<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตีตั๋วมิวเซียม &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%8B%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/ตีตั๋วมิวเซียม/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 01 Aug 2024 08:04:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>UFO มีจริงไหม?สำรวจและตั้งคำถามกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกกับมิวเซียม International UFO Museum and Research Center</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ufo-museum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Aug 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[UFO]]></category>
		<category><![CDATA[จานบิน]]></category>
		<category><![CDATA[UFO museum]]></category>
		<category><![CDATA[International UFO Museum and Research Center]]></category>
		<category><![CDATA[Roswell]]></category>
		<category><![CDATA[america]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=176347</guid>

					<description><![CDATA[<p>International UFO Museum and Research Center พร้อมแนวคิดแวดล้อมเกี่ยวกับวัตถุจากภายนอกโลก ‘เรื่องเหลือเชื่อ’ เหล่านี้ มีรากฐานมาจากสิ่งใด? </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ufo-museum/">UFO มีจริงไหม?สำรวจและตั้งคำถามกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกกับมิวเซียม International UFO Museum and Research Center</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176351" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เชื่อในสิ่งที่เห็น เห็นในสิ่งที่เชื่อ</p>



<p>แล้วถ้าเราไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น และไม่เห็นในสิ่งที่เชื่อล่ะ?</p>



<p>ความสนใจในเรื่องเหลือเชื่อ อยู่คู่กับมนุษย์มาช้านาน ส่วนมากมักมาจากความไม่รู้และไม่สามารถอธิบายสิ่งที่พบเจอด้วยตรระกะหรือว่าเหตุผลได้</p>



<p>ในตลอดระยะเวลาที่มนุษย์สร้างอารยธรรม เรื่องเหลือเชื่อจึงมีให้พบเห็นมาไม่เคยขาดสาย&nbsp;</p>



<p>วันนี้เราจะมาสำรวจ International UFO Museum and Research Center หรือว่าพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัย UFO นานาชาติขึ้นที่เมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโก พร้อมรายละเอียดและแนวคิดแวดล้อมเกี่ยวกับวัตถุจากภายนอกโลก</p>



<p>แล้วมาดูกันว่า ‘เรื่องเหลือเชื่อ’ เหล่านี้ มีรากฐานมาจากสิ่งใด? ทำไมแต่ละคนจึงหันมาให้ความสนใจกับเรื่องราวเหล่านี้??</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อมนุษยตั้งคำถามเกี่ยวกับ UFO</strong></h4>



<p>เมื่อพบเห็นสิ่งประหลาดบินไปมาบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่ความมืดโอบกอดราตรีไว้ ความสงสัยในสิ่งที่มนุษย์อธิบายไม่ได้ จึงเกิดขึ้น</p>



<p>“สิ่งนั้นคืออะไร?”</p>



<p>ไม่รู้เหมือนกัน…&nbsp;</p>



<p>เพราะฉะนั้นชาวอเมริกันเลยเรียกอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘วัตถุซึ่งระบุที่มาไม่ได้’&nbsp;</p>



<p>แต่ว่า… ชื่อเต็มยาวเกินไป จำยาก ตั้งชื่อเล่นตามลักษณะเด่นให้ดีกว่า!&nbsp;</p>



<p>อ้อ… ไม่รู้ว่าเป็นมายังไง สงสัยจะเป็นสิ่งลี้ลับ….</p>



<p>ถ้าอย่างนั้น เรียกว่า ‘จานผี’ ก็แล้วกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176352" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาและความตั้งใจของพิพิธภัณฑ์ International UFO Museum and Research Center at Roswell, New Mexico</strong></h4>



<p>พิพิธภัณฑ์ International UFO Museum and Research Center at Roswell, New Mexico ก่อตั้งขึ้นเพื่ออธิบายเรื่องราวรายละเอียดเกี่ยวกับ ‘จานผี’ ที่เกิดขึ้นในปี 1974 ในเมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโกของสหรัฐอเมริกา</p>



<p>ช่วงเวลานั้นมีความสนใจในสิ่งที่ ‘มนุษย์’ ไม่อาจอธิบายที่มาหรือว่าระบุตัวตนได้ เกิดขึ้นเมื่อมีการพบเจอเศษซากและร่องรอยของสิ่งที่อยู่นอกความเข้าใจของมนุษย์ ณ เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ‘Roswell’&nbsp;</p>



<p>ทางการอธิบายว่าสิ่งที่ค้นพบเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุจากนอกโลก แต่ภายหลังดูเหมือนว่าความจริงจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ จะเป็นอะไร การค้นหาที่มาและการมีอยู่ของมนุษย์นอกโลกและยาน UFO ก็เข้ามาอยู่ในความสนใจของผู้คนจำนวนมาก&nbsp;</p>



<p>ในเวลาต่อมาจึงได้เกิดไอเดียการสร้างพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัย UFO นานาชาติขึ้นที่เมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นที่มาของสิ่งนี้</p>



<p>แต่ทว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อทำให้เชื่อหรือไม่เชื่อการมีอยู่ของ UFO และสิ่งต่างๆ นอกโลก แต่จุดประสงค์ของการเปิดให้เข้าชม เป็นเพราะต้องการให้ผู้คนทำความเข้าใจในเรื่องราวที่อยู่เหนือความเข้าใจและตรรกะของมนุษย์&nbsp;</p>



<p>วัตถุจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ จึงมีทั้งในรูปแบบภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และการบันทึกเสียงจากปี 1974 และช่วงเวลาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ UFO และสิ่งมีชีวิตนอกโลก</p>



<p>ทั้งรูปปั้นมนุษย์ต่างดาว จานผี ห้องผ่าตัด ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่พบได้ในหนังสือและภาพยนตร์ Sci-Fi ของฮอลลีวูด</p>



<p>แล้วยังมีโซนจำลองบรรยากาศในจักรวาลภายนอกโลกให้ได้ลองดูอีกด้วย ผู้เข้าชมจะได้รับรู้ถึงความตื่นเต้นในแบบที่นักบินอวกาศเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ ซึ่งเป็นการนำเสนอมุมมองใหม่ให้กับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์</p>



<p>จากเดิมที่เราๆ มองแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า หรือว่าอย่างมากก็หันไปมองข้างๆ และข้างหลังเป็นครั้งคราว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ชวนให้ทุกคนลองสังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆ ในทุกทิศทาง </p>



<p>ทั้งด้านบน ด้านล่าง และมุมต่างๆ เหมือนกับจักรวาลที่ล้อมรอบโลกมนุษย์ไว้…</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176353" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>อีกสิ่งที่เรามองว่าน่าสนใจมากคือ เนื้อหาของพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี เพื่อนำเสนอคอนเทนต์ในลักษณะของ ‘Theme Park’ ส่วนหนึ่งของผู้มาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จึงเป็นครอบครัวที่ประกอบไปด้วยเด็กเล็กและเด็กโต</p>



<p>แม้ว่ารูปแบบการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ จะเรียบง่ายและตรงไปตรงมา แต่ว่าทุกตารางเมตรในพิพิธภัณฑ์ทำให้ผู้เข้าชมสนใจในหัวข้อนี้ได้อย่างตรงใจและตรงจุด</p>



<p>ไปต่อ ไปต่อ&nbsp;</p>



<p>อยากชมต่อทั้งหมด</p>



<p>แต่ละก้าวทำให้ผู้เข้าชมลุ่นระทึกกับเรื่องราวเหลือเชื่อของ UFO และมนุษย์ต่างดาว</p>



<p>จากคนซึ่งไร้ความสนใจใน UFO กลับกลายเป็นอยากลองอ่านหรือศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม จากผู้ที่สนใจในด้านนี้อยู่แล้ว ก็จะยิ่งดีใจที่ได้ไปเยือน&nbsp;</p>



<p>สำหรับใครที่อยากค้นคว้าหาข้อมูลในเรื่องนี้ต่อ ห้ามพลาดโซน ‘Reserach Library’ หรือว่าห้องสมุดเพื่อการวิจัย ซึ่งรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1974 อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ในแต่ละวันจะพบเห็นผู้ที่ใฝ่รู้มานั่งอ่านรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในมุมนี้กันนานเป็นชั่วโมงๆ บางคนก็มาหลายวันติดต่อกัน เพื่ออ่านข้อมูลทั้งหมด</p>



<p>บางคนอาจค้นหาข้อมูลเพื่อสนับสนุนความเชื่อของตนเอง แต่บางคนก็นำสิ่งที่ได้ชมและเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สำรวจความรู้สึกนึกคิดของตนเองที่มีต่อเรื่องยานอวกาศจากนอกโลก และสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกเหนือจากความเข้าใจของมนุษย์</p>



<p>แม้ว่าเมืองรอสเวลล์จะตั้งอยู่ห่างไกลออกไปจากเมืองใหญ่ๆ ในรัฐนิวเม็กซิโก และรัฐอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกา แต่สถานที่นี้เป็นจุดหมายปลายทางและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของรัฐ</p>



<p>ในแต่ละวันผู้คนจากต่างถิ่น หรือจากประเทศไกลโพ้นทะเล จะเดินทางมาชมพิพิธภัณฑ์นี้อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีความสมบูรณ์และตรงไปที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเรื่องของ UFO</p>



<p>ปัจจุบันค่าธรรมเนียมเข้าชมพิพิธภัณฑ์อยู่ที่เพียง 7 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 250 บาทเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-176354" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/08/4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ขอบคุณรูปภาพจาก </p>



<p><a href="https://www.abqjournal.com/news/out-of-this-world-ufo-museum-in-roswell-reaches-5-million-visitors/article_075e22ae-9085-11ee-be40-afdf7134aed4.html">https://www.abqjournal.com/news/out-of-this-world-ufo-museum-in-roswell-reaches-5-million-visitors/article_075e22ae-9085-11ee-be40-afdf7134aed4.html</a></p>



<p><a href="https://www.newmexicomagazine.org/blog/post/100th-anniversary-why-we-love-new-mexico-we-are-full-of-mysteries-roswell-ufo">https://www.newmexicomagazine.org/blog/post/100th-anniversary-why-we-love-new-mexico-we-are-full-of-mysteries-roswell-ufo</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ufo-museum/">UFO มีจริงไหม?สำรวจและตั้งคำถามกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกกับมิวเซียม International UFO Museum and Research Center</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมหอศิลป์ BACC สร้างในยุค 90 เวทีโชว์งานอาร์ตที่อยากให้ทัดเทียมสากล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bangkok-art-and-design-culture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jul 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[BACC]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปกรุงเทพฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175650</guid>

					<description><![CDATA[<p>พิพิธภัณฑ์สร้างในยุค 90 เพื่อต้องการยกระดับงานอาร์ตในกรุงเทพฯ และประเทศไทยให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ในโลกและชวนให้ผู้คนสนใจงานศิลปะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-art-and-design-culture/">ทำไมหอศิลป์ BACC สร้างในยุค 90 เวทีโชว์งานอาร์ตที่อยากให้ทัดเทียมสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h4 class="wp-block-heading"><strong>พิพิธภัณฑ์แห่งแรกในโลก</strong></h4>



<p>ว่ากันว่า พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 500-600 ปีก่อนคริสตกาล ในช่วงเวลาที่อารยธรรมเมโสโปเตเมียหรือบาบิโลนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด แต่ก็มีบางทฤษฎีบ่งชี้ว่ากรุงโรม เป็นสถานที่แรกซึ่งมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ขึ้น&nbsp;</p>



<p>ในกรุงโรมสมัยก่อนคริสตกาล คำว่า ‘Museum’ ไม่ได้มีความหมายดังเช่นปัจจุบัน หากแต่เป็นสถานที่สำหรับการถกปัญหาทางปรัชญา พิพิธภัณฑ์แห่งแรกซึ่งมีลักษณะคล้ายกับมิวเซียมของโลกในตอนนี้คือ สถานที่เก็บคอลเลกชันศิลปะของตระกูล Medici ในกรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เมื่อประมาณศตวรรษที่ 15&nbsp;</p>



<p>กรุงฟลอเรนซ์ในขณะนั้นเฟื่องฟูทั้งด้านวิทยาการและงานศิลป์ Leonardo Da Vinci ตัวพ่อแห่งวงการวิทยาศาสตร์และศิลปะโลกเอง ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สร้างความก้าวหน้าของศาสตร์และศิลป์ในช่วงเวลาที่กรุงฟลอเรนซ์มีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด</p>



<p>เมื่อเมืองเต็มไปด้วยวัตถุมีค่าและงานศิลปะซึ่งเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง สถานที่จัดเก็บวัตถุเหล่านั้นจึงมีความจำเป็นขึ้นมาอย่างยิ่งยวด</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175655" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>กรุงเทพฯ ยุค 90 หรือว่ายุคต้มยำกุ้ง</strong></h4>



<p>ยุค 90 เป็นช่วงเวลาที่ดนตรี ภาพยนตร์และศิลปะของโลก มีความเอกลักษณ์และได้รับการกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้&nbsp;</p>



<p>โลกมีนักร้องหญิงที่เป็นไอคอนระดับโลกอย่าง Björk ซึ่งมาจากดินแดนแห่งแสงเหนือของโลกอย่างไอซ์แลนด์ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของสหราชอาณาจักรสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมั่งคั่ง สถานีโทรทัศน์ MTV ของสหรัฐอเมริกาเป็นสื่อหลักทางด้านดนตรีของโลก วงการฮอลลีวูดสร้างภาพยนตร์อมตะตลอดกาลที่ยังคงมีให้ชมมาจนถึงทุกวันนี้</p>



<p>สำหรับประเทศไทย การมีอยู่ของค่ายเพลงแกรมมี่ คีตา และ RS ในช่วงเวลาก่อนเกิดวิกฤตกาลต้มยำกุ้ง ช่วยสร้างแรงขยับให้กับแวดวงศิลปะและวัฒนธรรมของไทย นักร้องนักดนตรีหน้าใหม่อย่างธงไชย แมคอินไตย์ กระตุ้นให้ความสนใจในการนำเข้าความเป็น ‘ฝรั่ง’ แพร่หลายไปในระดับแมส และค่ายเพลงน้องใหม่ในเวลาต่อมาอย่าง Bakery Music สร้างความแปลกใหม่ในหมู่คนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจอยู่ที่ใจกลางสยามสแควร์</p>



<p>ดนตรีซึมซาบเข้าไปในความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ การสร้างผลงานเพลงเป็นความฝันของวัยรุ่น วงดนตรีในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกรุ่นเดอะของไทยในตอนนี้อย่าง ‘โมเดิร์นด็อก’ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น&nbsp;</p>



<p>บรรยากาศการสร้างสรรค์เกิดขึ้นโดยมีสยามสแควร์เป็นศูนย์กลาง ดนตรี แฟชั่น และการออกแบบ เริ่มเข้ามาอยู่ในจังหวะชีวิต</p>



<p>แล้วศิลปะล่ะ? อยู่ที่ไหนในลมหายใจของผู้คน?</p>



<p>มองไปรอบๆ กายในเวลานั้น คำว่า ‘ศิลปะ’ เป็นสิ่งที่อยู่ห่างไกลจากชีวิตผู้คน จนมองแทบไม่เห็น&nbsp;</p>



<p>ในสายตาของคนส่วนใหญ่ ศิลปะเป็นเพียงการวาดเส้น ลงสีหรือว่าแสงเงา ไม่ได้รับความสนใจดังเช่นในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่วัฒนธรรมด้านอื่นๆ กำลังมาแรงที่สุดในภูมิภาค…</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175656" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>หอศิลปกรุงเทพฯ&nbsp;</strong></h4>



<p>ความคิดในการสร้างหอศิลปกรุงเทพฯ​ เกิดขึ้นในยุค 90 ซึ่งเป็นเวลาไม่กี่ปีก่อนการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งในปี 2540</p>



<p>กรุงเทพฯ ในเวลานั้นมีความพร้อมในด้านวัฒนธรรมดนตรีและแฟชั่น ส่วนสาขาการออกแบบก็กำลังเป็นที่จับตามอง เรียกได้ว่ามีศักยภาพไม่แพ้ประเทศใด แต่ไทยเรากลับไม่มีเวทีให้งานศิลป์ได้แจ้งเกิดเลย&#8230;</p>



<p>การยกระดับงานอาร์ตในกรุงเทพฯ และประเทศไทย ให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ในโลก จึงเป็นอีกภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้ลุล่วง แต่กว่าจะจัดตั้งหอศิลปกรุงเทพฯ หรือว่า Bangkok Art and Culture Center (BACC) ได้ก็อีก 11 ปีให้หลัง หรือว่าเมื่อปีพ.ศ. 2551 </p>



<p>ด้วยความที่เคยมีหน้าที่การงานด้านเนื้อหาในศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative &amp; Design Center: TCDC) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือที่คุ้นหูในชื่อ ‘Creative Economy Agency (Public Organization): CEA’ ตัวเราจึงมองว่าสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะ ‘ศิลปะ&#8217; ไม่ใช่ปัจจัย 4 หรือว่าสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต จึงมักมี ‘สิ่งอื่นๆ’ ที่รีบด่วน รีบเร่ง สำคัญ และจำเป็นมากกว่าศิลปะเสมอ อีกทั้งนิยามของคำว่า ‘ศิลปะ’ ยังมีความเป็นนามธรรมอยู่ค่อนข้างมาก บางมุมอาจจับต้องได้ยาก การวัดผลว่าการลงทุนใน ‘ศิลปะ’ มีความคุ้มค่าหรือไม่ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก&nbsp;</p>



<p>หากรัฐลงทุนในสิ่งที่ยังมีความคลุมเครือ และไม่สามารถวัดผลออกมาเป็นรูปธรรมและชัดเจนได้ ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจะเป็นอะไร?</p>



<p>อาคารที่ก่อสร้างอย่างไร้ความหมายหรือ???</p>



<p>ความคิดเห็นต่างมุมในเรื่องการสร้างหอศิลปกรุงเทพฯ จึงมีมาตลอด แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับว่า ‘ศิลปะและวัฒนธรรม&#8217; เป็นช่วยเติมเต็มชีวิตมนุษย์ให้สมบูรณ์ขึ้น</p>



<p>Maslow บิดาแห่งจิตวิทยายุคใหม่ พูดถึงลำดับขั้นความต้องการซึ่งอยู่สูงไปกว่าความต้องการพื้นฐานของดำรงชีวิตมนุษย์ คือ ความต้องการด้านสังคม&nbsp;(Social Needs) ความต้องการเห็นคุณค่าของตนเอง&nbsp;(Self-Esteem needs) แล้วลำดับขั้นสูงสุดก็คือ ความต้องการบรรลุความหมายและการมีชีวิตตามอุดมคติ&nbsp;(Self Actualization)&nbsp;</p>



<p>ด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างและชุมชน ให้คุณค่ากับตนเองและการได้รับการยอมรับ รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงทำให้ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ขึ้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175658" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/c03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หอศิลปกรุงเทพฯ จึงสร้างขึ้นมาด้วยความมุ่งหมายที่จะประกาศศักยภาพความเป็นสากลของกรุงเทพฯ และเติมเต็มความเป็นมนุษย์ในเชิงศิลปะ และด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบใหม่ (Modern Architecture) ที่เน้นความลื่นไหล (Flow) ของพื้นที่ แสงแดด อากาศ มนุษย์ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ บทสนทนาระหว่างชีวิตชีวาของเมือง ศิลปะ และผู้คน จึงเกิดขึ้นอย่างงดงาม ผ่านกำแพงสีขาวซึ่งพร้อมสำหรับติดตั้งงานศิลป์ บันไดเวียนขึ้นไปยังชั้นบนสุด แสงแดดส่องลงบนพื้นที่ในแต่ละชั้น ลานด้านหน้ารองรับการใช้งานที่หลากหลาย&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดขับเคลื่อนกรุงเทพฯ ให้ไปข้างหน้า ในฐานะเมืองหลวงแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>



<p>ปัจจุบันหอศิลปกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ&nbsp;</p>



<p>แต่ละวันประตูของหอศิลป์ BACC เปิดกว้างต้อนรับทุกคนเข้ามาชมนิทรรศการและการจัดแสดงต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175659" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/C06-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bangkok-art-and-design-culture/">ทำไมหอศิลป์ BACC สร้างในยุค 90 เวทีโชว์งานอาร์ตที่อยากให้ทัดเทียมสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Yayoi Kusama Museum และความพยายามทำความเข้าใจตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yayoi-kusama-museum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Jul 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[Yayoi Kusama Museum]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[museum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175539</guid>

					<description><![CDATA[<p>พิพิธภัณฑ์ของคุณป้ามองดูโดดเด่นภายใต้ความเรียบและทันสมัยของตึก จะมองเห็น ‘ลายจุด’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคุณป้าได้ตั้งแต่ไกล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yayoi-kusama-museum/">Yayoi Kusama Museum และความพยายามทำความเข้าใจตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อีกด้านของสถานีรถไฟ Waseda ฝั่งตรงข้ามของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ในย่านที่อยู่อาศัย ที่เงียบสงบของเขตชินจุกุ ด้วยระยะเดินไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ Natsume Soseki นักเขียนรางวัลโนเบลของญี่ปุ่น จะมองเห็นอาคารสีขาวสูง 5 ชั้น ที่ก่อสร้างขึ้นในสไตล์โมเดิร์น&nbsp;</p>



<p>อาคารนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama หรือว่า ‘คุณป้าฟักทอง’ ที่เราหลายคนเรียกกัน ภายใต้ความเรียบและทันสมัยของตึก จะมองเห็น ‘ลายจุด’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคุณป้าได้ตั้งแต่ไกล</p>



<p>หากมาในช่วงกลางวัน พิพิธภัณฑ์ของคุณป้ามองดูโดดเด่น แต่ถ้ามาช่วงใกล้ค่ำ แสงสีขาวท่ามกลางความมืดจากทั้ง 5 ชั้นของพิพิธภัณฑ์ จะเป็นเหมือนกับแสงสว่างที่นำพาเราสู่จุดหมายปลายทาง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175545" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-8.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama</strong></h4>



<p>คุณป้า ‘ยาโยอิ คุซะมะ’ เป็นที่รู้จักทั่วโลกในระดับแมส ขนาดที่พบเห็นงานศิลปะของคุณป้าได้ในพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ ทั่วทุกมุมโลกมายาวนาน แต่ใครจะรู้ว่าเส้นทางชีวิตคุณป้าเป็นอย่างไร? กว่าที่จะเป็น ‘คุณป้าฟักทอง’ ดังเช่นในวันนี้</p>



<p>คุณป้าเข้าเรียนวิชาภาพวาดญี่ปุ่นในมหาวิทยาลัยศิลปะเกียวโต และใช้เวลาค้นหาแนวทางของตัวเองเป็นเวลาหลายปี ในระยะแรกคุณป้าทดลองการใช้เทคนิคต่างๆ ทั้งการวาดสีน้ำ สีกวอชและสีน้ำมัน แล้วค่อยๆ ค้นพบประติมากรรมดังเช่นปัจจุบัน</p>



<p>คุณป้าตัดสินใจย้ายไปยังกรุงนิวยอร์กในช่วงที่วงการอาร์ตมีความคึกคักและเฟื่องฟูที่สุด ศิลปะแนว Avant-Garde (อาว็อง-การ์ด) ของคุณป้าเป็นที่กล่าวขานในช่วงปลายยุค 50 และยุค 60 ด้วยความมีเอกลักษณ์ ความกล้าในการแสดงออก และความหมายที่สื่อในผลงาน เช่น เสรีภาพในการแสดงออกและการต่อต้านสงคราม นับได้ว่าเป็นศิลปินหญิงจากซีกโลกตะวันออกที่ได้รับการยอมรับในแวดวงศิลปะระดับโลกในช่วงเวลานั้น</p>



<p>หลังจากเดินทางกลับมายังประเทศญี่ปุ่น คุณป้าเริ่มเขียนหนังสือและบทกวี โดยที่ยังคงสร้างสรรค์งานอาร์ตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับมากเท่ากับในนิวยอร์กก็ตาม</p>



<p>&nbsp;แต่ผลงานของคุณป้าก็ค่อยๆ เป็นที่สนใจมากขึ้นในญี่ปุ่น จนเกิดเป็นนิทรรศการที่ Mori Art Museum ในโครงการ Roppongi Hills เมื่อปี 2004 ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของแวดวงศิลปะ เพราะรปปงงิฮิลส์ซึ่งเพิ่งเปิดทำการเมื่อปีก่อนหน้านั้น เป็นโครงการนำร่องย่านการค้า ที่อยู่อาศัย และศิลปะวัฒนธรรมขนาดยักษ์แห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งยกระดับให้ทัดเทียมโครงการนำสมัยในหลายประเทศทั่วโลก</p>



<p>รปปงงิฮิลส์เป็นการประกาศศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นสู่สายตาโลก พิพิธภัณฑ์ศิลปะโมริจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมศิลปะญี่ปุ่นเข้ากับโลกปัจจุบัน และยังพลิกโฉมวงการศิลปะร่วมสมัยของญี่ปุ่น ด้วยการจัดแสดงผลงานของศิลปินแถวหน้าของญี่ปุ่นอย่าง Takeshi Murakami และคุณป้าฟักทอง&nbsp;</p>



<p>นิทรรศการของคุณป้าในครั้งนั้น จึงเป็นการแนะนำให้โลกรู้จักกับผลงานงานอาร์ตร่วมสมัยของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้คุณป้าเป็นหนึ่งในตัวแทนศิลปินชาวญี่ปุ่นที่สายตาชาวโลก</p>



<p>ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คุณป้าได้รับเชิญให้จัดแสดงผลงานหลากหลายรูปแบบในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งภาพเขียน ไปจนถึงประติมากรรม และยังได้รับเกียรติจาก Lousiana Museum of Modern Art ให้วาดภาพประกอบวรรณกรรมระดับตำนานของโลกเรื่อง ‘The Little Mermaid’ ของ Hans Christian Andersen</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175552" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-6.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาของลายจุด</strong></h4>



<p>ความรู้สึกละเอียดอ่อนและความชอกช้ำทางจิตใจที่สะสมมาเป็นเวลานาน ได้รับการแสดงออกผ่านงานศิลปะของคุณป้า</p>



<p>ตอนเด็กๆ คุณป้าวาดภาพวงกลมซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น แทนที่จะวาดภาพบ้านและครอบครัวเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ วงกลมที่ว่า ก็เหมือนกับความรู้สึกที่วนเวียนไปมาในจิตใจ คุณป้าวาดไปเรื่อยๆ จนเป็นหนึ่งเดียวกับตัวตนของตัวเอง</p>



<p><strong></strong>มองจากภายนอก คุณป้าดูเหมือนคนไม่ค่อยพูด เก็บตัว และแสดงออกทางสีหน้าด้วยความขึงขังและเคร่งขรึม แต่การวาดรูปและการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ สะท้อนให้เห็นความละเอียดอ่อนที่มีอยู่ในจิตใจของคุณป้า</p>



<p>ภาพวาดที่ประกอบด้วยวงกลมนับพันวงที่ค่อยๆ วาดอย่างประณีตจนกลายเป็นแพตเทิร์น การลงสีด้วยด้วยความระมัดะวัง การนำสิ่งที่เวียนวนในความรู้สึกมาสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<p>คุณป้าจะลงมือวาดรูป เมื่อต้องการหลีกหนีโลกแห่งความจริง ศิลปะช่วยเยียวยาความกลัว ความกังวล และบาดแผลในจิตใจของคุณป้า จนวันหนึ่งคุณป้าค้นพบว่า ‘ศิลปะ’ ทำให้คุณป้ามีชีวิตอยู่ได้ในโลกใบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/8-3.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองที่พิพิธภัณฑ์ Yayoi Kusama</strong></h4>



<p>พิพิธภัณฑ์ยาโยอิ คุซะมะ ดำเนินงานโดยมูลนิธิยาโยอิ คุซะมะของคุณป้า เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ รอบละ 90 นาที ในราคาเพียง 1,100 เยน (ประมาณ 300 บาท) สำหรับผู้ใหญ่ และ 600 เยน (ประมาณ 180 บาท) สำหรับเด็กอายุ 6-18 ปี โดยจะต้องจองรอบในการเข้าชมและซื้อตั๋วล่วงหน้าทางเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์</p>



<p>เหตุผลหนึ่งน่าจะเพื่อดูแลให้จำนวนผู้เข้าชมในแต่ละรอบไม่มากหรือหนาแน่นจนเกินไป การชมงานศิลปะของคุณป้าต้องใช้การตีความและทำความเข้าใจ แล้วส่วนใหญ่ยังสวยสะดุดตาจนต้องกดถ่ายรูป จำนวนผู้เข้าชมที่กำลังดีจึงมีส่วนช่วยให้ประสบการณ์การชมพิพิธภัณฑ์ของคุณป้าเป็นไปอย่างรื่นรมย์</p>



<p>ในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวร และนิทรรศการหมุนเวียนซึ่งเปลี่ยนปีละ 2 ครั้ง ล่าสุดเป็นนิทรรศการชื่อ ‘Yayoi Kusama: Portraying the Figurative’&nbsp;</p>



<p>นิทรรศการนี้เป็นการนำเสนอภาพวาดจากในสมุดสเกตช์ของคุณป้าในช่วงที่เป็นวัยรุ่น จนถึงปัจจุบัน ซึ่งแสดงให้เห็นเอกลักษณ์ของคุณป้าตั้งแต่ช่วงแรกอย่างชัดเจน ทั้งการใช้สีเข้มและโทนสีสดใส การวาดลายจุดซ้ำไปซ้ำ และลายแพตเทิร์น เราจะมองเห็นความสดใสและสนุกสนานในผลงานช่วงวัยรุ่นของคุณป้า แต่จะค่อยๆ ลดลงจนดูขรึมขึ้นตามเวลา</p>



<p>ส่วนที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาดคือบริเวณชั้น 5 ของพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงประติมากรรมรูปฟักทองลายจุดของคุณป้า จุดนี้เป็นจุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดจุดหนึ่งในพิพิธภัณฑ์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175551" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-7-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>เวลาชมงานอาร์ตของคุณป้า วินาทีแรกจะรู้สึกเหมือนกำลังมองภาพลวงตา วินาทีต่อมาจะรู้สึกสงสัย</p>



<p>วินาทีต่อๆ ไปจะพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรจากการที่เรามองดูสิ่งต่างๆ บนโลกเลย</p>



<p>ความจริงที่ถูกสร้างขึ้น ความจริงที่เรามองเห็น ความจริงที่เป็นอยู่อย่างแท้จริง</p>



<p>สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นซ้ำไปมาในความคิด จนไม่อาจสลัดออกไปได้&nbsp;</p>



<p>คุณป้าถ่ายทอดสิ่งที่คุณป้ารู้สึกนึกคิดออกมาให้โลกชื่นชมได้อย่างงดงาม จนเราพยายามทำความเข้าใจในความรู้สึกของตัวเองดูบ้าง&#8230;</p>



<p>ขอบคุณรูปภาพจาก <a href="https://www.instagram.com/yayoikusamamuseum?igsh=N3hncWswdXFubDYw" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://www.instagram.com/yayoikusamamuseum?igsh=N3hncWswdXFubDYw</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yayoi-kusama-museum/">Yayoi Kusama Museum และความพยายามทำความเข้าใจตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MoMA ศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และแพชชันของกรุงนิวยอร์ก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/museum-of-modern-art/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[นิวยอร์ก]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[MoMA]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะสมัยใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175370</guid>

					<description><![CDATA[<p>แล้วพิพิธภัณฑ์ MoMA (Museum of Modern Art) ก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยในปัจจุบันโดยเฉพาะ แม้ว่า ‘ศิลปะ’ จะมีความหมายและสร้างให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยแห่งความแตกต่างอย่างในปัจจุบัน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า MoMA เป็นศูนย์กลางของศิลปะสมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของยุค</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/museum-of-modern-art/">MoMA ศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และแพชชันของกรุงนิวยอร์ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ศิลปะในแต่ละยุคสมัยสะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในขณะนั้น&nbsp;</p>



<p>ในสมัยกรีกโรมัน ศิลปะถูกอุทิศให้กับความเชื่อเรื่องเทพเจ้า พอมาถึงสมัยเรเนซองส์ ทุกองค์ประกอบทางศิลปะ ทั้งโทนสีจนถึงแสงเงา ต่างก็แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและเฟื่องฟูในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ศิลปะ วัฒนธรรม ไปจนถึงวิทยาการ</p>



<p>ส่วนยุคกลาง ความงามทางศิลปะและสถาปัตยกรรมสร้างขึ้นมาจากศรัทธาในพระเจ้าภายใต้ภาวะสงครามและความขัดแย้ง</p>



<p>ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม<strong> </strong>ศิลปะเริ่มแพร่ขยายออกไปสู่ผู้คนในวงกว้าง ภาพของรถไฟและเครื่องจักรไอน้ำ กลายเป็นหัวข้อใหม่ที่ปรากฏในงานศิลป์</p>



<p>แล้วในปัจจุบันศิลปะต้องการแสดงออกถึงสิ่งใด?</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Museum of Modern Art กับศิลปะสมัยใหม่</strong></h4>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175431" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-2-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>‘ศิลปะสมัยใหม่’ เป็นการพูดถึงงานศิลปะที่สร้างขึ้นในระหว่างปี 1860 ถึงปี 1970 ซึ่งถ่ายทอดผลงานออกมาด้วยมุมมองใหม่ โดยแทบไม่มีอิทธิพลของศิลปะยุคก่อนๆ หลงเหลือเลย หัวข้อหลักของศิลปะยุคเก่ามักมาจากความเชื่อหรือเรื่องราวทางด้านศาสนา แต่ศิลปะสมัยใหม่เป็นการสำรวจเรื่องราวหรือเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานศิลป์ที่แตกต่างจากที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>แล้วพิพิธภัณฑ์ MoMA (Museum of Modern Art) ก็ก่อตั้งขึ้นเพื่อศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยในปัจจุบันโดยเฉพาะ</p>



<p>แม้ว่า ‘ศิลปะ’ จะมีความหมายและสร้างให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันตามแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยแห่งความแตกต่างอย่างในปัจจุบัน แต่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า MoMA เป็นศูนย์กลางของศิลปะสมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุดของยุค</p>



<p>MoMA ตั้งอยู่ระหว่าง Fifth และ Sixth Avenue ใน Manhattan ย่านที่แพงที่สุดของกรุงนิวยอร์ก สถาปัตยกรรมและอาคารจำนวนมากในบริเวณนั้น สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จนถึงต้นศตวรรษที่ 19 ในสไตล์ Art Deco ซึ่งเป็นตัวแทนความรุ่งเรืองและหรูหราของสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ในช่วงอดีต</p>



<p>ตรงกันข้ามกับสถาปัตยกรรมในย่านแมนฮัตตัน ซึ่งแฝงไว้ด้วยปริบททางวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์ MoMA สร้างขึ้นในปี 1939 ด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีแบบแผนและโครงสร้างเรียบง่ายและขรึม โดยได้รีโนเวตครั้งใหญ่ในปี 2004 โดยสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อ Taniguchi Yoshio ซึ่งให้ความสำคัญกับความมินิมอลที่เป็นสื่อกลางของงานศิลปะสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารพิพิธภัณฑ์ MoMA ที่สร้างขึ้นในตอนแรกไว้</p>



<p>ปัจจุบัน MoMA ให้นิยามตนเองว่าเป็น ‘สถานที่ซึ่งจุดพลังสร้างสรรค์ กระตุ้นความคิด และเป็นบ่อเกิดของแรงบันดาลใจ’ แล้ว MoMA ก็ทำได้เช่นนั้นจริงๆ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปะสมัยใหม่ งานอาร์ตร่วมสมัย และกรุงนิวยอร์ก</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175432" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>MoMA มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอผลงานอาร์ตจากศิลปินสมัยใหม่ในระดับมาสเตอร์พีซ จึงไม่แปลกที่เราจะพบเห็นภาพวาด The Starry Night ซึ่งมีมูลค่าสูงสุดของ Vincent Van Gogh ภาพเพนต์ติงแนว Cubism ของ ​Picasso ภาพวาดดอกบัว Waterlillies ที่เล่นกับสีสันของแสงอย่างมีชั้นเชิงของ Claude Monet<strong> </strong>ภาพวาดแนว Abstract ที่ไม่ต้องการการตีความของ Rothko ภาพ Composition in Red, Blue, and Yellow ซึ่งเป็นตำนานของการใช้องค์ประกอบศิลป์โดย Piet Mondrian คอลเลกชันภาพชุด Campbell’s Soup Cans ที่โด่งดังของ Andy Warhol และผลงานของศิลปินร่วมสมัยที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสร้างสรรค์ผลงาน</p>



<p>เรียกได้ว่าเป็นความตระการตาของงานศิลป์ที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนโดยไม่ต้องฝืนหรือพยายามใดๆ&nbsp;</p>



<p>แค่ก้าวเข้าไปในตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์ แรงบันดาลใจก็เปี่ยมล้น จนอยากลุกขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานบ้าง</p>



<p>และด้วยความที่นิวยอร์กเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของโลก MoMA จึงจัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมในรูปแบบที่สนุกสนาน ทันสมัยและแปลกตาเป็นประจำตลอดทั้งปี เช่น กิจกรรมชมพิพิธภัณฑ์ช่วงกลางคืน (Night at the Museum) การฉายภาพยนตร์และการแสดงแนวทดลอง แล้วยังมีการถ่ายทอดแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจของงานอาร์ตโดยภัณฑารักษ์ประจำพิพิธภัณฑ์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับคอมมิวนิตีศิลปะ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ร้านหนังสือและ Museum Shop ที่ดีที่สุด</strong></h4>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175434" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-2-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แม้ว่า MoMA จะให้ความสำคัญกับการจัดแสดงงานศิลปะสมัยใหม่เป็นหลัก แต่ก็ตระหนักถึงความสำคัญของ ‘หนังสือ’ ในเป็นสื่อกลางถ่ายทอดองค์ความรู้ทางด้านศิลปะ ร้านหนังสือของพิพิธภัณฑ์ MoMA จึงเป็นแหล่งรวบรวมสิ่งพิมพ์ทางด้านอาร์ตที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก</p>



<p>บนชั้นหนังสือสีดำที่ดูทันสมัยของร้าน จะพบกับหนังสือ Square Circle Triangle โดย Bruno Munari นักออกแบบแถวหน้าของศตวรรษที่ 20 ชาวอิตาเลียน ซึ่งสำรวจและนำเสนอศักยภาพในการประกอบขึ้นเป็นสิ่งต่างๆ ของรูปทรงสี่เหลี่ยม วงกลมและสามเหลี่ยม</p>



<p>เดินไปอีกนิด จะพบกับหนังสือ Dear Data โดย Stefanie Posavec และ&nbsp;Giorgia Lupi สองดีไซเนอร์จากต่างซีกโลก ซึ่งบันทึกข้อมูลด้วยภาพ (Data Visualization) ลงบนโปสการ์ด เพื่อส่งถึงกันทุกๆ สัปดาห์เป็นเวลา 1 ปีเต็ม</p>



<p>ที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือ Wonderwall Case Studies โดย Gestalten สำนักพิมพ์หนังสือทางด้านศิลปะและสุนทรียศาสตร์ระดับคุณภาพจากกรุงเบอร์ลิน หนังสือเล่มนี้รวบรวมกรณีศึกษาจากผลงานการออกแบบและตกแต่งภายในของสตูดิโอระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า ‘Wonderwall’ ตั้งแต่การออกแบบร้าน UNIQLO ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น Uniqlo Flagship Store ซึ่งเป็นแลนมาร์กสำคัญของย่าน Ginza ในกรุงโตเกียว การออกแบบศาลเจ้า Homangu Kamado Jinja Juyosho ในเมืองฟุกุโอกะของญี่ปุ่น ด้วยมุมมองแบบมินิมอล และการออกแบบประสบการณ์เท่ๆ และน่าจดจำให้กับ Samsung 837 ในย่าน Meatpacking District ของกรุงนิวยอร์ก</p>



<p>ส่วน Museum Shop ของ MoMA ก็รวบรวมสินค้าดีไซน์และทางด้านศิลปะเอาไว้อย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็โดนใจไปหมด เราถูกใจภาพ Crying Girl ของ Roy Lichtenstein บนเครื่องเขียนชิ้นเล็ก กระดาษโน้ตลายกล่องคำพูดจากหนังสือการ์ตูน (Manga และ Comic) กระเป๋าพับได้ของพิพิธภัณฑ์ MoMA และ Art Object ที่สร้างขึ้นโดยศิลปินร่วมสมัย</p>



<p>กว่าจะรู้ตัว ก็ถือของเต็มตะกร้าไปต่อแถวยาวรอบร้านเพื่อรอจ่ายเงิน โดยปราศจากคำถามในใจใดๆ ทั้งสิ้น!</p>



<p>ขอบคุณรูปภาพจาก &nbsp;</p>



<p>http://www.moma.org.<br>https://clios.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/museum-of-modern-art/">MoMA ศิลปะสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และแพชชันของกรุงนิวยอร์ก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ เล่าประวัติศาสตร์ไทย ผ่านบันทึกลายลักษณ์ ตั้งแต่ใบลาน กล่องไม้ขีดไฟ แผนที่ ไปจนถึงอาคาร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/priceless-documents-of-siam/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175146</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ บอกเล่ารายละเอียดสิ่งของที่มีคุณค่าจากมุมมองของภัณฑารักษ์ นักประวัติศาสตร์และนิยามความเป็นมรดกไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/priceless-documents-of-siam/">นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ เล่าประวัติศาสตร์ไทย ผ่านบันทึกลายลักษณ์ ตั้งแต่ใบลาน กล่องไม้ขีดไฟ แผนที่ ไปจนถึงอาคาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175150" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/11-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>&#8220;รู้ว่ามันมีมากกว่าที่เห็น&#8221;</p>



<p>&#8220;สิ่งสำคัญไม่สามารถเห็นและรับรู้ด้วยตา&#8221;</p>



<p>&#8220;อย่าตัดสินหนังสือจากปก&#8221;</p>



<p>วลีเหล่านี้ล้วนพูดถึง ‘การมอง’ ซึ่งเป็นวิธีหลักในการรับข้อมูลและข่าวสารของมนุษย์&nbsp;</p>



<p>หากสิ่งเหล่านั้นมีรายละเอียดมากกว่าสิ่งที่สายตาสัมผัสได้</p>



<p>หากดวงตาของมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นในสิ่งที่เป็น…<br>เราจึงต้องทำความรู้จักเรื่องราวที่มาก่อนจะตัดสินใจจากภายนอกที่เห็น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สิ่งที่มองเห็นและสิ่งที่มองข้าม</strong></h4>



<p>สิ่งที่เรามองเห็น มักเป็นสิ่งที่เข้ามากระทบสายตา หรือไม่ก็มองหาจนเจอ สิ่งที่มองข้าม มักเป็นของไม่คุ้นตา สิ่งที่นึกไม่ถึงหรือแตกต่างจากคำตอบในใจ</p>



<p>วันก่อนเราไปชมนิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ ที่จัดขึ้นเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี 2567 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร บอกตามตรงว่านิทรรศการนี้เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง</p>



<p>เราเคยคิดว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นสถานที่จัดแสดงวัตถุโบราณเก่าๆ เศษซากความเจริญทางอารยธรรม และวัตถุต่างๆ ที่ไม่อยู่ในความสนใจเท่าไรนัก จะแวะไปก็ต่อเมื่อมีกิจกรรมทัศนศึกษาของโรงเรียนเท่านั้น</p>



<p>แต่เมื่อก้าวเข้าไปในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานครในตอนนั้น สิ่งที่พบเห็นเป็นอย่างแรกคือ ชาวต่างชาติต่อแถวซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนมาก แล้วยังมีผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม่เดินทางเข้ามาชมนิทรรศการจนแน่นขนัด</p>



<p>ส่วนเราตั้งใจไปชมนิทรรศการนี้ด้วยแว่นตาของคนเขียนหนังสือ ซึ่งมีความประสงค์ที่จะแชร์สิ่งดีๆ ให้กับผู้อ่าน และอยากรวบรวมเนื้อหา พร้อมเก็บภาพมาฝากทุกคน เราใช้เวลาในนิทรรศการเกือบสองชั่วโมง ขนาดสายตาฝ้าฟาง มองไม่ชัด ในที่มีแสงน้อย แล้วยังเพิ่งมีอาการเวียนศีรษะตอนก่อนหน้านี้</p>



<p>ต้องยอมรับว่าสิ่งของที่จัดแสดงในนิทรรศการนี้ เป็นสิ่งที่เรา ‘มองข้าม’ เกือบทั้งหมด</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-2 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-1 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<figure class="wp-block-gallery columns-1 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3.jpg" alt="" data-id="175151" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=175151" class="wp-image-175151" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></li></ul></figure>
</div>
</div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175172" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175173" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div></div>
</div>
</div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เนื้อหานิทรรศการ</strong></h4>



<p>นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ บอกเล่ารายละเอียดสิ่งของที่มีคุณค่าจากมุมมองของภัณฑารักษ์ นักประวัติศาสตร์และนิยามความเป็นมรดกไทย</p>



<p>ส่วนแรกของนิทรรศการนำเสนอเรื่องราวของศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งเก็บรักษาไว้ในสภาพดีมาก จนมองแวบแรก ไม่แน่ใจว่าเป็นศิลาจารึกจริงๆ แล้วยังมีตำนานพระธาตุพนมบนหนังสือใบลาน ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของพระพุทธเจ้า รอยพระพุทธบาท และพญานาคที่อยู่ในความเชื่อของผู้คนแถบตอนกลางลุ่มน้ำโขงโบราณ&nbsp;</p>



<p>หนังสือใบลานพบมากในภาคอีสานของไทยและประเทศลาวเมื่อหลายร้อยปีก่อน ส่วนหนึ่งของนิทรรศการ จัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจารใบลาน กว่าจะเป็นหนังสือใบลาน 1 เล่ม ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย ทั้งการตีเส้นหนังสือด้วยเส้นด้ายที่ทาด้วยเขม่าบางๆ การใช้เหล็กจารกรีดใบลานให้เป็นร่องอักษร การใช้ลูกประคบชุบเขม่าผสมน้ำมันยาง เพื่อฝังเขม่าลงไปในร่องอักษร ไปจนถึงการใช้ทรายละเอียดคั่วหรือตากแดดในการลบคราบเขม่าบนใบลาน&nbsp;</p>



<p>เราลองนึกภาพตามจากมุมมองของคนเขียนและคนทำหนังสือ แต่ละขั้นตอนมีความละเอียดอ่อน ค่อยเป็นค่อยไป และใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก เลยอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หนังสือใบลานหายไปจากโลกที่ขับเคลื่อนทุกอย่างด้วยความรวดเร็วและปริมาณที่ได้จากการทำงานในแต่ละครั้ง</p>



<p>ส่วนใครที่ชื่นชอบงานศิลปะ นิทรรศการนี้มีตัวอย่างวัตถุดิบจากธรรมชาติที่นำมาทำสี เขียนลงในสมุดไทยโบราณ หลายอย่างยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน เช่น ยางไม้สำหรับเชื่อมสีให้ติดกับกระดาษ ชาดที่ใช้ทำสีแดง และดินสอดำที่ทำจากผงถ่าน</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-4 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-3 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175155" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175176" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175177" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
</div>
</div>



<p></p>
</div>
</div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Melting Pot ของโลกตะวันออก</strong></h4>



<p>อีกประเด็นสำคัญที่พบเห็นได้ตลอดนิทรรศการคือ การหล่อหลอมทางอารยธรรมและวัฒนธรรมของประเทศไทย</p>



<p>อย่างที่ทราบกันดี ไทยเราติดต่อสื่อสารกับนานาประเทศมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ในช่วงแรกๆ ไทยรับความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรมมาจากอินเดีย ผ่านวรรณคดีเรื่องรามายณะ ขนบการเขียนตัวอักษรจากอารยธรรมขอม วิธีสื่อสารภาษาด้วยตัวอักษรของล้านนา ความเชื่อของศาสนาอิสลามผ่านคัมภีร์อัลกุรอาน และปรัชญาทางความคิดแบบจีนผ่านวรรณคดีเรื่องสามก๊ก&nbsp;</p>



<p>การผสมผสานรายละเอียดทางวัฒนธรรมจากประเทศ ดินแดนและแคว้นต่างๆ ช่วยให้ไทยเป็น Melting Pot ของโลกตะวันออก เราจึงพบเห็นรายละเอียดจากต่างวัฒนธรรมได้แทบทุกที่ในประเทศไทย ตั้งแต่ในวัด ศาสนสถาน อาคาร และจารึกต่างๆ เป็นต้น</p>



<p>ในช่วงประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ไทยติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกเพิ่มมากขึ้น จากโปรตุเกสและฝรั่งเศสในสมัยอยุธยา ไทยลงนามในสนธิสัญญากับมหาอำนาจในยุโรป เช่น อังกฤษ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาเป็นต้น </p>



<figure class="wp-block-gallery aligncenter columns-1 is-cropped wp-block-gallery-2 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-1024x683.jpg" alt="" data-id="175160" class="wp-image-175160" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/9-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>



<p>สนธิสัญญาเบาว์ริง สนธิสัญญาแวร์ซายส์ เอกสารของหมอบลัดเลย์ เครื่องส่งสัญญาณมอร์ส และอีกนับไม่ถ้วนที่พบเห็นในหนังสือเรียน ล้วนมีให้ชมในนิทรรศการนี้</p>



<p>ในขณะเดียวกัน ไทยก็เชื่อมสัมพันธ์ทางการฑูตจากการเสด็จประพาสยุโรปของร.5 พระบรมวงศ์สานุวงศ์และผู้ติดตามซึ่งเป็นตัวแทนคนไทยรุ่นแรกๆ ไปศึกษาวิทยาการในต่างประเทศ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175165" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/10-1-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นอกจากเป็นเรื่องทางการฑูตและการพาณิชย์แล้ว ไทยยังเรียนรู้และรับวิทยาการตะวันตกมาใช้ในด้านการออกแบบ สถาปัตยกรรม การวางผังเมือง การก่อสร้างถนน ฯลฯ กรมศิลปากรได้รับการถ่ายทอดวิชาทางด้านศิลปะจากอิตาลี สถาปนิกไทยเดินทางไปศึกษาศาสตร์การออกแบบก่อสร้างจากต่างประเทศ กรมโทรเลขและกรมไปรษณีย์เรียนรู้เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารทางไกล&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175163" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>มุมมองเรียบๆ ในการถ่ายทอดลักษณะของบ้านเมืองบนแผนที่ซึ่งวาดขึ้นในสมัยอยุธยา ได้รับการพัฒนาให้ละเมียดละไม ตามศาสตร์การวาดแผนที่แบบตะวันตก&nbsp;</p>



<p>แนวคิดด้านการสร้างความโดดเด่นประจำเมืองถูกการนำมาใช้ในการออกแบบตราประจำจังหวัด</p>



<p>ลักษณะของพระราชวังและอาคารสำคัญได้รับอิทธิพลจากรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป การตกแต่งภายในพระราชวังมีกลิ่นไอตะวันตก</p>



<p>แล้วยังมีวัตถุจัดแสดงซึ่งบ่งบอกถึงลักษณะการใช้ชีวิตของผู้คนในอดีต เช่น ฉลากซองบุหรี่ซึ่งเคยแสดงถึงสปิริตความรักชาติในเวลานั้น ภาพวาดบนกลักไม้ขีดไฟซึ่งระยะแรกมาจากประเทศสวีเดนและญี่ปุ่น รวมถึงฉลากเครื่องหอมของชนชั้นสูง ซึ่งแพร่ขยายมายังคนในวงกว้างในเวลาต่อมา</p>



<p>แต่ละรายละเอียดของนิทรรศการ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเรา หลายสิ่งเป็นเรื่องของบริบททางวัฒนธรรม และพัฒนาการจากอดีตที่ส่งต่อให้เกิดปัจจุบัน ทั้งหมดล้วนน่าค้นคว้าและศึกษาเพิ่มเติม จนนึกถึงการนำชมนิทรรศการจากภัณฑารักษ์และผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากร จะได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175168" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ จัดแสดงถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ยกเว้นวันจันทร์และวันอังคาร</p>



<p>อยากให้ทุกคนลองไปชมกัน เราเชื่อว่าแต่ละคนจะประทับใจนิทรรศการนี้ด้วยมุมมองที่แตกต่างกันอย่างแน่นอน!</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/priceless-documents-of-siam/">นิทรรศการ ‘เอกสารล้ำค่าจารึกสยาม’ เล่าประวัติศาสตร์ไทย ผ่านบันทึกลายลักษณ์ ตั้งแต่ใบลาน กล่องไม้ขีดไฟ แผนที่ ไปจนถึงอาคาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The World of Tim Burton  นิทรรศการของผู้กำกับ Batman ความแปลกที่นำมาสู่ความแตกต่างจนเป็นหนังในตำนาน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-world-of-tim-burton/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 May 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[Batman]]></category>
		<category><![CDATA[The World of Tim Burton]]></category>
		<category><![CDATA[ทิม เบอร์ตัน]]></category>
		<category><![CDATA[Tim Burton]]></category>
		<category><![CDATA[The Museum of Modern Art (MoMA)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174634</guid>

					<description><![CDATA[<p>กว่าจะมาเป็นหนึ่งในผู้กำกับระดับโลกได้ เทิม เบอร์ตันที่ผ่านมาเป็นอย่างไร? ค้นพบได้ในนิทรรศการ ‘The World of Tim Burton’ </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-world-of-tim-burton/">The World of Tim Burton  นิทรรศการของผู้กำกับ Batman ความแปลกที่นำมาสู่ความแตกต่างจนเป็นหนังในตำนาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์อยู่ในความทรงจำของผู้คน ไม่มีลืมเลือนคือ ‘เรื่องราว’ ที่สร้างความประทับใจ&nbsp;</p>



<p>หลายครั้งเป็นเรื่องราวของความสุข บางครั้งทำให้เราเศร้า อีกหลายครั้งก็ทำให้เราย้อนกลับไปมองชีวิตของตัวเอง</p>



<p>‘Tim Burton (ทิม เบอร์ตัน)’ เป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่ทำให้เรารู้สึกเศร้า เหงา มีรอยยิ้ม และร้องไห้ไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>ภาพยนตร์ของทิม เบอร์ตันในระยะหลังอย่าง Charlie and the Chocolate Factory และ Alice in Wonderland สร้างมาจากวรรณกรรมชิ้นเยี่ยม ทั้งสองเรื่องโดดเด่น แหวกแนวในด้านจินตนาการและแฟนตาซี รวมถึงการร่วมเป็น Executive Producer และกำกับ 4 ตอนแรกของซีรีส์ Wednesday จนหลายคนสงสัยว่าทิม เบอร์ตัน ล้ำขนาดนี้ได้อย่างไร?&nbsp;</p>



<p>แล้วกว่าจะมาเป็นหนึ่งในผู้กำกับระดับโลกได้ เส้นทางชีวิตและการทำงานของทิม เบอร์ตันที่ผ่านมาเป็นอย่างไร? ทั้งหมดค้นพบได้ในนิทรรศการ ‘The World of Tim Burton’</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-5 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="flex-basis:100%">
<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-gallery columns-1 is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-1024x683.jpg" alt="" data-id="174665" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/the-world-of-tim-burton/1-24-1/" class="wp-image-174665" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/1-24-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>
</div></div>
</div>
</div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การเดินทางของนิทรรศการ The World of Tim Burton&nbsp;</strong></h4>



<p>เริ่มเปิดสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่พิพิธภัณฑ์ The Museum of Modern Art (MoMA) ในกรุงนิวยอร์ก นับเป็นเวลา 10 ปีเต็มที่นิทรรศการ The World of Tim Burton เดินทางไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในลอสแอนเจลิส ปารีส โตเกียว โซล และกำลังจะไปถึง The Design Museum ลอนดอนในเดือนตุลาคมนี้</p>



<p>นิทรรศการ The World of Tim Burton จัดทำขึ้นโดยสตูดิโอของทิม เบอร์ตัน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กของผู้กำกับมือทองของโลกอย่าง ‘Tim Burton’ มาจนถึงผลงานการสร้างสรรค์ที่ผ่านมา</p>



<p>สำหรับทิม เบอร์ตันแล้ว เรื่องราวในวัยเด็ก สภาพแวดล้อมที่เติบโตขึ้นมา และความสนใจที่แตกต่างจากผู้คนจำนวนมาก เป็นส่วนผสมสำคัญที่สร้างให้เกิด ‘ทิม เบอร์ตัน’ ผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Batman ไปจนถึง Charlie and the Chocolate Factory</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เกี่ยวกับ Tim Burton</strong></h4>



<p>เด็กชายไม่ช่างพูดในเมืองเงียบๆ ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ใช้เวลาส่วนใหญ่วาดรูปการ์ตูนเพื่อแก้เหงา เด็กผู้ชายคนนี้สนใจในเรื่องเล่าของแฟรงเกนสไตน์ สัตว์ประหลาด ปีศาจ และหุ่นกล ซึ่งทำให้หลายคนมองเขาด้วยสายตาประหลาด&nbsp;</p>



<p>เขามองว่ามนุษย์หวาดกลัวปีศาจ และหวั่นเกรงว่าปีศาจจะมาทำร้าย ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เป็นฝ่ายทำร้ายจิตใจมนุษย์ด้วยกันเอง ในขณะที่ปีศาจไม่เคยทำร้ายใครจริงๆ &#8230; </p>



<div class="wp-block-group"><div class="wp-block-group__inner-container is-layout-flow wp-block-group-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-4 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-1024x683.jpg" alt="" data-id="174660" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174660" class="wp-image-174660" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/4-19.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-1024x683.jpg" alt="" data-id="174661" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174661" class="wp-image-174661" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/2-25-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>
</div></div>



<p>เขาจึงมักวาดรูปปีศาจและสิ่งที่ผู้คนหวาดกลัว แต่มีหัวใจบริสุทธิ์กว่าสิ่งใด</p>



<p>แล้วสิ่งนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจและที่มาของ ‘เรื่องราว’ ในภาพยนตร์เกือบทั้งหมดของเขา</p>



<p>ด้วยความสนใจในการ์ตูนและการวาดรูป ทำให้เขาเข้าเรียนวิชาการสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันในรุ่นบุกเบิก และเข้าฝึกงานที่สตูดิโอ Walt Disney&nbsp;</p>



<p>แล้วโลกของ ‘ทิม เบอร์ตัน’ ก็ถือกำเนิดขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โลกของ Tim Burton ในภาพยนตร์ระดับตำนาน</strong></h4>



<p>ชื่อของ ‘ทิม เบอร์ตัน’ ขึ้นแท่นผู้กำกับภาพยนตร์ระดับตำนานของฮอลลีวูด จากการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Batman, Charlie and the Chocolate Factory และ Alice in Wonderland&nbsp;</p>



<p>แต่จริงๆ แล้ว ทิม เบอร์ตัน เริ่มเป็นที่สนใจของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในช่วงปลายยุค 80 และต้นยุค 90 ซึ่งเป็นเวลาที่วัฒนธรรมป็อปอเมริกันเจริญสูงสุด&nbsp;</p>



<p>ช่วงเวลานั้น โลกเสพแนวดนตรีกระแสหลักจากช่องรายการโทรทัศน์ MTV และซึมซาบวัฒนธรรมอเมริกันจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด ซึ่งมีแบบฉบับในการสร้างอย่างชัดเจน แต่ ‘ทิม เบอร์ตัน’ กลับนำเสนอสิ่งที่แตกต่างผ่านภาพยนตร์เรื่อง ‘Edward the Scissorhands’ หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง Batman ที่เขากำกับได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม</p>



<p>ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของ ‘เอ็ดเวิร์ด’ สิ่งประดิษฐ์ที่มีรูปร่างหน้าตาและจิตใจเหมือนกับมนุษย์ หากแต่มือทั้งสองข้างกลับเป็นกรรไกรคมกริบ ความตรงกันข้ามของลักษณะภายนอกกับความงดงามของจิตใจของเอ็ดเวิร์ดทำให้ผู้คนทั่วโลกหลั่งน้ำตาด้วยความประทับใจ</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-3 is-cropped wp-block-gallery-5 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2-683x1024.jpg" alt="" data-id="174663" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174663" class="wp-image-174663" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/9-8-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2-683x1024.jpg" alt="" data-id="174664" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174664" class="wp-image-174664" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/8-11-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13-683x1024.jpg" alt="" data-id="174655" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174655" class="wp-image-174655" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/7-13.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></li></ul></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สัมผัสตัวตนของ Tim Burton ในนิทรรศการ The World of Tim Burton</strong></h4>



<p>เส้นเรื่องในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ของทิม เบอร์ตัน ดำเนินอยู่บนเรื่องราวของความเข้าใจผิด การถูกกีดกันจากสังคม และส่วนลึกในจิตใจที่งดงาม แล้วทั้งหมดก็ได้รับการบอกเล่าในนิทรรศการ The World of Tim Burton ซึ่งเดินทางไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ทั่วโลก</p>



<p>เริ่มต้นจากเรื่องราวในวัยเด็ก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ ‘ทิม เบอร์ตัน’ ด้วยความชอบที่แตกต่างจากมาตรฐานสังคม เขาจึงกลายเป็นคน ‘ประหลาด’ ในสายตาของคนรอบข้าง บ่อยครั้งที่เขาถูก ‘เข้าใจผิด’ และถูกมองเป็นคนแปลกแยก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174659" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/3-23-1.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ตัวละครหลักในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ของทิม เบอร์ตัน มักมีรูปร่างหน้าตาไม่น่ามอง และมักถูกรังเกียจหรือเข้าใจผิดจากคนรอบข้างเหมือนอย่าง ‘เอ็ดเวิร์ด’ ในภาพยนตร์เรื่อง Edward Scissorhands หรือ ‘Jack Skellington&#8217; ในแอนิเมชันระดับมาสเตอร์พีซเรื่อง ‘The Nightmare before Christmas’&nbsp;</p>



<p>ลักษณะเด่นในข้อนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกฝังใจตั้งแต่ในอดีตของทิม เบอร์ตัน ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างความสวยงามกับความน่ากลัว รูปลักษณ์ภายนอกกับความงามภายในจิตใจ การเป็นที่ยอมรับกับความแตกต่างที่ผู้คนขยาด แต่เขากลับไม่กลัวที่จะแสดงออกในแบบที่เป็น และนำ ‘ความแตกต่าง’ ของตัวเองมาสร้างสรรค์ผลงานสู่สายตาโลก</p>



<p>ผลงานในช่วงแรกของทิม เบอร์ตัน เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันขนาดสั้นที่นำเสนอเรื่องราวและความรู้สึกในใจ แล้วค่อยๆ พัฒนาเป็นภาพยนตร์เต็มรูปแบบในเวลาต่อมา&nbsp;</p>



<p>ในนิทรรศการนี้ ฉากสำคัญในภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ถูกพูดถึงเพื่อเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ทิม เบอร์ตันต้องการสื่อสารกับผู้ชมในตลอดเส้นทางการทำงานของเขา</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-6 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-1024x683.jpg" alt="" data-id="174656" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174656" class="wp-image-174656" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/6-17.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-1024x683.jpg" alt="" data-id="174657" data-full-url="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20.jpg" data-link="https://adaymagazine.com/?attachment_id=174657" class="wp-image-174657" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/5-20.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></li></ul></figure>



<p>ความแตกต่างจากสิ่งที่สังคมกำหนด ความแปลกออกไปจากผู้คนรอบข้าง ความโดดเดี่ยวที่กลายเป็นเพื่อน ความรู้สึกปวดร้าวที่ได้รับ กับความเป็นมนุษย์ที่ไม่ได้วัดกันจากภายนอก</p>



<p>เราจะสัมผัสได้ถึงความรักที่หยิบยื่นให้แก่เพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งคนๆ นั้นไม่มีใครรัก ไม่มีใครต้องการ และไม่มีใครต้อนรับ</p>



<p>เขาทำให้เรารู้สึกถึงดอกไม้ดอกเล็ก ที่เคยบานสวยในจิตใจของเราอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>ในโลกที่เต็มไปด้วยมาตรฐานของมนุษย์ บางครั้งเราก็ต้องการหวนกลับไปสัมผัสความรู้สึกนี้อีกครั้ง แล้วทุกครั้งทิม เบอร์ตัน ก็นำพาเราเข้าสู่โลกที่สวยงามภายใต้ชื่อว่า ‘The World of Tim Burton&#8217;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-world-of-tim-burton/">The World of Tim Burton  นิทรรศการของผู้กำกับ Batman ความแปลกที่นำมาสู่ความแตกต่างจนเป็นหนังในตำนาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Snoopy Museum ไม่ว่าเธอจะสุขทุกข์ ก็ยังมีเพื่อนคนนี้เสมอ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/snoopy-museum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 May 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[Snoopy Musuem]]></category>
		<category><![CDATA[สนูปี้]]></category>
		<category><![CDATA[Peanuts]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174484</guid>

					<description><![CDATA[<p> Snoopy Museum เราจะพาไปพิพิธภัณฑ์สนูปี้ และทำความรู้จักเบื้องหลัง ทั้งผู้สร้างและที่มาของสนูปี้ รวมถึงผองเพื่อนด้วยกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/snoopy-museum/">Snoopy Museum ไม่ว่าเธอจะสุขทุกข์ ก็ยังมีเพื่อนคนนี้เสมอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สัตว์เลี้ยงตัวเล็กที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์</p>



<p>สุนัขแสนซน สุดแสบที่อยู่ข้างกายเรา</p>



<p>สุนัขที่เดินเข้ามาหาเวลาหิว แต่กลับนิ่งเฉยเวลาเราเรียก&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สุนัขที่เรารีบวิ่งเข้าไปเล่นด้วยหลังจากโรงเรียนเลิก</p>



<p>สุนัขที่เข้าใจความรู้สึกของเรามากกว่าใครๆ<br>สุนัขตัวสีขาว หูยาวสีดำ ใส่ปลอกคอสีแดง</p>



<p>เรากำลังพูดถึง ‘Snoopy’ (สนูปี้) สุนัขที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างพิพิธภัณฑ์ ‘Snoopy Museum’ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174500" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web3-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนจะมาเป็นพิพิธภัณฑ์</strong></h4>



<p>แรกเริ่มเดิมที ‘สนูปี้’ เป็นตัวละครสำคัญในการ์ตูนซึ่งตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อปี 1950 วาดโดย Charles M. Schultz (ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์) นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน&nbsp;</p>



<p>ซีรีส์การ์ตูน ‘Peanuts’ (พีนัทส์) เป็นเรื่องราวของสนูปี้ สุนัขพันธุ์บีเกิลที่มีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับมนุษย์ Charlie Brown (ชาร์ลี บราวน์) เด็กชายตัวเล็กๆ ผู้เป็นเจ้าของสนูปี้ Sally (แซลลี) พี่สาวของชาร์ลี บราวน์ Linus (ไลนัส) เด็กชายติดผ้าห่ม Lucy (ลูซี่) เด็กหญิงจอมโวยวาย&nbsp; Schroeder เด็กชายเจ้าของเปียโนสีแดงที่ลูซี่หลงรัก และ Woodstock (วูดสต็อก) นกน้อยไม่ถนัดบิน เพื่อนรักของสนูปี้</p>



<p>การ์ตูนพีนัทส์มีความตลกเจือความขมผสมความเหงา ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ สร้างตัวละครชาร์ลี บราวน์ให้เป็นเด็กผู้ชายเงียบๆ และชอบเก็บอารมณ์ความรู้สึก ชาร์ลี บราวน์จะแสดงออกมา ก็ต่อเมื่ออยู่กับสนูปี้และเพื่อนๆ เท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ส่วนสนูปี้ก็เป็นสุนัขที่มีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการ หิวก็บอกว่าหิว ไม่อยากไปก็บอกว่าไม่อยาก สนูปี้ไม่เก็บความรู้สึกเอาไว้จนกลายเป็นความกังวลเหมือนกับชาร์ลี บราวน์ สนูปี้มีความฝัน จินตนาการ และเป้าหมายที่แน่วแน่&nbsp;</p>



<p>สักวันหนึ่งจะต้องเป็นนักเขียนให้ได้!&nbsp;</p>



<p>สนูปี้ตั้งมั่นในสิ่งนี้</p>



<p>ซีรีส์การ์ตูนพีนัทส์ได้รับความนิยมมากตั้งแต่เริ่มแรก ต่อมาได้รับการตีพิมพ์เป็นเล่ม และนำไปสร้างเป็นการ์ตูนเพื่อฉายในโทรทัศน์ การ์ตูนเรื่อง ‘พีนัทส์’ ดำเนินไปอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป แต่สร้างความประทับใจในความรู้สึก จนได้รับการพัฒนาเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันอย่างในปัจจุบัน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174497" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web1-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คำคมโดนใจ</strong></h4>



<p>นอกจากตัวละครที่น่ารักแล้ว สิ่งที่ทำให้การ์ตูนเรื่องพีนัทส์โดนใจผู้คนจากทุกๆ ประเทศทั่วโลกคือ ‘ข้อคิดที่ได้รับ’</p>



<p>‘การปล่อยวาง’ เป็นหัวข้อสำคัญที่ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์พูดถึงอยู่บ่อยครั้ง</p>



<p>ในตอนที่ชาร์ลี บราวน์ รู้สึกเฟลกับตัวเอง แซลลีพูดประโยคๆ หนึ่งกับชาร์ลี บราวน์ ผู้ไม่ยอมทำอะไร นอกไปจากนั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟา</p>



<p>“Life goes on..”</p>



<p>“ชีวิตต้องเดินต่อนะ..”&nbsp;</p>



<p>แซลลีพูดสั้นๆ กับน้องชายของเธอ</p>



<p>ชาร์ลี บราวน์เป็นตัวแทนของมนุษย์ที่ต่างก็ผ่านความเศร้า ความล้มเหลวและความผิดหวังมากันทั้งสิ้น แต่ละคนมีวิธีการรับมือแตกต่างกัน บางคนลุกขึ้นมาเพื่อเริ่มต้นใหม่ แต่หลายคนก็จมปลักกับความรู้สึกที่ทำร้ายตัวเอง</p>



<p>แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ‘ชีวิต’ ก็ต้องเดินหน้าต่อ โลกไม่มีวันที่จะหยุดหมุน พระอาทิตย์ยังคงขึ้นในทุกๆ เช้า พระจันทร์ยังฉายแสงเวลาค่ำคืน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องลุกจากความจมดิ่งขึ้นมาให้ได้</p>



<p>อย่างที่ไลนัสบอกกับชาร์ลี บราวน์ว่า&#8230;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“You win a few and you lose a few!”</p>



<p>“บางครั้งเราชนะ แต่บางเวลาเราก็พ่ายแพ้!”</p>



<p>ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ รู้ดีว่าบนโลกที่ทุกคนต่างก็เผชิญกับการรบและศึกของตัวเอง ไม่มีใครที่จะเป็นผู้ชนะในทุกๆ ครั้ง แล้วก็ไม่มีใครที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ตลอดเวลา&#8230;</p>



<p>ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ เน้นย้ำถึงความจริงข้อนี้อยู่เสมอ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174501"/></figure>



<p>แล้วยังมีเรื่องราวของ ‘ความรัก’ ซึ่งเป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ชาร์ลส์ เอ็ม. ชูลซ์ เขียนถึงบ่อยๆ&nbsp;</p>



<p>ย้อนกลับไปในวันที่เรามองความรักด้วยความใสซื่อ&#8230;</p>



<p>มีเสียงเคาะที่ประตูหน้าบ้าน พอเปิดประตูออกมา&#8230; สนูปี้ก็มายืนรอส่งความรักและมอบรอยจูบให้</p>



<p>สนูปี้มาหาลูซี่ที่บ้านในลักษณะนี้เสมอๆ แม้ว่าลูซี่จะไม่เคยสนใจก็ตาม</p>



<p>ส่วนลูซี่เองเป็นตัวละครที่แข็งกร้าวและพูดจาโผงผาง แต่ทุกครั้งที่เห็นชโรเดอร์ ลูซี่ก็กลายเป็นเด็กผู้หญิงขี้อายในทันที ลูซี่มองดูชโรเดอร์เล่นเปียโนด้วยสายตาหวานเยิ้ม พร้อมส่งรอยยิ้มเอียงอายให้&nbsp;</p>



<p>เวลาที่คนเรามีความรัก เรามักจะเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่รู้ตัว จากคนที่ล้อมกรอบตัวเองไว้ด้วยกำแพง เรากลับยอมวางปราการนั้นลงเพื่อ ‘ความรัก’</p>



<p>“It’s amazing how stupid you can be when you are in love.&#8221;</p>



<p>“น่าประหลาดใจที่คนเรากลายเป็นโง่เง่าได้เวลาที่มีความรัก”</p>



<p>ลูซี่นั่งเท้าคางพึมพำออกมาด้วยความกลัดกลุ้มใจ&#8230; เราๆ หลายคนคงคุ้นกับสิ่งนี้ดี!</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174498" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/05/web4-1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องราวในพิพิธภัณฑ์ Snoopy Museum</strong></h4>



<p>สถานี Minami Machida Granberry Park ซึ่งเป็นย่านที่พักอาศัย คือสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Snoopy Museum ในกรุงโตเกียว</p>



<p>มิวเซียมแห่งนี้เดินทางมาเยือนได้ไม่ยากจากสถานีชิบุยะ โดยนั่งรถไฟฟ้าเอกชนสาย Tokyu Den-en-toshi ซึ่งวิ่งระหว่างกรุงโตเกียวกับเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น มาลงใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์ได้เลย แต่สถานีชิบุยะมีหลายประตูทางเข้า เราต้องเดินลงไปที่ชั้นใต้ดิน และมองหาประตูทางเข้าของรถไฟฟ้าสาย Tokyo Den-entoshi (สีม่วง) ซึ่งอยู่ติดกับรถไฟฟ้าเอกชนสาย Hanzomon&nbsp;</p>



<p>พิพิธภัณฑ์สนูปี้จัดแสดงเรื่องราวน่ารักๆ ของสนูปี้และผองเพื่อนจากการ์ตูนเรื่องพีนัทส์ ทั้งมิตรภาพระหว่างสนูปี้และชาร์ลี บราวน์ สนูปี้กับคู่หูชื่อ ‘วูดสต็อก’ ความใสซื่อของผองเพื่อน รวมไปถึงมุขตลกที่ทำให้ทุกคนอมยิ้ม อย่างเช่น การนั่งหลับในชั้นเรียน</p>



<p>ในพิพิธภัณฑ์ยังมีคาเฟที่ออกแบบเมนูด้วยแรงบันดาลใจจากการ์ตูนเรื่องนี้ เครื่องดื่มขวัญใจชาวอเมริกันอย่างมิลก์เชก เป็นหนึ่งในเมนูห้ามพลาด</p>



<p>อยากให้เผื่อเวลาสำหรับการมาเยือนพิพิธภัณฑ์สนูปี้สักเล็กน้อย เพราะมิวเซียมแห่งนี้มีทั้งประติมากรรมสนูปี้ขนาดยักษ์ นิทรรศการที่ผลัดเปลี่ยนกันจัดเป็นช่วงๆ เวิร์กช็อปดีๆ และร้านขายของที่ระลึกลายสนูปี้กับตัวละครต่างๆ จากในเรื่อง&nbsp;</p>



<p>กว่าจะชมครบทุกโซน ถ่ายรูปครบทุกมุม ก็ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว!</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>Credit รูปภาพ: <a href="https://snoopymuseum.tokyo/s/smt/page/english?ima=0000" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Snoopy Museum Tokyo</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/snoopy-museum/">Snoopy Museum ไม่ว่าเธอจะสุขทุกข์ ก็ยังมีเพื่อนคนนี้เสมอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Van Gogh Museum ลมหายใจของแวน โกะห์ผ่านภาพวาดที่สร้างแรงบันดาลใจให้มีความหวังในวันข้างหน้า</title>
		<link>https://adaymagazine.com/van-gogh-museum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Apr 2024 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174255</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทัวร์พิพิธภัณฑ์แวน โกะห์ฉบับไกด์เริ่มต้น ให้คุณศึกษาก่อนไปเยือนของจริง ย้อนเวลาไปทำความรู้จักถึงที่มาและแนวคิดของภาพสำคัญต่างๆ รวมถึงความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์ Van Gogh ตั้งตระหง่านเพื่อรอคอยการมาเยือนของผู้ที่รักในผลงานของศิลปินเอกแห่งเนเธอร์แลนด์ </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/van-gogh-museum/">Van Gogh Museum ลมหายใจของแวน โกะห์ผ่านภาพวาดที่สร้างแรงบันดาลใจให้มีความหวังในวันข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากพูดถึงภาพดอกทานตะวันผลิบานในแจกันที่แขวนอยู่ตรงหน้า </p>



<p>หนึ่งในภาพดอกทานตะวันดังที่หลายคนคุ้นตา เชื่อว่าต้องมีภาพดอกทานตะวันของ ‘วินเซนต์ แวน โกะห์’ (Vincent Van Gogh) ศิลปินในยุคอิมเพรสชันนิสต์ (Impressionist) ที่มีภาพวาดชื่อดังมากมาย เช่น ‘Sunflowers’ เซตภาพสีน้ำมันดอกทานตะวัน ที่เขาวาดในช่วงรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือจะเป็น ‘Starry Night’ หรือภาษาไทยว่า ‘ราตรีประดับดาว’ ในค่ำคืนสีน้ำเงินเข้ม <br></p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174275" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/8-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ศิลปะของแวน โกะห์ที่มีเอกลักษณ์ มีหรือที่ใครเห็นในพิพิธภัณฑ์หรือนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับเขาต้องหยิบซื้อโปสต์การ์ดติดไม้ติดมือมาเป็นของที่ระลึกชวนคิดถึง</p>



<p>และเมื่อถึงวันที่ฉันหยิบรูปภาพของเขามาดูอีกครั้ง ก็ชวนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเกี่ยวกับ แวน โกะห์ ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตามหาแรงบันดาลใจในภาพวาดของแวน โกะห์</strong></h4>



<p>ในประเทศที่โด่งดังในด้านการวาดภาพแบบ Still Life ซึ่งถ่ายทอดความเรียบง่ายของแต่ละโมเมนต์ด้วยความสมจริง ศิลปะของประเทศนี้มีความโดดเด่น มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นภาพวาดของจิตรกรชาวดัตช์</p>



<p>ในเมืองที่เต็มไปด้วยที่ราบ ถนนเรียบ ความร่มรื่น และบรรยากาศที่เอื้อให้ผู้คนสัญจรไปมาด้วยจักรยาน อย่างอัมสเตอร์ดัม</p>



<p>ในย่านที่แวดล้อมไปด้วยพิพิธภัณฑ์สำคัญๆ อย่างพิพิธภัณฑ์ Van Gogh ตั้งตระหง่านเพื่อรอคอยการมาเยือนของผู้ที่รักในผลงานของศิลปินเอกแห่งเนเธอร์แลนด์&nbsp;</p>



<p>พิพิธภัณฑ์แวน โกะห์สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับผลงาน เอกลักษณ์และความเป็นตัวตนของศิลปินชาวดัตช์ที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหลอย่าง ‘Vincent Van Gogh (วินเซนต์ แวน โกะห์)’&nbsp;</p>



<p>พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดอย่างเป็นทางการในปี 1973 ซึ่งเป็นเวลา 83 ปีหลังจากที่แวน โกะห์ อำลาจากโลกไป และในปี 2015 ได้รับการบูรณะตามแนวคิดสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้มาเยือนที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี&nbsp;</p>



<p>มูลนิธิ Van Gogh ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้รวบรวมและเก็บรักษาภาพวาดผลงานของแวน โกะห์ไว้อย่างสมบูรณ์และครบถ้วนที่สุด นับรวมแล้วมีจำนวนหลายร้อยภาพ จากตลอดช่วงชีวิตของแวน โกะห์ ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นที่ใช้ดินสอชาร์โคลสีดำเป็นอุปกรณ์หลักในการวาดรูป ขณะที่เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปิน ช่วงเวลาที่ชีวิตมีความสดสวย ในยามที่เจ็บป่วย รวมถึงช่วงระยะสุดท้ายของชีวิต</p>



<p>รับรองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่คนรักงานศิลปะต้องใจเต้นแรงสุดๆ&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ภาพวาดของแวน โกะห์ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์</strong></h4>



<p>หากต้องการจะเสพงานศิลปะของแวน โกะห์ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องศึกษาและอ่านดูประวัติชีวิตของเขาด้วย เพราะภาพวาดแต่ละชิ้นของแวน โกะห์ล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขาในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่พบเจอ สถานที่ซึ่งลงหลักปักฐาน ธรรมชาติ บรรยากาศและความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นมาในจิตใจ</p>



<p>หลายคนมองว่าแวน โกะห์เป็นคนน่าสงสาร ด้วยความที่ต้องพบเจอความผิดหวังมากมายหลายครั้ง ตลอดเวลา 37 ปีที่มีลมหายใจ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง การที่ชีวิตของแวน โกะห์เต็มไปด้วยเรื่องราวทั้งดีและร้าย ทำให้เขามีความรู้สึกที่เต็มล้นกับสิ่งต่างๆ&nbsp;</p>



<p>เวลาที่จิตใจเต็มไปด้วยความสุข แวน โกะห์ไม่ลังเลที่จะแสดงออกผ่านภาพวาด&nbsp;</p>



<p>เวลาที่มีแต่ความทุกข์ทน แวน โกะห์ก็ไม่รีรอที่จะแต้มฝีแปรงลงไปบนผืนผ้าใบ เพื่อสะท้อนความขุ่นมัวจนเป็นภายในจิตใจ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>‘ศิลปะ’ จึงเป็นเครื่องมือในการแสดงออกให้กับแวน โกะห์ในทุกๆ เวลา</p>



<p>อย่างรูปภาพดอกทานตะวันหรือที่มีชื่อว่า ‘Sunflowers’ นั้น แวน โกะห์วาดเอาไว้มากมายหลายแบบ แต่ละภาพและแต่ละแบบมีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันในเรื่องที่มา องค์ประกอบ มุมมอง ความรู้สึก และโทนสีที่ใช้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174276" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/3-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>สำหรับแวน โกะห์แล้ว ‘ดอกทานตะวัน’ เป็นตัวแทนความรู้สึก ‘ขอบคุณ’ อย่างในตอนที่ได้รับมิตรภาพจาก ‘Paul Gauguin (พอล โกแกง)’&nbsp; จิตรกรผู้เป็นเพื่อนคนสำคัญของแวน โกะห์ สำหรับเขาแล้ว โกแกงเป็นศิลปินที่ได้รับการยกย่องจากแวดวงศิลปะ แล้วยังเป็นทั้งแรงบันดาลใจและเพื่อนร่วมเส้นทางการเป็นศิลปิน ภาพดอกทานตะวันที่แวน โกะห์วาดให้กับโกแกง จึงเป็นภาพดอกทานตะวันที่สว่างไสวและสวยงาม เหมือนกับจิตใจของแวน โกะห์ที่เต็มไปด้วยความขอบคุณอย่างท่วมท้น ซึ่ง ‘สีเหลือง’ ของดอกทานตะวันยังเหมือนกับสีของ ‘บ้าน’ ที่แวน โกะห์กับโกแกงใช้เวลาวาดภาพและมุ่งมั่นที่จะสร้างคอมมิวนิตีศิลปะด้วยกันในช่วงเวลาหนึ่ง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174280" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/6-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>หากพิจารณาจากฝีแปรงแล้ว แวน โกะห์วาดภาพดอกทานตะวันด้วยความนุ่มนวล แต่กล้าหาญ แน่วแน่และชัดเจน โทนสีเหลืองที่เข้มจางลดหลั่นกันอย่างมีชั้นเชิง สะท้อนถึงความหวังในชีวิตของแวน โกะห์ช่วงเวลานั้น</p>



<p>ภาพวาดดอกทานตะวัน ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความทรงพลังเหมือนกับความรู้สึกในใจของแวน โกะห์ ขนาดที่โกแกงยังกล่าวว่า ‘ภาพดอกทานตะวัน’ มีความเป็นแวน โกะห์อย่างแท้จริง! และเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจไมตรีที่ได้รับ โกแกงก็วาดภาพแวน โกะห์ในขณะกำลังเพนต์รูปดอกทานตะวันด้วย</p>



<p>ในเวลาที่สภาพจิตใจบอบช้ำ ภาพวาดก็ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนความในใจของแวน โกะห์ได้ชัดเจนที่สุด ความรู้สึกผิดหวังในทุกด้านของชีวิต ความริบหรี่ของอนาคต รวมถึงความโดดเดี่ยวที่มาพร้อมกับอาการเจ็บป่วย ทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านวิธีการแต้มพู่กันลงบนผ้าใบและโทนสีที่เป็นลักษณะเฉพาะของแวน โกะห์&nbsp;</p>



<p>แวน โกะห์รู้สึกว่าตนเองล้มเหลว แม้ว่าเขาจะสามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่การยอมรับซึ่งสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แสงสว่างในจิตใจของแวน โกะห์จึงริบหรี่ลงเรื่อยๆ</p>



<p>สีน้ำเงินเข้มอ่อน หลากน้ำหนักสีในภาพวาด ‘Doctor Gachet (ด็อกเตอร์แกเชต์)’ หมอผู้ดูแลอาการป่วยของแวน โกะห์ เป็นสีเดียวกับท้องฟ้ามืดในยามกลางคืน แม้ว่าสีหน้าของคุณหมอแกเชต์จะไม่แสดงถึงอารมณ์เหมือนกับภาพวาดบุคคลอื่นๆ ของแวน โกะห์ แต่ฝีแปรงที่ตวัดด้วยน้ำหนักและคดเคี้ยวไปมา ทำให้สัมผัสได้ถึงความกังวลและหมดหวังบนใบหน้าของคุณหมอ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174278" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ภาพวาดในหลายช่วงของชีวิตของแวน โกะห์ อาจมีความหมองหม่นของความรู้สึก แต่แวน โกะห์ยังคงเชื่อในการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต</p>



<p>‘ดอกอัลมอนด์’ เป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ใบไม้บานสะพรั่ง หลังจากความหนาวเหน็บยาวนานหลายเดือนของฤดูหนาว แล้วดอกอัลมอนด์ก็เป็นอีกสิ่งที่แวน โกะห์เพนต์ด้วยความหลงใหลและตั้งใจครั้งแล้วครั้งเล่า</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174277" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ภาพดอกอัลมอนด์ที่แวน โกะห์วาดขึ้นในช่วงต้นปี 1890 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของชีวิต เป็นภาพดอกอัลมอนด์สีขาวนวลเจือชมพูอ่อน พื้นหลังเป็นท้องฟ้าอบอุ่น และคล้ายจะมีเมฆบางสวย&nbsp;</p>



<p>ภาพๆ นี้ดูนุ่มนวล อ่อนโยน เพื่อต้อนรับการเริ่มต้นใหม่ของชีวิต แล้วภาพๆ นี้เองเป็นภาพที่แวน โกะห์วาดขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้แก่หลานชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก</p>



<p>ทารกน้อยกับการเริ่มต้น</p>



<p>ดอกอัลมอนด์กับฤดูกาลที่มาถึง</p>



<p>ภาพๆ นี้จึงอยู่ในคอลเลกชันถาวรของพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะห์ในกรุงอัมสเตอร์ดัมแห่งนี้ ที่ซึ่งแวน โกะห์ จูเนียร์ หรือว่าหลานชายของแวน โกะห์ เป็นผู้ทุ่มเทความพยายามในการจัดตั้งขึ้น</p>



<p>ด้วยความมุ่งหวังว่าผลงานศิลปะและเรื่องราวของแวน โกะห์ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยสายตาที่งดงาม ดังเช่นวินเซนต์ แวน โกะห์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/van-gogh-museum/">Van Gogh Museum ลมหายใจของแวน โกะห์ผ่านภาพวาดที่สร้างแรงบันดาลใจให้มีความหวังในวันข้างหน้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Ben &#038; Jerry’s Factory  ไอศกรีมที่ฉีกกฎรสชาติใหม่  ทำอย่างไรให้คนรอกินและ Sold out ในพริบตา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ben-and-jerrys-factory/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Apr 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[ไอศกรีม]]></category>
		<category><![CDATA[Ben and Jerry’s]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=174004</guid>

					<description><![CDATA[<p>พาไปจุดเริ่มต้นของแบรนด์ไอศกรีมระดับโลกอย่าง 'เบน แอนด์ เจอร์รีส์' สัญชาติอเมริกา ที่มาจากสองวัยรุ่นชื่อ Ben และ Jerry ที่ผิดหวังกับการสอบเข้าวิทยาลัยแพทย์ เลยเบนเข็มมาลงเรียนวิชาทำไอศกรีมซะเลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ben-and-jerrys-factory/">Ben &#038; Jerry’s Factory  ไอศกรีมที่ฉีกกฎรสชาติใหม่  ทำอย่างไรให้คนรอกินและ Sold out ในพริบตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ออฟฟิศที่อนุญาตให้นำสุนัขมาทำงานด้วยได้</p>



<p>สำนักงานที่ตั้งชื่อห้องประชุมตามรสชาติของไอศกรีม</p>



<p>แบรนด์ระดับโลกที่มอบไอศกรีม 1 โคนฟรี ให้แก่ทุกคนปีละ 1 ครั้ง</p>



<p>เจ้าของแบรนด์ผู้ใช้วิธีการโยนทอฟฟีรสคาราเมลลงมาจากบันได เพื่อให้แตกเป็นชิ้นขนาดพอดี ก่อนนำไปใส่ในไอศกรีม</p>



<p>Ben กับ Jerry คือ สองเจ้าของแบรนด์ไอศกรีมสุดเฮี้ยวอันดับหนึ่งของโลก&nbsp;</p>



<p>ไอศกรีม Ben &amp; Jerry’s ของพวกเขา ผลิตขึ้นมาจากความคิดสร้างสรรค์และความฝันแบบอเมริกันที่หลายคนอดใจลองไม่ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-174020" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/5-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนจะมาเป็น Ben &amp; Jerry’s&nbsp;</strong></h4>



<p>เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่เพื่อนรักสองคน</p>



<p>คนแรกชื่อว่า ‘Ben’&nbsp;</p>



<p>อีกคนมีชื่อว่า ‘Jerry’</p>



<p>ทั้งสองเป็นวัยรุ่นที่ผิดหวังจากการเรียนมหาวิทยาลัย เจอร์รีไม่สามารถสอบเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยแพทย์ได้ ส่วนเบนก็หันหลังให้กับชีวิตมหาวิทยาลัยกลางคัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>การเริ่มต้นใหม่จึงเป็นสิ่งที่ทั้งสองคนต้องการ</p>



<p>แล้วเบนกับเจอร์รีก็ตัดสินใจไปลงเรียนวิชาการทำไอศกรีมด้วยกันที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania State หลังจากจบคอร์ส ทั้งสองก็ขับรถไปยังรัฐ Vermont ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเริ่มต้นเส้นทางการประกอบธุรกิจ</p>



<p>พวกเขาเปิดร้านขายไอศกรีมแห่งแรกในเมือง Burlington รัฐเวอร์มอนต์ในปี 1978 และในเวลาไม่ถึงสิบปี ไอศกรีม Ben &amp; Jerry’s ก็ขยายสาขาไปทั่วประเทศ</p>



<p>การที่ทั้งสองเลือกเปิดร้านไอศกรีมในรัฐเวอร์มอนต์ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะรัฐนี้ได้ชื่อว่ามีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา&nbsp;</p>



<p>ในเวอร์มอนต์ผืนหญ้ามีความเขียวชอุ่ม แวดล้อมไปด้วยภูเขา ทะเลสาบและใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นตลอดทั้งปี แล้วยังเป็นแหล่งผลิตน้ำเชื่อมเมเปิลที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา</p>



<p>ฟาร์มโคนมในรัฐเวอร์มอนต์ ผลิตน้ำนมโคสดใหม่ คุณภาพเยี่ยม&nbsp;</p>



<p>รสชาติไอศกรีมของเบน แอนด์ เจอร์รีส์ ซึ่งมีน้ำนมโคเวอร์มอนต์เป็นส่วนผสมหลัก จึงมีความเข้มข้น แต่ละมุนความรู้สึก จนทำให้ผู้ใหญ่ชื่นชอบ และเด็กๆ ชื่นใจทุกครั้งที่ทาน</p>



<p>แล้วที่กล่าวมาทั้งหมด คือ จุดเริ่มต้นของไอศกรีม &#8216;เบน แอนด์ เจอร์รีส์&#8217;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174016" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/1-9.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Ben &amp; Jerry’s Factory โรงงานเนรมิตฝัน</strong></h4>



<p>ด้วยค่าเข้าชมเพียง 6 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับผู้ใหญ่ (220 บาท) และ 1 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาสำหรับเด็ก (37 บาท) โรงงานผลิตไอศกรีมของเบนและเจอร์รีส์ หรือที่มีชื่อเรียกว่า ‘Ben &amp; Jerry’s Factory’ เป็นยิ่งกว่าสวนสนุกหรือว่าธีมพาร์คซึ่งนำพาทุกคนเข้าสู่โลกอันหอมหวานเย็นใจ</p>



<p>ภายนอกอาจดูเหมือนๆ กับโรงงานขนมทั่วไป แต่สิ่งที่อยู่ในโรงงานของเบน แอนด์ เจอร์รีส์ เป็นการบอกเล่าถึงเส้นทางการทำไอศกรีมของสองผู้ก่อตั้ง มาจนถึงการเป็นผู้นำในด้านการผลิตไอศกรีมแบบพรีเมียมอย่างเช่นในปัจจุบัน</p>



<p>แต่ละก้าวบนถนนสู่ความสำเร็จของเบนและเจอร์รี เต็มไปด้วยความเฮี้ยวและสนุกสนาน ทั้งสองยังมีความจริงใจมากพอที่จะโชว์ให้เห็นไลน์การผลิตไอศกรีมในแต่ละวัน แถมยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมลองชิมส่วนผสมต่างๆ ที่ใช้จริงด้วย</p>



<p>ทั้งสองยังมีอารมณ์ขันกว่าใครๆ&nbsp; พวกเขาสร้าง ‘สุสานไอศกรีม’ ขึ้นมา เพื่อไว้อาลัยไอศกรีมรสชาติก่อนๆ ที่ทั้งสองคนเคยผลิต</p>



<p>แต่ละวินาทีผู้เข้าชมในโรงงานไอศกรีมเบน แอนด์ เจอร์รีส์ จะรู้สึกราวกับกำลังไปเที่ยวชมโรงงานช็อคโกแลตของชาร์ลี แถมด้วยความฝันแบบอเมริกัน และความทุ่มเทของทุกคนในการผลิตไอศกรีม</p>



<p>นอกไปจากจะสนุกและมีความสุขแล้ว ยังได้รับแรงบันดาลใจในการทำความฝันให้เป็นจริงกลับมาอีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174019" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/2-9.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>Ben &amp; Jerry’s กับการเยียวยาความรู้สึกด้วยไอศกรีม</strong></h4>



<p><strong></strong>ไอศกรีมเบน แอนด์ เจอร์รีส์ เป็นของประกอบฉากหนึ่งในซีรีส์ขวัญใจสายเนิร์ดที่มีชื่อว่า ‘The Big Bang Theory’&nbsp;</p>



<p>เพนนี ตัวละครเอกของเรื่องตักไอศกรีมของเบน แอนด์ เจอร์รีส์ ทานไม่หยุด หลังจากพบเจอเรื่องแย่ๆ ที่ทำให้จิตใจห่อเหี่ยว&nbsp;</p>



<p>ไม่ใช่เพียงแต่เพนนีเท่านั้น ผู้คนอีกนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยังมักหันหน้าไปพึ่งพาไอศกรีมเวลาที่ต้องการเครื่องปลอบประโลมใจ ในภาพยนตร์หรือซีรีส์อเมริกัน เราจึงพบเห็นการใช้ ‘ไอศกรีม’ เป็นเครื่องเยียวยาความรู้สึกอยู่ตลอด</p>



<p>ความหวานเย็นและรสชาติหวานชื่นใจของไอศกรีม ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น</p>



<p>ถ้าอธิบายทางวิทยาศาสตร์ น้ำตาลซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญของไอศกรีม สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่นและมีแรงขึ้นในพริบตา แล้วกรดอะมิโนที่มีอยู่ในไอศกรีมยังทำให้ร่างกายหลั่งสาร Seratonin หรือฮอร์โมนแห่งความสุข เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ทานไอศกรีม เราจึงรู้สึกดีขึ้นมาทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-174014" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/04/4-7.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความแปลกใหม่ของรสชาติ</strong></h4>



<p>อีกสิ่งซึ่งเบน แอนด์ เจอร์รีส์ เป็นที่กล่าวถึงมาโดยตลอด คือ การสร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ ที่ถูกใจแฟนคลับ วิธีการคิดของพวกเขาทั้งสองมีความแปลกแหวกแนว กล้าลงมือทำและเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ</p>



<p>ส่วนใหญ่มักเป็นการเล่นสนุกหรือล้อเลียนปรากฎการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เช่น ไอศกรีมรส Netflix &amp; Chill’d ซึ่งเป็นรสเนยถั่ว ใส่ขนมเพรสเซลชิ้นเล็กและฟัดจ์บราวนีชิ้นใหญ่ ส่วนผสมทั้งสามอย่างเป็นของโปรดในใจชาวอเมริกันอยู่แล้ว เบน แอนด์ เจอร์รีส์ จึงนำมาเป็นส่วนผสมในไอศกรีม เพื่อรองรับปรากฎการณ์มหาชนใช้เวลาดูเน็ตฟลิกซ์แบบชิลล์ๆ&nbsp;</p>



<p>ส่วนไอศกรีมรส Americone Dream ก็เป็นการล้อเลียนคำว่า ‘American Dream’ ในวัฒนธรรมอเมริกันไอศกรีมรสนี้ใส่คาราเมลและโคนวาฟเฟิลหักเป็นชิ้น รสชาติจึงออกมาหอมหวานมัน เหมือนกับความฝันแบบอเมริกันที่ทุกคนเป็นเจ้าของและครอบครองได้ หรือว่าทั้งสองคนพยายามจะบอกเราว่าความฝันของพวกเขาก็เป็นจริงได้เช่นกันนะ??</p>



<p>ไอศกรีมที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันมีชื่อว่า ‘Change the Whirled’ ไอศกรีมรสชาตินี้เป็นการเล่นคำพ้องเสียงกับคำว่า ‘Change the World’ หรือว่าการ ‘เปลี่ยนโลก’ ความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นไอศกรีมแบบ vegan ที่ไม่ใช้น้ำนมโคในการผลิต ซึ่งเป็นการพลิกโฉมหน้าของการทำไอศกรีมรุ่นใหม่ เพื่อให้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้นมหรือต้องการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากน้ำนมโค แม้ว่า Change the Whirled จะเป็นไอศกรีมแบบ vegan แต่เบน แอนด์ เจอร์รีส์ ยังไม่ลืมที่จะหยอดลูกเล่นความเป็นเบน แอนด์ เจอร์รีส์ อย่างการใส่คาราเมล แคร็กเกอร์ และของอร่อยๆ ชิ้นโตลงไปในไอศกรีมด้วย&nbsp;</p>



<p>รสชาติใหม่ๆ ของเบน แอนด์ เจอร์รีส์ ส่วนใหญ่ sold out ในเวลาไม่มาก แต่ถ้าแวะไปที่โรงงานเบน แอนด์ เจอร์รีส์ในเวอร์มอนต์ล่ะก็ รับรองว่าไม่พลาดอย่างแน่นอน</p>



<p>——————</p>



<p>ที่มารูปภาพจาก: Ben &amp; Jerry’s Factory</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ben-and-jerrys-factory/">Ben &#038; Jerry’s Factory  ไอศกรีมที่ฉีกกฎรสชาติใหม่  ทำอย่างไรให้คนรอกินและ Sold out ในพริบตา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>4 คอลเลกชันเด่นของ Louvre ที่ไม่ใช่แค่ผลงาน แต่ยังน่าค้นหาทั้งตัวตึกและสถานที่รอบข้าง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/louvre-museum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จินนี่ สาระโกเศศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Mar 2024 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตีตั๋วมิวเซียม]]></category>
		<category><![CDATA[museum]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์]]></category>
		<category><![CDATA[Louvre]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงปารีส]]></category>
		<category><![CDATA[โมนาลิซา]]></category>
		<category><![CDATA[paris]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=173817</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์’ ที่ไม่ได้มีไฮไลต์เด่นแค่ผลงานศิลปะสุดโด่งดัง แต่ยังมีตัวสถาปัตยกรรม และสถานที่ท่องเที่ยวรอบข้างที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/louvre-museum/">4 คอลเลกชันเด่นของ Louvre ที่ไม่ใช่แค่ผลงาน แต่ยังน่าค้นหาทั้งตัวตึกและสถานที่รอบข้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บ่ายวันหนึ่งในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิที่เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส อากาศเย็นจัดจนต้องสวมเสื้อแขนยาว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ชานชาลาของสถานี Palais-Royal &#8211; Musée du Louvre ตกแต่งด้วยกระเบื้องสีขาวมันวาว อันเป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟใต้ดิน Metro ในกรุงปารีส</p>



<p>บันไดไม่กี่สิบขั้นพาผู้โดยสารขึ้นจากชั้นใต้ดิน&nbsp;</p>



<p>นักท่องเที่ยวโพสต์ท่าถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมตระการตาบริเวณประตูทางเข้า</p>



<p>ช่วงบ่ายอย่างนี้ ใช้เวลาต่อแถวไม่นานมาก ก็ได้ซื้อบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Louvre</p>



<p>เแต่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงกับงานศิลปะจำนวน 35,000 ชิ้นที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์&#8230;</p>



<p>จะทำเวลาได้อย่างไร ? สงสัยต้องเลือกชมแค่บางส่วนเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173818" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/5-2-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">1. <strong>Louvre พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดในโลก</strong></h4>



<p>ว่ากันว่าต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ กว่าจะชมงานศิลป์ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ครบทั้งหมดทุกคอลเลกชัน ด้วยเวลาเพียงหนึ่งถึงสองวัน คงเป็นไปได้ยาก&#8230;</p>



<p>พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เปิดทำการเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี 1793​ หลังจากที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึกในระยะแรก และใช้เป็นพระราชวังของประเทศในเวลาต่อมา</p>



<p>ลูฟวร์เป็นความภาคภูมิใจของชาวฝรั่งเศส เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญทางด้านอารยธรรม ประวัติศาสตร์และศิลปะ ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นผู้ดูแลและคอยเลือกสรรงานศิลปะหมุนเวียนออกมาจัดแสดงให้ได้ชม&nbsp;</p>



<p>มีเรื่องเล่าว่าจริงๆ แล้วคอลเลกชันงานศิลปะและวัตถุจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มีจำนวนหลายแสนชิ้น แต่นำออกมาให้ชมเพียงแค่ไม่กี่หมื่นชิ้นเท่านั้น หนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากข้อจำกัดทางพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ ส่วนชิ้นที่เหลือนั้น ทางพิพิธภัณฑ์ก็เก็บรักษาอย่างดี</p>



<h4 class="wp-block-heading">2. <strong>พีระมิดแก้วทางเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์</strong></h4>



<p>วิวสวยงามบริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์คือ พีระมิดแก้ว ผลงานการออกแบบของ I.M. Pei สถาปนิกชาวอเมริกัน&nbsp;</p>



<p>พีระมิดแก้วนี้สร้างขึ้นในปี 1989 หลังจากใช้เวลาถึง 6 ปีในการออกแบบและก่อสร้าง พีระมิดแก้วเป็นส่วนต่อขยายของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ออกแบบตามรูปแบบของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่เรียบง่าย แต่สง่างาม ตัดกับความหรูหราและเก่าแก่ของอาคารพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ทำให้เกิดเสน่ห์น่าพิศวง&nbsp;</p>



<p>ภายนอกพีระมิดแก้วเป็นวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งในปารีส มีผู้มาถ่ายรูปนับพันคนต่อวัน ถ้าถ่ายรูปช่วงกลางวัน จะเห็นรายละเอียดรอบๆ ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์อย่างชัดเจน แต่ถ้าเป็นภาพถ่ายหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน ช่วงเวลาที่ท้องฟ้ามืดแล้ว พีระมิดแก้วจะส่องประกาย มีความลึกลับน่าค้นหา</p>



<p>ภายในของพีระมิดแก้วเป็นจุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ บางครั้งมีการจัดอีเวนต์ร่วมกับแบรนด์เก่าแก่ของฝรั่งเศส เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมฝรั่งเศส</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173819" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/4-2-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">3. <strong>ภาพวาดโมนาลิซาและคอลเลกชันเด่น</strong></h4>



<p>พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์แบ่งออกเป็นโซน ตามลักษณะ สมัยและที่มาของวัตถุจัดแสดง แต่ละโซนมีเรื่องราวและจุดเด่นแตกต่างกัน</p>



<p>ส่วนที่ดึงดูดความสนใจของผู้เข้าชมชาวตะวันตก คือ โซนวัตถุจัดแสดงจากอียิปต์ ซึ่งรวบรวมมัมมี่ รูปปั้นและภาพเขียนจากอียิปต์โบราณเอาไว้ โซนนี้ดูมีความขลัง ดึงดูดเราให้เดินตรงเข้าไป ราวกับต้องมนต์สะกด วัตถุโบราณจากอียิปต์เหล่านี้มีอายุกว่าพันปี ทางพิพิธภัณฑ์ต้องดูแลรักษาสภาพอย่างดีในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อคงไว้ซึ่งมรดกทางอารยธรรมของโลก</p>



<p>โซนอียิปต์โบราณแสดงให้เห็นถึงการเป็นศูนย์กลางความเจริญของโลกในอดีต ก่อนที่อารยธรรมตะวันตกจะก่อตัวและหยั่งรากลึก คอลเลกชันนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของฝรั่งเศสในประวัติศาสตร์โลกที่มีศักยภาพในการนำวัตถุจัดแสดงหลายร้อยชิ้นมายังพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173820" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/2-2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่ถ้าชอบความสง่างามของรูปปั้นกรีก ลองเดินมายังโถงบันไดใหญ่ของปีกตึก Denon Wing บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของรูปปั้น &#8216;The Winged Victory of Samothrace’ ซึ่งเป็นรูปปั้นของเทพี Nike กางปีก สัญลักษณ์แห่งชัยชนะในตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณ&nbsp;</p>



<p>รูปปั้น The Winged Victory of Samothrace สร้างขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน เพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าบนเกาะ Samothrace ของกรีซ แต่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปี 1863 และนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในอีก 5 ปีให้หลัง ตำแหน่งที่วางรูปปั้นอยู่ตรงกึ่งกลางของโถงบันได ทิ้งสเปซด้านข้างขวาและซ้ายเท่าๆ กันเพื่อความสมมาตร หากมองขึ้นมาจากด้านล่าง จะดูเหมือนว่าเทพไนกี้กำลังกางปีกโอบกอดมนุษย์อย่างงดงาม</p>



<p>ส่วนใครที่เป็นแฟนของผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ของยุคเรอแนซ็องส์อย่าง เลโอนาร์โด ดา วินชี ก็ห้ามพลาดห้องจัดแสดงภาพโมนาลิซา ซึ่งอยู่ในปีกตึก Denon Wing เช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>ดา วินชีใช้สีน้ำมันบรรจงวาดภาพโมนาลิซาลงบนแผ่นไม้ ซึ่งถือเป็นผืนผ้าใบของศิลปินในยุคนั้น และเพื่อให้ภาพเขียนดูมีความสมมาตร และมองดูมีมิติลึกลับ ดา วินชีใช้เทคนิค ‘Sfumato’ หรือว่าการลงแสง เงาและน้ำหนักให้ไม่คมชัด เลือนลาง ดูคล้ายกับเป็นควันที่จางหายไปกับพื้นหลัง</p>



<p>ดา วินชีเริ่มวาดภาพโมนาลิซาตอนที่ยังอยู่ในประเทศอิตาลี แต่กว่าจะวาดเสร็จทั้งภาพ ก็เป็นช่วงที่ย้ายมายังฝรั่งเศส ภาพวาดโมนาลิซาจึงเป็นสมบัติของฝรั่งเศส แทนที่จะเป็นของอิตาลี บ้านเกิดของดา วินชี&nbsp;</p>



<p>ใครที่อยากชมภาพโมนาลิซา แนะนำให้รีบไปแต่เช้า เพราะจำนวนผู้เข้าชมบริเวณนี้มีมากล้นตลอดเวลา กว่าจะเข้าไปชมใกล้ๆ ได้ ก็ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173821" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/03/3-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">4. <strong>เที่ยวร้านรอบพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์</strong></h4>



<p>พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแซน (Seine) ซึ่งเป็นเขตที่ 1 (1er arrondissement) ของกรุงปารีส เขตนี้เป็นเขตแรกที่ตั้งขึ้น และเพิ่มจำนวนเป็นทั้งหมด 20 เขตในภายหลัง</p>



<p>ในเขตที่ 1 เราสามารถเดินต่อไปยังสถานที่สำคัญๆ ของกรุงปารีสได้ในระยะเดินกำลังดี แต่ละที่ล้วนเป็นสถานที่ห้ามพลาดทั้งนั้น ทั้งสวน Jardin du Palais Royal และ Jardin des Tuileries ซึ่งตั้งอยู่รอบๆ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ สองสถานที่นี้เป็นจุดถ่ายรูปที่งดงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของปารีส ในช่วงฤดูร้อนเด็กๆ ชาวฝรั่งเศสจะนำเรือลำเล็กๆ มาลอยเล่นที่สวน Jardin des Tuileries&nbsp;</p>



<p>เดินถัดมาอีกนิดหน่อย จะพบกับร้านขายหนังสือเก่าเรียงรายริมแม่น้ำแซน พอข้ามสะพาน Pont Neuf สะพานเก่าแก่ที่สุดของปารีสมา จะพบกับสู่มหาวิหาร Notre Dame จากงานเขียนอมตะของ Victor Hugo&nbsp;</p>



<p>ข้ามต่อไปยังฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน จะมองเห็นร้านหนังสือ Shakespeare and Company ซึ่งเป็นโลเคชันถ่ายทำซีรีส์และภาพยนตร์ที่มีปารีสเป็นฉากหลัง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระบริเวณด้านหน้าร้านจะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูทั่วบริเวณ</p>



<p>ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวและนักเดินทางเท่านั้น ชาวปารีเซียงเองก็ชอบที่จะเดินเล่นแถบพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ไม่แพ้กัน </p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/louvre-museum/">4 คอลเลกชันเด่นของ Louvre ที่ไม่ใช่แค่ผลงาน แต่ยังน่าค้นหาทั้งตัวตึกและสถานที่รอบข้าง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
