<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Over the Rainbow &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/sub-series/over-the-rainbow/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/sub-series/over-the-rainbow/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Feb 2021 04:58:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ภาพในฝันของ &#8216;ศิริวรรณ พรอินทร์&#8217; ลูกสาวผู้เติบโตในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์แบบแม่-แม่-ลูก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rainbow-family/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Your Favorite Writer's Favorite Writer]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2020 18:07:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริวรรณ พรอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มัจฉา พรอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[วีรวรรณ วรรณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัวสีรุ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิ LGBT]]></category>
		<category><![CDATA[Her story_My Daughter]]></category>
		<category><![CDATA[Over The Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQI]]></category>
		<category><![CDATA[ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัวหลากหลาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=101128</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศิริวรรณ พรอินทร์ ตอนเด็กๆ คุณชอบวาดรูปอะไรมากที่สุด บ้านในฝันที่มีวิวภูเขากับพระอาทิตย์ตกดินอยู่ข้างหลัง ตัวการ์ตูนดังที่คลั่งไคล้เป็นพิเศษ หรือครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูก ไม่ว่าจะวาดด้วยความสนุกส่วนตัวหรือเพราะเป็นการบ้านในชั่วโมงศิลปะ รูปวาดบางรูปสะท้อนความปรารถนาลึกในใจของเรา และบางครั้งมันก็สะท้อนความจริง รูปวาดใบโปรดของ หงส์–ศิริวรรณ พรอินทร์ สะท้อนทั้งความจริงและความปรารถนา เธอวาดภาพครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยตัวเธอ และแม่ทั้งสองคน   &#160; แม่ แม่ ลูก ศิริวรรณ พรอินทร์ เรารู้จักศิริวรรณครั้งแรกใน a day ฉบับ Wish ในฐานะเด็กสาววัย 18 ปีผู้เป็นกระบอกเสียงเพื่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ เธอคือเจ้าของเพจ Her story_My Daughter ที่แชร์ภาพวาดและบทความที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองกับ เจี๊ยบ–มัจฉา พรอินทร์ และ จุ๋ม–วีรวรรณ วรรณะ แม่ทั้งสองคน โดยหวังจะสร้างพื้นที่สำหรับเยาวชนที่เป็น LGBTQI และลูกๆ ของเหล่า LGBTQI “หนูคิดว่าจริงๆ แล้วครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีพ่อและแม่เท่านั้น เพราะหนูก็อยู่ในครอบครัวที่มีแม่สองคน ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกหรือบกพร่องอะไรเลย เพราะคำว่าครอบครัวหมายความถึงผู้คนที่เรารู้สึกปลอดภัยด้วยเมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน” นิยามคำว่าครอบครัวของเธอสะดุดใจเราตั้งแต่แรกอ่าน และเมื่อได้นัดสนทนากัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rainbow-family/">ภาพในฝันของ &#8216;ศิริวรรณ พรอินทร์&#8217; ลูกสาวผู้เติบโตในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์แบบแม่-แม่-ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;"> ศิริวรรณ พรอินทร์ </span><span style="font-weight: 400;">ตอนเด็กๆ คุณชอบวาดรูปอะไรมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บ้านในฝันที่มีวิวภูเขากับพระอาทิตย์ตกดินอยู่ข้างหลัง ตัวการ์ตูนดังที่คลั่งไคล้เป็นพิเศษ หรือครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ ลูก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าจะวาดด้วยความสนุกส่วนตัวหรือเพราะเป็นการบ้านในชั่วโมงศิลปะ รูปวาดบางรูปสะท้อนความปรารถนาลึกในใจของเรา และบางครั้งมันก็สะท้อนความจริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปวาดใบโปรดของ </span><b>หงส์–ศิริวรรณ พรอินทร์ </b><span style="font-weight: 400;">สะท้อนทั้งความจริงและความปรารถนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอวาดภาพครอบครัวที่มีสมาชิกครบถ้วน ประกอบไปด้วยตัวเธอ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และแม่ทั้งสองคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101443" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-768x1024.jpg" alt="" width="768" height="1024" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105990446_197249548280435_8802923156123888789_n.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>แม่ แม่ ลูก</b><span style="display: none;"> ศิริวรรณ พรอินทร์ </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เรารู้จักศิริวรรณครั้งแรกใน <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-238-wish/" target="_blank" rel="noopener">a day ฉบับ Wish</a> ในฐานะเด็กสาววัย 18 ปีผู้เป็นกระบอกเสียงเพื่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ เธอคือเจ้าของเพจ <a href="https://web.facebook.com/Her-story_My-Daughter-1574708012841477/" target="_blank" rel="noopener">Her story_My Daughter</a> ที่แชร์ภาพวาดและบทความที่สะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองกับ </span><b>เจี๊ยบ–มัจฉา พรอินทร์</b><span style="font-weight: 400;"> และ </span><b>จุ๋ม–วีรวรรณ วรรณะ</b><span style="font-weight: 400;"> แม่ทั้งสองคน โดยหวังจะสร้างพื้นที่สำหรับเยาวชนที่เป็น LGBTQI และลูกๆ ของเหล่า LGBTQI</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูคิดว่าจริงๆ แล้วครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีพ่อและแม่เท่านั้น เพราะหนูก็อยู่ในครอบครัวที่มีแม่สองคน ซึ่งก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกหรือบกพร่องอะไรเลย เพราะคำว่าครอบครัวหมายความถึงผู้คนที่เรารู้สึกปลอดภัยด้วยเมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน” นิยามคำว่าครอบครัวของเธอสะดุดใจเราตั้งแต่แรกอ่าน และเมื่อได้นัดสนทนากัน เรายิ่งสนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อได้รู้ว่าจริงๆ แล้วศิริวรรณเป็นลูกบุญธรรมของมัจฉากับวีรวรรณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการทำเพจ เธอยังร่วมเดินสายอบรม ทำกิจกรรมเพื่อกลุ่มคนชายขอบกับแม่ๆ ไม่ใช่แค่พูดเรื่องสิทธิของกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่ยังพูดเรื่องสิทธิของคนชนเผ่าพื้นเมือง สิทธิคนไร้สัญชาติ เรื่องโรคระบาด และความไม่เป็นธรรมมากมายในสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดทั้งมวลเริ่มต้นในตอนเธออายุ 9 ขวบเท่านั้น</span></p>
<p><img decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-101442" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n.jpg" alt="" width="960" height="638" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-300x199.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-768x510.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/95522453_551659015541252_8581240899588063232_n-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูเจอแม่เจี๊ยบกับแม่จุ๋มครั้งแรกตอนมาเที่ยวเชียงใหม่กับยาย” ศิริวรรณเล่าอดีต มัจฉามาอยู่เชียงใหม่ตั้งแต่ได้มาเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี 2543 เธอพบกับวีรวรรณในสิบปีให้หลัง ก่อนจะคบกันจนถึงปัจจุบัน “ตอนเจอกันหนูยังเรียกทั้งสองคนว่าป้า พอเจอกันแม่สังเกตเห็นว่าหนูไม่สามารถพูดคุยสื่อสารกับคนอื่นให้เข้าใจ ยังคิดเลขง่ายๆ ด้วยการบวกลบคูณหารไม่ได้ เทียบกับเด็กรุ่นเดียวกันที่ทำได้หมดแล้วเขาก็เป็นห่วง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม่ที่แท้จริงของหนูทิ้งไปตอน 3 ขวบ ยายเลยต้องมาเลี้ยงแทน แต่แม่เจี๊ยบคิดว่าหนูกับยายมีช่องว่างระหว่างวัยมากเกินไป ยายหนูอายุประมาณ 60 ในขณะที่หนูแค่ 9 ขวบ แม่เจี๊ยบกับแม่จุ๋มเลยตัดสินใจรับมาอยู่ด้วย ตอนแรกไปปรึกษาพ่อกับยายแล้วทั้งคู่ไม่ได้สนับสนุน แต่สุดท้ายต้องยอมเพราะแม่เจี๊ยบกับแม่จุ๋มอยากให้หนูได้รับการดูแลที่ดี ก็ต่อรองจนรับหนูมาเลี้ยงได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศิริวรรณเล่าต่อว่าในช่วงแรกที่มาอยู่นั้นบรรยากาศในบ้านค่อนข้างคึกคัก เพราะมัจฉาและวีรวรรณทำโครงการทาวน์เฮาส์ 4 ชั้นเพื่อนักศึกษาชนเผ่าพื้นเมืองที่เข้ามาเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่แต่ไม่มีบ้านอยู่ พื้นที่นั้นค่อยๆ สร้างความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ในที่สุดการได้รับความรักก็ทำให้ศิริวรรณตัดสินใจเปลี่ยนคำเรียกมัจฉาและวีรวรรณจาก ‘ป้า’ กลายเป็น ‘แม่’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูรู้สึกว่านี่คือครอบครัว จริงๆ แม่หนูไม่ได้ตั้งใจจะรับหนูมาเป็นลูก แต่แค่อยากเลี้ยงหนูเฉยๆ แต่พอหนูเรียกว่าแม่เขาตกใจกันมาก เขย่าตัวกันแล้วบอกว่า เราเป็นแม่แล้ว” เธอหัวเราะเมื่อนึกถึงการรับมือของแม่ทั้งสองคนในตอนนั้น เพราะต้องดูแลเด็กหลายร้อยคนเหมือนลูกแต่ไม่เคยมีใครเรียกว่าแม่มาก่อน อันที่จริงมัจฉาและวีรวรรณไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูกเป็นของตัวเอง เพราะคำว่าลูกดูเป็นภาระที่หนักหนา ให้ความรู้สึกเหมือนการบอกสังคมว่าเป็นเจ้าของ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในเมื่อศิริวรรณเลือกใช้คำนี้แล้ว แม่กับแม่ก็จะดูแลเธอในฐานะลูกให้ดีที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101434" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>รักอย่างเท่าเทียม</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่บ้านของมัจฉากับวีรวรรณไม่มีการกราบไหว้ แม่ๆ สอนให้ศิริวรรณแสดงความรักทุกวันด้วยการหอมแก้มกัน เพราะพวกเธอเชื่อว่าการไหว้ไม่ใช่การแสดงความรักหรือเคารพ แต่สะท้อนวัฒนธรรมเชิงอำนาจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันแม่ทุกปี โรงเรียนจะจัดงานให้เด็กไปกราบแม่บนเวที ครอบครัวหนูไม่เคยเข้าร่วมงานเลย” ศิริวรรณบอก “มีแค่ปีเดียวที่หนูไปเพราะต้องขึ้นรับรางวัลชนะเลิศวาดภาพวันแม่ ในขณะที่ทุกคนในโรงเรียนกำลังร้องห่มร้องไห้ ทำพิธีกราบแม่บนเวที หนูกับแม่นั่งอยู่ข้างล่างและแสดงความรักด้วยการหอมแก้มกันแทน เราทำแบบนี้เพราะเชื่อว่าเราคือคนเท่ากัน เราไม่ได้แบ่งแยกว่าแม่ต้องอยู่สูงกว่าลูก มันมีการแสดงออกทางความรักอย่างอื่นที่เท่าเทียมกันได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-101431 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่ทั้งสองคนแสดงความรักต่อกัน" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธ•เธฑเนเธ55-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การไหว้ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ครอบครัวของศิริวรรณทำไม่เหมือนบ้านอื่น หลายต่อหลายปี เธอค้นพบว่ามีอีกหลายสิ่งที่ทำต่างจากเพื่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่แตกต่างไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีครั้งหนึ่ง คุณครูที่โรงเรียนให้ทุกคนเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังในชั้นเรียน หนูฟังเพื่อนคนอื่นเล่าถึงพ่อแม่ของพวกเขาแล้วเห็นความแตกต่างระหว่างเพื่อนผู้หญิงกับเพื่อนผู้ชายชัดเจน เพื่อนที่เป็นผู้หญิงมักถูกสอนให้ทำงานบ้านทุกอย่าง ส่วนเพื่อนผู้ชายไม่ได้ถูกสอนให้ทำอะไรเลย หนูรู้สึกว่าที่บ้านของเพื่อนบางคนเขามีกรอบเพศอยู่ว่าควรสอนลูกให้ทำอะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับบ้านหนู หนูก็เล่าว่าครอบครัวหนูต้องทำงานเหมือนกัน แต่คุณแม่ไม่ได้สอนให้ทำงานบ้านตามกรอบเพศ แม่สอนให้หนูกวาดบ้าน ไม่ใช่เพราะมันคืองานของผู้หญิง แต่มันคืองานบ้านที่เราต้องทำ ถ้าเกิดเราไม่กวาดแล้วบ้านจะสะอาดไหม ไม่ว่างานอะไร จะกวาดบ้าน ถูบ้าน หรือตัดหญ้า ถ้ามันช่วยให้เราอยู่รอดก็ทำ ทำให้เป็น แม่บอกหนูว่าเราทำทุกอย่างได้ และแม่ก็ทำทุกอย่างให้หนูดูจริงๆ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101438 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-1024x683.jpg" alt="ความหวังของ ศิริวรรณ พรอินทร์ และครอบครัว" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยังไงก็ตาม ศิริวรรณไม่ได้คิดว่าบ้านตัวเองกับเพื่อนดีหรือแย่กว่า เพราะทุกบ้านก็มีวิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันได้ทั้งนั้น บ้านของเธอแค่เลือกวิธีนี้เพราะแม่ๆ ทำงานด้านสิทธิ เชื่อในเรื่องความเคารพซึ่งกันและกัน และไม่อยากให้กรอบเพศมากำหนดการทำหรือไม่ทำสิ่งใด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงเฉพาะงานบ้าน แต่ยังรวมไปถึงการเปิดอกพูดคุยเรื่องเพศกับลูกอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ศิริวรรณมาอยู่กับแม่ทั้งสองคน เธอมักตามติดมัจฉาและวีรวรรณไปอบรมเรื่องเพศ สิทธิ และความหลากหลายทางเพศ จากเด็กที่ไม่ค่อยเข้าใจก็ค่อยๆ ได้เรียนรู้ว่าเรื่องเพศควรเป็นเรื่องที่คุยกันได้อย่างไม่น่าอาย มากกว่านั้น แม่ทั้งสองคนยังชอบชวนศิริวรรณไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่โรงเรียนไม่เคยสอน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในวิชาสุขศึกษามีเนื้อหาเกี่ยวกับเพศประมาณสองหน้า ครูคนที่สอนก็ไม่ได้มีความเข้าใจชัดเจน วันวาเลนไทน์ปีหนึ่งแม่เลยชวนหนูไปลองซื้อถุงยางอนามัยด้วยตัวเอง จำได้ว่าพอเดินเข้าไปขอซื้อ พนักงานก็มองแบบงงๆ ทำให้หนูเห็นว่าสังคมเราไม่ได้เปิดกว้างเรื่องเพศและยังมองว่าการซื้อถุงยางเป็นเรื่องที่ผู้หญิงไม่ควรทำ แต่การที่แม่ยอมพูดเรื่องนี้ตรงๆ ทำให้หนูรู้สึกโอเคกับมัน การเปิดใจของแม่ยังช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เช่นเรื่องผ้าอนามัยแบบสอดที่หนูเคยใช้แต่แม่ไม่เคย พอแม่อยากลองบ้างก็มาถามหนู ครอบครัวเราคุยเรื่องนี้เป็นปกติ” เธอระบายยิ้ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101433 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-1024x683.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101427 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-1024x683.jpg" alt="ครอบครัวของศิริวรรณ พรอินทร์" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ46.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><span style="display: none;"> ศิริวรรณ พรอินทร์ </span><b>เลือกได้และเลือกไม่ได้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความที่อยู่ในครอบครัวหลากหลายทางเพศ ศิริวรรณบอกเราว่าสิ่งหนึ่งที่คนภายนอกมักเข้าใจผิดคือความรู้สึกแหว่งวิ่นเพราะขาดพ่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คนชอบมาถามหนูว่าไม่มีพ่อหนูรู้สึกขาดความอบอุ่นหรือเปล่า สำหรับหนู หนูไม่ได้ขาดความอบอุ่น เพราะแม่ให้ความรักหนูเหมือนหนูเป็นลูกของเขาจริงๆ คำถามต่อมาคือการอยู่ในครอบครัวของคู่รักหลากหลายทางเพศแล้วจะเป็นเด็กมีปัญหาหรือเปล่า แต่หนูคิดว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากผู้ใหญ่ในครอบครัวหรอก เด็กรุ่นหนูมีปัญหาทุกคน เพราะเราเรียนในระบบการศึกษาที่แย่ สภาพสังคม เศรษฐกิจที่ไม่ดี ทุกคนก็มีปัญหาของตัวเองหมดทั้งนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในบรรดาเรื่องเข้าใจผิดทั้งปวง ศิริวรรณบอกว่าความเข้าใจผิดมากที่สุดเกี่ยวกับตัวเธอ คือการบอกว่าถ้าคุณเติบโตมาในครอบครัว LGBTQI คุณต้องเป็น LGBTQI ตาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดว่าความคิดเช่นนี้คืออคติก็คงไม่เกินจริง เพราะถ้าลองครุ่นคิดดูดีๆ LGBTQI หลายคนก็เกิดจากครอบครัวของคู่รักต่างเพศ ในขณะเดียวกัน คนที่เกิดในครอบครัว LGBTQI ก็ไม่จำเป็นต้องเป็น LGBTQI เสมอไป </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-101436" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หากมีคนตั้งคำถามว่า ทำไมลูกที่อยู่ในครอบครัวหลากหลายทางเพศจึงเป็น LGBTQI เยอะ นั่นก็เพราะพวกเขาเคารพลูกตัวเองไง แม่หนูเคยพูดว่ามนุษย์ทุกคนควรเลือกได้ว่าเขาอยากเป็นอะไร แม่ไม่ได้ส่งเสริมให้หนูเป็นคนที่หลากหลายทางเพศ แต่ส่งเสริมให้เราเป็นอะไรก็ได้ที่อยากเป็น ไม่ว่าหนูเลือกทางไหนเขาจะไม่ห้ามหรือบังคับ และจะเคารพการตัดสินใจ สนับสนุนให้หนูภูมิใจในทางที่เลือก ไม่เฉพาะเรื่องรสนิยมทางเพศเท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องสำคัญอย่างการเรียน งานอดิเรก อาชีพในอนาคตด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟังดูแล้วการอยู่ในครอบครัวนี้ดูเลือกได้จนน่าอิจฉา แต่ชีวิตที่ผ่านมาของศิริวรรณยังมีสิ่งที่เลือกไม่ได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่และอาจส่งผลต่อชีวิตเธอในอนาคต นั่นคือเธอไม่ได้เป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายของมัจฉากับวีรวรรณ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจเคยฟังเรื่องราวของ<a href="https://adaymagazine.com/lgbt-couple/" target="_blank" rel="noopener">คู่รักเพศเดียวกัน</a>ที่ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกันเพราะ</span>ประเทศไทยยังไม่ให้พวกเขาสมรสได้อย่างเท่าเทียม (แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448) <span style="font-weight: 400;">แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ เรื่องนี้ส่งผลต่อผู้เป็นลูกบุญธรรมเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101435 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-1024x683.jpg" alt="together" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในทางปฏิบัติแม่ทั้งสองคนเลี้ยงดูหนู แต่ในทางกฎหมาย ทั้งสองคนรับหนูเป็นลูกบุญธรรมไม่ได้เพราะแม่ไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกัน ไม่มีอะไรรองรับว่าเป็นคู่สมรส จะรับแบบเดี่ยวก็ไม่ได้เพราะพ่อหนูไม่ยินยอม จนถึงวันนี้แม่จึงไม่ได้มีสิทธิในตัวหนู แต่สิทธิอยู่ที่แม่ที่เขาคลอดหนูจริงๆ” ศิริวรรณบอก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถามว่าสิทธิที่หายไปคืออะไรบ้าง ก็แทบจะทุกอย่าง ทุกวันนี้หนูใช้นามสกุลเดียวกับแม่ แต่ถ้าเช็กในฐานข้อมูลของรัฐ เขาไม่ได้ระบุว่าเป็นพ่อแม่ จะทำอะไรสักอย่างในทางราชการก็ยากลำบาก หนูไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศกับแม่ เพราะแม่ไม่มีสิทธิในการเซ็นยินยอมให้ทำพาสปอร์ต ถ้าหนูประสบอุบัติเหตุ อยู่ในห้องฉุกเฉิน แม่ไม่สามารถเซ็นปฏิเสธการผ่าตัดได้เพราะโรงพยาบาลจะไม่ให้สิทธินั้น เขาจะมองว่า ‘คุณมารับผิดชอบชีวิตคนคนนี้ได้ยังไงทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย ถ้าตายไปเผื่อครอบครัวที่แท้จริงเขามาฟ้องร้องโรงพยาบาลจะทำยังไง คนที่มีสิทธิเซ็นต้องเป็นพ่อแม่เขาเท่านั้น’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือแม้แต่เคสง่ายๆ อย่างการทำบัตรประจำตัวประชาชนธรรมดา ตอนไปทำก็โดนสอบสวนใหญ่ นั่งพิสูจน์กันหลายชั่วโมง เพราะผู้ปฏิบัติงานของภาครัฐไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องลูกสาวในครอบครัวของคนที่หลากหลายทางเพศ พวกเขายังมองว่าเราสามคนเป็นคนอื่นต่อกัน ทั้งๆ ที่สำหรับหนู เราคือครอบครัว”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101440 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-1024x683.jpg" alt="rainbow family" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ37.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>เรื่องของเธอคือเรื่องของเด็กอีกหลายคน</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ความไม่เป็นธรรมทางกฎหมายที่ส่งผลต่อชีวิตของศิริวรรณนั่นก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องที่ทำให้ศิริวรรณอยากลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงเล่าเรื่องราวของเด็กในครอบครัวของคนที่หลากหลายทางเพศคือสายตาของคนรอบข้างที่ดูแคลนเธออย่างไม่เข้าใจ เธอบอกเราว่าไม่มีใครสมควรถูกมองแบบนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าหนูเล่าเรื่องของครอบครัวตัวเองให้เพื่อนฟังก็จะมีทั้งคนที่รับได้และรับไม่ได้” ศิริวรรณพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “มีเพื่อนที่สนับสนุนเรา รับรู้ว่าเราทำงานช่วยแม่ ซึ่งเป็นการส่งเสียงอย่างสร้างสรรค์ เขาก็ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนที่แตกต่างแต่เป็นคนที่น่าภาคภูมิใจ แต่ก็มีบางกลุ่มที่รู้แต่ไม่เข้าใจก็จะเฟดตัวออกไป แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ เพราะแม้แต่เนื้อหาเรื่องความหลากหลายทางเพศในบทเรียนยังล้าหลัง แม้แต่ครูก็มองว่ามันเป็นเรื่องแปลก ตลก ทั้งที่จริงไม่ได้เป็นแบบนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ลึกๆ หนูเข้าใจคนที่ไม่สนับสนุนเรา แต่หนูยืนยันที่จะเดินหน้าสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น จะพยายามต่อสู้ต่อไปเพื่อให้คนเขารับรู้ว่าเรามีตัวตน ทำงานเพื่อให้สังคมรู้ ทำให้คนเห็นว่าเด็กตัวเล็กๆ อย่างหนูสามารถต่อสู้ได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101441 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-1024x768.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่ร่วมประท้วงเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม" width="1024" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/105999337_3434013809993805_6820406233312711584_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเด็กที่พูดไม่เป็นคำตอน 9 ขวบ ในวัย 18 ปี ศิริวรรณเดินสายช่วยแม่ทั้งสองคนอบรมเรื่องสิทธิของกลุ่มคนชายขอบทั่วประเทศ เธอยังเขียนความเรียงเรื่อง <a href="https://prachatai.com/journal/2017/05/71366" target="_blank" rel="noopener">&#8216;จดหมายจากครอบครัวสีรุ้ง&#8217;</a> ลงเว็บไซต์ประชาไท ขึ้นพูดบนเวทีของงานวันสตรีสากลที่เชียงใหม่ เป็นคนนำเต้นในแคมเปญแสดงความรักกับร่างกายตัวเองในงานวันยุติความรุนแรงกับผู้หญิง และทุกครั้งที่มีโอกาส เธอจะแชร์ความสนใจและความเป็นไปของเธอกับแม่ผ่านภาพวาดในเพจ Her story_My Daughter</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป้าหมายของหนูคืออยากให้คนในสังคมเห็นว่าครอบครัวของคนหลากหลายทางเพศมีตัวตน อยากให้สังคมเข้าใจและยอมรับ อยากให้ทุกคนได้ยินเสียงเล็กๆ ตรงนี้ว่านี่คือเสียงของลูกในครอบครัว LGBTQI ที่แม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่ก็มีพลัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนูอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กที่อายุน้อยกว่าด้วย อยากให้เขารู้ว่ามีรุ่นพี่ที่เคยต่อสู้เรื่องนี้มาก่อน และเขาเองก็สามารถช่วยขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้เหมือนกัน ถ้าเรามีหลายๆ คน หลายๆ เสียง จะทำให้เราสามารถขับเคลื่อนไปได้เร็วขึ้น แม้บางครั้งมันจะยากลำบากเพราะต้องต่อสู้กับความไม่เข้าใจของคน ต้องต่อสู้กับความเชื่อที่อยู่ในจิตใต้สำนึก แต่ถ้าเราไม่รีบลงมือทำแล้วใครจะทำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่สุดแล้วมันก็คือการหวังว่าคนรุ่นต่อจากเราจะไม่ได้มาเจออะไรเหมือนเรา หนูอยากให้รู้ว่าเสียงของทุกคนมีค่า ไม่ว่าคุณจะเป็นลูกของ LGBTQI หรือครอบครัวรักต่างเพศก็สนับสนุนเรื่องนี้ได้ หนูก็จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-101439 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-1024x683.jpg" alt="ศิริวรรณ พรอินทร์ และแม่" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/เนเธเธงเธเธญเธ31.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<hr />
<p>ติดตามศิริวรรณและแม่ทั้งสองคนต่อได้ที่เพจ <a href="https://web.facebook.com/Her-story_My-Daughter-1574708012841477/" target="_blank" rel="noopener">Her story_My Daughter</a> ช่องยูทูบ <a href="https://www.youtube.com/channel/UCqYSPTIMavhsxzpqGX8sdFw" target="_blank" rel="noopener">Siri</a> เพจ <a href="https://web.facebook.com/saydpthailand/" target="_blank" rel="noopener">สร้างสรรค์อนาคตเยาวชน</a> และเพจ <a href="https://web.facebook.com/V-Day-Thailand-102088898021829/" target="_blank" rel="noopener">V-Day Thailand</a></p>
<p>ขอบคุณสถานที่ อ่างแก้ว มช.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rainbow-family/">ภาพในฝันของ &#8216;ศิริวรรณ พรอินทร์&#8217; ลูกสาวผู้เติบโตในครอบครัวที่มีสายสัมพันธ์แบบแม่-แม่-ลูก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าฯ จันทบุรี จังหวัดแรกที่ออกประกาศความเท่าเทียมทางเพศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/witurach-srinam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2020 10:51:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[จันทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[pride month]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียมทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่าฯ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทูรัช ศรีงาม]]></category>
		<category><![CDATA[LGBT]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=100972</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา หลายสื่อประโคมข่าวว่าจังหวัดจันทบุรีได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับการเคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศในประเทศไทย ประวัติศาสตร์นั้นมาจากเอกสารส่วนกลางของจังหวัดจันทบุรีที่มีข้อความโดยสรุปดังนี้ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เพื่อขจัดอุปสรรคการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และเพื่อส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกับบุคคลอื่น จึงออกประกาศให้ส่วนราชการปฏิบัติด้านการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศในด้านใดด้านหนึ่งต่อไปนี้ การแต่งกาย ให้บุคลากรสามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคลตามข้อบังคับของหน่วยงาน การจัดพื้นที่ที่เหมาะสม จัดพื้นที่ที่เหมาะสมกับจำนวนของบุคคล ข้อจำกัดของบุคคล และอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคล การประกาศรับสมัครงานและการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงาน มีการระบุคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาหรือความสามารถที่สอดคล้องกับลักษณะงาน ไม่ระบุเพศกำเนิดหรือเพศสภาพ/เพศภาวะ การใช้ถ้อยคำ ภาษา และกิริยาท่าทาง และเอกสารต่างๆ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เหมาะสมในการใช้เรียกอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดการตีตรา เสียดสี หรือลดทอนคุณค่าของบุคคลทุกเพศ รวมถึงเป็นการแสดงถึงอคติทางเพศที่ไม่เคารพในสิทธิและเสรีภาพของบุคคล การสรรหาคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยงาน ส่งเสริมให้มีการสรรหาบุคคลทั้งเพศชาย เพศหญิง หรือผู้ที่แสดงออกที่แตกต่างจากเพศกำเนิด เข้าร่วมเป็นกรรมการในทุกระดับ เพื่อพัฒนาสังคมไทยไปสู่สังคมเสมอภาคอย่างแท้จริง การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ และจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดในการทำงาน ลงนามโดย วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี แม้ไม่ใช่ข้อกฎหมายเด็ดขาด แต่หลายคนลงความเห็นว่าประกาศฉบับนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมอย่างที่พวกเขาเคยวาดฝันไว้เริ่มเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ผู้เคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศหลายคนออกมาชื่นชมหน่วยราชการของจังหวัดจันทบุรีกันยกใหญ่ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงตัดสินใจติดต่อขอสัมภาษณ์กับคนต้นเรื่อง ในเช้าวันหนึ่ง วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รอเราอยู่แล้วที่ปลายสาย “ไม่ใช่ผลงานของผมหรอก แต่เป็นผลงานของทุกคน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/witurach-srinam/">วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าฯ จันทบุรี จังหวัดแรกที่ออกประกาศความเท่าเทียมทางเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา หลายสื่อประโคมข่าวว่าจังหวัดจันทบุรีได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับการเคลื่อนไหวเพื่อ<a href="https://adaymagazine.com/?s=%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8">ความเสมอภาคทางเพศ</a>ในประเทศไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประวัติศาสตร์นั้นมาจากเอกสารส่วนกลางของจังหวัดจันทบุรีที่มีข้อความโดยสรุปดังนี้</span></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 เพื่อขจัดอุปสรรคการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และเพื่อส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกับบุคคลอื่น จึงออกประกาศให้ส่วนราชการปฏิบัติด้านการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศในด้านใดด้านหนึ่งต่อไปนี้</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การแต่งกาย ให้บุคลากรสามารถแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคลตามข้อบังคับของหน่วยงาน</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การจัดพื้นที่ที่เหมาะสม จัดพื้นที่ที่เหมาะสมกับจำนวนของบุคคล ข้อจำกัดของบุคคล และอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การประกาศรับสมัครงานและการกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครงาน มีการระบุคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาหรือความสามารถที่สอดคล้องกับลักษณะงาน ไม่ระบุเพศกำเนิดหรือเพศสภาพ/เพศภาวะ</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การใช้ถ้อยคำ ภาษา และกิริยาท่าทาง และเอกสารต่างๆ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เหมาะสมในการใช้เรียกอัตลักษณ์ทางเพศสภาพหรือเพศภาวะของบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดการตีตรา เสียดสี หรือลดทอนคุณค่าของบุคคลทุกเพศ รวมถึงเป็นการแสดงถึงอคติทางเพศที่ไม่เคารพในสิทธิและเสรีภาพของบุคคล</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การสรรหาคณะกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยงาน ส่งเสริมให้มีการสรรหาบุคคลทั้งเพศชาย เพศหญิง หรือผู้ที่แสดงออกที่แตกต่างจากเพศกำเนิด เข้าร่วมเป็นกรรมการในทุกระดับ เพื่อพัฒนาสังคมไทยไปสู่สังคมเสมอภาคอย่างแท้จริง</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศในการทำงาน เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ และจัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดในการทำงาน</span></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">ลงนามโดย วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี</span></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ไม่ใช่ข้อกฎหมายเด็ดขาด แต่หลายคนลงความเห็นว่าประกาศฉบับนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญ ความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมอย่างที่พวกเขาเคยวาดฝันไว้เริ่มเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น ผู้เคลื่อนไหวเพื่อความเท่าเทียมทางเพศหลายคนออกมาชื่นชมหน่วยราชการของจังหวัดจันทบุรีกันยกใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุนี้เองเราจึงตัดสินใจติดต่อขอสัมภาษณ์กับคนต้นเรื่อง ในเช้าวันหนึ่ง วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รอเราอยู่แล้วที่ปลายสาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ใช่ผลงานของผมหรอก แต่เป็นผลงานของทุกคน” ประโยคแรกของการพูดคุยเขาบอกเราแบบนั้น ก่อนที่ประโยคบอกเล่าถึงความเป็นมาและมุมมองของวิทูรัชต่อเรื่องความหลากหลายทางเพศจะตามมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และเราถอดความมาให้ฟังในบรรทัดถัดไป</span></p>
<div id="attachment_100983" style="width: 968px" class="wp-caption aligncenter"><a href="https://www.facebook.com/chanthaburi.go.th/photos/a.151404275041534/1332400810275202" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-100983" class="wp-image-100983 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333.jpg" alt="วิทูรัช ศรีนาม" width="958" height="640" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333.jpg 958w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/06/1333-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 958px) 100vw, 958px" /></a><p id="caption-attachment-100983" class="wp-caption-text">ภาพจาก : เพจจังหวัดจันทบุรี</p></div>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณมีมุมมองเรื่องความเท่าเทียมทางเพศยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ ความเท่าเทียมทางเพศเป็นวิถีชีวิตที่ควรเป็นโดยที่ไม่น่าเอากฎหมายมาบังคับกัน อาจเพราะที่ผ่านมาในสายงานการเป็นนักปกครองผมเจอความหลากหลายของคน ทั้งเพศ ชาติ และศาสนามาแล้ว ไม่มีที่ไหนที่เป็นของใครฝ่ายเดียว ดังนั้นผมว่าเรื่องพวกนี้ควรเป็นเรื่องที่เราทำกันอยู่แล้วด้วยจิตสำนึก</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดแบบนี้ตั้งแต่แรกเลยไหม เพราะว่ากันตามตรงด้วยวัยแล้วคุณไม่ได้โตมาในช่วงที่เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงเท่าไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ผมกลับคิดว่าที่ผ่านมาผมได้เห็นเรื่องนี้มาตลอดนะ แต่เห็นเป็นประเด็นใหญ่ที่ครอบอยู่ คือคำว่า ‘สิทธิมนุษยชน’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมเคยทำงานในที่ที่มีชาวเขา เขาอยากให้คนนอกเรียกว่า ‘ม้ง’ ไม่ใช่ ‘แม้ว’ ผมเคยอยู่ในสังคมที่ลูกจีนถูกเรียกอย่างดูถูกว่า ‘ไอ้ลูกเจ๊ก’ และผมก็อยู่ในที่ที่ LGBTQ กลายเป็นจุดศูนย์กลางในการล้อเลียน ผมจึงมองว่าทั้งหมดนี้คือปัญหาที่เรียกว่าสิทธิมนุษยชนและความเหลื่อมล้ำ ผมเห็นมาจนทำให้คิดว่าควรแก้ไข เหมือนผมมองทั้งหมดเป็นเรื่องของมนุษย์ที่ต้องเท่ากันมากกว่า </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพราะเห็นความหลากหลาย คุณเลยเข้าใจความหลากหลาย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ และความหลากหลายนี้ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ด้วย ยกตัวอย่างอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเพศก็ได้ เช่น คนแอฟริกามาทำธุรกิจเพชรพลอยที่จันทบุรีเยอะ ผมก็ต้องดูแลเขาตามกฎหมายในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน ไม่ใช่ต้องแบ่งแยกอะไร เพราะทุกคนมีสิทธิความเป็นมนุษย์เท่ากัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วมุมมองเหล่านี้มีผลต่อประกาศที่เพิ่งออกมาขนาดไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องบอกก่อนว่านั่นเป็นงานที่เกิดขึ้นกับระบบราชการธรรมดา ไม่ใช่เพราะว่าผู้ว่าฯ ทันสมัย ผมไม่เคยคิดว่าเป็นงานตัวเองเพราะเจ้าของเรื่องจริงๆ คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เราแค่คุยกันว่าในจันทบุรีควรมีการเคลื่อนไหวเรื่องนี้บ้างก็เท่านั้น เลยออกเป็นประกาศ แต่ต่อให้ไม่มีประกาศเราก็ทำเรื่องนี้กันอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิ่งที่ควร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงไม่ได้มองเป็นข่าวด้วยซ้ำ ไม่ได้มองว่าเป็นประวัติศาสตร์อะไรเลย เพราะว่ากันตามตรงหลายจังหวัดอาจทำประเด็นสิทธิมนุษยชนได้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วเป็นความตั้งใจหรือเปล่าที่ออกประกาศในช่วง pride month พอดี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นความบังเอิญ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในฐานะเจ้าของเรื่องเสนอขึ้นมาพอดี ต้องให้เครดิตเขา เพราะถ้าไม่มีการยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดคุย ประกาศฉบับนี้อาจไม่เกิดขึ้น ดังนั้นก็อย่างที่บอกไปว่านี่ไม่ใช่ผลงานของผม แต่เป็นผลงานของทุกคน แค่มีผู้ว่าฯ ลงนามในประกาศเท่านั้นเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ฟีดแบ็กเกินคาดไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่อยากใช้คำว่าเกินคาด เพราะผมไม่ได้คาดหวังอะไรไว้ ตอนที่ลงนามผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่ควรทำ ถ้ารัฐสามารถอำนวยความเป็นธรรมให้กับผู้คนได้ก็ควรทำ ไม่ใช่แค่ในจันทบุรีหรอก แต่กับทั้งประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เท่ากับว่าการปฏิบัติเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศในจังหวัดจันทบุรียังคงเหมือนเดิม เพราะก่อนหน้านี้ปฏิบัติกันมาอยู่แล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เรายังมุ่งเน้นให้ทุกคนปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียมเหมือนเดิม ซึ่งนั่นรวมถึงการระมัดระวังที่จะไม่ปฏิบัติต่อใครเป็นพิเศษด้วย เราอยากค่อยๆ ทำไปให้เท่าเทียมกันหมด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้างั้นภาพใหญ่ที่คุณเห็นคืออะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ผมอยากเห็นคนทุกเชื้อชาติ ศาสนา เพศ และสีผิว มีความเท่ากัน ถึงตอนนี้ผู้คนจะเจอความหลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะจากการติดต่อสื่อสารที่พัฒนาขึ้น แต่ผมก็ยังเห็นปัญหาสิทธิมนุษยชนเรื่องอื่นๆ ที่รอการแก้ไขเพราะติดปัญหากฎหมายหรืออะไรก็ตามแต่ ดังนั้นผมจึงต้องพยายามทำสิ่งเหล่านี้ต่อไปเรื่อยๆ ก่อน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในมุมมองของคุณ ประชาชนทั่วไปอย่างคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่สามารถทำอะไรกับจังหวัดตัวเองได้บ้างเพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวแบบจันทบุรี หรือต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของราชการเท่านั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณเข้าใจผิด จริงๆ แล้วผมว่าเรื่องทั้งหมดที่เราพูดกันตอนนี้ขึ้นอยู่กับชาวบ้านเป็นหลักด้วยซ้ำไป ลองนึกภาพก็ได้ว่าสมมติจันทบุรีไม่มีประกาศอะไรออกมาเลย แต่ชุมชนอยู่กันแบบเคารพสิทธิมนุษยชนได้ ผมว่านั่นต่างหากคือดีที่สุด การที่ทุกคนเสมอภาคและเคารพซึ่งกันและกันได้โดยใจจริงแบบไม่ต้องมีใครบังคับคือเป้าหมายที่ควรตั้งไว้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แสดงว่าทุกคนมีส่วนร่วมอยู่แล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ ไม่ใช่แค่ราชการหรอก ผมมองว่าจริงๆ แล้วในจังหวัดคือทีมเดียวกันหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานพลเรือน ตำรวจ หรือทหาร เราควรอยู่ใต้ร่มเดียวกัน เป้าหมายคือความอยู่เย็นเป็นสุข เพราะถ้าต่างคนต่างแยกก็คงไม่สามารถผลักดันอะไรคนเดียวได้แม้กระทั่งประกาศฉบับนี้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แต่การโตขึ้นก็มักจะแบ่งแยกให้เราไปอยู่ในหมวดไหนหมวดหนึ่งหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราชอบเอาทฤษฎีหรือเหตุผลทางวิชาการมาแบ่งคน ทั้งที่จริงๆ แล้วเราน่าจะเอาความเป็นคนที่ใสบริสุทธิ์มาเชื่อมกันมากกว่า ถ้าทำได้ทุกคนจะเท่ากัน ไม่มีใครพิเศษกว่าใคร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทราบมาว่าอีก 3 เดือนคุณจะเกษียณแล้ว กับทางข้างหน้าคุณคิดว่าตัวเองจะได้เห็นสิ่งที่หวังไว้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงทุกวันนี้หลายอย่างมีระเบียบหรือกฎหมายรองรับบ้างแล้ว อย่างที่บอกว่าผมอยากเห็นคนปฏิบัติต่อกันด้วยจิตใจและความเข้าใจมากกว่า แต่ผมก็รู้ว่าเราไม่ได้อยู่ในสังคมพระอรหันต์ที่ทุกคนคุยกันรู้เรื่องหมดโดยไร้ความต่างใดๆ ดังนั้นถึงต้องทำงานด้านกฎหมายต่อไป เพราะเวลามีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเอากฎหมายมาอ้างจะได้ง่ายขึ้น กฎหมายจะได้ค่อยๆ ซึมเข้าสายเลือดจนกลายเป็นเข้าใจในที่สุด และเป็นหลักยึดของประชาชนในระยะยาวได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ฟังดูแล้วมีความหวัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ เพราะเราช่วยกันไง ยิ่งคนรุ่นใหม่ด้วย ถ้าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือ ผมเชื่อว่าทุกปัญหาจะดีขึ้นได้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/witurach-srinam/">วิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าฯ จันทบุรี จังหวัดแรกที่ออกประกาศความเท่าเทียมทางเพศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอปอล์ ปาณิสรา : แม่ที่เลี้ยงลูกในฐานะคน 2 คน ไม่ใช่เด็กหญิงหรือเด็กชาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/opal-panisara/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Jun 2019 06:13:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[เพศสภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[opal panisara]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อแม่]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงดู]]></category>
		<category><![CDATA[โอปอล์ ปาณิสรา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[แม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=65853</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในห้วงขณะที่ผมกำลังบรรจงพิมพ์บทความนี้ ผมถามตัวเองในใจเหมือนเช่นทุกครั้งว่า ‘ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ผมอยากจะให้อ่านบทสัมภาษณ์นี้มากที่สุด’ ถ้าคิดในแง่การทำงานในโลกออนไลน์ โอปอล์–ปาณิสรา อารยะสกุล เป็นบุคคลที่น่าจะเหมาะกับกลุ่มผู้อ่านที่มีความเป็นหญิง เพราะด้วยตัวตนความเป็นโอปอล์ที่อยู่ในวงการบันเทิงมานับสิบปี ไม่แปลกถ้าใครหลายคนจะชมชอบและติดตามเธอมาเป็นระยะเวลานาน หรือในฐานะแม่ของเด็กหญิงอลินและเด็กชายอลัน คนเป็นแม่หลายคนก็ติดตามและยึดเธอเป็นแบบอย่าง ดังนั้นผู้หญิงดูจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผม  พอคิดได้ดังนี้ ก่อนจะจรดนิ้วไปบนคีย์บอร์ด อยู่ดีๆ ผมก็หยุดชะงักและนึกถึงสิ่งที่คุยกับโอปอล์เมื่อไม่กี่วันก่อน จำเป็นจริงๆ เหรอที่จะต้องคิดถึงเรื่องเพศ ในเมื่อสิ่งที่เราคุยกันคือความหลากหลายที่ไม่จำกัดคนให้อยู่ในกรอบๆ เดียว ในวันนั้นและในวาระของเดือนมิถุนายนที่เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ผมสนทนากับโอปอล์ในฐานะของลูกสาวที่มีน้องชาย และในฐานะของแม่ที่มีเด็กหญิงและเด็กชาย เธอคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นเพศในตัวมนุษย์อย่างไร นั่นคือคำถามที่นำพาผมไปหาเธอ แต่พอหนึ่งชั่วโมงแห่งการสนทนาจบลง คำตอบของเรากลับไปไกลกว่านั้น จากเรื่องเพศ เธอขยายประเด็นไปสู่ความเป็นแม่ ความหลากหลายของคน ความไม่สมบูรณ์แบบ การเคารพซึ่งกันและกัน และความเป็นปัจเจกของมนุษย์ ดังนั้นเมื่อลองไตร่ตรองและคิดดูดีๆ ถ้าคนมีความหลากหลายและเราไม่อาจจำกัดความใครได้ด้วยกรอบๆ เดียว บทสัมภาษณ์ชิ้นที่ทุกคนกำลังอ่านนี้ ผมคงขออุทิศให้กับความหลากหลายเหล่านั้น ความหลากหลายที่เหนืออื่นใดยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน ความเป็นมนุษย์ การโตมาในบ้านที่มีทั้งลูกชายและลูกสาวทำให้คุณมีมุมมองต่อเรื่องเพศอย่างไร การเลี้ยงดูของพ่อแม่ทำให้เรารู้สึกว่าอะไรหลายๆ อย่างไม่ต้องแบ่งแยกขนาดนั้นก็ได้นะ โลกโดนจำกัดว่าชาย-หญิงต้องเป็นแบบไหน ผู้หญิงต้องชอบสีชมพู ผู้ชายต้องชอบสีฟ้า แต่พ่อกับแม่เลี้ยงเราและน้องชายมาแบบเชื่อในกฎเกณฑ์น้อยมาก เราไม่เคยมีอะไรสีชมพูเพราะพ่อแม่เราไม่เคยใช้สีในการแยกเพศ เขาเลี้ยงเรามาแบบปัจเจก พ่อเราเป็นอาร์ตทิสต์ เขาจับเราเลื่อยไม้ งานอดิเรกของเราคือปั้นหม้อเซรามิก ดังนั้นโมเมนต์แบบผู้หญิงเลยไม่ค่อยมี จริงๆ เราเรียนโรงเรียนหญิงล้วนนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/opal-panisara/">โอปอล์ ปาณิสรา : แม่ที่เลี้ยงลูกในฐานะคน 2 คน ไม่ใช่เด็กหญิงหรือเด็กชาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ในห้วงขณะที่ผมกำลังบรรจงพิมพ์บทความนี้ ผมถามตัวเองในใจเหมือนเช่นทุกครั้งว่า ‘ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ผมอยากจะให้อ่านบทสัมภาษณ์นี้มากที่สุด’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคิดในแง่การทำงานในโลกออนไลน์ <strong>โอปอล์–ปาณิสรา อารยะสกุล</strong> เป็นบุคคลที่น่าจะเหมาะกับกลุ่มผู้อ่านที่มีความเป็นหญิง เพราะด้วยตัวตนความเป็นโอปอล์ที่อยู่ในวงการบันเทิงมานับสิบปี ไม่แปลกถ้าใครหลายคนจะชมชอบและติดตามเธอมาเป็นระยะเวลานาน หรือในฐานะแม่ของเด็กหญิงอลินและเด็กชายอลัน คนเป็นแม่หลายคนก็ติดตามและยึดเธอเป็นแบบอย่าง ดังนั้นผู้หญิงดูจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนที่สุดสำหรับผม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอคิดได้ดังนี้ ก่อนจะจรดนิ้วไปบนคีย์บอร์ด อยู่ดีๆ ผมก็หยุดชะงักและนึกถึงสิ่งที่คุยกับโอปอล์เมื่อไม่กี่วันก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำเป็นจริงๆ เหรอที่จะต้องคิดถึงเรื่องเพศ ในเมื่อสิ่งที่เราคุยกันคือความหลากหลายที่ไม่จำกัดคนให้อยู่ในกรอบๆ เดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันนั้นและในวาระของเดือนมิถุนายนที่เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ผมสนทนากับโอปอล์ในฐานะของลูกสาวที่มีน้องชาย และในฐานะของแม่ที่มีเด็กหญิงและเด็กชาย เธอคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นเพศในตัวมนุษย์อย่างไร นั่นคือคำถามที่นำพาผมไปหาเธอ แต่พอหนึ่งชั่วโมงแห่งการสนทนาจบลง คำตอบของเรากลับไปไกลกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเรื่องเพศ เธอขยายประเด็นไปสู่ความเป็นแม่ ความหลากหลายของคน ความไม่สมบูรณ์แบบ การเคารพซึ่งกันและกัน และความเป็นปัจเจกของมนุษย์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเมื่อลองไตร่ตรองและคิดดูดีๆ ถ้าคนมีความหลากหลายและเราไม่อาจจำกัดความใครได้ด้วยกรอบๆ เดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บทสัมภาษณ์ชิ้นที่ทุกคนกำลังอ่านนี้ ผมคงขออุทิศให้กับความหลากหลายเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความหลากหลายที่เหนืออื่นใดยังมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นมนุษย์</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-65865 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-11.jpg" alt="Opal Panisara" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>การโตมาในบ้านที่มีทั้งลูกชายและลูกสาวทำให้คุณมีมุมมองต่อเรื่องเพศอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเลี้ยงดูของพ่อแม่ทำให้เรารู้สึกว่าอะไรหลายๆ อย่างไม่ต้องแบ่งแยกขนาดนั้นก็ได้นะ โลกโดนจำกัดว่าชาย-หญิงต้องเป็นแบบไหน ผู้หญิงต้องชอบสีชมพู ผู้ชายต้องชอบสีฟ้า แต่พ่อกับแม่เลี้ยงเราและน้องชายมาแบบเชื่อในกฎเกณฑ์น้อยมาก เราไม่เคยมีอะไรสีชมพูเพราะพ่อแม่เราไม่เคยใช้สีในการแยกเพศ เขาเลี้ยงเรามาแบบปัจเจก พ่อเราเป็นอาร์ตทิสต์ เขาจับเราเลื่อยไม้ งานอดิเรกของเราคือปั้นหม้อเซรามิก ดังนั้นโมเมนต์แบบผู้หญิงเลยไม่ค่อยมี จริงๆ เราเรียนโรงเรียนหญิงล้วนนะ แต่ตัวตนเราจนถึงตอนนี้ก็มาจากการเลี้ยงดูโดยพ่อแม่นั่นแหละ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พอเข้าโรงเรียนหญิงล้วน คุณเห็นความต่างระหว่างตัวเองกับเด็กหญิงคนอื่นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเจอความหลากหลายมากกว่า เราเห็นเพื่อนที่จะไม่กินนมช็อกโกแลต แต่จะกินแค่รสสตรอว์เบอร์รีเท่านั้น เพราะเขาถูกเลี้ยงดูมาแบบผู้หญิงมากๆ ซึ่งไม่มีถูก-ผิด อย่างเราโตมากับพี่แอฟ (</span><span style="font-weight: 400;">ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ) พี่แอฟคือต้นแบบของการที่ตัวเองมีความสุขที่เป็นผู้หญิงมากๆ เราเคารพเขาทุกอย่าง แต่เรากับเขาก็ต่างกัน มันมีความหลากหลายอีกมากมายที่เราได้เห็น ที่สำคัญคือเราจะไม่ตัดสินคนที่ไม่เหมือนเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เมื่อโตขึ้น คุณชนกับกรอบที่สังคมมาตัดสินคุณไหมว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เคยเลย เพราะว่ากรอบของเราไม่ได้โดนวาดโดยคนอื่น และกรอบที่เราวางตัวเองไว้คือกาลเทศะเท่านั้น เราไม่ขบถโดยการไปงานศพแล้วใส่สีชมพู หรือไปงานแต่งงานแล้วใส่สีดำ เรามีกรอบที่เป็นการเคารพเพื่อนมนุษย์ซึ่งเราแฮปปี้กับมัน แต่นั่นไม่ใช่การชนกรอบ เราไม่แคร์เรื่องแรงเสียดทานอื่นใดนะ เช่น ตอนที่เราเข้าวงการแรกๆ สมัย 17-18 ปีที่แล้ว ค่านิยมสมัยนั้นคือคนในวงการต้องสวย เราไม่สวย เขาก็คิดว่าจะกรองเราอยู่ในมุมไหนดี ตลกเหรอ หรือคนที่มีความรู้ เขาพยายามจัดให้เราอยู่ในสักมุมหนึ่ง ระหว่างนั้นก็มีคนด่าเราเรื่อยๆ ว่า อีนี่ไม่สวย ดำ ซึ่งเรารู้สึกเฉยๆ เราดำและเราเคารพความดำของเรา ดังนั้นการด่าทำอะไรเราไม่ได้ แต่ถ้ามาบอกว่าเราพูดหรือทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม อันนี้จะพอทำอะไรเราได้บ้าง </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-65870 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-16.jpg" alt="Opal Panisara" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>นึกถึงที่ป๋อมแป๋มเคยพูดใน TEDxBangkok ว่าอย่ามาแปะป้ายกันเลยว่าเพศนั้นต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ นับถือเราในความเป็นมนุษย์ดีกว่า (ดูได้</b><a href="https://www.youtube.com/watch?v=48A9SU6_bQ8"><b>ที่นี่</b></a><b>)</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคุยกับเพื่อนบ่อยมากว่าเราคือมนุษย์ เพศก็คือมนุษย์ อย่างข่าวที่ประเทศอื่นมีการกดขี่หรือทำร้ายผู้หญิง เราก็มองว่ามันไม่ใช่เรื่องผู้หญิงหรือผู้ชายหรอก มันคือการกดขี่มนุษย์ด้วยกัน การทำร้ายกันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทั้งนั้น อีกอย่างที่เราไม่ชอบคือการที่คนชอบระบุว่าคนนั้นเป็นผู้หญิง ผู้ชาย รุกหรือรับ หรือการตราหน้าว่า LGBTQ ต้องตลกหรือสร้างสรรค์ เพราะเหนืออื่นใดคือเขาเป็นคน รสนิยมหรือความชอบอะไรก็ตามมันไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปยุ่ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อะไรแบบนี้ทำให้คุณโกรธหรือไม่เข้าใจบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความโกรธเกิดขึ้นได้ แต่เราจะคุยกับเพื่อนที่เจออะไรแบบนี้ว่าคุณต้องไม่รู้สึกสิ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เราคือมนุษย์ ในฐานะที่เรามีเพื่อน LGBTQ จำนวนมาก เราเคารพทุกคนในฐานะมนุษย์และไม่เคยล้อกันเรื่องนี้ เราแค่รู้สึกว่ายุคนี้ต้องก้าวผ่านเรื่องนี้ไปแล้วหรือเปล่านะ อย่างตัวเราเอง ถ้าลูกเดินมาบอกว่าเป็น LGBTQ เราก็โอเค เพราะเข้าใจว่าจุดที่ยากที่สุดคือการไปบอกกับพ่อแม่ บางบ้านบอกได้ บางบ้านต้องใช้เวลา บางบ้านบอกไม่ได้จริงๆ ทุกคนมีวิธีของตัวเองเพราะสิ่งที่ต้องแคร์คือครอบครัว แต่คนอื่นๆ โปรดอย่าไปสนใจ คนแถวบ้าน ในตลาด และโดยเฉพาะคนในเน็ต ได้โปรดอย่าไปสนใจเพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างเราเอง ตั้งแต่เด็กเราก็ถูกเหยียดหยาม เราไม่สวยและไม่มีต้นทุนอะไร แต่เรากัดฟันฝ่าทุกคำดูถูกมาได้โดยไม่พูดอะไร ในใจเรามีแต่คำว่า ‘รอดูฉัน’ วันหนึ่งความสำเร็จจะบอกทุกคนเองว่าเราทำอะไรได้บ้าง ดังนั้นชีวิตไม่ง่ายหรอก ไม่ใช่แค่ LGBTQ แต่ทุกๆ คนนั่นแหละ ไม่มีใครเพอร์เฟกต์สำหรับใครเลย แค่จะเอาดีให้ได้ในชีวิตก็ยากอยู่แล้ว ดังนั้นการเอาคำพูดคนอื่นมาแบกมันไม่ใช่เรื่อง ทำชีวิตตัวเองให้ดีและก้าวผ่านตรงนั้นมาให้ได้ดีกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-65855 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>สนใจตรงที่บอกว่าถ้าวันหนึ่งลูกเป็น LGBTQ คุณก็โอเค ความคิดนี้เกิดขึ้นตอนไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากับพี่โอ๊ค (สมิทธิ์ อารยะสกุล–สามี) คุยกันถึงวิธีการเลี้ยงลูกตลอด แล้วการมีลูกของเราไม่ได้ราบรื่น ตอนแรกเราเหมือนพ่อแม่ทุกคนแหละ ที่อยากให้ลูกเป็นผู้หญิง-ผู้ชาย อยากให้หน้าตาน่ารัก อยากให้เป็นเด็กฉลาด แต่ตอนที่จะคลอดลูกเราผ่านภาวะเป็น-ตายมา เราหัวใจวายไปรอบหนึ่ง ถ้าหัวใจวายอีกรอบ ลูกและเราไปหมด ดังนั้นการที่เขาได้หายใจคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราคุยกับพี่โอ๊คว่าการที่เขายังอยู่กับเราคือกำไร ดังนั้นอะไรก็ตามที่ทำให้ชีวิตเขามีความสุข เราจะให้เขาทำ ในฐานะพ่อแม่เราให้ชีวิตเขาถือกำเนิดมา แต่พอเขาเป็นตัวตนของเขาเอง เขาต้องมีสิทธิเลือก ทุกวันนี้เรากับพี่โอ๊คทำงานเพื่อเก็บไว้เลี้ยงดูตัวเองตอนแก่ ลูกจะได้ไม่ต้องมารับผิดชอบเรา เราสั่งสอนเขาแค่เรื่องผิดชอบชั่วดี สอนศีลและสติ ที่เหลือลูกจะชอบสีอะไร อยากเป็นอะไร นับถือศาสนาอะไร อยากใช้ชีวิตกับใคร เราจะไม่ยุ่ง จงใช้ชีวิตของเขาอย่างเต็มที่แล้วเราจะคอย appreciate ทุกๆ ตอน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วตอนนี้ลูกเรียนรู้เรื่องความเป็น LGBTQ หรือยัง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เขาเรียนรู้เพราะเพื่อนที่เราพาเข้าบ้านมีความหลากหลายขั้นสุด แต่อย่างพี่ป๋อมแป๋ม (นิติ ชัยชิตาทร) หรือลูกกอล์ฟ (คณาธิป สุนทรรักษ์) เขาก็จะเรียกว่าลุงลูกกอล์ฟ ลุงป๋อมแป๋ม หรืออังเคิลซันนี่ อากันต์ น้าเต้ย คือเขาจะเรียกตรงๆ มันจะยากมากถ้าให้เรียกพี่ป๋อมแป๋มว่ายาย อ้าว แล้วยายมดแดงที่เป็นแม่ของเราล่ะ ดังนั้นเรารู้สึกว่าคำเรียกเป็นแค่คำที่อธิบายเฉยๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนแรกเราถามพี่ป๋อมแป๋มด้วยนะว่าอยากให้หลานเรียกว่าอะไร พี่ป๋อมแป๋มบอกว่าฉันจะเป็นลุง ไม่อย่างนั้นต้องมานั่งอธิบายยาวในสิ่งที่เด็กยังไม่เข้าใจ และเดี๋ยวถึงวันหนึ่งถ้าเขาอยากจะเข้าใจ เราก็พร้อมจะอธิบาย ในอนาคตถ้าลูกสงสัยว่าทำไมลุงลูกกอล์ฟมีแฟนเป็นลุงพอล เราก็จะอธิบายกับเขาอย่างชัดเจน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-65866 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เหมือนคุณได้รับแนวคิดการเลี้ยงดูลูกแบบเปิดกว้างมาจากพ่อแม่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช้คำว่าเราเรียนรู้จากการโตมากับพ่อแม่ที่ให้อิสระทางความคิดดีกว่า เขาตีกรอบเราไว้ด้วยความรัก ดังนั้นพอโตขึ้นมาเป็นแม่คน เราคุยกับพี่โอ๊คตั้งแต่แรกเลยว่าเราจะเลี้ยงลูกในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์ แต่เอาจริงก็ยากนะ เราเข้าใจเพราะเวลาไปซื้อของ แผนกเด็กหญิงที่เราเข้าไปจะมีแต่ของผู้หญิงหมดเลย สีชมพูหมด แต่เราก็พยายามเลือกสีที่เป็นธรรมชาติ จนสุดท้ายเขาสองคนก็ใช้สีด้วยกันได้หมด เราต้องการจะบอกลูกว่าเขาจะชอบสีอะไรก็ได้ หรือสมมติเขาแย่งของเล่นกันเราก็จะไม่บอกว่านี่เป็นของเล่นของเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย แต่เราจะให้เขาผลัดกันเล่น เราเคารพในความเป็นปัจเจกของเขาและจะไม่บอกว่าผู้หญิงห้ามทำอย่างนั้น ผู้ชายห้ามทำอย่างนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดังนั้นในความเห็นของคุณ การเลี้ยงดูลูกผู้หญิงและผู้ชายไปพร้อมกันก็คือการเลี้ยงเด็ก 2 คนไปพร้อมกัน ไม่ได้แบ่งแยกเป็นเพศขนาดนั้น</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ เลี้ยงเด็ก 2 คนที่คือเด็กหญิงอลินและเด็กชายอลัน เด็ก 2 คนนี้โตมาแบบพี่น้อง เวลาอยู่บ้านก็อยู่กันแบบพี่น้อง แต่เมื่อไม่นานนี้เขาเพิ่งไปโรงเรียน เขาถึงเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นผู้หญิง เขาเป็นผู้ชาย มันก็อัตโนมัติเวลาเขาเห็นเพื่อน อลันก็ไปเล่นกับเด็กผู้ชาย เตะบอล เล่นเทควันโด ส่วนอลินก็ไปเรียนบัลเลต์ เขาก็ไปตามทาง แต่พอกลับมาบ้าน เขาก็ขี่คอวิ่งเล่นกันเหมือนเดิม </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>รู้สึกอย่างไรเวลามีคนมาบอกว่าคุณเป็นไอดอลของความเป็นแม่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) เราว่าไอดอลไม่ใช่คำที่บวกสักเท่าไหร่ เพราะการที่เรามองว่าใครเป็นไอดอล เวลาเขาผิดนิดเดียวจะกลายเป็นผิดเยอะมาก เราเป็นมนุษย์ปกตินี่แหละ ไม่ต้องมองเราเป็นไอดอลหรอก เราเป็นปุถุชนมากๆ ยิ่งพอเราได้เป็นแม่ เรายิ่งเข้าใจว่าพ่อแม่ก็เป็นมนุษย์ เราต้องเรียนรู้หน้าที่นี้ไปพร้อมกับลูกเรา เชื่อไหม เราไม่อ่านหนังสือเลี้ยงลูกเลยนะ เราฟังแต่ไม่ค่อยเชื่อทฤษฎีใครๆ เพราะเราเห็นจริงๆ ว่าลูกเรา โตมาในท้องเรา กินเหมือนกันทุกมื้อ อยู่กับเราตลอดเวลา ได้อะไรก็เหมือนกัน แต่อลินอลันนิสัยไม่เหมือนกันเลย มันทำให้เรารู้ว่าอย่าหวังว่าสังคมนี้จะมีคนที่เหมือนกัน ดังนั้นเราฟังเสียงลูกเราดีกว่า มันจะบอกเองว่าลูกเราเป็นอย่างไรและคัดกรองได้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะกับลูกเรา </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-65868 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอน เราเป็นมนุษย์ปกติ ลองผิดลองถูกในทุกๆ วัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แต่ทุกคนก็อยากเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าคนเป็นแม่จะรู้เลยว่าความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง แม่ทุกคนอยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แต่คำว่าดีที่สุด</span><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่สมบูรณ์แบบ การเป็นแม่คือการที่ต้องรับผิดชอบสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่วันหนึ่งเขาจะเติบโตมาเป็นคน ไม่มีทางที่ลูกเราจะประเสริฐเลิศล้ำ ลูกเรามีถูก-ผิดเช่นเดียวกับแม่ของเขา ดังนั้นเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดก็พอ แต่สิ่งหนึ่งที่เราให้ความสำคัญมากๆ คือการเคารพตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากับพี่โอ๊คคุยกันเสมอว่าต้องสอนลูกให้เคารพตัวเอง เพราะพอเป็นพ่อเป็นแม่ สิ่งที่เสียใจที่สุดในอนาคตคือการที่ลูกเสียใจ พ่อแม่แตกสลาย ดังนั้นเราจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดขึ้น เราคุมลูกหรือสกรีนคนในชีวิตลูกไปตลอดไม่ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้เขารู้ว่าพ่อแม่รักเขา เขามีคุณค่า ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ในกรอบที่เข้าใจกัน ลูกต้องไม่ใช่เทวดา แค่ทำให้เขารู้ว่าทุกชีวิตมีความต่าง เขาต้องอยู่ให้ได้ในความต่างใดๆ และรักตัวเองมากๆ เพราะพ่อแม่รักเขามากๆ สิ่งเหล่านี้แหละเป็นเหตุผลที่ช่วงแรกในชีวิตลูก เราไม่ทำงานเลย เราอยากสร้างภูมิตรงนี้ให้เขา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หลายคนเคยบอกไว้ว่า ‘จะเข้าใจพ่อแม่ได้ดีที่สุด ในวันที่เราเป็นพ่อแม่เสียเอง’ คุณเป็นแบบนั้นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอน ตอนแรกเรารับรู้นะว่าความเป็นแม่น่ะยิ่งใหญ่มาก แม่รักเรามาก แต่พอเป็นแม่จริงๆ โห เราไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ลูกคือทุกอย่างไปเลย ก่อนมีลูกเรามีความสุขกับอื่นๆ ใดๆ แต่พอมีลูกแล้วอื่นใดไม่มีมีความหมาย ต่อให้ไปเที่ยวกับเพื่อน สิ่งที่อยู่ในใจคือลูกอยู่ไหน นอนหรือยัง ความทรมานที่สุดในจักรวาลคือการไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศโดยไม่มีลูก มันไม่ใช่การคิดถึงแบบโหยหาแต่มันห่วงไปหมด เราคิดว่าความห่วงนี้จะยิ่งทวีคูณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอนอยู่ในท้อง เขาอยู่กับเรา ตอนที่เดินไม่ได้ เราเห็นเขาในสายตา แต่ตอนนี้ลูกเราเริ่มไปโรงเรียนแล้ว เริ่มมีสังคมแล้วเดี๋ยว 17-18 จะเป็นอย่างไร ตอนนั้นคงมากยิ่งกว่านี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-65864 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/OPAL-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คุณได้เรียนรู้อะไรมากที่สุดกับเรื่องนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราต้องรับให้ได้เพราะอย่างไรก็ต้องเกิด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรกที่เขาเกิดมาทำให้เราเรียนรู้ว่ามนุษย์ตอนที่เป็นทารก เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จริงๆ หาอะไรกินเองก็ไม่ได้ เขาต้องพึ่งพาเราในช่วงต้นของชีวิต แต่เมื่อวันหนึ่งที่เขาโตขึ้น เราก็ควรมีความสุขกับทุกสเต็ปในชีวิตของเขา จำได้ว่าตอนลูกเริ่มยิ้มให้เราครั้งแรก เราจะเป็นลมเลยนะด้วยความดีใจ แต่ต่อมาเขาก็เริ่มเรียกชื่อตัวเองได้ เรียกชื่อแม่ได้ ตอนนี้เขาโตพอที่จะเริ่มเข้าใจทุกอย่าง รู้แล้วว่าตัวเองต้องการอะไรและร้องขอ เราก็จะ appreciate กับทุกช่วงเวลาเหล่านั้น หรือต่อให้เขาโตกว่านี้และออกจากบ้านไป เราก็จะ appreciate </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละคนเป็นมนุษย์น่ะ และเราเชื่อในความเป็นมนุษย์ เราจะไม่ใช้ความเป็นแม่บอกลูกว่าอย่าทำ อย่าไป เราเคารพเขา และเราก็เคารพเขาแบบนี้ตั้งแต่เขาเริ่มพูดว่าต้องการอะไร ดังนั้นในอนาคตถ้าเขาจะอยากเป็นอะไร เราจะไม่ห้าม ชีวิตคนเราไม่สำเร็จรูป เราไม่เอาตัวเองใส่ลูกแน่ๆ ในฐานะแม่เราทำได้แค่แนะนำ แต่ในฐานะมนุษย์เราให้เขาใช้ชีวิตได้เต็มที่เลยถ้าไม่รบกวนคนอื่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ดังนั้นแล้วคุณคาดหวังอะไรจากลูกบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความคาดหวังของเรากับพี่โอ๊คคือเขา 2 คนเป็นคนดี แค่นั้นเอง สิ่งที่เราทำได้คือพาเข้าโรงเรียนที่ดีและหวังว่าเขาจะมีความสุข ระหว่างการใช้ชีวิต เราจะคอยดูว่าเขาเหมาะกับอะไร เขาอยากได้อะไร เราจะผลักดันไปตามที่เขาต้องการ อย่างทุกวันนี้อลันมีจิตวิญญาณความเป็นไทยมาก ชอบรามเกียรติ์ จำชื่อยักษ์ได้ทุกตัว ส่วนอลินก็โคตรเหมือนเราเลย ดังนั้นก็ต้องรอดูกันว่าจะอะไรยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นตรงกันกับพี่โอ๊คคือ เราอยากให้เขาใช้ชีวิตและสนุกไปกับมันเพื่อเจอว่าตัวเองชอบอะไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สุดท้ายถ้ามีใครสักคนมาขอคำแนะนำจากคุณว่าอยากเลี้ยงลูกแบบคุณ คุณจะแนะนำเขาว่าอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยความสัตย์จริงนะ ตั้งแต่มีลูกมาจนถึงตอนนี้ สิ่งที่เราตั้งใจไว้เลยคือเราจะไม่แนะนำการเลี้ยงลูกกับใครถ้าเขาไม่ถามจริงๆ เพราะสิ่งที่เราเจอมาตลอดคือคนที่มาคอมเมนต์ว่าทำไมทำอย่างนั้นอย่างนี้ ทำอย่างนี้มันผิดนะคุณแม่ เราจะคิดเสมอเลยว่าคุณเป็นใคร รู้ไหมว่าฉันผ่านอะไรมาบ้าง ดังนั้นถ้าสมมติต้องให้แนะนำจริงๆ เราคงกลับไปเรื่องเดิมคือเราเลี้ยงลูกคนอื่นไม่เป็น เราเลี้ยงได้แค่ลูกเรา และการเลี้ยงของเราคืออยู่กับพวกเขาตลอดเวลาจนเข้าใจว่าลูกเราเป็นอย่างไร ไม่มีใครมาเลี้ยงอลินอลันได้ เช่นเดียวกันเราก็ไปเลี้ยงลูกคนอื่นไม่ได้ ดังนั้นถ้าเป็นคำแนะนำในฐานะพ่อแม่ที่พอให้ได้จริงๆ คือฟังลูกตัวเองเยอะๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราฟังเขาตั้งแต่พูดไม่ได้ ตอนคลอดมาลูกเราต้องอยู่ห้องไอซียูเด็ก 2 เดือน เราไม่ทำอะไรเลยนอกจากมาเฝ้าข้างตู้ เรามองจ้องเข้าไปในตาเขาตลอดให้เขารู้ว่าแม่ฟัง พอโตขึ้นมาแล้วเริ่มอิ๊อ๊ะได้ เรามองตลอด ไม่เข้าใจอย่างไรเราก็ไม่เคยหัวเราะ ถามกลับว่าอะไรนะลูก ถามจนกว่าเขาจะอธิบาย ตอนนี้ลูกเราเริ่มพูดได้ อาจไม่ได้ชัดมาก แต่เขาเล่าให้เราฟังหมดเลย และเราตั้งใจฟังมากเลย ไม่มีสักครั้งที่เราจะบอกลูกว่าบ้าเหรอหรือหัวเราะการพูดไม่ชัดของเขา เพราะเรารู้สึกว่า 3 ขวบแม่ฟัง 13 แม่ก็ฟัง พอลูก 23 แม่ก็ฟังและไม่ตัดสิน มันทำให้เขากล้าที่จะเล่า เราไม่เคยขำหรือซ้ำเติมเวลาเขาพลาด ดังนั้นถ้าพ่อแม่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจกับลูก นั่นแสดงว่าคุณคิดไว้น่ะสิว่าลูกต้องเป็นอย่างไร เราไม่คิดเลย ลูกพูดอะไรเราฟัง อลินอลันเลยกล้าวิ่ง ไม่กลัวอะไร เพราะเขารู้ว่ามีคนอยู่ข้างหลัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเคารพลูกบ้าง อย่าไปฟังคนอื่นมาก คนอื่นเขาไม่ได้อยู่กับเรา ลูกต่างหากที่อยู่กับเรา</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/opal-panisara/">โอปอล์ ปาณิสรา : แม่ที่เลี้ยงลูกในฐานะคน 2 คน ไม่ใช่เด็กหญิงหรือเด็กชาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คลินิกแทนเจอรีน : ศูนย์สุขภาพชุมชนสำหรับคนข้ามเพศที่ดูแลกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tangerine-clinic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Jun 2019 17:26:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[คนข้ามเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[transman]]></category>
		<category><![CDATA[อัตลักษณ์ทางเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[เพศกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[transgender person]]></category>
		<category><![CDATA[transwoman]]></category>
		<category><![CDATA[เจี๊ยบ - กฤติมา สมิทธิ์พล]]></category>
		<category><![CDATA[Tangerine Clinic]]></category>
		<category><![CDATA[Life of Pride]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกแทนเจอรีน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQIA+]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=63189</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ตรงกับเพศกำเนิด (sex) การไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กสภาพร่างกายและรักษาอาการเจ็บป่วย เป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เราไม่ติดใจ แต่กับคนข้ามเพศ (transgender) ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชายข้ามเพศหรือหญิงข้ามเพศ การไปรับบริการทางสุขภาพที่โรงพยาบาลนั้นอาจชวนให้เครียดหรืออึดอัดใจกันได้ง่ายๆ เริ่มตั้งแต่การถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลซักถามด้วยน้ำเสียง คำพูดคำจา หรือกริยาท่าทางที่แฝงไปด้วยการเหมารวม ตั้งแง่ ตีตรา หรือการประกาศเรียกชื่อด้วยคำนำหน้าตามเพศกำเนิดออกลำโพง ทำให้คนรอบข้างหันมามอง บ้างก็ชี้ชวนให้เพื่อนดู ถามคำถามส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เป็นต้น จนคนข้ามเพศหลายคนไม่สบายใจในการไปโรงพยาบาล และไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างที่ควรเป็น ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน จึงถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อความสบายใจในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของคนข้ามเพศโดยเฉพาะ เพราะมองเห็นอุปสรรคในการเข้าถึงด้านสุขภาพของคนข้ามเพศ บวกกับงานวิจัยจากโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติที่ชี้ให้เห็นว่าหญิงข้ามเพศมีโอกาสมีเชื้อ HIV สูงโดยไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาอย่างที่ควร ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย จึงเริ่มความคิดที่จะเปิดคลินิกที่ให้บริการคนข้ามเพศขึ้นมา และเพื่อให้แน่ใจว่าคลินิกนี้จะตอบสนองความต้องการทางด้านสุขภาพของคนข้ามเพศได้ดีที่สุดและเป็นตัวอย่างในการให้บริการทางสุขภาพที่มีความละเอียดอ่อนต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ จึงมีการจัดประชุมครั้งใหญ่เพื่อให้ชุมชนคนข้ามเพศได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคลินิกขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่ต้น เริ่มจากการรับฟังปัญหาที่ทุกคนพบเจอ ฟังความต้องการของชุมชนว่าอยากให้มีการให้บริการอะไรบ้าง ไปจนถึงอยากให้คลินิกทำงานวิจัยเรื่องไหน จนได้ออกมาเป็นโมเดลคลินิกคนข้ามเพศที่ให้บริการแบบองค์รวมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน หรือเรียกสั้นๆ ว่าคลินิกแทนเจอรีน ตั้งอยู่ภายในคลีนิคนิรนามบนถนนราชดำริ มีหัวหน้าคลินิกและเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศ 5 คน และให้บริการโดยแพทย์-พยาบาลที่แม้จะไม่ใช่คนข้ามเพศ แต่ก็มีความเข้าใจความหลากหลายเป็นอย่างดี เจี๊ยบ–กฤติมา สมิทธิ์พล หัวหน้าคลินิกแทนเจอรีนเล่าให้ฟังว่า ก่อนคลินิกแทนเจอรีนเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2015 มีการประชุมรวมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ไปจนถึงแม่บ้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความหลากหลายทางเพศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tangerine-clinic/">คลินิกแทนเจอรีน : ศูนย์สุขภาพชุมชนสำหรับคนข้ามเพศที่ดูแลกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่อัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ตรงกับเพศกำเนิด (sex) การไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กสภาพร่างกายและรักษาอาการเจ็บป่วย เป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่เราไม่ติดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กับคนข้ามเพศ (transgender) ที่มีอัตลักษณ์ทางเพศแตกต่างจากเพศกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นชายข้ามเพศหรือหญิงข้ามเพศ การไปรับบริการทางสุขภาพที่โรงพยาบาลนั้นอาจชวนให้เครียดหรืออึดอัดใจกันได้ง่ายๆ เริ่มตั้งแต่การถูกเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลซักถามด้วยน้ำเสียง คำพูดคำจา หรือกริยาท่าทางที่แฝงไปด้วยการเหมารวม ตั้งแง่ ตีตรา หรือการประกาศเรียกชื่อด้วยคำนำหน้าตามเพศกำเนิดออกลำโพง ทำให้คนรอบข้างหันมามอง บ้างก็ชี้ชวนให้เพื่อนดู ถามคำถามส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เป็นต้น จนคนข้ามเพศหลายคนไม่สบายใจในการไปโรงพยาบาล และไม่ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างที่ควรเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><a href="https://www.facebook.com/TangerineCenter/">ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน</a> </span><span style="font-weight: 400;">จึงถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อความสบายใจในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของคนข้ามเพศโดยเฉพาะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63224 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0430-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะมองเห็นอุปสรรคในการเข้าถึงด้านสุขภาพของคนข้ามเพศ บวกกับงานวิจัยจากโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติที่ชี้ให้เห็นว่าหญิงข้ามเพศมีโอกาสมีเชื้อ HIV สูงโดยไม่ได้รับการตรวจหรือรักษาอย่างที่ควร ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย จึงเริ่มความคิดที่จะเปิดคลินิกที่ให้บริการคนข้ามเพศขึ้นมา และเพื่อให้แน่ใจว่าคลินิกนี้จะตอบสนองความต้องการทางด้านสุขภาพของคนข้ามเพศได้ดีที่สุดและเป็นตัวอย่างในการให้บริการทางสุขภาพที่มีความละเอียดอ่อนต่อผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ จึงมีการจัดประชุมครั้งใหญ่เพื่อให้ชุมชนคนข้ามเพศได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคลินิกขึ้นมาด้วยกันตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63227 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0446-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจากการรับฟังปัญหาที่ทุกคนพบเจอ ฟังความต้องการของชุมชนว่าอยากให้มีการให้บริการอะไรบ้าง ไปจนถึงอยากให้คลินิกทำงานวิจัยเรื่องไหน จนได้ออกมาเป็นโมเดลคลินิกคนข้ามเพศที่ให้บริการแบบองค์รวมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศูนย์สุขภาพชุมชนแทนเจอรีน หรือเรียกสั้นๆ ว่าคลินิกแทนเจอรีน ตั้งอยู่ภายในคลีนิคนิรนามบนถนนราชดำริ มีหัวหน้าคลินิกและเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศ 5 คน และให้บริการโดยแพทย์-พยาบาลที่แม้จะไม่ใช่คนข้ามเพศ แต่ก็มีความเข้าใจความหลากหลายเป็นอย่างดี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63218 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0387-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>เจี๊ยบ–กฤติมา สมิทธิ์พล</strong> หัวหน้าคลินิกแทนเจอรีนเล่าให้ฟังว่า ก่อนคลินิกแทนเจอรีนเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2015 มีการประชุมรวมของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ไปจนถึงแม่บ้านและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงความหลากหลายทางเพศ สิ่งที่ควร-ไม่ควรทำ และจัดประชุมซ้ำทุกปีเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนมีความละเอียดอ่อนมากพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนชื่อ ‘แทนเจอรีน’ นั้น ก็มาจากการเสนอและโหวตกันของคนในชุมชนคนข้ามเพศเองเช่นเดียวกับสโลแกน ‘Where transition fulfills identity’ ซึ่งคำว่า Tangerine เป็นการเล่นคำมาจาก transgender สามารถเขียนย่อออกมาเป็น TG ได้เหมือนกัน และความหมายโดยตรงอย่าง ‘ส้ม’ ก็ถูกหยิบมาใช้เป็นธีมสีของคลินิกที่ให้ความรู้สึกในเชิงบวก สดใส สดชื่น เป็นมิตรกับผู้มาเยือนนั่นเอง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63217 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0372-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ดูแลสุขภาพร่างกาย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยามเช้าวันทำงาน ผู้คนยังเข้ามาเยี่ยมเยียนคลินิกแทนเจอรีนเพียงประปราย เราจึงถือโอกาสเข้าไปนั่งคุยกับเจี๊ยบเรื่องการให้บริการของคลินิก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่คนให้ความสำคัญเยอะมากจากการประชุมครั้งแรก คือความรู้ในการข้ามเพศและการใช้ฮอร์โมน” เจี๊ยบว่า ก่อนจะอธิบายให้เราฟังว่า ไม่ใช่คนข้ามเพศทุกคนที่ต้องการฮอร์โมนหรือทำศัลยกรรม แต่คนส่วนใหญ่มีความสนใจในการใช้ฮอร์โมน สำหรับคนที่ซื้อฮอร์โมนใช้เองอยู่แล้ว ก็จะแนะนำว่าควรใช้ฮอร์โมนอะไร ขนาดไหน ควรดูแลตัวเองอย่างไร เพราะผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ฮอร์โมนมีหลายอย่าง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากเกินก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ส่วนคนที่ยังไม่เริ่มใช้ฮอร์โมน คลินิกจะทำหน้าที่ซัพพอร์ต ตรวจร่างกายว่าสามารถรับฮอร์โมนได้ไหม มีโรคประจำตัวอะไรที่ควรรักษาหรือดูแลก่อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราให้คำแนะนำ คุยกับเขาว่าถ้าเริ่มใช้ฮอร์โมนจะรับผลกระทบที่ตามมาได้หรือเปล่า เช่น ที่บ้านว่ายังไง ที่โรงเรียน ที่ทำงาน ถ้ามีแฟน แฟนว่ายังไง เขาจะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขนาดไหน แต่เราไม่ได้อนุมัตินะว่าเขาจะเริ่มได้หรือไม่ได้ เขาต้องตัดสินใจเอง” เธอบอกกับเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้คลินิกยังมีบริการตรวจและรักษาสุขภาวะทางเพศ สามารถตรวจ HIV ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และรักษาได้เลย หรือหญิงข้ามเพศที่แปลงเพศแล้ว หากมีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะเพศหญิงที่ไม่ใช่ปัญหาด้านการศัลยกรรม เช่น ติดเชื้อ ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่หากไปโรงพยาบาลก็อาจรู้สึกไม่สบายใจ ก็สามารถมาที่นี่ได้เพราะแพทย์มีความเชี่ยวชาญโดยตรง และค่าบริการทุกรายการก็อยู่ในเกณฑ์สบายกระเป๋าเพราะเป็นส่วนหนึ่งของสภากาชาดไทย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากรณรงค์ให้มาที่นี่ มาเจอเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศด้วยกัน บริการกันเอง ไม่ต้องขัดเขินหรือมีขั้นตอนเยอะ คุยกับเจ้าหน้าที่แล้วเราก็พาไปเจอแพทย์เลย หรือใครที่อยากผ่าตัดศัลยกรรม เราก็มีข้อมูลให้โดยเราไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ให้เขาเลือกเอง” เจี๊ยบยิ้ม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63220 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0403-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ไม่ลืมสุขภาพใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะไม่ต้องกลัวอคติทางเพศแล้ว การมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนข้ามเพศยังมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาคนมีปัญหาเยอะๆ เข้ามาหาแล้วเจอเจ้าหน้าที่เป็นคนข้ามเพศด้วยกัน มันช่วยได้มาก เพราะเขามีคนรับฟังและเข้าใจ เราอาจจะช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างของเขาไม่ได้ แต่เขามาเจอเราแล้วรู้สึกดีขึ้น ออกไปรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้ต่อไป ประเด็นเรื่องสุขภาพจิตและสังคมสำคัญมาก เพราะเรายังเจอว่าพี่น้องคนข้ามเพศยังถูกกดทับ ตีตรา เลือกปฏิบัติเยอะมาก เราก็เก็บข้อมูลว่าใครถูกกระทำอะไร เช่น บางคนแปลงเพศแล้วจากชายเป็นหญิง แต่ทำงานในโรงเรียนและต้องใส่วิกเป็นผู้ชายไปสอนหนังสือ เขาต้องเจอกับอคติและการถูกเลือกปฏิบัติจากตัวระบบเยอะมาก การมีพื้นที่ชุมชนตรงนี้มันทำให้เขาเจอที่ที่สบายใจ” เธออธิบายว่า หลายคนเข้ามาที่คลินิกเพียงเพราะอยากพูดคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อความสบายใจ ซึ่งคลินิกก็เต็มใจจะเปิดรับแบบไม่เกี่ยงงอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีคนที่กำลังสับสน ไม่แน่ใจในตัวตน ครุ่นคิดว่าจะข้ามเพศดีหรือไม่ ก็สามารถเข้ามานั่งคุยที่คลินิกได้เช่นกัน เจี๊ยบเล่าว่าที่ผ่านมา คนที่เข้ามาพูดคุยและค้นพบว่าตนเองไม่ใช่คนข้ามเพศก็มีให้เห็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงอายุของคนที่เข้ามาปรึกษาที่คลินิกนั้น มีตั้งแต่ไม่ถึง 10 ปี ไปจนถึงกว่า 70 ปี โดยในกรณีของเด็กนั้นมีผู้ปกครองพามาเพราะน้องบอกว่าเป็นคนข้ามเพศ พ่อแม่จึงปรึกษาว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ทำความเข้าใจอะไรบ้าง หรือครูคนข้ามเพศที่พาลูกศิษย์ที่เป็นวัยรุ่นข้ามเพศมาก็มีเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราถามเจี๊ยบว่า หากเข้ามาปรึกษาอย่างเดียวที่นี่คิดค่าบริการเท่าไหร่ คำตอบที่ได้เราแทบไม่เชื่อหูตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่มีค่าบริการเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63222 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0422-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>เผยแพร่ความเข้าใจ</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายในช่วงเวลา 3 ปีครึ่ง คลินิกแทนเจอรีนให้บริการคนข้ามเพศเป็นจำนวนเกือบสามพันคนด้วยกัน และหากนับจำนวนครั้งของการใช้บริการ ก็จะพบว่ามีการแวะเวียนมากว่า แปดพันครั้งเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวกมาคลินิกในกรุงเทพฯ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คนข้ามเพศคนไหนรู้ตัวว่าอยู่ไกล สามารถแวะไปเยี่ยมคลินิกแทนเจอรีนได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ในเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/TangerineCenter/">Tangerine Community Health Center</a> ซึ่งมีการโพสต์คอนเทนต์สุขภาพเกี่ยวกับคนข้ามเพศที่หาอ่านยากในเว็บไซต์อื่นๆ เช่น การขยายช่องคลอดสำหรับคนแปลงเพศแล้ว หรือเร็วๆ นี้ก็จะมีคอนเทนต์ที่ว่าด้วยการดูแลหน้าอกของหญิงข้ามเพศที่ใช้ยาฮอร์โมนหรือทำศัลยกรรมมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีการเชิญคนข้ามเพศที่มีชื่อเสียงหรือคุณหมอมา live อยู่เป็นประจำ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63228 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0323-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันไหนที่คอนเทนต์มีประเด็นน่าสนใจ จะมีคนถามคำถามกันมาในอินบอกซ์เยอะมาก ตอบกันอุตลุด โทรศัพท์ก็ดังแทบไม่หยุด” เจี๊ยบหัวเราะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากช่องทางออนไลน์ เครือข่ายพันธมิตรของแทนเจอรีนก็เปิดให้บริการด้านสุขภาพแก่คนข้ามเพศแล้วเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องขยายไปให้ได้มาก เพราะคนจำนวนมากยังเข้าไม่ถึง พี่ๆ น้องๆ หลายคนก็มาจากต่างจังหวัด เราต้องขยายไปให้เขาได้สิ่งที่ต้องการ ในระดับประเทศเราร่วมมือกับองค์กร LGBTQIA อื่นๆ เช่น สมาคมฟ้าสีรุ้งฯ, มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) ในเชียงใหม่มีมูลนิธิเอ็มพลัส และศูนย์สุขภาพแคร์แมท และในระดับภูมิภาคก็ทำงานกับเวียดนามจนเขาสามารถเปิดคลินิกสำหรับคนข้ามเพศได้แล้ว 2 แห่ง” เจี๊ยบบอกอย่างมุ่งมั่นก่อนจะอธิบายต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โมเดลเราเป็นโมเดลชุมชน เจ้าหน้าที่ของเราก็เป็นคนในชุมชนคนข้ามเพศด้วยกัน ก่อนทำงานก็จะมีการเทรนเรื่องการให้คำปรึกษา องค์ความรู้ที่ต้องใช้ เช่น ฮอร์โมน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การรักษา เทรนจนครบทุกอย่างและเทรนอยู่ตลอด เราอยากสนับสนุนให้ชุมชนคนข้ามเพศเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-63216 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/06/Tangerine-IMG_0350-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/TangerineCenter/"><span style="font-weight: 400;">facebook.com/TangerineCenter</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tangerine-clinic/">คลินิกแทนเจอรีน : ศูนย์สุขภาพชุมชนสำหรับคนข้ามเพศที่ดูแลกันทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Kloset : พื้นที่สบายใจของคอมมิวนิตี้หญิงรักหญิง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-kloset-yuri-space/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/the-kloset-yuri-space/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[บุญญานันท์ กาญจนกิจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Nov 2018 11:00:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Over the Rainbow]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[bookclub]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<category><![CDATA[Co-working Space]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[boardgame]]></category>
		<category><![CDATA[yuri]]></category>
		<category><![CDATA[lesbian]]></category>
		<category><![CDATA[safe space]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=45099</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 หากมองจากภายนอก ร้าน The Kloset ที่ตั้งอยู่ในตึกแถวขนาดหนึ่งคูหาในซอยยศเสดูเหมือนจะเป็นร้านกาแฟธรรมดาแห่งหนึ่ง เพราะพื้นที่ด้านหน้าของร้านมีเคาน์เตอร์ชงกาแฟ และมีที่นั่งอยู่เล็กน้อย แต่อันที่จริง ด้านหลังผนังแต่งผิวปูนเปลือยที่ติดป้ายชื่อร้าน อันเป็นบริเวณที่สงวนให้เฉพาะสำหรับสมาชิก มีโลกอีกใบซ่อนอยู่ &#160; 2 ยูริ เป็นคำศัพท์ที่มาจากภาษาญี่ปุ่นคำว่า 百合 ซึ่งแปลตรงตัวว่าดอกลิลลี่ และถูกนำมาใช้เป็นชื่อ genre สำหรับเรียกวรรณกรรม ภาพยนตร์ การ์ตูน และสื่อต่างๆ ที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิง และรักใคร่ชอบพอกับผู้หญิงด้วยกัน ในบ้านเราก็มีการยืมคำนี้มาใช้กำกับสื่อต่างๆ ซึ่งนิยายรักของ คิลิน–เอมอนันต์ อนันตลาโภชัย ก็เป็นหนึ่งในนั้น “เราเป็นนักเขียนนิยายยูริ ซึ่งวงการนี้เล็กมาก เลยทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักอ่านที่มีรสนิยมเดียวกัน คุยกันถูกคอ เกิดเป็นมิตรภาพขึ้นมา แต่เราจะอยู่ในสังคมออนไลน์ ไม่มีพื้นที่ในการแฮงเอาต์ เวลาเราจัดมีตติ้ง วางไว้ 3 ชั่วโมง ก็เมาท์กันยาวเป็น 6 ชั่วโมง แล้วก็มีนัดกินข้าวนอกรอบกันอีก ในกลุ่มที่สนิทกันราวๆ 10 คนก็เลยคุยกันว่า เราหารังกันไหม ไม่ว่าใครจะเดินทางไปที่ไหน ถ้าว่างก็แวะมาเจอกันที่นี่” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-kloset-yuri-space/">The Kloset : พื้นที่สบายใจของคอมมิวนิตี้หญิงรักหญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">1</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองจากภายนอก ร้าน <span style="color: #000080;"><a style="color: #000080;" href="https://www.facebook.com/C8Kloset/">The Kloset</a></span> ที่ตั้งอยู่ในตึกแถวขนาดหนึ่งคูหาในซอยยศเสดูเหมือนจะเป็นร้านกาแฟธรรมดาแห่งหนึ่ง เพราะพื้นที่ด้านหน้าของร้านมีเคาน์เตอร์ชงกาแฟ และมีที่นั่งอยู่เล็กน้อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่อันที่จริง ด้านหลังผนังแต่งผิวปูนเปลือยที่ติดป้ายชื่อร้าน อันเป็นบริเวณที่สงวนให้เฉพาะสำหรับสมาชิก มีโลกอีกใบซ่อนอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45248 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_30.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45246 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_28.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">2</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยูริ เป็นคำศัพท์ที่มาจากภาษาญี่ปุ่นคำว่า 百合 ซึ่งแปลตรงตัวว่าดอกลิลลี่ และถูกนำมาใช้เป็นชื่อ genre สำหรับเรียกวรรณกรรม ภาพยนตร์ การ์ตูน และสื่อต่างๆ ที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิง และรักใคร่ชอบพอกับผู้หญิงด้วยกัน ในบ้านเราก็มีการยืมคำนี้มาใช้กำกับสื่อต่างๆ ซึ่งนิยายรักของ คิลิน–เอมอนันต์ อนันตลาโภชัย ก็เป็นหนึ่งในนั้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45226 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_08.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_08.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_08-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเป็นนักเขียนนิยายยูริ ซึ่งวงการนี้เล็กมาก เลยทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นักอ่านที่มีรสนิยมเดียวกัน คุยกันถูกคอ เกิดเป็นมิตรภาพขึ้นมา แต่เราจะอยู่ในสังคมออนไลน์ ไม่มีพื้นที่ในการแฮงเอาต์ เวลาเราจัดมีตติ้ง วางไว้ 3 ชั่วโมง ก็เมาท์กันยาวเป็น 6 ชั่วโมง แล้วก็มีนัดกินข้าวนอกรอบกันอีก ในกลุ่มที่สนิทกันราวๆ 10 คนก็เลยคุยกันว่า เราหารังกันไหม ไม่ว่าใครจะเดินทางไปที่ไหน ถ้าว่างก็แวะมาเจอกันที่นี่” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คิลินเล่าต่อว่าในทีแรกพวกเธอคิดจะเช่าคอนโด แต่ในเมื่อต้องมีค่าใช้จ่าย ก็อยากให้มันมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้ด้วย เมื่อเธอเล่าไอเดียนี้ให้เพื่อนๆ ฟัง ในเวลาเพียง 1 เดือน ร้าน The Kloset ร้านกาแฟและยูริบุ๊กคลับก็ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของคนคอเดียวกัน ไม่ว่าจะมาร่วมลงขันเงินทุนเป็นหุ้นส่วนโดยตรง หรือช่วยกันซื้อของแต่งร้านคนละไม้ละมือ ตั้งแต่กรอบรูป ตุ๊กตา ถ้วยชาม ไปจนถึงเครื่องทำกาแฟ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนการดำเนินการ โครงสร้างระบบ สต็อก ทำความสะอาด ก็เป็นการลงแรงทำกันเองทั้งหมดเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">3</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเดินเข้าไปในโซนของสมาชิกชั้นล่าง เราเจอกับโซฟาและชุดโต๊ะเก้าอี้ตัวยาวที่ดูเหมาะจะนั่งล้อมวงกันได้หลายคน ซึ่งหนึ่งในผู้มาใช้งานในวันนี้คือเด็กสาววัยมหาวิทยาลัยที่กำลังนั่งวาดรูปอยู่อย่างขะมักเขม้น ชั้นด้านข้างมีบอร์ดเกมวางกองกัน และมีกระดานดำเขียนชื่อผู้เล่น คิลินเล่าให้เราฟังว่าหนึ่งในกิจกรรมของที่นี่คือทัวร์นาเมนต์เกมที่จะมีการสะสมแต้มและให้รางวัลผู้มีแต้มมากที่สุดในแต่ละอาทิตย์ รวมถึงสะสมไว้ชิงรางวัลใหญ่ในช่วงคริสต์มาส ในบริเวณนี้สมาชิกทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45229 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_11.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45234 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_16.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนชั้นลอยของร้านมีชั้นหนังสือที่มีนิยายแนวยูริโดยเฉพาะ ซึ่งคิลินการันตีว่าถ้าพูดชื่อนิยายยูริไทยขึ้นมาสักเรื่อง ก็จะหาอ่านได้ที่นี่ และยังมีเครื่องเกม Play Station 4 โทรทัศน์ที่สามารถเปิดดู Netflix หรือดูหนังจากแผ่น DVD มี beanbag นุ่มๆ หมอนขนาดใหญ่ให้เอนตัวลงนอนได้ตามใจชอบ ซึ่งบริเวณนี้จะจำกัดการเข้าถึงเฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้น เพื่อให้เป็นพื้นที่ที่สามารถผ่อนคลายได้ จะลุก นั่ง นอน ก็ไม่ต้องคอยระวังหรือกังวลอย่างในที่สาธารณะ และคุยกันในเรื่องผู้หญิงแบบลึกๆ ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเราเสิร์ชหาสถานที่ด้วยคำว่า ยูริ เลสเบี้ยน ทอมดี้ มันจะมีแต่ผับทอมดี้ ซึ่งมันไม่ได้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของคนที่เป็น introvert เราเป็นคนไม่เที่ยวกลางคืน ทำงานเหนื่อยๆ แล้วกลับบ้านมาอ่านหนังสือ เลยคิดว่ามีกิจกรรมอะไรที่เราจะเล่นกันได้บ้าง อย่างแรกต้องมีหนังสือ พอมีหนังสือก็ต้องมีกาแฟ เครื่องดื่ม มีที่นอนให้เอนหลัง มีเกมเล่น มีกิจกรรมพูดคุยกันถึงนิยายที่อ่าน คนที่เข้ามาก็จะเป็นคนชอบอะไรเหมือนๆ กัน” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45219 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_01.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_01.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_01-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45221 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_03.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_03.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_03-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45220 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_02.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_02.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_02-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">4</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อของ The Kloset มาจากสำนวน coming out of the closet ที่หมายถึงการออกมาเปิดเผยรสนิยม ความชอบสู่ที่สาธารณะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับ The Kloset แห่งนี้ ผู้มาเยือนสามารถเลือกที่จะปิดบังหรือเปิดเผยความชอบก็ได้ตามความต้องการ ไม่มีการบังคับหรือเหมารวมว่าทุกคนที่เข้ามาจะต้องมีรสนิยมแบบเดียวกัน เพราะคิลินตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกคนอยู่แล้วสบายใจ ได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครจับผิดหรือตัดสิน เพราะเธอเข้าใจว่าในโลกภายนอก หลายคนเหนื่อยมามากกับการต้องปกปิดตัวเอง และไม่มีกิจกรรมชวนอึดอัดอย่างการสปีดเดต จับคู่ หาแฟน แต่จะสนับสนุนมิตรภาพระหว่างกันเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือหากใครที่ไม่แน่ใจในตัวเอง กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความเป็นหญิงรักหญิง ต้องการคำปรึกษาจากคนที่มีประสบการณ์มาก่อน ที่นี่ก็พร้อมจะต้อนรับเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เร็วๆ นี้เราจะมีกิจกรรมที่ชื่อว่า Club Cry Day มาล้อมวงคุยกัน เพราะบางครั้งน้องๆ ที่มีรสนิยมชื่นชมผู้หญิงเขาปรึกษาใครไม่ได้ แต่ถ้าคุยกับคนที่ชอบผู้หญิงด้วยกันมันเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบาย หัวข้อที่คุยก็จะเปิดให้โหวตในทวิตเตอร์ เช่น จีบยังไงไม่ให้ไก่ตื่น ซึ่งเป็นความสนใจของเด็กๆ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45223 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_05.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_05.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_05-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้แต่ที่ตั้งของร้านก็ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วว่า จะช่วยสร้างความสบายใจให้กับผู้ที่มาเยือน หญิงสาวเล่าว่าในครั้งแรกเธอและหุ้นส่วนนึกถึงแถวอารีย์ แต่เกรงว่าจะเป็นย่านที่เด่นเกินไปจนทำให้หลายคนที่อยากปิดไม่สบายใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ แล้วสังคมไทยไม่ได้เปิดนะคะ ถึงไม่มีใครว่า แต่ก็ไม่ยอมรับ ลูกคุณเป็นกะเทยได้ แต่ลูกฉันห้ามเป็น เราเลยไม่อยากให้ร้านนี้มันเด่นหรือเป็นเป้าขึ้นมา อยากอยู่ในที่ที่สงบ ดูไม่มั่วสุม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนนี้คนยังไม่ค่อยรู้จักคำว่ายูริ แต่ถ้าคำนี้เป็นที่รู้จัก ก็อยากให้มันเป็นไปในเชิงบวก คิลินคิดอย่างนั้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">5 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่นี่ใช้ระบบรายได้คล้ายกับ co-working space คือสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เมื่อสมัครแล้วสามารถใช้งานทุกๆ อย่างภายในร้านได้ และมีเครื่องดื่มบริการ 1 แก้วต่อวัน นั่งนานเท่าไหร่ก็ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในเวลาไม่ถึงเดือน The Kloset ก็มีสมาชิกร่วม 100 คน โดยส่วนใหญ่มักจะรู้จักร้านมาจากการแนะนำในบรรดาแฟนยูริด้วยกัน และในช่วงสุดสัปดาห์จะเป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45222 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_04.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_04.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_04-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45249 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_31.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองว่าร้านจะเติบโตไปในทิศทางไหน เราถาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ไม่ได้มองเลย อยู่แต่กับปัจจุบัน อย่างทัวร์นาเมนต์เกม ก็คิดขึ้นมาตอนเห็นคนไม่รู้จักมาเล่นเกมด้วยกัน ทุกอย่างปรับจากเสียงตอบรับของคน ทิศทางมันขึ้นอยู่กับว่าคนที่มาต้องการอะไร หุ้นส่วนทุกคนต้องการอะไร โดยมีพื้นฐานคือทุกคนต้องมีความสุข ซึ่งตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างน้อยๆ ในเวลานี้พวกเธอก็มีรังให้ได้แวะเวียนมาเจอกันสมอย่างที่ตั้งใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หุ้นส่วนบางคนถึงกับโดดงานมาหากันเลยนะ” หญิงสาวพูดติดตลก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45227 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_09.jpg" alt="หญิงรักหญิง The Kloset" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_09.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/11/KLOSET_09-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-kloset-yuri-space/">The Kloset : พื้นที่สบายใจของคอมมิวนิตี้หญิงรักหญิง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/the-kloset-yuri-space/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
