<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>a happy birthday &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/sustainability-2/living/a-happy-birthday/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/sustainability-2/living/a-happy-birthday/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Jan 2022 08:45:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>&#8220;เราโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่เด็กหญิงอิ้งค์ฝัน&#8221; อิ้งค์ วรันธร ในวันแรกที่อายุ 27 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hbd-ink-waruntorn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2021 08:06:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a happy birthday]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[อิ้งค์ วรันธร เปานิล]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[อิ้งค์ วรันธร]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสันต์วันเกิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=123886</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์–วรันธร เปานิล ฝันอยากเป็นนักร้องตั้งแต่อายุ 7 ขวบ 15 ปีต่อมา ความฝันของเธอเริ่มผลิบาน เมื่อได้ปล่อยซิงเกิลแรกในชีวิตอย่างเพลง เหงา เหงา (INSOMNIA) จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 5 ปีที่เธอยังคงทำสิ่งที่ตัวเองรัก และต่อยอดไปไกลกว่านั้นมากจนเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จ 23 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 27 ปีของอิ้งค์ วรันธร เป็นเวลาครบ 20 ปีพอดีที่ชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งประกอบไปด้วยความฝันเดียว 20 ปี–ฟังดูนาน แต่สำหรับการใช้ชีวิต บางทีก็รู้สึกเหมือนสั้น 20 ปี–เหมือนจะสั้น แต่เมื่อคิดถึงระหว่างทาง ไม่แปลกที่บางครั้งจะรู้สึกเหมือนนาน การสัมภาษณ์ครั้งนี้จึงเริ่มต้นโดยเอาวันเวลาเหล่านั้นเป็นที่ตั้ง เราย้อนไป 1 ปีถึงขวบปีที่เธอทำงานในฐานะคนในวงการเพลง กราฟชีวิตของอิ้งค์ขึ้นสูงจากผลตอบรับของผลงาน และลงต่ำจากวิกฤตโควิด-19 ที่ศิลปินทั้งวงการได้รับผลกระทบเต็มๆ เราย้อนไป 5 ปีถึงช่วงที่เธอเริ่มต้นอาชีพในฐานะศิลปินเดี่ยวเต็มตัว ถ้าเทียบกับปัจจุบันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เราย้อนไป 20 ปีถึงวันเวลาที่เด็กหญิงวรันธรขึ้นไปประกวดร้องเพลงบนเวทีที่มีแฟนเพลงขาประจำอยู่ 2 คนถ้วน–พ่อและแม่ของเธอเอง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ให้คำบอกเล่าของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-ink-waruntorn/">&#8220;เราโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่เด็กหญิงอิ้งค์ฝัน&#8221; อิ้งค์ วรันธร ในวันแรกที่อายุ 27 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="display: none;">อิ้งค์ วรันธร</span><p><strong style="font-size: inherit;">อิ้งค์–วรันธร เปานิล</strong><span style="font-size: inherit;"> ฝันอยากเป็นนักร้องตั้งแต่อายุ 7 ขวบ</span></p></p>



<p>15 ปีต่อมา ความฝันของเธอเริ่มผลิบาน เมื่อได้ปล่อยซิงเกิลแรกในชีวิตอย่างเพลง <em>เหงา เหงา (INSOMNIA)</em></p>



<p>จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 5 ปีที่เธอยังคงทำสิ่งที่ตัวเองรัก</p>



<p>และต่อยอดไปไกลกว่านั้นมากจนเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1024x683.jpg" alt="อิ้งค์ วรันธร" class="wp-image-123933" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>23 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 27 ปีของอิ้งค์ วรันธร</p>



<p>เป็นเวลาครบ 20 ปีพอดีที่ชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งประกอบไปด้วยความฝันเดียว</p>



<p>20 ปี–ฟังดูนาน แต่สำหรับการใช้ชีวิต บางทีก็รู้สึกเหมือนสั้น</p>



<p>20 ปี–เหมือนจะสั้น แต่เมื่อคิดถึงระหว่างทาง ไม่แปลกที่บางครั้งจะรู้สึกเหมือนนาน</p>



<p>การสัมภาษณ์ครั้งนี้จึงเริ่มต้นโดยเอาวันเวลาเหล่านั้นเป็นที่ตั้ง</p>



<p>เราย้อนไป 1 ปีถึงขวบปีที่เธอทำงานในฐานะคนในวงการเพลง กราฟชีวิตของอิ้งค์ขึ้นสูงจากผลตอบรับของผลงาน และลงต่ำจากวิกฤตโควิด-19 ที่ศิลปินทั้งวงการได้รับผลกระทบเต็มๆ</p>



<p>เราย้อนไป 5 ปีถึงช่วงที่เธอเริ่มต้นอาชีพในฐานะศิลปินเดี่ยวเต็มตัว ถ้าเทียบกับปัจจุบันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง</p>



<p>เราย้อนไป 20 ปีถึงวันเวลาที่เด็กหญิงวรันธรขึ้นไปประกวดร้องเพลงบนเวทีที่มีแฟนเพลงขาประจำอยู่ 2 คนถ้วน–พ่อและแม่ของเธอเอง</p>



<p>เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ให้คำบอกเล่าของ อิ้งค์ วรันธร บอกกล่าวถึงเรื่องราววันวานที่เป็นดั่งทรัพย์สินมีค่าของเธอ</p>



<p>สิ่งมีค่าที่เรียกว่า ‘ความทรงจำ’</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1-683x1024.jpg" alt="อิ้งค์ วรันธร" class="wp-image-123934" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/16-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปีที่ผ่านมาดูเป็นปีที่หนักหนาสำหรับทุกคนในวงการดนตรี คุณล่ะ เป็นยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>เรามีช่วงซัฟเฟอร์เรื่อยๆ แทบทั้งปี แต่ถามว่าถึงขั้นเครียดไหมก็ไม่ได้ขนาดนั้น เพราะพอคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทุกคนเจอเหมือนกันหมด เราเลยคิดว่าไม่แปลกหรอกที่ต้องปรับตัว ค่อยๆ ทำใจและแก้สถานการณ์กันไป ซึ่งเราว่าตัวเองแก้ได้ค่อนข้างดีนะ</p>



<p>อย่างแพลนปีที่แล้วตอนแรกก็ไม่ใช่แบบที่ทุกคนเห็น เราไม่มีเพลง <em>ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม</em> ด้วยซ้ำ (ปล่อยออกมาเมื่อเดือนกรกฎาคม ปัจจุบันในยูทูบมียอดเข้าชมกว่า 26 ล้านครั้ง) แต่นี่คือการแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้ปีที่แล้วเราไม่หายไป เพลงนี้จึงถูกทำขึ้นมาช่วงล็อกดาวน์เพื่อให้เพลงทำงานแทน แต่ปรากฏว่าผลตอบรับของ <em>ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม </em>เกินคาดมาก ตอนที่กลับมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกคนร้องตามดังมาก เหมือนเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เราคิดและแก้ไขมันถูกต้อง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จำความรู้สึกตอนกลับมาแสดงสดหลังล็อกดาวน์รอบแรกได้ไหม</strong></h3>



<p>จำได้ เป็นร้านร้านหนึ่งที่คนดูเยอะมาก เหมือนทุกคนมาเพราะคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ เราและพี่ๆ แบ็กอัพมองหน้ากันก็รับรู้ได้ว่าแต่ละคนคิดถึงและมีความสุขกับการแสดงจริงๆ น้อง sound engineer ยังเดินมาบอกเลยว่า “วันนี้พี่อิ้งค์ร้องดังมาก” เป็นอีกวันที่เราทดไว้เลยว่าเล่นสนุกที่สุดในชีวิต</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-1024x683.jpg" alt="อิ้งค์ วรันธร" class="wp-image-123935" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/19-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ทำงานทุกวันนี้เพื่อใช้ชีวิต” เท่ากับปีที่ผ่านมาชีวิตคุณหายไปส่วนหนึ่งหรือเปล่า</strong></h3>



<p>หายไปแทบจะ 50 เปอร์เซ็นต์เลย พาร์ตที่ได้เจอคนและมีความสุขมันหายไป อย่างที่บอกว่าเราเข้าใจสถานการณ์นะ แต่โดยส่วนตัวเราว่าไม่มีอะไรมาแทนความรู้สึกตอนเล่นคอนเสิร์ตได้ การได้เห็นมวลผู้คนและสายตามันเติมพลังให้ศิลปินได้จริงๆ แต่ถามว่าเราแฮปปี้ที่ได้เล่นออนไลน์ไหมเราก็แฮปปี้ เพราะเรามองว่านั่นก็เป็นทางออกหนึ่งที่คลายความคิดถึงได้ เหมือนมาให้กำลังใจเพื่อรอวันที่จะได้กลับมาเจอกัน</p>



<p></p>



<h3 class="has-black-color has-text-color wp-block-heading"><strong>ที่ผ่านมาเคยต้องรับมือกับสิ่งเหล่านี้มาก่อนไหม</strong></h3>



<p>ถ้าเปรียบตัวเองกับปีที่แล้ว ปีก่อนหน้า หรือปีก่อนหน้านั้นอีก เราว่าตัวเองโชคดีมากเลยที่ชีวิตศิลปินของเราไม่ราบรื่นมาโดยตลอด</p>



<p>ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นศิลปิน&nbsp;เหมือนเราได้เจอความทุกข์และอุปสรรคอยู่เรื่อยๆ ช่วงแรกก็ซัฟเฟอร์ เก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาคิดจนเป็นแผลใหญ่ แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มเรียนรู้ ทำใจ และยอมรับว่ามันไม่มีอะไรยากที่สุด อีกไม่กี่วันหรือเดือนหรือปีเราจะเจอเรื่องที่ยากขึ้นกว่านี้แน่ๆ&nbsp;</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของเราเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่น่าจะเป็นช่วงที่เรามีความสุข แต่เราก็ตรวจพบว่าตัวเองมีเนื้องอกในมดลูกช่วงนั้นพอดี นั่นเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เคยเจอซึ่งเราต้องรักษาไปพร้อมๆ กับซ้อมคอนเสิร์ต มันเครียดและกดดันมาก แต่พอถึงวันจริงเหมือนเราทิ้งทุกอย่างไว้ข้างล่าง เราขึ้นไปบนเวทีโดยไม่มีความเครียดอะไร คนดูคอนเสิร์ตก็ไม่รับรู้ถึงความเครียดของเรา ซึ่งนึกย้อนกลับไปเราก็ชมตัวเองทุกครั้งที่ผ่านมาได้ มันกลายเป็นภูมิต้านทานให้เราเมื่อเจออุปสรรคที่เข้ามาหลังจากนั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-123937" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/18-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภูมิต้านทานที่ว่าคืออะไร</strong></h3>



<p><strong></strong>มันคือความรู้สึกที่ว่า ‘ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ไม่มีสิ่งไหนเลยที่อยู่กับเราตลอดไป’</p>



<p>อย่างทุกวันนี้เวลาทุกข์เราก็จะรู้สึกกับมัน แต่เราก็จะรับรู้ว่าเดี๋ยวพอผ่านไปหนึ่งปีทุกอย่างจะหายไป จิตใจเราจะฮีลตัวเองเป็นปกติได้เพื่อเจอเรื่องใหม่ที่ทุกข์กว่าเดิม และเราก็จะฮีลตัวเองขึ้นมาใหม่อีก เราจะดีใจใหม่ เศร้าใหม่ สลับกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ เราเลยพยายามไม่เก็บทุกเรื่องมาเป็นประเด็นใหญ่ในชีวิตอีกแล้ว&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปลง</strong>?</h3>



<p>ไม่เชิง ใช้คำว่า ‘เข้าใจมากขึ้น’ ดีกว่า ชีวิตมันไม่สามารถแฮปปี้ได้ตลอดเวลา เมื่อก่อนเราโลกสวยมากแบบนั้นเลยนะ เรายอมรับความผิดพลาดไม่ได้เลย รู้สึกว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องใหญ่ ทุกอย่างควรเป็นไปแบบที่เราคิดสิ ถ้าไม่ใช่เราจะเสียใจ รู้สึกผิด และโทษตัวเองเสมอว่าเราควรทำได้ดีกว่านี้ เหมือนเราคาดหวังกับความสุขมากไปทั้งๆ ที่ในการทำงานจริงมันไม่มีทางเป็นแบบนั้นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21-683x1024.jpg" alt="อิ้งค์ วรันธร" class="wp-image-123946" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/21.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าอย่างนั้นปัจจุบันโลกของคุณเป็นแบบไหน โลกไม่สวยแล้วเหรอ</strong></h3>



<p>เราว่าก็ยังสวยอยู่แต่เป็นแบบใหม่ (หัวเราะ) เป็นโลกสวยในแบบของคนที่โตขึ้น มองโลกตามความจริง คือดีลกับโลกแบบไม่เนกาทีฟและดีลกับตัวเองไปเรื่อยๆ ดังนั้นเรามองว่าปีที่ผ่านมาน่าจดจำนะ ถึงจะลำบากแต่โดยรวมก็เป็นปีที่ดี เราว่าตัวเองแข็งแรงขึ้นมากๆ อย่างที่เห็นตอนนี้คือเป็นอิ้งค์ที่เข้มแข็งมากที่สุดแล้ว&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณตอบเหมือนสเตตัสเมื่อวันเกิดปีที่แล้วเลย ว่าปีนี้เป็นปีที่น่าจดจำและแข็งแรง</strong></h3>



<p>(นิ่งคิดนาน) จริงด้วย ก็อาจเป็นวิธีการมองโลกของเราช่วงนี้แหละ ซึ่งปีหน้าก็อาจรู้สึกแบบนี้อีก เพราะในเมื่อเข้าใจว่าเรื่องดีและไม่ดีผ่านไปแล้ว ดังนั้นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันเลยกลายเป็นเรื่องน่าจดจำหมด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-123939" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/27.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ย้อนไปไกลกว่านั้นหน่อย ตอนเป็นเด็กคุณมองผู้ใหญ่ที่อายุ 27 ด้วยสายตาแบบไหน</strong></h3>



<p>จำได้ว่ามองว่าพวกเขาต้องโตและเก่งมากแน่ๆ เพราะอายุ 27 นี่คือแม่อิ้งค์มีอิ้งค์แล้วนะ แต่พอถึงตอนนี้ที่เราอายุ 27 บ้าง (เว้นช่วงและหัวเราะ) ทำไมไม่เห็นรู้สึกโตเลย! (เน้นเสียง) อาจรู้สึกบ้างในแง่การทำงาน การวางแผน และความรับผิดชอบที่ต้องมีมากขึ้น แต่ถ้าดูจากบริบทอื่นๆ หรือการใช้ชีวิต ทั้งๆ ที่เวลาผ่านไปไวมากแต่เรารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ เรายังมีความเป็นเด็กอยู่ ยังเป็นเด็กหญิงอิ้งค์คนเดิมที่ชอบร้องเพลงและรักครอบครัวเหมือนเดิม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ช่วงที่ปล่อยเพลงแรกในชีวิตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณเคยตั้งสเตตัสเป็นเนื้อเพลง <em>พื้นที่เล็กๆ</em> ของบอย–ตรัย ภูมิรัตน ว่า ‘<em>ขอพื้นที่เล็กๆ นี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้</em>’ ตอนนี้ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่ไหม</strong></h3>



<p>รู้สึก ทุกวันนี้เวลาฟังเพลงนี้เราก็ยังคิดถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก เพราะสำหรับเราทุกอย่างในเพลง <em>พื้นที่เล็กๆ</em> ของพี่บอยคือเรื่องจริงหมด โลกของผู้ใหญ่มันไม่ง่าย ยิ่งถ้าเราปล่อยให้ชีวิตเดินไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว แต่ความเป็นเด็กนั่นแหละที่ทำให้เราไม่หลงลืมว่าตัวเองเป็นใครและเราว่านั่นเป็นเรื่องสำคัญมาก</p>



<p>พอเดินมาไกลบางทีก็หลงลืมไปว่าอะไรผลักดันให้เรามาจนถึงจุดนี้ สำหรับเรามันคือตัวตนที่เคยมีและเคยเป็น ถ้าเด็กหญิงอิ้งค์คนนั้นไม่ชอบร้องเพลง ถ้าเด็กหญิงอิ้งค์คนนั้นไม่มีความฝัน เราว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะเดินมาได้ นั่นทำให้ทุกวันนี้เวลาเหนื่อยเราจะพยายามมองจุดเริ่มต้นเสมอว่าที่มีทุกวันนี้ได้เพราะเด็กคนนั้น เราโชคดีและคุ้มค่ามากที่ได้ทำสิ่งที่เด็กหญิงอิ้งค์ฝัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-123940" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/26.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เวลามองย้อนกลับไปตอนเด็กๆ คุณเห็นภาพอะไร</strong></h3>



<p>เราเห็นเป็นภาพความสุขของคนรอบตัวนะ เห็นภาพคุณพ่อคุณแม่ที่นั่งดูเราจากที่นั่งคนดู</p>



<p>เราจำสายตาที่เขามองเราได้ จำได้ว่าเขาถ่ายวิดีโอเก็บไว้และเอาไปอวดเพื่อน จำได้ว่าเขาและคนรอบข้างมีความสุขขนาดไหนจากเสียงร้องของเรา มันเป็นความทรงจำที่ดีที่ทำให้เรารักการร้องเพลงจนกลายเป็นความฝัน ทั้งหมดเริ่มต้นจากแฟนคลับ 2 คนแรกคือคุณพ่อกับคุณแม่ ก่อนที่จะขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่ยังไปดูคุณร้องเพลงอยู่ไหม</strong></h3>



<p>ไปอยู่บ้าง เขายังคงภูมิใจกับเรา เพียงแต่ส่วนใหญ่ก็จะติดตามผ่านยูทูบมากกว่า แต่อย่างเวลาปล่อยเพลงใหม่ วันนั้นเราก็จะได้ยินเสียงเพลงในบ้านวนไปเรื่อยๆ ทั้งวัน หรืออย่างช่วงไหนที่เราไม่มีเวลาคิดโชว์ใหม่ พ่อก็จะเดินมาบอกว่า “ทำไมไม่ทำโชว์ใหม่เลย แฟนคลับในยูทูบบ่นแล้ว” ซึ่งก็คือตัวเขานั่นแหละ&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-123941" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปกติแล้ววันเกิดคุณทำอะไรบ้าง</strong></h3>



<p>ทำบุญ ไม่ได้ทำอะไรหวือหวาเลย งานวันเกิดก็ไม่เคยจัด แค่ได้อยู่กับครอบครัวก็แฮปปี้แล้ว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าตัวเองเป็นคนคิดมาก แล้วอย่างในวันเกิดคุณคิดถึงอะไรบ้าง</strong></h3>



<p>ไม่คิดอะไรเลย (หัวเราะ) ปล่อย เพราะโดยส่วนตัวเรามองวันเกิดหรือแม้กระทั่งวันปีใหม่ว่าเป็นแค่วันหนึ่งในชีวิตที่เกิดขึ้น เราเลยไม่ได้มีช่วงเวลามาย้อนคิดว่าปีที่ผ่านมาทำอะไรพลาดไปบ้าง ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ได้เรียนรู้จากมันหมดแล้ว ทั้งหมดได้หล่อหลอมเราให้เติบโตขึ้นในทุกปี หรือแม้กระทั่งเรื่องของอนาคตเราก็ไม่ได้คิด เพราะในเมื่อเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราขอคิดตอนที่มันเกิดขึ้นเลยดีกว่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-123942" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/6-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สุดท้าย เนื่องในวันเกิด ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อคุณจะขออะไร</strong></h3>



<p>(นิ่งคิดนาน) จะว่าไปปีนี้แปลกกว่าทุกปี เราคิดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อ 2 วันที่แล้วที่ได้คุยกับคุณพ่อ เราไปปรึกษาเขาว่าช่วงนี้เราดวงตก แต่พอเราเล่าแบบนั้นคุณพ่อกลับตอบว่า “จะถึงวันเกิดแล้วใช่ไหม พ่อจะไม่อวยพรให้อิ้งค์มีความสุขหรอกนะ พ่ออยากอวยพรให้อิ้งค์เห็นความสุขมากกว่า”&nbsp;</p>



<p>ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราเริ่มคิดเล็กคิดน้อยอีก อะไรที่ควบคุมไม่ได้เราก็เก็บมาคิดหมด เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ พ่อเลยเตือนว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ดวงตกหรอก แต่เรากำลังพยายามมีความสุขแทนที่จะมองหามัน พ่อบอกว่าเราเหมือนปลาที่มองไม่เห็นน้ำ ทั้งๆ ที่สิ่งที่อยู่รอบตัวเรามันใสสะอาด บริบทรอบๆ เราดีมาก แต่เราไม่เห็นน้ำเลย เรากลับเห็นก้อนกรวดที่ตกลงมาแล้วพาลคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ พ่อเลยอวยพรเราแบบนั้น ดังนั้นกับวันเกิดปีนี้เราจึงอยากขอพรเรื่องนี้แหละ</p>



<p>ไม่ว่าจะทุกข์แค่ไหน โดนโลกโบยตียังไง&nbsp;เราอยากเห็นความสุขด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีคนมาบอก ถึงปีหน้าเราจะคิดว่าน่าจะเป็นปีที่ยากอีกปี แต่เราก็อยากรับมือมันให้ได้โดยเห็นความสุขในบริบทที่ตัวเองยืนอยู่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-123944" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/24-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-123945" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/02/5-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>befor.tart</strong><strong> </strong><strong>อิ้งค์–วรันธร เปานิล</strong></h4>



<p>ทาร์ตผสมช็อกโกแลตถึง 3 ชนิด ให้รสชาติและสีที่ค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้น แทนการเติบโตตามลำดับในช่วงเวลาที่ผ่านมาของเธอ เริ่มด้วยไวต์ช็อกโกแลตที่ให้รสชาติหวานหอม สีขาวที่ดูอ่อนโยนผสมด้วยพริก เพิ่มมิติของรสชาติให้ต่างออกไป รสเผ็ดเจือกับความหวานนี้ส่วนหนึ่งแทนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตในช่วงมัธยมปลายที่พลาดจากการสอบเข้าเอกภาษาอังกฤษอย่างที่หวังไว้ ความผิดหวังนั้นเป็นแรงกระตุ้นให้เธอมุ่งมั่นกับเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น </p>



<p>สำหรับรสที่เข้มขึ้นอีกนิดอย่างมิลค์ช็อกโกแลต ให้ความหวานปนกับความสดชื่นของเสาวรส สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในเส้นทางที่เธอรักและเลือกที่จะจริงจังกับมันอย่างการร้องเพลง และสุดท้าย รสขมและเข้มข้นของดาร์กช็อกโกแลตที่ผสมลงในมูสกาแฟรสขม ด้านหนึ่งแทนความเป็นผู้ใหญ่และความทุ่มเทให้กับการทำงาน แต่ภายใต้รสขมนั้นผสมว่านหางจระเข้ที่มีสัมผัสชุ่มชื้นและคุณสมบัติในการเยียวยาบาดแผล ทั้งหมดจึงสื่อสารถึงบทบาทของอิ้งค์ในฐานะการเป็นผู้เยียวยาแฟนคลับทุกคนผ่านบทเพลง</p>



<p><strong>ขอบคุณสถานที่ </strong><a href="https://www.facebook.com/dungdermhouse">บ้านดั้งเดิม ณ พัฒนาการ</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-ink-waruntorn/">&#8220;เราโชคดีที่ได้ทำสิ่งที่เด็กหญิงอิ้งค์ฝัน&#8221; อิ้งค์ วรันธร ในวันแรกที่อายุ 27 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ชีวิตที่ไม่เอาทุกอย่างมาใส่ใจมันเบาแบบนี้นี่เอง” เต้ย จรินทร์พร ในวันแรกที่อายุ 31 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hbd-toey-jarinporn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2021 08:31:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a happy birthday]]></category>
		<category><![CDATA[เต้ย จรินทร์พร]]></category>
		<category><![CDATA[นักแสดง]]></category>
		<category><![CDATA[ดารา]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสันต์วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[พรวันเกิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=120134</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต้ย จรินทร์พร ถ้ามองอย่างผิวเผิน ตั้งแต่วันแรกที่ผมรู้จัก เต้ย–จรินทร์พร จุนเกียรติ เธอแทบไม่เปลี่ยนไปเลย ไม่ว่าจะด้วยหน้าตา ความสดใส หรืออะไรก็ตามแต่ ในบางครั้งผมยังรู้สึกว่าเธอเป็นเต้ยคนเดิมที่ผมรู้จักครั้งแรกในฐานะนักแสดงวัยรุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่พูดก็พูดเถอะ ด้วยเวลาหลักสิบปี คงเป็นไปไม่ได้ที่คนคนหนึ่งจะเหมือนเดิมตลอดไป ยิ่งถ้าลงลึกดูชีวิตของเต้ยในปีที่ผ่านมา คำว่า ‘เหมือนเดิม’ ดูจะห่างไกลกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากเอาการ 29 มกราคม 2564 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 31 ปีของเต้ย ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แง่มุมต่างๆ ของชีวิตเต้ยล้วนมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ตั้งแต่เรื่องงานที่เธอมีผลงานละครออนแอร์สองเรื่องท่ามกลางวิกฤตไวรัสโควิด-19 เรื่องธุรกิจที่เธอเริ่มต้นในวันเวลาที่หลายคนต้องส่ายหัว หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักที่การเลิกราครั้งล่าสุดกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในหน้าสื่อทั่วประเทศ เพราะจังหวะชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ นี้เองที่ทำให้ผมติดต่อไปเพื่อสนทนากับเธอเนื่องในวันเกิด แต่ถึงกระนั้นหลังจากนัดหมายสัมภาษณ์ ผมก็ลงท้ายตามมารยาทว่าถ้าเรื่องไหนไม่สะดวกใจเธอไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะบางเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เต้ยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยให้ใครรู้ “ไม่เป็นไรค่ะ เราตอบได้ทุกเรื่องเลย” เต้ยย้ำกับผมพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย เป็นเหมือนคำอนุญาตให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้ย้อนเวลากลับไปถึงช่วงที่เธอรู้สึกแย่ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต ชีวิตในวัยขึ้นเลขสามปีแรกของเต้ยเป็นยังไง เธอเล่าให้ผมฟังด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่เป็นแค่ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าชีวิต วัยสามสิบของคุณที่วันเวลาส่วนใหญ่อยู่ในช่วงโควิด-19 เป็นยังไงบ้าง เราว่าปีที่แล้วเป็นปีที่แปลกใหม่มากสำหรับทุกคน หลายคนต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน อย่างเราเองปีที่แล้วมีละครออนแอร์ 2 เรื่อง และมีหนึ่งเรื่องที่ถ่ายทำในช่วงโควิดซึ่งต้องหยุดพัก แต่ทั้งหมดนั่นก็ส่งผลให้เรามีเวลาได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานานแล้วอย่างการทำธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-toey-jarinporn/">“ชีวิตที่ไม่เอาทุกอย่างมาใส่ใจมันเบาแบบนี้นี่เอง” เต้ย จรินทร์พร ในวันแรกที่อายุ 31 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="display: none;">เต้ย จรินทร์พร</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามองอย่างผิวเผิน ตั้งแต่วันแรกที่ผมรู้จัก </span><b>เต้ย–จรินทร์พร จุนเกียรติ</b><span style="font-weight: 400;"> เธอแทบไม่เปลี่ยนไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะด้วยหน้าตา ความสดใส หรืออะไรก็ตามแต่ ในบางครั้งผมยังรู้สึกว่าเธอเป็นเต้ยคนเดิมที่ผมรู้จักครั้งแรกในฐานะนักแสดงวัยรุ่นเมื่อสิบกว่าปีก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พูดก็พูดเถอะ ด้วยเวลาหลักสิบปี คงเป็นไปไม่ได้ที่คนคนหนึ่งจะเหมือนเดิมตลอดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งถ้าลงลึกดูชีวิตของ<a href="https://www.instagram.com/toeyjarinporn/?hl=th">เต้ย</a>ในปีที่ผ่านมา คำว่า ‘เหมือนเดิม’ ดูจะห่างไกลกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากเอาการ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120155 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/15-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">29 มกราคม 2564 เป็นวันคล้าย<a href="https://adaymagazine.com/?s=a+happy+birthday">วันเกิด</a>อายุครบ 31 ปีของเต้ย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แง่มุมต่างๆ ของชีวิตเต้ยล้วนมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ตั้งแต่เรื่องงานที่เธอมีผลงานละครออนแอร์สองเรื่องท่ามกลางวิกฤตไวรัสโควิด-19 เรื่องธุรกิจที่เธอเริ่มต้นในวันเวลาที่หลายคนต้องส่ายหัว หรือแม้กระทั่งเรื่องความรักที่การเลิกราครั้งล่าสุดกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในหน้าสื่อทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะจังหวะชีวิตที่ขึ้นๆ ลงๆ นี้เองที่ทำให้ผมติดต่อไปเพื่อสนทนากับเธอเนื่องในวันเกิด แต่ถึงกระนั้นหลังจากนัดหมายสัมภาษณ์ ผมก็ลงท้ายตามมารยาทว่าถ้าเรื่องไหนไม่สะดวกใจเธอไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะบางเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เต้ยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยให้ใครรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่เป็นไรค่ะ เราตอบได้ทุกเรื่องเลย” เต้ยย้ำกับผมพร้อมรอยยิ้มที่คุ้นเคย เป็นเหมือนคำอนุญาตให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้ได้ย้อนเวลากลับไปถึงช่วงที่เธอรู้สึกแย่ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชีวิตในวัยขึ้นเลขสาม</span><span style="font-weight: 400;">ปีแรก</span><span style="font-weight: 400;">ของเต้ยเป็นยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอเล่าให้ผมฟังด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เป็นแค่ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่าชีวิต</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120154 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/14-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>วัยสามสิบของคุณที่วันเวลาส่วนใหญ่อยู่ในช่วงโควิด-19 เป็นยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าปีที่แล้วเป็นปีที่แปลกใหม่มากสำหรับทุกคน หลายคนต้องรับมือกับสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน อย่างเราเองปีที่แล้วมีละครออนแอร์ 2 เรื่อง และมีหนึ่งเรื่องที่ถ่ายทำในช่วงโควิดซึ่งต้องหยุดพัก แต่ทั้งหมดนั่นก็ส่งผลให้เรามีเวลาได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมานานแล้วอย่างการทำธุรกิจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้เรากำลังทำธุรกิจลิปทินต์และเสื้อผ้าอยู่ มันเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่าช่วงสามสิบเราควรต้องมั่นคงได้แล้ว ซึ่งพอเริ่มจริงจังก็เป็นช่วงที่ขายของตามร้านไม่ได้ เราเลยเหมือนถูกบังคับให้ทำตลาดออนไลน์ไปเอง โควิดทำให้เราต้องปรับตัวซึ่งก็ท้าทายตัวเองดี</span></p>
<p><b>ไม่ได้มองว่าเป็นปีที่แย่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ปฏิเสธว่ามันเป็นปีที่โหด แต่เราก็เลือกมองว่ามันทำให้เราได้ทักษะใหม่ๆ เพราะถ้าไม่เกิดเรื่องเหล่านี้เราก็อาจไม่ได้เรียนรู้ เราอาจใช้ชีวิตรูปแบบเดิมๆ พัฒนาตัวเองในเส้นทางที่เคยคิดว่าน่าจะเป็นไปอย่างเคย แต่พอเกิดเรื่องทั้งหมดขึ้นมันก็แลกอะไรใหม่ๆ กลับมาให้เรามากอยู่เหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120143 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/3-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>เคยคิดไหมว่าปีแรกที่อายุขึ้นเลขสามจะเจอเรื่องเยอะขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ส่ายหน้า) ไม่เคยคิดเลย ตอนวันเกิดปีที่แล้วเราอยู่ในกองละครด้วยซ้ำ แต่เรากลับมองเรื่องทั้งหมดนี้ว่ามันทำให้ ‘ช่วงอายุ 30’ ของเราน่าจดจำนะ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้มีความสุขทั้งปีหรอก ปีที่ผ่านมาก็มีช่วงที่ซัฟเฟอร์ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นช่วงเวลาที่ได้เริ่มบทบาทใหม่ของชีวิต มันทำให้เราได้คิดกับตัวเองจริงๆ ว่า เออ เราโตแล้วนะ เราสร้างบ้านให้ครอบครัวเสร็จแล้ว ทำทีสิสเสร็จแล้ว และเราเริ่มทำธุรกิจของตัวเองแล้วด้วย หรือแม้แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเรื่องความรักก็ทำให้เรารู้สึกแบบนั้น เรารับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้วนี่ ดังนั้นถือว่าเรามีพัฒนาการที่ค่อนข้างหลากหลายมากๆ ในปีที่ผ่านมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าให้สรุปเป็นบทเรียน ปีที่ผ่านมาบทเรียนที่สำคัญที่สุดคือเรื่องไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่ามันคือการที่เราเลิกสนใจข้างนอกและหันมาสนใจข้างในตัวเอง เราให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นคนยังไงกันนะ เราถนัดอะไร เราอยากทำอะไรให้ดีขึ้น เรามีความสุขกับอะไร เราจะใช้ชีวิตยังไงให้เฮลตี้ และ work-life balance ของเราควรเป็นแบบไหนดี มันคือการเรียนจากตัวเองจริงๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าให้คะแนนตัวเองในปีที่ผ่านมา เต็มสิบคุณได้เท่าไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ตอบทันที) สิบเต็มสิบไปเลย เก่งมากเต้ย (หัวเราะ)</span></p>
<p style="display: none;">เต้ย จรินทร์พร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120151 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/11-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-120150 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/10-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>แต่ดูเป็นขวบปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของคุณอยู่เหมือนกัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่เราว่าก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แฮปปี้ มันไม่ใช่การเปลี่ยนที่ข้างนอกแต่คือข้างใน เหมือนจากที่เราเคยมองตัวเองจากข้างนอกก็เปลี่ยนมามองข้างในมากขึ้น หลังจากนี้เวลาเราตัดสินใจทำอะไรมันจะมาจากเราจริงๆ ไม่ใช่ทำเพราะเกรงใจคนอื่นหรือทำเพราะกลัวบางอย่าง </span></p>
<h3></h3>
<p><b>อะไรคือแกนหลักที่เปลี่ยนให้คุณมีมุมมองแบบนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคงแคร์ตัวเองมากขึ้นตามวัย เพราะเมื่อก่อนเราแคร์คนอื่นมาก เป็นพวก people-pleaser ที่อยากให้คนอื่นแฮปปี้เพราะกลัวคนไม่รัก แต่พอโตขึ้นจนอายุ 30 ปีเรามานั่งทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมาทำไมเราเป็นคนแบบนั้น เราพบว่ามันมาจากตอนเด็กๆ ที่เคยโดนกระทู้ในเว็บต่างๆ วิจารณ์ มันทำให้เรากลัวจนทำให้ที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตแบบไม่เฮลตี้ ถึงจุดหนึ่งเราเลยตั้งคำถามว่านี่ฉันปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนี้ได้ยังไง ตอนนี้เราเลยอยากใช้ชีวิตให้เฮลตี้กว่าเดิม ไม่ได้แปลว่าเราจะเนกาทีฟมากขึ้นนะ เรายังอยากแฮปปี้กับทุกคนเหมือนเดิมแหละ แค่ให้ความสำคัญกับตัวเองมากขึ้นเท่านั้นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120147 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/7-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ช่วงที่ไม่เฮลตี้ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ผ่านมาได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันคือความยากที่ต้องดีลกับความคิดเห็นคนอื่นแหละ อย่างสมัยก่อนสมมติมีสิบคอมเมนต์ชม เราจะไปโฟกัสที่หนึ่งคอมเมนต์ที่เนกาทีฟ เป็นอย่างนี้อยู่นานมากจนลืมไปแล้วว่านานขนาดไหน แต่พอถึงจุดหนึ่งเราว่ามนุษย์ก็อยากมีความสุข มันทำให้เราตั้งคำถามเองว่าทำไมฉันต้องอยู่กับความไม่เฮลตี้ไปตลอด ทำไมถึงต้องเอาชีวิตไปแขวนอยู่กับคนที่ไม่รู้จัก เราเลยค่อยๆ รู้จักคำว่า ‘ไม่เป็นไร เราทำดีที่สุดแล้ว’ ใครจะพูดยังไงก็เป็นความคิดเห็นเขา ถ้าเราไม่รับมันมา มันก็แค่นั้น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างปีที่ผ่านมากับเรื่องข่าวความรักที่เกิดขึ้น วิธีการรับมือของเราคือเราไม่หลีกเลี่ยง แต่เรียนรู้ที่จะไม่เอามันมาใส่ใจ ไม่แบกมัน ต่างกับเมื่อก่อนที่อาจคิดแบบนี้แต่ทำไม่ได้ ปีนี้เราทำได้ดีขึ้นมากๆ จนค่อยๆ รู้สึกว่าความเบามันเป็นแบบนี้นี่เอง มันสบายดีนะ ทำไมไม่ทำมาตั้งนานแล้ว ในเมื่อเราโชคดีที่ได้มีชีวิตอยู่เราก็ควรใช้ชีวิตแบบที่เป็นการใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ใช้ชีวิตโดยขึ้นอยู่กับคนอื่น </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ รักตัวเองให้ถูกทาง แต่เราก็เชื่อว่าการใช้ชีวิตของแต่ละคนเป็น art of living ที่ไม่เหมือนกัน สิ่งที่เราเล่าให้ฟังก็เป็นบาลานซ์ของชีวิตที่เราแฮปปี้ แต่เราจะไม่ตัดสิน art of living ของคนอื่น ถ้าคุณแฮปปี้กับแบบไหน ตอนนี้คุณทำได้เท่าไหน คุณไม่ผิด ขอแค่คุณมีความสุขก็พอ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วความสุขของเต้ย จรินทร์พร ในวัย 31 ปีคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเราว่ามันคือการได้พัฒนาชีวิตตัวเองและครอบครัว ความเอนจอยในงานที่ทำ การได้อยู่กับครอบครัว และการได้อยู่กับดอกไม้ที่บ้าน มันก็ต่างกับตอนเด็กๆ ที่ความสุขหมายถึงความรัก การได้อยู่กับเพื่อน หรือการเล่น Hi5 เอ่อ ยังรู้จักกันอยู่ไหม (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120152" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1.jpg" alt="" width="417" height="625" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/12-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 417px) 100vw, 417px" /></p>
<p><b>พออายุเยอะขึ้น ความสุขกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เลย เราว่าง่ายขึ้นด้วยซ้ำ เพราะถ้ามาคิดกันจริงๆ อายุที่เยอะขึ้นหมายถึงความรับผิดชอบที่ง่ายขึ้นแค่นั้นเอง ถ้าเราจัดการได้ เราว่าความสุขในวัยผู้ใหญ่ง่ายกว่าเดิมเยอะ ไม่ยุ่งยากเรียกร้องเท่าตอนเด็ก แต่นี่ก็ไม่ได้แปลว่าจะสุขไปทั้งหมดนะ มันก็ทุกข์สุขผสมกันไปเหมือนเมื่อก่อนแหละ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ก่อนหน้านี้เคยคิดกับตัวเองแบบนี้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคย แต่ไม่ได้เข้มข้นเท่านี้ เพราะเราเป็นคนจริงจังกับชีวิตมาตั้งนานแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เป็นความเข้มข้นอีกรูปแบบหนึ่ง เหมือนในวัย 30 ปีถ้าเป็นกาแฟก็คือไม่ใช่ลาเต้แต่เป็นเอสเพรสโซ่ เราเลยรู้สึกว่ามันเป็นปีที่สำเร็จของเรานะ เป็นปีที่น่าจดจำมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120153" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1.jpg" alt="" width="417" height="625" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/13-1-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 417px) 100vw, 417px" /></p>
<p><b>ปกติคุณให้ความสำคัญกับวันเกิดแค่ไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าจะบอกว่าไม่ให้ความสำคัญก็คงไม่ใช่ แต่เราก็ไม่ใช่คนที่พอถึงวันเกิดแล้วต้องมานั่งจัดปาร์ตี้หรือมีเพื่อนมาเจอกัน เราเป็นสายชิลล์ วันเกิดก็คือวันเกิด ถ้าได้รับคำอวยพรหรือของขวัญก็ดีใจ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณเคยจินตนาการถึงผู้ใหญ่ที่อายุ 31 ปี&#8230;</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ทำเสียงตกใจ) ผู้ใหญ่ที่อายุ 31 เหรอ ฮือ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>(หัวเราะ) ย้อนกลับไปตอนคุณ 16-17 ปีก็ได้ คุณมองผู้ใหญ่อายุ 31 ปีเป็นแบบไหน ตอนนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองเป็นอย่างที่เคยมองหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โห ตอนนั้นเราจินตนาการไว้ว่ามันไกลมากเลย คนอายุ 31 ปีคือผู้ใหญ่ที่โตมาก แต่พอเด็กอายุ 16 ปีคนนั้นกลายเป็นผู้ใหญ่อายุ 31 ปี เราว่าเราก็ยังมีความเป็นเด็กในตัวเองมากกว่าที่คิดนะ ถึงจะมีประสบการณ์มากขึ้นแต่เราก็คิดว่าตัวเองเป็น ‘เต้ยอายุ 16 ปีที่โตขึ้น’ มากกว่า ยังไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แบบที่เคยคิดขนาดนั้น แค่เป็นเด็กที่เติบโตไปตามประสบการณ์ที่ได้รับมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ยังไม่แก่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่รู้สึกว่ามีนิสัยแก่เฉยๆ ชอบคุยกับดอกไม้อะไรแบบนั้น แต่กับตัวเองยังคิดว่าเด็กอยู่ (ยิ้ม)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120156 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/16-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>แล้วปกติในวันเกิดคุณทบทวนตัวเองบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนทบทวนตัวเองตลอดเวลาอยู่แล้ว เรามี team meeting กับตัวเองบ่อย สิ่งเหล่านี้มันเป็นไปเอง จากประสบการณ์ที่ผ่านมามันสอนให้เรามองแต่ละเรื่องหลายๆ ด้าน พยายามมองในมุมคนอื่นด้วย ดังนั้นเวลาเจอเหตุการณ์อะไรเราเลยชอบสำรวจตัวเองว่านี่ฉันโอเคอยู่หรือเปล่า เราไม่ชอบคำว่า ‘เดี๋ยวว่ากัน’ เพราะเดี๋ยวมันจะระเบิดในวันหนึ่ง มันไม่เฮลตี้ มีอะไรก็รีบจัดการแต่เนิ่นๆ ดีกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>งั้นถ้าให้ทบทวนตอนนี้ ปีที่ผ่านมาคุณมีอะไรที่เสียดายบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ส่ายหน้า) เราแฮปปี้กับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ใช่แค่กับปีที่ผ่านมาแต่คือทั้งชีวิตเลย ถึงบางครั้งจะเป็นเรื่องไม่ดี เป็นบทเรียนที่โหดมาก แต่ทุกเรื่องที่ผ่านมามันทำให้เราได้เรียนรู้บางอย่าง ต่อให้เป็นเราเองที่ทำได้แย่มากก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายหรืออยากกลับไปแก้อะไร นี่ไม่ได้แปลว่าเรารู้สึกดีที่ทำแย่นะ แต่เราแค่รู้สึกว่าถ้าตัวเองยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วกว่าสิบปี มันจะไม่เฮลตี้ มันผ่านมานานแล้ว เราเองก็ไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเราเลิกคิดและมองมันเป็นข้อดีดีกว่าว่ามันทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ ถ้าเราไม่เคยพลาดมาก่อนเราจะรู้ได้ยังไงว่านั่นคือสิ่งที่ไม่ดี เราเลยขอบคุณกับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณปล่อยวางความผิดพลาดได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าเวลาคนเรามีความทุกข์มันไม่ใช่การปล่อยวางหรอก แต่เป็นการยอมรับและโอบกอดสิ่งนั้นที่ทำให้ผ่านมาได้ ดังนั้นสำหรับเรามันไม่ใช่การช่างมัน มันคือการเก็บมาทำความเข้าใจ ยอมรับ และมูฟออน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-120161 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/21-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>สุดท้าย เนื่องในวันเกิด ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อคุณจะขออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนาน) เราขอให้ตัวเองมีสติรู้ตัวอยู่กับปัจจุบันก็แล้วกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกว่าการที่คนเราจะอยู่กับปัจจุบันมันไม่ง่าย ส่วนใหญ่เราชอบพาตัวเองไปอยู่กับอนาคตและอดีตแบบปรุงแต่ง สมองคิดไปแล้วว่าเดี๋ยวฉันจะทำอะไรต่อ กังวลจัง หรือตอนนั้นฉันไม่น่าทำแบบนั้นเลย จมอยู่กับความเศร้า ซึ่งพอเป็นแบบนี้เยอะๆ เราเลยลืมอยู่กับปัจจุบัน ลืมรู้ตัวว่าต้องอยู่กับตรงนี้ เวลานี้ ดังนั้นถ้าขอพรได้เราอยากให้ใจตัวเองอยู่กับเนื้อกับตัว เราอยากอยู่กับปัจจุบันเพื่อรับกับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้ได้อย่างมีสติ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สิ่งนี้สำคัญยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำคัญสิ เพราะความเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นในทุกวัน (ยิ้ม)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-120158 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1.jpg" alt="เต้ย จรินทร์พร" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/18-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-120160 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/20-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4>befor.tart รส เต้ย–จรินทร์พร จุนเกียรติ</h4>
<p><b>Daisy infused white chocolate mousse | Dark chocolate ganache with pomegranate   </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยใบหน้า แววตา และรอยยิ้มที่สดใส พร้อมกับภาพจำที่เต้ยมีบุคลิกของความเป็นเด็กอยู่เสมอ รสชาติที่เลือกใช้จึงให้สัมผัสและกลิ่นที่แทนถึงความนุ่มนวล อ่อนโยน ด้วยไวต์ช็อกโกแลตมูสผสมกับชาดอกเดซี่ที่ทำให้รสชาติอ่อนๆ ของช็อกโกแลตมีมิติและเพิ่มเสน่ห์ด้วยกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งดอกเดซี่เองยังมีความหมายถึงการเริ่มต้นใหม่และความพยายาม เช่นกันกับเต้ยที่ผ่านเรื่องราวที่ส่งผลกระทบกับเธอในหลายต่อหลายครั้ง แต่เธอก็สามารถกลับมาเบ่งบาน ทำให้คนที่มองเห็นได้สดชื่นและมีความสุขกับรอยยิ้มได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งเธอเองก็มีความจริงจังทั้งในด้านการงานและครอบครัว รสเข้มของดาร์กช็อกโกแลตที่แทนความจริงจังจึงถูกนำมาผสมไว้ด้วยน้ำทับทิมที่เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของครอบครัวภายใต้มูสที่อ่อนโยน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-toey-jarinporn/">“ชีวิตที่ไม่เอาทุกอย่างมาใส่ใจมันเบาแบบนี้นี่เอง” เต้ย จรินทร์พร ในวันแรกที่อายุ 31 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“สีสันของมนุษย์คือความไม่เสถียร“ โอม Cocktail ในวันแรกที่อายุ 35 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hbd-ohm-cocktail/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Sep 2020 07:12:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a happy birthday]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ขอพร]]></category>
		<category><![CDATA[สติ]]></category>
		<category><![CDATA[วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[โอม Cocktail]]></category>
		<category><![CDATA[Cocktail]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=109399</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอม–ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือ โอม Cocktail มีบทบาทอะไรในชีวิตบ้าง คุณพ่อลูกสอง นักร้องนำวงดนตรีแถวหน้า ทนายความ หุ้นส่วนบริษัทกฎหมาย หุ้นส่วนร้านกาแฟและร้านล้างฟิล์ม อะไรอีกดีล่ะ อ๋อ เพิ่มไปอีกอย่างในปีที่ผ่านมา  ผู้บริหาร Gene Lab ค่ายเพลงน้องใหม่ที่น่าจับตาในเครือแกรมมี่ ถ้าไม่รู้มาก่อน ผมคงประหลาดใจว่าทำไมคนคนเดียวถึงเป็นและทำได้ขนาดนี้ แต่เนื่องจากเคยได้ฟังและสัมผัสตัวตนผ่านหน้าสื่อมาก่อนหน้า ก้าวใหม่ที่เกิดขึ้นในปีนี้จึงไม่ทำให้ผมแปลกใจในตัวชายคนนี้เท่าไหร่ และเขานั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้ว เพราะในวาระวันเกิดปีนี้เรานัดพบกันเพื่อสนทนาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น 23 กันยายน 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของโอม กับชีวิตนอกวงการดนตรี นี่เป็นอีกหนึ่งปีที่ชีวิตของเขาเดินทางไปได้อย่างมั่นคง  แต่กับชีวิตในวงการ ช่วงต้นปีโอมและวง Cocktail ยังมีผลงานปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่เรื่อยๆ แต่พอถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 Cocktail เป็นหนึ่งในวงดนตรีจากอีกหลายวงที่ต้องหยุดพักยาว พวกเขาเพิ่งกลับมาปล่อยเพลงใหม่อีกครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ยิ่งเมื่อผสมกับบทบาทใหม่ของโอมอย่างการเป็นผู้บริหารค่ายเพลง Gene Lab ที่ต้องรับผิดชอบวงดนตรีอีกหลายวง มองจากภายนอกแล้วผมจึงอดคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเขาเป็นแน่ แต่เปล่าเลย ในความเป็นจริง โอมผ่านมาได้อย่างไม่บอบช้ำเท่าไหร่นัก เพราะเหตุทั้งหมดนี้เอง เรานัดพบกันในค่ำวันหนึ่งเพื่อพูดคุย ถึงแม้ตอนนั้นนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม แต่บทสนทนาของเราก็เริ่มต้นโดยปราศจากความเหนื่อยอ่อนใดๆ ถ้อยคำที่เกิดขึ้นค่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-ohm-cocktail/">“สีสันของมนุษย์คือความไม่เสถียร“ โอม Cocktail ในวันแรกที่อายุ 35 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โอม–ปัณฑพล ประสารราชกิจ</strong> หรือ <strong>โอม <a href="https://www.facebook.com/cheerscocktail/">Cocktail</a> </strong>มีบทบาทอะไรในชีวิตบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณพ่อลูกสอง นักร้องนำวงดนตรีแถวหน้า ทนายความ หุ้นส่วนบริษัทกฎหมาย หุ้นส่วนร้านกาแฟและร้านล้างฟิล์ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อะไรอีกดีล่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อ๋อ เพิ่มไปอีกอย่างในปีที่ผ่านมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้บริหาร Gene Lab ค่ายเพลงน้องใหม่ที่น่าจับตาในเครือแกรมมี่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าไม่รู้มาก่อน ผมคงประหลาดใจว่าทำไมคนคนเดียวถึงเป็นและทำได้ขนาดนี้ แต่เนื่องจากเคยได้ฟังและสัมผัสตัวตนผ่านหน้าสื่อมาก่อนหน้า ก้าวใหม่ที่เกิดขึ้นในปีนี้จึงไม่ทำให้ผมแปลกใจในตัวชายคนนี้เท่าไหร่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเขานั่งอยู่ตรงหน้าผมแล้ว เพราะในวาระ<a href="https://adaymagazine.com/?s=a+happy+birthday">วันเกิด</a>ปีนี้เรานัดพบกันเพื่อสนทนาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109512 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7.jpg" alt="โอม Cocktail" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">23 กันยายน 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของโอม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับชีวิตนอกวงการดนตรี นี่เป็นอีกหนึ่งปีที่ชีวิตของเขาเดินทางไปได้อย่างมั่นคง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กับชีวิตในวงการ ช่วงต้นปีโอมและวง Cocktail ยังมีผลงานปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่เรื่อยๆ แต่พอถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 Cocktail เป็นหนึ่งในวงดนตรีจากอีกหลายวงที่ต้องหยุดพักยาว พวกเขาเพิ่งกลับมาปล่อยเพลงใหม่อีกครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เอง ยิ่งเมื่อผสมกับบทบาทใหม่ของโอมอย่างการเป็นผู้บริหารค่ายเพลง Gene Lab ที่ต้องรับผิดชอบวงดนตรีอีกหลายวง มองจากภายนอกแล้วผมจึงอดคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับเขาเป็นแน่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เปล่าเลย ในความเป็นจริง โอมผ่านมาได้อย่างไม่บอบช้ำเท่าไหร่นัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเหตุทั้งหมดนี้เอง เรานัดพบกันในค่ำวันหนึ่งเพื่อพูดคุย ถึงแม้ตอนนั้นนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่ม แต่บทสนทนาของเราก็เริ่มต้นโดยปราศจากความเหนื่อยอ่อนใดๆ ถ้อยคำที่เกิดขึ้นค่อยๆ บอกเล่าเรื่องของโอมตั้งแต่เรื่องการงาน ความสุขในชีวิต ไปจนถึงการอยู่กับปัจจุบันและวันเกิดในแต่ละปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าถาม ผมก็จะตอบ แต่ผมไม่อยากพูดแล้วเหมือนไปสอนใคร เพราะผมเคารพในการตัดสินใจของทุกคน แต่แค่ผมรู้สึกแบบนี้” ในช่วงหนึ่งของการพูดคุยโอมบอกกับผมแบบนั้น และนั่นคือเหตุผลส่วนใหญ่ที่เขาบอกเล่า เขามักเปิดประโยคด้วยคำว่า ‘ผมคิดว่า’ เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่โอม ‘คิด’ ยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ให้ความหลากหลายของสิ่งที่เขาพูดและทำเป็นคำตอบในบรรทัดถัดไป</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109508" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3.jpg" alt="โอม Cocktail" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-3-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ตอนนี้ถ้าว่ากันตามจริง ตำแหน่งในนามบัตรของคุณกับค่าย Gene Lab คืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Executive Label Director ถ้าแปลเป็นไทยคงเป็นเจ้าพนักงานบริหารแผนก แต่ถ้ามองที่งานจริงๆ ก็สามารถเรียกได้ว่า Senior Promoter </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ยากไหมกับการเปลี่ยนจากการเป็นศิลปินมาทำงานบริหารค่ายเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเองมีความถนัดเรื่องการบริหารและการจัดการติดตัวมา ดังนั้นผมคิดว่าตัวเองพอทำได้ ผมเลยเข้ามาทำตรงนี้โดยไม่ได้รู้สึกว่ายากเท่าอย่างอื่นที่ผมไม่ถนัด แต่ที่บอกแบบนี้ไม่ได้แปลว่าผมเก่งกว่าคนอื่นนะ เพราะก็มีเรื่องที่คนอื่นเก่งกว่าผม แต่กับเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่งต้องให้เครดิต Cocktail ด้วย วงพาผมให้มาเห็นโลกเยอะมากจนพร้อมในการคว้าโอกาสที่เข้ามาแบบนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วกับปีที่ผ่านมาถือว่าทำได้ตามแผนไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกินเป้านิดหนึ่ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แม้เจอโควิด-19 </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ถ้ากับค่าย ด้วยตำแหน่งงานผมไม่ได้เห็นก้อนเงินขนาดใหญ่ ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยกลุ้มใจอะไรมาก ยิ่งแกรมมี่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีนโยบายการเงินที่รัดกุม นั่นยิ่งทำให้พวกเราผ่านวิกฤตมาได้โดยไม่มีพนักงานที่โดนลดเงินเดือนหรือไล่ออก เราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้จนตอนนี้น้องๆ นักดนตรีเริ่มกลับมามีงานกันหมดแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถ้ากับ Cocktail ตอนนี้ Cocktail ยังหยุดรับงานอยู่ครับ แต่เราใช้โอกาสนั้นทำงานเบื้องหลัง เราตั้งเป้ากันว่าอัลบั้มใหม่ต้องเสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมาทัวร์กันอีกทีต้นปีหน้า ซึ่งการที่วงอยู่มานานและมีระเบียบการจัดการเงินกองกลางอย่างดี มันทำให้ที่ผ่านมาวงสามารถเลี้ยงดูทีมงานทั้งหมดได้โดยไม่ต้องทำงาน ตรงนี้ช่วยเรามหาศาลให้ใช้ชีวิตกันได้ตามปกติและทำให้เห็นว่าความไม่ประมาทเป็นหนทางสู่ความเจริญอย่างแท้จริง แทบไม่เคยคิดเลยนะว่าตัวอย่างจะมาให้เห็นชัดขนาดนี้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109514 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9.jpg" alt="โอม Cocktail" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-9-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>แต่ในระยะยาวสิ่งที่เกิดขึ้นกระทบกับเป้าหมายอื่นๆ บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมีเป้าใหญ่สุดเป็นเป้าหมายชีวิตที่เหมือนรัฐธรรมนูญของตัวเองครับ เป้ารายปีเป็นเหมือน พ.ร.บ.ที่ต้องไม่ขัดและนำไปสู่เป้าหลัก ส่วนเป้าแต่ละเดือนเป็นเหมือนกฎหมายลูกรองลงมาอีกที ซึ่งทั้งหมดนี้เปลี่ยนได้ เพราะตัวเราเปลี่ยนไปสาระพัดสาระเพในทุกๆ วัน แต่ถ้าถามทุกวันนี้ ไม่ว่าเป็นเป้าหมายไหนหรือเปลี่ยนไปยังไง ผมขอแค่ไม่ขัดกับเป้าหมายหลักในชีวิตของผมก็พอ นั่นคือผมขอมีความสุข</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>‘ความสุข’ คือรัฐธรรมนูญ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(พยักหน้า) แต่ขอสุขที่เป็นความสุขจริงๆ นะ สุขที่เหตุ ไม่ใช่สุขที่ปลาย ผมอยากมีสุขที่ถาวร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สุขถาวรของคุณคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าคือความเงียบ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ว่าห้ามมีคนพูดด้วย ห้ามมีคนเสียงดังรอบๆ แต่เป็นใจผมเองที่ต้องเงียบ ไม่เอาใจไปฟังอะไรเกินไป ถึงอยู่ในวงการที่มีคนคอมเมนต์อยู่เรื่อยๆ แต่ผมก็อยากเงียบที่จิตใจได้ ผมไม่อยากให้ใจตัวเองวุ่นวายกังวล ผมแค่ต้องการความสงบ แต่เหมือนอย่างที่ผมเคยพูดในรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">ป๋าเต็ดทอล์ก</span></i><span style="font-weight: 400;"> นั่นแหละว่าความสงบแม่งแพง เงินซื้อความสงบไม่ได้ ตอนนี้ผมเลยพยายามมีในทุกๆ วันเท่าที่พอทำได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109518" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17.jpg" alt="โอม Cocktail" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-17-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>กับวัย 35 ปี คุณมองตัวเองว่าแก่แล้วไหม อยู่ใน ‘วัยกลางคน’ หรือเปล่า </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(ส่ายหน้า) ผมไม่ได้มองว่าตัวเองอยู่ในวัยไหนครับ ผมสนแค่ว่าสิ่งที่เป็นเหมาะสมกับวัยที่ควรหรือเปล่า อย่างผมยอมรับว่ายังมีบางเรื่องที่ผมเด็กอยู่มาก บางเรื่องก็แก่ไป แต่สุดท้ายสิ่งที่สำคัญ ผมว่าคือความเหมาะสมของแต่ละเรื่องตามสถานการณ์มากกว่าว่ากับตอนนี้ วัยนี้ เราควรเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วตอนนี้คุณว่าตัวเองสมกับวัยหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังมีสวิงสวายอยู่ แต่ผมก็พยายาม เพราะถ้าไม่พยายาม บางทีมันสะบัดไปสะบัดมา ผมอยากเป็นผู้ใหญ่แบบที่ควรเป็นในเวลาที่จริงจัง แต่ในเวลาที่ต้องเป็นเด็กก็ต้องเป็น พูดง่ายๆ ว่าเป็นไปตามความเหมาะสม โอกาส และสถานที่โดยไม่ได้สนใจที่ตัวอายุ ดังนั้นผมว่าคำพูดที่ว่า ‘อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข’ น่ะ เป็นเรื่องจริงนะ สิ่งสำคัญคือข้างในมากกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดแบบนี้มานานหรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพิ่งเป็นช่วงหลังๆ นี้เองครับ 2-3 ปีหลังผมเริ่มไม่ใส่ใจในตัวเลข ผมแค่พิจารณาสิ่งที่ควรเป็น ระหว่างนั้นถ้าอะไรเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยน แม้เราไม่อยากให้เกิดก็ตาม (เว้นช่วงคิด) คุณอายุเท่าไหร่นะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>28 ครับ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดี๋ยวคุณจะเห็นว่าร่างกายทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ทุกอย่างเป็นไปตามสภาพ ดังนั้นผมคิดว่ามนุษย์ต้องปรับตัวให้เหมาะสมกับอายุทั้งการแสดงออกและร่างกายนะ เช่น พออายุเยอะขึ้น เราควรต้องดูแลตัวเองมากขึ้นไหม ต้องนอนให้พอไหม อย่างผมเคยมีฉายาว่าซอมบี้เพราะเป็นคนไม่ค่อยนอน เคยไม่นอนติดกัน 6 วันก็อยู่ได้ แต่ทุกวันนี้แค่วันเดียวก็ไม่ได้เพราะฉิบหายต่องานในวันรุ่งขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109513 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8.jpg" alt="โอม Cocktail" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-8-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ก่อนหน้านี้เคยคิดไหมว่าตัวเองตอนอายุ 35 จะเป็นแบบนี้</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เคยเปรียบเทียบ ผมสนใจแค่ว่าตอนนี้ทำทุกอย่างโอเคและเหมาะสมแล้วหรือยัง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อยู่กับปัจจุบัน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมสนใจปัจจุบันขณะมากๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ไม่คิดถึงอนาคตหรือใคร่ครวญอดีต</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับอนาคต ผมคิดว่าคิดแค่กำหนดเป้าก็พอ หลังจากนั้นกลับมาคิดกับปัจจุบันดีกว่าว่าเราจะทำยังไงเพื่อไปให้ถึงเป้านั้น เพราะถ้าคิดถึงอนาคตทั้งวันแต่ไม่ลงมือทำอะไร อนาคตก็ไม่มา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรืออย่างอดีต นั่นเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แก้อะไรไม่ได้แล้ว ไม่ว่าเป็นเรื่องชั่วร้ายหรือเรื่องดี มันสิ้นสุดลงไปแล้ว ดังนั้นถ้าเรียนรู้แล้วก็จบ ไม่ใช่คิดถึงอยู่เรื่อยๆ อย่าติดอยู่อย่างนั้นเพราะนั่นทำให้เราไม่อยู่กับปัจจุบันเช่นกัน คือคิดได้ รู้สึกได้ครับ แต่ผมต้องไม่ยึดติด </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109517" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16.jpg" alt="โอม Cocktail" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-16-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>พอเป็นแบบนี้ แล้วกับชีวิตที่ผ่านมาคุณเคยเสียดายอะไรไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ค่อยเสียดาย ไม่ใช่ผยองนะครับ แต่ผมพยายามเรียนรู้ว่าผมทำได้แค่นั้นแล้ว ผมได้จดจำข้อผิดพลาดไว้แล้ว หมดเวลาแล้วที่จะไปนั่งเศร้าโศก ความเสียดายน่ะเกิดขึ้น ณ ขณะที่เสียดาย แต่หลังจากนั้นผมก็ต้องเรียนรู้ และ move on</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้ทุกเรื่องหรอก แต่ผมว่าที่สำคัญคือความตั้งมั่นว่าจะทำ มันไม่ได้ง่าย บางทียังทำไม่ได้ทันที แต่พอตั้งมั่น ผมรู้ว่าตรงไหนคือทางออก ก็แค่พยายามไปต่อแค่นั้นเอง แต่ถ้าถามว่าผมทำได้ตลอดทุกครั้งไหม ก็ยังไม่ขนาดนั้น เพราะตราบใดที่ผมยังรู้สึกว่าตัวเองทุกข์ใจอยู่ นั่นแสดงว่ายังจัดการไม่ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อะไรคือเรื่องหลักๆ ที่คุณรู้สึกว่า ‘จัดการไม่ได้’ ในวัยนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ถ้าพูดถึงแก่นจริงๆ ผมว่ายากที่จะบอกว่าคืออะไรนะ เพราะกับเรื่องเดียวกัน มันมีทั้งวันที่เรารับมือได้และรับมือไม่ได้ บางครั้งบางเรื่องกลับมาติดอยู่ในใจอีกรอบทั้งๆ ที่เมื่อวานเพิ่งเอาออกไป แต่ผมว่าสีสันของความเป็นมนุษย์คือความไม่เสถียรนี่แหละ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-109519 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18.jpg" alt="โอม Cocktail" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-18-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเคยได้ยินคำสอนหนึ่งจากครูผมที่ผมชอบมาก นั่นคือ ‘กิเลสมันฉลาดขึ้นเรื่อยๆ’ วันที่คุณคิดว่าตัวเองฉลาดพอ กิเลสแม่งฉลาดตาม มันไม่ปล่อยให้คุณเสถียรได้ง่ายๆ อย่างมีเนื้อเพลงในอัลบั้มใหม่ของ Cocktail ท่อนหนึ่งที่บอกว่า ‘กว่าที่ใจจะฟื้นกำลังหายดีอีกครั้ง ยังต้องสู้กับใจตัวเองซ้ำๆ’ สำหรับผมคือเป็นแบบนั้น วันนี้อาจโอเค แต่พรุ่งนี้แค่ฝนตกลงมา ความโอเคก็ไปกับฝน ดังนั้นเจาะจงไม่ได้จริงๆ ว่าเรื่องไหนที่ผมรับมือได้ยาก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วในวันที่ไม่โอเค กับวัยนี้คุณรับมือยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมว่าไม่เกี่ยวกับวัยหรอกครับ เพราะถ้าเราไม่เข้าถึงแก่นของปัญหา ไม่ว่าอายุเท่าไหร่เราก็รับมือไม่ได้ </span><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้ผมยังต้องฝึกต่อเนื่องในการตัดปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะอย่างที่บอกว่าผมพยายามอยู่กับความจริงในปัจจุบันขณะ ผมเชื่อว่ามันทำให้ไม่ทุกข์ใจ แต่มากไปกว่านั้นคือผมอยากอยู่กับปัจจุบันที่ละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ จากหลักวัน เป็นหลักครึ่งวัน หลักชั่วโมง หลักนาที หลักวินาที หลักเสี้ยววินาที เกิด ดับ เกิด ดับ เช่น ตอนนี้รู้สึกยินดีนะ จบ เกลียดนะ จบ รักนะ จบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้บอกว่าควรไร้อารมณ์นะครับ คนควรมีอารมณ์น่ะแหละ แต่ผมแค่ไม่อยากยึดติดกับอารมณ์  ซึ่งถ้าผมฝึกได้ ผมว่าตัวเองจะอยู่กับปัจจุบันแล้วรู้สึกได้ว่าเวลาช้าลงเรื่อยๆ หลังจากนั้นถ้าอารมณ์พุ่งเข้าหาเราเหมือนกระสุน แค่เสี้ยววินาทีนั้นเราจะไตร่ตรองอย่างสมบูรณ์ว่าอ๋อ เหตุเป็นแบบนี้ เรื่องเป็นแบบนี้ เราทำแบบนี้ หลังจากนั้นทำใจซะ อารมณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว สิ้นแล้ว ดับแล้ว จบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีสติ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(พยักหน้า) และการมีสติจะทำให้เราพิจารณาปัญญาได้ลึกขึ้น การฝึกสติทำให้เรานิ่งและรู้ตัวทั่วพร้อมจนเมื่อมีปัญหาเข้ามา เราสามารถเห็นได้ทั้งต้น ปลาย และเหตุจนวิเคราะห์สิ่งนั้นได้ ไม่ใช่แค่นั่งสมาธิแล้วท่องพุทโธอย่างเดียว คือต้องคิดด้วย เช่น เกิดมาทำไม ความตายคืออะไร ปัญญาจะได้เกิด อย่างผมอาจไม่ได้ฝึกสติหรือสมาธิทุกวัน แต่ผมจะทำเมื่อมีเรื่องให้เหนื่อยใจ สิบนาทีแรกจะเป็นช่วงทำให้นิ่ง หลังจากนั้นผมจะเริ่มเรียงปัญหาเข้ามาในหัวว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ทวนกันหน่อย ทำถูกหรือยัง ถี่ถ้วนหรือยัง พลาดตรงไหน ซ่อมแซมได้ไหม หรือต้องปล่อยไป แล้วนี่มึงยังทุกข์ใจเหี้ยห่าอะไรอยู่วะ ทั้งหมดนี้ต้องฝึกด้วยตัวเองครับ ไม่มีทางลัด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109511 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ถ้ายึดตามหลักการนี้ สำหรับคุณ วันเกิดคือ &#8230;</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แค่อีกวันหนึ่ง (ยิ้ม) แต่วันเกิดแต่ละครั้งผมก็มีความสุขนะ ซาบซึ้งกับทุกอย่างที่เข้ามา ทั้งภรรยาที่บอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ลูกวิ่งมากอด หรือคุณพ่อคุณแม่ที่เดินมาหา ผมไม่ได้ปฏิเสธคนที่มายินดีก็เอนจอย แต่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ เพราะเหมือนเรื่องอื่นที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันจะผ่านไปเช่นเดียวกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีอะไรพิเศษที่ทำในวันเกิดไหม </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมให้เวลาครอบครัว อย่างตารางงานของ Cocktail จะไม่ลงในวันเกิดของทั้งผม คุณพ่อ คุณแม่ น้องสาว ภรรยา หรือลูก เพราะผมเข้าใจว่ายังมีคนที่ให้ความสำคัญกับวันเกิดอยู่ การที่เขามีความสุขในการอยู่ร่วมกับเราในวันนั้น ผมก็ยินดีที่ได้เห็นคนที่เรารักยิ้มแย้มแจ่มใส ผมไม่ได้ขวางโลกโดยการบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนผม เพราะผมอยู่ร่วมกับคนอื่น ดังนั้นผมต้องเคารพเขา ยอมหย่อนบางอย่างที่คิดลงบ้างเพื่อให้ทุกคนมีความสุข</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109522 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-21-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>สุดท้าย เนื่องในโอกาสวันเกิดปีนี้ ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อคุณจะขออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนานมาก) ผมเป็นคนไม่ขอพรน่ะสิ แต่กลัวตอบแบบนี้คนจะหาว่าติสท์แตก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตอบได้ครับ แต่ก็อยากถามต่อว่าทำไมถึงไม่ขอพร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พรแปลว่าอะไรรู้ไหม ‘พร’ มาจากคำว่า ‘วร’ (วอ-ระ) และคำว่า ‘วร’ แปลว่าประเสริญ ดังนั้นพรแปลว่า ‘สิ่งที่ดี’ ไม่ใช่สิ่งวิเศษ แต่เรามักเอาพรไปผูกกับความศักดิ์สิทธิ์ ทั้งๆ ที่การขอพรคือการขอความดี และสำหรับผม การได้ความรู้คือสิ่งอันดีแล้ว ผมเลยไม่ได้เชื่อในเรื่องการขอพรเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ผมเชื่อในสิ่งอันดีมากกว่า แต่ถ้าคำถามเปลี่ยนเป็นคำว่า ‘Wish’ คือถามว่าผมหวังอะไร (นิ่งคิด)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคงหวังว่าตัวเองจะมีปัญญาอยู่เสมอในทุกเวลา ทุกโอกาสและทุกสถานการณ์ เพราะไม่ว่าบีบคั้นสักเท่าไหร่ ผมหวังว่าปัญญาจะพาผมออกจากปัญหาได้อยู่เสมอ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109526 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-25-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-109507 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/HBD_Ohm-2-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>befor.tart รส โอม Cocktail</b></h4>
<p><b>Espresso Ganache / Passion Fruit Curd / Milk with Black Peppercorn</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทาร์ตรองไว้ด้วยครีมนมที่เข้มข้นที่นอกจากสะท้อนถึงความเป็นครอบครัวที่เลี้ยงดูมาด้วยความเข้าใจ สิ่งนี้ยังแทนถึงช่วงชีวิตในวัยเด็กผสมไว้ด้วยรสเผ็ดร้อนของพริกไทยที่แทนถึงการนอกลู่นอกทางไปบ้างในช่วยต้นชีวิตวัยรุ่น แต่ท้ายที่สุดแล้วรสของนมนั้นหักกลบรสเผ็ดร้อนออกไปได้จนหมด ทั้งหมดนี้แทนถึงอิทธิพลของครอบครัวที่มีความสำคัญมากพอที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนและทำให้ครอบครัวภูมิใจอีกครั้งได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งหากทานคู่กับเคิร์ดเสาวรสและกานาชเอสเพรสโซ ยิ่งทำให้รสชาติที่มีมิติหลากหลาย ทั้งรสขมและความสดชื่นจากรสเปรี้ยวเปรียบเหมือนสองส่วนผสมที่เข้ากันที่ช่วยผลักดันความสำเร็จของคุณโอมให้ชัดเจนและมั่นคงยิ่งขึ้น นั่นคือเสาวรสหรือแพสชั่นฟรุต (ที่มีชื่อพ้องกับ แพสชั่น) ที่สื่อถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ บวกกับความเข้มที่ให้ความรู้สึกถึงความเป็นผู้ใหญ่ จริงจัง และหนักแน่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยรสชาติจากวัตถุดิบที่ให้ความหลากหลายเหล่านี้เองทำให้เมื่อทานพร้อมกัน ทาร์ตนี้จะเป็นเหมือนคอกเทลที่รวมผสมรสชาติต่างๆ ไว้อย่างมีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำของทุกๆ คน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-ohm-cocktail/">“สีสันของมนุษย์คือความไม่เสถียร“ โอม Cocktail ในวันแรกที่อายุ 35 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พี่อยากเห็นผู้ใหญ่ในประเทศให้ความสำคัญกับเด็กมากกว่านี้” – พี่ซุป ในวันแรกที่อายุ 50 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/soop-superjeew/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2020 11:14:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a happy birthday]]></category>
		<category><![CDATA[พิธีกร]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสันต์วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[super10]]></category>
		<category><![CDATA[ซูเปอร์จิ๋ว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=106040</guid>

					<description><![CDATA[<p>พี่ซุปถ้าทำรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งมายาวนานพอ วันหนึ่งคุณอาจได้สัมผัสประสบการณ์แบบที่ทีมงานรายการ ซูเปอร์จิ๋ว&#160;เคยเจอ วันที่ผู้ร่วมรายการเด็กเป็นลูกของอดีตเด็กสาวที่เคยมาร่วมรายการอีกทีหนึ่ง ที่น่าสนใจคือไม่ว่าคนแม่หรือคนลูก พวกเขาทั้งคู่ล้วนเรียกพิธีกรรายการคนเดิมด้วยคำคุณศัพท์เดียวกัน คือคำว่า ‘พี่’ พี่ซุป–วิวัฒน์​ วงศ์ภัทรฐิติ หรือ พี่ซุป ซูเปอร์จิ๋ว คือคนคนนั้น&#160; และถ้านับจากจุดเริ่มต้นที่เขาเป็นพิธีกรรายการ ซูเปอร์จิ๋ว มาจนถึงปัจจุบันที่เป็นทั้งพิธีกรและผู้ผลิตรายการ SUPER 10 อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว และ SUPER 100 อัจฉริยะเกินร้อย&#160; เวลาผ่านมาเกือบสามสิบปีแล้ว 17 สิงหาคม 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบห้าสิบปีของ พี่ซุป ตั้งแต่ก้าวแรกตอนช่วงอายุยี่สิบต้นๆ จนถึงตอนนี้ที่อายุขึ้นเลขห้า พี่ซุปยังคงทำงานแรก งานเดิมและงานเดียวไม่เปลี่ยนแปลง แม้สี่ปีก่อนจะมีการพัฒนารูปแบบรายการจาก ซูเปอร์จิ๋ว มาเป็น SUPER 10 อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว จนสร้างปรากฏการณ์เรตติ้งที่สูงขึ้นอย่างถล่มทลาย แต่เขายังคงย้ำกับทุกคนเสมอว่าใจความหลักในงานนั้นยังคงไม่แปรเปลี่ยนใดๆ&#160; “พี่ไม่ได้ทำแค่รายการโทรทัศน์ แต่พี่ตั้งใจสร้างเวทีเพื่อให้โอกาสและแรงบันดาลใจกับน้องๆ” ในขวบปีชีวิตที่ผ่านมาของพี่ซุปก็เช่นกัน หลังจากวันเกิดปีที่สี่สิบเก้า รายการโทรทัศน์จากบริษัทเขากำลังทะยานพุ่งสูงติดลมบนเหมือนปีก่อนหน้า ทุกอย่างกำลังไปด้วยดีทั้งในแง่ของเรตติ้ง ชื่อเสียง และเม็ดเงิน จนกระทั่งการมาถึงของวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่พลิกทุกอย่างจากหน้ามือเป็นหลังมือ ด้วยกราฟการทำงานและชีวิตที่ขึ้นสุดลงสุดเช่นนี้ ประกอบกับวาระโอกาสอายุครบห้าสิบปี ผมตัดสินใจเดินทางมาสนทนากับพี่ซุปถึงบริษัทซูเปอร์จิ๋ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soop-superjeew/">“พี่อยากเห็นผู้ใหญ่ในประเทศให้ความสำคัญกับเด็กมากกว่านี้” – พี่ซุป ในวันแรกที่อายุ 50 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><span style="font-weight: 400;"><span style="display: none;">พี่ซุป</span><br>ถ้าทำรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งมายาวนานพอ วันหนึ่งคุณอาจได้สัมผัสประสบการณ์แบบที่ทีมงานรายการ <a href="https://www.facebook.com/superjeew"><em>ซูเปอร์จิ๋ว</em></a>&nbsp;เคยเจอ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ผู้ร่วมรายการเด็กเป็นลูกของอดีตเด็กสาวที่เคยมาร่วมรายการอีกทีหนึ่ง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ที่น่าสนใจคือไม่ว่าคนแม่หรือคนลูก พวกเขาทั้งคู่ล้วนเรียกพิธีกรรายการคนเดิมด้วยคำคุณศัพท์เดียวกัน คือคำว่า ‘พี่’</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;"><strong>พี่ซุป–วิวัฒน์​ วงศ์ภัทรฐิติ</strong> หรือ พี่ซุป ซูเปอร์จิ๋ว คือคนคนนั้น&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">และถ้านับจากจุดเริ่มต้นที่เขาเป็นพิธีกรรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">ซูเปอร์จิ๋ว </span></i><span style="font-weight: 400;">มาจนถึงปัจจุบันที่เป็นทั้งพิธีกรและผู้ผลิตรายการ </span><em><span style="font-weight: 400;">SUPER 10 อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว</span></em><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">SUPER 100 อัจฉริยะเกินร้อย&nbsp;</span></i></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านมาเกือบสามสิบปีแล้ว</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106058" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-16-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">17 สิงหาคม 2563 เป็นวันคล้าย<a href="https://adaymagazine.com/?s=a+happy+birthday">วันเกิด</a>อายุครบห้าสิบปีของ พี่ซุป</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ก้าวแรกตอนช่วงอายุยี่สิบต้นๆ จนถึงตอนนี้ที่อายุขึ้นเลขห้า พี่ซุปยังคงทำงานแรก งานเดิมและงานเดียวไม่เปลี่ยนแปลง แม้สี่ปีก่อนจะมีการพัฒนารูปแบบรายการจาก </span><i><span style="font-weight: 400;">ซูเปอร์จิ๋ว </span></i><span style="font-weight: 400;">มาเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">SUPER 10 อัจฉริยะพันธุ์จิ๋ว </span></i><span style="font-weight: 400;">จนสร้างปรากฏการณ์เรตติ้งที่สูงขึ้นอย่างถล่มทลาย แต่เขายังคงย้ำกับทุกคนเสมอว่าใจความหลักในงานนั้นยังคงไม่แปรเปลี่ยนใดๆ&nbsp;</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">“พี่ไม่ได้ทำแค่รายการโทรทัศน์ แต่พี่ตั้งใจสร้างเวทีเพื่อให้โอกาสและแรงบันดาลใจกับน้องๆ”</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ในขวบปีชีวิตที่ผ่านมาของพี่ซุปก็เช่นกัน หลังจากวันเกิดปีที่สี่สิบเก้า รายการโทรทัศน์จากบริษัทเขากำลังทะยานพุ่งสูงติดลมบนเหมือนปีก่อนหน้า ทุกอย่างกำลังไปด้วยดีทั้งในแง่ของเรตติ้ง ชื่อเสียง และเม็ดเงิน จนกระทั่งการมาถึงของวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่พลิกทุกอย่างจากหน้ามือเป็นหลังมือ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยกราฟการทำงานและชีวิตที่ขึ้นสุดลงสุดเช่นนี้ ประกอบกับวาระโอกาสอายุครบห้าสิบปี ผมตัดสินใจเดินทางมาสนทนากับพี่ซุปถึงบริษัทซูเปอร์จิ๋ว และการพูดคุยของเรานั้นเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องขวบปีที่ผ่านมา อายุที่ขึ้นต้นหลักใหม่ ไปจนถึงการตกผลึกภายในหลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมาไม่รู้กี่ครั้ง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ไม่มีเวทีและคณะกรรมการทั้งสามท่านตัดสิน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">มีเพียงคนสองคนและบทสนทนาตลอดสองชั่วโมง ถึงสิ่งที่ ‘พี่ซุปของน้องๆ’ ทำมาเกินครึ่งชีวิต</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="730" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-4.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106046" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-4-300x183.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-4-768x467.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-4-1024x623.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-4-600x365.jpg 600w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ช่วงโควิดที่ผ่านมา พี่ซุปได้รับผลกระทบบ้างไหม</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">ได้รับผลกระทบ เพราะบริษัทเรามีธุรกิจหลักสองส่วน คือคอนเทนต์ทีวีกับงานอีเวนต์ อีเวนต์คือไม่ต้องพูดถึง หายไปเลย ส่วนทีวีก็ได้รับผลกระทบบางส่วน โดยรวมคือหายไปกว่า 60 เปอร์เซ็นต์</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>หนักหนาขนาดไหน&nbsp;</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">หนักที่สุด (ตอบทันที) อย่างพี่เองก็ต้องเจอช่วงเวลายากลำบากที่ต้องบอกลาน้องๆ จำนวนหนึ่ง นั่นเป็นวันที่โหดที่สุดในชีวิตที่พี่เคยเจอ ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ร้องไห้ทั้งวันเลย พี่ไม่สามารถพาเรือลำใหญ่ผ่านน้ำที่เชี่ยวกรากได้ มันเจ็บปวดมาก แต่พี่พยายามคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องพิเศษที่เราได้รับผลกระทบเหมือนคนส่วนใหญ่ พยายามทำความเข้าใจว่ามันก็ต้องอย่างนี้แหละ มาดูกันดีกว่าว่าจะสู้ต่อได้ยาวนานขนาดไหน ก็ว่ากันไป</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>หลายคนชอบบอกว่า ‘ในวิกฤตมีโอกาส’ พี่ซุปเจออะไรแบบนั้นในเหตุการณ์นี้ไหม</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าในทางธุรกิจอาจจะไม่ แต่สำหรับพี่ นี่เป็นโอกาสในการเข้าใจชีวิต&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">พี่อยู่ในฐานะของการนำพาคน ดังนั้นในช่วงแรกที่โควิดระบาด มันมีความครุ่นคิด จิตตก และกดดันอยู่มากโข เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเราและเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของชีวิตและความสูญเสียที่ทำให้คนใช้ชีวิตได้ไม่เหมือนเดิม&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">สมัยต้มยำกุ้งที่พี่ก็เคยผ่านมา ถ้าปล่อยวางทุกอย่างและอยู่เฉยๆ ก็อยู่ได้ แต่ครั้งนี้มันอยู่ไม่ได้ พูดให้เห็นภาพชัดที่สุดคือครั้งนี้พี่เห็นคำว่า ‘ความตาย’ ช่วงแรกเลยเครียดมากว่า ‘นี่คือจุดจบแล้วหรอ มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกไหม มีใครที่เราติดค้างหรือเปล่า’ คิดอยู่กับตัวเองแบบนั้นสักเดือนครึ่งจนค่อยๆ ปรับตัวได้ ค่อยๆ ทำความเข้าใจว่า worst case คืออะไร พอคิดได้ก็เริ่มโอเค ไปต่อ ต่อให้มันเกิดขึ้นจริงก็ไม่ตกใจเพราะคิดไว้แล้ว</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>แล้ว worst case ที่พี่ซุปนึกถึงคืออะไร</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่ตีไปแล้วว่าปีนี้จะไม่มีงานเลย เจ๊งยับ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ถึงเส้นที่คิดไว้นะ ตอนนี้เริ่มกลับมาทำงานได้บ้างแล้ว พี่ก็มองมันเป็นเหมือนโบนัส</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106056" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ก่อนหน้านี้งานของพี่ซุปดูไปได้ดีมากๆ แต่พอเจอแบบนี้เหมือนกราฟหัวปัก มันเจ็บปวดมากกว่าปกติไหม</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่ไม่คิดทำนองนั้น โอเค ถ้าดูจากตัวเลขก่อนโควิดก็สามารถบอกได้แหละว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดี ตอนกุมภาฯ ยังเรียกน้องๆ ในทีมมาคุยกันอยู่เลยว่าเราทำยังไงกันดี งานชุกเหลือเกิน (หัวเราะ) เพียงแต่ตอนนี้พี่ไม่คิดถึงมันแล้ว ก็อย่างที่บอกว่าพี่เข้าใจแล้วว่ามันเกิดขึ้น ถ้ากราฟจะหัวปักก็ตามนั้น พี่ไม่สะเทือนใจกับมันมากเพราะเริ่มปรับความคิดได้ พี่ว่าทุกอย่างยังอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจนะ ปัญหานี้ใหญ่โตเกินใครสักคนบนโลกจะแก้ไข พี่ขอแค่ดูแลคนที่ดูแลได้และก้าวผ่านไปด้วยกัน นั่นคือความสำเร็จแล้ว&nbsp;</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>พี่ซุปเคยให้สัมภาษณ์ว่าตัวเองเป็นคนมองอะไรสั้นๆ แค่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เท่าที่ฟังดูเหมือนความเป็นตัวเองจะเป็นประโยชน์ต่อวิกฤตนี้อยู่เหมือนกัน</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) ตั้งแต่พี่เริ่มทำงาน คนพูดกับพี่เสมอเลยว่าพี่ควรมีแผน 3-5 ปีจนบางทีก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่พี่ไม่มี พี่มีแค่เป้ากว้างๆ ว่าอยากพัฒนาขึ้น เติบโตขึ้น และดีขึ้นในทุกก้าวย่างของงานที่ทำ ไม่ต้องคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ระดับ 5-10 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ แค่ดีกว่าที่เคยก็พอ ดังนั้นพี่ไม่ปรารถนาการเป็นเบอร์หนึ่งจากทีม ถ้าเขาตั้งใจเต็มที่แล้วพี่ว่าก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ไปกดดันมากกว่านั้น พี่ไม่ใช่คนทะเยอทะยาน เส้นชัยของพี่เลยเป็นหวานเย็น นิดหนึ่งพี่ก็โอเคแล้ว ไม่ได้หวังความเป็นเลิศที่สุด และเพราะพี่เป็นแบบนี้ล่ะมั้งเลยพยายามเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นมากกว่าจะสู้กับมันให้ตายกันไปข้าง ตอนนี้พยายามเอาตัวรอดและมีชีวิตปกติไปถึงปีหน้าให้ได้ก่อน คิดถึงตรงนั้นมากกว่า</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ในอีกมุมหนึ่ง การเป็นคนแบบนี้อาจมีคนแย้งว่าทำให้ชีวิตก้าวช้าเกินไปหรือเปล่า</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) แต่จุดที่ยืนอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะมานะ ถ้าถามพี่เมื่อสามสิบปีก่อน ตรงนี้ไม่เคยเป็นเป้าหมายในชีวิตพี่เลย แต่ที่มาถึงวันนี้ได้พี่ว่าเพราะแค่พี่ทำทุกวันให้ดีน่ะ ตั้งใจทำงานทุกครั้งและทุ่มเททุกครั้งด้วยความเชื่อที่ว่าถ้าเราตั้งใจดีผลลัพธ์คงออกมาดี ถึงออกมาแย่แต่อย่างน้อยที่สุดทุกครั้งที่กลับมาดูงานพี่ต้องภูมิใจ พี่คิดว่านี่ก็พอแล้ว แต่พอทำแบบนี้มาอย่างต่อเนื่องมันก็พามาสู่จุดนี้เอง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106048" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>แล้วอะไรคือใจความหลักที่ทำให้ตั้งใจทำงานเดิมมาได้ถึงสามสิบปี</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่เชื่อเรื่องแรงบันดาลใจและโอกาส เชื่อว่างานที่พี่ทำคือการสร้างเวทีให้เด็กค้นหาตัวเอง อย่างทุกวันนี้ในเทปนึงเราอาจเปิดโอกาสให้เด็กไม่เยอะ แต่เชื่อว่าเด็ก 3-4 คนนั้นจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนเป็นแสนเป็นล้าน</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ทำไมถึงเชื่อเรื่องแรงบันดาลใจและการให้โอกาสขนาดนั้น</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">เพราะพี่เชื่อว่าคนเรามีความสามารถ เด็กทุกคนมีความสามารถ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้โอกาส และยิ่งเมื่อพี่ทำงานไปเรื่อยๆ พี่ยิ่งได้เห็นว่าโอกาสบางอย่างสามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กและครอบครัวได้จริงๆ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนที่รายการเป็นอีกแบบหนึ่ง ช่วงที่เหนื่อยที่สุดของพี่คือวันเด็ก อย่างมีอยู่ปีหนึ่งที่พี่ต้องขึ้นสี่เวทีในที่เดียวกัน เหงื่อออก ข้าวไม่ได้กิน บ่ายสามตะคริวกิน ขาขยับแทบไม่ได้ แต่เชื่อไหม สิ่งที่ทำให้พี่ขยับตัวได้คือเสียงเชียร์ รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆ อธิบายไม่ถูกนะ แต่รู้สึกว่านี่คงเป็นความรู้สึกเหมือนศิลปินที่เขามองแฟนเพลงจากเวทีมั้ง พี่ได้เห็นน้องๆ มีความสุขและพี่ก็ได้ความสุขนั้นตอบแทน ถ้าย้อนมาที่ปัจจุบันพี่ก็มีความสุขกับทุกช่วงเวลาเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่น้องมาปรากฏตัว น้องมาขอฝัน และวินาทีที่เขาได้รับโอกาส พี่ได้เห็นแววตา ความสุขและการแสดงออกของเขา ทุกอย่างเป็นความปีติ ทั้งหมดที่ทำให้พี่รู้สึกดีและภูมิใจที่ได้ทำสิ่งนี้ มันเติมเต็ม ทุกอย่างเป็นพลังงานสะสมที่บอกว่าเรามาถูกทางแล้ว สิ่งที่ทำอยู่มันถูกต้องและเราควรทำต่อไป ยิ่งทุกวันนี้มีโลกออนไลน์ ได้เห็นคอมเมนต์ทันทีว่าคนดูได้กำลังใจและแรงบันดาลใจแบบที่เราตั้งใจ</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนไหม เพราะถ้าเทียบกันแล้วจำนวนคนดูตอนนี้กับเมื่อห้าปีที่แล้วห่างกันพอดู</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่ว่าพี่เป็นเหมือนดักแด้ที่ต้องรอน่ะ คือพี่เป็น underdog และถูกละเลยในงานที่ทำมายี่สิบกว่าปี ดังนั้นพี่เข้าใจดีว่าความตั้งใจไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป ถ้าเลือกทำในสิ่งที่ประเทศไม่ได้ให้ความสำคัญ เราก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของคนที่เขามองลงมา แต่พอเราเปลี่ยนวิธีคิดและรูปแบบรายการให้เป็นแบบทุกวันนี้ เราสามารถเอาชนะยี่สิบปีนั้นได้โดยที่ใจความหลักของเรายังเป็นสิ่งเดิม แค่เราเปลี่ยนให้คนรับรู้ในวงกว้างขึ้น สิ่งนี้กลายเป็นพลังทันที มันสร้างแรงบันดาลใจและส่งผลตรงถึงคนหมู่มาก แต่ก็เชื่อว่าถ้าไม่มียี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา พี่ไม่สามารถก้าวขึ้นจากโคลนดูดแห่งความสิ้นหวังแบบวันนี้ได้</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ถ้าไม่นับโควิด ฟังดูโดยรวมถือว่าชีวิตช่วงนี้พี่ซุปโอเคมาก</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พอใจมากๆ ชีวิตและสุขภาพลงตัวในแบบที่พี่โอเค อย่างที่บอกว่าพี่ไม่ได้มีความทะเยอทะยานไปมากกว่านี้ พี่เลยไม่ได้ขวนขวายและเคี่ยวกรำตัวเองจนเกินไป แต่ถามว่าถ้ารายการจะเป็นอันดับหนึ่งพี่ก็ดีใจและอยากรักษาคุณภาพนั้นไว้นะ ถ้าวันไหนเริ่มไม่ดีก็ค่อยหาว่าทำไม แต่โดยรวมถือว่าตอนนี้โอเคมาก ไม่เคยคิดว่าจะมาถึงจุดที่รายการมียอดรวมกว่า 3.6 พันล้านวิว เพราะเมื่อห้าปีที่แล้วคลิปไหนมียอดดูหลักแสนก็ดีใจน้ำตาเล็ดแล้ว ทุกวันนี้ไม่มีสัปดาห์ไหนที่ไม่ถึงล้าน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนที่มีสี่ช่อง รายการพี่อยู่อันดับสี่ สมัยที่มีหกช่อง พี่ก็ไปอยู่อันดับหก แต่ทุกวันนี้พี่มาอยู่อันดับหนึ่งของยี่สิบกว่าช่องได้ พี่ภูมิใจมาก มันเกินกว่าฝันเยอะเลย แต่ก็พยายามบอกตัวเองว่าสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่จีรัง อาจมีวันหนึ่งที่เปลี่ยนไป ดังนั้นพี่ต้องเกาะเส้นมาตรฐานไว้ มองวันต่อวันเพื่อทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่เอาตัวรอดไปวันๆ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18.jpg" alt="" class="wp-image-106060" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-18-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>แล้วคนมองอะไรวันต่อวันอย่างพี่ซุป มองวันเกิดว่ายังไงบ้าง</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าให้ตอบจริงๆ คือพี่ไม่ให้ราคากับวันเกิดเลย</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">อาจเพราะพี่โตมากับครอบครัวที่ไม่มีวันเกิดด้วย ดังนั้นพี่ไม่เคยมีการฉลองหรือเค้กวันเกิดใดๆ อย่างทุกวันนี้เวลาใครจัดงานให้ พี่ก็จะเขินๆ แต่ถามว่าดีไหม ก็ดีนะ เป็นโมเมนต์ที่เราได้รู้ว่าคนรักเราและอยากให้เรามีความสุข อย่างทุกปีที่ออฟฟิศก็จะมีการสั่งอาหารมากินกัน แต่อย่างปีนี้พี่ก็บอกทีมว่าไม่จัดดีกว่า บรรยากาศปีนี้มันไม่ได้ แต่ทั้งหมดคือพี่ไม่แอนตี้ พี่ได้หมด โอเคหมด เพราะในทางกลับกันพี่ก็ชอบจัดวันเกิดให้คนอื่นเหมือนกัน</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ทำไม</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">คงเหมือนกับงานที่ทำ พี่อยากเห็นคนอื่นมีความสุข ซึ่งพี่ก็จะอวยพรทุกคนว่า ‘สุข สำเร็จ สมหวัง และมีสุขภาพดี’ เพราะว่าทั้งหมดนี้ควรเป็นพรที่เกิดขึ้นกับทุกคน</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>แล้วในวันเกิดพี่ซุปเอง พี่ซุปทำอะไรพิเศษกว่าวันธรรมดาไหม</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่ใช้วันนี้เพื่อทบทวน ตั้งแต่อายุสี่สิบแล้วที่พยายามถามตัวเองว่าเรามีผลึกอะไรในชีวิตที่ใช่หรือเปล่า ซึ่งก็มีหลายเรื่องที่ใช้นำทางชีวิตจนถึงทุกวันนี้ (หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูโพย) พี่มีจดๆ ไว้เหมือนกัน เดี๋ยวเล่าให้ฟัง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106064" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-22-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>เช่นอะไรบ้าง</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง ‘อะไรจะเกิด มันจะเกิด’ อันนี้พี่ได้มาจากการทำอีเวนต์ ถ้ามีโอกาสผิดพลาดในจุดไหน ประสบการณ์พี่บอกว่าในที่สุด สิ่งนั้นจะเกิด เรื่องนี้สอนให้พี่มี plan A, plan B และ plan C ซึ่งถ้า plan C ยังแก้ไม่ได้ หลังจากนั้นก็ต้องช่างมัน</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สอง ‘ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน’ ยิ่งอยู่มา ยิ่งเห็นว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สาม ‘เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป’ จริงๆ แล้วนี่เป็นคำพระ แต่พี่ว่าจริงๆ แล้วเอาไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่อง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สี่ ‘วันสงกรานต์ ฝนจะตก’ อันนี้ไม่มีอะไร สังเกตหลายทีแล้ว พี่แค่รู้สึกว่าอันนี้ใช่ (หัวเราะ)</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ห้า ‘ปาฏิหารย์ไม่ใช่ความบังเอิญ’ เคยได้ยินไหมเวลาแข่งฟุตบอลแล้วเขาใช้คำว่า ‘ลูกยิงปาฏิหารย์’ พี่ว่าไม่ใช่ปาฏิหารย์หรอก นึกออกไหมว่าลูกยิงนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้บุก มันจะไม่เกิดขึ้นถ้าคนยิงไม่ตั้งใจยิง ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความพยายามทั้งนั้น และมันต้องล้มเหลวหลายครั้งมากด้วยกว่าจะเกิดปาฏิหารย์ นี่คือสิ่งที่พี่บอกตัวเอง</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106052" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<p><span style="font-weight: 400;">หก ‘แข่งกับตัวเองสนุกที่สุด’ นี่ก็มาจากการที่พี่คิดว่าตัวเองต้องดีขึ้น ถ้าทำได้ พี่ว่าชีวิตจะมีความสุข ดีกว่าแข่งกับคนอื่นที่ต่อให้เราดีขึ้นเราก็อาจแพ้และไม่ภูมิใจในตัวเอง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เจ็ด ‘ยาแก้แพ้มีอยู่ในชีวิตจริง’ บางสิ่งที่พี่รู้สึกว่าถ้าทำแล้วมีโอกาสล้มเหลว พี่ว่าตัวเองมียาแก้แพ้คือผู้เชี่ยวชาญที่ชี้ทางให้เราได้ในเรื่องต่างๆ คนเหล่านี้คือยาแก้แพ้ในชีวิตจริงของพี่</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">แปด ‘หมั่นคุยกับตัวเอง’ พี่คุยกับตัวเองทุกครั้งที่อาบน้ำเพราะมันสงบดี ในฝักบัวพี่มักคิดอะไรได้เยอะแยะ และพี่มักเอาตรงนั้นมาคุยกับทีม</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">เก้า ‘หาแพสชั่นให้เจอ’ พี่รู้สึกว่าแพสชั่นทำให้เราเกิดพลังชีวิตในแต่ละช่วงเวลาได้จริงๆ มันทำให้เราขยัน ยิ่งถ้าเราควบคุมมันได้ พี่ว่ามันจะทำให้ชีวิตมีรสชาติ</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">และสิบ ‘เราเกิดมาเพื่อมีประโยชน์และมีความสุข’ สิ่งนี้เกิดเมื่อประมาณสิบปีก่อน ตอนนั้นชีวิตพี่จำเจมาก พี่เลยครุ่นคิดกับตัวเองว่าเราเกิดมาทำไม เป็นอย่างนั้นสองปีจนอยู่ดีๆ ก็ตอบตัวเองได้ด้วยประโยคนี้ นับตั้งแต่วันนั้น พี่ยึดถือเสมอมาว่าสิ่งนี้คือสรณะ ต่อจากนี้ถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขและมีประโยชน์ ถือว่าจบ&nbsp;</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ทั้งหมดนี้ค่อยๆ เจอมากขึ้นในแต่ละปี</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">(พยักหน้า) แต่ก็ไม่ทุกปี บางปีก็ไม่มีเรื่องใหม่ บางปีก็พบว่าสิ่งที่เคยคิดนั้นไม่ใช่แล้ว แต่โดยรวมคือการถามตัวเองว่าเราดีขึ้นกว่าปีที่แล้วไหมนั่นแหละ ไม่ได้มองว่า ‘เราอายุมากขึ้นแล้ว’ อะไรแบบนั้น เพราะก่อนหน้านี้พี่ก็เคยคิดว่าตอนอายุสามสิบเราจะรู้สึกยังไง หรือตอนสี่สิบเราจะเป็นยังไง ซึ่งพี่ก็ค้นพบว่าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไร ตัวเลขไม่ได้มีผลกับพี่</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ห้าสิบไม่ได้ต่างกับสี่สิบ</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เลย ถึงต่อให้มีอะไรเปลี่ยนพี่ก็รู้สึกว่ามันเป็นแบบนี้แหละ ไม่ได้รู้สึกติดขัดหรือทำให้คิดอะไรมากกว่าปกติ&nbsp;</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12.jpg" alt="" class="wp-image-106054" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-12-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>การทำงานกับเด็กมีผลต่อความคิดนี้ไหม เพราะหลายคนมักบอกว่า ‘การอยู่ใกล้ชิดเด็กทำให้หัวใจรักษาความเป็นเด็กไว้ได้’</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิดนานและยิ้ม) พี่เคยคิดว่าเป็นแบบนั้นนะ เมื่อสักสิบปีที่แล้ว พี่คิดว่าตัวเอง young at heart เพราะพี่ไม่เหมือนกับคนรุ่นเดียวกัน พี่ยังร่าเริง สนุกกับเกม การ์ตูน หรือการกินของหวาน ยังคงทำอะไรเหล่านี้เหมือนตอนที่เป็นเด็ก เลยคิดว่าตัวเองมีหัวใจที่เป็นเด็ก แต่ต่อมาพี่ได้ค้นพบว่ามันไม่ใช่หรอก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าถามตอนนี้ พี่จะตั้งคำถามว่าแล้วจริงๆ การโตขึ้นหมายถึงอะไร เส้นแบ่งระหว่างความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่คือเส้นไหน หรือจริงๆ แล้วคำว่าโตไม่มีอยู่จริง ดังนั้นถ้าให้ตอบ พี่ค้นพบเมื่อเช้านี่เองว่าตัวเองเป็น ‘เหมือนเดิม’ มากกว่า พี่เป็นคนเดิมกับทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องงานที่เมื่อสามสิบปีที่แล้วรู้สึกยังไง ตอนนี้พี่ก็รู้สึกแบบนั้น พี่ไม่ได้จำว่าตัวเองเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่แล้ว เพราะถึงอายุมากขึ้นพี่ก็เป็นแบบนี้แหละ ถึงวัยเปลี่ยนพี่ก็เหมือนเดิม</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>แล้วพี่ซุปคิดยังไงกับคำพูดที่ผู้ใหญ่หลายคนมักบอกให้เด็ก ‘โตได้แล้ว’</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่ว่าขึ้นอยู่กับเหตุการณ์นะ บางทีผู้ใหญ่ก็แค่ใช้เกณฑ์นี้เพื่อให้เด็กหยุดทำบางสิ่งบางอย่าง ลองยกตัวอย่างหน่อยสิว่าผู้ใหญ่มักบอกให้เด็ก ‘โตได้แล้ว’ กับเรื่องอะไรบ้าง</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>เช่น ‘หยุดเล่นเกมได้แล้ว โตได้แล้ว’</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">อย่างเรื่องนี้พี่ว่าก็เพราะพวกเขาไม่ได้เล่นเกมไง ถ้าผู้ใหญ่เล่นเกม เขาก็จะรู้ว่าเกมเล่นได้ไม่จำกัดอายุ นี่รวมถึงอีกหลายๆ ค่านิยมในอดีตที่คนชอบตัดสินคนอื่นจากเกณฑ์ของตัวเอง ทั้งๆ ที่ถ้ามองกันจริงๆ เกณฑ์ที่แบ่งแยกว่าคนไหนเป็นเด็ก คนไหนเป็นผู้ใหญ่ มันไม่แน่นอนแล้วนะ มันแล้วแต่คน&nbsp;</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>การเป็นคนเดิมในโลกที่เร่งให้เราโตขึ้น มันดียังไง</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเอาส่วนตัว พี่ว่าพี่โชคดี การที่ความรู้สึกแบบเดิมอยู่กับเรา มันดีตรงที่พี่ยังคงรู้สึกดีกับสิ่งเดิม อย่างกับงาน มันก็ทำให้พี่ปรับตัวเข้ากับเด็กได้ หรือเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดกว่านั้น ถ้าคุณทำงานเดิมมาสามสิบปี คุณเบื่อไหมล่ะ แต่ด้วยความเป็นพี่ พี่ไม่เบื่อเลย พี่ยังมีความสุขเหมือนวันแรก</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26.jpg" alt="พี่ซุป" class="wp-image-106067" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-26-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>สุดท้าย เนื่องในโอกาสวันเกิด ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อพี่ซุปจะขออะไร</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่ขอมากกว่าหนึ่งข้อได้ไหม</span></p>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ได้ครับ ได้</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">พี่จะเล่าให้ฟังแบบนี้ ในสมัยพี่เป็นเด็ก พี่จำได้ว่าทีวีจะปิดตอนหกโมงเย็นเพราะต้องประหยัดพลังงาน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ประเทศเราเจอน้ำมันในอ่าวไทย และนั่นทำให้เกิดการเติบโตสูงมาก แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน ถ้าข้อมูลพี่ไม่ผิด อีกไม่กี่ปีจะไม่มีน้ำมันในประเทศแล้ว ทองคำก็ใช้ไปเยอะ ป่าไม้ก็แทบไม่เหลือ ดังนั้นพี่จึงคิดว่าประเทศเราต้องหาทรัพยากรใหม่ในการขับเคลื่อนโดยด่วน ซึ่งสิ่งที่พี่คิดว่าเหมาะสมและอยู่ใกล้ตัวแต่ผู้ใหญ่มองข้ามมาตลอด นั่นคือเด็ก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งทำงานนี้พี่ยิ่งได้เห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถอย่างน่าอัศจรรย์ ขอเพียงแค่เขาได้รับโอกาสเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพ พี่เชื่อว่าประเทศเราก้าวกระโดดไปได้ไกลแน่ๆ แต่ที่ผ่านมา ประเทศเราละเลยและไม่เคยหันมาดูเด็กเลย เรามีแต่คำพูดสวยหรูว่าเด็กคือคนสำคัญ แต่ในทางปฏิบัติ ประเทศนี้ไม่ได้ทำอย่างที่พูดสักอย่าง ดังนั้นสิ่งที่พี่อยากขอจึงมีสองเรื่อง</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ พี่อยากให้ผู้มีอำนาจสร้างโรงเรียนที่ช่วยให้เด็กที่ขาดโอกาสได้รับสิ่งที่เขาควรได้ เหมือนโรงเรียนใน&nbsp;<em>X-Men</em> ที่ช่วยให้เขาเติบโตจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว พี่เชื่อว่าถ้าประเทศดูแลเขาได้ ประเทศเราจะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สอง พี่อยากให้มีโครงการ ‘หนึ่งตำบล หนึ่งปริญญา’ นี่เกิดจากการที่พี่คุยกับเด็กหลายคนว่าถ้าเขาจบ ม.3 เขาจะเลิกเรียนเพราะตอนนี้เขาเรียนฟรีได้ถึงแค่นั้น ถ้าเขาขึ้น ม.4 ที่บ้านต้องลำบากแน่ๆ สู้เขามาช่วยครอบครัวทำงานดีกว่า สุดท้าย พี่ว่าวงจรนี้จะวนลูป ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้คือการให้โอกาสทางการศึกษาที่มากกว่านี้ พี่เคยคิดเล่นๆ นะ ว่าถ้าเราเอางบไปให้กับเด็กจนจบปริญญา พวกเขาจะมีโอกาสสร้างรายได้จนคุ้มทุนแน่ๆ และชุมชนก็จะเจริญตามไปด้วย ถ้าเราเติมตรงนี้ได้ พี่เชื่อว่านี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศนี้ในระยะยาว&nbsp;</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28.jpg" alt="" class="wp-image-106069" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-28-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><b>ฟังดูเป็นความตั้งใจของพี่ซุปมากกว่าพร</b></h4>



<p><span style="font-weight: 400;">(พยักหน้า) เพราะกับเวลาที่เหลือ พี่ก็อยากทำประโยชน์ตรงนี้เพื่อเปลี่ยนให้ประเทศเราให้ความสำคัญกับเด็กให้ได้ เพราะสิ่งที่พี่เจอมาสามสิบปีมันเหมือนเดิมเลย (นิ่งคิด) พี่เป็นห่วงจริงๆ นะ ลองคิดง่ายๆ ก็ได้ว่าสมัยพี่เป็นเด็ก พี่ยังเห็นสนามเด็กเล่นเยอะแยะที่เล่นฟรีได้ แต่เดี๋ยวนี้พี่ไม่เห็นแล้ว สนามเด็กเล่นไม่เยอะแล้ว แต่สนามเล่นเด็กกลับเยอะมาก</span></p>



<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นก่อนตายพี่คงทำประโยชน์ด้านนี้แหละ เพราะพี่คิดว่ามันสำคัญจริงๆ</span></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29.jpg" alt="" class="wp-image-106070" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-29-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<hr class="wp-block-separator"/>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1.jpg" alt="" class="wp-image-106043" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/superjiw-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>befor.tart รส พี่ซุป ซูเปอร์จิ๋ว</strong></h4>



<p><strong>sprinkle sugar / milk tablet / banana cream cheese / coffee jelly&nbsp;</strong></p>



<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งแรกที่นึกถึงพี่ซุปคือรายการเด็กที่พี่ซุปดำเนินรายการมาตลอดหลายปี วัตถุดิบส่วนหนึ่งที่นำมาใช้จึงแทนถึงความเป็นเด็ก ทั้งกล้วยและนมอัดเม็ดที่ผสมให้รสชาติเข้มข้นขึ้นด้วยครีมชีส ทำให้ได้รสที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งหมดนั้นรองไว้ด้วยเจลลี่กาแฟที่ให้รสเข้มสะท้อนถึงความเป็นผู้ใหญ่ แต่ด้วยสัมผัสของเจลลี่ก็ยังแทนถึงความเป็นเด็กแฝงไว้ด้วยอีกที เมื่อนำรสชาติทั้งสองมาคู่กันจะให้ทั้งรสหวานและขมไปพร้อมกัน แทนถึงความยากลำบากในการทำรายการเด็กที่พี่ซุปต่อสู้และทำมาอย่างยาวนานจนประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จัก อีกทั้งกล้วยและกาแฟนั้นยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มพลังงานและการเผาผลาญได้อย่างดีในอีกหนึ่งกิจกรรมที่พี่ซุปกำลังสนุก นั่นคือการวิ่ง และด้วยน้ำตาลสีที่โรยไว้ด้านบน จำลองให้ทาร์ตนี้เป็นเหมือนบ่อบอลที่สร้างความสนุกและรอยยิ้มให้กับเด็กๆ เช่นเดียวกันกับที่พี่ซุปได้ทำให้พวกเขามาโดยตลอด</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/soop-superjeew/">“พี่อยากเห็นผู้ใหญ่ในประเทศให้ความสำคัญกับเด็กมากกว่านี้” – พี่ซุป ในวันแรกที่อายุ 50 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“จาก 36 ถึงฮาวทูทิ้ง ถ้าตายวันนี้ เราโอเคแล้วนะ” เต๋อ นวพล ในวันแรกที่อายุ 36 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hbd-ter-nawapol/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Feb 2020 09:38:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a happy birthday]]></category>
		<category><![CDATA[นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[เต๋อ นวพล]]></category>
		<category><![CDATA[nawapol]]></category>
		<category><![CDATA[นวพล]]></category>
		<category><![CDATA[hbd]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสันต์วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[พรวันเกิด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=89122</guid>

					<description><![CDATA[<p>นวพล ถ้าเป็นคนอื่น การคุยเรื่องความตายในวาระวันเกิดอาจเป็นเรื่องเสียมารยาท แต่พอคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมคือ เต๋อ–นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผมกลับไม่คิดแบบนั้น เปล่า ไม่ใช่เพราะเราสนิทกันจนพูดอะไรก็ได้ แต่เพราะผู้กำกับ Die Tomorrow เป็นฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน บทสนทนาเรื่องวันตายในวันเกิดระหว่างผมกับเขาจึงเกิดขึ้น 4 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 36 ปีของเต๋อ 36, Mary is Happy, Mary is Happy, THE MASTER, ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ, Die Tomorrow, BNK 48 : Girl Don’t Cry และ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ–ในฐานะผู้กำกับ เต๋อมีผลงานภาพยนตร์ 7 เรื่องตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ไม่ต้องเป็นคนในแวดวงหนังก็น่าจะพอรู้ว่านี่เป็นตัวเลขที่เยอะมากๆ เพราะตั้งแต่ปี 2555 ที่ภาพยนตร์เรื่อง 36 ออกฉาย ไม่เคยมีสักปีที่เต๋อจะไม่มีผลงานให้แฟนหนังได้เห็น เขาถือเป็นหนึ่งในผู้กำกับไม่กี่คนที่ยืนระยะได้และมีวินัยในการทำหนังออกมาสม่ำเสมอ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-ter-nawapol/">“จาก 36 ถึงฮาวทูทิ้ง ถ้าตายวันนี้ เราโอเคแล้วนะ” เต๋อ นวพล ในวันแรกที่อายุ 36 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">นวพล</span> <span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นคนอื่น การคุยเรื่องความตายในวาระวันเกิดอาจเป็นเรื่องเสียมารยาท แต่พอคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมคือ <a href="https://www.facebook.com/ternawapol">เต๋อ</a>–นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผมกลับไม่คิดแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปล่า ไม่ใช่เพราะเราสนิทกันจนพูดอะไรก็ได้ แต่เพราะผู้กำกับ</span><i><span style="font-weight: 400;"> Die Tomorrow</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน บทสนทนาเรื่องวันตายในวันเกิดระหว่างผมกับเขาจึงเกิดขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89218 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-7.jpg" alt="นวพล" width="462" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-7.jpg 462w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-7-205x300.jpg 205w" sizes="(max-width: 462px) 100vw, 462px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">4 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นวันคล้าย<a href="https://adaymagazine.com/?s=a+happy+birthday">วันเกิด</a>อายุครบ 36 ปีของเต๋อ</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">36,</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">Mary is Happy, Mary is Happy</span></i><span style="font-weight: 400;">, </span><i><span style="font-weight: 400;">THE MASTER,</span></i> <i><span style="font-weight: 400;">ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ</span></i><span style="font-weight: 400;">, </span><i><span style="font-weight: 400;">Die Tomorrow</span></i><span style="font-weight: 400;">, </span><i><span style="font-weight: 400;">BNK 48 : Girl Don’t Cry</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ–</span></i><span style="font-weight: 400;">ในฐานะผู้กำกับ เต๋อมีผลงานภาพยนตร์ 7 เรื่องตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องเป็นคนในแวดวงหนังก็น่าจะพอรู้ว่านี่เป็นตัวเลขที่เยอะมากๆ เพราะตั้งแต่ปี 2555 ที่ภาพยนตร์เรื่อง</span><i><span style="font-weight: 400;"> 36</span></i><span style="font-weight: 400;"> ออกฉาย ไม่เคยมีสักปีที่เต๋อจะไม่มีผลงานให้แฟนหนังได้เห็น เขาถือเป็นหนึ่งในผู้กำกับไม่กี่คนที่ยืนระยะได้และมีวินัยในการทำหนังออกมาสม่ำเสมอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเมื่อตอนต้นปีนี้ (หนึ่งเดือนก่อนวันเกิดเขา) หนึ่งประโยคที่เขาพูดโต้ตอบกับแฟนหนังในโซเชียลมีเดียจึงทำให้ผมประหลาดใจ เพราะตั้งแต่รู้จักเต๋อ เขาไม่เคยพูดหรือรู้สึกแบบนี้มาก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปีนี้เป็นปีแรกที่เรารู้สึกว่าไม่ต้องมีหนังออกมาก็ได้นะ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความสงสัยและวาระที่ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ </span></i><span style="font-weight: 400;">เพิ่งลาโรง นั่นเองจึงเป็นเหตุผลที่ผมมาพบเต๋อเพื่อสนทนาอัพเดตกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงพูดคุยเกี่ยวกับก้าวต่อไปในขวบปีที่ 36 ของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การพูดคุยกันในวันนั้นเกิดมาเป็นบทสัมภาษณ์นี้ บทสัมภาษณ์ที่ผมอยากชวนทุกคนอ่านในรูปแบบ ‘ไดอะล็อกหนังเต๋อ’ ดูสักครั้ง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“เฮ้ยแก บทสัมภาษณ์เต๋ออาจมีทุกปีเว้ย แต่บทสัมภาษณ์เต๋อตอนอายุ 36 มันจะมีแค่ปีนี้ปีเดียวนะ แถมเต๋อยังมาพูดเรื่องความตายในวันเกิดตัวเองอีก”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ทำไมเต๋อพูดงั้นวะ”</span></i></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“แกลองอ่านดูแล้วกัน”</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89226 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-15.jpg" alt="นวพล" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทำหนังมาเจ็ดเรื่องแล้ว เวลาปล่อยหนังแต่ละทีความรู้สึกของคุณเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าในแง่กิจกรรม เราว่าไม่ค่อยต่างเท่าไหร่ แต่ในแง่ความรู้สึก เราว่าตัวเองสบายขึ้นและตื่นเต้นน้อยลง นี่เป็นเรื่องดีนะ ไม่ใช่ไม่ดี เพราะพอไม่ตื่นเต้น ตอนนี้เราเริ่มเห็นอย่างอื่นมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตื่นเต้นน้อยลงไม่ทำให้เบื่อเหรอ ทำไมการตื่นเต้นน้อยลงสำหรับคุณถึงเป็นเรื่องดี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าเป็นคนละแบบ อย่างเรา ความตื่นเต้นที่น้อยลงคือความตื่นเต้นในการเจอของที่ไม่เคยเจอ ทุกวันนี้เราไม่ค่อยมีอะไรแบบนั้นแล้ว แต่เรากลับรู้สึกดีกับการเจอของเดิมๆ ในระดับที่ลึกขึ้นมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่นการไปเทศกาลหนัง แรกๆ เราอาจตื่นเต้นว่าหนังออกนอกประเทศไปเจอคนดูฝรั่ง แต่หลังๆ สิ่งที่เรารู้สึกกลับเป็นการได้เห็นระบบของงานเหล่านั้น ทำไมเขาจัดแบบนี้ เกณฑ์ในการเลือกหนังของเขาคืออะไร ทำไมปีนี้งบน้อยกว่าปีที่แล้ว เหมือนเราเข้าใจมากขึ้น เห็นมากขึ้นและตื่นเต้นกับรายละเอียดแทน คล้ายๆ กับการเปลี่ยนความสนใจที่เราว่าสนุกดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89238 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-27.jpg" alt="นวพล" width="675" height="397" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-27-300x176.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-27-600x353.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กับเรื่องล่าสุดอย่าง </b><b><i>ฮาวทูทิ้ง </i></b><b>หนังพาคุณไปเจออะไรใหม่ๆ บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่างประเทศเรายังไม่รู้ แต่ถ้าพิเศษสำหรับเรื่องนี้ เราว่าหนังพาเราไปเจอคนดูในแบบที่แมสมากๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถามว่าตอน</span><i><span style="font-weight: 400;"> ฟรีแลนซ์  </span></i><span style="font-weight: 400;">แมสไหม มันแมส แต่งานนั้นเป็นงานที่มีตัวเราอยู่ครึ่งหนึ่ง สตูดิโอครึ่งหนึ่ง ตรงกันข้ามกับเรื่องนี้ที่ตัวเราแทบจะอยู่ในหนังร้อยเปอร์เซ็นต์ มีคนอื่นอยู่แค่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์เองมั้ง มันมากจนเกือบเท่า</span><i><span style="font-weight: 400;"> 36 </span></i><span style="font-weight: 400;">แล้ว ดังนั้นรากต้นของหนังสองเรื่องนี้จึงใกล้กันมาก เพียงแต่ตอนนี้เรามีความรู้และรู้จักวิธีทำมากขึ้น องค์ประกอบต่างๆ ของความเป็นเราจึงได้ถ่ายทอดสู่คนหมู่มาก และนั่นทำให้หนังกระเด็นออกไปนอกกลุ่มคนดูเดิมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซนนอกกลุ่มนี่แหละที่เราได้เจอกับพวกเขาเป็นครั้งแรก เราได้รู้ว่าคนทั่วไปรู้สึกกับหนังยังไง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ผลออกมาเป็นไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าโอเคนะ ช่วง 2-3 วันแรกที่ฉาย ฟีดแบ็กหนังดีมาก ดีจนไถลออกไปสู่ที่ที่เราไม่เคยคาดหวังว่าจะไปถึง ตอนนั้นเราได้เจอว่า ‘เขาคิดอย่างนี้ เขาคิดอย่างนั้น’ เต็มไปหมด คนที่ไม่เข้าใจเลยก็มี bad comment ก็มี แต่เราก็อ่าน และเราได้ค้นพบคำตอบบางอย่างในการทำงานของตัวเองผ่านประสบการณ์ของคนดูเหล่านั้น มันทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ถ้างานไม่พาเราออกไปเจอคนดูเยอะขนาดนั้น เราคงไม่ได้รู้ขนาดนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89230 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-19.jpg" alt="นวพล" width="481" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-19.jpg 481w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-19-214x300.jpg 214w" sizes="(max-width: 481px) 100vw, 481px" /></p>
<p><b>คำตอบบางอย่างที่คุณว่าคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปรียบเป็นเหตุการณ์แบบนี้แล้วกัน เหมือนก่อนหน้านี้ ถ้ามีคนมาบอกเราว่า ‘อย่าทำแบบนี้เลย ไม่ได้หรอก’ เราจะต่อต้านว่า เหรอวะ ไม่ได้จริงๆ เหรอวะ แต่พอ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง </span></i><span style="font-weight: 400;">พาเราไปเจอแมส ไอ้อะไรแบบนั้นที่เราเคยค้างคาว่า ‘ไม่ได้จริงๆ เหรอ’ มันค่อยๆ ได้รับการพิสูจน์ว่า เออ มันไม่ได้จริงๆ แต่ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่างานหน้าเราจะปรับนะ แต่เรามองเรื่องนี้เป็นเหมือนบทเรียนหนึ่งมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนที่สร้างงานจากสิ่งที่ตัวเองสนใจ และยอมรับความหลากหลายอยู่พอสมควร เรามีความเชื่อแบบนี้ ดังนั้นพอได้เรียนรู้บทเรียนที่ว่างานเราไปไม่ถึงคนบางกลุ่มจริงๆ ก็ไม่ไปคิดว่า ‘รอบหน้าผมจะทำให้ดีขึ้นครับ ผมขอโทษด้วย’ ตัวเราไม่ใช่อย่างนั้น เพราะพออายุ 36 แล้ว มันมีความ ‘จะอะไรอีกวะ’ อยู่นิดหนึ่ง (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยู่ในวัยที่เหนื่อยแล้ว ดังนั้นเราทำแบบที่ทำอยู่นั่นแหละ แต่แค่ทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ มองในอีกแง่หนึ่งคือถึงหนังจะพาเราออกไปนอกโซนเจอคนไม่เข้าใจและ bad comment แต่หนังก็พาเราไปเจอคนดูอีกกลุ่มหนึ่งที่เราคาดไม่ถึงและเขาชอบหนังเรา เราได้คนเหล่านี้มาพร้อมๆ กัน มันทำให้รู้สึกดีไปอีกแบบว่ามีคนเข้าใจสิ่งที่เราทำมากขึ้นเยอะเลย เพราะถ้าเทียบกับตอน </span><i><span style="font-weight: 400;">36</span></i><span style="font-weight: 400;"> ตอนนี้เยอะขึ้นเป็น 5 เท่า 10 เท่านะ ดังนั้นเราพึงพอใจมากๆ แม้รายรับของ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง </span></i><span style="font-weight: 400;">อาจจบที่ประมาณ 57 ล้านแต่เราพอใจกับหนังแล้ว เพราะเรารู้ว่าถ้าจะไปถึงร้อยล้าน เราต้องทำอีกแบบ และเราจะเล่าแบบนี้ไม่ได้ เขียนตัวละครแบบนี้ไม่ได้ เล่าหนักขนาดนี้ไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราทำแบบอื่นไม่ได้ ถ้าเรารู้สึกว่างานต้องทำแบบนี้ เราจะทำแบบนี้ให้เสร็จ ดังนั้นเราไม่คาดหวังที่จะทำงานให้ทุกคนรักได้ขนาดนั้น นั่นไม่ใช่ธรรมชาติของเราด้วย เราแค่ทำสิ่งที่อยากทำไป ถ้างานพาไปเจอคนเยอะขึ้นก็ดี จะได้เพื่อนมาอยู่หมู่บ้านเดียวกันมากขึ้น จำนวนอาจไม่ได้ใหญ่โตมหาศาลแต่เราว่าเพียงพอให้เราทำหนังไปได้เรื่อยๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89227 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงมีตัวคุณเองได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  </b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งคือในแง่เรื่องราว </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง </span></i><span style="font-weight: 400;">เป็นเรื่องที่มาจากตัวเราเกือบจะที่สุดแล้วมั้ง และหนังเข้ามาในวันที่เรามีอาวุธครบมือ 7-8 ปีที่เราทำหนังมาทำให้ตอนนี้เรามีความรู้เพียงพอ สตูดิโอก็ไม่ได้แก้ไขหรือขัดขวาง เหมือนเขาวางใจและปล่อยเรามากขึ้น ไฟนัลคัตที่ได้ดูนั่นก็มาจากเรา มันเป็นความสุดในหลายๆ ด้านพอดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดูเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ เหมือนเราเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกหมดแล้ว อะไรที่เราเคยสงสัยหรือรู้สึกว่าอยากลอง เราลองดูและลองทำมาหมดแล้ว ไม่รู้จะลองอะไรแล้ว </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> จึงเป็นเหมือนบทสรุปของ 8 ปีที่ผ่านมาว่าถ้าเราจะทำหนัง หนังจะออกมาได้ที่สุดประมาณนี้ ถ้าจะทำอีกที เราคงย้ายสาย คงเปลี่ยนไปและไม่เหมือนเดิม อาจเป็นหัวข้อใหม่หรือวิธีใหม่ คล้ายๆ กับเรากำลังได้เริ่มใหม่อีกรอบ สนุกดีนะ คนที่ติดตามจะได้ไม่เบื่อด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นี่เป็นสาเหตุหลักที่คุณบอกว่าปีนี้จะไม่ทำหนังหรือเปล่า หรือมันมีปัจจัยอื่นๆ อีก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สาเหตุหลัก ตามปกติเราจะลุ้นตลอดว่าปีหน้าจะมีหนังไหม อยากมีจังโว้ย มันไฟแรงและเต็มไปด้วยความสงสัย โอเค สุดท้ายเราโชคดีที่มีหนังเข้ามาตลอด แต่ปีนี้พอทุกอย่างเป็นอย่างที่เล่าไป เราจึงรู้สึกว่าปีนี้พักดีกว่า ไม่ทำหนังก็ได้ ไม่เป็นไรถ้าจะไม่มี เราอยากขอเวลาคิดแป๊บหนึ่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89220 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>มันเป็นความรู้สึกแบบไหน คล้ายๆ วิ่งเข้าเส้นชัยหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เชิง (เงียบคิด) เราว่าเหมือนฉากหนึ่งในหนังเรื่อง <em>Forrest Gump</em> ที่ฟอร์เรสต์วิ่งทางไกลอยู่ดีๆ แล้วก็หยุด พอแล้วดีกว่า เหนื่อยแล้ว กลับบ้านกัน ถามว่ามันคือตอนจบไหม ก็ไม่ได้จบ หมดไฟไหม ก็ไม่ได้หมด แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือ &#8216;เฮ้อ เหนื่อยจัง ขอพักแป๊บหนึ่งนะครับ&#8217; เราอยากช้าลงบ้าง พูดให้เห็นภาพชัดคือเราอยากนั่งเฉยๆ แบบสบายๆ บ้าง เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้เราบู๊มาก เราต้องดูชะตากรรมทั้งหมดของหนังแทบทุกเรื่องและเราต้องทำงานในโลกที่เร็วมากไปเรื่อยๆ เราต้องคิดตลอดว่าจะทำคอนเทนต์อะไรให้คนดู และยังต้องอ่านคอมเมนต์ต่างๆ ไปพร้อมกันด้วย ไม่อ่านก็ไม่ได้ ดังนั้นมันเหนื่อยเหมือนกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>บางคอนเมนต์น่าจะบั่นทอนเยอะอยู่ ทำไมคุณยังเลือกที่จะอ่าน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะเดี๋ยวเราจะไม่ได้เรียนรู้ หนังหนึ่งเรื่องใช้เวลาทำงานเป็นปี แต่หนังจะอยู่ในโรงภาพยนตร์แค่ 1-2 เดือนเท่านั้น ถ้าไม่เก็บเกี่ยวตอนนี้ก็ไม่รู้จะเอาตอนไหน ดังนั้นเราต้องลงไปโดนตีนและอยู่กับมันให้ได้นานที่สุด เราต้องอ่านให้รู้ว่าที่เขาไม่ชอบ เขาไม่ชอบเพราะอะไร ถ้าชอบ ชอบที่ตรงไหน มันต้องออกไปเจอสิ่งเหล่านี้ เราต้องออกไปเจอคลื่น ไม่งั้นเราจะไม่ได้อะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89233 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-22.jpg" alt="นวพล" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-22.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-22-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-22-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ถ้าให้ย้อนคิด คุณนิยามปีที่ผ่านมาของตัวเองว่าอย่างไร ใช้คำว่าปีแห่งการเรียนรู้ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(เงียบคิดนาน) เราอยากเรียกว่าเป็นปีที่จบไตรภาคมากกว่า ถ้าตัวเราเริ่มจากหนังเรื่อง </span><i><span style="font-weight: 400;">36</span></i><span style="font-weight: 400;"> 8 ปีที่ผ่านมาถือว่านานสำหรับเรามาก จากวัยรุ่นที่มีความสงสัย ต่อสู้มาเรื่อยๆ จนได้อะไรกลับมาเยอะพอสมควร เราได้ค้นพบว่าตัวเองเหมาะทำหนังเล็กหน่อยแต่ควบคุมได้ เริ่มเข้าใจอะไรแบบนี้มากขึ้นเพราะเห็นกระบวนการของทั้งฝั่งเมนสตรีมและอินดี้มาแล้ว สุดท้ายทุกอย่างมาจบที่ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> พอดี นี่เป็นหนังที่เราได้ทำอย่างที่อยากทำในเลเวลที่สุดๆ แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เริ่มที่ </b><b><i>36 </i></b><b>จบไตรภาคตอนอายุ 36 ปีพอดี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(หัวเราะ) เซอร์มาก ปีนี้ได้เป็นเต๋อ 36 อย่างสมูบรณ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในวันที่เริ่มต้น คุณคิดว่าตัวเองจะมาถึงขั้นนี้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โห 8 ปีที่แล้ว เราไม่ได้คิดหรอกว่าจะมาถึงขนาดนี้ ตอนนั้นแค่คิดว่าทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้คาดหวังอะไรล่วงหน้ามาก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็เรียนรู้จากมัน อาจเพราะไม่ใช่คนคิดอะไรใหญ่โตด้วยมั้ง เราไม่ใช่คนที่จะอยากไปออสการ์ แค่อยากก้าวไปทีละขั้น ดังนั้นเราแปลกใจเหมือนกันที่มาจบไตรภาคแบบวันนี้ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้สึกดีนะ มันเป็นตอนจบที่ไม่ใช่ตัดจบ แต่มันเป็นแบบ ‘เฮ้อ จบดีกว่า’ พอแล้ว จะเอาอะไรอีก เรื่องหน้าค่อยว่ากันใหม่ อาจเป็นหนังผีก็ได้ แล้วแต่ไอเดียที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ นี่ถ้าไปบอกตัวเองเมื่อ 8 ปีก่อนว่าวันหนึ่งเราจะอยากทำหนังผี ตัวเราตอนนั้นคงคิดว่า ‘เหรอวะ กูเนี่ยนะ’ (หัวเราะ) มันเกิดขึ้นของมันเอง เมื่อถึงเวลา เราก็รู้สึกเอง และถ้าจะต้องทำมัน เราจะทำโดยไม่ฝืน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89239 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-28.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-28.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-28-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>เคยจินตนาการตัวเองตอนอายุ 36 ปีไว้ยังไงบ้าง ตอนนี้เป็นอย่างที่คิดไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หนังสือรวมรุ่นสมัยตอนเราอยู่ ม.6 เคยมีคำถามว่าอนาคตอยากเป็นอะไร เราจำได้ว่าตัวเองตอบว่าอยากมีโปรเจกต์สนุกๆ ทำไปเรื่อยๆ เพราะเราคิดแค่นี้ เราไม่เคยคิดว่าต้องเป็นอะไร นั่นทำให้เราเป็นคนที่ฟรีฟอร์มประมาณหนึ่ง ก่อนทำหนัง เราเขียนหนังสือ ก่อนพอดแคสต์จะนิยมแบบตอนนี้ เราทำสิ่งที่คล้ายๆ กันเมื่อสิบปีที่แล้ว สำหรับเรา นี่เป็นข้อดีเหมือนกัน เพราะถ้าเราล็อกตัวเองไว้ เราคงไม่ได้ทำอย่างอื่น แต่นี่เราทำทุกอย่างแบบที่อยากทำไปเรื่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเป็นคนคิดสั้นๆ ไม่ได้คิดอะไรยาวมาก กระทั่งปีนี้ ยังไม่รู้เลยว่าปลายปีจะทำอะไร ขนาดเดือนหน้ายังแทบไม่รู้ แต่นั่นเป็นเพราะเรารู้ว่าเดี๋ยวอะไรสักอย่างจะมาเอง ผลจากสิ่งที่เราทำตอนนี้คงทำให้เกิดอะไรขึ้นตามมาในอนาคต และเราคิดแบบนี้ตั้งแต่หนังเรื่องแรก เราจึงต้องทำงานให้ดีเพื่อให้เกิดสิ่งที่จะตามมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แสดงว่าคุณไม่ใช่คนที่มี New Year’s Resolution </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้ามีก็อย่างเดียวและสี่เดือนก็ลืมแล้ว (หัวเราะ) จำไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรามันเร็ว แค่ 2-3 ปี บางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ดังนั้นเราแค่รอดูก็พอ ชีวิตบังคับให้เราไปหาสิ่งใหม่อยู่แล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89237 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-26.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-26.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-26-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>การไม่ตั้งเป้าหมายระยะยาวมันดีต่อคุณในแง่ไหนบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(เงียบคิด) เนี่ย ขนาดกับเรื่องนี้ เรายังไม่เคยคิดเลยว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ถ้าให้ดูที่ผ่านมาเราว่าเวิร์กนะ ไม่ได้มีข้อเสียอะไร หนึ่งคือเราไม่เหนื่อย สองคือพอเราไม่ได้คิดอะไรใหญ่โต จังหวะชีวิตเราไม่ได้ก้าวกระโดด โอกาสพังของเราจึงน้อย เราแค่ทำให้ดีที่สุดตามลำดับโดยไม่ทำอะไรใหญ่เกินตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างงานโฆษณาของเราก็ได้ ตอนเริ่มทำ เรารู้ตัวว่ายังไม่เก่ง ถ้าตามใจลูกค้าเยอะๆ เราต้องแย่แน่ๆ ดังนั้นเราถึงเลือกงานตั้งแต่แรกเพราะเราทำได้จำกัด เรามีความสามารถเท่านี้ อย่าให้ไปทะเลาะกับใครเลย แต่ตอนแรกก็คิดนะ ว่าได้หรือเปล่าวะ มึงเป็นใครมาจากไหนเนี่ย อยู่ดีๆ เลือกงานตั้งแต่ชิ้นแรก แต่กลายเป็นว่าทำไปทำมาแม่งเวิร์ก พอเข้าปีที่สาม คนเริ่มจำได้ว่าเราเป็นแบบไหน หลายคนเลยส่งงานในแบบเดียวกันมาให้ มันดีทั้งในแง่ว่านี่คืองานแบบที่เราถนัดและเราสามารถช่วยลูกค้าได้จริงๆ โอเค สุดท้ายงานอาจจะไม่เยอะ แต่ระหว่างทำเราแฮปปี้ เราทำไปโดยที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะนำไปสู่อะไร (นิ่งคิด) อะไรแบบนี้มั้งที่ออกมาเป็น </span><i><span style="font-weight: 400;">Die Tomorrow</span></i></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-89246 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-35.jpg" alt="นวพล" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-35.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-35-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-35-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราไม่อยากฝืนทำงานที่ต้องไปเคลียร์ตัวเองในอนาคต เพราะเราคิดว่าถ้าตัวเองตายก่อน เราจะตายไปพร้อมความปวดกบาลขุ่นหมอง กลับกันถ้าเราได้ทำสิ่งที่ชอบโดยที่ระหว่างทางแฮปปี้มากๆ ถ้าตายวันนี้ เราโอเคนะ อย่างตอนทำ </span><i><span style="font-weight: 400;">ฮาวทูทิ้ง </span></i><span style="font-weight: 400;">ถ้าระหว่างถ่ายเราตาย เราก็โอเค เพราะได้เล่าสิ่งที่อยากเล่า ได้ทำงานที่อยากทำ และได้เจอกับนักแสดงที่ชอบ ไม่มีอะไรค้างคา เราไม่ใช่คนที่จะอดทนทำหนัง 5 เรื่องแรกโดยคิดว่าเรื่องที่ 6 จะเป็นตัวกูที่สุด อ้าว ถ้าตายตอนเรื่องที่ 4 ล่ะ มันไม่ได้นะเว้ย แต่กับชีวิตเรา ต่อให้ตายตอนทำ</span><i><span style="font-weight: 400;"> 36</span></i><span style="font-weight: 400;"> เรายังโอเคเลย นี่อาจเป็นสาเหตุที่ไม่ค่อยคิดอะไรยาวมั้ง เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่นานขนาดนั้นหรือเปล่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าอย่างนั้นในวันเกิดคุณแต่ละปีคุณคิดถึงอะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่มีอะไรมาก แค่คิดว่าวันนี้อายุเท่าไหร่ อ๋อ 36 แล้ว เย้ โพสต์เฟซบุ๊ก จบ ไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตขนาดนั้น (เงียบคิด) แต่คนน่ะชอบคิดว่าเราคิดแบบนี้ได้เพราะเป็นนวพล มันไม่ใช่เว้ย 8 ปีก่อนเราก็คิดแบบนี้ เราแค่เลือกสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ถามว่าอุดมคติไหม เราก็ว่าไม่ เราคิดแค่ว่าทำหนังหนึ่งเรื่องต้องหมดไปกี่ปี กี่เดือน กี่วัน ดังนั้นวันเหล่านี้เราควรจะมีความสุข เพราะผลของหนังจะเป็นยังไง ไม่มีใครรู้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการรู้ว่าระหว่างทำเราไม่ได้ขี้เกียจและมีความสุข แค่นี้โอเคแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89223 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-12.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-12.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-12-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>แล้วคุณให้คะแนนชีวิตตัวเองที่ผ่านมาสิบเต็มสิบหรือเปล่า</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">สิบเต็มสิบก็ได้ ห้าเต็มห้าก็ได้ หนึ่งเต็มหนึ่งก็ได้ สกอร์เท่าไหร่ก็ได้เพราะสกอร์ไม่มีผลต่อเรา สำคัญคือเรารู้ว่าตัวเองเต็มที่ เราไม่เคยรู้สึกขี้เกียจในการทำหนังเรื่องไหน อย่างน้อยต้องทำสุดความสามารถเท่าที่บริบทและปัจจัยในตอนนั้นจะให้ได้  เราไม่อยากมีคำว่า ‘รู้งี้..’ และมีอะไรติดค้าง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>บางคนอาจจะแย้งว่าในความเป็นจริงเราไม่ได้มีอิสระในการเลือกขนาดนั้นหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเข้าใจ พอพูดอะไรแบบนี้ในสมัยนี้จะดูแปลก เราชอบโดนบอกว่า ‘นี่มันคำพูดของบิดาฮิปสเตอร์นี่นา’ มาเชียร์ให้รักอิสระขนาดนี้ แต่ในอีกทางหนึ่ง การต้องทนทำอะไรที่ไม่ชอบนั่นไม่แปลกเหรอวะ และการที่เราเลือกทำแบบที่เล่าให้ฟังนี้ เรามีสิ่งที่ต้องแลกเต็มไปหมดนะ แต่ประเด็นคือเราแลกไง ถ้าคนอื่นไม่แลก เขาจะได้อีกสิ่งหนึ่งที่อาจจะดีกว่าเราก็ได้ ดังนั้นเราไม่ได้บอกว่าใครทำผิดวิธี แต่นี่เป็นทางที่เราเลือก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สุขคุณ สุขผม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถูก มนุษย์เจออะไรมาไม่เหมือนกัน  ดังนั้นเราเลือกไม่เหมือนกันหมดแน่ๆ แต่ปัญหาอยู่ที่เราอยู่ในประเทศที่มีเบ้าหลอมน้อยไง สังคมเราจำกัดคนให้อยู่แค่ 1 2 3 4 ดังนั้นพอเราเป็น 5 6 7 8 ก็เลยยาก คนชอบคิดว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ถึงจะเวิร์ก แต่ไม่ใช่ โลกเราไม่ใช่อย่างนั้นตั้งแต่แรกแล้ว ยิ่งยุคนี้ ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ บางประเทศเขาไปถึง 57 แล้ว บ้านเราไอ้ 1 2 3 4 ยังมาไล่ตีคนอื่นอยู่เลย (เงียบคิด) แต่โอเคแหละ เส้นทางที่เราเลือกอาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะไม่ค่อยมีแบบแผนให้ดูก่อนหน้า เดินไปก็ไม่รู้ว่าหลงหรือเปล่าแต่ระหว่างเดินสนุกดี อาจจะเบี้ยวๆ บ้างแต่สุดท้ายวันนี้เราเดินมา 8 ปีแล้ว เราโชคดีด้วยที่ระหว่างทางไม่ค่อยมีใครมายุ่งกับเรา ถึงเข้ามาก็ทำอะไรเราไม่ค่อยได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89260 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-49.jpg" alt="" width="675" height="420" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-49.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-49-300x187.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-49-600x373.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>สุดท้าย เนื่องในโอกาสวันเกิด ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ คุณจะขออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ขอให้นอนหลับเหมือนทุกๆ ปีแล้วกัน ถ้านอนหลับได้ก็แปลว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แสดงว่าวันนั้นคงโอเคประมาณหนึ่ง ใน </span><i><span style="font-weight: 400;">Die Tomorrow </span></i><span style="font-weight: 400;">เราเลยทำตอนน้าค่อมไง วันหนึ่งวันที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงเป็นวันที่สบายใจ อยากไปก็ไป นั่นถือว่าดีมากแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89267 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-56.jpg" alt="" width="675" height="434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-56.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-56-300x193.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-56-600x386.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-89213 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/02/hbd-เต๋อ-นวพล-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>befor.tart รส เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์</b></h4>
<p><b>malt powder / vanilla milk chantilly / baked meringue / butter cake / peta zeta</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ลักษณะภายนอกของทาร์ตจะไม่มีสีสันฉูดฉาดและวัตถุดิบไม่ได้ให้รสชาติที่จัดจ้าน แต่ด้วยวิธีการปรุงวัตถุดิบทั้ง 5 ชนิดอย่างผงมอล์ต วานิลลา ไข่ขาว ครีม และน้ำตาลทรายในวิธีการที่หลากหลายทำให้เกิดรสสัมผัสที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป เมื่อนำมาประกอบกัน รสชาติที่แสนธรรมดาเหล่านั้นจะร่วมกันสร้างประสบการณ์และความทรงจำให้กับคนทานได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกันกับลักษณะภายนอกของทั้งตัวงานและบุคลิกส่วนตัวของเต๋อ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้มองผิวเผินงานของเต๋ออาจดูธรรมดาและเรียบง่าย แต่เมื่อลองสัมผัสงานชิ้นต่างๆ ของเขา เราจะพบว่าแต่ละงานล้วนต่างกันโดยสิ้นเชิง งานทุกงานล้วนผ่านกระบวนการคิดมาอย่างประณีตและละเอียดในทุกรายละเอียด แม้ผู้ชมจะไม่ได้รับรู้ถึงขั้นตอนและความตั้งใจเหล่านั้น แต่พวกเขาสามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อกับงานของเต๋อได้อย่างง่ายดายผ่านความทรงจำหรือเรื่องราวในชีวิตบางอย่าง เหมือนกันกับส่วนประกอบในแต่ละส่วนของรสชาติที่ต่างมาจากวัตถุดิบที่พบเห็นได้ทั่วไป ถ้าอยู่ลำพังมันอาจจะหวานและออกจะจืดชืดไปด้วยซ้ำ แต่เมื่อนำมาผ่านกระบวนการในอีกรูปแบบที่ซับซ้อน สุดท้ายหน้าตาและรสชาติที่เคยธรรมดาของมันได้สร้างความพิเศษที่ต่างออกไปในรูปลักษณ์ที่แสนธรรมดานี้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-ter-nawapol/">“จาก 36 ถึงฮาวทูทิ้ง ถ้าตายวันนี้ เราโอเคแล้วนะ” เต๋อ นวพล ในวันแรกที่อายุ 36 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“จากที่คิดว่าดีพอตัว เราพบว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น” – แชมป์ ทีปกร ในวันแรกที่อายุ 35 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hbd-champ-teepagorn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jan 2020 11:34:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[a happy birthday]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[แชมป์ ทีปกร]]></category>
		<category><![CDATA[แมวเย้]]></category>
		<category><![CDATA[hbd]]></category>
		<category><![CDATA[สุขสันต์วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[วันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[พรวันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[happy birthday]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=88197</guid>

					<description><![CDATA[<p>แชมป์ ทีปกร ผมนัดเจอกับ แชมป์–ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ก่อนเขาเดินทางกลับสิงคโปร์ 1 วัน เดินทางกลับ ไม่ใช่เดินทางไป เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่แชมป์พาตัวเองไปเริ่มต้นงานประจำใหม่ที่แพลตฟอร์มสตรีมมิง Netflix ที่ประเทศสิงคโปร์ในตำแหน่ง Thailand Editorial Country Manager สิ่งแวดล้อมใหม่ วัฒนธรรมใหม่ และการทำงานใหม่ ในปีที่ผ่านมานี้จึงเป็นเหมือนอีกหนึ่งบทใหม่ของชีวิตเขา หลังจากบทบาทก่อนหน้าอย่างการร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ The MATTER, การเป็นพิธีกรและการร่วมก่อตั้งบล็อก exteen.com ล้วนประสบความสำเร็จ เพียงแต่คราวนี้การเริ่มต้นใหม่ของเขาเกิดขึ้นในที่ที่ไกลกว่าเดิม 1,300 ไมล์ และนั่นเองนำมาซึ่งคำถามว่า ปีที่ผ่านมาของแชมป์ต่างจากขวบปีอื่นในชีวิตมาก-น้อยขนาดไหน วันที่ 27 มกราคม 2563 นี้เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของแชมป์ สำหรับใครหลายคนวันเกิดเป็นเหมือนวาระที่จะได้ทบทวนชีวิตตลอด 365 วันที่ผ่านมา แชมป์เองเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เพียงแต่จากปกติที่เขาจะทบทวนเรื่องราวในหัวอยู่คนเดียว ปีนี้ผมตั้งใจอยากสนทนากับเขาเพื่อให้การถอดบทเรียนเหล่านั้นออกมาสู่ภายนอก สารภาพว่าในตอนแรกผมเดาไว้ล่วงหน้าว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาคงทำเขาเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งทั้งความคิดและทักษะ แต่เมื่อเราสนทนากันไปเพียงเล็กน้อย ประโยคสั้นๆ ของแชมป์กลับทำให้ผมประหลาดใจ “กับปีนี้ เราได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งมากขนาดนั้น” แม้บทสนทนาที่เหลือจะไม่ใช่ Netflix Original Series [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-champ-teepagorn/">“จากที่คิดว่าดีพอตัว เราพบว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น” – แชมป์ ทีปกร ในวันแรกที่อายุ 35 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">แชมป์ ทีปกร</span> <span style="font-weight: 400;">ผมนัดเจอกับ <strong>แชมป์–<a href="https://adaymagazine.com/writer-champ-the-matter/">ทีปกร วุฒิพิทยามงคล</a> </strong>ก่อนเขาเดินทางกลับสิงคโปร์ 1 วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เดินทางกลับ ไม่ใช่เดินทางไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่แชมป์พาตัวเองไปเริ่มต้นงานประจำใหม่ที่แพลตฟอร์มสตรีมมิง Netflix ที่ประเทศสิงคโปร์ในตำแหน่ง Thailand Editorial Country Manager สิ่งแวดล้อมใหม่ วัฒนธรรมใหม่ และการทำงานใหม่ ในปีที่ผ่านมานี้จึงเป็นเหมือนอีกหนึ่งบทใหม่ของชีวิตเขา หลังจากบทบาทก่อนหน้าอย่างการร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ The MATTER, การเป็นพิธีกรและการร่วมก่อตั้งบล็อก exteen.com ล้วนประสบความสำเร็จ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพียงแต่คราวนี้การเริ่มต้นใหม่ของเขาเกิดขึ้นในที่ที่ไกลกว่าเดิม 1,300 ไมล์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นเองนำมาซึ่งคำถามว่า ปีที่ผ่านมาของแชมป์ต่างจากขวบปีอื่นในชีวิตมาก-น้อยขนาดไหน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88214" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1186.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1186.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1186-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 27 มกราคม 2563 นี้เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 35 ปีของแชมป์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับใครหลายคนวันเกิดเป็นเหมือนวาระที่จะได้ทบทวนชีวิตตลอด 365 วันที่ผ่านมา แชมป์เองเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น เพียงแต่จากปกติที่เขาจะทบทวนเรื่องราวในหัวอยู่คนเดียว ปีนี้ผมตั้งใจอยากสนทนากับเขาเพื่อให้การถอดบทเรียนเหล่านั้นออกมาสู่ภายนอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สารภาพว่าในตอนแรกผมเดาไว้ล่วงหน้าว่า หนึ่งปีที่ผ่านมาคงทำเขาเติบโตไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งทั้งความคิดและทักษะ แต่เมื่อเราสนทนากันไปเพียงเล็กน้อย ประโยคสั้นๆ ของแชมป์กลับทำให้ผมประหลาดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กับปีนี้ เราได้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งมากขนาดนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้บทสนทนาที่เหลือจะไม่ใช่ <a href="https://www.netflix.com/">Netflix</a> Original Series แต่นี่คือ original stories ในหนึ่งปีที่เกิดขึ้นจริงกับใครคนหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และจังหวะของเรื่องราวนี้ขึ้น-ลงไม่แพ้ซีรีส์เรื่องไหนเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88296" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1282.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1282.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1282-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1282-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>ก่อนมาสัมภาษณ์ คุณเพิ่งอัพโหลดพ็อดแคสต์ THIS PODCAST SAVED MY LIFE ตอนใหม่ของตัวเอง พ็อดแคสต์นี้เกิดขึ้นมาได้ยังไง</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">พ็อดแคสต์นี้มาจากตัวเราทั้งหมด เป็นความตั้งใจของเราด้วยที่อยากกลับมาสร้างงานของตัวเองที่ใกล้ใจให้มากขึ้น เพราะปีที่ผ่านมาเราทุ่มเทกับงานออฟฟิศมาก จนบางทีงานกัดกินชีวิตเราเหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้าที่จะไป Netflix เราทำงานใกล้หัวใจตัวเองมาตลอด เราเชื่อในงานของเรา ชอบในงานของเรา นั่นคือการไปเจอเรื่องสนุกและเราอยากให้คนอื่นได้รู้ แม้กระทั่ง The MATTER ก็มาจากตัวเราเองว่าเราไปเจออะไรมาแล้วแก้ปัญหาสังคมได้ยังไง เราทำงานแบบนี้มาตลอด แต่พอเป็น Netflix ที่เป็น entertainment company วิธีคิดและการทำงานจะเปลี่ยน จากที่ตั้งโจทย์ว่าเราสนใจอะไรแล้วค่อยทำกลายเป็นเราต้องทำโจทย์ที่ได้รับมอบหมายมา บางเรื่องชอบและอิน บางเรื่องเราไม่อินแต่เป็นประโยชน์กับคนอื่น พอเป็นแบบนี้นี่จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เรารู้สึกว่างานแยกกับชีวิตส่วนตัวได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ก่อนหน้านี้ไม่ได้รู้สึกแบบนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่รู้สึกเลย ก่อนหน้านี้คืองานเท่ากับชีวิต ชีวิตเท่ากับงาน ดังนั้นเที่ยงคืนเราทำงานได้ ไม่ได้รู้สึกฝืน ยิ่งเวลาทำอะไรงานมักจะมีชื่อเราติดไปตลอด นั่นทำให้เรารู้สึกต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องแบ่งเวลาชีวิตไปทำงานเพราะมันคืออย่างเดียวกันอยู่แล้ว หรืออย่างเวลาดูข้อมูล ดูหนัง ฟังเพลง เราเปลี่ยนเป็นงานได้หมด ต่างจากปีที่ผ่านมา งานออฟฟิศไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาไปใช้ต่อในชีวิตประจำวันได้ เราเลยเริ่มแบ่งแยกระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88227" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1199.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1199.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1199-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1199-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นครั้งแรกนะที่เราไม่แฮปปี้ที่ต้องตอบอีเมลตอน 4 ทุ่ม เป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกว่างานไม่ใช่ทุกอย่างนี่หว่า เราผ่านช่วงที่ชีวิตพังมาก เรามอบชีวิตให้กับบริษัทโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ จนเข้ามากัดกินตัวเอง แน่นอนว่าเราต้องทำงานให้ได้ตามเป้าหมายของบริษัท นั่นคือความรับผิดชอบ แต่ขอบเขตอยู่ตรงไหนกันล่ะ นั่นคือสิ่งที่เราตั้งคำถาม </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เลยกลายเป็น THIS PODCAST SAVED MY LIFE </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ ตามชื่อเลยว่าพ็อดแคสต์นี้ช่วยชีวิตเราเอง และความรู้สึกนี้จะกลายเป็นคอลัมน์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นด้วย เราอยากกลับมาทำงานที่ใกล้หัวใจมากขึ้น เราอยากกลับมาสนุกกับการเรียนรู้ การค้นคว้า และการสื่อสาร เราอยากพูดและแสดงตัวตนออกไปบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดแบบนี้อาจฟังดูมีอีโก้มาก แต่ในความคิดเราตัวตนของคนทำงานสร้างสรรค์คือสิ่งสำคัญ เราอยากมีช่องทางสื่อสารของตัวเองที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่นใดที่ควบคุมไม่ได้ เช่น โจทย์จากออฟฟิศหรือเอเจนซี ต่างกับก่อนหน้านี้ที่สิ่งที่เราทำต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมตัวเองถึงจะดีที่สุด แต่พอเป็นโจทย์ที่ทำเพื่อคนอื่น ตอนแรกเราไม่ค่อยเห็นภาพ นั่นเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88278" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1253.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1253.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1253-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ช่วงยากๆ นี่ใช้คำว่า suffer ได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่ามีช่วงที่ suffer เยอะแหละ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกถึง imposter syndrome (อาการที่คิดว่าตัวเองไม่เก่งพอ) ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกเพราะเราทำอะไรที่เป็นตัวเองอยู่แล้ว แต่พอมาทำงานออฟฟิศเราก็กลัวว่าตัวเองจะเหมาะกับที่นี่หรือเปล่า ที่นี่คือที่ของเราหรือเปล่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา 30 กว่าปีไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ออกจากภาวะนี้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีหลายแบบนะ เช่น แบบที่ทำตามขอบเขตงานให้ดีที่สุดและตัดตัวตนออกไป มองเป็นเรื่องของความรับผิดชอบ เราคิดว่าวิธีนี้เฮลตี้ในระดับหนึ่ง อย่าไปคิดว่าคุณค่าของชีวิตคืองาน งานไม่ใช่ตัวตัดสินว่าเราดี-เลว เหมือนเป็นวิธีการที่เราบอกตัวเองว่าสองสิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวกัน อย่าเอาคุณค่าตัวเองไปผูกติดกับงานขนาดนั้น เป็นต้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หาจุดสมดุล</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช้คำนั้นก็ได้ คล้ายๆ กับการกั้นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของตัวตนที่งานเข้ามาไม่ได้ เราอยากรดน้ำดอกไม้ของตัวเองบ้าง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88305" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1297.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1297.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1297-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1297-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h4><b>งั้นถ้าให้นิยามจะนิยามปีที่ผ่านมาว่าอะไร</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">(เงียบคิด) เราว่าเป็นปีแห่ง wake-up call เหมือนเป็นปีที่เข้ามาบอกเราว่า เฮ้ย มึงไม่ได้เก่งมากนะ ในเวทีนานาชาติมีคนเก่งกว่าเยอะแยะ มึงไม่ได้เก่งมากหรอก อีกเรื่องก็อย่างที่บอกไป นี่เป็นปีที่เราได้เรียนรู้ว่างานออฟฟิศกับชีวิตส่วนตัวไม่ใช่อย่างเดียวกัน นั่นทำให้เราเข้าใจน้องๆ ที่เคยทำงานด้วยกันมากขึ้นว่าทำไมเขาถึงต้องหาสมดุลในชีวิต Netflix ทำให้เราเห็นความจริงข้อนี้และเราว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ถึงจะต้องปรับตัวเยอะ แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปคิด เราก็ว่าตัวเองตัดสินใจถูกนะ เราเพิ่งอายุ 35 เอง คงได้ใช้บทเรียนเหล่านี้จากการทำงานต่างประเทศกับชีวิตที่เหลือได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ที่คิดว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น แสดงว่าก่อนหน้านี้มีอยู่บ้างเหมือนกันที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช้คำว่าเรารู้สึกว่าตัวเองมีดีประมาณหนึ่งดีกว่า คงน่าหมั่นไส้ถ้าเราบอกว่าที่ผ่านมาเราไม่เก่งอะไร เราก็ทำบางอย่างที่โอเคมาอยู่บ้าง เราคงเก่งอยู่บ้าง แต่ปีที่ผ่านมาเหมือนเราถูกวางเข้าไปในอีกบริบทหนึ่ง อยู่ในการให้คุณค่าอีกแบบหนึ่ง นั่นทำให้เรารู้ว่าไม่ใช่ทุกเกมที่จะชนะ บางสนามแข่งเรามั่นใจ แต่บางสนามเรารู้สึกว่าไม่ใช่ สิ่งนี้ทำให้เราเห็นชีวิตที่เหลือมากขึ้นว่าจะเป็นยังไง จุดเด่น-จุดด้อยอยู่ตรงไหน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เหมือนรู้กว้างขึ้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ ถือเป็นโอกาสที่ดีนะ ถ้าไม่เอาตัวเองมาจมเราคงไม่มีโอกาสเรียนรู้ว่าตัวเองไม่เก่งเรื่องอะไร เราเชื่อว่า &#8216;การหาตัวเองว่าไม่เก่งเรื่องอะไร&#8217; ยากกว่า &#8216;การหาตัวเองว่าเก่งอะไร&#8217; </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88219" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1191.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1191.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1191-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1191-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>บทความนี้จะลงในวันเกิดคุณพอดี ปกติคุณคิดทบทวนชีวิตตัวเองในวันเกิดบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดเวลา ทุกๆ ปีเรากลับไปคิดทบทวนเสมอ แต่เราคิดว่าปีนี้น่าจะหนักสุด กราฟชีวิตเราไม่เคยอยู่เฉยก็จริง แต่ปีนี้เราพาตัวเองไปเจออะไรที่ใหม่มาก เราเลยมีอะไรที่ต้องทบทวนหลายอย่าง แต่ก็คิดว่าเป็นการทบทวนที่ดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กระบวนการคิดทบทวนตัวเองของคุณเป็นยังไง </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจะตั้งคำถามต่อรูปแบบความคิดของตัวเอง เช่น การมองเห็นว่าแต่ก่อนเราดำเนินชีวิตไปแบบออโต้ แต่ปีนี้เราได้รู้ว่าบางอย่างใช้ไม่ได้กับสภาพแวดล้อมใหม่ เช่น การที่คนในออฟฟิศมีหลายเชื้อชาติ วิธีการคุยแบบเดิมที่เราเคยใช้เขาอาจจะไม่เข้าใจ ดังนั้นเราก็ต้องปรับ เหมือนเราค่อยๆ เห็นว่าวิธีแก้ปัญหาในชีวิตมีหลายแบบมากขึ้นโดยที่ยังถูกต้องพอๆ กัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88290" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1276.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1276.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1276-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1276-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<h4><b>หลังจากทบทวนแล้วคุณคิดว่าปีที่ผ่านมาถือเป็น midlife crisis ไหม</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">โห ไม่นะ เราว่าเป็นแค่ความเปลี่ยนแปลงที่เราหยิบยื่นให้ตัวเองมากกว่า กลับกันเสียอีกถ้าให้เราอยู่ที่เดิมต่อ เราว่าตัวเองอาจมี midlife crisis เข้าจริงๆ ก็ได้ ถ้าเราอยู่ที่เดิมต่อกราฟชีวิตเราคงโตด้วยอัตรานิ่งๆ ทุกอย่างจะเหมือนเดิม อะไรแบบนั้นจะกดทับเราจนเกิดเป็นคำถามว่า ‘อะไรคือต่อไป’ แต่พอโจทย์เปลี่ยนไปสิ้นเชิงแบบทุกวันนี้มันทำให้เราเห็นภาพชีวิตชัดขึ้นด้วยซ้ำ ดังนั้นสำหรับเรา นี่เป็นจังหวะชีวิตที่กำลังพอดี </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราชอบ (ตอบทันที) เราเป็นคนที่ไม่ชอบการ maintain แต่เราชอบเริ่มต้นมาก นี่เป็นสิ่งที่เรียนรู้กับตัวเองตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จังหวะชีวิตแบบนี้ทำให้เราเป็นคนที่ไม่ยึดติดมาก อาจจะยึดติดกับตัวเองบ้าง แต่ไม่ยึดติดกับอย่างอื่น เราไม่คิดว่าเราเปลี่ยนไม่ได้หรือล้มไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สมัยก่อนบางทีเวลาเห็นคนที่ทำอะไรอย่างเดียว 10 ปีจนเป็นผู้เชี่ยวชาญเราอาจจะอิจฉา เพราะเราไม่ได้มองตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรสักอย่าง เราทำได้ทุกอย่างแต่ทำได้แค่ประมาณหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเราพยายาม make peace กับตัวเอง ชาตินี้ถึงไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญก็ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้เก่งด้านใดด้านหนึ่งก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าทุกๆ อย่างที่ไม่เก่งมาผสมกันเป็นเราได้ แค่นี้เราโอเคแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88283" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1264.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1264.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1264-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></span></p>
<p><b>พอเชื่อในความเปลี่ยนแปลงแล้วมุมมองต่อเรื่องอื่นๆ ในชีวิตคุณเปลี่ยนแปลงไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะ อย่างปีที่ผ่านมากับสิ่งที่เราเจอก็ทำให้เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ต่างกับตอน 27 อย่างเห็นได้ชัด ตอนนั้นเลือดร้อน อะไรที่ไม่ตรงกับเราเราจะเถียง พยายามทำความเข้าใจนะ แต่ทำเพื่อที่จะได้เถียง ตรงไหนที่คุณผิดบ้างเราจะล้มคุณ สิ่งนี้คืออีโก้ล้วนๆ ที่ไม่เหมือนตอนนี้แล้ว พอเราเข้าใจว่าโจทย์หนึ่งมีวิธีการแก้ไขหลายแบบและวิธีที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ตอนนี้เราไม่ได้ขึ้นมากแล้วเวลาเห็นคนอื่นเลือกทางที่ต่างจากเรา สิ่งนี้เป็นไปในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงานไปจนถึงการเมือง เราจะพยายามเข้าใจ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตอน 27 เคยคิดไหมว่าตัวเองตอน 35 จะเป็นยังไง ตอนนี้เป็นอย่างที่คิดหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดีกว่าที่คิดนะ ตอน 27 เราเคยคิดว่ากูจะเกลียดตัวเองตอนแก่ไหม ถ้าเรากลายเป็นคนแก่ที่ยึดติดกับอดีตและหวงที่เราคงเกลียดตัวเองมาก (เงียบคิด) แต่ตอนนี้ 35 แล้วกลายเป็นว่าเรากลับเกลียดตัวเองตอนเด็กมากกว่า กลับไปอ่านสเตตัสเก่าๆ ในเฟซบุ๊กก็ได้แต่คิดว่า โห ถ้าเราเป็นเฟรนด์กับตัวเองตอนอายุ 27 เราคงอันเฟรนด์ ทำไมถึงชนทุกอย่างขนาดนั้น เราว่าตัวเองตอนนั้นไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ (หัวเราะ)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88230" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1202.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1202.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1202-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4><b>เหมือนโตขึ้นอีโก้ก็ค่อยๆ หายไปด้วย</b></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ อาจเพราะแก่ขึ้นด้วยแหละ พอแก่เราจะเห็นว่ามีเรื่องอีกเยอะแยะนี่หว่าที่เราไม่รู้ ฮอร์โมนไม่ได้พลุ่งพล่านแบบตอนเด็กแล้ว แต่การเป็นแบบนี้ก็มีทั้งข้อดี-ข้อเสียนะ เหมือนเรากลมมากขึ้น แต่ไม่แหลม เราไม่พุ่งเหมือนเมื่อก่อน สมัยก่อนเราเชื่อในตัวเองมาก ทำ ทำ ทำ ทำ ทำไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้ก็ทำอีก แต่ตอนนี้เราคิดหน้าคิดหลังเยอะ มันช้าแต่ระมัดระวัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ช้าแต่ชัวร์</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่รู้ชัวร์ไหม แต่คิดมากขึ้นมากกว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในวัย 35 กับความคิดความอ่านแบบนี้ คุณนิยามว่าตัวเองแก่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แก่ (ตอบทันที) แต่ยังไม่มาก (หัวเราะ) ต้นทุนเรามากพอที่จะคิดนู่นคิดนี่ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น แต่เรายังมีอะไรต้องเรียนรู้จากคนอื่นอีกเยอะ ซึ่งเราโอเคนะที่เป็นแบบนี้ เราโอเคกับการเติบโตของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88244" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1216.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1216.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1216-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1216-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><b>สุดท้าย เนื่องในโอกาสวันเกิด ถ้าขอพรได้สักหนึ่งข้อคุณอยากจะขออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โห (เงียบคิดนาน) ขอให้คนไทยทุกคนกลับมามีชีวิตปกติ เรารู้สึกว่าปีนี้จะเป็นปีที่หนักหนาสำหรับทุกคนมากๆ ทั้งเรื่องในประเทศ ต่างประเทศ และโลกใบนี้ มันดูแย่มาก เราเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนไทยที่อยู่ต่างประเทศและเห็นข่าวของประเทศตัวเองก็ปีที่ผ่านมานี่เอง มันจะเป็นห่วงมากกว่าที่เคยเห็น มองกลับเข้ามาเรารู้สึกว่าประเทศไทยตอนนี้ไม่ปกติเลย เหมือนเรากำลังเข้าสู่ new norm ที่ 7-10 ปีที่แล้วเราคงไม่ยอมให้เกิดขึ้นหรอก แต่นี่สถานการณ์ค่อยๆ แย่ลงเรื่อยมาจนเราไม่ทันได้รู้สึก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเราขอแค่กลับคืนสู่ปกติพอ ไม่ต้องดีงามอะไรหรอก เพราะเราไม่รู้อยู่ดีว่าความดีงามคืออะไร</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88277" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1252.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1252.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1252-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1252-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-88261" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1233.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1233.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1233-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/315A1233-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-88314" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/S__93732945-1024x768.jpg" alt="" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/S__93732945-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/S__93732945-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/S__93732945-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/S__93732945-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/01/S__93732945.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h4><b>befor.tart รส แชมป์ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล</b></h4>
<p><b>Orange Curd with Orange Blossom and Orange Peel / Marron Cream with Chai Tea</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากบทบาทการเป็น founder แพลตฟอร์มต่างๆ สู่การเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรใหญ่ ในช่วงการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาเราเลือกใช้วัตถุดิบอย่างส้มที่ทำให้ได้กลิ่น รส และสัมผัส ที่แตกต่างกันออกไป แต่ในขณะเดียวกันส่วนต่างๆ ของส้มยังสามารถผสมกันได้กลมกล่อม ดังนั้นส้มจึงเป็นตัวคุมรสชาติหลักของทาร์ตทั้งชิ้น แทนถึงความสามารถในการควบคุมและกำหนดทิศทางของงานได้ พร้อมกันนั้นดอกส้มและผิวส้มยังช่วยเพิ่มสัมผัสอื่นๆ ทั้งกลิ่นและรสขมที่แฝงเข้ามา สิ่งนี้แทนถึงการเปลี่ยนแปลงและการปรับให้เข้ากับบทบาทและหน้าที่ใหม่ๆ โดยยังคงความเป็นตัวเองและทำให้ภาพรวมของรสชาตินั้นมีสีสัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากส้ม ทาร์ตชิ้นนี้ยังมีครีมเกาลัด ที่โดยกายภาพของมันมีเปลือกหนาแข็งคลุมเนื้อด้านในที่นุ่มนวลและหอมหวาน สะท้อนอีกด้านของแชมป์ที่เป็นคนประณีต พิถีพิถัน ให้รายละเอียดกับเรื่องต่างๆ แต่ก็ให้ความนุ่มนวลและอ่อนโยนกับคนใกล้ชิดไปพร้อมกัน องค์ประกอบนี้ผสมกับ chai tea เพื่อให้ได้กลิ่นอายของความเป็นจีนและอินเดียผสมอยู่ นำไปสู่ความรู้สึกถึงความเป็นสิงคโปร์ ด้านบนประดับด้วยเจลลี่รูปทรงต่างๆ ที่วางฟิตกันได้พอดีแทนถึงการ well-planned ของหลากหลายสิ่งที่แชมป์ทำ ทั้งทำงาน เป็นนักแปล และยังวาดการ์ตูนไปได้ด้วยการจัดการเวลาอย่างดี</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hbd-champ-teepagorn/">“จากที่คิดว่าดีพอตัว เราพบว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น” – แชมป์ ทีปกร ในวันแรกที่อายุ 35 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
