<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เบญญา สิงห์อุสาหะ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author182/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author182/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 Mar 2019 11:22:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>VVG Something : ร้านหนังสือและคาเฟ่ขนาดจิ๋วที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-11/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-11/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2016 16:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<category><![CDATA[: Well Travelled in Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Well Travelled]]></category>
		<category><![CDATA[VVG]]></category>
		<category><![CDATA[VVG Something]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-11/</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างจากความหลงใหล ทำให้เรามั่นใจอย่างหนึ่งว่าผลงานที่ออกมาอย่างน้อยก็สร้างความสุขให้กับตัวเราเอง แต่สำหรับ VVG แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีร้านในเครือหลากหลายสาขา ทั้งร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่มีเมนูพิเศษตามใจเชฟ ร้านหนังสือไซส์มินิที่ซุกซ่อนอยู่หลังประตูสีแดง หรือร้านขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยที่มีแต่สินค้าคุณภาพดี ร้านทุกร้านในเครือล้วนเกิดจากความรักและความหลงใหลในสิ่งนั้นๆ ทำให้ทุกร้านมีความพิเศษและมีเสน่ห์ที่แตกต่างจากร้านขายของทั่วไป เราสัมผัสได้ถึงความสุขที่เจ้าของร้านส่งต่อมายังลูกค้าทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน ก่อนจะไปถึงร้านหนังสือ VVG Something ที่หมายตา เราแวะหาอะไรรองท้องที่ VVG Bistro ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ย่าน Zhongxiao Dunhua หน้าร้านถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เราลอดซุ้มต้นไม้เพื่อเปิดประตูเข้าสู่ภายในร้าน ภายในตกแต่งด้วยสไตล์มิกซ์แอนด์แมตช์ ผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นและวินเทจ เน้นสีสันสดใสสบายตา ภายในร้านมีที่นั่งเพียง 30 ที่เท่านั้น ครัวของร้านเป็นครัวแบบเปิดเพื่อโชว์การทำอาหารทุกขั้นตอน ร้านนี้ถือเป็นร้านแรกในเครือ VVG ซึ่งเจ้าของร้านชอบทำอาหารและฝันอยากทำร้านอาหารเล็กๆ ที่เสิร์ฟแต่อาหารอร่อยๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วเริ่มต้นทำความฝันให้เป็นจริง เมนูของร้านจึงแตกต่างไปตามวัตถุดิบแต่ละฤดูกาลและตามแต่เชฟจะสร้างสรรค์ขึ้น เราเลือกนั่งที่โซฟาด้านหน้าร้านภายใต้หลังคาเรือนกระจกที่รับแสงแดดอ่อนๆ เข้ามา น้ำผลไม้สูตรพิเศษของร้านที่เราสั่งมาให้รสชาติที่สดชื่นชุ่มคอเป็นอย่างมาก แซนด์วิชอกไก่ก็สดอร่อย แต่ราคาอาหารค่อนข้างสูง เราจึงแนะนำให้มานั่งทานในโอกาสพิเศษ หรือในวันที่มีเวลาว่างเหลือเฟือเพื่อเพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศภายในร้าน อิ่มท้องแล้วแค่สะพายกระเป๋า Herschel Supply ข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็จะพบร้านเล็กๆ ที่ต้อนรับด้วยประตูสีแดงบานใหญ่ VVG Something เป็นร้านหนังสือที่คัดสรรหนังสือจากทั่วทุกมุมโลก และของวินเทจย้อนยุคต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-11/">VVG Something : ร้านหนังสือและคาเฟ่ขนาดจิ๋วที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างจากความหลงใหล ทำให้เรามั่นใจอย่างหนึ่งว่าผลงานที่ออกมาอย่างน้อยก็สร้างความสุขให้กับตัวเราเอง แต่สำหรับ VVG แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีร้านในเครือหลากหลายสาขา ทั้งร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่มีเมนูพิเศษตามใจเชฟ ร้านหนังสือไซส์มินิที่ซุกซ่อนอยู่หลังประตูสีแดง หรือร้านขายอุปกรณ์เย็บปักถักร้อยที่มีแต่สินค้าคุณภาพดี ร้านทุกร้านในเครือล้วนเกิดจากความรักและความหลงใหลในสิ่งนั้นๆ ทำให้ทุกร้านมีความพิเศษและมีเสน่ห์ที่แตกต่างจากร้านขายของทั่วไป เราสัมผัสได้ถึงความสุขที่เจ้าของร้านส่งต่อมายังลูกค้าทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน</p>
<p>ก่อนจะไปถึงร้านหนังสือ VVG Something ที่หมายตา เราแวะหาอะไรรองท้องที่ VVG Bistro ร้านอาหารและคาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยเล็กๆ ย่าน Zhongxiao Dunhua หน้าร้านถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ เราลอดซุ้มต้นไม้เพื่อเปิดประตูเข้าสู่ภายในร้าน ภายในตกแต่งด้วยสไตล์มิกซ์แอนด์แมตช์ ผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นและวินเทจ เน้นสีสันสดใสสบายตา ภายในร้านมีที่นั่งเพียง 30 ที่เท่านั้น ครัวของร้านเป็นครัวแบบเปิดเพื่อโชว์การทำอาหารทุกขั้นตอน ร้านนี้ถือเป็นร้านแรกในเครือ VVG ซึ่งเจ้าของร้านชอบทำอาหารและฝันอยากทำร้านอาหารเล็กๆ ที่เสิร์ฟแต่อาหารอร่อยๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพดี จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วเริ่มต้นทำความฝันให้เป็นจริง เมนูของร้านจึงแตกต่างไปตามวัตถุดิบแต่ละฤดูกาลและตามแต่เชฟจะสร้างสรรค์ขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/180.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/228.jpg" /></p>
<p>เราเลือกนั่งที่โซฟาด้านหน้าร้านภายใต้หลังคาเรือนกระจกที่รับแสงแดดอ่อนๆ เข้ามา น้ำผลไม้สูตรพิเศษของร้านที่เราสั่งมาให้รสชาติที่สดชื่นชุ่มคอเป็นอย่างมาก แซนด์วิชอกไก่ก็สดอร่อย แต่ราคาอาหารค่อนข้างสูง เราจึงแนะนำให้มานั่งทานในโอกาสพิเศษ หรือในวันที่มีเวลาว่างเหลือเฟือเพื่อเพลิดเพลินกับอาหารและบรรยากาศภายในร้าน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/317.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/424.jpg" /></p>
<p>อิ่มท้องแล้วแค่สะพายกระเป๋า Herschel Supply ข้ามไปฝั่งตรงข้ามก็จะพบร้านเล็กๆ ที่ต้อนรับด้วยประตูสีแดงบานใหญ่ VVG Something เป็นร้านหนังสือที่คัดสรรหนังสือจากทั่วทุกมุมโลก และของวินเทจย้อนยุคต่างๆ ทั้งเครื่องเขียนและข้าวของเครื่องใช้ ใครจะไปเชื่อว่าร้านหนังสือขนาดเล็กแห่งนี้จะติดอันดับเป็นหนึ่งในร้านหนังสือที่สวยที่สุดในโลก</p>
<p>จุดเริ่มต้นของร้านแน่นอนว่ามาจากความหลงรักในการอ่านและการท่องเที่ยวของเจ้าของร้านที่เธอค่อยๆ สะสมหนังสือและข้าวของจากประเทศต่างๆ ที่ไปเยือน จนมีจำนวนหนังสือมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาในปี 2009 จึงตัดสินใจเปิดร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้น ด้วยความที่สินค้าภายในร้านเป็นของสะสมของเธอ จึงทำให้บรรยากาศภายในร้านเปรียบเสมือนการเข้ามาในห้องนั่งเล่นของเพื่อนบ้านสมัยก่อน ที่มีบรรยากาศของความสงบภายใต้แสงสลัว มีความอบอุ่นเป็นกันเอง และเสน่ห์ของความวินเทจย้อนยุคอบอวลอยู่ทั่วร้าน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/521.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/620.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/715.jpg" /></p>
<p>ร้านหนังสือแห่งนี้มีหนังสือหลากหลายประเภทให้เข้าไปค้นหา ทั้งหนังสือศิลปะ งานฝีมือ แฟชั่น งานออกแบบ ทำอาหาร ท่องเที่ยว รูปถ่าย ตลอดจนนิตยสารหายากและนิตยสารทำมือของไต้หวัน แต่ละเล่มมีจำนวนไม่มากหรืออาจมีแค่เล่มเดียวเท่านั้น ส่วนเครื่องเขียนก็มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากัน ทั้งมุมโต๊ะวางสมุดที่มีทั้งสมุดทำมือจากกระดาษเนื้อดี สมุดวินเทจที่เก่าแก่จนกระดาษเป็นสีเหลือง หรือจะเป็นสมุดโน้ตสมัยใหม่ที่มีสีสันสวยงาม มุมวางเครื่องเขียนชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่มีทั้งคลิปหนีบกระดาษโลหะทรงแปลกตา พู่กัน ดินสอไม้แท่งเก่า กบเหลาดินสอสุดคลาสสิก และข้าวของกระจุกกระจิกที่เล่นซ่อนแอบอยู่ตามชั้นวางและรอให้เราไปค้นหาอีกนับไม่ถ้วน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/818.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/8-1-1.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/917.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1045.jpg" /></p>
<p>เราใช้เวลาในร้านที่มีพื้นที่ไม่ถึง 50 ตารางเมตรนี้อยู่หลายชั่วโมง สนุกไปกับการเลือกสรรนิตยสารเล่มเก่า ดูหนังสือศิลปะแปลกๆ ชื่นชมของใช้และเครื่องเขียน ถ่ายรูปกับมุมโปสเตอร์โบราณของร้าน และจิบชาอุ่นๆ บนเคาน์เตอร์เล็กๆ ที่ใช้เป็นทั้งบาร์ขนมเครื่องดื่มและเคาน์เตอร์คิดเงิน ก่อนออกมาจากร้านด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจและรู้สึกอินไปกับสินค้าและบรรยากาศของร้านมาก อาจเรียกได้ว่าร้านนี้ทำให้เราลืมโลกภายนอกและดำดิ่งลงไปในเรื่องราวและประวัติที่มาของสิ่งต่างๆ ภายในร้าน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0share.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1232.jpg" /></p>
<p>ถ้าให้เรานิยาม เราอยากจะเรียก VVG Something ว่าเป็นร้านล่าสมบัติกึ่งพิพิธภัณฑ์ที่ขายหนังสือและเครื่องใช้โบราณอันเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำ ทำเอาเรานึกย้อนไปถึงร้านต่างๆ ในเครือ VVG ว่าช่างเป็นร้านที่มีความพิเศษและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก สมกับชื่อของแบรนด์ที่ย่อมาจาก Very Very Good! เพราะเราก็รู้สึก เวรี่ เวรี่ แฮปปี้ เช่นกัน <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1136.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1318.jpg" /></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เบญญา สิงห์อุสาหะ, นวลตา วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo12.png" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-11/">VVG Something : ร้านหนังสือและคาเฟ่ขนาดจิ๋วที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-11/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Taipei Fine Arts Museum : แกลเลอรี่รวมนิทรรศการคอนเซปต์จัด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-10/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-10/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2016 02:02:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[art]]></category>
		<category><![CDATA[: Well Travelled in Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Well Travelled]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei Fine Art]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-10/</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีกหมุดหมายในไทเปที่นักท่องแกลเลอรี่ห้ามพลาดคือ Taipei Fine Arts Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกในไต้หวัน สร้างขึ้นเมื่อปี 1983 และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย เมื่อเดินจากรถไฟใต้ดินผ่านสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เราจะพบสถาปัตยกรรมสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ซ้อนทับกันสไตล์โมเดิร์นแบบยุคก่อนตั้งโดดเด่นอยู่อีกฟากของถนน ลานกิจกรรมด้านหน้าจัดเป็น installation art ขนาดใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ว่ากันว่าที่นี่มีงานนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจมาจัดแสดงอยู่เสมอ และถึงจะแปะป้ายว่าเป็น fine art แต่งานไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คิด กลับสนุกมากด้วยล่ะ หลังห้าโมงเย็นของทุกวันเสาร์ ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมงานได้ฟรีจนถึงเวลาปิด วันที่เราไปเลยมีคนมาชมงานศิลปะอย่างหนาตา ช่วงนั้นนิทรรศการใหญ่ที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ งานแสดงเดี่ยวของศิลปินชาวจีน Daniel Lee กับชื่อนิทรรศการ Looking Glass – Daniel Lee retrospective แม้แวบแรกจะดูเข้าใจยาก แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ จะรู้สึกทึ่งในฝีมือของศิลปินและวิธีการจัดนิทรรศการอย่างมาก Daniel Lee เป็นศิลปิน Visual Art ขั้นเทพที่ตั้งต้นจากการเป็นช่างภาพ เขาสนใจเรื่องการวิวัฒนาการและชีววิทยาของมนุษย์และสัตว์ เรื่องเชิงสังคม จึงสร้างงานศิลปะที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ในการนำเสนอ สร้างตัวละครที่ผสมผสานระหว่างคนและสัตว์ซึ่งตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์ งานนี้แค่เดินเสพความเนี้ยบของงานและบรรยากาศนิทรรศการที่จัดเต็มสุดๆ ก็คุ้มค่าแล้ว แต่ถ้าอ่านไอเดียงานแต่ละชุดจะรู้ว่าภายใต้ความอลังการที่เห็น ข้อความที่สื่อก็เข้มข้นไม่แพ้กัน งานนี้เปิดด้วยห้องสีน้ำเงินที่เต็มไปด้วยประติมากรรมปลาสีดำหน้าตาคล้ายมนุษย์ งานชุดล่าสุดของเขาที่ดูมีความน่าพรั่นพรึงแต่ก็น่าสนใจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-10/">Taipei Fine Arts Museum : แกลเลอรี่รวมนิทรรศการคอนเซปต์จัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อีกหมุดหมายในไทเปที่นักท่องแกลเลอรี่ห้ามพลาดคือ Taipei Fine Arts Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกในไต้หวัน<br />
สร้างขึ้นเมื่อปี 1983 และยังเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอีกด้วย<br />
เมื่อเดินจากรถไฟใต้ดินผ่านสวนสาธารณะขนาดใหญ่ เราจะพบสถาปัตยกรรมสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมที่ซ้อนทับกันสไตล์โมเดิร์นแบบยุคก่อนตั้งโดดเด่นอยู่อีกฟากของถนน<br />
ลานกิจกรรมด้านหน้าจัดเป็น installation art ขนาดใหญ่ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ<br />
ว่ากันว่าที่นี่มีงานนิทรรศการศิลปะที่น่าสนใจมาจัดแสดงอยู่เสมอ และถึงจะแปะป้ายว่าเป็น<br />
fine art แต่งานไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คิด กลับสนุกมากด้วยล่ะ</p>
<p>หลังห้าโมงเย็นของทุกวันเสาร์ ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมงานได้ฟรีจนถึงเวลาปิด<br />
วันที่เราไปเลยมีคนมาชมงานศิลปะอย่างหนาตา ช่วงนั้นนิทรรศการใหญ่ที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่คือ<br />
งานแสดงเดี่ยวของศิลปินชาวจีน Daniel<br />
Lee กับชื่อนิทรรศการ Looking Glass – Daniel Lee<br />
retrospective แม้แวบแรกจะดูเข้าใจยาก แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ<br />
จะรู้สึกทึ่งในฝีมือของศิลปินและวิธีการจัดนิทรรศการอย่างมาก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/421.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p>Daniel Lee เป็นศิลปิน<br />
Visual Art ขั้นเทพที่ตั้งต้นจากการเป็นช่างภาพ<br />
เขาสนใจเรื่องการวิวัฒนาการและชีววิทยาของมนุษย์และสัตว์ เรื่องเชิงสังคม<br />
จึงสร้างงานศิลปะที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ในการนำเสนอ สร้างตัวละครที่ผสมผสานระหว่างคนและสัตว์ซึ่งตั้งคำถามถึงความเป็นมนุษย์<br />
งานนี้แค่เดินเสพความเนี้ยบของงานและบรรยากาศนิทรรศการที่จัดเต็มสุดๆ<br />
ก็คุ้มค่าแล้ว แต่ถ้าอ่านไอเดียงานแต่ละชุดจะรู้ว่าภายใต้ความอลังการที่เห็น<br />
ข้อความที่สื่อก็เข้มข้นไม่แพ้กัน </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/518.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/712.jpg"></p>
<p>งานนี้เปิดด้วยห้องสีน้ำเงินที่เต็มไปด้วยประติมากรรมปลาสีดำหน้าตาคล้ายมนุษย์<br />
งานชุดล่าสุดของเขาที่ดูมีความน่าพรั่นพรึงแต่ก็น่าสนใจ ลำดับการแสดงงานนั้นไล่ตั้งแต่ยุคปัจจุบันกลับไปถึงอดีต<br />
ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินทางย้อนเวลาเข้าไปในชีวิตการทำงานกว่า 51 ปีของศิลปิน<br />
เราสนใจงานที่ล้อเลียนพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์แต่ถ่ายทอดผ่านสัตว์หลากหลายชนิดเป็นพิเศษ<br />
ในนิทรรศการนี้แต่ละห้องก็จะสร้างบรรยากาศให้เข้ากับงานชุดที่แสดงด้วย เช่น งานชุด<br />
Nightlife / Jungle ที่เต็มไปด้วยคนที่มีหน้าเป็นสัตว์ร้ายสะท้อนวิถีชีวิตกลางคืนในนิวยอร์กก็จัดแสดงในห้องมืดทึมดูลึกลับ<br />
ทำให้แม้งานจะใหญ่ก็เดินไม่เบื่อเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/915.jpg"></p>
<p>งานที่เราชื่นชอบอีกชุดคือ Manimals ภาพพอร์เทรต 12 ภาพแทน 12<br />
ปีนักษัตร ซึ่งนำลักษณะของสัตว์ประจำปีนักษัตรมาผสมกับใบหน้าคนด้วยเทคนิคทางคอมพิวเตอร์<br />
ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องแสดงให้เห็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงาน จัดแสดงภาพลายเส้นสเกตช์<br />
รูปถ่าย ฟิล์ม สมุดบันทึกของศิลปิน ปิดท้ายด้วยรูปภาพขาวดำขนาดใหญ่บริเวณทางออก<br />
เราจ้องมองผู้ชายวัยหนุ่มใส่เสื้อคอโปโลและกางเกงยีนส์ขาม้า<br />
ในมือของเขาถือกล้องถ่ายรูปและกำลังเดินไปที่ไหนสักแห่งท่ามกลางแสงแดดแผดจ้า เขาคือ<br />
Daniel Lee ในวัยหนุ่มที่ดูมีพลัง </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/814.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1038.jpg"></p>
<p>ยังไม่หมดแค่นี้<br />
ถึงจะเป็นนิทรรศการในห้องย่อยเล็กๆ ก็มีความเจ๋งของตัวเอง นิทรรศการที่สองที่เราเข้าไปชมมีชื่อว่า<br />
‘Wait until it Dries’ เป็นศิลปะการจัดวางขนาดใหญ่จัดแสดงในห้องกระจก ทันทีที่ก้าวผ่านไปด้านใน<br />
เราจะพบตัวเองอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยเงาสะท้อน แสงสลัว และความสงบนิ่ง งานนี้น่าสนใจเรื่องเทคนิคการนำเสนอเป็นอย่างมาก<br />
เพราะถ้ามองเผินๆ เราอาจจะงงว่างานศิลปะกรอบสีดำที่รายล้อมตัวอยู่คืออะไร จริงๆ แล้วสิ่งนั้นคือน้ำมัน<br />
สิ่งที่ศิลปินรู้สึกเชื่อมโยงเพราะเกี่ยวข้องกับกิจการครอบครัว เขาเลือกสร้างสรรค์งานศิลปะจากน้ำมันสีดำเมื่อม<br />
โดยใช้น้ำและการปิดผนึกแบบสุญญากาศเป็นตัวกักเก็บให้น้ำมันอยู่ในกรอบได้ โดยอธิบายไว้ว่าการใช้น้ำมันเป็นสื่อทำให้เขารู้สึกหลุดจากกรอบความงามของศิลปะทั้งหมดทั้งมวล</p>
<p>‘Small or Big’ คือนิทรรศการสุดท้ายที่เราได้เข้าไปชม<br />
งานนี้อยู่ในส่วน Children’s Art Education Center ของแกลเลอรี่<br />
ผลงานทุกชิ้นจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับมุมมองในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันของคนตัวเล็กอย่างเด็กกับผู้ใหญ่<br />
งานนี้ออกแบบให้ผู้ชมเข้าไปร่วมสนุกและเล่นกับผลงานได้ จึงมีทั้งคุณพ่อคุณแม่และเด็กเข้ามาเล่นกับชิ้นงานอย่างสนุกสนาน<br />
ทั้งพื้นลาดเอียงลวงตาที่เมื่อเด็กและผู้ใหญ่เข้าไปยืนคนละฝั่งจะทำให้ทั้งสองดูเหมือนมีรูปร่างสูงใกล้เคียงกัน<br />
ที่วัดความสูงที่ใช้วัตถุต่างๆ เช่น ร่ม ลูกเทนนิส หรือแม้แต่ทัพพี<br />
มาต่อกันในแนวตั้งเพื่อบอกความสูงของเราว่าเท่ากับลูกเทนนิสกี่ลูก </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1131.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1228.jpg"></p>
<p>นอกจากนี้ยังมีงานอื่นๆ ที่เล่นเกี่ยวกับสเกลของคนอีกหลายชิ้น<br />
สร้างสรรค์โดยศิลปินถึง 5 คน เช่นชุดภาพถ่ายหุ่นคนตัวเล็กๆ ที่น่ารักมาก การนำเรื่องขนาดมาเล่นกับนิทรรศการเป็นไอเดียที่ทำให้งานเข้าถึงคนทุกวัย<br />
สนุก น่ารัก และเข้าใจง่าย และเป็นเรื่องดีมากที่แกลเลอรี่มีนิทรรศการที่ตอบสนองคนทุกกลุ่ม<br />
ไม่เว้นกลุ่มผู้ชมที่เป็นเด็กและครอบครัว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1315.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1412.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1510.jpg"></p>
<p>ก่อนกลับเราไม่ลืมแวะดูร้านหนังสือและร้านขายของที่ระลึกภายในอาคาร<br />
ร้านหนังสือนี้มีความโดดเด่นตรงที่หนังสือส่วนมากจะเกี่ยวกับศิลปะและงานดีไซน์ครอบคลุมเกือบทุกแขนง<br />
(แนะนำเลยว่าควรแวะ) ส่วนร้านขายของที่ระลึกก็รวบรวมสินค้าศิลปะเก๋ๆ<br />
และสินค้าที่ระลึกจากนิทรรศการต่างๆ ไว้เยอะพอสมควร เราออกมาจากพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่แห่งนี้พร้อมของติดไม้ติดมือและความอิ่มเอมในการเสพงานศิลปะหลากรสชาติ<br />
งานนี้ต้องมาเยือนด้วยตัวเองสักครั้งจริงๆ นะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/herschel_newnewnew1.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เบญญา สิงห์อุสาหะ, นวลตา<br />
วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo12.png" alt="" style="text-align: center"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-10/">Taipei Fine Arts Museum : แกลเลอรี่รวมนิทรรศการคอนเซปต์จัด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-10/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Pinmo Pure Store : สวรรค์ของคนรักกระดาษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-9/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2016 15:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<category><![CDATA[: Well Travelled in Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Pinmo Pure Store]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[Pinmo Design Studio]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[Craft]]></category>
		<category><![CDATA[งานฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[Paper]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-9/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครจะไปเชื่อว่าในย่านช้อปปิ้งอย่างย่าน Dongmen จะมีคาเฟ่และร้านขายกระดาษและเครื่องเขียนขนาดเล็กแฝงตัวอยู่ท่ามกลางร้านค้าและบ้านเรือนของผู้คน เมื่อเดินเข้าซอยมาเรื่อยๆ จะเจอร้าน Pinmo Pure Store ซึ่งด้านหน้ามีหุ่นรูปกระต่ายและคาเฟ่สีไม้โทนอบอุ่นชื่อ Biscuit &#38; Rabbit รอต้อนรับเราอยู่ ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นและไม่ขัดเขินเมื่อเดินเข้ามาในร้าน เรียกว่าทันทีที่เข้ามาเราก็ถึงกับตาลุกวาวด้วยความประทับใจและตื่นเต้นที่เห็นกระดาษมากมายขนาดนี้ เราถูกรายล้อมไปด้วยบรรดาชั้นใส่กระดาษหลายสิบชั้นที่เต็มไปด้วยกระดาษจำนวนมากหลากขนาด หลากสีสัน หลากลวดลาย โต๊ะกลางร้านมีอุปกรณ์ตกแต่งสมุดและเครื่องเขียนเล็กๆ น้อยๆ วางขายอยู่ ชั้นอีกฝั่งหนึ่งของร้านเป็นชั้นวางขายสมุดทำมือและงานกราฟิกบนกระดาษต่างๆ นอกจากที่นี่จะขายกระดาษแล้ว เรายังสามารถเรียนเย็บสมุดกับพนักงานโดยใช้เวลาไม่นานได้อีกด้วย โดยสามารถเลือกวิธีเย็บเล่มแบบที่ต้องการ ขนาดสมุดที่อยากทำ เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นช่วงแห่งการเลือกกระดาษสมุดที่อยากใช้ มีให้เลือกทั้งกระดาษเนื้อใน กระดาษปก คละกันยังไงก็ได้ตามใจชอบ (ราคาขึ้นอยู่กับลักษณะการเข้าเล่มและรูปแบบกระดาษที่เราเลือก ค่อนข้างเป็นมิตรกับกระเป๋าอยู่นะ) ด้านหลังร้านจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้เย็บสมุด มีทั้งโต๊ะสำหรับตัด-พับกระดาษ และจักรสำหรับเย็บและเครื่องเข้าเล่มสมุด Pinmo Design Studio คือสตูดิโอออกแบบขนาดเล็กในไต้หวันที่ออกแบบกราฟฟิก แบรนดิ้ง และสื่อการพิมพ์ทุกชนิด ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 หลังจากนั้นสตูดิโอแห่งนี้ก็ได้เติบโตขึ้นเป็นเอเจนซี่ที่รับงานหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาสร้างสรรค์ร้านขายผลิตภัณฑ์ของตัวเอง จนก่อให้เกิด Paper Lab หรือห้องทดลองและรวบรวมกระดาษกว่า 200 ชนิดขึ้นภายใต้ชื่อ Pinmo Pure [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-9/">Pinmo Pure Store : สวรรค์ของคนรักกระดาษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ใครจะไปเชื่อว่าในย่านช้อปปิ้งอย่างย่าน Dongmen จะมีคาเฟ่และร้านขายกระดาษและเครื่องเขียนขนาดเล็กแฝงตัวอยู่ท่ามกลางร้านค้าและบ้านเรือนของผู้คน เมื่อเดินเข้าซอยมาเรื่อยๆ<br />
จะเจอร้าน Pinmo Pure Store ซึ่งด้านหน้ามีหุ่นรูปกระต่ายและคาเฟ่สีไม้โทนอบอุ่นชื่อ<br />
Biscuit &amp; Rabbit รอต้อนรับเราอยู่</p>
<p>ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อน ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นและไม่ขัดเขินเมื่อเดินเข้ามาในร้าน<br />
เรียกว่าทันทีที่เข้ามาเราก็ถึงกับตาลุกวาวด้วยความประทับใจและตื่นเต้นที่เห็นกระดาษมากมายขนาดนี้<br />
เราถูกรายล้อมไปด้วยบรรดาชั้นใส่กระดาษหลายสิบชั้นที่เต็มไปด้วยกระดาษจำนวนมากหลากขนาด<br />
หลากสีสัน หลากลวดลาย โต๊ะกลางร้านมีอุปกรณ์ตกแต่งสมุดและเครื่องเขียนเล็กๆ น้อยๆ วางขายอยู่<br />
ชั้นอีกฝั่งหนึ่งของร้านเป็นชั้นวางขายสมุดทำมือและงานกราฟิกบนกระดาษต่างๆ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1__share.jpg"></p>
<p>นอกจากที่นี่จะขายกระดาษแล้ว<br />
เรายังสามารถเรียนเย็บสมุดกับพนักงานโดยใช้เวลาไม่นานได้อีกด้วย<br />
โดยสามารถเลือกวิธีเย็บเล่มแบบที่ต้องการ ขนาดสมุดที่อยากทำ<br />
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นช่วงแห่งการเลือกกระดาษสมุดที่อยากใช้ มีให้เลือกทั้งกระดาษเนื้อใน<br />
กระดาษปก คละกันยังไงก็ได้ตามใจชอบ (ราคาขึ้นอยู่กับลักษณะการเข้าเล่มและรูปแบบกระดาษที่เราเลือก<br />
ค่อนข้างเป็นมิตรกับกระเป๋าอยู่นะ) ด้านหลังร้านจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้เย็บสมุด<br />
มีทั้งโต๊ะสำหรับตัด-พับกระดาษ และจักรสำหรับเย็บและเครื่องเข้าเล่มสมุด</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/315.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/420.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/517.jpg"></p>
<p>Pinmo Design Studio คือสตูดิโอออกแบบขนาดเล็กในไต้หวันที่ออกแบบกราฟฟิก<br />
แบรนดิ้ง และสื่อการพิมพ์ทุกชนิด ก่อตั้งขึ้นในปี 2002<br />
หลังจากนั้นสตูดิโอแห่งนี้ก็ได้เติบโตขึ้นเป็นเอเจนซี่ที่รับงานหลากหลายมากขึ้น<br />
รวมทั้งพัฒนาสร้างสรรค์ร้านขายผลิตภัณฑ์ของตัวเอง จนก่อให้เกิด Paper Lab หรือห้องทดลองและรวบรวมกระดาษกว่า 200 ชนิดขึ้นภายใต้ชื่อ<br />
Pinmo Pure มีการทดลองและร่วมทำงานกระดาษกับทั้งศิลปิน<br />
นักออกแบบ หรือแม้แต่เด็กๆ ในโรงเรียน<br />
จนออกมาเป็นสินค้าทำมือที่มีความแปลกใหม่จากความเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/812.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1130.jpg"></p>
<p>สินค้าของร้านนี้มีเอกลักษณ์และมีความน่าสนใจมากทีเดียว<br />
ทั้งกระดาษทำมือลวดลายแปลกตา กระดาษที่มีผิวสัมผัสหลายแบบ กระดาษสีสันสวยๆ ที่ไม่เจอทั่วไป<br />
หลายแบบน่ารักกำลังพอดีแบบไม่หวานเลี่ยน มีทั้งกระดาษไซส์ A4 และขนาดที่ตัดมาสำเร็จรูปเพื่อเย็บสมุดขนาดเล็กกว่านั้น<br />
ดูรู้ว่าตั้งใจคัดสรรมาอย่างดี </p>
<p>นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากกระดาษ เช่น<br />
กระเป๋าโท้ท กระดาษซองจดหมายน่ารักๆ<br />
โปสเตอร์กราฟิกสวยๆ สมุดโน้ตทำมือที่ทำออกมาเพียง 365 เล่ม<br />
สมุดเหล่านี้มีความพิเศษคือจะเคลือบน้ำยาบางอย่างเอาไว้ เมื่อเอาไปตากแดด<br />
ปกของสมุดจะเกิดโทนสีเข้มอ่อนแตกต่างกันหลายเฉดสีตามแต่ความเข้มของแสงและเวลาในการตาก ยังไม่นับของกระจุกกระจิกอื่นๆ<br />
อย่างดินสอ เซรามิก รองเท้า เรียกว่าต้องใจแข็งมากที่จะไม่คว้าอะไรกลับบ้าน </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/617.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1037.jpg"></p>
<p>เราใช้เวลาอยู่นานสองนานในการเลือกปกกระดาษและกระดาษเนื้อในสมุด<br />
พนักงานสาวประจำร้านช่วยสอนวิธีเย็บสมุดคร่าวๆ แล้วให้เราเริ่มตัด บรรจงพับครึ่งกระดาษโดยใช้ไม้รีดกระดาษรีดรอยพับให้เรียบกริบ<br />
หลังจากจัดเรียงหน้าเสร็จแล้ว พนักงานก็ช่วยเย็บด้วยเพื่อเข้าเล่มให้<br />
เนื่องจากในวันนั้นมีลูกค้าเยอะมาก เราจึงไม่มีเวลาทำขั้นตอนสุดท้ายด้วยตัวเอง<br />
แต่ถึงอย่างไรเราก็ได้สมุดที่มีเล่มเดียวในโลกติดมือกลับออกมา</p>
<p>เวลาออกเดินทาง<br />
เราไม่ได้เพียงแค่ออกไปเห็นโลกเท่านั้น แต่ยังต้องการเก็บบันทึกสิ่งที่ได้เห็นได้รู้สึกกลับมาด้วย<br />
นอกจากการถ่ายภาพก็คงเป็นการขีดๆ เขียนๆ ลงกระดาษตามใจนึก<br />
ในกระเป๋า Herschel Supply ของเราจึงมีตัวช่วยเก็บความทรงจำเหล่านี้ใส่อยู่เสมอ<br />
เมื่อกลับถึงบ้าน แค่เปิดกระเป๋า ของฝากส่วนตัวแสนพิเศษก็คงพรั่งพรู <img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1227.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1314.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>เบญญา สิงห์อุสาหะ และ นวลตา วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo12.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-9/">Pinmo Pure Store : สวรรค์ของคนรักกระดาษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Red House : พื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ในตึกเก่าสีแดงอิฐ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-8/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-8/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Aug 2016 07:44:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<category><![CDATA[: Well Travelled in Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[ตึกแดง]]></category>
		<category><![CDATA[The Red House Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-8/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากใครไปไทเปคงไม่พลาดการช้อปปิ้งในย่านวัยรุ่นชื่อดังอย่างย่าน Ximen บริเวณนั้นเราจะสะดุดตากับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงอิฐรูปทรงแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างเชื่อมต่อกับอาคารทรงไม้กางเขน ชื่อว่า The Red House อาคารหลังนี้สร้างขึ้นมาเป็นร้อยปีแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1908 และยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี การออกแบบอันโดดเด่นเป็นฝีมือของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่ออกแบบอาคารสไตล์ตะวันตกในยุคนั้น อาคารเก่าแห่งนี้มีความพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น เพราะช่วงเวลาหนึ่งที่ไต้หวันอยู่ในการปกครองของญี่ปุ่น พื้นที่ย่าน Ximen คือแหล่งชุมชนที่ชาวญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่มากที่สุด และ ‘ตึกแดง’ หลังนี้ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตลาดช้อปปิ้งของคนญี่ปุ่น มีสินค้าตะวันตกคุณภาพดีมาขาย เป็นแหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมจากต่างถิ่น ในยุคหนึ่งก็เคยเป็นพื้นที่สำหรับงานแสดงประเภทต่างๆ เช่น โอเปร่า ดนตรี เคยเป็นโรงภาพยนตร์ฉายหนังตะวันตก เรียกว่าเป็นแหล่งรวมความบันเทิงของผู้คนในยุคเก่าอย่างแท้จริง จนกระทั่งปัจจุบันที่นี่ก็กลายเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ มีการจัดแสดงนิทรรศการ มีโรงหนัง ห้องสำหรับจัดแสดงดนตรี โรงน้ำชา ลานจัดกิจกรรมกลางแจ้ง ลานด้านหน้าอาคารตอนบ่ายคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาเดินเล่นในตลาดของทำมือซึ่งจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ สินค้าส่วนมากจะเป็นงานแฮนด์เมดที่มีความกุ๊กกิ๊ก หรือมีรูปตัวการ์ตูนน่ารักๆ ในแบบฉบับของไต้หวัน ทั้งโปสการ์ดรูปวาดสัตว์ กระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เครื่องประดับ ตลอดจนเสื้อยืดสกรีนลาย เราสังเกตว่าเอกลักษณ์ของการ์ตูน หรือ illustration ของไต้หวันนั้นจะมีความขี้เล่น น่ารัก ดูเป็นมิตร และเข้าถึงผู้คนทุกวัยได้ง่าย เมื่อเราเดินผ่านประตูเข้ามาในอาคารทรงแปดเหลี่ยมจะพบกับโซนนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของย่านและอาคารหลังนี้อยู่กลางห้อง ด้านข้างมีร้านน้ำชาเล็กๆ พร้อมโซนนั่งจิบชาที่ตกแต่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์เก่า ทำให้ได้บรรยากาศแบบโรงน้ำชาสมัยโบราณสุดๆ อีกด้านหนึ่งของห้องเป็นร้านขายของที่ระลึกของ The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-8/">The Red House : พื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ในตึกเก่าสีแดงอิฐ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากใครไปไทเปคงไม่พลาดการช้อปปิ้งในย่านวัยรุ่นชื่อดังอย่างย่าน<br />
Ximen บริเวณนั้นเราจะสะดุดตากับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสีแดงอิฐรูปทรงแปดเหลี่ยมซึ่งสร้างเชื่อมต่อกับอาคารทรงไม้กางเขน<br />
ชื่อว่า The Red House อาคารหลังนี้สร้างขึ้นมาเป็นร้อยปีแล้วตั้งแต่<br />
ค.ศ. 1908 และยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี การออกแบบอันโดดเด่นเป็นฝีมือของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นที่ออกแบบอาคารสไตล์ตะวันตกในยุคนั้น</p>
<p>อาคารเก่าแห่งนี้มีความพิเศษมากกว่าที่ตาเห็น<br />
เพราะช่วงเวลาหนึ่งที่ไต้หวันอยู่ในการปกครองของญี่ปุ่น พื้นที่ย่าน Ximen คือแหล่งชุมชนที่ชาวญี่ปุ่นมาอาศัยอยู่มากที่สุด<br />
และ ‘ตึกแดง’ หลังนี้ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตลาดช้อปปิ้งของคนญี่ปุ่น<br />
มีสินค้าตะวันตกคุณภาพดีมาขาย เป็นแหล่งหลอมรวมวัฒนธรรมจากต่างถิ่น<br />
ในยุคหนึ่งก็เคยเป็นพื้นที่สำหรับงานแสดงประเภทต่างๆ เช่น โอเปร่า ดนตรี<br />
เคยเป็นโรงภาพยนตร์ฉายหนังตะวันตก เรียกว่าเป็นแหล่งรวมความบันเทิงของผู้คนในยุคเก่าอย่างแท้จริง<br />
จนกระทั่งปัจจุบันที่นี่ก็กลายเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่<br />
มีการจัดแสดงนิทรรศการ มีโรงหนัง ห้องสำหรับจัดแสดงดนตรี โรงน้ำชา ลานจัดกิจกรรมกลางแจ้ง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/165.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/224.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/418.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/314.jpg"></p>
<p>ลานด้านหน้าอาคารตอนบ่ายคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาเดินเล่นในตลาดของทำมือซึ่งจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์<br />
สินค้าส่วนมากจะเป็นงานแฮนด์เมดที่มีความกุ๊กกิ๊ก<br />
หรือมีรูปตัวการ์ตูนน่ารักๆ ในแบบฉบับของไต้หวัน ทั้งโปสการ์ดรูปวาดสัตว์<br />
กระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เครื่องประดับ ตลอดจนเสื้อยืดสกรีนลาย<br />
เราสังเกตว่าเอกลักษณ์ของการ์ตูน หรือ illustration ของไต้หวันนั้นจะมีความขี้เล่น น่ารัก<br />
ดูเป็นมิตร และเข้าถึงผู้คนทุกวัยได้ง่าย</p>
<p>เมื่อเราเดินผ่านประตูเข้ามาในอาคารทรงแปดเหลี่ยมจะพบกับโซนนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของย่านและอาคารหลังนี้อยู่กลางห้อง<br />
ด้านข้างมีร้านน้ำชาเล็กๆ พร้อมโซนนั่งจิบชาที่ตกแต่งโดยใช้เฟอร์นิเจอร์เก่า<br />
ทำให้ได้บรรยากาศแบบโรงน้ำชาสมัยโบราณสุดๆ อีกด้านหนึ่งของห้องเป็นร้านขายของที่ระลึกของ The<br />
Red House ส่วนชั้น 2 ของตึกเป็นโรงหนังขนาดย่อมไว้จัดฉายภาพยนตร์ในโอกาสสำคัญต่างๆ<br />
เราสนุกไปกับการชมนิทรรศการและดูของใช้ในชีวิตประจำวันของคนสมัยก่อนที่จัดแสดงไว้ในตู้กระจก</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/516.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/615.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/711.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/913.jpg"></p>
<p>ด้านหลังตึกแปดเหลี่ยมเป็นอาคารทรงไม้กางเขนที่ได้รับการปรับปรุงเป็นศูนย์รวมร้านขายของดีไซน์<br />
หรือ Creative Boutique Shop ที่ให้บรรดาศิลปินรุ่นใหม่และแบรนด์ต่างๆ มาเช่าพื้นที่เพื่อขายสินค้า พื้นที่ตรงกลางห้องจัดแสดงสินค้าท้องถิ่นที่มีดีไซน์เก๋ไก๋ตามกิจกรรมในช่วงนั้น<br />
ส่วนพื้นที่รอบห้องแบ่งออกเป็นช็อปต่างๆ ทั้งร้านขายเสื้อผ้าลวดลายการ์ตูน<br />
กระเป๋าเครื่องหนัง ร้านขายของใช้ต่างๆ ร้านขายงานศิลปะ แค่เดินดูสินค้าต่างๆ<br />
ก็เพลิน (แต่ต้องใจแข็งหน่อยเพราะไม่อย่างนั้นมีกระเป๋าแบน) ร้านที่เราติดใจมากที่สุดคือร้านขายสติกเกอร์<br />
tattoo ที่มีลวดลายน่ารักให้เลือกเยอะแยะไปหมด การได้เห็นศิลปินไฟแรงตั้งอกตั้งใจนำเสนองานของตัวเองก็ทำให้เรารู้สึกได้พลังมาเหมือนกัน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1036.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1129.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1226.jpg"></p>
<p>ห้องสุดท้ายบริเวณสุดทางเดินเป็น Riverside Live House สำหรับจัดแสดงดนตรีขนาดเล็ก<br />
ในวันที่เราไปนั้นมีงานคอนเสิร์ตรวมวงหน้าใหม่ต่างๆ มาเล่นพอดี<br />
เราโชคดีได้เจอกับวงดนตรีหน้าใหม่จากไทยมาเล่นคอนเสิร์ตที่งานนี้ด้วย<br />
แอบสอบถามจึงรู้ว่าคนที่เข้าไปดูคอนเสิร์ตนี้จะต้องเสียเงินค่าเข้าชมในราคาไม่น้อยทีเดียว</p>
<p>ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า เราเดินไปยังฝั่งทิศใต้ของอาคารที่เป็นลานเบียร์สำหรับนั่งสังสรรค์ในยามค่ำคืน<br />
ท่ามกลางท้องฟ้าที่เปิดโล่ง มีเสียงดนตรีคลอเบาๆ จากร้านขายเครื่องดื่มและบาร์ขนาดเล็กที่เรียงรายอยู่หลายร้าน<br />
ผู้คนเริ่มออกมานั่งจิบเบียร์เย็นๆ และเริ่มบทสนทนากัน แม้ว่า The Red House และตลาดของทำมือจะถึงเวลาปิดแล้ว<br />
แต่อีกฝั่งหนึ่งของอาคารกลับกำลังครึกครื้นและมีสีสันจากไฟประดับร้าน<br />
เราคิดว่าสถานที่แห่งนี้ช่างมีชีวิตชีวาทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน มาที่เดียวก็เดินเล่นได้ยาวเกือบทั้งวัน<br />
พอเห็นแบบนี้เราก็สรุปได้ว่า เสน่ห์ของตึกแดงแห่งนี้น่าจะเป็นการหลอมรวมกันระหว่างประวัติศาสตร์ยุคเก่ากับคนยุคใหม่ที่อยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนนี่แหละ</p>
<p><em style="background-color: initial"><strong>ภาพ </strong>เบญญา สิงห์อุสาหะ และ นวลตา วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo11.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-8/">The Red House : พื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ในตึกเก่าสีแดงอิฐ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-8/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Beitou Library : ห้องสมุดสุดกรีนสวยติดอันดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-7/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-7/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Aug 2016 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei Public Library Beitou Branch]]></category>
		<category><![CDATA[Beitou]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เป่ยโถว]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปัตยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องสมุด]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-7/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 30 นาทีที่เรามุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือของไทเป จะมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ป่าไม้สีเขียวขจี และอากาศสดชื่น เรานั่งรถไฟสายสีแดงขึ้นเหนือไปเกือบสุดสายแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสีชมพูขบวนเล็กที่มีเพียงสามโบกี้สำหรับรับส่งโดยตรงไปยังแหล่งน้ำพุร้อน Beitou ที่มีชื่อเสียง ความพิเศษของรถไฟขบวนนี้คือแต่ละโบกี้จะมีการตกแต่งภายในไม่เหมือนกัน โบกี้แรกเป็นสีแดงมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ฉายวิดีโอประวัติของตำบลเป่ยโถวในอดีต โบกี้ต่อมาเป็นสีเขียวที่ติดวอลเปเปอร์ต้นไม้เขียวชอุ่ม สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางป่า โบกี้สุดท้ายเป็นโบกี้ที่เราชอบมากที่สุด มีการจำลองบรรยากาศภายในโรงอาบน้ำโบราณและทำโต๊ะบริเวณที่นั่งเป็นทรงอ่างแช่น้ำ ลงจากรถไฟแล้วเราก็เดินลัดเลาะตามสวนสาธารณะเป่ยโถวที่มีความเป็นป่าธรรมชาติย่อมๆ ไปจนพบ Taipei Public Library Beitou Branch หรือที่เรียกย่อๆว่า Beitou Library ห้องสมุดสาธารณะเป่ยโถวซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่รูปทรงสะดุดตา ก่อด้วยโครงสร้างเหล็กและปกคลุมด้วยไม้ ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชาวไต้หวัน Bio-architecture Formosana นอกจากห้องสมุดแห่งนี้จะเปิดให้ผู้คนได้เข้าไปอ่านหนังสือ นั่งทำงาน หรือพักผ่อนหย่อนใจโดยไม่เก็บค่าบริการแล้ว ยังติดอันดับ 1 ใน 25 ห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2012 (จัดอันดับโดยเว็บไซต์ Flavorwire) และเป็นอาคารแห่งแรกในไต้หวันที่ได้ใบรับรองให้เป็น Green Building หรืออาคารสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ความดีงามของห้องสมุดไม่ได้มีแค่หน้าตาภายนอก ความแปลกตาของรูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่เราเห็นเป็นผลจากการออกแบบเพื่อตอบรับการประหยัดพลังงานภายในอาคาร หลังคาที่มีขนาดใหญ่มหึมานอกจากจะช่วยปกคลุมอาคารและระเบียงจากแสงแดดแล้ว ยังมีการติดโซลาร์เซลล์ไว้ที่หลังคาบางส่วนเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า และปลูกหญ้าปกคลุมหลังคาเพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน นอกจากนี้ หลังคายังมีความชันที่เหมาะสมในการระบายน้ำฝน สำหรับนำไปหมุนเวียนใช้ในห้องน้ำ และรดน้ำต้นไม้บริเวณสวนรอบอาคาร ภายในของห้องสมุดก็มีการออกแบบไว้อย่างประณีตบรรจง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-7/">Beitou Library : ห้องสมุดสุดกรีนสวยติดอันดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 30 นาทีที่เรามุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือของไทเป<br />
จะมีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ป่าไม้สีเขียวขจี และอากาศสดชื่น เรานั่งรถไฟสายสีแดงขึ้นเหนือไปเกือบสุดสายแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสีชมพูขบวนเล็กที่มีเพียงสามโบกี้สำหรับรับส่งโดยตรงไปยังแหล่งน้ำพุร้อน<br />
Beitou ที่มีชื่อเสียง ความพิเศษของรถไฟขบวนนี้คือแต่ละโบกี้จะมีการตกแต่งภายในไม่เหมือนกัน<br />
โบกี้แรกเป็นสีแดงมีจอภาพขนาดใหญ่ที่ฉายวิดีโอประวัติของตำบลเป่ยโถวในอดีต<br />
โบกี้ต่อมาเป็นสีเขียวที่ติดวอลเปเปอร์ต้นไม้เขียวชอุ่ม สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ท่ามกลางป่า<br />
โบกี้สุดท้ายเป็นโบกี้ที่เราชอบมากที่สุด มีการจำลองบรรยากาศภายในโรงอาบน้ำโบราณและทำโต๊ะบริเวณที่นั่งเป็นทรงอ่างแช่น้ำ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/164.jpg"></p>
<p>ลงจากรถไฟแล้วเราก็เดินลัดเลาะตามสวนสาธารณะเป่ยโถวที่มีความเป็นป่าธรรมชาติย่อมๆ<br />
ไปจนพบ Taipei Public Library Beitou<br />
Branch หรือที่เรียกย่อๆว่า Beitou Library ห้องสมุดสาธารณะเป่ยโถวซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่รูปทรงสะดุดตา<br />
ก่อด้วยโครงสร้างเหล็กและปกคลุมด้วยไม้ ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชาวไต้หวัน Bio-architecture<br />
Formosana นอกจากห้องสมุดแห่งนี้จะเปิดให้ผู้คนได้เข้าไปอ่านหนังสือ<br />
นั่งทำงาน หรือพักผ่อนหย่อนใจโดยไม่เก็บค่าบริการแล้ว ยังติดอันดับ 1 ใน 25 ห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลกประจำปี 2012 (จัดอันดับโดยเว็บไซต์ Flavorwire) และเป็นอาคารแห่งแรกในไต้หวันที่ได้ใบรับรองให้เป็น<br />
Green Building หรืออาคารสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/313.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/416.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/515.jpg"></p>
<p>ความดีงามของห้องสมุดไม่ได้มีแค่หน้าตาภายนอก<br />
ความแปลกตาของรูปทรงทางสถาปัตยกรรมที่เราเห็นเป็นผลจากการออกแบบเพื่อตอบรับการประหยัดพลังงานภายในอาคาร<br />
หลังคาที่มีขนาดใหญ่มหึมานอกจากจะช่วยปกคลุมอาคารและระเบียงจากแสงแดดแล้ว<br />
ยังมีการติดโซลาร์เซลล์ไว้ที่หลังคาบางส่วนเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า และปลูกหญ้าปกคลุมหลังคาเพื่อทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน<br />
นอกจากนี้ หลังคายังมีความชันที่เหมาะสมในการระบายน้ำฝน สำหรับนำไปหมุนเวียนใช้ในห้องน้ำ<br />
และรดน้ำต้นไม้บริเวณสวนรอบอาคาร </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/614.jpg"></p>
<p>ภายในของห้องสมุดก็มีการออกแบบไว้อย่างประณีตบรรจง<br />
ทั้งโครงสร้างและเสาเหล็กที่ประกบผิวด้วยไม้  บันไดไม้ที่มีผนังกรุด้วยหินธรรมชาติ ที่นี่มีหน้าต่างขนาดใหญ่จำนวนมากเพื่อรับแสงและลมธรรมชาติเข้ามา<br />
ช่วยประหยัดการใช้พลังงานภายในอาคารไปได้มาก แถมยังมีระเบียงไม้ยื่นออกไปตลอดแนวอาคาร<br />
ใช้เป็นที่เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ และยังช่วยป้องกันแสงแดดส่องเข้าไปรบกวนผู้ใช้ห้องสมุดโดยตรงอีก<br />
แม้วันนี้จะมีฝนลงฉ่ำชื้น แต่คนมากมายก็ยังมาใช้บริการห้องสมุด นั่งอ่านหนังสือรับลมกันสบายๆ<br />
ที่ริมระเบียงเงียบๆ เห็นแล้วอดอิจฉาไม่ได้ ที่นี่เปลี่ยนภาพจำห้องสมุดหน้าตาเรียบๆ<br />
บรรยากาศเหงาๆ ในความคิดเราไปเลย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/710.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/912.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/810.jpg"></p>
<p>สำหรับใครที่อยากมานั่งอ่านหนังสือ ที่นี่มีที่นั่งหลายแบบให้เลือกตามใจชอบ<br />
ความน่ารักคือตู้หนังสือเว้นช่องขนาด 1 ที่นั่งซ่อนตัวอยู่ตรงกลาง<br />
สามารถนั่งอ่านอย่างเป็นส่วนตัวกลางป่าหนังสือได้เลย มุมโต๊ะทำงานก็มาพร้อมโคมไฟและปลั๊กส่วนตัว<br />
ดูสบายประหนึ่งนั่งในคาเฟ่หรือ co-working<br />
space ที่เก้าอี้ไม้ยังมีรายละเอียดตกแต่งเล็กๆ ด้วยการแกะพนักพิงเป็นรูปตัวแมลงต่างๆ<br />
เช่น ด้วง แมลงปอ แสดงถึงธรรมชาติท้องถิ่น </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1035.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1128.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1225.jpg"></p>
<p>และถ้านั่งนานจนอยากยืดเส้นยืดสาย<br />
บริเวณรอบห้องสมุดก็น่าเดินเล่นไม่แพ้กัน มีที่นั่งกลางสวน ต้นไม้ใหญ่ ลำธาร<br />
รวมถึงมีพิพิธภัณฑ์บ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถวอยู่ใกล้ๆ ด้วย ย่านนี้สามารถสะพายกระเป๋ามาค้างคืนแล้วซึมซับความอิ่มเอมให้เต็มที่<br />
แต่ถ้าจะให้ดีต้องเลือกตัวช่วยอย่างกระเป๋าเดินทางที่สวยและมีคุณภาพมาด้วยกัน ซึ่ง<br />
Herschel Supply ก็เป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีเลยล่ะ</p>
<p>ถึงแหล่งหนอนหนังสือแห่งนี้จะไม่ได้หวือหวาหรือดีไซน์เก๋ไก๋ขั้นสุด<br />
แต่การออกแบบอย่างละเอียดและก่อสร้างอย่างพิถีพิถัน กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม ก็ทำให้ที่นี่ได้รับการยกย่องว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงทั้งจากภายนอกและภายใน<br />
ชวนให้เรากลับมาคิดถึงการออกแบบสถานที่สาธารณะในบ้านเรา เพราะไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดหรือที่ไหนๆ<br />
ถ้านำการออกแบบที่สวยงามและมีประโยชน์มาใช้ ตอบโจทย์ชีวิตคนและสังคม ผู้คนก็จะได้ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างมีความสุขทั้งกายและใจในเมืองที่น่าอยู่ยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1411.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> นวลตา วงศ์เจริญ และ เบญญา สิงห์อุสาหะ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/bags.jpg" style="width: 216px"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo11.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-7/">Beitou Library : ห้องสมุดสุดกรีนสวยติดอันดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-7/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Treasure Hill Artist Village : หมู่บ้านศิลปินบนเนินเขา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-6/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-6/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Aug 2016 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<category><![CDATA[Treasure Hill Artist Village]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านศิลปิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-6/</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันอาทิตย์ปลายเดือนมิถุนายนที่สภาพอากาศแปรปรวนของเรา เริ่มต้นด้วยการมาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านศิลปินบนเนินเขาริมแม่น้ำ Xindian ที่มีอายุร่วม 70 ปี Treasure Hill Artist Village เคยเป็นหมู่บ้านทหารมาก่อน (อีกแล้ว) แต่มีความน่าสนใจตรงที่รัฐบาลท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมกับศิลปินและคนในพื้นที่ดั้งเดิม พัฒนาให้เกิดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะทุกแขนง เปิดโอกาสให้ศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกมาเช่าบ้านหลังเล็กๆ ในพื้นที่เพื่อฝังตัวสร้างงานศิลปะ หรืออยากจะเปิดเป็นแกลเลอรี่จัดแสดงผลงาน ร้านขายของทำมือ ร้านอาหารโฮมเมด หรือคาเฟ่ท้องถิ่นก็ตามแต่ ในราคาเป็นมิตร ความประทับใจแรกของเราเกิดขึ้นทันทีที่เดินขึ้นเนินเขาเพื่อมายังหมู่บ้านแห่งนี้ ถึงจะเหนื่อยจากอากาศร้อน แต่กระเป๋า Herschel Supply ก็เป็นผู้ช่วยในการเดินทางที่ดี ทั้งตลอดแนวกำแพงริมถนนมีรูปวาดลายเส้นการ์ตูนน่ารักๆ ให้เดินถ่ายรูปเล่นจนลืมเหนื่อย เมื่อเดินผ่านวัดใหญ่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านก็จะพบดินแดนแห่งใหม่ที่ประกอบไปด้วยบ้านหลังน้อยใหญ่หลายสิบหลัง เล่นระดับอยู่บนเนินเขาสูงต่ำ ปัจจุบันหมู่บ้านมีทั้งคนท้องถิ่นดั้งเดิมและศิลปินรุ่นใหม่มาอาศัยอยู่ด้วยกัน เดินไปก็สนุกกับการตามหาบ้านตามซอกซอยต่างๆ ซึ่งเปิดให้เข้าไปเยี่ยมเยือนแต่เวลาเปิดปิดของบ้านแต่ละหลังไม่แน่นอน แนะนำให้มาในวันหยุดจะคึกคักกว่า อาจได้เวิร์กช็อปงานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ด้วย บ้านหลังเล็กจิ๋วหน้าสุดถูกดัดแปลงให้เป็น information center เล็กๆ มีป้ายแผนที่แนะนำเส้นทางในหมู่บ้าน มีโปสเตอร์งานนิทรรศการที่กำลังจัดแสดงอยู่ และตู้ใส่โปสการ์ดแจกฟรีขนาดใหญ่ ระหว่างที่เรากำลังสนุกกับการเลือกโปสการ์ดสวยๆ ก็สังเกตเห็นหุ่นฟิกเกอร์รูปคนตัวจิ๋วเกาะอยู่บนขอบหน้าต่างบ้าน อดคิดไม่ได้ว่าไทเปช่างเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตัวการ์ตูนน่ารักจริงๆ บ้านหลังแรกที่เราได้เข้าไปเป็นบ้านสีขาวหลังเล็กที่มีกระถางต้นไม้เรียงรายอยู่ด้านหน้า มองจากภายนอกไม่รู้เลยว่าเป็นที่ซ่อนตัวของสตูดิโอที่ครบถ้วนไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทำเครื่องเงิน ภายในร้านขายสินค้าทำมือ ทั้งเมล็ดต้นไม้พร้อมปลูกที่ฝังตัวอยู่ในก้อนดินปั้นด้วยมือ ตัวปั๊มโลหะ ขวดโหลใส่จดหมาย นิตยสารทำมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-6/">Treasure Hill Artist Village : หมู่บ้านศิลปินบนเนินเขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันอาทิตย์ปลายเดือนมิถุนายนที่สภาพอากาศแปรปรวนของเรา<br />
เริ่มต้นด้วยการมาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านศิลปินบนเนินเขาริมแม่น้ำ Xindian ที่มีอายุร่วม 70 ปี <strong>Treasure Hill Artist Village </strong>เคยเป็นหมู่บ้านทหารมาก่อน<br />
(อีกแล้ว) แต่มีความน่าสนใจตรงที่รัฐบาลท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมกับศิลปินและคนในพื้นที่ดั้งเดิม<br />
พัฒนาให้เกิดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์งานศิลปะทุกแขนง เปิดโอกาสให้ศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกมาเช่าบ้านหลังเล็กๆ<br />
ในพื้นที่เพื่อฝังตัวสร้างงานศิลปะ หรืออยากจะเปิดเป็นแกลเลอรี่จัดแสดงผลงาน<br />
ร้านขายของทำมือ ร้านอาหารโฮมเมด หรือคาเฟ่ท้องถิ่นก็ตามแต่ ในราคาเป็นมิตร</p>
<p>ความประทับใจแรกของเราเกิดขึ้นทันทีที่เดินขึ้นเนินเขาเพื่อมายังหมู่บ้านแห่งนี้<br />
ถึงจะเหนื่อยจากอากาศร้อน แต่กระเป๋า Herschel Supply ก็เป็นผู้ช่วยในการเดินทางที่ดี ทั้งตลอดแนวกำแพงริมถนนมีรูปวาดลายเส้นการ์ตูนน่ารักๆ<br />
ให้เดินถ่ายรูปเล่นจนลืมเหนื่อย เมื่อเดินผ่านวัดใหญ่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านก็จะพบดินแดนแห่งใหม่ที่ประกอบไปด้วยบ้านหลังน้อยใหญ่หลายสิบหลัง<br />
เล่นระดับอยู่บนเนินเขาสูงต่ำ ปัจจุบันหมู่บ้านมีทั้งคนท้องถิ่นดั้งเดิมและศิลปินรุ่นใหม่มาอาศัยอยู่ด้วยกัน<br />
เดินไปก็สนุกกับการตามหาบ้านตามซอกซอยต่างๆ ซึ่งเปิดให้เข้าไปเยี่ยมเยือนแต่เวลาเปิดปิดของบ้านแต่ละหลังไม่แน่นอน<br />
แนะนำให้มาในวันหยุดจะคึกคักกว่า อาจได้เวิร์กช็อปงานศิลปะเล็กๆ น้อยๆ ด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0260.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0355.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0448.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0546.jpg"></p>
<p>บ้านหลังเล็กจิ๋วหน้าสุดถูกดัดแปลงให้เป็น<br />
information center เล็กๆ<br />
มีป้ายแผนที่แนะนำเส้นทางในหมู่บ้าน มีโปสเตอร์งานนิทรรศการที่กำลังจัดแสดงอยู่<br />
และตู้ใส่โปสการ์ดแจกฟรีขนาดใหญ่ ระหว่างที่เรากำลังสนุกกับการเลือกโปสการ์ดสวยๆ<br />
ก็สังเกตเห็นหุ่นฟิกเกอร์รูปคนตัวจิ๋วเกาะอยู่บนขอบหน้าต่างบ้าน อดคิดไม่ได้ว่าไทเปช่างเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตัวการ์ตูนน่ารักจริงๆ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0735.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0833.jpg"></p>
<p>บ้านหลังแรกที่เราได้เข้าไปเป็นบ้านสีขาวหลังเล็กที่มีกระถางต้นไม้เรียงรายอยู่ด้านหน้า<br />
มองจากภายนอกไม่รู้เลยว่าเป็นที่ซ่อนตัวของสตูดิโอที่ครบถ้วนไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือทำเครื่องเงิน<br />
ภายในร้านขายสินค้าทำมือ ทั้งเมล็ดต้นไม้พร้อมปลูกที่ฝังตัวอยู่ในก้อนดินปั้นด้วยมือ<br />
ตัวปั๊มโลหะ ขวดโหลใส่จดหมาย นิตยสารทำมือ ที่สะดุดตามากที่สุดคือราวแขวนจดหมายบริเวณมุมหนึ่งของห้องซึ่งเต็มไปด้วยโปสการ์ดและจดหมายในขวดโหลที่เขียนแล้ว<br />
เจ้าของร้านบอกว่าเป็นจดหมายที่คนมาเขียนถึงกันและแอบซ่อนไว้ พร้อมกับมีลายแทงส่งให้เพื่อนมาตามหาจดหมายที่นี่<br />
เราฟังแล้วรู้สึกสนุก คล้ายกับเป็นเกมตามหาสมบัติ แต่น่าเสียดายที่ร้านไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป</p>
<p>ในบ้านแต่ละหลังจะซ่อนอะไรไว้<br />
เราต้องเป็นคนค้นหาด้วยตัวเอง<br />
บางหลังทำเป็นห้องฉายหนังที่เล่าเรื่องความผูกพันของผู้คนท้องถิ่นต่อหมู่บ้านแห่งนี้<br />
ทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นคุณค่าทางใจในการเก็บรักษาสถานที่เก่า บางหลังมีกลุ่มคนทำละครเวทีมาจัดกิจกรรมแนวทดลองเปิดให้คนมาอาบน้ำในบ้าน<br />
(!?) ถือเป็นเรื่องดีที่เมืองใหญ่มีสเปซให้คนตัวเล็กๆ<br />
ได้แสดงออกความคิดของตัวเอง</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/0923.jpg"></p>
<p>ก่อนฝนชุดใหญ่จะตกลงมา<br />
เราเข้ามาเอนหลังอยู่ในร้านคาเฟ่เล็กๆ ชื่อ Tadpole Point (Tadpole แปลว่าลูกอ๊อด)<br />
ทันทีที่เข้ามาในร้านก็สะดุดตากับบรรดาหนังสือที่กองอยู่บนโต๊ะใหญ่กลางร้าน<br />
สื่อสิ่งพิมพ์กราฟิกต่างๆ ที่แปะอยู่ทั่วผนังห้อง ห้องเล็กๆ ด้านขวามือเป็นห้องเก็บบรรดาแผ่นพับและนิตยสารแจกฟรีสวยๆ<br />
ให้เข้าไปเลือกค้นอย่างสนุกสนาน </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1033.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1224.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1127.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/her.jpg"></p>
<p>ภายในร้านตกแต่งแบบหยิบเล็กผสมน้อย<br />
มีความเป็นท้องถิ่นแบบไต้หวันผสมกับความวินเทจและงานทำมือที่ให้บรรยากาศอบอุ่นอยู่สบายเหมือนบ้าน<br />
หลังจากเอนตัวเอกเขนกบนเบาะที่นั่งบนชั้น 2 พร้อมจิบ Matcha Lemon Ice Tea เครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ใช้ชาเขียวมัทชะผสมกับมะนาวรสชาติดี<br />
เราก็ลงมาพูดคุยกับหญิงสาวเจ้าของร้านที่เป็นทั้งศิลปินและนักเขียน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจมาฝังตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและยังจัดกิจกรรมแลกหนังสือบ่อยๆ<br />
ในร้านแห่งนี้ด้วย เราออกมาจากร้านพร้อมนิตยสารทำมือของหมู่บ้านที่เธอเป็นคนทำขึ้น<br />
ท่ามกลางท้องฟ้าที่กลับมาสดใสอีกครั้ง</p>
<p>ระหว่างเดินซอกแซกขึ้นลงตามซอกซอยอย่างสนุกสนาน<br />
เราเดินสวนกับคุณตาคุณยายที่กำลังนั่งจิบกาแฟชิลล์ๆ อยู่หน้าบ้าน<br />
เลี้ยวเข้าไปเยี่ยมชมสตูดิโอเล็กๆ ของศิลปินที่เฟรนด์ลี่สุดๆ แล้วแอบเผลออมยิ้มให้กับรายละเอียดเล็กๆ<br />
น้อยๆ ทั้งสติกเกอร์ขนาดจิ๋วที่ฝากไว้ตามตู้จดหมาย เสาไฟฟ้า<br />
ผลงานกราฟฟิตี้บนผนังปูนเก่า หรือแม้แต่ลวยลายน่ารักบนฝาท่อระบายน้ำ</p>
<p>ท่ามกลางบรรยากาศที่มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ผสมผสานกับงานศิลปะ<br />
บวกกับธรรมชาติสีเขียวรอบตัว ไม่ต้องบอกเลยว่าเราตกหลุมรักหมู่บ้านแห่งนี้มากแค่ไหน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1410.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/159.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เบญญา สิงห์อุสาหะ และ นวลตา วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo3.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-6/">Treasure Hill Artist Village : หมู่บ้านศิลปินบนเนินเขา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-6/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>MOCA Taipei : เสพงานอาร์ตร่วมสมัยในอดีตโรงเรียนประถมสุดคลาสสิก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-5/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-5/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Aug 2016 08:23:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taiwan]]></category>
		<category><![CDATA[art]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<category><![CDATA[MOCA Taipei]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-5/</guid>

					<description><![CDATA[<p>MOCA เป็นชื่อเล่นของ Museum of Contemporary Art Taipei ซึ่งเดิมเคยเป็นโรงเรียนประถมที่สร้างขึ้นในปี 1921 ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ต่อมาเมื่อไต้หวันถูกยึดอำนาจโดยจีน สถานที่แห่งนี้จึงได้เปลี่ยนไปเป็นทำเนียบรัฐบาล และด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่โดดเด่น อาคารนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่าน Zhongshan หลังจากที่ทำเนียบรัฐบาลย้ายออกไปจึงได้มีการปรับปรุงอาคารเก่าและเปิดให้บริการเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกในไต้หวันมาจนถึงปัจจุบัน โดยตั้งใจนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการจัดแสดงงานด้วย ด้านหน้าของสถาปัตยกรรมก่อด้วยอิฐสีน้ำตาลแดงขนาดใหญ่ มีตู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองและแดงสดรอทักทายเราอยู่ บนตู้มีรถเต่าเพนต์ลายน่ารัก เป็นงาน Installation Art เพิ่มสีสันให้กับลานกิจกรรมข้างหน้าได้เป็นอย่างดี อาคารหลังนี้มีความเก่าแก่แต่ยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้เหมือนกับอาคารเก่าอื่นๆ ในไทเปที่เราไปเยี่ยมเยือนมา ต้องยอมรับในความใส่ใจและเห็นคุณค่าของสิ่งก่อสร้างโบราณของที่นี่จริงๆ การได้เห็นมุมมองความคิดของคนต่างที่แบบนี้ก็ทำให้ทริปนี้กลายเป็นทริป Well Travelled อย่างเต็มความหมาย นอกจากอิฐก่อที่เป็นเอกลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว ยังมีซุ้มประตูทางเข้าสีขาวที่ประดับตกแต่งด้วยหัวเสาแบบคอรินเทียน เป็นสถาปัตยกรรมของกรีกโบราณ บวกกับบานประตูสีขาวที่โค้งรับกับซุ้มทางเข้าได้อย่างลงตัว ทำให้เราหลงรักสถาปัตยกรรมหลังนี้อย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากซื้อบัตรเข้าชมงานและเก็บของในล็อกเกอร์ เราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องจัดนิทรรศการ ในช่วงนี้มีนิทรรศการจัดแสดงอยู่หลายงาน ส่วนมากเป็นศิลปะร่วมสมัยหรืองานศิลปะแนวทดลองในสาย Fine Art บางงานก็ติสท์จนเราต้องอาศัยอ่านคำอธิบายงานเพื่อทำความเข้าใจแนวคิดของศิลปิน งานที่ติสท์ได้โล่สำหรับเราคืองานแสดงเล็กๆ จัดบนโต๊ะขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยเศษวัสดุและอุปกรณ์สำหรับงานจิตรกรรม ทั้งถุงสีแห้งแข็ง เศษสีที่แห้งเป็นขุยผง หลอดสีที่ใช้แล้ว สุดขอบโต๊ะมีทีวีแสดงคลิปการสร้างผลงานของศิลปิน และที่พื้นรอบๆ ห้องมีเฟรมรูปภาพที่วาดเสร็จแล้วตั้งซ้อนกันอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบเหมือนกำลังเชื้อเชิญให้เราไปหยิบจับหรือคุ้ยดูผลงานได้ตามสบาย อีกงานแสดงที่อาศัยพลังงานและความถึกเป็นอย่างมากคืองานที่จัดแสดงในห้องขนาดใหญ่ ชื่องาน The Design [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-5/">MOCA Taipei : เสพงานอาร์ตร่วมสมัยในอดีตโรงเรียนประถมสุดคลาสสิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>MOCA เป็นชื่อเล่นของ<br />
Museum of Contemporary Art Taipei ซึ่งเดิมเคยเป็นโรงเรียนประถมที่สร้างขึ้นในปี<br />
1921 ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น<br />
ต่อมาเมื่อไต้หวันถูกยึดอำนาจโดยจีน<br />
สถานที่แห่งนี้จึงได้เปลี่ยนไปเป็นทำเนียบรัฐบาล และด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่โดดเด่น<br />
อาคารนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่าน Zhongshan หลังจากที่ทำเนียบรัฐบาลย้ายออกไปจึงได้มีการปรับปรุงอาคารเก่าและเปิดให้บริการเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกในไต้หวันมาจนถึงปัจจุบัน<br />
โดยตั้งใจนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการจัดแสดงงานด้วย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-11.jpg"></p>
<p>ด้านหน้าของสถาปัตยกรรมก่อด้วยอิฐสีน้ำตาลแดงขนาดใหญ่<br />
มีตู้คอนเทนเนอร์สีเหลืองและแดงสดรอทักทายเราอยู่ บนตู้มีรถเต่าเพนต์ลายน่ารัก<br />
เป็นงาน Installation Art เพิ่มสีสันให้กับลานกิจกรรมข้างหน้าได้เป็นอย่างดี<br />
อาคารหลังนี้มีความเก่าแก่แต่ยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้เหมือนกับอาคารเก่าอื่นๆ ในไทเปที่เราไปเยี่ยมเยือนมา ต้องยอมรับในความใส่ใจและเห็นคุณค่าของสิ่งก่อสร้างโบราณของที่นี่จริงๆ การได้เห็นมุมมองความคิดของคนต่างที่แบบนี้ก็ทำให้ทริปนี้กลายเป็นทริป Well Travelled อย่างเต็มความหมาย</p>
<p>นอกจากอิฐก่อที่เป็นเอกลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้ว<br />
ยังมีซุ้มประตูทางเข้าสีขาวที่ประดับตกแต่งด้วยหัวเสาแบบคอรินเทียน<br />
เป็นสถาปัตยกรรมของกรีกโบราณ<br />
บวกกับบานประตูสีขาวที่โค้งรับกับซุ้มทางเข้าได้อย่างลงตัว<br />
ทำให้เราหลงรักสถาปัตยกรรมหลังนี้อย่างไม่ต้องสงสัย</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-121.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/extra.jpg" style="text-align: center"></p>
<p>หลังจากซื้อบัตรเข้าชมงานและเก็บของในล็อกเกอร์<br />
เราก็มุ่งหน้าเข้าสู่ห้องจัดนิทรรศการ ในช่วงนี้มีนิทรรศการจัดแสดงอยู่หลายงาน<br />
ส่วนมากเป็นศิลปะร่วมสมัยหรืองานศิลปะแนวทดลองในสาย Fine Art บางงานก็ติสท์จนเราต้องอาศัยอ่านคำอธิบายงานเพื่อทำความเข้าใจแนวคิดของศิลปิน<br />
งานที่ติสท์ได้โล่สำหรับเราคืองานแสดงเล็กๆ จัดบนโต๊ะขนาดใหญ่ที่เรียงรายไปด้วยเศษวัสดุและอุปกรณ์สำหรับงานจิตรกรรม<br />
ทั้งถุงสีแห้งแข็ง เศษสีที่แห้งเป็นขุยผง หลอดสีที่ใช้แล้ว<br />
สุดขอบโต๊ะมีทีวีแสดงคลิปการสร้างผลงานของศิลปิน และที่พื้นรอบๆ ห้องมีเฟรมรูปภาพที่วาดเสร็จแล้วตั้งซ้อนกันอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบเหมือนกำลังเชื้อเชิญให้เราไปหยิบจับหรือคุ้ยดูผลงานได้ตามสบาย</p>
<p>อีกงานแสดงที่อาศัยพลังงานและความถึกเป็นอย่างมากคืองานที่จัดแสดงในห้องขนาดใหญ่<br />
ชื่องาน The Design of Refining the Dust<br />
Into Grey And Permeating Into The Future เป็นงาน Installation Art ที่ใช้เศษกรวด ทราย และสิ่งของที่ศิลปินเก็บได้มาเรียงรายต่อกันบนพื้นคล้ายเป็นสายน้ำที่กำลังไหลอยู่<br />
เราเดินชื่นชมงานพร้อมอึ้งไปกับความพยายามและความอดทนของศิลปิน</p>
<p>งานสุดท้ายที่เป็นไฮไลต์และน่าจะเป็นงานที่สื่อสารกับผู้ชมได้ง่ายที่สุด<br />
คืองานแสดงเดี่ยวของ Yeh Fang ศิลปินชาวไต้หวัน<br />
ภายใต้ชื่องาน Vision of the Void ซึ่งเป็นงานแสดงความคิดและมุมมองของศิลปินผ่านประสบการณ์การเดินทางของชีวิตผ่านมุมมอง<br />
อารมณ์ และความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ ภายในงานมีการจัดแสดงภาพวาดสีน้ำมันรูปดอกไม้ที่มีความนุ่มละมุนที่สุดเท่าที่เราเคยเจอ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-22.jpg" style="text-align: center"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-33.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>แม้ภาพของ Yeh Fang จะไม่ได้เป็นภาพที่มีแนวคิดหวือหวา<br />
แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับสะกดสายตาของเราให้พิจารณาดูภาพวาดอย่างละเอียดบรรจง<br />
ส่วนจัดแสดงที่เราชอบเป็นพิเศษคือการนำภาพวาดสีน้ำมันรูปดอกไม้และภูมิทัศน์<br />
มาผสมผสานกับเพลง<br />
โดยใช้เทคนิคคาไลโดสโคปที่ใช้กระจกสะท้อนภาพภาพเดียวให้แตกออกเป็นหลายมิติ<br />
เราสวมหูฟังพร้อมกับมองเข้าไปในกล่องที่เจาะรูไว้เพื่อดูภาพชวนฝันด้านใน<br />
แล้วปลดปล่อยจินตนาการไปกับมิวสิกวิดีโอสั้นๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ</p>
<p>หลังจากเสพงานศิลปะกันอย่างเต็มที่<br />
เราก็แวะไปที่ช็อปและร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ของพิพิธภัณฑ์<br />
ภายในร้านสีเหลืองหม่นมีความน่ารักแบบไต้หวันๆ ที่นี่เสิร์ฟทั้งเครื่องดื่ม<br />
อาหารคาวหวาน รวมทั้งยังมีโซนขายของดีไซน์ และสินค้าท้องถิ่นแพ็กเกจเก๋ด้วย </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-51.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-61.jpg"></p>
<p>ออกจากแกลเลอรี่เราก็สะพายกระเป๋า Herschel Supply เดินเล่นในย่านและเดินผ่านสวนสาธารณะขนาดย่อมข้างแกลเลอรี่<br />
ซึ่งมีงานประติมากรรมรูปสัตว์ประดับด้วยโมเสกชิ้นเล็กชิ้นน้อยสีสันสดใสกระจายอยู่ทั่วสวน<br />
มีทั้งเจ้าหมาจิ้กจอกนอนอ่านหนังสือหลับปุ๋ยในอ่างอาบน้ำริมทางเดิน<br />
เจ้าหอยทากกำลังคลานแข่งกันอยู่บนกำแพง<br />
หรือฝูงกระต่ายที่กระโดดเล่นอยู่บนบันไดยกระดับ<br />
เราชอบในความขี้เล่นของคนที่นี่ที่ผสมงานศิลปะเข้ากับพื้นที่สาธารณะได้อย่างสร้างสรรค์<br />
ทำให้สวนธรรมดาๆ ที่เคยเป็นแค่ทางเดินผ่าน กลายเป็นจุดเรียกรอยยิ้มของผู้คนแถวนั้นได้อย่างง่ายดาย<br />
<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/1f642.png" alt="🙂" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-7.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-81.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/extra-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-111.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เบญญา สิงห์อุสาหะ และ นวลตา<br />
วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo.png" alt="" style="text-align: center"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" style="background-color: initial"> </p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-5/">MOCA Taipei : เสพงานอาร์ตร่วมสมัยในอดีตโรงเรียนประถมสุดคลาสสิก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-5/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Fujin Street : ถนนสายเก๋อุดมงานดีไซน์แสนร่มรื่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-4/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-4/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Jul 2016 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Have a Nice 479]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[café]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Herschel Supply]]></category>
		<category><![CDATA[Fujin Street]]></category>
		<category><![CDATA[Fujin Tree]]></category>
		<category><![CDATA[Fujin Tree 353 CAFÉ]]></category>
		<category><![CDATA[Fujin Tree 352]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-4/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองไทเปมาพบกับความสงบเงียบ สัมผัสท้องฟ้าปลอดโปร่ง และความร่มรื่นของต้นไม้ขนาดใหญ่เบิ้มที่ปกคุลมถนนทั้งเส้น เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Fujin Street ถนนที่มีความยาว 800 เมตร เรียงรายไปด้วยร้านขายของดีไซน์ คาเฟ่ และร้านอาหาร เนื่องจากย่านนี้อยู่ใกล้กับสนามบิน Songshan สนามบินอีกแห่งของไทเปที่มักใช้เดินทางภายในประเทศ บริเวณโดยรอบจึงปราศจากตึกสูง ทำให้สามารถมองเห็นท้องฟ้ากว้างๆ ได้ตลอดการเดินเล่นที่ย่านนี้ ถ้าอากาศดีจะค่อยๆ เดินมาจาก MRT Songshan Airport ก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากเดินนั่งรถเมล์มาไม่กี่ป้ายก็ถึง เพียงเดินลัดเลาะผ่านสวนและลานวิ่ง Minquan Park ที่มีคนมาออกกำลังกายกันก็จะพบถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เป็นสัญลักษณ์ว่าเรามาถึงถนน Fujin แล้ว ในอดีตชุมชน Minsheng แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของครอบครัวทหารอเมริกัน นอกจากจะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่แล้ว ตามหน้าอพาร์ตเมนต์ยังมีพื้นที่สวนเล็กๆ ประปราย ถนน Fujin เริ่มโด่งดังจากการเป็นโลเคชันถ่ายภาพยนตร์ Turn Left, Turn Right ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Jimmy Liao เมื่อถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำบ่อยๆ ก็เริ่มมีร้านค้าต่างๆ ทยอยมาเปิด ปัจจุบัน Fujin Street เรียกได้ว่าเป็นถนนแสนร่มรื่นของไทเปที่อุดมร้านค้าเก๋ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-4/">Fujin Street : ถนนสายเก๋อุดมงานดีไซน์แสนร่มรื่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองไทเปมาพบกับความสงบเงียบ<br />
สัมผัสท้องฟ้าปลอดโปร่ง และความร่มรื่นของต้นไม้ขนาดใหญ่เบิ้มที่ปกคุลมถนนทั้งเส้น<br />
เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Fujin Street ถนนที่มีความยาว<br />
800 เมตร เรียงรายไปด้วยร้านขายของดีไซน์ คาเฟ่<br />
และร้านอาหาร</p>
<p>เนื่องจากย่านนี้อยู่ใกล้กับสนามบิน<br />
Songshan สนามบินอีกแห่งของไทเปที่มักใช้เดินทางภายในประเทศ<br />
บริเวณโดยรอบจึงปราศจากตึกสูง ทำให้สามารถมองเห็นท้องฟ้ากว้างๆ ได้ตลอดการเดินเล่นที่ย่านนี้<br />
ถ้าอากาศดีจะค่อยๆ เดินมาจาก MRT Songshan Airport ก็ได้<br />
แต่ถ้าไม่อยากเดินนั่งรถเมล์มาไม่กี่ป้ายก็ถึง</p>
<p>เพียงเดินลัดเลาะผ่านสวนและลานวิ่ง Minquan Park ที่มีคนมาออกกำลังกายกันก็จะพบถนนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น<br />
เป็นสัญลักษณ์ว่าเรามาถึงถนน Fujin แล้ว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/150.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/220.jpg"></p>
<p>ในอดีตชุมชน Minsheng แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของครอบครัวทหารอเมริกัน<br />
นอกจากจะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่แล้ว ตามหน้าอพาร์ตเมนต์ยังมีพื้นที่สวนเล็กๆ ประปราย<br />
ถนน Fujin เริ่มโด่งดังจากการเป็นโลเคชันถ่ายภาพยนตร์ <em>Turn<br />
Left, Turn Right </em>ที่ดัดแปลงจากนิยายของ Jimmy Liao เมื่อถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำบ่อยๆ ก็เริ่มมีร้านค้าต่างๆ ทยอยมาเปิด<br />
ปัจจุบัน Fujin Street เรียกได้ว่าเป็นถนนแสนร่มรื่นของไทเปที่อุดมร้านค้าเก๋ๆ<br />
อย่างร้านกาแฟ ร้านเสื้อผ้า ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน กระจายตัวอยู่บนถนน ส่วนใหญ่เป็นร้านของบริษัท<br />
Fujin Tree Group บางร้านก็นำเสนอสินค้าแบรนด์ต่างประเทศที่น่าสนใจ<br />
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการหรือเวิร์กช็อปจัดตามร้านในโอกาสต่างๆ ด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า<br />
Fujin Tree นั้นมาจากชื่อถนนบวกกับต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของย่าน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/413.jpg"></p>
<p>ร้านแรกที่รอต้อนรับเราอยู่ตรงหัวถนนคือร้านเสื้อผ้าบูติกสุดฮิตจากแดนปลาดิบอย่าง<br />
BEAMS<br />
ตัวร้านออกแบบให้เหมือนบ้านขนาดกะทัดรัดที่ดูเป็นกันเองและอบอุ่น เชื้อเชิญให้เข้าไปเยี่ยมชม<br />
ถึงภายในจะมีเสื้อผ้าและสินค้ากระจุกกระจิกของ BEAMS ไม่มากนัก แต่ก็ล้วนถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี<br />
เราได้ถุงเท้ามา 2 คู่ในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งพนักงานในร้านบรรจงห่อถุงเท้าใส่ถุงและติดสติกเกอร์ให้เป็นอย่างดี<br />
พร้อมยืนยันที่จะเดินถือของมาส่งถึงหน้าประตูร้าน บางทีความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ<br />
น้อยๆ ของการบริการก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าอย่างเราหลงรักแบรนด์นี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/512.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/610.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/77.jpg"></p>
<p>เดินมาไม่ไกลก็จะเริ่มเจอร้านชื่อ Fujin อยู่ใกล้ๆ<br />
กันแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง เราแวะมานั่งพักที่ร้านกาแฟ Fujin Tree 353 CAFE<br />
พร้อมสั่งกาแฟลาเต้กล้วยกับเค้กนิ่มรสน้ำผึ้งมาลอง เนื้อเค้กเนียนละเอียดผสมกับน้ำผึ้งหวานหอมกลมกล่อมที่ค่อยๆ<br />
ละลายในปากทำเอาเราติดอกติดใจเป็นการใหญ่ เติมพลังให้รู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างดี เมนูที่นี่มีอะไรน่าอร่อยหลายอย่างทีเดียว<br />
ต้องมาลองด้วยตัวเองนะ</p>
<p>ฝั่งตรงข้ามกับคาเฟ่เป็นร้านในเครือที่ขายสินค้าตกแต่งบ้านชื่อ<br />
Fujin Tree 352 สินค้าภายในร้านมีทั้งจานชาม<br />
ภาชนะที่ทำจากเซรามิก แก้ว และไม้ ทั้งสไตล์เอเชียและสแกนดิเนเวียผสมผสานกัน<br />
มุมหน้าร้านดูจะเป็นมุมโดดเด่นที่สุดที่โชว์ผ้าและพรมผืนใหญ่สีสันสดใส<br />
เป็นงานถักผสมกับ Patch Work ที่ดูมีเอกลักษณ์</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1032.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1223.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/157.jpg"></p>
<p>เดินเล่นมาเรื่อยๆ จะผ่านร้าน GREENDAYS by Fujin Tree ร้านดอกไม้ที่ดูน่าค้นหา<br />
ก่อนจะพบ Have a Nice 479 ร้านขายเครื่องเขียนและของใช้ดีไซน์สวยที่เราโปรดปรานมากที่สุดในย่านนี้<br />
ตัวร้านสีขาวกับไฟสีส้มอุ่นภายในร้าน<br />
บวกกับความเป็นมิตรของพนักงานทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายในการหยิบนั่นดูนี่อย่างไม่เคอะเขิน<br />
โซนทำสมุดที่มีชั้นใส่กระดาษนานาชนิดภายในร้านดึงดูดตาเราเป็นอย่างแรก เราสามารถเลือกกระดาษปก<br />
ไส้ใน และอุปกรณ์สำหรับเข้าเล่ม แล้วให้พนักงานประกอบรวมเป็นเล่มเฉพาะของเราได้<br />
โซนตัวปั๊มบริเวณหน้าร้านก็ชวนให้เราเข้าไปสร้างสรรค์ลวดลายการ์ดจากตัวปั๊มอย่างสนุกสนาน<br />
ในขณะที่มุมอื่นของร้านก็นำเสนอสินค้าแบรนด์ดีไซน์ญี่ปุ่นที่ดูน่าสนใจ เช่น<br />
ธูปหอมหรือกระดาษหอมจาก TRUNK DESIGN </p>
<p>ที่เราเล่ามาทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่ง<br />
เพราะละแวกถนน Fujin ยังมีร้านที่น่าไปเยี่ยมเยือนอีกมากมาย<br />
เช่น ร้านน้ำแข็งไส Fujin Tree Ice ที่เพิ่งเปิดหมาดๆ<br />
ร้านอาหาร CURRY &amp; Coffee หรือแม้แต่ร้านนอกเครือ Fujin<br />
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน บอกได้คำเดียวว่าเป็นย่านที่เหมาะแก่การเดินเล่นที่สุดย่านหนึ่งเพราะมีร้านค้าสวยๆ<br />
แปลกๆ ที่ชวนให้เข้าไปสอดส่องตลอดทาง<br />
แถมยังเดินไม่เหนื่อยเพราะมีต้นไม้และสวนข้างทางไว้แวะนั่งเล่นอีกด้วย เวลาแวะตามร้านไหนก็สอดส่องหาแผนที่ย่านหรือขอคำแนะนำจากพนักงานได้เหมือนกัน</p>
<p>เราจากลาถนน Fujin พร้อมของติดไม้ติดมือมาจำนวนหนึ่ง<br />
แต่สิ่งที่ติดอยู่ในใจนั้นคือความอิ่มเอมใจในความน่ารักเขียวขจีของย่านนี้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/163.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo.png" alt=""></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-4/">Fujin Street : ถนนสายเก๋อุดมงานดีไซน์แสนร่มรื่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-4/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Military Village : ความน่ารักของอดีตหมู่บ้านทหาร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-3/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Jul 2016 05:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[HerschelSupply]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Military Village]]></category>
		<category><![CDATA[44 South Village]]></category>
		<category><![CDATA[Xinyi]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดนัด]]></category>
		<category><![CDATA[Good Cho’s]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-3/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากใครกำลังมองหามุมที่ถ่ายรูปตึกไทเป 101 แล้วได้สัดส่วนสวยงาม เราขอแนะนำให้มาที่หมู่บ้านทหารเก่าในย่าน Xinyi แห่งนี้ เพราะนอกจากจะได้ทั้งถ่ายรูปกับเจ้าแลนมาร์กสูงลิ่ว ยังได้เดินเล่นเพลินๆ ในสถานที่เก่าแก่ที่มีทั้งคาเฟ่ ร้านขายของท้องถิ่น และสนามหญ้ายกระดับสุดชิลล์ Military Village หรือหมู่บ้านทหารสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1940 &#8211; 1950 เพื่อเป็นที่อยู่ของทหารจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้ามาในไต้หวัน ในหลายเมืองใหญ่ของไต้หวันจึงมีหมู่บ้านทหารหลายแห่งกระจายตัวอยู่ ในปัจจุบันได้มีการรื้อถอนหมู่บ้านเหล่านี้ออกไปเป็นส่วนมาก แต่ยังมีบางแห่งที่ได้รับอนุรักษ์ไว้ในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม หมู่บ้านทหารที่เรามาเยี่ยมเยือนแห่งนี้เป็นหมู่บ้านทหารแห่งแรกในไทเป มีชื่อภาษาอังกฤษว่า 44 South Village แม้จะถูกรื้อถอนบ้านบางส่วนไปแล้วแต่ก็ยังเหลือส่วนสำคัญๆ เอาไว้ให้คนได้มาสัมผัสบรรยากาศความเป็นอยู่ของทหารเมื่อ 60 ปีก่อน ชื่อหมู่บ้านทหารอาจฟังดูขึงขัง ในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจการดูแลตัวเองมากขึ้น ที่แห่งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะและใส่คอนเซปต์ &#8216;Simple Life&#8217; เพื่อให้ตรงกับความต้องการในการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคปัจจุบันตั้งแต่ปี 2006 กลายเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์บรรยากาศเป็นมิตรที่แวะมาหย่อนใจได้ในวันหยุด พาเที่ยวข้างนอกกันก่อน ถึงจะมีขนาดเล็กกระทัดรัด แต่ที่นี่ก็มีมุมถ่ายรูปให้เราได้เดินค้นหาอยู่หลายมุม ทั้งมุมยอดฮิตอย่างเนินหญ้าสีเขียวรูปทรงคล้ายหลังคาที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินโดยมีฉากหลังเป็นตึกไทเป 101 ผู้คนทั้งวัยรุ่น พ่อแม่และลูกๆ หรือแม้แต่สาวที่พาหมามาเดินเล่นจะพากันขึ้นไปนั่งเล่นกินลมชมวิวบนเนิน กลายเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจกลางเมืองที่เราแสนอิจฉา ติดกับเนินหญ้าคือเขตบ้านย้อนยุคผนังปูนเปลือยที่มีประตูและหน้าต่างสีสันสดใสโดดเด่น แซมด้วยรูปวาดตัวการ์ตูนกุ๊กกิ๊กบนผนัง วันอาทิตย์คือวันที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวที่นี่ที่สุด เนื่องจากจะมีตลาดขนาดเล็กที่ใช้ชื่อว่า Simple Market มาเปิดตรงลานกว้างกลางเขตบ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-3/">Military Village : ความน่ารักของอดีตหมู่บ้านทหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากใครกำลังมองหามุมที่ถ่ายรูปตึกไทเป 101 แล้วได้สัดส่วนสวยงาม<br />
เราขอแนะนำให้มาที่หมู่บ้านทหารเก่าในย่าน Xinyi แห่งนี้ เพราะนอกจากจะได้ทั้งถ่ายรูปกับเจ้าแลนมาร์กสูงลิ่ว<br />
ยังได้เดินเล่นเพลินๆ ในสถานที่เก่าแก่ที่มีทั้งคาเฟ่ ร้านขายของท้องถิ่น<br />
และสนามหญ้ายกระดับสุดชิลล์</p>
<p>
Military<br />
Village หรือหมู่บ้านทหารสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1940 &#8211; 1950<br />
เพื่อเป็นที่อยู่ของทหารจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้ามาในไต้หวัน<br />
ในหลายเมืองใหญ่ของไต้หวันจึงมีหมู่บ้านทหารหลายแห่งกระจายตัวอยู่<br />
ในปัจจุบันได้มีการรื้อถอนหมู่บ้านเหล่านี้ออกไปเป็นส่วนมาก<br />
แต่ยังมีบางแห่งที่ได้รับอนุรักษ์ไว้ในฐานะสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม<br />
หมู่บ้านทหารที่เรามาเยี่ยมเยือนแห่งนี้เป็นหมู่บ้านทหารแห่งแรกในไทเป<br />
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า 44 South Village<br />
แม้จะถูกรื้อถอนบ้านบางส่วนไปแล้วแต่ก็ยังเหลือส่วนสำคัญๆ<br />
เอาไว้ให้คนได้มาสัมผัสบรรยากาศความเป็นอยู่ของทหารเมื่อ 60 ปีก่อน </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-3.jpg"></p>
<p>ชื่อหมู่บ้านทหารอาจฟังดูขึงขัง ในยุคที่ผู้คนหันมาสนใจการดูแลตัวเองมากขึ้น<br />
ที่แห่งนี้ก็ได้รับการปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะและใส่คอนเซปต์ &#8216;Simple Life&#8217; เพื่อให้ตรงกับความต้องการในการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคปัจจุบันตั้งแต่ปี<br />
2006 กลายเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์บรรยากาศเป็นมิตรที่แวะมาหย่อนใจได้ในวันหยุด</p>
<p>พาเที่ยวข้างนอกกันก่อน ถึงจะมีขนาดเล็กกระทัดรัด<br />
แต่ที่นี่ก็มีมุมถ่ายรูปให้เราได้เดินค้นหาอยู่หลายมุม<br />
ทั้งมุมยอดฮิตอย่างเนินหญ้าสีเขียวรูปทรงคล้ายหลังคาที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินโดยมีฉากหลังเป็นตึกไทเป 101 ผู้คนทั้งวัยรุ่น<br />
พ่อแม่และลูกๆ หรือแม้แต่สาวที่พาหมามาเดินเล่นจะพากันขึ้นไปนั่งเล่นกินลมชมวิวบนเนิน<br />
กลายเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจกลางเมืองที่เราแสนอิจฉา<br />
ติดกับเนินหญ้าคือเขตบ้านย้อนยุคผนังปูนเปลือยที่มีประตูและหน้าต่างสีสันสดใสโดดเด่น<br />
แซมด้วยรูปวาดตัวการ์ตูนกุ๊กกิ๊กบนผนัง </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-4.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-5.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-8.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-9.jpg"></p>
<p>วันอาทิตย์คือวันที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวที่นี่ที่สุด<br />
เนื่องจากจะมีตลาดขนาดเล็กที่ใช้ชื่อว่า Simple Market มาเปิดตรงลานกว้างกลางเขตบ้าน ตลาดนี้ขายอาหารโฮมเมดท้องถิ่นและสินค้าทำมือน่ารักๆ<br />
สไตล์ไต้หวัน<br />
เราเดินเล่นพร้อมชิมขนมเบเกอรี่ที่เจ้าของร้านหยิบยื่นให้อย่างเป็นมิตร<br />
ร้านที่มีความเป็นไต้หวันท้องถิ่นที่เราชอบคือร้านขายน้ำผึ้งที่ใส่ขวดวางเรียงรายอยู่<br />
สีของน้ำผึ้งบ่งบอกถึงชนิดดอกไม้ที่หลากหลาย<br />
เหล่าคุณลุงเจ้าของร้านกำลังยืนสนทนากันอย่างออกรส พร้อมกับยิ้มกว้างต้อนรับขณะที่เรากำลังเดินเข้าไปถ่ายรูป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-15.jpg" style="background-color: initial"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-13.jpg"></p>
<p>นอกจากตลาด<br />
หมุดหมายสำคัญของที่นี่คือร้าน Good Cho’s ที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ ร้านขายของ และคาเฟ่ ตั้งอยู่ภายในบ้านคอนกรีตเปลือยหลังหนึ่ง<br />
นำเสนอสินค้าท้องถิ่นคุณภาพดี ร้านนี้เป็นร้านที่ดึงดูดเราให้เดินดูนั่นดูนี่อยู่กว่าชั่วโมง<br />
เราหลงใหลในผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาของไต้หวันที่มาพร้อมไอเดียและแพ็กเกจที่สวยงาม<br />
ถึงจะเป็นสินค้าท้องถิ่นอย่าง น้ำผึ้ง ผักผลไม้อบแห้ง แยมโฮมเมด ซอสปรุงรส ชา ธัญพืช สบู่ออร์แกนิก<br />
หรือถ้วยชามเซรามิก ทุกอย่างยังถูกออกแบบให้มีความทันสมัยและแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไต้หวันได้อย่างลงตัว</p>
<p>พื้นที่บางส่วนถูกแบ่งเป็นห้องเล็กๆ<br />
บางห้องจัดแสดงสินค้าแต่ละชนิดที่วางขายไว้อย่างเก๋ (แน่นอนว่ามันชวนให้เราอยากซื้อมากขึ้นไปอีก) บางห้องก็ยังมีโซนเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของที่แห่งนี้ผ่านรูปเก่าและข้อความ<br />
ทำให้เดินเพลินไม่เบื่อ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-161.jpg"></p>
<p>โซนคาเฟ่ค่อนข้างกว้างขวาง<br />
บรรยากาศชวนให้นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือไปพลางอย่างมาก<br />
นอกจากจะมีชากาแฟไว้บริการแล้ว<br />
ที่นี่ยังมีเบเกิ้ลที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดอร่อยไว้ให้ทานคู่กัน มีหลากรสให้เลือก<br />
เช่น Banana Chocolate, Wild Mulberry, Cream Cheese &amp; Sweet<br />
Potato, Tomato with Chili &amp; Basil แต่เสียดายที่วันนั้นพวกเรามาถึงค่ำไปนิด<br />
ไม่อย่างนั้นคงได้นั่งจิบกาแฟแกล้มเบเกิ้ลชิวๆ<br />
ในคาเฟ่ที่ขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความน่ารักของการตกแต่งร้านสไตล์ร่วมสมัยแบบไต้หวัน ถ้าแวะมาที่นี่กันก็อย่าลืมเที่ยวเผื่อเราด้วยนะ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-17.jpg"></p>
<p>ป.ล. ถ้าอดกินเบเกิ้ล ลองทดแทนด้วยไอศครีมโยเกิร์ตในร้าน Midori ที่อยู่ใกล้กัน รสสับปะรดโยเกิร์ตก็อร่อยใช้ได้ทีเดียว</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/taipei-1.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>เบญญา สิงห์อุสาหะ และ นวลตา วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo12.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-3/">Military Village : ความน่ารักของอดีตหมู่บ้านทหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Huashan 1914 Creative Park : โรงงานไวน์เก่าที่แปลงร่างเป็นพื้นที่งานศิลปะสุดเจ๋ง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/taipei-2/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/taipei-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญญา สิงห์อุสาหะ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Jul 2016 06:47:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[well travelled in taipei]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเป]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[WellTravelledinTaipei]]></category>
		<category><![CDATA[HerschelSupply]]></category>
		<category><![CDATA[Taipei]]></category>
		<category><![CDATA[Huashan 1914 Creative Park]]></category>
		<category><![CDATA[Studio Giblhi]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[ไต้หวัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/taipei-2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากชื่อ Huashan 1914 Creative Park อันยาวเหยียดและไม่คุ้นหู เราขอเรียกที่นี่ใหม่ว่า พื้นที่ศิลปะและสวนแห่งความคิดสร้างสรรค์ภายใต้บรรยากาศเก่าแก่ใจกลางเมืองไทเป, ยาวไม่แพ้กันแฮะ บ้านเราคงไม่คุ้นกับคำว่า ‘สวนศิลปะ’ กันสักเท่าไหร่ แต่ในไทเปนั้นมีสวนศิลปะอยู่หลายแห่ง Huashan 1914 Creative Park แห่งนี้เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและสวนพักผ่อนหย่อนใจ ร่มรื่นไปด้วยบรรดาต้นไม้น้อยใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางอาคารเก่า ที่นี่เคยเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน สร้างขึ้นในปี 1914 แต่เมื่อเมืองเริ่มใหญ่ขึ้น ค่าที่ดินพุ่งสูง รวมทั้งเกิดปัญหามลพิษจากกระบวนการผลิต โรงงานไวน์จึงย้ายออกไปอยู่นอกเมือง โกดังเก่าแห่งนี้ถูกทิ้งร้างเป็นสิบปีแต่ยังมีสภาพตึกค่อนข้างสมบูรณ์ สภาพแวดล้อมที่สวยงามดึงดูดให้กลุ่มศิลปินอิสระเริ่มเข้าไปใช้งานและแสดงละครเวที เมื่อได้รับความสนใจมากขึ้นในวงกว้าง มันถูกเปลี่ยนชื่อและปรับเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและกิจกรรมสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในไทเป ช่วงที่เราไปมีนิทรรศการแอนิเมชันและการ์ตูนมาจัดแสดงหลายนิทรรศการเพื่อเอาใจเด็กๆ งานใหญ่ที่เป็นไฮไลต์คือนิทรรศการของ Studio Ghibli ตั้งแต่ทางเข้าก็เลยมีหุ่นจากการ์ตูนเรื่อง Ponyo มาตั้งโดดเด่น ใกล้กับลานกิจกรรมและสนามหญ้าขนาดใหญ่ด้านหน้า เมื่อเดินเข้าไปข้างในจะเจอโกดังขนาดใหญ่หลายหลังซึ่งมีไม้เลื้อยสีเขียวขจีปกคลุมอยู่ทั่วทั้งอาคารจนเป็นเอกลักษณ์ โกดังเหล่านี้ใช้สำหรับจัดแสดงงานนิทรรศการ เราเดินซอกแซกตามทางเดินเก่าสำรวจร้านต่างๆ อย่างสนุกสนานและพบว่าสถานที่แห่งนี้ยังคงรักษาเสน่ห์ความดิบสไตล์โรงงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมสมัยโบราณไว้ รวมถึงยังมีต้นไม้เก่าแก่ลำต้นใหญ่โต แสดงถึงการอนุรักษ์ดูแลรักษาอย่างดี นิทรรศการแรกที่เราได้เข้าไปชมคือ WHERE IS WALLY? นิทรรศการเกี่ยวกับตัวการ์ตูนผู้ชายสูงโปร่งใส่แว่นทรงกลม สวมชุดลายขาวแดง ที่ซ่อนตัวอยู่ในหน้าหนังสือให้พวกเราหากันสมัยเด็กๆ แอบสารภาพว่าตอนเด็กชอบเล่นมาก แข่งกันหากับเพื่อน เป็นเกมที่ฝึกความตาไวได้ดีทีเดียว นิทรรศการโซนแรกมีการจัดแสดงหุ่นเจ้าวอลลี่และผองเพื่อนในท่าทางต่างๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-2/">Huashan 1914 Creative Park : โรงงานไวน์เก่าที่แปลงร่างเป็นพื้นที่งานศิลปะสุดเจ๋ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากชื่อ Huashan 1914 Creative Park อันยาวเหยียดและไม่คุ้นหู<br />
เราขอเรียกที่นี่ใหม่ว่า พื้นที่ศิลปะและสวนแห่งความคิดสร้างสรรค์ภายใต้บรรยากาศเก่าแก่ใจกลางเมืองไทเป,<br />
ยาวไม่แพ้กันแฮะ</p>
<p>บ้านเราคงไม่คุ้นกับคำว่า ‘สวนศิลปะ’ กันสักเท่าไหร่<br />
แต่ในไทเปนั้นมีสวนศิลปะอยู่หลายแห่ง Huashan 1914 Creative Park แห่งนี้เป็นทั้งพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและสวนพักผ่อนหย่อนใจ<br />
ร่มรื่นไปด้วยบรรดาต้นไม้น้อยใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางอาคารเก่า ที่นี่เคยเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน<br />
สร้างขึ้นในปี 1914 แต่เมื่อเมืองเริ่มใหญ่ขึ้น<br />
ค่าที่ดินพุ่งสูง รวมทั้งเกิดปัญหามลพิษจากกระบวนการผลิต<br />
โรงงานไวน์จึงย้ายออกไปอยู่นอกเมือง โกดังเก่าแห่งนี้ถูกทิ้งร้างเป็นสิบปีแต่ยังมีสภาพตึกค่อนข้างสมบูรณ์<br />
สภาพแวดล้อมที่สวยงามดึงดูดให้กลุ่มศิลปินอิสระเริ่มเข้าไปใช้งานและแสดงละครเวที<br />
เมื่อได้รับความสนใจมากขึ้นในวงกว้าง มันถูกเปลี่ยนชื่อและปรับเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะและกิจกรรมสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่าดีที่สุดในไทเป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/140.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/219.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/310.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/412.jpg"></p>
<p>ช่วงที่เราไปมีนิทรรศการแอนิเมชันและการ์ตูนมาจัดแสดงหลายนิทรรศการเพื่อเอาใจเด็กๆ<br />
งานใหญ่ที่เป็นไฮไลต์คือนิทรรศการของ Studio Ghibli<br />
ตั้งแต่ทางเข้าก็เลยมีหุ่นจากการ์ตูนเรื่อง Ponyo มาตั้งโดดเด่น<br />
ใกล้กับลานกิจกรรมและสนามหญ้าขนาดใหญ่ด้านหน้า เมื่อเดินเข้าไปข้างในจะเจอโกดังขนาดใหญ่หลายหลังซึ่งมีไม้เลื้อยสีเขียวขจีปกคลุมอยู่ทั่วทั้งอาคารจนเป็นเอกลักษณ์<br />
โกดังเหล่านี้ใช้สำหรับจัดแสดงงานนิทรรศการ<br />
เราเดินซอกแซกตามทางเดินเก่าสำรวจร้านต่างๆ อย่างสนุกสนานและพบว่าสถานที่แห่งนี้ยังคงรักษาเสน่ห์ความดิบสไตล์โรงงานอุตสาหกรรมและโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมสมัยโบราณไว้<br />
รวมถึงยังมีต้นไม้เก่าแก่ลำต้นใหญ่โต แสดงถึงการอนุรักษ์ดูแลรักษาอย่างดี </p>
<p>นิทรรศการแรกที่เราได้เข้าไปชมคือ WHERE IS WALLY? นิทรรศการเกี่ยวกับตัวการ์ตูนผู้ชายสูงโปร่งใส่แว่นทรงกลม<br />
สวมชุดลายขาวแดง ที่ซ่อนตัวอยู่ในหน้าหนังสือให้พวกเราหากันสมัยเด็กๆ<br />
แอบสารภาพว่าตอนเด็กชอบเล่นมาก แข่งกันหากับเพื่อน เป็นเกมที่ฝึกความตาไวได้ดีทีเดียว<br />
นิทรรศการโซนแรกมีการจัดแสดงหุ่นเจ้าวอลลี่และผองเพื่อนในท่าทางต่างๆ<br />
โซนที่สองเป็นการแสดงประวัติและผลงานการวาดหนังสือวอลลี่ตั้งแต่สมัยแรกจนถึงเล่มล่าสุด<br />
มีหนังสือให้ลองพลิกฝึกสายตาตามหาวอลลี่ แต่หาไปสักพักก็เกิดอาการตาลายเลยขอยอมแพ้ไปโซนสุดท้ายต่อ<br />
ก่อนเข้าโซนนี้เราจะได้หยิบการ์ด 1 ใบเพื่อไปตามหารูปที่อยู่ในการ์ดตอนเดินชมงานด้วย<br />
ก่อนถึงทางออกจึงเป็นร้านขายของที่ระลึกสุดน่ารัก </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/511.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/69.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/76.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/87.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/910.jpg"></p>
<p>ระหว่างที่รอคิวมหาศาลเพื่อเข้าชมนิทรรศการ<br />
Studio Ghibli เราก็เดินเล่นไปทั่วบริเวณ<br />
ไปเจอคาเฟ่สุดเก๋ที่สร้างเป็นรูปบ้านกลับหัวสีสันสดใส พอเดินลัดเลาะไปในอาคารเก่าก็เจอร้านค้าสุดกรี๊ดหลายร้าน<br />
ร้านหนึ่งเป็นร้านขายกล่องเพลงไขลานซึ่งมีตุ๊กตาไม้หลากหลายแบบไว้เลือกประกอบเองได้<br />
อีกร้านที่เราโปรดปรานไม่แพ้กันคือร้านขายของดีไซน์คัดสรรจากญี่ปุ่น<br />
เรารู้สึกว่าที่นี่บรรจงคัดเลือกของที่มีทั้งความสวยงาม ความประณีตในการผลิต มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานอยู่<br />
ของที่ขายมีหลายอย่างทั้งเครื่องใช้จานชาม ผ้าลินินเนื้อดี สมุด<br />
รวมทั้งกระดาษลายแปลกตาจากญี่ปุ่น<br />
เราได้ไม้แขวนเสื้ออันบางที่ทำจากทองเหลืองมาสองอัน และกระดาษอีกหลายแผ่น </p>
<p>และแล้วการรอคอยกว่า 2 ชั่วโมงก็สิ้นสุดลง<br />
เราได้เข้าไปชมนิทรรศการจิบลิซึ่งภายในมีการจัดแสดงหุ่นจำลองและงานศิลปะของแอนิเมชันหลายเรื่องที่คัดสรรมาแล้ว<br />
แต่ละเรื่องมีการใช้เทคนิคจัดแสดงแตกต่างกันไป เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปเป็นพิเศษ เช่น<br />
เรื่อง <em>Kiki&#8217;s Delivery</em> มีการจำลองฉากบรรยากาศร้านขนมปัง<br />
มีหุ่น Kiki ขี่ไม้กวาดลอยอยู่กลางห้อง อีกเทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจคือการสร้างห้องกระจกสะท้อนฉากทุ่งดอกไม้ในเรื่อง<br />
<em>Howl&#8217;s Moving Castle </em>พร้อมกับมีหุ่นจำลองเจ้าปราสาทเคลื่อนที่ขนาดใหญ่<br />
(มันขยับได้ด้วยนะ!) </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1030.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1125.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1222.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1311.jpg"></p>
<p>การจัดแสดงที่น่ารักที่สุดในความเห็นเราคือ<em><br />
My Neighbor Totoro </em>ซึ่งจำลองถ้ำขนาดใหญ่ของเจ้าโตโตโร่และมีรูเล็กๆ<br />
ให้เราส่องจากข้างนอก มองเข้าไปจะเห็นเจ้าโตโตโร่กำลังนอนหลับพุงกระเพื่อมอยู่ นอกจากนี้ยังมีการแสดงฉากรายละเอียดเล็กๆ<br />
น้อยๆ ในเรื่องผ่านกรอบรูปภาพภาพสามมิติ ทั้งจดหมายและวอลนัทห่อใบไม้อันเป็นอาหารโปรดของเจ้าโตโตโร่</p>
<p>เรื่องโปรดของเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง <em>Spirited Away</em> ที่ได้รับรางวัสออสก้าสาขาแอนิเมชันในปี<br />
2003 และเป็นเรื่องแรกที่จุดประกายทำให้เราเริ่มดูแอนิเมชันของค่ายนี้<br />
ภายในมีการแสดงฉากเด็กหญิงตัวเอกของเรื่อง หรือ Chihiro กำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าโรงอาบน้ำหลังใหญ่ในโลก<br />
Spirit World ซึ่งเป็นภาพจำของหนังเรื่องนี้ ที่ฮิตสุดๆ คือฉากเจ้าผีไร้หน้ากำลังนั่งอยู่บนรถไฟซึ่งมีที่ว่างข้างๆ<br />
ให้ผู้ชมเข้าไปนั่งถ่ายรูปคู่กันได้ แต่ด้วยคิวอันยาวเหยียดเราเลยขอยอมแพ้</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/149.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select-19-1.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/162.jpg"></p>
<p>โซนสุดท้ายที่เราชอบคือการจัดแสดงภาพลายเส้นสเกตช์มือลงสีน้ำของจริงจากเรื่อง<br />
<em>The Tale of Princess Kaguya</em> ภาพมีความฟุ้งกระจายและนุ่มนวล เป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ<br />
แต่ยังคงไว้ซึ่งความแฟนตาซีและความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำลึกของแอนิเมชันค่ายนี้<br />
เมื่อสิ้นสุดนิทรรศการ เราเดินออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ รู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในโลกของเด็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการอีกครั้ง<br />
ท่ามกลางสายฝนอันเย็นฉ่ำที่ตกลงมาปกคลุมทั่วทั้งไทเป</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/176.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/185.jpg"></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> เบญญา<br />
สิงห์อุสาหะ และ นวลตา วงศ์เจริญ</em></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/travel-herschel-logo1.png"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/taipei-2/">Huashan 1914 Creative Park : โรงงานไวน์เก่าที่แปลงร่างเป็นพื้นที่งานศิลปะสุดเจ๋ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/taipei-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
