<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Life &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 31 Jul 2026 09:17:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วิธีฉกฉวยวันเวลาฉบับ ฟีเนียส &#8211; เฟิร์บ สองพี่น้องหาเรื่องสนุกๆ ทำในวันหยุดแสนน่าเบื่อ สร้างสิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ ที่แม่ไม่เคยจับได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/seizetheday/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Jul 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<category><![CDATA[PhineasandFerb]]></category>
		<category><![CDATA[seizetheday]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187994</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เฟิร์บ ฉันรู้แล้วว่าวันนี้เราจะทำอะไรกัน”&#160; ใครเป็นเด็กที่ชอบดูการ์ตูนตอนเช้าวันหยุดคงคุ้นหูกับประโยคนี้อย่างดี Phineas and Ferb คือซีรีส์แอนิเมชันตลก ออกอากาศทางโทรทัศน์ของอเมริกาเป็นครั้งแรกปี 2007 ทางดิสนีย์แชนแนล มีทั้งหมด 4 ซีซัน และออกอากาศครั้งสุดท้ายปี 2015 รวมทั้งสิ้น 126 ตอน แต่ละตอนเราจะได้ดูวันหยุดช่วงปิดเทอมของสองพี่น้อง (ต่างพ่อ) อย่าง Phineas Flynn พี่ชายหัวสามเหลี่ยม ผู้มีไอเดียสร้างสิ่งประดิษฐ์ตลอดเวลา เคียงคู่กับ Ferb Fletcher น้องชายอินโทรเวิร์ต และมี Candace Flynn พี่สาวที่จ้องจะเปิดโปงความซุกซุนของสองเกลอให้แม่รู้ แต่ก็ทำไม่เคยสำเร็จ! สาเหตุที่ฟีเนียสกับเฟิร์บสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สวนหลังบ้านมีเหตุผลเดียว คือเมืองที่พวกเขาอยู่นั้นแล้งไร้และน่าเบื่อเกินไปสำหรับเด็ก-วัยค้นหาโลก แต่ด้วยความบังเอิญ ทุกครั้งสิ่งประดิษฐ์ของสองพี่น้องมักไปแก้เผ็ด Inators สิ่งประดิษฐ์ของ ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ เสมอ ในวันอันแสนน่าเบื่อ ฟีเนียสกับเฟิร์บเลือกที่จะฉกฉวยวันเวลา หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Seize the day หรือ Carpe Diem ในภาษาละติน คือทำชีวิตทุกวันให้มีความหมาย จินตนาการสร้างสิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ แต่แคนเดซพี่สาวก็จ้องจะฟ้องแม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seizetheday/">วิธีฉกฉวยวันเวลาฉบับ ฟีเนียส &#8211; เฟิร์บ สองพี่น้องหาเรื่องสนุกๆ ทำในวันหยุดแสนน่าเบื่อ สร้างสิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ ที่แม่ไม่เคยจับได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“เฟิร์บ ฉันรู้แล้วว่าวันนี้เราจะทำอะไรกัน”&nbsp;</p>



<p>ใครเป็นเด็กที่ชอบดูการ์ตูนตอนเช้าวันหยุดคงคุ้นหูกับประโยคนี้อย่างดี Phineas and Ferb คือซีรีส์แอนิเมชันตลก ออกอากาศทางโทรทัศน์ของอเมริกาเป็นครั้งแรกปี 2007 ทางดิสนีย์แชนแนล มีทั้งหมด 4 ซีซัน และออกอากาศครั้งสุดท้ายปี 2015 รวมทั้งสิ้น 126 ตอน</p>



<p>แต่ละตอนเราจะได้ดูวันหยุดช่วงปิดเทอมของสองพี่น้อง (ต่างพ่อ) อย่าง Phineas Flynn พี่ชายหัวสามเหลี่ยม ผู้มีไอเดียสร้างสิ่งประดิษฐ์ตลอดเวลา เคียงคู่กับ Ferb Fletcher น้องชายอินโทรเวิร์ต และมี Candace Flynn พี่สาวที่จ้องจะเปิดโปงความซุกซุนของสองเกลอให้แม่รู้ แต่ก็ทำไม่เคยสำเร็จ!</p>



<p>สาเหตุที่ฟีเนียสกับเฟิร์บสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่สวนหลังบ้านมีเหตุผลเดียว คือเมืองที่พวกเขาอยู่นั้นแล้งไร้และน่าเบื่อเกินไปสำหรับเด็ก-วัยค้นหาโลก แต่ด้วยความบังเอิญ ทุกครั้งสิ่งประดิษฐ์ของสองพี่น้องมักไปแก้เผ็ด Inators สิ่งประดิษฐ์ของ ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ เสมอ</p>



<p>ในวันอันแสนน่าเบื่อ ฟีเนียสกับเฟิร์บเลือกที่จะฉกฉวยวันเวลา หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Seize the day หรือ Carpe Diem ในภาษาละติน คือทำชีวิตทุกวันให้มีความหมาย จินตนาการสร้างสิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ แต่แคนเดซพี่สาวก็จ้องจะฟ้องแม่ และแม่ก็ไม่ทันเห็นทุกครั้งไป</p>



<p>เชื่อว่าทุกคนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ วันหยุดที่ได้หยุดพักจริงๆ แทบจะไม่มี หรือมีอยู่น้อย พอถึงวันหยุดก็ไม่อยากทำอะไร อยากอยู่แบบสงบ ซึ่งไม่ผิด แต่ควรตรวจสอบสักหน่อยว่าความสงบนั้นได้กลายเป็นความเบื่อแล้วหรือยัง-เบื่อสังคม เบื่อชีวิต รู้สึกเฉยชาจนไม่อยากลุกขึ้นมาทำให้ชีวิตแต่ละวันมีความหมายเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187995" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-15.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>คอลัมน์ a better day ชวนไปสำรวจเรื่องราววายป่วงของซีรีส์ Phineas and Ferb กัน ถ้าผู้อ่านอ่านแล้วรู้สึกไม่อยากจ่อมอยู่กับความน่าเบื่อและอยากหาอะไรสนุกทำ หรือเริ่มต้น Seize the day ในแบบของตัวเอง นั่นถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง</p>



<p>เอ้าร้องพร้อมกัน&nbsp;</p>



<p>“There&#8217;s a 104 days in summer vacation and school comes along just to end it”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-luminous-vivid-orange-color">น่ารักกับคนรอบข้าง</mark></strong></h2>



<p>ฟีเนียสเป็นคนช่างคิดช่างพูด ผิดกับน้องชายอย่างเฟิร์บ ฝรั่งบางคนถึงกับรำคาญคาแรกเตอร์ฟีเนียสเลยก็ว่าได้ แต่นิสัยหนึ่งที่สองพี่น้องมีเหมือนกันคือความน่ารักที่มีต่อคนรอบข้าง ความใส่ใจคือความน่ารักอย่างหนึ่ง</p>



<p>ตอนนั้นคือ Dude, We&#8217;re Getting the Band Back Together ซีซัน 1 หลายคนบอกว่านี่เป็นหนึ่งในตอนที่น่าประทับใจที่สุด เพราะมีเนื้อหากินใจคนวัยผู้ใหญ่ สะท้อนมุมมองเรื่องความสัมพันธ์และความฝันได้อย่างดี</p>



<p>เรื่องโดยย่อคือ ลินดา (แม่) และ ลอว์เรนซ์ (พ่อ-แท้ๆ ของเฟิร์บ) ทะเลาะและงอนกันนิดหน่อย เพราะพ่อดันลืมวันครบรอบแต่งงาน ลอว์เรนซ์รู้สึกผิดและรู้สึกว่าตัวเองเป็นสามีที่ไม่เอาไหน ฟีเนียสเห็นอย่างนั้นจึงคิดหาวิธีให้พ่อแม่กลับมาดีกันเหมือนเดิม</p>



<p>พ่อเล่าให้ฟีเนียสกับเฟิร์บฟังว่า ในอดีตจุดที่ทำให้แม่ตกลงเป็นแฟนกับพ่อ คือฉากจูบแรกในคอนเสิร์ตของวงร็อกจากยุค 80s ที่ชื่อ <a href="https://phineasandferb.fandom.com/wiki/Love_H%C3%A4ndel">Love Händel</a> แต่ปัจจุบันวงนี้แตกวงไปแล้วกว่า 20 ปี และสมาชิกต่างแยกย้ายไปใช้ชีวิตของตัวเอง</p>



<p>ฟีเนียสกับเฟิร์บจึงสร้างเวทีคอนเสิร์ตยักษ์ที่หลังบ้าน ด้วยหวังว่าจะเชิญวงดนตรีโปรดของพ่อแม่มาเล่นเป็นกาวสมานใจ พวกเขาออกเดินทางตามหาอดีตร็อกสตาร์ทั้ง 3 คน ซึ่งผู้ใหญ่ 3 คนนี้ก็สะท้อนมุมขมขื่นของผู้ใหญ่ที่หมดไฟและทิ้งความฝันได้อย่างดี</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187996" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/06-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>Danny นักร้องนำ ปัจจุบันเปิดร้านซักแห้ง Bobbi มือเบส ปัจจุบันกลายเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย Swampy มือกลอง ปัจจุบันทำงานในโรงงานหมากฝรั่ง ทีนี้พอจะไปชวนจะก็ต้องมีไม้เด็ดกันหน่อย ฟีเนียสกับเฟิร์บร้องเพลงชวน (ฮา) ฟีเนียสกับเฟิร์บร้องเพลง History of Rock เพื่อบอกแดนนี่ว่าดนตรียังอยู่ในตัวเขา ร้องเพลง Fabulous กับบ็อบบี้ เพื่อบอกว่าความหล่อเป๊ะกับวิถีร็อกสตาร์ไปด้วยกันได้ และไปชวน Swampy ตีกลองตามจังหวะสายพานในโรงงาน เพื่อบอกว่าจังหวะดนตรีไม่เคยหายไปจากตัวเขาเลย</p>



<p>ท้ายที่สุด วง <a href="https://phineasandferb.fandom.com/wiki/Love_H%C3%A4ndel">Love Händel</a> กลับมารวมตัวเล่นเพลง You Snuck Your Way Right Into My Heart บนเวทีหลังบ้าน ลินดาและลอว์เรนซ์ได้เต้นรำและจูบกันอีกครั้งท่ามกลางน้ำตาและความประทับใจ</p>



<p>มีผู้ใหญ่มากมายในโลกแล้งไร้ใบนี้ที่ละทิ้งความฝันแล้วใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ครั้นจะกลับไปจุดไฟนั้นให้โชนอีกรอบไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่น่าชื่นชมคือฟีเนียสกับเฟิร์บที่เป็นเด็กน่ารักอยากเป็นกาวใจให้พ่อแม่ ทั้งยังเชื่อมั่นในตัวของอดีตร็อกสตาร์ และชวนหวนคืนเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง</p>



<p>ใช่หรือไม่ว่า เป็นคนน่ารักย่อมดีกว่าเป็นคนไม่น่ารัก</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-luminous-vivid-orange-color">อย่าปล่อยให้ความเบื่อหน่ายอยู่กับเรานาน</mark></strong></h2>



<p>ทุกครั้ง เรื่องจะเริ่มต้นที่สองพี่น้องนั่งอยู่ใต้เงาไม้ด้วยอาการเบื่อหน่าย ด้วยว่าเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นไร้ชีวิตชีวา แถมนี่ก็เป็นวันหยุดยาวช่วงปิดเทอม ซึ่งสำหรับเด็ก ถ้าไม่มีเพื่อนบ้านติดกันมาเล่นด้วยกัน การไม่ได้ไปโรงเรียนมีค่าเท่ากับถูกขังอยู่บ้าน ซึ่งน่าเบื่อสุดๆ ไปเลย</p>



<p>พอมีอาการเบื่อ ฟีเนียสก็จะมีไอเดียอยากประดิษฐ์ข้าวของล้ำๆ อยู่เสมอ ตอนแรกที่ฉายทางโทรทัศน์ในปี 2007 ด้วยความเบื่อหน่าย ฟีเนียสชวนน้องชายสร้างโรลเลอร์โคสเตอร์ที่เจ๋งที่สุดในโลก ซึ่งสามารถวิ่งทะลุผ่านตึก ผ่านลาวาไปโผล่ที่ปารีส และร่อนออกไปนอกอวกาศได้ คือท้าชนกฎฟิสิกส์ทุกข้อ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="1201" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16.jpg" alt="" class="wp-image-187999" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16.jpg 1201w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-16-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></figure></div>


<p>ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ พยายามใช้สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่า Magnetism Inator หรือ เครื่องยิงลำแสงแม่เหล็ก เพื่อดึงดูดเงิน ซึ่งเป็นโลหะ มาให้ตัวเองเยอะๆ เจ้าหน้าที่พี หรือ Perry ตุ่นปากเป็ดจึงได้รับมอบหมายให้ไปจัดการกับ ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์&nbsp;</p>



<p>แคนเดซพี่สาวผู้สนใจแต่เรื่องตัวเองและแฟนหนุ่ม มาเห็นฟีเนียสกับเฟิร์บสร้างโรลเลอร์โคสเตอร์ที่สวนหลังบ้านก็ปรี๊ดแตก ง้างรอเวลาฟ้องแม่ (Linda Flynn-Fletcher) ถึงความดื้อแพ่งของเจ้าสองคนนั้นให้ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="801" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14.jpg" alt="" class="wp-image-188000" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14.jpg 801w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-14-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 801px) 100vw, 801px" /></figure></div>


<p>แคนเดซ: ฟีเนียส นี่มันอะไรกันเนี่ย</p>



<p>ฟีเนียส: โรเลอร์โคสเตอร์ไง เธอชอบไหม</p>



<p>แคนเดซ: อ๋อ ฉันจะไปฟ้องแม่ค่ะ ให้แม่รู้ว่าพวกนายสองคนทำบ้าอะไรกัน พวกนายโดนแน่ เจอดีแน่!</p>



<p>หนนั้น (อันที่จริงทุกครั้ง) พอแคนเดซเดินไปฟ้องแม่แล้วลากไปดูกลับไม่พบอะไรเลย เห็นแต่ลูกชายสองคนนั่งอยู่ที่สวนหลังบ้านคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตัดไปที่ฟีเนียสกับเฟิร์บ สองคนนั้นสนุกสนานมาก เพราะได้คิด ได้เล่น และได้ทำสิ่งประดิษฐ์ที่พาพวกเขาไปสถานที่ต่างๆ เช่น ไปยุคโดโนเสาร์ ไปดวงจันทร์ ทะลุมิติ เข้าไปในร่างกายมนุษย์ ฯลฯ เรียกว่าจัดการความเบื่อได้อยู่หมัด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187998" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-13.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เราเข้าใจกันในข้อนี้ดีอยู่แล้วว่า ทุกคืนวันผ่านพ้นไปเหมือนเดิมซ้ำๆ ทำงาน กลับบ้าน ดูหนังไปแล้ว 1,000 เรื่อง แต่คล้ายสิ่งเหล่านั้นไม่สร้างความรู้สึกตื่นเต้น ประทับใจ หรือความทรงจำอะไรบางอย่าง อาการเบื่อจะมาเคาะประตูเรียกทันที ซึ่งบางคนอาจจะชอบความน่าเบื่อเพราะอยากพัก</p>



<p>แต่ถ้าเมื่อไรที่ความเบื่ออยู่กับเรานานเกินไปจนลุกลามเป็นเบื่อชีวิต เบื่อสังคม จนไม่อยากลุกออกไปทำอะไร อย่างน้อยควรหาทำอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจ เป้าหมายที่อยากไปถึง หรือเรื่องที่ทำแล้วมีความสุขชวนให้แววตาเปล่งประกาย&nbsp;</p>



<p>ยิ่งจมอยู่กับอาการเบื่อมากเท่าไร มันยิ่งนำพามาซึ่งความขี้เกียจ หงุดหงิด และขาดความสนใจใคร่รู้</p>



<p>เป้าหมายและแรงบันดาลใจต่างหากที่ทำให้เราอยากลุกขึ้นมาทำบางอย่าง เพื่อที่แต่ละวันจะผ่านไปอย่างมีความหมาย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-188001" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-14.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong><mark style="background-color:rgba(0, 0, 0, 0)" class="has-inline-color has-luminous-vivid-orange-color">วันหนึ่งฤดูร้อนก็ต้องจบลง</mark></strong></h2>



<p>Last Day of Summer คือตอนอวสานของซีรีส์แอนิเมชัน Phineas and Ferb ฉายทางโทรทัศน์ วันที่ 12 มิถุนายน 2015 เราเชื่อว่าใครที่ติดตามดูชีวิตครอบครัวนี้มาอย่างยาวนานอาจเสียน้ำตา</p>



<p>วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของฤดูร้อนอันยาวนาน เช่นเคย ฟีเนียสกับเฟิร์บมีไอเดียสร้างสิ่งประดิษฐ์สไลเดอร์ยักษ์ที่มีพลาสมา เพื่อเล่นให้มันสุดเหวี่ยงส่งท้ายวันหยุด แคนเดซรู้สึกสิ้นหวังมาก เพราะตลอด 103 วันที่ผ่านมา เธอไม่เคยฟ้องแม่สำเร็จเลยสักครั้ง วันนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของเธอ</p>



<p>ฝั่ง ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ ประดิษฐ์ Do-Over-Inator หรือเครื่องย้อนเวลา แล้วอีท่าไหนก็ไม่ทราบ แคนเดซดันไปกดปุ่มให้เครื่องทำงาน ทำให้เวลาถูกรีเซตกลับไปเป็นเช้าวันสุดท้ายของปิดเทอมซ้ำแล้วซ้ำเล่า&nbsp;</p>



<p>ความxิบหายคือ ทุกครั้งที่เวลารีเซต มิติจะกลืนกินสิ่งของ ผู้คน และวันในอดีตหายไปทีละวัน จนกระทั่ง ฟีเนียสกับเฟิร์บถูกจักรวาลลบหายไป ทำให้ไม่มีใครจำพวกเขาทั้งสองคนได้เลย ยกเว้นแคนเดซและ ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ เรื่องน้ำตารื้นคืออะไรรู้ไหม แคนเดซพบว่าเมื่อไม่มีน้องชาย โลกของเธอกลับว่างเปล่าและไร้สีสัน ขณะเดียวกัน ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ ผู้ซึ่งเป็นตัวร้ายมาทั้งเรื่อง เพราะปมในอดีตที่ฝังใจ นานวันเข้าเขาก็ตระหนักได้ว่า การพยายามเอาชนะหรือการยึดติดกับปมในอดีตมันไร้สาระ เมื่อเทียบกับความสุขของวาเนสซา (ลูกสาว) จึงตัดสินใจเลิกไปรังควานคนอื่น</p>



<p>แคนเดซพยายามแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดด้วยการร่วมมือกับ ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ และตุ่นปากเป็ด เพื่อแก้ไขมิติเวลาและดึงน้องชายทั้งสองกลับมา</p>



<p>แคนเดซ: พี่เป็นห่วงเกือบตาย! คิดว่าจะไม่ได้เจอกับพวกนายอีกแล้ว พี่ไม่ได้สนใจเรื่องฟ้องแม่แล้ว พี่แค่ต้องการน้องชายของพี่กลับมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-188002" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-11.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>การมีอยู่ของฟีเนียสกับเฟิร์บแม้จะวายป่วงชวนใจหายใจคว่ำไปสักหน่อย แต่ถึงที่สุด น้องๆ หายไปจริงๆ แคสเดซถึงได้รู้ว่าการมีอยู่ของน้องชาย-คนสำคัญ คือความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตของเธอ คล้ายว่าเธอตระหนักได้ว่าถ้าโลกนี้ไม่มีน้องชายผู้สร้างความวุ่นวาย โลกของเธอมันจะแห้งแล้ง ไร้สีสัน และไร้ความหมายขนาดไหน</p>



<p>และนี่คือบทสนทนาตอนแคนเดซทะลุมิติไปช่วยน้องทั้งสองของเธอ</p>



<p>แคนเดซ: ฟิเนียส! เฟิร์บ! พวกนายไม่เป็นไรใช่ไหม</p>



<p>ฟีเนียส: แคนเดซเหรอ พี่มาทำอะไรที่นี่น่ะ</p>



<p>แคนเดซ: ฉันมาช่วยพวกนายไง โลกมันกำลังรีเซต แล้วทุกอย่างก็กำลังหายไป เราต้องออกไปจากที่นี่</p>



<p>ฟีเนียส: จะไปยังไงล่ะ ที่นี่มันไม่มีอะไรเลย ไม่มีเวลา ไม่มีมิติ ไม่มีอุปกรณ์ พวกเราสร้างอะไรไม่ได้หรอกถ้าไม่มีอุปกรณ์ ฉันไม่รู้แล้วว่าวันนี้พวกเราจะทำอะไรกัน</p>



<p>แคนเดซ: ตลอดฤดูร้อนพวกนายสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นไปไม่ได้มาตลอดนะ พวกนายต้องทำได้สิ ดูนี่สิ ฉันยังเก็บไอ้นี่ไว้อยู่เลย</p>



<p>สิ่งนั้นคือสายรัดข้อมือที่มีพวงกุญแจหัวฟีเนียส ที่ฟีเนียสกับเฟิร์บประดิษฐ์ไว้ให้แคนเดซใช้กดเรียกส่งสัญญาณหาน้องๆ ได้ตลอดเวลา ซึ่งในตอนแรก แคนเดซกลับมองว่ามันน่ารำคาญและไร้สาระ ฟีเนียสกับเฟิร์บจึงใช้สายรัดข้อมือนี้มาร่วมมือกับสิ่งประดิษฐ์ของ ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ ดัดแปลงจนกลายเป็นเครื่องมือที่พาพวกเขาทะลุมิติกินเวลาข้ามกลับมายังโลกปัจจุบันได้สำเร็จ</p>



<p>และแล้ว วันพรุ่งนี้โรงเรียนก็กำลังจะเปิด ฤดูร้อนอันยาวนานต้องจบลง ดร.ดูเฟนชเมิร์ตซ์ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ตุ่นปากเป็ด หลังปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้นก็กลับมาทำหน้าที่เป็นสัตว์เลี้ยงไร้เดียงสาในครอบครัวฟลินน์-เฟลตเชอร์เหมือนเดิม</p>



<p>ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฟีเนียสพูดกับน้องของเขาว่า</p>



<p>“ขอบใจนะเฟิร์บ สำหรับฤดูร้อนที่ดีที่สุดในชีวิต”</p>



<p>เว็บอ้างอิง<br>https://www.imdb.com/title/tt0852863/<br>https://criticallytouched.wordpress.com/2017/08/17/phineas-and-ferb-was-formula-storytelling-at-its-finest/<br>https://en.wikipedia.org/wiki/Rollercoaster_(Phineas_and_Ferb)<br>https://www.youtube.com/watch?v=r9BQAkmZaiY<br>https://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Funny/PhineasAndFerbSeason3<br>https://www.imdb.com/title/tt1255367/<br>https://phineasandferb.fandom.com/wiki/Curtain_Call/Time_Spent_Together</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/seizetheday/">วิธีฉกฉวยวันเวลาฉบับ ฟีเนียส &#8211; เฟิร์บ สองพี่น้องหาเรื่องสนุกๆ ทำในวันหยุดแสนน่าเบื่อ สร้างสิ่งประดิษฐ์ล้ำๆ ที่แม่ไม่เคยจับได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยากเห็นสิ่งไหนเกิดขึ้น ก็ลงมือทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น ขยับเข้าใกล้ฝันทีละนิด ไปกับโอดิสเซียส เอ้ย! แมตต์ เดมอน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/matt-damon/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[TheOdyssey]]></category>
		<category><![CDATA[แมตต์เดมอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187801</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภายใน 2-3 วันนี้ ผมวางแผนจะใช้เวลาช่วงวันหยุดไปดูหนังเรื่อง ‘The Odyssey’ มหากาพย์อายุ 3,000 ปี ที่ถูกตีความผ่านสายตาของ ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ พูดก็พูดเถอะ แม้มี Trailer ฉายในโรงหนังมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ดูซ้ำทีไรก็ตื่นตะลึงไปกับการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของ ‘โอดิสเซียส’ ที่รับบทโดย ‘แมตต์ เดมอน’ The Odyssey เล่าเรื่องราวการกลับบ้านอันแสนยากลำบากของโอดิสเซียส กษัตริย์ผู้จากบ้านเพื่อไปทำศึกสงครามที่กรุงทรอย คาดการณ์ในเบื้องต้นว่า แมตต์ต้องเป็นคนแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง ซึ่งผมเดาว่าเขาเอาอยู่ เราเคยชิมฝีมือการแสดงของเขาในบทนำมาหลายเรื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Good Will Hunting (1997), The Talented Mr. Ripley (1999), The Martian (2015), Ford v Ferrari (2019) และ The Last Duel (2021) ฉะนั้น ฝีไม้ลายมือการแสดงไว้ใจได้หายห่วง แต่สิ่งที่ผมสนใจคือ อะไรทำให้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/matt-damon/">อยากเห็นสิ่งไหนเกิดขึ้น ก็ลงมือทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น ขยับเข้าใกล้ฝันทีละนิด ไปกับโอดิสเซียส เอ้ย! แมตต์ เดมอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ภายใน 2-3 วันนี้ ผมวางแผนจะใช้เวลาช่วงวันหยุดไปดูหนังเรื่อง ‘The Odyssey’ มหากาพย์อายุ 3,000 ปี ที่ถูกตีความผ่านสายตาของ ‘คริสโตเฟอร์ โนแลน’ พูดก็พูดเถอะ แม้มี Trailer ฉายในโรงหนังมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ดูซ้ำทีไรก็ตื่นตะลึงไปกับการเดินทางอันยิ่งใหญ่ของ ‘โอดิสเซียส’ ที่รับบทโดย ‘แมตต์ เดมอน’</p>



<p>The Odyssey เล่าเรื่องราวการกลับบ้านอันแสนยากลำบากของโอดิสเซียส กษัตริย์ผู้จากบ้านเพื่อไปทำศึกสงครามที่กรุงทรอย คาดการณ์ในเบื้องต้นว่า แมตต์ต้องเป็นคนแบกหนังไว้ทั้งเรื่อง ซึ่งผมเดาว่าเขาเอาอยู่</p>



<p>เราเคยชิมฝีมือการแสดงของเขาในบทนำมาหลายเรื่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Good Will Hunting (1997), The Talented Mr. Ripley (1999), The Martian (2015), Ford v Ferrari (2019) และ The Last Duel (2021) ฉะนั้น ฝีไม้ลายมือการแสดงไว้ใจได้หายห่วง</p>



<p>แต่สิ่งที่ผมสนใจคือ อะไรทำให้ ‘แมตต์ เดมอน’ นักแสดงวัยรุ่นที่วิ่งแคสต์งานและถูกปฏิเสธมาครั้งไม่ถ้วน กลายมาเป็นนักแสดงระดับ A List ของฮอลลีวูดได้แบบทุกวันนี้ การคว้ารางวัลออสการ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (27 ปี) เปลี่ยนนิยามความสำเร็จของเขาไปอย่างไร</p>



<p>แม้ว่าในวันและวัยนี้ เขาอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่ามั่งคั่ง เลือกงาน และปฏิเสธงานที่เข้ามาได้ตามใจต้องการ แต่ผมคิดว่าแก่นของปัญหาที่เราในฐานะมนุษย์เจอ มันไม่ได้หนีกันมาก และเราสามารถเรียนรู้ได้</p>



<p>คอลัมน์ a better day สัปดาห์นี้ จะพาไปสำรวจวิธีคิดดีๆ ของกษัตริย์โอดิสเซียส เอ้ย! แมตต์ เดมอน กันครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>อยากเห็นสิ่งไหนเกิดขึ้นก็หาทางทำให้เกิดขึ้น</strong></h2>



<p>มีนักเขียนที่ผมเคารพคนหนึ่งเคยพูดทำนองว่า เบื่อกับคนมีความฝันแต่ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อเข้าใกล้ความฝันนั้น ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็พยักเห็นด้วย</p>



<p>หลายคนอาจพอทราบว่า ‘แมตต์ เดมอน’ตั้งแต่ปลายยุค 80s ไปจนถึงกลางยุค 90s&nbsp; สมัยที่เขายังวิ่งแคสต์งานกับเพื่อนรักอย่างเบน แอฟเฟล็ก และถูกปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน สองเกลอจึงตัดสินใจเปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน ใครได้เงินจากการแคสต์งานก็เอามาใส่ไว้บัญชีไว้ เพื่อทุนรอนสำหรับการไปแคสต์งาน</p>



<p>แมตต์และเบนถูกเรียกตัวกลับไปแคสต์อีกครั้งเสมอ แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการชวดบททุกครั้งไป เขาบอกว่า ถ้าเจอเหตุการณ์ทำนองนี้แปลว่ามาถูกทางแล้ว ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คำปฏิเสธไม่ได้แปลว่าใครคนหนึ่งห่วยแตก แต่คล้ายบอกให้พยายามทำต่อไป</p>



<p>จุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขาหยุดวิ่งแคสติงคือหนังเรื่อง Primal Fear (1996) ซึ่งแมตต์ไปแคสติงบทนำ เขาว่าตัวเองทำได้ดีมาก แต่สุดท้ายสตูดีโอก็เลือก เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน แมตต์หงุดหงิดกับฮอลลีวูดมากจนเกิดไอเดียกับเบนว่า เรามาเขียนบทหนังของเราเองเถอะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187812" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เล่าย้อนนิดหนึ่งว่า สมัยเรียนการแสดงที่ Havard University แมตต์พัฒนาบทหนัง Good Will Hunting จำนวน 40 หน้า ส่งเป็นโปรเจกต์จบของตนเอง แมตต์จึงนำบทเรื่องนี้มาพัฒนาต่ออีกครั้งร่วมกับเบน<br>พอตกลงขายบทหนังให้กับ Castle Rock Entertainment สตูดีโอของ Rob Reiner ในราคา 675,000 เหรียญ แมตต์และเบนเสนอตัวเองเป็นนักแสดงนำ แต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะสตูดีโออยากได้ Brad Pitt มาแสดงคู่กับ Leonardo DiCaprio มากกว่า</p>



<p>แมตต์และเบนจึงเร่ขายบทหนังให้กับสตูดีโอหนัง ซึ่งก็ถูกปฏิเสธซะเป็นส่วนใหญ่ จนมาลงเอยที่สตูดีโอ Miramax ของ Harvey Weinstein ที่จ่ายเงินซื้อบทหนังเรื่องนี้ในราคา 1 ล้านเหรียญ และไฟเขียวให้ทั้งคู่เป็นนักแสดงนำ แล้วหนังเรื่อง Good Will Hunting ก็เกิดขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187813" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ความพยายามและไม่ย่อท้อนั่นก็เรื่องหนึ่งนะครับ แต่คนทำงานอย่างเราๆ บางที คนซื้อไอเดียของเราแต่ไม่ซื้อตัวเราก็มี ถ้าต้องปล่อยงานชิ้นนั้นไปเป็นของคนอื่น เรายอมรับได้ไหม&nbsp;</p>



<p>ถ้าฝันอยากจะเป็นเจ้าของงานตัวเอง มีอยู่สองทางคือ เราจะยอมสละสิ่งใดสิ่งหนึ่งตามที่คนอื่นบอก เพื่อให้งานนั้นเกิดขึ้นจริง หรือจะวิ่งเตร่หาคนที่เข้าใจและเปิดพื้นที่ให้แสดงฝีมือ ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่า<br>แต่ผมว่า ไม่ว่าเราจะเลือกแบบไหน มันก็เข้าใกล้ฝันเข้าไปทีละนิดแล้วล่ะครับ เหมือนอย่างแมตต์และเบน ที่เดินขึ้นไปรับรางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากหนังเรื่อง Good Will Hunting ในค่ำคืนของวันที่ 23 มีนาคม 1998 ด้วยอาการประหม่าขั้นสุด (ฮา)</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ถึงที่สุดแล้ว ตุ๊กตาทองก็เป็นแค่ตุ๊กตา</strong></h2>



<p>หลังจากค่ำคืนที่คว้ารางวัลออสการ์มาครอง ชีวิตของแมตต์พลิกเป็นคนละเรื่องเลยนะครับ</p>



<p>“เป็นประสบการณ์ที่แทบจะบรรยายไม่ได้เลย จากคนที่ไม่มีใครรู้จักเลยกลายเป็นคนที่เดินอยู่บนถนนในนิวยอร์กแล้วทุกคนหันมามอง” แมตต์ เดมอน ว่าไว้</p>



<p>เครดิตในการคว้ารางวัลออสการ์คล้ายเป็นใบเบิกทางให้โอกาสในฮอลลีวูดเดินตรงมาหาเขามากขึ้น แต่ก็อย่างที่หัวข้อว่าไว้ ภายหลังแมตต์ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Off Camera with Sam Jones ว่า</p>



<p>“ผมนั่งอยู่คนเดียวในห้องตอนกลางคืน มองไปที่รูปปั้นออสการ์สีทองตัวนั้น แล้วอยู่ๆ ผมก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าจริงๆ ที่ผมได้มันมาตอนที่อายุแค่ 27 ปี เพราะถ้าผมต้องใช้เวลาทั้งชีวิต วิ่งไล่ตามไอ้ตุ๊กตาตัวนี้ โดยคิดว่าถ้าได้มันมาแล้วมันจะช่วยเติมเต็มรูโหว่ในใจของผม หรือคิดว่ามันจะเปลี่ยนตัวตนของผมล่ะก็ พอมันได้มาจริงๆ ตอนอายุ 60 ผมคงจะช็อกและใจสลายแน่ๆ ที่พบว่า อ้าว มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยนี่หว่า มันไม่ได้ช่วยเติมเต็มผมเลย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187814" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/05-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แวดวงฮอลลีวูด รางวัลออสการ์คือยอดพีระมิดที่ผู้คนในวงการใฝ่ฝันจะคว้ามาให้ได้ คล้ายที่นักดนตรีฝันจะคว้ารางวัล Grammy ประเด็นก็คือ เมื่อเดินไปถึงจุดที่ฝันไว้แล้วจะเป็นยังไงต่อ</p>



<p>อย่างที่เขาบอก รางวัลเป็นแค่ไมล์สไตน์ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเท่านั้น และมีแต่คนที่เคยไปถึงจุดนั้นแล้วเท่านั้นถึงพูดแบบนี้ได้ นั่นคือ “รางวัลไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น” ในฐานะนักแสดง เขาก็ยังต้องฝึกฝีมือต่อไป แม้แต่หนังที่เขาเขียนบท หลายๆ เรื่องก็ล้มหน้าฟาด โดนด่าเปิง ไม่มีใครแคร์เลยนะครับว่านี่คือ มือเขียนบทระดับออสการ์!</p>



<p>ผมนึกถึงคำพูดของนักเขียนซีไรต์คนหนึ่ง เธอพูดทำนองว่า ถ้าจะให้รางวัลที่เคยได้มากดดันงานใหม่ๆ ที่กำลังทำมันก็ลำบากชีวิตมากเหมือนกัน บางทีแมตต์อาจรู้สึกไม่ต่างกันก็ได้นะครับ</p>



<p>“ตื่นมาวันรุ่งขึ้น คุณก็ยังเป็นมนุษย์ที่มีข้อบกพร่องเหมือนเดิม มีความกลัวเหมือนเดิม แต่คนบนท้องถนนกลับมองคุณเปลี่ยนไปราวกับว่าคุณมีแสงออร่าบางอย่างงอกออกมา รางวัลนั้นมันเปลี่ยนสถานะทางอาชีพของผมจริง มันทำให้ผมมีงานทำไปอีก 25 ปี แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมไม่ได้เก่งขึ้นหรือมีความสุขมากขึ้นเพราะไอ้ตุ๊กตาตัวนั้นเลย”</p>



<p>อย่าเอาคุณค่าของชีวิตไปผูกไว้กับผลลัพธ์หรือรางวัล มิเช่นนั้น เราอาจตกเป็นทาสของมันตลอดไป การชนะออสการ์ไม่ได้บอกว่าใครคือยอดมนุษย์ การทำหนังเจ๊งก็ไม่ได้หมายความว่าคุณห่วยแตก สิ่งที่ควรทำคือรักงานของคุณ รักเพื่อนร่วมงานของคุณ นั่นคือสิ่งเดียวที่จะอยู่กับคุณเมื่อไฟในงานปาร์ตีดับลง แมตต์ว่าไว้อย่างนั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชีวิตที่น่าเบื่อแต่มั่นคงเป็นชีวิตที่ดี</strong></h2>



<p>ระหว่างที่คุณกำลังไล่สายตาอ่านบทความนี้ หนังมหากาพย์สุดยิ่งใหญ่อย่าง The Odyssey กำลังฉายอยู่ในโรงแล้ว แต่ระหว่างที่เขียนบทความนี้ ผมกำลังไล่ดูบทสัมภาษณ์ของ ‘แมตต์ เดมอน’ อย่างสนุกสนาน</p>



<p>“ทุกอย่างถ่ายทำด้วยกล้องจริง ถ้าคุณเห็นคนพันคน ก็คือมีคนพันคนอยู่ตรงนั้นจริงๆ เรือเหล่านั้นเป็นเรือจริง” แมตต์ เดมอนให้สัมภาษณ์ถึงความยิ่งใหญ่ของ The Odyssey ที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา</p>



<p>The Odyssey เป็นหนังเรื่องแรกของโลกที่ถ่ายทำด้วยกล้อง IMAX ทั้งเรื่อง กองถ่ายพากันระหกระเหินไปถ่ายทำใน 6 ประเทศ นักแสดงหลัก สมทบ ทีมงาน รวมถึงตัวประกอบทุกคน ต้องทำงานท่ามกลางบรรยากาศที่เลวร้ายมาก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187815" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อย่างฉากพายเรือท่ามกลางสมุทรคลั่งนั้น แมตต์ก็เพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ที่เห็นนักแสดงบนเรือทำหน้าซังกะตายกันขนาดนั้น เพราะพวกเขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ บางคนถึงขั้นอ้วกออกมา สมจริงถึงขั้นโนแลนต้องขออนุญาตเก็บฟุตเทจเอาไว้</p>



<p>“นี่เป็นภาพยนตร์ที่ยากที่สุดและท้าทายที่สุดในชีวิตผมเลย”</p>



<p>แมตต์ เดมอน ในฐานะดาราฮอลลีวูดเขาไม่ต้องพิสูจน์ฝีมืออะไรอีกแล้ว มีเงินมากมาย มีชื่อเสียง มีบทดีๆ หยิบยื่นมาให้เล่นอยู่เสมอ ช่วงโปรโมต Oppenheimer แมตต์เคยให้สัมภาษณ์กับ Entertainment Weekly ว่า สัญญากับ ลูเซียนา บาร์โรโซ ผู้เป็นภรรยาไว้ว่าจะหยุดรับงานแสดงสักพัก เพื่อใช้ชีวิตเงียบๆ เลี้ยงลูกสาวทั้ง 4 คน&nbsp;</p>



<p>“ผมตกลงกับภรรยาไว้ว่าจะพักงานแสดง เพื่ออยู่กับครอบครัว คือผมเคยเล่น Interstellar แล้วหลังจากนั้นคริสก็แช่แข็งผมไปสองสามเรื่อง ผมเลยไม่ได้อยู่ในรายชื่อนักแสดงของเขา แต่ผมได้ตกลงเงื่อนไขนี้กับภรรยาว่า ข้อยกเว้นเพียงข้อเดียวที่ผมจะยอมผิดสัญญาพักงานคือ ถ้าคริสโตเฟอร์ โนแลน โทรมา”</p>



<p>แล้วโนแลนก็โทรหาแมตต์ให้มาร่วมแสดงในหนังเรื่อง Oppenheimer</p>



<p>ท่ามกลางสิ่งเร้ามากมายในอุตสาหกรรมฮอลลีวูด แมตต์มีครอบครัวที่รักไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ หากใครเคยตามข่าวมาบ้างก็พอจะทราบว่าแมตต์แทบไม่มีข่าวเสียๆ หายๆ ชีวิตเขาถ้าไม่พูดเรื่องหนัง ก็เป็นเรื่องครอบครัวนี่แหละที่เขาพูดถึงบ่อย</p>



<p>เรื่องราวของแมตต์ชวนเราย้อนมองถึงชีวิตตัวเอง ในวันและวัยที่ยังกลัดมัน ใครก็อยากสร้างงานที่ดี อยากเปลี่ยนโลก ซึ่งก็ควรอยากนะครับ แต่บางทีเราต้องห่างงานให้เป็นเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่ง เกิดความรู้สึกอยากอยู่บ้าน หรือหลบหายไปอ่านหนังสือในห้องเงียบๆ ขอให้เข้าใจว่านั่นคือเรื่องปกติ</p>



<p>การละจากงานมาอยู่กับครอบครัว หรืออยู่กับตัวเอง หลายคนอาจจะมองว่าชีวิตแบบนี้น่าเบื่อ แต่แมตต์คล้ายสปอยล์ให้ฟังแล้วว่า ถึงที่สุด พวกเราจะต้องการชีวิตแบบนั้นในสักวันหนึ่ง วันที่แค่อยากใช้ชีวิตน่าเบื่อๆ ของเราแบบนี้ ท่ามกลางคนที่เรารักและสบายใจ</p>



<p>“ผมรักงานของผมนะ แต่ผมรักชีวิตนอกเหนืองานมากกว่า การได้เป็นแค่พ่อคน ได้ขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน ได้มีกิจวัตรประจำวันที่คาดเดาได้ทั้งหมด นั่นแหละคือความหรูหราที่แท้จริงในฮอลลีวูด” กษัตริย์โอดิสเซียส เอ้ย! แมตต์ เดมอน ว่าไว้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/matt-damon/">อยากเห็นสิ่งไหนเกิดขึ้น ก็ลงมือทำสิ่งนั้นให้เกิดขึ้น ขยับเข้าใกล้ฝันทีละนิด ไปกับโอดิสเซียส เอ้ย! แมตต์ เดมอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลองสวมบทเป็น ชาร์ลี บราวน์ เด็กชายอายุ 8 ขวบ ขี้แพ้ โชคไม่เข้าข้าง ทว่ายืนกรานที่จะเป็นตัวเอง แม้ในวันที่ไม่มีใครเข้าใจ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/charlie-brown/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Jul 2026 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187627</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ/ครับ คุณชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์&#160; เกรงว่าคุณน่าจะตอบคำถามนี้มาแล้วนับพันครั้ง แต่ในฐานะที่พวกหนูยังไม่รู้จัก ชาร์ลี บราวน์ มาก่อนเลย คุณพอแนะนำเขาให้พวกหนูรู้จักเขาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยได้ไหมคะ/ครับ พอดีเพิ่งได้อ่าน Peanuts ไปไม่กี่ตอน เขาดูเป็นคนไม่ค่อยมีความมั่นใจเลย จริงๆ เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ/ครับ ได้เลย แต่พวกหนูต้องรีบกลับบ้านหรือเปล่า ไม่รีบค่ะ/ครับ เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงก่อนทานอาหารเย็น งั้นดีเลย คือเจ้าหนู ชาร์ลี บราวน์ เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง Peanuts คนทั่วอเมริการู้จักเขามาตั้งแต่ปี 1950 แล้วนะ แรกๆ คนก็ไม่ได้ชื่นชอบเขาเท่าไหร่ แต่สักพักกลายเป็นว่าตัวละครอย่างชาลีกลายเป็นตัวละครเด็กที่สะท้อนมุมมองชีวิตอันลึกซึ้งไปเสียได้ นอกจากชาร์ลีแล้วยังมี สนู๊ปปี้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลจินตนาการกว้างไกล ชอบฝันกลางวัน ดูซนบ้าง แต่ก็เป็นที่รัก มีใครอีกนะ อ้อ ไลนัส เด็กชายผู้โปรดปรานเสื้อสีแดงและชอบถือผ้าห่มตลอดเวลา ลูซี่ พี่สาวจอมบงการ ปากร้ายนิดๆ มั่นใจในตัวเองสูง และชโรเดอร์ เด็กชายผู้หลงใหลการบรรเลงเปียโนเป็นชีวิต ชาร์ลีเป็นคนซื่อสัตย์และเด็ดเดี่ยวใช้ได้ทีเดียว แม้บางคราวจะขี้ขลาด วิตกกังวล แต่ก็แคร์คนรอบข้างตลอดเวลา เขาเป็นเพื่อนที่ดี เป็นผู้จัดการทีมเบสบอลที่ทุ่มเท แม้ทีมจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้อยู่ร่ำไปก็ตาม&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/charlie-brown/">ลองสวมบทเป็น ชาร์ลี บราวน์ เด็กชายอายุ 8 ขวบ ขี้แพ้ โชคไม่เข้าข้าง ทว่ายืนกรานที่จะเป็นตัวเอง แม้ในวันที่ไม่มีใครเข้าใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187630" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/01-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong>สวัสดีค่ะ/ครับ คุณชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์&nbsp;</p>



<p>เกรงว่าคุณน่าจะตอบคำถามนี้มาแล้วนับพันครั้ง แต่ในฐานะที่พวกหนูยังไม่รู้จัก ชาร์ลี บราวน์ มาก่อนเลย คุณพอแนะนำเขาให้พวกหนูรู้จักเขาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยได้ไหมคะ/ครับ พอดีเพิ่งได้อ่าน Peanuts ไปไม่กี่ตอน เขาดูเป็นคนไม่ค่อยมีความมั่นใจเลย จริงๆ เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ/ครับ</p>



<p>ได้เลย แต่พวกหนูต้องรีบกลับบ้านหรือเปล่า</p>



<p>ไม่รีบค่ะ/ครับ เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงก่อนทานอาหารเย็น</p>



<p>งั้นดีเลย คือเจ้าหนู ชาร์ลี บราวน์ เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง Peanuts คนทั่วอเมริการู้จักเขามาตั้งแต่ปี 1950 แล้วนะ แรกๆ คนก็ไม่ได้ชื่นชอบเขาเท่าไหร่ แต่สักพักกลายเป็นว่าตัวละครอย่างชาลีกลายเป็นตัวละครเด็กที่สะท้อนมุมมองชีวิตอันลึกซึ้งไปเสียได้</p>



<p>นอกจากชาร์ลีแล้วยังมี สนู๊ปปี้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลจินตนาการกว้างไกล ชอบฝันกลางวัน ดูซนบ้าง แต่ก็เป็นที่รัก มีใครอีกนะ อ้อ ไลนัส เด็กชายผู้โปรดปรานเสื้อสีแดงและชอบถือผ้าห่มตลอดเวลา ลูซี่ พี่สาวจอมบงการ ปากร้ายนิดๆ มั่นใจในตัวเองสูง และชโรเดอร์ เด็กชายผู้หลงใหลการบรรเลงเปียโนเป็นชีวิต</p>



<p>ชาร์ลีเป็นคนซื่อสัตย์และเด็ดเดี่ยวใช้ได้ทีเดียว แม้บางคราวจะขี้ขลาด วิตกกังวล แต่ก็แคร์คนรอบข้างตลอดเวลา เขาเป็นเพื่อนที่ดี เป็นผู้จัดการทีมเบสบอลที่ทุ่มเท แม้ทีมจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้อยู่ร่ำไปก็ตาม&nbsp;</p>



<p>เขามีความรับผิดชอบสูง เป็นคนใจดี อดทน เปิดเผย ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ต้องเผชิญกับความล้มเหลวและโชคชะตาที่ไม่เป็นใจอยู่เสมอ และอย่าไปบอกใครนะ ชาร์ลีน่ะเขาขี้แพ้กว่าใคร โชคไม่เข้าข้าง พระเจ้าไม่รัก แต่ไม่เคยอายเลยที่ต้องเริ่มต้นใหม่</p>



<p>พวกหนูน่ะ มีใครเป็นแบบชาร์ลีบ้าง หืม เยอะเลยนี่นา ไม่เป็นไรนะ สารพัดปัญหาที่ชาร์ลีเจอ มันก็คือปัญหาเดียวแบบที่พวกหนูเจอนั่นแหละ เพราะลุงก็เอาเรื่องของคนธรรมดาๆ อย่างพวกหนูมาเขียน Peanuts</p>



<p>หวา จิงเหรอคะ/ครับ</p>



<p>อยากฟังกันต่อไหมล่ะ ถ้าอยากงั้นเราไปนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ดีไหม อยู่ในที่ร่มๆ จะได้ไม่ร้อน และหนูคนที่ถือว่าวมาด้วยคนนั้น ถ้าจะเล่นก็อยู่ไกลจากต้นไม้หน่อยนะ เพราะเดี๋ยวว่าวจะไปค้างบนต้นไม้เอาได้</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แล้วสักวันคนจะเข้าใจ ทำไมแซลมอนว่ายทวนกระแสน้ำ</strong></h2>



<p>ลุงขอถามอะไรหน่อยสิ พวกหนูเคยตั้งใจทำอะไรมากๆ แล้วคนรอบข้างไม่เข้าใจไหม</p>



<p>ออกจะบ่อยค่ะ/ครับ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187633" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/02-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ชาร์ลีก็เคยเจอเหมือนกัน วันนั้นเป็นวันคริสต์มาส ปี 1965 อันที่จริงบรรยากาศก็ครื้นเครงดีอยู่หรอก หิมะขาวโพลนเลย แต่ชาร์ลีนี่สิ หลังจากได้รับมอบหมายจากลูซี่ให้เป็นผู้กำกับละครคริสต์มาส เขาก็รู้สึกหดหหู่ เพราะไม่ชอบใจที่เห็นคนอื่นหมกมุ่นอยู่กับเรื่องไร้สาระ&nbsp;</p>



<p>อย่างเช่นว่าสนูปี้กำลังยุ่งอยู่กับการตกแต่งบ้านสุนัขด้วยไฟระยิบระยับเพื่อส่งเข้าประกวดชิงเงินรางวัล หรืออย่างแซลลี่ ที่วานให้ชาร์ลีช่วยเขียนจดหมายถึงซานตาคลอส โดยบอกว่า “ถ้าซานต้าขี้เกียจเลือกของขวัญ ก็ส่งเป็นแบงก์ 10 หรือแบงก์ 20 ดอลลาร์มาเลยก็ได้”</p>



<p>ลูซี่เลยออกไอเดียว่าให้ชาลีไปซื้อต้นคริสต์มาสสีชมพูสวยๆ มา ด้วยหวังว่าจะดูดความสนใจจากเพื่อนๆ ได้ ปรากฏว่าชาร์ลีดันไปซื้อต้นคริสต์มาสเล็กๆ ที่เหี่ยวเฉามาซะอย่างนั้น ชาร์ลีมองว่าต้นไม้นี้ช่างธรรมดาและควรได้รับความรัก เพื่อนๆ เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเยาะ</p>



<p>แล้วรู้ไหมตอนนี้จบยังไง พยายามเอาลูกบอลสีแดงจากสนูปี้มาแขวนบนกิ่งของต้นไม้เหี่ยว ๆ นั้น แต่กิ่งกลับหักลงมาเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว ชาร์ลีร้องไห้และเดินจากไปด้วยความรู้สึกว่า &#8220;ฉันทำพังอีกแล้ว ฉันช่วยอะไรใครไม่ได้เลย&#8221;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ทันใดนั้นเอง ไลนัสเดินเข้ามาใช้ผ้าห่มเน่าประคองกิ่งไม้ไว้ แล้วเพื่อน ๆ ทุกคน (ที่เคยหัวเราะเยาะเขา) ก็เริ่มคิดได้ พวกเขาถอดสายรำลึกและไฟตกแต่งจากบ้านสนูปี้มาร่วมกันเนรมิตต้นไม้เหี่ยว ๆ ต้นนั้นจนกลายเป็นต้นคริสต์มาสที่งดงามและอบอุ่นที่สุด</p>



<p>ชาร์ลีเขาเป็นแบบนี้แหละ ความสนุกสนานที่คนอื่นๆ มีกัน ถ้าตัวเขาไม่ชอบใจก็จะไม่ทำตาม เขาเห็นว่าต้นคริสต์มาสเหี่ยวเฉาควรได้รับความรัก เขาก็มอบความรัก จึงไม่ซื้อต้นคริสต์มาสตามคำสั่งลูซี่เพื่อหวังซื้อใจใคร</p>



<p>ถึงที่สุดแล้ว ความตั้งใจดีของชาร์ลีมีคนเห็นนะ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เป็นเพื่อนที่ค่อยอยู่ข้างๆ กันในวันที่โลกร้าวราน</strong></h2>



<p>เรื่องดีๆ ที่พวกหนูเคยทำให้เพื่อนคืออะไร พอนึกออกไหม</p>



<p>ชาร์ลีน่ะ เขาเป็นเพื่อนที่ดีใช้ได้เลย คืนวันฮาโลวีน ปี 1966 เป็นเรื่องปกติ ที่ใครๆ จะแต่งตัวเป็นผีแล้วเดินไปเคาะประตูบ้านขอขนมกลับมากินให้อิ่มพุงป่อง ชาร์ลีแต่งเป็นผีด้วยผ้าคลุมสีขาว แต่ดันเจาะรูผิดพลาดจนผ้าพรุนไปทั้งผืน แทนที่จะได้ลูกอม หรือขนม ผู้ใหญ่กลับให้ก้อนหินเขาซะได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187631" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/04-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในขณะที่ไลนัสเลือกที่จะไม่ไปเดินขอขนม เพราะเชื่อฝังใจว่าจะมีเจ้าฟักทองยักษ์เหาะเอาของเล่นมาแจกเด็กที่ซื่อสัตย์ในแปลงฟักทอง<br>ลูซี่พี่สาวแท้ ๆ เห็นอย่างนั้นก็ด่าน้องว่าโง่และทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ชาร์ลีที่เพิ่งกลับจากปาร์ตี้ และเดินผ่านแปลงฟักทอง เห็นไลนัสยังคงนั่งสั่นสะท้านด้วยความหนาว ไม่ยอมกลับบ้าน กลางดึกคืนนั้น ลูซี่รู้สึกผิดจึงตื่นขึ้นมาพาน้องกลับมานอนห่มผ้าที่บ้าน&nbsp;</p>



<p>สรุปว่าค่ำคืนนั้นไลนัสก็ไม่ได้เจอเจ้าฟักทองยักษ์นะ เช้าวันต่อมา ชาร์ลีเดินไปปรับทุกข์กับไลนัสที่รั้ว เขาไม่ได้เข้าไปตอกย้ำหรือหัวเราะเยาะความเชื่อที่พังทลายของไลนัส กลับกัน ชาร์ลีแชร์ความเจ็บปวดของตัวเอง เพื่อปลอบใจเพื่อน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187632" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/07/03-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เพราะเขาก็หวังว่าแต่งตัวเป็นผีไปเคาะประตูตามบ้านแล้วจะได้ลูกอมเหมือนเด็กคนอื่นๆ กลับได้ก้อนหินมาแทนซะงั้น สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครผิดหวังกว่าใครหรอก แต่มันดีมากเลยใช่ไหม ในวันที่เรารู้สึกโดดเดี่ยว ยังมีเพื่อนคอยอยู่ข้างๆ</p>



<p>แล้วตอนนี้พวกหนูจำได้หรือยัง เรื่องดีๆ ที่เคยทำให้เพื่อนคืออะไร</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เมื่อถึงเวลาต้องเลือก<br>จงเลือกสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมาย</strong></h2>



<p>เหตุการณ์ไม่เป็นใจ เคยได้ยินคำนี้ไหม แปลว่าพวกหนูอาจคาดหวังผลลัพธ์เอาไว้แบบหนึ่ง แต่มันดันมีความผิดพลาดเกิดขึ้น สิ่งที่หวังไว้ก็ไม่เกิดขึ้น ถ้าเย็นนี้ พ่อกับแม่บอกพวกหนูว่าสุดสัปดาห์หน้าคงพาไปสวนสนุกไม่ได้แล้ว หนูจะเสียใจไหม คนที่ถือว่าวนั่นน่ะ</p>



<p>พ่อแม่สัญญาไว้แล้วนี่นา</p>



<p>แต่พ่อเกิดป่วยหนัก แม่ต้องดูแล แผนไปสวนสนุกล้มเลิก มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นใช่ไหม</p>



<p>ชาร์ลีมีความฝันอยู่ 2 อย่าง คือ การชนะการแข่งขันเบสบอลสักครั้ง และการทำตัวให้สนูปี้ภูมิใจในฐานะเจ้านาย แต่มันดันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ความฝันทั้งสองนี้มาขัดแย้งกันเอง หนูอยากลองเดาไหมว่าสุดท้ายเขาเลือกทำอะไร ทิ้งอะไร</p>



<p>ชาร์ลีเป็นผู้จัดการทีมเบสบอลที่ลงเล่นเท่าไรก็ไม่เคยคว้าชัยชนะมาได้เลยสักครั้ง แต่ชาร์ลีก็มุ่งมั่นในการคุมทีมทุกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า&nbsp;</p>



<p>มีอยู่หนนึง ทีมเบสบอลของชาร์ลีกลับเล่นได้ดีอย่างปาฏิหาริย์และกำลังจะได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรก แต่ในระหว่างการแข่งขัน สนูปี้กลับได้รับบาดเจ็บ เพราะก่อเรื่องวิ่งป่วนเข้าไปในสนาม&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ชาร์ลีในช่วงที่ทีมกำลังจะได้รับชัยชนะ เขาตัดสินใจละทิ้งเกมการแข่งขัน และวิ่งเข้าไปดูอาการของสนูปี้ทันที ส่งผลให้ทีมของเขาถูกปรับแพ้ หรือชวดชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ไปอย่างน่าเสียดาย รู้ไหมเกิดอะไรขึ้น เพื่อน ๆ ในทีมพากันโกรธและรุมด่าเขา แต่ชาร์ลีกลับอุ้มสนูปี้ไว้และไม่สนใจถ้วยรางวัลนั้นอีกเลย</p>



<p>พวกหนูอาจจะมองว่าชาร์ลีเป็นคนไม่ได้เรื่อง ละทิ้งเกมการแข่งขัน ซึ่งสำคัญและมีเพื่อนๆ หลายคนที่ตั้งใจแข่งอย่างเต็มที่ และหันไปสนใจแต่หมาตัวเอง แต่มันก็น่าคิดนะว่าทำไมชาร์ลีถึงยอมสละชัยชนะครั้งเดียวที่เขาเฝ้ารอมาทั้งชีวิตเพื่อสุนัขตัวหนึ่ง</p>



<p>อีกไม่กี่อึดใจ ชั่วจังหวะหนึ่งในชีวิตนี้ พวกหนูจะรู้สึกว่าทำไมสังคมต้องบีบบังคับให้แข่งขันกันตลอดเวลา ถึงที่สุดแล้ว ชัยชนะที่คว้ามามันมีคุณค่ามากหรือน้อยกว่าบางสิ่งบางอย่างที่เราละเลยไป เพื่อมาถึงจุดนี้ไหม</p>



<p>พวกหนูจะได้เจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้แน่ๆ แล้วไม่ว่าจะเลือกอะไร ละทิ้งอะไร ถึงที่สุดแล้ว มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย เพราะใช่หรือไม่ว่า ชั่วขณะนั้น วินาทีนั้น เราย่อมเลือกสิ่งที่มีคุณค่่ามีความหมายกับเรามากที่สุด</p>



<p>อ้างอิงรูปภาพ<br><a href="https://www.peanuts.com/about/charlie-brown">https://www.peanuts.com/about/charlie-brown</a><a href="https://rosstree.net/charlie-brown-christmas-trees/"> https://rosstree.net/charlie-brown-christmas-trees/</a><a href="https://www.wtae.com/article/halloween-special-it-s-the-great-pumpkin-charlie-brown/7403794"> https://www.wtae.com/article/halloween-special-it-s-the-great-pumpkin-charlie-brown/7403794</a><a href="https://x.com/AppleTV/status/1667216220771237913"> https://x.com/AppleTV/status/1667216220771237913</a><a href="https://peanuts.fandom.com/wiki/Charlie_Brown's_All-Stars?utm_source=chatgpt.com"> https://peanuts.fandom.com/wiki/Charlie_Brown&#8217;s_All-Stars</a> <a href="https://www.deutschlandfunkkultur.de/peanuts-charlie-brown-snoopy-charles-m-schulz-comic-cartoon-100.html?utm_source=chatgpt.com">https://www.deutschlandfunkkultur.de/peanuts-charlie-brown-snoopy-charles-m-schulz-comic-cartoon-100.html<br></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/charlie-brown/">ลองสวมบทเป็น ชาร์ลี บราวน์ เด็กชายอายุ 8 ขวบ ขี้แพ้ โชคไม่เข้าข้าง ทว่ายืนกรานที่จะเป็นตัวเอง แม้ในวันที่ไม่มีใครเข้าใจ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดีกว่าไหมนะ ถ้าจะหาแง่งามของ ชอยซ์ที่เลือกแล้ว ดีกว่านั่งเสียดายชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/decision-made/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jun 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187417</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่มีวันไหนที่เราไม่ต้อง ‘ตัดสินใจ’ หรือ ‘เลือก’ ทำอะไรบางอย่าง เพียงแต่สถานการณ์ที่เราต้องเลือกในชีวิตประจำวัน โดยมากเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เกิดซ้ำจนเป็นรูทีน ตอนเที่ยงจะกินอะไร กินกับใคร จะกลับบ้านด้วยวิธีไหน แวะไปเจอเพื่อนก่อนดีไหม ฯลฯ การเลือกแบบที่ว่าเป็นการเลือกแบบง่ายๆ ใช้เวลาคิดไม่ถึง 5 นาที ก็ได้คำตอบ เป็นไปได้ไหมว่า เรื่องง่ายๆ อย่างการเลือกร้านอาหารไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตมากมายถึงขั้นเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ ไม่ได้มีเดิมพันสูง ร้านอาหารที่ไม่ได้เลือกไปกินวันนี้ ค่อยไปกินวันพรุ่งนี้ก็ยังได้ หลายครั้งหลายคราว การตัดสินใจเรื่องง่ายๆ แบบที่ว่าจึงไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเสียดาย และใช่หรือไม่ว่า ในบางครั้ง ถ้าการเลือกมีเดิมพันสูง กระทบกับชีวิตมากมายถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยน บรรดาชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือกจะเวียนกลับมาหลอกหลอนและกัดกินใจเราอยู่เสมอ“ถ้าวันนั้นไม่ลาออกจากงาน ชีวิตคงดีกว่านี้” “ถ้าวันนั้นยอมเป็นหนี้เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ในระยะยาว การเงินที่บ้านคงดีกว่านี้” ยิ่งเดิมพันสูงมากเท่าไร ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่มากแค่ไหน เราจะยิ่งรู้สึกเสียดาย-ที่เราไม่ได้เลือก มากเท่านั้น โดยเฉพาะถ้าชอยซ์ที่เราเลือกไม่ได้ดีงามเหมือนที่วาดภาพไว้ ความรู้สึกเสียดายในสิ่งที่ไม่ได้เลือกจะวิ่งตามเรา คล้ายเป็นเงาไม่มีผิด หากใครกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะทำนองนี้ คอลัมน์ a better day ชวนมองอีกหลายๆ มุม ถ้าไม่ไบแอสจนเกินไป แล้วมองลงรายละเอียดกันแบบจริงจัง ชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือกใช่ว่าจะดีงามไปเสียทั้งหมด และใช่ว่าจะไม่สร้างความทุกข์ให้กับเราเลย ทุกอย่างมีแพ็กเกจของมัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/decision-made/">ดีกว่าไหมนะ ถ้าจะหาแง่งามของ ชอยซ์ที่เลือกแล้ว ดีกว่านั่งเสียดายชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ไม่มีวันไหนที่เราไม่ต้อง ‘ตัดสินใจ’ หรือ ‘เลือก’ ทำอะไรบางอย่าง</p>



<p>เพียงแต่สถานการณ์ที่เราต้องเลือกในชีวิตประจำวัน โดยมากเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เกิดซ้ำจนเป็นรูทีน ตอนเที่ยงจะกินอะไร กินกับใคร จะกลับบ้านด้วยวิธีไหน แวะไปเจอเพื่อนก่อนดีไหม ฯลฯ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187440" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1-5.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>การเลือกแบบที่ว่าเป็นการเลือกแบบง่ายๆ ใช้เวลาคิดไม่ถึง 5 นาที ก็ได้คำตอบ</p>



<p>เป็นไปได้ไหมว่า เรื่องง่ายๆ อย่างการเลือกร้านอาหารไม่ได้มีผลกระทบกับชีวิตมากมายถึงขั้นเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ ไม่ได้มีเดิมพันสูง ร้านอาหารที่ไม่ได้เลือกไปกินวันนี้ ค่อยไปกินวันพรุ่งนี้ก็ยังได้</p>



<p>หลายครั้งหลายคราว การตัดสินใจเรื่องง่ายๆ แบบที่ว่าจึงไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเสียดาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187439" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/2-6.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>และใช่หรือไม่ว่า ในบางครั้ง ถ้าการเลือกมีเดิมพันสูง กระทบกับชีวิตมากมายถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยน บรรดาชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือกจะเวียนกลับมาหลอกหลอนและกัดกินใจเราอยู่เสมอ<br>“ถ้าวันนั้นไม่ลาออกจากงาน ชีวิตคงดีกว่านี้”</p>



<p>“ถ้าวันนั้นยอมเป็นหนี้เพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ในระยะยาว การเงินที่บ้านคงดีกว่านี้”</p>



<p>ยิ่งเดิมพันสูงมากเท่าไร ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่มากแค่ไหน เราจะยิ่งรู้สึกเสียดาย-ที่เราไม่ได้เลือก มากเท่านั้น โดยเฉพาะถ้าชอยซ์ที่เราเลือกไม่ได้ดีงามเหมือนที่วาดภาพไว้ ความรู้สึกเสียดายในสิ่งที่ไม่ได้เลือกจะวิ่งตามเรา คล้ายเป็นเงาไม่มีผิด</p>



<p>หากใครกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะทำนองนี้ คอลัมน์ a better day ชวนมองอีกหลายๆ มุม ถ้าไม่ไบแอสจนเกินไป แล้วมองลงรายละเอียดกันแบบจริงจัง ชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือกใช่ว่าจะดีงามไปเสียทั้งหมด และใช่ว่าจะไม่สร้างความทุกข์ให้กับเราเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187441" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/3-3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ทุกอย่างมีแพ็กเกจของมัน</strong></h2>



<p>มันหักห้ามใจยาก เมื่อต้องไม่คิดว่าถ้าวันนั้นเลือกที่จะไม่ลาออก ชีวิตในวันนี้คงดีกว่านี้&nbsp;</p>



<p>คล้ายว่าเราเลือกมองแต่แง่มุมที่ดีของสิ่งที่เราไม่ได้เลือก แต่มองไม่เห็นหรือเลือกที่จะมองข้ามบางแง่มุมที่ก็กัดกินใจเราเหมือนกัน เหมือนกันกับชอยซ์ที่เราเลือก เราก็เลือกมองแต่แง่มุมดีๆ โดยไม่คิดถึงความทุกข์ที่มันพ่วงมากับสิ่งที่เราเลือก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187442" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/4-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ถ้ายังทำงานอยู่ที่เก่า เรามีเพื่อนฝูงที่สนิทใจเป็นเซฟโซน แถมตอนจะออก เจ้านายก็เพิ่มเงินเดือนเพื่อรั้งตัวไว้ด้วย เพียงแต่ในวันและวัยนั้น งานที่ทำไม่มีความท้าทาย ไม่มีโอกาสได้ลับคมฝีมือ เราในวันนั้นจึงเลือกเดินออกมา</p>



<p>กลับกัน ชอยซ์ที่เราเลือกอาจมอบความท้าทายในหน้าที่การงาน ได้ลับฝีมือ ได้อยู่ท่ามกลางคนเก่งๆ มีโจทย์ยากๆ วิ่งเข้ามาท้าทายให้แก้ปัญหา แต่แลกมากับการไม่มีระบบ เงินเดือนอาจจะไม่สูง ซึ่งก็นำมาซึ่งการมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ฯลฯ</p>



<p>ความรู้สึกเสียดายจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเรามองแต่แง่มุมดีๆ ของสิ่งที่เราไม่ได้เลือก จนเราลืมนึกถึงอีกแง่มุมที่ในวันและวัยนั้นเราถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และกัดกินใจในหน้าที่การงานอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>ขอเพียงเข้าใจว่า สิ่งที่เราไม่ได้เลือกหรือแม้แต่สิ่งที่เราเป็นคนเลือกเอง ทุกอย่างมีความสุขและความทุกข์เป็นของมันเองเสมอ ไม่มีชีวิตแบบไหนที่ไม่มีทุกข์ ไม่มีงานไหนไม่มีปัญหา ทุกอย่างมีแพ็กเกจของมัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187443" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/5-1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>และอย่าลืมว่าเราจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกแล้วเท่านั้น ชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือก-ยิ่งถ้าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เราอาจไม่มีโอกาสได้กลับไปเลือกชอยซ์นั้นอีกแล้ว</p>



<p>ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ ‘เลือกแล้ว’ ดีที่สุด แต่ควรหาแง่งามของมันแล้วใช้ชีวิตต่อ</p>



<p>เพราะนั่นคือชอยซ์ที่เราเลือกแล้ว</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>สวัสดิการที่เอื้อต่อความผิดพลาด</strong></h2>



<p>อันที่จริง ร่องรอยวัฒนธรรมแบบจารีตของสังคมไทยยังมีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตของผู้คนอยู่ไม่น้อย สังเกตหรือไม่ว่า ค่านิยมของคนรุ่นก่อนมักจะบอกให้เราเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ หางานที่มั่นคง (ข้าราชการ วิศวกร แพทย์ ฯลฯ) เสร็จแล้วก็ต้องแต่งงาน ซื้อบ้าน และผลิตทายาทสืบทอดต่อไป</p>



<p>แม้ไม่ได้เขม่นกันออกมาซึ่งๆ หน้า แต่ถ้าผิดแผกไปจากนี้ก็ถือว่าใช้ชีวิตมาผิด ไม่ฉลาดเลือก หรือกระทั่งว่าย้อนให้บรรพบุรุษว่าเลี้ยงดูลูกหลานกันมาอย่างไร</p>



<p>คล้ายว่าเอเชียจะมีวัฒนธรรมนี้ร่วมกัน ต่างจากยุโรปที่มองว่ารัฐควรจะมีสวัสดิการที่พร้อมจะซัปพอร์ตทุกความผิดพลาดของพลเมืองในประเทศ ยกตัวอย่างเช่น สวีเดน เมื่อประชากรลาออกจากงานเพื่อไปลองทำตามฝันแล้วเกิดข้อผิดพลาด รัฐจะจ่ายเงินซัปพอร์ตให้ 80%<strong> </strong>ของเงินเดือนเดิมในช่วง 200 วันแรก ในขณะที่สำนักงานประกันสังคมของบางประเทศยังมุมมิบจ่าย ‘เงินว่างงาน’ ช้าเหมือนเต่าคลาน กระทั่งสวัสดิการรัฐด้านอื่นๆ ยิ่งมองไม่เห็นว่ามีความพยายามที่จะซัปพอร์ตประชาชนที่พบเจอกับความผิดพลาดในชีวิต<br>เมื่อรัฐไม่มีฟูกมาคอยซัปตอนล้ม เราจึงได้ยินเสียงสะท้อนจากคนรุ่นใหม่ที่พยายามแหกออกจากกติกาแบบเดิมๆ เช่น ไม่เทิดทูนความลำบาก หรือเลือกที่จะไม่ทนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษ ความยืดหยุ่นกลายเป็นแว่นในการมองหางานของคนยุคใหม่</p>



<p>เลือกที่จะไม่ผูกมัดตัวเองไว้กับอาชีพเดียวและกระจายความเสี่ยงออกไปในแนวราบ เราจึงเห็นการดิ้นร้นในการทำจ็อบเสริมเยอะมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็อาจมาจากความเชื่อลึกๆ ว่าถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เลือกทำแล้วล้ม ยังพอมีอีกสิ่งที่ประคับประครองให้ไปต่อได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187444" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/6-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>นี่เท่ากับว่าประชาชนดิ้นรนกันเองตามยถากรรม สังคมไทยดูเหมือนยังห่างไกลเหลือเกินกับการซัปพอร์ตความผิดพลาดของประชาชนในการดำเนินชีวิต แต่เป็นเรื่องน่ายินดีที่คนจำนวนไม่น้อยมองว่าไม่จำเป็นต้องผ่านด่านที่ครั้งหนึ่งสังคมกำหนดให้ต้องข้าม แต่เลือกใช้ชีวิตในแบบที่อยากใช้ แบบที่คิดมาถี่ถ้วนแล้ว</p>



<p>เพียงแต่มันน่าเสียดายที่เราน่าจะมีสังคมที่ออกแบบมาให้เราผิดพลาดได้ และคอยโอบอุ้มเราไม่ให้บาดเจ็บล้มตาย ให้สามารถลืมตาอ้าปากและใช้ชีวิตต่อไปได้</p>



<p>เพราะไม่ว่ายังไง เราทุกคนก็ต้องตัดสินใจบางเรื่องในชีวิตผิดพลาดกันแน่ๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187445" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/7-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เลือก (ผิด) ดีกว่าไม่เลือก</strong></h2>



<p>ผู้เขียนได้อ่านหนังสือ ‘ครึ่งจริง ครึ่งฝัน และพระจันทร์ของคนหนุ่ม’ เขียนโดย วิรัตน์ โตอารีย์มิตร นักเขียนนามปากกา ญามิลา ใจความหนึ่งมีการกล่าวถึงการเลือกทำบางสิ่งบางอย่างในชีวิตเอาไว้แบบนี้</p>



<p>“เลือกกันเถอะ เมื่อยังมีเวลาและโอกาสให้ตัดสินใจ ไม่มีอะไรผิดถูกอย่างแท้จริง วันนี้ผิดพรุ่งนี้ถูก หรือวันนี้ถูกพรุ่งนี้อาจผิด บางทีก็แล้วแต่ว่าใครเป็นผู้พิจารณาด้วย ตรงนี้ไม่สำคัญ สำคัญกว่าคือเมื่อเลือกแล้วหัวใจเราเป็นอย่างไรบ้าง บางคนยอมถูกเลือก เพราะตรงนั้นมีหลายด้านที่เป็นความหมายของชีวิต”</p>



<p>ในวันและวัยที่ยังลองผิดลองถูกได้ ความหมายของชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก เราให้ค่ากับสิ่งไหนเป็นพิเศษ หมกมุ่น หลงใหล อยากปะทะ หรือพร้อมกระโจนเข้าใส่ โดยมาก เราก็มักจะเลือกทำสิ่งนั้น-สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย แม้อย่างที่กล่าวไปว่ามันจะพ่วงมาด้วยแพ็กเกจความทุกข์อีกนับไม่ถ้วน</p>



<p>ไม่ใช่แค่ผู้เขียน ครึ่งจริงครึ่งฝันฯ ผู้มากประสบการณ์ชีวิตหลายคนพูดในทำนองเดียวกันว่า ‘เลือกดีกว่าไม่เลือก’ ซึ่งทุกคนทราบดีว่าการเลือกทำสิ่งหนึ่ง หมายถึงต้องละทิ้งอีกสิ่งหนึ่ง นั่นเป็นเรื่องที่ต้องรับให้ได้</p>



<p>แก่นแกนของหนังสือเล่มนี้ครั้งหนึ่งเคยทำให้ NGO หนุ่มด้านสิ่งแวดล้อมลาออกแล้วเดินตามความฝันในการเป็นนักเขียน จนกระทั่งเติบโตขึ้นมาเป็นบรรณาธิการที่สร้างคุณค่าให้กับวงการนิตยสารและสื่อสารมวลชน</p>



<p>แน่ล่ะว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมจำนนและละทิ้งความฝัน คนเหล่านี้มีอยู่จริง และค่อนข้างมั่นใจว่ามีอยู่มากด้วยซ้ำไปในบ้านเรา แต่เหมือนอย่างที่วิรัตน์ว่าไว้ในหนังสือ การละทิ้งความฝันไม่ใช่ความผิด เพราะนั่นคือการเลือกที่ได้ตัดสินใจแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187446" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/8-2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หลายเดือนก่อน ผู้เขียนมีโอกาสได้ฟัง ฟาโรส-ณัฏฐ์ กลิ่นมาลี เจ้าของช่อง Farose กล่าวในรายการสัมภาษณ์ ขอบคุณคุณแม่ที่บอกให้ลูกเป็นคนเลือกเองว่าจะเข้าคณะอักษรฯ จุฬาฯ ดีหรือไม่ คำพูดอาจไม่ถูกต้อง 100% แต่กล่าวประมาณว่า</p>



<p>“เลือกเอง ถ้าเลือกผิดจะได้ไม่ต้องโทษใคร แต่ถ้าเลือกถูก หนูจะได้ภูมิใจไปตลอดชีวิต”</p>



<p>เลือกผิดเลือกถูกอาจดีกว่ามานั่งเสียดายที่ตอนนั้นไม่ได้เลือก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/decision-made/">ดีกว่าไหมนะ ถ้าจะหาแง่งามของ ชอยซ์ที่เลือกแล้ว ดีกว่านั่งเสียดายชอยซ์ที่เราไม่ได้เลือก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Why At Chainat ฟาร์มสเตย์เล็กๆ ของคนรักธรรมชาติ ที่อยากให้คนชัยนาทกลับบ้านเกิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/why-at-chainat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[WhyAtChainat]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[amazingthailand]]></category>
		<category><![CDATA[สุขทันทีที่เที่ยวไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187106</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากตัวเมืองกรุงเทพฯ &#8211; ชัยนาท จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นภาพทุ่งนาและแม่น้ำสายน้อยใหญ่สองข้างทาง กับวิถีชีวิตชุมชนที่แฝงไปด้วยความสุขในความเรียบง่าย ยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ล้อมรอบเต็มไปด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ราวกับป่าขนาดย่อม เราปล่อยใจชื่นชมพื้นที่สีเขียวตรงหน้าอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ชายวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พักอย่างเป็นกันเอง “ตามสบายนะ คิดซะว่ามาบ้านญาติ” เขาสวมแว่นเลนส์กลมเล็กขนาดพอดีลูกกะตา เสื้อผ้าที่เรียบง่ายทว่าเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เส้นผมยาวสีขาวแซม ร่องรอยของกาลเวลาที่ฟ้องว่าเขาได้ข้ามผ่านคืนวันอันโลดโผนของวัยเยาว์มาแล้ว ปัจจุบันอยู่ในจุดที่เข้าใจโลกและความจริงแท้ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป – เขาว่าอย่างนั้น ก่อนกลับบ้าน เขาเป็นเจ้าของบริษัทสื่อโฆษณากลางแจ้งแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลังกลับบ้าน เขาทำธุรกิจขายจักรยาน และปัจจุบันเขาทำฟาร์มสเตย์เชิงอนุรักษ์ที่เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นหนึ่งเดียวในจังหวัดชัยนาท “ช่วงแรกที่ย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ชัยนาท เรามีคำถามเยอะไปหมด ทำไมต้องเป็นที่ชัยนาท ทำไมชัยนาทถึงไม่มี ทำไมชัยนาทถึงทำไม่ได้ แล้วทำไมที่อื่นทำได้” ดร-อุดร โตกระแสร์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางกลับบ้านเกิดของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘Why At Chainat’ คำว่า ‘ทำไม’ จึงนำพาให้เรามาชัยนาท เพื่อชวนเขาขยายความด้วยหลากหลายคำถามที่สงสัย เชิญฟังคำตอบพร้อมกัน ในบรรทัดถัดไป 1 WHY WE GO HOME ทำไมไม่กลับไปทำงานที่บ้าน ไม่ต้องมาวุ่นวายในเมือง ทำไมไม่กลับไปอยู่ต่างจังหวัด ค่าครองชีพถูกกว่าตั้งเยอะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/why-at-chainat/">Why At Chainat ฟาร์มสเตย์เล็กๆ ของคนรักธรรมชาติ ที่อยากให้คนชัยนาทกลับบ้านเกิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จากตัวเมืองกรุงเทพฯ &#8211; ชัยนาท จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นภาพทุ่งนาและแม่น้ำสายน้อยใหญ่สองข้างทาง กับวิถีชีวิตชุมชนที่แฝงไปด้วยความสุขในความเรียบง่าย ยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ล้อมรอบเต็มไปด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ราวกับป่าขนาดย่อม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187113" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042918-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187114" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042919.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เราปล่อยใจชื่นชมพื้นที่สีเขียวตรงหน้าอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ชายวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พักอย่างเป็นกันเอง</p>



<p>“ตามสบายนะ คิดซะว่ามาบ้านญาติ”</p>



<p>เขาสวมแว่นเลนส์กลมเล็กขนาดพอดีลูกกะตา เสื้อผ้าที่เรียบง่ายทว่าเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เส้นผมยาวสีขาวแซม ร่องรอยของกาลเวลาที่ฟ้องว่าเขาได้ข้ามผ่านคืนวันอันโลดโผนของวัยเยาว์มาแล้ว ปัจจุบันอยู่ในจุดที่เข้าใจโลกและความจริงแท้ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป – เขาว่าอย่างนั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187115" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042922.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ก่อนกลับบ้าน เขาเป็นเจ้าของบริษัทสื่อโฆษณากลางแจ้งแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ</p>



<p>หลังกลับบ้าน เขาทำธุรกิจขายจักรยาน</p>



<p>และปัจจุบันเขาทำฟาร์มสเตย์เชิงอนุรักษ์ที่เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นหนึ่งเดียวในจังหวัดชัยนาท</p>



<p>“ช่วงแรกที่ย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ชัยนาท เรามีคำถามเยอะไปหมด ทำไมต้องเป็นที่ชัยนาท ทำไมชัยนาทถึงไม่มี ทำไมชัยนาทถึงทำไม่ได้ แล้วทำไมที่อื่นทำได้” ดร-อุดร โตกระแสร์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางกลับบ้านเกิดของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘Why At Chainat’</p>



<p>คำว่า ‘ทำไม’ จึงนำพาให้เรามาชัยนาท เพื่อชวนเขาขยายความด้วยหลากหลายคำถามที่สงสัย</p>



<p>เชิญฟังคำตอบพร้อมกัน ในบรรทัดถัดไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187116" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042921.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center">1</h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>WHY WE GO HOME</strong></h2>



<p>ทำไมไม่กลับไปทำงานที่บ้าน ไม่ต้องมาวุ่นวายในเมือง</p>



<p>ทำไมไม่กลับไปอยู่ต่างจังหวัด ค่าครองชีพถูกกว่าตั้งเยอะ</p>



<p>ทำไมต้องทนรถติด ทนใช้ชีวิตเร่งรีบในกรุงเทพฯ</p>



<p>ด้วยคำตอบง่ายๆ ของคนส่วนใหญ่คือ ‘กลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187117" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042923.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทราบมาว่าคุณเคยอยู่กรุงเทพฯ มาก่อน ทำไมถึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ชัยนาท</strong></p>



<p>จริงๆ เราเป็นคนชัยนาทตั้งแต่เกิด แต่ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ จบมาก็ทำงานด้านสื่อโฆษณากลางแจ้ง จนมีบริษัทของตัวเองชื่อว่า Step Up to Goal แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับบ้านคือปัญหาชีวิต พอทำธุรกิจไปสักระยะหนึ่ง บริษัทก็เกิดปัญหา ต้องตัดสินใจคุยกับพนักงานว่าเราต้องแยกย้าย พร้อมกับแบกเงินของบริษัทที่ติดลบก้อนโต</p>



<p>หลังจากนั้นปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ เราตัดสินใจไปอยู่บ้านแฟนที่จอมบึง ราชบุรี ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เราใช้เงินน้อยมาก เงินสามร้อยซื้อของได้เต็มไปหมด ทำให้รู้สึกว่าเรามีทางเลือกมากขึ้น นั่นก็คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอยากกลับบ้านชัยนาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-187118" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042929.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ถ้าบริษัทไม่เกิดปัญหา คิดว่าจะกลับมาอยู่บ้านที่ชัยนาทไหม</strong></p>



<p>เมื่อก่อนเรามองแต่เรื่องตัวเลข เคยคิดว่าต้องมีเงินร้อยล้านก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก พอกลับมาตั้งต้นทุนชีวิตแค่สามร้อย มันง่ายมากเลย ไปช่วยล้างรถก็ได้สามร้อยแล้ว คุณทำอะไรก็ได้ที่ได้สามร้อย เพราะมันอยู่ได้แน่ๆ ในชัยนาท แล้วเหลือด้วย คีย์ของการมีชีวิตวันละสามร้อยมันเปลี่ยนชีวิตเราเยอะมาก</p>



<p><strong>ชีวิตวัยหนุ่มสาวในกรุงเทพฯ ของคุณเป็นยังไง</strong></p>



<p>เราก็คงเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เรียนจบก็อยากทำงานที่อยากทำ ซึ่งเราก็มีความสุขดีกับงานที่ทำ แต่พอตัวเลขติดลบมันก็ทุกข์ เพราะเรามีความสุขกับการมีเงินเป็นที่ตั้ง คิดว่าถ้ามีเงินมันก็คงหาสุขให้เราได้ เราระบายความเครียดด้วยการเที่ยวกลางคืนตามประสาชีวิต</p>



<p><strong>มีช่วงไหนบ้างที่คุณคิดถึงบ้าน</strong></p>



<p>มีครั้งหนึ่งเราเอากล้องของบริษัทมาส่องดูนก เราเห็นครอบครัวเล็กๆ ของนกอยู่ตรงบึงน้ำ กรุงเทพฯ เมืองมันใหญ่มากนะ แต่มันก็มีสิ่งสวยงามเล็กๆ น้อยๆ ที่คนไม่สังเกตเห็น เป็นภวังค์ที่ทำให้นึกถึงความสุขของตัวเองว่า เราละเลยตัวเองมานานเหมือนกันนะ เรามองแต่ด้านนอก แต่ไม่เคยกลับมามองด้านในของตัวเองเลย ด้วยความที่เราโตมากับแม่น้ำ โตมากับธรรมชาติ มันคงเป็นลึกๆ ข้างในที่เราคิดถึงชัยนาท</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187120" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042924.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187121" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042933.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>2</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>WHY WE SLOW LIFE</strong></h2>



<p>ว่ากันว่าวิถีของคนชัยนาทคือ Slow Life นิยามของความสุขแบบที่คนเมืองโหยหา</p>



<p>ทว่าในความนิ่งสงบเหล่านี้มีอีกแง่มุมหนึ่งซ่อนอยู่เช่นกัน</p>



<p><strong>คนชัยนาทย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นเยอะเหมือนกันนะ</strong></p>



<p>ใช่ครับ เพราะเขาก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไรในชัยนาท อย่างเราทำธุรกิจที่กรุงเทพฯ มาก่อน เราเลยมีมุมมองของการเป็นนักลงทุนอยู่ กลับมาชัยนาทก็เห็นหลายมุมที่น่าสนใจ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีนักลงทุนใหม่ๆ&nbsp;</p>



<p><strong>คุณมองว่าชัยนาทเป็นเมืองปราบเซียนยังไง</strong></p>



<p>ชัยนาทมีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างชัด ที่ดินในชัยนาทค่อนข้างสูง ทำให้ไม่มีนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ หรือนักลงทุนใหม่ๆ เข้ามา การที่เมืองมัน Slow Life เพราะว่ามันไม่มีการลงทุน ผู้บริโภคน้อย มันก็เลยถูกแช่แข็งกระจุกอยู่แค่นี้ พอคนไม่มีกำลังซื้อ ก็ไม่รู้จะมีห้าง มีโรงหนังไปทำไม จึงทำให้ชัยนาทกลายเป็นเมือง Slow Life ไปโดยปริยาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187122" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042935.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ช่วงแรกที่กลับมาปรับตัวยากไหม</strong></p>



<p>ตอนแรกกลับมาก็คิดไม่ออกไม่รู้จะทำอะไร เราก็เริ่มจากขายจักรยานก่อน เพราะความชอบส่วนตัว คิดว่าอะไรที่เป็นโอกาสได้ก็ลองดู แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นสินค้าที่ยืนระยะได้ขนาดนั้น</p>



<p><strong>คุณคิดยังไงกับการที่มีคนนิยามว่าชัยนาทเป็นเมืองจักรยาน</strong></p>



<p>ทุกบ้านมีจักรยานก็จริง แต่มันเกิดจากการที่ผู้ว่าจังหวัดรณรงค์ปั่นจักรยานในช่วงเวลาหนึ่ง เรามองว่าตอนนั้นมันเป็นแค่กระแสสั้นๆ แต่ชัยนาทก็ยังไม่ได้เป็นเมืองจักรยานจริงๆ อย่างอัมสเตอร์ดัม หรือประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เราคิดว่าการใช้จักรยานมันเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย หลายๆ ประเทศเขาต้องการลดมลพิษ Low Carbon ซึ่งการที่จะทำแบบนั้นได้มันต้องเกิดจากข้างใน รัฐต้องออกนโยบายเพื่อส่งเสริม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187123" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042941.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คิดว่าสิ่งที่เมืองจักรยานควรมีคืออะไร</strong></p>



<p>เราอยากให้มีเส้นทางจักรยานที่สามารถปั่นรอบเขาธรรมามูลได้ ปั่นผ่านป่าหรือธรรมชาติอะไรแบบนั้น ในแง่ของการท่องเที่ยว เรามองว่าชัยนาทเหมาะกับการเอารถมาจอดแล้วเช่าจักรยาน เพราะถ้าขับรถยนต์เที่ยว เวลาจอดรถซื้อของข้างทางมันจะลำบาก แต่ถ้าคุณปั่นจักรยานก็จะทำให้เกิดการใช้จ่ายง่ายขึ้น สุดท้ายเราก็มองว่าตราบใดที่จักรยานยังต้องหลบรถอยู่ ชัยนาทก็ยังไม่ใช่เมืองจักรยาน&nbsp;</p>



<p><strong>จากธุรกิจจักรยานอยู่ดีๆ เปลี่ยนมาเป็นธุรกิจที่พักได้ยังไง</strong></p>



<p>เรามีนิสัยของคนทำธุรกิจ เราเป็นนักลงทุน บทเรียนอย่างหนึ่งคือ การทำธุรกิจอย่างเดียว มันก็เหมือนเรามีหม้อข้าวใบใหญ่ใบเดียว ถ้ามันคว่ำเราจะไม่มีอะไรกินเลย&nbsp;</p>



<p>เมื่อถึงจุดที่เรากลับมาตั้งหลักได้ เราก็ลงทุนไปหมดทุกอย่าง สุดท้ายแล้วมันก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่เรามีหม้อข้าวหลายใบ เรากินข้าวหม้อใบอื่นก็ได้ มันเป็นวิธีกระจายการลงทุน เรามีความคิดนานแล้วว่าถ้ามีโอกาส มีเงิน เราอยากปลูกบ้านให้พี่น้องกลับมาอยู่ด้วยกัน ถ้าแก่ตัวก็อยากให้มาอยู่ที่นี่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187126" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042920.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187125" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042917.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>3</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>WHY AT CHAINAT</strong></h2>



<p>บ้านสวนบนที่ดินเก่าผืนนี้รวมทั้งหมด 6 ไร่ มีทุ่งนาและแม่น้ำโอบล้อม เหมาะกับการหลบหลีกความวุ่นวายในเมืองกรุงมาพักสายตาด้วยการมองธรรมชาติ นอนเล่น อ่านหนังสือ ฟังเสียงหรีดหริ่งเรไร&nbsp;</p>



<p>หากไม่มาสัมผัสด้วยตัวเอง คงไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังการสร้างที่พักที่ต้องรักษาสมดุลกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนเป็นอย่างไร ในความธรรมดาแห่งนี้ หากมองลึกลงไปในรายละเอียดเห็นได้ชัดว่าถูกคิดมาเป็นอย่างดี ทั้งการปลูกต้นไม้พื้นถิ่นหลากสายพันธุ์เพื่อรักษาระบบนิเวศดั้งเดิม หรือการออกแบบพื้นบ้านด้วยการคำนวณทิศทางลมตามหลักสถาปัตยกรรม&nbsp;</p>



<p><strong>ได้ยินมาว่าสเกตซ์แปลนที่พักเองเลยเหรอ</strong></p>



<p>ใช่ครับ เราวาดเองหมดทุกอย่าง แต่จ้างช่างมาทำ แต่เราก็จะคอยคุมอยู่ตลอด บางทีก็มีหลุดบ้างอะไรบ้าง เรามองว่ามันเป็นการกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่มากกว่า เหมือนเราเลี้ยงคนต่างจังหวัดหลายชีวิต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187127" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042939.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ความฝันของเราคืออยากเป็นสถาปนิก แต่เราเอนทรานซ์ไม่ติด ตอนนั้นก็ไม่รู้จะเรียนอะไร ทางเลือกมันน้อยมากก็เลยเลือกเรียนคณะบริหาร เอกโฆษณา แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งงานเกี่ยวกับสถาปัตย์ เรายังชอบงานดีไซน์ ยังฟรีแฮนด์ได้ ทุกวันนี้ก็ยังสเกตซ์อยู่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187128" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042936.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เหมือนได้ปล่อยของ ทำตามความฝันวัยเด็กเลยนะ</strong></p>



<p>เราก็ทำไปเรื่อย เพราะเราสนุกกับมัน สังเกตว่าที่นี่จะไม่มีของใหม่เลย เราใช้วิธีซื้อของเก่ามาสร้าง ตะลอนไปซื้อประตูไม้เก่า หน้าต่างเก่า มีคนขายบ้านเก่าจากที่ต่างๆ บางบ้านไม่มีคนอยู่ เขาก็ขายทั้งหลัง เราก็ซื้อมาเก็บกองๆ ไว้ อย่างหลังนี้เป็นบ้านของคุณยายที่เราขนมาจากในป่า แล้วก็มาออกแบบอีกที</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187129" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042931.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187130" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042927.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ปกติคนมาพักเยอะไหม</strong></p>



<p>ช่วงแรกคนมาพักเยอะ แต่ช่วงหลังก็น้อยลง เพราะเราไม่ค่อยโปรโมต แต่ด้วยความที่เรามีร้านกาแฟด้วย คนก็เลยแวะเวียนมาตลอด ส่วนคุณจะพักไม่พักเราก็เฉยๆ เพราะเวลาคนมาเยอะๆ แล้วมันโคตรเหนื่อย (หัวเราะ)</p>



<p>แต่ช่วงโควิดล็อกดาวน์ เราไม่กลัวเลยนะ เราอยู่ได้สบายๆ เพราะที่นี่มีทุกอย่าง เป็นเหมือนแหล่งรวมตัวน้องๆ ในเมืองชัยนาท ชวนกันไปพายคายัค ดื่มเบียร์กันกลางแม่น้ำ เล่นดนตรีด้วยกัน เราใช้พื้นที่ตรงนี้ใช้ชีวิตมากกว่าสร้างรายได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187131" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042925-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187132" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042926-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>Why At Chainat เกิดด้วยความตั้งใจแบบไหน</strong></p>



<p>หลังจากเรากลับมาชัยนาทสักพัก มีน้องคนหนึ่งชวนไปขับรถบ้านที่ออสเตรเลีย เราก็ได้ไปนอนแคมป์ตื่นเช้ามาเราเห็นบึง เห็นเรือ เห็นท่าเรือ เราว้าวมาก ทำให้กลับมาคิดว่า แล้วทำไมชัยนาทไม่มี ชัยนาทมันก็ทำได้นี่หว่า</p>



<p>Why At Chainat เกิดจากการตั้งคำถามของเรา เรามีคำถามเยอะไปหมด ทำไมต้องเป็นที่ชัยนาท ทำไมชัยนาทถึงไม่มี ทำไมชัยนาทถึงทำไม่ได้ แล้วทำไมที่อื่นทำได้&nbsp;</p>



<p><strong>ที่นี่มีทั้งปั่นจักรยานริมน้ำ พายเรือคายัค ล่องแพชมวิถีน้ำ คุณมองว่ากิจกรรมเหล่านี้มีเสน่ห์ยังไง</strong></p>



<p>สิ่งที่คนชัยนาทไม่ค่อยรู้คือเวลาที่คุณไปอยู่กลางแม่น้ำ มันคืออีกโลกหนึ่งเลยนะ เราชอบใส่เสื้อชูชีพแล้วไปลอยทิ้งตัวกลางแม่น้ำ มูลค่าสิ่งเหล่านี้มันมหาศาล แต่คนชัยนาทได้มาฟรี ทำไมคุณไม่ใช้มันล่ะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187133" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042934.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เรามองว่าชัยนาทควรมีภาคธุรกิจเกี่ยวกับทางน้ำ แต่ต้องมีในจำนวนที่จำกัด อย่างเช่น ธุรกิจแพ เราให้มีผู้ประกอบการได้แค่ 20 คน แต่ว่าสามารถทำได้แค่ 5 ปี ครบแล้วก็ต้องเปลี่ยนมือ ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะไม่ oversupply จนกระทบสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งกิจกรรมทางน้ำอย่าง water sport ก็ควรจะแบ่งโซนชัดเจน ที่จะไม่กระทบวิถีดั้งเดิมคนออกเรือหาปลา&nbsp;</p>



<p><strong>ถ้าต้องเลือกหนึ่งอย่างที่ไม่อยากให้หายไปในเมืองนี้คืออะไร</strong></p>



<p>สิ่งที่ไม่อยากให้เปลี่ยนเลยคือวิถีทางน้ำ ชัยนาทเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางน้ำ อย่างแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าน้ำในประเทศไทยมันจะแห้ง มันจะแห้งที่ชัยนาทเป็นที่สุดท้าย เพราะฉะนั้นเราต้องรักษาเรื่องสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ตอนนี้เริ่มมีกระชังปลาที่ขาดการควบคุม ซึ่งก็จะมีผลเรื่องคุณภาพของน้ำเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราค่อนข้างเป็นห่วง อาจจะต้องมีการควบคุมการใช้พื้นที่ทางน้ำในอนาคต</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187134" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042930.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>4</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>WHY WE HOPE</strong></h2>



<p>คนในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงพักหลังมานี้ชัยนาทเงียบเหงาลงเยอะ</p>



<p>สิ่งที่เคยมีในวันวานอาจไม่มีอีกแล้ว บางอย่างที่เคยตั้งอยู่กลับสูญหายตามกาลเวลา ท่ามกลางความเงียบเชียบและรอยร้าวของโครงสร้างเมือง สิ่งที่ทำให้เมืองไปต่อได้ก็เพราะทุกอย่างถูกซัพพอร์ตและขับเคลื่อนด้วยคนในชุมชนด้วยกันเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187135" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042916.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หากคนรุ่นใหม่อยากกลับมาทำธุรกิจที่ชัยนาท เขาควรเริ่มต้นยังไง</strong></p>



<p>คุณต้องมองชัยนาทให้ออกว่ามันมีคุณค่ายังไง ถ้าไม่ได้บริโภคเกินตัว ชีวิตมันก็ slowlife ชัยนาทค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ คุณไม่จำเป็นต้องปลูกข้าวมากมาย แค่มีพอกิน ขายของที่คนเอาไปสร้างเงินได้ แล้วธุรกิจมันจะไปต่อได้&nbsp;</p>



<p>ทุกวันนี้ร้านขายเบ็ดทำเงินได้ดี เพราะปลาราคาแพงกว่าหมู คนตกปลาเขาไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เขาแค่ไปลงเรือในขณะที่ชาวนา ต้องลงทุนเองทุกอย่าง โดยที่เงินก็ไม่ได้วันนั้น ทำนาก็ต้องรอจนกว่าจะได้เก็บเกี่ยว&nbsp;</p>



<p>ชัยนาทระยะทาง 180 กิโลจากกรุงเทพ คุณมีกระเป๋าตังอยู่ใกล้ แต่คุณจะเอาเงินในกระเป๋าเขาได้ยังไง คนแถวนี้มีตังในกระเป๋าเท่าไหร่ ถ้าเขามีเงินวันละ 200 แต่คุณเอาของ 300-400 มาขาย คุณไม่มีทางทำได้&nbsp; ถ้าเขามี 200 ซื้อของไปแล้ว 150 เขามีเงินเหลือ 50 บาท คุณต้องขายของ 50 บาท เอาเงินจากกระเป๋าเขาออกมาให้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่คนจะไม่ค่อยคิดเรื่องพวกนี้&nbsp;</p>



<p><strong>เรื่องอะไรที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามเรื่องอะไร</strong></p>



<p>อยากบอกว่าในมุมของการเติบโตในเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ครีเอทีฟมาก แต่ขาดความรู้ด้านธุรกิจ ซึ่งสำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะสร้างสรรค์ยังไง แต่สุดท้ายมันจะไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นนักสร้างสรรค์ทั้งหลาย ต้องเรียนรู้เรื่องการเงิน&nbsp; คนบางคนเจ๊งยังไม่รู้ว่าเจ๊งเพราะอะไร แบบนี้อันตราย คิดว่าส่วนหนึ่งที่เราอยู่ได้ เพราะประสบการณ์ของการเป็นนักการตลาดด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187136" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042937.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ดิ้นรนกันเอง ลองผิดลองถูก มาตั้งหลายปี คุณรับมือกับความกลัวความผิดพลาดยังไง</strong></p>



<p>การผิดพลาดทุกอย่างในชีวิตเรา อย่าให้มันพลาด แล้วไม่รู้ว่ามันพลาดเพราะอะไร ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่รู้ข้อบกพร่องของตัวเอง แล้วคุณจะพลาดซ้ำ การอ่านหนังสือก็ช่วยได้ เราไม่ต้องพลาดเอง แต่เรียนรู้จากการผิดพลาดของคนอื่น&nbsp;</p>



<p><strong>เมืองจะสร้างสรรค์ได้ ต้องเริ่มจากอะไร</strong></p>



<p>เรามองว่ารสนิยมของผู้นำสำคัญมาก ผู้นำที่ดีสร้างหลายๆ อย่างจากการเดินทาง การใช้ชีวิต หลายๆ จังหวัดที่มัน success ได้ เพราะว่ามันคุยภาษาเดียวกัน มันเป็น single command ไปในทิศทางเดียวกัน ทุกคนรับรู้หมดว่าจะเดินไปทางไหน&nbsp;</p>



<p>เราเคยคุยกับบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับผังเมือง เขาบอกว่าตรงแยกไฟแดงชัยนาทมันไม่จำเป็นต้องเป็นดอกไม้ ถ้าเป็นผม ผมจะปลูกส้มโอ หมายความว่าเราสามารถทำในสิ่งที่มีอยู่แล้วได้ง่ายๆ เรามองว่านักผังเมืองในไทยเก่งนะ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทำตามผู้นำ คนที่ออกแบบส่วนใหญ่ก็มาจากกรุงเทพ ไม่ได้เป็นคนชัยนาท บางอย่างที่เราสร้างขึ้นมามันมีการลงทุนในพื้นที่ก็จริง แต่สุดท้ายแรงงานก็ไม่ได้มาจากคนในพื้นที่อยู่ดี</p>



<p><strong>การที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านเกิดตัวเอง คุณมองว่ามันมีความสำคัญกับเมืองยังไง&nbsp;</strong></p>



<p>ปัญหาของชัยนาทคือผู้ใหญ่ไม่ฟังเด็ก ถ้าคุณไม่ฟังเด็ก วันที่คุณแก่ตัวไปคุณจะเหนื่อย เพราะว่าเด็กเขาจะทำกันไม่เป็น แทนที่เขาจะมีโอกาสเสนอคุณทำอะไรใหม่ๆ มันก็ไม่ทันแล้ว&nbsp;</p>



<p>วัยอย่างเราเองจะซื้อรองเท้าใหม่อีกสักกี่คู่ อาจจะไม่ถึงสิบคู่แล้วก็ได้ แต่เด็กยังต้องใส่รองเท้ากี่หลายคู่ เพราะเส้นทางที่เขาต้องเดินไปมันอีกยาวไกล เพราะงั้นคุณควรคืนยุคสมัยกลับให้เขา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187137" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042928.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187138" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042938.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การที่ได้กลับมาปักหลักในบ้านเกิดตัวเองมันสอนอะไรคุณบ้าง</strong></p>



<p>เรียนรู้ความจริงแท้ เข้าใจคำว่าปรมัติ ความจริงแท้คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราเข้าใจมันชัด เรารู้ว่าทุกอย่างที่เป็นปัญหาอยู่ มันก็คือตัวเราทั้งนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>จากวันแรกจนถึงวันนี้ คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปยังไงบ้าง</strong></p>



<p>เรามีการเรียนรู้ไปตามวัยนะ บางสิ่งที่เราคิดว่าใช่ จริงๆ มันก็อาจจะไม่ใช่ แต่ตอนนี้เป็นช่วงต่อของการที่ยังมีแรงอยู่ ถามว่าทำไมเราต้องทำอะไรเยอะแยะ เพราะว่าเราเห็นโอกาสหลายๆ อย่างของชัยนาท ตอนนี้เรายังมีแรง มีเงิน แต่อีกไม่นานก็จะเกษียณแล้ว&nbsp;</p>



<p>ถ้าเรากลับมาเร็วกว่านี้ เราคงจะเฟี้ยวกว่านี้ แต่สุดท้ายมนุษย์ทุกคนมันต้องจบที่รู้ว่าข้างในตัวเองเป็นยังไง พอถึงเวลาต้องรู้จักการวางทุกอย่างที่เราทำไว้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันก็ต้องคืน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187139" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042932.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่ติดค้างไหม</strong></p>



<p>เรารู้สึกว่าตัวเองได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว เราสร้างให้ทุกคนหมดแล้ว ทุกคนสามารถอยู่กันได้ ตอนนี้เราใช้ความสุขเล็กๆ ในทุกวัน ความสุขแบบไม่มีพันธะอะไร ท่อแตกก็ซ่อม ไม่มีกำหนด ไม่มีอะไรมากดดัน ตอนเราพยายามส่งต่อให้น้องๆ คนรุ่นใหม่ ให้พวกเขาสามารถสร้างตัวได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-187140" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/06/1000042940.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ผมบอกคนที่ผ่านไปผ่านมาตลอดว่า ถ้าคุณอยู่ชัยนาท ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าไม่มีทางออก ติดต่อผมได้เลย ผมยินดี ให้คุณคิดซะว่ามีญาติอยู่ที่นี่&nbsp;</p>



<p>ถ้าคุณรู้จัก Why At Chainat เดี๋ยวคุณก็จะรู้จักทุกคนเอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/why-at-chainat/">Why At Chainat ฟาร์มสเตย์เล็กๆ ของคนรักธรรมชาติ ที่อยากให้คนชัยนาทกลับบ้านเกิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปรียบเทียบตัวเองกับใครเยอะแล้ว มาลิ้มชิมรสความสุขระหว่างทางด้วย ‘การเมตตากรุณาต่อตัวเอง’ กันดีกว่า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/social-comparison/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2026 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[SelfCompassion]]></category>
		<category><![CDATA[SocialComparison]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=187052</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยไหม พอจบหนึ่งวันแสนยาวนานที่เข็ญร่างกายตัวเองให้ทำนั่นทำนี่ กะว่าจะพักสักนิดให้ผ่อนคลายเลยจับโทรศัพท์ไถฟีด จนเวลาล่วงเลยไป เห็นว่าเพื่อนที่ต่างแยกย้ายเติบโตขึ้น ได้ก้าวเข้าสู่วัยทำงานเป็น First Jobber เต็มตัว ต่างก็อวดความสำเร็จกันต่างๆ นานา พอหันไปมองกระจกดันเห็นร่างยืดย้วยนั่งไหล่ตกที่ยังไปไม่ถึงไหน เราที่ตามหลังใครเขาเหมือนโชคชะตาหัวเราะเยาะ ยังไม่มีความสำเร็จให้ได้อวดลงกับเขาหรอก โดนทิ้งให้รั้งท้ายต้องปรายตามองความสำเร็จผ่านโซเชียลมีเดียเพียงเท่านั้น สุดท้ายก็มีแต่เราที่ว้าเหว่คนเดียว ไม่ต่างกับซีรีส์เกาหลี We Are All Trying Here ที่เพิ่งเริ่มดูได้สองตอน จากที่เคยผ่านวันเวลาแล้วก้าวไปพร้อมกัน เปลี่ยนผันไปเป็นการแข่งขันเสียอย่างนั้น แต่ต่างกันตรงที่ในซีรีส์พบเจอกันเป็นปกติ และในชีวิตจริงหลายคนต่างติดตามความสำเร็จของเพื่อนผ่านหน้าจอ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแข่งเอาความสำเร็จนั่นมาแล้วจะเป็นสุขไหม หรือไม่ได้แวะนึกเลยว่าใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า เพียงจัดการชีวิตให้เข้าที่เข้าทาง วิ่งวุ่นอยู่กับปัจจุบันทำแต่ละอย่างอย่างแข็งขัน แบกร่างผุพังกับหัวใจห่อเหี่ยวลงกระเป๋า กลับบ้านล้มตัวลงนอนบนเตียงแข็งๆ แค่นี้เราก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องวิ่งไล่ตามความสำเร็จที่ใครเขาก็มีอีก ความสุขที่ฝันใฝ่มันเลยห่างไกลเรื่อยๆ และไอประโยคที่ว่าไม่มีใครสนใจเราขนาดนั้นน่ะ ปัดตกไปได้เลย เพราะตัวการอย่างเรานี่แหละ เปรียบเทียบกับคนอื่นจนใจจะพัง บทเรียนราคาแพงที่ต้องแลกเมื่อไถลเข้าไปสู่เวทมนตร์ของโซเชียลมีเดีย มันมาแบบที่ไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ ยิ่งช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้วเปิดเพลงเศร้าให้เข้ากับมู้ดขณะยืนมองสายฝนโปรยปราย บางจังหวะความเหน็บหนาวก็เข้ามากระทบกายจนทำให้ใจป่วย พอน้ำฝนไหลลงพื้นเหมือนเราเองก็ร่วงหล่นตามไปด้วยเหมือนกัน เพราะคิดว่า ‘ทุกคนกำลังเดินไปเร็วกว่าเราเป็นไหน เหตุใดเราถึงยังอยู่ตรงนี้กันนะ’ คลุกเคล้าอารมณ์สั่นไหวเข้าไปก็รู้สึกเหงาจับใจขึ้นมา เป้าหมายของเธอคือเป้าหมายของฉัน ตอนเห็นแทบทุกคนอวดความสำเร็จของตัวเองกัน ในใจก็นึกให้เครดิตเลยว่าเก่งจัง ยิ่งเรียนจบออกมาแล้วหางานทำได้เลยยิ่งน่าชื่นชมเข้าไปใหญ่ พอมองตัวเองที่กำลังแบกความธรรมดา ไม่ได้มีอะไรดีเด่หรือโดดเด่นเรื่องความสามารถอย่างใครอื่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/social-comparison/">เปรียบเทียบตัวเองกับใครเยอะแล้ว มาลิ้มชิมรสความสุขระหว่างทางด้วย ‘การเมตตากรุณาต่อตัวเอง’ กันดีกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยไหม พอจบหนึ่งวันแสนยาวนานที่เข็ญร่างกายตัวเองให้ทำนั่นทำนี่ กะว่าจะพักสักนิดให้ผ่อนคลายเลยจับโทรศัพท์ไถฟีด จนเวลาล่วงเลยไป เห็นว่าเพื่อนที่ต่างแยกย้ายเติบโตขึ้น ได้ก้าวเข้าสู่วัยทำงานเป็น First Jobber เต็มตัว ต่างก็อวดความสำเร็จกันต่างๆ นานา พอหันไปมองกระจกดันเห็นร่างยืดย้วยนั่งไหล่ตกที่ยังไปไม่ถึงไหน เราที่ตามหลังใครเขาเหมือนโชคชะตาหัวเราะเยาะ ยังไม่มีความสำเร็จให้ได้อวดลงกับเขาหรอก โดนทิ้งให้รั้งท้ายต้องปรายตามองความสำเร็จผ่านโซเชียลมีเดียเพียงเท่านั้น สุดท้ายก็มีแต่เราที่ว้าเหว่คนเดียว</p>



<p>ไม่ต่างกับซีรีส์เกาหลี We Are All Trying Here ที่เพิ่งเริ่มดูได้สองตอน จากที่เคยผ่านวันเวลาแล้วก้าวไปพร้อมกัน เปลี่ยนผันไปเป็นการแข่งขันเสียอย่างนั้น แต่ต่างกันตรงที่ในซีรีส์พบเจอกันเป็นปกติ และในชีวิตจริงหลายคนต่างติดตามความสำเร็จของเพื่อนผ่านหน้าจอ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าแข่งเอาความสำเร็จนั่นมาแล้วจะเป็นสุขไหม หรือไม่ได้แวะนึกเลยว่าใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า</p>



<p>เพียงจัดการชีวิตให้เข้าที่เข้าทาง วิ่งวุ่นอยู่กับปัจจุบันทำแต่ละอย่างอย่างแข็งขัน แบกร่างผุพังกับหัวใจห่อเหี่ยวลงกระเป๋า กลับบ้านล้มตัวลงนอนบนเตียงแข็งๆ แค่นี้เราก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องวิ่งไล่ตามความสำเร็จที่ใครเขาก็มีอีก ความสุขที่ฝันใฝ่มันเลยห่างไกลเรื่อยๆ</p>



<p>และไอประโยคที่ว่าไม่มีใครสนใจเราขนาดนั้นน่ะ ปัดตกไปได้เลย เพราะตัวการอย่างเรานี่แหละ เปรียบเทียบกับคนอื่นจนใจจะพัง บทเรียนราคาแพงที่ต้องแลกเมื่อไถลเข้าไปสู่เวทมนตร์ของโซเชียลมีเดีย มันมาแบบที่ไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ</p>



<p>ยิ่งช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้วเปิดเพลงเศร้าให้เข้ากับมู้ดขณะยืนมองสายฝนโปรยปราย บางจังหวะความเหน็บหนาวก็เข้ามากระทบกายจนทำให้ใจป่วย พอน้ำฝนไหลลงพื้นเหมือนเราเองก็ร่วงหล่นตามไปด้วยเหมือนกัน เพราะคิดว่า ‘ทุกคนกำลังเดินไปเร็วกว่าเราเป็นไหน เหตุใดเราถึงยังอยู่ตรงนี้กันนะ’ คลุกเคล้าอารมณ์สั่นไหวเข้าไปก็รู้สึกเหงาจับใจขึ้นมา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187056" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-7.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เป้าหมายของเธอคือเป้าหมายของฉัน</strong></h2>



<p>ตอนเห็นแทบทุกคนอวดความสำเร็จของตัวเองกัน ในใจก็นึกให้เครดิตเลยว่าเก่งจัง ยิ่งเรียนจบออกมาแล้วหางานทำได้เลยยิ่งน่าชื่นชมเข้าไปใหญ่ พอมองตัวเองที่กำลังแบกความธรรมดา ไม่ได้มีอะไรดีเด่หรือโดดเด่นเรื่องความสามารถอย่างใครอื่น แม้รู้อย่างนั้น แต่ก็พยายามจนสุดความสามารถ เพื่อไต่เต้าเข้าแข่งขันชิงรางวัลจนรอดมาวันนี้เหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าอะไรหรอก ความสำเร็จของคนอื่นที่เห็นนั่นน่ะก็เป็นแรงผลักๆ ดันๆ ให้เราเพิ่มเป้าหมายในชีวิตเหมือนกัน แต่ก็ใช่ว่าจะผลักดันอย่างเดียว มันทั้งกดดัน และรู้สึกไม่ดีพอด้วย จนทำให้รู้สึกตัวเล็กมากๆ ซึ่งในทางจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า <strong>‘การเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า (Upward Social Comparison)’ </strong>นั่นเอง</p>



<p>เมื่อหมดแรงจะก้าวเดิน ก็ถามกับตัวเองว่าต้องเลื่อนไปกี่ขั้นถึงจะสำเร็จ ไหนใครๆ ก็สำเร็จกันเมื่อเดินทางนี้ จะได้ยิ้มแฉ่งมีความสุขสมปรารถนา แต่พอไปไม่ถึง ทีนี้ก็ก่นด่าตัวเองว่าต๊อกต๋อย ได้แต่นั่งเศร้าคอตกยกกระป๋องโค้กดื่มไปวันๆ ก็ไปจับเอาเรื่องราวเขามาเปรียบเทียบจนเค้าโครงของตัวเองหลุดหาย ไม่รู้ว่าความมั่นใจที่มาดมั่นก่อนหน้านั้นว่าเราก็ทำได้ เราก็เก่งเหมือนกันนะ อะไรพวกนั้นมันหายไปไหนหมด</p>



<p>พอคิดไปคิดมา</p>



<p>อ้าว! เป้าหมายนั่นมันไม่ใช่ของเรานี่นา อะไรกันเนี่ย (เกาหัวแกรกๆ)</p>



<p>หากเห็นคนอื่นบ่นอุบอิบว่าชีวิตเหนื่อยยาก เช่นว่า ตกงาน หรือหางานมาหลายเดือนแล้วเดือนนี้ก็ยังไม่ได้อีก แต่ตัวเราที่ยื่นเรซูเม่ไปเมื่อต้นเดือนโดนเรียกตัวสัมภาษณ์แล้ว ใจมันเผลอเต้นตุบตับรู้สึกตัวโตขึ้นมา แบบนี้น่ะเรียกว่า <strong>‘การเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่ประสบความสำเร็จน้อยกว่า (Downward Social Comparison)’&nbsp;</strong></p>



<p>เห็นแบบนี้แล้วก็แอบเครียด ทำไมเรา ‘เปรียบเทียบ (Social Comparison)’&nbsp; ไม่จบไม่สิ้น ก้อนขยุกขยิกพวกนั้นมันพันตัวพันใจเราเต็มไปหมดแล้ว (อ้ากกก)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187058" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-6.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>พักการเปรียบเทียบมาเติมสุขด้วยการเมตตากันหน่อย</strong></h2>



<p>“เวลามีไม่นานเท่าไหร่ โลกที่ยังหมุนไป เธอเดินทางและมีชีวิตอยู่เพื่อใคร” เปิดเพลง มีชีวิต (Alive) ของวง Plastic Plastic เพื่อเพิ่มบรรยากาศให้เราได้ย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงชีวิตกันดีกว่าว่า ‘เรามีชีวิตอยู่เพื่อใครกันนะ’</p>



<p>จริงแล้วเราก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง และยังมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองนั่นแหละ พอนานวัน จันทร์เปลี่ยน โฟกัสหลุดลอยไปที่คนอื่น อากาศเริ่มเย็นขึ้นชื้นขึ้น และเหงามากขึ้นเพราะไม่มีใครร่วมกอดคอเคียงบ่าเคียงไหล่อีกแล้ว เห็นความต่างชั้นของชีวิตตัวเองและคนอื่นมากมาย เราเลยแบกความกดดัน ซึ่งกลายมาเป็นภาระทางจิตใจ ให้เริ่มเปรียบเทียบกับคนอื่นด้วยใจน้อย แล้วก็มาทนทุกข์กับความรู้สึกไม่ดีพอที่หยิบยืมไม้บรรทัดของใครก็ไม่รู้มาวัดตัวเอง แบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ</p>



<p>ใครก็ตามที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ หากอาการเหล่านี้กระทบกับการใช้ชีวิต เราขอชวนขยับร่างกายมานั่งนิ่งๆ บนเก้าอี้เดิมที่คุ้นเคย กลับมาปลอบโยนกันด้วย <strong>‘การเมตตากรุณาต่อตนเอง (Self-Compassion)’ </strong>กัน</p>



<p>เริ่มง่ายๆ ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกยาวๆ บอกตัวเองให้ช้าลงสักนิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร หรือต่อให้จะรู้สึกว่าคนอื่นเขาเร็วกว่าเลยสำเร็จกันแล้ว เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งหยิบมาตรวัดของคนอื่นมาจำกัดตัวเองเอาไว้ เมื่อมีความคิดแบบนี้ผุดขึ้นมาก็ให้เบาใจได้เลยว่าเดี๋ยวเขาก็ผุดลง เดี๋ยวเขาก็ผ่านไป ถ้าหากฟังเสียงในหัวไม่ไหว ให้ลองหยิบกระดาษกับดินสอมาจดทุกอย่างที่เกิดขึ้นแบบไม่ต้องกังวลว่าจะเขียนผิดหรือถูก ก็แค่ระบายมันออกมา หรือว่าจะกรี๊ดจนสุดเสียง ขีดเขียนรอยหยักไม่ต่อเนื่อง ร้องไห้ให้น้ำตาท่วมหน้าก็เอาเลยเต็มที่</p>



<p>จะอย่างไหนก็ขอให้ปลดปล่อยวางมันลง ไม่ต้องพิธีรีตองว่าต้องจัดโต๊ะตระเตรียมอะไรให้พรั่งพร้อม เพราะเราไม่มีวันพร้อมจนกว่าจะลงมือทำอยู่แล้ว เหมือนที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัวว่าเราต้องการสิ่งนั้นจริงไหม อย่างในซีรีส์ We Are All Trying Here ที่พระเอกยังไม่ประสบความสำเร็จกับการเป็นผู้กำกับ แล้วกำลังโดนพี่ชายคาดคั้นถามว่านายต้องการอะไรกันแน่ อยากประสบความสำเร็จเหรอ เขาได้แต่ปฏิเสธตอบเสียงแผ่วเบาเพียงว่า “แค่ไม่ต้องกังวลก็พอแล้ว” ทำให้กลับมาคิดว่าเราอาจอยากใช้ชีวิตอย่างไม่กังวลมากมายก็ได้&nbsp; เชกเช่นกับประโยคจากหนังสือ ‘อย่าลืมว่าเรามีวันนี้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น’ ที่บอกเอาไว้ “ยิ่งสิ่งที่ต้องแบกเบาแค่ไหนก็จะยิ่งไปได้ไกลเท่านั้น จะปล่อยหรือวางลงก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างเดินไป” บางทีชีวิตก็อาจจะแค่นั้นเอง เพราะเราต่างพยายามสุดใจ เพื่อต่อสู้กับความรู้สึกไร้ค่าของตัวเอง</p>



<p>นั่นสินะ วางลงบ้างก็ได้</p>



<p>ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้าง่วงก็นอน พอวางความคิดให้มันเป็นแค่ความคิด ไม่ต้องไปผูกติดยึดมั่นเอาไว้ <strong>เดี๋ยวความเบามันก็คงจะมาเอง</strong></p>



<p>เพราะฉะนั้นก็อย่าดูถูกหรือด้อยค่าความพยายามของตัวเองกันมากมายนักเลย มาใจดีกับตัวเอง (Self Kindness) อย่างที่ชื่นชมความพยายามของคนอื่น มาเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวเอง (Common Humanity) ที่กำลังพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างในจังหวะที่ไหวอยู่ตอนนี้ จะผิดพลาดหรือเดินช้ากว่าคนอื่นก็ไม่เป็นไร และสุดท้ายก็อย่าลืมมีสติกับ</p>



<p>ปัจจุบัน (Mindfulness) เพื่อมีความหวังในวันนี้เถอะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-187060" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/4-4.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>อาจไม่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ‘เรา’ ก็น่าภูมิใจเหมือนกันนะ</strong></h2>



<p>แม้จะพักแล้วก็ยังรู้สึกไม่เต็มใจ หากแต่ว่าความพยายามอันสั่งสมมายาวนานนั้นไม่เคยได้แกะดู&nbsp;</p>



<p>เราขอชวนย้อนนึกความสำเร็จเล็กน้อยจนใหญ่โตของคุณและคุณ ตั้งแต่เก็บรองเท้าเข้าชั้น จัดกระเป๋าเรียบร้อย พับที่นอนหลังตื่น ชโลมบำรุงร่างด้วยครีมหอมฟุ้ง หรือจะนึกขอบคุณที่ตกรถเมล์แต่ก็ยังกลับถึงบ้านได้</p>



<p>อย่างเพลง I Wanna Thank Me &#8211; Meghan Trainor ก็กำลังบอกให้เราชื่นชมตัวเราเอง ให้เครดิตตัวเองที่ทำเรื่องต่างๆ “Yes, there’s so many I’d like to thank along the way but I gotta say I wanna thank me” และเหมือนคำกล่าวในหนังสือ ‘DAWN ชั่ววูบเข้าใจชีวิตเหมือนแสงที่ริมขอบฟ้า’ ที่ว่า “ปลายทางยังอีกยาวไกล แล้วเหตุใดความสำเร็จของวันนี้จึงไม่ถูกเฉลิมฉลอง ทั้งที่มันคือสิ่งประกอบสร้างเป็นตัวเธอในวันพรุ่งนี้”</p>



<p>ให้มองว่า <strong>แม้สิ่งนั้นจะเล็กน้อยแค่ไหนก็เรียกว่าสำเร็จได้เหมือนกันนะ</strong></p>



<p>ขยับมือวางโทรศัพท์ลงสักหน่อย ไม่ต้องสมบูรณ์พูนพร้อมกับโลกกว้างขนาดนั้นก็ได้ แวะชื่นชมการกระทำเล็กจิ๋วของตัวเองสักนิด ใคร่ครวญว่าเราทำสิ่งเหล่านั้นไปเพื่อใคร อยากทำด้วยความตั้งใจอย่างแท้จริงของเราไหม ขยับเป้าหมายให้ตรงใจมากที่สุด เพื่อจะได้ก้าวต่อไปด้วยจังหวะที่เหมาะสมกับตัวเองกัน</p>



<p>แม้ยากที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิด แต่ขอให้ระลึกไว้อยู่เสมอว่า <strong>คุณมาไกลกว่าที่คุณคิด เพียงแค่ผ่อนแรงชีวิตไม่ได้ทำให้สิ้นหวัง </strong>ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างหรือเป็นทุกอย่างอย่างใครคนใด เพียงแค่เป็นปัจเจกชนคนหนึ่งซึ่งดำรงอยู่ด้วยเจตจำนงเสรีที่เลือกสรรชีวิตเพื่อตัวเอง แค่นั้นก็น่าขอบคุณแล้ว</p>



<p>เราไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูกาลแห่งความผิดหวังไปตลอดกาล เชกเช่นเดียวกับฤดูฝนก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป วันเวลาจะผันเปลี่ยนเสมอ เพราะอย่างนั้นมันจะมีวันของเราให้ได้เฉลิมฉลองอย่างแน่นอน</p>



<p>ยกแขนสวมกอด ตบบ่าเบาๆ ยกยิ้มน้อยๆ ให้คนในกระจกก่อนเริ่มหรือจบวัน</p>



<p>ไม่ว่าจะดีพอสำหรับใครหรือไม่ เมื่อเราผ่านวันและคืนมาจนวันนี้ได้ ก็โคตรจะเจ๋ง!</p>



<p>ค่อยๆ บรรเลงชีวิตด้วยจังหวะของตัวเองกันนะ</p>



<p>แล้วก็อย่าลืมเติมความสุขและชมตัวเองกันด้วยล่ะ</p>



<p>คุณคนเก่ง : )</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/social-comparison/">เปรียบเทียบตัวเองกับใครเยอะแล้ว มาลิ้มชิมรสความสุขระหว่างทางด้วย ‘การเมตตากรุณาต่อตัวเอง’ กันดีกว่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทริกออกแบบการเข้า ‘ร้านหนังสือ’ ให้สนุกและเยียวยาใจได้มากกว่าที่เคย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/healing-bookstore-guide/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[bookstore]]></category>
		<category><![CDATA[abetterday]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งพักพิงทางใจ]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186859</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟ้าครึ้มเย็นวันอาทิตย์ ฝนโปรยลงมาอีกแล้ว หนังสือฤกษ์งามยามปารีส หรือในชื่อภาษาอังกฤษ A Moveable Feast เขียนโดย เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ที่วางอยู่บนชั้นกวักมือคล้ายเชื้อเชิญให้เปิดอ่านหลังจากถูกเพิกเฉยมานาน หนังสือเล่มนี้เล่าถึงช่วง 6 ปีแรกในการพยายามเป็นนักเขียนของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ มีประโยคหนึ่งที่เราชอบมากๆ คือ “บนถนนที่เย็นเยือกและเงียบเหงา ร้านของเธอเปรียบเสมือนจุดหมายเดียวที่มีแสงสว่างลอดออกมา” ประโยคเมื่อครู่ตานักเขียนเครางามแกพูดถึงร้านหนังสือ Shakespeare and Company ของ Sylvia Beach ซึ่งเป็นคนละที่กับร้านหนังสือสีเขียวริมแม่น้ำแซนของ George Whitman หรือที่เราเห็นในหนังเรื่อง Before Sunset นั่นแหละ (ข่าวว่าตาจอร์จแกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับซิลเวีย บีช) ชีวิตในช่วงนั้นเฮมิงเวย์ต้องบอกว่าแทบไม่มีเงินซื้อหนังสือ กระทั่งแม้จะซื้อข้าวกิน แต่แล้วในฤดูหนาวปีหนึ่งที่กรุงปารีส เฮมิงเวย์คนขัดสนเดินเข้าในร้านหนังสือนี้เพื่อนั่งรับไออุ่นจากเตาผิง และมีบ่อยครั้งที่ซิลเวียอนุญาตให้เฮมิงเวย์ยืมหนังสือไปอ่านก่อนได้ทั้งที่เขายังไม่มีเงินจ่ายค่าสมาชิกด้วยซ้ำ “คุณจ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณพร้อม” ซิลเวียว่าอย่างนั้น “แต่ผมต้องจ่ายตอนนี้เลยหรือเปล่า” “ไม่หรอก จ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ตามสะดวก ที่นี่คือห้องสมุดให้ยืมนะ” “ครับ” ผมตอบ “เดี๋ยวผมจะเอาเงินมาให้” “อย่าทำตัวงี่เง่าน่า” เธอพูด “คุณต้องอ่านหนังสือไม่ใช่หรือไงล่ะ” เห็นว่าไม่ใช่แค่เฮมิงเวย์ที่ลากก้นมาพักกายคลายใจที่ร้านหนังสือแห่งนี้ นักเขียนในยุค Lost [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/healing-bookstore-guide/">ทริกออกแบบการเข้า ‘ร้านหนังสือ’ ให้สนุกและเยียวยาใจได้มากกว่าที่เคย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ฟ้าครึ้มเย็นวันอาทิตย์ ฝนโปรยลงมาอีกแล้ว</p>



<p>หนังสือฤกษ์งามยามปารีส หรือในชื่อภาษาอังกฤษ A Moveable Feast เขียนโดย เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ ที่วางอยู่บนชั้นกวักมือคล้ายเชื้อเชิญให้เปิดอ่านหลังจากถูกเพิกเฉยมานาน</p>



<p>หนังสือเล่มนี้เล่าถึงช่วง 6 ปีแรกในการพยายามเป็นนักเขียนของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์</p>



<p>มีประโยคหนึ่งที่เราชอบมากๆ คือ “บนถนนที่เย็นเยือกและเงียบเหงา ร้านของเธอเปรียบเสมือนจุดหมายเดียวที่มีแสงสว่างลอดออกมา”</p>



<p>ประโยคเมื่อครู่ตานักเขียนเครางามแกพูดถึงร้านหนังสือ Shakespeare and Company ของ Sylvia Beach ซึ่งเป็นคนละที่กับร้านหนังสือสีเขียวริมแม่น้ำแซนของ George Whitman หรือที่เราเห็นในหนังเรื่อง Before Sunset นั่นแหละ (ข่าวว่าตาจอร์จแกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติให้กับซิลเวีย บีช)</p>



<p>ชีวิตในช่วงนั้นเฮมิงเวย์ต้องบอกว่าแทบไม่มีเงินซื้อหนังสือ กระทั่งแม้จะซื้อข้าวกิน</p>



<p>แต่แล้วในฤดูหนาวปีหนึ่งที่กรุงปารีส เฮมิงเวย์คนขัดสนเดินเข้าในร้านหนังสือนี้เพื่อนั่งรับไออุ่นจากเตาผิง และมีบ่อยครั้งที่ซิลเวียอนุญาตให้เฮมิงเวย์ยืมหนังสือไปอ่านก่อนได้ทั้งที่เขายังไม่มีเงินจ่ายค่าสมาชิกด้วยซ้ำ</p>



<p>“คุณจ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณพร้อม” ซิลเวียว่าอย่างนั้น</p>



<p>“แต่ผมต้องจ่ายตอนนี้เลยหรือเปล่า”</p>



<p>“ไม่หรอก จ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ตามสะดวก ที่นี่คือห้องสมุดให้ยืมนะ”</p>



<p>“ครับ” ผมตอบ “เดี๋ยวผมจะเอาเงินมาให้”</p>



<p>“อย่าทำตัวงี่เง่าน่า” เธอพูด “คุณต้องอ่านหนังสือไม่ใช่หรือไงล่ะ”</p>



<p>เห็นว่าไม่ใช่แค่เฮมิงเวย์ที่ลากก้นมาพักกายคลายใจที่ร้านหนังสือแห่งนี้ นักเขียนในยุค Lost Generation หลายคนก็มีร้านหนังสือ Shakespeare and Company ของ Sylvia Beach เป็นแหล่งพักพิงเช่นเดียวกัน</p>



<p>หากมองในเชิงพื้นที่ ร้านหนังสือเป็นที่พักพิงยามพายุโหม เป็นมาตั้งแต่ยุคกระโน้นจนถึงยุคกระนี้ นักอ่านหลายคนก็ยังเดินดุ่มเข้าร้านหนังสือที่นอกจากจะโกยหนังสือกลับไปพร้อมกันแล้วยังรับพลังดีๆ ติดตัวกลับไปด้วย</p>



<p>แม้ชีวิตประจำวันของเราจะ xหยkv[w_กด_13! แค่ไหนก็ตาม</p>



<p>ใครๆ ก็อยากมีร้านหนังสือเป็นแหล่งพักพิง คอลัมน์ a better day มีทริกเล็กๆ ที่อยากชวนคุณมาออกแบบการเข้าร้านหนังสือให้สนุกขึ้นและเยียวยาใจได้มากกว่าที่เคย เพราะเราไม่มีอากาศหนาวและเตาผิงแบบเฮมิงเวย์นี่นา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186864" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/1.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตัดขาดจากโลกตั้งแต่ประตูทางเข้า</strong></h2>



<p>มีการศึกษาที่บอกว่ามือถือนี่เปลี่ยนพฤติกรรมเราไปมาก</p>



<p>อย่างเช่นว่าเราไม่รู้ว่าเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นจะเป็นเรื่องสำคัญอย่างเรื่อง ‘งาน’ หรือเป็นเรื่องไร้สาระอย่าง ‘โปรดีบอกต่อ’ ผลที่ตามมาคือร่างกายจะกระตุ้นให้สมองหลั่งโดพามีนทำให้เราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น (ในมือถือ) จนไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้เต็มที่</p>



<p>มีผลสำรวจหนึ่งน่าสนใจมาก เขาบอกว่าหลังจากถูกขัดจังหวะด้วยการแจ้งเตือน 1 ครั้ง มนุษย์ต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 23 นาที 15 วินาที เพื่อดึงสมาธิกลับมาจดจ่อกับงานเดิมให้ได้ 100%</p>



<p>ก่อนหน้านั้นจะแวะไปซื้อของช็อปปิงอะไรมาไม่รู้ ขอให้นึกล่วงหน้าว่าถ้าอีกไม่นานนี้จะเข้าร้านหนังสือให้ปิดแจ้งเตือนหรือเปิดแอร์ Airplane Mode เพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับร้านหนังสือให้เต็มที่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186865" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Best Seller ไว้ก่อน ลองหันมองสันหนังสือกันนะ</strong></h2>



<p>หนังสือ Best Seller ไม่ได้ผิดอะไรเลย เดี๋ยวจะเข้าใจผิด เพราะอย่างน้อยหนังสือขายดีเหล่านี้ก็การันตีว่าสามารถเข้าหมู่มากได้ เพียงแต่ถ้ามองแล้วรู้สึกว่าเนื้อหาที่หนังสือเหล่านั้นกำลังพูดยังไม่ใช่เรื่องที่อยากอ่านก็แวะไปดูโซนอื่นๆ ก่อน</p>



<p>แล้วทำไมต้องมองสันหนังสือ</p>



<p>คำตอบในแง่เทคนิคก็คือ เมื่อเราเจอหนังสือในหมวดที่อยากอ่านแล้ว ควรกวาดสายตาดูทีละชื่อเรื่อง ทีละผู้เขียน มีชื่อไหน นักเขียนคนใด สะดุดตาจนอยากหยิบขึ้นมาอ่านบ้าง</p>



<p>แต่ถ้าเป็นคำตอบในแง่จิตวิทยาอาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือกับการเดินไปดูหนังสือในหมวดอื่นๆ ที่เรายังไม่เคยอ่าน ซึ่งนั่นเท่ากับการเจอโลกใบใหม่ เนื้อหาใหม่ ภาษาเขียนใหม่ และการไล่สายตาดูหนังสือช้าๆ ทีละเล่มยังช่วยให้เราจดจ่อกับชื่อเรื่องหรือชื่อผู้เขียน</p>



<p>การจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็คือการทำ Micro-meditation หรือสมาธิบำบัดชั้นดี มันช่วยดึงสติที่ฟุ้งซ่านให้กลับมานิ่งอีกครั้ง สารพัดเรื่องราวในชีวิตประจำวันก็พอจะเบาบางลงบ้างเมื่อได้โฟกัสอยู่กับหนังสือในพื้นที่เล็กๆ ตรงนี้</p>



<p>มันจะดียิ่งขึ้นถ้าอ่านหนังสือเล่มนั้นจบแล้วชอบมาก เพราะคุณค้นพบหนังสือเล่มนั้นด้วยตัวเอง<br>อันที่จริง วิธีจัดวางหนังสือในร้านของแต่ละประเทศก็สะท้อนวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน</p>



<p>ร้านหนังสือ <strong>BUNKITSU</strong> กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น ในร้านมีหนังสือกว่า 30,000 เล่ม แต่ไม่มีเล่มไหนซ้ำกันเลย หนังสือหนึ่งปก หนึ่งเล่ม จะมีเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง วิธีการจัดวางก็น่าสนใจ คือวางเป็นกองรวม คละกันไปหมดทั้งปกอ่อนปกแข็ง หนังสือภาษาญี่ปุ่น หนังสือต่างประเทศ</p>



<p>และที่สำคัญ BUNKITSU เก็บค่าเข้า 1,500 เยน หรือประมาณ 500 บาท &nbsp;ด้วยเชื่อที่ว่าช่วงเวลาในการบรรจงเลือกหนังสือนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่า เงินที่เสียไปแลกมากับสิทธิในการเลือกหนังสือ กินกาแฟกี่แก้วก็ได้ อยู่นานเท่าไรก็ได้<br><strong>Books Upstairs</strong> ร้านหนังสืออิสระ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงดับลิน ไอร์แลนด์ โด่งดังจากการทำ Blind Date with a Book คือพนักงานจะหุ้มหนังสือปกปิดตัวเล่มทั้งหมด แล้วให้ผู้อ่านไปลุ้นเอาเองว่าจะได้อ่านหนังสือเล่มไหน แต่จะมีคำโปรยสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือพนักงานในร้าน เช่น ‘จะพาคุณไปทัวร์ลอนดอนยุค 60s’ หรือ ‘เล่มนี้ทำฉันร้องไห้กลางรถไฟ’</p>



<p>กล่าวคือ หน้าปก ชื่อผู้เขียน ไม่มีส่วนในการประกอบการตัดสินใจซื้อทั้งสิ้น แต่ก็มีหลายครั้งที่พออ่านเล่มที่พนักงานแนะนำมาแล้วไม่ถูกใจ รสนิยมของพนักงานกับผู้ซื้อไม่ตรงกัน นั่นคือความเสี่ยงอย่างหนึ่งของคอนเซปต์นี้ ซึ่งผู้ซื้อน่าจะทำใจไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว<br>The Last Bookstore ร้านหนังสืออิสระที่ใหญ่ที่สุดในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา มีหนังสือมากกว่า 100,000 เล่ม ความช่างคิดของร้านนี้คือจัดเรียงหนังสีตามสี หนังสือท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ นิตยสารผู้ชาย สยองขวัญ ถ้ามีสีเดียวกันก็สามารถวางอยู่ด้วยกันได้</p>



<p>มีโซนหนึ่งของร้านที่จะมีหนังสือวางเรียงเป็นอุโมงค์ให้เดินทะลุเข้าไปได้</p>



<p>ซึ่งกลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยม ท่ามกลางความงุนงงว่า เอ แล้วถ้าอยากได้ไอ้เล่มตรงกลางจะหยิบออกมายังไง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186866" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ถามตัวเอง ตอบตัวเอง</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร อยากได้พลังแบบไหนกลับมา</strong></h2>



<p>ความรู้สึกช่วงนี้เป็นอย่างไร ต้องการพลังแบบไหน ให้หาหนังสือที่มีสิ่งนั้นมาอ่าน</p>



<p>หญิงแท้ห่างรักแต่ไม่อยากมีแฟน อยากอ่านนิยายเกย์ให้ยิ้มเมื่อยแก้มก็ไปหาหนังสือเกย์มาอ่า</p>



<p>ชีวิตราบเรียบ อยากอ่านนิยายสยองขวัญชวนขนหัวลุกก็ไปหาหนังสือฆาตกรรมมาอ่าน</p>



<p>กำลังมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน หาทางแก้ไม่ได้ก็ไปหาหนังสือแนวเวิร์กไลฟ์มาอ่าน</p>



<p>หมายความว่าให้ลองถามตัวเองก่อนว่าชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไร สุขกับเรื่องอะไร ทุกข์ตรมกับเรื่องอะไร ในเมื่อถ้าลองวิธีอื่นมาแล้วยังไม่เวิร์กหนังสือก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปลอบประโลมในสิ่งที่เราขาดได้</p>



<p>เมื่อได้หนังสือในหมวดและเรื่องที่ต้องการแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่า เอ นักเขียนคนนี้จะถูกจริตกับเราสักกี่มากน้อย ผายมือให้รู้จักกับกฎ 10 หน้า คือหมายถึงว่าเราลองเปิดอ่านหนังสือสัก 10 หน้าแล้วเช็กดูว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร</p>



<p>ใจเต้นตึกตักไหม เมื่ออ่านฉากเปิดเรื่องนิยายสืบสวนสอบสวน ออกลูกเขินหรือเปล่ากับการบรรยายคาแรกเตอร์ของพระเอกในหนังสือรักประโลมโลก</p>



<p>ช่วงเวลานี้แหละที่เราจะได้จดจ่อกับหนังสือที่เลือกเอง อยู่กับตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาคำแนะนำจากใครเลย ต่อเมื่ออ่านจบพลังที่เราอยากได้รับ เราก็จะได้รับ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186867" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>1 สัปดาห์ควรมีสักวันแวะไปร้านหนังสือ</strong></h2>



<p>แน่นอนว่าทุกวันจันทร์ เหล่ามนุษย์ทำงานต่างมุ่งหน้าสู่สถานที่ที่เรารักที่สุด, ออฟฟิศ</p>



<p>ตกเย็นเราแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง วันไหนมีนัดก็อาจจะแวะไปสถานที่อื่นๆ บ้าง เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านสุรา กระทั่งร้านนวดคอ บ่า ไหล่</p>



<p>บ้านแตกต่างจากออฟฟิศตรงที่บ้านเป็นเหมือนเซฟโซนของเรา กลับถึงห้องเมื่อไหร่ โอ ปลอดมนุษย์ ปลอดเรื่อง สบายใจเป็นบ้า</p>



<p>กับร้านหนังสือ ลองกำหนดให้มีสักวันหนึ่งของสัปดาห์ว่าต้องไปร้านหนังสือ เพื่อเข้าไปพักใจจากการทำงาน อาจจะเป็นเย็นวันศุกร์ที่ทุกคนไปจอดรถแน่นิ่งเบียดเสียดกันอยู่บนถนน ถ้าทำเป็นประจำสมองเราจะจดจำว่าพื้นที่เล็กๆ ตรงนี้คืออีกหนึ่งเซฟโซนของเรา</p>



<p>ดูเหมือนว่าชีวิตทุกวันนี้ไม่ได้มีสถานที่ปลอดภัยให้เรามากนัก เราเชื่อว่าร้านหนังสือเป็นอีกหนึ่งแหล่งพักพิงของคนเมืองได้ บางคนพูดถึงขั้นว่าร้านหนังสือหยุดเวลาได้</p>



<p>และถ้ามองไปรอบๆ เราจะเห็นคนที่กำลังเลือกซื้อหนังสือแบบเรา แต่ละคนสนใจหนังสือแตกต่างกันไป คือในบางวันที่เราอาจรู้สึกโดดเดี่ยว มองไปดูคนรอบๆ ตัวแล้วก็ทำให้รู้อย่างหนึ่งว่าเราไม่ได้เจอเรื่องแย่ๆ อยู่คนเดียว มีคนอีกมากที่ต้องการอ่านเรื่องรักประโลมโลก และมีนักเขียนเก่งๆ มากมายที่เขียนเอาไว้แล้วอย่างดี บทเรียนอะไรบางอย่างแอบซ่อนอยู่ในหนังสือแล้ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/healing-bookstore-guide/">ทริกออกแบบการเข้า ‘ร้านหนังสือ’ ให้สนุกและเยียวยาใจได้มากกว่าที่เคย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination</title>
		<link>https://adaymagazine.com/revenge-bedtime-procrastination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อารยา อุตอามาต]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[RevengeBedtimeProcrastination]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186740</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตามองนาฬิกา เวลาเดินช้าจนอยากหยิบมาเขย่าว่ามันตายหรือเปล่า ร่างกายเริ่มไหลล้าไปกองบนโต๊ะทำงาน ฝันเฟื่องถึงเวลานอนกลางวันเมื่อวัยเด็ก ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มสังเกตเห็นหลักฐานของความเหนื่อยล้าโชว์หราอยู่บนหน้า เหตุนี้เลยโดนมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สังคมเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมรุมประนามสภาพการใช้ชีวิตราวกับสวมวิญญาณพ่อคนแม่คน “เมื่อคืนไปทำอะไรมา” “บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่านอนดึก” “กลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักนอน” แม้แรงสู้จะเหลือไม่มาก แต่พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า “เมื่อคืนเราไปแก้แค้นการนอนหลับมาต่างหาก!” หนึ่ง ถอนหายใจ สอง เกาหัว สาม งง ไอนี่มันไม่มีอะไรแก้ตัวแล้วหรอ “ติดซีรีส์ก็สารภาพมาตามตรง เดี๋ยวพี่จะลดโทษให้หนึ่งขั้น” นี่เป็นสถานการณ์ที่ชาว ‘Revenge Bedtime Procrastination’ หรือที่เรียกกันว่า ‘การแก้แค้นการนอนหลับ’ คงเจอจนชิน แต่สำหรับคุณๆ คนไหนที่เพิ่งได้ยินอาจจะเป็นจำพวกประเภทหนึ่ง สอง สามด้านบน งั้นเราขอนำเสนอตัวตนของสมาคมแก้แค้นการนอนหลับให้ทุกคนรู้จักกัน ใครบอกล่ะว่าเหนื่อยแล้วต้องนอน? หลายคนเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าหากกลับจากเรียนหรือทำงานเหนื่อยๆ ในแต่ละวันก็อยากจะกระโดดจมเตียงกอดหมอนนอนฝันกันให้เต็มอิ่ม แต่สำหรับแก๊ง Revenge Bedtime Procrastination ก็กระโดดเหมือนกัน แต่เป็นกระโดดโลดเต้นทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจนรู้ตัวอีกทีฟ้าเกือบสว่าง กลุ่มก้อนของพวกที่หัวถึงหมอนแล้วทะลุเข้าฝันถึงกับเอ๊ะว่าพฤติกรรมพวกสมาคมชาวแก้แค้นการนอนหลับมันเกิดจากอะไร แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้กลายร่างเป็นมนุษย์กลางคืนกันไปได้ บันทึกการแก้แค้นของมนุษย์ค้างคาว ตัวเลขนาฬิกาที่เปลี่ยน เข็มนาฬิกาที่ขยับ เวลากลางวันเหมือนเบียดเสียดไปด้วย ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เต็มไปหมด กรอบของหน้าที่การงานมันรัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก ตารางชีวิตล้นจนไม่เหลือช่องให้กรอกเวลาว่างของตัวเอง&#160; ดังนั้นหลังฟ้ามืดก็ได้เวลาเอาคืนความเหน็ดเหนื่อยที่รุมกระทืบเรามาทั้งวันด้วยการเอาเวลานอนไปใช้ชีวิต โบยบินสู่อิสระในยามค่ำคืน&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/revenge-bedtime-procrastination/">หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตามองนาฬิกา เวลาเดินช้าจนอยากหยิบมาเขย่าว่ามันตายหรือเปล่า</p>



<p>ร่างกายเริ่มไหลล้าไปกองบนโต๊ะทำงาน ฝันเฟื่องถึงเวลานอนกลางวันเมื่อวัยเด็ก</p>



<p>ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มสังเกตเห็นหลักฐานของความเหนื่อยล้าโชว์หราอยู่บนหน้า เหตุนี้เลยโดนมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สังคมเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมรุมประนามสภาพการใช้ชีวิตราวกับสวมวิญญาณพ่อคนแม่คน</p>



<p>“เมื่อคืนไปทำอะไรมา”</p>



<p>“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่านอนดึก”</p>



<p>“กลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักนอน”</p>



<p>แม้แรงสู้จะเหลือไม่มาก แต่พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า “เมื่อคืนเราไปแก้แค้นการนอนหลับมาต่างหาก!”</p>



<p>หนึ่ง ถอนหายใจ</p>



<p>สอง เกาหัว</p>



<p>สาม งง ไอนี่มันไม่มีอะไรแก้ตัวแล้วหรอ “ติดซีรีส์ก็สารภาพมาตามตรง เดี๋ยวพี่จะลดโทษให้หนึ่งขั้น”</p>



<p>นี่เป็นสถานการณ์ที่ชาว ‘Revenge Bedtime Procrastination’ หรือที่เรียกกันว่า ‘การแก้แค้นการนอนหลับ’ คงเจอจนชิน แต่สำหรับคุณๆ คนไหนที่เพิ่งได้ยินอาจจะเป็นจำพวกประเภทหนึ่ง สอง สามด้านบน งั้นเราขอนำเสนอตัวตนของสมาคมแก้แค้นการนอนหลับให้ทุกคนรู้จักกัน</p>



<p>ใครบอกล่ะว่าเหนื่อยแล้วต้องนอน? หลายคนเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าหากกลับจากเรียนหรือทำงานเหนื่อยๆ ในแต่ละวันก็อยากจะกระโดดจมเตียงกอดหมอนนอนฝันกันให้เต็มอิ่ม แต่สำหรับแก๊ง Revenge Bedtime Procrastination ก็กระโดดเหมือนกัน แต่เป็นกระโดดโลดเต้นทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจนรู้ตัวอีกทีฟ้าเกือบสว่าง</p>



<p>กลุ่มก้อนของพวกที่หัวถึงหมอนแล้วทะลุเข้าฝันถึงกับเอ๊ะว่าพฤติกรรมพวกสมาคมชาวแก้แค้นการนอนหลับมันเกิดจากอะไร แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้กลายร่างเป็นมนุษย์กลางคืนกันไปได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186746" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/2.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>บันทึกการแก้แค้นของมนุษย์ค้างคาว</strong></h2>



<p>ตัวเลขนาฬิกาที่เปลี่ยน เข็มนาฬิกาที่ขยับ เวลากลางวันเหมือนเบียดเสียดไปด้วย ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เต็มไปหมด กรอบของหน้าที่การงานมันรัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก ตารางชีวิตล้นจนไม่เหลือช่องให้กรอกเวลาว่างของตัวเอง&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นหลังฟ้ามืดก็ได้เวลาเอาคืนความเหน็ดเหนื่อยที่รุมกระทืบเรามาทั้งวันด้วยการเอาเวลานอนไปใช้ชีวิต โบยบินสู่อิสระในยามค่ำคืน&nbsp; โลดแล่นไร้กังวลไม่มีคำว่าเสียดายเวลาเพราะการอดหลับอดนอนกลับกลายเป็นกำไรไว้ให้รางวัลตัวเองไปซะแล้ว</p>



<p>“อยากให้กลางคืนมีเวลา 48 ชั่วโมง” คำพูดตัวอย่างของบุคคลที่อาจเข้าข่าย ‘Revenge Bedtime Procrastination’ บุคคลประเภทที่ขอแลกเวลาพักผ่อนและสุขภาพกับการที่ตัวเองจะได้มีเวลาทำในสิ่งที่อยากเพิ่มขึ้นเช่น ดูซีรีส์ ไถโซเชียล หรือแม้กระทั่งถูบ้าน ขอแค่เป็นสิ่งที่ต้องการก็พร้อมแลกแบบไม่สนไม่แคร์ว่าพรุ่งนี้จะสัปปะหงกบนโต๊ะทำงานหรือเปล่า หากถูกถามเข้าจริงคงได้คำตอบพร้อมท่ายักไหล่ว่า “ให้มันเป็นปัญหาของวันพรุ่งนี้แทนแล้วกัน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186747" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/3.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ถึงตาร่างกายเอาคืน</strong></h2>



<p>บิลย้อนหลังถูกส่งตรงมาจากร่างกายราคาที่ต้องจ่ายสุดแสนจะ overprice หลายคนอาจจะแอบเยาะเย้ยในใจพร้อมเหน็บห้อยท้ายว่าสมควร เชื่อว่าเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการนอนไม่เพียงพอต้องมีปัญหาสุขภาพตามมารบกวนเป็นขบวนแน่นอน แต่สมาคมแก้แค้นการนอนหลับก็พร้อมพลีกายสมยอมแต่โดยดี</p>



<p>ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอยากจับตัวคนประเภทนี้มามัดรวมกันแล้วเขย่าให้กลายเป็นเซียมซี เพราะพฤติกรรมนี้ไม่ควรอย่างรุนแรง การล้างแค้นมีราคาที่ต้องจ่าย เช่น ‘ภาวะนอนหลับไม่เต็มอิ่ม (Insufficient Sleep)’ ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพลดลง จนอาจทวีคูณไปสู่ ‘โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)’ ได้ด้วยในภายหลัง ยังไม่รวมโรคต่างๆ ที่อาจจะเดินขบวนตามมาในไม่ช้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186749" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/5.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>วิธีสมานฉันท์</strong></h2>



<p>แล้วจะทำยังไงให้ร่างกายและจิตใจปรองดองกัน การคับแค้นอาจต้องเริ่มจากการปล่อยวาง พฤติกรรมการนำเวลานอนมาใช้ชีวิตสืบเนื่องจากช่วงเวลาที่เราควรได้ใช้ชีวิตถูกกดดันและตีกรอบมากเกินไป ดังนั้นเราจึงขอนำทฤษฎีโครงการคนละครึ่งมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน หารครึ่งด้วยการใช้ชีวิตเดินอยู่บนกรอบไม่ออกนอก แต่ก็ไม่ถูกขัง มองปัญหาให้ทะลุปรุโปร่งไม่ต้องแบกรับความเครียดแบบเต็มกำลังแต่อาจหารแบ่งรับทีละครึ่งในแต่ละวันแทน</p>



<p>หากิจกรรมทำในช่วงเวลาอื่นที่ว่างเพื่อตอบโจทย์ปัญหาขาดแคลนใช้ชีวิตส่วนตัว วันไหนหยุด ช่วงไหนว่าง รีบทำสิ่งที่ต้องการให้หนำใจเพื่อให้วันที่เราต้องออกไปทำงานไม่มานั่งเสียดายหรือโหยหาในสิ่งที่อยากทำ อาจไม่สามารถทดแทนได้เต็มร้อยแต่ถือว่าเป็นทริกที่คอยดัดพฤติกรรมให้เข้ารูปเข้าร่างมากขึ้น<br>การเลือกความสุขมาก่อนแต่เลือกผลักการนอนไปอยู่ท้ายแถว วิธีปรับพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วต้องเริ่มจากตัวเราเองเป็นหลัก เริ่มจากปรับแนวคิดและเห็นคุณค่าของสุขภาพตัวเองให้มากขึ้นจะรู้สึกว่าการแก้แค้นครั้งนี้ไม่สมศักดิ์ศรีเอาซะเลยเพราะหากสังเกตดีๆ จะรู้ว่าคู่อริในสมการนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลยแต่คือ ‘ตัวเราเอง’</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/revenge-bedtime-procrastination/">หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยปรากฏการณ์ Rosy Retrospection นึกถึงอดีตในแง่บวก แม้ปัจจุบันชีวิตโคตรจะบัดซบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/rosy-retrospection/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Apr 2026 12:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<category><![CDATA[RosyRetrospection]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ความทรงจำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186606</guid>

					<description><![CDATA[<p>จริงๆ ตอนนั้นก็ดีนะ เย็นย่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะรถติดอยู่บนท้องถนนท่ามกลางรถยนต์นับร้อยพันที่กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองกรุงหลังวันหยุดยาวในวาระสงกรานต์ เราเปิดเพลงคลอ แอร์เย็นวาบผิว หันไปดูรถบางคันยังมีคราบแป้งติด นึกถึงวันพรุ่งนี้ โอย มีประชุม มีงานต้องส่ง จิตใจมันช่างห่อเหี่ยวเสียจริง “ตอนไปเล่นน้ำสงกรานต์กับมิตรเก่า ดีจัง” “ตอนนอนเปลอ่านหนังสืออยู่ข้างบ้านแล้วเผลอหลับไป ดีจัง” “ตอนไปเที่ยวพัทยากับเพื่อนมัธยม แล้วกินอะไรอร่อยๆ ดีจัง” ชั่วขณะที่กำลังออกลูกเซ็งกับวันพรุ่งนี้ แวบนึงเลยเผลอนึกไปถึงวันเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้ว เดือนที่แล้ว หรือหลายปีมาแล้ว อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด หากลองมองผ่านเลนส์ในเชิงจิตวิทยา มีคำเรียกว่ามันคือ Rosy Retrospection หรือปรากฏการณ์มองอดีตในแง่ดี พูดง่ายๆ คือเรามักเลือกเก็บแต่ความทรงจำที่ดีและมีคุณค่า จนเราเผลอประเมินเหตุการณ์ในวันวานว่าวิเศษสุดๆ ทั้งที่ในความเป็นจริง มันอาจเป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น นั่นชวนให้นึกถึงสำนวนที่ฝรั่งมักพูดกันคือ rose-colored glasses สำนวนนี้ถ้าถูกใส่ไปในประโยคจะมีความหมายทำนองว่าเราสวมแว่นสีชมพูมองโลก คือเป็นการเปรียบเปรยว่ามองอะไรก็ดูสดใส เห็นแต่ด้านดี ด้านบวกไปเสียหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจะมีเรื่องราวแย่ๆ เจือปนอยู่บ้างก็ตาม ทำไมเราถึงรู้สึกดีเวลามองย้อนวันเก่าๆ ถึงขั้นกลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจในวันที่เราอ่อนแอเป็นพิเศษได้ เพิ่งผ่านพ้นวันหยุดยาวมาหมาดๆ หลายคนอาจกำลังเจอสภาวะทำนองนี้อยู่ ตามไปดูเบื้องหลังของปรากฏการณ์นี้กัน กรองความทุกข์ เพิ่มความสุข หลายพันปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rosy-retrospection/">ว่าด้วยปรากฏการณ์ Rosy Retrospection นึกถึงอดีตในแง่บวก แม้ปัจจุบันชีวิตโคตรจะบัดซบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จริงๆ ตอนนั้นก็ดีนะ</strong></h2>



<p>เย็นย่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะรถติดอยู่บนท้องถนนท่ามกลางรถยนต์นับร้อยพันที่กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองกรุงหลังวันหยุดยาวในวาระสงกรานต์ เราเปิดเพลงคลอ แอร์เย็นวาบผิว หันไปดูรถบางคันยังมีคราบแป้งติด นึกถึงวันพรุ่งนี้ โอย มีประชุม มีงานต้องส่ง จิตใจมันช่างห่อเหี่ยวเสียจริง</p>



<p>“ตอนไปเล่นน้ำสงกรานต์กับมิตรเก่า ดีจัง”</p>



<p>“ตอนนอนเปลอ่านหนังสืออยู่ข้างบ้านแล้วเผลอหลับไป ดีจัง”</p>



<p>“ตอนไปเที่ยวพัทยากับเพื่อนมัธยม แล้วกินอะไรอร่อยๆ ดีจัง”</p>



<p>ชั่วขณะที่กำลังออกลูกเซ็งกับวันพรุ่งนี้ แวบนึงเลยเผลอนึกไปถึงวันเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้ว เดือนที่แล้ว หรือหลายปีมาแล้ว อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด</p>



<p>หากลองมองผ่านเลนส์ในเชิงจิตวิทยา มีคำเรียกว่ามันคือ Rosy Retrospection หรือปรากฏการณ์มองอดีตในแง่ดี พูดง่ายๆ คือเรามักเลือกเก็บแต่ความทรงจำที่ดีและมีคุณค่า จนเราเผลอประเมินเหตุการณ์ในวันวานว่าวิเศษสุดๆ ทั้งที่ในความเป็นจริง มันอาจเป็นแค่วันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น</p>



<p>นั่นชวนให้นึกถึงสำนวนที่ฝรั่งมักพูดกันคือ rose-colored glasses สำนวนนี้ถ้าถูกใส่ไปในประโยคจะมีความหมายทำนองว่าเราสวมแว่นสีชมพูมองโลก คือเป็นการเปรียบเปรยว่ามองอะไรก็ดูสดใส เห็นแต่ด้านดี ด้านบวกไปเสียหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจะมีเรื่องราวแย่ๆ เจือปนอยู่บ้างก็ตาม</p>



<p>ทำไมเราถึงรู้สึกดีเวลามองย้อนวันเก่าๆ ถึงขั้นกลายเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจในวันที่เราอ่อนแอเป็นพิเศษได้ เพิ่งผ่านพ้นวันหยุดยาวมาหมาดๆ หลายคนอาจกำลังเจอสภาวะทำนองนี้อยู่ ตามไปดูเบื้องหลังของปรากฏการณ์นี้กัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-186621" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-768x768.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-600x600.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/1.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>กรองความทุกข์ เพิ่มความสุข</strong></h2>



<p>หลายพันปีที่ผ่านมา มนุษย์วิวัฒนาการมาให้จดจำประสบการณ์เชิงลบได้ชัดเจนกว่าประสบการณ์เชิงบวก</p>



<p>สมัยเรายังพูดว่า อุ๊บะ อุ๊บะ วิถีดั้งเดิมของมนุษย์คือการเอาชีวิตรอด นั่นหมายถึงต้องใส่ใจกับทุกสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น เสียงปริศนาในพุ่มไม้ ซึ่งอาจเป็นสัตว์ร้ายที่ซุ่มโจมตีเราถึงตายได้ เราจะไม่จำเสียงน้ำไหล หรือนกร้อง</p>



<p>สำหรับคนยุคนี้ ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบถือเป็นภัยคุกคามไม่ต่างจากสัตว์ร้าย นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงเวลาที่ยมสุดๆ เรามักคิดถึงเรื่องราวในอดีต (แต่ด้านที่ดี)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-186623" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-768x767.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-600x599.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/2.jpeg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ยิ่งปัจจุบันแย่ อดีตยิ่งดูดี</strong></h2>



<p>สัปดาห์ไหนว่างๆ งานไม่เยอะ ไม่เคยคิดถึงวันหยุด แต่เมื่อสัปดาห์นรกเมื่อไหร่ โอยย เมื่อไหร่จะถึงวันหยุดสักที ไอ้ปรากฏการณ์ Rosy Retrospection มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ระดับความเครียดในปัจจุบันมีสูง แหม แค่ได้นั่งอ่านหนังสือ ฟังเสียงลมพัดก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว ทั้งที่ตอนนั้นเบื่อจะแย่</p>



<p>จุดที่น่าคิด คือเมื่อเกิดภาวะนี้ เราควรตั้งคำถามต่อไปว่าทำไมถึงเครียดกับงาน งานไม่เสร็จ งานยังไม่ถูกใจเจ้านาย หรือแค่เบื่อการทำงานเฉยๆ ถ้าหาต้นตอว่าทำไมถึงเครียดเจอ ขั้นตอนถัดมาอาจเป็นการค่อยๆ สะสางไปทีละเรื่อง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-186624" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-768x767.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-600x599.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/3.jpeg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เราคือพระเอกในเรื่องที่ตัวเองเล่า</strong></h2>



<p>มีการอธิบายว่าสาเหตุที่สมองเลือกจำแต่ประสบการณ์ดีๆ ในอดีต เพราะมนุษย์มีแนวโน้มที่จะสร้างเรื่องเล่าขึ้นมา เพื่อประคับประคอง self-esteem ของตัวเองเอาไว้ ช่วงสงกรานต์ที่เรากลับบ้าน มีช่วงหนึ่งขี่มอเตอร์ไซค์ตากแดดออกไปแขนขาดำ นั่นเราไม่จำ เราจำแค่ว่าเราเล่นน้ำสนุกกับมิตรเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน<br><br>ต่อเมื่อปัจจุบันที่เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก สมองจะไปค้นหาความทรงจำดีๆ ในลิ้นชักออกมา เพื่อย้ำเตือนว่า เฮ้ย จริงๆ เอ็งมีชีวิตที่ดีนะ เอ็งเคยเป็นคนที่มีความสุขขนาดนั้นเชียวนะ อย่างน้อยไม่ให้แหลกเหลวไปกับความระยำตำบอนในปัจจุบันมากเกินไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1081" height="1080" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1024x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-186625" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1024x1024.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-300x300.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-150x150.jpeg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-768x767.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-600x599.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-48x48.jpeg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4-96x96.jpeg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/4.jpeg 1081w" sizes="(max-width: 1081px) 100vw, 1081px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>คอร์ติซอล vs โดพามีน ศึกฮอร์โมนวันว้าวุ่น</strong></h2>



<p>ถ้าพูดให้จริงจังขึ้น สาเหตุที่เรารู้สึกแบบนั้นแบบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของฮอร์โมน เมื่อเครียดใกล้จะบ้าแล้ว คอร์ติซอลจะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง คล้ายเป็นสัญญาณให้เตรียมรับมือต่อภัยคุกคามที่กำลังมาถึง เราอาจตื่นตัว หัวใจเต้นเร็ว</p>



<p>เมื่อเครียดใกล้จะบ้าแล้ว กลไกป้องกันตัวเองก็ชวนให้เรานึกถึงประสบการณ์ดีๆ ที่ผ่านมา ถึงตอนนั้น ฮอร์โมนอีกตัวจะทำงานทันที นั่นคือ โดพามีน อะไรดีๆ เรียงคิวกันมาหมด กับข้าวที่แม่ทำมันก็อร่อยเนอะ ได้ขับรถออกไปหาอะไรกินกับแม่กับน้องนี่ดีจัง</p>



<p>ในที่สุดแล้ว คนอาจจะมองปรากฏการณ์ Rosy Retrospection ว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน อาจถึงขั้นเพ้อเจ้อ ไม่อยู่กับปัจจุบัน แต่งานวิจัยหลายชิ้นพิสูจน์มาแล้วว่า เมื่อถึงคราวที่มนุษย์สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ต้องไปเจอหรือทำในวันถัดไป สมองจะนึกถึงประสบการณ์ดีๆ ขึ้นมาทันที</p>



<p>เพราะอย่างที่บอก ยิ่งปัจจุบันแย่ เรื่องธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตก็ดูดีขึ้นมาได้ โดยเฉพาะบรรดาโมเมนต์ที่สุดแสนจะธรรมดาที่เราไม่ทันนึกถึง บอกเลยว่าดาเมจหนักมาก<br><br>การมองเรื่องราวดีๆ ที่ผ่านไปแล้วเป็นเรื่องที่ทำได้ เพียงแต่อย่าลืมว่าชีวิตไปข้างหน้าเสมอ การเผชิญหน้ากับวันพรุ่งนี้อาจเป็นเรื่องกล้าหาญที่สุดที่เราอาจทำได้ในฐานะมนุษย์ก็ได้&nbsp;</p>



<p>หมดวันหยุดแล้ว ยินดีต้อนรับกลับสู่โลกการทำงานที่เรารัก (ไม่ได้กัดฟันพูดเลยยยยยย)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/rosy-retrospection/">ว่าด้วยปรากฏการณ์ Rosy Retrospection นึกถึงอดีตในแง่บวก แม้ปัจจุบันชีวิตโคตรจะบัดซบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Hund Haus คอมมิวนิตีของเจ้าสี่ขาที่เชื่อว่าความสุขของหมาต้องมาก่อนเสมอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/hund-haus-dog-club/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[pet]]></category>
		<category><![CDATA[HundHaus]]></category>
		<category><![CDATA[DogSocialClub]]></category>
		<category><![CDATA[มินนี่ณัฐนิชสมิตชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186551</guid>

					<description><![CDATA[<p>Welcome, everypawdy!&#160; หางเล็กๆ ส่ายสะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าวิ่งวนบนสนามหญ้า กระโดดว่ายน้ำป๋อมแป๋ม ภาพตรงหน้าแสดงออกถึงความสนุกและความสุขของเจ้าสี่ขาอย่างแท้จริง เมื่อหมามีความสุข เจ้าของก็มีความสุข ทุกวันนี้บรรดาคนรักน้องหมาพยายามดูแลเอาใส่ใจหมาที่พวกเขาเลี้ยงเยี่ยงลูกคนหนึ่ง จึงเกิดธุรกิจเพื่อน้องหมารูปแบบใหม่ๆ มากมายที่ดูยังไงก็สะดวกสบายไม่ต่างจากคน จนเรียกได้ว่าสวรรค์บนดินของเจ้าสี่ขาเลยทีเดียว&#160; ท่ามกลางอากาศร้อนของบ่ายวันหนึ่ง เราเดินทางมาถึง ‘Hund Haus’ พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ของเจ้าสี่ขาที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองย่านเอกมัย-พระราม 9 มีน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์กับคุณพ่อคุณแม่หมาที่แวะเวียนมาเยือนไม่ขาดสาย พอได้มานั่งสนทนาอยู่กลางสวนก็เข้าใจได้ว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ พื้นที่แห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ ‘มินนี่-ณัฐนิช สมิตชาติ’ เจ้าของผู้เติบโตมากับน้องหมาที่บ้าน 15 ตัว ด้วยความรักและความผูกพันเธอจึงไม่ได้อยากแค่สร้างพื้นที่ให้หมาเข้าได้เท่านั้น แต่ต้องสร้างขึ้นมาเพื่อหมาโดยเฉพาะ ด้วยคอนเซปต์ Dog First, Always &#160;ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่ที่นี่หมาใหญ่สุด หากมองย้อนกลับมาที่ไทยในปัจจุบัน แม้เทรนด์สัตว์เลี้ยงจะบูมมากขึ้นในทุกๆ วัน แต่พื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัด หรือ Dog Park บางแห่งก็เป็นแค่สนามหญ้าธรรมดา และยังขาดรายละเอียดเรื่องจิตวิทยาสุนัข แต่ที่นี่ทุกอย่างถูกออกแบบโดยเอาใจน้องหมาเป็นหลัก&#160;&#160; เธอจึงอยากสร้าง Dog Social Club เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของน้องหมามากที่สุด ตั้งแต่การเลือกสตาฟที่ต้องรักหมาจริงๆ การสร้างโซน Introvert Dog สำหรับหมาขี้อาย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hund-haus-dog-club/">Hund Haus คอมมิวนิตีของเจ้าสี่ขาที่เชื่อว่าความสุขของหมาต้องมาก่อนเสมอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>Welcome, everypawdy!&nbsp;</p>



<p>หางเล็กๆ ส่ายสะบัดไปมาอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าวิ่งวนบนสนามหญ้า กระโดดว่ายน้ำป๋อมแป๋ม ภาพตรงหน้าแสดงออกถึงความสนุกและความสุขของเจ้าสี่ขาอย่างแท้จริง</p>



<p>เมื่อหมามีความสุข เจ้าของก็มีความสุข ทุกวันนี้บรรดาคนรักน้องหมาพยายามดูแลเอาใส่ใจหมาที่พวกเขาเลี้ยงเยี่ยงลูกคนหนึ่ง จึงเกิดธุรกิจเพื่อน้องหมารูปแบบใหม่ๆ มากมายที่ดูยังไงก็สะดวกสบายไม่ต่างจากคน จนเรียกได้ว่าสวรรค์บนดินของเจ้าสี่ขาเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<p>ท่ามกลางอากาศร้อนของบ่ายวันหนึ่ง เราเดินทางมาถึง ‘Hund Haus’ พื้นที่สีเขียวแห่งใหม่ของเจ้าสี่ขาที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองย่านเอกมัย-พระราม 9 มีน้องหมาหลากหลายสายพันธุ์กับคุณพ่อคุณแม่หมาที่แวะเวียนมาเยือนไม่ขาดสาย พอได้มานั่งสนทนาอยู่กลางสวนก็เข้าใจได้ว่าทำไมต้องเป็นที่นี่</p>



<p>พื้นที่แห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของ ‘มินนี่-ณัฐนิช สมิตชาติ’ เจ้าของผู้เติบโตมากับน้องหมาที่บ้าน 15 ตัว ด้วยความรักและความผูกพันเธอจึงไม่ได้อยากแค่สร้างพื้นที่ให้หมาเข้าได้เท่านั้น แต่ต้องสร้างขึ้นมาเพื่อหมาโดยเฉพาะ ด้วยคอนเซปต์ Dog First, Always<strong> </strong>&nbsp;ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่ที่นี่หมาใหญ่สุด</p>



<p>หากมองย้อนกลับมาที่ไทยในปัจจุบัน แม้เทรนด์สัตว์เลี้ยงจะบูมมากขึ้นในทุกๆ วัน แต่พื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัด หรือ Dog Park บางแห่งก็เป็นแค่สนามหญ้าธรรมดา และยังขาดรายละเอียดเรื่องจิตวิทยาสุนัข แต่ที่นี่ทุกอย่างถูกออกแบบโดยเอาใจน้องหมาเป็นหลัก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เธอจึงอยากสร้าง Dog Social Club เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของน้องหมามากที่สุด ตั้งแต่การเลือกสตาฟที่ต้องรักหมาจริงๆ การสร้างโซน Introvert Dog สำหรับหมาขี้อาย ไปจนถึงการมี Dog Behaviorist คอยดูแลน้องหมาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พวกเขาเอ็นจอยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ เรียกได้ว่าบริการทุกระดับ หมาประทับใจ&nbsp;</p>



<p>เบื้องหลังการออกแบบเพื่อเจ้าสี่ขาขนฟูแห่งนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เราไปฟังคำตอบพร้อมๆ กัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186552" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/01-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เพราะพวกเขาคือคนในครอบครัว&nbsp;</strong></p>



<p>หากจะเล่าถึงความผูกพันระหว่างมินนี่กับเจ้าสี่ขา คงต้องเริ่มจากการที่เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีเลี้ยงหมามาตลอดตั้งแต่จำความได้&nbsp;</p>



<p>“จำได้ว่าในครอบครัวไม่มีช่วงเวลาไหนที่ไม่มีน้องหมาเลย คุณแม่คุณพ่อเลี้ยงหมามาตลอด ที่บ้านเคยเลี้ยงหมามาประมาณ 15 ตัว การที่เราได้คลุกคลีอยู่กับน้องหมาหลายๆ ตัว มันก็ทำให้เรากลายเป็นคนที่รักและผูกพันกับหมามาตั้งแต่เด็ก&nbsp;</p>



<p>“การเลี้ยงหมาทำให้เรากลายเป็นคนเซนซิทิฟมากๆ ถ้ามีหนังเกี่ยวกับหมา เราจะไม่ดูเลย เพราะรู้ว่าต้องร้องไห้แน่ๆ (หัวเราะ) เราเห็นคุณพ่อคุณแม่ดูแลพวกเขาตั้งแต่เด็กจนโต มันยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าน้องหมาไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่พวกเขาคือคนในครอบครัวจริงๆ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186553" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/02-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>จนกระทั่งมินนี่เดินทางไปเรียนต่อที่ซานฟรานซิสโก เธอจึงตัดสินใจเลี้ยงซุส น้องหมาของตัวเองเป็นครั้งแรก บวกกับการได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคอมมิวนิตีคนเลี้ยงหมาที่เปิดกว้าง ทำให้เธอเริ่มเห็นภาพความแตกต่างของคำว่า Dog Friendly ระหว่างไทยกับต่างประเทศอย่างชัดเจน</p>



<p>“เรารู้สึกว่าที่นั่นทุกอย่างมันเปิดมาก แค่เดินไปตาม Public Park ก็จะเห็นน้องหมาออกมาเล่นกันเต็มไปหมด เราสามารถพาหมาไปไหนก็ได้ แทบจะทุกเวลาเลยก็ว่าได้</p>



<p>“คนที่เลี้ยงน้องหมาก็ค่อนข้าง Friendly ทุกคนมีความรู้เรื่องการ Socialize มากๆ เขาเข้าใจธรรมชาติและบทบาทของน้องหมาอย่างดี ทำให้การอยู่ร่วมกันมันง่ายขึ้น ความ Dog Friendly ของซานฟรานซิสโก มันไปไกลถึงขั้นที่เราสามารถพาหมาเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเข้าร้านอาหารได้เลย โดยที่ไม่ต้องคอยโทรถามหรือเช็กก่อนตลอดเวลา”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="684" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186554" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/03-5.jpg 801w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /></figure></div>


<p>เราเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูก (หมา) ของตัวเองมีเพื่อน อยากให้เขาได้วิ่งเล่นอย่างมีความสุข แต่ในความเป็นจริง การเข้าสังคมของน้องหมาไม่ใช่แค่ปล่อยให้ไปเจอใครก็ได้ และเมืองไทยเองก็ยังมีพื้นที่ไม่มากนักที่ถูกออกแบบโดยคิดจากมุมของน้องหมาจริงๆ&nbsp;</p>



<p>&nbsp;“น้องหมาที่เราเลี้ยงเองจริงๆ มีสองตัวคือซุสกับอะธีนา แต่ตัวที่ทำให้เกิด Hund Haus ขึ้นมาคือซุส เราได้เลี้ยงเขาตอนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกาฯ การมีซุสทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ เพราะก่อนหน้านั้นเราไม่เคยเลี้ยงหมาเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ซุสทำให้เราเข้าใจจริงๆ ว่าน้องหมาต้องการอะไร และการใช้ชีวิตของเขาเป็นยังไง</p>



<p>“การมีซุสเข้ามาในชีวิต เรามีความสุขขึ้นเยอะมาก ด้วยความที่เราอยู่อะพาร์ตเมนต์คนเดียวก็จะเหงา การมีซุสเข้ามาก็เติมเต็มชีวิตเราได้เยอะ จากเมื่อก่อนเวลาว่างก็นอนเล่น หลังจากมีซุสก็เปลี่ยนเป็นพาเขาไปเดินเล่น ได้สำรวจเมืองมากขึ้น และน้องหมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างมีตารางเวลาเป๊ะๆ อย่างเช่น หกโมงเช้าตื่นมาปลุก ถึงเวลาต้องพาไปเดินแล้วนะ การมีเขาก็ทำให้เรามีระเบียบวินัยมากขึ้นด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="684" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186555" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/04-4.jpg 801w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /></figure></div>


<p>“ช่วงแรกเรายังไม่ได้คิดเรื่องธุรกิจแบบจริงจังร้อยเปอร์เซ็นต์ขนาดนั้น แต่ด้วยความที่ซุสเขาเป็นหมาพลังงานเยอะ ต้องวิ่ง ต้องเล่นตลอดเวลา แต่พอกลับมาอยู่ไทย เราอยู่คอนโด ถึงจะมีพื้นที่ข้างล่างก็จริง แต่ก็ต้องใช้สายจูงตลอด แล้วสเปซมันก็ไม่พอให้เขาได้ปล่อยพลังจริงๆ มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า ในไทยควรจะมีพื้นที่ที่ทำขึ้นมาเพื่อน้องหมาจริงๆ เป็นพื้นที่ที่เขาได้วิ่ง ได้เล่น ได้เป็นตัวเองแบบเต็มที่”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186556" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/05-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>Dog First, Always&nbsp;</strong></p>



<p>วันหนึ่งเธอขับรถผ่านสวนสนามหญ้าพื้นที่กว่า 1 ไร่ ใจกลางเมืองย่านเอกมัย-พระราม 9 และบังเอิญว่าขึ้นป้ายให้เช่าพอดี คิดว่าถ้าเจ้าสี่ขาได้มาวิ่งเล่นในพื้นที่กว้างแบบนี้คงจะมีความสุขไม่น้อย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Hund Haus ที่มาจากภาษาเยอรมัน แปลว่า บ้านของหมา</p>



<p>“คอนเซปต์ของเราคือ Dog First, Always เราทำทุกอย่างโดยมีน้องหมาเป็นศูนย์กลาง อยากให้เขามีความสุขในพื้นที่แห่งนี้ นี่คือ Goal ที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก</p>



<p>“เราอยากได้พื้นที่ที่ต้องกว้างพอ เข้าถึงง่าย และยังอยู่ในเมือง ตอนแรกเราไม่เคยเห็นที่ตรงนี้เลย ทั้งที่มันอยู่ใกล้บ้านเรามาก จนกระทั่งวันหนึ่งขับรถผ่าน เห็นว่าขึ้นป้ายให้เช่า เรารู้สึกถูกโฉลกกับพื้นที่ตรงนี้ทันที และมันก็มีสเปซมากพอจะทำ Dog Park อย่างที่เราคิดไว้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186557" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/06-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เบื้องหลังการออกแบบแต่ละโซนมีโจทย์อยู่สองอย่างคือน้องหมาต้องมีความสุขและสวนต้องใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใหญ่ได้&nbsp;</p>



<p>พื้นที่แต่ละโซนจึงถูกออกแบบให้ต่อเนื่องกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งสระว่ายน้ำที่เปิดโล่งให้น้องหมาเอ็นจอยได้โดยไม่มีรั้วกั้น ไปจนถึงโซน Self-wash ที่ตั้งใจให้การอาบน้ำเป็นช่วงเวลา bonding ระหว่างเจ้าของกับน้องหมา คาเฟ่ในร่มที่แม้ตอนแรกจะถูกวางให้แยกออกจากสวน แต่สุดท้ายทีมเลือกเปิดพื้นที่ทั้งหมดให้เชื่อมถึงกัน เพื่อให้หมาใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่&nbsp;</p>



<p>“เราให้โจทย์ทีมดีไซน์ตั้งแต่แรกเลยว่า สวนต้องใหญ่ที่สุดเท่าที่จะใหญ่ได้ เพราะนี่คือเหตุผลหลักของการเกิด Hund Haus เพราะเราอยากให้น้องหมาได้วิ่ง ได้ปล่อยพลังอย่างเต็มที่ โซนสระว่ายน้ำเราอยากให้มันเป็นพื้นที่ที่น้องหมาเอ็นจอยได้เลย<em> </em>โดยไม่ต้องมีรั้วกั้น สระว่ายน้ำจึงถูกวางไว้ให้เชื่อมต่อกับสนาม เหมือนเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ไหลต่อกันได้ตามธรรมชาติ อยากวิ่งก็วิ่ง อยากลงน้ำก็ลงได้ทันที ส่วน Self-wash โซนนี้อาจจะใหม่หน่อยสำหรับหลายคน แต่เราตั้งใจให้การอาบน้ำ เป็นช่วงเวลาของการ bonding ระหว่างพ่อแม่กับน้องๆ เราเปิดให้ใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186558" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/07-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“ส่วนโซนคาเฟ่ในร่ม<strong> </strong>ตอนแรกทีมก็พยายามจะกั้นโซนคาเฟ่ออกจากสวน แต่เรารู้สึกว่าที่นี่มันคือพื้นที่ของหมา สุดท้ายจึงเลือกไม่แบ่ง ปล่อยให้สเปซไหลต่อกันทั้งหมด เราอยากให้มีพื้นที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หมาจะเดินไปตรงไหนก็ได้ สิ่งเดียวที่ถูกกั้นจริงๆ คือรั้วรอบนอก เพื่อความปลอดภัยไม่ให้น้องหมาหลุดออกไปแค่นั้น นี่คือโจทย์ของเราตั้งแต่วันแรก”<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186559" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/08-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186560" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/09-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เจ้าสี่ขาก็มีบุคลิกหลากหลายไม่ต่างจากคน&nbsp;</p>



<p>ในโลกของเจ้าสี่ขาการเข้าสังคมก็ไม่ได้แปลว่าต้องสนุกเสมอไป บางตัวชอบเข้าสังคมพร้อมวิ่งเข้าหาเพื่อนใหม่ทันที บางตัวก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมและกลิ่นแปลกหน้า Hund Haus จึงออกแบบ Introvert Dog Zone ขึ้นมาเพื่อรองรับน้องหมาขี้อายโดยเฉพาะ</p>



<p>“โซน Introvert เกิดจากการที่เราเห็นว่าน้องหมามีหลากหลาย น้องก็เหมือนคนที่มีทั้งคนที่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบเข้าสังคม เราก็เลยทำโซน Introvert มาเพื่อน้องๆ ที่ไม่ได้อยากสุงสิงกับใคร ให้เขาได้อยู่เงียบๆ แบบสบายใจ นอกจากนี้ยังใช้เป็นพื้นที่ประเมินนิสัยน้องหมาก่อนเข้าสู่โซนหลักด้วยว่าเขาเป็นยังไง Friend ตื่นเต้น เครียด หรือพร้อมแค่ไหน เพราะถ้าปล่อยเข้าไปเลย บางตัวอาจตกใจได้ เราเลยอยากให้โซนนี้เป็นเหมือนพื้นที่ Decompress ให้เขาได้ค่อยๆ ปรับตัว ทำความคุ้นเคยกับกลิ่นและบรรยากาศ ก่อนจะออกไปวิ่งเล่นจริงๆ”</p>



<p>“ที่นี่แตกต่างจาก Pet Space ทั่วไปตรงที่เราใส่ใจในทุกรายละเอียด เพราะคอนเซปต์ของเราคือ Dog First, Always ทุกอย่างที่ทำคือเพื่อหมาจริงๆ อาจจะไม่ได้ทำมาเพื่อคนร้อยเปอร์เซ็นขนาดนั้น แต่มั่นใจได้ว่าน้องหมาที่มาที่นี่จะมีความสุขแน่นอน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186561" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/10-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>บ้านบำบัดจิตใจทั้งคนและหมา</strong></p>



<p>หมาฟังภาษาคนไม่ได้ แต่เราก็ยังพูดภาษาคนกับมัน</p>



<p>ถึงจะรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่อย่างน้อยเราก็รับรู้ได้ว่ามันรับฟัง</p>



<p>เช่นเดียวกันกับหมา บางครั้งหมาอาจอยากพูดบางอย่างกับคน ต่างกันเพียงภาษาของหมาไม่ใช่คำพูด แต่สื่อสารผ่านอิริยาบถที่จริงใจ พวกเขาก็ต้องการให้เรารับฟังและทำความเข้าใจเช่นกัน</p>



<p>ความน่าสนใจคือที่นี่มี Dog Behaviorist ผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาช่วยดูแลพฤติกรรม เพื่อให้น้องหมาทุกตัวมีพื้นที่ในการเข้าสังคม และได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นด้วยหลักจิตวิทยา เหมือนมีนักจิตบำบัดน้องหมาประจำบ้านอย่างไรอย่างนั้น&nbsp;</p>



<p>“ถ้าย้อนกลับไป 4 &#8211; 5 ปีก่อน ในไทยยังแทบไม่มีพื้นที่ที่เปิดรับน้องหมาเลย สวนสาธารณะก็ยังไม่ได้รองรับเท่าตอนนี้ที่จะเห็นว่าเริ่มมีโซนสำหรับน้องหมาแล้ว ทำให้ตอนนั้นโอกาสที่น้องหมาจะได้ออกไปเข้าสังคมในตอนนั้นมีน้อยมาก โดยเฉพาะช่วงโควิดที่คนหันมาเลี้ยงหมากันมากขึ้น แต่กลับไม่มีพื้นที่ให้เขาได้เรียนรู้หรือเจอเพื่อน เราเลยมองว่านี่คือปัญหา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186562" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/11-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>“การทำ Hund Haus มันไปไกลกว่าที่เราคิดมาก ตอนแรกเรามองแค่อยากให้มันเป็น Dog Social Club แห่งหนึ่ง แต่พอมาทำก็รู้สึกว่ามันลึกไปมากกว่านั้น น้องหมาเขาพูดไม่ได้ เราทำได้แค่สังเกตพฤติกรรมของพวกเขา บางทีพ่อแม่มือใหม่เขาอาจจะไม่ได้รู้เท่าคนที่มีความรู้ด้านนี้โดยเฉพาะ เราพยายามทำเพื่อน้องหมามากที่สุด เพราะทุกวันนี้ Pet Humanization มันเยอะขึ้นเรื่อยๆ เราเองก็เลี้ยงน้องๆ เหมือนลูกเหมือนกัน เราอยากพาเขาไปทุกที่ อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขา</p>



<p>“เราจึงมีกิจกรรมยอดฮอตฮิตคือ Paw &amp; Talk เซสชันพูดคุยกับ Dog Behaviorist ที่เปิดให้ผู้ปกครองเข้ามาปรึกษาทุกความกังวลเกี่ยวกับน้องหมาได้โดยตรง ได้รับเสียงตอบรับดีมาก เพราะพ่อแม่ทุกคนอยากดูแลลูกของตัวเองให้ดีที่สุด ทุกคนอยากเข้ามาปรึกษา พ่อแม่หมาเขารักลูกของตัวเองมากอยู่แล้ว เขาต้องการแนวทางจากคนที่มีความรู้เพื่อทำให้เขาดูแลน้องหมาได้ดีขึ้น บางทีปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องการเข้าสังคม แต่อาจเริ่มมาจากการกินหรือการนอน มันลึกถึงขนาดนั้น ซึ่งมันก็เอฟเฟกต์ต่ออารมณ์และความสุขของน้องหมาค่อนข้างเยอะ&nbsp;</p>



<p>“นอกจากนี้เรายังให้ Behaviorist คอยเทรนสตาฟทุกคนให้สังเกตอาการน้องหมาว่าตัวไหนเครียด กลัว หรือยังไม่พร้อม เพื่อให้สตาฟเข้าไปช่วยได้ทัน หรือเข้าไปพูดคุยกับพ่อแม่ว่าสามารถแก้ไขหรือปรับพฤติกรรมแบบไหนได้บ้าง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186563" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/12-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>“อาการน้องหมาดูออกค่อนข้างชัด ดูได้จากท่าทางของน้องหมา สายตาของน้องหมา วิธีการเดินของเขา คนที่ดูเป็นเขาจะดูออกทันทีเลยว่าตัวนี้เครียด กลัว หรือมีความสุข เรากับคนในทีมไม่ได้มาจาก Background ที่เกี่ยวข้องกับน้องหมาร้อยเปอร์เซ็น เหมือนเราเรียนรู้ไปในแต่ละวัน เรียนรู้จากฟีดแบ็กลูกค้าเราเอง เรียนรู้จากเทรนเนอร์ที่เขาคอยเข้ามาสอนอยู่เรื่อยๆ ก็ทำให้ทุกวันนี้พนักงานเราดูออกทุกคน</p>



<p>“การมีพื้นที่แบบนี้เรามองว่ามันสำคัญในด้านความสุขของน้องหมา พอเขาได้เจอบรรยากาศที่รู้สึกว่ามันปลอดภัยสำหรับเขา มันก็จะช่วยให้เขามีความสุขมากขึ้น อย่างถ้าเป็นอะธีนาได้หมด เล่นกับใครก็ได้ เขาแฮปปี้ในการที่เขาจะได้เดินไปเรื่อยๆ ในสวน ไม่ต้องสนใจอะไร แต่ซุสค่อนข้างเลือกเพื่อน เพราะเขาเป็นหมาผู้ชาย เหมือนวัยรุ่นนักเลงหน่อย เราก็จะต้องรู้ว่าจังหวะไหนที่ควรดึงตัวเขาออกมา หรือจังหวะไหนที่เราให้เขาเล่นได้ มันจะมีจุดที่เรามองออกเองเลยว่าได้หรือไม่ได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186564" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/13-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>หมาจรก็มีหัวใจ</strong></p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อ 5 &#8211; 6 ปีก่อน มินนี่เคยตั้งใจอยากทำคาเฟ่หมาจร เพื่อเปิดโอกาสให้น้องหมาที่ไม่มีบ้านได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แม้สุดท้ายไอเดียนั้นจะพามาสู่การเกิดของ Hund Haus ก่อน แต่ความตั้งใจในการช่วยเหลือหมาจรก็ยังคงอยู่</p>



<p>หากธุรกิจเติบโตตามที่ตั้งใจ เธอวางแผนจะกันงบส่วนหนึ่งเพื่อดูแลสุนัขไร้บ้าน และเปิดโอกาสให้คนที่พร้อมได้รับเลี้ยงต่อ แม้ไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ แต่อย่างน้อยก็อยากเป็นส่วนเล็กๆ ในการช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา</p>



<p>“ด้วยความที่เรารักหมามาก เราก็อยากทำคาเฟ่หมาจร เพื่อให้โอกาสกับน้องหมาที่ไม่ได้มีโอกาสเท่าหมาบ้าน อยากให้เขาได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายก็กลายมาเป็น Hund Haus ก่อน แต่เป้าหมายอีกอย่างหนึ่งของเราคืออยากช่วยหมาจร ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบคาเฟ่หรือมูลนิธิก็ตาม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186565" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/14-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>“เราอยากให้น้องหมาจรได้มีโอกาสมากกว่านี้ หมาทุกตัวเขาควรจะได้บ้านที่รักเขาจริงๆ มีโอกาสที่จะได้ทานอาหารดีๆ มีบ้านให้นอน เราค่อนข้างเซนซิทิฟกับเรื่องน้องหมา เพราะเราก็เห็นหมาจรเยอะ เห็นข่าวหมาจรที่ค่อนข้างน่าสงสาร เราก็บริจาคให้มูลนิธิที่เกี่ยวกับน้องหมาเรื่อยๆ แค่ยังไม่มีโอกาสและยังไม่พร้อมที่จะทำเอง</p>



<p>“เราคิดว่าสิ่งที่คนทั่วไปช่วยได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการบริจาคหรือรับเลี้ยง แต่อย่างน้อยที่สุดคืออย่าไปทำร้ายเขา เพราะเรายังเห็นข่าวน้องหมาถูกทำร้าย โดนวางยาอยู่เรื่อยๆ สิ่งเล็กๆ ที่ทำได้เวลาเจอหมาจร อาจจะแค่ช่วยแจ้งหรือ รายงานไปยังมูลนิธิ อย่างน้อยก็อาจเปิดโอกาสให้น้องหมาได้มีชีวิตที่ดีขึ้น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186566" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/15-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทำทุกอย่างเพื่อน้องหมาอย่างแท้จริง</strong></p>



<p>เทรนด์ปัจจุบันคนมีลูกกันน้อยลง แล้วหันมาเลี้ยงสัตว์เป็นลูกมากขึ้น ความเติบโตของธุรกิจนี้ทำให้เราเห็นผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งเจ้าเล็กเจ้าใหญ่กระโดดเข้ามาช่วงหลายปีหลังนี้&nbsp;</p>



<p>เมื่อตั้งต้นว่าความสำเร็จอาจจะไม่ใช่กำไรที่เป็นตัวเลข แต่เป็นความสุขของน้องหมา แน่นอนว่าไม่ง่าย เพราะนี่เป็นธุรกิจแรกของเธอ ได้ลงมือทำทุกอย่างเองหมดทุกกระบวนการ มีอะไรหลายๆ อย่างที่ได้เรียนรู้ระหว่างทาง ทั้งเรื่องดีและไม่ดี&nbsp;</p>



<p>“การเลือกสตาฟเราก็ไม่ได้ดูว่าเขาจะมีประสบการณ์มากน้อยขนาดไหน แต่ดูว่าเขารักหมาแค่ไหน ทุกครั้งที่ได้เจอสตาฟครั้งแรก เราจะให้ซุสกับอะธีนาไปด้วยตลอด เราจะดูว่าเขา Interact กับน้องหมายังไง ด้วยความที่ทั้งทีมยังใหม่ หลายคนก็ยังไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนี้ ทำให้ในช่วงแรกๆ ทุกคนเครียด บรรยากาศข้างในก็จะตึงๆ หน่อย </p>



<p>“ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าน้องหมาสามารถรับรู้ความเครียดของคนได้ บรรยากาศมันเลยส่งผลถึงเขาโดยตรง เราเลยพยายามปรับมู้ดของทีมให้ผ่อนคลายขึ้น และเห็นชัดเลยว่าน้องหมาเอ็นจอยมากขึ้น การขู่หรือทะเลาะกันก็น้อยลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186567" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/16.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“เราเข้ามา Hund Haus ทุกวัน แค่ได้เห็นน้องหมาวิ่ง เล่นน้ำ หรือค่อยๆ เปิดใจมากขึ้น มันก็ยืนยันแล้วว่าสิ่งที่เราทำมันเวิร์กจริง บางตัวที่ยังเครียด เราก็มีทีมช่วยแนะนำเจ้าของ ทั้งเรื่องการปล่อยสายจูง หรือการค่อยๆ ให้เขา Socialize ซึ่งมีน้องหลายๆ ตัวที่มารอบแรกแล้วเครียดมาก แต่พอเจ้าของเขาพากลับมาเรื่อยๆ กลายเป็นว่าจากครั้งแรกกับล่าสุดแตกต่างกันมาก อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ได้เห็นแล้วว่าน้องหมามีความสุขจริงๆ</p>



<p>“อย่างที่บอกว่าเราทำ Hund Haus ขึ้นมาเพียงเพราะอยากเห็นน้องหมามีความสุขแค่นั้นเลย ตั้งแต่แรกที่คิดจะทำธุรกิจนี้เราไม่ได้มองเรื่องกำไรเลย เรามองแค่อยากให้มันไปต่อได้เรื่อยๆ มากกว่า อยากให้กำไรของเราคือความสุขของน้องหมาที่ได้รับจากที่นี่&nbsp;</p>



<p>“ถ้าพ่อแม่น้องหมาคนไหนที่กำลังหาพื้นที่ให้น้องหมาตัวเองได้ปล่อยพลัง อยากให้มาที่ Hund Haus เราพยายามทำทุกอย่างเพื่อน้องหมาจริงๆ ยินดีต้อนรับน้องหมาทุกตัว”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186568" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/04/17.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/hund-haus-dog-club/">Hund Haus คอมมิวนิตีของเจ้าสี่ขาที่เชื่อว่าความสุขของหมาต้องมาก่อนเสมอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
