Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

‘ชีวิตทำร้าย ความรักเยียวยา’ Modern Love ซีรีส์รสหวาน-ขมจากเรื่องจริงของคู่รักยุคโมเดิร์น

Highlights

  • Modern Love คือซีรีส์แนวโรแมนติก-ดราม่าสัญชาติอเมริกัน เล่าเรื่องราวของคนยุคโมเดิร์นที่พบความรัก เผชิญการจากลา และรวบรวมความกล้าที่จะตกหลุมรักให้ได้อีกครั้ง
  • ซีรีส์จบในตอนชุดนี้ดัดแปลงมาจากความเรียงในคอลัมน์ประจำบนเว็บไซต์ The New York Times ที่มีผู้ติดตามอ่านมานานกว่า 15 ปี กำกับโดย John Carney เจ้าพ่อหนังรักมิวสิคัลผู้กำกับ Begin Again นำแสดงโดย Dev Patel, Tina Fey, Sofia Boutella, John Slattery และ Anne Hathaway
  • นอกจากเนื้อเรื่องสุดเรียล ตัวละครจับต้องได้ ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีซาวนด์แทร็กแสนไพเราะประกอบ และฉากหลังเป็นเมืองนิวยอร์กที่จะช่วยเยียวยาหัวใจผู้รับชม

ความรักของคนยุคก่อนไม่เหมือนคนยุคนี้ ในช่วงปี 70s และ 80s เราผ่านเรื่องดีและร้ายในชีวิตมามากเพียงพอที่จะรู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน และเราเรียนรู้ที่จะประนีประนอมกัน เราเรียนรู้ความหมายของความตายเพราะเห็นคนที่รักตายจาก ในขณะที่เส้นชัยชีวิตของเราใกล้เข้ามาทุกที ทำไมเราจะไม่อยากให้หัวใจเบิกบานเป็นครั้งสุดท้ายล่ะ

ฉันไม่ได้สวยงามอีกต่อไป และไม่ได้ป่วยไข้ทางประสาท ฉันผ่านการสูญเสีย ความผิดพลาด การตัดสินใจอันโง่เขลามาหลายครั้ง

ถ้าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไปไม่รอด ฉันก็จะผ่านมันไปได้เช่นกัน 

นี่คือบางส่วนของความเรียงเรื่อง The Race Grows Sweeter Near Its Final Lap ว่าด้วยเรื่องของหญิงชรานักวิ่งที่เริ่มออกเดตอีกครั้งตอนอายุย่าง 70 ปี ความเรียงชิ้นนี้ถูกดัดแปลงเป็นตอนหนึ่งในซีรีส์ Modern Love และเป็นหนึ่งในตอนที่ฉันชอบที่สุด

ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้ยินข่าวของซีรีส์ Modern Love มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ติดตามถึงขั้นนับวันรอฉาย อันที่จริงการดูซีรีส์เรื่องนี้เริ่มต้นจากการอยากเข้าไปหาอะไรใน Amazon Prime ดูให้คุ้มค่ารายเดือนที่จ่ายไป และบังเอิญว่ารูปรอยยิ้มสดใสของ Anne Hathaway นั้นล่อตาล่อใจฉันเหลือเกิน

รู้ตัวอีกทีฉันก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงดูทั้ง 8 ตอบจบรวดเดียว

ถ้าให้สรุปความชอบอย่างย่นย่อ Modern Love เต็มไปด้วยองค์ประกอบที่คนชอบดูหนังรอมคอมแต่ไม่ชอบดูอะไรเลี่ยนๆ โหยหา เริ่มจากการเป็นซีรีส์แนว anthology ที่ทุกเรื่องจบในตอน (แต่ละตอนมีความยาวเฉลี่ย 30 นาที) บทสุดเรียลที่ดัดแปลงจากเรื่องจริง ทิวทัศน์อันสวยงามของนิวยอร์ก และดนตรีประกอบเพราะๆ ที่ไม่ได้บิลด์อารมณ์จนเกินไปนัก

และนอกจากความรัก นี่คือซีรีส์ที่เล่าเรื่องของชีวิตและการเยียวยา

การเยียวยาอาจเป็นสิ่งที่ฉันมองหามากที่สุดจากซีรีส์โรแมนติกสักเรื่อง

ชีวิตทำร้าย เรื่องเล่าเยียวยา

อันที่จริงอาจพูดได้ไม่เต็มปากนักว่า Modern Love คือซีรีส์ที่ based on a true story

ประโยคที่ถูกต้องน่าจะเป็น based on essays เพราะครั้งแรกที่ทุกคนรู้จักชื่อนี้มันคือคอลัมน์ประจำบนเว็บไซต์ The New York Times ที่เปิดรับเรื่องเล่าจากทางบ้านมาเผยแพร่ทุกวันอาทิตย์ ในรูปแบบความเรียงสั้นๆ 1,500-1,700 คำ ทุกเรื่องพูดถึงความสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบ

จากความเรียงกว่า 120,000 ชิ้นที่ถูกส่งมาให้ Daniel Jones ผู้เป็นบรรณาธิการได้พิจารณาตลอดหลายปี เขาเล่าให้ Oprah Magazine ฟังว่าจากบรรดาเรื่องเล่าทั้งหมด เรื่องราวที่เขาประทับใจที่สุดคือเรื่องราวของคนที่กล้าเปิดใจให้ความรักครั้งใหม่ แม้ว่าจะผ่านความสัมพันธ์ที่ล้มเหลวหรือคนรักที่ตายจากไปก็ตาม

“คนที่เปิดใจคือคนที่มีความสุข” เขาให้สัมภาษณ์ “และคนที่กล้ารักอีกครั้งคือคนที่กล้าหาญ อาจกล้าหาญมากกว่าตัวผม หรือกล้าหาญมากกว่าที่เขาคิดว่าตัวเองมีด้วยซ้ำ เมื่อได้ฟังเรื่องราวพวกนี้ผมจะรู้สึกเหมือนได้แรงบันดาลใจ”

ความประทับใจนั้นถูกส่งต่อไปยังคนอ่าน ทำให้ Modern Love กลายเป็นคอลัมน์ยอดฮิตที่คนจำนวนมากติดตาม จนสามารถต่อยอดไปเป็นหนังสือและรายการพ็อดแคสต์ในเวลาต่อมา

และปี 2019 คอลัมน์ Modern Love เฉลิมฉลองอายุ 15 ปีด้วยการถูกหยิบไปดัดแปลงเป็นซีรีส์ฉายบนช่องสตรีมมิง Amazon Prime โปรดิวซ์โดย John Carney นำแสดงโดยดาราเบอร์ใหญ่ของวงการฮอลลีวูดหลายคนอย่าง Dev Patel, Tina Fey, Sofia Boutella, John Slattery และ Anne Hathaway

ชีวิตทำร้าย นิวยอร์กเยียวยา

ถ้าใครเป็นคอหนัง (และซีรีส์) ว่าด้วยความสัมพันธ์ นิวยอร์กซิตี้คงเป็นฉากหลังที่คุณคุ้นตา

Breakfast at Tiffany’s, When Harry Met Sally…, Sex and the City, Gossip Girl หรือ The Devil Wears Prada ก็ต่างใช้นิวยอร์กซิตี้เป็นสถานที่ถ่ายทำ จนบางครั้งเราก็รู้สึกเหมือนตึกสูง แสงสี และความวุ่นวาย ของนิวยอร์กเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่องยังไงยังงั้น

Modern Love ก็เช่นกัน นอกจากจะได้เห็นความสัมพันธ์อันซับซ้อนของหนุ่มสาว (รวมถึงคู่ที่เลยวัยหนุ่มสาวไปเยอะ) เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของนิวยอร์กเกอร์แบบเรียลๆ แต่อีกมุมหนึ่ง ภาพบรรยากาศที่ทำให้หัวใจพองโตก็ยังมีให้เห็น สิ่งที่แตกต่างจากหนังรักเรื่องอื่นคือ Modern Love ไม่ได้พยายามบิลด์คนดูด้วยการย้อมสีภาพจนหวานฟุ้งเหมือนเทพนิยายเพ้อฝัน

“นี่ไม่ใช่ La La Land นะ” ตัวละครที่รับบทโดยแอนน์ แฮทาเวย์ พูดไว้ในฉากที่เธอต้องร้องและเต้นในย่านเรดฮุก, บรูกลิน

จากคนที่ไม่เคยไปเห็นนิวยอร์กด้วยตาตัวเอง ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเมืองนี้มีดีอะไรนักนักจนต้องไปโผล่ในหนังรักหลายเรื่อง เดาเอาว่าเพราะการเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การตกหลุมรักกันมันจึงไม่ยากขนาดนั้น

หรือหากวันไหนที่ต้องตัดขาดความสัมพันธ์ ความเป็นเมืองไม่เคยหลับใหลเหมือนกันล่ะมั้งที่ทำให้ไม่เหงา

ชีวิตทำร้าย เสียงเพลงเยียวยา

สิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้งานภาพและโลเคชั่นคือ ออริจินอลซาวนด์แทร็กที่ติดหูจนฉันต้องโหลดไว้เป็นเพลย์ลิสต์ประจำตัวบน Spotify

เพลงอินโทร Setting Sail โดย Gary Clark และ John Carney ทำให้ฉันไม่เคยกดข้ามและร้องคลอตอนเริ่มเรื่องได้ทุกครั้ง (หรือจริงๆ อาจเป็นเพราะแอพฯ Amazon Prime ไม่มีให้กดข้าม) ไม่นับรวมถึงแทร็กที่ฟังแล้วเคลิ้มแรงอย่าง Circus, Days Aren’t Long Enough, The Lost and Found และอีกหลายแทร็กในเพลย์ลิสต์

สงสัยว่าทำไมออริจินอลซาวนด์แทร็กดีต่อใจจัง ฉันจึงไปสืบค้นจนเจอว่า แกรี่ คลาร์ก ผู้เขียนและร้องเพลงอินโทรเคยทำเพลงให้ศิลปินดังในอดีตหลายคน ส่วนจอห์น คาร์นีย์ ผู้เขียนบท ผู้กำกับ และโปรดิวเซอร์ เคยกำกับหนังมิวสิคัลอย่าง Once, Begin Again และ Sing Street (ในตอน Take me as I am, Whoever I am ของแอนน์มีฉากร้องและเต้นแบบมิวสิคัลที่เขาถนัดอยู่ด้วย)

Modern Love ปล่อยเพลย์ลิสต์ออกมาให้คนดูได้ตามฟังกว่า 30 เพลง และเกือบครึ่งหนึ่งคือเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ เหตุผลที่ต้องทำออริจินอลซาวนด์แทร็กเยอะขนาดนี้เพราะผู้สร้างคิดว่า ‘ทุกเรื่องรักมีความพิเศษในตัวของมันเอง’

ชีวิตทำร้าย ความรักเยียวยา

‘ความรัก การจากลา และความกล้าที่จะตกหลุมรักอีกครั้ง’ คือสามสิ่งที่ประกอบกันเป็นคอนเซปต์หลักของคอลัมน์ Modern Love

เมื่อกลายมาเป็นซีรีส์ แน่นอนว่าต้องมีบางองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับการเล่าเรื่อง แต่สิ่งที่น่าชื่นชมคือผู้สร้างยังยึดคอนเซปต์หลักนี้ไว้ครบถ้วน ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องความรักแบบจับต้องได้ ความเพลิดเพลินใจสำหรับฉันคือการเห็นตัวละครที่กำลังประสบปัญหาเดียวกันกับคนยุคนี้ได้ออกมาเล่าเรื่องของตัวเอง

เช่น หญิงสาวติดโซเชียลที่ตั้งคำถามกับคุณค่าในตัวเอง, คู่เกย์ที่ใช้คนไร้บ้านอุ้มครรภ์, หญิงสาวไบโพลาร์ที่อาการป่วยของตัวเองส่งผลต่องานและความสัมพันธ์, คู่รักที่ต้องการหย่ากันแต่เรียนรู้ว่าการอยู่ด้วยกันมันดีกว่าเป็นไหนๆ รวมทั้งหญิงชรานักวิ่งที่เริ่มออกเดตตอนอายุย่าง 70 ซึ่งเป็นหนึ่งในตอนโปรดของฉัน

ทุกตัวละครล้วนแล้วแต่มีปัญหาชีวิตของตัวเองให้ต้องจัดการ บางคนผ่านความสัมพันธ์มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ดีบ้าง ร้ายบ้าง แต่พวกเขาไม่ทิ้งความหวังว่าจะเจอความรักดีๆ ที่มาช่วยเยียวยา

บางคนเจอในรูปแบบคู่รัก บางคนเจอในรูปแบบเพื่อนที่ห่วงใยกัน หรือบางคนเจอความรักนั้นในตัวเอง

ไม่ว่าชีวิตจะเหวี่ยงให้ไปเจออะไร พวกเขายังคงกอบโกยชิ้นส่วนที่แตกสลายของตัวเองและประกอบมันขึ้นมาใหม่เพื่อตกหลุมรักอีกครั้ง

ความรักของคนยุคก่อนไม่เหมือนคนยุคนี้ แต่มันก็มีความเหมือนเช่นกัน เพราะฉันกับเขาทำทุกอย่างที่คนหนุ่มสาวทำ เราตกหลุมรัก ไปเที่ยว จัดบ้านใหม่ด้วยกัน เขาเรียกฉันว่าหวานใจเรามักบอกกันเสมอว่าเราโชคดี ซึ่งเราก็โชคดีจริงๆ ความรักที่เพิ่งเริ่มแม้กับคนแก่แล้วก็ยังมากมายล้นเหลือ หญิงชรานักวิ่งว่าไว้อย่างนั้น

บางทีนั่นอาจคือความหมายของรักยุคโมเดิร์น


ขอบคุณที่มาข้อมูลและรูปภาพ

Amazon Prime Video
bustle
flickeringmyth
meaww
newrepublic
oprahmag
telltaletv
The New York Times
tvinsider
vertele.eldiario.es
latimes
Christopher Saunders / Amazon Studios

Author

ff

พัฒนา ค้าขาย

บ.ก. ตัวเล็กแห่ง a team junior 15 ผู้อยากเป็นพัฒนาที่พัฒนาตัวเองทุกวัน

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)