหมือนปัจจัยที่ 6 ของชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับว่าเป็นโชคดีที่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ช่วยให้การทำงานจากที่บ้านสะดวกสบายขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นชีวิตที่ปราศจากเพื่อนในออฟฟิศให้พูดคุย ไม่มีสถานที่ออกกำลังกายหรือไม่สามารถออกไปเที่ยวหาของกินอร่อยๆ ก็ดูจะเป็นชีวิตที่เหี่ยวเฉาไม่น้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราเลยอยากแนะนำ 10 แอพพลิเคชั่นติดมือถือที่จะช่วยลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเติมความบันเทิงให้กับชีวิต โดยสิ่งเดียวที่คุณต้องเตรียมตัวคืออินเทอร์เน็ตมือถือที่ดี เพราะทุกแอพฯ ที่เราแนะนำล้วนต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดาวน์โหลดและใช้งาน เพราะฉะนั้นอย่าลืมหาแพ็กเกจโทรศัพท์มือถือที่เร็ว แรง และคุ้มค่า ติดตัวไว้ เพื่อที่ระหว่างการ social distancing แบบนี้ เราจะยังแฮปปี้อยู่ได้เหมือนเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>Zoom</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-95466 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/ZOOM-e1587115916396.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาย work from home คงไม่มีใครไม่รู้จักแอพพลิเคชั่นนี้ เพราะมันคือแอพฯ ประชุมทางไกลยอดฮิตที่หลายๆ บริษัทเลือกใช้ ด้วยความที่ Zoom มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย ทำให้คนทุกเจนฯ ในบริษัทสามารถโหลดมาใช้งานได้อย่างไม่ยุ่งยาก จากการสำรวจของ dtac พบว่ากลุ่มลูกค้าตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางเดือนมีนาคมมียอดการใช้งานแอพฯ Zoom เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 82.8 ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับแอพพลิเคชั่นประชุมทางไกลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Skype หรือ Google Hangouts</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ตัวแอพฯ Zoom ก็ยังมีฟีเจอร์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนภาพแบ็กกราวนด์สร้างความสนุกสนานให้กับการประชุม การแชร์หน้าจอที่ช่วยให้นำเสนองานผ่านวิดีโอคอลได้อย่างง่ายดาย และการประชุมสายที่ทำได้มากถึง 100 คนต่อครั้ง แต่ไม่ว่าจะประชุมมากหรือน้อยคน สิ่งสำคัญคือคุณต้องมีอินเทอร์เน็ตที่แรงพอ เพราะจะได้ประชุมงานกันอย่างลื่นไหลไม่มีกระตุกให้เสียความรู้สึก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> Slack</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95462 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Slack-e1587115957785.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ว่ากันว่าถ้าชาวออฟฟิศได้ลองได้รู้จัก Slack แล้ว จะลืมแอพพลิเคชั่นไลน์กันไปเลย เพราะนี่คือแอพพลิเคชั่นที่เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาไลน์ที่ทำงานเด้งจนเป็นเครียด ตอบผิดแชต หรือส่งรูปผิดกลุ่ม สรุปง่ายๆ Slack นั้นคือแอพฯ ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารสำหรับ ‘ทำงาน’ โดยเฉพาะ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดแข็งสำคัญของ Slack คือสามารถจัดกลุ่มและแจกแจงทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสร้าง ‘ห้องแชต’ หรือ Channels ขึ้นมา โดยเราสามารถกำหนดให้แต่ละห้องมีเป้าหมายร่วมกันได้ เช่น ห้องแชต A เอาไว้คุยเรื่องโปรเจกต์ A, ห้องแชต B เอาไว้คุยเรื่องเฮฮา หรือห้องแชต C เอาไว้ติดต่อลูกค้าในโปรเจกต์ C โดยแต่ละห้องแอดมินสามารถดึงเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องกับโปรเจกต์เข้าไปเป็นสมาชิกของห้องได้ ทำให้การพูดคุยสื่อสารและการส่งไฟล์สำคัญต่างๆ ถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ ช่วยให้การทำงานมีความลื่นไหลมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> Trello</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95465 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Trello-e1587115997717.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากผ่านการทำงานที่บ้านมาหลายวัน เราก็ค้นพบว่างานที่ต้องทำไม่ได้ลดลงจากเดิมเลย กลับกันยังมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก แถมการไม่ได้สื่อสารกับเพื่อนร่วมงานแบบต่อหน้าต่อตา บางทีก็ทำให้ไม่รู้ว่างานไหนด่วนงานไหนไม่ด่วน จนกองงานสุมขึ้นแล้วไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้เราเลยอยากมาแนะนำแอพพลิเคชั่นสารพัดประโยชน์ที่จะช่วยคุณจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวัน แอพฯ ที่ว่านั้นคือ Trello นั่นเอง ประโยชน์ของแอพฯ นี้คือมันเป็นเหมือนกระดานดำสำหรับแปะโพสต์อิท ซึ่งทำให้เราเห็นภาพรวมของสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันหรือในแต่ละช่วงเวลา โดยเราสามารถจัดกลุ่มงานเพิ่มเติมได้ด้วยว่าชิ้นไหนกำลังอยู่ในกระบวนการอะไร เช่น To Do, Doing, Done นอกจากนี้ความสามารถอีกอย่างของ Trello คือการแชร์การใช้งานร่วมกันเป็นกลุ่ม ทำให้คนในทีมสามารถเข้ามาช่วยกันกำหนด Task ของโปรเจกต์ ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนได้เห็นภาพรวมของการทำงานมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> HappyWork</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95460 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Happy-Work-e1587116163517.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บอกลาวิถีของเอชอาร์แบบเก่าๆ ด้วยแอพพลิเคชั่นจัดการทรัพยากรมนุษย์อย่าง HappyWork ที่จะยกระดับการดูแลคนในองค์กรขึ้นไปอีกขั้น โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะใช้สมาร์ตโฟนเป็นสื่อกลางในการเชื่อมระหว่างพนักงานบริษัทกับองค์กร มีฟีเจอร์เจ๋งๆ ในสไตล์ 4.0 เช่น การเช็กอินเข้า-ออกงานผ่านแอพพลิเคชั่นที่ทำจากที่ไหนก็ได้ ตอบโจทย์ชีวิตของเราในช่วงเวลานี้ที่ต้องเข้างานจากบ้านกันเสียส่วนใหญ่ หรือฟีเจอร์การทำเอกสารเบิกจ่ายผ่านแอพฯ โดยส่งภาพถ่ายบันทึกใบเสร็จหรือเอกสารทางการเงิน ซึ่งทำให้ไม่มีใครต้องมานั่งปวดหัวกับกองกระดาษและเครื่องปรินต์อีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ Happy Work ยังมีทีเด็ดตรงที่พนักงานสามารถแจ้งวันหยุด ลา มาสาย ได้โดยไม่ต้องไปล่าลายเซ็นจากหัวหน้า แก้ปัญหาความเกรงใจเพื่อให้เราได้ใช้สิทธิที่พึงมีอย่างเต็มที่ สุดท้ายแล้วข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่การเข้า-ออกงาน การลาหยุด ฯลฯ จะเข้าถึงได้โดยแผนกเอชอาร์ ซึ่งจะทำให้พนักงานทุกคนในบริษัทได้รับการดูแลจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างทั่วถึง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> Sleep Cycle</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95463 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Sleep-Cycle-e1587116092895.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานอยู่บ้านบางทีก็ทำให้เรานอนไม่เป็นเวลา ซึ่งพอสะสมเข้าไปเรื่อยๆ ก็ทำให้กลายเป็นนอนไม่พอและรู้สึกอ่อนเพลียไปทั้งวัน เราเลยอยากมาเสนอแอพพลิเคชั่นการนอนระดับเทพอย่าง Sleep Cycle ที่จะช่วยปรับการนอนของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการใช้นั้นไม่ยาก เพียงตั้ง ‘ช่วงเวลาปลุก’ แล้ววางมือถือไว้ใกล้ตัวก่อนนอนทุกคืน จากนั้นแอพพลิเคชั่นจะทำงานโดยใช้วิธีจับความเคลื่อนไหวของร่างกายระหว่างที่เรานอนหลับ และจะเลือกปลุกในช่วงเวลาที่เราอยู่ในวงจรการนอนหลับแบบ light sleep ทำให้เราตื่นง่าย ตื่นมาไม่งัวเงีย ลดความอ่อนเพลียจากการที่รู้สึกว่านอนไม่พอด้วย นอกจากนี้ Sleep Cycle ยังช่วยคำนวณคุณภาพการนอนของเราทุกวัน เพื่อให้เราสังเกตเห็นความแตกต่างของพฤติกรรมและเข้าใจการนอนมากขึ้นด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> Headspace</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95461 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Head-Space-e1587116116876.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่รู้กันว่าการอยู่บ้านติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันทำให้บางคนเกิดอาการเครียด เฉา เบื่อโลก แอพพลิเคชั่นนี้จะมาช่วยแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ด้วยกิจกรรมฝึกฝนจิตใจของคุณให้แข็งแกร่ง นั่นคือ Headspace ซึ่งเป็นแอพฯ ยอดฮิตสอนทำสมาธิ โดยมีฟีเจอร์เจ๋งๆ ตอบโจทย์คนยุคใหม่ เช่น การทำสมาธิเบื้องต้น การบรรเทาความเครียด การข้ามผ่านความวิตกกังวล โดยแอพฯ จะใช้การทำสมาธิเป็น ‘ฐาน’ ของการแก้ปัญหาด้านต่างๆ เหมือนเป็นการเพิ่ม ‘สติ’ ให้กับเรายามที่ต้องเจอกับสถานการณ์อันไม่ปกติในชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>foodpanda</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95458 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Food-panda-e1587116140695.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมหลักยามอยู่บ้านคือกิน! แต่พออยู่หลายวันเข้าก็อาจเกิดอาการเบื่ออาหารได้ง่ายๆ วิธีแก้คืออาจต้องลองเปลี่ยนรสชาติอาหารเดิมๆ เป็นการออร์ดอร์จากร้านอร่อยๆ ที่ไกลกว่าร้านข้าวปากซอยดู หลายคนจึงพยายามมองหาแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารเดลิเวอรีดีๆ ราคาโดนๆ ที่ไม่ขึ้นราคาให้ช้ำใจในยามลำบากเช่นนี้ เราจึงขอเสนอแอพฯ ฟู้ดเดลิเวอรีสีชมพูอย่าง foodpanda ที่มีร้านอาหารอร่อยๆ ซุกซ่อนอยู่เต็มไปหมด รวมถึงมีโปรโมชั่นมากมายจนน่ากดทุกอย่างใส่ตะกร้า ยามที่ต้องกักตัวและทำงานอยู่บ้านทุกวัน การได้กินอาหารอร่อยๆ จากร้านโปรดที่เคยกินในเวลาปกติก็น่าจะช่วยให้จิตใจสดใสขึ้นมาได้บ้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> TikTok</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95464 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/TikTok-e1587116035980.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่าตอนนี้ TikTok กำลังไต่ขึ้นมาเป็นแอพพลิเคชั่นให้ความบันเทิงอันดับต้นๆ ของคนไทย เพราะมองไปที่ไหนก็เห็นคนแชร์คลิปจากโซเชียลมีเดียเจ้านี้เต็มไปหมด จุดเด่นของ TikTok คือเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้วิดีโอเป็นสื่อ โดยเราสามารถแชร์คลิปวิดีโอสั้นๆ ของตัวเอง เช่น คลิปเต้น พากย์เสียง ลิปซิงก์ หรือกิจกรรมที่แสนครีเอทีฟ โดยจะมีเทรนด์เป็นระยะๆ หากใครกำลังมองหาแอพฯ ที่ช่วยสร้างเสียงหัวเราะและความสนุกสนานให้กับวันอยู่บ้านแล้วละก็ เราอยากให้ลองโหลด TikTok มาเล่นดู เผื่อว่าคุณจะค้นพบความความสามารถในการเป็นวิดีโอคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b> Garena Free Fire</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95459 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Free-Fire-e1587116184733.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจะยืนระยะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องสอดแทรกการพักผ่อนเข้าไปด้วย เพราะร่างกายและสมองจะได้ไม่ทำงานหักโหมจนเกินไป หนึ่งในวิธีพักที่หลายคนทำคือเล่นเกม ซึ่งนับว่าเป็นทางออกในการแก้เบื่อ และหันเหความสนใจของสมองจากการทำงานได้เป็นอย่างดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าจะโหลดเกมอะไรมาเล่นดี เราขอแนะนำเกมฮิตที่มียอดดาวน์โหลดสูงกว่า 450 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลก นั่นคือ Garena Free Fire เกมแนว battle royale (เอาตัวรอดจากการต่อสู้) ซึ่งเปิดให้โหลดฟรี เล่นง่าย สนุก และใช้เวลาไม่นานต่อการแข่งขันหนึ่งรอบ จึงเหมาะสำหรับการแวะพักสมองจากการทำงานเป็นอย่างยิ่ง แต่ก่อนเล่นอย่าลืมเช็กแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตของตัวเองให้ดี เพราะว่าเกมมือถือภาพสวยขนาดนี้ใช้อินเทอร์เน็ตปริมาณมากเลยทีเดียว ถ้าเล่นๆ อยู่แล้วอินเทอร์เน็ตหมดคงหมดสนุกแย่ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>โซเชียลมีเดียต่างๆ</b></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-95477 size-full aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Social-Media-1-e1587120126257.jpg" alt="" width="675" height="450" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เชื่อว่ามือถือแทบทุกเครื่องต้องมีแอพพลิเคชั่นอย่างเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ ยืนพื้นเอาไว้สำหรับการติดตามข่าวสาร คุยเล่นกับเพื่อน ไปจนถึงคุยงานอยู่แล้ว ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ได้ทวีความสำคัญขึ้นกว่าที่เคย เพราะสังคมตกอยู่ในภาวะ social distancing สังคมเสมือนจริงในโลกออนไลน์จึงทวีความคึกคักยิ่งขึ้นกว่าเดิม เราคงสังเกตได้ว่าหน้าฟีดของเราเต็มไปด้วยการตั้งสเตตัสบอกเล่าชีวิตของตัวเองหรือข้อความระบายความเครียดของเพื่อนๆ ซึ่งหากมันยังทำให้เราเชื่อมต่อและรับรู้ความสุข-ทุกข์กันได้ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีท่ามกลางสถานกาณ์ที่ตึงเครียดของโลกภายนอก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญมากกว่าการมีแอพฯ พวกนี้คือคนที่ใช้งานแอพฯ นี่แหละ เราเลยอยากแนะนำให้คุณช่วยกันดูแลสุขภาพใจของเพื่อนๆ ในโซเชียลมีเดียให้ดี เพราะหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านไปแล้ว เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างใกล้ชิดในโลกจริงอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><br />
สำหรับใครที่อยากใช้ทั้ง 10 แอพพลิเคชั่นที่เราแนะนำไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราอยากทิ้งท้ายด้วยการแนะนำแพ็กเกจมือถือใหม่ Happy@Home จาก dtac ที่ถูกออกแบบมาให้ตอบความต้องการของชีวิตคนไทยช่วงนี้โดยเฉพาะ เพราะ dtac อยากสนับสนุนให้ฮีโร่ทุกคนสามารถอยู่บ้านได้แบบแฮปปี้</span></p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-95914 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/04/Happy-at-home-final-e1587469436922.jpg" alt="" width="675" height="675" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แพ็กเกจ Happy@Home นั้นมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย เริ่มต้นที่แพ็กเกจ Student Happy@home สำหรับนักเรียนและนักศึกษา ราคาเริ่มต้นที่ 299 บาท พร้อมอินเทอร์เน็ตถึง 15GB ซึ่ง dtac ใจดีเบิลให้อีกเท่าตัว รวมเป็น 30GB จุกๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับวัยทำงานที่ต้อง work from home ทาง dtac มีแพ็กเกจให้เลือกเริ่มต้นที่ไซส์มินิ 299 บาท ไล่ไปจนถึงไซส์บิ๊กเบิ้ม 849 บาทที่ให้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุดได้แบบอันลิมิต โดยทั้งสองแพ็กเกจสำหรับวัยเรียนและวัยทำงานจะใช้งานแอพพลิเคชั่นยอดฮิต อย่างเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, ไลน์, ยูทูบ, Zoom และ Garena Free Fire ได้ฟรี โดยไม่กินโควต้าอินเทอร์เน็ตด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้หากคุณเป็นลูกค้าเดิมของ dtac อยู่แล้ว ช่วงกักตัวอยู่บ้านคุณสามารถซื้อแพ็กเกจเสริมได้ตลอดเวลาที่ต้องการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตให้กับมือถือของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจ 12GB ในราคา 99 บาท หรือแพ็กเกจเน็ต 50 GB ที่สามารถใช้งานได้ตลอดเดือนในราคา 349 บาทเท่านั้น!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณอยากมีชีวิตติดบ้านที่แฮปปี้ขึ้นกว่าเดิม ลองเข้าไปดูข้อมูลแพ็กเกจจาก dtac เพิ่มเติมได้ที่ </span><a href="http://bit.ly/hah_lifestyle" target="_blank" rel="noopener">bit.ly/hah_lifestyle</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/10-application-for-quarantine/">อยู่แต่บ้านก็แฮปปี้ได้ รวม 10 แอพฯ ติดมือถือสำหรับช่วงกักตัวที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นอีกนิดหน่อย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
