
สวัสดีค่ะ/ครับ คุณชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์
เกรงว่าคุณน่าจะตอบคำถามนี้มาแล้วนับพันครั้ง แต่ในฐานะที่พวกหนูยังไม่รู้จัก ชาร์ลี บราวน์ มาก่อนเลย คุณพอแนะนำเขาให้พวกหนูรู้จักเขาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยได้ไหมคะ/ครับ พอดีเพิ่งได้อ่าน Peanuts ไปไม่กี่ตอน เขาดูเป็นคนไม่ค่อยมีความมั่นใจเลย จริงๆ เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ/ครับ
ได้เลย แต่พวกหนูต้องรีบกลับบ้านหรือเปล่า
ไม่รีบค่ะ/ครับ เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงก่อนทานอาหารเย็น
งั้นดีเลย คือเจ้าหนู ชาร์ลี บราวน์ เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง Peanuts คนทั่วอเมริการู้จักเขามาตั้งแต่ปี 1950 แล้วนะ แรกๆ คนก็ไม่ได้ชื่นชอบเขาเท่าไหร่ แต่สักพักกลายเป็นว่าตัวละครอย่างชาลีกลายเป็นตัวละครเด็กที่สะท้อนมุมมองชีวิตอันลึกซึ้งไปเสียได้
นอกจากชาร์ลีแล้วยังมี สนู๊ปปี้ สุนัขพันธุ์บีเกิ้ลจินตนาการกว้างไกล ชอบฝันกลางวัน ดูซนบ้าง แต่ก็เป็นที่รัก มีใครอีกนะ อ้อ ไลนัส เด็กชายผู้โปรดปรานเสื้อสีแดงและชอบถือผ้าห่มตลอดเวลา ลูซี่ พี่สาวจอมบงการ ปากร้ายนิดๆ มั่นใจในตัวเองสูง และชโรเดอร์ เด็กชายผู้หลงใหลการบรรเลงเปียโนเป็นชีวิต
ชาร์ลีเป็นคนซื่อสัตย์และเด็ดเดี่ยวใช้ได้ทีเดียว แม้บางคราวจะขี้ขลาด วิตกกังวล แต่ก็แคร์คนรอบข้างตลอดเวลา เขาเป็นเพื่อนที่ดี เป็นผู้จัดการทีมเบสบอลที่ทุ่มเท แม้ทีมจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้อยู่ร่ำไปก็ตาม
เขามีความรับผิดชอบสูง เป็นคนใจดี อดทน เปิดเผย ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ต้องเผชิญกับความล้มเหลวและโชคชะตาที่ไม่เป็นใจอยู่เสมอ และอย่าไปบอกใครนะ ชาร์ลีน่ะเขาขี้แพ้กว่าใคร โชคไม่เข้าข้าง พระเจ้าไม่รัก แต่ไม่เคยอายเลยที่ต้องเริ่มต้นใหม่
พวกหนูน่ะ มีใครเป็นแบบชาร์ลีบ้าง หืม เยอะเลยนี่นา ไม่เป็นไรนะ สารพัดปัญหาที่ชาร์ลีเจอ มันก็คือปัญหาเดียวแบบที่พวกหนูเจอนั่นแหละ เพราะลุงก็เอาเรื่องของคนธรรมดาๆ อย่างพวกหนูมาเขียน Peanuts
หวา จิงเหรอคะ/ครับ
อยากฟังกันต่อไหมล่ะ ถ้าอยากงั้นเราไปนั่งคุยกันใต้ต้นไม้ดีไหม อยู่ในที่ร่มๆ จะได้ไม่ร้อน และหนูคนที่ถือว่าวมาด้วยคนนั้น ถ้าจะเล่นก็อยู่ไกลจากต้นไม้หน่อยนะ เพราะเดี๋ยวว่าวจะไปค้างบนต้นไม้เอาได้
แล้วสักวันคนจะเข้าใจ ทำไมแซลมอนว่ายทวนกระแสน้ำ
ลุงขอถามอะไรหน่อยสิ พวกหนูเคยตั้งใจทำอะไรมากๆ แล้วคนรอบข้างไม่เข้าใจไหม
ออกจะบ่อยค่ะ/ครับ

ชาร์ลีก็เคยเจอเหมือนกัน วันนั้นเป็นวันคริสต์มาส ปี 1965 อันที่จริงบรรยากาศก็ครื้นเครงดีอยู่หรอก หิมะขาวโพลนเลย แต่ชาร์ลีนี่สิ หลังจากได้รับมอบหมายจากลูซี่ให้เป็นผู้กำกับละครคริสต์มาส เขาก็รู้สึกหดหหู่ เพราะไม่ชอบใจที่เห็นคนอื่นหมกมุ่นอยู่กับเรื่องไร้สาระ
อย่างเช่นว่าสนูปี้กำลังยุ่งอยู่กับการตกแต่งบ้านสุนัขด้วยไฟระยิบระยับเพื่อส่งเข้าประกวดชิงเงินรางวัล หรืออย่างแซลลี่ ที่วานให้ชาร์ลีช่วยเขียนจดหมายถึงซานตาคลอส โดยบอกว่า “ถ้าซานต้าขี้เกียจเลือกของขวัญ ก็ส่งเป็นแบงก์ 10 หรือแบงก์ 20 ดอลลาร์มาเลยก็ได้”
ลูซี่เลยออกไอเดียว่าให้ชาลีไปซื้อต้นคริสต์มาสสีชมพูสวยๆ มา ด้วยหวังว่าจะดูดความสนใจจากเพื่อนๆ ได้ ปรากฏว่าชาร์ลีดันไปซื้อต้นคริสต์มาสเล็กๆ ที่เหี่ยวเฉามาซะอย่างนั้น ชาร์ลีมองว่าต้นไม้นี้ช่างธรรมดาและควรได้รับความรัก เพื่อนๆ เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะเยาะ
แล้วรู้ไหมตอนนี้จบยังไง พยายามเอาลูกบอลสีแดงจากสนูปี้มาแขวนบนกิ่งของต้นไม้เหี่ยว ๆ นั้น แต่กิ่งกลับหักลงมาเพราะรับน้ำหนักไม่ไหว ชาร์ลีร้องไห้และเดินจากไปด้วยความรู้สึกว่า “ฉันทำพังอีกแล้ว ฉันช่วยอะไรใครไม่ได้เลย”
ทันใดนั้นเอง ไลนัสเดินเข้ามาใช้ผ้าห่มเน่าประคองกิ่งไม้ไว้ แล้วเพื่อน ๆ ทุกคน (ที่เคยหัวเราะเยาะเขา) ก็เริ่มคิดได้ พวกเขาถอดสายรำลึกและไฟตกแต่งจากบ้านสนูปี้มาร่วมกันเนรมิตต้นไม้เหี่ยว ๆ ต้นนั้นจนกลายเป็นต้นคริสต์มาสที่งดงามและอบอุ่นที่สุด
ชาร์ลีเขาเป็นแบบนี้แหละ ความสนุกสนานที่คนอื่นๆ มีกัน ถ้าตัวเขาไม่ชอบใจก็จะไม่ทำตาม เขาเห็นว่าต้นคริสต์มาสเหี่ยวเฉาควรได้รับความรัก เขาก็มอบความรัก จึงไม่ซื้อต้นคริสต์มาสตามคำสั่งลูซี่เพื่อหวังซื้อใจใคร
ถึงที่สุดแล้ว ความตั้งใจดีของชาร์ลีมีคนเห็นนะ
เป็นเพื่อนที่ค่อยอยู่ข้างๆ กันในวันที่โลกร้าวราน
เรื่องดีๆ ที่พวกหนูเคยทำให้เพื่อนคืออะไร พอนึกออกไหม
ชาร์ลีน่ะ เขาเป็นเพื่อนที่ดีใช้ได้เลย คืนวันฮาโลวีน ปี 1966 เป็นเรื่องปกติ ที่ใครๆ จะแต่งตัวเป็นผีแล้วเดินไปเคาะประตูบ้านขอขนมกลับมากินให้อิ่มพุงป่อง ชาร์ลีแต่งเป็นผีด้วยผ้าคลุมสีขาว แต่ดันเจาะรูผิดพลาดจนผ้าพรุนไปทั้งผืน แทนที่จะได้ลูกอม หรือขนม ผู้ใหญ่กลับให้ก้อนหินเขาซะได้

ในขณะที่ไลนัสเลือกที่จะไม่ไปเดินขอขนม เพราะเชื่อฝังใจว่าจะมีเจ้าฟักทองยักษ์เหาะเอาของเล่นมาแจกเด็กที่ซื่อสัตย์ในแปลงฟักทอง
ลูซี่พี่สาวแท้ ๆ เห็นอย่างนั้นก็ด่าน้องว่าโง่และทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ชาร์ลีที่เพิ่งกลับจากปาร์ตี้ และเดินผ่านแปลงฟักทอง เห็นไลนัสยังคงนั่งสั่นสะท้านด้วยความหนาว ไม่ยอมกลับบ้าน กลางดึกคืนนั้น ลูซี่รู้สึกผิดจึงตื่นขึ้นมาพาน้องกลับมานอนห่มผ้าที่บ้าน
สรุปว่าค่ำคืนนั้นไลนัสก็ไม่ได้เจอเจ้าฟักทองยักษ์นะ เช้าวันต่อมา ชาร์ลีเดินไปปรับทุกข์กับไลนัสที่รั้ว เขาไม่ได้เข้าไปตอกย้ำหรือหัวเราะเยาะความเชื่อที่พังทลายของไลนัส กลับกัน ชาร์ลีแชร์ความเจ็บปวดของตัวเอง เพื่อปลอบใจเพื่อน

เพราะเขาก็หวังว่าแต่งตัวเป็นผีไปเคาะประตูตามบ้านแล้วจะได้ลูกอมเหมือนเด็กคนอื่นๆ กลับได้ก้อนหินมาแทนซะงั้น สาระสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครผิดหวังกว่าใครหรอก แต่มันดีมากเลยใช่ไหม ในวันที่เรารู้สึกโดดเดี่ยว ยังมีเพื่อนคอยอยู่ข้างๆ
แล้วตอนนี้พวกหนูจำได้หรือยัง เรื่องดีๆ ที่เคยทำให้เพื่อนคืออะไร
เมื่อถึงเวลาต้องเลือก
จงเลือกสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมาย
เหตุการณ์ไม่เป็นใจ เคยได้ยินคำนี้ไหม แปลว่าพวกหนูอาจคาดหวังผลลัพธ์เอาไว้แบบหนึ่ง แต่มันดันมีความผิดพลาดเกิดขึ้น สิ่งที่หวังไว้ก็ไม่เกิดขึ้น ถ้าเย็นนี้ พ่อกับแม่บอกพวกหนูว่าสุดสัปดาห์หน้าคงพาไปสวนสนุกไม่ได้แล้ว หนูจะเสียใจไหม คนที่ถือว่าวนั่นน่ะ
พ่อแม่สัญญาไว้แล้วนี่นา
แต่พ่อเกิดป่วยหนัก แม่ต้องดูแล แผนไปสวนสนุกล้มเลิก มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นใช่ไหม
ชาร์ลีมีความฝันอยู่ 2 อย่าง คือ การชนะการแข่งขันเบสบอลสักครั้ง และการทำตัวให้สนูปี้ภูมิใจในฐานะเจ้านาย แต่มันดันมีเหตุการณ์ที่ทำให้ความฝันทั้งสองนี้มาขัดแย้งกันเอง หนูอยากลองเดาไหมว่าสุดท้ายเขาเลือกทำอะไร ทิ้งอะไร
ชาร์ลีเป็นผู้จัดการทีมเบสบอลที่ลงเล่นเท่าไรก็ไม่เคยคว้าชัยชนะมาได้เลยสักครั้ง แต่ชาร์ลีก็มุ่งมั่นในการคุมทีมทุกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า
มีอยู่หนนึง ทีมเบสบอลของชาร์ลีกลับเล่นได้ดีอย่างปาฏิหาริย์และกำลังจะได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรก แต่ในระหว่างการแข่งขัน สนูปี้กลับได้รับบาดเจ็บ เพราะก่อเรื่องวิ่งป่วนเข้าไปในสนาม
ชาร์ลีในช่วงที่ทีมกำลังจะได้รับชัยชนะ เขาตัดสินใจละทิ้งเกมการแข่งขัน และวิ่งเข้าไปดูอาการของสนูปี้ทันที ส่งผลให้ทีมของเขาถูกปรับแพ้ หรือชวดชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ไปอย่างน่าเสียดาย รู้ไหมเกิดอะไรขึ้น เพื่อน ๆ ในทีมพากันโกรธและรุมด่าเขา แต่ชาร์ลีกลับอุ้มสนูปี้ไว้และไม่สนใจถ้วยรางวัลนั้นอีกเลย
พวกหนูอาจจะมองว่าชาร์ลีเป็นคนไม่ได้เรื่อง ละทิ้งเกมการแข่งขัน ซึ่งสำคัญและมีเพื่อนๆ หลายคนที่ตั้งใจแข่งอย่างเต็มที่ และหันไปสนใจแต่หมาตัวเอง แต่มันก็น่าคิดนะว่าทำไมชาร์ลีถึงยอมสละชัยชนะครั้งเดียวที่เขาเฝ้ารอมาทั้งชีวิตเพื่อสุนัขตัวหนึ่ง
อีกไม่กี่อึดใจ ชั่วจังหวะหนึ่งในชีวิตนี้ พวกหนูจะรู้สึกว่าทำไมสังคมต้องบีบบังคับให้แข่งขันกันตลอดเวลา ถึงที่สุดแล้ว ชัยชนะที่คว้ามามันมีคุณค่ามากหรือน้อยกว่าบางสิ่งบางอย่างที่เราละเลยไป เพื่อมาถึงจุดนี้ไหม
พวกหนูจะได้เจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้แน่ๆ แล้วไม่ว่าจะเลือกอะไร ละทิ้งอะไร ถึงที่สุดแล้ว มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย เพราะใช่หรือไม่ว่า ชั่วขณะนั้น วินาทีนั้น เราย่อมเลือกสิ่งที่มีคุณค่่ามีความหมายกับเรามากที่สุด
อ้างอิงรูปภาพ
https://www.peanuts.com/about/charlie-brown https://rosstree.net/charlie-brown-christmas-trees/ https://www.wtae.com/article/halloween-special-it-s-the-great-pumpkin-charlie-brown/7403794 https://x.com/AppleTV/status/1667216220771237913 https://peanuts.fandom.com/wiki/Charlie_Brown’s_All-Stars https://www.deutschlandfunkkultur.de/peanuts-charlie-brown-snoopy-charles-m-schulz-comic-cartoon-100.html




