Why At Chainat ฟาร์มสเตย์เล็กๆ ของคนรักธรรมชาติ ที่อยากให้คนชัยนาทกลับบ้านเกิด

จากตัวเมืองกรุงเทพฯ – ชัยนาท จากถนนคอนกรีตเริ่มกลายเป็นภาพทุ่งนาและแม่น้ำสายน้อยใหญ่สองข้างทาง กับวิถีชีวิตชุมชนที่แฝงไปด้วยความสุขในความเรียบง่าย ยานพาหนะพาเรามาถึงจุดหมาย ล้อมรอบเต็มไปด้วยต้นไม้หลายสายพันธุ์ราวกับป่าขนาดย่อม

เราปล่อยใจชื่นชมพื้นที่สีเขียวตรงหน้าอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ชายวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับ พร้อมเชื้อเชิญเราเข้าไปยังที่พักอย่างเป็นกันเอง

“ตามสบายนะ คิดซะว่ามาบ้านญาติ”

เขาสวมแว่นเลนส์กลมเล็กขนาดพอดีลูกกะตา เสื้อผ้าที่เรียบง่ายทว่าเปี่ยมไปด้วยรสนิยม เส้นผมยาวสีขาวแซม ร่องรอยของกาลเวลาที่ฟ้องว่าเขาได้ข้ามผ่านคืนวันอันโลดโผนของวัยเยาว์มาแล้ว ปัจจุบันอยู่ในจุดที่เข้าใจโลกและความจริงแท้ของการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป – เขาว่าอย่างนั้น

ก่อนกลับบ้าน เขาเป็นเจ้าของบริษัทสื่อโฆษณากลางแจ้งแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

หลังกลับบ้าน เขาทำธุรกิจขายจักรยาน

และปัจจุบันเขาทำฟาร์มสเตย์เชิงอนุรักษ์ที่เป็นแหล่งรวมวัยรุ่นหนึ่งเดียวในจังหวัดชัยนาท

“ช่วงแรกที่ย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ชัยนาท เรามีคำถามเยอะไปหมด ทำไมต้องเป็นที่ชัยนาท ทำไมชัยนาทถึงไม่มี ทำไมชัยนาทถึงทำไม่ได้ แล้วทำไมที่อื่นทำได้” ดร-อุดร โตกระแสร์ เล่าถึงที่มาและการเดินทางกลับบ้านเกิดของเขา จากจุดเริ่มต้นจนกลายเป็น ‘Why At Chainat’

คำว่า ‘ทำไม’ จึงนำพาให้เรามาชัยนาท เพื่อชวนเขาขยายความด้วยหลากหลายคำถามที่สงสัย

เชิญฟังคำตอบพร้อมกัน ในบรรทัดถัดไป

1

WHY WE GO HOME

ทำไมไม่กลับไปทำงานที่บ้าน ไม่ต้องมาวุ่นวายในเมือง

ทำไมไม่กลับไปอยู่ต่างจังหวัด ค่าครองชีพถูกกว่าตั้งเยอะ

ทำไมต้องทนรถติด ทนใช้ชีวิตเร่งรีบในกรุงเทพฯ

ด้วยคำตอบง่ายๆ ของคนส่วนใหญ่คือ ‘กลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ’

ทราบมาว่าคุณเคยอยู่กรุงเทพฯ มาก่อน ทำไมถึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ชัยนาท

จริงๆ เราเป็นคนชัยนาทตั้งแต่เกิด แต่ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ จบมาก็ทำงานด้านสื่อโฆษณากลางแจ้ง จนมีบริษัทของตัวเองชื่อว่า Step Up to Goal แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับบ้านคือปัญหาชีวิต พอทำธุรกิจไปสักระยะหนึ่ง บริษัทก็เกิดปัญหา ต้องตัดสินใจคุยกับพนักงานว่าเราต้องแยกย้าย พร้อมกับแบกเงินของบริษัทที่ติดลบก้อนโต

หลังจากนั้นปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ เราตัดสินใจไปอยู่บ้านแฟนที่จอมบึง ราชบุรี ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น เราใช้เงินน้อยมาก เงินสามร้อยซื้อของได้เต็มไปหมด ทำให้รู้สึกว่าเรามีทางเลือกมากขึ้น นั่นก็คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอยากกลับบ้านชัยนาท

ถ้าบริษัทไม่เกิดปัญหา คิดว่าจะกลับมาอยู่บ้านที่ชัยนาทไหม

เมื่อก่อนเรามองแต่เรื่องตัวเลข เคยคิดว่าต้องมีเงินร้อยล้านก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก พอกลับมาตั้งต้นทุนชีวิตแค่สามร้อย มันง่ายมากเลย ไปช่วยล้างรถก็ได้สามร้อยแล้ว คุณทำอะไรก็ได้ที่ได้สามร้อย เพราะมันอยู่ได้แน่ๆ ในชัยนาท แล้วเหลือด้วย คีย์ของการมีชีวิตวันละสามร้อยมันเปลี่ยนชีวิตเราเยอะมาก

ชีวิตวัยหนุ่มสาวในกรุงเทพฯ ของคุณเป็นยังไง

เราก็คงเหมือนวัยรุ่นทั่วไป เรียนจบก็อยากทำงานที่อยากทำ ซึ่งเราก็มีความสุขดีกับงานที่ทำ แต่พอตัวเลขติดลบมันก็ทุกข์ เพราะเรามีความสุขกับการมีเงินเป็นที่ตั้ง คิดว่าถ้ามีเงินมันก็คงหาสุขให้เราได้ เราระบายความเครียดด้วยการเที่ยวกลางคืนตามประสาชีวิต

มีช่วงไหนบ้างที่คุณคิดถึงบ้าน

มีครั้งหนึ่งเราเอากล้องของบริษัทมาส่องดูนก เราเห็นครอบครัวเล็กๆ ของนกอยู่ตรงบึงน้ำ กรุงเทพฯ เมืองมันใหญ่มากนะ แต่มันก็มีสิ่งสวยงามเล็กๆ น้อยๆ ที่คนไม่สังเกตเห็น เป็นภวังค์ที่ทำให้นึกถึงความสุขของตัวเองว่า เราละเลยตัวเองมานานเหมือนกันนะ เรามองแต่ด้านนอก แต่ไม่เคยกลับมามองด้านในของตัวเองเลย ด้วยความที่เราโตมากับแม่น้ำ โตมากับธรรมชาติ มันคงเป็นลึกๆ ข้างในที่เราคิดถึงชัยนาท

2

WHY WE SLOW LIFE

ว่ากันว่าวิถีของคนชัยนาทคือ Slow Life นิยามของความสุขแบบที่คนเมืองโหยหา

ทว่าในความนิ่งสงบเหล่านี้มีอีกแง่มุมหนึ่งซ่อนอยู่เช่นกัน

คนชัยนาทย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นเยอะเหมือนกันนะ

ใช่ครับ เพราะเขาก็ไม่รู้จะทำมาหากินอะไรในชัยนาท อย่างเราทำธุรกิจที่กรุงเทพฯ มาก่อน เราเลยมีมุมมองของการเป็นนักลงทุนอยู่ กลับมาชัยนาทก็เห็นหลายมุมที่น่าสนใจ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีนักลงทุนใหม่ๆ 

คุณมองว่าชัยนาทเป็นเมืองปราบเซียนยังไง

ชัยนาทมีความเหลื่อมล้ำค่อนข้างชัด ที่ดินในชัยนาทค่อนข้างสูง ทำให้ไม่มีนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ หรือนักลงทุนใหม่ๆ เข้ามา การที่เมืองมัน Slow Life เพราะว่ามันไม่มีการลงทุน ผู้บริโภคน้อย มันก็เลยถูกแช่แข็งกระจุกอยู่แค่นี้ พอคนไม่มีกำลังซื้อ ก็ไม่รู้จะมีห้าง มีโรงหนังไปทำไม จึงทำให้ชัยนาทกลายเป็นเมือง Slow Life ไปโดยปริยาย

ช่วงแรกที่กลับมาปรับตัวยากไหม

ตอนแรกกลับมาก็คิดไม่ออกไม่รู้จะทำอะไร เราก็เริ่มจากขายจักรยานก่อน เพราะความชอบส่วนตัว คิดว่าอะไรที่เป็นโอกาสได้ก็ลองดู แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นสินค้าที่ยืนระยะได้ขนาดนั้น

คุณคิดยังไงกับการที่มีคนนิยามว่าชัยนาทเป็นเมืองจักรยาน

ทุกบ้านมีจักรยานก็จริง แต่มันเกิดจากการที่ผู้ว่าจังหวัดรณรงค์ปั่นจักรยานในช่วงเวลาหนึ่ง เรามองว่าตอนนั้นมันเป็นแค่กระแสสั้นๆ แต่ชัยนาทก็ยังไม่ได้เป็นเมืองจักรยานจริงๆ อย่างอัมสเตอร์ดัม หรือประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เราคิดว่าการใช้จักรยานมันเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย หลายๆ ประเทศเขาต้องการลดมลพิษ Low Carbon ซึ่งการที่จะทำแบบนั้นได้มันต้องเกิดจากข้างใน รัฐต้องออกนโยบายเพื่อส่งเสริม

คิดว่าสิ่งที่เมืองจักรยานควรมีคืออะไร

เราอยากให้มีเส้นทางจักรยานที่สามารถปั่นรอบเขาธรรมามูลได้ ปั่นผ่านป่าหรือธรรมชาติอะไรแบบนั้น ในแง่ของการท่องเที่ยว เรามองว่าชัยนาทเหมาะกับการเอารถมาจอดแล้วเช่าจักรยาน เพราะถ้าขับรถยนต์เที่ยว เวลาจอดรถซื้อของข้างทางมันจะลำบาก แต่ถ้าคุณปั่นจักรยานก็จะทำให้เกิดการใช้จ่ายง่ายขึ้น สุดท้ายเราก็มองว่าตราบใดที่จักรยานยังต้องหลบรถอยู่ ชัยนาทก็ยังไม่ใช่เมืองจักรยาน 

จากธุรกิจจักรยานอยู่ดีๆ เปลี่ยนมาเป็นธุรกิจที่พักได้ยังไง

เรามีนิสัยของคนทำธุรกิจ เราเป็นนักลงทุน บทเรียนอย่างหนึ่งคือ การทำธุรกิจอย่างเดียว มันก็เหมือนเรามีหม้อข้าวใบใหญ่ใบเดียว ถ้ามันคว่ำเราจะไม่มีอะไรกินเลย 

เมื่อถึงจุดที่เรากลับมาตั้งหลักได้ เราก็ลงทุนไปหมดทุกอย่าง สุดท้ายแล้วมันก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่เรามีหม้อข้าวหลายใบ เรากินข้าวหม้อใบอื่นก็ได้ มันเป็นวิธีกระจายการลงทุน เรามีความคิดนานแล้วว่าถ้ามีโอกาส มีเงิน เราอยากปลูกบ้านให้พี่น้องกลับมาอยู่ด้วยกัน ถ้าแก่ตัวก็อยากให้มาอยู่ที่นี่

3

WHY AT CHAINAT

บ้านสวนบนที่ดินเก่าผืนนี้รวมทั้งหมด 6 ไร่ มีทุ่งนาและแม่น้ำโอบล้อม เหมาะกับการหลบหลีกความวุ่นวายในเมืองกรุงมาพักสายตาด้วยการมองธรรมชาติ นอนเล่น อ่านหนังสือ ฟังเสียงหรีดหริ่งเรไร 

หากไม่มาสัมผัสด้วยตัวเอง คงไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังการสร้างที่พักที่ต้องรักษาสมดุลกับธรรมชาติอย่างยั่งยืนเป็นอย่างไร ในความธรรมดาแห่งนี้ หากมองลึกลงไปในรายละเอียดเห็นได้ชัดว่าถูกคิดมาเป็นอย่างดี ทั้งการปลูกต้นไม้พื้นถิ่นหลากสายพันธุ์เพื่อรักษาระบบนิเวศดั้งเดิม หรือการออกแบบพื้นบ้านด้วยการคำนวณทิศทางลมตามหลักสถาปัตยกรรม 

ได้ยินมาว่าสเกตซ์แปลนที่พักเองเลยเหรอ

ใช่ครับ เราวาดเองหมดทุกอย่าง แต่จ้างช่างมาทำ แต่เราก็จะคอยคุมอยู่ตลอด บางทีก็มีหลุดบ้างอะไรบ้าง เรามองว่ามันเป็นการกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่มากกว่า เหมือนเราเลี้ยงคนต่างจังหวัดหลายชีวิต

ความฝันของเราคืออยากเป็นสถาปนิก แต่เราเอนทรานซ์ไม่ติด ตอนนั้นก็ไม่รู้จะเรียนอะไร ทางเลือกมันน้อยมากก็เลยเลือกเรียนคณะบริหาร เอกโฆษณา แต่เราก็ไม่ได้ทิ้งงานเกี่ยวกับสถาปัตย์ เรายังชอบงานดีไซน์ ยังฟรีแฮนด์ได้ ทุกวันนี้ก็ยังสเกตซ์อยู่

เหมือนได้ปล่อยของ ทำตามความฝันวัยเด็กเลยนะ

เราก็ทำไปเรื่อย เพราะเราสนุกกับมัน สังเกตว่าที่นี่จะไม่มีของใหม่เลย เราใช้วิธีซื้อของเก่ามาสร้าง ตะลอนไปซื้อประตูไม้เก่า หน้าต่างเก่า มีคนขายบ้านเก่าจากที่ต่างๆ บางบ้านไม่มีคนอยู่ เขาก็ขายทั้งหลัง เราก็ซื้อมาเก็บกองๆ ไว้ อย่างหลังนี้เป็นบ้านของคุณยายที่เราขนมาจากในป่า แล้วก็มาออกแบบอีกที

ปกติคนมาพักเยอะไหม

ช่วงแรกคนมาพักเยอะ แต่ช่วงหลังก็น้อยลง เพราะเราไม่ค่อยโปรโมต แต่ด้วยความที่เรามีร้านกาแฟด้วย คนก็เลยแวะเวียนมาตลอด ส่วนคุณจะพักไม่พักเราก็เฉยๆ เพราะเวลาคนมาเยอะๆ แล้วมันโคตรเหนื่อย (หัวเราะ)

แต่ช่วงโควิดล็อกดาวน์ เราไม่กลัวเลยนะ เราอยู่ได้สบายๆ เพราะที่นี่มีทุกอย่าง เป็นเหมือนแหล่งรวมตัวน้องๆ ในเมืองชัยนาท ชวนกันไปพายคายัค ดื่มเบียร์กันกลางแม่น้ำ เล่นดนตรีด้วยกัน เราใช้พื้นที่ตรงนี้ใช้ชีวิตมากกว่าสร้างรายได้

Why At Chainat เกิดด้วยความตั้งใจแบบไหน

หลังจากเรากลับมาชัยนาทสักพัก มีน้องคนหนึ่งชวนไปขับรถบ้านที่ออสเตรเลีย เราก็ได้ไปนอนแคมป์ตื่นเช้ามาเราเห็นบึง เห็นเรือ เห็นท่าเรือ เราว้าวมาก ทำให้กลับมาคิดว่า แล้วทำไมชัยนาทไม่มี ชัยนาทมันก็ทำได้นี่หว่า

Why At Chainat เกิดจากการตั้งคำถามของเรา เรามีคำถามเยอะไปหมด ทำไมต้องเป็นที่ชัยนาท ทำไมชัยนาทถึงไม่มี ทำไมชัยนาทถึงทำไม่ได้ แล้วทำไมที่อื่นทำได้ 

ที่นี่มีทั้งปั่นจักรยานริมน้ำ พายเรือคายัค ล่องแพชมวิถีน้ำ คุณมองว่ากิจกรรมเหล่านี้มีเสน่ห์ยังไง

สิ่งที่คนชัยนาทไม่ค่อยรู้คือเวลาที่คุณไปอยู่กลางแม่น้ำ มันคืออีกโลกหนึ่งเลยนะ เราชอบใส่เสื้อชูชีพแล้วไปลอยทิ้งตัวกลางแม่น้ำ มูลค่าสิ่งเหล่านี้มันมหาศาล แต่คนชัยนาทได้มาฟรี ทำไมคุณไม่ใช้มันล่ะ

เรามองว่าชัยนาทควรมีภาคธุรกิจเกี่ยวกับทางน้ำ แต่ต้องมีในจำนวนที่จำกัด อย่างเช่น ธุรกิจแพ เราให้มีผู้ประกอบการได้แค่ 20 คน แต่ว่าสามารถทำได้แค่ 5 ปี ครบแล้วก็ต้องเปลี่ยนมือ ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะไม่ oversupply จนกระทบสิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งกิจกรรมทางน้ำอย่าง water sport ก็ควรจะแบ่งโซนชัดเจน ที่จะไม่กระทบวิถีดั้งเดิมคนออกเรือหาปลา 

ถ้าต้องเลือกหนึ่งอย่างที่ไม่อยากให้หายไปในเมืองนี้คืออะไร

สิ่งที่ไม่อยากให้เปลี่ยนเลยคือวิถีทางน้ำ ชัยนาทเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางน้ำ อย่างแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าน้ำในประเทศไทยมันจะแห้ง มันจะแห้งที่ชัยนาทเป็นที่สุดท้าย เพราะฉะนั้นเราต้องรักษาเรื่องสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ตอนนี้เริ่มมีกระชังปลาที่ขาดการควบคุม ซึ่งก็จะมีผลเรื่องคุณภาพของน้ำเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราค่อนข้างเป็นห่วง อาจจะต้องมีการควบคุมการใช้พื้นที่ทางน้ำในอนาคต

4

WHY WE HOPE

คนในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ช่วงพักหลังมานี้ชัยนาทเงียบเหงาลงเยอะ

สิ่งที่เคยมีในวันวานอาจไม่มีอีกแล้ว บางอย่างที่เคยตั้งอยู่กลับสูญหายตามกาลเวลา ท่ามกลางความเงียบเชียบและรอยร้าวของโครงสร้างเมือง สิ่งที่ทำให้เมืองไปต่อได้ก็เพราะทุกอย่างถูกซัพพอร์ตและขับเคลื่อนด้วยคนในชุมชนด้วยกันเอง

หากคนรุ่นใหม่อยากกลับมาทำธุรกิจที่ชัยนาท เขาควรเริ่มต้นยังไง

คุณต้องมองชัยนาทให้ออกว่ามันมีคุณค่ายังไง ถ้าไม่ได้บริโภคเกินตัว ชีวิตมันก็ slowlife ชัยนาทค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ คุณไม่จำเป็นต้องปลูกข้าวมากมาย แค่มีพอกิน ขายของที่คนเอาไปสร้างเงินได้ แล้วธุรกิจมันจะไปต่อได้ 

ทุกวันนี้ร้านขายเบ็ดทำเงินได้ดี เพราะปลาราคาแพงกว่าหมู คนตกปลาเขาไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เขาแค่ไปลงเรือในขณะที่ชาวนา ต้องลงทุนเองทุกอย่าง โดยที่เงินก็ไม่ได้วันนั้น ทำนาก็ต้องรอจนกว่าจะได้เก็บเกี่ยว 

ชัยนาทระยะทาง 180 กิโลจากกรุงเทพ คุณมีกระเป๋าตังอยู่ใกล้ แต่คุณจะเอาเงินในกระเป๋าเขาได้ยังไง คนแถวนี้มีตังในกระเป๋าเท่าไหร่ ถ้าเขามีเงินวันละ 200 แต่คุณเอาของ 300-400 มาขาย คุณไม่มีทางทำได้  ถ้าเขามี 200 ซื้อของไปแล้ว 150 เขามีเงินเหลือ 50 บาท คุณต้องขายของ 50 บาท เอาเงินจากกระเป๋าเขาออกมาให้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่คนจะไม่ค่อยคิดเรื่องพวกนี้ 

เรื่องอะไรที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามเรื่องอะไร

อยากบอกว่าในมุมของการเติบโตในเศรษฐกิจ คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ครีเอทีฟมาก แต่ขาดความรู้ด้านธุรกิจ ซึ่งสำคัญมาก ไม่ว่าคุณจะสร้างสรรค์ยังไง แต่สุดท้ายมันจะไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นนักสร้างสรรค์ทั้งหลาย ต้องเรียนรู้เรื่องการเงิน  คนบางคนเจ๊งยังไม่รู้ว่าเจ๊งเพราะอะไร แบบนี้อันตราย คิดว่าส่วนหนึ่งที่เราอยู่ได้ เพราะประสบการณ์ของการเป็นนักการตลาดด้วย

ดิ้นรนกันเอง ลองผิดลองถูก มาตั้งหลายปี คุณรับมือกับความกลัวความผิดพลาดยังไง

การผิดพลาดทุกอย่างในชีวิตเรา อย่าให้มันพลาด แล้วไม่รู้ว่ามันพลาดเพราะอะไร ไม่อย่างนั้นคุณก็จะไม่รู้ข้อบกพร่องของตัวเอง แล้วคุณจะพลาดซ้ำ การอ่านหนังสือก็ช่วยได้ เราไม่ต้องพลาดเอง แต่เรียนรู้จากการผิดพลาดของคนอื่น 

เมืองจะสร้างสรรค์ได้ ต้องเริ่มจากอะไร

เรามองว่ารสนิยมของผู้นำสำคัญมาก ผู้นำที่ดีสร้างหลายๆ อย่างจากการเดินทาง การใช้ชีวิต หลายๆ จังหวัดที่มัน success ได้ เพราะว่ามันคุยภาษาเดียวกัน มันเป็น single command ไปในทิศทางเดียวกัน ทุกคนรับรู้หมดว่าจะเดินไปทางไหน 

เราเคยคุยกับบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวกับผังเมือง เขาบอกว่าตรงแยกไฟแดงชัยนาทมันไม่จำเป็นต้องเป็นดอกไม้ ถ้าเป็นผม ผมจะปลูกส้มโอ หมายความว่าเราสามารถทำในสิ่งที่มีอยู่แล้วได้ง่ายๆ เรามองว่านักผังเมืองในไทยเก่งนะ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องทำตามผู้นำ คนที่ออกแบบส่วนใหญ่ก็มาจากกรุงเทพ ไม่ได้เป็นคนชัยนาท บางอย่างที่เราสร้างขึ้นมามันมีการลงทุนในพื้นที่ก็จริง แต่สุดท้ายแรงงานก็ไม่ได้มาจากคนในพื้นที่อยู่ดี

การที่คนรุ่นใหม่กลับบ้านเกิดตัวเอง คุณมองว่ามันมีความสำคัญกับเมืองยังไง 

ปัญหาของชัยนาทคือผู้ใหญ่ไม่ฟังเด็ก ถ้าคุณไม่ฟังเด็ก วันที่คุณแก่ตัวไปคุณจะเหนื่อย เพราะว่าเด็กเขาจะทำกันไม่เป็น แทนที่เขาจะมีโอกาสเสนอคุณทำอะไรใหม่ๆ มันก็ไม่ทันแล้ว 

วัยอย่างเราเองจะซื้อรองเท้าใหม่อีกสักกี่คู่ อาจจะไม่ถึงสิบคู่แล้วก็ได้ แต่เด็กยังต้องใส่รองเท้ากี่หลายคู่ เพราะเส้นทางที่เขาต้องเดินไปมันอีกยาวไกล เพราะงั้นคุณควรคืนยุคสมัยกลับให้เขา

การที่ได้กลับมาปักหลักในบ้านเกิดตัวเองมันสอนอะไรคุณบ้าง

เรียนรู้ความจริงแท้ เข้าใจคำว่าปรมัติ ความจริงแท้คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราเข้าใจมันชัด เรารู้ว่าทุกอย่างที่เป็นปัญหาอยู่ มันก็คือตัวเราทั้งนั้น 

จากวันแรกจนถึงวันนี้ คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปยังไงบ้าง

เรามีการเรียนรู้ไปตามวัยนะ บางสิ่งที่เราคิดว่าใช่ จริงๆ มันก็อาจจะไม่ใช่ แต่ตอนนี้เป็นช่วงต่อของการที่ยังมีแรงอยู่ ถามว่าทำไมเราต้องทำอะไรเยอะแยะ เพราะว่าเราเห็นโอกาสหลายๆ อย่างของชัยนาท ตอนนี้เรายังมีแรง มีเงิน แต่อีกไม่นานก็จะเกษียณแล้ว 

ถ้าเรากลับมาเร็วกว่านี้ เราคงจะเฟี้ยวกว่านี้ แต่สุดท้ายมนุษย์ทุกคนมันต้องจบที่รู้ว่าข้างในตัวเองเป็นยังไง พอถึงเวลาต้องรู้จักการวางทุกอย่างที่เราทำไว้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วมันก็ต้องคืน 

ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่ติดค้างไหม

เรารู้สึกว่าตัวเองได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว เราสร้างให้ทุกคนหมดแล้ว ทุกคนสามารถอยู่กันได้ ตอนนี้เราใช้ความสุขเล็กๆ ในทุกวัน ความสุขแบบไม่มีพันธะอะไร ท่อแตกก็ซ่อม ไม่มีกำหนด ไม่มีอะไรมากดดัน ตอนเราพยายามส่งต่อให้น้องๆ คนรุ่นใหม่ ให้พวกเขาสามารถสร้างตัวได้

ผมบอกคนที่ผ่านไปผ่านมาตลอดว่า ถ้าคุณอยู่ชัยนาท ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้าไม่มีทางออก ติดต่อผมได้เลย ผมยินดี ให้คุณคิดซะว่ามีญาติอยู่ที่นี่ 

ถ้าคุณรู้จัก Why At Chainat เดี๋ยวคุณก็จะรู้จักทุกคนเอง

PHOTOGRAPHER