<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>author72, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author72/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author72/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Feb 2019 08:19:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Kandersteg : เมืองเล็กของสวิตฯ ที่มีวิวสวยเหมือนในโปสการ์ด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-91/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-91/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2017 04:16:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[switzerland]]></category>
		<category><![CDATA[kandersteg]]></category>
		<category><![CDATA[Lake Oechinensee]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-91/</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พี่ วัดไทยในสวิตฯ นี่มีที่ไหนบ้างพี่พอรู้จักไหม” “ก็มีหลายที่นะ แต่ที่พี่เคยไปคือ Kandersteg” “ที่ไหนอีกเนี่ย” และแล้วด้วยความใจบุญเราก็หอบร่างตัวเองไปที่เมือง Kandersteg ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่มีอะไรบ้าง รู้แค่ว่าจะไปไหว้พระแต่ก็ลืมไปหมดเมื่อขาเหยียบลงที่สถานีรถไฟ Kandersteg ก่อนที่เราจะไปเรื่องอื่นก็ต้องอธิบายอย่างสั้นว่าเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเขตของเบิร์นอีกที ชื่อเสียงของเมืองนี้ก็คือมี Lake Oeschinensee ปีนเขา หรือเล่นสกีสำหรับฤดูหนาวได้ เนื่องจากความตั้งใจแรกคือมาหาวัดไทย ฉันและเพื่อนผู้ซึ่งไม่ทำรีเสิร์ชอะไรเลยแถมเน็ตก็ยังมาหมดตอนที่ถึงจนทำให้โทรหารุ่นพี่ที่แนะนำวัดให้เราสองคนไม่ได้ เราสองคนก็เลยเดินแบบงงๆ ไปที่ห้องขายตั๋วเพื่อถามและเป็นที่แน่นอนว่าที่พนักงานขายตั๋วนั้นพูดภาษาเยอรมันใส่เราสองคนแถมชี้ไปยังโปสเตอร์ข้างๆ พร้อมกับทำหน้าทำตาว่าพวกหนูจะไปที่นี่หรอลูก “โห ทะเลสาบนี่” “ไปมะ” “ไหนแกบอกจะมาวัดไง” “ก็ลองไปเที่ยวดูมั้ย เสร็จก็ลงไปวัด” หรือว่าวัดจะอยู่บนโน้น” จริงๆ ก็อยากไปวัด แต่ฉันกับเพื่อนก็คิดว่าไหนๆ มาแล้วทำไมไม่ลองดูข้างบนหน่อยว่าทะเลสาบข้างบนเป็นยังไง ในขณะที่คิด เราสองคนยังเดินวนในสถานี แต่พอก้าวเท้าออกมาแล้ว เราถึงกับไปกันไม่ถูก วิวข้างหน้าทำให้ฉันรู้สึกล้มทั้งยืนเพราะตกใจมากว่า นี่คือของจริงหรอ ทำไมสวยแบบนี้ โอ้โห ข้างหน้าฉันคือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ใบไม้กำลังร่วงหล่น เพราะเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ทั้งต้นเลยเป็นสีเหลือง มองทะลุใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นลงมาคือภูเขาขนาดยักษ์ ท้องฟ้าสีฟ้าเข้มจัด ตัดด้วยสีเหลืองของใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นตามแรงลมแถมมีฉากหลังเป็นภูเขาหินสวยๆ อีก ภาพข้างหน้าอย่างกับโปสการ์ดขนาดนี้ เราสองคนถึงกับทำอะไรไม่ถูกได้แต่อ้าปากแล้วก็บอกว่า โอ้โห กับ สวยมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-91/">Kandersteg : เมืองเล็กของสวิตฯ ที่มีวิวสวยเหมือนในโปสการ์ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“พี่<br />
วัดไทยในสวิตฯ นี่มีที่ไหนบ้างพี่พอรู้จักไหม”</p>
<p>“ก็มีหลายที่นะ<br />
แต่ที่พี่เคยไปคือ Kandersteg”</p>
<p>“ที่ไหนอีกเนี่ย”</p>
<p>และแล้วด้วยความใจบุญเราก็หอบร่างตัวเองไปที่เมือง<br />
Kandersteg ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่มีอะไรบ้าง<br />
รู้แค่ว่าจะไปไหว้พระแต่ก็ลืมไปหมดเมื่อขาเหยียบลงที่สถานีรถไฟ Kandersteg ก่อนที่เราจะไปเรื่องอื่นก็ต้องอธิบายอย่างสั้นว่าเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเขตของเบิร์นอีกที<br />
ชื่อเสียงของเมืองนี้ก็คือมี Lake Oeschinensee  ปีนเขา หรือเล่นสกีสำหรับฤดูหนาวได้</p>
<p>เนื่องจากความตั้งใจแรกคือมาหาวัดไทย ฉันและเพื่อนผู้ซึ่งไม่ทำรีเสิร์ชอะไรเลยแถมเน็ตก็ยังมาหมดตอนที่ถึงจนทำให้โทรหารุ่นพี่ที่แนะนำวัดให้เราสองคนไม่ได้<br />
เราสองคนก็เลยเดินแบบงงๆ ไปที่ห้องขายตั๋วเพื่อถามและเป็นที่แน่นอนว่าที่พนักงานขายตั๋วนั้นพูดภาษาเยอรมันใส่เราสองคนแถมชี้ไปยังโปสเตอร์ข้างๆ<br />
พร้อมกับทำหน้าทำตาว่าพวกหนูจะไปที่นี่หรอลูก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15781956_10158052769700436_482584044_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15801161_10158052835485436_1999166083_n1.jpg"></p>
<p>“โห ทะเลสาบนี่”</p>
<p>“ไปมะ”</p>
<p>“ไหนแกบอกจะมาวัดไง”</p>
<p>“ก็ลองไปเที่ยวดูมั้ย เสร็จก็ลงไปวัด”</p>
<p> หรือว่าวัดจะอยู่บนโน้น”</p>
<p>จริงๆ ก็อยากไปวัด แต่ฉันกับเพื่อนก็คิดว่าไหนๆ<br />
มาแล้วทำไมไม่ลองดูข้างบนหน่อยว่าทะเลสาบข้างบนเป็นยังไง ในขณะที่คิด เราสองคนยังเดินวนในสถานี<br />
แต่พอก้าวเท้าออกมาแล้ว เราถึงกับไปกันไม่ถูก<br />
วิวข้างหน้าทำให้ฉันรู้สึกล้มทั้งยืนเพราะตกใจมากว่า นี่คือของจริงหรอ ทำไมสวยแบบนี้<br />
โอ้โห ข้างหน้าฉันคือต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ใบไม้กำลังร่วงหล่น เพราะเป็นฤดูใบไม้ร่วง ต้นไม้ทั้งต้นเลยเป็นสีเหลือง<br />
มองทะลุใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นลงมาคือภูเขาขนาดยักษ์ ท้องฟ้าสีฟ้าเข้มจัด<br />
ตัดด้วยสีเหลืองของใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นตามแรงลมแถมมีฉากหลังเป็นภูเขาหินสวยๆ อีก<br />
ภาพข้างหน้าอย่างกับโปสการ์ดขนาดนี้ เราสองคนถึงกับทำอะไรไม่ถูกได้แต่อ้าปากแล้วก็บอกว่า<br />
โอ้โห กับ สวยมาก สลับกันไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15801683_10158052768985436_1428112542_n1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15785712_10158052916190436_292329460_o.jpg"></p>
<p>ฉันกับเพื่อนเดินตามทางแบบงงๆ ตามป้ายที่ชี้ไป<br />
พร้อมกับมีรูปทะเลสาบ เดินไปสักพักก็เจอกับกระเช้ากระจกที่ค่าตั๋วไปกลับแค่ 13 สวิสฟรังก์เท่านั้น แถมใช้บัตรนักเรียนได้ลดครึ่งราคาอีก<br />
สรุปรวมๆ เลยก็คือไปกลับก็ประมาณ 200 บาท ใช้เวลาสิบกว่านาที เราก็ถึงข้างบนที่มีแต่ภูเขา<br />
เราสองคนเดินตามเข้าไปในถนนเล็กๆ ฉันก็กรี๊ดจนคนต้องหันมามองอีกรอบ จะพูดไปมันก็ดูเหมือนเว่อร์เอามากๆ<br />
กับการแสดงอาการโอ้โห อื้อหือกันอย่างตลอดเวลา แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อของจริงมันสวยขนาดนี้
  </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15782519_10158052835275436_965721462_n1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15820208_10158052769190436_1933121224_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15801525_10158052769060436_782621472_n1.jpg"></p>
<p>ฉันเดินเข้ามาในถนนเส้นเล็กสักพักก็เจอกับทะเลสาบขนาดย่อมที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหินขนาดใหญ่<br />
ทะเลสาบนั้นรายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี บ้างก็เป็นสีเหลือง บ้างก็เป็นสีส้ม<br />
แม้ว่าอุณหภูมิจะเกือบหนึ่งองศาแต่ฉันก็ตัดสินใจซื้อไอศครีมไปนั่งกินริมทะเลสาบแบบคนอื่น<br />
ไอศครีมกับครีมนุ่มๆ ที่ราดมา มองไปรอบๆ วิวก็สวยจนอยากจะนั่งตรงนี้ไปเรื่อยๆ<br />
ระหว่างที่นั่งก็มีใครสักคนเล่นแซ็กโซโฟนขึ้นมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ฉันก็อยากขอบคุณบุคคลที่เล่นแซ็กโซโฟนผู้นั้น<br />
เพลงก็เพราะ วิวก็สวย ไอศครีมก็อร่อย<br />
นี่แหละสองร้อยกว่าบาทที่เสียเงินขึ้นมา มันคุ้มแล้ว  ก่อนที่จะลงไปวัด ฉันกับเพื่อนก็เหลือบไปเห็นรางที่ขดไปขดมา<br />
ก็เลยรู้ว่านั่นคือ Toboggan Run หรือรางที่สำหรับแคร่หรือเลื่อนที่คนลงไปนั่งในแคร่แล้วไหลลงมาตามรางได้อย่างสนุกสนาน<br />
เป็นที่แน่นอนว่าเราสองคนก็ลงไปแหกปากอยู่ในแคร่ที่ปล่อยพวกเรามา จากยอดเขาแถมเลี้ยวขึ้นยอดเขาอีก<br />
ใจแทบร่วง แถมไอศครีมที่เพิ่งกินไปก็แทบจะออกมาวิ่งเล่นอีกรอบ ถือได้ว่านอกจากทะเลสาบสวยๆ<br />
แล้ว เลื่อนบนภูเขาที่เราไปเล่นมาก็ทำให้สนุกอยู่ไม่เบา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15822463_10158052769860436_1093020182_n.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15820089_10158052769615436_589976483_n.jpg"></p>
<p>ส่วนวัดไทยที่ว่านั้นก็คือ วัดธรรมปาละ<br />
อยู่คนละฟากกันกับตัวทะเลสาบ จริงๆ เดินออกมาอีกประตูของสถานีรถไฟก็จะถึงอยู่แล้ว<br />
วัดธรรมปาละตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา ถ้าให้วาดภาพก็วาดคร่าวๆ ได้ว่ามีภูเขาสองลูก มีวัดอยู่ตรงกลางภูเขาแถมมีน้ำตกขนาดยักษ์อยู่หลังวัดอีกต่างหาก<br />
บรรยากาศสวยงามเหมาะแก่การทำสมาธิและปฏิบัติธรรมมาก  หลังจากนั่งสมาธิเสร็จฉันก็ตัดสินใจไปต้มชาจากมุมเครื่องดื่มที่ตั้งไว้สำหรับผู้ที่มากราบพระที่วัด<br />
ต้มน้ำเสร็จฉันก็ถือกาออกมาพร้อมกับนั่งดูวิวข้างนอกกับชาวต่างชาติคนอื่นๆ เพราะการได้ดื่มชาในวันนั้น<br />
ฉันก็เลยรู้ว่าเหล่าคนสวิสที่นั่งที่ระเบียงวัดกับฉันนั้นคือกลุ่มที่มาปฏิบัติธรรมกับทางวัดในวัดหยุดที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ ทุกคนเล่าเรื่องของแต่ละคนให้ฉันฟังว่าทำไมถึงตัดสินใจเข้าร่วมศาสนาพุทธ</p>
<p>กลายเป็นว่าทริปเล็กๆ ที่เกิดขึ้นอย่างงงๆ<br />
ของฉันในวันนี้ ทำให้ตัวฉันรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้บ้าน เหมือนไปวัดแถวหมู่บ้านยังไงอย่างนั้น<br />
บางทีการอยู่เมืองนอกก็อาจจะไม่ทำให้เรารู้สึกไกลบ้านอย่างที่เราคิดก็ได้นะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/15820343_10158052768770436_746779655_n1.jpg"></p>
<p><strong></strong></p>
<h3><strong>Kandersteg</strong></h3>
<p><strong>Address</strong>: Kandersteg<br />
, Switzerland <br />
<strong>Hours</strong>: แนะนำว่าให้ไปช่วงใบไม้ร่วงเพราะสีของใบไม้ที่ภูเขาจะสวยมากๆ<br />
แต่ต้องเลือกวันที่อากาศสดใสด้วยนะ ไม่งั้นจะมองไม่เห็นภูเขาเลย<br />
หากคำนวณเวลาแล้วต้องใช้เวลาในการเดินทางจากเมืองที่ตัวเองอยู่ไปถึง Kandersteg ประมาณ 3 ชั่วโมงก็ควรออกแต่เช้าเลย<br />
เพื่อที่จะได้เดินเล่นเยอะๆ และไปวัดอีกด้วย <br /><strong>How to get there</strong>: สามารถเช็กรอบรถไฟได้เรื่อยๆ จาก <a href="http://www.sbb.ch/">www.sbb.ch</a> จะมีบอกตลอดว่า<br />
ต้องต่อรถไฟที่ไหนบ้าง และจะใช้เวลากี่ชั่วโมงในการเดินทาง<br /><strong>Map: </strong></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-91/">Kandersteg : เมืองเล็กของสวิตฯ ที่มีวิวสวยเหมือนในโปสการ์ด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-91/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ZURICH STILL ON MY MIND</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-93/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-93/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2017 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[switzerland]]></category>
		<category><![CDATA[Zurich]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-93/</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนั้นคือวันที่ตัวฉันตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจาก 2 ปีของการเรียนอย่างหนักหน่วง ซูริคไม่ใช่เมืองที่ฉันเรียน แต่เป็นเมืองสุดท้ายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ฉันจะได้ร่ำลา ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับซูริคนัก เพราะซูริคมักจะเป็นที่ที่ฉันรอต่อรถไฟหรือไม่ก็มาเพื่อขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศอื่นเท่านั้นเอง เช้าวันนั้นคือวันสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ฉันปล่อยเพื่อน 2 คนนอนกรนอยู่ในห้อง ส่วนตัวเองก็เดินออกมาดูเมืองในตอนเช้าตรู่ก่อนที่จะต้องซิ่งไปสนามบิน ทำไมถึงออกมาเดินในเช้าตรู่ของวันนี้กันนะ? คำตอบก็คือฉันอยากจะจำช่วงเวลาดีๆ ให้ตราตรึงใจนานเท่านานก่อนที่จะต้องกลับไปเจอกับอะไรก็ไม่รู้ที่เมืองไทย อย่างน้อยความทรงจำดีๆ ที่เรามีอาจจะช่วยโอบกอดเราไว้เวลาเราเหนื่อยได้ล่ะมั้ง ฉันว่าใครๆ ก็คงเป็นกันทั้งนั้นแหละ บางทีเราก็กลัวบางสิ่งบางอย่างที่ยังมาไม่ถึง ฉันครุ่นคิดระหว่างการเดินรอบเมืองตลอดเวลาว่าฉันจะกลับไปเจออะไรบ้างนะ พร้อมกับมองทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตาด้วยความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มีค่าเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นร้านที่ยังไม่แกะมิสเซิลโทออกจากประตู รถบรรทุกที่มีรูปคุณป้าคนหนึ่งกำลังกางกางเกงในตัวใหญ่ ช็อกโกแลตก้อนเล็กๆ ที่เรียงกันอยู่หน้ากระจก หรือจะเป็นเต๊นท์ละครสัตว์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ ฉันได้แต่หวังลึกๆ ว่าความทรงจำที่สวยงามเหล่านี้จะคอยโอบกอดในวันที่ฉันท้อใจ จากวันนั้นจนวันนี้ เวลาผ่านไปครบ 1 ปีพอดี ฉันเจอและผ่านเรื่องหนักๆ มาพอสมควร แต่ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อย ฉันก็มักจะนึกถึงความสวยงามในเช้าวันนั้นที่ฉันมองทุกอย่างอย่างง่ายๆ ก็สามารถมีความสุขได้ สิ่งเหล่านี้เหมือนเครื่องเตือนใจฉันเสมอมาว่าถ้าเหนื่อยใจหรือเจอปัญหา ก็มองให้มันง่ายซะสิ ขนาดมองรถบรรทุกหรือช็อกโกแลตก้อนเล็กๆ ในร้านตอนนั้นยังมีความสุขเลย แล้วทำไมจะมองปัญหาที่เจอให้เป็นเรื่องง่ายๆ หรือเป็นเรื่องที่สอนใจเราไม่ได้ บางทีอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เราก็ควรมีความสุขหรือเรียนรู้ไปกับมันซะ มันอาจจะเป็นเชื้อเพลิงที่เติมพลังให้เราในวันที่เราเหนื่อยล้าก็เป็นได้นะ ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-93/">ZURICH STILL ON MY MIND</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันนั้นคือวันที่ตัวฉันตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดหลังจาก 2 ปีของการเรียนอย่างหนักหน่วง<br />
ซูริคไม่ใช่เมืองที่ฉันเรียน แต่เป็นเมืองสุดท้ายในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ฉันจะได้ร่ำลา<br />
ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับซูริคนัก เพราะซูริคมักจะเป็นที่ที่ฉันรอต่อรถไฟหรือไม่ก็มาเพื่อขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศอื่นเท่านั้นเอง </p>
<p>เช้าวันนั้นคือวันสุดท้ายที่ฉันจะได้อยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์<br />
ฉันปล่อยเพื่อน 2 คนนอนกรนอยู่ในห้อง ส่วนตัวเองก็เดินออกมาดูเมืองในตอนเช้าตรู่ก่อนที่จะต้องซิ่งไปสนามบิน</p>
<p>  ทำไมถึงออกมาเดินในเช้าตรู่ของวันนี้กันนะ? คำตอบก็คือฉันอยากจะจำช่วงเวลาดีๆ ให้ตราตรึงใจนานเท่านานก่อนที่จะต้องกลับไปเจอกับอะไรก็ไม่รู้ที่เมืองไทย<br />
อย่างน้อยความทรงจำดีๆ ที่เรามีอาจจะช่วยโอบกอดเราไว้เวลาเราเหนื่อยได้ล่ะมั้ง<br />
ฉันว่าใครๆ ก็คงเป็นกันทั้งนั้นแหละ บางทีเราก็กลัวบางสิ่งบางอย่างที่ยังมาไม่ถึง ฉันครุ่นคิดระหว่างการเดินรอบเมืองตลอดเวลาว่าฉันจะกลับไปเจออะไรบ้างนะ<br />
พร้อมกับมองทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตาด้วยความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้มีค่าเหลือเกิน<br />
ไม่ว่าจะเป็นร้านที่ยังไม่แกะมิสเซิลโทออกจากประตู รถบรรทุกที่มีรูปคุณป้าคนหนึ่งกำลังกางกางเกงในตัวใหญ่<br />
ช็อกโกแลตก้อนเล็กๆ ที่เรียงกันอยู่หน้ากระจก หรือจะเป็นเต๊นท์ละครสัตว์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำ<br />
ฉันได้แต่หวังลึกๆ ว่าความทรงจำที่สวยงามเหล่านี้จะคอยโอบกอดในวันที่ฉันท้อใจ</p>
<p>  จากวันนั้นจนวันนี้ เวลาผ่านไปครบ 1 ปีพอดี<br />
ฉันเจอและผ่านเรื่องหนักๆ มาพอสมควร แต่ทุกครั้งที่ฉันเหนื่อย<br />
ฉันก็มักจะนึกถึงความสวยงามในเช้าวันนั้นที่ฉันมองทุกอย่างอย่างง่ายๆ ก็สามารถมีความสุขได้<br />
สิ่งเหล่านี้เหมือนเครื่องเตือนใจฉันเสมอมาว่าถ้าเหนื่อยใจหรือเจอปัญหา ก็มองให้มันง่ายซะสิ<br />
ขนาดมองรถบรรทุกหรือช็อกโกแลตก้อนเล็กๆ ในร้านตอนนั้นยังมีความสุขเลย แล้วทำไมจะมองปัญหาที่เจอให้เป็นเรื่องง่ายๆ หรือเป็นเรื่องที่สอนใจเราไม่ได้</p>
<p>บางทีอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เราก็ควรมีความสุขหรือเรียนรู้ไปกับมันซะ </p>
<p>มันอาจจะเป็นเชื้อเพลิงที่เติมพลังให้เราในวันที่เราเหนื่อยล้าก็เป็นได้นะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0000042.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000005.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000023.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000025.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000013.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000001.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0000141.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000032.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0000171.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000029.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000020.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-93/">ZURICH STILL ON MY MIND</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-93/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Obertraun : เมืองเล็กแสนสวยที่ซ่อนอยู่กลางหุบเขาออสเตรีย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-87/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-87/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jan 2017 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลสาบ]]></category>
		<category><![CDATA[austria]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรีย]]></category>
		<category><![CDATA[Obertraun]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-87/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉันรู้จักเมืองเล็กๆ นี้เพราะช่วงที่ฉันไปออสเตรียคือช่วงคริสต์มาส ซึ่งมันคือการเที่ยวส่งท้ายก่อนจะกลับเมืองไทย ใครๆ ก็ต่างบอกว่าต้องไปฮัลสตัทท์ (Hallstatt) ให้ได้นะ แต่ฟ้า เพื่อนสนิทของฉันกลับบอกว่า &#8220;ต้องไป Obertraun นะ ฮัลสตัทท์น่ะไม่ต้องไปหรอก” ฉันผู้กำลังงงกับชื่อเมืองก็สวนกลับไปว่า “ไปทำไมวะ เมืองอะไรไม่เห็นรู้จักเลย” เพื่อนของฉันให้เหตุผลง่ายๆ เพียงว่าฮัลสตัทท์สวยก็จริง แต่บางทีอาจจะมีบางที่ที่สวยกว่าฮัลสตัทท์ก็เป็นได้นะ ยิ่งฉันจะกลับเมืองไทยแล้วก็ควรจะไปในที่ที่พลาดไม่ได้ด้วย “บางทีมันก็เหมือนเส้นผมบังภูเขาแก” เหตุผลที่ฟ้าให้คำนิยามเมืองนี้ในลักษณะแบบนี้ก็เพราะ Obertraun คือเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับฮัลสตัทท์เลย โดยมีทะเลสาบฮัลสตัทช์ขวางอยู่ตรงกลาง เป็นเมืองเล็กๆ ที่สวย แต่คนมักแห่ไปเที่ยวฮัลสตัทท์กันซะส่วนใหญ่ นอกจากเมืองจะอยู่ติดกัน เดินทางไปมาสะดวกแล้ว สิ่งสำคัญคือเมืองนี้ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็น เดินป่า พายเรือ สกี หรือเล่นน้ำในทะเลสาบ ฟ้าแนะนำให้ฉันจองที่พักไปก่อน ฉันก็เลยพบว่าที่พัก Obertraun นั้นถูกกว่าฮัลสตัทท์ ถึงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ทำเลก็ดีมากเพราะอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบทำให้เห็นวิวฮัลสตัทท์เต็มเมืองอยู่ไกลๆ อยากไปฮัลสตัทท์เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะมีรอบเรือแปะบอกไว้ หรือจะทำกิจกรรมอื่นก็ได้โดยนั่งรถไฟจากสถานีของฮัลสตัทท์มาก็ได้ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นเอง หรือถ้ามาจากเวียนนาก็ใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมงถ้วน โดยการเดินทางมา Obertraun นอกจากการนั่งรถไฟแล้วก็ขับรถมาได้ด้วย ครั้งแรกที่ฉันมา Obertraun คือช่วงหน้าหนาวในเดือนธันวาคม ช่วงนั้นบรรยากาศดูเงียบสงบ เมืองทั้งเมืองก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกจางๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-87/">Obertraun : เมืองเล็กแสนสวยที่ซ่อนอยู่กลางหุบเขาออสเตรีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	ฉันรู้จักเมืองเล็กๆ นี้เพราะช่วงที่ฉันไปออสเตรียคือช่วงคริสต์มาส ซึ่งมันคือการเที่ยวส่งท้ายก่อนจะกลับเมืองไทย ใครๆ ก็ต่างบอกว่าต้องไปฮัลสตัทท์ (Hallstatt) ให้ได้นะ แต่ฟ้า เพื่อนสนิทของฉันกลับบอกว่า &#8220;ต้องไป Obertraun<br />
นะ ฮัลสตัทท์น่ะไม่ต้องไปหรอก” ฉันผู้กำลังงงกับชื่อเมืองก็สวนกลับไปว่า<br />
“ไปทำไมวะ เมืองอะไรไม่เห็นรู้จักเลย” เพื่อนของฉันให้เหตุผลง่ายๆ เพียงว่าฮัลสตัทท์สวยก็จริง แต่บางทีอาจจะมีบางที่ที่สวยกว่าฮัลสตัทท์ก็เป็นได้นะ ยิ่งฉันจะกลับเมืองไทยแล้วก็ควรจะไปในที่ที่พลาดไม่ได้ด้วย</p>
<p>
	“บางทีมันก็เหมือนเส้นผมบังภูเขาแก”</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-36.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-26.jpg"></p>
<p>เหตุผลที่ฟ้าให้คำนิยามเมืองนี้ในลักษณะแบบนี้ก็เพราะ Obertraun<br />
คือเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับฮัลสตัทท์เลย โดยมีทะเลสาบฮัลสตัทช์ขวางอยู่ตรงกลาง เป็นเมืองเล็กๆ<br />
ที่สวย แต่คนมักแห่ไปเที่ยวฮัลสตัทท์กันซะส่วนใหญ่ นอกจากเมืองจะอยู่ติดกัน<br />
เดินทางไปมาสะดวกแล้ว สิ่งสำคัญคือเมืองนี้ก็มีกิจกรรมให้ทำมากมายไม่ว่าจะเป็น เดินป่า พายเรือ สกี หรือเล่นน้ำในทะเลสาบ ฟ้าแนะนำให้ฉันจองที่พักไปก่อน ฉันก็เลยพบว่าที่พัก Obertraun นั้นถูกกว่าฮัลสตัทท์ ถึงครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ทำเลก็ดีมากเพราะอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบทำให้เห็นวิวฮัลสตัทท์เต็มเมืองอยู่ไกลๆ อยากไปฮัลสตัทท์เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะมีรอบเรือแปะบอกไว้ หรือจะทำกิจกรรมอื่นก็ได้โดยนั่งรถไฟจากสถานีของฮัลสตัทท์มาก็ได้ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้นเอง<br />
หรือถ้ามาจากเวียนนาก็ใช้เวลาเกือบสี่ชั่วโมงถ้วน  โดยการเดินทางมา Obertraun นอกจากการนั่งรถไฟแล้วก็ขับรถมาได้ด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-44.jpg"></p>
<p>
	ครั้งแรกที่ฉันมา Obertraun คือช่วงหน้าหนาวในเดือนธันวาคม<br />
ช่วงนั้นบรรยากาศดูเงียบสงบ เมืองทั้งเมืองก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกจางๆ<br />
ฉันเลือกที่จะพักที่ Haus<br />
Am see เป็นที่พักออกแนว Bed &amp; Breakfast ซึ่งก็มีไม่กี่ห้องนอน ที่นี่มีวิวให้เลือระหว่างวิวทะเลสาบและภูเขา<br />
ฉันตัดสินใจเลือกทะเลสาบ เมื่อฉันตื่นเช้ามา ก็เห็นหมอกที่ลอยอยู่บนผืนน้ำ<br />
พระอาทิตย์ค่อยๆ ขึ้นพร้อมกับหมอกที่ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ ทำให้ฉันเห็นต้นไม้ที่เป็นสีส้มและสีน้ำตาลประปรายปนกันไปอยู่บนภูเขา<br />
ฉันเฝ้ามองหมอกที่ค่อยๆ เคลื่อนไปจนหมดถึงลงไปเดินเล่นที่ทะเลสาบข้างล่าง<br />
ฉันเพิ่งเข้าใจความสุขจากความสงบจากธรรมชาติที่แท้จริงก็วันนี้เอง  ที่ทะเลสาบมีท่าเรือเล็กๆ มองไปข้างๆ เห็นภูเขาล้อมรอบ<br />
มองไปไกลๆ ก็เห็นหมอกที่ลอยตัวขึ้นสูงแต่ยังบังภูเขาอีกลูกหนึ่ง ฉันนอนมองไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้เห็นหงส์ขาวที่ค่อยๆ ว่ายน้ำเข้ามาใกล้ๆ เหมือนกับจะบอกว่า ขอขนมปังหน่อยสิ! </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-53.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-71.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-82.jpg"></p>
<p>  นั่นคือครั้งแรกที่ฉันมา Obertraun แล้วฉันก็พบว่ารอบสองก็คือในหน้าร้อนถัดไป<br />
ฉันตัดสินใจมาแบ็กแพ็กที่ออสเตรียอีกรอบและเป็นที่แน่นอนว่าฉันเลือกกลับมาที่นี่อีกครั้ง<br />
Obertraun นี่ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลยจริงๆ นอกจากโลเคชันที่แสนเพอร์เฟกต์ กิจกรรมเพียบ หน้าร้อนที่<br />
Obertraun กลับให้ฉันอมยิ้มทุกครั้งที่นึกถึงที่นี่ สิ่งแรกที่ฉันทำเมื่อมาถึงคือการวิ่งไปที่ทะเลสาบเช่นเคย ฤดูกาลเปลี่ยน หลายอย่างก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วย<br />
จากท่าเรือที่แสนเงียบกลับกลายเป็นท่าเรือและสนามหญ้าที่เต็มไปด้วยหลายครอบครัวที่มาปิกนิกและนอนอาบแดดกันอย่างสนุกสนาน<br />
นอกจากความสดใสของหน้าร้อนที่กระจายตามสีของบิกินี่ที่ทุกคนใส่อาบแดด ก็ยังมีความอบอุ่นของครอบครัวที่ลอยอยู่ในอากาศท่ามกลางหุบเขาที่ตั้งอยู่ข้างหน้า<br />
ฉันมองคุณพ่อจูงมือลูกเดินลงน้ำ<br />
มองไปอีกนิดก็เห็นคนนอนอาบแดดกระจายกันออกไปและฉันต้องหันกลับไปที่ทะเลสาบอีกรอบเพราะได้ยินเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนานของคนที่กำลังแล่นเรือใบ บรรยายแค่นี้ก็คงจะรู้ใช่ไหมว่าบรรยากาศนั้นชวนให้อมยิ้มตามด้วยเลยนะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-92.jpg"></p>
<p>
	  ประสบการณ์การเที่ยว<br />
Obertraun ก็เป็นอย่างหนึ่งที่สอนใจฉันได้เหมือนกัน<br />
บางทีเราก็ต้องลองไปเที่ยวในที่ที่คนอื่นไม่ไปบ้าง เพราะเราอาจจะได้เห็นอะไรที่เราไม่เคยเห็น<br />
ได้เจออะไรที่เราไม่เคยเจอ มันก็ทำให้ชีวิตได้เจออะไรที่แปลกใหม่เหมือนกันนะ ก็คงเหมือนชีวิตเราแหละนะบางทีถ้าเราใส่ใจกับรายละเอียดของชีวิตให้มากขึ้น<br />
เราอาจจะเห็นโอกาสหรือว่าทางเลือกดีดีของชีวิตก็ได้นะ!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-101.jpg"></p>
<h3><strong>Obertraun</strong></h3>
<p><strong>address</strong>: Obertraun, Austria<br />
	<br /><strong>hours</strong>: ทั้งสองช่วงก็สวยคนกันละแบบ<br />
หน้าหนาวจะสวยแบบเงียบสงบมากๆ เพราะคนมักจะไม่เที่ยวหรือ มาอาบแดดแถวนี้ เพราะหนาวเกินไป<br />
ถ้าเป็นหน้าหนาวก็แนะนำให้ตื่นมาตอนเช้ามานั่งตรงท่าเรือและ มองหมอกที่ค่อยๆ จางไปอย่างช้าๆ<br />
ยิ่งนอนตรงทะเลสาบละหันหน้าเข้าฮัลสตัทท์วิวจะสวยมากเลยนะ ส่วนหน้าร้อน ควรมาเดินเล่นๆ ช่วงบ่ายและต่อด้วยเดินป่าต่อ<br />
เพราะจะได้เดินชมเรียบริมทะเลสาบก่อนแล้วค่อยไปเดินป่าชมภูเขากันต่อ<br /><strong>h</strong><b style="background-color: initial">ow<br />
to get there: </b>นั่งรถไฟจากเวียนนามาประมาณเกือบ 4 ชั่วโมง<br />
ถ้าตั๋วถูกหน่อยก็จะเปลี่ยนรถไฟประมาณ 3 รอบ รถไฟที่ว่านั้นก็คือ Österreichische<br />
Bundesbahnen หรือ OBB ซึ่งสามารถเช็กตารางการวิ่งหรือตรวจสอบได้ว่ารถไฟวิ่งอยู่ไหนได้จากแอพของ OBB เองเลย ทั้งรถไฟ ทั้งรถมาได้เหมือนกันหมดเลยนะ<br />
มาง่ายขนาดนี้ก็ต้องมากันเองล่ะ!</p>
<p><strong>Map:</strong></p>
<p>
	<a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-87/">Obertraun : เมืองเล็กแสนสวยที่ซ่อนอยู่กลางหุบเขาออสเตรีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-87/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THE CHRISTMAS MARKET</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-84/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-84/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2016 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[Christmas]]></category>
		<category><![CDATA[คริสต์มาส]]></category>
		<category><![CDATA[christmas market]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-84/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส เรามักจะทำอะไรกันนะ? สำหรับฉันนั้นความสุขในวันคริสต์มาสคือการได้นั่งดูหนังเรื่อง Love Actually พร้อมเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำสุดและดื่มช็อกโกแลตร้อนไปด้วย แหม&#8230;ทำตัวยังกับตัวเองอยู่เมืองนอกจริงๆ งั้นแหละ ปีนี้คือปีที่ต่างจากเดิม ฉันคงไม่ได้นั่งอยู่ในห้องอีกต่อไปแล้ว เพราะปีนี้ฉันได้ฉลองคริสต์มาสที่ยุโรป! ด้วยความที่ฉันเรียนการโรงแรมที่เมืองมองเทรอซ์ ประเทศสวิตเซอแลนด์ เมืองที่มีแต่คนบอกว่านอกจากจะอยู่ข้างทะเลสาบที่สวยที่สุดแล้ว ยังเป็นที่ของคริสต์มาสมาร์เก็ตที่ใหญ่และสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย จากหอของฉัน เดินไปเพียง 200 เมตรก็จะถึงคริสต์มาสมาร์เก็ตที่จัดเลียบทะเลสาบยาวไปตลอดทาง ฉันกับเพื่อนตัดสินใจไปเดินเล่นท่ามอากาศที่หนาวเย็น -5 องศาเซลเซียส แต่ฉันกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้ากลับฉาบหัวใจของฉันให้อุ่นเสียนี่กระไร ฉันกวาดตาไปยังบรรดาบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเรียงรายกันตามความยาวของทะเลสาบ แต่ละบ้านก็ขายของต่างกันออกไป แต่ที่เตะตาฉันมากที่สุดคือบ้าน 3 หลังต่อกันเป็นแนวยาวและขายลูกกวาดนานาชนิดพร้อมกับไวน์ร้อนที่หอมยั่วใจคนแถวนั้นมาก ถ้าถามว่าบ้านลูกกวาดนี้เหมือนที่ไหน ก็ต้องบอกว่าเหมือนหมู่บ้านฮอกส์มี้ดใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ ยังไงยังงั้น ด้วยความที่สีลูกกวาดละลานตามาก ทางร้านเลยตกแต่งร้านด้วยเจ้าหมีขาวที่บ้างก็กลิ้งอยู่ในกองขนม บ้างก็ลอยจากเพดาน ดูไปแล้วเหมือนอยู่ในฝันจริงๆ หลังจากเดินผ่านซุ้มลูกกวาดไปอีกสักพักก็จะมีร้านขายโคมไฟที่แกะสลักจากไม้ ต่อด้วยร้านหนังสือที่รวบรวมหนังสือเก่าๆ จากหอสมุดโบราณ ถ้าซื้อไปก็คงจะดูโก้เก๋ไม่เบา หลังจากเดินผ่านหลายซุ้ม ฉันก็พบว่ากลิ่นของงานคริสต์มาสมาร์เก็ตนั้นมีแต่ขนมกลิ่นหอมๆ ของบาร์แก็ตที่อบกรอบพร้อมยัดไส้ชีสอุ่นๆ ข้างใน หรือจะเป็นกลิ่นชูโรสหอมๆ ที่เพิ่งทอด มองไปข้างๆ ร้านก็เห็นชิงช้าสวรรค์สีขาวที่กำลังหมุนอย่างช้าๆ พร้อมกับหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาเป็นสาย วันนั้นฉันตัดสินใจซื้อสโนว์โกลบ 1 ลูก ลูกนั้นคือลูกแก้วหิมะที่มีน้องหมียืนโบกมืออยู่ตรงกลางท่ามกลางหิมะที่ค่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-84/">THE CHRISTMAS MARKET</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส เรามักจะทำอะไรกันนะ? สำหรับฉันนั้นความสุขในวันคริสต์มาสคือการได้นั่งดูหนังเรื่อง <em>Love Actually</em> พร้อมเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำสุดและดื่มช็อกโกแลตร้อนไปด้วย<br />
แหม&#8230;ทำตัวยังกับตัวเองอยู่เมืองนอกจริงๆ งั้นแหละ</p>
<p>ปีนี้คือปีที่ต่างจากเดิม ฉันคงไม่ได้นั่งอยู่ในห้องอีกต่อไปแล้ว<br />
เพราะปีนี้ฉันได้ฉลองคริสต์มาสที่ยุโรป! </p>
<p>ด้วยความที่ฉันเรียนการโรงแรมที่เมืองมองเทรอซ์ ประเทศสวิตเซอแลนด์<br />
เมืองที่มีแต่คนบอกว่านอกจากจะอยู่ข้างทะเลสาบที่สวยที่สุดแล้ว ยังเป็นที่ของคริสต์มาสมาร์เก็ตที่ใหญ่และสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย</p>
<p>จากหอของฉัน เดินไปเพียง 200 เมตรก็จะถึงคริสต์มาสมาร์เก็ตที่จัดเลียบทะเลสาบยาวไปตลอดทาง ฉันกับเพื่อนตัดสินใจไปเดินเล่นท่ามอากาศที่หนาวเย็น -5 องศาเซลเซียส แต่ฉันกลับรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้ากลับฉาบหัวใจของฉันให้อุ่นเสียนี่กระไร</p>
<p>  ฉันกวาดตาไปยังบรรดาบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเรียงรายกันตามความยาวของทะเลสาบ<br />
 แต่ละบ้านก็ขายของต่างกันออกไป แต่ที่เตะตาฉันมากที่สุดคือบ้าน 3 หลังต่อกันเป็นแนวยาวและขายลูกกวาดนานาชนิดพร้อมกับไวน์ร้อนที่หอมยั่วใจคนแถวนั้นมาก<br />
  ถ้าถามว่าบ้านลูกกวาดนี้เหมือนที่ไหน ก็ต้องบอกว่าเหมือนหมู่บ้านฮอกส์มี้ดใน <em>แฮร์รี่<br />
พอตเตอร์</em> ยังไงยังงั้น ด้วยความที่สีลูกกวาดละลานตามาก ทางร้านเลยตกแต่งร้านด้วยเจ้าหมีขาวที่บ้างก็กลิ้งอยู่ในกองขนม<br />
บ้างก็ลอยจากเพดาน ดูไปแล้วเหมือนอยู่ในฝันจริงๆ หลังจากเดินผ่านซุ้มลูกกวาดไปอีกสักพักก็จะมีร้านขายโคมไฟที่แกะสลักจากไม้ ต่อด้วยร้านหนังสือที่รวบรวมหนังสือเก่าๆ<br />
จากหอสมุดโบราณ ถ้าซื้อไปก็คงจะดูโก้เก๋ไม่เบา </p>
<p>หลังจากเดินผ่านหลายซุ้ม ฉันก็พบว่ากลิ่นของงานคริสต์มาสมาร์เก็ตนั้นมีแต่ขนมกลิ่นหอมๆ ของบาร์แก็ตที่อบกรอบพร้อมยัดไส้ชีสอุ่นๆ ข้างใน<br />
หรือจะเป็นกลิ่นชูโรสหอมๆ ที่เพิ่งทอด มองไปข้างๆ ร้านก็เห็นชิงช้าสวรรค์สีขาวที่กำลังหมุนอย่างช้าๆ พร้อมกับหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาเป็นสาย<br />
วันนั้นฉันตัดสินใจซื้อสโนว์โกลบ 1 ลูก ลูกนั้นคือลูกแก้วหิมะที่มีน้องหมียืนโบกมืออยู่ตรงกลางท่ามกลางหิมะที่ค่อยๆ หล่นลงมาราวกับต้องการบอกฉันว่า กลับเมืองไทยไปก็อย่าคิดถึงคริสต์มาสมาร์เก็ตให้มากนะ</p>
<p>แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน บรรยากาศของคริสต์มาสมาร์เก็ตครั้งนั้นก็ยังฝังอยู่ในใจฉันเสมอ</p>
<p>ภาพของบ้านหลังเล็กๆ ที่เรียงรายเลียบทะเลสาบที่มองเทรอซ์ ครอบครัวที่พาเด็กๆ มา กลิ่นขนมหอมๆ ที่ฟุ้งอยู่ในอากาศหรือจะเป็นหัวใจที่ห้อยลงมาจากต้นไม้ในเวียนนา สิ่งเหล่านี้ต่างทำให้บรรรยากาศในงานนั้นอบอุ่นอบอวลไปด้วยความรัก</p>
<p>  เพราะสิ่งเหล่านี้เลยทำให้ไม่ว่านานเท่าไร คริสต์มาสก็ยังเป็นเทศกาลที่ฉันรักเสมอ และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง </p>
<p>Merry Christmas นะ!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-4.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/xmas-12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-84/">THE CHRISTMAS MARKET</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-84/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Rhine Falls : โร้ดทริปเก็บความฟินที่น้ำตกใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-68/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-68/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Nov 2016 16:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[Rhine Falls]]></category>
		<category><![CDATA[Schaffhausen]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[waterfall]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำตก]]></category>
		<category><![CDATA[switzerland]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-68/</guid>

					<description><![CDATA[<p>นอกจากชีสกับช็อกโกแลตแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าอะไรคือสิ่งขึ้นชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ กระดิ่งวัวเหรอ? ก็ไม่ใช่ แต่สิ่งนั้นก็คือ Rhine Falls น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนั่นเอง อยู่ที่เมือง Schaffhausen ทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ออมอยู่ที่นี่มา 2 ปี เพิ่งเคยได้ยินชื่อเมืองนี้ก็เหลือเวลาอีก 2 เดือนก่อนจะเรียนจบ ทริปนี้เลยเป็นโร้ดทริปที่เกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหัน เหลือเวลาอีกนิดเดียว ต้องรีบเที่ยวก่อนจบให้ได้ เราไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับ Schaffhausen และก่อนไปก็ไม่ได้เช็กอะไรมาก นอกจากหาที่พักจากเว็บไซต์ Airbnb และตัดสินใจขับรถไปเลย หลังจากเลาะตามเขตชายแดนฝรั่งเศสและเยอรมนีไป 3 วัน รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่เมืองนี้เรียบร้อย วันรุ่งขึ้น เรากับเพื่อนตั้งใจเดินทางไปดูน้ำตก แต่กว่าจะออกจากบ้านได้ก็คิดกันหลายรอบเพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนตก แต่ดูอากาศนอกบ้านก็แดดจ้าสลับกับอากาศที่อึมครึมทุกๆ 5 นาที จนเราสองคนงง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ตัดสินใจขับรถออกจากบ้านและมุ่งหน้าสู่ Rhine Falls วิธีการมา Rhine Falls นั้นมาได้หลายรูปแบบ ถ้าขับรถมาเลยก็ไม่มีอะไรยาก แค่พิมพ์ใน Google Maps แล้วให้ระบบพาเรามาเอง อีกวิธีที่สะดวกสุดๆ ก็คือมาจากเมือง Schaffhausen แล้วต่อรถบัสมาลงสถานี Neuhausen ต่อจากนั้นก็เดินตามป้ายมาเรื่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-68/">Rhine Falls : โร้ดทริปเก็บความฟินที่น้ำตกใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	นอกจากชีสกับช็อกโกแลตแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าอะไรคือสิ่งขึ้นชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ กระดิ่งวัวเหรอ? ก็ไม่ใช่ แต่สิ่งนั้นก็คือ Rhine Falls น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปนั่นเอง อยู่ที่เมือง Schaffhausen ทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ออมอยู่ที่นี่มา 2 ปี เพิ่งเคยได้ยินชื่อเมืองนี้ก็เหลือเวลาอีก 2 เดือนก่อนจะเรียนจบ ทริปนี้เลยเป็นโร้ดทริปที่เกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหัน เหลือเวลาอีกนิดเดียว ต้องรีบเที่ยวก่อนจบให้ได้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-12.jpg"></p>
<p>เราไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับ Schaffhausen และก่อนไปก็ไม่ได้เช็กอะไรมาก นอกจากหาที่พักจากเว็บไซต์ Airbnb และตัดสินใจขับรถไปเลย หลังจากเลาะตามเขตชายแดนฝรั่งเศสและเยอรมนีไป 3 วัน รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่เมืองนี้เรียบร้อย วันรุ่งขึ้น เรากับเพื่อนตั้งใจเดินทางไปดูน้ำตก แต่กว่าจะออกจากบ้านได้ก็คิดกันหลายรอบเพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนตก แต่ดูอากาศนอกบ้านก็แดดจ้าสลับกับอากาศที่อึมครึมทุกๆ 5 นาที จนเราสองคนงง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็ตัดสินใจขับรถออกจากบ้านและมุ่งหน้าสู่ Rhine Falls</p>
<p>
	วิธีการมา Rhine Falls นั้นมาได้หลายรูปแบบ ถ้าขับรถมาเลยก็ไม่มีอะไรยาก แค่พิมพ์ใน Google Maps แล้วให้ระบบพาเรามาเอง อีกวิธีที่สะดวกสุดๆ ก็คือมาจากเมือง Schaffhausen แล้วต่อรถบัสมาลงสถานี Neuhausen ต่อจากนั้นก็เดินตามป้ายมาเรื่อยๆ จนถึงตัวน้ำตก Rhine Falls หรือจะนั่งรถไฟจากสถานีกลาง Zürich Hauptbahnhof มาลงสถานี Schloss Laufen am Rheinfall ที่เป็นสถานีของน้ำตกนี้เลยก็ได้ อยากแนะนำว่ากรณีเครื่องบินมาลงที่ Zürich และอยากแพลนที่เที่ยวใกล้ๆ เป็นแนว one day trip แบบสบายๆ ก็สามารถวางแผนมาเที่ยวที่นี่ได้เช่นกัน เพราะระยะเวลาเดินทางด้วยรถไฟแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น เดินทางสะดวกแถมยังได้ชมวิวธรรมชาติสวยงามแบบนี้ยังไงก็ต้องมานะคะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-52.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p>ด้วยความที่เป็นน้ำตกใหญ่ที่สุดในยุโรป แน่นอนว่าการเดินมายังน้ำตกย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน เราเดินลัดเลาะทางรถไฟและผ่านทางเดินเพื่อมาให้ใกล้กับน้ำตกมากที่สุด วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกทางเดินก็เลยลื่นนิดนึง ใจกลางของน้ำตกมีเกาะกลางขนาดใหญ่ที่สามารถยืนชมวิวและทำให้รู้สึกว่าเรากำลังเล่นอยู่ในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดอยู่ด้วย แต่การจะไปยังเกาะกลางนั้นไม่ง่าย แถมยังต้องเสียค่าเรือเพิ่ม แต่ออมก็บอกเลยว่าถ้าใครเคยนั่งเรือในคลองแสนแสบมาแล้ว การนั่งเรือไปยังเกาะกลางจะกลายเป็นเรื่องหมูๆ ไปโดยปริยาย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-81.jpg"></p>
<p>
	ความตลกของเรากับเพื่อนในวันนั้นคือ ด้วยความที่เสียค่าตั๋วมาแล้วก็อยากได้รูปสวยที่สุดกลับไป กลายเป็นว่ายิ่งเข้าไปถ่ายใกล้ๆ น้ำจากน้ำตกก็กระเด็นเข้าหน้าเข้าปากจนหนาวไปหมด ถ่ายรูปไปขำไปรวมถึงผลัดกันลื่น ก็ต้องบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ อยู่ๆ แดดก็ออกและที่เกาะกลางก็มีสายรุ้ง เราได้ยินกลุ่มคุณลุงคุณป้าข้างหน้าร้องโอ้โห เรากับเพื่อนก็โอ้โหตามไปด้วย เพราะละอองของน้ำตกที่กระเด็นออกมาตัดกับแสงอาทิตย์ทำให้เราเห็นสายรุ้งน้อยๆ อยู่ตรงเกาะกลาง เพราะฉะนั้น ต่อให้อากาศจะเป็นอย่างไร เราก็ขอแนะนำว่าให้ลุยเข้าไปใกล้ๆ น้ำตกเลย จะดีจะร้ายยังไง อุตส่าห์มาแล้วก็ควรลุยไปให้เห็นว่าความสวยงามทางธรรมชาตินั้นมีอยู่จริง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-34.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-43.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-24.jpg"></p>
<p>
	สำหรับคนที่กลัวหิวไม่ต้องห่วง เพราะเมื่อเดินขึ้นมาจากน้ำตกจะมีร้านขายของกิน ไม่ว่าจะเป็นฮอตด็อกหรือพิซซ่า รวมถึงมาม่ารสแกงเขียวหวานก็ยังมีให้เดินซื้อกัน นั่งกินรับลมเย็นจากน้ำตกไป</p>
<p>
	นอกจากที่เที่ยวยอดฮิตอย่างเมือง Interlaken หรือยอดเขา Matterhorn  ออมก็ขอแนะนำน้ำตกแห่งนี้ซึ่งยังสงบแถมเมืองก็น่ารักมากๆ เอาไว้ด้วย ถ้าใครอยากสัมผัสความเป็นสวิสที่แท้จริงโดยหลีกจากความวุ่นวายแล้วล่ะก็ อย่าลืมแวะมาหา Rhine Falls นะคะ น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปยังรอทุกคนอยู่</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/iwasthere-91.jpg"></p>
<h3>Rheine Fall</h3>
<p>
	<strong>address:</strong> Rheinfallquai, 8212 Neuhausen am Rheinfall, Switzerland<br />
	<b style="background-color: initial">hours:</b> ควรไปตอนเช้าเพื่อจะได้เที่ยวเมือง Schaffhausen หรือ Stein am Rhein ในช่วงบ่ายด้วย<br /><strong style="background-color: initial">how to get there: </strong>สามารถนั่งรถไฟจากสถานีกลางหรือ Zürich Hauptbahnhof มาลงที่สถานี Schaffhausen ต่อด้วยนั่งรถเมล์มาลง Neuhausen หรือจะมาลงสถานี Schloss Laufen am Rheinfall ก็ได้เหมือนกันนะคะ สามารถเช็กระยะทางและรอบรถไฟได้จาก <a href="http://www.sbb.ch">www.sbb.ch</a></p>
<p>
	<a href="http://www.sbb.ch"></a><b style="background-color: initial">map:</b></p>
<p>
	<a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-68/">Rhine Falls : โร้ดทริปเก็บความฟินที่น้ำตกใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-68/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิ่งใต้สะพานกลางป่าเขียวขจีที่เมืองเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/run-24/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/run-24/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Aug 2016 02:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[million ways to run]]></category>
		<category><![CDATA[Bern]]></category>
		<category><![CDATA[แม่น้ำ Aare]]></category>
		<category><![CDATA[Kornhausbrücke]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางวิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Human Run]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/run-24/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทาง: ใต้สะพาน Kornhausbrücke เมือง: Bern ประเทศ: สวิตเซอร์แลนด์ ระยะทาง: 5 กิโลเมตรขึ้นไป ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ฉันมาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ เบิร์น เมืองหลวงแห่งนี้เป็นที่ที่ฉันแทบไม่เคยมาเดินเล่นอย่างจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง อย่างมากสุดก็แค่มาเปลี่ยนรถไฟหรือเดินหาของอร่อยๆ กินรอบสถานีรถไฟเท่านั้น จนย่างเข้าปีที่ 2 ฉันมีโอกาสได้มาติดต่อกับสถานฑูตไทยที่เบิร์นมากขึ้น เลยได้เดินเล่นดูรอบๆ เมือง จนวันหนึ่งตาก็ไปสังเกตเห็นทางวิ่งเลียบแม่น้ำ Aare ใต้สะพาน Kornhausbrücke สะพานที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างบริเวณเมืองเก่าของเบิร์นทั้งสองฝั่ง ฉันยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ยืนสงสัยขณะมองคนวิ่งเลียบแม่น้ำจากสะพานว่าผู้คนเหล่านั้นเขาหาทางเดินลงไปข้างล่างได้ยังไงกัน ทางที่นำไปยังทางเดินมันอยู่ตรงไหน วันนั้นฉันได้แต่เฝ้าถามตัวเองพร้อมกับเดินมองหาทางจากบนสะพานอยู่ครึ่งชั่วโมงแต่หาอย่างไรก็ไม่เจอ สุดท้ายต่อมความสงสัยของฉันก็ทำงานจนรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ Bern Train Station แล้ว วันนั้นเป็นวันเสาร์ที่แดดสดใสมาก เป็นวันแรกที่ชาวสวิสกล่าวได้ว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเพราะอากาศเริ่มอุ่นแล้ว! ฉันเลยได้มีโอกาสเดินตลาดสดที่เบิร์น แต่ด้วยความที่สงสัยในตัวทางวิ่งริมแม่น้ำซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่มาเบิร์นในวันนั้น ทำให้ฉันตัดใจจากการเดินตลาดสดและเดินตรงไปยังสะพาน Kornhausbrücke อย่างมุ่งมันในชุดวิ่งที่ตัวเองใส่มา ด้วยความตั้งใจว่าวันนี้ฉันต้องได้วิ่งใต้สะพานให้ได้! ฉันเริ่มสำรวจทางเลียบสะพาน เดินไปได้สักพักก็เจอบันไดที่พาไปสู่ทางวิ่งที่อยู่ติดแม่น้ำเลย อาจเป็นเพราะนี่คือยามเช้าของวันเสาร์เลยไม่ค่อยมีคนเดินกันมากเท่าไหร่ หลายคนคงจะเลือกที่จะไปจับจ่ายใช้สอยเวลาที่ตลาดสดมากกว่า เพราะที่นั่นนอกจากจะมีผักผลไม้ขายแล้ว ยังมีโซนเต้นรำ รวมถึงโซนหมากรุกยักษ์ที่ขนาดเท่าตัวคนเล่นเลยก็มี สีฟ้าบางๆ ของแม่น้ำตัดกับสีเขียวอ่อนของใบไม้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-24/">วิ่งใต้สะพานกลางป่าเขียวขจีที่เมืองเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เส้นทาง:</strong> ใต้สะพาน Kornhausbrücke<br />
<strong style="background-color: initial;">เมือง:</strong> Bern<br />
<strong style="background-color: initial;">ประเทศ:</strong> สวิตเซอร์แลนด์<br />
<strong style="background-color: initial;">ระยะทาง:</strong> 5 กิโลเมตรขึ้นไป</p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ฉันมาอยู่สวิตเซอร์แลนด์ เบิร์น เมืองหลวงแห่งนี้เป็นที่ที่ฉันแทบไม่เคยมาเดินเล่นอย่างจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง อย่างมากสุดก็แค่มาเปลี่ยนรถไฟหรือเดินหาของอร่อยๆ กินรอบสถานีรถไฟเท่านั้น<br />
จนย่างเข้าปีที่ 2 ฉันมีโอกาสได้มาติดต่อกับสถานฑูตไทยที่เบิร์นมากขึ้น เลยได้เดินเล่นดูรอบๆ เมือง จนวันหนึ่งตาก็ไปสังเกตเห็นทางวิ่งเลียบแม่น้ำ Aare ใต้สะพาน Kornhausbrücke สะพานที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างบริเวณเมืองเก่าของเบิร์นทั้งสองฝั่ง ฉันยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ยืนสงสัยขณะมองคนวิ่งเลียบแม่น้ำจากสะพานว่าผู้คนเหล่านั้นเขาหาทางเดินลงไปข้างล่างได้ยังไงกัน ทางที่นำไปยังทางเดินมันอยู่ตรงไหน วันนั้นฉันได้แต่เฝ้าถามตัวเองพร้อมกับเดินมองหาทางจากบนสะพานอยู่ครึ่งชั่วโมงแต่หาอย่างไรก็ไม่เจอ</p>
<p>สุดท้ายต่อมความสงสัยของฉันก็ทำงานจนรู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ Bern Train Station แล้ว</p>
<p>วันนั้นเป็นวันเสาร์ที่แดดสดใสมาก เป็นวันแรกที่ชาวสวิสกล่าวได้ว่าเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิเพราะอากาศเริ่มอุ่นแล้ว! ฉันเลยได้มีโอกาสเดินตลาดสดที่เบิร์น แต่ด้วยความที่สงสัยในตัวทางวิ่งริมแม่น้ำซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่มาเบิร์นในวันนั้น ทำให้ฉันตัดใจจากการเดินตลาดสดและเดินตรงไปยังสะพาน Kornhausbrücke อย่างมุ่งมันในชุดวิ่งที่ตัวเองใส่มา ด้วยความตั้งใจว่าวันนี้ฉันต้องได้วิ่งใต้สะพานให้ได้!</p>
<p>ฉันเริ่มสำรวจทางเลียบสะพาน เดินไปได้สักพักก็เจอบันไดที่พาไปสู่ทางวิ่งที่อยู่ติดแม่น้ำเลย อาจเป็นเพราะนี่คือยามเช้าของวันเสาร์เลยไม่ค่อยมีคนเดินกันมากเท่าไหร่ หลายคนคงจะเลือกที่จะไปจับจ่ายใช้สอยเวลาที่ตลาดสดมากกว่า เพราะที่นั่นนอกจากจะมีผักผลไม้ขายแล้ว ยังมีโซนเต้นรำ รวมถึงโซนหมากรุกยักษ์ที่ขนาดเท่าตัวคนเล่นเลยก็มี</p>
<p>สีฟ้าบางๆ ของแม่น้ำตัดกับสีเขียวอ่อนของใบไม้ คนในบ้านหลายหลังเริ่มตื่นกันแล้ว ในช่วงเวลาที่ฉันวิ่งก็ได้เห็นยามเช้าที่สวยงามของชีวิตคนเบิร์น บ้างก็กำลังเดินไปตลาด พายเรือ ลอยห่วงยาง หรือแม้กระทั่งนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไม้ โห นี่เป็นการพักผ่อนในวันหยุดอย่างแท้จริงเลยนะเนี่ย</p>
<p>วันนั้นฉันรู้สึกว่าตลอดระยะทางที่วิ่งไป มีทั้งวิวสวยๆ และผู้คนแสนมีความสุข รู้ตัวอีกทีก็วิ่งเลียบแม่น้ำและทะลุตัวเมืองปาไปกว่า 12 กิโลเมตรเลย</p>
<p>ฉันเข้าใจแล้วล่ะที่เขาบอกว่าเวลาของความสุขมักจะผ่านไปไวคือเรื่องจริง</p>
<p>แต่ฉันมีความสุขมากเลยนะ สรุปสุดท้ายของวันคือภาพฉันนั่งนวดขาด้วยน้ำมันมวยที่พกมาจากเมืองไทย</p>
<p><strong>note: </strong>ถ้ารู้สึกว่าจะเดินหาสะพานไม่เจอก็ให้ตั้งค่าใน Google Maps ไว้ก่อนเลยว่า Kornhausbrücke แล้วให้ GPS นำทาง พอถึงสะพานแนะนำว่าให้เดินไปกลางสะพานก่อนจะได้กะถูกว่าอยากวิ่งไกลแค่ไหนหรือวิ่งไปทางไหน นอกจากดูวิวจากบนสะพานแล้ว ลองกดชัตเตอร์ถ่ายรูปสัก 2 &#8211; 3 รูปก็ได้เพราะแถวนี้ก็เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของนักท่องเที่ยวที่มายังเมืองเบิร์นเหมือนกัน ใกล้ๆ สะพานจะเห็นทางเดินลาดลงไปยังแม่น้ำ เดินเลียบถนน Langmauerweg ไปสักพักจะเห็นที่จอดรถและบันไดที่ยาวประมาณหนึ่ง เดินลงไปก็จะถึงแม่น้ำเลย</p>
<p>แต่หากไม่อยากวิ่งแต่อยากมาปิกนิกริมแม่น้ำ ก็แนะนำให้ซื้อขนมจาก Migros ที่ขายของกินสารพัดแบบ take away แสนสะดวก ก็เป็นไอเดียที่เจ๋งไปอีกแบบเหมือนกัน</p>
<p><strong>best time to run: </strong>09:00 &#8211; 18:00 น. (ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) สำหรับตอนเช้าๆ ประมาณ 9 โมงจะเป็นช่วงที่แดดสวยที่สุด หรือจะเป็นตอนบ่ายยันเย็นที่แดดแรงกระทบกับสีฟ้าของแม่น้ำเบาๆ ความจริงคือจะวิ่งตอนไหนในฤดูนี้ก็สวยไปหมด หรือถ้ารู้สึกเบื่อ ลองไปวิ่งในเมืองก็สนุกดีเหมือนกัน แถมไม่ต้องกลัวว่าจะต้องมาวิ่งคนเดียว เพราะคนเบิร์นวิ่งกันทั้งวันจริงๆ สงสัยจะชอบเบิร์นเหมือนชื่อเมืองแน่ๆ เลย (มุขฝืดมาก<br />
ฮ่าๆ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>map</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run1.png" /></p>
<p><strong>gallery</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-12.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-22.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-34.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-43.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-53.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-63.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-73.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/run-82.jpg" /></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องเส้นทางน่าวิ่งบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-24/">วิ่งใต้สะพานกลางป่าเขียวขจีที่เมืองเบิร์น สวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/run-24/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THE INSPIRE BALLOON</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-21/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-21/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 May 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[Balloon]]></category>
		<category><![CDATA[บอลลูน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-21/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราทุกคนมีความฝันจริงไหม ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าทุกคนต่างอยากให้ฝันของตัวเองสำเร็จกันทั้งนั้นแหละ ฉันก็คือหนึ่งในเหล่าผู้กล้าที่ไล่ตามหาความฝันไงล่ะ 2 ปีที่แล้วฉันได้ไปเป็นเด็กฝึกงานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง งานของฉันคือคอยดูแลแขกที่จะขึ้นบอลลูนในทุกๆ เช้า จนวันนึงมีที่ว่างบนกระเช้า ฉันเลยได้ขึ้นไปแบบฟรีๆ โอ้โห โชคดีมากเลย บรรยากาศบนนั้นมันดีมากเลยนะ ทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่าง การตามฝันก็เหมือนกับการมาขึ้นบอลลูนเนี่ยแหละ การจะให้บอลลูนลอยขึ้นได้ต้องมีการจุดก๊าซ มีทั้งไฟ น้ำมัน เป่าลม สารพัด ฉันว่าส่วนนี้มันก็เหมือนตัวเราเองนะ ที่บางทีในจุดเริ่มต้น เราก็ต้องมีการจุดประกายให้ตัวเอง หาอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจ ให้เราได้ก้าวเดินต่อ ทุกครั้งเวลาบอลลูนจะลอย ทุกคนจะเอาใจช่วยกันมาก และสุดท้ายบอลลูนก็จะลอยไปลอยมาอย่างงงๆ แล้วก็พัดไปตามลม หน้าที่ของกัปตันคือพยายามบังคับทิศทางบอลลูนให้ไปตามลม พอจะหมดเวลาบินก็ค่อยๆ ลดระดับลงมา บอลลูนก็เหมือนตัวเราเหมือนกันนะ ณ จุดหนึ่งที่เราไขว่คว้าตามล่าหาฝัน บางทีเราก็เจออะไรที่ทำให้เราท้อบ้าง เหนื่อยบ้าง จนหลายครั้งก็ลอยเคว้งคว้างเหมือนบอลลูนอยู่นั่นแหละ แต่สุดท้ายเมื่อเราตัดสินใจสู้ต่อก็เหมือนบอลลูนที่ลอยสูงขึ้น สูงขึ้น พอถึงจุดที่สูงที่สุด ฉันรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก นี่สินะคือความรู้สึกของความสุข ได้เห็นทุกอย่างในมุมที่กว้างขึ้น มองดูบ้าน ต้นไม้ ก็เหมือนเล็กนิดเดียว ก็คงเหมือนปัญหาล่ะมั้ง ที่พอเราผ่านมันมาได้ มองกลับไปอีกที มันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนี่นา ในทุกครั้งที่ฉันท้อ ฉันก็จะนึกถึงวันนั้นที่ขึ้นบอลลูนเสมอ เพราะมันทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจอย่างมาก มันคงจะจริงที่เขาพูดกันว่า Everything [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-21/">THE INSPIRE BALLOON</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราทุกคนมีความฝันจริงไหม</p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าทุกคนต่างอยากให้ฝันของตัวเองสำเร็จกันทั้งนั้นแหละ</p>
<p>ฉันก็คือหนึ่งในเหล่าผู้กล้าที่ไล่ตามหาความฝันไงล่ะ</p>
<p>2 ปีที่แล้วฉันได้ไปเป็นเด็กฝึกงานที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง<br />
งานของฉันคือคอยดูแลแขกที่จะขึ้นบอลลูนในทุกๆ เช้า </p>
<p>จนวันนึงมีที่ว่างบนกระเช้า<br />
ฉันเลยได้ขึ้นไปแบบฟรีๆ โอ้โห โชคดีมากเลย</p>
<p>บรรยากาศบนนั้นมันดีมากเลยนะ<br />
ทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่าง การตามฝันก็เหมือนกับการมาขึ้นบอลลูนเนี่ยแหละ  </p>
<p>การจะให้บอลลูนลอยขึ้นได้ต้องมีการจุดก๊าซ<br />
มีทั้งไฟ น้ำมัน เป่าลม สารพัด ฉันว่าส่วนนี้มันก็เหมือนตัวเราเองนะ<br />
ที่บางทีในจุดเริ่มต้น เราก็ต้องมีการจุดประกายให้ตัวเอง หาอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจ<br />
ให้เราได้ก้าวเดินต่อ ทุกครั้งเวลาบอลลูนจะลอย ทุกคนจะเอาใจช่วยกันมาก<br />
และสุดท้ายบอลลูนก็จะลอยไปลอยมาอย่างงงๆ แล้วก็พัดไปตามลม หน้าที่ของกัปตันคือพยายามบังคับทิศทางบอลลูนให้ไปตามลม<br />
พอจะหมดเวลาบินก็ค่อยๆ ลดระดับลงมา</p>
<p>บอลลูนก็เหมือนตัวเราเหมือนกันนะ ณ<br />
จุดหนึ่งที่เราไขว่คว้าตามล่าหาฝัน บางทีเราก็เจออะไรที่ทำให้เราท้อบ้าง<br />
เหนื่อยบ้าง จนหลายครั้งก็ลอยเคว้งคว้างเหมือนบอลลูนอยู่นั่นแหละ<br />
แต่สุดท้ายเมื่อเราตัดสินใจสู้ต่อก็เหมือนบอลลูนที่ลอยสูงขึ้น สูงขึ้น พอถึงจุดที่สูงที่สุด<br />
ฉันรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก นี่สินะคือความรู้สึกของความสุข ได้เห็นทุกอย่างในมุมที่กว้างขึ้น<br />
มองดูบ้าน ต้นไม้ ก็เหมือนเล็กนิดเดียว ก็คงเหมือนปัญหาล่ะมั้ง<br />
ที่พอเราผ่านมันมาได้ มองกลับไปอีกที มันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนี่นา</p>
<p>ในทุกครั้งที่ฉันท้อ ฉันก็จะนึกถึงวันนั้นที่ขึ้นบอลลูนเสมอ<br />
เพราะมันทำให้ฉันมีแรงบันดาลใจอย่างมาก มันคงจะจริงที่เขาพูดกันว่า Everything is<br />
POSSIBLE</p>
<p>เชื่อฉันสิ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้<br />
ถ้าใจเราเข้มแข็งพอ สู้ไปด้วยกันนะ!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-13.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/gallery-view-21-14.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-21/">THE INSPIRE BALLOON</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-21/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิ่งในป่าบูเลอแยร์ที่สวิตเซอร์แลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/run-16/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/run-16/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 May 2016 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[million ways to run]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางวิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Human Run]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าบูเลอแยร์]]></category>
		<category><![CDATA[la forêt de Bouleyres]]></category>
		<category><![CDATA[Bulle]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/run-16/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทาง: ป่าบูเลอแยร์ (la forêt de Bouleyres)เมือง: บูลล์ (Bulle)ประเทศ: สวิตเซอร์แลนด์ระยะทาง: 5 กิโลเมตรขึ้นไป ถ้าพลิกหน้าหนังสือนำเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เท่าไหร่ก็คงไม่เจอว่าเมืองบูลล์ (Bulle) อยู่ที่ไหน เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองกรุยแยร์ (Gruyère) หรือเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องชีสของสวิตเซอร์แลนด์เพียง 5 นาทีเท่านั้น ฉันค้นพบเมืองนี้เพราะแคมปัสของโรงเรียนที่ฉันอยู่ย้ายมาที่บูลล์นั่นเอง บูลล์เป็นเมืองเล็กๆ ที่เห็นแล้วก็ต้องร้องกรี๊ดว่านี่เมืองจริงๆ เหรอ ทำไมมันเล็กขนาดนี้ ขนาดรถไฟยังเป็น Regional train ซึ่งเป็นสายเล็กน่ารักไม่ใช่สายใหญ่เมื่อเทียบกับ Intercity ที่ใช้วิ่งข้ามเมืองใหญ่ๆ เช่น Zurich หรือ Bern แถมเมืองนี้ยังมีกลิ่นขี้วัวตลอดเวลา แหงล่ะ ก็ขนาดสัญลักษณ์เมืองยังเป็นรูปวัวเลย แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เมื่อวันเวลาผ่านไป ฉันได้พบว่า ฉันมีความสุขมากกับการที่ได้อยู่บูลล์ ที่นี่เหมือนขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่ทำให้เราประหยัดเงิน ไม่ต้องเสียค่าตั๋วเพื่อนั่งกระเช้าไปดูภูเขาสวยๆ หรือนั่งรถไฟไกลๆ เพื่อไปดูแค่ทะเลสาบ เพียงแค่เดินไปสิบนาทียี่สิบนาทีก็ได้เจอสิ่งเหล่านี้แล้ว ฉันได้ค้นพบสิ่งเหล่านี้จากการแนะนำจากรุ่นพี่คนหนึ่ง “เฮ้ย เคยเดินไปดูป่าหลังโรงเรียนยังสวยมากเลยนะ ถ้าเราชอบวิ่ง ลองไปวิ่งเลย” ไม่รู้ก็ต้องลอง หลังจากวันแรกจนถึงวันนี้ ป่าหลังโรงเรียนเหมือนเพื่อนที่สนิทที่สุดของฉัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-16/">วิ่งในป่าบูเลอแยร์ที่สวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เส้นทาง:</strong> ป่าบูเลอแยร์ (la<br />
forêt de Bouleyres)<br /><strong>เมือง: </strong>บูลล์ (Bulle)<br /><strong>ประเทศ: </strong>สวิตเซอร์แลนด์<br /><strong>ระยะทาง: </strong>5 กิโลเมตรขึ้นไป</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	ถ้าพลิกหน้าหนังสือนำเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เท่าไหร่ก็คงไม่เจอว่าเมืองบูลล์ (Bulle) อยู่ที่ไหน<br />
เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองกรุยแยร์ (Gruyère) หรือเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องชีสของสวิตเซอร์แลนด์เพียง<br />
5 นาทีเท่านั้น ฉันค้นพบเมืองนี้เพราะแคมปัสของโรงเรียนที่ฉันอยู่ย้ายมาที่บูลล์นั่นเอง</p>
<p>
	บูลล์เป็นเมืองเล็กๆ ที่เห็นแล้วก็ต้องร้องกรี๊ดว่านี่เมืองจริงๆ เหรอ ทำไมมันเล็กขนาดนี้ ขนาดรถไฟยังเป็น<br />
	Regional train ซึ่งเป็นสายเล็กน่ารักไม่ใช่สายใหญ่เมื่อเทียบกับ Intercity<br />
	ที่ใช้วิ่งข้ามเมืองใหญ่ๆ เช่น Zurich<br />
	หรือ Bern<br />
	 แถมเมืองนี้ยังมีกลิ่นขี้วัวตลอดเวลา แหงล่ะ<br />
ก็ขนาดสัญลักษณ์เมืองยังเป็นรูปวัวเลย
	</p>
<p>
	แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ<br />
เมื่อวันเวลาผ่านไป ฉันได้พบว่า<br />
ฉันมีความสุขมากกับการที่ได้อยู่บูลล์ ที่นี่เหมือนขุมทรัพย์ทางธรรมชาติ ที่ทำให้เราประหยัดเงิน ไม่ต้องเสียค่าตั๋วเพื่อนั่งกระเช้าไปดูภูเขาสวยๆ<br />
หรือนั่งรถไฟไกลๆ เพื่อไปดูแค่ทะเลสาบ เพียงแค่เดินไปสิบนาทียี่สิบนาทีก็ได้เจอสิ่งเหล่านี้แล้ว<br />
ฉันได้ค้นพบสิ่งเหล่านี้จากการแนะนำจากรุ่นพี่คนหนึ่ง</p>
<p>
	“เฮ้ย<br />
เคยเดินไปดูป่าหลังโรงเรียนยังสวยมากเลยนะ ถ้าเราชอบวิ่ง ลองไปวิ่งเลย”</p>
<p>
	ไม่รู้ก็ต้องลอง<br />
หลังจากวันแรกจนถึงวันนี้ ป่าหลังโรงเรียนเหมือนเพื่อนที่สนิทที่สุดของฉัน<br />
หลายครั้งที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะไปทางไหน หรือหาอะไรแก้เครียด<br />
ก็มีป่าเนี่ยแหละที่เป็นเพื่อนที่แสนอดทนที่เงียบและรับฟังฉันอยู่เสมอ<br />
การวิ่งทะลุป่าที่บูลล์มันมีความสนุกอย่างหนึ่งคือ เราได้เห็นความน่ารักของคนสวิตเซอร์แลนด์ที่เป็นคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง<br />
เนื่องจากป่าไม่ได้ใหญ่มาก ดังนั้นตัวป่าก็เหมือนเชื่อมบูลล์กับเมืองเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ<br />
หลายครั้งที่ฉันเจอคุณป้าถือตะกร้ามาเก็บเห็ดในป่า<br />
พ่อแม่ที่เข็นรถเข็นพาลูกมาเดินเล่น หนุ่มสาวหลายคนที่มาวิ่งเพื่อสุขภาพ<br />
ทุกคนดูมีความสุขเมื่อได้มาวิ่งที่ป่าแห่งนี้ ป่าบูเลอแยร์อาจจะไม่ใช่แค่ป่าที่เรามาแค่เพื่อวิ่งผ่านเท่านั้น เพราะสำหรับคนที่นี่ ป่าบูเลอแยร์แห่งนี้อาจจะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขาก็เป็นได้</p>
<p>
	<strong>note:</strong> เส้นทางนี้วิ่งได้สะดวกมากเพราะทางเข้าป่าจะมีแผนที่ป่าให้วิ่งตามว่าควรวิ่งไปทางไหนบ้าง<br />
ทางวิ่งก็ไม่ลื่น วิ่งแล้วอุ่นกายสบายใจ แนะนำว่าถ้าอยากมานอนที่นี่ก็ให้มานอนที่เมืองกรุยแยร์สักคืนนึงจะได้มาลองทานชีสซึ่งเป็นของดีของสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงมาสัมผัสบรรยากาศแบบคนท้องถิ่นของสวิสว่าเขาใช้เวลาในป่าแห่งนี้กันอย่างไร<br />
การเดินทางจากกรุยแยร์มาบูลล์นั้นง่ายมาก เพียงใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ 5 นาทีก็ถึงบูลล์แล้ว รวมถึงรถไฟมีบริการทุกชั่วโมง ถ้าหิวก็มีร้านสะดวกซื้อและร้านอาหารน่ารักๆ ของคนท้องถิ่นในเมืองขายอยู่เต็มไปหมด<br />
ลองดูนะ อร่อยมาก!</p>
<p><strong>best time to run: </strong>15. 00 &#8211; 21.00 น. (ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) เพราะเป็นเวลาที่แดดกำลังดี<br />
สะท้อนกับใบไม้สีเขียวแล้วจะดูสวยมาก ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเวลาแห่งความประทับใจมากที่สุด<br />
เพราะมันคือเวลาที่ดอกไม้หลายดอกแข่งกันบาน รวมถึงความเขียวของต้นไม้ที่แข่งกันเขียว<br />
พอเห็นก็ได้แต่อึ้งและมีความสุขกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าเพราะสวยจนแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือของจริง</p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong></strong></p>
<p>
	<strong>map</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/map11.jpg"></p>
<p><strong>gallery</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-3.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-6.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/article-run-16-7.jpg"></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องเส้นทางน่าวิ่งบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-16/">วิ่งในป่าบูเลอแยร์ที่สวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/run-16/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>THE QUALITY TIME</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-17/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-17/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 May 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[เนเธอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[อัมสเตอร์ดัม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-17/</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งที่สี่ที่ฉันมาอัมสเตอร์ดัม และฉันก็คิดว่ามันคงมีครั้งที่ห้าและครั้งที่หก หลายคนถามฉันว่า เธอไม่เบื่อหรอกหรือกับการเที่ยวในที่เดิมซ้ำๆ ตั้งสี่ห้ารอบ ฉันตอบไปอย่างใจเย็นว่า เราแค่อยากไปในที่ที่เราสบายใจก็เท่านั้นน่ะ เชื่อฉันสิ เวลาเราได้ทำอะไรที่มันน่าสบายใจมันไม่มีอะไรที่น่าเบื่อหรอก ฉันชอบมาอัมสเตอร์ดัมเพราะฉันรู้สึกว่าที่นี่เหมือนบ้าน คนอัธยาศัยดี บ้านเมืองสวย อาหารอร่อย โฮสเทลก็น่ารักและมีเสน่ห์มาก ทุกอย่างมันดูเป็นมิตรกับสภาพจิตใจฉันไปหมด สำหรับฉันแล้วนั้น ฉันเชื่อว่าชีวิตเราทุกคนก็เหมือนเครื่องจักร ที่สุดท้ายก็ต้องเติมน้ำมันหรือหยุดซ่อมแซมเป็นครั้งคราว หลายครั้งที่ชีวิตเราต้องเดินไปอย่างเร่งรีบ อยู่ในกรอบ หรือเผชิญกับความเครียดอย่างหลากหลาย เราควรเติมไฟให้ชีวิตเราสักครั้ง โดยการให้รางวัลตัวเอง ได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบ อาจจะเป็นอะไรง่ายๆ ที่เราทำได้เอง หรืออะไรที่ยากๆ ซึ่งใช้เป็นเป้าหมายให้กับชีวิตเราได้ สิ่งหนึ่งที่ผู้คนในอัมสเตอร์ดัมสอนให้ฉันเข้าใจคือ ช่วงที่ได้ทำสิ่งที่สบายใจคือเวลาอันแสนมีค่า มันอาจจะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ใช้เวลากับคนที่เรารัก ใช้เวลาเล่นวิ่งไล่จับกับลูกที่บ้าน เดินดูหนังสือที่ตลาดมือสอง ใช้เวลากับครอบครัวด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ ในวันที่อากาศสดใส หรือเดินใช้ความคิดคนเดียวท่ามกลางฝนพรำ เชื่อฉันเถอะ บางทีชีวิตที่เหนื่อยล้าของเธอก็คงต้องการวันหยุดเหมือนกันนะ ลองให้รางวัลตัวเองดูสักครั้ง ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ถ้าคิดไม่ออกก็ลองดูภาพนะว่าคนอัมสเตอร์ดัมเขาทำอะไรกันบ้าง เผื่อเธอจะได้มีไอเดียอะไรดีๆ ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-17/">THE QUALITY TIME</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นี่เป็นครั้งที่สี่ที่ฉันมาอัมสเตอร์ดัม และฉันก็คิดว่ามันคงมีครั้งที่ห้าและครั้งที่หก</p>
<p>หลายคนถามฉันว่า<br />
เธอไม่เบื่อหรอกหรือกับการเที่ยวในที่เดิมซ้ำๆ ตั้งสี่ห้ารอบ</p>
<p>ฉันตอบไปอย่างใจเย็นว่า<br />
เราแค่อยากไปในที่ที่เราสบายใจก็เท่านั้นน่ะ </p>
<p>เชื่อฉันสิ<br />
เวลาเราได้ทำอะไรที่มันน่าสบายใจมันไม่มีอะไรที่น่าเบื่อหรอก</p>
<p>ฉันชอบมาอัมสเตอร์ดัมเพราะฉันรู้สึกว่าที่นี่เหมือนบ้าน<br />
คนอัธยาศัยดี บ้านเมืองสวย อาหารอร่อย โฮสเทลก็น่ารักและมีเสน่ห์มาก ทุกอย่างมันดูเป็นมิตรกับสภาพจิตใจฉันไปหมด</p>
<p>สำหรับฉันแล้วนั้น<br />
ฉันเชื่อว่าชีวิตเราทุกคนก็เหมือนเครื่องจักร<br />
ที่สุดท้ายก็ต้องเติมน้ำมันหรือหยุดซ่อมแซมเป็นครั้งคราว</p>
<p>หลายครั้งที่ชีวิตเราต้องเดินไปอย่างเร่งรีบ<br />
อยู่ในกรอบ หรือเผชิญกับความเครียดอย่างหลากหลาย</p>
<p>เราควรเติมไฟให้ชีวิตเราสักครั้ง โดยการให้รางวัลตัวเอง<br />
ได้ทำอะไรที่ตัวเองชอบ อาจจะเป็นอะไรง่ายๆ ที่เราทำได้เอง หรืออะไรที่ยากๆ ซึ่งใช้เป็นเป้าหมายให้กับชีวิตเราได้</p>
<p>สิ่งหนึ่งที่ผู้คนในอัมสเตอร์ดัมสอนให้ฉันเข้าใจคือ ช่วงที่ได้ทำสิ่งที่สบายใจคือเวลาอันแสนมีค่า</p>
<p>มันอาจจะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ใช้เวลากับคนที่เรารัก ใช้เวลาเล่นวิ่งไล่จับกับลูกที่บ้าน<br />
เดินดูหนังสือที่ตลาดมือสอง ใช้เวลากับครอบครัวด้วยการทำกิจกรรมง่ายๆ<br />
ในวันที่อากาศสดใส หรือเดินใช้ความคิดคนเดียวท่ามกลางฝนพรำ</p>
<p>เชื่อฉันเถอะ บางทีชีวิตที่เหนื่อยล้าของเธอก็คงต้องการวันหยุดเหมือนกันนะ</p>
<p>ลองให้รางวัลตัวเองดูสักครั้ง ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย  ถ้าคิดไม่ออกก็ลองดูภาพนะว่าคนอัมสเตอร์ดัมเขาทำอะไรกันบ้าง<br />
เผื่อเธอจะได้มีไอเดียอะไรดีๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0112.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/036.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/049.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/057.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/067.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/076.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/085.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/092.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/105.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/116.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/124.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/132.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-17/">THE QUALITY TIME</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-17/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิ่งเลียบทะเลสาบเจนีวาที่สวิตเซอร์แลนด์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/run-13/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/run-13/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[author72]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 May 2016 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[million ways to run]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางวิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[Human Run]]></category>
		<category><![CDATA[สวิตเซอร์แลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ทะเลสาบเจนีวา]]></category>
		<category><![CDATA[Montreux]]></category>
		<category><![CDATA[Montreux Jazz Festival]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/run-13/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทาง: ริมทะเลสาบเจนีวาเมือง: Montreuxประเทศ: Switzerlandระยะทาง: 5 กิโลเมตร Montreux คือเมืองที่ต้อนรับและโอบกอดฉันด้วยความอบอุ่น พร้อมกับพิสูจน์ให้ฉันรู้ว่าอะไรคือเมืองที่สวยราวกับภาพในโปสการ์ด มองเทรอซ์เป็นเมืองเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ จุดเด่นของเมืองนี้คือเป็นเมืองทะเลสาบ ความโชคดีของมองเทรอซ์คือเป็นเมืองที่คนเดินชมวิวภูเขาได้ในระยะใกล้ชิดและเดินดูได้ยาวๆ หลายกิโลเมตร นอกจากเดินดูวิวภูเขา ดูหงส์และเป็ดน้อยที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ปราสาทชิลยง (Chillion) คือจุดสิ้นสุดของทางเดินทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งก็เป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องมามองเทรอซ์เหมือนกัน Montreux Jazz Festival คือเทศกาลแจ๊ซที่จัดขึ้นข้างทะเลสาบมองเทรอซ์กว่าสองสัปดาห์ มีคนมาดูอย่างล้นหลาม แค่ศิลปินที่ตบเท้าเข้างานก็ปาไปเกือบร้อยชีวิตแล้ว แล้วก็ยังมีอาหารอร่อยๆ หลายอย่างที่เรียงรายขายกันตั้งแต่ฟากหนึ่งของทะเลสาบจนไปจบอีกฟากหนึ่ง มองเทรอซ์เป็นเมืองที่สบายๆ วันไหนไม่มีงานไม่มีเทศกาลก็ดูเงียบๆ น่ารักไปอีกแบบ ทางเดินริมทะเลสาบนอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแล้วยังเป็นที่ออกกำลังกายของคนในเมือง หรือแม้แต่นักท่องเที่ยว คนในมองเทรอซ์นอกจากคนพื้นที่แล้วก็ประกอบไปด้วยเด็กนักเรียนจากโรงเรียนการโรงแรม 3 แห่ง ได้แก่ Glion Institute of Higher Education, Hotel Institute Montreux และ Swiss Hotel Management School ในเวลาบ่ายแก่ๆ จนถึงเย็นจะเห็นนักท่องเที่ยวและเด็กๆ ที่มาออกกำลังกาย วิ่งจากปราสาทชิลยงไปบรรจบกับอีกฟากหนึ่งของเมืองซึ่งก็คือ Statue [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-13/">วิ่งเลียบทะเลสาบเจนีวาที่สวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong></strong><strong>เส้นทาง:</strong> ริมทะเลสาบเจนีวา<br /><strong style="background-color: initial">เมือง:</strong> Montreux<br /><strong style="background-color: initial">ประเทศ:</strong> Switzerland<br /><strong style="background-color: initial">ระยะทาง:</strong> 5 กิโลเมตร</p>
<p><strong></strong></p>
<p>Montreux คือเมืองที่ต้อนรับและโอบกอดฉันด้วยความอบอุ่น<br />
พร้อมกับพิสูจน์ให้ฉันรู้ว่าอะไรคือเมืองที่สวยราวกับภาพในโปสการ์ด</p>
<p>มองเทรอซ์เป็นเมืองเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ จุดเด่นของเมืองนี้คือเป็นเมืองทะเลสาบ<br />
ความโชคดีของมองเทรอซ์คือเป็นเมืองที่คนเดินชมวิวภูเขาได้ในระยะใกล้ชิดและเดินดูได้ยาวๆ<br />
หลายกิโลเมตร นอกจากเดินดูวิวภูเขา ดูหงส์และเป็ดน้อยที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน<br />
ปราสาทชิลยง (Chillion) คือจุดสิ้นสุดของทางเดินทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งก็เป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องมามองเทรอซ์เหมือนกัน</p>
<p>Montreux Jazz Festival คือเทศกาลแจ๊ซที่จัดขึ้นข้างทะเลสาบมองเทรอซ์กว่าสองสัปดาห์ มีคนมาดูอย่างล้นหลาม แค่ศิลปินที่ตบเท้าเข้างานก็ปาไปเกือบร้อยชีวิตแล้ว แล้วก็ยังมีอาหารอร่อยๆ<br />
หลายอย่างที่เรียงรายขายกันตั้งแต่ฟากหนึ่งของทะเลสาบจนไปจบอีกฟากหนึ่ง </p>
<p>มองเทรอซ์เป็นเมืองที่สบายๆ<br />
วันไหนไม่มีงานไม่มีเทศกาลก็ดูเงียบๆ น่ารักไปอีกแบบ ทางเดินริมทะเลสาบนอกจากเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแล้วยังเป็นที่ออกกำลังกายของคนในเมือง<br />
หรือแม้แต่นักท่องเที่ยว คนในมองเทรอซ์นอกจากคนพื้นที่แล้วก็ประกอบไปด้วยเด็กนักเรียนจากโรงเรียนการโรงแรม 3 แห่ง ได้แก่ Glion Institute of Higher Education, Hotel Institute<br />
Montreux และ Swiss Hotel Management School ในเวลาบ่ายแก่ๆ จนถึงเย็นจะเห็นนักท่องเที่ยวและเด็กๆ ที่มาออกกำลังกาย<br />
วิ่งจากปราสาทชิลยงไปบรรจบกับอีกฟากหนึ่งของเมืองซึ่งก็คือ Statue<br />
Montreux Volley Masters 2004 </p>
<p>ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับนักวิ่งหลายคนที่นี่<br />
เพราะระหว่างทางสวยงามมาก ทั้งวิวภูเขา ภาพคนเล่นกิจกรรมต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา แล้วพื้นที่รอบทะเลสาบก็ยังเป็นที่สำหรับเล่นวอลเลย์บอล<br />
พายเรือ อาบแดด รวมถึงเป็นที่เดทและที่ให้คนอกหักมานั่งน้ำตาตกด้วย ชีวิตเด็กนักเรียนการโรงแรมไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด<br />
ทุกครั้งที่ฉันท้อทะเลสาบแห่งนี้ก็โอบกอดฉันไว้ด้วยความรักเหมือนกับบอกฉันว่าไม่เป็นไรนะ<br />
เธอต้องสู้ต่อไป</p>
<p>ฤดูใบไม้ผลิรอบนี้คือการพิสูจน์ว่าสวิตเซอร์แลนด์คือดินแดนที่สวยงามประหนึ่งภาพที่อยู่ในโปสการ์ดอย่างแท้จริง วันนี้ฉันเดินริมทะเลสาบพร้อมกับคิดว่า<br />
เดือนหน้าหลังจากที่ฉันเรียนจบแล้ว ฉันคงคิดถึงสถานที่แห่งนี้มากเลยทีเดียว เพราะมันไม่ใช่ทะเลสาบหรือเมืองที่เรียกว่ามองเทรอซ์<br />
แต่สำหรับฉัน มองเทรอซ์คือบ้านหลังหนึ่งที่อบอุ่นเสมอ <strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>note: </strong>เส้นทางนี้คือง่ายมากๆ<br />
วิ่งตรงอย่างเดียวเลียบทะเลสาบเลย ไม่มีเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้าย<br />
ถ้าอยากเข้าห้องน้ำก็มีระหว่างทาง ถ้ารู้สึกร้อนและอยากกินไอศครีม<br />
หลังจากการวิ่งเป็นการให้รางวัลตัวเองก็สามารถหาร้านไอติม Mövenpick<br />
ได้ตลอดทาง ในส่วนของการเดินทางมามองเทรอซ์ก็สบายมาก สามารถนั่งรถไฟมาลงได้ ทะเลสาบใกล้สถานีมาก<br />
ขนาดมองจากสถานีก็ยังเห็น สำหรับนักท่องเที่ยวนั้นมักจะเลือกนอนมองเทรอซ์สักหนึ่งคืน<br />
และใช้เวลากับการเดินดูธรรมชาติ ซึ่งที่พักก็มีตั้งแต่ราคาระดับโฮสเทลจนถึงห้าดาวเลยทีเดียว<strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>best time to run: </strong>15.00 &#8211; 21.00 น. เพราะแดดไม่ร้อนมากและก็ไม่หนาวเกินไปด้วย<br />
บางทีลมก็แรงในตอนเช้า<br />
รวมถึงถ้าวิ่งเวลานี้จะมีเพื่อนวิ่งเยอะ หรือว่าอยากจะซื้ออะไรทานเป็นรางวัลให้ตัวเองก็สบายมากเพราะเวลานั้นร้านรวงข้างทางเปิดพอดี<strong></strong></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>map</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/cccccmap2.png"></p>
<p><strong></strong></p>
<p><strong>gallery</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/065.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/056.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/019.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0210.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/074.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/047.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/122.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องเส้นทางน่าวิ่งบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p><strong></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-13/">วิ่งเลียบทะเลสาบเจนีวาที่สวิตเซอร์แลนด์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/run-13/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
