<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จิรณรงค์ วงษ์สุนทร, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author5/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 10 Feb 2021 08:03:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วิ่งมาราธอนในรายการใหญ่ระดับโลก Skechers Performance Los Angeles Marathon 2017</title>
		<link>https://adaymagazine.com/run-42/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/run-42/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Apr 2017 14:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[million ways to run]]></category>
		<category><![CDATA[Human Run]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[มาราธอน]]></category>
		<category><![CDATA[Skechers Performance Los Angeles Marathon 2017]]></category>
		<category><![CDATA[ลอสแองเจลิส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/run-42/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทาง: Dodger Stadium &#8211; Santa Monica Pierประเทศ: สหรัฐอเมริการะยะทาง: 42.195 กิโลเมตร เราได้เข้าร่วม Skechers Performance Los Angeles Marathon 2017 มาราธอนรายการใหญ่ประจำปีของเมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา หลังจากที่ลอสแองเจลิสได้แรงบันดาลใจมาจากการจัดโอลิมปิกเมื่อปี 1984 ที่เริ่มจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนตั้งแต่ปี 1986 เรื่อยมาจนครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 32 แล้ว เราได้ยินบ่อยๆ ว่าลอสแองเจลิสเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเซิร์ฟ แสงแดด และชายหาดริมมหาสมุทรแปซิฟิก เส้นทางวิ่งของรายการนี้จึงเริ่มจาก Dodger Stadium สนามเหย้าของทีม Los Angeles Dodgers ทีมเบสบอลสุดรักของชาวเมืองแอลเอวิ่งผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ จนไปจบที่ชายหาด Santa Monica และใช้ชื่อเส้นทางเป็นเอกลักษณ์ของรายการนี้ว่า &#8216;Stadium to the Sea&#8217; งานเอ็กซ์โปสำหรับรับ BIB หรือเบอร์วิ่งจัดขึ้นที่ Los Angeles Convention Center ในดาวน์ทาวน์ ระบบการรับเบอร์ของงานนี้ไหลลื่นและสะดวกตามมาตรฐานงานระดับโลกหลายๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-42/">วิ่งมาราธอนในรายการใหญ่ระดับโลก Skechers Performance Los Angeles Marathon 2017</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong style="background-color: initial">เส้นทาง</strong><strong>: </strong>Dodger Stadium &#8211; Santa Monica Pier<br /><strong style="background-color: initial">ประเทศ</strong><strong style="background-color: initial">: </strong>สหรัฐอเมริกา<br /><strong style="background-color: initial">ระยะทาง</strong><strong style="background-color: initial">:</strong><br />
42.195  กิโลเมตร</p>
<p>เราได้เข้าร่วม Skechers<br />
Performance Los Angeles Marathon 2017 มาราธอนรายการใหญ่ประจำปีของเมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา หลังจากที่ลอสแองเจลิสได้แรงบันดาลใจมาจากการจัดโอลิมปิกเมื่อปี 1984 ที่เริ่มจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนตั้งแต่ปี 1986 เรื่อยมาจนครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 32 แล้ว เราได้ยินบ่อยๆ ว่าลอสแองเจลิสเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเซิร์ฟ แสงแดด และชายหาดริมมหาสมุทรแปซิฟิก เส้นทางวิ่งของรายการนี้จึงเริ่มจาก Dodger<br />
Stadium สนามเหย้าของทีม Los Angeles Dodgers ทีมเบสบอลสุดรักของชาวเมืองแอลเอวิ่งผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ จนไปจบที่ชายหาด Santa Monica และใช้ชื่อเส้นทางเป็นเอกลักษณ์ของรายการนี้ว่า &#8216;Stadium<br />
to the Sea&#8217; </p>
<p>งานเอ็กซ์โปสำหรับรับ BIB หรือเบอร์วิ่งจัดขึ้นที่ Los Angeles Convention Center ในดาวน์ทาวน์ ระบบการรับเบอร์ของงานนี้ไหลลื่นและสะดวกตามมาตรฐานงานระดับโลกหลายๆ งาน แบ่งตามหมายเลขของเราที่ส่งมาให้ตั้งแต่ลงทะเบียนเสร็จ และใช้แค่พาสปอร์ตกับหลักฐานการลงทะเบียนที่คอนเฟิร์มมาในอีเมล์เท่านั้น เมื่อรับเสื้อวิ่งของงานนี้ตามไซส์ที่เราระบุเอาไว้ก็จะผ่านเข้าสู่โซนของงานเอ็กซ์โปของ Skechers ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของงานในปีนี้ Skechers ได้ทำรองเท้ารุ่นพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะในรายการนี้ด้วย ส่วนบรรยากาศงานเอ็กซ์โปภายนอกก็มีร้านค้าของแบรนด์ต่างๆ มาร่วมออกบูทคึกคักมาก</p>
<p>วันจริง เราเริ่มสตาร์ทจาก Dodger Stadium ตั้งแต่เช้าตรู่ นักวิ่งกว่า<br />
20,000 คนดูคึกคักกันเป็นพิเศษ สัญญาณปล่อยตัวเริ่มต้นไปนานแล้ว แต่ด้วยจำนวนนักวิ่งที่เยอะมากทำให้ต้องทยอยออกตัว ใช้เวลาไม่นานมากก็ได้วิ่งผ่านจุดสตาร์ท เส้นทางช่วงแรกเราได้วิ่งผ่านย่านสำคัญๆ เริ่มด้วยไชน่าทาวน์ที่เราได้ยินเสียงเชิดสิงโตต้อนรับแต่ไกล ก่อนที่จะเห็นความเป็นชุมชนชาวจีนเสียอีก เราวิ่งโค้งผ่านไชน่าทาวน์พร้อมชะลอดูการเชิดสิงโตเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งไปตามเส้นทางแข่งผ่าน Los<br />
Angeles City Hall และเข้าสู่ Little<br />
Tokyo ที่สัมผัสกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าไปถึง ได้บรรยากาศเหมือนวิ่งอยู่ในโตเกียวมาราธอนอยู่นิดๆ เหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ค่อยมีคนแต่งตัวเป็นมาสคอตจริงจัง แต่ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างสร้างสีสันให้กับนักวิ่งได้ ที่ไม่แพ้รายการใหญ่ๆ อย่างโตเกียวมาราธอนเลยคือกองเชียร์ริมเส้นทางวิ่งที่ทุกคนดูมีส่วนร่วม ออกมาส่งเสียงเชียร์แจกขนมแจกอาหารกันเต็มตลอดเส้นทาง บางบ้านก็ออกมาตั้งโต๊ะนั่งดูนักวิ่งไปด้วย ปาร์ตี้ในเช้าวันอาทิตย์ไปด้วยอย่างสนุกสนาน เราวิ่งผ่านหน้า Walt Disney Concert Hall และ Dorothy Chandler Pavilion คอนเสิร์ตฮอลล์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่อลังการสะดุดตาพร้อมการแสดงรัวกลองประกอบสุดเร้าใจทำให้ใจเต้นฮึกเหิมเข้าไปอีก</p>
<p>เราวิ่งผ่าน Echo Park Lake สวนสาธารณะที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางเข้าสู่ถนน Sunset<br />
Boulevard และ Hollywood<br />
Boulevard เมื่อเริ่มเห็นเสากินรีและป้ายภาษาไทยก็รู้เลยว่าเรากำลังเข้าสู่ Thai Town<br />
แล้ว</p>
<p>ระหว่างทางเราสามารถมองเห็นแลนด์มาร์กสำคัญของลอสแองเจลิสอย่าง Griffith Observatory หอดูดาวที่มีชื่อเสียงและที่คุ้นเคยกันดีจากหนังเรื่อง <em>LA LA<br />
LAND</em> และไฮไลต์สำคัญคือป้าย HOLLYWOOD<br />
บนยอดเขาที่หลายๆ คนต้องหยุดถ่ายรูป วิ่งไปอีกไม่ไกลเราก็เข้าสู่ย่าน Hollywood<br />
ผ่าน Pantages<br />
Theatre และ Hollywood<br />
Walk of Fame ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม</p>
<p>น้ำและของกินยังถูกส่งให้นักวิ่งไม่ขาดสาย เราได้กินทั้งขนม ลูกอม ขนมเพรทเซลที่ได้รับจากกองเชียร์ข้างทางอยู่ตลอดเวลาและที่เห็นกองเชียร์แจกอยู่เรื่อยๆ ก็คือส้ม ซึ่งเราเหมาไว้ก่อนว่านี่คือส้มแคลิฟอร์เนียที่ได้ยินชื่อมานาน (ฮา)</p>
<p>พอเริ่มสาย แดดเริ่มแรงขึ้นแต่อากาศยังเย็นสบาย อุณหภูมิน่าจะอยู่ที่ประมาณ 17 &#8211; 18 องศาเซลเซียส ทั้งนักวิ่งรอบข้างและกองเชียร์ทำให้เราเพลิดเพลินจนลืมเรื่องแดดไป ชาว LA ก็เหมือนจะเข้าใจนักวิ่งยังอุตส่าห์มีครีมกันแดดเอาไว้แจกระหว่างทางด้วย</p>
<p>เราวิ่งเข้าสู่ย่าน Beverly<br />
Hills ย่านที่พักสุดหรูที่คุ้นเคยกันดีจากหนังฮอลลีวู้ดหลายๆ เรื่อง เส้นทางที่มีต้นปาล์มขนาบไปทั้งสองข้าง บ้านสวย สนามหญ้าเขียวแบบอเมริกัน วันนี้แต่ละบ้านออกมาตากอากาศส่งเสียงเชียร์กัน</p>
<p>แต่ใช่ว่าจะมีแต่เส้นทางสวยๆ ไม่มีอะไรให้ท้าทายเอาเสียเลย ระหว่างทางมีเนินเล็กเนินน้อยพอดูดแรงขาออกไปบ้าง แต่เมื่อใกล้ถึงเส้นชัย อากาศก็เริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝนต่างจากที่วิ่งมาโดยสิ้นเชิง Santa Monica ต้อนรับเราด้วยหมอกและลมฝนเล็กน้อยแต่ก็ช่วยคลายร้อนไปได้เยอะมาก เส้นชัยอยู่อีกไม่ไกล เมื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนเลียบริมชายหาด นักวิ่งต่างคนต่างรีบเร่งความเร็วเข้าเส้นชัยกันท่ามกลางเสียงกองเชียร์ที่ตามมาจากจุดสตาร์ทในเมืองส่งเสียงเร้าให้นักวิ่งเร่งฝีเท้าจนเข้าเส้นชัยในที่สุด</p>
<p>หลังจากเข้าเส้นชัยแล้ว ผู้จัดการแข่งขันจะเอาฟอยล์ฉนวนเก็บความร้อนมาห่มเราทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียความร้อนไป หลังจากนั้นจึงเป็นการแจกอาหารอย่างเบเกิล กล้วยหอม นม ช็อกโกแลต และน้ำ เพื่อให้นักวิ่งเพิ่มพลังกันหลังจากใช้มาตลอดระยะทางกว่า 42 กิโลเมตร</p>
<p>ใครที่ฝากของเอาไว้ตั้งแต่ต้นทางก็สามารถรับของจากรถบริการฝากของที่ขนมาให้ถึงเส้นชัย หลังจากนั้นก็พบญาติที่มารอรับกัน ใครที่ไม่ได้ให้ญาติมารับก็มีรถชัทเทิลบัสไปส่งถึงดาวน์ทาวน์เลย และพิเศษสุดสำหรับสายปาร์ตี้ รายการนี้ยังสามารถลงทะเบียนเข้าโซนปาร์ตี้เบียร์ฟรีได้อีกด้วยนะ แต่ต้องลงไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ในงานเอ็กซ์โป เป็นการผ่อนคลายปิดท้ายที่สวยงามมาก</p>
<p>รายการนี้เป็นรายการที่นักวิ่งหน้าใหม่หลายๆ คนใช้เป็นสนามเริ่มต้นมาราธอนแรกของตัวเอง ทั้งอากาศในช่วงเดือนที่จัดเป็นช่วงที่เพิ่งเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น เส้นทางที่ไม่ได้โหดหินมากเกินไป แถมรู้สึกเหมือนได้วิ่งชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ของเมืองไปด้วย ที่สำคัญเป็นการสัมผัสบรรยากาศมาราธอนรายการใหญ่อันดับต้นๆ ของอเมริกา หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ </p>
<p>ถ้าใครสนใจ เริ่มซ้อมแล้วเตรียมลงสมัคร Skechers<br />
Performance Los Angeles Marathon 2018 ไว้ได้เลย</p>
<p><strong>map</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/mapLA.jpg"></p>
<p><strong>gallery</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1311.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1341.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1546.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1573.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1620.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1646.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1718.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1785.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1798.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1815.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_20551.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1959.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2101.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2133.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2158.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2222.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2166.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2294.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-42/">วิ่งมาราธอนในรายการใหญ่ระดับโลก Skechers Performance Los Angeles Marathon 2017</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/run-42/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชั้น ๔</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cafe-34/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cafe-34/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 15 Apr 2017 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café hunter]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[caféhopping]]></category>
		<category><![CDATA[cafehoppingBKK]]></category>
		<category><![CDATA[Baker gonna Bake]]></category>
		<category><![CDATA[ชั้น ๔]]></category>
		<category><![CDATA[วรวุฒิ จู่วัฒนาพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[นภสร สุจิตธรรมวงศ์จักร]]></category>
		<category><![CDATA[วริศพันธ์ อัคริมาธนาฉัตร]]></category>
		<category><![CDATA[ปุณลัคน์ แตงงาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cafe-34/</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิวจากห้องใต้หลังคามองไปเห็นความเขียวของต้นไม้ใหญ่ในซอยสุขุมวิท 26 มีวิวตึกสูงในกรุงเทพฯ เป็นฉากหลังที่ไกลออกไป คือบรรยากาศของคาเฟ่ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับสถานที่ตั้ง อย่าง ชั้น ๔ ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ถูกตกแต่งโดย อิฐ-วรวุฒิ จู่วัฒนาพงศ์ หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ที่ร่วมกับเพื่อนอีก 3 คนคือ ยู-นภสร สุจิตธรรมวงศ์จักร, จักร-วริศพันธ์ อัคริมาธนาฉัตร และแป้ง-ปุณลัคน์ แตงงาม ทั้งสี่เป็นหุ้นส่วนร้าน Baker Gonna Bake ร้านขนม และเค้กอร่อยที่ย้ายจาก K village มาเปิดที่กลางซอยนี้ โดยทุกคนอยากจะเปิดคาเฟ่กาแฟดริปแยกออกมาตรงชั้นบนสุดของร้าน เลยร่วมกันเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ ขึ้น คาเฟ่ขนาดไม่ใหญ่มาก ตั้งดริปบาร์รูปทรงโค้งสะดุดตาอยู่กลางห้อง มีบันไดวนขึ้นไปสู่ชั้นลอย ด้วยความที่ห้องนี้เป็นชั้นบนสุดของตึก จึงมีเพดานที่สูงโปร่ง ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกสูงจรดเพดาน รับแสงจากด้านนอกได้อย่างเต็มที่ อีกด้านหนึ่งเป็นบาร์ที่ทั้งสี่คนใช้ทำเมนูซิกเนเจอร์โดยเฉพาะ ซึ่งต้องบอกว่านอกจากห้องสวยๆ และวิวดีๆ จากด้านนอกจะเป็นความพิเศษของที่นี่แล้ว เมนูซิกเนเจอร์ก็พิเศษไม่แพ้กันเลย ครั้งแรกที่เราได้ยินชื่อเมนู เราอยากจะเห็นหน้าตาของเมนูนั้นทันที ช่อกินรี ตุ้บตั้บ มงกุฎสุมาลา และเสน่ห์วันทอง คือชื่อของเมนูที่อยากแนะนำ ช่อกินรีคือชื่อดอกไม้สีแดงสด เมนูนี้คือ กาแฟ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-34/">ชั้น ๔</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วิวจากห้องใต้หลังคามองไปเห็นความเขียวของต้นไม้ใหญ่ในซอยสุขุมวิท<br />
26 มีวิวตึกสูงในกรุงเทพฯ เป็นฉากหลังที่ไกลออกไป คือบรรยากาศของคาเฟ่ซึ่งใช้ชื่อเดียวกับสถานที่ตั้ง<br />
อย่าง ชั้น ๔ ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ถูกตกแต่งโดย <strong>อิฐ-วรวุฒิ จู่วัฒนาพงศ์</strong><br />
หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน ที่ร่วมกับเพื่อนอีก 3 คนคือ <strong>ยู-นภสร<br />
สุจิตธรรมวงศ์จักร, จักร-วริศพันธ์<br />
อัคริมาธนาฉัตร</strong> และ<strong>แป้ง-</strong><strong>ปุณลัคน์ แตงงาม </strong>ทั้งสี่เป็นหุ้นส่วนร้าน Baker Gonna Bake ร้านขนม และเค้กอร่อยที่ย้ายจาก K village มาเปิดที่กลางซอยนี้ โดยทุกคนอยากจะเปิดคาเฟ่กาแฟดริปแยกออกมาตรงชั้นบนสุดของร้าน<br />
เลยร่วมกันเปิดเป็นคาเฟ่เล็กๆ ขึ้น</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7079.jpg"></p>
<p>คาเฟ่ขนาดไม่ใหญ่มาก<br />
ตั้งดริปบาร์รูปทรงโค้งสะดุดตาอยู่กลางห้อง มีบันไดวนขึ้นไปสู่ชั้นลอย<br />
ด้วยความที่ห้องนี้เป็นชั้นบนสุดของตึก จึงมีเพดานที่สูงโปร่ง<br />
ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกสูงจรดเพดาน รับแสงจากด้านนอกได้อย่างเต็มที่<br />
อีกด้านหนึ่งเป็นบาร์ที่ทั้งสี่คนใช้ทำเมนูซิกเนเจอร์โดยเฉพาะ<br />
ซึ่งต้องบอกว่านอกจากห้องสวยๆ และวิวดีๆ จากด้านนอกจะเป็นความพิเศษของที่นี่แล้ว<br />
เมนูซิกเนเจอร์ก็พิเศษไม่แพ้กันเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7614.jpg"></p>
<p>ครั้งแรกที่เราได้ยินชื่อเมนู<br />
เราอยากจะเห็นหน้าตาของเมนูนั้นทันที<br />
ช่อกินรี ตุ้บตั้บ มงกุฎสุมาลา และเสน่ห์วันทอง คือชื่อของเมนูที่อยากแนะนำ</p>
<p>ช่อกินรีคือชื่อดอกไม้สีแดงสด<br />
เมนูนี้คือ กาแฟ homebrew<br />
ที่อิฐใช้เรียกวิธีการต้มกาแฟแบบดั้งเดิมของตัวเอง<br />
ที่ใช้การต้มกาแฟทั้งกากในหม้อ<br />
แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำกาแฟมาใช้ผสมกับกระเจี๊ยบและจิงเจอร์เอล เป็นเมนูกาแฟที่ได้รสเปรี้ยวและสดชื่นของน้ำกระเจี๊ยบและกลิ่นขิงอ่อนๆ<br />
ที่เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อกับกาแฟ homebrew ตกแต่งด้วยขิงและดอกกระเจี๊ยบหน้าตาเหมือนดอกไม้สีแดงที่มาของแรงบันดาลใจในชื่อเมนู</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6948.jpg"></p>
<p>ส่วน ตุ๊บตั๊บ คือเมนูกาแฟนมที่ใส่ส่วนผสมน้ำตาลมะพร้าวอบควันเทียนและซอสช็อกโกแลต พีนัทบัตเตอร์ โรยหน้าด้วยขนมตุ้บตั้บโบราป่นเจ้าดังย่านตลาดน้อยเพิ่มความกรุบกรอบ ได้กลิ่นหอมนวลๆ<br />
ของน้ำตาลมะพร้าว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6969.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7596.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7034.jpg"></p>
<p>มงกุฎสุมาลา คือเมนูชาที่มีส่วนผสมของมะลิ ว่านหางจระเข้ และส้ม blood orange ตกแต่งด้วยเม็ดทับทิม<br />
เป็นเมนูชาที่ให้ความสดชื่นไม่แพ้กาแฟสองเมนูแรกเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7051.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_7067.jpg"></p>
<p>เมนูสุดท้ายเป็น<br />
เสน่ห์วันทอง ม็อกเทลสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของมะขามหวาน<br />
และไซรัปสูตรพิเศษที่ผสมพริกลงไปด้วย ตกแต่งด้วยเกลือรอบปากแก้ว และพริกสีแดงสด<br />
ไม่ต้องตกใจว่าเครื่องดื่มที่มีพริกจะเป็นอย่างไร<br />
เพราะรสชาติที่ได้เหมือนกำลังกินมะขามคลุก เปรี้ยว หวาน เผ็ดครบ เป็นคาแรกเตอร์ที่ได้แรงบันดาลใจจากนางในวรรณคดีเจ้าของชื่อเมนู</p>
<p>อิฐเล่าว่าอยากนำเสนอความเป็นไทยในเมนูให้รู้สึกได้ตั้งแต่ชื่อ<br />
และพยายามเลือกใช้วัตถุดิบพื้นบ้านที่คุ้นเคยมานำเสนอ และสร้างคาแรกเตอร์ให้กับแต่ละเมนูรวมถึงรสชาติด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_76962.jpg"></p>
<p>ทุกเมนูในร้านอาจจะใช้เวลาตกแต่งอย่างบรรจง<br />
ด้วยความพิถีพิถันทุกแก้ว ระหว่างรอก็นั่งชมวิวเพลินๆ ดูการปรุงเมนูไปเรื่อยๆ<br />
แบบสบายใจไปพลางๆ ส่วนเมนูอื่นๆ ในร้านก็จะมี pannacotta ที่เลือกหน้าต่างๆ<br />
ได้ทั้งกาแฟ ชาโฮจิฉะ มัทฉะ หรือหากใครอยากกินเค้กกับกาแฟก็สามารถสั่งเค้กจาก Baker Gonna Bake ขึ้นมากินได้ด้วยนะ</p>
<h3>ชั้น ๔</h3>
<p>เวลาเปิด-ปิด : 10.00 &#8211; 18.00 หยุดทุกวันพุธ<br /><strong style="background-color: initial">Facebook l </strong><a href="https://www.facebook.com/4thfloordripbar/"><strong></strong>ชั้น ๔</a></p>
<p><strong>Map: </strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial;text-align: center"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-34/">ชั้น ๔</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cafe-34/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Millie Brasserie</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cafe-33/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cafe-33/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Mar 2017 02:29:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café hunter]]></category>
		<category><![CDATA[caféhopping]]></category>
		<category><![CDATA[cafehoppingBKK]]></category>
		<category><![CDATA[Millie Brasserie]]></category>
		<category><![CDATA[a little something]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cafe-33/</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านหลังสีขาวยุค 70s ตกแต่งแบบสวนอังกฤษ เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด รวมถึงเรือนกระจกสีขาว ทั้งหมดนี้ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยพหลโยธิน 12 เป็นทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ที่โดดเด่นที่เมนูขนมหวานฝีมือของ พลอย-ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ ที่เป็นทั้งครูสอนทำขนมที่ a little something สถาบันสอนทำอาหารสำหรับเด็กเล็ก พิธีกรรายการทำอาหาร รวมถึงเชฟที่ทำขนมแบบ made to order ภายในบ้านหลังใหญ่สีขาวถูกแบ่งสัดส่วนให้เป็นครัวทำขนมของพลอย มีเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาดใหญ่ที่พลอยใช้สำหรับตกแต่งจานเมนูขนมด้วยตัวเองทุกจาน นอกจากขนมที่อร่อยแล้ว พลอยให้ความสำคัญกับหน้าตาของเมนูมากเป็นพิเศษ เพราะความชอบในการออกแบบรูปร่างหน้าตาของแต่ละเมนูที่เป็นเหมือนลายเซ็นของตัวเองไปแล้ว เมนูของหวานที่อยากแนะนำเมนูแรกคือ walnut carrot cake with creamcheese Frosting เค้กแครอทเนื้อแน่น ทานคู่กับครีมชีสรสเค็มเปรี้ยวได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของผิวมะนาวที่พลอยผสมกับไปกับเนื้อครีมด้วย ตกแต่งด้วยวอลนัทด้านบน พลอยบอกว่าแครอทเค้กเป็นเมนูที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบสั่งเป็น made to order ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ได้ทำร้าน เมนูถัดไปคือ Chocolate Chip Cookie with Vanilla Ice-Cream พลอยเล่าที่มาของเมนูนี้ เริ่มที่คิดว่าจะเสิร์ฟคุ้กกี้ที่ตัวเองชอบให้เป็นเมนูในร้านได้อย่างไร เลยนำเมนูคุ้กกี้อุ่นๆ วางด้วยไอศครีมวานิลลา ตกแต่งด้วยสตอรว์เบอร์รี่รอบๆ ไอศครีมเพื่อให้รสของสตอรเบอรี่ตัดรสหวานเลี่ยนของคุ้กกี้และไอศครีม ราดด้วยซอสชอคโกแลต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-33/">Millie Brasserie</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บ้านหลังสีขาวยุค<br />
70s ตกแต่งแบบสวนอังกฤษ เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด<br />
รวมถึงเรือนกระจกสีขาว ทั้งหมดนี้ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยพหลโยธิน 12 เป็นทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ที่โดดเด่นที่เมนูขนมหวานฝีมือของ<strong> พลอย-</strong><strong>ฐาติกานต์ ตัณฑจินนะ</strong> ที่เป็นทั้งครูสอนทำขนมที่<br />
a little something สถาบันสอนทำอาหารสำหรับเด็กเล็ก พิธีกรรายการทำอาหาร<br />
รวมถึงเชฟที่ทำขนมแบบ made to order</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/4F1D1CBB-F04B-48CC-8906-A4A1EBCEBB20.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6651DF69-25D4-4159-9214-B5345B6CE0A7.jpg"></p>
<p>ภายในบ้านหลังใหญ่สีขาวถูกแบ่งสัดส่วนให้เป็นครัวทำขนมของพลอย<br />
มีเคาน์เตอร์หินอ่อนขนาดใหญ่ที่พลอยใช้สำหรับตกแต่งจานเมนูขนมด้วยตัวเองทุกจาน<br />
นอกจากขนมที่อร่อยแล้ว พลอยให้ความสำคัญกับหน้าตาของเมนูมากเป็นพิเศษ<br />
เพราะความชอบในการออกแบบรูปร่างหน้าตาของแต่ละเมนูที่เป็นเหมือนลายเซ็นของตัวเองไปแล้ว </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/CE832C2F-8484-428C-B28C-6FED0E815975.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/7251B673-C02D-4721-93C1-DDEBBB930C02.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/F361BE1B-36A3-4B75-96A5-ECFCC8802E41.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/803088E7-B4AB-49A1-9C9A-E26B30BBA42D.jpg"></p>
<p>เมนูของหวานที่อยากแนะนำเมนูแรกคือ<br />
walnut carrot cake<br />
with creamcheese Frosting เค้กแครอทเนื้อแน่น<br />
ทานคู่กับครีมชีสรสเค็มเปรี้ยวได้กลิ่นหอมอ่อนๆ<br />
ของผิวมะนาวที่พลอยผสมกับไปกับเนื้อครีมด้วย ตกแต่งด้วยวอลนัทด้านบน พลอยบอกว่าแครอทเค้กเป็นเมนูที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบสั่งเป็น<br />
made to order ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ได้ทำร้าน </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/E280F1B6-8E0C-46AB-A09A-33545B7094F1.jpg"></p>
<p>เมนูถัดไปคือ Chocolate Chip Cookie with Vanilla Ice-Cream พลอยเล่าที่มาของเมนูนี้<br />
เริ่มที่คิดว่าจะเสิร์ฟคุ้กกี้ที่ตัวเองชอบให้เป็นเมนูในร้านได้อย่างไร<br />
 เลยนำเมนูคุ้กกี้อุ่นๆ วางด้วยไอศครีมวานิลลา ตกแต่งด้วยสตอรว์เบอร์รี่รอบๆ<br />
ไอศครีมเพื่อให้รสของสตอรเบอรี่ตัดรสหวานเลี่ยนของคุ้กกี้และไอศครีม ราดด้วยซอสชอคโกแลต<br />
ตกแต่งด้วยดอกกุหลาบแห้งและใบมินต์ไว้ด้านบน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/8119ED2F-7140-4B10-B03B-2C649331E2101.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/BB2B8E05-B881-46C0-8730-F4BC42F28675.jpg"></p>
<p>เมนูสุดท้ายคือ<br />
Panna cotta with<br />
strawberry sauce and fresh fruit พานนาคอตต้าเนื้อเนียนที่พลอยมีสูตรลับพิเศษสำหรับเนื้อครีมโดยเฉพาะ<br />
ราดด้วยซอสสตอเบอรีที่พลอยตั้งใจทำขึ้นเองโดยผ่านการทดลองให้ได้ความข้นของซอสที่พอเหมาะที่สุด<br />
ตกแต่งจานด้วยผลไม้สดอย่างสตรอว์เบอร์รี่ เยลลี่ลิ้นจี่<br />
และดอกไม้ซึ่งพลอยบอกว่าดอกไม้ในทุกเมนูทานได้มั้งหมด<br />
เพราะเก็บจากสวนที่ปลูกในร้านแบบไร้สารพิษ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/8DC53B83-A0A2-4289-92BB-D7CA0AF13284.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2F7A3034-D2FE-41BA-8B9D-A21BFCF2F1E5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/C8E5A76E-744E-42ED-9A75-77D469EFC3551.jpg"></p>
<p>ก่อนหน้านี้เราเคยได้มีโอกาสได้ชิมขนมที่พลอยเอามาให้ลองชิมอยู่บ่อยๆ<br />
และทุกครั้งขนมที่พลอยนำมาให้ชิมแทบจะไม่เคยซ้ำกัน เพราะพลอยชอบคิดเมนูและสูตรใหม่ๆ<br />
ขึ้นมาเสมอ และก็ยังนำเอามาใช้เมื่อพลอยเปิดร้านของตัวเองอีกด้วย พลอยตั้งใจจะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ<br />
สัปดาห์ เมนูใหม่จะคิดขึ้นจากความหลากหลายของตัวขนมเพื่อให้ทุกคนมาลองชิมเมนูใหม่ๆ<br />
ได้อยู่เรื่อยๆ </p>
<p>ส่วนเมนูกาแฟในช่วงแรกยังเป็นเมนูแบบคลาสสิคเอสเพรสโซ่<br />
อย่างเอสเพรสโซ่ ลาเต้ อเมริกาโน สำหรับทานคู่กับขนม และต่อจากนี้จะเริ่มเสิร์ฟเมนู<br />
signature แล้ว </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/B62F3AD7-9EC0-4449-BCCA-52A779E14B98.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/47B2A120-09FD-477D-840D-0DF19BBF04F8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/93DD8263-A6CA-4EB9-9A6E-0F93ED02947B.jpg"></p>
<p>นอกจากคาเฟ่<br />
ร้าน Millie Brassarie ยังมีส่วนของร้านอาหารด้วย<br />
เมนูที่เสิร์ฟจะเป็นทั้งอาหารไทยรสจัดจ้าน<br />
โดยเฉพาะเมนูอาหารใต้ซึ่งเป็นเมนูจากสูตรทางบ้านของพลอยเอง<br />
และเมนูอาหารยุโรปซึ่งดูดีไม่แพ้กัน ที่สำคัญยังมีเมนูสำหรับเด็กๆ<br />
อีกด้วยเนื่องจากพลอยสอนโรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็ก เลยมีประสบการณ์ทั้งเรื่องอาหารและเด็ก<br />
พลอยเข้าใจว่าเด็กๆ ชอบทานอาหารแบบไหน และอยากให้เวลาครอบครัวพาเด็กๆ<br />
ไปทานอาหารนอกบ้านจะได้ไม่ต้องสั่งแค่ต้มจืดให้เด็กทานเท่านั้น เลยคิดครีเอทเมนูอาหารสำหรับเด็กโดยเฉพาะเพื่อให้ร้านเป็นร้านสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/E6374FB0-B08F-4335-A2B9-CDCC536A7CDA.jpg"></p>
<h3>Millie Brassarie </h3>
<p><strong>เวลาเปิด-ปิด:</strong> 11.30-22.00 น. (ปิดวันจันทร์)<br /><strong></strong><strong>Map:</strong></p>
<p style="text-align: center"><strong></strong><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial;text-align: center"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-33/">Millie Brasserie</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cafe-33/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>wad omotenashi cafe</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cafe-32/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cafe-32/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 04 Mar 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café hunter]]></category>
		<category><![CDATA[มัทชะ]]></category>
		<category><![CDATA[เซรามิก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<category><![CDATA[Osaka]]></category>
		<category><![CDATA[Wad omotenashi cafe]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cafe-32/</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอซาก้าอาจจะไม่ได้เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเท่าเกียวโต แต่เมืองใหญ่แสนวุ่นวายในแถบคันไซนี้ยังมีร้านชาดีๆ เป็นมุมสงบเล็กๆ พอให้เราได้พักผ่อนจิตใจอยู่บ้าง wad คือคาเฟ่ที่ซ่อนตัวตั้งแต่แรกเห็น ไม่ได้เปิดหน้าร้านโชว์ความสวยงาม ความฮิปด้านในเหมือนหลายๆ คาเฟ่ในเมือง แต่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของตึก (แถมโลเคชันใน Google Maps ก็ยังพาหลงเพิ่มความลึกลับขึ้นไปอีก) เมื่อเข้าไปข้างใน บรรยากาศดูสงบ สุขุม เราสังเกตเห็นอุปกรณ์ชงชาตามแบบพิธีการชงชาดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีชั้นวางแก้วชาเซรามิกขึ้นรูปด้วยมือถูกจัดวางไว้หลังเคาน์เตอร์ชงชาอย่างเป็นระเบียบ ความสงบในร้านทำให้เราต้องสำรวมกับสถานที่ตั้งแต่แรก เมื่อพนักงานเดินมาเชิญให้เราเลือกที่นั่งอย่างเป็นมิตร บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น เราสัมผัสความงามแบบเซนราวกับนั่งอยู่ในห้องชงชาที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น ตัดทอนความเข้มงวดบางอย่างในพิธีการออกไป แต่ยังคงสุนทรียภาพบางอย่างเอาไว้ คาเฟ่ตกแต่งด้วยโต๊ะเก้าอี้ที่เป็นวัสดุธรรมชาติทั้งหมด ส่วนใหญ่ทำจากไม้ แต่ละชิ้นมีความแตกต่างกัน มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่นเดียวกับถ้วยชาแต่ละใบที่ถูกจัดวางไว้ ก็ไม่ได้ใช้เแค่ตั้งโชว์เพื่อความสวยงามเท่านั้น ทุกใบถูกนำมาใช้เป็นภาชนะเสิร์ฟในร้านด้วยจริงๆ เมื่อเราสั่งเมนูมัทฉะ พนักงานจะให้เราเลือกถ้วยเซรามิก 1 ใบ และจะเล่าให้เราฟังว่าศิลปินที่ปั้นถ้วยชาใบนี้คือใคร มาจากเมืองไหน ทำให้รู้ว่าถ้วยชาแต่ละใบล้วนมีที่มาจากศิลปินเซรามิกเมืองต่างๆ หลังจากนั้นพนักงานจะเริ่มชงชาตามกระบวนการ พร้อมนำมาเสิร์ฟคู่กับอามะนัตโตะหรือถั่วหวานเคลือบน้ำตาล กินกับมัทฉะรสขมเข้มข้น เราเห็นพนักงานชงชาตัดแต่งก้านใบไม้เล็กๆ ตกแต่งประดับมาให้ในจานด้วย รู้สึกดีกับความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ของทุกๆ อย่าง อีกเมนูที่เราลองสั่งคือ Zenzai ถั่วแดงต้มใส่แป้งโมจิย่างเสิร์ฟมาในชามเซรามิกสวยงามไม่แพ้กับที่ใช้เสิร์ฟมัทฉะเลย ในเซ็ต Zenzai จะมีแป้งกรอบๆ กับสาหร่ายใส่มาในถ้วยใบจิ๋วไว้โรยหน้าขนมด้วย ในร้านยังมีเมนูอื่นๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-32/">wad omotenashi cafe</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	โอซาก้าอาจจะไม่ได้เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเท่าเกียวโต แต่เมืองใหญ่แสนวุ่นวายในแถบคันไซนี้ยังมีร้านชาดีๆ เป็นมุมสงบเล็กๆ พอให้เราได้พักผ่อนจิตใจอยู่บ้าง</p>
<p>
	wad คือคาเฟ่ที่ซ่อนตัวตั้งแต่แรกเห็น ไม่ได้เปิดหน้าร้านโชว์ความสวยงาม ความฮิปด้านในเหมือนหลายๆ คาเฟ่ในเมือง แต่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของตึก (แถมโลเคชันใน Google Maps ก็ยังพาหลงเพิ่มความลึกลับขึ้นไปอีก) เมื่อเข้าไปข้างใน บรรยากาศดูสงบ สุขุม เราสังเกตเห็นอุปกรณ์ชงชาตามแบบพิธีการชงชาดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีชั้นวางแก้วชาเซรามิกขึ้นรูปด้วยมือถูกจัดวางไว้หลังเคาน์เตอร์ชงชาอย่างเป็นระเบียบ ความสงบในร้านทำให้เราต้องสำรวมกับสถานที่ตั้งแต่แรก เมื่อพนักงานเดินมาเชิญให้เราเลือกที่นั่งอย่างเป็นมิตร บรรยากาศก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น เราสัมผัสความงามแบบเซนราวกับนั่งอยู่ในห้องชงชาที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น ตัดทอนความเข้มงวดบางอย่างในพิธีการออกไป แต่ยังคงสุนทรียภาพบางอย่างเอาไว้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0D1D8A6E-3B20-4CFF-ABB7-10D8ED885B5F.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2017CCAE-503C-4C1A-8369-1410974B446C.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/93BFC4B4-B4CE-40D7-B4BE-EA971F2D3ED8.jpg"></p>
<p>
	คาเฟ่ตกแต่งด้วยโต๊ะเก้าอี้ที่เป็นวัสดุธรรมชาติทั้งหมด ส่วนใหญ่ทำจากไม้ แต่ละชิ้นมีความแตกต่างกัน มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่นเดียวกับถ้วยชาแต่ละใบที่ถูกจัดวางไว้ ก็ไม่ได้ใช้เแค่ตั้งโชว์เพื่อความสวยงามเท่านั้น ทุกใบถูกนำมาใช้เป็นภาชนะเสิร์ฟในร้านด้วยจริงๆ</p>
<p>
	เมื่อเราสั่งเมนูมัทฉะ พนักงานจะให้เราเลือกถ้วยเซรามิก 1 ใบ และจะเล่าให้เราฟังว่าศิลปินที่ปั้นถ้วยชาใบนี้คือใคร มาจากเมืองไหน ทำให้รู้ว่าถ้วยชาแต่ละใบล้วนมีที่มาจากศิลปินเซรามิกเมืองต่างๆ หลังจากนั้นพนักงานจะเริ่มชงชาตามกระบวนการ พร้อมนำมาเสิร์ฟคู่กับอามะนัตโตะหรือถั่วหวานเคลือบน้ำตาล กินกับมัทฉะรสขมเข้มข้น เราเห็นพนักงานชงชาตัดแต่งก้านใบไม้เล็กๆ ตกแต่งประดับมาให้ในจานด้วย รู้สึกดีกับความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ของทุกๆ อย่าง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/EA746CF3-EC1F-4B66-975F-EE6C6571D2EB.jpg"></p>
<p>อีกเมนูที่เราลองสั่งคือ Zenzai ถั่วแดงต้มใส่แป้งโมจิย่างเสิร์ฟมาในชามเซรามิกสวยงามไม่แพ้กับที่ใช้เสิร์ฟมัทฉะเลย ในเซ็ต Zenzai จะมีแป้งกรอบๆ กับสาหร่ายใส่มาในถ้วยใบจิ๋วไว้โรยหน้าขนมด้วย ในร้านยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจอีก โดยเฉพาะเมนูชาชนิดต่างๆ ที่มีให้เลือกหลายเกรด มีเมนูมัทฉะที่เสิร์ฟเป็นลาเต้ร้อนและเย็นด้วยนะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/C5850F59-8FBA-43D7-B61B-21D5076E9792.jpg"></p>
<p>
	ใครติดใจความหอมและคุณภาพของชาในร้านก็สามารถเลือกซื้อชาแบบใบกลับไปชงทานที่บ้านได้ พนักงานจะแนะนำวิธีชงที่เหมาะสมกับชาแต่ละชนิดให้ด้วย</p>
<p>
	นอกจากคาเฟ่ที่อยู่ชั้น 2 บนชั้น 3 ยังมีพื้นที่ไว้จัดกิจกรรม อย่างที่ผ่านมา พื้นที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นป๊อบอัพคาเฟ่ชื่อ tool for coffee ที่ให้ร้านกาแฟชื่อดังหลายๆ ร้านในโอซาก้ามาหมุนเวียนสลับกันชงทุกวัน และยังใช้จัดนิทรรศการแสดงงานเซรามิกของศิลปินหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ อีกด้วย</p>
<p>
	ใครชอบดื่มชา ชอบงานเซรามิก หากมีโอกาสได้ไปโอซาก้าไม่ควรพลาดร้านนี้นะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6411AF73-1835-45FF-ACED-E7B6CD21CCA9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/A2E3C635-7FB1-487C-AC48-470171EC18A7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/D402CE50-0973-414B-A1D9-8765F6A74B1F.jpg" style="text-align: center"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/CC7BC0B3-C476-4F8E-8D4F-28D7BB3FFC10.jpg"></p>
<h3>Wad omotenashi cafe</h3>
<p><strong style="background-color: initial">เปิด-ปิด:</strong> ทุกวัน 13.00 &#8211; 20.00 น.<br /><b style="background-color: initial">Website:</b> <a href="http://wad-cafe.com/">wad-cafe.com<br /></a><strong style="background-color: initial">Instagram:</strong> <a href="https://www.instagram.com/wadcafe/">@wadcafe</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-32/">wad omotenashi cafe</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cafe-32/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TNF 100 Northface Thailand 2017</title>
		<link>https://adaymagazine.com/run-39/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/run-39/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2017 06:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[million ways to run]]></category>
		<category><![CDATA[TNF 100 Northface Thailand 2017]]></category>
		<category><![CDATA[north face]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เขาใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[วิ่งเทรล.run]]></category>
		<category><![CDATA[trail]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/run-39/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทาง: เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมาประเทศ: ไทยระยะทาง: 15 &#8211; 100 เมตร นักวิ่งคนไหนที่วิ่งทางราบจนรู้สึกชีวิตราบเรียบแล้วอยากลองวิ่งทางขรุขระให้ชีวิตรู้สึกท้าทายขึ้น อยากให้ลองมาวิ่งเทรลดูสักครั้ง ทางที่มีทั้งทางราบเรียบ ขึ้นเขา ลงห้วย ดินแดง โคลน ฝน แดด ฝุ่น ให้เจอครบทุกรส เป็นอีกมิติหนึ่งของการวิ่งที่นักวิ่งต้องลองสัมผัสสักครั้ง นักวิ่งหลายคนที่ผ่านการวิ่งเทรลไปแล้วถ้าไม่เกลียดมากก็รักไปเลย งานวิ่งเทรลในไทยมีอยู่หลายสนาม สภาพภูมิศาสตร์และอากาศแตกต่างกันไป งาน TNF 100 Northface Thailand ที่จัดขึ้นที่เขาใหญ่ทุกปีเป็นอีกงานหนึ่งที่อยากชวนให้นักวิ่งเทรลทั้งหน้าใหม่และเก๋าประสบการณ์มาลองท้าทายตัวเองดู ระยะสั้นที่สุดคือ 15 กิโลเมตร ขยับไปอีกคือ 25, 50, 75 จนถึง ระยะสูงสุดคือ 100 กิโลเมตร เส้นทางที่เราอยากแนะนำสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่คือ 15 กิโลเมตร เป็นระยะที่ท้าทายมาก เพราะถ้าหากคุณวิ่งได้ระยะ 10 กิโลเมตรในทางเรียบแล้ว ระยะ 15 กิโลเมตรในทางเทรลเป็นเป้าหมายถัดไปที่จะเปลี่ยนบรรยากาศให้การวิ่งก่อนที่คุณจะขยับไปสู่ฮาล์ฟมาราธอน เสน่ห์ของการวิ่งเทรลคือ คุณจะเดาไม่ออกว่าจะเจออะไรข้างหน้าบ้าง ตั้งแต่เส้นทางจนถึงสภาพอากาศ วันก่อนแข่งฟ้าครึ้มฝนพรำ แต่วันแข่งจริงกลับมีแดดแรงมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-39/">TNF 100 Northface Thailand 2017</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เส้นทาง:</strong> เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา<br /><strong>ประเทศ: </strong>ไทย<br /><strong>ระยะทาง:</strong> 15 &#8211; 100 เมตร</p>
<p>นักวิ่งคนไหนที่วิ่งทางราบจนรู้สึกชีวิตราบเรียบแล้วอยากลองวิ่งทางขรุขระให้ชีวิตรู้สึกท้าทายขึ้น อยากให้ลองมาวิ่งเทรลดูสักครั้ง<br />
ทางที่มีทั้งทางราบเรียบ ขึ้นเขา ลงห้วย ดินแดง โคลน ฝน แดด ฝุ่น ให้เจอครบทุกรส<br />
เป็นอีกมิติหนึ่งของการวิ่งที่นักวิ่งต้องลองสัมผัสสักครั้ง<br />
นักวิ่งหลายคนที่ผ่านการวิ่งเทรลไปแล้วถ้าไม่เกลียดมากก็รักไปเลย</p>
<p>งานวิ่งเทรลในไทยมีอยู่หลายสนาม<br />
สภาพภูมิศาสตร์และอากาศแตกต่างกันไป งาน TNF 100 Northface Thailand ที่จัดขึ้นที่เขาใหญ่ทุกปีเป็นอีกงานหนึ่งที่อยากชวนให้นักวิ่งเทรลทั้งหน้าใหม่และเก๋าประสบการณ์มาลองท้าทายตัวเองดู<br />
ระยะสั้นที่สุดคือ 15 กิโลเมตร ขยับไปอีกคือ 25, 50, 75 จนถึง ระยะสูงสุดคือ 100 กิโลเมตร </p>
<p>เส้นทางที่เราอยากแนะนำสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่คือ<br />
15 กิโลเมตร เป็นระยะที่ท้าทายมาก เพราะถ้าหากคุณวิ่งได้ระยะ 10<br />
กิโลเมตรในทางเรียบแล้ว ระยะ 15 กิโลเมตรในทางเทรลเป็นเป้าหมายถัดไปที่จะเปลี่ยนบรรยากาศให้การวิ่งก่อนที่คุณจะขยับไปสู่ฮาล์ฟมาราธอน</p>
<p>เสน่ห์ของการวิ่งเทรลคือ คุณจะเดาไม่ออกว่าจะเจออะไรข้างหน้าบ้าง ตั้งแต่เส้นทางจนถึงสภาพอากาศ<br />
วันก่อนแข่งฟ้าครึ้มฝนพรำ แต่วันแข่งจริงกลับมีแดดแรงมาก ระยะอื่นเริ่มปล่อยตัวไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง<br />
แต่ก็มีข้อบังคับให้ติดไฟส่องสว่างไปด้วย ส่วนระยะสั้นๆ<br />
ไม่มีไฟเลยต้องปล่อยตัวเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ตอนแรกๆ ก็รับแสงเช้าดีอยู่<br />
แต่ผ่านไปสักพักเริ่มกลายเป็นแดดร้อน<br />
มหาชนนักวิ่งก็เริ่มกระจายตัวออกไม่แน่นขนัดเหมือนตอนปล่อยตัว เส้นทาง 5 กิโลเมตรแรก<br />
จากที่เป็นถนนหมู่บ้าน เริ่มเลี้ยวเข้าสู่ทางลูกรัง และขึ้นเนิน<br />
เป็นการทดสอบพลังขา ลัดไร่ข้าวโพดโล่งๆ<br />
แต่ผ่านไปสักพักเริ่มเข้าสู่ส่วนที่เป็นเนินเขาสูง จากที่ใช้การวิ่งมาเรื่อยๆ<br />
บางคนเริ่มสลับเป็นเดินแทน </p>
<p>เมื่อทางเริ่มแคบและความเร็วลดลงจึงเริ่มเห็นเป็นขบวนนักวิ่งต่อแถวกันเดินขึ้นเนิน<br />
แต่ข้อดีก็คือได้พักเหนื่อยไปในตัว แถมได้มีร่มเงาต้นไม้ให้พักร้อนจากแดดบ้าง<br />
แต่บางคนฟิตจัดจะไม่หยุดเดินวิ่งขึ้นเขาก็ไม่ว่ากัน</p>
<p>อากาศร้อนแต่งานนี้มีจุดให้น้ำอยู่บ่อยๆ<br />
และมีเกลือแร่ให้ด้วย บางจุดก็มีฟองน้ำคอยแจกให้นักวิ่งเพื่อคลายร้อนกัน </p>
<p>ความท้าทายที่แท้จริงของการวิ่งเทรลไม่ได้อยู่ที่การขึ้นเขา<br />
แต่อยู่ที่การลงเขาต่างหาก ทุกก้าวต้องมีสติ<br />
สายตาต้องคอยมองที่วางเท้าสำหรับทก้าวต่อไป<br />
ก้าวพลาดอาจจะได้ลงมาเร็วกว่าเดิมด้วยการกลิ้งลงมา<br />
แต่เราชอบที่จะทำความเร็วตอนลงเขา การวิ่งลงมาโดยไม่พลาดล้มเป็นความฟินอย่างหนึ่ง </p>
<p>ผ่านไปจนใกล้จะครบ 15 กิโลเมตร<br />
เส้นทางเริ่มกลับมาเป็นถนนในหมู่บ้าน แม้อีกไม่ไกลจะถึงเส้นชัย<br />
แต่ความร้อนก็ทำให้ความเร็วตกลงไปมาก<br />
แต่ไม่นานก็วิ่งเข้าสู่เส้นชัยได้อย่างปลอดภัย ถึงระยะทางจะแค่ 15 กิโลเมตร<br />
แต่ใช้พลังจริงๆ ก็เกือบๆ จะเท่ากับวิ่งฮาล์ฟมาราธอนอยู่แล้ว<br />
ดังนั้นใครที่ผ่านงานนี้ไปได้ มั่นใจได้เลยว่าวิ่งฮาล์ฟมาราธอนได้อย่างแน่นอน<br />
หรือปีถัดไปเกิดติดใจในการวิ่งเทรล จะขยับไปวิ่งระยะ 25 กิโลเมตรเลยก็ได้นะ</p>
<p>ติดตามข้อมูลงานวิ่งเทรลนี้ได้ที่ <a href="http://www.thenorthfacethailand.com/TNF100/en/home.php">www.nortfacethailand.com</a></p>
<p><strong>note: </strong>อากาศและเส้นทางที่คาดเดาไม่ได้ ควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยเฉพาะอุปกรณ์เช่นรองเท้าวิ่ง<br />
บางปีฝนตกถ้าไม่ใช่รองเท้าสำหรับวิ่งเทรลโดยเฉพาะอาจจะต้องทิ้งคู่นั้นไปเลย<br />
และเส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นหินแข็ง<br />
พื้นรองเท้าควรแข็งแกร่งพอที่จะไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บระหว่างการวิ่ง</p>
<p><strong>map</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/16779766_1474342359266412_217411560_n.jpg"></p>
<p><strong>gallery</strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/000.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0018.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0027.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0034.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0045.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0056.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0064.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0075.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0086.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0094.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0104.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากเล่าเรื่องเส้นทางน่าวิ่งบ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/run-39/">TNF 100 Northface Thailand 2017</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/run-39/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Okinawa Road Trip : เส้นทางสุขนิยมรอบเกาะโอกินาวา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/iwasthere-90/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/iwasthere-90/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Feb 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[i was there]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[okinawa]]></category>
		<category><![CDATA[โอกินาวา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/iwasthere-90/</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอกินาวาเป็นชื่อเมืองที่มักจะเจอในการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆ หากใครคิดจะต้องการไปพักร้อน ในใจก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมจุดหมายถึงจะต้องเป็นโอกินาวา เปิดดูจากกูเกิลคร่าวๆ จะพบว่านอกจากชายหาดและทะเลที่สวยกว่าที่อื่นๆ ในญี่ปุ่นแล้ว วัดวาอาราม สถาปัตยกรรมต่างๆ ก็ดูเหมือนได้รับวัฒนธรรมจากจีนมาด้วย แถมอาหารการกินก็ดูเป็นของที่หาทานได้เฉพาะถิ่น ที่สำคัญดูดีต่อสุขภาพจนไม่น่าสงสัยว่าทำไมคนที่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่นนี้ถึงได้อายุยืนที่สุด แต่ความคิดที่จะไปโอกินาวาของเราก็ยังคงถูกเก็บเอาไว้ก่อนทุกครั้ง ยังไงเวลาอยากไปญี่ปุ่นก็คงอยากสัมผัสกับเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า หรือเมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่อย่างเกียวโต โอกินาวาก็ถูกเก็บไว้เป็นแผนถัดๆ ไปเสมอ เมื่อถึงวันที่ไกด์บุ๊กตะลุยเกียวโต โตเกียวจนพรุนแล้ว เลยกลับมาปัดฝุ่นเกาะใต้สไตล์จีนอย่างโอกินาวาอีกครั้ง เราไม่เคยนึกออกว่าโอกินาวาใหญ่ขนาดไหน ตอนแรกเราคิดว่ามันเล็กขนาดเราเดินเล่นรอบเกาะได้ด้วยซ้ำ แต่ความเป็นจริง มันใหญ่กว่าที่เราคิด จากเหนือสุดจนใต้สุดของเกาะ ระยะทางร่วมร้อยกิโลเมตร เมื่อเราพล็อตจุดต่างๆ ที่สนใจอยากจะไปในแผนที่ การเดินทางเดียวที่เรานึกออกคือเช่ารถขับ ช่วงที่เราไปยังไม่มีสายการบินไหนที่บินตรงจากไทยไปโอกินาวา เลยบินไปญี่ปุ่นเพื่อนั่งสายการบินภายในไปลงที่เกาะอีกที ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวประมาณ 3 ชั่วโมง (พอๆ กันกับเดินทางจากกรุงเทพตรงไปโอกินาวาเลย) เมื่อถึงสนามบิน เรามองหาบริษัทรถเช่าที่เราจองไว้ล่วงหน้า ป้ายบอกให้เราไปทางด้านหน้าของสนามบิน จะมีเหล่าบริษัทรถเช่าตั้งธงรอเรียงรายเต็มไปหมด แต่เรายังไม่ได้รับรถที่นี่ทันที จะมีรถตู้ของแต่ละบริษัทพาไปรับที่บริษัทตัวเองอีกที่นึง เมื่อได้รถเป็นที่เรียบร้อย ก็พร้อมลุยรอบเกาะแล้ว ที่แรกที่เราตั้งใจจะไปไม่ใช่ปราสาทโอกินาวา แต่กลับเป็นที่ที่เรียกว่า Minatogawa Area ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของทหารอเมริกันมาก่อน ภายหลังถูกปรับเปลี่ยนบ้านแต่ละหลังให้เป็นร้านขายของ คาเฟ่ ร้านเบเกอรี่ จนถึงโรงคั่วกาแฟ แต่ละร้านก็น่ารักๆ ทั้งนั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-90/">Okinawa Road Trip : เส้นทางสุขนิยมรอบเกาะโอกินาวา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โอกินาวาเป็นชื่อเมืองที่มักจะเจอในการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆ หากใครคิดจะต้องการไปพักร้อน ในใจก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมจุดหมายถึงจะต้องเป็นโอกินาวา เปิดดูจากกูเกิลคร่าวๆ จะพบว่านอกจากชายหาดและทะเลที่สวยกว่าที่อื่นๆ ในญี่ปุ่นแล้ว วัดวาอาราม สถาปัตยกรรมต่างๆ ก็ดูเหมือนได้รับวัฒนธรรมจากจีนมาด้วย แถมอาหารการกินก็ดูเป็นของที่หาทานได้เฉพาะถิ่น ที่สำคัญดูดีต่อสุขภาพจนไม่น่าสงสัยว่าทำไมคนที่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่นนี้ถึงได้อายุยืนที่สุด  แต่ความคิดที่จะไปโอกินาวาของเราก็ยังคงถูกเก็บเอาไว้ก่อนทุกครั้ง ยังไงเวลาอยากไปญี่ปุ่นก็คงอยากสัมผัสกับเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า หรือเมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่อย่างเกียวโต โอกินาวาก็ถูกเก็บไว้เป็นแผนถัดๆ ไปเสมอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2199.jpg"></p>
<p>เมื่อถึงวันที่ไกด์บุ๊กตะลุยเกียวโต โตเกียวจนพรุนแล้ว เลยกลับมาปัดฝุ่นเกาะใต้สไตล์จีนอย่างโอกินาวาอีกครั้ง เราไม่เคยนึกออกว่าโอกินาวาใหญ่ขนาดไหน ตอนแรกเราคิดว่ามันเล็กขนาดเราเดินเล่นรอบเกาะได้ด้วยซ้ำ แต่ความเป็นจริง มันใหญ่กว่าที่เราคิด จากเหนือสุดจนใต้สุดของเกาะ ระยะทางร่วมร้อยกิโลเมตร เมื่อเราพล็อตจุดต่างๆ ที่สนใจอยากจะไปในแผนที่ การเดินทางเดียวที่เรานึกออกคือเช่ารถขับ</p>
<p>ช่วงที่เราไปยังไม่มีสายการบินไหนที่บินตรงจากไทยไปโอกินาวา เลยบินไปญี่ปุ่นเพื่อนั่งสายการบินภายในไปลงที่เกาะอีกที ใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวประมาณ 3 ชั่วโมง (พอๆ กันกับเดินทางจากกรุงเทพตรงไปโอกินาวาเลย) </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_21131.jpg"></p>
<p>เมื่อถึงสนามบิน เรามองหาบริษัทรถเช่าที่เราจองไว้ล่วงหน้า ป้ายบอกให้เราไปทางด้านหน้าของสนามบิน จะมีเหล่าบริษัทรถเช่าตั้งธงรอเรียงรายเต็มไปหมด แต่เรายังไม่ได้รับรถที่นี่ทันที จะมีรถตู้ของแต่ละบริษัทพาไปรับที่บริษัทตัวเองอีกที่นึง เมื่อได้รถเป็นที่เรียบร้อย ก็พร้อมลุยรอบเกาะแล้ว</p>
<p>ที่แรกที่เราตั้งใจจะไปไม่ใช่ปราสาทโอกินาวา แต่กลับเป็นที่ที่เรียกว่า Minatogawa Area ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของทหารอเมริกันมาก่อน ภายหลังถูกปรับเปลี่ยนบ้านแต่ละหลังให้เป็นร้านขายของ คาเฟ่ ร้านเบเกอรี่ จนถึงโรงคั่วกาแฟ แต่ละร้านก็น่ารักๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะร้านขนมปังโฮมเมดแสนอบอุ่นชื่อ ippe coppe ที่เราตั้งใจมาที่นี่เพราะร้านนี้โดยเฉพาะ มีขนมปังหลากหลายรสให้เลือก แถมเจ้าของก็เป็นชายหนุ่มท่าทางอบอุ่นยิ่งกว่าบรรยากาศร้านเสียอีก ไม่แปลกใจที่ลูกค้าส่วนใหญ่ในร้านจะเป็นสาวๆ หลังจากเลือกขนมปังแล้ว เจ้าของร้านจะบรรจงใส่ขนมปังลงในถุงกระดาษ ห่ออย่างเรียบร้อยสวยงาม แล้วยื่นให้เราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/787F07A8-CF18-4473-AA11-95FB2BDADCE8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2212.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2213.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2217.jpg"></p>
<p>เราออกมาหากาแฟกินคู่กับขนมปังจากคาเฟ่แถวนั้น มีร้านกาแฟที่น่ารักหลายร้าน แต่เราเลือกร้านหนึ่งที่มีกระท่อมหลังเล็กๆ สีขาวไว้ให้นั่งจิบกาแฟ เมื่อนั่งเล่นอยู่สักพักก็ออกมาเดินดูของกระจุกกระจิกในร้านขายของต่างๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า จานชาม เครื่องประดับแฮนด์เมดน่ารัก เดินดูจนพอใจก็ออกรถต่อไปยังจุดหมายถัดไป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/26EAAA6A-0E1B-4A98-A73F-92A46DE14EF1.jpg"></p>
<p>เราขับมุ่งไปยังทิศเหนือ ออกจากตัวเมือง Naha ที่เปรียบเสมือนเป็นเมืองหลวงของเกาะโอกินาวา จากที่เป็นตึกสูงก็เริ่มเปลี่ยนเป็นที่โล่งๆ และธรรมชาติมากขึ้น ระหว่างทางจาก Naha ไปทางเหนือจะต้องผ่านฐานทัพอเมริกาซึ่งมาตั้งอยู่ที่โอกินาวา สังเกตเห็นว่าป้ายร้านค้าต่างๆ ระหว่างทาง มีความอเมริกันมากกว่าที่จะเป็นญี่ปุ่น และมักจะมีคนอเมริกันสัญจรไปมาให้เห็นมากมายจนบางทีก็รู้สึกว่า ไม่ได้กำลังขับรถอยู่ในประเทศญี่ปุ่น</p>
<p>จุดหมายต่อไปของเราคือร้านขนมปังอีกเช่นกัน แต่ที่อยากมาร้านนี้ไม่ใช่เพราะของกิน แต่เป็นป้ายหน้าร้านที่เห็นผ่านตาอยู่บ่อยใน Pinterest ต่างหาก เราค้นจนเจอว่าร้านนี้อยู่ตรงไหนของโอกินาวา เส้นทางที่ไปร้านต้องออกมาจากไฮเวย์ประมาณหนึ่ง เลี้ยวตามแผนที่มาสักพักก็พบป้ายเล็กๆ ระหว่างทางแต่ต้องจอดรถด้านนอกแล้วเดินต่อเข้าไปในตัวร้าน Suien เป็นร้านขนมปังในบ้านไม้หลังเล็กชั้นเดียว  มีความคลาสสิกแบบฉบับญี่ปุ่น เฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ทั้งหมด อบอุ่นเหมือนหลุดออกมาจากแมกกาซีน มีขนมปังหลากหลายชนิดให้เลือก มีเมนูพวกสลัดกับซุปง่ายๆ ไว้กินกับขนมปังอีกด้วย จริงๆ แล้วอยากนั่งใช้เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวัน แต่ยังมีอีกหลายที่ที่ต้องไปต่อ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2210.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2204.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_22021.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2203.jpg"></p>
<p>พักจากของกินที่เริ่มแน่นท้องแล้ว เราขับรถมุ่งหน้าต่อไปทางทิศเหนือของเกาะ ถนนเริ่มเลาะริมชายฝั่ง มองเห็นพระอาทิตย์และมหาสมุทรอยู่ตลอดทาง ใช่ว่าทริปนี้เราจะแวะหาแต่ของกินตามทางเพื่อหาความสุขใส่ท้อง <span style="background-color: initial">แต่เรายังหา</span>วิวสวยๆ เป็นความสุขทางตา<br />
อย่างแหลม Manzamo ที่มีชื่อเรียกว่า Elephant Rock ก็เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ท่าทางจะได้รับความนิยมอยู่มากเช่นกัน ลักษณะเฉพาะของหน้าผาริมมหาสมุทรที่ตัดตรง สูงจะระดับน้ำทะเล ลมกัดกร่อนหินจนเป็นรูปร่างแปลกๆ มีจุดนึงที่มองดูเหมือนหัวช้าง น่าจะเป็นที่มาของชื่อสถานที่แห่งนี้แน่ๆ เสียดายที่วันนั้นเมฆมาก พระอาทิตย์ผลุบๆ โผล่ๆ แล้วก็หลบหายไปไม่ทันได้โชว์แสงสีสวยงามยามเย็นให้เราดู แต่แค่มองอะไรโล่งๆ ก็รู้สึกสบายใจแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/B1FF2E99-DB36-4748-A488-FE4D7D3004F4.jpg"></p>
<p>เมื่อเริ่มโพล้เพล้ จึงต้องรีบออกรถต่อเพื่อเข้าไปยังที่พักของคืนนี้ ซึ่งยังอยู่ห่างออกไปอีกเป็นชั่วโมง ทางที่ต้องขับขึ้นไปเริ่มเป็นภูเขา แถมมืดมากอีกด้วย ความสว่างที่มีในตอนนั้นคือไฟหน้ารถและหน้าจอมือถือที่แสดงแผนที่ gps อยู่ ขับจนเริ่มรู้สึกว่าหลงทางสักพักก็พบกับ Beach Rock Village  ซึ่งคนปกติคงไม่มีใครมาตั้งที่พักอยู่ตรงนี้แน่ๆ แต่ที่นี่เป็นเหมือนคอมมูนเล็กๆ มีสตาฟฟ์ที่ใช้ชีวิตอยู่กันที่นี่เลย เป็นชุมชนเล็กๆ พึ่งพาตัวเองด้วยเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ทำที่พักรวมถึงบาร์ในกระโจมแบบมองโกเลียและร้านพิซซ่าบนต้นไม้!</p>
<p>เราจองที่พักแบบกระโจมหรือเรียกอีกอย่างว่า เกอร์ ตามแบบฉบับมองโกลเอาไว้ เมื่อเก็บของเรียบร้อย สตาฟฟ์ก็บอกให้เราไปทานอาหารที่เตรียมไว้ให้ทานเป็นอาหารมื้อง่ายๆ แค่ข้าว ผัดหัวโกโบ ซึ่งเป็นรากพืชชนิดหนึ่ง และมะระผัดไข่เมนูประจำเกาะโอกินาวา เมื่อกินเสร็จแม้จะยังไม่ดึกมาก แต่ก็มืดจนไม่มีอะไรให้เดินดูรอบๆ แล้ว มืดระดับดาวชัดเต็มท้องฟ้า แต่ถึงดาวจะชัดแค่ไหน อากาศก็หนาวจนต้องรีบหลบเข้ากระโจม ตอนแรกคิดว่าจะไม่อาบน้ำ แต่คำเชื้อเชิญให้ลองบ่อน้ำร้อนในห้องใต้ดินที่พวกสตาฟฟ์ทำขึ้นมาเอง และไม่ได้ให้ใครลงไปแช่ง่ายๆ ก็ยั่วยวนจนปฏิเสธไม่ได้เลย เราเดินตามลงไปยังห้องใต้ดิน ประตูไม้เตี้ยๆ ถูกเปิดออกจนได้เห็นอ่างน้ำเป็นบ่อดินที่ถูกก่อขึ้นมาอย่างง่ายๆ ไม่ได้หรูเหมือนบ่ออนเซ็น แต่ดูซื่อๆ ง่ายๆ และน่าแก้ผ้าโดดลงไปแช่และนอนอยู่ในนั้นทั้งคืนหากอุณหภูมิของอากาศด้านนอกจะลดลงเรื่อยๆ ขนาดนี้!</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ED0DE9AE-C2C2-443A-8F07-C25D9DD1FA99.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/A4BE6B28-505C-4BF7-B7ED-00E830819BCB.jpg"></p>
<p> พอถึงตอนเช้า เราจึงได้สำรวจบริเวณรอบๆ ถึงได้รู้ว่าเมื่อคืนนี้ขึ้นเขามาสูงแค่ไหน ที่พักตั้งอยู่บนเนินที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและมองออกไปเห็นมหาสมุทรอยู่ข้างหน้า สตาฟฟ์พาเราเดินไปดูเล้าไก่ แปลงปลูกผัก รวมถึงเรือนหลังเล็กบนต้นไม้ เราขอขึ้นไปสำรวจข้างบน เรือนหลังเล็กๆ หลังนี้ดูคล้ายเรือนชงชาแต่มีขนาดเล็กมากๆ ปูด้วยเสื่อทาทามิ และมีหน้าต่างไม้ไซส์กำลังน่ารักที่เปิดออกไปชมวิวหุบเขาและมหาสมุทรได้ชัดกว่าข้างล่างเสียอีก เราบอกสตาฟฟ์ว่าถ้ารู้ว่ามีเรือนนี้ จะขอย้ายจากกระโจมขึ้นมานอนบนนี้แทน แต่สตาฟฟ์บอกว่า &#8220;ถ้าอยู่บนนี้จริงๆ ตอนกลางคืนจะหนาวมาก และลมแรงพอที่จะทำให้เรือนทั้งหลังสั่นไปหมด เผลอๆ ก็อาจจะเจอไต้ฝุ่นพัดจนพังเหมือนเรือนกระจกหลังเก่าที่ปลูกบนต้นไม้เหมือนกัน และถูกพายุไต้ฝุ่นพัดจนพังเสียหายไปเมื่อหลายปีก่อน&#8221; เขาพูดพลางชี้นิ้วไปยังซากเรือนกระจกที่ยังเหลืออยู่ให้เห็นบนต้นไม้ไกลออกไป ฟังแบบนี้ก็ถือว่าโชคดีแล้วที่เมื่อคืนไม่ทันเห็นเรือนหลังนี้ก่อน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2191.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/5C5A1A33-C7B6-4404-9DF6-AE3C7FB11C7A.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2192.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2193.jpg"></p>
<p>เราร่ำลาสตาฟฟ์หลังจากอาหารมื้อเช้า และเสียดายที่ต้องรีบออกมาไม่ทันได้ชิมพิซซ่าที่สตาฟฟ์บอกว่ามีคนขึ้นมากินแค่พิซซ่าแล้วกลับไปก็มี แต่เราต้องรีบกลับเข้าเมือง Naha เพราะยังต้องใช้เวลาขับอีกทั้งวัน </p>
<p>จุดถัดไปที่เราจะแวะไม่ไกลจากที่พักมากนัก และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ฮิตอันดับต้นๆ ของโอกินาวาเลยก็ว่าได้คือ The Okinawa Churaumi Aquarium หลายคนดั้นด้นมาถึงที่นี่เพียงเพื่อมาเยี่ยมท่านจินเบ ฉลามวาฬในตู้กระจกขนาดยักษ์ ถึงจะมีทั้งคนที่เห็นด้วยด้วยเหตุผลอย่างไว้เพื่อการศึกษา แต่ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเอาสัตว์ขนาดใหญ่มากักขัง เพราะเห็นว่าเป็นการทรมานสัตว์ แต่ไม่ว่าใครก็คงรู้สึกมหัศจรรย์กับขนาดของวาฬที่ใหญ่มากในระยะที่ใกล้จนแทบหยุดหายใจ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/37D84874-E44F-4FC6-9B3F-2EE1E9E79A92.jpg"></p>
<p>ก่อนกลับเข้าสู่เมือง เราแวะโซบะร้านเด็ด ที่หมายมั่นไว้ว่ายังไงก็ต้องไปกินให้ได้ ร้าน Yanbaru Soba 山原そば โซบะทำเองซึ่งถือว่าเป็นโซบะที่แบบฉบับโอกินาวาเจ้าดัง มีคนต่อคิวอยู่ไม่ขาดแม้จะอยู่ไกลจากเมืองมาก ร้านสีขาวริมทางที่แทบจะขับผ่านถ้าหากไม่ทันเห็นรถที่จอดเยอะจนผิดสังเกตและคนที่ยืนรออยู่หน้าร้าน เราไปต่อคิวหนาวเหน็บอยู่สักพักก็ถูกเรียกให้เข้าไปนั่ง ส่วนหนึ่งที่โซบะอร่อยคงเพราะคนกินถูกแช่แข็งอยู่ด้านนอกจนได้ที่ด้วย พนักงานพยายามจะถามว่าอยากทานอะไร เราต้องใช้ภาษากายในการสื่อสารจนเป็นอันเข้าใจว่าอยากได้เมนูที่เด็ดที่สุดของร้าน ไม่นานพนักงานก็ยกโซบะร้อนน้ำซุปใสพร้อมซี่โครงที่มองด้วยตาก็รู้สึกว่ามันนิ่มจนจะละลายอยู่แล้วหากไม่รีบทาน เราไม่รีรอที่จะทานโซบะร้อนๆ สูดเส้นนุ่มหนานุ่มจะเกือบจะเท่าเส้นอุด้ง คีบเนื้อซี่โครงเปื่อยยุ่ย และซดน้ำซุปหวานต้มกระดูกและจากปลาคัตซึโอะตากแห้งรสกลมกล่อมจนเกลี้ยงหมดชามอุ่นสบายพุงอย่างรวดเร็ว เป็นการปิดท้ายด้วยอาหารตำรับโอกินาวาที่ถูกต้องที่สุด หากใครมีโอกาสอยากแนะนำร้านนี้เป็นพิเศษจริงๆ ไม่ผิดหวังที่จะดั้นด้นไปทาน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2188.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2189.jpg"></p>
<p>ก่อนกลับเข้าสู่เมือง Naha จุดหมายสุดท้ายที่อยากแวะคือ Spice Motel Okinawa โมเต็ลเก่ายุคเรโทรที่ถูกปรับปรุงโดยรุ่นลูกเป็นบูติกโมเต็ลที่เก๋ทันสมัยแต่ยังแฝงไว้ด้วยความเก๋าคลาสสิกตั้งแต่รุ่นพ่อ เราได้เยี่ยมเพียงบางจุดของโมเต็ลเท่านั้น และนั่งพักดื่มกาแฟที่ล็อบบี้ที่ยังเก็บป้ายไฟนีออนชิ้นดั้งเดิมขนาดใหญ่เอาไว้ข้างในล็อบบี้ เหมือนถูกดึงกลับเข้าไปในบรรยากาศยุคก่อนอย่างบอกไม่ถูก </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2176.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2175.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2177.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2178.jpg"></p>
<p>หลังจากขับรถเที่ยวจนเกือบครบรอบเกาะ จากความคิดแรกที่คิดว่าโอกินาวาคือจุดหมายที่ตั้งใจว่าจะมาเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองใหญ่ๆ แต่ในมุมมองของนักท่องเที่ยวแบบเรากลับพบว่า เกาะที่ห่างไกลที่สุดของญี่ปุ่นจนมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองอย่างโอกินาวา ช่างเป็นเกาะที่น่าอิจฉาเรื่องชีวิตและความเป็นอยู่ ถึงที่ที่เราไปจะไม่ใช่สถานการณ์ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หรือดีเด่นด้านวัฒนธรรม แต่ก็ได้เห็นวิถีชีวิต ความกินดี อยู่ดี อากาศดี สิ่งแวดล้อมดี ทำทุกอย่างราวกับเป็นการพักผ่อนตลอดชีวิต ไม่แปลกใจว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงเลือกเกาะนี้สำหรับพักผ่อนจริงๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/3B7FDEE4-1EA2-400C-8E57-53751E71E9DE.jpg"></p>
<p>ปล. ยังข้ามไม่ได้พูดถึงคาเฟ่และร้านขนมปังเจ้าเด็ดไปหลายร้าน ไว้มีโอกาสจะเล่าให้ฟังอีก </p>
<p>ปล.2 ตามไปดูรูปเพิ่มใน<strong> instagram l </strong><a href="https://www.instagram.com/jiranarong2/">jiranarong2</a> (แท็ก #jiranarongxokinawa)</p>
<p><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครอยากส่งเรื่องที่น่าเที่ยวมาลงเว็บไซต์ a day online คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/iwasthere-90/">Okinawa Road Trip : เส้นทางสุขนิยมรอบเกาะโอกินาวา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/iwasthere-90/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pieces café &#038; bed</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cafe-31/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cafe-31/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Jan 2017 09:46:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café hunter]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวราช]]></category>
		<category><![CDATA[caféhopping]]></category>
		<category><![CDATA[cafehoppingBKK]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<category><![CDATA[Pieces Cafe & Bed]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงวาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cafe-31/</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาเฟ่และโฮสเทลขนาดกะทัดรัดในตรอกแคบๆ เชื่อมระหว่างสำเพ็งกับถนนทรงวาดถนนที่สายเล็กๆ แต่คราคร่ำไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน &#8220;Pieces มันอ่านได้สองแบบ จะอ่านว่าพีสเซส หรือพิเศษก็ได้&#8221; เหมียว เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงสบายๆ ที่มาของชื่อสองความหมายที่ดูลงตัวกับคาเฟ่ซึ่งเหมียวลงมือออกแบบเองทุกรายละเอียดทุกๆ ชิ้นเป็นพิเศษตั้งแต่ตัวร้านจนถึงรูปลักษณ์ของขนมในร้าน เหมียวเริ่มต้นจากอยากทำโฮสเทลเล็กๆ เพียงแค่สองห้อง แต่พื้นที่ด้านล่างไม่ได้ใช้งานเลยคิดว่าจะทำเป็นคาเฟ่เพื่อได้ทำงานออกแบบไปด้วย อดีตกราฟฟิกดีไซเนอร์จากเกรย์ฮาวด์ ใช้ประสบการณ์และความชื่นชอบส่วนตัวในการออกแบบห้องแถว 3 ชั้น แบ่งสองชั้นบนเป็นห้องพัก และออกแบบชั้นล่างให้กลายเป็นคาเฟ่ เราเดินสำรวจรอบๆ จะพบเจอกับอะไรหลายๆ สิ่งที่ถูกผ่านการคิดและออกแบบมาแล้ว ตั้งแต่สเตชั่นเล็กๆ ที่เหมียวใช้ชงกาแฟและทำขนม รายละเอียดของผนัง การเลือกโต๊ะและเก้าอี้ สีของอุปกรณ์ชงกาแฟและทำครัว ของตกแต่ง รวมไปถึงสีผ้าม่าน ดูกลมกลืนกันทำให้บรรยากาศร้านดูสบายๆ แต่มีความเท่และน่าสนใจเหมือนตัวเจ้าของร้าน เครื่องดื่มของ pieces ก็พิเศษสมชื่อ ทุกเมนูจะถูกชงด้วย moka pot เครื่องชงกาแฟสัญชาติอิตาลีที่ดูเรียบง่ายแต่ภายในมีกระบวนการที่ถูกดีไซน์มาแล้วอย่างดีในการชง เหมียวศึกษาวิธีการชงจากหลายๆ แหล่งเอามาทดลองชงจนเริ่มเข้าใจ และปรับเปลี่ยนวิธีการชงให้เข้ากับตัวเอง เมล็ดกาแฟที่เลือกยังเลือกใช้กาแฟที่คั่วให้โดย Happy Espresso โรงคั่วที่หลายคนไว้ใจในย่านใกล้เคียงอย่างวงเวียน 22 กรกฎา เมนูกาแฟเป็นเมนูกาแฟแบบเบสิคอย่างเอสเพรสโซ่ อเมริกาโน่ หรือลาเต้ แต่เมนูที่เราชอบเป็นการส่วนตัวและอยากแนะนำเป็นพิเศษคือ MOKA POT [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-31/">Pieces café &amp; bed</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คาเฟ่และโฮสเทลขนาดกะทัดรัดในตรอกแคบๆ<br />
เชื่อมระหว่างสำเพ็งกับถนนทรงวาดถนนที่สายเล็กๆ แต่คราคร่ำไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน</p>
<p>&#8220;Pieces มันอ่านได้สองแบบ จะอ่านว่าพีสเซส<br />
หรือพิเศษก็ได้&#8221; เหมียว เจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังด้วยน้ำเสียงสบายๆ<br />
ที่มาของชื่อสองความหมายที่ดูลงตัวกับคาเฟ่ซึ่งเหมียวลงมือออกแบบเองทุกรายละเอียดทุกๆ<br />
ชิ้นเป็นพิเศษตั้งแต่ตัวร้านจนถึงรูปลักษณ์ของขนมในร้าน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2A7E571E-DD9D-4117-B130-88BF79C4F8FF.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/vertical32.jpg"></p>
<p>เหมียวเริ่มต้นจากอยากทำโฮสเทลเล็กๆ<br />
เพียงแค่สองห้อง<br />
แต่พื้นที่ด้านล่างไม่ได้ใช้งานเลยคิดว่าจะทำเป็นคาเฟ่เพื่อได้ทำงานออกแบบไปด้วย<br />
อดีตกราฟฟิกดีไซเนอร์จากเกรย์ฮาวด์ ใช้ประสบการณ์และความชื่นชอบส่วนตัวในการออกแบบห้องแถว 3 ชั้น<br />
แบ่งสองชั้นบนเป็นห้องพัก และออกแบบชั้นล่างให้กลายเป็นคาเฟ่ </p>
<p>เราเดินสำรวจรอบๆ<br />
จะพบเจอกับอะไรหลายๆ สิ่งที่ถูกผ่านการคิดและออกแบบมาแล้ว ตั้งแต่สเตชั่นเล็กๆ<br />
ที่เหมียวใช้ชงกาแฟและทำขนม รายละเอียดของผนัง การเลือกโต๊ะและเก้าอี้<br />
สีของอุปกรณ์ชงกาแฟและทำครัว ของตกแต่ง รวมไปถึงสีผ้าม่าน<br />
ดูกลมกลืนกันทำให้บรรยากาศร้านดูสบายๆ แต่มีความเท่และน่าสนใจเหมือนตัวเจ้าของร้าน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/F4D0589E-BEC4-46F0-8E28-F8109791340F.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/75D65D53-AD61-49FD-B390-88A769F3CDBF.jpg"></p>
<p>เครื่องดื่มของ<br />
pieces ก็พิเศษสมชื่อ ทุกเมนูจะถูกชงด้วย moka pot เครื่องชงกาแฟสัญชาติอิตาลีที่ดูเรียบง่ายแต่ภายในมีกระบวนการที่ถูกดีไซน์มาแล้วอย่างดีในการชง<br />
เหมียวศึกษาวิธีการชงจากหลายๆ แหล่งเอามาทดลองชงจนเริ่มเข้าใจ<br />
และปรับเปลี่ยนวิธีการชงให้เข้ากับตัวเอง เมล็ดกาแฟที่เลือกยังเลือกใช้กาแฟที่คั่วให้โดย<br />
Happy Espresso โรงคั่วที่หลายคนไว้ใจในย่านใกล้เคียงอย่างวงเวียน<br />
22 กรกฎา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1F4F77D9-9549-4278-AC3D-4A191BBF7D661.jpg"></p>
<p>เมนูกาแฟเป็นเมนูกาแฟแบบเบสิคอย่างเอสเพรสโซ่<br />
อเมริกาโน่ หรือลาเต้ แต่เมนูที่เราชอบเป็นการส่วนตัวและอยากแนะนำเป็นพิเศษคือ MOKA POT COFFEE FLOAT กาแฟเย็นที่ลอยด้วยไอศครีมมะพร้าว<br />
ที่เมื่อเนื้อไอศครีมเริ่มละลายเข้ากับกาแฟเข้มๆ<br />
ความหอมของมะพร้าวทำให้กาแฟแก้วนี้อร่อยลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/vertical21.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/8664509C-CE29-40CA-868A-7C115B312A90.jpg"></p>
<p>เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ใครที่มาก็ไม่ควรพลาดลองชิมคือ<br />
BREAST MILK BREAD WITH<br />
ICE-CREAM เมนูรูปทรงเป็นเอกลักษณ์<br />
เพราะเหมียวออกแบบรูปทรงของขนมปังนี้เอง และให้เพื่อนช่วยอบออกมาให้ได้ตามรูป<br />
หลังจากอุ่นขนมปังจนร้อนแล้ว ก็ปาดเนยลงบนหน้าขนมปัง และโปะไอศครีมมะพร้าวลงไป<br />
ประกบฝาขนมปังด้านบนคล้ายเบอร์เกอร์<br />
เหมียวบอกว่าตอนแรกตั้งใจจะให้ชื่อเล่นเมนูนี้ว่า&#8221;หัวโน&#8221; เพราะออกแบบให้มีก้อนกลมๆ<br />
ปูดออกมาจากเนื้อขนมปังเพื่อจะสอดไส้ไอศครีม<br />
แต่สุดท้ายรูปร่างที่ได้หลังจากอบออกมาก็ทำให้เมนูนี้มีชื่อเล่นว่าหัวนมไปโดยปริยาย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/8DF4C80D-7A58-44D5-85BD-F30F73B18A60.jpg"></p>
<p>เมนูสุดท้ายที่อยากแนะนำเพื่อเรียกความสดชื่นยามบ่าย<br />
สำหรับใครที่ไม่ทานกาแฟคือ LEMON TEA GRANITA  ชามะนาวเปรี้ยวปรี๊ดแถมโปะด้วยเลมอนกรานิต้า<br />
เกล็ดน้ำแข็งที่มีความเข้มข้นของน้ำเลมอนล้วนๆ รับรองว่าสดชื่นตาสว่าง<br />
และเปรี้ยวปวดกระพุ้งแก้มแน่นอน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/vertical5.jpg"></p>
<p>ส่วนห้องพัก 2 ห้องนั้นเราได้แอบเดินขึ้นไปดูมา<br />
ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี แต่เห็นเค้าลางของความสวย<br />
น่ารักและคลาสสิคจากโครงเดิมของห้องแถวเก่าบนถนนที่เรียกได้ว่ามีตึกเก่าสวยงามเรียงรายเต็มไปหมด<br />
กลางเดือนกุมภาพันธ์นี้น่าจะเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/horizontal2.jpg"></p>
<h3>
</h3>
<h3>Pieces café &amp; bed</h3>
<p><strong>เวลาเปิด-ปิด:</strong> อังคาร-ศุกร์ 10.00-19.00 น./ เสาร์-อาทิตย์ 08.30-19.30 น. (ปิดวันจันทร์)<br /><strong style="background-color: initial">Facebook | </strong><a href="https://www.facebook.com/piecescafeandbed/?fref=ts"> Piece café&amp; be</a><a href="https://www.facebook.com/piecescafeandbed/?fref=ts">d</a></p>
<p><strong>Map: </strong></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial;text-align: center"></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-31/">Pieces café &amp; bed</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cafe-31/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Tonkin &#8211; Annam : ร้านอาหารเวียดนามของ กาย ไล มิตรวิจารณ์ ที่อยากให้เรากินดีและเข้าใจสิ่งที่เรากิน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-18/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-18/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภาณุพันธ์ วีรวภูษิต]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jan 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าเตียน]]></category>
		<category><![CDATA[กาย ไล มิตรวิจารณ์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ตงกิน-อันนัม]]></category>
		<category><![CDATA[Tonkin - Annam]]></category>
		<category><![CDATA[F.A.C.T Collective]]></category>
		<category><![CDATA[บั๋นห์แบ่ว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ก๋าคอ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-18/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เรารู้จัก กาย ไล มิตรวิจารณ์ ในฐานะคนหนุ่มวัย 26 ปีผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและผู้ปลุกปั้น F.A.C.T Collective องค์กรที่ขับเคลื่อนประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ ที่ใช้วัตถุดิบคือความรู้และความสนใจวัฒนธรรมหลากหลายในหัวของกายเอง หลังได้ข่าวว่ากายเพิ่งเปิดร้านอาหารเวียดนามชื่อสนุกว่า ‘ตงกิน-อันนัม (Tonkin &#8211; Annam)&#8217; ที่นำเสนอสูตรเฉพาะตัวของครอบครัวตั้งแต่รุ่นทวดมาเสิร์ฟให้ลิ้มรส เราเลยใช้โอกาสนี้มาพูดคุยกับกาย และนั่งลงให้เขาเล่าเรื่องราวสนุกสนานมากมายให้ฟังอีกครั้ง จากตึกแถวเก่า 3 ชั้นในซอยเล็กๆ ย่านท่าเตียนที่ครอบครัวซื้อเก็บไว้ กายปรับปรุงใหม่แต่ยังใช้โครงสร้างเดิม เปลี่ยนประตูทางเข้าเป็นกระจกใส แต่ยังคงพื้นสีขาวและลวดลายปูนกะเทาะเดิมบนผนังไว้ ส่วนชั้นสองทาสีผนังใหม่ด้วยสีดำล้วน กลืนไปกับโต๊ะเหล็กสีดำให้บรรยากาศเหมือนโต๊ะที่อาแปะนั่งกินกาแฟกันตอนเช้า เก้าอี้ไม้ก็ออกแบบพนักพิงให้เหมือนสัญลักษณ์ของจีน ความใส่ใจของกายอีกอย่างคือ จาน ถ้วยชามที่เก็บความร้อนได้นาน ตะเกียบไม้ตาลแข็งและคีบอาหารได้พอดี รวมไปถึงช้อนซุปใหญ่ๆ ทั้งหมดเป็นงานฝีมือที่ส่งตรงจากเวียดนามจริงๆ ชื่อ ตงกิน-อันนัม ของร้านเป็นชื่อเรียกภูมิภาคในเวียดนามสมัยที่ยังอยู่ใต้ปกครองของฝรั่งเศส ตงกิน (Tonkin) คือเวียดนามเหนือซึ่งเป็นบ้านเกิดของย่า ส่วน อันนัม (Annam) คือชื่อเรียกเวียดนามกลาง บ้านเกิดของปู่ ที่นี่จึงเป็นร้านที่บอกเล่าต้นกำเนิดของกายและนำเสนออาหารเวียดนามต้นตำรับจากภาคเหนือและกลางแบบที่กินกันในครอบครัวตั้งแต่เด็กมาส่งต่อให้เรา บั๋นห์แบ่ว (Bánh Bèo) แป้งข้าวจ้าวนึ่งในถ้วย แต่งหน้าด้วยหมูสับผัดกับน้ำมันต้นหอม หมูย่าง และแคบหมู กินคู่กับน้ำจิ้มใสๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-18/">Tonkin &#8211; Annam : ร้านอาหารเวียดนามของ กาย ไล มิตรวิจารณ์ ที่อยากให้เรากินดีและเข้าใจสิ่งที่เรากิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เรารู้จัก <strong style="background-color: initial">กาย ไล มิตรวิจารณ์ </strong>ในฐานะคนหนุ่มวัย<br />
26 ปีผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและผู้ปลุกปั้น F.A.C.T<br />
Collective องค์กรที่ขับเคลื่อนประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ<br />
ที่ใช้วัตถุดิบคือความรู้และความสนใจวัฒนธรรมหลากหลายในหัวของกายเอง<br />
หลังได้ข่าวว่ากายเพิ่งเปิดร้านอาหารเวียดนามชื่อสนุกว่า <strong>‘ตงกิน-อันนัม (</strong><strong>Tonkin &#8211; Annam)&#8217;</strong><b style="background-color: initial"> </b>ที่นำเสนอสูตรเฉพาะตัวของครอบครัวตั้งแต่รุ่นทวดมาเสิร์ฟให้ลิ้มรส<br />
เราเลยใช้โอกาสนี้มาพูดคุยกับกาย<br />
และนั่งลงให้เขาเล่าเรื่องราวสนุกสนานมากมายให้ฟังอีกครั้ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_09761.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1030.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_0979.jpg"></p>
<p>จากตึกแถวเก่า 3 ชั้นในซอยเล็กๆ<br />
ย่านท่าเตียนที่ครอบครัวซื้อเก็บไว้ กายปรับปรุงใหม่แต่ยังใช้โครงสร้างเดิม<br />
เปลี่ยนประตูทางเข้าเป็นกระจกใส<br />
แต่ยังคงพื้นสีขาวและลวดลายปูนกะเทาะเดิมบนผนังไว้<br />
ส่วนชั้นสองทาสีผนังใหม่ด้วยสีดำล้วน<br />
กลืนไปกับโต๊ะเหล็กสีดำให้บรรยากาศเหมือนโต๊ะที่อาแปะนั่งกินกาแฟกันตอนเช้า<br />
เก้าอี้ไม้ก็ออกแบบพนักพิงให้เหมือนสัญลักษณ์ของจีน ความใส่ใจของกายอีกอย่างคือ<br />
จาน ถ้วยชามที่เก็บความร้อนได้นาน ตะเกียบไม้ตาลแข็งและคีบอาหารได้พอดี<br />
รวมไปถึงช้อนซุปใหญ่ๆ ทั้งหมดเป็นงานฝีมือที่ส่งตรงจากเวียดนามจริงๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_10831.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_11181.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p>ชื่อ ตงกิน-อันนัม<br />
ของร้านเป็นชื่อเรียกภูมิภาคในเวียดนามสมัยที่ยังอยู่ใต้ปกครองของฝรั่งเศส ตงกิน (Tonkin)<br />
คือเวียดนามเหนือซึ่งเป็นบ้านเกิดของย่า ส่วน อันนัม (Annam)<br />
คือชื่อเรียกเวียดนามกลาง บ้านเกิดของปู่<br />
ที่นี่จึงเป็นร้านที่บอกเล่าต้นกำเนิดของกายและนำเสนออาหารเวียดนามต้นตำรับจากภาคเหนือและกลางแบบที่กินกันในครอบครัวตั้งแต่เด็กมาส่งต่อให้เรา</p>
<p>บั๋นห์แบ่ว (Bánh Bèo) แป้งข้าวจ้าวนึ่งในถ้วย<br />
แต่งหน้าด้วยหมูสับผัดกับน้ำมันต้นหอม หมูย่าง และแคบหมู กินคู่กับน้ำจิ้มใสๆ<br />
รสเค็มหน่อยๆ คือตัวอย่างอาหารเวียดนามจากภาคกลางที่มีชั้นเชิงและประดิษฐ์ประณีต<br />
ตรงข้ามกับ ก๋าคอ (Cá kho) ปลาสดต้มเคี่ยวกับขิงแก่<br />
พริกไทยดำ น้ำปลาเวียดนาม ให้รสชาติจัดจ้านเข้มข้นตามสูตรที่ย่าของกายทำให้กินตั้งแต่เด็กๆ<br />
อาหารของตงกิน-อันนัม<br />
เลยไม่ใช่เมนูอย่างที่เรามักจะเห็นและกินกันบ่อยๆ<br />
ทุกเมนูเป็นโฮมเมดที่นำเสนอมาบนจานอย่างเรียบง่าย<br />
แต่พิเศษด้วยความใส่ใจของกายตั้งแต่ไปเลือกซื้อปลา ผักสด<br />
วัตถุดิบจากตลาดมหานาคและตลาดตรอกหม้อทุกเช้า รวมไปถึงวิธีคิดที่บอกเล่าสังคม<br />
วัฒนธรรมของเวียดนามได้หมดในหนึ่งจาน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1772.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_110.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_08691.jpg"></p>
<p>&#8220;เวียดนามเป็นประเทศที่ยาวจรดทะเลและเต็มไปด้วยภูเขา<br />
อาหารที่เป็นตัวแทนของเวียดนามได้ดีที่สุดคือก๋าคอ<br />
เพราะต้องคัดสรรวัตถุดิบดีที่สุดจากภูเขาและทะเล ผักมาจากเชิงเขา ข้าวปลูกในนา<br />
ปลาที่สดจากทะเล แต่ก็เป็นอาหารที่อุ่นจนเนื้อปลายุ่ยเปื่อยก็ยังกินได้<br />
เหมือนจะเป็นอาหารของคนจน แต่คนรวยก็ยังชอบกิน<br />
มันเลยเป็นอาหารที่กินง่ายที่สุดของคนเวียดนามและกินกันได้ทุกคน&#8221; กายอธิบายให้เราเห็นเบื้องหลังของอาหารเวียดนามซึ่งบอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ<br />
ระหว่างภูมิประเทศที่อาศัยกับสิ่งที่กินอยู่ทุกวัน<br />
รวมไปถึงเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยาที่กายถนัด<br />
ซึ่งไม่มีสื่ออะไรดีไปกว่าการสร้างพื้นที่ขึ้นมาให้คนได้เรียนรู้เองผ่านการกินและพูดคุยกัน</p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_0968.jpg"></p>
<p>ในอนาคต กายจะย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่และทำชั้นบนให้เป็นสตูดิโอถาวรของ F.A.C.T<br />
Collective สำหรับจัดป๊อบอัพอีเวนต์หรือโชว์งานต่างๆ<br />
ในวันที่เราแวะไปเลยมีบางส่วนของร้านรอการแต่งเติมอยู่ซึ่งเป็นความตั้งใจของกายที่อยากทำให้<br />
ตงกิน-อันนัม<br />
เหมือนนิทรรศการที่ยังไม่เสร็จและเปลี่ยนหน้าตาไปเรื่อยๆ อย่างตอนนี้ที่ชวน นักรบ<br />
มูลมานัส<br />
มาช่วยออกแบบอาร์ตเวิร์กเมนูอาหารที่จะใส่เรื่องราวของแต่ละเมนูลงไปในนั้น<br />
และให้สตูดิโอภาพพิมพ์ The Archivist รับผิดชอบด้านงานพิมพ์ไป<br />
พอเปลี่ยนฤดูกาลจึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนเมนูอาหาร<br />
แต่เราน่าจะได้เห็นงานของศิลปินกลุ่มใหม่ๆ คนใหม่ๆ เข้ามาสร้างอารมณ์ของร้านให้หลากหลายขึ้น<br />
ดีทั้งต่อคนที่มากินและคนทำอย่างกายที่เป็นคนขี้เบื่อด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_0926.jpg"></p>
<p>“เรารักเยาวราชและย่านเมืองเก่า<br />
เพราะทุกครั้งที่เข้าไปเราจะได้อะไรกลับมาเสมอ มันมีบรรยากาศที่สัมผัสได้<br />
เรื่องราวหลายอย่างที่เก็บสะสมมาเป็นสิบๆ ปี ที่นั่นคือพิพิธภัณฑ์สำหรับเรา เราเลยไม่ได้มองว่าร้านอาหารเป็นแค่ที่ที่คนเข้ามากินๆ<br />
ให้เสร็จแล้วก็กลับไป แต่อยากให้ตงกิน-อันนัมเป็นร้านอาหารในแบบที่ควรจะเป็นจริงๆ<br />
เป็นสถาบันให้คนเข้ามาเรียนรู้เรื่องการกินดีอยู่ดี ผ่านอาหาร การตกแต่งร้าน<br />
จานชาม และทุกอย่างที่เราเล่า” ชายผู้หยิบวัฒนธรรมของครอบครัวมาเล่าให้เราฟังตลอดหนึ่งชั่วโมงทิ้งท้ายไว้</p>
<p>ได้เวลาซึมซับความเข้าใจผ่านการกินแล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1056.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์ และ จิรณรงค์ วงษ์สุนทร</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-18/">Tonkin &#8211; Annam : ร้านอาหารเวียดนามของ กาย ไล มิตรวิจารณ์ ที่อยากให้เรากินดีและเข้าใจสิ่งที่เรากิน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-18/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นาคนิวาส Café Hopping</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cafe-30/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cafe-30/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café hunter]]></category>
		<category><![CDATA[นาคนิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[organic supply]]></category>
		<category><![CDATA[fabric living]]></category>
		<category><![CDATA[hip incy farmville]]></category>
		<category><![CDATA[union cycling apparel]]></category>
		<category><![CDATA[bluetamp specialty coffee]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[caféhopping]]></category>
		<category><![CDATA[cafehoppingBKK]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cafe-30/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในความคิดของเรา ซอยนาคนิวาสหรือย่านลาดพร้าว 71 เป็นซอยที่มาแรงและน่าจับตามองมากในตอนนี้ มีสิ่งน่าสนใจรวมอยู่ในซอยนี้เพียบเลย ลองไปสำรวจดูว่ามีที่ไหนบ้างที่พอจะเป็นลิสต์สำหรับเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้บ้าง Bluetamp Specialty Coffee ร้านนี้ไม่ใช่ซอยนาคนิวาส แต่เราก็อยากแนะนำ เพราะหากจะไปนาคนิวาสจากทางถนนลาดพร้าว ยังไงก็ต้องผ่านร้านนี้ก่อน (ร้านอยู่ในซอยลาดพร้าว 73 ซึ่งทะลุไปนาคนิวาสได้) สาขานี้เป็นสาขาที่สองของร้าน เสิร์ฟกาแฟเมล็ดนำเข้าจากโรงคั่่่ว campos ของออสเตรเลีย เราว่ากาแฟร้านนี้ดี โดยเฉพาะกาแฟนม เช่น ลาเต้ร้อน แถมมีเค้ก ขนมไว้ทานคู่กันด้วย ส่วนใครอยากจัดหนัก ที่นี่ยังมี all day brunch ให้ทานด้วยนะ ส่วนตัวร้านเป็นไม้ยกสูงแถมติดกระจกรอบด้าน รับแสงแดดเช้าๆ อบอุ่นเชียวล่ะ Bluetamp Specialty Coffee เวลาเปิด-ปิด: 09.00 &#8211; 18.00 น. (ปิดวันพุธ) Facebook l Bluetamp &#8211; specialty coffee &#38; all day brunch Union [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-30/">นาคนิวาส Café Hopping</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในความคิดของเรา ซอยนาคนิวาสหรือย่านลาดพร้าว 71 เป็นซอยที่มาแรงและน่าจับตามองมากในตอนนี้ มีสิ่งน่าสนใจรวมอยู่ในซอยนี้เพียบเลย ลองไปสำรวจดูว่ามีที่ไหนบ้างที่พอจะเป็นลิสต์สำหรับเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้บ้าง</p>
<h3><strong>Bluetamp Specialty Coffee </strong></h3>
<p>ร้านนี้ไม่ใช่ซอยนาคนิวาส แต่เราก็อยากแนะนำ เพราะหากจะไปนาคนิวาสจากทางถนนลาดพร้าว ยังไงก็ต้องผ่านร้านนี้ก่อน (ร้านอยู่ในซอยลาดพร้าว 73 ซึ่งทะลุไปนาคนิวาสได้) สาขานี้เป็นสาขาที่สองของร้าน เสิร์ฟกาแฟเมล็ดนำเข้าจากโรงคั่่่ว campos ของออสเตรเลีย เราว่ากาแฟร้านนี้ดี โดยเฉพาะกาแฟนม เช่น ลาเต้ร้อน แถมมีเค้ก ขนมไว้ทานคู่กันด้วย ส่วนใครอยากจัดหนัก ที่นี่ยังมี all day brunch ให้ทานด้วยนะ ส่วนตัวร้านเป็นไม้ยกสูงแถมติดกระจกรอบด้าน รับแสงแดดเช้าๆ อบอุ่นเชียวล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1B2A30A4-C4E5-4193-9FFB-5D3E513C4F261.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2B9C8AFB-1408-4BE7-8699-60E2F5131128.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/3F098F3A-D6C2-47EB-81B1-0D03DB5B37EC.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/9F64A1C5-8C7F-4EAE-BFA4-1A6FFDF303C0.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/A8D26DBB-0630-413F-8BE2-7DE6E5FCA9EA.jpg" /></p>
<p><strong>Bluetamp Specialty Coffee</strong></p>
<p><strong>เวลาเปิด-ปิด:</strong> 09.00 &#8211; 18.00 น. (ปิดวันพุธ)<br />
<b style="background-color: initial;">Facebook l </b><a href="https://www.facebook.com/Bluetamp-specialty-coffe...">Bluetamp &#8211; specialty coffee &amp; all day brunch</a></p>
<h3><strong>Union Cycling Apparel </strong></h3>
<p>ไม่ไกลจากปากซอยนาคนิวาส คงถูกใจนักปั่นหลายคน Union Cycling Apparel คือร้านขายเสื้อผ้าและ accessories จักรยานจากแบรนด์ต่างๆ ที่เน้นดีไซน์สวยงาม แต่ที่แนะนำร้านนี้เพราะมี slow bar สำหรับคอกาแฟด้วย ร้านถูกดีไซน์ให้โล่ง ขาวสะอาดตา รวมไปถึง slow bar ที่ดูเรียบง่าย ใช้อุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้น และเสิร์ฟกาแฟด้วยวิธีการดริป เมล็ดกาแฟก็ถูกเลือกมาจากโรงคั่วที่มีชื่อเสียงต่างๆ ให้ลองอยู่เรื่อยๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/2A69A8AC-8DAE-4564-88CE-F55BC908EE63.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/08D11359-461E-49A1-81B7-85D3D04E3B35.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/9BACDE16-F5B1-4141-AAC1-CEC0305CA20D.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/97384883-226B-44DC-923C-E6F9EC1EF579.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/ACB0084C-1D86-4EBD-893E-B4513DF86D05.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/B1C00638-EC54-42FA-9D80-D39850ACBEEB.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/F508F3C7-FD81-438B-9AD5-583572B9D2BC.jpg" /></p>
<p><strong>Union Cycling Apparel<br />
</strong><b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b> จันทร์ &#8211; ศุกร์ 10.00 &#8211; 19.00 น. เสาร์ 12.00 &#8211; 19.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)<br />
<b style="background-color: initial;">Facebook l</b> <a href="https://www.facebook.com/union71.cc/?fref=ts">Union Cycling Apparel</a></p>
<h3><strong>Organic Supply </strong></h3>
<p>หลายคนคงรู้จักร้านนี้ดีอยู่แล้ว แต่เผื่อใครที่ยังไม่รู้จัก ร้าน Organic Supply คือร้านขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก รวมสินค้าออร์แกนิกน่าสนใจ ทั้งวัตถุดิบต่างๆ อาหาร และเครื่องดื่มสำเร็จรูปสำหรับซื้อไปทานที่บ้าน ส่วนในร้านยังมีเมนูเพื่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น ชากลิ่นต่างๆ, smoothie เพิ่มพลังงานที่ใช้พืชผักผลไม้ผสมกับส่วนผสมต่างๆ ทำให้ทานสดๆ ทันที และแน่นอนว่าทุกอย่างเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก</p>
<p>ปล. ใครที่เป็นสายของหวานอย่างไอติม เราแนะนำ Freeze Frozen Yogurt ร้านไอติมโยเกิร์ตน้ำตาลน้อยและไขมันต่ำที่อยู่ติดกันกับร้าน Organic Supply เลย และหากใครเป็นคอกาแฟตัวจริง ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม มีร้านกาแฟดีที่ชื่อ Ristretto เราชอบกาแฟของร้านนี้เป็นการส่วนตัวล่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/7BAC6DCF-3C6D-499C-9D7A-FE928DB78404.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1E8BBE88-3AA9-440A-A50F-8B249089FC7B.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/28B8A4C7-CFD7-4EC4-A5CA-260734B901C5.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/71FFF675-ADE4-4B9C-8BBB-F3D864B7F728.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/A40C9C37-3042-412F-979C-4A034917D131.jpg" /></p>
<p><strong>Organic Supply<br />
</strong><b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b> 10.00 &#8211; 22.00 น. ทุกวัน<br />
<b style="background-color: initial;">Facebook l</b> <a href="https://www.facebook.com/organicsupply.bkk/?fref=ts">Organic Supply</a></p>
<h3><strong>Hip Incy farmville </strong></h3>
<p>ขยับเข้าไปลึกอีกนิด เราก็ยังคงความออร์แกนิกอยู่ เพียงแค่ว่าที่นี่ไม่ใช่ร้านของของออร์แกนิก แต่เป็นฟาร์มออร์แกนิก เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกพืช ปลูกผัก ทำเกษตรอินทรีย์จากสนามฟุตบอลเก่า ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ นี่แหละ เดินเข้าไปแล้ว เราเหมือนตัดขาดออกจากเมืองอย่างสิ้นเชิง กลายเป็นฟาร์มขนาดไม่ใหญ่มากและเขียวไปหมด อัดแน่นไปด้วยผักประเภทต่างๆ ที่นี่จะจัดงานตลาดนัดออร์แกนิกเป็นประจำทุกเดือน ลองติดตามรายละเอียดได้จากเพจเฟซบุ๊กดูนะ อ้อ แล้วช่วงนี้กำลังเริ่มขายเมนูอาหารจากผลิตภัณฑ์ในฟาร์ม เป็นเมนูง่ายๆ อย่างสลัดและพาสต้า เนื่องจากเป็นช่วงทดลองขายอาหาร หากใครจะไปลองชิมก็ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะ บรรยากาศสบายๆ สั่งอาหารแล้วเดินเล่นชมสวนเพลินๆ ไประหว่างรอ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/unnamed1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/E24233A4-4769-4AC5-A8C8-AADC6107F0F7.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/9EA2E8E1-9FDA-4831-B37F-A11A18AB8561.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/445EDEE0-D361-4D48-BD32-82E891931A18.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/7727C778-B8F1-4CBA-9D6C-3E936294061C.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/719DA384-EA04-4A29-BD86-5CC9D2F840DB1.jpg" /></p>
<p><strong>ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง<br />
</strong><b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด:</b> ร้านอาหารเปิดเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลาไม่กำหนดแน่นอน ดูข้อมูลได้จากเฟซบุ๊ก<br />
<b style="background-color: initial;">Facebook l</b> <a href="https://www.facebook.com/HipIncyFarmville/">Hip Incy Farm<br />
</a></p>
<h3><strong>Fabric Living</strong></h3>
<p>ร้านสุดท้ายที่อยากแนะนำคือไลฟ์สไตล์คาเฟ่ เป็นคาเฟ่ที่อยู่ในร้านขายเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอน รวมถึง Fabular ผลิตภัณฑ์สบู่และบอดี้โลชั่นจากธรรมชาติ</p>
<p>นอกจากสินค้าน่ารักน่าใช้ที่มีให้เลือกเยอะแยะแล้ว ยังมีกาแฟและชาหลายแบบไว้ทานคู่กับขนมอย่างสโคนและแซนด์วิชด้วย บรรยากาศร้านก็น่ารักมาก ไว้แวะไปนั่งกินน้ำกินขนมอ่านหนังสือช่วงวันหยุดกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/EDB2DAB4-5987-472E-8429-98FDAD74D7F4.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/54CB5C7C-AA48-4E3C-9844-52AE1D9BD9A5.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/962F697B-F35C-4339-9928-2DD6ED14C645.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1D889EE4-C5C2-4CA5-BCB7-FCF7AD32EFB9.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/88009D4B-F66A-4D51-A794-DA93BF0192C8.jpg" /></p>
<p><strong>Fabric Living<br />
</strong><b style="background-color: initial;">เวลาเปิด-ปิด: </b>09.00 &#8211; 19.00 น. (หยุดวันพุธ)<br />
<b style="background-color: initial;">Facebook l </b><a href="https://www.facebook.com/FabricLivingShop/?fref=ts">Fabric Living Shop</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-30/">นาคนิวาส Café Hopping</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cafe-30/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Coffee Craftsman x Yarden</title>
		<link>https://adaymagazine.com/cafe-29/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/cafe-29/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[จิรณรงค์ วงษ์สุนทร]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 06 Jan 2017 04:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[café hunter]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<category><![CDATA[Craftman @ yenakart]]></category>
		<category><![CDATA[ซอยเย็นอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[yarden yenakart]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านกาแฟ]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[caféhopping]]></category>
		<category><![CDATA[cafehoppingBKK]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/cafe-29/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Coffee Craftsman x Yarden คือคาเฟ่ที่ปรับเปลี่ยนเรือนไม้โบราณร่มรื่นให้เป็นร้านกาแฟโดยยังคงเก็บโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด ลองนึกภาพว่ากำลังนั่งจิบกาแฟในตอนเช้าๆ ในวันอากาศดีและแสงแดดสวยนอกชานเรือนไม้โบราณอายุร่วมร้อยปีใจกลางกรุง เลือกกาแฟดีๆ ชงแบบพิถีพิถัน แถมกลิ่นกาแฟยังอวลไปทั่วเรือน ก็มีความสุขแล้ว นอกจากบรรยากาศที่กินขาดแล้ว ยังเสิร์ฟกาแฟแบบ specialty มีเบลนด์ถึง 3 แบบ คือ craftman, artisan และ สล่า ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไปให้เหมาะสมกับการชงกาแฟหลากหลายรูปแบบ ทั้งเมนูคลาสสิกเอสเพรสโซ่ อย่างลาเต้ คาปูชิโน หรือกาแฟเย็นนมข้นสไตล์ไทยๆ แถมในบางโอกาสยังมีเมล็ด single origin จากโรงคั่วดังๆ ให้เลือกทานแบบ filter ด้วย สำหรับคนที่ไม่ใช่คอกาแฟ ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกเยอะแยะ อย่างเช่นเมนูโซดาและสมูทตี้หลากหลายสูตร อยากให้ลอง Creamy Choco Mint Banana Smoothie เป็นเมนูเรียกพลังงานอย่างดี ใช้กล้วยหอมที่แช่เย็นไว้ไปปั่นเข้ากับซอสช็อกโกแลตที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเองเป็นพิเศษ ท็อปด้วยเนื้อช็อกโกแลตขูดโรยหน้าแน่นๆ ให้สัมผัสที่เนียนนุ่ม ความครีมเข้มข้นได้จากเนื้อของกล้วยหอมล้วนๆ ไม่ได้ใช้น้ำแข็งเป็นส่วนผสมให้เจือจางเลย เช่นเดียวกับเมนูสมูทตี้อื่นๆ ก็ใช้เนื้อผลไม้ที่แช่เย็นเป็นส่วนผสมทั้งหมด ช่วงแรกๆ ของร้านยังคงมีแค่เมนูกาแฟและเครื่องดื่มไว้เสิร์ฟ แต่ต่อไปหลังจากที่เปิดตัวร้านอย่างเต็มรูปแบบแล้วทางร้านจะมีเมนูอาหารแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-29/">Coffee Craftsman x Yarden</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Coffee Craftsman x Yarden คือคาเฟ่ที่ปรับเปลี่ยนเรือนไม้โบราณร่มรื่นให้เป็นร้านกาแฟโดยยังคงเก็บโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด ลองนึกภาพว่ากำลังนั่งจิบกาแฟในตอนเช้าๆ ในวันอากาศดีและแสงแดดสวยนอกชานเรือนไม้โบราณอายุร่วมร้อยปีใจกลางกรุง เลือกกาแฟดีๆ ชงแบบพิถีพิถัน แถมกลิ่นกาแฟยังอวลไปทั่วเรือน ก็มีความสุขแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_73.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_48.jpg" /></p>
<p>นอกจากบรรยากาศที่กินขาดแล้ว ยังเสิร์ฟกาแฟแบบ specialty มีเบลนด์ถึง 3 แบบ คือ craftman, artisan และ สล่า ที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันไปให้เหมาะสมกับการชงกาแฟหลากหลายรูปแบบ ทั้งเมนูคลาสสิกเอสเพรสโซ่ อย่างลาเต้ คาปูชิโน หรือกาแฟเย็นนมข้นสไตล์ไทยๆ แถมในบางโอกาสยังมีเมล็ด single origin จากโรงคั่วดังๆ ให้เลือกทานแบบ filter ด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_53.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_63.jpg" /></p>
<p>สำหรับคนที่ไม่ใช่คอกาแฟ ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกเยอะแยะ อย่างเช่นเมนูโซดาและสมูทตี้หลากหลายสูตร อยากให้ลอง Creamy Choco Mint Banana Smoothie เป็นเมนูเรียกพลังงานอย่างดี ใช้กล้วยหอมที่แช่เย็นไว้ไปปั่นเข้ากับซอสช็อกโกแลตที่ทางร้านปรุงขึ้นมาเองเป็นพิเศษ ท็อปด้วยเนื้อช็อกโกแลตขูดโรยหน้าแน่นๆ ให้สัมผัสที่เนียนนุ่ม ความครีมเข้มข้นได้จากเนื้อของกล้วยหอมล้วนๆ ไม่ได้ใช้น้ำแข็งเป็นส่วนผสมให้เจือจางเลย เช่นเดียวกับเมนูสมูทตี้อื่นๆ ก็ใช้เนื้อผลไม้ที่แช่เย็นเป็นส่วนผสมทั้งหมด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_18.jpg" /></p>
<p>ช่วงแรกๆ ของร้านยังคงมีแค่เมนูกาแฟและเครื่องดื่มไว้เสิร์ฟ แต่ต่อไปหลังจากที่เปิดตัวร้านอย่างเต็มรูปแบบแล้วทางร้านจะมีเมนูอาหารแบบ all day brunch ไว้บริการด้วย แต่เผื่อว่าใครอยากกินอาหารเป็นมื้อจริงจัง<br />
ในบริเวณเดียวกันก็มี akart bistro&amp;bar ที่มีเมนูอาหารไทย-อิตาเลียนให้เลือกทานอีกด้วยนะ ทั้ง 2 ร้านพร้อมเปิดตัวเต็มรูปแบบในวันที่ 15 มกราคมนี้แล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed10.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_212.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_311.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Snapseed_84.jpg" /></p>
<h3>Coffee Craftsman x Yarden</h3>
<p>อยู่ในโครงการ <a href="https://www.facebook.com/YardenYenakart/">Yarden Yenakart</a></p>
<p><strong>เวลาเปิด-ปิด: </strong>ทุกวัน 7.00 &#8211; 19.00 น.<br />
<strong style="background-color: initial;">Facebook: </strong><a href="https://www.facebook.com/CoffeeCraftsmanxYarden/" target="_blank" rel="noopener">Coffee Craftsman x Yarden<br />
</a></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/cafe-29/">Coffee Craftsman x Yarden</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/cafe-29/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
