หากเวลาเป็นเงินเป็นทอง ช่วงเวลาอดหลับอดนอนคงเป็นขุมทรัพย์ของชาว Revenge Bedtime Procrastination

ตามองนาฬิกา เวลาเดินช้าจนอยากหยิบมาเขย่าว่ามันตายหรือเปล่า

ร่างกายเริ่มไหลล้าไปกองบนโต๊ะทำงาน ฝันเฟื่องถึงเวลานอนกลางวันเมื่อวัยเด็ก

ผู้คนที่ผ่านไปมาเริ่มสังเกตเห็นหลักฐานของความเหนื่อยล้าโชว์หราอยู่บนหน้า เหตุนี้เลยโดนมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด สังคมเดินมาหยุดตรงหน้าพร้อมรุมประนามสภาพการใช้ชีวิตราวกับสวมวิญญาณพ่อคนแม่คน

“เมื่อคืนไปทำอะไรมา”

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่านอนดึก”

“กลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักนอน”

แม้แรงสู้จะเหลือไม่มาก แต่พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า “เมื่อคืนเราไปแก้แค้นการนอนหลับมาต่างหาก!”

หนึ่ง ถอนหายใจ

สอง เกาหัว

สาม งง ไอนี่มันไม่มีอะไรแก้ตัวแล้วหรอ “ติดซีรีส์ก็สารภาพมาตามตรง เดี๋ยวพี่จะลดโทษให้หนึ่งขั้น”

นี่เป็นสถานการณ์ที่ชาว ‘Revenge Bedtime Procrastination’ หรือที่เรียกกันว่า ‘การแก้แค้นการนอนหลับ’ คงเจอจนชิน แต่สำหรับคุณๆ คนไหนที่เพิ่งได้ยินอาจจะเป็นจำพวกประเภทหนึ่ง สอง สามด้านบน งั้นเราขอนำเสนอตัวตนของสมาคมแก้แค้นการนอนหลับให้ทุกคนรู้จักกัน

ใครบอกล่ะว่าเหนื่อยแล้วต้องนอน? หลายคนเป็นที่เข้าใจตรงกันว่าหากกลับจากเรียนหรือทำงานเหนื่อยๆ ในแต่ละวันก็อยากจะกระโดดจมเตียงกอดหมอนนอนฝันกันให้เต็มอิ่ม แต่สำหรับแก๊ง Revenge Bedtime Procrastination ก็กระโดดเหมือนกัน แต่เป็นกระโดดโลดเต้นทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำจนรู้ตัวอีกทีฟ้าเกือบสว่าง

กลุ่มก้อนของพวกที่หัวถึงหมอนแล้วทะลุเข้าฝันถึงกับเอ๊ะว่าพฤติกรรมพวกสมาคมชาวแก้แค้นการนอนหลับมันเกิดจากอะไร แล้วทำไมพวกนั้นถึงได้กลายร่างเป็นมนุษย์กลางคืนกันไปได้

บันทึกการแก้แค้นของมนุษย์ค้างคาว

ตัวเลขนาฬิกาที่เปลี่ยน เข็มนาฬิกาที่ขยับ เวลากลางวันเหมือนเบียดเสียดไปด้วย ‘สิ่งที่ต้องทำ’ เต็มไปหมด กรอบของหน้าที่การงานมันรัดแน่นจนเกือบหายใจไม่ออก ตารางชีวิตล้นจนไม่เหลือช่องให้กรอกเวลาว่างของตัวเอง 

ดังนั้นหลังฟ้ามืดก็ได้เวลาเอาคืนความเหน็ดเหนื่อยที่รุมกระทืบเรามาทั้งวันด้วยการเอาเวลานอนไปใช้ชีวิต โบยบินสู่อิสระในยามค่ำคืน  โลดแล่นไร้กังวลไม่มีคำว่าเสียดายเวลาเพราะการอดหลับอดนอนกลับกลายเป็นกำไรไว้ให้รางวัลตัวเองไปซะแล้ว

“อยากให้กลางคืนมีเวลา 48 ชั่วโมง” คำพูดตัวอย่างของบุคคลที่อาจเข้าข่าย ‘Revenge Bedtime Procrastination’ บุคคลประเภทที่ขอแลกเวลาพักผ่อนและสุขภาพกับการที่ตัวเองจะได้มีเวลาทำในสิ่งที่อยากเพิ่มขึ้นเช่น ดูซีรีส์ ไถโซเชียล หรือแม้กระทั่งถูบ้าน ขอแค่เป็นสิ่งที่ต้องการก็พร้อมแลกแบบไม่สนไม่แคร์ว่าพรุ่งนี้จะสัปปะหงกบนโต๊ะทำงานหรือเปล่า หากถูกถามเข้าจริงคงได้คำตอบพร้อมท่ายักไหล่ว่า “ให้มันเป็นปัญหาของวันพรุ่งนี้แทนแล้วกัน”

ถึงตาร่างกายเอาคืน

บิลย้อนหลังถูกส่งตรงมาจากร่างกายราคาที่ต้องจ่ายสุดแสนจะ overprice หลายคนอาจจะแอบเยาะเย้ยในใจพร้อมเหน็บห้อยท้ายว่าสมควร เชื่อว่าเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการนอนไม่เพียงพอต้องมีปัญหาสุขภาพตามมารบกวนเป็นขบวนแน่นอน แต่สมาคมแก้แค้นการนอนหลับก็พร้อมพลีกายสมยอมแต่โดยดี

ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอยากจับตัวคนประเภทนี้มามัดรวมกันแล้วเขย่าให้กลายเป็นเซียมซี เพราะพฤติกรรมนี้ไม่ควรอย่างรุนแรง การล้างแค้นมีราคาที่ต้องจ่าย เช่น ‘ภาวะนอนหลับไม่เต็มอิ่ม (Insufficient Sleep)’ ซึ่งจะส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพลดลง จนอาจทวีคูณไปสู่ ‘โรคนอนไม่หลับ (Insomnia)’ ได้ด้วยในภายหลัง ยังไม่รวมโรคต่างๆ ที่อาจจะเดินขบวนตามมาในไม่ช้า

วิธีสมานฉันท์

แล้วจะทำยังไงให้ร่างกายและจิตใจปรองดองกัน การคับแค้นอาจต้องเริ่มจากการปล่อยวาง พฤติกรรมการนำเวลานอนมาใช้ชีวิตสืบเนื่องจากช่วงเวลาที่เราควรได้ใช้ชีวิตถูกกดดันและตีกรอบมากเกินไป ดังนั้นเราจึงขอนำทฤษฎีโครงการคนละครึ่งมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน หารครึ่งด้วยการใช้ชีวิตเดินอยู่บนกรอบไม่ออกนอก แต่ก็ไม่ถูกขัง มองปัญหาให้ทะลุปรุโปร่งไม่ต้องแบกรับความเครียดแบบเต็มกำลังแต่อาจหารแบ่งรับทีละครึ่งในแต่ละวันแทน

หากิจกรรมทำในช่วงเวลาอื่นที่ว่างเพื่อตอบโจทย์ปัญหาขาดแคลนใช้ชีวิตส่วนตัว วันไหนหยุด ช่วงไหนว่าง รีบทำสิ่งที่ต้องการให้หนำใจเพื่อให้วันที่เราต้องออกไปทำงานไม่มานั่งเสียดายหรือโหยหาในสิ่งที่อยากทำ อาจไม่สามารถทดแทนได้เต็มร้อยแต่ถือว่าเป็นทริกที่คอยดัดพฤติกรรมให้เข้ารูปเข้าร่างมากขึ้น
การเลือกความสุขมาก่อนแต่เลือกผลักการนอนไปอยู่ท้ายแถว วิธีปรับพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วต้องเริ่มจากตัวเราเองเป็นหลัก เริ่มจากปรับแนวคิดและเห็นคุณค่าของสุขภาพตัวเองให้มากขึ้นจะรู้สึกว่าการแก้แค้นครั้งนี้ไม่สมศักดิ์ศรีเอาซะเลยเพราะหากสังเกตดีๆ จะรู้ว่าคู่อริในสมการนี้ไม่ใช่ใครอื่นเลยแต่คือ ‘ตัวเราเอง’