<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จารุจรรย์ ลาภพานิช, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/jarujan/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/jarujan/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Sep 2024 08:51:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ฟอนต์.คอม คอมมิวนิตีสนับสนุนคนดีไซน์ฟอนต์ไทยให้เห็นคุณค่างานสร้างสรรค์จากตัวอักษร </title>
		<link>https://adaymagazine.com/font-com-people-power/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Sep 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอักษร]]></category>
		<category><![CDATA[font.com]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอนต์.คอม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอนต์ไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=177099</guid>

					<description><![CDATA[<p> ‘แอน-ปรัชญา สิงห์โต’ ผู้สร้างคอมมิวนิตีฟอนต์ไทย ที่เป็นเหมือนโรงเรียนอนุบาลให้คนที่สนใจอยากทำฟอนต์ไทยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/font-com-people-power/">ฟอนต์.คอม คอมมิวนิตีสนับสนุนคนดีไซน์ฟอนต์ไทยให้เห็นคุณค่างานสร้างสรรค์จากตัวอักษร </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในช่วงเปลี่ยนถ่ายยุคแอนะล็อกที่คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เป็นส่วนน้อย ให้นึกภาพที่ทุกคนต้องซื้อชั่วโมงใช้คอมพิวเตอร์ในร้านเล่นเกมหรือจองคิวใช้ฟรีในห้องสมุด โปรแกรมต่างๆ ในเครื่องหน้าจอสี่เหลี่ยมดูเป็นเรื่องใหม่ที่ทุกคนต้องศึกษาและปรับตัว หน้าตาของโปรแกรมยุคแรกๆ ยังไม่ค่อยมีลูกเล่นหรือฟังก์ชันที่หลากหลายมากเท่าทุกวันนี้ โดยเฉพาะ ‘ฟอนต์ไทย’ ที่มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าเคย<br><br>หลายสิบปีที่แล้วฟอนต์ไทยที่อยู่ในโปรแกรมพิมพ์เอกสารต่างๆ มักจะมีฟอนต์ให้เลือกค่อนข้างน้อย เรามักจะเห็นฟอนต์ที่ใช้อย่างทางการ เช่น Angsana New, Cordia New, Browallia New หรือ Tahoma เป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้านติดตัวทุกโปรแกรมพิมพ์ภาษาไทย ไม่ว่าจะทำงานไหน เชื่อว่าทุกคนต้องเคยใช้บริการฟอนต์เหล่านี้ผ่านมือมาบ้าง<br><br>เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น เริ่มมีคนพัฒนาต่างๆ ในแต่ละโปรแกรม ฟอนต์ไทยก็เช่นกัน เริ่มมีการประดิษฐ์ตัวอักษรหลากหลายรูปแบบในการใช้งาน ทั้งสไตล์วัยรุ่น ขี้เล่น น่ารัก น่ากลัวหรือออกแบบจากแรงบันดาลใจสิ่งรอบตัวจนมีหน้าตาตัวอักษรแปลกใหม่ต่อผู้ใช้งานและสามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ด้วย</p>



<p>หนึ่งในคอมมิวนิตีที่สร้างความหลากหลายฟอนต์ไทยดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากบล็อกเล็กๆ ไว้แลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็นและผลงานของคนสนใจทำฟอนต์ไทยมาโชว์ฝีมือกัน จนต่อยอดมาเป็นเว็บไซต์อย่าง ‘ฟอนต์.คอม’ (<a href="http://f0nt.com">https://www.f0nt.com/</a>) ของ ‘แอน-ปรัชญา สิงห์โต’ ผู้สร้างคอมมิวนิตีฟอนต์ไทย ที่เป็นเหมือนโรงเรียนอนุบาลให้คนที่สนใจอยากทำฟอนต์ไทยมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โชว์ผลงานสร้างสรรค์และสนับสนุนสร้างรายได้ให้กับคนดีไซน์ฟอนต์ด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177100" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h4 class="wp-block-heading"><strong>จากลายมือขีดเขียนเป็นฟอนต์พิมพ์ในคอมพ์ฯ</strong></h4>



<p>จุดตั้งต้นของการสร้างคอมมิวนิตีฟอนต์.คอม อยู่ในยุคที่การเข้ามาของคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต แอนเรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ทุกๆ ครั้งต้องมีการพรีเซนต์ผลงานให้อาจารย์ฟัง งานแต่ละคนบ้างก็ใช้มือขีดเขียน บ้างก็ใช้คอมพิวเตอร์ทำออกมา เจ้าตัวบอกว่าตัวเองไม่เก่งในงานออกแบบ แต่เขาชอบเขียนตัวอักษรในผลงานมาก และคิดต่อเล่นๆ ว่า ถ้าสามารถทำฟอนต์ของตัวเองพิมพ์ในคอมพิวเตอร์ได้เลยจะสบายแค่ไหน เพราะงานสถาปัตย์ขึ้นชื่อเรื่องงานหนักและความเร่งรีบในการทำงาน<br><br>“เราเรียนสถาปัตย์รู้สึกว่างานมันเร่ง เราก็อยากมีวิธีลัดให้มันสบาย แต่ตอนนั้นมันยังไม่มีการเอาลายมือเราไปอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้เลย ก็เลยลองไปหาวิธีดู ซึ่งตอนนั้นอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่แพร่หลาย และในปี 2004 อินเทอร์เน็ตยังอยู่ในห้องคอมอย่างเดียวเลย เราก็เข้าไปในห้องคอมหาวิธี เอ๊ะ มันก็มีคนไทยทำอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มีใครทำมาตรฐานฟอนต์ให้เป็นสแตนดาร์ดเหมือนทุกวันนี้” </p>



<p>“สมัยก่อนภาษาไทยยังไม่อยู่ในระบบตัวอักษรหมื่นแสนล้านตัวของโลก หรือเรียกว่า ยูนิโคด (Unicode) เราก็ไปถามว่าคนที่เคยทำฟอนต์ว่ามันทำอย่างไร ก็ลองใช้คอมพิเตอร์ลองเขียนเป็นลายมือตัวเอง พอมันออกมาเป็นฟอนต์ได้จริงๆ ก็ทำเอาไปพรีเซนต์อาจารย์และก็ไปแจกเพื่อนในห้อง ทุกคนก็แฮปปี้กันมาก มันทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ มหัศจรรย์ ก็เลยลำพอง (หัวเราะ) พอเหิมเกริมก็เลยไปเปิดเว็บไซต์ ฟอนต์.คอม รวมกับคนที่มาแชร์ความรู้และแลกเปลี่ยน 6 &#8211; 7 คนช่วยกันร่างๆ โค้ดเขียนโปรแกรมเว็บ เพื่อทำให้ฟอนต์ภาษาไทยเกิดขึ้นมาได้ และสร้างคอมมิวนิตีให้ใครก็ได้ที่สนใจอยากทำฟอนต์ให้ทำได้ง่ายๆ”</p>



<p>หลังจากเปิดตัวเว็บฟอนต์.คอม ที่ทุกคนสามารถสร้างฟอนต์ของตัวเองและมาแชร์แลกเปลี่ยนกันได้ สมัยนั้นมีทั้งเด็กมัธยม พนักงานข้าราชการ ทหาร ครู ตำรวจหรือพระก็เคยทำมาแชร์ฟอนต์ของตัวเอง และสิ่งที่น่าสนใจของคอมมิวนิตีนี้คือมีข้อตกลงร่วมกันว่า ฟอนต์ใดก็ตามที่นำมาเผยแพร่ในเว็บฟอนต์.คอมขอให้แจกฟรี 1 น้ำหนัก หากใครอยากทำขายสามารถกำหนดเงื่อนไขในการใช้งานได้เลย เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองใช้ฟอนต์ไทย หากสนใจก็สามารถซื้อต่อเพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ออกแบบอีกทางหนึ่ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177101" style="width:683px;height:auto" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/2-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>อีกนัยหนึ่ง สิ่งที่แอนทำก็ต้องการสร้างค่านิยมเรื่อง ‘งานสร้างสรรค์’ และ ‘ลิขสิทธิ์’ ที่ทุกคนควรให้คุณค่าไม่ต่างกับผลงานศิลปะประเภทอื่นๆ “ถ้าให้เราเล่าประวัติศาสตร์ในยุคนั้น (หากเปรียบเทียบให้คนเห็นภาพก็ช่วงยุคมีเพลง mp3) ความหลากหลายของฟอนต์และความเข้าใจในลิขสิทธิ์มันมีน้อย พอสองอย่างมันรวมกัน มันเลยเป็นดินแดนสนธยา ก่อนหน้านี้เขาก็มีบริษัทดีไซน์เนอร์ทำฟอนต์ภาษาออกมาจริงๆ ก็พบการละเมิดลิขสิทธิ์ คนไทยตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์คืออะไร หรือยังไม่ได้ตัดสินว่าตัวฟอนต์เป็นงานสร้างสรรค์ หรือมีลิขสิทธิ์อะไร” </p>



<p>“เราก็ลุกฮือขึ้นมาสร้างค่านิยมว่า การดีไซน์ฟอนต์ อันนี้มันเป็นหนึ่งในงานสร้างสรรค์ที่มีโปรแกรมมิ่งอยู่ข้างหลังด้วย มันต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการสร้างมันขึ้นมา เพียงแต่ว่าอยากให้คนที่ใช้ได้เห็นคุณค่า หรือไม่ก็เขาทำขายก็ซื้อ ซึ่งเมื่อก่อนมันยังเป็นไอเดียที่ยังไม่ปกติอย่างทุกวันนี้นะ ทุกวันนี้เราซื้อดิจิทัลโปรดักต์จนเป็นเรื่องธรรมดา แต่สมัยก่อนทำไมเราต้องเสียเงินซื้อในสิ่งที่เราจับต้องไม่ได้ เออ มันเป็นมายด์เซ็ตที่ยังไม่เกิดขึ้น ณ วันนั้น มันก็เลยมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันอย่างจริงจังมาก” </p>



<p>“มันละเมิดถึงขั้นเจ้าของฟอนต์ปล่อยเป็นเป็น Public Domain ใช้เป็นสาธารณะ หรือบางบริษัทไล่จับอย่างจริงจัง ส่วนของเราก็ประกาศเลยว่าให้โหลดฟรีแล้วนะ อย่าเอาไปรวมแผ่นขาย อย่าเอาไปทำธุรกิจทำการค้าแอบอ้างไปขาย คุณเอาไปใช้ได้เลย เราแฮปปี้ เรายินดี เราอยากให้ทุกคนรู้ด้วยว่า ฟอนต์มันเป็นงานสร้างสรรค์ มันเป็นสิ่งที่ต้องมีความอุตสาหะ มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างมันขึ้นมา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177102" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟอนต์ไทย ช่วงเวลาสนุกแห่งการต่อยอดงานสร้างสรรค์</strong></h4>



<p>ระหว่างบทสนทนาแอนเล่าให้ฟังว่า เขาชื่นชอบการทำฟอนต์ตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้เวลาผ่านไปหลายสิบปีความชอบก็ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทุกวันนี้มีการออกแบบฟอนต์หลากหลายรูปแบบ เขาก็ยิ่งสนุกที่ได้เห็นการพัฒนาของฟอนต์มากยิ่งขึ้น เราชวนคุยเล่นว่า บางคนชอบใช้ฟอนต์ภาษาอังกฤษเพราะมันมีลูกเล่นมากกว่าภาษาไทย คิดเห็นอย่างไรหากให้เปรียบเทียบวิวัฒนาการของฟอนต์ภาษาอังกฤษกับไทยในสายตาของคนชื่นชอบเรื่องฟอนต์</p>



<p>“เรายังพัฒนาการออกแบบตัวอักษรไทยได้อีกเยอะมาก เพราะอย่างฟอนต์ภาษาอังกฤษจะมีเส้นตรง เส้นโค้ง อย่างมากก็เส้นเฉียง ดังนั้นจะมีการเล่นพลิกแพลงมาตั้งแต่หลักพันปีแล้ว แต่พฤติกรรมการบันทึกส่งต่อข้อมูลด้วยการเขียนในบ้านเรา พึ่งเกิดขึ้นในยุครัตนโกสินทร์นี่เอง โดยเฉพาะช่วงประมาณ ร.5 &#8211; ร.6 คือคนที่ประดิษฐ์ตัวอักษรได้ คือคนที่อ่านหนังสือออก ซึ่งก็จะเป็นคนที่อยู่ในรั้วในวัง ชั้นเจ้านายประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมาใหม่ให้ใช้ในกรณีต่างๆ มันคือฟอนต์ยุคแรกๆ ของไทยเลย ถ้าไม่นับมิชชันนารีท่านแรกที่เข้ามาเผยแพร่ตัวอักษรไทยในยุครัตนโกสินทร์เหมือนกัน จะเห็นว่าการเดินทางของเรามันพึ่งเริ่ม เรายังแตกหน่อต่อยอดได้อีกเยอะ ตัวอักษรไทยมันสามารถพลิกแพลงได้อีกเยอะ”</p>



<p>เขาเล่าเสริมต่อว่าวิวัฒนาการของฟอนต์ตั้งแต่อดีตกับปัจจุบันมีฟังก์ชันเปลี่ยนไปด้วยบริบทต่างๆ ยุคเริ่มต้นการออกแบบฟอนต์คือศาสตร์และศิลป์ที่ผสมรวมกัน เบื้องหน้าคือความคิดสร้างสรรค์ เบื้องหลังคือการทำงานเพื่อแก้ปัญหา</p>



<p>“เมื่อมันมีปัญหาเกิดขึ้นก็เลยต้องหาทางแก้ปัญหา ยกตัวอย่างเช่น ลายมือค่อยๆ เขียนในใบลาน ลักษณะใบลานมันเป็นเส้นๆ ถ้าเขียนเส้นโค้งใบจะแตก เขาก็เลยจะต้องขีดเพื่อเฉียงๆ เข้าไปมันจะได้ไม่แตก หรือยุคที่เวลาเราพิมพ์น้ำหมึกยังเป็นข้นๆ เหนียวๆ ที่เทคโนโลยีการพิมพ์ยังไม่ดี กระดาษยังไม่เรียบ หรือพิมพ์หลายๆ ก๊อปปี้แล้วหัวพิมพ์มันพัง ทำอย่างไรให้ออกแบบตัวอักษรเจอปัญหานี้ก็ยังอ่านออก ก็เลยทำตัวอักษรที่ทำขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาในยุคนั้น” </p>



<p>“หรือก่อนหน้านี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังไม่ละเอียดมากนัก ประมาณ 72 dpi หน้าจอจะเป็นเหลี่ยมๆ แล้วนึกภาพฟอนต์ Tahoma ที่มันแสดงผลเล็กๆ แล้วยังโชว์เหลี่ยมๆ แต่ยังพออ่านออก อ่านจนคล่องตาแล้วสามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีรู้สึกว่าติดขัด อันนี้คือดีไซนเนอร์เขาแก้ปัญหามากๆ” </p>



<p>“แต่ทุกวันนี้ปัญหาเหล่านั้นมันหายไป เรามีจอละเอียดมาก พอปัญหาหายไปปั๊บ ฝั่งความคิดสร้างสรรค์มันก็ทำงานละ มันก็จะเล่นอันนู้น อันนี้ได้เยอะเลย ฟอนต์ปรับสีได้ไหม แต่ก่อนเป็นขาวดำหนิ เป็นสีไม่พอขยับได้ด้วย โดยที่ทั้งหมดมันอยู่ที่โค้ดดิ้งที่เขียนลงไปและก็การดีไซน์ที่สวมไปอยู่ในโค้ดนั้น เหมือนพรหมแดนการออกแบบฟอนต์ในไทยมันยังไปได้อีกไกลมากๆ เลย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177103" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/4-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟอนต์ไทยก็มี Introvert และ Extrovert</strong></h4>



<p>เมื่อหลักการของการดีไซน์มีที่มาจากการแก้ปัญหา ในมุมการออกแบบของตัวอักษรมันทำหน้าที่อย่างไร เราถามต่อด้วยความสงสัย</p>



<p>“หน้าที่ของฟอนต์แค่ขอเป็นส่วนหนึ่งในงาน ไม่ได้เป็นพระเอกในงาน แต่พูดเพื่อบอกสำเนียงของข้อความนั้น เราจะเห็นว่า ‘ร’ เราเขียนเป็นตัว ‘s’ ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ถอยไป 30 ปีไม่มีใครอ่านออกว่าตัว s คือ ร ไม่มีใครรู้ว่าตัว k คือ ห ตัว น คือตัว u ที่มีติ่งข้างล่างได้อย่างไร ก ไม่มีหยักได้ด้วยเหรอ ตัวอักษรไม่มีหัวได้ด้วยเหรอ นี่แหละคือพัฒนาการพอมีการเริ่มต้นปั๊บ มันก็ค่อยๆ ปรับเซนส์การรับรู้ไปเรื่อยๆ เราก็จะชิน ตอนนี้คนที่เกิดมาในสมัยนี้ก็จะชินละ พอชินปั๊บมันก็จะพัฒนาต่อยอดไปได้อีก ฟังดูน่าสนุกไปอีก”</p>



<p>“เราว่าหน้าที่ของฟอนต์มีอยู่ 2 ข้อหลักๆ หนึ่ง มันทำหน้าที่ตะโกนเป็นฟอนต์พาดหัว เป็นฟอนต์ดิสเพลย์เหมือนที่เห็นในป้ายใหญ่ๆ  ทำอย่างไรก็ได้ให้คนสนใจข้อความของฉันให้สะดุดตา สอง เป็นพารากราฟเท็กซ์ (Body Text) เป็นข้อความธรรมดาที่คนอ่านนิยาย ถ้าเรามองแล้วสะดุด เมื่อกี้ตัว g หรือตัว c นะมันต่างกันนิดเดียว อุปสรรคก็จะเกิดขึ้น” </p>



<p>“ดังนั้นฟอนต์ตัวเนื้อความ บุคลิกมันต้องกลืนหายไปในนิยายในข้อความที่เราสื่อสาร เช่น มีประกาศอะไรสักอย่างของรัฐบาลที่ต้องอ่านยาวๆ ถ้าใช้ฟอนต์ไม่ถูก เวลาเราอ่านจะสะดุด แต่ถ้าเกิดมันเนียนไปปั๊บ เราไม่ได้สนใจฟอนต์ เรารู้สึกว่าอันนี้มันทำหน้าที่ของมันแล้ว เราไม่อยากเด่น เราขออยู่ข้างหลังช่วยส่งสารให้ลื่นไหลมากที่สุด สังเกตว่า 2 อย่างนี้จะแตกต่างกันเป็น introvert และ extrovert (หัวเราะ) แต่หน้าที่ของมันร่วมกันคือ ส่งสารให้เข้าใจสิ่งที่อยากจะสื่อ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177104" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/5-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h4 class="wp-block-heading"><strong>Forever young ทุกครั้งเมื่อได้ทำฟอนต์</strong></h4>



<p>แอนก่อตั้งเว็บฟอนต์.คอมจากจุดเริ่มต้นมาถึงปัจจุบันใช้เวลากว่า 20 ปีถือว่าเป็นตัวเลขไม่น้อยที่คนๆ หนึ่งจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งยาวนานหลายสิบปี อะไรคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงต่อมาเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเขามีจุดที่อยากเลิกทำไหม เขาตอบว่าก็มีเหมือนทุกคนไม่ต่างกัน </p>



<p>“มันก็มีจุดเบิร์นเอาต์เหมือนกันนะ เราออกแบบฟอนต์ในยุคแรกๆ เสร็จปั๊บก็หยุดทำไปเลย 10 ปีเพราะรู้สึกว่าการงานมันรัดตัว เราก็ห่างหายมานาน กลับมาก็เขิน (หัวเราะ) ซึ่งเทคโนโลยีที่ผ่านไป 10 ปีมันเปลี่ยนไปมากแล้ว แม้กระทั่งโปรแกรมที่ใช้ฟอนต์มันก็เปลี่ยนไป เราก็ไม่รู้จะใช้อย่างไร ก็เงอะๆ งะๆ เก้ๆ กังๆ”</p>



<p>“จนวันหนึ่งก็คิดว่าทำไมเราต้องเขินด้วยวะ เราก็ขอเรียนรู้ใหม่จากคนที่คุยๆ ในคอมมิวนิตีก็ได้ ขอเรียนหน่อยนะครับ มันเริ่มอย่างไร พอกลับมาทำปั๊บ เฮ้ย มันได้เสียงการตอบรับที่ดี เช่น มันมีฟอนต์ที่คนทำยุคใหม่ๆ ชื่อฟอนต์หมา แล้วคนกลับมาใช้เยอะเหมือนเดิมแสดงว่า มันก็มีคนรออะไรแบบนี้อยู่นี่หว่า และความสนใจของเราก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไป แล้วเราอั้นมานานพอได้ทำปั๊บ มันฟิน ตอบโจทย์แล้วก็ทำต่อมาเรื่อยๆ แล้วตอนนี้ค่อยๆ ไล่ๆ รื้อๆ ของเก่าที่เคยทำมารีโนเวทฟอนต์ตัวเองและทำใหม่ไปด้วย สนุกดี”</p>



<p>สิ่งหนึ่งที่เขายังไม่เลิกการทำฟอนต์กลางคัน เพราะเขาชื่นชอบการทำฟอนต์เป็นงานอดิเรก เพียงแค่ได้ทำก็รู้สึกมีความสุขและตอบโจทย์ในใจแล้ว “พอมันเป็นงานอดิเรก เรารู้สึกว่าควรจะหาเวลาให้มัน แต่พอถึงยุคหนึ่งลองเวทน้ำหนักดูเเล้วว่า เราว่างหรือใส่ใจไม่มากพอ จริงๆ แล้วเรายังรักมันไม่มากพอ แต่พอ กลับมาอีกที เหมือนเด็กอนุบาล มันมีความสุขมาก มันสนุกนี่หว่า เราแค่ทำฟอนต์ออกมา แค่นี้ก็มีความสุข มากๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องขายให้ได้เงิน มันเป็นความรู้สึกของยุคที่เรายังหนุ่มแน่น ยังมีเวลาเหลือเฟือ (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้เริ่มแก่ละ นึกถึงอดีตช่วงนั้นมันดีจังเลย พอเรากลับมาเล่นอีกครั้งก็รู้สึกว่าเราเป็นคนนั้นอีกแล้ว มันดีจัง และรู้สึกว่าเราจะอยู่กับมันไปได้อีกนาน จนรู้ว่าอยากจะตายไปพร้อมกับมันเลยก็ได้ ไม่รู้สึกเบื่ออีกเลย”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-177105" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/6-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายของคนทำฟอนต์หนีไม่พ้นเรื่อง ‘ลิขสิทธิ์’</strong></h4>



<p>หากพูดถึงความท้าทายของคนทำฟอนต์สมัยก่อนคืออะไร แอนบอกเราว่ามันคือเรื่องลิขสิทธิ์ และถ้าสมัยนี้ในยุคดิจิทัลละมันคือเรื่องอะไร เขานั่งนึกอยู่สักพักก่อนตอบว่าคงยังเป็นเรื่องลิขสิทธิ์อยู่!<br></p>



<p>“คิดว่าเรื่องลิขสิทธิ์คนไม่ได้เข้าใจทั้งหมด 100 % เมื่อก่อนคนอาจจะเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์น้อยมากๆ ที่จะเข้าใจว่าของที่จับต้องไม่ได้มันต้องเสียงเงินได้ แต่ตอนนี้คนมันเก็ตหมดแล้ว แต่เก็ตในหมู่ที่เข้าใจประมาณหนึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังมีนักออกแบบทำฟอนต์ขาย ก็ยังมีคนละเมิดเขาอยู่ ถ้าเคลียร์ได้ก็อยากเคลียร์ความเข้าใจนี้ให้ได้มากที่สุด” </p>



<p>“เดิมทีกฎหมายเกี่ยวกับฟอนต์ มันอยู่ในหมวดวรรณกรรมและโปรแกรมมิ่ง กฎหมายค่อนข้างแข็งตัวไม่ได้ยืนหยุ่นตามการเปลี่ยนแปลงของโลก พอเขียนปั๊บเขาก็มองว่า ฟอนต์เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์  มันคือชื่อทางกฎหมายของคำว่าฟอนต์ พอเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นั่นแสดงว่าตัวฟอนต์มีการเขียนโค้ดดิ้งข้างหลัง ต้องดัดเส้นตรง เส้นโค้งให้โค้ดมันออกมาเป็นแบบนี้ มันคือโปรแกรมตัวหนึ่ง เวลาเขาฟ้องก็จะฟ้องเรื่องตัวนี้ แต่เรื่องการดีไซน์ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง เราไม่สามารถเคลมได้ว่า ฟอนต์นี้เป็นดีไซน์ของเรา ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ต่อไปนะ”</p>



<p>“แต่ตอนนี้ไม่ได้มองว่าเป็นขาวเป็นดำนะ มันจะมีประเด็นคนบอกว่า เราควรคุ้มครองงานที่ออกแบบมาไหม เพราะบางคนถูกก๊อปปี้ เสียผลประโยชน์ก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะ แต่บางคนไม่ได้ลอกเป๊ะ คือดูแบบและเขียนตาม ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นคนละตัวกัน เพราะเราเขียนใหม่จากศูนย์ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองทางลิขสิทธิ์ แต่ก็จะมีคนบอกว่าให้พัฒนาต่อไปแล้วเราจะต่อยอดได้อย่างไรถ้าคุ้มครอง บางคนอาจจะบอกว่ามันเป็นตัวอักษรที่ประดิษฐ์ของพ่อขุนรามคำแหงนะ”</p>



<p>“แล้วสิ่งเหล่านี้บทสรุปจะเป็นอย่างไร มันก็น่าคิดและน่าสนใจทุกฝ่ายในเชิงกฎหมาที่ยังไม่ได้แอ็กทีฟ ซึ่งมันอาจจะเป็นคำถามของยุคสมัยนี้ของวงการเล็กๆ อันหนึ่งก็ได้ที่ควรถกเถียงกันว่าเราควรจะทำอย่างไร เพราะมันยังไม่ได้ถูกตั้งเป็นประเด็นมากกว่าในตอนนี้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-177106" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟอนต์.คอม ฟอนต์ Introvert ที่อยากสนับสนุนคนทำฟอนต์ให้ Extrovert</strong></h4>



<p>ทุกครั้งเวลาแอนพูดเกี่ยวกับฟอนต์ทั้งที่มาของมันในอดีต ความชอบหรือเรื่องประเด็นต่างๆ ของการออกแบบฟอนต์ไทย เราจะเห็นสีหน้าตื่นเต้นและจริงจังของเขาเวลาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง เราถามกลับคำถามสุดท้ายว่า เป้าหมายในการก่อตั้งเว็บฟอนต์.คอมตอนแรกกับตอนนี้ต่างกันมากน้อยขนาดไหน<br><br>เขารีบตอบว่า “ความตั้งใจเราไม่เปลี่ยนเลย ตั้งแต่ตอนที่เปิดเว็บฟอนต์.คอมมาแรกๆ เรารู้สึกอยากเผยแพร่ว่าตัวฟอนต์มันมีคนที่สร้างขึ้นมา เสร็จปั๊บ มันเป็นของเล่น เป็นงานอดิเรกและใช้ทำมาหากินได้ แต่ขอเงื่อนไขข้อเดียวว่าแจกฟรีสัก 1 น้ำหนักได้ไหม เอาไปใช้ส่วนตัวก็ได้ ถ้าชอบแล้วค่อยซื้อต่อก็ได้ ทุกคนวินหมดเลย ดีไซน์เนอร์ก็วินมีคนซื้อเขาเป็นล่ำเป็นสันเลย และก็ลูกค้าที่ไปใช้ก็เข้าใจว่าตัวฟอนต์นี้ใช้ส่วนตัวได้ แต่ถ้าทำมาหากินก็จ่ายเขาหน่อย ซึ่งราคาไม่แพงมากเลย สำหรับเราก็แฮปปี้ที่ทุกคนคลิกกันต่อได้ แสดงว่าสูตรนี้มันเวิร์ก มันเวิร์กมาหลายปีมากแล้ว เราก็เลยรู้สึกว่าค่อนข้างเฮลตี้”</p>



<p>“ความสุขของเรายังเหมือนเดิม เราทำตอนเรียน หลังเรียนจบก็ยังทำอยู่ ทำแล้วมันสนุกก็ทำเป็นงานอดิเรก พอทำเสร็จมันสนุก ตอนนั้นมันยังไม่ใช่ยุคโซเชียลฯ ถ้าเป็นสมัยนี้มันก็โพสกดไลก์ได้ทันที แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนจะเห็นฟีดแบ็กได้ก็คือ ต้องออกไปเป็นหนังสือผ่านงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ต้องโผล่ไปในผลิตภัณฑ์แพ็กเกจขนม ตอนนั้นเราตั้งธงเลยว่า ถ้าเกิดมันไปโผล่ในขนมเซเว่นได้ เราจะถือว่าภูมิใจมาก ตายตาหลับละ เราจะฟินละ แล้ววันนั้นมันก็เกิดขึ้นจริง คือตอนนั้นน่าจะปี 2005 มีฟอนต์หนึ่งไปโผล่ในซองมาม่า เห็นแล้ว โอ้ สวรรค์ (หัวเราะ) ในฐานะของคนที่ทำงานอดิเรก ทำแล้วมันมีคนเห็นค่า มันมีคนยอมรับ เราฟินตัวลอย เราก็เลยรู้สึกว่าดำเนินตามรอยนี้ต่อไปละกัน”</p>



<p>“สำหรับเราเป้าหมายการทำเว็บฟอนต์.ตอม เราไม่ได้อยากเป็นฟอนต์พาดหัว เราไม่ใช่ฟอนต์ตะโกนให้ใครมาสนใจเราหน่อย เรายังทำงานอยู่ข้างหลังเรื่อยๆ เราเป็นตัวเนื้อความที่ช่วยส่งสารอะไรสักอย่างผลักดันไปถึงกับคนรับ โดยที่เราไม่ต้องกระโดดออกมาข้างหน้า ซึ่งฟอนต์มันทำหน้าที่อันนี้มาตลอด เราอยากอยู่ข้างหลังต่อไป เราอยากเป็นบ่ออนุบาลที่ดีในการอยู่ตรงนี้ให้คนสนใจเรื่องฟอนต์ ศึกษาและทำมาหากินได้”</p>



<p>แอนพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและเชื่อว่าฟอนต์ไทยในวันข้างหน้ายังมีลูกเล่นให้ออกแบบสนุกๆ อีกมากมาย น่าติดตามว่าหน้าตาของฟอนต์ไทยจะต่อยอดไปไกลถึงไหนกัน…</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/font-com-people-power/">ฟอนต์.คอม คอมมิวนิตีสนับสนุนคนดีไซน์ฟอนต์ไทยให้เห็นคุณค่างานสร้างสรรค์จากตัวอักษร </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค้นพบนิสัยไม่คาดหวังสูง ในช่วงวัยถูกคาดหวัง ที่ทำให้ฉันกล้าล้มอย่างไม่กลัวเจ็บ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/a-better-day-bloom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jul 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[A Better Day]]></category>
		<category><![CDATA[Bloom]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[a better day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175676</guid>

					<description><![CDATA[<p>การค่อยๆ เรียนรู้ ลองผิดลองถูกไปตามสเต็ป ให้ผลลัพธ์กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นคล้ายกับตอนคุณลุ้นซื้อหวย ถ้าได้ก็ฉลอง ไม่ได้ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-better-day-bloom/">ค้นพบนิสัยไม่คาดหวังสูง ในช่วงวัยถูกคาดหวัง ที่ทำให้ฉันกล้าล้มอย่างไม่กลัวเจ็บ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“อีกไม่กี่ 0.10 คะแนนจะได้เกียรตินิยม คุณทำเกรดให้ได้ล่ะ”</p>



<p>ดูจำนวนตัวเลขอาจดูน้อยนิดในสายตาบางคน แต่กลับสร้างความหนักอกหนักใจเหมือนยกภูกระดึงมาทับตัวจนหายใจไม่ออก ฉันเมื่อสิบปีที่แล้ว สมัยเรียนปริญญาตรีกำลังเครียดกับทำธีสิสปีสุดท้าย อีกไม่กี่คะแนนก็จะได้เกียรตินิยมมาในมือแล้วนะ แค่นี้ทำไม่ได้หรอ ถ้าทำได้ คนรอบข้างเขาจะได้ดีใจ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ก็น่าเสียดายมากทีเดียว</p>



<p>คำพูดคนรอบตัวเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้ยินมาตลอดในช่วงทำธีสิสปีสุดท้ายของฉัน ในหัวเริ่มไม่ได้คิดถึงการบ้านที่ต้องทำ แต่กลับคิดวกวนอยู่ในหัวเสมอว่า ถ้าทำได้คนรอบข้างน่าจะมีความสุข และถ้าทำไม่ได้ล่ะ หน้าตาพวกเขาคงแกล้งยิ้มอ่อนๆ ว่าไม่เป็นไร แต่รู้สึกเสียใจอยู่ใช่ไหมนะ และยิ่งถ้าพวกเขารู้ว่าอีกแค่ 0.10 คะแนนจะได้เกียรตินิยมจะผิดหวังในตัวเรารึเปล่า</p>



<p>ความกังวลในผลลัพธ์ปลายทาง กับตัวเลขทศนิยมหลักสิบมีผลกับจิตใจของฉันในวัยยี่สิบต้นๆ อย่างมหาศาลเลยทีเดียว และนั่นก็ทำให้จิตใจของฉันไม่แข็งแรงพอที่จะทำตามสิ่งที่หวังได้สำเร็จ มิหนำซ้ำฉันยังไม่รู้สึกภูมิใจกับธีสิสของตัวเองเลยด้วย เพราะฉันทำมันด้วยความกดดัน ความเครียด และความวิตกกังวลที่ทำให้ฉันคาดหวังกับผลลัพธ์มากเกินไป</p>



<p>เรื่องผิดหวังนี้ผูกติดในใจฉันหลายสิบปีจนกระทั่งบังเอิญไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง</p>



<p>ชื่อว่า ‘คำที่พูดมา เยียวยากว่าโซจู’ ของผู้เขียน อีซอว็อน จากสำนักพิมพ์ Bloom มีพาร์ตหนึ่งพูดไว้ว่า ‘ผลลัพธ์ไม่ใช่เรื่องของเรา ขั้นตอนต่างหากที่เป็นเรื่องของเรา’ เพราะคนเรามักจะเครียดกับผลลัพธ์ต่างๆ ที่กลัวว่าไม่เป็นไปตามที่หวัง เช่น อยากสอบให้ได้คะแนนเยอะๆ หรืออยากให้เขามาชอบเรา ซึ่งความเป็นจริงแล้วผลลัพธ์เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้ สาเหตุที่เรารู้สึกเครียด เพราะเรามีความรู้สึกโลภที่อยากจะได้สิ่งนั้นมาครอบครอง</p>



<p>แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ต้องลงมือลงแรงเลย แต่อยากให้โฟกัสในระหว่างทางกับขั้นตอนที่จะทำบางสิ่งมากกว่านึกถึงบทสรุปปลายทางว่าจะลงเอยอย่างไร ให้ระหว่างนั้นได้ลองเรียนรู้ ลองผิดลองถูกและทำให้สุดความสามารถ ไม่คาดหวังกับคำตอบ ปล่อยให้ผลลัพธ์เป็นเรื่องธรรมชาติ และเตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะหากไม่เป็นไปตามที่หวัง อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำอย่างเต็มที่ ซึ่งดีกว่าการทำด้วยความกลัวและกังวลมากเกินไปจนทำให้เครียดเกินพอดี ทั้งที่จริงมันอาจจะไม่ได้เลวร้ายกว่าที่คิดก็เป็นไปได้</p>



<p>สิ่งนี้ได้พิสูจน์กับตัวเองแล้วตอนฉันเริ่มต้นเรียนใหม่ปริญญาโท ฉันได้กลับมาทำธีสิสอีกครั้งด้วยความรู้สึกใหม่ ไม่คาดหวังกับผลลัพธ์ ไม่คิดแทนอนาคตและโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน (ภาวนาขอแค่เรียนจบก็บุญแล้ว) แม้มีบ้าง ที่คนรอบข้างจะมอบความกดดันมาเป็นช่วงๆ แต่ครั้งนี้ เปลี่ยนไปตรงที่โฟกัสในแต่ละสเต็ปของการทำงานเล็กๆ ระหว่างนั้นแทน อาจมีผิดพลาดบ้างแต่ก็เป็นล้มที่เจ็บถลอกๆ ปัดฝุ่นสองสามทีก็ลุกขึ้นมาเดินต่อได้ เปรียบเทียบกับตอนทำธีสิสปริญญาตรีที่ฉันคาดหวังกับผลลัพธ์ทั้งหมด จึงทำให้การล้มครั้งนั้นเจ็บเป็นแผลลึกจนใช้เวลาเยียวยาใจยาวนาน</p>



<p>ผลลัพธ์ของการไม่คาดหวังปลายทางครั้งนี้ มันเกินฝันกว่าสิ่งที่คิด เพราะฉันได้รับรางวัลใหญ่จากการประกวดของมหาวิทยาลัย ขณะเดียวกัน หากผลลัพธ์ดันพลิกล็อกไม่ได้ประสบความสำเร็จ ฉันก็ยังรู้สึกมีความสุขและชอบผลงานของตัวเองอยู่ดี นั่นเป็นเพราะว่าเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ ไม่ได้เอาใจไปผูกกับความคาดหวังในปลายทาง ซึ่งมันทำให้มวลความเครียดและความกดดันเบาบางลงมากกว่าเคย</p>



<p>หากฉันมีโอกาสกลับไปแก้กิตติกรรมประกาศในธีสิสของตัวเองอีกสักครั้ง คงอยากจะเพิ่มประโยคขอบคุณในหนังสือเล่มนั้นที่ช่วยเปลี่ยนความคิดในใจให้ดีขึ้น เอนจอยกับสิ่งระหว่างทางตรงหน้า และอย่าพึ่งไปคาดหวังผลลัพธ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ในทางกลับกันสิ่งที่เราพอกำหนดได้คือ การค่อยๆ เรียนรู้ ลองผิดลองถูกไปตามสเต็ป แล้วให้ผลลัพธ์กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นคล้ายกับตอนคุณลุ้นซื้อหวย ถ้าได้ก็ฉลอง ไม่ได้ก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ อย่าไปท้อล่ะ!<br></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/a-better-day-bloom/">ค้นพบนิสัยไม่คาดหวังสูง ในช่วงวัยถูกคาดหวัง ที่ทำให้ฉันกล้าล้มอย่างไม่กลัวเจ็บ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักรบ มูลมานัส ชีวิตก็เหมือนกับการคอลลาจภาพ “ลองผิดลองถูก ไม่เวิร์กก็เริ่มต้นใหม่”</title>
		<link>https://adaymagazine.com/on-that-day-nakrob/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Jul 2024 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[On That Day]]></category>
		<category><![CDATA[นักรบ มูลมานัส]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะคอลลาจ]]></category>
		<category><![CDATA[illustrator]]></category>
		<category><![CDATA[illustration]]></category>
		<category><![CDATA[Nakrob]]></category>
		<category><![CDATA[Collage Art]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175585</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘นักรบ มูลมานัส’ ศิลปิน คอลลาจสายประวัติศาสตร์ที่ใครๆ ต่างต้องเคยเห็นผ่านตา เล่าให้ฟังถึงกระบวนการทำคอลลาจภาพกับชีวิตมีความคล้ายคลึงกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/on-that-day-nakrob/">นักรบ มูลมานัส ชีวิตก็เหมือนกับการคอลลาจภาพ “ลองผิดลองถูก ไม่เวิร์กก็เริ่มต้นใหม่”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>วิธีการทำศิลปะคอลลาจภาพ คือการที่เราหยิบจับสิ่งที่มันสามารถประกอบกันได้ ชิ้นนี้น่าสนใจดูแล้ว<br>เหมาะสมก็นำมาเรียงจัดวาง ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนแล้วจัดวางใหม่ ความสนุกของการทำคอลลาจภาพในระหว่างทางคือ เราไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร หน้าตาสุดท้ายจะเป็นแบบไหน แค่ค่อยๆ หา ค่อยๆ สะสมเก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆ ลองผิดลองถูกกันไปจนเป็นภาพที่ลงตัวในเวลาที่กำหนด</p>



<p>&nbsp; บางที มันก็เหมือนกับชีวิตการทำงานที่ใครๆ ต่างต้องทดลองทำนู้นทำนี่ไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เราอาจจะมองไม่เห็นภาพในอนาคตที่กำลังเยือนถึง แต่ชีวิตก็ต้องคลำทางต่อไป ไม่ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาดีหรือแย่ เราก็ต้องยอมรับและก้าวเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ อยู่ดี</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175589" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/1-4-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เหมือนกับการทำงานผลงานศิลปะของ ‘นักรบ มูลมานัส’ ศิลปิน Illustration คอลลาจสายประวัติศาสตร์ที่ใครๆ ต่างต้องเคยเห็นผ่านตาไม่ว่าจะเป็น หน้าปกหนังสือ ผลงานศิลปะหรือสื่อต่างๆ&nbsp; ดูภายนอกผ่านผลงานศิลปะสุดเนี้ยบ อาจทำให้เผลอคิดไปก่อนสนทนาว่าเขาน่าจะเป็นคนเพอร์เฟ็กต์ชันนิสต์ทุกระเบียบนิ้ว แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คาดฝัน เขาเล่าให้ฟังถึงกระบวนการทำคอลลาจภาพกับชีวิตมีความคล้ายคลึงกัน “ลองผิดลองถูก ถ้าไม่เวิร์กก็เริ่มต้นใหม่ ทำต่อไปเรื่อยๆ”</p>



<p>“ไม่ได้คาดหวัง แม้ว่ารูปที่เสร็จสมบูรณ์แล้วมันจะเป็นอย่างไร เราแค่แบบโอเค และต้องเชื่อว่า สุดท้ายแล้วมันจะทำออกมาเป็นภาพที่มันอาจจะไม่ได้สวย 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าเราโอเคกับเวลานั้นๆ ให้มันได้ก็พอ”<br><br>ความคิดเหล่านี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มการเป็นศิลปินคอลลาจออกแบบหน้าปก a day เล่มที่ 205 เกี่ยวกับเรื่องดวง ความเชื่อและโชคชะตาราศีในปี 2017 ซึ่งมาจากโครงการที่ชื่อว่า a day Junior ชวนไปบรรยายการทำภาพประกอบให้กับน้องอะเดย์จูเนียร์รุ่นที่ 13 และบรรณาธิการในรุ่นนั้นก็ชวนเขาไปทำภาพหน้าปกดังกล่าว ปัจจุบันเวลาห่างออกไปเกือบสิบปี เขายังคงเดินหน้าทำในสิ่งชอบต่อไปเรื่อยๆ แต่มุมมองการพัฒนาตัวเองเปลี่ยนแปลงไปจากจุดเดิมมากน้อยขนาดไหน นี่คือหัวข้อบทสนทนาที่เราอยากจะคุยกับเขาวันนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175590" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/5-3-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>8 เต็ม 10 คะแนนการพัฒนาตัวเองจากจุดเริ่มต้น</strong></h4>



<p>“ถ้าถามว่าตัวเองเปลี่ยนไปไหมจากตอนเริ่มต้นก็ไม่เปลี่ยน แต่ว่าถ้าถามเรามองเห็นอะไรรอบข้างมากขึ้น พัฒนามากขึ้น สมัยก่อนเรามองว่าความ Illustration มันคือการตีความออกมาจากตัวอักษร แต่พอได้ทำงานที่มันหลากหลายมากขึ้น โจทย์อะไรที่ไปมากกว่าการตีความให้ตรงกับตัวอักษร หรือว่าอยากไปงานศิลปะร่วมสมัย มันทำให้เราปลดปล่อย เราฟรีตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับบริบทของการทำงานของเราเป็นหน้าที่อะไรอยู่</p>



<p>“คิดว่าให้ 8 คะแนนก็เหมือนเราเลิกที่จะตีกรอบนู้น นี่ โน้น นั้น เรามองภาพอะไรที่มันใหญ่มากขึ้น ตอนแรกๆ วิธีการทำคอลลาจเริ่มจากที่เราคิดว่ามันทำได้หรอ มันทำเป็นงานคอมเมอร์เชียล ทำเป็นงานที่สื่อสารได้รึเปล่า เพราะว่าเราหยิบจับในส่วนที่เป็นโลกอดีต ถ้ามันสามารถพูดถึงปัจจุบันและอนาคตได้รึเปล่า อันนี้เป็นคำถามตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้เหมือนเราเชื่อมโยงกับตัวเองได้มากขึ้น หมายถึงว่าเลิกคิดไปแล้วว่าคอลลาจมันจะพูดถึงเรื่องอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้รึเปล่า เพราะมันพูดได้อยู่แล้ว </p>



<p>“แต่โลกในปัจจุบันโจทย์เรื่องราวมันไปไกลกว่านั้นแล้ว ที่เราสนใจคือความท้าทายในประเด็นต่างๆ มากกว่าตรงนั้นแล้ว โลกที่เปลี่ยนแปลงมากมาย อย่างตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีใครมาพูดแล้วว่าอัตลักษณ์ไทยคืออะไร เพราะเราข้ามไปไกลแล้ว เรารู้สึกว่าเราข้ามสมัยก่อนที่ตีกรอบในการนิยามความเป็นไทยคืออะไร ตอนนี้ก็ยังมีนิยามอยู่ แต่ตอนนี้กรอบมันกว้างขวางมากขึ้นแล้ว คนเห็นมุมมองที่มันหลากหลายมากขึ้นแล้ว เราควรหยิบโยงเอกลักษณ์ของเรา คือพลเมืองของชาติ ความเป็นพลเมืองของโลก การอยู่ร่วมกันในสังคม </p>



<p>“ซึ่งเราก็พยายามที่จะหาทางอยู่ร่วมกันมากมาย การผ่าวิกฤตการณ์ต่างๆ สาธารณสุข วิกฤตการณ์ทางการเมือง ทุกวันนี้ก็ยังพยายามหาที่ทางให้กับตรงนี้อยู่ มันก็เป็นโจทย์ที่คิดไม่มีวันจบสิ้นว่า คนที่อุดมการณ์แตกต่างกันจะวางตัว จะดำรงอยู่ได้อย่างไรในสังคมนี้ ทั้งเรื่องความท้าทายของสิ่งแวดล้อมต่างๆ เราจะอยู่ในโลกนี้ที่มันถดถอยลงทุกวันได้อย่างไร เรื่องเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของผู้คน หรือในนิทรรศการต่างๆ ของเราก็พยายามหาคำตอบให้ใคร่ครวญในเรื่องเหล่านี้&nbsp;</p>



<p>“ยกตัวอย่าง มันมีนิทรรศการหนึ่งที่เราทำที่ The Jim Thompson Art Center ในปี 2020 ตอนนั้น AI เข้ามา ซึ่งความสนใจของเราคือเรื่องวรรณกรรม เรื่องราวโบราณ เราก็เลยลองใช้เทคโนโลยีที่ AI กับไตรภูมิพระร่วงที่มันเป็นข้อความ ที่มันเก่าแก่ เรียกได้ว่าเป็นวรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของไทย เป็นที่มาที่ไปของความคิด ความเชื่อต่างๆ ทั้งหมดเลยในเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดและอยู่ในความเชื่อของไทยในปัจจุบันนี้เลย&nbsp;</p>



<p>“เราก็เลยเอาเทคโนโลยีนี้มาเรียนรู้และมาศึกษาสิ่งเหล่านี้แล้วก็ประมวลผลสร้างไตรภูมิพระร่วงขึ้นมาใหม่ ซึ่งเราก็พยายามตั้งคำถามในโลกที่เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ และสิ่งที่มันอยู่ข้างหลัง ที่เราเดินผ่านไปแล้วมันจะยังดำรงอยู่ไหมในรูปแบบไหน หรือการที่เราเดินไปข้างหน้า เราจำเป็นต้องคิดถึงเรื่องข้างหน้ารึเปล่า หรือเราจะโอบกอบปัจจุบัน อดีตเข้าไปด้วยกับการเดินไปข้างหน้าไปพร้อมกันได้ไหม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175591" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/3-4-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ชีวิตเปรียบเหมือนยุคก่อน-หลังปฏิวัติฝรั่งเศส</strong></h4>



<p>“ยุคเริ่มต้นมันก็ต้องหาทาง อาจจะเป็นยุคที่ต้องหาเส้นทาง รู้สึกว่าชีวิตมันก็มีความดิ้นรนต่อสู้เหมือนกัน การทำงานสร้างสรรค์ในประเทศเรามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายขนาดนั้น ทุกคนรับรู้ ทุกคนจบทางด้านความคิดสร้างสรรค์มา แต่คนที่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมได้จริงๆ มันก็ยากอยู่ในการหาตำแหน่งที่ทางให้ตัวเอง<br><br>“โดยเฉพาะการทำงานศิลปะ มันก็ต้องผ่านการตบตีแย่งชิงกับตัวเองและความคิด หมายถึงว่า สิ่งนั้นโอเคไหม เราทำสิ่งนั้นได้รึเปล่า สิ่งเหล่านี้มันเป็นเหมือนสมรภูมิเลยอะ ถ้าเปรียบเป็นยุคประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสอาจจะเป็นช่วงปฎิวัติฝรั่งเศสก่อนนโปเลียน ต้องต่อสู้กับตัวเอง ใช้ความกล้าหาญ ต้องผ่านการทิ้งอะไรบางอย่างไปเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป</p>



<p>&nbsp; “ส่วนในตอนนี้เราน่าจะอยู่ในยุคนโปเลียน เพราะเราผ่านพ้นในการปฎิวัติมาแล้ว มันก็เป็นยุคที่สมดุลอำนาจ มันเหมือนนโปเลียนจะมีชัยในสมรภูมิต่างๆ แต่มันก็ยังไม่จบของช่วงเวลาประวัติศาสตร์ เขาก็มียุครุ่งเรือง แต่ก็มียุคที่เขาจะล่มสลาย แล้วเราก็ต้องมาหาฉันหามติกันต่อว่า รัฐจะไปทางไหน รัฐจะมีกษัตริย์ปกครองต่อหรือจะเป็นสาธารณรัฐ จะเอาใครขึ้นมาปกครองต่อ ถ้าเปรียบชีวิตก็เป็นแบบนั้นนะ&nbsp;</p>



<p>&nbsp; “แม้มันจะมียุคที่ผ่านความวุ่นวาย ผ่านการปฏิวัติต่างๆ แต่เราก็โอเคที่เจอกับสิ่งใหม่ เราก็อาจจะสำนึกกับสิ่งเหล่านั้น แต่มันก็จะหายไป ล่มสลายไป แล้วเราก็หาอะไรที่มาหยิบโยงอีก ซึ่งอาจจะการกลับไปที่เดิมหรือการกลับไปสู่อนาคต หรือว่าการเป็นสิ่งเหล่านั้นที่มีทั้งความวุ่นวาย แต่ความวุ่นวายนั้น ก็มีชัยชนะอยู่ละ แต่ในความชัยชนะก็มีความพ่ายแพ้อยู่ในนั้นเหมือนกัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175592" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/2-4-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความ Struggle ในสังคมที่ไม่ซัพพอร์ตศิลปะอย่างยั่งยืน</strong></h4>



<p>“ทุกคนต้องมีช่วง Struggle อยู่แล้ว ขนาดพระพุทธเจ้ายังมีเฟลเลย ถึงกับต้องไปออกบวชเลย ชีวิตมันเป็นกราฟอะ มันขึ้นๆ ลงๆ ชีวิตจริงที่ทุกคนดูประสบความสำเร็จมันมีการเรียนรู้ มีการเติบโตอะไรหลายๆ อย่างของตัวเอง วิธีการที่จะรับมือสิ่งเหล่านั้น มันก็เป็นปัจเจกของแต่ละคน เหมือนยูต้องทำสิ่งนั้นๆ สิ่งนี้สิ แต่เราไม่เชื่อในสิ่งเหล่านั้น เราเชื่อว่าทุกคนต่างมีวิธีการรับมือของตัวเอง แค่เราต้องหาสิ่งเหล่านั้นให้เจอที่จะต้องบำบัดดูแลตัวเอง แน่นอนทุกเส้นทางชีวิตต้องมีล้มลุกคลุกคลาน มีสะดุดล้ม แต่คีย์ที่สำคัญคือ การที่เราเรียนรู้ตัวเอง รู้จักตัวเองและก็หาวิธีปลอบประโลมตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“ความเฟลของเราน่าจะเป็นช่วงยากลำบากแรกๆ มากกว่า ช่วงแรกๆ ที่จะทำ Illustration ทำงานศิลปะ มันเต็มไปด้วยคำถามว่าฉันจะทำได้ไหม และสิ่งเหล่านี้มันเป็นงานศิลปะได้หรอ และเรายังไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำมากพอ เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันก็โอเคนะ สำหรับเราเองไง แต่สำหรับคนอื่นมันโอเครึเปล่า เรารู้สึกว่ามันเหนื่อยและยากในตอนเริ่มต้น&nbsp;</p>



<p>“ตอนเด็กๆ ก็ผิดพลาดเยอะๆ ไม่รู้เรื่อง ไม่มีความมั่นใจ แต่ก็ทำสิ่งนั้นเรื่อยๆ พิสูจน์ตัวเอง ไม่ต้องพิสูจน์คนอื่นๆ ทำงานออกมาเรื่อยๆ พยายามมองสิ่งรอบข้างเยอะๆ ว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้ มันคือทางเดินที่ค่อยๆ เรียนรู้ตัวเองพร้อมๆ กับเรียนรู้สังคม ว่าตอนนี้สังคมเขาต้องการทำอะไร สังคมเขามีงานแบบไหน แล้วเราจะไปทำอะไรที่มันส่องสะท้อนสิ่งที่สังคมต้องการได้รึเปล่า</p>



<p>“คำว่า Struggle มันอาจจะไม่ได้มีอะไรยิ่งใหญ่มาก ว่าทำสิ่งนี้แล้วโดนฟ้อง มันผิดพลาด เหมือนเราทำไปเรื่อยๆ ถ้าสมมติว่าทำสิ่งนี้มาแล้วไม่มีใครสนใจฉัน ไม่มีใครมองเห็นฉัน แค่นี้มันก็ Struggle แล้วได้ปะ เพราะว่าเราอยู่ในสังคมที่คนอาจไม่ได้เห็นคุณค่าศิลปวัฒนธรรมกับงานสร้างสรรค์มากพอ มันอาจจะเป็นสิ่งรองจากสิ่งอื่นๆ ที่เขาอาจจะทำรายได้ได้มากกว่าหรือว่าสิ่งที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน สมัยก่อนมีกิจกรรมมีที่ทางให้แสดงผลงานมากขึ้น แต่ว่าทำสิ่งนั้นอย่างไรให้ยั่งยืน มันคือ Ecosystem ซึ่งตอนนี้มันยังไม่ยั่งยืนสักเท่าไหร่&nbsp;</p>



<p>&nbsp;“มันเป็นความรู้สึกไม่ปลอดภัยในตัวเองที่อยู่ในสังคมนี้ เหมือนการที่อยู่ดีๆ คนหนึ่งจะทำงานศิลปะ ออกแบบ เหมือนมีที่ทางของตัวเองละ ที่ได้แสดงผลงานที่ดีๆ มีโอกาสเผยแพร่ผลงานและความคิดของเรา มันยากอยู่นะ แต่สมัยนี้มันอาจจะง่ายขึ้น แต่เราว่ามันก็ยังยากอยู่ในการที่จะทำสิ่งนั้นให้ยั่งยืน คือประกอบเป็นอาชีพได้ แล้วก็เลี้ยงชีพได้ เราก็รู้สึกว่ามันยังยากอยู่”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-175593" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/07/4-4-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เรียนรู้ที่จะช่างมันเถอะกับสิ่งรอบข้าง ทำไปเรื่อยๆ กับตัวเอง ให้เราได้เติบโต</strong></h4>



<p>“ถ้าถามชีวิตตอนนี้เราพอใจหรือยัง ก็พอใจนะ เราเป็นคนทำงานช้า เรามามองกลับไปที่งานหรือทางเดินที่ตัวเองเดินมาก็รู้สึกว่าโอเค เพราะอย่างตอนเด็กๆ ก็ยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่า เราเป็นนักวาดภาพประกอบเหรอ เพราะเราก็ไม่ได้วาด ตอนที่เราทำงานศิลปะ ก็ยังไม่กล้าเรียกด้วยซ้ำว่าเป็นศิลปิน เรารู้สึกศิลปินมันดูยิ่งใหญ่อะ และเราไม่ได้จบตรงสาย เป็นคนที่ทำอะไรด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าจะเรียกตัวเองเป็นศิลปินได้ไหม พอมาถึงจุดๆ หนึ่งก็โอเค แต่เราก็ผ่านมันมาแล้วไง ในการไม่กล้า ในการกลัวสิ่งต่างๆ</p>



<p>&nbsp; “สมมติคุณจบออกแบบแล้วคุณมีแวดล้อมของผู้คนรายล้อม แต่เราไม่ได้จบตรงสายแล้วไปทำศิลปะ ไปทำงานออกแบบ มันไม่มีคนรายล้อมอะ มันไม่มี Support System ที่จะเข้าใจเรา ตอนเด็กๆ ก็จะรู้สึกโดดเดี่ยวในบางที รู้สึกว่าเราจะทำได้ไหม หากเราก้าวขาในวงที่เราไม่รู้จักเลย เขาจะต้อนรับรึเปล่า แต่ตอนนี้ก็ผ่านสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว</p>



<p>&nbsp; “สิ่งที่ทำให้เราผ่านมาได้คือความช่างมันเถอะ ความปล่อยวาง ความเด็กๆ มันก็จะทำไปเรื่อยๆ เราก็รู้สึกมันคือการเติบโต รู้สึกว่าโอเค ช่างแม่ง ไม่ต้องคิดแล้ว เราก็ทำของเราไป เราก็ทำไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว เราก็เลิกคิดถึงคนอื่น หมายถึงว่าเลิกคิดว่าคนอื่นจะมองเราอย่างไร ฉันก็แค่ทำของฉันไปเรื่อยๆ ก็พอแล้ว”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/on-that-day-nakrob/">นักรบ มูลมานัส ชีวิตก็เหมือนกับการคอลลาจภาพ “ลองผิดลองถูก ไม่เวิร์กก็เริ่มต้นใหม่”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพจขายของสารพัดแปลก โดยใช้ความแปลกของตัวเองเป็นจุดขายให้คนซื้อ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/khai-founder-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jun 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[เพจขาย]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของแปลก]]></category>
		<category><![CDATA[โอ เกียรติศักดิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=175348</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ขาย’ มาพร้อมสโลแกนขายสินค้าชวนตลกขบขัน จนทำให้คนที่ไม่ได้สนใจในสินค้าเหล่านั้น แม้ว่าไม่รู้จะได้ใช้ในชีวิตจริงหรือไม่ก็ตาม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khai-founder-2/">เพจขายของสารพัดแปลก โดยใช้ความแปลกของตัวเองเป็นจุดขายให้คนซื้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นับว่าเป็นเรื่องท้าทายไม่ใช่น้อย ถ้าได้สวมบทเป็นคนขายของออนไลน์ ที่ต้องขายสินค้าชวนแปลกตาและแต่ละชิ้นต่างมีการใช้งานเฉพาะกลุ่ม เช่น ชุดพระถัมซัมจั๋ง ตุ๊กตาลมขนาดตั้งโต๊ะ หรือไมโครโฟนจิ๋วเท่านิ้วก้อย (แถมใช้งานได้จริงด้วย)</p>



<p>อย่างไรก็ตามมันกลับเป็นเรื่องถนัดสำหรับเพจ ‘ขาย’ ที่สนุกในการหยิบจับของสุดแปลกตา มีขายตั้งแต่ราคาหลักสิบไปจนถึงหลักพัน นำมาพร้อมสโลแกนขายสินค้าชวนตลกขบขัน จนทำให้คนที่ไม่ได้สนใจในสินค้าเหล่านั้น กลับต้องหยุดสายตาอ่านทุกตัวอักษรและมองสินค้าด้วยความสนใจ จนบางทีเราเองยังรู้สึกเผลอใจอยากกดสั่งซื้อสินค้าของเขา แม้ว่าไม่รู้จะได้ใช้ในชีวิตจริงหรือไม่ก็ตาม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175350" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/2-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ขายชุดพระถัมซัมจั๋งในราคา 2,500 บาท<br>เพจขาย : ชุดไปงานแต่งเพื่อน เพื่อนบอกธีมชมพู แต่เข้าใจว่าชมพูทวีป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175351" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/5-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ขายตุ๊กตาลมในราคา 1,250 บาท<br>เพจขาย : ตุ๊กตาลม ขอบใจนะ ถึงแม้จะตกงานก็ยังเต้นสาวบางโพเป็นกำลังใจให้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175353" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/6-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ขายพวงกุญแจกล่องดนตรีราคา 120 บาท<br>เพจขาย : กล่องเพลง จอห์นคะ กว่าคุณจะได้ยินเสียงฉัน ตัวของฉันคงไปอยู่นิวยอร์กแล้ว อีกครั้งแล้วสินะที่ฉันต้องโยกย้าย</p>



<p>ด้วยความที่เป็นหนึ่งในลูกเพจ ติดตามเพจขายมายาวนาน จนอยากรู้จักเพจขายว่า ทำไมถึงเลือกขายสินค้าแนวแปลกตาและคิดประโยคขายของเก่งจัง จึงได้ต่อสายตรงไปคุยกับ ‘โอ เกียรติศักดิ์’ เจ้าของเพจขายบนโลกออนไลน์ที่มีผู้ติดตามกว่าแสนคนว่า เขาตั้งใจทำธุรกิจนี้ได้อย่างไรกัน</p>



<p>คนส่วนใหญ่มักจะรอติดตามประโยคขายของสุดขี้เล่นของเขาดังกล่าว จนบางทีในใจก็แอบคิดว่า โอทำเพจมาขายขำอย่างเดียวหรือเปล่า เขารีบตอบกลับทันทีว่า “ขายจริงครับ มีคนซื้อจริงๆ นะ” (หัวเราะ)</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175354" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/7-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ขายของแปลก จากคนแปลก</strong></h4>



<p>แรกเริ่มการเปิดเพจขายของโอไม่มีอะไรซับซ้อน นั่นคืออยากมีรายได้เสริมและอยากขายของ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตั้งชื่อเพจตรงตัวคำว่า ‘ขาย’ และเลือกขายสินค้าออนไลน์นำเข้าจากต่างประเทศ เพราะมันเป็นวิธีสร้างรายได้ที่ทำด้วยตัวเองได้ง่ายที่สุดในตอนนั้น แต่คำถามที่ชวนสงสัยต่อ ว่าทำไมเขาถึงเลือกขายสินค้าแปลกตาเฉพาะกลุ่ม ที่น้อยคนจะหยิบใช้ในชีวิตประจำวัน</p>



<p>“ผมคิดว่าตัวเองเป็นคน…แปลก” โอพูดพลางหัวเราะ</p>



<p>“โอเป็นคนแปลกๆ เรารู้สึกว่า เราจะมองในมุมมองที่คนอื่นมองว่าไม่ใช่ เราก็ไม่รู้ว่ามีคนคิดแบบเราหรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีคนคิดแบบเราสักเท่าไหร่ ยังไงก็รู้สึกแปลกอยู่ดี ผมก็รู้สึกแปลก แต่ผมแค่แสดงออกความแปลกออกมา นำเสนอมุมมองว่ามันก็กลายเป็นแบบนี้ก็ได้”</p>



<p>เพราะเป็นคนแปลก เลยขายของแปลกหรอ? เราถามต่อ</p>



<p>“สำหรับเราสินค้าที่ขายไม่ได้มองว่าแปลก เพราะมันเป็นสินค้าที่มีขายทั่วไปอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนในการเลือก เวลาเราเลือกดูสินค้า เราเลือกที่มันทัชใจเรา มันน่าหยิบมานะ คือใช้อารมณ์ตัดสินเลย ซึ่งสิ่งนี้มันสามารถเข้าถึงคนได้ดี แล้วค่อยมาดูกันว่า มันสามารถทำอะไรได้บ้าง แล้วก็ใส่อารมณ์ของเราร่วมไปเลย<br><br>“เพราะเราเชื่อว่า ถ้าเลือกจากสิ่งที่เราชอบก่อน มันน่าจะต้องมีคนที่ชอบอะไรแบบนี้อยู่แน่ๆ ในกลุ่มเรา เพราะเพจเรามันเริ่มต้นมาแบบนี้แล้ว มันมีคนติดตาม มันก็น่าจะมีคนชอบสไตล์แบบนี้แน่ๆ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175355" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/1-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ขายคาแรกเตอร์ ไม่ขายตาม แต่ขายนำคนอื่น</strong></h4>



<p>จุดเด่นของเพจขายคือการเลือกสินค้าที่มีเอกลักษณ์ พ่อค้าแม่ค้าน้อยคนนักที่จะกล้าหยิบสิ่งของที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นมากกว่าเน้นประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน อะไรคือเกณฑ์ในการเลือกสิ่งของเหล่านี้ โอตอบอย่างมั่นใจว่า ของที่มี ‘คาแรกเตอร์’</p>



<p>“การเลือกของที่จะมาขาย มันต้องมีคาแรกเตอร์ มีดีไซน์ที่แตกต่าง คือเราเหมือนเป็นคนประมวลผลแล้วว่า อันนี้มันมีความพิเศษในตัวเองก็จะหยิบมาเลย แต่ถ้าของนั้นมันธรรมดามาก เราจะเลื่อนหันไปเลย ยกตัวอย่างจานใบหนึ่งสีขาวแบน กับจานอันหนึ่งที่เพนต์เป็นรูปมือโดราเอมอนสอดเข้าไปในจานเฉยๆ สองอันนี้แตกต่างกันแล้วละ เพราะจานที่มีมือโดราเอมอน ถ้าเราเอาของไปวาง มันก็เหมือนโดราเอมอนหยิบของจากกระเป๋าแล้วเอามาให้คนกิน</p>



<p>“เรามักจะเลือกสิ่งที่มันมีกิมมิกเสมอ เช่น โอจะขายจาน มันก็ต้องเป็นจานที่ใหญ่เท่ากระทะทองแดงถึงจะเอามาขาย ซึ่งเราจะเน้นเลือกของสิ่งนั้นที่มันมีความพิเศษอะไรบางอย่าง ที่สามารถดึงมาขายในเพจขายได้ รวมถึงเราไม่ค่อยอยากขายของธรรมดาเท่าไหร่ เอาจริงขายของธรรมดายากกว่าขายของมีกิมมิกตั้งเยอะ เพราะเราต้องหาคาแรกเตอร์ให้กับของธรรมดาอีก</p>



<p>“อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ เราไม่อยากอยู่ในตลาดกลุ่มของธรรมดาที่มันค่อนข้างจะมีเยอะ ซึ่งเราไม่อยากจะอยู่ในกลุ่มที่เหมือนคนอื่นเท่าไหร่ เพราะเรามองว่ามันมีคนขายเยอะอยู่แล้ว เราก็ไม่อยากขาย สังเกตดูในเพจขายจะไม่ขายของตามกระแสมากเท่าไหร่ เช่น ที่มีตุ๊กตาเป็ดสีเหลืองยกมือขายเต็มเลย คือเราไม่ชอบขายตามคนอื่น แต่ชอบขายนำคนคนอื่นมากกว่า”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175356" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/3-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ขายขำ จากสโลแกนปั่นๆ ตามกระแส</strong></h4>



<p>ซิกเนเจอร์ของเพจขายไม่เพียงเลือกขายของที่แตกต่าง แต่ยังคิดสตอรีขายสินค้าโดดเด่นไม่แพ้ใคร แถมออกไปทางขายขำที่ทำให้ทุกคนเวลาไถโซเชียลฯ ต้องแชร์ต่อ ยกตัวอย่างขายตุ๊กตาลมที่ล่องลอยไปมา ใครจะไปนึกถึงสาวบางโพนั้นโก้จริงๆ ติ๊ด ตือ ติ๊ด ตะลิ๊ด เพลงของตู้ ดิเรก หรือจะเป็นขายกล่องเพลงธรรมดา ที่ทำให้นึกถึงละครสมัยก่อนอย่าง พริกขี้หนูกับหมูแฮม กับท่อนสำคัญ “จอห์นคะ กว่าคุณจะได้ยินเสียงฉัน ตัวของฉันคงไปอยู่นิวยอร์กแล้ว อีกครั้งแล้วสินะที่ฉันต้องโยกย้าย”</p>



<p>“เวลาเราคิดสตอรีสินค้า สนุกมากเลย บันเทิงมาก (ลากเสียงยาว) เราคิดคำดูจากสินค้าเลย แล้วหัวมันจะประเมินผลเลย ปรึ๊ดๆ เป็นคอมพิวเตอร์เลยว่าตัวนี้ เอาไปเล่นกับอะไรได้บ้าง อาจจะเป็นเรื่องในสถานการณ์ปัจจุบัน ข่าว กระแส สิ่งที่เราอ่านเจอนานแล้วตกตะกอนมา หรือว่าสิ่งที่มันอยู่ในชีวิตประจำวัน บวกกับคาแรกเตอร์ของสินค้ารวมกันแล้วก็ขายได้เลย<br><br>“เรื่องเหล่านี้ย้อนความไปตั้งแต่เด็กจนโต เราชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมากๆ แล้วก็อ่านนิตยสารต่างๆ ชอบดูทีวี สื่อต่างๆ เราถูกเลี้ยงดูมาในห้องสี่เหลี่ยม คุณพ่อเป็นครูก็จะไปอยู่เวร คุณแม่ก็จะทำทำงานเวรดึก เราก็อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ดูการ์ตูนเน็ตเวิร์กและอ่านขายหัวเราะ ออกไปซื้อการ์ตูนเล่มละ 5 บาท 10 บาทมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ เราว่าการอ่านมันทำให้จินตนาการได้มากกว่าการดูในจอนะบางที</p>



<p>“ยกตัวอย่างมันจะมีตัวหนึ่งเป็นช่วงโควิดมาพอดี รู้สึกเอาละ คนอื่นก็ขายแมส ขายที่ตรวจโควิด เราจะขายอะไรดีวะ ก็ลองเลื่อนๆ ไปเจอตัวหนึ่ง ปลอกพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ เป็นไก่สีเหลือง มันจะอ้าปากแล้วพ่นน้ำออกมาฟึดๆ เราก็ตั้งชื่อเป็นภาษาเหนือว่า ‘สเปรย์ไก่แก้นน้ำลาย’</p>



<p>“ซึ่งคำว่าแก้นเหมือนแปลว่า สำลัก แล้วเผอิญตัวนั้นไปโดนโพสต์ในกลุ่มของคนเชียงใหม่และก็คนภาคอีสาน เขาเรียนแค้นอะไรสักอย่าง แล้วคนเหนือเรียกว่าแก้น ไปโดนกลุ่มพวกนั้นพอดี เดือนนั้นมียอดสั่งซื้อสูงมาก สูงสุดในเพจเลย เป็นวันที่ใครไม่รู้เอารูปในเพจหลายรูปอยู่ ประมาณ 10 กว่ารูปไปลงในทวิตเตอร์ และก็มีคนแคปต่อ มีคนแชร์เป็นหมื่นๆ เยอะมาก เราก็เลยรู้สึกว่านี่คือช่วงพีกที่สุดของเราที่มีคนติดตามมาจากการตั้งชื่อสินค้า”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175358" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>สร้างเพจไม่ต้องเป็นใคร เป็นตัวเองให้เก่ง</strong></h4>



<p>“แม้ว่าลูกเล่นและลีลาการขายสินค้าของเพจขายจะเป็นที่จดจำและเป็นที่พูดถึงอยู่ตลอด แต่ในทางกลับกันก็มีหลายเจ้าที่ขายสินค้าแบบเพจขาย ทั้งการคิดสตอรีและสินค้าที่เลือกมา มิหนำซ้ำ ลูกค้ายังกดซื้อเองจากแหล่งซื้อของได้เองอีกด้วย อะไรกันที่ทำให้ลูกค้ามาซื้อของที่เพจขายดีกว่า</p>



<p>“เพจตอนนี้มันเหมือนเป็นไดอารีที่เราจดบันทึกเล่น แต่ความพิเศษของเพจเราคือ มันมีเพื่อนของเราอยู่ในนั้นหลายแสนคน ซึ่งเรารู้สึกมันก็เป็นสังคมหนึ่งของเราดี ที่ทำให้เราสนุกกับมันด้วยและได้รายได้จากมันด้วย</p>



<p>“ในเมื่อของที่ขายก็สามารถหาซื้อได้ที่อื่นก็ได้ แต่อะไรที่เขาทำให้ซื้อของเรา เราคิดว่าพอเขาติดตามเพจแล้วรู้สึกประทับใจ เขาอยากซื้อและเขาก็อยากรีวิวให้เพจ คือถ้ามองในเพจ เราจะชอบเอารีวิวและแชทของลูกค้าขึ้นมาเล่นสนุกด้วย ลูกค้าที่ติดตามเรามานานที่เขาได้เป็นแฟนตัวยงจะชอบการพรีเซนต์เป็นพิเศษ<br><br>“เพราะฉะนั้น เวลาซื้อของ เขาก็จะส่งมารีวิว สามารถคุยเล่นกับแอดมินได้โดยตรง เรารู้สึกว่าน่าจะทำให้เขามีการตอบสนองกับเพจได้สนุกกว่าไปซื้อเฉยๆ ส่วนตัวก็ยังไม่ชัวร์นะ เพราะสินค้าบางชิ้น ถ้าไปดูในแอปฯ ส้มอะไรแบบนี้ ก็จะถูกกว่า รอสินค้าส่งจากจีนเหมือนกัน แต่ของเราอาจจะแพงกว่า ไม่แน่ใจว่าลูกค้าตัดสินใจจากอะไรจากเพจ ซึ่งเราก็ขอบคุณมากๆ ที่ลูกค้ายังติดตาม ยังดูอยู่แล้วสนุกมาก คลายเครียดมาก</p>



<p>“ส่วนหนึ่งเราใช้ตัวเองสร้างคาแรกเตอร์เพจ ในมุมมองนี้ก็อยากให้คนอื่นรู้เหมือนกันว่า มันมีคนทักมาถามว่า เราอยากจะทำเพจบ้าง ขายของอะไรแบบนี้บ้าง เราจะทำยังไง เราบอกเขาไปเลยว่า คุณเป็นคนแบบไหน ถ้าคุณเป็นคนเรียบร้อยก็ขายแบบเรียบร้อยไปแหละ คุณอย่าเชื่อว่าจะต้องไปเหมือนคนนั้น เหมือนคนนี้ แล้วจะทำให้ทุกอย่างโอเค</p>



<p>“พอถึงจุดนี้ที่คุณฝืนพยายามที่จะไม่เป็นตัวของตัวเอง คุณจะไม่สนุกกับมันเลย คุณจะเบื่อมันมากๆ ทันที เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะทำอะไร หรือจะสร้างอะไรสักอย่าง ให้คุณเป็นตัวเองและขายไปเลย เชื่อสิ คนไทยมีกี่ 60 ล้านคน มันจะต้องมีคนในกลุ่มหนึ่งที่ชอบในสิ่งที่คุณเป็น ถ้าคุณเป็นคนเรียบร้อย มันก็มีกลุ่มคนเรียบร้อยของมันอยู่ เขารู้ เขาก็จะซื้อของคุณแน่ เพียงแต่เราต้องยืนหยัดในสิ่งที่คุณเป็น และสร้างจากคาแรกเตอร์ตัวคุณออกมา แล้วมันจะเป็นคุณมาก และลูกค้าก็จะซื้อเพราะความเป็นตัวคุณ ไม่ใช่คนอื่น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-175357" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/06/8-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>บทเรียนธุรกิจออนไลน์ ขายของอย่างจริงใจต้องมาที่ 1</strong></h4>



<p>ปัจจุบันเพจขายเปิดขายสินค้าออนไลน์มาหลายปีและมีลูกเพจมากมายที่ยังอยู่เคียงข้างเสมอ หากถามเขาว่าปัจจัยในการทำธุรกิจที่สำคัญสำหรับเขาคืออะไร โอรีบตอบอย่างหนักแน่นว่า ‘ความจริงใจ’ ทั้งการพูดความ ‘จริง’ ในการขายของและใช้ ‘ใจ’ ในการเป็นตัวของตัวเอง</p>



<p>“ความจริงใจสำคัญมากที่สุด (ลากเสียงยาว) มันอาจจะฟังดูเป็นคำพูดเชยๆ เฉยๆ แต่ว่าความจริงใจมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการทำธุรกิจแล้ว เช่น สินค้ามาถึงช้า โดนโกง โดนแกะหรือเสียหาย เราต้องบอกความจริงให้ลูกค้าฟังทั้งหมด เราเตรียมได้เลยว่า เราจะโดนลูกค้าด่าแน่นอน 90-100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราจะซื้อความจริงใจของลูกค้าคืนมาทันที 100 เปอร์เซ็นต์”&nbsp;</p>



<p>“บางทีลูกค้ารอของนาน บางทีของมาไม่ถึง แน่นอนว่าโดนด่าแน่นอน ทำไมถึงนาน แต่เราจะต้องเตรียมการรับมือต่างๆ การขอโทษหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ส่งหลักฐานทั้งหมด รู้แหละว่าไม่พอใจ แต่เราก็จะมีการคืนเงินให้กับเขาดีกว่าแอบปกปิด ทำให้ลูกค้าไม่สบายใจทีหลัง”</p>



<p>“สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างคือการเป็นตัวของตัวเอง การนำเสนอสินค้าในแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น อย่าไปเหมือนใครเลยครับ เรารู้สึกเหมือนคนอื่นไปเยอะแล้ว เราเหมือนตัวเองบ้างดีกว่า บางทีตอนที่เราค้นหาตัวเอง เราอาจจะลืมมองตัวเองไปก็ได้ เพราะเราไปค้นหาตัวเองจากคนอื่นซะเยอะ ซึ่งที่จริงความเป็นตัวเองมันก็ไม่ได้หนีไปไหนไกลหรอก แค่คุณรู้ว่า ตัวเองเป็นอย่างไร แค่นั้นแหละ”&nbsp;</p>



<p>คำถามสุดท้าย ถ้าให้คุณคิดโฆษณาเพจตัวเองจะขายว่าอะไร<br><br>“เพจขาย ถ้าไม่มีคนซื้อ ก็จะขาย” โอตอบพลางหัวเราะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khai-founder-2/">เพจขายของสารพัดแปลก โดยใช้ความแปลกของตัวเองเป็นจุดขายให้คนซื้อ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Fotoclub BKK จากร้านล้างฟิล์มสู่คอมมิวนิตีถ่ายภาพ ที่อยากให้คิดก่อนกดชัตเตอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-power-fotoclub-bkk/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Feb 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[FOTOCLUB]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[fotoclub bkk]]></category>
		<category><![CDATA[fotoclub bkk photos]]></category>
		<category><![CDATA[fotoclub bkk รูปภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กล้องฟิล์ม]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญกรุง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=173436</guid>

					<description><![CDATA[<p> ‘ฟิล์ม’ เป็นตัวกลางที่เชื่อมการถ่ายภาพของเจตให้ไปไกลกว่าสิ่งที่เห็น นั่นคือการสร้างคอมมิวนิตีสำหรับคนที่สนใจการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดเปิดเวิร์กช็อปสอนการถ่ายภาพ สตูดิโอถ่ายภาพ พื้นที่แสดงแกลเลอรีศิลปะ พื้นที่เปิดโอกาสให้ขายสินค้าเกี่ยวกับถ่ายรูป หรือคาเฟแหล่งพบปะสังสรรค์</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-power-fotoclub-bkk/">Fotoclub BKK จากร้านล้างฟิล์มสู่คอมมิวนิตีถ่ายภาพ ที่อยากให้คิดก่อนกดชัตเตอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ขอสารภาพตั้งแต่ต้นเรื่องก่อนเลยว่า เมื่อมีโอกาสได้สัมภาษณ์ &#8216;เจต-สุรเจต โภคมั่งมี&#8217; หนึ่งในผู้ก่อตั้งร้าน Fotoclub BKK คอมมิวนิตีสำหรับคนชอบถ่ายภาพ กล้องและฟิล์มในย่านเจริญกรุง แถมยังเป็นผู้คลุกคลีในแวดวงภาพถ่ายต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับผู้เขียนที่มีประสบการณ์การถ่ายรูปเท่ากับศูนย์ หรืออยู่ระดับมือใหม่หัดลอง เมื่อไปสัมภาษณ์คนในระดับสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เรื่องกล้องก็แอบตื่นเต้นไม่ใช่น้อย<br><br>เพราะมีความคิดแรกก่อนสัมภาษณ์ว่า การถ่ายภาพที่สวยๆ สำหรับสายตามือใหม่กับมืออาชีพต้องแตกต่างกันจนยากจะเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นการใช้กล้อง ฟิล์มหรือภาพต่างๆ แต่คำตอบของเขากลับเรียบง่ายแตกต่างจากที่คิดไปสิ้นเชิง</p>



<p>“คนมักจะถามว่า ใช้เลนส์อะไร ใช้กล้องอะไรถึงถ่ายภาพสวย”</p>



<p>“ทุกรูปไม่มีคำว่า สวยหรือไม่สวย คุณอย่าไปสนใจมาก สนใจว่าคุณอยากได้ภาพแบบไหนแล้วภาพที่คุณถ่ายออกมา มันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า”<br><br>“คำว่า ‘สวย’ มันใช้ไม่ได้กับศิลปะในยุคนี้แล้ว ภาพถ่ายก็เหมือนกัน มันแค่ต้องอยู่ให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกบริบทเท่านั้นเอง”</p>



<p>“ต้องคิดก่อนว่าภาพนี้จะเล่าเรื่องอะไร บอกอะไร แล้วความน่าสนใจของภาพนี้อยู่ตรงไหน”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173437" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/1-13.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ร้าน Fotoclub BKK อยู่บนเส้นเจริญกรุง อยู่ถัดจากตึกไปรษณีย์กลางไปสักนิด ตรงบริเวณหัวมุมสี่แยกซอยเจริญกรุง 32 ถ้าเดินไปเชื่อว่าจะเห็นป้าย ‘เจริญกรุง’ ตัวอักษรสีแดงบนหัวตึกชัดเจน ภายนอกหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นร้านขายฟิล์มและล้างรูปภาพเล็กๆ&nbsp;</p>



<p>แต่ความจริงแล้วมุมมองของเจต ‘ฟิล์ม’ เป็นตัวกลางที่เชื่อมการถ่ายภาพของเจตให้ไปไกลกว่าสิ่งที่เห็น นั่นคือการสร้างคอมมิวนิตีสำหรับคนที่สนใจการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดเปิดเวิร์กช็อปสอนการถ่ายภาพ สตูดิโอถ่ายภาพ พื้นที่แสดงแกลเลอรีศิลปะ พื้นที่เปิดโอกาสให้ขายสินค้าเกี่ยวกับถ่ายรูป หรือคาเฟแหล่งพบปะสังสรรค์ เพื่อตอบโจทย์อยู่ 2 เรื่องหลักสำคัญ</p>



<p>1. อยากให้ผู้ที่สนใจถ่ายภาพสนุกกับการเรียนรู้คิดก่อนกดชัตเตอร์</p>



<p>2. อยากสร้างคอมมิวนิตีการถ่ายภาพแบบสร้างสรรค์</p>



<p>จนเป็นที่มาของ #ร้านล้างฟิล์มที่ไม่ใช่ร้านล้างฟิล์ม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173438" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/5-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จุดเริ่มต้นความคิดเหล่านี้มาจากประสบการณ์การถ่ายรูปที่ผ่านมาของเขา ตั้งแต่ช่วงเด็ก เรียนหนังสือและทำอาชีพเกี่ยวกับการถ่ายรูปและศึกษาผลงานของศิลปินชื่อดังมากมาย จนตกผลึกได้ว่า อยากแชร์ความรู้ให้คนที่สนใจเพิ่มมากขึ้น</p>



<p>“แรกเริ่มผมเคยอยู่ชมรมถ่ายภาพตอน ม.5 แล้วผมรู้สึกสนุกมากที่เดินออกไปหน้าโรงเรียน แล้วเอากล้องมาถ่ายแพนนิงรถบนถนน (Panning Shot การถ่ายภาพที่เคลื่อนไหว) ผมว่ามันคือกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุก แล้วมันไม่ได้จำเป็นว่าคุณจะเรียนรู้เทคนิคต่างๆ อย่างลึกซึ้งนี้เพื่อไปเป็นช่างภาพมืออาชีพ สำหรับผมมันคือ&nbsp;งานอดิเรกด้วยซ้ำ เรียนรู้มา 20 ปี 30 ปี แล้ว ก็ยังไม่เบื่อ การถ่ายภาพมันคืออีกหนึ่งมิติความสวยงามของชีวิตที่ดีมาก เลยอยากเผยแพร่ให้คนอื่นต่อ”</p>



<p>“ยกตัวอย่างผมได้ไอเดียจาก ‘Martin Parr’ เขาทำโปรเจกต์ถ่ายภาพหนึ่งชื่อว่า Common Sense ซึ่งมันเหมือนเป็นรูปง่ายๆ ไปถ่ายมาทุกที่ทั่วโลกเลยนะ แต่ทำไมเราดูแล้วรู้สึกว่า ไม่ว่าจะถ่ายจากที่ไหน ก็ยังเป็นลายเซ็นเขา มันมีความเหมือนกัน มันแปลก มันอาร์ต มันชอบ ก็เลยไปค้นหาเพิ่มเติม แล้วเอามาทำโปรเจกต์ที่ Fotoclub ชื่อ Common Sense of Charoenkrung ให้คนที่มาเข้าร่วม ช่วยกันถอดรหัสก่อน ว่าอะไรที่ทำให้รูปที่อยู่ในซีรีส์นี้ที่มันพิเศษ ศิลปินเขาใช้เทคนิคอะไรในการเล่าเรื่อง แล้วออกไปถ่ายกันตามแนวคิดนั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173439" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/7-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“หากให้นิยามคำว่า ‘สวย’ สำหรับผมว่ามันคือคำว่า ‘ความน่าสนใจ’”&nbsp;</strong></h3>



<p>จากตัวอย่างงานที่เจตชื่นชอบ เขาไม่ได้มองว่ารูปถ่ายด้วยกล้องเลนส์อะไร ฟิล์มยี่ห้อไหนทำให้เกิดออกมาเป็นภาพเหล่านี้ แต่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับ ‘แนวคิด’ ก่อนจะกดชัตเตอร์ถ่ายรูปมากทีเดียว เพราะมันเป็นสิ่งที่กำหนดภาพออกมาให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ที่อยากจะถ่ายทอดของผู้ถ่ายรูป</p>



<p>เขาเล่าต่อว่า ภาพแต่ละรูปจะมีเรื่องราวต่างๆ ต่างเกิดจากการคิดก่อนว่าจะถ่ายอะไร เช่นหากโจทย์ถ่ายรูปคือย่านสถาปัตยกรรมย่านเจริญกรุง ภาพดังกล่าวก็ต้องมีตึกอาคารในเจริญกรุง ทีนี้ต้องคิดก่อนว่าจะถ่ายตึกไหน ตอนไหน ถ่ายจากมุมไหน ให้มันน่าสนใจไม่ซ้ำกับคนอื่น ถ้าผ่านกระบวนการคิดเหล่านี้แล้วบวกความน่าสนใจเข้าไป รูปที่ออกมาน่าจะสวย&nbsp;</p>



<p>“ความสวยของแต่ละคนมันต่างกันพอสมควร จับต้องยาก แต่ทุกรูปที่ ‘สวย’ มักมีความ ‘น่าสนใจ’ อยู่ในนั้นด้วย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173440" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/4-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เสน่ห์ของฟิล์มคือ ข้อจำกัด</strong></h3>



<p>ในเมื่อเจตให้ความสำคัญกับแนวคิดการถ่ายรูปมาก แล้วกล้องฟิล์มมีเสน่ห์ในการถ่ายภาพอย่างไรในสายตาเขา เจตรีบตอบว่า “มันบังคับให้เราคิดเยอะๆ ก่อนถ่าย” นั่นแหละ<br><br>“ก่อนหน้านี้ผมบอกว่า เราต้องคิดก่อนถ่ายรูปถึงจะทำให้เกิดเรื่องราวที่น่าสนใจ ทีนี้การถ่ายฟิล์มก็เหมือนกันเลย ฟิล์มหนึ่งม้วนมีแค่ 36 รูป เราจะไปซี้ซั้วกดก็ไม่ได้ ทุกครั้งที่จะกด มันต้องคิดก่อน อะไรที่มีปริมาณน้อย มันจะมีคุณค่ามากกว่าอยู่แล้ว มันเป็นกฏของธรรมชาติ”</p>



<p>“นี่ยังไม่พูดถึงว่าฟิล์มแพงสุดๆ ในยุคนี้อีกนะ”</p>



<p>“เพราะข้อจำกัดของฟิล์ม มันทำให้มันมีเสน่ห์ในตัวเอง”</p>



<p>“ถ่ายมาเบลอ ถ่ายมาเสีย มันต้องตั้งคำถามแล้ว ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ร้านล้างเสียหรือเปล่า กล้องเสียหรือเปล่า ทำไมมืดจัง ทำไมสว่างจัง การตั้งคำถามนี้แหละเริ่มเรียนรู้แล้ว มีลูกค้าไปเที่ยวญี่ปุ่นมาใส่ฟิล์มผิดเสียทั้งม้วน ไม่ได้สักรูปแต่กลับจำจนตาย ในทางกลับกันไปคาเฟถ่ายมาเป็นพันรูป สุดท้ายจำไม่ได้สักรูป นี่แหละเสน่ห์”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173441" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/2-12.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ระหว่างเจตพูดเรื่องฟิล์มก็พลางชี้รูปภาพต่างๆ พร้อมพูดถึงประเภทของฟิล์มที่มีหลายรูปแบบในการใช้งาน ที่แตกต่างกัน สำหรับเราที่ไม่ค่อยเก่งเรื่องการถ่ายรูป จึงเกิดความสงสัยว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใช้แบบไหนถึงจะดี</p>



<p>“ฟิล์มมันมีหลายประเภท มันไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่ ฟิล์มมันถูกออกแบบแต่งมาให้เลย บางอันเหมาะสำหรับถ่ายตอนกลางคืน ตอนกลางวันหรือมีลูกเล่นต่างๆ มันเป็นความสนุกอย่างหนึ่งสำหรับคนเล่นกล้องจริงจัง คล้ายๆ ฟิลเตอร์ที่เราเห็นเวลาแต่งรูป มันเหมือนกันเลย มันก็เป็นเสน่ห์ของฟิล์มเช่นกัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173442" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/6-10.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากร้านล้างฟิล์มสู่คอมมิวนิตีการถ่ายภาพ</strong></h3>



<p>หลังจากเปิดร้านถ่ายรูปมาได้นานหลายปี เขามองว่าร้าน Fotoclub BKK ไปไกลกว่าร้านขายฟิล์มหรือร้านล้างรูป แต่อยากสร้างพื้นที่ที่ให้คนสนใจการถ่ายรูปมาเจอกันทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ผ่านพื้นที่ร้านและกิจกรรมต่างๆ ที่มีตลอด</p>



<p>“โชคดีที่หุ้นส่วนทุกคนก็รักการถ่ายภาพและมีความหลังดีๆกับการทำชมรมถ่ายภาพตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนเหมือนกัน กำไรที่ได้มา ผมเอามาทำกิจกรรมได้ ไม่เคยมีใครขัดเลย”</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นทริปเดินถ่ายรูปย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ หรือสอนการถ่ายภาพมุมมองต่างๆ กับศิลปินและผู้เชี่ยวชาญ ภายในอาคารร้าน Fotoclub BKK บนชั้นสองยังเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการให้คนมาโชว์ผลงานถ่ายภาพต่างๆ อย่างตอนที่เรามา เค้ากำลังทดลองจำลองห้องชั้นสองให้เห็นถึงจุดกำเนิดของกล้องถ่ายภาพเพื่อหวังให้คนได้มาเรียนรู้</p>



<p>นอกจากนี้เจตยังพาพวกเราข้ามไปยังอีกตึกหนึ่งที่เพิ่งเปิดใหม่ ‘Breddie n&#8217; Bicko’ ข้างล่างเป็นคาเฟของหวานสุดน่ารัก ข้างบนเป็นสตูดิโอที่เจตตั้งใจให้เป็นทั้งพื้นที่ให้เช่าถ่ายรูป พื้นที่กิจกรรมให้คนเข้ามาร่วมสัมผัสและสามารถสอนเรื่องทิศทางของแสงแดดในการถ่ายรูปให้ผู้ที่สนใจได้ลองฝึกถ่ายรูปได้หลากหลายบรรยากาศ<br><br>ขณะที่เจตอธิบายพื้นที่แต่ละโซนทั้งหมดอย่างสนุกสนาน เราชวนคุยต่อว่า คาดหวังอะไรกับการทำสิ่งนี้ทั้งหมดไหม เพราะคุณลงทุนกับมันเยอะมากเลย<br><br>“สำหรับผมผ่านไปแล้ว 20 ปี 30 ปี เรายังค้นพบว่า เรายังบ้าถ่ายรูป ยังชอบถ่ายรูป ถ่ายได้ทุกอาทิตย์ ถ่ายได้ทุกวัน ผมถ่ายกล้องฟิลม์ ถ่ายทุกกล้อง และผมเห็นอะไรที่ใหญ่กว่าการทำร้านล้างฟิล์ม ถ้าเป็นเรื่องของการถ่ายภาพ ผมอยากสร้างคอมมิวนิตี ซึ่งแต่ก่อนผมเคยคาดหวัง แต่ตอนนี้ผมไม่คาดหวังแล้ว ผมแค่อยากทำให้คนสนใจถ่ายรูป ได้เรียนรู้และสนุกไปกับมันก็พอแล้ว”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173443" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/3-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-power-fotoclub-bkk/">Fotoclub BKK จากร้านล้างฟิล์มสู่คอมมิวนิตีถ่ายภาพ ที่อยากให้คิดก่อนกดชัตเตอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิชาสำรวจสวนวิทยา สไตล์ Monature ที่อยากสอนธรรมชาติให้กลายเป็นเรื่อง Sexy</title>
		<link>https://adaymagazine.com/monature/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Feb 2024 11:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[editor's pick]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สวนเบญจกิติ]]></category>
		<category><![CDATA[Monature]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=173243</guid>

					<description><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะนักเรียน วันนี้เราจะพาทุกคนไปทัศนศึกษาในโลกต้นไม้จิ๋วที่สวนเบญจกิตติกัน! อยากให้คุณจินตนาการว่าตัวเองกำลังอยู่ในสวนสาธารณะที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มือซ้ายกำลังกำแว่นขยายไว้ส่องต้นพืชนานาเล็กจิ๋ว ข้างๆ มีดอกไม้หลากสีสันที่เย้ายวนเหล่าแมลงตัวน้อยที่บินมาดูดเกสร ส่วนอีกมือหนึ่งเตรียมสวมหมวกให้พร้อมแล้วเดินตามครูมล-สิรามล ตันศิริจากเพจ Monature นักสื่อสารธรรมชาติที่อยากชวนทุกคนมาสัมผัสโลกสีเขียวให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ผ่านทริปภาพและตัวอักษรนี้ หากให้สอนเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ แมลงหรือธรรมชาติต่างๆ รอบตัวแก่นักเรียน สิ่งเหล่านี้ถ้าอยู่ในตำราเรียนไทย คงจะอธิบายด้วยหลักการและทฤษฎีต่างๆ ด้วยศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์แปลกตา เชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนอาจจะเผลอเอามือปิดปากหาวทีละสองสามครั้ง ในทางกลับกันถ้าเราพาเด็กออกไปเรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติของจริงละ ได้เห็นว่าใบไม้ต่างๆ มีลักษณะอย่างไร บางใบก็เรียว บางใบก็อ้วน บางใบโดนตัวก็หุบ บางดอกไม้ก็กินได้ หรือรูเล็กๆ ในดินเหล่านั้นมีแมลงตัวเล็กๆ ที่กำลังแอบพรวนดินอยู่ คุณคงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นไม่ใช่น้อย แถมยังอยากทำความรู้จักสิ่งเหล่านั้นมากกว่าเคย เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการได้สัมผัสด้วยตัวเอง ความตั้งใจตั้งต้นของสิรามลนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เธอเคยเป็นคุณครูสอนวิทยาศาสตร์ในจังหวัดกาญจนบุรี รอบข้างโรงเรียนมีต้นไม้น้อยใหญ่และธรรมชาติที่โอบล้อมอุดมสมบูรณ์ สำหรับคนที่หลงรักธรรมชาติอย่างเธอที่ได้เห็นบรรยากาศรอบข้างดังกล่าว แทบจะกรี๊ดทันทีเมื่อได้เห็นในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อใจแบบนี้ แต่ตัดภาพไปที่เด็กนักเรียนทำหน้างงว่า ครูมลจะตื่นเต้นอะไรหนักหนา? ในตอนนั้นเธอคิดว่า มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะทำให้เด็กๆ ได้ซึมซับของดีจากธรรมชาติรอบตัวที่พวกเขาอาศัยอยู่ ด้วยการลองดีไซน์คอร์สสอนวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน “เราอยากให้วิทยาศาสตร์มัน sexy สำหรับเด็ก มันควรจะต้องสอนอย่างอื่นมากกว่าในตำรารึเปล่า เราก็ชวนเด็กเข้าไปป่าชุมชนที่อยู่ข้างๆ โรงเรียน เรามีมิชชันเล็กๆ ชวนเขาสำรวจ ชวนเขาตามหาต้นไม้ต่างๆ และเราเห็นว่า เด็กมีแววตาที่เป็นประกายมากๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/monature/">วิชาสำรวจสวนวิทยา สไตล์ Monature ที่อยากสอนธรรมชาติให้กลายเป็นเรื่อง Sexy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173244" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/01-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สวัสดีค่ะนักเรียน วันนี้เราจะพาทุกคนไปทัศนศึกษาในโลกต้นไม้จิ๋วที่สวนเบญจกิตติกัน!<br><br>อยากให้คุณจินตนาการว่าตัวเองกำลังอยู่ในสวนสาธารณะที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มือซ้ายกำลังกำแว่นขยายไว้ส่องต้นพืชนานาเล็กจิ๋ว ข้างๆ มีดอกไม้หลากสีสันที่เย้ายวนเหล่าแมลงตัวน้อยที่บินมาดูดเกสร ส่วนอีกมือหนึ่งเตรียมสวมหมวกให้พร้อมแล้วเดินตามครูมล-สิรามล ตันศิริจากเพจ Monature นักสื่อสารธรรมชาติที่อยากชวนทุกคนมาสัมผัสโลกสีเขียวให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ผ่านทริปภาพและตัวอักษรนี้<br><br>หากให้สอนเรื่องต้นไม้ ดอกไม้ แมลงหรือธรรมชาติต่างๆ รอบตัวแก่นักเรียน สิ่งเหล่านี้ถ้าอยู่ในตำราเรียนไทย คงจะอธิบายด้วยหลักการและทฤษฎีต่างๆ ด้วยศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์แปลกตา เชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนอาจจะเผลอเอามือปิดปากหาวทีละสองสามครั้ง<br><br>ในทางกลับกันถ้าเราพาเด็กออกไปเรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติของจริงละ ได้เห็นว่าใบไม้ต่างๆ มีลักษณะอย่างไร บางใบก็เรียว บางใบก็อ้วน บางใบโดนตัวก็หุบ บางดอกไม้ก็กินได้ หรือรูเล็กๆ ในดินเหล่านั้นมีแมลงตัวเล็กๆ ที่กำลังแอบพรวนดินอยู่ คุณคงรู้สึกอยากรู้อยากเห็นไม่ใช่น้อย แถมยังอยากทำความรู้จักสิ่งเหล่านั้นมากกว่าเคย<br><br>เพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือการได้สัมผัสด้วยตัวเอง ความตั้งใจตั้งต้นของสิรามลนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เธอเคยเป็นคุณครูสอนวิทยาศาสตร์ในจังหวัดกาญจนบุรี รอบข้างโรงเรียนมีต้นไม้น้อยใหญ่และธรรมชาติที่โอบล้อมอุดมสมบูรณ์ สำหรับคนที่หลงรักธรรมชาติอย่างเธอที่ได้เห็นบรรยากาศรอบข้างดังกล่าว แทบจะกรี๊ดทันทีเมื่อได้เห็นในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อใจแบบนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173245" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แต่ตัดภาพไปที่เด็กนักเรียนทำหน้างงว่า ครูมลจะตื่นเต้นอะไรหนักหนา?<br><br>ในตอนนั้นเธอคิดว่า มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะทำให้เด็กๆ ได้ซึมซับของดีจากธรรมชาติรอบตัวที่พวกเขาอาศัยอยู่ ด้วยการลองดีไซน์คอร์สสอนวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน<br><br>“เราอยากให้วิทยาศาสตร์มัน sexy สำหรับเด็ก มันควรจะต้องสอนอย่างอื่นมากกว่าในตำรารึเปล่า เราก็ชวนเด็กเข้าไปป่าชุมชนที่อยู่ข้างๆ โรงเรียน เรามีมิชชันเล็กๆ ชวนเขาสำรวจ ชวนเขาตามหาต้นไม้ต่างๆ และเราเห็นว่า เด็กมีแววตาที่เป็นประกายมากๆ เช่น ตอนที่เจอแมงมุมที่กำลังกางใยแล้วมันเป็นรูปตัวเอ็กซ์ซึ่งมารู้ชื่อชื่อทีหลังคือแมงมุมนุ่งซิ่น”</p>



<p>“เเล้วเด็กๆ ก็ชวนเราไปเป่าแมลงช้าง คือแมลงที่ชอบขุดดินเพื่อที่จะรอดักจับเหยื่อ ซึ่งเราไม่เคยรู้จักมันมาก่อนก็ถูกเรียกไปเลยจ้ะ แจกหลอดให้เราอันหนึ่งแล้วก็ปล่อยให้แมลงขึ้นมา ฉันก็แบบอะไรวะเนี่ย ตอนนั้นเราก็เหมือนเป็นเด็กมาก สนุกมากๆ ที่ได้ลองเล่นไปกับเขา”</p>



<p>“ในระหว่างเรียนเราเห็นแววตาของน้องๆ ที่เราไม่เคยได้เห็นในห้องเรียน แววตาของความอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้ (หัวเราะ) เรารู้สึกว่าเด็กทุกคนเขามีเลนส์ของความสนใจใคร่รู้หรือความว้าวของโลกใบนี้มากเลย แต่มันไม่ได้ถูกใช้ออกมาในระบบการศึกษา เราเสียดายเลนส์นั้นมากๆ เลย เราเลยคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ช่วยเปิดประตูให้เขา เพราะเรารู้สึกว่าเด็กทุกคนมีของอยู่ในตัว มีความน่าสนใจอะไรบางอย่าง แต่มันขาดคนออกแบบการเรียนรู้ที่จะพาพวกเขาไปเจอสิ่งนั้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173246" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/02-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิชา ทฤษฎีศึกษาธรรมชาติ</strong></h2>



<p>ระหว่างมลทำงานเป็นคุณครูในต่างจังหวัด เธอได้เรียนรู้และเข้าใจประเด็นการศึกษาต่างๆ ที่ยังมีช่องว่างในการเข้าถึงเรื่องธรรมชาติให้เข้าถึงคนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นมุมเด็กที่มีความสนใจแต่ขาดระบบการเรียนรู้ที่ทำให้พวกเขาสนใจ ขณะเดียวกันคุณครูก็อยากหาวิธีสอนให้นักเรียนสนใจ แต่ไม่มีเครื่องมือและเวลาในการสอนพวกเขา นั้นจึงเป็นแรงบันดาลใจที่อยากจะเป็นนักสื่อสารธรรมชาติ สื่อกลางให้คนอยากเรียนรู้ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เลยตั้งออกมาเป็นเพจในเฟสบุ๊กว่า ‘Monature’ รวมชื่อของเธอ (Mon) และ ธรรมชาติ (Nature) เข้าไว้ด้วยกัน</p>



<p>“เรามีจุดมุ่งหมายจะทำเพจเป็นพื้นที่ชวนคนมาแลกเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ แล้วก็ตอนนั้นเราไปเรียนโทต่อคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มันคือการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ แล้วก็ไปเจอว่า เราสามารถเอาสิ่งที่เราชอบ อย่างเรื่องธรรมชาติมารวมกับเรื่องการเรียนรู้แบบนี้ได้นี่หว่า”</p>



<p>“เราก็เลยดีไซน์ออกมาเป็นเวิร์กช็อปของตัวเอง จริงๆ มันก็เหมือนออกแบบการสอนในห้องเรียน แค่ในห้องเรียนกลุ่มเป้าหมายคือเด็กในแต่ละห้อง แต่ว่ากลุ่มเป้าหมายของเรากว้างขึ้น เขาจะเป็นใครก็ได้ที่สนใจ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่หรือวัยเกษียณ แต่ว่าจุดประสงค์ของการเรียนรู้ยังเหมือนเดิม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173247" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/03-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ถ้าถามว่าสิ่งสำคัญในการเรียนรู้คืออะไร สำหรับมลคือการสร้างประสบการณ์ให้กับพวกเขาได้ลงมือทำเองมากกว่าการสอนให้ท่องจำและนึกภาพตาม “เราว่าการพูดๆ ไปเถอะในห้องเรียน เด็กมันจะไม่ซื้อ แต่ว่าเราดีไซน์คอร์สอะไรบางอย่าง เพื่อชวนให้เขามีประสบการณ์ตรงกับสิ่งนั้นได้ และลองให้ธรรมชาติเป็นคนบอกเขาเองว่า เขาจะได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งๆ นั้นบ้าง”</p>



<p>“เรารู้สึกว่าประสบการณ์ตรงสำคัญมากๆ นั้นคือการลงมือทำจริง ซึ่งคนเรามีความสนใจหรือมีความถนัดที่แตกต่างกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาจะมีวิธีมองธรรมชาติหรือมองต้นไม้ในแต่มุมมองแตกต่างกัน เราเคยไปเดินป่า เป็นสายชอบมองอะไรเล็กๆ ก็จะไปเจอพวกมอส ไลเคน เฟิร์นแล้วมันเป็นหน้าฝนอะเธอ มันมีหยดน้ำเกาะๆ น่าสนใจ”</p>



<p>“ตัดภาพที่เพื่อนฉันเป็นศิลปินยืนมองอะไรนะ แต่ในขณะเดียวกันมันไปเห็นรูปทรงของต้นเฟิร์นที่ม้วนงอ อันนี้มันเป็นสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยมเลย เขามองมันเป็นศิลปะ รูปร่าง เส้นสาย เราเลยรู้สึกว่า นี่ไง เลนส์ความสนใจของเขาคือเรื่องศิลปะ มันก็เป็นประตูบานหนึ่งของเขา สำหรับเราชอบดูอะไรเล็กๆ มันก็จะเป็นประตูเล็กๆ บานหนึ่งในเรื่องธรรมชาติของเราเช่นเดียวกัน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173248" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/04-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ดังนั้นการสอนของมลจึงอยากเน้นให้ทุกคนได้มีโอกาสลองสัมผัสของจริง ทั้งการมองเห็น การเอามือไปจับ เอาหูไปแนบกับธรรมชาติหรือการทำศิลปะวาดรูปธรรมชาติใกล้ตัวเราให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น&nbsp;<br>“เราชอบบันทึกธรรมชาติ มันไม่มีพิธีรีตองต้องวาดรูปสวย มันแค่ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับเขา เราแค่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติจะพัฒนาได้ มันก็เหมือนกับแฟนเนี่ยแหละ ก็คือถ้าเธอไม่ได้ไปหาเขาเลยนะ คิดว่าความสัมพันธ์มันจะพัฒนาไหม ก็ไม่ ดังนั้นการไปใช้เวลากับมัน โฟกัสกับเขาจริงๆ มันก็เป็นการฝึกสังเกตด้วยนะ แล้วเราก็จะสงสัยว่า พืชพวกนี้มันมีประโยชน์อย่างไร”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173249" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/05-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิชา สำรวจสวนวิทยา</strong></h2>



<p><br>คลาสเลกเชอร์ของมลจบแล้ว หลังเธอพูดจบก็พาเราไปเดินดูต้นไม้ของจริงในสวนเบญจกิติใจกลางกรุงเทพฯ พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่เป็นที่อยู่ของเหล่าพืชเล็กใหญ่ และแมลงตัวจิ๋วนานาพันธุ์ เรียกว่าเป็นระบบนิเวศทางธรรมชาติที่หนึ่ง ที่ทำให้คนได้ซึมซับเรื่องสิ่งแวดล้อมเห็นภาพชัดเจน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173250" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/06-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>“นี่ไง ต้นหมอน้อยน่ารักไหม?” มลชี้ไปที่ต้นไม้ลักษณะคล้ายพุ่มหญ้า ตรงก้านแตกกิ่งออกเป็นดอกพู่เล็กๆ สีม่วงมากมาย มันเป็นพืชล้มลุกที่กระจายอยู่ตามสวน<br><br>“มันดูเหมือนพืชล้มลุกธรรมดา แต่จริงๆ มันเป็นสมุนไพรชั้นยอดเลยนะ มันมีคุณสมบัติทำให้อยากลดบุหรี่ เพราะเอาไปต้มแล้วรสชาติคล้ายชาและมันมีรสฝาดลิ้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173251" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/07-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>กระเถิบไปต้นไม้ข้างๆ จะเจอกับดอกสุดฮิตที่หลายคนน่าจะชื่นชอบ นั่นคือ ‘ดอกเดซี่’ เกสรตรงกลางสีเหลืองล้อมรอบด้วยกลีบสีขาวเล็กๆ รู้หรือไม่ว่า ชื่อเต็มดอกจริงๆ ของมันคือ &#8216;Taiwanese daisy&#8217; หรือจะเรียกว่า &#8216;ปืนนกไส้&#8217; ก็ได้ มันเป็นวัชพืชไม้เลื้อยที่ขึ้นเก่งมากๆ แถมยังทนทานต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173252" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ระหว่างชมดอกเดซี่ อยู่ดีๆ มลก็โพล่งขึ้นมาว่า อยากลองกินเมล็ดเป๊าะแป๊ะไหม เราและทีมงานรีบส่ายหน้าหนีด้วยความไม่แน่ใจ เธอเห็นท่าทีของนักเรียนในทริปดูกังวลหนัก เธอจึงค่อยๆ เล่าเนื้อหาของดอกไม้นี้ทีละนิด ความเป็นจริงแล้วมันมาจากต้นต้อยติ่ง ดอกสีม่วงที่มักขึ้นอยู่ตามริมทางถนนทุกหนแห่ง เมล็ดของมันเป็นของเล่นสมัยเด็กๆ ที่คนชอบเอามาใส่น้ำแล้วเมล็ดจะแตกตัวเป็นเสียงเป๊าะแป๊ะดีดตัวออกมา</p>



<p><br>ยังไม่ทันพูดจบเธอก็หยิบเมล็ดเป๊าะแป๊ะใส่เข้าปากไม่นานนัก เราและทีมงานลุ้นไปกับเธอประมาณ 3 วินาที เจ้าเมล็ดดังกล่าวก็แตกตัวออกมา “มันแตกจริงๆ ด้วย” มลพูดด้วยความตื่นเต้น ขณะเดียวกันเราและทีมงานก็ลุ้นไปกับเธอ น้องที่มาด้วยก็เริ่มสนใจหยิบเมล็ดนี้จะเข้าปากเงียบๆ เหมือนกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173253" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/09-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>สักพักเธอหยิบกล่องเล็กๆ ออกมา ภายในนั้นมีเมล็ดพันธุ์พืชจิ๋ว ดอกไม้และแมลงหน้าตาน่าสนใจมากมาย พร้อมหยิบมาเล่าให้ฟังทีละชิ้น เริ่มด้วยดอกไม้เล็กๆ ชื่อว่า ‘ดอกทะโล้’</p>



<p>“เราภูมิใจนำเสนอต้นทะโล้มาก มันเป็นจิตวิญญาณของปกาเกอะญอเลยนะ ชาวปกาเกอะญอเขาเชื่อว่า เวลาเด็กๆ เกิดมา เขาจะเอารกใส่ในกระบอกไม้ไผ่มาแขวนไว้ใต้ต้นทะโล้ และยังเชื่ออีกว่า อยากให้จิตวิญญาณของเด็กโตไปกับต้นไม้ ปลูกฝังให้พวกเขาอนุรักษ์ต้นไม้และดูแลรักษาผืนป่านี้ด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173254" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ถัดมาเป็นแมลงที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของดิน นั่นคือ จักจั่น “ตัวนี้เท่ห์มาก ตอนที่ลอกคราบ มันเป็นตัวอ่อนสีเขียวที่ค่อยๆ หลุดออกมาเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่กำลังแปลงร่าง มันคือการลอกคราบที่จะเติบโตเป็นสิ่งใหม่ที่เข้มแข็งขึ้น ตอนที่ดูวิดีโอมันแบบได้วะ มันเหมือนไอ้มดเอ็กซ์เลยอะ ตามันใหญ่มาก”<br><br>“ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเขาจะอยู่ในดิน จนมันเป็นตัวออกมาแล้ว ผสมพันธุ์แล้ว ก็จะไปไข่ไว้ในดินแล้วตายในที่สุด ประโยชน์ของเขาชอบพรวนดิน พอเราเห็นช่วงชีวิตของจักจั่น มันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตการเปลี่ยนผ่านตามกาลเวลา มันไม่น่ากลัวเลย พอมาเห็นจักจั่นแล้ว ดูรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีก”</p>



<p>ขณะกำลังเพลิดเพลินกับจักจั่น มลยื่นแผ่นสีเขียวเล็กๆ แล้วให้ทายว่ามันคืออะไร เธอใบ้ว่า เป็นพืชชอบเกาะติดต้นไม้และเป็นตัวชี้วัดคุณภาพอากาศได้อีกด้วย เราและทีมงานนั่งนึกหน้าจริงจัง เธอจึงรีบเฉลยว่า ‘ไลเคน’ พลางบอกไม่ต้องเครียดๆ (หัวเราะ)</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173255" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/11-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ไลเคน เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่รวมกันระหว่างราและสาหร่าย พวกมันอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน ความน่ารักของมันเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่สามารถตรวจสอบคุณภาพของอากาศได้ คือไลเคนขึ้น หมายความว่าพื้นที่ตรงนั้นบริสุทธิ์แล้วก็สะอาดมากพอ แต่อันนี้เป็นไลเคนแบบเป็นแผ่นใบ ซึ่งไลเคนมันมีหลายแบบที่เกาะติดกับต้นไม้ บ้างก็เป็นคราบสีเหลือง สีเขียว หรือสีส้ม หรือจะเป็นแบบที่เป็นแผ่น เป็นเส้นสาย&nbsp;</p>



<p>&nbsp; “แต่ละเเบบก็จะทนต่อมลพิษแตกต่างกัน แบบเป็นใบจะทนมลพิษได้กลางๆ แต่ถ้าแบบเส้นสายจะทนได้มากที่สุด อย่างในกรุงเทพฯ ไม่น่าจะเจอแบบเส้นสาย เพราะอากาศไม่ค่อยโอเค มองเผินๆ เขาเหมือนต้นไม้จิ๋วๆ ผลิตพวกออกซิเจนให้เราเหมือนกัน โดยไลเค็นจะเจอบ่อยๆ ในป่า เวลาเจอมันทีไรใจเราก็จะพองโตทุกที”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173257" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิชา เพาะต้นกล้าจิตใจ</strong></h2>



<p>สำหรับมลการสอนเรื่องธรรมชาติกับคนอื่น เปรียบเสมือนการแอบเพาะต้นกล้าในใจของผู้เรียนเล็กๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับธรรมชาติมากกว่าในตำราหนังสือ บางคนอาจจะอยากเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ บางคนอยากจะเป็นดอกไม้หรือแมลงตัวเล็กๆ แต่สำหรับเธอหากให้นิยามตัวเองเป็นต้นไม้ 1 ต้นจะเป็นพืชชนิดไหน<br><br>“เราเคยคิดว่าตัวเองเป็นต้นเล็กๆ ที่ไม่ต้องให้ใครมาเกาะพึ่งพิง เราก็เป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้ในช่วงชีวิต แต่ตอนนี้คิดว่าเป็นไมยราบ เพราะมันเป็นพืชล้มลุกเลื้อยไปมา ถ้ามีอะไรมาเกาะเขาก็จะรีบหุบ พอเขาพร้อมมันก็จะกางออก”&nbsp;</p>



<p>“เรารู้สึกว่าตอนนี้เสตจของเรามันหุบก่อน แต่ถ้าพร้อมเดี๋ยวเรากางออกเอง แล้วก็เขามีหนามเพื่อป้องกันตัวเองและสวยมาก เพราะเขามีดอกที่น่ารัก แล้วเขาก็มีฝักที่เก๋ โครงร่างมันน่ารักมาก ความหมาย คือ พอมันโดนอะไรสักอย่างหนึ่ง มันไม่ผิดที่เราจะหุบตัวเพื่อป้องกันตัวเอง พอเราพร้อมก็ค่อยๆ กางใบออกมาเหมือนเดิมก็ได้ มันยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่างๆ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173258" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/13-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>หลังจากทัศนศึกษาเรื่องต้นไม้กับมลจนหนำใจ เราชวนคุยเล่นกับเธอต่อว่า ในบทบาทการเป็นคนถ่ายทอดเรื่องธรรมชาติให้คนอื่น เขาคาดหวังกับคนที่เรียนอย่างไรบ้าง เธอตอบอย่างมั่นใจว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยในตอนเรียน แต่การเรียนรู้หลังจากนั้นมากกว่าที่อยากให้เขาสนใจเรื่องธรรมชาติไม่น้อยก็มาก<br></p>



<p>“ในมุมการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วม ส่วนใหญ่คนจะตอบว่าอยากมาใช้เวลาช้าๆ กับตัวเอง ได้พักผ่อนกับธรรมชาติ แต่เรารู้สึกว่าการเรียนรู้หลังจากนั้นมากกว่าที่น่าสนใจ เช่น การที่เขาหยุดอยู่กับเรา เขามีมุมมองการบันทึกธรรมชาติเปลี่ยนไปไหม เขามีทัศนคติต่อธรรมชาติอย่างไร รู้สึกเคารพหรือเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมากขึ้นไหม&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เราทำเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของอะไรสักอย่าง แต่หลังจากที่เกิดขึ้น เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกับทุกคน แต่แอบลึกๆ อยากให้เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้ไปทำอะไรต่อยอดเรื่องธรรมชาติที่เขาสนใจ บางคนอาจจะพอใจแค่นี้ บางคนอาจจะอยากไปต่อให้สุด อยากสร้างการเปลี่ยนแปลง ก็สุดแล้วแต่เขาเลย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173259" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/monature/">วิชาสำรวจสวนวิทยา สไตล์ Monature ที่อยากสอนธรรมชาติให้กลายเป็นเรื่อง Sexy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PHKA นักออกแบบ Relationship ดอกไม้กับพื้นที่ ผู้สนุกในการดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อไปเจอสิ่งที่สนุกกว่าเดิม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/phka-floral-designer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Feb 2024 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[PHKA]]></category>
		<category><![CDATA[นักออกแบบจัดวางดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ดอกไม้]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=173155</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อได้เปรียบของดอกไม้คือ ความเด่นในตัวเองในทางกลับกันจุดอ่อนของดอกไม้คือ เวลาชีวิตที่มีอยู่จำกัด ในมุมนักออกแบบที่ทำงานเกี่ยวกับดอกไม้ก็นับว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ที่จะทำอย่างไรให้ของที่มีเสน่ห์ในตัวมันเองเข้ากับบริบทและส่งเสริมไปด้วยกัน ลองนึกภาพตามง่ายๆ หากมีห้องสีขาวโพลนและวางดอกไม้กลางห้อง คนทั่วไปก็มักจะมองแต่ดอกไม้ แต่สำหรับนักออกแบบ คุณจะทำอย่างไรให้คนอยากมองห้องนี้ไม่แพ้มองดอกไม้เช่นกัน? นี่เป็นหน้าที่ของอาชีพนักออกแบบจัดวางดอกไม้ (Floral Designer) จัดดอกไม้ให้เข้ากับพื้นที่ในบริบทของสิ่งๆ นั้น เช่น ซุ้มดอกไม้ในงานแต่งงาน หรือการจัดวางดอกไม้ในพื้นที่อื่นๆ หากให้สรุปคำอธิบายของอาชีพนี้ให้เข้าใจง่ายคือ…. “การหา ‘Relationship’ ของดอกไม้กับภาชนะสิ่งนั้น”“ซึ่งภาชนะของเราคือ พื้นที่” คำพูดของ ‘ตุณ ชมไพศาล’ ‘ปอย-วิศทา ด้วงวงศ์ศรี’ และ ‘อุ๋ง ประดับวงศ์ หงษ์วิเศษชัย’ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PHKA Studio มองว่าดอกไม้คือ ‘วัสดุ’ ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ไม่แตกต่างจากวัสดุตกแต่งทั่วไป เช่น การตกแต่งภายในห้องที่ต้องใช้วัสดุหิน ไม้หรือกระจกให้ภาพรวมออกมาตอบโจทย์ตรงตามการใช้งาน ดอกไม้ก็เป็นวัสดุชิ้นหนึ่งเช่นกัน ตุณขยายต่อว่า ดอกไม้ยังเป็นวัสดุที่มีความหลากหลายมิติในการใช้งานมากกว่าเรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังมีมิติของการสะท้อนอารมณ์ กลิ่น ความชั่วคราวของดอกไม้และวัฒนธรรมเข้ามาเป็นตัวแปรในการออกแบบอีกด้วย “เราสามคนจริงๆ มีความชอบดอกไม้คล้ายกัน เหมือนโดนดูดอะไรบางอย่างเหมือนกัน เช่น รู้สึกชอบ สวย อยากจับหรืออยากเล่น แต่ทีนี่ทุกคนมีพื้นหลังมาจากการเป็นดีไซน์เนอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phka-floral-designer/">PHKA นักออกแบบ Relationship ดอกไม้กับพื้นที่ ผู้สนุกในการดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อไปเจอสิ่งที่สนุกกว่าเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ข้อได้เปรียบของดอกไม้คือ ความเด่นในตัวเอง<br>ในทางกลับกันจุดอ่อนของดอกไม้คือ เวลาชีวิตที่มีอยู่จำกัด<br><br>ในมุมนักออกแบบที่ทำงานเกี่ยวกับดอกไม้ก็นับว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ที่จะทำอย่างไรให้ของที่มีเสน่ห์ในตัวมันเองเข้ากับบริบทและส่งเสริมไปด้วยกัน ลองนึกภาพตามง่ายๆ หากมีห้องสีขาวโพลนและวางดอกไม้กลางห้อง คนทั่วไปก็มักจะมองแต่ดอกไม้ แต่สำหรับนักออกแบบ คุณจะทำอย่างไรให้คนอยากมองห้องนี้ไม่แพ้มองดอกไม้เช่นกัน?</p>



<p>นี่เป็นหน้าที่ของอาชีพนักออกแบบจัดวางดอกไม้ (<strong>Floral Designer</strong>) จัดดอกไม้ให้เข้ากับพื้นที่ในบริบทของสิ่งๆ นั้น เช่น ซุ้มดอกไม้ในงานแต่งงาน หรือการจัดวางดอกไม้ในพื้นที่อื่นๆ หากให้สรุปคำอธิบายของอาชีพนี้ให้เข้าใจง่ายคือ….<br></p>



<p>“การหา ‘Relationship’ ของดอกไม้กับภาชนะสิ่งนั้น”<br>“ซึ่งภาชนะของเราคือ พื้นที่”<br><br>คำพูดของ ‘ตุณ ชมไพศาล’ ‘ปอย-วิศทา ด้วงวงศ์ศรี’ และ ‘อุ๋ง ประดับวงศ์ หงษ์วิเศษชัย’ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ PHKA Studio มองว่าดอกไม้คือ ‘วัสดุ’ ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ไม่แตกต่างจากวัสดุตกแต่งทั่วไป เช่น การตกแต่งภายในห้องที่ต้องใช้วัสดุหิน ไม้หรือกระจกให้ภาพรวมออกมาตอบโจทย์ตรงตามการใช้งาน ดอกไม้ก็เป็นวัสดุชิ้นหนึ่งเช่นกัน</p>



<p>ตุณขยายต่อว่า ดอกไม้ยังเป็นวัสดุที่มีความหลากหลายมิติในการใช้งานมากกว่าเรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังมีมิติของการสะท้อนอารมณ์ กลิ่น ความชั่วคราวของดอกไม้และวัฒนธรรมเข้ามาเป็นตัวแปรในการออกแบบอีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173170" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><br>“เราสามคนจริงๆ มีความชอบดอกไม้คล้ายกัน เหมือนโดนดูดอะไรบางอย่างเหมือนกัน เช่น รู้สึกชอบ สวย อยากจับหรืออยากเล่น แต่ทีนี่ทุกคนมีพื้นหลังมาจากการเป็นดีไซน์เนอร์ ก็จะมองว่าดอกไม้เป็นวัสดุที่มิติหลากหลายในบริบทและวัฒนธรรม ซึ่งมันจะนำเสนอออกมาในพื้นที่แตกต่างกัน”</p>



<p><br>“บางที่ใช้ดอกไม้เป็นระดับชนชั้นทางสังคม หรือเป็นตัวแทนสัญลักษณ์ของตระกูลนี้ มันแอบสอดแทรกความหมายหรือสเตตัสบางอย่างได้ พอโลกเราพัฒนาขึ้นก็เริ่มใช้ในการสื่อความหมายผ่านภาษาดอกไม้ เช่น ดอกไม้นี้สื่อถึงความหมายว่า ฉันขอโทษหรือฉันชอบคุณ ซึ่งในตะวันตกเขาจะมีห้องปลูกต้นไม้เรือนกระจก (Green House) ปลูกดอกไม้แต่ละชนิดเพื่อสื่อความหมายดังกล่าว&#8221;</p>



<p>“ซึ่งการที่มีห้องเรือนกระจกปลูกดอกไม้ของตัวเอง แม้ว่าจะปลูกนอกฤดูกาลก็ตาม เพื่อที่จะส่งสารที่เราต้องการให้คนอื่นได้ มันก็เลยแสดงให้เห็นว่า ดอกไม้ไม่ได้จำกัดแค่การปลูกตามนอกเมือง แต่ถูกเอาไปรวมในชีวิตประจำวัน สุดท้ายแล้ว การที่คนเราใช้ดอกไม้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ๆ หนึ่ง มันก็เหมือนกับเอาดอกไม้ไปแสดงความเป็นเจ้าของอะไรบางอย่างให้เกิดพื้นที่”</p>



<p>ถ้าถามว่าดอกไม้ คน และพื้นที่มันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ตุณและอุ๋งตอบว่า<br><br>“มันหมายถึงว่า การที่มีดอกไม้อันนี้ อยู่ในพื้นที่หนึ่ง กับคนกลุ่มหนึ่ง ทั้งหมดนี้มัน Represent ซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างของวัฒนธรรมไทยจะเป็น Floral Craft การร้อยพวงมาลัย เครื่องแขวนดอกไม้ต่างๆ ที่แขวนกับช่องหน้าต่างในงานพิธีสำคัญๆ”</p>



<p>“ซึ่งการที่เป็นแบบนั้นเพราะมันไม่มีเทคโนโลยี ไม่มีตู้เย็น คนก็จะหาวิธีที่จะอนุรักษ์ดอกไม้ให้มากที่สุด เพราะแขวนทิ้งไว้หรือวางทิ้งไว้ เวลาโดนลมมันก็ยังสวยได้อยู่ มันก็เลยแสดงถึงสภาพอากาศของเรา ณ ตอนนั้น เหมือนอย่างเกาหลีที่เขาทำกิมจิดองไว้ มันก็เป็นการสะท้อนวัฒนธรรมหรือไลฟ์สไตล์บางอย่างไว้อยู่”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173156" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C05-4.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดีไซน์วัสดุท้องถิ่นในมุมมองใหม่</strong></h2>



<p>เมื่อว่าด้วยเรื่องศิลปะการจัดวางดอกไม้นั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อน และมีวิวัฒนาการแปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ขณะเดียวกันในงานดีไซน์การจัดวางดอกไม้เองก็ปรับเปลี่ยนไปตามบริบทและวัฒนธรรมตามไปด้วย สมัยก่อนในไทยอาจจะจัดวางดอกไม้ในพิธีหรือโอกาสสำคัญเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกวันนี้มันสามารถแทรกซึมในชีวิตคนได้ทุกโอกาสและทุกพื้นที่&nbsp;</p>



<p>สำหรับ PHKA ผู้ออกแบบการจัดวางดอกไม้ในพื้นที่ต่างๆ มีจุดเด่นในการเลือกใช้ดอกไม้ท้องถิ่นและวัสดุต่างๆ ที่มีอยู่มาดีไซน์ให้เห็นในมุมมองใหม่&nbsp;</p>



<p>“โดยรวมถ้าเมื่อก่อนเราก็จะรู้สึกว่าดอกไม้ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มันดูแปลกใหม่ เพราะเราไม่ได้เห็นมันในชีวิตประจำวันหรอก หรือเราไม่ได้ไปในที่เฉพาะอย่างในโรงแรมที่มีดอกไม้หรูหราแพงๆ แต่พอเทรนด์โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ต้องทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดนั้นแล้ว เราก็ใช้ดอกไม้ที่มาจากท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น&#8221;</p>



<p>“อีกมุมหนึ่งเวลาเราชื่นชมงานดีไซน์ดอกไม้ในต่างประเทศที่เขาใช้ดอกไม้ในบ้านเขาเอง ในขณะเดียวกันเขาก็น่าจะรู้สึกตื่นเต้นกับเราที่ใช้ของเราเหมือนกัน มันเหมือนถ้าเขาอยู่ยุโรปแล้วเขาต้องใช้กล้วยไม้ ในมุมเขามันก็แพงมาก แล้วมันก็คงแบบทำไมยูอยู่ไทยแล้วไม่ใช้กล้วยไม้ละ หาง่ายกว่าอีก เพราะฉะนั้นเราก็รู้สึกว่า ถ้ามันเป็นอย่างนี้เราก็ใช้ของที่เรามีเนี่ยแหละ ซึ่งมันก็มีอยู่มากมายอุดมสมบูรณ์ และเราสามารถหยิบมันมาเมื่อไหร่ก็ได้ หรือเราเอามันมาใช้ในแบบที่คนจะเห็นมันในมุมใหม่ให้น่าสนใจ” ตุณกล่าว&nbsp;</p>



<p>ระหว่างที่กำลังนึกภาพตามว่า ศิลปะการจัดวางดอกไม้มันสามารถดีไซน์ได้มากน้อยขนาดไหน พวกเขาเปิดตัวอย่างผลงานของ PHKA Studio ที่น่าสนใจ 3 ชิ้นเล่าให้เราฟังต่อไปนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-173157" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C03-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พวกเขาเปิดรูปแรกด้วยผลงาน Art Installation จากเทศกาลศิลปะ Thailand Biennale ชื่องานว่า ‘Fragments of Time’ จัดขึ้นในจังหวัดโคราชที่อยากจะเล่าเมืองประวัติศาสตร์ในมุมมองของอนาคตมากกว่าเล่าอดีตของพื้นที่<br></p>



<p>“เรารู้สึกว่าดอกไม้สามารถเล่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนได้ แล้วงานนี้เป็นสเกลงานใหญ่ สเกลเมืองโคราชเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว เราเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองว่า กว่าที่จะมาเป็นปัจจุบันมันเป็นอย่างไร มันถูกตีความมาอย่างไร แล้วก็เหมือนชี้ให้คนที่มาดูงาน ดูไปในข้างอนาคตว่ามันจะเป็นอย่างไร อยากให้รู้สึกว่า ดอกไม้มันทำได้ขนาดนั้น และเราเล่ามันให้เป็นเรื่องความชั่วคราวและความไม่ถาวรด้วย ซึ่งดอกไม้มันก็เล่าได้ มันก็เลยน่าสนใจในแง่นั้น”&nbsp;</p>



<p>“ส่วนใหญ่คนมักจะนึกถึงโคราชในเชิงประวัติศาสตร์ เช่น เรื่องของอาคารโบราณ แต่เราไม่ได้อยากไปทางปราสาทหินพิมายที่เล่าย้อนเวลาไกลๆ แต่เราน่าจะเล่าเชิงอนาคตของจังหวัดได้ พอเลือกแบบนี้แล้ว ก็มาคิดว่าจะใช้วัสดุอะไรดี ก็เลยนึกถึงข้าวโพด วัสดุที่มีในโคราชและเป็นตัวแทนที่เล่าจังหวัดได้&#8221;<br></p>



<p>“ส่วนในเรื่องของดอกไม้ก็ใช้ของที่มีอยู่แล้วในตลาดดอกไม้ของโคราช แล้วพาเลตสีของผลงานนี้ก็มาจากสีดอกไม้ในตลาด เราไปถ่ายรูปแล้วก็ดึงสีมันออกมา อย่างสีฟ้าจากท่อพีวีซี แล้วก็มีดอกไม้อื่นๆ ที่ตีความแสดงถึงโคราชด้วย เช่น ดอกกล้วยไม้ ดอกมะลิ ดอกบานไม่รู้โรยหรือใบตอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็จะเล่าทั้งเรื่องเมือง ตั้งแต่อดีตเมืองในปัจจุบันและเมืองในอนาคตด้วย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173158" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C04-5.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ถัดมาผลงานชิ้นที่สองมีโจทย์จัดดอกไม้ในธีมเทศกาลคริสต์มาส สิ่งที่ท้าทายในการออกแบบคือ จัดดอกไม้อย่างไรให้แตกต่างจากภาพจำธีมคริสต์มาสทั่วไป ที่หลายคนต้องนึกถึงเกล็ดหิมะ ดาวห้าแฉกหรือลูกตุ้มตกแต่ง แล้วถ้าเป็นดอกไม้จะออกมาเป็นหน้าตาอย่างไร<br><br>“ชิ้นที่สองเป็นสเกลเล็กลงนิดนึง เราทำกับ Capella Bangkok เป็นโรงแรมหกดาว เราประยุกต์ดอกไม้ท้องถิ่นเข้าไปในโรงแรม และยังรักษาความรู้สึกลักซ์ชัวรีเอาไว้ อย่างตรงแจกันวางไว้ตรงจุดที่เรียกว่า Grand Stair มันเหมือนช่วงไฮไลต์ตรงบันได ซึ่งช่วงคริสต์มาสเราก็คิดละว่า เราจะเลือกอะไรดีให้มันมีความเป็นตะวันตก แต่ว่าของที่เราใช้เป็นของไทย อย่างอันนี้คือใส่ต้นเฟินริบบิ้นเข้าไป ซึ่งจริงๆ มันก็ธรรมดามากๆ ในตลาดประเทศไทย แล้วก็พวกดอกยิปซีก็ยังดูฝรั่งหน่อย แต่จริงๆ ก็เป็นของที่ปลูกในเชียงใหม่” </p>



<p>“ตรงดอกสีแดงๆ คือดอกแกลดิโอลัสก็เพิ่งป็อปปูลาร์ในเชียงใหม่ตอนนี้เหมือนกัน ปกติเขาปลูกเมืองนอก ตอนนี้เราก็รู้สึกว่าเราปลูกได้แล้ว แต่ว่าถ้าไฮไลต์สำหรับเราเลยจริงๆ ก็จะเป็นธีมเทศกาลคริสต์มาสที่ทุกคนก็จะมีบรรยากาศของงานรื่นเริง มีไฟตกแต่งเป็นประกาย มีต้นสน มีเกล็ดหิมะ ซึ่งเราก็ไม่อยากใส่ลูกตุ้มเข้าไป ก็เลยเอาปีกแมลงทับมาใส่แทน คนก็ถามเยอะนะว่ามันมาจากไหน หลายคนน่าจะเคยเห็นมันในชุดต่างๆ ของสมัยก่อน หรือว่าคนเอาไปทำต้มหูในเครื่องประดับ แต่เราก็ดัดแปลงออกมาให้มันเป็นแบบพวกสายห้อยลงมา”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173159" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C01-5.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>ระหว่างเพลิดเพลินกับสีสันของดอกไม้ พวกเขาเลื่อนรูปภาพในสมาร์ตโฟนจนมาหยุดที่ผลงานชิ้นสุดท้ายที่อยากออกแบบให้ดอกไม้สามารถเคลื่อนไหวได้</p>



<p>“ผลงานชิ้นนี้เป็นของ PANPURI เขาทำโปรเจกต์ ‘Pride Parade’ ในช่วง Bangkok Pride 2023 เงื่อนไขคือเราต้องทำให้ดอกไม้มันเคลื่อนไหวได้ เพราะมันตั้งอยู่บนรถขยับได้ ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันเป็นงานพาเหรดใช้ดอกดาวเรืองสีส้มกับที่เสียบทางมะพร้าว มันก็จะเด้งๆ ได้ แล้วมันก็จะมีพวกมะนาว ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับกลิ่นของลูกค้าที่อยากนำเสนอ&#8221;<br></p>



<p>“ส่วนดอกไม้สีชมพูเป็นดอกเอื้องไอยเรศ มันบานตอนนั้นพอดี ซึ่งจะบานแค่ปีละ 2  อาทิตย์ ถ้าไม่ใช้ช่วงนั้น ก็ไม่รู้จะใช้ช่วงไหนแล้ว รวมถึงถั่วฝักยาวก็ใส่มาแบบงงๆ มันมาจากเรารู้สึกต้องการอะไรบางอย่างที่เป็นฟอร์มนี้ แล้วมันก็ดูแบบ โอ้โฮ แค่นั้นเอง เราอยากให้มันเป็นอารมณ์แบบ Freedom of Expression เหมือนกับว่าเราแสดงออกอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องมีข้อจำกัด เราก็เลยอยากใช้อะไรที่สนุกๆ มาทำได้” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173168" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C02-6.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การออกแบบของ PHKA ไม่มีภาพจำและแพตเทิร์นไม่ตายตัว </strong></h2>



<p>จากที่ดูผลงานมาทั้งหมด ไม่เพียงเรื่องการจัดวางดอกไม้ที่มีเอกลักษณ์ แต่ยังเลือกใช้วัสดุที่เข้ากันอย่างกลมกลืน จนในหัวเกิดความสงสัยว่า พวกเขาเลือกดอกไม้หรือวัสดุต่างๆ ให้เข้ากันและพัฒนางานต่างๆ ให้ไม่เหมือนเดิมได้อย่างไร</p>



<p>อุ๋งและตุณช่วยกับตอบว่า “หลายอย่างนะ อย่างแรกก็มาจากลูกค้าชอบอะไร ชอบประมาณไหน ต้องการอะไรเป็นพิเศษไหม แล้วมันสามารถแมตช์กับสิ่งที่เราชอบอย่างไร ซึ่งคนในบริษัทก็มีความชอบเยอะแยะมากมายหลากหลายไม่มีสิ้นสุดจริงๆ” </p>



<p>“เรามีคลังกับทีม ถ้าวันหนึ่งเราเจอคนนี้ที่แมตช์กับกับสิ่งที่เราชอบพอดีและเอามารวมกัน พร้อมกับเงื่อนไขอย่างอื่นๆ เช่น จัดที่ไหน เดือนไหน มันเป็นฤดูกาลไหนก็จะสามารถดีไซน์ผลงานได้ว่า มันจะเล่าออกมาหน้าตาไหนได้บ้าง”</p>



<p>“ยกตัวอย่างในบริษัทเคยทำเวิร์กช็อปภายใน เราก็เอาของต่างๆ มาเล่น แล้วให้แต่ละคนมาเลือกเป็นกลุ่มเอาไปทำ ก็คือรวมทุกฝ่ายมาทดลองจัดดอกไม้แบบไหนก็ได้ อยากเครียดหรืออยากเล่นๆ ก็ได้ หลังจากนั้นมันก็ได้เห็นอะไรหลายอย่าง ต่างคนต่างก็ทำมันก็ออกมาไม่เหมือนกันแล้ว แม้จะเป็นดอกไม้ชนิดเดียวกันก็ตาม”</p>



<p>“ทั้งนี้เราก็จะเลือกเรื่องอะไรบางอย่างที่เราอยากเล่นด้วยกันมาแหละ เดือนนี้เราเล่นเรื่องจุด ก็ให้ทุกคนไปหาวัสดุที่ตัวเองคิดว่ามันเป็นเรื่องจุดส่งมา มันก็แล้วแต่คนจะตีความ อยากจะเล่น อยากจะทำอะไรมันออกมา บางคนก็คิดว่า จุดมันสามารถต่อมาเป็นเส้นไหม  หรือมันมาต่อเป็นวงกลมลายจุด (Polka Dot) ได้ไหมไม่สิ้นสุด”</p>



<p>“แต่สุดท้ายไม่ว่าเขาจะให้โจทย์อะไรมา เหมือนงานเราก็ไม่ค่อยมีคาแรกเตอร์ขนาดนั้นว่า แบบเห็นงานนี้แล้วต้องนึกถึง PHKA ทำนะ เพราะสุดท้ายเราก็เลือกทำผลงานแบบร่วมสมัยมาก่อน เหมือนสิ่งอะไรที่มันอยู่ในตอนนี้ก็อยากจะลองประยุกต์ใช้มันลงไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีแพตเทิร์นตายตัว”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-173169" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2024/02/C07-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความสนุกของ PHKA ที่ได้ขยายไอเดียใหม่ๆ เพื่อไปเจอสิ่งใหม่ๆ</strong></h2>



<p>สำหรับ PHKA ที่ทำผลงานดีไซน์ศิลปะการจัดวางดอกไม้มาหลากหลาย ตั้งแต่จัดดอกไม้ช่อเล็กๆ ไปจนถึงงานศิลปะขนาดใหญ่ ในมุมของคนที่ทำงานสายออกแบบเรื่องดอกไม้มานานหลายปี คิดว่าการออกแบบจัดวางดอกไม้ต่อไปในอนาคตมันจะสามารถพัฒนาไปไกลได้ขนาดไหน</p>



<p>ตุณนั่งนึกสั่งพักก่อนตอบว่า “จริงๆ วันที่เราเริ่มทำตอนแรกมันก็มีธีมอะไรบางอย่างที่เราสนใจแหละ เช่น ดอกไม้กับพื้นที่ แต่พอระหว่างทางที่ทำ มันก็พาเราไปเจอกับเรื่องใหม่ๆ ที่เรารู้สึกได้เรียนรู้และเจอกับคนใหม่ๆ ที่เรารู้สึกว่าเขาก็ใช้ดอกไม้ในวิถีชีวิตของเขา”</p>



<p>“เช่นบางคนมีพื้นหลังเป็นนักพฤกษศาสตร์ นักเขียนและนักจักดอกไม้ใน 1 ร่าง ซึ่งเขาก็มีวิธีใช้ดอกไม้ในแบบของเขา บางคนเป็นศิลปินเลย บางคนเป็นหมอจิตวิทยาที่สนใจศิลปะวิจิตรศิลป์ เขาก็จะใช้ดอกไม้ในการเล่าเรื่องแตกต่างกัน อย่างดอกไม้ในเมตาเวิร์สจัดดอกไม้ในโลกออนไลน์ ส่งไปจัดดอกไม้ที่ดาวดวงอื่น หรือดำลึกลงไปใต้น้ำ ตอนนี้ดอกไม้มันสามารถเล่นได้หมดทุกพื้นที่ ทุกอย่างมันเป็นไปได้ทั้งหมด”</p>



<p>หากพูดถึงเป้าหมายในการทำธุรกิจนี้คืออะไร เราถามต่อกับคำถามสุดท้ายก่อนจากลา พวกเขารีบตอบกันว่า แน่ๆ ไม่ใช่เรื่องเงินเป็นหลัก แต่อยากขยายไอเดียการออกแบบให้ต่อยอดไปเรื่อยๆ ได้มากกว่าเคย<br></p>



<p>“เรื่องเงินมันไม่เคยเป็น Challenge ของเรา สำหรับเราแค่รู้สึกว่าอยากขยายขอบเขตไอเดียของเราออกไปเรื่อยๆ มันเหมือนเราทำงานที่เรารู้สึกว่าโอเค เราทำมันได้ดี มันก็จะพาเราไปเจอสิ่งใหม่ๆ หมายถึงว่า  ขอบเขตใหม่ๆ มันสามารถพาเราออกนอกประเทศไปเจอคนที่เก่งเหมือนกัน รวมถึงเราก็จะได้ไปเจอกับโปรเจกต์ใหม่ๆ &#8220;</p>



<p>“พอเราได้ทำมันก็จะขยายโอกาสไปเรื่อยๆ มันแค่เหมือนปลายปีเรากลับมานั่งดูสิ่งที่เราทำ แล้วเรารู้สึกแบบ โอ้! ปีนี้ เราทำอันนี้ไปแล้วที่เราไม่เคยทำ ปีหน้ามันมีสิ่งนี้ที่กำลังจะเกิดขึ้นนะ แล้วมันก็น่าจะสนุกมากยิ่งขึ้น” ตุณและอุ๋งตอบอย่างมั่นใจพร้อมรอยยิ้ม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/phka-floral-designer/">PHKA นักออกแบบ Relationship ดอกไม้กับพื้นที่ ผู้สนุกในการดีไซน์ใหม่ๆ เพื่อไปเจอสิ่งที่สนุกกว่าเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GMM SAUCE ค่ายเพลงสั้น 55 วิ! เสิร์ฟโลกโซเชียล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/t-pop-offstage-gmmsauce/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Dec 2023 04:41:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[editor's pick]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[T-POP Offstage]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=172536</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t-pop-offstage-gmmsauce/">GMM SAUCE ค่ายเพลงสั้น 55 วิ! เสิร์ฟโลกโซเชียล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="GMM SAUCE ค่ายเพลงสั้น 55 วิ! เสิร์ฟโลกโซเชียล | FOUNDER" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/sQ9kxMxin94?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t-pop-offstage-gmmsauce/">GMM SAUCE ค่ายเพลงสั้น 55 วิ! เสิร์ฟโลกโซเชียล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แต่งเพลงรุ่นใหม่ในมุมโปรดิวเซอร์ แจ็ป The Richman Toy</title>
		<link>https://adaymagazine.com/t-pop-offstage-jabtherichmantoy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Dec 2023 04:16:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[editor's pick]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[T-POP Offstage]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=172528</guid>

					<description><![CDATA[<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t-pop-offstage-jabtherichmantoy/">แต่งเพลงรุ่นใหม่ในมุมโปรดิวเซอร์ แจ็ป The Richman Toy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="แต่งเพลงรุ่นใหม่ในมุมโปรดิวเซอร์ แจ็ป The Richman Toy" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/eiFwSJsqHDU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/t-pop-offstage-jabtherichmantoy/">แต่งเพลงรุ่นใหม่ในมุมโปรดิวเซอร์ แจ็ป The Richman Toy</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใครเป็นทีมชอบกิน ‘ข้าวแข็ง’ หรือ ‘ข้าวแฉะ’ ?</title>
		<link>https://adaymagazine.com/netzerocarbon-story-of-rice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Dec 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[Living]]></category>
		<category><![CDATA[Green Please]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=172401</guid>

					<description><![CDATA[<p>บางคนอาจจะชอบกินข้าวแข็งรวนๆ กินกับข้าวราดแกงแล้วรู้สึกอร่อย หรือบางคนอาจจะชอบกินข้าวนิ่มๆ แฉะๆ ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มในปากเวลาเคี้ยว ยิ่งได้เห็นข้าวสีขาวใส เม็ดข้าวเรียวสวย หน้าตาดูสะอาดตาก็จริง แต่รู้หรือไม่ว่าการได้มาของข้าวสีขาวนี้ มันต้องผ่านกระบวนการแทบจะทุกขั้นตอนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนมากมายขนาดไหน เพราะเรื่องกินข้าวเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความอร่อยของข้าวในปลายทาง แต่ในกระบวนการต้นทางการผลิตกว่าจะเป็นข้าวสีขาวเหล่านี้ น้อยคนนักจะรู้ว่ามันสร้างมลพิษมากมายขนาดไหน ซึ่งประเทศไทยเองส่งออกข้าว 1 ในท็อป 5 ของโลกรวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 60 ล้านไร่ ปล่อยก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนกว่า 43 ตันคาร์บอนเลยทีเดียว คนที่เล่าเบื้องหลังเรื่องข้าวๆ นี้คือ ‘ธนนนท์ เตรียมชาญชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก NetZeroCarbon บริษัทที่เกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิตและเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและ ‘พัชรพล ขุนทอง’ Head of Environmental Engineer ของ NetZeroCarbon ระหว่างเล่าเรื่องดังกล่าว พวกเขาชวนถามต่อว่า คิดว่าการปลูกข้าวทำให้โลกร้อนตอนไหน? ทั้งสองหนุ่มเล่าว่า “การปลูกข้าวทั่วไปมันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรกเลย เราต้องขังน้ำในนาข้าว ซึ่งพอโดนแดดมันก็จะระเหย ชาวนาบางคนก็ต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำให้น้ำเข้ามาในนาตลอด ระหว่างการปลูกข้าวบางที่ก็ใส่ยาฆ่าแมลง มันก็ปล่อยไนโตรเจน ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก” “ยังไม่พอ เมื่อเกี่ยวข้าวได้ ไปโรงสีก็ต้องใช้เครื่องยนต์ช่วยเพราะให้พลังงานได้มากประมาณ 1000 ตัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/netzerocarbon-story-of-rice/">ใครเป็นทีมชอบกิน ‘ข้าวแข็ง’ หรือ ‘ข้าวแฉะ’ ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บางคนอาจจะชอบกินข้าวแข็งรวนๆ กินกับข้าวราดแกงแล้วรู้สึกอร่อย หรือบางคนอาจจะชอบกินข้าวนิ่มๆ แฉะๆ ให้ความรู้สึกอ่อนนุ่มในปากเวลาเคี้ยว ยิ่งได้เห็นข้าวสีขาวใส เม็ดข้าวเรียวสวย หน้าตาดูสะอาดตาก็จริง แต่รู้หรือไม่ว่าการได้มาของข้าวสีขาวนี้ มันต้องผ่านกระบวนการแทบจะทุกขั้นตอนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนมากมายขนาดไหน</p>



<p>เพราะเรื่องกินข้าวเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงความอร่อยของข้าวในปลายทาง แต่ในกระบวนการต้นทางการผลิตกว่าจะเป็นข้าวสีขาวเหล่านี้ น้อยคนนักจะรู้ว่ามันสร้างมลพิษมากมายขนาดไหน ซึ่งประเทศไทยเองส่งออกข้าว 1 ในท็อป 5 ของโลกรวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 60 ล้านไร่ ปล่อยก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดโลกร้อนกว่า 43 ตันคาร์บอนเลยทีเดียว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-172405" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-2-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>คนที่เล่าเบื้องหลังเรื่องข้าวๆ นี้คือ ‘ธนนนท์ เตรียมชาญชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจาก NetZeroCarbon บริษัทที่เกี่ยวกับการทำคาร์บอนเครดิตและเชี่ยวชาญทางด้านพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อมและ ‘พัชรพล ขุนทอง’ Head of Environmental Engineer ของ NetZeroCarbon</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระหว่างเล่าเรื่องดังกล่าว พวกเขาชวนถามต่อว่า คิดว่าการปลูกข้าวทำให้โลกร้อนตอนไหน?</strong></h3>



<p>ทั้งสองหนุ่มเล่าว่า “การปลูกข้าวทั่วไปมันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนแรกเลย เราต้องขังน้ำในนาข้าว ซึ่งพอโดนแดดมันก็จะระเหย ชาวนาบางคนก็ต้องใช้เครื่องปั๊มน้ำให้น้ำเข้ามาในนาตลอด ระหว่างการปลูกข้าวบางที่ก็ใส่ยาฆ่าแมลง มันก็ปล่อยไนโตรเจน ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก”<br><br>“ยังไม่พอ เมื่อเกี่ยวข้าวได้ ไปโรงสีก็ต้องใช้เครื่องยนต์ช่วยเพราะให้พลังงานได้มากประมาณ 1000 ตัน ซึ่งพวกเขาจะใช้พลังงานทดแทนอย่างโซลาร์เซลล์อย่างเดียวก็ไม่พอ นอกจากนี้ชาวนาเก็บเกี่ยวเสร็จหมดแล้ว ก็เผาหญ้า เผาอ้อยช่วงปลายปี ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ตามมา”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-172406" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-1-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฝึกข้าวลดน้ำหนัก IF ลดการเกิดมลพิษได้ครึ่งหนึ่ง!</strong></h3>



<p>ด้วยความตั้งใจของ NetZeroCarbon ที่อยากช่วยลดมลพิษให้น้อยลง หลักการในการแก้ไขเรื่องดังกล่าว เพียงแค่ ‘เปลี่ยน’ ในกระบวนการผลิตด้วยวิธีการธรรมชาติอย่าง ‘วิธีปลูกข้าวสลับเปียกและแห้ง Alternate Wet&amp;Dry’ หลักการเหมือนการลดน้ำหนักแบบ ‘IF’ ยิ่งทำยิ่งสุขภาพดี ข้าวก็เช่นกัน ยิ่งอดน้ำรากก็ยิ่งโต มันก็เหมือนกับสถานการณ์ที่เวลาคนหิว เราก็สามารถทำได้ทุกอย่าง เมื่อข้าวหิว มันก็จะเเตกรากให้กว้างและลึกมากขึ้น ซึ่งก็คือน้ำใต้ดินนั่นเอง<br><br>พัชรพลขยายให้เห็นภาพว่า “การปลูกข้าวสลับเปียกและแห้งคือใน 120 วัน เราใส่น้ำเข้าไป 14 วัน แล้วแทนที่เราจะเติมน้ำไปเรื่อยๆ เราปล่อยให้แห้งกริบเลย แล้วอีก 14 วันก็จะสลับทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผลที่ได้รับคือ เราสามารถลดการปล่อยมลพิษได้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการยอมรับแล้วจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) พอเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วเราก็จะไม่เผา แต่ใช้เป็นวิธีฝังกลบ ก็จะลดการเผา ลดการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมันช่วยเพิ่มผลผลิตของข้าว 20-30% อีกด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-172407" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/12/Web-inside-3-4.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมคนทำธุรกิจเกี่ยวกับข้าว เกษตรกรรม และสิ่งแวดล้อมคุณมองเรื่อง ‘ข้าว’ อย่างไร?</strong></h3>



<p>ทั้งสองตอบไปในทิศทางเดียวกันว่า “ข้าวคือแหล่งทรัพยากรที่สำคัญของคนไทย ไม่ใช่แค่เพียงข้าวในจาน สีขาวของข้าวที่สวยน่ากินในชีวิตประจำวัน สำหรับเรามองว่า ทุกส่วนของข้าวตั้งแต่ ใบ ก้าน เมล็ด หรือเปลือกสามารถใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนได้ทั้งหมด เช่น แกลบข้าวสามารถทำไฟฟ้าได้นะ ให้ค่าพลังงานสูงกว่าพืชชนิดอื่น แถมยังทำเครื่องสำอางได้ด้วย”<br><br>“สิ่งที่พวกเราทำอยู่เรื่องข้าว มีเป้าหมายที่อยากเปลี่ยนวิธีคิดของการปลูกข้าว 3 ล้านไร่ในเวลา 5 ปี มาทำเกษตรกรรมที่ลดมลพิษมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องยากในการเปลี่ยนวิถีชีวิตการปลูกข้าวด้วยความเชื่อ แต่เราก็อยากเป็นส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนภาคเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตที่ดีต่อชาวนา คนกิน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันในระยะยาว” ธนนนท์พูดทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/netzerocarbon-story-of-rice/">ใครเป็นทีมชอบกิน ‘ข้าวแข็ง’ หรือ ‘ข้าวแฉะ’ ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
