<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิภว์ บูรพาเดชะ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/columnist02/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/columnist02/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 17 Oct 2022 23:33:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Best of Beau : ดีที่สุดของสุนิตา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/best-of-beau/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Oct 2022 23:33:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงในแผ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[โบ-สุนิตา ลีติกุล]]></category>
		<category><![CDATA[Best of Beau]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=161232</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวงการเพลงไทย มีนักร้องหญิงหลายคนที่โดดเด่น บ้างก็โดดเด่นเรื่องเสียง บ้างก็เรื่องยอดขาย และบ้างก็เป็นเรื่องภาพลักษณ์ ผมคิดว่า โบ-สุนิตา ลีติกุล เป็นนักร้องหญิงหนึ่งในไม่กี่คนที่โดดเด่นในทุกๆ ด้าน จากคนเด็กสาวที่ทำงานร้องเพลงเบื้องหลังให้กับนักร้องหลายๆ รายตั้งแต่วัยยังไม่เต็ม 20 เธอเริ่มเป็นที่รู้จักจากเพลง อยากให้เธออยู่ตรงนี้ ที่เป็นเพลงประกอบละคร พริกขี้หนูกับหมูแฮม ในปี 2538 ก่อนที่จะมีอัลบั้มเต็มชุดแรกของตัวเองออกมาในปีถัดมา อัลบั้มแรกของเธอตั้งชื่อง่ายๆ ว่า Beau ออกมาภายใต้สังกัด แกรมมี่ แกรนด์ กลายเป็นอัลบั้มที่มีเพลงฮิตทั้งชุด ด้วยน้ำเสียงทรงพลังแบบสาวร็อก หน้าตาเป็นกันเอง ภาพลักษณ์ดูจริงใจ มากับเพลงป๊อปร็อกที่มีฮุกแข็งแรกชวนร้องตามแทบทั้งชุด ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว (เพลงเร็วนั้นค่อนข้างจะ ‘ร็อก’ กันหนักใช้ได้เลยล่ะครับ) มีตั้งแต่เพลงที่สนุกสุดๆ อย่าง ไม่อยากรัก (คนที่ไม่อยากรักเรา), เพลงช้าบาดใจอย่าง เธอไม่เคยถาม, เพลงร็อกจังหวะชวนโยกตามอย่าง เธอต้องชดใช้, เพลงที่ค่อยๆ ไล่ฟีลจากเรียบเรื่อยไปสู่การบีบระบายอารมณ์อย่าง อยู่คนเดียว หรือ ฉันรู้ และปิดท้ายอัลบั้มด้วยเพลง อธิษฐาน ที่เหงาและไพเราะจับใจ ทำให้การฟังอัลบั้มชุดนี้ต่อเนื่องกันเป็นการร้อยเรียงอารมณ์ที่หลากหลายและฟังซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องชื่นชม ธนา ลวสุต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/best-of-beau/">Best of Beau : ดีที่สุดของสุนิตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในวงการเพลงไทย มีนักร้องหญิงหลายคนที่โดดเด่น บ้างก็โดดเด่นเรื่องเสียง บ้างก็เรื่องยอดขาย และบ้างก็เป็นเรื่องภาพลักษณ์</p>



<p>ผมคิดว่า โบ-สุนิตา ลีติกุล เป็นนักร้องหญิงหนึ่งในไม่กี่คนที่โดดเด่นในทุกๆ ด้าน</p>



<p>จากคนเด็กสาวที่ทำงานร้องเพลงเบื้องหลังให้กับนักร้องหลายๆ รายตั้งแต่วัยยังไม่เต็ม 20 เธอเริ่มเป็นที่รู้จักจากเพลง อยากให้เธออยู่ตรงนี้ ที่เป็นเพลงประกอบละคร พริกขี้หนูกับหมูแฮม ในปี 2538 ก่อนที่จะมีอัลบั้มเต็มชุดแรกของตัวเองออกมาในปีถัดมา</p>



<p>อัลบั้มแรกของเธอตั้งชื่อง่ายๆ ว่า Beau ออกมาภายใต้สังกัด แกรมมี่ แกรนด์ กลายเป็นอัลบั้มที่มีเพลงฮิตทั้งชุด ด้วยน้ำเสียงทรงพลังแบบสาวร็อก หน้าตาเป็นกันเอง ภาพลักษณ์ดูจริงใจ มากับเพลงป๊อปร็อกที่มีฮุกแข็งแรกชวนร้องตามแทบทั้งชุด ทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว (เพลงเร็วนั้นค่อนข้างจะ ‘ร็อก’ กันหนักใช้ได้เลยล่ะครับ) มีตั้งแต่เพลงที่สนุกสุดๆ อย่าง ไม่อยากรัก (คนที่ไม่อยากรักเรา), เพลงช้าบาดใจอย่าง เธอไม่เคยถาม, เพลงร็อกจังหวะชวนโยกตามอย่าง เธอต้องชดใช้, เพลงที่ค่อยๆ ไล่ฟีลจากเรียบเรื่อยไปสู่การบีบระบายอารมณ์อย่าง อยู่คนเดียว หรือ ฉันรู้ และปิดท้ายอัลบั้มด้วยเพลง อธิษฐาน ที่เหงาและไพเราะจับใจ ทำให้การฟังอัลบั้มชุดนี้ต่อเนื่องกันเป็นการร้อยเรียงอารมณ์ที่หลากหลายและฟังซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ ซึ่งส่วนหนึ่งต้องชื่นชม ธนา ลวสุต โปรดิวเซอร์ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวงดูโอป๊อปร็อกในตำนานอย่างวงไฮดร้า (Hydra) ที่มีสมาชิกอีกคนคือ ป้าง-นครินทร์ กิ่งศักดิ์ นั่นเอง</p>



<p>อัลบั้ม Beau ขายได้ถึงยอดล้านตลับ (สมัยนั้นยังเป็นเทปคาสเสตต์ครับ) ในเวลาไม่นาน จนต้องมีการทำอัลบั้มปกใหม่เวอร์ชั่นฉลองครบล้านตลับและแถมเพลงใหม่ที่ชื่อ ขอเป็นคนของเธอ เพิ่มมาอีก รวมๆ แล้วเทปอัลบั้มชุดแรกทั้งสองเวอร์ชั่นของเธอขายไปได้เกือบ 3 ล้านตลับ! &#8230;นักร้องที่ประสบความสำเร็จระดับนี้ในเมืองไทยมีไม่กี่คนเลยจริงๆ</p>



<p>โบ สุนิตา ยังคงมีงานเพลงต่อเนื่องออกมาอีกหลายชุด มีเพลงดังอีกหลายต่อหลายเพลง ช่วงหลังเธอหันไปทำเพลงแนวบลูส์ โซล และอาร์แอนด์บีบ้าง มีเพลงประกอบละครอีกเป็นระยะๆ และไม่ได้มีงานถี่ๆ เหมือนช่วงแรกๆ อีกแล้ว แต่เชื่อว่าเพลงของเธอก็ยังคงอยู่ในใจของนักฟังเพลงไทยหลายๆ คน</p>



<p>ข้อพิสูจน์หนึ่งก็คือ เมื่อมาถึงวันที่แผ่นเสียงกลับมาฮิต ก็เริ่มมีการมีการทำแผ่นเสียงอัลบั้มเพลงไทยเก่าๆ ของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ออกมาจำหน่ายหลายชุดแล้ว ราวเดือนเมษายนปี 2564 ก็มีการผลิตอัลบั้มชุดแรกของโบออกมาจำหน่ายใหม่อีกครั้งในรูปแบบแผ่นเสียงด้วย ปรากฎว่านักฟังเพลงชาวไทยแห่กันจองแผ่นเสียงแผ่นนี้จนหมดเกลี้ยงในเวลารวดเร็ว!</p>



<p>&#8230;ขนาดที่ผมเองซึ่งก็อยู่ในแวดวงที่ได้รับข่าวสารเรื่องแผ่นเสียงใหม่ๆ อยู่บ้างก็ยังสั่งจองไม่ทัน! ต้องกลับไปนั่งเปิดฟังเทปคาสเสตต์และซีดีอัลบั้ม Beau ที่บ้านอยู่หลายรอบด้วยความคิดถึงวันเวลาที่บทเพลงจากอัลบั้มนั้นโลดแล่นอยู่ในชีวิตช่วงหนึ่ง</p>



<p>และหลังจากนั้นอีกเกือบหนึ่งปี ก็มีการผลิตอัลบั้มรวมเพลงของ โบ สุนิตา ออกมาในรูปแบบแผ่นเสียงครับ เรียกว่าเป็นอัลบั้มรวมเพลงฮิตก็ได้ โดยตั้งชื่อชุดว่า Best of Beau</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161263" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c5_20221017.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อัลบั้มชุดแรกของโบถือว่าเป็นอัลบั้มป๊อปร็อกที่ลงตัวมากๆ และถือว่าปรากฎการณ์หนึ่งในวงการดนตรีไทยก็จริง แต่เชื่อว่านักฟังเพลงไทยหลายคนก็รักเพลงอย่าง ถ้าเธอพร้อม ฉันก็พร้อม, พรุ่งนี้เธอจะรักฉันไหม หรือ หนึ่งในไม่กี่คน ที่เป็นเพลงในอัลบั้มต่อๆ มาของเธอเช่นกัน และอัลบั้มรวมฮิตที่ผลิตเป็นแผ่นเสียงชุดนี้ก็พยายามรวมเพลงเด่นๆ ของโบมาทั้งหมด 12 เพลงเอาไว้</p>



<p>ลองมาดูชื่อเพลงตามลำดับแทร็กกันสักหน่อย &#8211; (Side A) ถ้าเธอพร้อม ฉันก็พร้อม, หนึ่งในไม่กี่คน, อยากให้เธออยู่ตรงนี้ (Light), รักแท้หรือแค่เหงา, ไม่มีอีกแล้ว, เห็นน้ำตาฉันไหม, (Side B), ไม่อยากรัก (คนที่ไม่อยากรักเรา), อธิษฐาน, ขอเป็นคนของเธอ, เสียใจ, เจ้าหญิงในนิยาย และ พรุ่งนี้จะรักฉันไหม</p>



<p>จะเห็นกว่าการรวมเพลงครั้งนี้รวมมาได้ค่อนข้างครบถ้วนทั้งเพลงยุคแรกที่ค่อนข้างเป็นร็อก และยุคหลังที่เป็นปรับเปลี่ยนแนวทางไปบ้าง และรวมเพลงเด่นๆ ของเธอมาได้แบบชนิดที่เรียกว่าจบในชุดเดียว ขนาดที่ฟังแล้วก็ร้องตามได้ไปตลอดทั้งชุด มีลีลาในการเลือกเพลงพอสมควรเพราะอย่างเพลงสุดฮิตอย่าง อยากให้เธออยู่ตรงนี้ ก็เลือกเวอร์ชั่นในอัลบั้ม Beau Light (2540) ที่แตกต่างและฟังง่ายกว่าเวอร์ชั่นดั้งเดิมอยู่บ้าง</p>



<p>(แน่นอนว่ายังมีเพลงดีๆ ของเธออีกหลายเพลงที่ไม่ได้ถูกนำมารวมไว้ ซึ่งผมขอบันทึกชื่อเพลงเอาไว้สักหน่อย อาทิ จะไม่กลับมาอีกแล้ว, ฉันจะจำเธอแบบนี้, เทน้ำบนกองทราย และ กีรติ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-161264" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/10/เพลงในแผ่น_โบ-สุนิตา_Content_c3_20221017.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สำหรับแฟนๆ ของ โบ สุนิตา ที่สนใจสะสมงานของเธอเป็นแผ่นเสียง การมีอัลบั้ม Beau ก็ถือว่าเป็นเรื่อง ‘ของมันต้องมี’ แต่การมีอัลบั้มชุดนี้ด้วย แม้จะมีเพลงซ้ำกัน ก็ยังยากที่จะห้ามใจไม่ให้จับจองเป็นเจ้าของอยู่ดี</p>



<p>ส่วนตัวผมแล้ว ผมคิดว่าเพลง ถ้าเธอพร้อม ฉันก็พร้อม เป็นเพลงรักที่ดีที่สุดเพลงหนึ่งของวงการเพลงไทยครับ ลงตัวทั้งเนื้อหา ท่วงทำนอง และการเรียบเรียงดนตรี (รวมไปถึงมิวสิกวีดีโอเลยทีเดียว) ในขณะที่อีกเพลงของ โบ สุนิตา ที่ผมชอบมากๆ ก็คือเพลง อธิษฐาน ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่เฝ้ารอคนรักให้คืนกลับมาหาได้อย่างบาดลึก ที่สำคัญคือคำร้องที่ประพันธ์โดย สุรักษ์ สุขเสวี นั้นมีความเป็นกวีแบบพองาม คือสามารถใส่วลีสวยๆ อย่าง ‘ในกระแสของวันเวลา’ ลงไปในเนื้อเพลงได้ด้วย</p>



<p>และคงเป็นด้วยการเปลี่ยนแปลงตาม ‘กระแสของวันเวลา’ หรือความแปรเปลี่ยนของวงการเพลงก็ตาม ช่วงหลังๆ เราก็ได้ฟังงานใหม่ๆ จาก โบ-สุนิตา ลีติกุล (ปัจจุบันคือ สุนิตา จรรยาธนากร) น้อยลง ทีมทำเพลงของเธอก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจังหวะและโอกาส ช่วงหลังๆ เพลงของเธอจะเป็นเพลงละครเป็นส่วนใหญ่ การออกอัลบั้มใหม่ๆ ดูไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับศิลปินทุกคนอีกต่อไปแล้ว</p>



<p>แต่เชื่อว่าสำหรับนักฟังเพลงไทยหลายคน โบ สุนิตา ยังเป็น ‘หนึ่งในไม่กี่คน’ ที่แฟนเพลงยังตื่นเต้นเสมอเมื่อได้ฟังเพลงใหม่ๆ</p>



<p>และรวมถึงการหยิบเพลงเก่าๆ ของเธอมาฟังเป็นระยะๆ ด้วยเช่นกัน</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>แผ่นเสียง Best of Beau ยังพอมีจำหน่ายในเว็บไซต์ <a href="http://happeningandfriends.com/">happeningandfriends.com</a> ที่<a href="https://happeningandfriends.com/product-detail/6188?lang=th">ลิงก์นี้ </a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/best-of-beau/">Best of Beau : ดีที่สุดของสุนิตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Plastic Plastic : Go Round With Me แผ่นเสียงที่เล่าเรื่องความรักในสองบทเพลง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/plastic-plastic-vinyl/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Sep 2022 08:00:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงในแผ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Plastic]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=160034</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณรู้จักแผ่นเสียง 7 นิ้วกันไหมครับ? ปกติแผ่นเสียงที่เราคุ้นเคยคือขนาด 12 นิ้ว เป็นแผ่นที่บรรจุอัลบั้มเพลงที่เรียกว่า LP &#8211; Long Play ความยาวของดนตรีที่บรรจุได้ในแต่ละด้านของแผ่นเสียงคือราวๆ 23 นาที (เป็นเหตุผลที่ในยุครุ่งเรืองของแผ่นเสียง อัลบั้มทั่วไปมักมีความยาวราวๆ 40 นาที) ส่วนแผ่นเสียง 7 นิ้วนั้นมักจะเป็นแผ่นซิงเกิ้ล &#8211; Single ที่บรรจุดนตรีได้น้อยกว่า เน้นขายเป็นเพลงเดียว และมีแถมเพลงหน้า B อีกเพลง หรือบางทีรวมสองด้านของแผ่นก็มักบรรจุได้มากสุดราว 4 เพลง กลายเป็น EP &#8211; Extended Play ขนาดย่อมๆ ก็ได้ (แต่ก็ยังมีแผ่นเสียงอีกขนาดที่ทำเป็น EP ได้สะใจกว่า คือขนาด 10 นิ้ว ซึ่งบรรจุเพลงได้มากกว่าแผ่น 7 นิ้ว แต่น้อยกว่าแผ่น 12 นิ้ว) ว่ากันที่แผ่นซิงเกิ้ลขนาด 7 นิ้ว มันต่างจากขนาด 12&#215;12 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plastic-plastic-vinyl/">Plastic Plastic : Go Round With Me แผ่นเสียงที่เล่าเรื่องความรักในสองบทเพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คุณรู้จักแผ่นเสียง 7 นิ้วกันไหมครับ?</p>



<p>ปกติแผ่นเสียงที่เราคุ้นเคยคือขนาด 12 นิ้ว เป็นแผ่นที่บรรจุอัลบั้มเพลงที่เรียกว่า LP &#8211; Long Play ความยาวของดนตรีที่บรรจุได้ในแต่ละด้านของแผ่นเสียงคือราวๆ 23 นาที (เป็นเหตุผลที่ในยุครุ่งเรืองของแผ่นเสียง อัลบั้มทั่วไปมักมีความยาวราวๆ 40 นาที) ส่วนแผ่นเสียง 7 นิ้วนั้นมักจะเป็นแผ่นซิงเกิ้ล &#8211; Single ที่บรรจุดนตรีได้น้อยกว่า เน้นขายเป็นเพลงเดียว และมีแถมเพลงหน้า B อีกเพลง หรือบางทีรวมสองด้านของแผ่นก็มักบรรจุได้มากสุดราว 4 เพลง กลายเป็น EP &#8211; Extended Play ขนาดย่อมๆ ก็ได้ (แต่ก็ยังมีแผ่นเสียงอีกขนาดที่ทำเป็น EP ได้สะใจกว่า คือขนาด 10 นิ้ว ซึ่งบรรจุเพลงได้มากกว่าแผ่น 7 นิ้ว แต่น้อยกว่าแผ่น 12 นิ้ว)</p>



<p>ว่ากันที่แผ่นซิงเกิ้ลขนาด 7 นิ้ว มันต่างจากขนาด 12&#215;12 นิ้วของอัลบั้มแผ่นเสียงที่คนคุ้นเคยพอสมควร แต่ก็เป็นขนาดที่กำลังน่ารัก ถือสบายๆ ได้ด้วยมือข้างเดียว เป็นขนาดที่ยังใหญ่กว่าขนาดของปกซีดีหรือเทปคาสเสตต์ ทำให้มีพื้นที่สำหรับอาร์ตเวิร์กบนปกอยู่พอสมควร ก็เลยมีคนที่ชอบเล่นแผ่นเสียง 7 นิ้วกันอยู่ไม่น้อย ลองคิดดูว่านี่คือวัตถุที่บรรจุบทเพลงหนึ่งหรือสองเพลงที่เราชื่นชอบ มีอาร์ตเวิร์กที่กำลังพอดิบพอดี คิดแบบนี้ก็น่าสะสมเอาไว้ หรือไม่ก็น่าซื้อเป็นของขวัญให้กับคนรักดนตรีเลยล่ะ</p>



<p>ในวันที่แผ่นเสียงกลับมากลายเป็นกระแสในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีอัลบั้มเพลงไทยที่ถูกผลิตเป็นแผ่น 12 นิ้วจำนวนมหาศาล มากันหมดทั้งเพลงเก่าๆ หลายยุคสมัย และอัลบั้มของศิลปินรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกสดๆ ร้อนๆ แต่งานเพลงที่ถูกผลิตในรูปแบบแผ่นซิงเกิ้ลหรือแผ่น 7 นิ้วกลับมีน้อยมาก &#8230; ทั้งๆ ที่คนที่มีเครื่องเล่นแผ่นเสียงแล้วก็สามารถเล่นแผ่นเสียงได้ทุกขนาดนั่นแหละ</p>



<p>ปลายปี 2563 ค่ายเพลง What The Duck เกิดไอเดียน่ารักๆ ที่เอาผลงานเพลงของศิลปินในค่ายมาผลิตเป็นแผ่นเสียงขนาด 7 นิ้ว โดยมีศิลปินอย่าง Morvasu, Plastic Plastic, Landokmai, BOWKYLION และ Loserpop เอาเพลงมาคนละ 2 เพลง กลายเป็นแผ่นซิงเกิ้ลแบบที่เรียกว่า Double A Side คือให้ความสำคัญกับทั้งสองเพลงในสองด้านของแผ่นเท่าๆ กัน และปกของแผ่นเสียง 7 นิ้วเซ็ตนี้ส่วนหนึ่งก็ดีไซน์เหมือนมีปก 2 หน้า 2 ด้านเลยทีเดียว</p>



<p>แผ่นเสียง 7 นิ้วเซ็ตนี้ได้รับการตอบรับดีพอสมควร แผ่นของ BOWKYLION นั้นขายหมดไปแล้ว ส่วนของศิลปินรายอื่นๆ ก็เหลือน้อยมากแล้ว</p>



<p>ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการเลือกเพลง 2 เพลงมาทำเป็นแผ่น 7 นิ้วนั้นยากพอสมควรนะครับ ถือเป็นการ ‘จับคู่’ เพลงที่ต้องส่งเสริมกัน หรือไม่ก็แตกต่างแต่บางสิ่งบางอย่างเชื่อมโยงกัน สำหรับศิลปินบางรายเพิ่งปล่อยเพลงมาไม่มากก็อาจจะมีตัวเลือกอยู่ไม่มาก ก็เลือกยากอยู่ บางรายอย่าง Morvasu และ Loserpop นั้นแทบถือว่าเป็นการออกงานใหม่ในรูปแบบแผ่นเสียง 7 นิ้วก่อนฟอร์แมตที่จับต้องได้แบบอื่นๆ เลยทีเดียว แต่สำหรับวง Plastic Plastic ที่ถึงจะเป็นศิลปินรุ่นใหม่แต่ก็มีอัลบั้มมาแล้ว 2 ชุด กับอีพีอีก 1 ชุด ผมคิดว่าการเลือกเพลงมาแค่ 2 เพลงนั้นยิ่งยากไปอีกแบบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160037" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c4_20220905.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Plastic Plastic เป็นวงของสองพี่น้อง ป้อง-ปกป้อง จิตดี และ เพลง-ต้องตา จิตดี ที่แต่งเพลงและทำดนตรีกันเอง เพลงของพวกเขาเป็นเพลงป๊อปก็จริง แต่ก็มีรายละเอียดลูกเล่นและครีเอทีฟทางดนตรีอยู่ไม่น้อย เพลงของ Plastic Plastic มีทั้งเพลงที่ร้องภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และร้องทั้งสองภาษา มีเพลงที่ชื่อแปลกๆ และดนตรีสนุกๆ อย่าง <em>‘หยิบแฮมเป็นแผ่นที่หก’, ‘We&#8217;re Dancing Like Crazy!’ </em>หรือ<em> ‘Summer Hibernation’</em> ไปจนถึงเพลงป๊อปที่เรียบง่ายและตรงไปตรงมาอย่าง <em>‘วันก่อน’ </em>และ <em>‘This Year’</em></p>



<p>และ 2 เพลงของ Plastic Plastic ที่ถูกเลือกมาบรรจุเป็นแผ่นเสียง 7 นิ้วก็คือ<em> ‘Merry Go Round’ </em>กับ <em>‘With Me’ </em>&#8230;พวกเขาตั้งชื่อแผ่นเสียง 7 นิ้วชุดนี้ด้วยการเอาชื่อเพลง 2 เพลงมารวมกันว่า<em> Go Round With Me&nbsp;</em></p>



<p>สำหรับการจับคู่แล้ว ผมคิดว่าเป็นการเลือกคู่เพลงที่น่าสนใจเอามากๆ</p>



<p><em>‘Merry Go Round’ </em>นั้นเป็นเพลงเปิดอัลบั้มชุดที่ 2 ของวงที่ชื่อ <em>Anything Goes!</em> (พ.ศ. 2561) ซึ่งเป็นอัลบั้มที่สองพี่น้องจิตดีทดลองทางสุ้มซาวนด์สนุกๆ หลายๆ อย่าง พอเป็นเพลงเปิดอัลบั้มทั้งตั้งใจจะสนุก ก็เลยต้องฉูดฉาดเป็นพิเศษ ทำให้<em> ‘Merry Go Round’</em> เป็นเพลงที่มีสีสันทางดนตรีเยอะมาก เนื้อหาในท่อนเวิร์สนั้นก็บรรจุประสบการณ์แปลกๆ สนุกๆ น่ารักๆ อย่างเช่นการบินไปเที่ยวอลาสก้า การไปดาวอังคารกับซูเปอร์สตาร์ หรือการทานไอศครีมเชอร์เบทอร่อยๆ พอถึงท่อนฮุกก็บอกว่าแต่ในฤดูร้อนนี้ ฉันมีเธอแล้ว ก็เพียงพอแล้วล่ะ ไม่ต้องการประสบการณ์แบบการไปนั่งบนม้าหมุนอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เสียงดนตรีกรุ๊งกริ๊งและกระฉึกกระฉัก เสียงร้องของต้องตาเบิกบานชวนให้จินตนาการว่าเธอกำลังยิ้มสว่างไสวหรือกำลังหัวเราะอยู่ (มิวสิกวิดีโอของเพลงนี้ตลกและน่ารักมาก ลองไปหาดูกันนะครับ)</p>



<p>กลับกันกับเพลง<em> ‘With Me’ </em>ซึ่งเป็นแทร็กที่ 6 จากอัลบั้มแรกของวง ชุด <em>Stay at Home</em> (พ.ศ. 2559) เพลงนี้กลับเป็นป๊อปที่เรียบง่าย จังหวะแสนสบาย เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่เป็นเนื้อความที่พูดตรงๆ กับคนที่เราให้ความสำคัญ อยากสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน เป็นคนที่อยู่ใกล้กันทั้งในยามสุขและทุกข์ เนื้อเพลงเพลงนี้เพียงย้ำเตือนถึงการไม่ปล่อยมือทิ้งกันไป และบอกกล่าวถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กันอยู่เสมอ เพลงนี้จัดวางเสียงดนตรีอย่างไม่ฉูดฉาด แต่โปร่งโล่ง ฟังง่าย เสียงร้องของต้องตาเหมือนเธอกำลังยิ้มบางๆ ไปพร้อมกับการสบตากับเราตรงๆ</p>



<p>ด้วยเพลง 2 เพลงนี้ กลายเป็นว่าวง Plastic Plastic พูดกับเราเรื่องการ ‘อยู่ด้วยกัน’ กับคนที่เรารักในแบบที่ครอบคลุมทั้งในยามที่กำลังสุขสนุกสนาน ยามที่มีปัญหา หรือยามที่นั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ จ้องมองดวงอาทิตย์ที่กำลังอำลาขอบฟ้าไปด้วยกัน</p>



<p><em>Go Round With Me</em> เลยกลายเป็นแผ่นเสียงแผ่นเล็กๆ ที่บรรจุเพลง 2 เพลงที่เปิดฟังได้เรื่อยๆ แม้ในยามรื่นเริงหรือในยามนิ่งสงบ เป็นแผ่นเสียง 7 นิ้วที่คนรักสามารถฟังไปด้วยกันได้ หรือใช้มอบให้เป็นของขวัญเปี่ยมความหมายสำหรับคนที่เรารักก็ย่อมได้</p>



<p>และในแง่ของขวัญที่เอาไว้ชื่นชมแล้ว ปกอัลบั้มที่เป็นรูปถ่ายจากฝีมือของเพลง-ต้องตา จิตดี ก็ดูเป็นงานศิลปะสีสวยที่ปนๆ ทั้งความหวาน ความหม่น ความสุข ความสนุก ความเศร้า เหมือนๆ กับเป็นตัวแทนส่วนผสมของความรักได้เหมือนกัน</p>



<p>ว่าแต่ว่า คุณรู้จักความรักกันไหมครับ?</p>



<p>ในความเห็นของผม แผ่นเสียงแผ่นเล็กๆ ที่บรรจุผลงานแค่ 2 บทเพลงจากวง Plastic Plastic แผ่นนี้ พอจะเป็นตัวแทนของเพลงรักและความรักได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-160038" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/09/เพลงในแผ่น_Plastic-Plastic_Content_c2_20220905.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>——-แผ่นเสียง <em>Go Round With Me<strong> </strong></em>และแผ่นเสียงบางแผ่นของ What The Duck ที่ออกมาพร้อมกัน ยังพอมีจำหน่ายในเว็บไซต์ <a href="http://happeningandfriends.com/">happeningandfriends.com</a> ที่ลิงก์นี้ https://happeningandfriends.com/product-detail/4203?lang=th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/plastic-plastic-vinyl/">Plastic Plastic : Go Round With Me แผ่นเสียงที่เล่าเรื่องความรักในสองบทเพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรวัต พุทธินันทน์ : Alive ชีวิตใหม่ของบทเพลง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/alive-rewat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Aug 2022 05:05:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงในแผ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[เรวัต พุทธินันทน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=158711</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรวัต พุทธินันทน์ &#8211; เต๋อ เรวัต &#8211; พี่เต๋อ ในพื้นที่สั้นๆ ผมคิดว่าเราไม่สามารถอธิบายความสำคัญของชายผู้นี้ที่มีต่อวงการเพลงไทยได้อย่างครบถ้วน แต่โดยกระชับที่สุด เขาคือหนึ่งในนักร้องนำของวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงทศวรรษ 60-70, เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่กลายมาเป็นบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน, เขาคือศิลปินเดี่ยวที่สร้างบทเพลงคุณภาพออกมา 3 อัลบั้มในช่วงปี พ.ศ. 2526-2529 (แถมด้วยอัลบั้มรวมเพลงและเพลงตามวาระต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง) เพลงฮิตของเขาอย่าง ‘เจ้าสาวที่กลัวฝน’, ‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’, ‘ดอกไม้พลาสติก&#8217; และ ‘ที่แล้วก็แล้วไป’ ยังคงเปล่งประกายข้ามวันเวลามาจนบัดนี้ นอกจากนี้เต๋อยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินอีกเป็นจำนวนมากในฐานะโปรดิวเซอร์ อาทิ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์, วสันต์ โชติกุล, นกแล และ แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร กล่าวได้โดยสั้นๆ อีกแบบว่า เขาคือผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้วงการเพลงไทยสากลเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เป็นยุคสมัยแห่งความเป็นระบบและเป็นมืออาชีพ เต๋อ เรวัต เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมองในปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/alive-rewat/">เรวัต พุทธินันทน์ : Alive ชีวิตใหม่ของบทเพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เรวัต พุทธินันทน์ &#8211; เต๋อ เรวัต &#8211; พี่เต๋อ</p>



<p>ในพื้นที่สั้นๆ ผมคิดว่าเราไม่สามารถอธิบายความสำคัญของชายผู้นี้ที่มีต่อวงการเพลงไทยได้อย่างครบถ้วน</p>



<p>แต่โดยกระชับที่สุด เขาคือหนึ่งในนักร้องนำของวง ดิ อิมพอสซิเบิ้ล วงดนตรีไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงทศวรรษ 60-70, เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท แกรมมี่ เอนเตอร์เทนเม้นท์ ที่กลายมาเป็นบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ในปัจจุบัน, เขาคือศิลปินเดี่ยวที่สร้างบทเพลงคุณภาพออกมา 3 อัลบั้มในช่วงปี พ.ศ. 2526-2529 (แถมด้วยอัลบั้มรวมเพลงและเพลงตามวาระต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง) เพลงฮิตของเขาอย่าง <em>‘เจ้าสาวที่กลัวฝน’, ‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’, ‘ดอกไม้พลาสติก&#8217; </em>และ <em>‘ที่แล้วก็แล้วไป’</em> ยังคงเปล่งประกายข้ามวันเวลามาจนบัดนี้ นอกจากนี้เต๋อยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินอีกเป็นจำนวนมากในฐานะโปรดิวเซอร์ อาทิ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์, วสันต์ โชติกุล, นกแล และ แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร</p>



<p>กล่าวได้โดยสั้นๆ อีกแบบว่า เขาคือผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้วงการเพลงไทยสากลเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ เป็นยุคสมัยแห่งความเป็นระบบและเป็นมืออาชีพ</p>



<p>เต๋อ เรวัต เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมองในปี 2539 ด้วยวัยเพียง 48 ปี ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการเพลงไทย</p>



<p>แต่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เต๋อได้ซุ่มทำอัลบั้มชุดหนึ่ง ซึ่งไม่เชิงว่าเป็นอัลบั้มชุดใหม่ที่มีเพลงแต่งใหม่ทั้งหมด หากแต่เป็นการเลือกเพลงจากอัลบั้มเดี่ยวทั้ง 3 ชุดมาร้องใหม่ เรียบเรียงใหม่ให้ทันสมัย โดยเป็นการทำงานร่วมกับ โอม-ชาตรี คงสุวรรณ อดีตมือกีตาร์และนักร้องนำวง ดิ อินโนเซ้นท์ ผู้กลายมาเป็นโปรดิวเซอร์ชั้นนำคนหนึ่งของบ้านเรา (ผู้อยู่เบื้องหลังอัลบั้มของ คริสติน่า อากีล่าร์,​ อำพล ลำพูน, Ynot7, ปาล์มมี่ และอีกมาก)</p>



<p>แต่เรื่องราวของอัลบั้มนี้ไม่ได้เป็นที่รับรู้มากนักในวันที่เขาเสียชีวิต ในช่วงนั้นค่ายแกรมมี่ฯ มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยการแตกเป็นค่ายเล็กๆ หลายค่าย วงการเพลงไทยเปลี่ยนผ่านอีกครั้งเมื่อมาถึงยุคของดนตรีอัลเทอร์เนทีฟและโมเดิร์นร็อก ศิลปินนอกกระแสเบ่งบานก่อนค่อยๆ ล่มสลายหายไป &#8230;ต้องรอจนหลายปีผ่านไป ค่ายแกรมมี่ฯ จึงตัดสินใจปล่อยอัลบั้มชุดนี้ออกมาให้เราได้ฟังกัน</p>



<p>ราวปี พ.ศ. 2555 อัลบั้ม <em>Alive</em> ที่ เรวัต พุทธินันทน์ ทำร่วมกับ ชาตรี คงสุวรรณ ก็ถูกปล่อยออกมาจำหน่ายในรูปแบบบ็อกซ์เซ็ตที่รวมงานเพลงทั้งชีวิตของเรวัตเอาไว้และมีอัลบั้มนี้รวมอยู่ด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการโปรโมตที่ไม่มากนัก หรือเป็นเพราะการขายเป็นบ็อกซ์เซ็ตที่ทำให้มีราคาสูง ทำให้อัลบั้มนี้ไม่เป็นที่พูดถึงเท่าที่ควร แม้ว่าในหมู่คนฟังเพลงไทยสายแข็งจะตื่นเต้นกับบ็อกซ์เซ็ตชุดนี้กันไม่น้อย จนตอนหลังอีกหลายปีต่อมา เมื่อแผ่นเสียงกลับมากลายเป็นกระแส ก็มีการทำเป็นบ็อกซ์เซ็ตแผ่นเสียงทั้งเซ็ตออกมาขายด้วย ก่อนที่อัลบั้มนี้จะถูกแยกขายเป็นแผ่นเสียงชุดเดี่ยวๆ ในที่สุด</p>



<p>ทั้ง 10 เพลงในอัลบั้ม <em>Alive </em>ที่เรวัตและชาตรีคัดเลือกมานั้น จะเรียกว่าเป็น ‘เพลงฮิต’ ของเต๋อทั้งหมดก็ไม่เชิง ควรเรียกว่าเป็นเพลง ‘เพลงเด่น’ ของเขามากกว่า เพราะมีทั้งเพลงที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง <em>‘เจ้าสาวที่กลัวฝน’, ‘ดอกไม้พลาสติก’, ‘ที่แล้วก็แล้วไป’, ‘อกหักไม่ยักกะตาย’</em> ไปจนถึงเพลงที่โดดเด่นในแง่การประพันธ์และความเป็นศิลปะอย่าง <em>‘อพยพ-เมืองใหญ่เมืองนี้’, ‘เพื่อนเอย’</em> และ ‘มือน้อย’</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1.jpeg" alt="alive pic" class="wp-image-158725" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1.jpeg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/08/Alive-1-96x96.jpeg 96w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></figure>



<p>เมื่อหยิบอัลบั้ม <em>Alive </em>มาฟังในครั้งแรก คนที่เป็นแฟนเพลงเหนียวแน่นและเนิ่นนานของเรวัตอาจจะมีความรู้สึกหลากหลายเกิดขึ้นในใจ ทั้งตื่นใจ ชอบใจ ประทับใจ ประหลาดใจ เพราะแค่แทร็กแรก <em>‘อกหักไม่ยักกะตาย’ </em>ก็เริ่มต้นด้วยความเต็มที่ หนักแน่น สุ้มซาวนด์โดดเด่นตั้งแต่อินโทรที่เรวัตร้องแอดลิป (Ad-Lib) มาถึงเสียงกีตาร์แน่นหนักของชาตรีที่สอดรับสลับเสียงซินธ์อย่างมีชั้นเชิง เทียบกับเวอร์ชั่นดั้งเดิมซึ่งเริ่มต้นด้วยเสียงกลองและกีตาร์ไฟฟ้าสนุกๆ แล้ว เวอร์ชั่นนี้ถือว่าสีสันแพรวพราวและให้อารมณ์แบบร็อกมากขึ้นไปอีก &#8230;ทั้งที่แบบดั้งเดิมนั้นยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่แบบใหม่กลับดันเพดานให้หนักหน่วงขึ้นอีก ยากจะคาดเดามากขึ้นไปอีก และแค่แทร็กแรกก็บอกกับเราได้แล้วว่างานนี้ ชาตรี คงสุวรรณ ใส่ฝีไม้ลายมือทางดนตรีแบบไม่ยั้งแน่นอน</p>



<p>ต่อกันด้วย <em>‘อยากรู้นัก’</em> ที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แม้ว่าสีสันทางดนตรีจะระยิบระยับเช่นเคย ดูเหมือนว่าเลเยอร์ของงานกีตาร์จะละเอียดลออและถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะการใช้เอฟเฟกต์ทอล์กบ็อกซ์ (Talk Box) เข้ามาในช่วงโซโลกลางเพลงก็ถือว่าเป็นสีสันใหม่ที่ทำให้แตกต่างจากเวอร์ชั่นเดิมมากมาย คล้ายกับว่าชาตรีพยายามจะ ‘บอก’ อะไรบางอย่างผ่านกีตาร์เช่นกัน และคล้ายเป็นการเกริ่นอีกรอบว่าบทเพลงต่อๆ ไปในอัลบั้มนี้ก็จะเกินคาดเดาแบบนี้นี่ล่ะ</p>



<p>แล้วก็พลิกอารมณ์ด้วย ‘มือน้อย’ ที่เริ่มต้นเสียงเปียโนกับซินธ์เลียนเสียงเครื่องสาย ก่อนจะมีกลองและกีตาร์ไฟฟ้าเข้ามาในช่วงกลางเพลง (ในขณะที่เวอร์ชั่นดั้งเดิมรองพื้นด้วยเสียงกีตาร์และซินธ์บางเบาไปตลอดทั้งเพลง) การขับร้องของเรวัตในเพลงนี้ปรับอารมณ์จากดั้งเดิมที่ค่อนข้างอบอุ่นนุ่มนวลมาเป็นอารมณ์แบบร็อกมากขึ้น จนกลายมาเป็นเพลงบัลลาร์ดร็อกที่เท่เอามากๆ และหากให้สรุปถึงการเปลี่ยนแปลงก็คือ เพลง <em>‘มือน้อย’ </em>ในเวอร์ชั่นนี้คือคำสัญญาอันมั่นคงของคนรักที่ผ่านวันเวลามาด้วยความผูกพันและความมั่นใจแล้วนั่นเอง</p>



<p>มาถึง<em> ‘เพื่อนเอย’ </em>ที่ของเดิมจัดว่าเป็นเพลงที่ ‘แน่น’ และ ‘ร็อก’ และ ‘เท่’ สุดขีดเพลงหนึ่งของเรวัตอยู่แล้ว พอฟังมา 3 แทร็กแล้วผมก็นึกสงสัยว่ามันจะ ‘แน่น’ และ ‘ร็อก’ และ ‘เท่’ กว่าเดิมได้อีกไหม &#8230;แต่แล้วเวอร์ชั่นใหม่ก็ทำได้จริงๆ! แค่เริ่มต้นด้วยแซกโซโฟนร้อนแรง ก่อนจะปรับจังหวะมาเป็นแบบกระตุกๆ มีชั้นเชิงแถมตอนท่อนฮุกยังมีการปรับเมโลดี้ให้ไม่เหมือนเดิมอีก ทั้งเพลงยังมีการเปลี่ยนจังหวะเป็นระยะๆ และไปพีกที่ท่อนโซโลกลางเพลงที่มากันทั้งแซกโซโฟน กีตาร์ เปียโน ที่รับกันเป็นท่อนๆ ขยายความเรื่องราวของ ‘มิตรภาพ’ ที่อยู่ในเพลงนี้ได้อย่างมีมิติ ก่อนจะมีเซอร์ไพรส์ท่อนท้ายเพลงที่น่าจะทำเอาคนฟังอึ้งและซึ้ง</p>



<p>มาถึงเพลงที่หลายคนน่าจะรอคอย<em> ‘เจ้าสาวที่กลัวฝน’</em> ที่คราวนี้มาเป็นป๊อปร็อกเท่ ที่เริ่มต้นด้วยอินโทรกีตาร์เพราะๆ เวอร์ชั่นนี้เรวัตและชาตรีมาในแบบสบายๆ ดนตรีโดยรวมเหมือนจะปล่อยให้เสียงร้องของเรวัตโดดเด่น แต่ถ้าเงี่ยหูฟังดีๆ จะพบว่ามีรายละเอียดทางดนตรีเบาๆ ที่คอยเสริมอยู่ทั้งเพลง เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่ชาตรีโชว์การ ‘ดีไซน์’ เพลงได้ดีมากๆ</p>



<p>และเพราะว่าการฟังอัลบั้มนี้ในรอบแรกๆ นั้นดูจะเต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์ ผมเลยขอเก็บความเซอร์ไพรส์ให้กับคนที่สนใจอัลบั้มนี้ โดยไม่เล่าละเอียดถึงเพลง <em>‘ดอกไม้พลาสติก’, ‘ที่แล้วก็แล้วไป’, ‘ปากคน’ </em>และ <em>‘อพยพ-เมืองใหญ่เมืองนี้’</em> ที่ก็ล้วนเด็ดขาดมากๆ ทุกเพลง แต่ผมขอข้ามไปถึงแทร็กสุดท้ายเลยก็แล้วกัน&nbsp;</p>



<p>เพลงนี้เป็นเพลงที่เหมาะจะเป็นแทร็กสุดท้ายด้วยประการทั้งปวง &#8230;ความจริงคือเพลงนี้ถูกใช้เป็นแทร็กสุดท้ายในอัลบั้ม <em>เต๋อ 1 </em>และเป็นเพลงเกือบสุดท้ายในคอนเสิร์ตที่ทริบิวต์ให้เรวัตมาแล้ว ก็คือเพลง <em>‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’ </em>ที่เวอร์ชั่นดั้งเดิมก็ยิ่งใหญ่ เวอร์ชั่นในคอนเสิร์ตก็อลังการ พอมาถึงในอัลบั้ม <em>Alive</em> จึงน่าสนใจอย่างยิ่งว่าจะออกมาเป็นอย่างไร</p>



<p><em>‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’</em> ถูกวางต่อจาก <em>‘อพยพ-เมืองใหญ่เมืองนี้’ </em>ที่เป็นเวอร์ชั่นดุเดือดและซับซ้อนเข้าขั้นโปรเกรสซีฟร็อก พอมาถึง <em>‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’ </em>แค่อินโทรที่เป็นเสียงเครื่องสายก็ทำให้คนฟังขนลุกด้วยความคิดถึงศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนนี้แล้ว เมื่อกีตาร์โซโลในเมโลดี้ที่คุ้นเคยเข้ามา ความทรงจำทุกอย่างที่เกี่ยวพันกับเรวัตและความยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างไว้ก็กลับมาสู่ห้วงคำนึง แล้วดนตรีทั้งหมดทั้งมวลก็รองรับเรื่องราวสัจธรรมที่เรวัต พุทธินันทร์ เคยบอกกับเราเมื่อนานมาแล้ว บอกกับเราหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งเพื่อนๆ น้องๆ ของเรวัตก็เคยนำความจริงที่บอกกับเราว่า<em> “เปรียบคนเราเหมือนดังขึ้นภูเขา ฝ่าไปเอาหมายตัวเราก้าวไกล สูงๆ ขึ้นไป ใครจะอยู่ข้างเรา กิเลสยุเย้าให้ปีนป่าย”</em> มาบอกกับเรามาแล้ว ดนตรีในเพลงกลับถูกปรับเปลี่ยนไปไม่มาก จังหวะจะโคนใกล้เคียงเวอร์ชั่นเดิม ท่อนเพลงไม่แตกต่างมากมาย หากแต่คล้ายเป็นการสรุปรวม<em> ‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’ </em>ในเวอร์ชั่นต่างๆ อย่างงดงาม ไม่มีสิ่งใดเกินความจำเป็น ไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง เป็นการปิดอัลบั้มที่สมบูรณ์แบบ</p>



<p>ในช่วงหลังจากที่เรวัต พุทธินันทน์ จากไป และค่ายแกรมมี่ฯ มีการเปลี่ยนแปลงนั้น ชาตรี คงสุวรรณ เลือกก่อตั้งและเป็นผู้บริหารค่ายเล็กในแกรมมี่ฯ โดยใช้ชื่อสังกัดว่า RPG &#8230;ย่อมาจาก Rewat’s Producer Group ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของเขาที่มีต่อเรวัตอย่างชัดเจน แต่การได้ฟังเพลงในอัลบั้ม <em>Alive </em>ที่เขาทำร่วมกับเรวัตแบบนี้ ทุกตัวโน้ต ทุกสุ้มเสียง มันก็บอกถึงความผูกพันในอีกมิติเช่นกัน</p>



<p>ยอมรับว่าในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่งที่เติบโตและตื่นเต้นกับเพลงไทยมาพร้อมๆ กับอัลบั้มเดี่ยวของพี่เต๋อทั้ง 3 ชุด เมื่อแรกฟังอัลบั้ม<em> Alive </em>นั้น ผมมีความรู้สึกหลากหลายเกิดขึ้นอย่างที่บอกตอนแรก คือทั้งตื่นใจ ชอบใจ ประทับใจ ประหลาดใจ และกระทั่งไม่คุ้นชิน (อาจเพราะเพลงในเวอร์ชั่นเก่าหลายเพลงจะโปร่งและโล่งกว่านี้ ทำให้ผู้ฟังจดจ่อกับเนื้อร้อง-ทำนองเป็นหลัก) แต่ที่ประทับใจแม้จะฟังครั้งแรกนั้นก็เพราะก็ยังรับรู้ได้ทันทีถึงความตั้งใจของพี่เต๋อและพี่โอมในการทำให้บทเพลงเหล่านี้ได้เกิดใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งเมื่อฟังไปสัก 2-3 รอบและฟังในรายละเอียดทางดนตรีแล้ว ก็ยิ่งพบความตั้งใจที่สุดยอดฝีมือของเมืองไทยทั้งคู่ได้ใส่เอาไว้ในอัลบั้มนี้มากขึ้นๆ และดูเหมือนว่ายังค้นพบไม่หมด แม้จะฟังมาแล้วหลายต่อหลายรอบก็ตาม</p>



<p>กลายเป็นว่าบทเพลงในเวอร์ชั่นใหม่ทั้ง 10 เพลงนี้มี ‘ชีวิต’ เป็นของตัวเองได้จริงๆ และทุกครั้งที่หยิบอัลบั้ม <em>Alive</em> มาฟัง นอกจากจะชอบอัลบั้มนี้มากขึ้นๆ แล้ว ก็เหมือนได้กลับไปสำรวจความทรงจำที่เกี่ยวพันกับบทเพลงของเรวัตและวันเวลาเหล่านั้น ไปพร้อมๆ กับการเปิดรับวันใหม่ และความเป็นไปได้ใหม่ๆ&nbsp;</p>



<p>รวมทั้งความทรงจำใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน</p>



<p>——-แผ่นเสียงอัลบั้ม Alive ยังพอมีจำหน่ายในเว็บไซต์ <a href="http://happeningandfriends.com/">happeningandfriends.com</a> ที่ลิงก์นี้ https://happeningandfriends.com/product-detail/4849?lang=th</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/alive-rewat/">เรวัต พุทธินันทน์ : Alive ชีวิตใหม่ของบทเพลง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Morningsurfers : Love Room ยามเช้าในอดีต วันใหม่ในอนาคต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/morningsurfers-love-room/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Jul 2022 15:21:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงในแผ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=157779</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณเคยมี ‘วงดนตรี’ ของตัวเองไหม? ผมคิดว่า ความสัมพันธ์แบบ ‘เพื่อนร่วมวง’ นั้นมีลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนกับเพื่อนสนิท ไม่เหมือนกับคนรัก ไม่เหมือนกับคนในครอบครัว แต่มีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับทุกอย่างที่กล่าวมา หากคุณมีวงดนตรีของตัวเอง เพื่อนร่วมวงคือคนที่คุณจะแชร์ความฝันเดียวกัน ก่อร่างสร้างบางอย่างร่วมกัน และใช้ชีวิตร่วมกัน &#8230;อย่างน้อยก็ในช่วงตลอดเวลาที่วงดนตรีของคุณยังเป็นวงดนตรีอยู่ วงดนตรีหลายๆ วงจึงเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน เพราะเริ่มจากความผูกพันนั้นง่ายกว่าเริ่มจากการเป็นคนแปลกหน้า&#160; วงที่เพื่อนๆ มารวมตัวกันเพื่อทำดนตรีแล้วมีเป้าหมายอะไรบางอย่างนั้น หากตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องซ้อมดนตรีหรือทำเพลงด้วยกัน บางทีด้วยความเฮฮาสนิทสนมก็อาจทำให้หลายๆ วงไปได้ไม่ไกล แต่ยุคหนึ่ง วัยรุ่นไทยเคยมีการแข่งขันดนตรีชื่อ Hotwave Music Awards เป็นเหมือนหมุดหมายของวงจากโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศให้มีโอกาสมาแข่งขันประชันฝีมือ วงดนตรีของเพื่อนมัธยมหลายๆ วงแจ้งเกิดจากเวทีนี้ อย่างเช่น ลาบานูน, ละอ่อน (ซึ่งต่อมากลายเป็น Bodyslam), Clash และ Slot Machine วงเหล่านี้กลายเป็นวงมืออาชีพ สังกัดค่ายใหญ่ และทำเพลงอย่างต่อเนื่อง มีวงดนตรีอยู่อีกวงหนึ่งที่แจ้งเกิดจากเวทีนี้เช่นกัน ในวันที่อยู่บนเวทีฮอตเวฟครั้งที่ 6 เมื่อปี 2544 พวกเขาคือวงที่จรัสแสงที่สุดจนกลายเป็นวงชนะเลิศประจำปี ตอนนั้นพวกเขาตั้งชื่อวงตัวเองแบบตลกๆ ว่า คณะรวยกุ้ง วงดนตรีวงนี้เป็นวงของเพื่อนๆ 6 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morningsurfers-love-room/">Morningsurfers : Love Room ยามเช้าในอดีต วันใหม่ในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>คุณเคยมี ‘วงดนตรี’ ของตัวเองไหม?</p>



<p>ผมคิดว่า ความสัมพันธ์แบบ ‘เพื่อนร่วมวง’ นั้นมีลักษณะพิเศษ ไม่เหมือนกับเพื่อนสนิท ไม่เหมือนกับคนรัก ไม่เหมือนกับคนในครอบครัว แต่มีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับทุกอย่างที่กล่าวมา</p>



<p>หากคุณมีวงดนตรีของตัวเอง เพื่อนร่วมวงคือคนที่คุณจะแชร์ความฝันเดียวกัน ก่อร่างสร้างบางอย่างร่วมกัน และใช้ชีวิตร่วมกัน &#8230;อย่างน้อยก็ในช่วงตลอดเวลาที่วงดนตรีของคุณยังเป็นวงดนตรีอยู่</p>



<p>วงดนตรีหลายๆ วงจึงเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อน เพราะเริ่มจากความผูกพันนั้นง่ายกว่าเริ่มจากการเป็นคนแปลกหน้า&nbsp;</p>



<p>วงที่เพื่อนๆ มารวมตัวกันเพื่อทำดนตรีแล้วมีเป้าหมายอะไรบางอย่างนั้น หากตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องซ้อมดนตรีหรือทำเพลงด้วยกัน บางทีด้วยความเฮฮาสนิทสนมก็อาจทำให้หลายๆ วงไปได้ไม่ไกล แต่ยุคหนึ่ง วัยรุ่นไทยเคยมีการแข่งขันดนตรีชื่อ Hotwave Music Awards เป็นเหมือนหมุดหมายของวงจากโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศให้มีโอกาสมาแข่งขันประชันฝีมือ วงดนตรีของเพื่อนมัธยมหลายๆ วงแจ้งเกิดจากเวทีนี้ อย่างเช่น ลาบานูน, ละอ่อน (ซึ่งต่อมากลายเป็น Bodyslam), Clash และ Slot Machine วงเหล่านี้กลายเป็นวงมืออาชีพ สังกัดค่ายใหญ่ และทำเพลงอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>มีวงดนตรีอยู่อีกวงหนึ่งที่แจ้งเกิดจากเวทีนี้เช่นกัน ในวันที่อยู่บนเวทีฮอตเวฟครั้งที่ 6 เมื่อปี 2544 พวกเขาคือวงที่จรัสแสงที่สุดจนกลายเป็นวงชนะเลิศประจำปี ตอนนั้นพวกเขาตั้งชื่อวงตัวเองแบบตลกๆ ว่า คณะรวยกุ้ง</p>



<p>วงดนตรีวงนี้เป็นวงของเพื่อนๆ 6 คนคือ มะเหมี่ยว-ภูเก็ต ช้างเสวก (กลอง), กาจ-กาจวิศว์ ริเริ่มวณิช (กีตาร์), กล้วย-ศิวัช หอมขัน (เบส), ไบ-พลภัทร เหล่าจรุงเภสัชกร (กีตาร์), เชี่ยง-เกษมศักดิ์ เซี่ยงฉิน (ร้องนำ), เต่า-วทัญญู วิบูรณ์มงคลชัย (ทรัมเป็ต, คีย์บอร์ด) เป็นเด็กหนุ่มจากโรงเรียนชายล้วนชื่อดัง คือสวนกุหลาบวิทยาลัย (ซึ่งได้ชื่อว่าสร้างคนดนตรีฝีมือดีมากมาย) น่าสนใจว่าพวกเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าแต่ละคนชอบดนตรีกันคนละแนวเลย แต่ตอนที่อยู่บนเวทีฮอตเวฟนั้น พวกเขาเล่นเพลงป๊อปเพราะๆ ได้อย่างกลมกล่อม และมีวี่แววว่าจะเป็นวงป๊อปที่ดีในอนาคตต่อไป&nbsp;</p>



<p>แต่คณะรวยกุ้งก็ไม่ได้เข้าค่ายใหญ่ไปเป็นป๊อปสตาร์ เพื่อนๆ แก๊งนี้ยังคงเกาะกลุ่มกันไว้และเริ่มทำเพลงของตัวเองด้วยกัน คณะรวยกุ้งกลายเป็นวง Morningsurfers (ซึ่งแปลเป็นไทยว่า ‘โต้รุ่ง’) และพวกเขาหันมาทำเพลงแนวโมเดิร์นร็อก วงดนตรีวงนี้ทำอีพีออกมาขายเองในงานแฟต เฟสติวัล ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าเป็นงานเทศกาลดนตรีของ ‘เด็กแนว’ &#8230;เป็นการไรต์แผ่นมาขายแบบง่ายๆ จำนวนไม่มากแต่ก็ขายหมด เพลงของพวกเขาไปสร้างความประทับใจให้กับ หนึ่ง-เกรียงไกร วงษ์วานิช หรือ หนึ่ง แห่งวง Friday ที่ตอนนั้นกำลังทำค่ายเพลงเล็กๆ ชื่อ No More Belts หนึ่งก็เลยชวนเด็กหนุ่มทั้ง 6 ไปทำงานกับค่ายเพลงของตัวเอง</p>



<p>ภายใต้การดูแลของหนึ่ง อัลบั้มแรกของ Morningsurfers ที่ใช้เวลาบันทึกเสียงยาวนานถึง 8 เดือนก็ออกมาวางจำหน่ายในปี 2548 อัลบั้มนี้ชื่อว่า <em>Love Room</em></p>



<p>ด้วยปกอัลบั้มที่ออกแบบโดย DUCTSTORE the design guru นั้นเดาไม่ยากว่าวงดนตรีวงนี้มาทาง ‘อาร์ต’ และ ‘เท่’ แน่ๆ และเพลงในอัลบั้มนี้ก็เป็นแบบนั้นจริงๆ&nbsp;</p>



<p>เพลงที่เกิดจากการก่อร่างรวมตัวกันสร้างสรรค์ของเพื่อนๆ 6 คนนี้เปี่ยมพลัง สวยงาม ไพเราะ และสุดจะครีเอทีฟ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157813" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c1_20220704.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แทร็กแรกของอัลบั้มเริ่มจาก <em>‘Love Room’</em> เพลงภาษาอังกฤษที่บันทึกเสียงกันแบบสบายๆ กลิ่นอายบริตป๊อปโชยมาเต็มที่ แต่ท่าทีดูเล่นๆ สนุกๆ จนยากจะคาดเดาว่าเพลงถัดไปจะมาไม้ไหน พอถึงแทร็กที่สอง <em>‘สายตา’</em> ก็กลายเป็นเพลงที่เรียบเรียงอย่างพิถีพิถัน ซาวนด์ดีไซน์เท่ขาดใจตั้งแต่อินโทร เมโลดี้ติดหูหมับตั้งแต่ท่อนเวิร์สยันท่อนฮุกที่พุ่งทะยาน ทำให้เราต้องหันมาฟังเพลงของพวกเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ท่อนเพลงต่างๆ ของ <em>‘สายตา’</em> ถูกออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม มีท่อนบรรเลงอะคูสติกสั้นๆ ก่อนเข้าไคลแมกซ์ มีเสียงร้องประสานโอบอุ้มไปตลอดทั้งเพลง และทิ้งท้ายด้วยเอฟเฟกต์อื้ออึง</p>



<p>ต่อด้วย <em>‘เหตุการณ์บนดวงดาว’</em> ที่เริ่มอย่างเหงาๆ เนื้อเพลงล่องลอยชวนฝัน แต่พอจะเข้าฮุกเราก็เริ่มเห็นลีลาการดีไซน์เพลงของพวกเขาอีกแล้ว เพลงนี้ไล่อารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ค่อยๆ เพิ่มเลเยอร์ดนตรีทีละชั้น จนถึงท่อนโซโล่ที่บาดจิตและแหวกประสาทได้เฉียบขาดมาก ก่อนที่ดนตรีจะใหญ่จนอลังการในช่วงท้าย แล้วส่งไปที่เพลงโมเดิร์นร็อกหนักๆ อย่าง <em>‘เบลอ’</em> ซึ่งคราวนี้พวกเขาเปิดตัวไม้ตายอีกอย่างของวง นั่นก็คือเสียงทรัมเป็ต</p>



<p>ยังจำได้ใช่ไหมว่าวงดนตรีวงนี้มีสมาชิกคนหนึ่งเล่นทรัมเป็ตได้ด้วย และ Morningsurfers ก็ใช้ศักยภาพของทรัมเป็ตได้อย่างคุ้มค่า พวกเขาเลือกใช้เสียงเครื่องเป่าอันงดงามนี้เป็นสีสันในบางเพลง (ไม่ใช่ทุกเพลง) ได้อย่างเปี่ยมเสน่ห์และถูกที่ถูกทาง</p>



<p>มาต่อที่ <em>‘Pup-pup’ </em>คราวนี้จังหวะสนุกขึ้น เมโลดี้ชวนขยับตัวตาม ทรัมเป็ตยังอยู่ และทำให้เพลงนี้มีอารมณ์กวนๆ พองาม</p>



<p>เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นซึ้งๆ เท่ๆ กับ <em>‘An Airport Song’</em> เพลงสำหรับการจากลาคนรักที่กำลังจะจากไปแดนไกล เพลงนี้ท่อนฮุกกระฉับกระเฉง เนื้อเพลงสร้างความมั่นใจในความรักที่มั่นคง แน่นอนว่าทรัมเป็ตยังคงอยู่ แต่คราวนี้เป็นเพียงเสียงบางเบาในฉากหลัง ทำหน้าที่เพิ่มความหรูหราเล็กๆ น้อยๆ ให้กับบทเพลง โดยหลบตัวอยู่ท่ามกลางเสียงกีตาร์ไฟฟ้าอึงอล</p>



<p>มาถึง <em>‘ปลอบ’</em> ที่เริ่มต้นอินโทรด้วยทรัมเป็ตเต็มๆ เพลงจังหวะกระตุกๆ เปลี่ยนฟีลได้ดีเลย พอจะเข้าท่อนฮุกก็เริ่มอื้ออึง เพลงนี้พวกเขาตั้งชื่อภาษาอังกฤษว่า <em>‘Thai Ghost’ </em>ซึ่งเนื้อเพลงอาจจะเป็นเรื่องของชายหนุ่มที่กำลังต้องการกำลังใจจากใครสักคน แต่ก็มีอารมณ์หลอนๆ เล็กๆ ตามชื่อเพลงภาษาอังกฤษอยู่เหมือนกัน เป็นเพลงที่มีเสน่ห์แปลกๆ ดีแท้</p>



<p><em>‘บางอย่างระหว่างเรา’</em> เปลี่ยนมาอินโทรด้วยเปียโนเบาๆ ก่อนที่ทรัมเป็ตและกีตาร์จะกลับมาโอบอุ้มอีกครั้ง จังหวะหนึบๆ มั่นคง ทำนองไพเราะตั้งแต่แรกฟัง ท่อนฮุกของเพลงนี้พุ่งทะยานไม่แพ้เพลงอื่นๆ ชวนให้ร้องตามเป็นอย่างยิ่ง &#8230;คนที่กำลังสับสนกับความรักหากได้ร้องตามคงได้ระบายความรู้สึกออกไปจนหมดหัวใจ เพลงนี้ถูกต่อด้วย <em>‘เพียงเธอตอบฉัน’ </em>เพลงที่ดนตรีเบาที่สุดในอัลบั้ม และจะว่าไปก็ถือว่าป๊อปที่สุดในอัลบั้มด้วย เพลงนี้แต่งทำนองโดยหนึ่ง และเขียนเนื้อโดย บอย-ตรัย ภูมิรัตน (คือเป็น 2 ใน 3 สมาชิกของวงฟรายเดย์แล้ว) ท่อนฮุกเศร้าและไพเราะจับใจ <em>‘รอยังรอ อยากฟังแค่เพียงคำตอบ ว่าเธออยากให้รักของเรา จบลงเช่นไร’</em> เหมือนกับเป็นภาคต่ออันแสนเศร้าของคู่รักในเพลง<em> ‘บางอย่างระหว่างเรา’</em></p>



<p>เพลงต่อไปคือ <em>‘เช้า’</em> ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพลงที่สำคัญที่สุดเพลงหนึ่งของวงนี้ นี่คือเพลงที่แฟนเพลงยุคแรกๆ ของวงคุ้นเคยเพราะอยู่ในอีพีที่ทำขายเอง และอยู่บนคอนเสิร์ตเสมอ ชื่อเพลงดูเหมือนจะเกี่ยวพันกับชื่อวงอยู่ เป็นแทร็กสนุกๆ ที่เป็นเพลงดังของพวกเขา (ติดอันดับ 2 ของแฟต เรดิโอ อยู่หลายสัปดาห์) ท่อนฮุกที่ร้องว่า <em>‘แม้ว่าคืนนั้น จะนอนหลับฝันคนเดียว อย่างเดียวดาย แต่ว่าฉันก็มีสุข ที่มีเธอเคียงข้างกาย แม้จะเป็นแค่ฝัน งดงามกว่าคำใด อธิบายให้เธอได้เข้าใจ ว่าเธอมีค่ามากเพียงไหน ฉันเดินข้ามคืนที่โหดร้ายทุกวัน อยู่คนเดียว’ </em>นั้นมีลีลาเมโลดี้ที่ติดหูมากๆ ยิ่งได้ไลน์ทรัมเป็ตล้อไปกับท่วงทำนอง ทำให้เพลงนี้เป็นเหมือนผลงานชิ้นโบแดงของพวกเขาเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<p><em>‘ให้คุณคำนึง’ </em>ยังคงเป็นเพลงรัก เนื้อเพลงตั้งใจเล่นกับคำว่า ‘คำนึง’ แบบพองาม บทเพลงเริ่มต้นด้วยการตีคอร์ดกีตาร์อะคูสติกสบายๆ ก่อนจะพาเราเดินทางไปกับสรรพเสียงจากฝีมือเหล่าสมาชิก คราวนี้ทรัมเป็ตหายไป ปล่อยให้กีตาร์โดดเด่นบ้าง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเสียงตีคอร์ดกีตาร์สบายๆ คล้ายกับการวนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นโดยสวัสดิภาพ</p>



<p>เพลงสุดท้ายของอัลบั้ม<em> ‘วันนี้’</em> มาทางอะคูสติกเต็มๆ เนื้อเพลงให้กำลังใจ บอกให้เธอสุขใจไปกับวันนี้แม้ว่าวันข้างหน้ายังไม่ชัดเจน แม้จะเป็นอะคูสติกที่ป๊อปเลยล่ะ แต่พวกเขาก็ยังเลือกเอาทรัมเป็ตกลับมาโซโลสั้นๆ ให้เป็นลายเซ็นของวงอยู่ดี</p>



<p>อัลบั้มแรกของเพื่อนๆ 6 คนนี้กลายเป็นงานเพลงที่ลงตัวเอามากๆ ชุดหนึ่ง หลายเพลงเข้าขั้นเท่มากๆ หลายเพลงเข้าขั้นติดหูมากๆ แต่ทุกเพลงมีการดีไซน์ที่ไว้ลายความเป็น ‘เด็กแนว’ ของพวกอยู่เสมอ มันขายได้พอสมควร และมีผลให้พวกเขาได้ทำอัลบั้มอีกชุดคือ <em>Common People </em>ในปีถัดมา ซึ่งจัดจำหน่ายโดยค่ายสนามหลวงในเครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ มีเพลงที่ผมชอบมากๆ อยู่ด้วยคือเพลง<em> ‘เฝ้ารอ’ </em>ซึ่งเป็นตัวอย่างของแทร็กในอัลบั้มว่าแม้จะเป็นอัลบั้มที่ดีอีกชุด แต่ก็มีความตื่นเต้นน้อยลงสักหน่อย และมีความชัดเจนไปในแนวทางป๊อปร็อกมากขึ้น</p>



<p>แล้วหลังจากนั้นเพื่อนๆ 6 คนก็แยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง บางคนย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด บางคนงานประจำหนักหน่วงมากขึ้น และบางคนก็ไปเป็นนักดนตรีแบ็กอัพให้ศิลปินคนอื่นๆ&nbsp;</p>



<p>เวลาผ่านไปเนิ่นนาน จนถึงปี 2559 ทีมงานของเว็บไซต์สตรีมมิ่งเพลงไทย ฟังใจ ซึ่งล้วนเป็นคนที่เคยฟังแฟต เรดิโอ ในยุครุ่งเรือง ก็ชักชวนพวกเขากลับมาเล่นคอนเสิร์ตบนเวที ‘เห็ดสด’ เป็นโอกาสที่เพื่อนๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เล่นดนตรีด้วยกันมานาน</p>



<p>บนเวทีวันนั้น วง Morningsurfers ไว้ลายทางดนตรีได้อย่างคืนฟอร์ม พวกเขาเลือกคัฟเวอร์เพลง <em>‘ร W8’</em> ของ จีน กษิดิศ ซึ่งดูเข้ากับวงเอามากๆ นี่ยังไม่นับเพลง <em>‘เกี่ยวกับเรา’</em> ของ The Fin ที่เคยคัฟเวอร์มาก่อนหน้านั้นซึ่งก็เข้ากับพวกเขามากๆ เช่นกัน ทั้งหมดน่าจะทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่ดูอยู่ในวันนั้นได้รู้จักและจดจำพวกเขาได้</p>



<p>เวลาผ่านไปอีกไม่นานเกินไป จนมาถึงปี 2562 ในช่วงที่แผ่นเสียงกลับมาเป็นเทรนด์ ค่าย No More Belts ก็หยิบเอาหลายๆ อัลบั้มที่เคยทำไว้มาทำเป็นแผ่นไวนิลออกจำหน่ายบ้าง&nbsp;</p>



<p>อัลบั้ม<em> Love Room </em>เป็นหนึ่งในนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-157815" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/07/เพลงในแผ่น-Morning-Surfer_Content_c2_20220704.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การเอา <em>Love Room </em>มาทำเป็นแผ่นเสียงครั้งนี้ไม่ใช่การทำมาขายอีกครั้ง แต่เป็น ‘ครั้งแรก’ ที่อัลบั้มนี้ได้ผลิตในรูปแบบแผ่นเสียง โดยถูกผลิตจากประเทศเยอรมนี&nbsp;</p>



<p>และเพราะแผ่นเสียงมีพื้นที่จำกัดกว่าแผ่นซีดี ปรากฏว่าความยาวเดิมของอัลบั้ม <em>Love Room </em>นั้นยาวเกินกว่าจะบรรจุลงแผ่นเสียงได้หมด หนึ่ง เกรียงไกร ซึ่งเป็นผู้ดูแลการผลิตก็ตัดสินใจตัดเพลง <em>‘เพียงเธอตอบฉัน’</em> ซึ่งเป็นเพลงเดียวที่ไม่ได้แต่งโดยสมาชิกทั้ง 6 ของวงออกไป</p>



<p>กลายเป็นอัลบั้ม<em> Love Room </em>ในเวอร์ชั่นแผ่นเสียงเป็นอัลบั้มที่กระชับขึ้น ลดเปอร์เซ็นต์ความป๊อปลงไปนิดหน่อย แต่ก็กลายเป็นอัลบั้มที่เป็นผลงานของเพื่อนๆ ในวัยมัธยม 6 คนนี้แบบเต็มๆ&nbsp;</p>



<p>กลับมาฟังอัลบั้มนี้อีกครั้งวันนี้ในรูปแบบแผ่นเสียง ที่หลายคนบอกว่าให้ความรู้สึก ‘วินเทจ’ แบบนี้ ผมฟังเพลงในอัลบั้ม<em> Love Room </em>แล้วหลับตาเห็นภาพกลุ่มเด็กหนุ่มที่กำลังแต่งเพลง เรียบเรียง และบันทึกเสียงผลงานของพวกเขาด้วยกัน มีทะเลาะกันบ้าง มีการปล่อยมุกขำๆ มีวันเวลาที่อยู่ข้ามคืนจนถึงเช้าในช่วงวัยที่การอดหลับอดนอนยังไม่ใช่ปัญหาสุขภาพ&nbsp;</p>



<p>ยามเช้าหลังจากค่ำคืนที่กลุ่มเพื่อนร่วมวงของเราได้อดตาหลับขับตานอนเพื่อสร้างความฝันด้วยกัน เช้าแบบนั้น ใครเล่าจะลืมได้ลง</p>



<p>——-แผ่นเสียงอัลบั้ม Love Room ยังพอมีจำหน่ายในเว็บไซต์ <a href="http://happeningandfriends.com/">happeningandfriends.com</a> ที่ลิงก์นี้ <a href="https://happeningandfriends.com/product-detail/5961?lang=th">https://happeningandfriends.com/product-detail/5961?lang=th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morningsurfers-love-room/">Morningsurfers : Love Room ยามเช้าในอดีต วันใหม่ในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อพาร์ตเมนต์คุณป้า : รักสนิยม แผ่นเสียงแห่งความร็อกและความรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/apartment-khunpa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 May 2022 12:30:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงในแผ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[อพาร์ตเมนต์คุณป้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=156844</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมคิดว่าวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า เป็นวงที่มีส่วนผสมครบเครื่องที่สุดวงหนึ่งของบ้านเรา วงดนตรีวงนี้เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักดนตรีฝีมือเยี่ยมที่เคยเล่นในผับชั้นนำของเมืองกรุง อย่าง จ้า-ทรรศน์ฤกษ์ ลิ่มศิลา, ใหม่-ภู่กัน สันสุริยะ และ บอล-กันต์ รุจิณรงค์&#160;มารวมกับอดีตศิลปินที่คลุกคลีในแวดวงอินดี้มาไม่น้อยอีกสองคนคือ ปั๊ม-ปิย์นาท โชติกเสถียร (อดีตวง Siam Secret Service และ อะไรจ๊ะ) และ ตุล ไวฑูรเกียรติ (อดีตนักร้องนำวง อะไรจ๊ะ) ความโดดเด่นเรื่องฝีไม้ลายมือทางดนตรีของสามคนแรกนั้นถือว่าน่าจับตาเอามากๆ เพราะเล่นได้จัดจ้านและหลายแนวทาง เมื่อมาประกบเข้ากับปั๊มและตุลก็ยิ่งได้ส่วนผสมที่น่าสนใจ เพลงแรกๆ ที่สร้างชื่อให้วงดนตรีวงนี้คือ ‘กำแพง’ จากอัลบั้มชุดแรก Bangkok Love Story (2003) ที่เป็นเพลงสนุกๆ ซึ่งยากจำกัดแนว คือมีหมดทั้งร็อก แร็ป แจ๊ซ ฟังก์ อยู่ในเพลงเดียว! แถมเนื้อเพลงก็เป็นการประกาศอิสรภาพทางดนตรีในวันที่วงการดนตรีไทยยังถูกแบ่งแยกด้วยสังกัดค่ายเพลงต่างๆ &#8230;เนื้อเพลงที่มีลีลาดั่งกวีกบฏของตุลอาจจะดึงความสนใจผู้ฟังเมื่อแรกได้ยิน แต่ยิ่งฟังจะยิ่งพบว่ารายละเอียดทางดนตรีของอพาร์ตเมนต์คุณป้านั้นสุดยอดเอามากๆ และตั้งแต่อพาร์ตเมนต์คุณป้าแจ้งเกิด คนฟังเพลงไทยที่โตมาในยุค Fat Radio และงาน Fat Fest จะพบว่าวงดนตรีวงนี้อยู่คู่กับแวดวงดนตรีนอกกระแสหลักมาตลอด พวกเขาเติบโตผ่านวันเวลา จากอัลบั้มชุดแรกที่ดูร้อนแรง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/apartment-khunpa/">อพาร์ตเมนต์คุณป้า : รักสนิยม แผ่นเสียงแห่งความร็อกและความรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมคิดว่าวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า เป็นวงที่มีส่วนผสมครบเครื่องที่สุดวงหนึ่งของบ้านเรา</p>



<p>วงดนตรีวงนี้เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มนักดนตรีฝีมือเยี่ยมที่เคยเล่นในผับชั้นนำของเมืองกรุง อย่าง จ้า-ทรรศน์ฤกษ์ ลิ่มศิลา, ใหม่-ภู่กัน สันสุริยะ และ บอล-กันต์ รุจิณรงค์&nbsp;มารวมกับอดีตศิลปินที่คลุกคลีในแวดวงอินดี้มาไม่น้อยอีกสองคนคือ ปั๊ม-ปิย์นาท โชติกเสถียร (อดีตวง Siam Secret Service และ อะไรจ๊ะ) และ ตุล ไวฑูรเกียรติ (อดีตนักร้องนำวง อะไรจ๊ะ)</p>



<p>ความโดดเด่นเรื่องฝีไม้ลายมือทางดนตรีของสามคนแรกนั้นถือว่าน่าจับตาเอามากๆ เพราะเล่นได้จัดจ้านและหลายแนวทาง เมื่อมาประกบเข้ากับปั๊มและตุลก็ยิ่งได้ส่วนผสมที่น่าสนใจ เพลงแรกๆ ที่สร้างชื่อให้วงดนตรีวงนี้คือ<em> ‘กำแพง’ </em>จากอัลบั้มชุดแรก <em>Bangkok Love Story</em> (2003) ที่เป็นเพลงสนุกๆ ซึ่งยากจำกัดแนว คือมีหมดทั้งร็อก แร็ป แจ๊ซ ฟังก์ อยู่ในเพลงเดียว! แถมเนื้อเพลงก็เป็นการประกาศอิสรภาพทางดนตรีในวันที่วงการดนตรีไทยยังถูกแบ่งแยกด้วยสังกัดค่ายเพลงต่างๆ &#8230;เนื้อเพลงที่มีลีลาดั่งกวีกบฏของตุลอาจจะดึงความสนใจผู้ฟังเมื่อแรกได้ยิน แต่ยิ่งฟังจะยิ่งพบว่ารายละเอียดทางดนตรีของอพาร์ตเมนต์คุณป้านั้นสุดยอดเอามากๆ</p>



<p>และตั้งแต่อพาร์ตเมนต์คุณป้าแจ้งเกิด คนฟังเพลงไทยที่โตมาในยุค Fat Radio และงาน Fat Fest จะพบว่าวงดนตรีวงนี้อยู่คู่กับแวดวงดนตรีนอกกระแสหลักมาตลอด พวกเขาเติบโตผ่านวันเวลา จากอัลบั้มชุดแรกที่ดูร้อนแรง กล้าทดลอง มาสู่อัลบั้มชุดที่สอง <em>Romantic Comedy</em> (2006) ที่เริ่มกลมกล่อมมากขึ้น มีเพลงดังคือ<em> ‘ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ’ </em>(ที่ภายหลังถูกเอาไปคัฟเวอร์โดย ดา แอนโดรฟิน และ ป๊อบ แคลอรี่ บลา บลา จนกลายเป็นเพลงระดับแมส) และยังมีเพลงที่วิพากษ์สังคมได้อย่างคมคายและสนุกสนานอย่าง <em>‘โทรธิปไตย’</em> กับ<em> ‘ทรัพย์สินออกไป’ </em>รวมทั้งสองแทร็กที่เป็นเพลงโปรดตลอดกาลของผมคือ<em> ‘เสือร้องไห้’</em> ที่ว่าด้วยชีวิตชาวอีสานในสายตาของกวีร็อกแอนด์โรลล์ กับ <em>‘นกเพลง’</em> ที่น่าจะแทนใจหนุ่มสาวแห่งยุคสมัยหลายๆ คนได้</p>



<p>มาถึงอัลบั้มชุดที่สาม <em>สมรสและภาระ </em>(2008) คราวนี้งานของอพาร์ตเมนต์คุณป้ายิ่งลงตัวมากขึ้นไปอีก พวกเขาทำทั้งเพลงบลูส์เสียดสีสังคมอย่างไตเติลแทร็ก เพลงร็อกสนุกๆ เซอร์ๆ อย่าง <em>‘เป็นไปได้ไง’</em> เพลงที่พูดถึงความแหลกเละเฮฮาวงการดนตรีอย่าง <em>‘Backstage Love’</em> และเพลงที่พูดถึงตัวตนด้านในอย่าง<em> ‘สิ่งที่อยู่นอกใจ’ </em>ได้อย่างยอดเยี่ยม</p>



<p>กราฟที่แสดงคุณภาพ ความลงตัว และชื่อเสียงความสำเร็จของวงอพาร์ตเมนต์คุณป้าดูจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ จากสามอัลบั้มแรก แต่ในอัลบั้มที่สี่ ปรากฏว่าแฟนเพลงต้องรอเวลานานมากๆ กว่าจะได้ฟังเพลงใหม่ๆ จากพวกเขา จนเมื่อผ่านไปอีก 8 ปีแล้วนั่นแหละ อัลบั้มชื่อ <em>รักสนิยม</em> (2016) จึงได้ออกมาให้แฟนเพลงได้สัมผัสกันอย่างเต็มๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156855" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/05/เพลงในแผ่น-May-2022_Content_c1_20220530.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ผมได้ข้อมูลเบื้องหลังมาว่าจริงๆ อัลบั้มชุดนี้ทำเสร็จมานานก่อนที่จะได้ออกสู่สาธารณชน ส่วนหนึ่งทางวงเจอกับปัญหาตอนที่กรุงเทพฯ เจอน้ำท่วมใหญ่ปี 2011 ทำให้การทำงานเพลงชะงักไปช่วงใหญ่ (และเกือบจะต้องเริ่มทำใหม่ทั้งหมด) และอีกส่วนหนึ่งคือการที่ทางวงมีแผนจะลองปล่อยอัลบั้มนี้กับค่ายใหญ่ดูบ้าง หลังจากที่ทำทั้งการขายและการโปรโมตผ่านค่าย Here ที่เป็นค่ายเล็กๆ มาตลอดจนค่ายปิดตัวไป และกว่าจะเอามาสเตอร์ไปเจรจากับหลายๆ ค่าย เวลาก็ล่วงเลย จนได้มาสังกัดค่ายสนามหลวงในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในที่สุด แต่เพราะทางค่ายใหญ่ย่านอโศกมีนโยบายว่าให้ค่อยๆ ปล่อยเพลงไปบ้างก่อนที่จะปล่อยอัลบั้มเต็ม ทางวงก็เลยต้องค่อยๆ ปล่อยเพลงออกมาก่อนอีกพักใหญ่</p>



<p>แค่ชื่ออัลบั้ม <em>รักสนิยม</em> ก็ดูจะเป็นคำแปลกๆ ที่น่าชวนคิดแล้ว แต่เมื่อได้ฟังเพลงที่ปล่อยออกมาเรื่อยๆ ก็ยิ่งชวนให้ตื่นเต้นมากขึ้นๆ ตั้งแต่เพลงอย่าง<em> ‘โลกระยำ’</em> ซึ่งเป็นเพลงร็อกเก๋าๆ ที่เท่เอามากๆ, เพลง <em>‘เปลือก’</em> ที่มาพร้อมจังหวะโจ๊ะๆ และเสียงร้องประสานชวนร้องตาม เนื้อหาของทั้งสองเพลงนี้ยิ่งมายิ่งคมคายลุ่มลึก เพลงแรกพูดถึงการมองโลกด้วยสายตายิ้มเยาะแต่ก็เข้าอกเข้าใจ เพลงหลังพูดถึงตัวตนข้างในที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงและความลุ่มหลงในเสียงดนตรี พอมาถึงเพลงต่อมาที่พวกเขาปล่อยซึ่งชื่อแทร็กว่า<em> ‘สถานีต่อไป’</em> เราก็ได้พบกับเพลงที่ติดหูที่สุดเพลงหนึ่งของอพาร์ตเมนต์คุณป้า ท่อนฮุกที่ ร้องว่า <em>“เพราะฉันเปลี่ยนใจเธอไม่ได้ จะให้เปลี่ยนตัวเองก็ไม่ง่าย”</em> นั้นทั้งชวนร้องตามด้วยความสะใจ และชวนให้ขมขื่นในขณะร้องไปด้วยจริงๆ</p>



<p>เมื่อได้ฟังกันแบบเต็มๆ ผมพบว่าแม้อัลบั้ม<em> รักสนิยม </em>จะมีเรื่องราวที่พวกเขาเคยพูดมาแล้วอยู่บ้าง แต่อัลบั้มนี้ดูจะมีประเด็นที่ชัดเจนมากๆ อยู่สองสามประเด็น&nbsp;</p>



<p>ประเด็นแรกคือเรื่องการตกตะกอนและพิจารณาในตัวตน ซึ่งดูจะชัดขึ้นกว่าสามอัลบั้มที่ผ่านมา ตั้งแต่แทร็กแรก <em>‘โลกระยำ’</em> ที่ถูกวางต่อด้วยเพลง <em>‘เปลือก’</em> ก็ชวนคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังกันแล้ว ยังมีแทร็กที่เป็นคันทรีร็อกสนุกๆ อย่าง <em>‘บวรวิทย์’ </em>อีกเพลงที่ชวนคิดเรื่องชีวิตในแบบน่ารักน่าชังเอามากๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะชวนแฟนเพลงเสวนาเรื่องชีวิต ตัวตน และการมองโลกอย่างเปิดกว้าง ทั้งด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม จริงจัง เป็นกันเอง ไปจนถึงเฮฮาบ้าบอ เชื่อมต่อกับมุมมองความรักอันหลากหลายที่มาจากตัวตนของผู้คนในสังคม</p>



<p>ประเด็นที่สองก็คือเรื่องความรักนี่แหละ เพลงอย่าง <em>‘สถานีต่อไป’</em> นั้นชัดเจนว่าพูดถึงความรักแบบหนุ่มสาวร่วมสมัยที่ดูจะไม่มีวันลงตัวลงใจกันได้ง่ายๆ , เพลง <em>‘วันสุดท้าย’</em> ที่พูดถึงการจากลาเช่นกัน แต่ด้วยลีลาท่าทางที่เสียดายและอาลัยอาวรณ์ ถูกวางต่อเนื่องกับ <em>‘นาฬิกาทราย’</em> ที่คล้ายจะเป็นเพลงแห่งการสำนึกไถ่โทษของคนรักผู้ทำผิดพลาด ยังมีเพลงร็อกอื้ออึงที่มีเนื้อเพลงภาษาอังกฤษชื่อ <em>‘Love Blind’</em> ที่พูดเรื่องความรักและตัวตนของคนรัก หรือเพลงอย่าง<em> ‘รักในมหานคร’</em> ที่ชื่อเพลงบอกว่าเป็นเพลงรัก แต่เนื้อเพลงก็ให้ความรู้สึกเหงา และเปิดให้ตีความได้กว้างไกลจนแทบจะไปถึงเรื่องการเมืองเลยทีเดียว</p>



<p>(ขอใส่วงเล็บไว้หน่อยว่ามี Hidden Track อีกเพลงที่พูดถึงความรักด้วย แต่ขอให้ไปค้นหาฟังกันเอาเองก็แล้วกันว่าเป็นอย่างไร)&nbsp;</p>



<p>และประเด็นสุดท้ายก็คือประเด็นที่ผมอยากเรียกว่าเรื่อง ‘ร็อกแอนด์โรลล์ไลฟ์สไตล์’ ตามประโยคสุดท้ายของท่อนฮุกในเพลง <em>‘สถานีต่อไป’&nbsp;</em></p>



<p>ดูเหมือนว่าชีวิตแบบร็อกสตาร์จะเป็นประเด็นหนึ่งที่ตุลชอบหยิบมาเขียนเพลงเสมอๆ แต่คราวนี้ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบเข้ามาอยู่ในเพลงรักอย่าง<em> ‘สถานีต่อไป’</em> และในเพลงร็อกอย่าง <em>‘ระเบิดเวลา’</em> ที่พูดถึงการเพ่งมองชีวิตของเยาวชน (ที่มีเนื้อร้องว่า <em>“ไม่มีเอกราช อนาคตของชาติ ร็อกแอนด์โรลล์นั้นทำให้คุณกลายเป็นทาส ติดกับบทกวี ติดกับเสียงดนตรี ติดกับชีวิตโลดแล่นยามราตรี”</em>) และกระทั่งในการพูดเรื่องความแตกแยกของค่ายน้ำเมาในเพลง<em> ‘ดื่ม’</em> ก็ชวนให้นึกถึงวิถีของกบฏที่ชาวร็อกชอบทำและถือเป็นความ ‘ชอบธรรม’ ของชาวร็อกที่จะพูดเรื่องแบบนี้ด้วยท่าทีแบบนี้ (ตุลร้องว่า <em>“ยกมาเลยครับ ผมจะดื่มแม่งทุกขวด ดื่มเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ใช่ให้หัวมันปวด ดื่มให้กับความแตกแยกในประเทศของเรา ทั้งสงครามกีฬาสีและสงครามน้ำเมา”</em>) เพียงแต่อพาร์ตเมนต์คุณป้าดันเลือกพูดด้วยเพลงร็อก&#8230;ที่แร็ปเป็นไฟ!</p>



<p>ในเรื่อง ‘ร็อกแอนด์โรลล์ไลฟ์สไตล์’ นั้นผมคิดว่ามันน่าสนใจดีที่ตุลมักจะพูดถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีจิกกัดนิดๆ ซึ่งจะว่าไปก็ดูเหมือนเขากำลังจิกกัดตัวเองไปด้วย คล้ายกับเป็นการเปิดเปลือยจิตใจในรูปแบบหนึ่ง จนมันเชื่อมร้อยกลับไปสู่ประเด็นแรก คือการตกตะกอนและพิจารณาตัวตนนั่นเอง</p>



<p>อัลบั้ม <em>รักสนิยม </em>ดูจะเป็นอัลบั้มที่คุ้มค่าการรอคอยของแฟนเพลงเอามากๆ ในแง่หนึ่งคือมันมีความหลากหลายในแนวทาง (ฮาร์ดร็อก, ป๊อปร็อก, คันทรีร็อก, อัลเทอร์เนทีฟ, แร็ปร็อก) แต่ทั้งอัลบั้มก็ไม่ได้แตกแยกแตกต่างจนห่างไกล มาถึงตอนนี้พวกเขาไม่ได้แจมดนตรีกันแบบยุคแรกๆ แล้ว แต่ทุกเพลงผ่านการคิดใคร่ครวญและวางแผนมาเป็นอย่างดี กระทั่งเมื่อเอามาวางต่อกันแล้ว เพลงที่อยู่ก่อนหน้าจะส่งเสริมเพลงที่ตามต่อมาทุกครั้งไป ทุกเพลงจึงดูโดดเด่น เปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่อยๆ เมื่อฟังโดยรวมให้บรรยากาศคล้ายการได้พบปะสังสรรค์กับกลุ่มคนที่เก่งกาจ แต่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ง่ายๆ และก็ไม่ทิ้งการเซอร์ไพรส์ให้เราได้ทึ่งเป็นระยะๆ</p>



<p>ในตอนแรก<em> รักสนิยม </em>ออกจำหน่ายเป็นซีดีก่อน<em> </em>จนทิ้งช่วงมาอีกหลายปี<em> </em>เมื่อกระแสแผ่นเสียงเริ่มกลับมา<em> </em>ทางค่ายสนามหลวงจึงหยิบอัลบั้มนี้มาทำเป็นแผ่นเสียง<em>&nbsp;</em></p>



<p><em></em>และจนทุกวันนี้<em> </em>มันก็ยังเป็นอัลบั้มชุดเดียวของอพาร์ตเมนต์คุณป้าที่ถูกผลิตออกมาในรูปแบบแผ่นเสียง</p>



<p>หลังจากนั้น<em> </em>พวกเขามีอัลบั้มออกมาอีกชุดซึ่งตั้งชื่อเดียวกับชื่อวงคือ<em> </em><a href="https://adaymagazine.com/people-apartmentkhunpa/"><em>อพาร์ตเมนต์คุณป้า </em>(2018)</a> แล้วโลกก็ผ่านมาถึงช่วง โควิด 19, ผ่านมาถึงช่วงที่ยากลำบากของคนดนตรี, ผ่านมาถึงยุคที่วงการดนตรีเปลี่ยนแปลงไปไกลสุดกู่จากวันที่พวกเขาเริ่มต้น กำแพงค่ายเพลงถูกทุบทำลายไปแล้ว การปล่อยซิงเกิลกลายเป็นเรื่องง่ายดาย วงหน้าใหม่แจ้งเกิดทุกวันและจางหายไปทุกวันเช่นกัน คนฟังเพลงมีอิสระสุดกู่แต่ก็จำชื่อเพลงและชื่อวงไม่ค่อยได้ ยอดวิวสำคัญกว่ายอดขาย และซีดีอัลบั้มถูกผลิตเพียงน้อยนิด หรืออาจไม่มีการผลิตเลยก็เป็นได้</p>



<p>แต่อพาร์ตเมนต์คุณป้าก็ยังทำเพลงอยู่เรื่อยๆ</p>



<p>จนถึงวันนี้ ผมคิดว่าวงอพาร์ตเมนต์คุณป้า ยังเป็นวงที่มีส่วนผสมครบเครื่องที่สุดวงหนึ่งของบ้านเรา</p>



<p>——-</p>



<p>แผ่นเสียงอัลบั้ม<em> รักสนิยม</em> ยังพอมีจำหน่ายในเว็บไซต์ <a href="http://happeningandfriends.com/">happeningandfriends.com</a> ที่<a href="https://happeningandfriends.com/product-detail/4560?lang=th">ลิงก์นี้</a></p>



<p> <br>——-</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/apartment-khunpa/">อพาร์ตเมนต์คุณป้า : รักสนิยม แผ่นเสียงแห่งความร็อกและความรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Friday : Magic Moment แผ่นเสียงที่ปลดปล่อยชั่วโมงต้องมนต์ของคนหลงทาง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/vinyl-friday/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Apr 2022 11:42:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงในแผ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[วิภว์ บูรพาเดชะ]]></category>
		<category><![CDATA[happening]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=156109</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทเพลงบางอัลบั้มมีความหมายกับเราเป็นพิเศษ อาจเป็นอัลบั้มเพลงที่เราฟังซ้ำๆ ปลอบประโลมใจในคืนวันอันอ่อนไหว อาจเป็นอัลบั้มที่ใครบางคนที่แสนพิเศษเคยแนะนำให้ลองฟัง หรืออาจเป็นอัลบั้มหายากที่เราตามหามาแสนนาน&#160; แต่คนที่น่าจะรู้สึกว่าอัลบั้มสักชุดมีความหมายพิเศษมากที่สุด น่าจะเป็นตัวศิลปินเจ้าของอัลบั้มเองนั่นแหละ เพราะกว่าจะแต่งเนื้อร้อง คิดทำนอง เรียบเรียงดนตรี คลุกคลีผ่านขั้นตอนการทำงานมากมาย มาจนเสร็จสิ้นเป็นอัลบั้มสักชุด แล้วลุ้นว่าเสียงตอบรับของผู้คนจะเป็นอย่างไร ก็ต้องผูกพันกับทุกบทเพลงในอัลบั้มนั้นยาวนาน ในความพิเศษของความพิเศษอีกที ผมคิดว่า อัลบั้ม Magic Moment (2002/2014) ของวง Friday เป็นอัลบั้มที่สามหนุ่ม บอย-ตรัย ภูมิรัตน, หนึ่ง-เกรียงไกร วงษ์วานิช และ ดุลย์-อดุลย์ รัชดาภิสิทธิ์ น่าจะรู้สึกพิเศษมากๆ &#8230;มากยิ่งกว่าอัลบั้มชุดแรกของพวกเขาที่ออกมา 5 ปีก่อนหน้าอยู่มากโข สามหนุ่มวงฟรายเดย์รวมวงกันมาตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนเรียนหนังสือ พอเรียนจบพวกเขาก็ได้โอกาสออกอัลบั้มกับค่ายมิวสิค บั๊กส์ ของ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ อัลบั้มชุดแรกของพวกเขา Friday I&#8217;m In Love (1997) ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักแม้จะเป็นอัลบั้มเพลงป๊อปที่ดีชุดหนึ่งก็ตาม (เพลงที่พอจะคุ้นหูจากอัลบั้มนี้คือเพลง ‘เหนื่อย’ และ ‘ฉันมีความสุข’ ก่อนที่ต่อมาพวกเขาจะมีโอกาสคัฟเวอร์เพลง ‘นิดนึงพอ’ ของ แจ้-ดนุพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vinyl-friday/">Friday : Magic Moment แผ่นเสียงที่ปลดปล่อยชั่วโมงต้องมนต์ของคนหลงทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บทเพลงบางอัลบั้มมีความหมายกับเราเป็นพิเศษ</p>



<p>อาจเป็นอัลบั้มเพลงที่เราฟังซ้ำๆ ปลอบประโลมใจในคืนวันอันอ่อนไหว อาจเป็นอัลบั้มที่ใครบางคนที่แสนพิเศษเคยแนะนำให้ลองฟัง หรืออาจเป็นอัลบั้มหายากที่เราตามหามาแสนนาน&nbsp;</p>



<p>แต่คนที่น่าจะรู้สึกว่าอัลบั้มสักชุดมีความหมายพิเศษมากที่สุด น่าจะเป็นตัวศิลปินเจ้าของอัลบั้มเองนั่นแหละ เพราะกว่าจะแต่งเนื้อร้อง คิดทำนอง เรียบเรียงดนตรี คลุกคลีผ่านขั้นตอนการทำงานมากมาย มาจนเสร็จสิ้นเป็นอัลบั้มสักชุด แล้วลุ้นว่าเสียงตอบรับของผู้คนจะเป็นอย่างไร ก็ต้องผูกพันกับทุกบทเพลงในอัลบั้มนั้นยาวนาน</p>



<p>ในความพิเศษของความพิเศษอีกที ผมคิดว่า อัลบั้ม <em>Magic Moment </em>(2002/2014) ของวง Friday เป็นอัลบั้มที่สามหนุ่ม บอย-ตรัย ภูมิรัตน, หนึ่ง-เกรียงไกร วงษ์วานิช และ ดุลย์-อดุลย์ รัชดาภิสิทธิ์ น่าจะรู้สึกพิเศษมากๆ &#8230;มากยิ่งกว่าอัลบั้มชุดแรกของพวกเขาที่ออกมา 5 ปีก่อนหน้าอยู่มากโข</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-1024x683.jpg" alt="Friday" class="wp-image-156172" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c1_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สามหนุ่มวงฟรายเดย์รวมวงกันมาตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนเรียนหนังสือ พอเรียนจบพวกเขาก็ได้โอกาสออกอัลบั้มกับค่ายมิวสิค บั๊กส์ ของ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ อัลบั้มชุดแรกของพวกเขา<em> Friday I&#8217;m In Love</em> (1997) ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักแม้จะเป็นอัลบั้มเพลงป๊อปที่ดีชุดหนึ่งก็ตาม (เพลงที่พอจะคุ้นหูจากอัลบั้มนี้คือเพลง <em>‘เหนื่อย’</em> และ <em>‘ฉันมีความสุข’</em> ก่อนที่ต่อมาพวกเขาจะมีโอกาสคัฟเวอร์เพลง <em>‘นิดนึงพอ’ </em>ของ แจ้-ดนุพล แก้วกาญจน์ ให้แคมเปญของคลื่นวิทยุแล้วกลายเป็นเพลงที่ดังกว่าเพลงของตัวเอง) หลังจากอัลบั้มแรก ทั้งสามหนุ่มดูเหมือนจะมองหาโอกาสสำหรับอัลบั้มชุดที่สองกันต่อ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป คำถามสุดคลาสสิกในชีวิตวัย 20 กว่าๆ ว่า ‘จะเอาอย่างไรกับอนาคตดี’ ก็ยิ่งกลายเป็นประเด็นในใจ จะมุ่งมั่นด้านดนตรีต่อไปหรือจะหวนกลับไปทำงานประจำ จะลองอีกสักอัลบั้มหรือว่าชุดแรกก็พอแล้ว &#8230;หนึ่งตัดสินใจกลับไปทำงานเป็นสถาปนิกและเริ่มเล่นดนตรีกลางคืน ส่วนดุลย์ก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ วงฟรายเดย์เหมือนจะหยุดชะงัก แต่ความจริงพวกเขายังไม่ได้ทิ้งความฝันที่จะทำอัลบั้มกันอีกสักครั้ง และยังนัดเจอกันเพื่อทำเพลงอยู่บ้าง &#8230;นานๆ ครั้ง</p>



<p>ในช่วงเวลานั้น บอย-ตรัย ภูมิรัตน เองก็คิดว่าเขาน่าจะลองเป็นนักแต่งเพลง แต่บอยแต่งเพลงให้กับค่ายมิวสิค บั๊กส์ ไม่ผ่านอยู่นานร่วมปี จนเขาได้โอกาสลองไปแต่งเพลงให้กับค่ายเบเกอรี่ มิวสิค จึงเหมือนพบการอยู่ถูกที่ถูกทาง และทำให้เริ่มมีผลงานเพลงที่ถูกขับร้องโดยศิลปินอย่าง Project H, วง Pause และ นภ พรชำนิ ออกมา แต่นั่นก็เป็นหนทางในสายนักแต่งเพลงของบอย ยังไม่ใช่หนทางของวงฟรายเดย์ที่ทั้งสามคนยังฝันร่วมกันอยู่</p>



<p>ในระหว่างที่รอการกลับมาเยี่ยมเมืองไทยปีละครั้งของดุลย์ และในระหว่างที่หนึ่งและบอยยังค้นหาหนทางของตัวเอง ชีวิตก็พาพวกเขาไปรู้จักกับเพื่อนนักดนตรีร่วมรุ่นในแวดวงเดียวกัน แล้วเพื่อนๆ กลุ่มนี้ก็ได้ร่วมกันทำค่ายเพลงเล็กๆ ชื่อ Undertone Records ซึ่งพอออกอัลบั้มมา 2-3 ชุดก็เริ่มทำท่าไม่ดี ความฝันคล้ายจะพังทลายอีกครั้ง บอยกับเพื่อนๆ ในค่ายจึงตัดสินใจทำอัลบั้มส่งท้ายก่อนจะปิดค่าย โดยให้ เจอรี่-ศศิศ มิลินทวณิช เป็นเจ้าของโปรเจกต์ กลายเป็นงานของวงเฉพาะกิจชื่อ 2 Days Ago Kids ที่เป็นเหมือนอัลบั้มรวมดาวศิลปินอินดี้ชุดหนึ่ง</p>



<p>อัลบั้ม <em>Time Machine</em> ของ 2 Days Ago Kids มีเพลงดังระเบิดคือเพลง<em> ‘กลับมา’ </em>เป็นเพลงที่แต่งและร้องโดยบอย</p>



<p>ในวันคอนเสิร์ตใหญ่ของ 2 Days Ago Kids เดือนตุลาคม ปี 2001 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยวันนั้น วงฟรายเดย์ที่ห่างหายจากแวดวงไปแล้ว 3-4 ปี ได้กลับมารวมตัวเล่นเพลงของตัวเองบนเวทีอีกครั้ง แล้วพวกเขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า แฟนเพลงต่างร้องเพลงของพวกเขากระหึ่ม เป็นช่วงเวลาที่ยืนยันถึงการเดินทางข้ามเวลาของบทเพลงจากก้าวแรกของฟรายเดย์ และเป็นช่วงเวลาที่บอกกับ บอย หนึ่ง และดุลย์ว่า ถึงเวลาของอัลบั้มชุดที่สองแล้วล่ะ!</p>



<p>สามหนุ่มใช้เวลาทำอัลบั้มชุดที่สองอย่างจริงจังอยู่พักหนึ่ง รวบรวมเพลงบางเพลงที่แต่งสะสมเอาไว้ตลอดหลายปี รวมกับเพลงใหม่ๆ ที่ค่อยๆ ก่อร่างขึ้นมา คราวนี้พวกเขาทำเพลงกันเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแต่งเพลงยันการโปรโมต และตั้งชื่ออัลบั้มชุดนี้ว่า <em>Magic Moment&nbsp;</em></p>



<p>หนนี้ฟรายเดย์ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มีเพลงดังหลายเพลง มีคอนเสิร์ตหลายต่อหลายครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-1024x683.jpg" alt="Friday back" class="wp-image-156173" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c2_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เพลงแรกที่ฟรายเดย์ปล่อยออกมาเป็นเพลงโปรโมตคือ <em>‘หลงทาง’</em> เพลงสนุกๆ เท่ๆ ซึ่งเป็นเหมือนบทบันทึกและคำสารภาพต่อแฟนเพลงถึงการห่างหายไปหลายปีของวงฟรายเดย์ ในขณะที่เพลงโปรโมตต่อๆ มาอย่าง <em>‘เปลี่ยนไปทุกอย่าง’</em> และ<em> ‘ชั่วโมงต้องมนต์&#8217;​</em> ก็เป็นเพลงป๊อปที่ติดหูหมับตั้งแต่แรกฟัง เรียกว่าสามหนุ่มวงฟรายเดย์เอาประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวจากแวดวงดนตรีหลายๆ ปีมาใช้อย่างเต็มที่</p>



<p>ในอัลบั้มนี้ยังมีเพลงช้าๆ เหงาๆ อย่าง <em>‘หนาวนี้’</em> ซึ่งแต่งทำนองโดยหนึ่งที่ชวนให้นึกถึงเพลงป๊อปญี่ปุ่นสบายๆ มีเพลงอะคูสติกที่เท่จับใจอย่าง<em> ‘เมื่อไหร่จะได้พบ’</em> ที่ดุลย์แต่งทำนองเอาไว้ แล้วบอยก็หยิบมาแต่งเนื้อร้องเพื่อมอบเป็นของขวัญให้เพื่อนในวันที่ต้องไกลบ้านไปเรียนต่อต่างประเทศ</p>



<p>ยังไม่หมด อัลบั้ม <em>Magic Moment </em>ยังมีเพลงที่น่ารักมากๆ อย่าง<em> ‘สองคำ’ </em>ที่ได้ฟังแล้วต้องอมยิ้ม มีเพลง<em> ‘ดาวตก’</em> ที่น่ารักยิ่งกว่า เป็นอีกมุมหนึ่งของคนที่ชอบสนทนากับท้องฟ้าและดวงดาว และยังมีเพลง <em>‘อยู่คนเดียวอีกแล้ว’</em> ที่ชิลล์มากๆ เป็นเพลงเนิบๆ แบบที่ชวนเหงา แต่สุ้มเสียงเครื่องสายและซินธ์ก็ทำให้เป็นความเหงาที่มีสีสันไม่เบา เพลงนี้ถูกวางต่อด้วยแทร็กเพลงบรรเลงกึ่งบรรยากาศสั้นๆ ชื่อ <em>‘หมอง’</em> ที่ปล่อยให้คนฟังได้ตีความและปล่อยความรู้สึกอย่างอิสระด้วย</p>



<p>อัลบั้มนี้ยังมีเพลงอกหักสุดครีเอทีฟอย่าง <em>‘ต่างคนต่างรอ’ </em>ที่บอยแต่งจากมุมมองของชายหนุ่มที่เฝ้ารอหญิงสาว ผู้เฝ้ารอชายหนุ่มอีกคน จนไม่แน่ใจว่าใครจะเป็นคนเลิกรอก่อนกัน เพลงนี้มีสุ้มซาวนด์อ้างว้างกว้างไกล ฟังดูมีมิติลึกซึ้ง ในขณะที่เนื้อเพลงก็เล่นคำได้อย่างน่าสนใจ</p>



<p><em>“</em>เรื่องเก่าๆ ซ้ำๆ<em> </em>คำถามเดิมๆ<em> </em>ซ้ำๆ<em> </em>กี่ทีที่ถาม<em> </em>มันก็ยังเหมือนเคย</p>



<p><em></em>เพราะเธอจะตอบซ้ำๆ<em> </em>ในหัวใจเธอไม่มีฉันเลย<em> </em>เธออยากจะรอแต่เขา<em>&nbsp;</em></p>



<p>แต่ต่อให้ใจฉันช้ำ<em> </em>ก็ยังอยากจะบอกซ้ำๆ<em> </em>ให้คำทุกคำ<em> </em>ที่มีอยู่ข้างใน</p>



<p><em></em>คอยกล่อมใจเธอทุกครั้ง<em> </em>จนลืมเขาไป<em>&nbsp;</em></p>



<p><em></em>จะนานแสนนาน<em> </em>นานเท่าไหร่<em> </em>กว่าใจของเธอจะได้ลืมเขา<em>”</em></p>



<p>ในแง่การเติบโตแล้ว อัลบั้ม <em>Magic Moment</em> ถือเป็นก้าวกระโดดจากอัลบั้มแรก และจนวันนี้ ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังเป็นอัลบั้มป๊อปร็อกชุดหนึ่งที่หยิบมาฟังวนๆ ได้ไม่รู้เบื่อ เหมือนสามหนุ่มวงฟรายเดย์ได้กลับมาแก้มือ คลี่คลายคำถามที่ค้างคา และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขาได้ทำงานเพลงต่อมาอีกมากมาย (ส่วนตัวแล้ว ผมยังชอบอัลบั้ม <em>Song For Tomorrow </em>ที่ออกมาอีก 5 ปีให้หลังมากๆ อีกชุดด้วยครับ)</p>



<p>หลังจากความสำเร็จของอัลบั้มนี้ ก็เหมือนคำถามที่ได้รับคำตอบ เหมือนความฝันที่ค้างคาได้ประสบความสำเร็จ ทั้งสามคนก็ทิ้งท้ายด้วยอีพีชุด FRI_end (2003)</p>



<p>ปี 2014 ราว 13 ปี หลังจาก <em>Magic Moment</em> ถูกปล่อยออกมา พวกเขาก็หยิบอัลบั้มนี้มาทำเป็นแผ่นเสียงและวางจำหน่ายในห้วงเวลาที่แผ่นเสียงเริ่มกลับมาได้รับความนิยม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-156174" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2022/04/เพลงในแผ่น-Apr-2022_Type-Content_c3_20220425.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>อย่างที่บอก อัลบั้ม <em>Magic Moment</em> เป็นหนึ่งในอัลบั้มแบบที่เราฟังได้ไม่เบื่อ แต่เมื่อได้ฟังอีกครั้งในรูปแบบแผ่นเสียง ได้บรรจงวางเข็มลงบนร่องเสียงอย่างแผ่วเบา เสียงเพลงทุ้มนุ่มมีมิติค่อยๆ เริ่มบรรเลงจากแทร็กแรก <em>‘ชั่วโมงต้องมนต์’</em> เป็นต้นไป วันเวลาในช่วงรุ่งเรืองยุคหนึ่งของดนตรีอินดี้ไทย คลื่นแฟตเรดิโอที่เปี่ยมสีสัน นิตยสาร a day ยุคแรกเริ่ม งานแฟต เฟสติวัล ครั้งแรกๆ และเหล่าผู้คนหรือเรื่องราวในช่วงต้นศตวรรษใหม่ก็หวนกลับมา วันเวลาเหล่านั้นที่เราเคยค้นคว้าหาคำตอบ เคยหลงทาง เคยมีความฝันที่พังทลายแล้วต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ หลายๆ ชั่วโมงที่ใจไหวหวั่น หรือหลายๆ วันที่เหงาๆ ทึมๆ สีเทาๆ ในอดีตก็หวนกลับมาอยู่ในห้วงคำนึงอีกครั้ง </p>



<p>ไม่ใช่แค่คนฟังเพลงอย่างเราๆ หรอก ผมคิดว่า ดุลย์ บอย และ หนึ่ง ก็อาจจะรู้สึกเช่นนี้ &#8230;อาจจะรู้สึกมากกว่าเราทุกครั้งที่ได้ฟังอัลบั้มนี้ก็เป็นได้</p>



<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>



<p>แผ่นเสียงอัลบั้ม <em>Magic Moment</em> ยังพอมีจำหน่ายในเว็บไซต์ <a href="http://happeningandfriends.com/">happeningandfriends.com</a> ที่ลิงก์นี้ <a href="https://happeningandfriends.com/product-detail/1203?lang=th">https://happeningandfriends.com/product-detail/1203?lang=th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/vinyl-friday/">Friday : Magic Moment แผ่นเสียงที่ปลดปล่อยชั่วโมงต้องมนต์ของคนหลงทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
