<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>One Way Ticket to Work &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/series/one-way-ticket-to-work/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/series/one-way-ticket-to-work/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Oct 2021 17:30:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Kidtofer ศิลปินไทยในอเมริกา เจ้าของผลงานสีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องเพศได้อย่างเสรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/kidtofer/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Oct 2021 10:45:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[Kidtofer]]></category>
		<category><![CDATA[นราวิชย์ คริสโตเฟอร์ เกลล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=148239</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปกติเราไม่ได้เป็นแฟนคลับงานเซรามิกมากเท่าไหร่ แต่ทันทีที่ได้เห็นผลงานของ Kidtofer ในอินสตาแกรม เราก็อยากคว้าแก้วเซรามิกลายตัวการ์ตูนน่ารักแกมทะเล้นเหล่านั้นมาไว้ในครอบครองทันที เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในผลงานของ Kidtofer หรือ นราวิชย์ คริสโตเฟอร์ เกลล์ ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจากคาแร็กเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตานิด จมูกหน่อย แต่นอกจากบรรดาเซรามิกแล้วเขาคนนี้ก็ยังมีภาพประกอบสีสันสดใสที่มองเผินๆ อาจดูเหมือนเหล่าตัวละครกำลังโลดแล่นในภาพ แต่ถ้าเพ่งดูดีๆ จะเห็นว่าการ์ตูนของคริสล้วนแล้วแต่กำลังทำกิจกรรมทางเพศหรือมีท่าทีที่บ่งบอกถึงตัวตนทางเพศของตัวเอง ทั้งหมดคือสิ่งที่เขาตกตะกอนตัวตนออกมาเป็นงานศิลปะ หลังจากตัดสินใจบอกลาไทย เดินทางไปเติบโตในเส้นทางอาชีพที่รักในดินแดนเสรีภาพอย่างอเมริกาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว การเล่าเรื่องเพศ โดยเฉพาะการนำเสนอเพศสภาพ เป็นจุดประสงค์หนึ่งที่คริสตั้งใจให้ปรากฏในผลงานแทบทุกชิ้น เพราะเขาเชื่อว่าเรื่องเพศควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้อย่างปกติในสังคม งานศิลปะสีสันสดใสเหล่านี้จึงเหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้คนที่เห็นได้มองเรื่องเพศผ่านป๊อปคัลเจอร์และชีวิตประจำวันได้อย่างสนุกสนานและเป็นมิตร&#160; มากกว่าความสนุกสดใส ลึกลงไปภายใต้เบื้องหลังตัวการ์ตูนเหล่านี้ยังซ่อนเรื่องราวในชีวิตศิลปินของคริสเอาไว้ ถ้าหากคุณพร้อมแล้ว ขอชวนไปทำความรู้จักกับ Kidtofer ได้ตั้งแต่บรรทัดถัดไป จากความชอบสู่อาชีพที่ใช่ในฐานะศิลปิน ตั้งแต่จำความได้ คริสชื่นชอบการวาดรูปมาโดยตลอด ขนาดว่าพ่อแม่จูงมือเข้าไปดูหนังตอน 5 ขวบ กลับออกมาเขาก็นั่งวาดรูปหนังเรื่องนั้นออกมาเป็นเวอร์ชั่นของตัวเอง “อย่างตอนจบของ Titanic เรือล่ม น้ำเย็นเลยทำให้แจ็คหนาวตายใช่ไหม แต่ในตอนจบของเราแจ็คตายเพราะฉลามมากัด” เขาเรียกเสียงหัวเราะระหว่างการสนทนา ด้วยการยกตัวอย่างไอเดียแสนบรรเจิดของตัวเองในวัยเด็ก “ตั้งแต่นั้นมาเราก็วาดรูปมาเรื่อยๆ ไม่เคยหยุด แต่พอมาช่วง ม.5-6 และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเราก็ไม่ค่อยได้วาดเท่าไหร่”&#160; แม้จะเคยหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะเรียนต่อด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kidtofer/">Kidtofer ศิลปินไทยในอเมริกา เจ้าของผลงานสีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องเพศได้อย่างเสรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ปกติเราไม่ได้เป็นแฟนคลับงานเซรามิกมากเท่าไหร่ แต่ทันทีที่ได้เห็นผลงานของ Kidtofer ในอินสตาแกรม เราก็อยากคว้าแก้วเซรามิกลายตัวการ์ตูนน่ารักแกมทะเล้นเหล่านั้นมาไว้ในครอบครองทันที</p>



<p>เหล่านี้คือส่วนหนึ่งในผลงานของ<strong> Kidtofer </strong>หรือ<strong> นราวิชย์ คริสโตเฟอร์ เกลล์ </strong>ศิลปินชาวไทย-อเมริกัน ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะจากคาแร็กเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ตานิด จมูกหน่อย แต่นอกจากบรรดาเซรามิกแล้วเขาคนนี้ก็ยังมีภาพประกอบสีสันสดใสที่มองเผินๆ อาจดูเหมือนเหล่าตัวละครกำลังโลดแล่นในภาพ แต่ถ้าเพ่งดูดีๆ จะเห็นว่าการ์ตูนของคริสล้วนแล้วแต่กำลังทำกิจกรรมทางเพศหรือมีท่าทีที่บ่งบอกถึงตัวตนทางเพศของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="796" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-1024x796.jpg" alt="" class="wp-image-148247" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-1024x796.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-300x233.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-768x597.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-1536x1195.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-2048x1593.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/10_october-600x467.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ทั้งหมดคือสิ่งที่เขาตกตะกอนตัวตนออกมาเป็นงานศิลปะ หลังจากตัดสินใจบอกลาไทย เดินทางไปเติบโตในเส้นทางอาชีพที่รักในดินแดนเสรีภาพอย่างอเมริกาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว</p>



<p>การเล่าเรื่องเพศ โดยเฉพาะการนำเสนอเพศสภาพ เป็นจุดประสงค์หนึ่งที่คริสตั้งใจให้ปรากฏในผลงานแทบทุกชิ้น เพราะเขาเชื่อว่าเรื่องเพศควรเป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้อย่างปกติในสังคม งานศิลปะสีสันสดใสเหล่านี้จึงเหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้คนที่เห็นได้มองเรื่องเพศผ่านป๊อปคัลเจอร์และชีวิตประจำวันได้อย่างสนุกสนานและเป็นมิตร&nbsp;</p>



<p>มากกว่าความสนุกสดใส ลึกลงไปภายใต้เบื้องหลังตัวการ์ตูนเหล่านี้ยังซ่อนเรื่องราวในชีวิตศิลปินของคริสเอาไว้ ถ้าหากคุณพร้อมแล้ว ขอชวนไปทำความรู้จักกับ Kidtofer ได้ตั้งแต่บรรทัดถัดไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148254" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/T51A2628.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากความชอบสู่อาชีพที่ใช่ในฐานะศิลปิน</strong></h3>



<p>ตั้งแต่จำความได้ คริสชื่นชอบการวาดรูปมาโดยตลอด ขนาดว่าพ่อแม่จูงมือเข้าไปดูหนังตอน 5 ขวบ กลับออกมาเขาก็นั่งวาดรูปหนังเรื่องนั้นออกมาเป็นเวอร์ชั่นของตัวเอง</p>



<p>“อย่างตอนจบของ <em>Titanic</em> เรือล่ม น้ำเย็นเลยทำให้แจ็คหนาวตายใช่ไหม แต่ในตอนจบของเราแจ็คตายเพราะฉลามมากัด” เขาเรียกเสียงหัวเราะระหว่างการสนทนา ด้วยการยกตัวอย่างไอเดียแสนบรรเจิดของตัวเองในวัยเด็ก</p>



<p>“ตั้งแต่นั้นมาเราก็วาดรูปมาเรื่อยๆ ไม่เคยหยุด แต่พอมาช่วง ม.5-6 และเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเราก็ไม่ค่อยได้วาดเท่าไหร่”&nbsp;</p>



<p>แม้จะเคยหมายมั่นปั้นมือว่าอยากจะเรียนต่อด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เพราะกังวลว่าการเป็นศิลปินในไทยอาจเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะเลี้ยงชีพ ประกอบกับเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าศิลปินสามารถทำงานศิลปะคอมเมอร์เชียลร่วมกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ เขาจึงตัดสินใจเบนเส้นทางชีวิตในที่สุด</p>



<p>“สุดท้ายเราเลือกเรียนนิเทศฯ ที่ ม.กรุงเทพ ด้านวิทยุโทรทัศน์ฯ ซึ่งนี่ไม่ใช่สายอาชีพที่อยากทำ แต่เพราะเห็นรุ่นพี่เรียน เห็นเพื่อนเรียน แล้วเราคิดไม่ออกว่าอยากจะทำอะไร เลยเรียนตามไปเพราะคิดว่า เออ น่าสนุกดีนะ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148256" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1626.jpg 1242w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แต่ถึงอย่างนั้นจังหวะชีวิตก็ยังช่วยให้เขาได้จับดินสอวาดรูปอยู่บ้าง อย่างตอนไปฝึกงานในรายการเพลง Channel V คริสก็หยิบดินสอและกระดาษมาวาดรูปทีมงานในออฟฟิศเล่นๆ แต่กลับเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้คนในทีมอย่างมาก&nbsp;</p>



<p>“หลังจากที่ฝึกงานเสร็จ การวาดภาพก็กลายเป็นงานฟรีแลนซ์ของเราเลย” ในเวลานั้นเขาก็ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว หลังเรียนจบคริสจึงชวนเพื่อนๆ อีก 5-6 คนมาลงขันเปิดบาร์บนดาดฟ้าในย่านทองหล่อ โดยที่ยังคงรับจ้างทำงานศิลปะอยู่เนืองๆ</p>



<p>“ช่วงหลังมาเรารู้สึกสับสนนิดหนึ่ง เพราะเราเป็นคนพาเพื่อนมาทำร้านนี้เอง แต่งานวาดภาพของเรามันดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็คิดว่าทำไมไม่ทำอันนี้เต็มตัวเลยล่ะ สุดท้ายจึงขอออกจากการเป็นพาร์ตเนอร์บาร์ แล้วก็ย้ายมาอเมริกาเพื่อเป็นศิลปิน”&nbsp;</p>



<p>ฟังจากที่คริสเล่าแบบย่นย่ออาจจะดูเหมือนง่ายที่เขาตัดสินใจทิ้งบทบาทเจ้าของธุรกิจมาเป็นศิลปินเต็มตัว แต่ในความเป็นจริงเขามีเหตุผลสนับสนุนให้ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางชีวิตอยู่ 2 อย่างคือ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1006" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-1024x1006.jpg" alt="" class="wp-image-148257" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-1024x1006.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-300x295.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-768x754.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-600x589.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1627.jpg 1242w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>หนึ่ง–จากการทำงานเป็นฟรีแลนซ์นักวาดภาพประกอบมา เขาคิดว่าเมืองไทยยังไม่ตอบโจทย์ในระบบทำงานอย่างที่ควรจะเป็น&nbsp;</p>



<p>“เมื่อ 7 ปีก่อน เวลาคนจ้างงานเขาต้องการงานจากเรา เขามักจะเข้ามาบอกว่าชอบงานเรานะ แต่เขาก็มักจะมีเรฟเฟอเรนซ์มาให้แล้วบอกว่าอยากให้เราวาดตามนี้ ซึ่งมันไม่ค่อยตอบโจทย์กับที่เราอยากจะทำ เพราะเขาไม่ได้เห็นว่างานที่เราวาดมันเป็นสไตล์ยังไง อาจจะแค่เห็นว่าเราวาดรูปได้ หรือเห็นว่างานเราสไตล์คล้ายๆ คนนั้นแต่ไม่ได้ติดต่อไป เลือกที่จะมาติดต่อเราแล้วบอกให้เราวาดให้เหมือนแทน”</p>



<p>สอง–คนรอบตัวสนับสนุนให้เขาเป็นศิลปินมาโดยตลอด โดยเฉพาะพี่สาวของคริส ผู้ย้ายไปอยู่อเมริกาก่อนหน้านั้นกว่า 10 ปีก็ชวนเขาไปเริ่มต้นเป็นศิลปินที่นู่น</p>



<p>“เขาบอกว่างานของเราน่าจะบูมกว่าถ้ามาที่อเมริกา เราเลยค่อยๆ เก็บเงินแล้วตัดสินใจไปอยู่นู่นเลย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-1024x1012.jpg" alt="" class="wp-image-148255" width="768" height="759" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-1024x1012.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-300x296.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-768x759.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-600x593.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1625.jpg 1242w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อิสระของตัวตนสู่ผลงานที่มีสไตล์ของตัวเอง</strong></h3>



<p>ใครๆ ก็รู้ว่าอเมริกาเป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องเสรีภาพ ซึ่งในทางศิลปะ เสรีภาพก็นำมาสู่อิสระที่จะคิด สร้างสรรค์ หรือต่อยอดงานศิลปะให้กว้างขวางแค่ไหนก็ได้ นั่นคือสิ่งที่ยืนยันได้จากคริส ศิลปินผู้ปลดปล่อยความเป็นตัวเองลงไปในผลงานจนกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างทุกวันนี้</p>



<p>“ตอนอยู่ไทย งานแรกๆ ของเราจะค่อนข้างหวาน สดใส สไตล์ของตัวการ์ตูนยังไม่ชัดเท่าไหร่ ย้อนกลับไปตอนนั้น Suntur เขาเพิ่งโชว์งานแรกๆ เราชอบงานเขามากเพราะรู้สึกว่าเป็นศิลปินไทยที่มีเอกลักษณ์ เขาทำให้เรารู้สึกว่าจะต้องค่อยๆ มองหาสไตล์ของตัวเองบ้าง แรกๆ ก็เคยเอางานเขามาเป็นแรงบันดาลใจด้วย แต่ตอนหลังก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ตัวเรา”</p>



<p>แม้ยังไม่เจอกับสไตล์ที่ใช่ แต่คริสก็ยังคงลงมือวาดเรื่อยๆ เหมือนเป็นการหาตัวตนตัวเองไปพร้อมกัน ซึ่งเขาหยิบเอาความชอบในชีวิตประจำวันมาใส่ในงานเป็นหลัก เช่น การกิน การดูหนัง ฟังเพลง และแฝงไปด้วยการใส่ตัวการ์ตูนในป๊อปคัลเจอร์ที่เขาชอบลงไป&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เราชอบและใส่ลงไปในงานนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน แต่เราคิดว่ามันยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะสุดท้ายงานมันยังไม่ได้บ่งบอกถึงตัวตนลึกๆ ข้างในว่าตัวเราคือใคร”</p>



<p>จนกระทั่งย้ายไปอยู่อเมริกาแล้ว คริสจึงค่อยๆ ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ทำให้เขาเริ่มพัฒนาผลงานไปทีละนิด ทั้งตัวคาแร็กเตอร์ที่เขาได้แรงบันดาลใจจากการ์ตูนอเมริกันยุค 50s (แน่นอนว่าต้องเป็นเวอร์ชั่นที่ดัดแปลงให้เป็นสไตล์ของตัวเอง) และสิ่งที่น่าจะเปลี่ยนมากที่สุดคือเนื้อหาในภาพที่เขาถ่ายทอดเรื่องตัวตนและเพศสภาพลงไปด้วย เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่คริสได้รับอิทธิพลจากอเมริกา แต่มาจากปมในใจของตัวเองที่เขาไม่เคยพูดมาก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148253" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1441.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“ตอนอยู่ไทยเรารู้นะว่าเราเป็นเกย์ เพื่อนๆ ก็รู้ แต่เราไม่เคยบอกพ่อแม่ กลัวเขารับตัวตนของเราไม่ได้ สมมติถ้าเขาไม่ชอบเราจะทำยังไง จะโดนไล่ออกจากบ้านหรือเปล่า</p>



<p>“เราเศร้านะ เราอึดอัดกับการที่ไม่ได้เป็นตัวของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งหนึ่งที่ติดใจเรามาตั้งแต่เด็กคือเราไม่ชอบตัวเอง เพราะการเป็นเกย์มันทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นตัวประหลาด เราเลยไม่แฮปปี้กับตัวเอง ทั้งๆ ที่เราเป็นคนที่แฮปปี้เสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น”&nbsp;</p>



<p>เมื่อย้ายมาอยู่อเมริกา ได้ทำงานหาเงินใช้ชีวิตด้วยตัวเอง วันหนึ่งเขาจึงตัดสินใจบอกทุกอย่างกับพ่อแม่</p>



<p>“เราไม่ได้มีโมเมนต์ที่เราพร้อม แค่รู้สึกว่าควรจะบอกให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ เพราะถ้าไม่บอกเราอาจจะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต เราก็เลยบอกเขาไป ปรากฏว่าเขาเปิดรับเลยทันที เขาโอเคมากๆ และเราก็โอเคมากๆ”&nbsp;</p>



<p>คริสยอมรับว่าบริบทความหลากหลายทางเพศในอเมริกาเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เขากล้าและพร้อมจะบอกกับคนที่บ้าน&nbsp;</p>



<p>“คือเราจะรู้ว่าที่ไทยก็เปิดรับเรื่องเกย์นะ แต่ที่อเมริกามันเปิดรับแล้วก็ celebrate มากกว่า คือเขาชอบความแตกต่างกันมาก มันทำให้เรารู้สึกกล้า ไม่ต้องกลัว ทุกคนพูดถึงเรื่องสิทธิการเป็นเกย์ การเป็นทรานส์ ทุกคนต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกับคนอื่น ต่อให้คนที่เป็น straight ชายหรือหญิง เขาก็ยังสู้เพื่อความหลากหลายทางเพศ”&nbsp;</p>



<p>“จากตรงนั้นมันทำให้เราเปิดมากขึ้น ใช้ชีวิตสบายมากขึ้น งานเราก็เลยเร่ิมกลายเป็นตัวของเรามากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-805x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148251" width="604" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-805x1024.jpg 805w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-236x300.jpg 236w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-768x978.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-1207x1536.jpg 1207w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch-600x764.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/rahrahbitch.jpg 1609w" sizes="(max-width: 604px) 100vw, 604px" /></figure></div>



<p>นอกจากนี้ อิสระที่จะทำงานศิลปะยังทำให้เขากล้าที่จะเล่าเรื่องที่ตัวเองสนใจอย่างเซ็กซ์ลงไปในงาน ด้วยเหตุผลที่อยากทำให้เซ็กซ์กลายเป็นเรื่องที่เราสามารถพูดกันได้ปกติในสังคม</p>



<p>“เราไม่แน่ใจว่าที่ไทยตอนนี้เรื่องเพศเปิดกว้างแค่ไหน แต่ตอนเราลงงานแรกๆ มีคนเลิกติดตามเราไปเยอะมาก เราเข้าใจนะเพราะว่างานมันเปลี่ยน แต่ก็ด้วยเรื่องวัฒนธรรมด้วย ที่นี่อาจจะเปิดเผยเรื่องเซ็กซ์กันได้มากกว่า เราก็ยังอยากจะวาดสิ่งเหล่านี้เพื่อบอกว่าการเป็นเกย์ เลสเบี้ยน ทรานส์ก็เป็นเรื่องโอเค และเซ็กซ์ก็เป็นเรื่องโอเคที่จะเปิดเผยเหมือนกัน” </p>



<p>อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจในเส้นทางศิลปินของคริสคือ ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ เขาเริ่มขยับจากการวาดภาพประกอบมาสู่การทำงานเซรามิก ความสนุกของเขาคือการได้ปั้นจินตนาการตัวเอง แล้วเข้าเตาเผาให้เซรามิกออกมาเป็นหน้าตาแบบที่ใจเขาต้องการ&nbsp;</p>



<p>เราจึงได้เห็นแก้ว โถ แจกันที่มีคาแร็กเตอร์ทะเล้นๆ สีสันน่ารักละลานตาในอินสตาแกรม</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148252" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-1024x1536.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_1336.jpg 1365w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>“เพื่อนเราเป็นคนปั้นเซรามิกอยู่แล้ว เราเห็นแล้วคิดว่ามันสนุกดี แล้วตั้งแต่เด็กเราชอบของเล่นด้วย เลยอยากจะเห็นงานของตัวเองในรูปแบบของเล่นดูบ้าง แต่ถ้าสั่งผลิตมันก็จะแพงเกิน เราเลยลองเริ่มด้วยงานเซรามิกดูก่อน เริ่มจากปั้นให้มันเป็นคาแร็กเตอร์จนออกมาเป็นแบบนี้</p>



<p>“เรารู้สึกว่าอยากจะทำทั้งวาดรูปและเซรามิกควบคู่กัน เพราะทุกวันนี้ก็ยังมีความสุขกับทั้งคู่ หลังๆ ก็เริ่มคิดให้งานทั้งสองเทคนิคมาผสมกัน เราจะมีสมุดสเกตช์ที่วาดหน้าคาแร็กเตอร์ไว้ก่อนจะมาปั้น เสร็จแล้วพอเข้าสตูดิโอเราจะลองดูว่าวันนี้อยากทำอะไร แก้วน้ำชา แก้วใบใหญ่ กระถางต้นไม้ แล้วก็หยิบคาแร็กเตอร์ที่ร่างไว้มาปั้น บางครั้งก็อาจจะมีคาแร็กเตอร์ที่เป็นเซรามิกมาอยู่ในงานวาดของเราด้วย งานเราก็จะผสมกัน” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148259" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_0078.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แสวงหาที่เติบโตในฮับศิลปะของอเมริกา</strong></h3>



<p>ว่ากันว่าอเมริกาเป็นฮับที่ศิลปินจากทั่วโลกมาแสวงหาโอกาสในอาชีพที่รัก ก่อนที่คริสจะเดินทางมาถึง เขาก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน จนกระทั่งได้ก้าวเข้าสู่วงการศิลปะในตลาดอเมริกาจริงๆ</p>



<p>“เราอยู่ซานฟรานซิสโก ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าที่นี่เป็นเมืองศิลปะ เพราะมีศิลปินเยอะ เราอาจจะเคยคิดว่าย้ายมาอยู่นี่ก็ต้องมีพื้นที่เยอะแน่ๆ เลย แต่เราไม่ได้คิดว่ามันจะต้องไปแข่งขันกับคนอื่นด้วย แล้วคนพวกนี้เก่งกันหมดเลย” นั่นทำให้คริสตระหนักว่าโอกาสหลายอย่างต้องสู้เพื่อให้ได้มา&nbsp;</p>



<p>มีหลายครั้งที่คริสแอบนึกถึงการเป็นศิลปินที่ไทย ถ้าเขายังคงทำงานอยู่บ้านเกิดเส้นทางอาชีพอาจจะไปได้ไกลมาก เพราะการมาอยู่อเมริกานั้นหมายความว่าเขาต้องเริ่มต้นทุกอย่างใหม่หมด</p>



<p>“เราเห็นศิลปินที่อยู่ไทยทำงานในรุ่นเดียวกับเรา เขาได้ทำงานกับห้างใหญ่ๆ เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่าถ้าวันนั้นเรายังอยู่ไทยจะเป็นยังไง แต่พอกลับมามองตัวเองก็คิดว่า เออ อยู่ที่นี่ก็ดีกว่าตรงที่ทุกวันนี้สไตล์งานเราเปลี่ยน และเราคิดว่ากลุ่มเป้าหมายเราก็เปลี่ยนด้วย ซึ่งยอมรับว่าคนที่นี่ค่อนข้างเปิดรับผลงานของเรามากกว่า อีกอย่างคือเราอาจจะมีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ระดับสากลได้ง่ายขึ้นด้วย” </p>



<p>อีกเทคนิคหนึ่งที่เขาได้รับคำแนะนำจากเพื่อนศิลปินในอเมริกา คือการส่ง business card หรือพอร์ตฟอลิโอให้แบรนด์ใหญ่ เพื่อสื่อสารว่าเราอยากร่วมงานด้วย&nbsp;</p>



<p>“ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากทำงานกับ Nike เราก็ต้องลองออกแบบรองเท้าหรือเสื้อให้ไนกี้ในสไตล์ของเราเอง เพื่อให้เขาเห็นว่ามันจะหน้าตาเป็นยังไง จากนั้นก็ส่งอีเมลไปหาเขาเพื่อบอกว่า เข้าใจนะว่ายูไม่ได้หาศิลปินตอนนี้ แต่ว่าเราชอบงานยูมาก เราอยากจะทำงานด้วย หวังว่าถ้ายูชอบงานนี้ เราอาจจะได้ทำงานร่วมกันในอนาคต</p>



<p>&nbsp; “ซึ่งเพื่อนเราทำแบบนั้น และเขาก็ได้ทำงานกับไนกี้จนเกือบ 2 ปีแล้ว”</p>



<p>ส่วนคริสเอง เขาก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับ The North Face เพื่อออกแบบเต็นท์ แม้กระบวนการจะเดินทางไปถึงการทำโปรโตไทป์แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติวางขายจริง เพราะสไตล์งานของคริสยังไม่ตรงกับแบรนด์เท่าไหร่ แต่คริสก็บอกว่าแค่ได้ออกแบบตามที่แบรนด์ติดต่อมาเขาก็ดีใจแล้ว </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="479" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-1024x479.jpg" alt="" class="wp-image-148263" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-1024x479.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-300x140.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-768x359.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-1536x719.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-2048x959.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/intercom-600x281.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“นอกจากนี้เราก็ได้ออกแบบผ้าเช็ดตัวให้กับแบรนด์โลคอลที่โอ๊กแลนด์ แล้วก็มีงานภาพประกอบที่เราทำให้ Intercom และ WIRED ด้วย” </p>



<p>แต่งานที่เขาไม่ได้คาดคิดว่าตัวเองจะได้ก้าวเข้ามาทำในฐานะศิลปิน คือการแสดงงานในแกลเลอรีที่ซานฟรานซิสโก คริสเล่าว่าช่วงแรกๆ ที่มาถึงอเมริกา เขาสัมผัสได้ว่าแกลเลอรีส่วนใหญ่ของที่นี่จะไม่ค่อยเปิดรับงานจากศิลปินหน้าใหม่เท่าไหร่ เขาเลยคิดว่าการจะแสดงงานได้จำเป็นต้องมีชื่อเสียงก่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากท่ามกลางการแข่งขันในตลาดศิลปินที่สูง</p>



<p>“7 ปีที่แล้วเรามาอยู่ที่นี่โดยไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้แสดงงานในแกลเลอรี จนกระทั่งปีนี้มีแกลเลอรีแห่งหนึ่งที่เราชอบมาก ชื่อว่า Hashimoto Contemporary มาชวนเราไปแสดงงาน ที่นี่ไม่ใช่แกลเลอรีใหญ่ เป็นห้องเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงมาก งานที่เขาเลือกมาแสดงจะเป็นคล้ายๆ สไตล์เรา ที่สำคัญคือเขาเปิดรับศิลปินหน้าใหม่ เขามองเห็น potential ว่าศิลปินที่เขาเลือกมาแสดงจะไปได้ไกล</p>



<p>“ตอนที่เขามาชวนเราไปแสดงงาน ธีมตอนนั้นคือ vessel เขาไม่ได้บรีฟอะไรมากมาย เขาให้คำมาแล้วเราต้องตีความเอาเอง ซึ่งในความหมายของเรา vessel มันคืออะไรที่เป็นเชป สิ่งของ ถ้วย กระถางต้นไม้ เราเลยทำกระถาง 1 ใบกับแจกัน 3 ใบ ส่วนคอนเทนต์ ตอนแรกเราคิดหนักว่าจะเล่าอะไร แต่สุดท้ายก็คิดว่าทำไมเราไม่ทำคาแร็กเตอร์ของตัวเองแบบที่ทำปกติ เราก็ใส่มันเข้าไปทั้งหมด รวมถึงเรื่องเซ็กซ์ด้วย” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-949x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148267" width="712" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-949x1024.jpg 949w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-278x300.jpg 278w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-768x829.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-1424x1536.jpg 1424w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front-600x647.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/homo_front.jpg 1898w" sizes="(max-width: 712px) 100vw, 712px" /></figure></div>



<p>ในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน คริสยังได้แสดงงานที่แกลเลอรี GEM STUDIO ที่เมืองโอ๊กแลนด์ ในธีม big gay actual เขาทำแก้วเซรามิก 10 ใบที่เป็นรูปเกย์แต่มีหลายสีผิว พร้อมกับรูปปั้นเกย์ตัวใหญ่ใส่ต่างหูแบบที่เขาชอบวาด</p>



<p>“เราไม่เคยแสดงงานในแกลเลอรีใหญ่พร้อมกันแบบนี้ เห็นงานแล้วมันแฮปปี้นะ รู้สึกภูมิใจที่ได้โชว์ผลงาน ไม่เคยคิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้ เราอยากจะทำอีก อยากจะไปโชว์ในงานที่ใหญ่กว่านี้ อยากจะมีงานแสดงเดี่ยวของตัวเองด้วย” เขาตอบด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เมื่อสัมผัสได้ถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในเส้นทางอาชีพศิลปินของตัวเอง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-148268" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/10/IMG_6038.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>หลังจากประสบความสำเร็จจนได้แสดงงานในแกลเลอรีที่อเมริกาแล้ว เราถามเขาว่าเรื่องกลับไทยยังอยู่ในความคิดเขาอยู่ไหม</p>



<p>“ปัจจุบันเราอยู่ที่นี่จนเหมือนบ้านอีกหลัง งานศิลปะเราก็ไปได้ดีก็เลยยังไม่ได้คิดเรื่องกลับไทย แม้ว่าจะมีความรู้สึกว่าจริงๆ เราควรอยู่กับพ่อแม่หรือเปล่า เราควรอยู่ดูแลเขาที่เมืองไทย แต่มาคิดดูแล้วที่นี่หาเงินได้ง่ายกว่า ถ้าเรากลับกลัวงานจะหายหมด”&nbsp;</p>



<p>คริสยังบอกด้วยว่าเขาเพิ่งจะเปิดสตูดิโอเล็กๆ ในเมืองโอ๊กแลนด์ร่วมกับเพื่อน ซึ่งก็ไม่ทำให้เราแปลกใจแต่อย่างใด เพราะการได้ลงหลักปักฐานในพื้นที่ที่เปิดรับตัวตนและโอบกอดความหลากหลายของเขาไว้อย่างเต็มใจเช่นนี้ ย่อมมีแต่ผลดีต่อการผลิตผลงานและเส้นทางศิลปินในอนาคตของเขา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/kidtofer/">Kidtofer ศิลปินไทยในอเมริกา เจ้าของผลงานสีสันสดใสที่ถ่ายทอดเรื่องเพศได้อย่างเสรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิตในประเทศที่เคารพความแตกต่างของ ‘กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา’ สถาปนิกไทยที่มีส่วนร่วมในโอลิมปิกฝรั่งเศส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/to-work-france/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวีณ์กานต์ อินสว่าง]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Sep 2021 09:57:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[สถาปนิก]]></category>
		<category><![CDATA[ฝรั่งเศส]]></category>
		<category><![CDATA[ออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=147512</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายส์ ถนนฌ็องเซลิเซ่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ และอีกหลากหลายสถานที่ขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างภาพจำทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นเมืองแสนโรแมนติก จนไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากจะทำให้ใครๆ ต่างใฝ่ฝันว่าอยากจะมาเยือนและใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสสักครั้งในชีวิต  แต่กับ กัน–กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา สถาปนิกชาวไทยที่อยู่ฝรั่งเศสย่างเข้าปีที่สิบ เขาบอกกับเราว่าตอนย้ายมาความรู้เกี่ยวกับฝรั่งเศสแทบจะเป็นศูนย์ สิ่งยอดฮิตที่ใครหลายคนฝันถึงล้วนไม่อยู่ในความสนใจ “ฝรั่งเศสมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยตรงที่บ้านเมืองเขาก็เละเทะเหมือนบ้านเรานี่แหละ เอาจริงๆ เมืองค่อนข้างสกปรกมากด้วยซ้ำ ดีกว่าหน่อยตรงที่เขามีระบบการบริหารและสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ มีกฎหมายคุ้มครองพลเมืองแข็งแรง” เขาเปรียบ แต่แม้เมืองแห่งนี้จะมีหลายข้อเสียจนทำให้เขาอยากจะกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุดหลังเรียนจบ ท่ามกลางข้อเสียเหล่านั้น ความอิสระและความก้าวหน้าทางการงาน ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสกลับกลายมาเป็นประเทศที่เขาอยากจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ&#160; ชีวิตที่ไม่เหมือนภาพฝันในฝรั่งเศสของกันเป็นยังไง สถาปนิกหนุ่มพร้อมเล่าให้เราฟังแล้ว เปิดประตูสู่ฝรั่งเศสด้วยการศึกษา ก่อนจะย้ายมาฝรั่งเศส กันคือนิสิตจบใหม่ป้ายแดงจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมผังเมือง (Urban Architecture) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเป็นสาขาที่ในประเทศไทยยังไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจหรือเห็นเป็นเรื่องสำคัญมากนัก ณ ตอนนั้น เขาจึงคิดไว้อยู่แล้วว่าหากอยากจะเติบโตในสายงานนี้ ยังไงก็คงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในต่างประเทศ จากคำแนะนำของอาจารย์ในภาควิชา ฝรั่งเศสจึงเข้ามาเป็นตัวเลือกสำคัญ เพราะมองว่าไหนๆ ก็มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศแล้ว หากได้ภาษาที่สามกลับไปด้วยก็คงดี&#160; ก่อนบินจริงเขาจึงเริ่มต้นเรียนภาษาที่ Alliance française Bangkok ก่อนประมาณ 3 เดือน แล้วไปตายเอาดาบหน้าที่ฝรั่งเศสด้วยแพลนที่วางไว้คร่าวๆ คือเรียนภาษา สอบวัดระดับให้ผ่าน และสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสถาปัตย์ “ตอนนั้นเราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศสเลย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/to-work-france/">ชีวิตในประเทศที่เคารพความแตกต่างของ ‘กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา’ สถาปนิกไทยที่มีส่วนร่วมในโอลิมปิกฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายส์ ถนนฌ็องเซลิเซ่ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ และอีกหลากหลายสถานที่ขึ้นชื่อด้านสถาปัตยกรรมและงานศิลป์ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างภาพจำทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นเมืองแสนโรแมนติก จนไม่ใช่เรื่องแปลกนักหากจะทำให้ใครๆ ต่างใฝ่ฝันว่าอยากจะมาเยือนและใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสสักครั้งในชีวิต </p>



<p>แต่กับ <strong>กัน–กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา</strong> สถาปนิกชาวไทยที่อยู่ฝรั่งเศสย่างเข้าปีที่สิบ เขาบอกกับเราว่าตอนย้ายมาความรู้เกี่ยวกับฝรั่งเศสแทบจะเป็นศูนย์ สิ่งยอดฮิตที่ใครหลายคนฝันถึงล้วนไม่อยู่ในความสนใจ</p>



<p>“ฝรั่งเศสมีความคล้ายคลึงกับประเทศไทยตรงที่บ้านเมืองเขาก็เละเทะเหมือนบ้านเรานี่แหละ เอาจริงๆ เมืองค่อนข้างสกปรกมากด้วยซ้ำ ดีกว่าหน่อยตรงที่เขามีระบบการบริหารและสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ มีกฎหมายคุ้มครองพลเมืองแข็งแรง” เขาเปรียบ</p>



<p>แต่แม้เมืองแห่งนี้จะมีหลายข้อเสียจนทำให้เขาอยากจะกลับประเทศไทยให้เร็วที่สุดหลังเรียนจบ ท่ามกลางข้อเสียเหล่านั้น ความอิสระและความก้าวหน้าทางการงาน ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝรั่งเศสกลับกลายมาเป็นประเทศที่เขาอยากจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>ชีวิตที่ไม่เหมือนภาพฝันในฝรั่งเศสของกันเป็นยังไง สถาปนิกหนุ่มพร้อมเล่าให้เราฟังแล้ว</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-711x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147529" width="533" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-711x1024.jpg 711w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-208x300.jpg 208w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-768x1107.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-1066x1536.jpg 1066w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1-600x865.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_5116-1.jpg 1421w" sizes="(max-width: 533px) 100vw, 533px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">เปิดประตูสู่ฝรั่งเศสด้วยการศึกษา</h3>



<p>ก่อนจะย้ายมา<a href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-pong/">ฝรั่งเศส</a> กันคือนิสิตจบใหม่ป้ายแดงจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมผังเมือง (Urban Architecture) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเป็นสาขาที่ในประเทศไทยยังไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจหรือเห็นเป็นเรื่องสำคัญมากนัก ณ ตอนนั้น เขาจึงคิดไว้อยู่แล้วว่าหากอยากจะเติบโตในสายงานนี้ ยังไงก็คงต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในต่างประเทศ</p>



<p>จากคำแนะนำของอาจารย์ในภาควิชา ฝรั่งเศสจึงเข้ามาเป็นตัวเลือกสำคัญ เพราะมองว่าไหนๆ ก็มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศแล้ว หากได้ภาษาที่สามกลับไปด้วยก็คงดี&nbsp;</p>



<p>ก่อนบินจริงเขาจึงเริ่มต้นเรียนภาษาที่ Alliance française Bangkok ก่อนประมาณ 3 เดือน แล้วไปตายเอาดาบหน้าที่ฝรั่งเศสด้วยแพลนที่วางไว้คร่าวๆ คือเรียนภาษา สอบวัดระดับให้ผ่าน และสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสถาปัตย์</p>



<p>“ตอนนั้นเราแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฝรั่งเศสเลย พูดได้แค่ bonjour (สวัสดี), ça va (สบายดีไหม) วันแรกที่เท้าแตะพื้นสนามบิน Charles de Gaulle จำได้เลยว่าเราวิตกจริตมาก มันเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่งเลย ออกจากสนามบินคือสนามรบ กลัวมากว่าจะสื่อสารกับคนอื่นไม่ได้ กลัวว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรแล้วจะทำอะไรไม่ถูก” สถาปนิกหนุ่มย้อนความ</p>



<p>“ต้องขอบคุณแม่มากๆ เลย เพราะเขาช่วยเราจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่หาบ้าน หาเอเจนซีสถาบันภาษา ไปจนถึงทำแผนที่ให้เลยว่าออกจากสนามบินแล้วต้องเจออะไรบ้าง ขึ้นรถไฟที่ไหน ยังไง คุณแม่เตรียมข้อมูล หารายละเอียดให้ทุกอย่าง”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="769" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-1024x769.jpg" alt="" class="wp-image-147520" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-1024x769.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-768x577.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-1536x1154.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-2048x1539.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_4337-1-600x451.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>เขาบอกว่ากว่าจะปรับตัวเข้ากับประเทศใหม่ได้ก็ทำเอาเหนื่อย แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้รู้ว่าสิ่งสำคัญของการมาอยู่ต่างประเทศคือใจล้วนๆ ถ้ามาแล้วไม่สู้ ไม่อยู่ให้รอดด้วยตัวของตัวเอง ก็มีทางเดียวคือเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นกับตัวเองเด็ดขาด</p>



<p>ถึงแม้จะเผชิญกับความเครียดอย่างการสอบวัดระดับทางภาษาไม่ผ่านอยู่หลายหน แต่สุดท้ายเขาก็สู้จนเข้าเรียนที่โรงเรียนสถาปัตย์ (École nationale supérieure d&#8217;architecture de Paris-La Villette) ได้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-147521" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/a42e542c-1.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">การเรียนการสอนที่สนับสนุนให้คนกล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์</h3>



<p>ความแตกต่างของการเรียนสถาปัตย์ที่ฝรั่งเศสกับประเทศไทยอยู่ที่ระบบความคิด&nbsp;</p>



<p>กันอธิบายให้ฟังว่า ฝรั่งเศสสอนให้เขาเริ่มต้นคิดงานอย่างมีลำดับขั้นตอนจาก 1-5 เวลาที่คนในแวดวงสถาปัตย์ที่นั่นจะออกแบบบางสิ่ง พวกเขาจะมองเป็นสเตปที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่มีข้ามขั้น งานที่ออกมาจึงจะมีเหตุผลรองรับอยู่เสมอ</p>



<p>“งานออกแบบที่นี่แม้จะไม่ได้หวือหวาเหมือนประเทศอื่นๆ แต่มันมีรายละเอียดและความหมายซ่อนอยู่ งานแต่ละงานคิดมาแล้วว่าตอบโจทย์ถึงทำออกมาแบบนั้น อีกอย่างที่เห็นชัดเลยคือที่นี่เป็นประเทศประชาธิปไตย เขาจึงให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดมาก หากอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิก็สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ตลอด ถ้ามีเหตุผลว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ เขาก็รับฟัง หรือถ้าใครเห็นต่างก็เอาเหตุผลของอีกคนมาพูดคุยกัน งานสถาปัตย์ที่นี่เลยค่อนข้างแตกต่าง เพราะคนเขากล้าทำ กล้าออกแบบ กล้าแตกต่าง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-147527" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_1589-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ยิ่งไปกว่านั้นคือระบบสวัสดิการสำหรับการศึกษาที่นี่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ในทุกๆ แคว้นจะมีมหาวิทยาลัยให้เลือกเรียนใกล้บ้านได้ โดยที่คุณภาพก็ไม่ได้แตกต่างกัน ไม่มีการจัดอันดับว่าที่ไหนดีกว่าที่ไหน</p>



<p>“เขาทำให้การศึกษามันเท่ากันได้จริงๆ ทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง รวมถึงสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการเรียนอย่างเวิร์กช็อปต่างๆ โรงเรียนก็ช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ส่วนหนึ่ง เราสามารถเข้ามิวเซียมได้ฟรีถ้าเป็นนักเรียน สายศิลปะ หรือสายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะก็มีการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนั้นยังมีการช่วยเหลือสวัสดิการพื้นฐานอย่างการลดค่าโดยสารระบบขนส่งมวลชน การช่วยจ่ายค่าที่อยู่อาศัย และประกันสุขภาพ ให้นักเรียนด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147523" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/9358ca2a-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>แม้วันนี้กันจะอยู่ฝรั่งเศสย่างเข้าปีที่สิบแล้ว แต่หากย้อนกลับไปในวันที่เขาเรียนจบ ความคิดที่จะอยู่ที่นี่ยาวนานถึงขนาดนี้แทบจะไม่มีในหัวเลยด้วยซ้ำ</p>



<p>“ตอนนั้นเราไม่ชอบชีวิตที่นี่เลย คิดว่าเรียนจบปุ๊บคงกลับไทยปั๊บ เพราะมันเครียด อึดอัด และซัฟเฟอร์มาก ทุกอย่างคือการต่อสู้ คนที่มาจากประเทศที่ทุกอย่างชิลล์ไปหมดอย่างเราเลยต้องวางแผนตัวเองแทบจะทุกย่างก้าว”&nbsp;</p>



<p>มากไปกว่านั้นคือชีวิตจริงในฝรั่งเศสของกันก็แทบจะไร้ภาพเมืองในฝันที่ทุกคนเคยคิดถึง เขาบอกว่าฝรั่งเศสของจริงสกปรกมาก ก้นบุหรี่เต็มเมือง มีฉกกระเป๋า มีขโมย กระทั่งเขาเองยังเคยโดนดูถูก โดนถุยน้ำลายใส่ด้วยซ้ำ&nbsp;</p>



<p>แต่สุดท้ายประโยค ‘กลับไปประเทศไทยน่ะง่าย แต่กลับมาฝรั่งเศสอีกครั้งยาก’ ก็ฉุดรั้งให้กันตัดสินใจใช้ชีวิต หางานทำที่นี่ดูก่อน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-764x1024.jpg" alt="" class="wp-image-147518" width="573" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-764x1024.jpg 764w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-224x300.jpg 224w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-768x1029.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-1146x1536.jpg 1146w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1-600x804.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Facade-Design-1.jpg 1177w" sizes="(max-width: 573px) 100vw, 573px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading">สู่ชีวิตการทำงานจริงในฐานะพลเมืองโลก</h3>



<p>หลังจากเรียนจบปริญญาโท เขาจึงเริ่มต้นทำงานที่ร้านอาหารไทยไปพลางๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากสายงานสถาปัตย์ที่ตนเองสนใจมาตลอด โดยที่ระหว่างนั้นก็ยื่นสมัคร<a href="https://youtu.be/4DZci4YC5Jw" target="_blank" rel="noreferrer noopener">งานสถาปนิก</a>ไปด้วย&nbsp;</p>



<p>จนที่สุดก็ได้เข้าทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว ที่บริษัทสถาปนิกแห่งหนึ่ง และเพิ่งจะได้บรรจุเป็นลูกจ้างประจำที่บริษัทแห่งใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>“ก่อนหน้านี้เครียดมาก ต้องขอบคุณพี่คนไทยและเพื่อนหลายๆ คนที่คอยให้คำแนะนำในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะพี่ติ๊กกับมาย่า เจ้าของร้านอาหาร Villa Papillon เขาเป็นที่ปรึกษาให้เรามาตลอด” กันว่า</p>



<p>“ข้อดีของการเป็นสถาปนิกที่นี่สำหรับเราคือการได้เข้าใจว่าความงามที่ไม่สมบูรณ์แบบคือความงามที่แท้จริง หรือที่คนฝรั่งเศสเรียกว่า ‘งามแบบมีตำหนิ’ งานออกแบบของเขาไม่ยึดติดกับพิมพ์นิยม ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ให้คุณค่ากับความงดงามในแบบที่เป็นตัวเรา ถือความเป็น originality เป็นสิ่งสำคัญ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-1024x576.jpg" alt="" class="wp-image-147517" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-1024x576.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-1536x865.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-2048x1153.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-1-1-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ขอบคุณภาพจาก Brenac &amp; Gonzales &amp; Associés</figcaption></figure></div>



<p>งานที่กันทำมีตั้งแต่สเกลอย่างอาคารออฟฟิศ อาคารที่พักอาศัย ไปจนถึงงานสเกลใหญ่อย่างบ้านพักนักกีฬาสำหรับโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2024 ที่จะถึง แล้วแต่ว่าบริษัทจะชนะประกวดการออกแบบอะไรมา ซึ่งความสนุกของการทำงานเหล่านั้นก็อยู่ตรงที่เขาสามารถคิดนอกกรอบหรือหยิบเอาวัตถุดิบใหม่ๆ มาเติมให้อาคารน่าสนใจมากขึ้นได้ อีกทั้งในประเทศเองก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เลือกใช้ในการออกแบบเยอะ</p>



<p>นอกจากนั้นเขายังได้ร่วมทำงานแบบทีมเวิร์กกับเพื่อนที่มาจากทั่วทุกมุมโลก&nbsp;</p>



<p>“พอได้รู้จักคนหลายๆ เชื้อชาติ ได้ทำงานกับคนจากหลากหลายวัฒนธรรม มันทำให้เรารู้สึกว่าเราทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้&nbsp;</p>



<p>“ทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความเห็น ไม่ได้ถือระบบอาวุโส ว่าฉันเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน เขาไม่ได้มานั่งคิดว่าเธอเด็กกว่าไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็น ที่นี่ถ้าคุณไม่รู้ก็คือไม่รู้ เรามาเรียนรู้พร้อมกันได้ ซึ่งเราชอบมาก มันเป็นไลฟ์สไตล์การทำงานที่หาไม่ได้ที่ไทย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="714" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-1024x714.jpg" alt="สถาปนิก" class="wp-image-147516" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-1024x714.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-300x209.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-768x536.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-1536x1071.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-2048x1429.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/Olympic-village-PARIS-2024-2-1-600x419.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ขอบคุณภาพจาก Brenac &amp; Gonzales &amp; Associés</figcaption></figure>



<p>ส่วนข้อเสียหรืออุปสรรคที่กันต้องเผชิญก็มีมาก หนึ่ง–คือกำแพงด้านภาษาที่ทำให้คนต่างชาติอย่างเขาเหนื่อยหน่อย โดยเฉพาะเมื่อต้องศึกษากฎข้อบังคับ หรือกฎหมายควบคุมต่างๆ สอง–คือโลกที่ต่างออกไปจากระบบการเรียน ซึ่งกันบอกว่าเขาต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดันเสมือนต้องทำทีสิสอยู่ทุกวี่วัน และสาม–คือนิสัยการทำงานที่ต่างไปจากคนไทย</p>



<p>“คนที่นี่เวลามีปัญหาอะไรเขาจะไม่ค่อยปล่อย จะพยายามหาทางแก้ไขจนกว่าจะได้ โดยที่บางครั้งก็ไม่ได้มองหาวิธีการแก้ไขทางอื่น ต่างจากคนไทยเราที่พลิกแพลงเก่ง และที่สำคัญคือเขาค่อนข้างจะขี้บ่นโต้เถียงกันมาก บรรยากาศการทำงานเลยค่อนข้างจะไม่สงบ” กันหัวเราะ ก่อนจะบอกว่าหลักการทำงานกับคนฝรั่งเศสที่สำคัญที่สุดและใช้ได้เสมอมานั่นคือ หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจตรงไหนต้องถามให้ชัดเจน&nbsp;</p>



<p>“ไม่รู้คือไม่รู้ ต้องบอก อย่าไปกลัว”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-592x1024.jpg" alt="สถาปนิก" class="wp-image-147525" width="444" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-592x1024.jpg 592w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-173x300.jpg 173w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-768x1329.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-888x1536.jpg 888w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490-600x1038.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/IMG_6490.jpg 1125w" sizes="(max-width: 444px) 100vw, 444px" /></figure></div>



<p>ในส่วนของสวัสดิการที่ได้รับกันก็เล่าให้ฟังว่าแม้ตอนที่เขาเป็นลูกจ้างชั่วคราว ฝรั่งเศสก็มีสวัสดิการคุ้มครองคนทำงานที่ใช้ได้&nbsp;</p>



<p>“บริษัทส่วนใหญ่จะเคารพเวลาส่วนตัว ไม่มีการทำงานเกินเวลาโดยไม่จำเป็น มีระบบประกันสุขภาพ มีเงินช่วยเหลือค่าเดินทางและมีบัตรคูปองอาหารเที่ยงให้ นี่เป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องได้”</p>



<p>ก่อนหน้านี้ที่เขาถูกเลิกจ้าง ประเทศฝรั่งเศสก็มีการคุ้มครองให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม หนึ่ง–คือสามารถขอวีซ่าตกงานเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของระยะเวลาการอยู่ในประเทศได้ระหว่างที่หางานใหม่ และสอง–คือมีสวัสดิการให้ทั้งเงินช่วยเหลือ หรือการจ่ายในราคาที่ถูกลงสำหรับค่าบริการในกิจกรรมต่างๆ สำหรับคนว่างงาน เช่น ศูนย์กีฬา พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น</p>



<p>“กรมการจัดหางานที่นี่จะมีการให้คำปรึกษาเพิ่มเติมด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่เรายังขาดไปในการทำงาน เขาจะมีเวิร์กช็อปให้ลงเรียนพัฒนาศักยภาพเพิ่มเติมด้วย” กันว่า เขาบอกว่าทั้งหมดนี้ก็มีต้นเหตุจากระบบภาษีที่ทำให้เห็นว่าจ่ายไปแล้วจะย้อนกลับคืนมาสู่ตัวคนทำงานจริงๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-576x1024.jpg" alt="สถาปนิก" class="wp-image-147524" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-576x1024.jpg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-169x300.jpg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-768x1365.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-864x1536.jpg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1-600x1067.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/FB052A0F-1.jpg 1125w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>“การอยู่ที่นี่ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็น world citizen มากกว่าการเป็นคนไทยในฝรั่งเศส ประเทศนี้แต่ละคนมีบุคลิกเฉพาะตัว มีความเป็นตัวเองสูงมาก แต่เขาเคารพซึ่งกันและกัน ยอมรับในความแตกต่างและมองว่าคนทุกคนเท่ากัน เขาเชื่อถือใน ‘ภราดรภาพ เสรีภาพ เสมอภาค’ กันมาก ไม่ได้มองคำว่า nationality แต่มองคำว่า humanity กันแล้ว”</p>



<p>การอยู่ที่ฝรั่งเศสแม้จะมีทั้งส่วนที่ถูกใจและไม่ถูกใจ แต่กันบอกว่ามันคล้ายความรู้สึกว่ายิ่งเกลียดยิ่งรัก เพราะแม้ชีวิตที่ไทยจะสะดวกสบายสำหรับเขามากกว่าในหลายๆ เรื่อง แต่หากวันนี้เขายังอยู่ไทย เขาก็คงจะไม่ได้สัมผัสโลกที่ทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/to-work-france/">ชีวิตในประเทศที่เคารพความแตกต่างของ ‘กัณตวัฒน์ พงษ์ริยวัฒนา’ สถาปนิกไทยที่มีส่วนร่วมในโอลิมปิกฝรั่งเศส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเดินทางของ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน เภสัชกรไทยที่ฝันจะไปเติบโตในแคนาดา</title>
		<link>https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-sunisa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เดือนเพ็ญ จุ้ยประชา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 13:13:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แคนาดา]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[เภสัชกร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146852</guid>

					<description><![CDATA[<p>แคนาดา การได้มีโอกาสลองไปอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานานๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว เรียน หรือทำงาน นอกจากจะช่วยเปิดโลกเปิดมุมมองให้เห็นสิ่งต่างๆ อย่างกว้างขวางขึ้นแล้ว ความคิดที่อยากจะย้ายมาอยู่ประเทศนี้หรือประเทศอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กันอย่างถาวรก็อาจเกิดขึ้นได้กับหลายคน สำหรับ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน ความคิดนี้เกิดขึ้นกับเธอเมื่อเกือบสิบปีก่อนในตอนที่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 หลังจากที่ได้ไปโครงการ Work and Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ทัศนคติของคนในสังคมที่เปิดกว้าง บรรยากาศที่สร้างการพูดคุยแลกเปลี่ยนโดยไม่มีใครตัดสินว่าผิด-ถูก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการใช้ชีวิต ทำให้เธอเกิดความประทับใจจนตัดสินใจว่าหลังเรียนจบจะย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่ให้ได้ เมื่อกลับมาประเทศไทย เธอกับแฟนชาวอังกฤษจึงช่วยกันหาข้อมูลวางแผนการย้ายประเทศ จนสุดท้ายมาตกลงที่ประเทศแคนาดา เพราะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าจากโครงการ Canada Express Entry สำหรับ skilled worker ซึ่งเปิดรับวิชาชีพเภสัชกรด้วย อีกทั้งแคนาดายังมีสภาพสังคมน่าอยู่ ปลอดภัย มีระบบการศึกษาที่ดี และมีระบบสุขภาพที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ท้ายที่สุดแล้วสุนิษาก็ได้เดินทางย้ายมายังแคนาดาในสถานะ PR (Permanent Residence) โดยโควตา Family sponsorship เพราะแฟนของเธอยื่นขอเป็นพลเมืองแคนาดาได้สำเร็จ เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างชัวร์และใช้เวลาน้อยกว่า แต่ถึงกระนั้น สุนิษาก็ไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจในการไปทำงานเป็นเภสัชกรที่นั่น เธอศึกษาหาข้อมูลและใช้เวลาเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ทำงานที่ชอบในประเทศที่เลือกให้ได้ ซึ่งปัจจุบันเธอก็เป็นเภสัชกรประจำร้านยาที่แคนาดามาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-sunisa/">การเดินทางของ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน เภสัชกรไทยที่ฝันจะไปเติบโตในแคนาดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="display: none;">แคนาดา</span></p>


<p>การได้มีโอกาสลองไปอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานานๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว เรียน หรือทำงาน นอกจากจะช่วยเปิดโลกเปิดมุมมองให้เห็นสิ่งต่างๆ อย่างกว้างขวางขึ้นแล้ว ความคิดที่อยากจะย้ายมาอยู่ประเทศนี้หรือประเทศอื่นที่มีลักษณะคล้ายๆ กันอย่างถาวรก็อาจเกิดขึ้นได้กับหลายคน</p>



<p>สำหรับ <strong>สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน</strong> ความคิดนี้เกิดขึ้นกับเธอเมื่อเกือบสิบปีก่อนในตอนที่ยังเป็นนิสิตนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 3 หลังจากที่ได้ไปโครงการ Work and Travel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา</p>



<p>ทัศนคติของคนในสังคมที่เปิดกว้าง บรรยากาศที่สร้างการพูดคุยแลกเปลี่ยนโดยไม่มีใครตัดสินว่าผิด-ถูก รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการใช้ชีวิต ทำให้เธอเกิดความประทับใจจนตัดสินใจว่าหลังเรียนจบจะย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่ให้ได้</p>



<p>เมื่อกลับมาประเทศไทย เธอกับแฟนชาวอังกฤษจึงช่วยกันหาข้อมูลวางแผนการ<a href="https://adaymagazine.com/category/series/one-way-ticket-to-work/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ย้ายประเทศ</a> จนสุดท้ายมาตกลงที่ประเทศแคนาดา เพราะมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าจากโครงการ Canada Express Entry สำหรับ skilled worker ซึ่งเปิดรับวิชาชีพเภสัชกรด้วย อีกทั้งแคนาดายังมีสภาพสังคมน่าอยู่ ปลอดภัย มีระบบการศึกษาที่ดี และมีระบบสุขภาพที่ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง</p>



<p>ท้ายที่สุดแล้วสุนิษาก็ได้เดินทางย้ายมายังแคนาดาในสถานะ PR (Permanent Residence) โดยโควตา Family sponsorship เพราะแฟนของเธอยื่นขอเป็นพลเมืองแคนาดาได้สำเร็จ เนื่องจากเป็นวิธีที่ค่อนข้างชัวร์และใช้เวลาน้อยกว่า</p>



<p>แต่ถึงกระนั้น สุนิษาก็ไม่ได้ละทิ้งความตั้งใจในการไปทำงานเป็นเภสัชกรที่นั่น เธอศึกษาหาข้อมูลและใช้เวลาเตรียมตัวอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้ทำงานที่ชอบในประเทศที่เลือกให้ได้ ซึ่งปัจจุบันเธอก็เป็นเภสัชกรประจำร้านยาที่แคนาดามาเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว</p>



<p>สุนิษเตรียมตัวยังไง ต้องปรับตัวแค่ไหน และการทำงานเป็นเภสัชกรในประเทศที่ให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับต้นๆ เป็นยังไง</p>



<p>ให้ถ้อยคำของเธอในบรรทัดต่อจากนี้เล่าให้คุณฟัง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146867" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่1-5.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฮาวทูเตรียมตัวก่อนย้ายประเทศ</strong></h3>



<p>ก่อนเดินทางมาเป็นเภสัชกรที่แคนาดา สุนิษาใช้เวลาหลังเรียนจบประมาณ 2 ปีทำงานพาร์ตไทม์หาประสบการณ์ด้านเภสัชกรที่ไทย ตั้งแต่โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุข และร้านยา เพื่อศึกษาการทำงานในหลายๆ เซตติ้งของระบบการทำงานเภสัชกรในไทย แล้วนำไปปรับใช้ตอนที่ย้ายไปทำงานในแคนาดา</p>



<p>“เราอยากเรียนรู้ว่าบทบาทและการทำงานเป็นเภสัชกรในต่างประเทศนั้นเป็นยังไง ประชาชนเขารู้จักหรือเห็นคุณค่าของเภสัชกรมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตอนอยู่ไทยเราคิดว่าคนไทยยังไม่ค่อยรู้ว่าอาชีพนี้คือใคร ทำอะไรหรือมีส่วนช่วยในเรื่องสุขภาพของประชาชนยังไงบ้าง”</p>



<p>ในตอนนั้นข้อมูลการย้ายไปทำงานในต่างประเทศไม่ได้หาได้ง่ายๆ หรือมีรีวิวจากคนไทยที่เคยย้ายไปก่อนเยอะแบบปัจจุบัน &#8220;ตอนนั้นเสิร์ชอินเทอร์เน็ตก็แบลงก์ ไม่มีข้อมูลเลย แต่โชคดีที่แคนาดาจัดการข้อมูลค่อนข้างเป็นระบบ เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ทำความเข้าใจจากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ดูแลการสอบใบประกอบเภสัชกร ตอนแรกแอบยากเพราะยังไม่เข้าใจระบบ จนถึงจุดที่อ่านเข้าใจและจับประเด็นได้&#8221;</p>



<p>นอกจากข้อมูลการทำงานที่ต้องพึ่งพาตัวเองเป็นหลักแล้ว ด้วยความที่เธอกับแฟนแทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ เพราะไม่เคยเดินทางไปเยือนประเทศแคนาดามาก่อน ทั้งยังไม่มีคนรู้จักที่พึ่งพาได้อาศัยอยู่ที่นี่ ทั้งคู่จึงอาศัยการหาข้อมูลเรื่องเมืองที่ต้องการย้ายไปอยู่ทางอินเทอร์เน็ตล้วนๆ</p>



<p>&#8220;เราพยายามดูว่าเมืองไหนน่าอยู่ ลักษณะเมืองเป็นยังไง มาเสิร์ชเจอว่าแวนคูเวอร์ติดอันดับเมืองน่าอยู่ สังคมดี ปลอดภัย ก็คิดว่าลองมาที่นี่ก่อนไหม ส่วนเรื่องบ้านให้เป็นการย้ายมาแล้วค่อยมาหาอีกที ช่วงมาถึงเราเลยเช่าเป็น Airbnb เพราะยังไม่รู้ว่ามุมไหนของเมืองเป็นยังไง”</p>



<p>“ขณะเดียวกันพอย้ายมามันต้องมีขั้นตอนการสอบต่างๆ เช่น การสอบขั้นแรกแบบเทียบความรู้ด้านเภสัชกรว่าจบที่ไทยมาเท่ากับที่นี่ไหม สอบภาษา สอบใบประกอบขั้นสุดท้าย เราก็ดำเนินการสอบนี้ด้วย บวกกับหางานเป็นอันดับแรก ตั้งใจเลยว่าจะหางานเป็นผู้ช่วยเภสัช เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงานในร้านยาระหว่างสอบใบประกอบ สุดท้ายก็สมัครแต่งานนี้จนได้รับเข้าทำงาน ใช้เวลาประมาณ 1 เดือนหลังแลนด์ดิ้งทั้งหางาน สัมภาษณ์งาน และดูบ้าน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146864" width="512" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-1534x1536.jpg 1534w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai2.jpg 1888w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเภสัชกรไทยสู่สนามเภสัชกรแคนาดา</strong></h3>



<p>ด้วยความที่เคยมีประสบการณ์การทำงานที่ไทยมาก่อน เมื่อต้องมาสมัครงานที่นี่ สุนิษาจึงมองเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าตำแหน่งที่สมัครจะเป็นผู้ช่วยเภสัชกร ไม่ใช่เภสัชกรแบบที่เธอทำที่ไทยก็ตาม</p>



<p>&#8220;ระบบสัมภาษณ์งานไม่เหมือนกันเลย การเขียนเรซูเม่กับ cover letter (จดหมายสมัครงาน) ต่างจากที่ไทย ก็ต้องเรียนรู้ไป แต่อย่างหนึ่งที่ดีคือสำหรับคนที่ย้ายมาใหม่คือที่นี่จะมีมูลนิธิและหน่วยงานที่คอยช่วยเหลือ เขามีคอร์สสอนให้หมด อย่างคอร์สการเขียนเรซูเม่ คอร์สสัมภาษณ์งาน หรือใครที่อยากเรียนภาษาก็มี ฟรีหมดเลย เราสามารถไปขอความช่วยเหลือได้ เหมือนเขาเป็นที่ปรึกษา”</p>



<p>ส่วนการหางานสายเภสัชของแคนาดาจะมีวิธีการที่แตกต่างไปจากที่ไทยเช่นเดียวกัน อย่างที่นี่จะใช้การเข้าไปตามเว็บไซต์ของร้านยาและแพลตฟอร์มรวมงานต่างๆ เป็นหลัก หรือกระทั่งการวอล์กอินเข้าไปในร้านเพื่อแนะนำตัวก็ได้ แต่ที่ไทยจะเน้นการบอกต่อหรือดูประกาศตามโซเชียลมีเดียของสถานที่นั้นๆ มากกว่า นอกจากนี้ที่นี่ยังไม่มีการทดสอบความรู้และขอหลักฐานเอกสารแบบที่ไทยด้วย ซึ่งนี่เป็นจุดที่ทำให้สุนิษามองว่าคนแคนาดาเชื่อมั่นในความสามารถของคนทำงาน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="576" height="576" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4.jpg" alt="" class="wp-image-146866" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4.jpg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai4-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>ถึงอย่างนั้นเธอก็แนะนำว่าสำหรับใครที่อยากมาทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะสาย health care ควรจะมีประสบการณ์ติดตัวมาบ้าง เพื่อที่อย่างน้อยจะได้นำสิ่งที่เคยเจอมาประยุกต์กับงานที่นี่ “อย่างเวลาเจ้าของร้านยาถามอะไรเราก็พยายามลิงก์กับประสบการณ์ที่มี เพื่อให้เขารู้ว่าเราเรียนรู้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็เต็มใจที่จะเทรนแหละ แต่มันก็ยากเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในระบบของแคนาดามาก่อน อาจเป็นข้อเสียเปรียบนิดหนึ่งถ้าต้องมีการแข่งขัน เพราะร้านก็อยากได้คนที่รู้งานผ่านระบบมาแล้ว”</p>



<p>สำหรับปัญหาการเลือกปฏิบัติหรือเหยียดเชื้อชาติ สุนิษาออกปากว่าไม่ต้องเป็นห่วง ยิ่งเฉพาะเมืองใหญ่อย่างแวนคูเวอร์หรือโตรอนโต้ที่มีความหลากหลายสูง คนที่นี่มองทุกคนเป็นชาวแคนาดาเหมือนกัน อีกทั้งเวลาสมัครงานก็ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดพวกนี้ด้วย</p>



<p>ในช่วงแรกๆ ที่ทำงานเป็นผู้ช่วยเภสัชกร แม้จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารและระบบการทำงานที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจบ้างแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี จนในที่สุดเมื่อสอบใบประกอบอาชีพเภสัชกรที่แคนาดาผ่าน เธอก็ได้ทำงานเป็นเภสัชกรสมใจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146870" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่4-3.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระบบและสภาพแวดล้อมที่พร้อมส่งเสริมคนทำงาน</strong></h3>



<p>สำหรับสุนิษา อาจพูดได้ว่าการได้มาทำงานเป็นเภสัชกรที่แคนาดาแทบจะเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ของเธอ อย่างน้อยก็กับระบบการทำงานที่แตกต่างจากไทยมากทีเดียว</p>



<p>&#8220;ที่นี่เภสัชกรส่วนใหญ่จะอยู่ที่ร้านยา ร้านยาเป็นศูนย์ของทุกๆ อย่าง เราต้องเรียนรู้ตั้งแต่ระบบการคีย์ยาเข้าคอม ระบบประกันสุขภาพ ตอนแรกก็ยากเหมือนกันเพราะประกันที่นี่มีหลายตัว แล้วแต่ละร้านก็ยังมีระบบการทำงานที่แตกต่างกันไปบ้าง</p>



<p>“อีกอย่างคนไข้ที่นี่แตกต่างจากที่ไทย ตอนเราอยู่โรงพยาบาลที่ไทยเวลาคนไข้มารับยา จะไม่ค่อยอยากรู้หรือฟังเรื่องยามากเท่าไหร่ แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่ชอบถามข้อมูลเรื่องยาค่อนข้างเยอะ บางคนยังไม่ได้กินยาก็ขอเข้ามาปรึกษาเภสัชกรก่อน ดังนั้นเราจะต้องปฏิสัมพันธ์เรื่องยากับคนไข้ค่อนข้างลึกพอควร แล้วสมัยนี้คนไข้จะศึกษาทางอินเทอร์เน็ตมาก่อนแล้วค่อยมาถามเราเพื่อความชัวร์ ข้อมูลเรื่องยาเราเลยต้องแน่นกว่าที่ไทยนิดหนึ่งในแง่ที่คนไข้คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลที่เยอะ ครบถ้วน และละเอียด&#8221;</p>



<p>ขณะเดียวกัน คนไข้ที่แคนาดาก็จะคาดหวังให้เภสัชทำงานอย่างรวดเร็ว ถ้าให้คนไข้รอนานถึง 20 นาทีก็ถือว่าช้ามากแล้ว ทั้งนี้ตัวเภสัชเองยังต้องทำงานหลายอย่างพร้อมๆ กันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเช็กยา ให้คำปรึกษาคนไข้ หรือพูดคุยกับหมอ ซึ่งแตกต่างจากการทำงานเป็นเภสัชที่ไทยที่จะแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146865" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai3.jpg 1512w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>นอกจากความแอ็กทีฟของคนไข้และการทำงานที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้นแล้ว สุนิษายังประทับใจระบบสาธารณะสุขที่นี่ที่ส่งเสริมคนทำงานให้ได้พัฒนาเรียนรู้มากขึ้นอีกด้วย</p>



<p>“เขามีฐานข้อมูลที่หาได้ค่อนข้างง่าย อย่างที่ร้านมีงานวัคซีน ซึ่งเราจำข้อมูลไม่ได้หมด บวกกับที่ไทยเองเภสัชกรก็ไม่ได้ฉีดวัคซีนเลย พอคนไข้มาขอฉีดกันบาดทะยัก เราที่ไม่รู้ว่าจะฉีดยังไง ต้องเว้นเวลาห่างกี่ปี ถ้าฉีดสองตัวพร้อมกันได้ไหม มันก็มีเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลที่จัดทำขึ้นมาเพื่อรวบรวมวัคซีนที่ใช้ในประเทศ มีวิธีการฉีด มีข้อมูลยา อย่างช่วงโควิด-19 ข้อมูลทุกอย่างอยู่ในเว็บไซต์หมดเลย แล้วเขาจะอัพเดตข้อมูลยาและงานวิจัยเรื่อยๆ เสิร์ชอะไรก็หาเจอ แถมยังมีไกด์ไลน์การรักษาแยกเป็นของแต่ละจังหวัด จัดเก็บเป็นระบบ อัพเดตตลอด เชื่อถือได้”</p>



<p>“ประเทศเขาค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเภสัชมีความรู้เรื่องยาเยอะ ถ้าเทียบกับที่ไทยยังไม่แน่ใจ เพราะคนยังไม่ค่อยรู้บทบาทเภสัช แม้อยู่ในโรงพยาบาลเขาก็ไม่รู้ว่าในห้องยานั้นเราทำอะไรกันบ้าง หรือการมองว่าร้านยาเป็นการบริการแบบฉันสั่งเธอ เธอก็เอายามาให้ฉัน มันยังไม่เกิดกระบวนการคิดว่าถ้าเภสัชจะให้หรือไม่ให้ยาตัวนั้นตัวนี้มันมีเหตุผลจากอะไรบ้าง เหมือนที่ไทยหมอจะมีบทบาทชัดเจนมากกว่า จะได้ยินบ่อยๆ ว่าหมอให้ยาอะไรมาก็กินหมด แต่ที่จริงมันมีเภสัชที่คอยดูว่ายาตัวไหนเหมาะหรือไม่เหมาะ ใช้ได้หรือไม่ ซึ่งที่นี่คนเขาจะค่อนข้างเข้าใจว่าเภสัชกรทำอะไร ถ้าคิดถึงเรื่องยาหรือวัคซีน เขาจะมาถามเราก่อน”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146863" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/mai1.jpg 1512w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สังคมที่คนทำงานมีเสียงเท่ากันและได้รับความคุ้มครอง</strong></h3>



<p>หลังจากย้ายไปทำงานในสายเภสัชที่แคนาดาเป็นเวลากว่า 4 ปี สุนิษาก็ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จนเริ่มทำงานได้คล่องตัวมากขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดคือเธอรู้สึกสนุกกับงาน ถึงขนาดที่ว่าเธอเปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ<a href="https://www.facebook.com/ThaiPharmacistInCanada" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เภสัชกรไทยในแคนาดา</a> เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นเภสัชกรและเรื่องราวการใช้ชีวิตในแคนาดาให้แก่คนไทยที่อยากย้ายมาทำงานแบบเธอบ้าง</p>



<p>เธอเล่าว่าการทำงานเภสัชกรที่ไหนๆ ก็ย่อมมีความเครียด ความกดดัน และอุปสรรคไม่ต่างกัน แต่อย่างน้อยในแง่สภาพแวดล้อมและระบบการทำงาน ต่อให้เป็นงานสายเดียวกันยังไงก็ไม่เหมือนกันแน่นอน นี่จึงน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คนไทยจำนวนมากให้ความสนใจเพจของเธอ</p>



<p>&#8220;ไม่ว่าจะตอนเป็นเภสัชกรหรือผู้ช่วย สภาพการทำงานในห้องทำงานเราจะรู้สึกว่าทุกคนมีความเท่ากัน ไม่ว่าคุณจะทำตำแหน่งอะไร มันจะไม่รู้สึกว่าเราตัวเล็กหรือเขาตัวใหญ่กว่า อย่างเราเป็นเภสัชกรจะขอให้ผู้ช่วยช่วยทิ้งขยะให้ก็ต้องพูดกับเขาดีๆ ไม่ใช่เธอไปทิ้งขยะให้หน่อย ทุกคนต้องให้เกียรติกัน</p>



<p>“ตอนเป็นเภสัชที่ไทย ต่อให้เราไม่คิดอะไรแต่จะเห็นได้ว่าผู้ช่วยเขาไม่กล้าพูดหรือแสดงความเห็นเรื่องงานได้เท่ากับผู้ช่วยที่นี่ รู้สึกว่าคนไทยยังไม่ค่อยกล้าพูดหรือแย้งมากเท่าไหร่ ว่าไงว่าตามกัน ผู้ช่วยในร้านยาก็ทำทุกอย่างตามที่เภสัชกรบอก แต่ผู้ช่วยที่นี่เราสามารถส่งงานให้เขารับผิดชอบได้ ถ้าเห็นระบบยังไม่ดีเขาก็บอก เรารับฟัง ถ้าปรับได้ก็ปรับ ไม่มีปัญหา หรือถ้าคิดว่าเราทำงานดีแล้วอยากขอขึ้นเงินเดือนก็พูดได้เลยตามผลงาน&#8221;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-768x1024.jpg" alt="แตนาดา" class="wp-image-146869" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่3-5.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุนิษาประทับใจการทำงานที่นี่ คือกฎหมายแรงงานที่บังคับใช้อย่างเข้มงวด ถ้าเจออะไรที่ไม่เป็นธรรมก็สามารถเรียกร้องได้ เพราะหน่วยงานที่นี่จะคอยซัพพอร์ต ตามเรื่องให้ตลอด และทำงานรวดเร็ว อย่างเธอเองก็เคยประสบกับเหตุการณ์ที่ไปทำงานแล้วไม่ได้รับค่าจ้างจนต้องมีการร้องเรียน</p>



<p>&#8220;เขาจัดการให้เราดีจริงๆ มีการติดตามสอบถาม คุ้มครองเราร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ค่อยเจออะไรไม่ดี หรือถ้าเจออย่างน้อยก็รู้ว่าจัดการได้แน่ แค่เราต้องกล้า ไม่กลัว เพราะมันทำได้หมดตามกฎหมาย หรือถ้าเราเจอร้านยาที่ดูไม่ดีไม่มีมาตรฐานก็สามารถแจ้งกับหน่วยงานได้ มีหลายร้านที่โดนปิดไปเหมือนกัน&#8221;</p>



<p>ทั้งหมดนี้ทำให้เธอตกตะกอนได้ว่าการตัดสินใจย้ายมาเป็นเภสัชที่แคนาดาคือประสบการณ์ที่ดี ทั้งในแง่การใช้ชีวิตและการทำงานที่นอกจากจะได้พัฒนาความรู้ทักษะต่างๆ แล้ว เธอก็สามารถนำประสบการณ์ที่ได้ไปแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนสาขาเดียวกันในประเทศไทยเพื่อปรับใช้ร่วมกันด้วย</p>



<p>&#8220;ที่ไทยเริ่มมีร้านยานำร่องที่คนไข้สามารถมารับยาได้ คือเป็นมากกว่าสถานที่ซื้อ-ขายยา หรือการพยายามลดความแออัดในโรงพยาบาล เกิดคลินิกเล็กๆ ที่คนไข้จะมาหาหมอได้ เท่าที่เห็นก็มีการปรับมาให้คล้ายๆ การพยาบาลฝั่งนี้ ยังไงก็ตามเราคิดว่ายังมีอีกหลายๆ บทบาทที่บ้านเรายังไม่ได้ทำ ถือว่าเป็นการเรียนรู้ต่อไป ซึ่งในอนาคตเราอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ได้ อาจจะไปอังกฤษหรือเรียนต่อปริญญาโทที่อื่น เพราะเรายังอยากเรียนรู้อีก</p>



<p>“การมาแคนาดาทำให้เราได้เห็นการวางระบบของเขาว่ามันเอื้อประโยชน์ให้คนไข้ยังไง รวมถึงการทำงานหลายๆ อย่างที่เภสัชไทยยังไม่ได้ทำ ซึ่งถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์มากๆ อีกทั้งยังได้สังคมการทำงานที่ให้เกียรติกันและกัน&nbsp;</p>



<p>“อยู่ที่นี่ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร ทุกคนจะให้ความสำคัญ ให้ความเคารพคนทุกชนชั้นอย่างเท่าเทียม”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-768x1024.jpg" alt="แคนาดา" class="wp-image-146871" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/ใหม่5-3.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>


<p><span style="display: none;">แคนาดา</span></p><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-sunisa/">การเดินทางของ สุนิษา ฤกษ์ชัย วิลคินซัน เภสัชกรไทยที่ฝันจะไปเติบโตในแคนาดา</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;อังกฤษเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน&#8221; อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรไทยในอังกฤษ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-ukrit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Sep 2021 10:49:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[Global Talent Visa]]></category>
		<category><![CDATA[University College London]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[อุกฤษ อังควินิจวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[เภสัชกรนักวิจัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=146470</guid>

					<description><![CDATA[<p>อากาศที่ลอนดอนกำลังดีกว่าวันไหนๆ ในตอนที่เราพูดคุยกับ อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรนักวิจัย ผู้เลือกไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักร ด้วยความหวังว่าจะกลับมาเปิดบริษัทวิจัยและพัฒนา (R&#38;D) เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาในไทย&#160; 10 ปีก่อน หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อุกฤษมีเป้าหมายอยากทำงานในฐานะนักวิจัยเชิงพาณิชย์ เมื่อเห็นว่ายังไม่มีองค์กรเอกชนที่พัฒนาเทคโนโลยียาใหม่ๆ อย่างจริงจังในประเทศบ้านเกิด เขาจึงอยากเปิดบริษัทของตัวเองในรูปแบบสตาร์ทอัพที่วิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ&#160; นั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะเรียนต่อซึ่งจะช่วยเสริมองค์ความรู้ให้พัฒนาสิ่งที่อยากทำได้ อุกฤษจึงเลือกประเทศต้นกำเนิดนวัตกรรมหลายๆ อย่าง รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลกอย่างสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่เขาออกเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน ตั้งแต่นั้นมานักวิจัยไทยคนนี้ได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมและได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโปรเจกต์ทดลองอันหลากหลาย อย่างการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดความจำเป็นในการใช้สัตว์ทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาโรคตา หรือการตรวจสอบเทคโนโลยีด้านยาที่กำลังเป็นข้อพิพาทในแวดวงเภสัชอังกฤษ รวมถึงการเข้าร่วมทำงานวิจัยอื่นๆ จนได้รับการรับรองความสามารถจากราชบัณฑิตยสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร เป็นผลให้อุกฤษได้รับวีซ่าแบบ global talent ทำให้เขาสามารถทำงานได้อิสระในฐานะบุคคลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&#160; อุกฤษเดินทางไปถึงจุดนั้นได้ยังไง แล้วสภาพแวดล้อมแบบไหนที่เอื้อให้คนทำงานด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์อย่างเขาเลือกทำงานนอกบ้านเกิด&#160; ในวันที่อากาศลอนดอนเป็นใจ ชายหนุ่มเล่าเส้นทางการทำงานของเขาให้เราฟัง&#160; ความฝันที่จะเปิดบริษัทวิจัยในไทย ก่อนเดินทางออกไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อหาความรู้ อุกฤษพาเราย้อนถึงชีวิตในไทยที่ทำให้เขาค้นพบเป้าหมายในการเป็นนักวิจัยเชิงพาณิชย์ของตัวเองให้ฟังก่อน “ตอนเด็กผมชอบอ่านเรื่องนักวิทยาศาสตร์ในอเมริกาอย่าง Thomas Edison หรือ Nikola Tesla ประทับใจในความมุ่งมั่นของเขาที่จะหาวิธีหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกอย่างคือมันทำให้เราเห็นว่าเขาไม่ได้ทำงานในแล็บอย่างเดียว แต่มีบริษัทของตัวเองด้วย”&#160; อุกฤษทำตามความฝันของตัวเองด้วยการเลือกเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างที่ศึกษาอยู่เขาค้นพบว่าการทำงานเภสัชแบ่งได้ 2 สายใหญ่ๆ คือ หนึ่ง–เภสัชที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรง กับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-ukrit/">&#8220;อังกฤษเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน&#8221; อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรไทยในอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>อากาศที่ลอนดอนกำลังดีกว่าวันไหนๆ ในตอนที่เราพูดคุยกับ <strong>อุกฤษ อังควินิจวงศ์</strong> เภสัชกรนักวิจัย ผู้เลือกไปเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักร ด้วยความหวังว่าจะกลับมาเปิดบริษัทวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) เกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาในไทย&nbsp;</p>



<p>10 ปีก่อน หลังจากเรียนจบปริญญาตรีในคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อุกฤษมีเป้าหมายอยากทำงานในฐานะนักวิจัยเชิงพาณิชย์ เมื่อเห็นว่ายังไม่มีองค์กรเอกชนที่พัฒนาเทคโนโลยียาใหม่ๆ อย่างจริงจังในประเทศบ้านเกิด เขาจึงอยากเปิดบริษัทของตัวเองในรูปแบบสตาร์ทอัพที่วิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ&nbsp;</p>



<p>นั่นคือจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะเรียนต่อซึ่งจะช่วยเสริมองค์ความรู้ให้พัฒนาสิ่งที่อยากทำได้ อุกฤษจึงเลือก<a href="https://adaymagazine.com/category/series/one-way-ticket-to-work/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ประเทศ</a>ต้นกำเนิดนวัตกรรมหลายๆ อย่าง รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาชื่อดังระดับโลกอย่างสหราชอาณาจักร เป็นประเทศที่เขาออกเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146482" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study3.jpg 1477w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ตั้งแต่นั้นมานักวิจัยไทยคนนี้ได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมและได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมโปรเจกต์ทดลองอันหลากหลาย อย่างการพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดความจำเป็นในการใช้สัตว์ทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาโรคตา หรือการตรวจสอบเทคโนโลยีด้านยาที่กำลังเป็นข้อพิพาทในแวดวงเภสัชอังกฤษ รวมถึงการเข้าร่วมทำงานวิจัยอื่นๆ จนได้รับการรับรองความสามารถจากราชบัณฑิตยสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร เป็นผลให้อุกฤษได้รับวีซ่าแบบ <a href="https://royalsociety.org/grants-schemes-awards/global-talent-visa/what-does-global-talent-visa-offer/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">global talent</a> ทำให้เขาสามารถทำงานได้อิสระในฐานะบุคคลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล&nbsp;</p>



<p>อุกฤษเดินทางไปถึงจุดนั้นได้ยังไง แล้วสภาพแวดล้อมแบบไหนที่เอื้อให้คนทำงานด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์อย่างเขาเลือกทำงานนอกบ้านเกิด&nbsp;</p>



<p>ในวันที่อากาศลอนดอนเป็นใจ ชายหนุ่มเล่าเส้นทางการทำงานของเขาให้เราฟัง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146475" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความฝันที่จะเปิดบริษัทวิจัยในไทย</strong></h3>



<p>ก่อนเดินทางออกไปยังสหราชอาณาจักรเพื่อหาความรู้ อุกฤษพาเราย้อนถึงชีวิตในไทยที่ทำให้เขาค้นพบเป้าหมายในการเป็นนักวิจัยเชิงพาณิชย์ของตัวเองให้ฟังก่อน</p>



<p>“ตอนเด็กผมชอบอ่านเรื่องนักวิทยาศาสตร์ในอเมริกาอย่าง Thomas Edison หรือ Nikola Tesla ประทับใจในความมุ่งมั่นของเขาที่จะหาวิธีหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกอย่างคือมันทำให้เราเห็นว่าเขาไม่ได้ทำงานในแล็บอย่างเดียว แต่มีบริษัทของตัวเองด้วย”&nbsp;</p>



<p>อุกฤษทำตามความฝันของตัวเองด้วยการเลือกเรียนคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระหว่างที่ศึกษาอยู่เขาค้นพบว่าการทำงานเภสัชแบ่งได้ 2 สายใหญ่ๆ คือ หนึ่ง–เภสัชที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรง กับ สอง–เภสัชสายผลิตที่ทำงานในโรงงานยาสามัญ แต่ไม่ค่อยมีบทบาทในการทำงานวิจัยพัฒนายาแบบที่เขามุ่งมั่นศึกษามาตั้งแต่เด็ก</p>



<p>“ผมชอบและสนใจงานวิจัย การพัฒนาสูตรยาให้เป็นในรูปแบบต่างๆ เช่น ยาเม็ด ยาน้ำ รวมถึงพวกยาในรูปแบบอนุภาคนาโน แต่ระหว่างเรียนที่ไทยผมคิดว่างานเภสัชที่มีอยู่ในประเทศไม่ตรงกับสายที่ผมอยากทำ&nbsp;ไม่ใช่ว่าสายที่มีอยู่ไม่ดีนะ แต่เท่าที่สังเกต เมื่อ 10 ปีที่แล้วอุตสาหกรรมยาบ้านเราไม่ได้เติบโตด้วยงานวิจัยมากเท่าไหร่ แถมยังไม่ค่อยมีเชิงนวัตกรรมใหม่ๆ หรือ R&amp;D จากเอกชน ส่วนใหญ่มาจากมหาวิทยาลัย ตอนนั้นภาคอุตสาหกรรมยังเน้นการทำยาสามัญ ซึ่งก็คือยาเลียนแบบอยู่”</p>



<p>เพราะฝันอยากเปิดบริษัทวิจัยและพัฒนาเป็นของตัวเองมานาน อุกฤษมองว่าการออกไปเก็บเกี่ยวความรู้จากประเทศต้นกำเนิดด้านเทคโนโลยีและศาสตร์ความรู้ต่างๆ น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการทำฝันให้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-146477" width="513" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-1025x1536.jpg 1025w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait3.jpg 1367w" sizes="(max-width: 513px) 100vw, 513px" /></figure></div>



<p>“การไปเรียนเมืองนอกไม่ใช่แค่เอาเทคโนโลยีหรือเอาความรู้จากเขามาใช้ แต่เราอยากเข้าถึงวิธีการคิดและการสร้างองค์ความรู้ ด้วยเพราะเขาเป็นประเทศที่กำเนิดนวัตกรรมต่างๆ การไปเรียนรู้วิธีคิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะยั่งยืนมากกว่าการเอาไฟนอลโปรดักต์มาใช้</p>



<p>“ในทางหนึ่งคือมันไม่ได้ตอบสนองแค่แพสชั่นของตัวเรา แต่ผมมองว่าการสร้างบริษัทที่ทำงานวิจัยและพัฒนามันช่วยประเทศได้” เขายกตัวอย่างถึงนักวิทยาศาสตร์และนักธุรกิจชาวอเมริกันอย่างโทมัส เอดิสัน ที่คิดค้นวงจรไฟฟ้าและตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง จนสามารถผลักดันนวัตกรรมที่คิดค้นไปสู่นโยบายระดับประเทศ&nbsp;กลายมาเป็นผู้พัฒนาอเมริกาในยุคที่เริ่มใช้ไฟฟ้าได้สำเร็จ&nbsp;</p>



<p>“เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องของการสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน มันดูเป็นภาพใหญ่มาก แต่ผมคิดว่าถ้ามีบริษัทเทคโนโลยีแบบนี้จะทำให้สังคมมีทางออกจากปัญหาหลายๆ ทาง อย่างยุคนี้เราจะเห็นชัดจากประเทศที่มีเทคโนโลยีวัคซีน”&nbsp;</p>



<p>ในช่วงที่ต้องตัดสินใจ ตัวเลือกในการเรียนต่อของอุกฤษมี 2 ประเทศคือสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นดินแดนขึ้นชื่อด้านองค์ความรู้และนวัตกรรม อีกทั้งอาจารย์ที่เขาเคยเรียนด้วยตอนปริญญาตรีส่วนใหญ่ก็เรียนจบมาจาก 2 ประเทศนี้&nbsp;</p>



<p>“เป้าหมายที่ผมมีตั้งแต่แรกคือเรียนให้จบปริญญาเอก แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะเรียนไม่ไหว เลยทดลองเรียนปริญญาโทก่อน ในอเมริกาสายที่ผมอยากเรียนจะมีแต่ระดับโท-เอก ซึ่งเรียนต่อเนื่องกัน แต่ที่อังกฤษมีปริญญาโทและส่วนใหญ่เรียนแค่ปีเดียว ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้น พอเรียนจบแล้วเราสามารถตัดสินใจได้ว่าชอบสายงานนี้ไหม อยากทำงานวิจัยแบบนี้ไปตลอดไหม”</p>



<p>คณะ School of Pharmacy ที่ University College London (UCL) จึงเป็นสถาบันที่เขาเลือกเข้าไปศึกษาระดับปริญญาโท</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146478" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความล้มเหลวของทีสิสพัฒนายาและโอกาสเรียนรู้นอกห้องเรียนที่อังกฤษ</strong></h3>



<p>ก่อนไปเรียนและใช้ชีวิตในลอนดอนอย่างจริงจัง อุกฤษบอกว่าเขาเตรียมใจไว้ตั้งแต่แรกที่จะเปิดรับทุกอย่างแบบไม่คาดหวัง นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาปรับตัวได้ง่าย ถ้าไม่นับเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนมากพอจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ลอนดอนต้องเจอกับอากาศแบบ 3 ฤดูได้ในวันเดียว</p>



<p>“ส่วนเรื่องเรียนก็ไม่ได้รู้สึกว่ายาก ผมรู้แล้วว่าจะต้องเจอการเรียนแบบ active learner คือเขาจะไม่ได้สอนแบบอัดๆ เนื้อหาให้ แต่เราต้องเข้าไปคุย ฟัง จับประเด็นแล้วมาอ่านเอง แต่ก็ไม่ได้อ่านสะเปะสะปะ เพราะบางที professor จะแนะแนวว่าประเด็นนี้ยูต้องคิดอะไร เราก็จะมีแนวทางว่าต้องอ่านอะไรไปบ้าง เสร็จแล้วเข้าคลาสอาจารย์จะชวนมาถกเถียงประเด็นนั้นร่วมกัน</p>



<p>“ผมคิดว่าอาจจะเพราะตอนเรียนปริญญาตรีที่ไทยเราต้องอ่านเทกซ์บุ๊กหรืออ่านเปเปอร์วิจัยกันอยู่แล้ว ศัพท์อะไรหลายอย่างที่เราใช้ตอนเรียนมันก็เป็นภาษาอังกฤษ เลยรู้สึกว่าไม่ได้ท้าทายมากเท่าไหร่”</p>



<p>การเรียนปริญญาโทที่ UCL ของอุกฤษนั้นเรียกได้ว่าผ่านฉลุย ถึงแม้เขาจะเล่าติดตลกถึงความลำบากของตัวเองในการสื่อสารกับเพื่อนต่างชาติเล็กน้อย โดยเฉพาะกับเพื่อนชาวอินเดีย แต่เขาคิดว่าโดยรวมทั้งหมดไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก</p>



<p>จนกระทั่งทีสิสดำเนินมาถึง</p>



<p>“ผมเลือกหัวข้อที่คิดว่าถ้ากลับไทยเราจะไม่มีโอกาสทำ คือจะมีตัวยาบางอย่างที่ผมก็ไม่เคยเรียนตอนอยู่ไทยและไม่มีการผลิตในไทย นั่นคือยาโปรตีน จำพวกยาแอนติบอดี้ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการผลิตขั้นสูง&nbsp;</p>



<p>“ยาแอนติบอดี้จะอยู่ในร่างกายได้ไม่นาน เพราะมันจะถูกทำลายด้วยเอนไซม์ต่างๆ ทำให้โครงสร้างจะถูกย่อยไปหมด โปรเจกต์ที่ผมพยายามทำคือเอาโพลีเมอร์ต่อเข้าไปเพื่อให้มันอยู่ได้นานขึ้น และมันต้องมีการสังเคราะห์เคมี ซึ่งตัวเองก็ไม่ได้เก่งดีเลิศด้านนี้ขนาดนั้นแต่ดันไปรับทำโปรเจกต์นี้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="577" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-1024x577.jpg" alt="" class="wp-image-146481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-1024x577.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-768x433.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-1536x866.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-2048x1155.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study2-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>อุกฤษบอกว่าเขาพยายามทดลองซ้ำๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อยู่ 6 เดือนแต่ก็ไม่สำเร็จ ความล้มเหลวของหัวข้อทีสิสแรกทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามในใจว่าหรือเขาจะทำมันไม่ได้จริงๆ “ก็คงต้องยอมรับหรือเปล่า” เขาถามตัวเอง</p>



<p>ถึงอย่างนั้นเขาก็พาความล้มเหลวในโปรเจกต์พัฒนายาของตัวเองไปนำเสนอให้อาจารย์ฟังครั้งแล้วครั้งเล่า เขาอธิบายสาเหตุที่ทำให้ไม่สำเร็จด้วยหลักการต่างๆ จนกระทั่งคะแนนทีสิสออกมา ในความคิดแรก อุกฤษเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าตัวเลขที่ได้น่าจะเข้าขั้นแย่พอตัว</p>



<p>“แต่พอคุยกับอาจารย์ไปๆ มาๆ เขาบอกเราได้คะแนน 80 จาก 100 คะแนน เราตกใจมากว่าทำไมให้เยอะจัง” เขาหัวเราะ</p>



<p>แม้ว่าในใจลึกๆ จะดีใจที่ได้คะแนนสูงกว่าที่หวังไว้ แต่เขาก็อดสงสัยที่จะถามไม่ได้ว่าเกณฑ์อะไรที่ทำให้อาจารย์มองข้ามความล้มเหลวในทีสิสเขาที่ไม่ได้ให้ผลลัพธ์อย่างที่หวัง&nbsp;</p>



<p>“เขาเห็นว่าเรารีเสิร์ช อ่านเยอะมาก และอ่านในหัวข้อที่ไม่ถนัดด้วยซ้ำ แต่ก็พยายามอธิบายว่าสิ่งที่ผิดพลาดเกิดจากอะไร พอเราอธิบายไม่ได้เราก็ไปอ่าน เขารู้สึกว่าสกิลตรงนี้แหละจะทำให้เราอยู่รอดในการเรียนปริญญาเอก เพราะไม่ใช่ว่าการทำวิจัยยูจะเลือกไอเดียแรกแล้วได้ผลเลย ยูต้องผ่านขั้นตอนแบบนี้เยอะ เขาเลยเชื่อว่าความไม่ยอมแพ้ของเราจะทำให้เรียนปริญญาเอกได้”&nbsp;</p>



<p>เมื่อมีคนช่วยยืนยันว่าการเรียนระดับปริญญาเอกของเขาไม่น่ามีปัญหา หลังเรียนจบปริญญาโทอุกฤษจึงตัดสินใจเรียนต่อที่สถาบันเดิม ครั้งนี้เหมือนมีภูมิคุ้มกันความล้มเหลวจากการทำทีสิสมาแล้ว เขาจึงรู้ว่าในระดับการเรียนที่สูงขึ้น ทุกสมมติฐานที่ตั้งไว้ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบสุดท้าย แต่สามารถหาคำตอบต่อไปได้ไม่สิ้นสุด ผ่านการลงมือลองผิดลองถูกและหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-study1.jpg 1478w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ส่วนเป้าหมายที่อยากเรียนรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์กับธุรกิจ ผมได้เยอะมากจากพวกกิจกรรมที่อยู่นอกหลักสูตร เพราะว่าช่วงที่เรียนเป็นปีแรกๆ ที่อังกฤษเริ่มพูดเรื่องสตาร์ทอัพจากมหาวิทยาลัย เขาจะมีการจัดงานสัมมนาเยอะมาก”&nbsp;</p>



<p>การเข้าไปฟังสัมมนาหลายครั้งทำให้เขาเปิดโลกความรู้หลายแบบ อย่างการไม่จำกัดว่าเรื่องยาจะต้องคุยกันในเฉพาะวงการแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>“เขาจะเอาปัญหาวางไว้ตรงกลางเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ อย่างช่วงหนึ่งเขาคุยกันว่าอุตสาหกรรมยาเริ่มถึงทางตันในการพัฒนายาใหม่ๆ ก็มีวงเสวนาที่พูดคุยกับนักเศรษฐศาสตร์ ตอนนั้นผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก”</p>



<p>อุกฤษยังเสริมถึงเหตุผลที่ทำให้ได้ออกไปเจอประสบการณ์นอกห้องเรียนว่า อาจารย์หรือนักศึกษาไม่ได้มองว่าความสำเร็จคือการพัฒนาวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทักษะด้านอื่นๆ และการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของตัวเอง เขาจึงมีโอกาสได้ทำงานจริงนอกห้องเรียนโดยการสนับสนุนของอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นได้ทำโปรเจกต์ที่มีข้อพิพาทระหว่าง 2 บริษัทยา เขาฟ้องกันเรื่องเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Pegylation คือการเติมโพลิเมอร์เข้าที่โครงสร้างยาโปรตีนเพื่อให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้นานขึ้น บริษัทยายักษ์ใหญ่ที่เป็นโจทก์กล่าวหาว่าบริษัทยาขนาดเล็กที่ว่าจ้างไปละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี Pegylation บริษัทขนาดเล็กเลยพยายามหาคนมาพิสูจน์นวัตกรรมนี้ว่าเขาเป็นคนคิดค้นก่อน พอดีว่าอาจารย์ผมรู้จักกับทนายฝั่งผู้ถูกกล่าวหา เพราะเขาเห็นว่าเราเคยทำการติดโพลีเมอร์สมัยเรียนปริญญาโทมาแล้ว</p>



<p>“ผมต้องออกแบบและทำการทดลองตามข้อมูลพื้นฐานที่บริษัทให้ เพื่อคอนเฟิร์มว่า เทคโนโลยีเขาคิดได้ก่อนและใช้ได้จริง พอได้ทำแล้วมันเป็นประสบการณ์ที่ดีในฐานะนักเรียนปริญญาเอกนะ แล้วผลลัพธ์ของโปรเจกต์ก็ออกมาดี เขาใช้การทดลองที่เราออกแบบไปใช้ในการโต้เถียงกันในศาลแล้วฝ่ายลูกความที่จ้างเราชนะคดี มันรู้สึกภูมิใจในตัวเอง”</p>



<p>นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้เป็นนักวิเคราะห์เทคโนโลยีให้กับบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่ติดลิสต์ Fortune 500 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทระดับโลกจากผลกำไรและรายได้ โดยทำหน้าที่รีเสิร์ชเทคโนโลยีใหม่และน่าสนใจให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงยังได้ทุนการศึกษาจาก Graduate School of Business ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ให้เข้าร่วมโปรแกรม Global Entrepreneurship and Innovation ซึ่งเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจะเลือกคนจากทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมเพื่อเรียนเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการและการพัฒนาโมเดลธุรกิจไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146484" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work2.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระบบนิเวศของวงการวิจัยที่เป็นเสาหลักสนับสนุนให้นักวิจัยรุ่นใหม่&nbsp;</strong></h3>



<p>หลังสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก อุกฤษกลับมาทบทวนเป้าหมายของการกลับไทยไปเปิดบริษัทของตัวเองอีกครั้ง เขามองว่าถ้าจะกลับบ้านเกิดไปพร้อมกับใบปริญญา แต่ไม่ได้มีประสบการณ์ทำงานมากพอ ต้นทุนความรู้ในการดูแลบริษัทอาจจะน้อยไป เขาจึงตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการลงมือทำงานในสหราชอาณาจักรดีกว่า</p>



<p>“พอดีอาจารย์ที่ปรึกษาเขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ทอัพพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพของยาตา เขามีโมเดลเพื่อดูว่ายาที่ออกแบบมาตอนนี้จะอยู่ในลูกตาได้นานแค่ไหนได้บ้าง เพราะมันมีผลกับระยะเวลาการออกฤทธิ์ และมีการพัฒนาเรื่องของยารักษาตาที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น อาจจะเป็นพวกอนุภาคนาโนต่างๆ”</p>



<p>เขาทำงานที่นี่ในตำแหน่งนักวิจัยประจำแล็บ ที่ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดความจำเป็นในการใช้สัตว์ทดลองเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของยารักษาโรคตาต่างๆ และพัฒนายารักษาตาที่เป็นโปรตีนให้อยู่ในรูปแบบอนุภาคนาโน เพื่อลดความถี่ในการฉีดยาเข้าลูกตาในการรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อม&nbsp;</p>



<p>“ด้วยความเป็นบริษัทสตาร์ทอัพก็ต้องทำทุกอย่างด้วย” อุกฤษหัวเราะ “ทั้งช่วยดูธุรกิจ กลยุทธ์พัฒนาโปรดักต์ หาลูกค้า ซึ่งอันนี้แหละที่เป็น learning by doing ของจริง และได้รู้ว่ามันท้าทายขนาดไหนการทำบริษัทสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะสตาร์ทอัพที่เกิดจากมหาวิทยาลัย”&nbsp;</p>



<p>อาจจะฟังแล้วรู้สึกขัดแย้ง เพราะบางคนอาจจะสงสัยว่ามหาวิทยาลัยไม่ควรมีบริษัทสตาร์ทอัพที่มีผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเปล่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="750" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1.jpg" alt="" class="wp-image-146483" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1.jpg 1000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work1-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure></div>



<p>“แต่จริงๆ แล้วกำไรในเชิงพาณิชย์ที่กลับเข้าสู่มหาวิทยาลัยน้อยมากๆ ส่วนใหญ่แค่ไม่ทำให้ขาดทุนได้ก็เก่งแล้ว เพราะการต่อยอดเชิงพาณิชย์ใช้ระยะเวลานาน เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ก็ยังเลือกที่รับความเสี่ยงตรงนี้ และให้คุณค่าของการสร้างคุณูปการต่อสังคมมากกว่ากำไร ขาดทุน แต่เล็งเห็นเป็นกลไกที่สามารถเพิ่มการจ้างงาน สร้างตลาดแรงงานเฉพาะทางที่มีคุณภาพ ส่งผลให้สร้างเศรษฐกิจที่เน้นการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศอังกฤษด้วย”&nbsp;</p>



<p>เมื่อวีซ่านักศึกษาใกล้หมดอายุ และกฎหมายของสหราชอาณาจักรที่อนุญาตให้บัณฑิตปริญญาเอกสามารถอยู่ทำงานหลังเรียนจบได้ 1 ปี อุกฤษจึงหาทางทำงานต่อในเมืองผู้ดีแบบไม่ต้องหาบริษัทที่คอยสปอนเซอร์ค่าวีซ่าให้ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสหางานทำในสหราชอาณาจักรได้มากขึ้น เขาได้รับคำแนะนำให้ยื่นในรูปแบบ global talent ซึ่งต้องรวบรวมประวัติและผลงานให้หน่วยงานรัฐที่กำหนดรับรองความสามารถ โดยเขาเป็นหนึ่งใน 200 นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกที่ได้รับเลือกให้เป็น Emerging Leader จากราชบัณฑิตยสภาวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร (The Royal Academy of Engineering) ทำให้ได้รับวีซ่าอนุญาตทำงานในฐานะ global talent ในที่สุด</p>



<p>หลังจากนั้นนักวิจัยวัย 30 ปีจึงลาออกจากบริษัทสตาร์ทอัพมาทำงานวิจัยส่วนตัว ซึ่งเป็นวิจัยเชิงพาณิชย์ 2 โปรเจกต์ ได้แก่โปรเจกต์พัฒนายารักษาตาที่เป็นแบบโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ในรูปแบบอนุภาคนาโนให้ออกฤทธิ์ได้นาน 3 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ใกล้เคียงกับยาต้นแบบที่มีใช้ในการรักษาปัจจุบัน  </p>



<p>และโปรเจกต์ที่ 2 คือการเอายาที่มีอยู่เดิมมาทดสอบดูประสิทธิภาพใหม่ในโรคทางประสาทและกล้ามเนื้อชนิดหายากที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือความเสื่อมของไมโทคอนเดรีย ซึ่งโปรเจกต์ทั้งสองนี้ได้รับทุนจากสภาวิจัยการแพทย์ของสหราชอาณาจักร (Medical Research Council) ที่จัดสรรให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ และส่งต่อให้กับนักวิจัยที่ยื่นคำขอเข้ามา</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-146485" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-work3.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“คนที่นี่เขาจะมองว่างานวิจัยเป็นการลงทุน ไม่ใช่รายจ่าย ลงทุนให้กับองค์ความรู้ ทรัพยากรบุคคล ลงทุนในเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ใดๆ และเข้าใจว่าการลงทุนนี้มันใช้เวลานาน เพราะฉะนั้นหน่วยงานรัฐอย่างสภาวิจัยการแพทย์จะมองถึงการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัย เขาจะสนับสนุนนักวิจัยในทุกระดับ ไม่ใช่แค่นักวิชาการเบอร์ใหญ่ๆ บางทุนระบุเลยว่าสำหรับนักวิจัยเบื้องต้น ซึ่งผมว่ามันเป็นระบบที่ดี ดึงให้คนที่เพิ่งเริ่มงานยังสามารถทำงานสายนี้ได้ มันไม่ต้องสู้จนอยากได้ผลลัพธ์ แต่ไม่มีเงินสนับสนุนอะไรเลย ต้องเริ่มเอง”</p>



<p>นอกจากนี้อุกฤษยังเล่าถึงระบบนิเวศของงานนวัตกรรมของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเสาหลักให้เกิดการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยทางการแพทย์ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างๆ ไปจนถึงปลายน้ำอย่างเครือข่ายสาธารณสุขที่รับเอางานวิจัยไปพัฒนาต่อและใช้ได้จริงในประเทศ รวมถึงหน่วยงานขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดเส้นทางนวัตกรรมเข้าสู่ตลาด </p>



<p>“อย่าง อย.อังกฤษนี่เขาไม่ได้ทำตัวเป็น gatekeeper ที่กันไม่ให้คนทำอะไรเลย แต่เขาพยายามช่วยเป็นผู้ให้บริการที่ทำงานร่วมกับนักวิจัย ช่วยเหลือดูแลเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันนวัตกรรมให้ใช้ได้จริง”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เขาบอกว่ายังมีองค์กรการกุศลและหน่วยงานเอกชนที่สนับสนุนบริษัทพัฒนาขนาดเล็กและกลางสามารถดำเนินการได้ ไม่จำเป็นต้องมีแต่บริษัทใหญ่ที่ถือครองนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว ส่วนบริษัทใหญ่เองก็มีทุนมากพอที่จะสนับสนุนงานวิจัยในมหาวิทยาลัยให้มาต่อยอดธุรกิจได้</p>



<p>“ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายเร่งนำนวัตกรรมทางการแพทย์จากมหาวิทยาลัยมาแก้ปัญหาให้กับสังคม ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้รัฐบาลอังกฤษตื่นตัวกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการแพทย์จนตั้งเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อให้อังกฤษเป็นมหาอำนาจด้านการแพทย์ของโลก” </p>



<p>ปัจจุบันอุกฤษเปลี่ยนสายงานจากนักวิจัยในห้องแล็บมาทำงานด้านบริหารจัดการวิจัย โดยเน้นให้คำปรึกษา แนะนำ และบริหารจัดการเทคโนโลยีที่เกิดจากงานวิจัยให้กับนักวิจัย ทั้งวางกลยุทธ์การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การสร้างโมเดลธุรกิจ การหาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเพื่อเอาเทคโนโลยีไปต่อยอด การจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อมาต่อยอดงานวิจัย รวมถึงการก่อตั้งและบริหารบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีนั้นๆ ด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-146479" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-2048x1367.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/UA-portrait5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เปรียบเทียบแล้วงานนี้เป็นกระบวนการกลางน้ำที่เชื่อมระหว่างการพัฒนาต้นน้ำ คืองานวิจัยให้ไหลไปจนถึงปลายน้ำได้อย่างไม่มีสะดุด ซึ่งมันตอบโจทย์ต่อเป้าหมายที่ผมเคยคิดว่าอยากจะเปิดบริษัท R&amp;D ได้อย่างมาก”</p>



<p>แม้เขาจะยอมรับว่างานที่ทำเพิ่งอยู่ในช่วงเติบโตในอุตสาหกรรมงานวิจัยในสหราชอาณาจักร แต่ก็มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และหลายมหาวิทยาลัยก็มีเกณฑ์ประเมินคุณภาพการศึกษา ด้วยผลลัพธ์ของการนำงานวิจัยไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมด้วยงานวิจัยที่มาจากภาษีของประชาชน และเป็นการตอบคำถามคลาสสิกอย่าง ‘นักวิจัยทำงานวิจัยไปแล้วได้อะไร’ หรือ ‘งานวิจัยไม่ได้อยู่บนหิ้งเพียงอย่างเดียว’</p>



<p>“ตั้งแต่มาเรียนที่นี่ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่มีอิทธิพลต่อผมไปตลอดชีวิตเลย 10 ปีนี้ทำให้ได้สั่งสมประสบการณ์ต่างๆ ที่ประเมินค่าไม่ได้ สหราชอาณาจักรทำให้ผมค้นพบศักยภาพของผมที่ซ่อนอยู่ เพราะสหราชอาณาจักรเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีการเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน ทั้งโอกาสพื้นฐานที่ระบบมอบให้ และโอกาสที่ทุกคนสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง </p>



<p>“อย่างผมเปลี่ยนสายงานจากการเป็นนักวิจัยมาเป็นเชิงธุรกิจ บางสังคมอาจจะตั้งคำถามว่าจบด็อกเตอร์มาแล้วทำไมไม่ไปเป็นอาจารย์ล่ะ แต่ที่นี่ คุณจะเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากจะเป็น และไม่มีใครมาตั้งคำถามอะไรแบบนี้  </p>



<p>“ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง ทุกคนมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นได้” อุกฤษทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-way-ticket-to-work-ukrit/">&#8220;อังกฤษเป็นสังคมที่วัดคุณค่ากันด้วยศักยภาพ ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน&#8221; อุกฤษ อังควินิจวงศ์ เภสัชกรไทยในอังกฤษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Chao Siam แบรนด์แคบหมูไทยที่สร้างจากเงินทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ จนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองในฮาวาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/chao-siam-one-way-ticket/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Sep 2021 11:10:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[One Way Ticket to Work]]></category>
		<category><![CDATA[Chao Siam]]></category>
		<category><![CDATA[ธนะโรจน์ ธีรชัชวาลวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐฮาวาย]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองโฮโนลูลู]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[แคบหมู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=145622</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจคุ้นเคยกับ ‘แคบหมู’ ในฐานะของกินเล่นยามว่าง เครื่องเคียงของก๋วยเตี๋ยวเรือ และอาหารสัมผัสกรุบกรอบที่จิ้มน้ำพริกแล้วอร่อย แต่สิ่งที่บางคนไม่รู้คือแคบหมูไม่เพียงแต่เป็นอาหารรสนัวที่คนไทยโปรดปรานเท่านั้น เพราะหากได้ลองไปเยือนอีกฟากหนึ่งของโลกอย่างอเมริกา แล้วเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตไปแถวๆ ชั้นวางสแน็ก คุณอาจเจอกับแคบหมูหลากหลายสัญชาติที่คนอเมริกันนิยมกินเป็นขนมขบเคี้ยวยามว่าง และหากเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตในฮาวาย คุณอาจเจอ Chao Siam แบรนด์แคบหมูสัญชาติไทยที่วางขายอยู่ท่ามกลางแคบหมูแบรนด์อื่นๆ ธนะโรจน์ ธีรชัชวาลวัฒน์ คือผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 ด้วยเงินเพียง 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนา สร้างทุน โรงงาน ตลาด และกระจายสินค้าไปวางขายในร้านขายของชำและร้านค้าชั้นนำ เช่น ABC Stores, Walmart, 7-Eleven, Longs Drugs, Foodland และปั๊มน้ำมันอย่าง Aloha Gas และ HELE กว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำธุรกิจอาหารแปรรูปในประเทศที่เข้มงวดเรื่องกฎหมายและความปลอดภัยต้องอาศัยการลงมือทำอย่างถูกต้องและเติบโตด้วยตัวเองอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้แหละที่เจ้าของแบรนด์ Chao Siam บอกว่าภูมิใจที่ได้ทำธุรกิจในประเทศพัฒนาแล้วมากที่สุด เตรียมน้ำพริกไว้ให้พร้อม แล้วตามไปดูเบื้องหลังกว่าจะเป็นแคบหมูสัญชาติไทยในฮาวายกัน จากไส้กรอกอีสานสู่แคบหมูที่เริ่มต้นด้วยทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจในฮาวาย ธนะโรจน์เริ่มต้นชีวิตในอเมริกาหลังจากเรียนจบ ปวส.ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chao-siam-one-way-ticket/">Chao Siam แบรนด์แคบหมูไทยที่สร้างจากเงินทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ จนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองในฮาวาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายคนอาจคุ้นเคยกับ ‘<a href="https://adaymagazine.com/waterchillinarrowpig/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">แคบหมู</a>’ ในฐานะของกินเล่นยามว่าง เครื่องเคียงของก๋วยเตี๋ยวเรือ และอาหารสัมผัสกรุบกรอบที่จิ้มน้ำพริกแล้วอร่อย แต่สิ่งที่บางคนไม่รู้คือแคบหมูไม่เพียงแต่เป็นอาหารรสนัวที่คนไทยโปรดปรานเท่านั้น เพราะหากได้ลองไปเยือนอีกฟากหนึ่งของโลกอย่างอเมริกา แล้วเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตไปแถวๆ ชั้นวางสแน็ก คุณอาจเจอกับแคบหมูหลากหลายสัญชาติที่คนอเมริกันนิยมกินเป็นขนมขบเคี้ยวยามว่าง</p>



<p>และหากเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตในฮาวาย คุณอาจเจอ <strong>Chao Siam</strong> แบรนด์แคบหมูสัญชาติไทยที่วางขายอยู่ท่ามกลางแคบหมูแบรนด์อื่นๆ</p>



<p><strong>ธนะโรจน์ ธีรชัชวาลวัฒน์</strong> คือผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 23 ด้วยเงินเพียง 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนา สร้างทุน โรงงาน ตลาด และกระจายสินค้าไปวางขายในร้านขายของชำและร้านค้าชั้นนำ เช่น <a href="https://abcstores.com/chao-siam-thai-fried-pork-skins/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ABC Stores</a>, Walmart, 7-Eleven, Longs Drugs, Foodland และปั๊มน้ำมันอย่าง Aloha Gas และ HELE</p>



<p>กว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการทำธุรกิจอาหารแปรรูปในประเทศที่เข้มงวดเรื่องกฎหมายและความปลอดภัยต้องอาศัยการลงมือทำอย่างถูกต้องและเติบโตด้วยตัวเองอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้แหละที่เจ้าของแบรนด์ Chao Siam บอกว่าภูมิใจที่ได้ทำธุรกิจในประเทศพัฒนาแล้วมากที่สุด</p>



<p>เตรียมน้ำพริกไว้ให้พร้อม แล้วตามไปดูเบื้องหลังกว่าจะเป็นแคบหมูสัญชาติไทยในฮาวายกัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-145691" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/238326982_822658458249232_5966996332337323117_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากไส้กรอกอีสานสู่แคบหมูที่เริ่มต้นด้วยทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ</strong></h3>



<p>ก่อนจะเป็นเจ้าของธุรกิจในฮาวาย ธนะโรจน์เริ่มต้นชีวิตในอเมริกาหลังจากเรียนจบ ปวส.ที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ตั้งแต่อายุ 21 ปี ก่อนหน้านั้นพ่อของเขาแต่งงานกับผู้หญิงฮาวายคนหนึ่งและย้ายมาตั้งรกรากอยู่ด้วยกัน เมื่อเรียนจบเขาจึงบินตามมาทำงานกับพ่อโดยไม่รู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต</p>



<p>“มาถึงที่นี่ผมก็ทำงานฟาร์มกับพ่อ แต่อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานเป็นสิบปี พอผมมาอยู่กับพ่อได้ 4 เดือนเราก็เลยไม่เข้าใจกัน</p>



<p>“ผมไม่รู้จะไปไหน ตอนแรกคิดว่าจะกลับไทย แต่ต้องส่งเงินไปดูแลทางบ้านที่ไทยด้วย น้องก็ยังเรียนอยู่ แม่ก็ทำงานหนัก เราต้องช่วย มันเลยกลับไม่ได้ เรามาที่นี่โอกาสมันเยอะกว่า แล้วผมเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราไม่สู้เราจะไม่รู้เลย”</p>



<p>วัดไทยจึงเป็นคำตอบที่เขาเลือกในตอนนั้น แม้ธนะโรจน์จะอาศัยพื้นที่ศาสนาในการอยู่อาศัย แต่เขายังคงจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟให้กับวัด ซึ่งรายได้ทั้งหมดมาจากการทำงานร้านอาหารและร้านขายดอกไม้ในฮาวายที่รวมกันตกวันละ 12 ชั่วโมง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-145685" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n-600x450.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/233643359_264619358570395_8420303059198306734_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ผมชอบขายของ ตลอดการทำงานได้ประมาณ 2 ปีก็เห็นว่ามีช่องทางบางอย่างที่จะทำธุรกิจได้ ผมเห็นว่าในฮาวายคนที่มีทุนมาเปิดร้านอาหารไทยกันเยอะมาก แต่ว่าเป็นอาหารแบบซ้ำๆ กัน ผมก็มาดูว่าแล้วมีเมนูไทยอะไรที่ยังไม่มีคนทำบ้าง”</p>



<p>ไส้กรอกอีสานคือสิ่งแรกที่เขานึกถึง ด้วยเพราะเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์ มีรสชาติที่ปรับให้ถูกปากคนอเมริกันได้ เขาจึงเดินทางกลับไทยเพื่อเรียนรู้สูตรกับคนเฒ่าคนแก่ในเชียงใหม่อยู่เกือบ 2 เดือน แล้วจึงกลับมาทำขายที่ฮาวายอีกครั้ง</p>



<p>“ผมพัฒนาสูตรอยู่ 8 เดือน มันยากมาก เพราะต้องปรับสูตรให้เข้ากับปากคนอเมริกัน อีกอย่างคือที่นี่ไม่มีเครื่องปรุงครบเหมือนอยู่ไทย บางอย่างต้องปรับเอา มันเลยไม่ได้สูตรที่โอเคสักที พอทำเสร็จแล้วเอาไปขายในตลาด ผลตอบรับก็ไม่ดี”&nbsp;</p>



<p>เมื่อเห็นว่าผลตอบรับไส้กรอกไม่เป็นไปอย่างที่หวัง แต่ความตั้งใจจะทำธุรกิจยังไม่ล้มเลิก ธนะโรจน์กลับมาคิดว่าจะมีอาหารไทยอะไรบ้างที่เขาสามารถทำขายที่นี่ได้</p>



<p>“ผมเป็นคนลำปางแล้วชอบกินแคบหมู ก็นึกขึ้นได้ว่ามันน่าจะทำได้”</p>



<p>เพราะเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และอยากทดลองทำตามสิ่งที่คิด ธนะโรจน์ในวัย 23 จึงเริ่มต้นจัดแจงซื้อหนังหมูมาในราคา 50 ดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>“มีทุนเท่านี้เลยซื้อมาแค่ไม่กี่กิโลฯ แล้วลองทำใส่ถุงซิปล็อกได้ประมาณ 5-6 ถุง ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมากเลย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-576x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145672" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-576x1024.jpg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-169x300.jpg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-768x1365.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-864x1536.jpg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n-600x1067.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211360425_500997357626577_3318178249267282871_n.jpg 1080w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>สิ่งที่ธนะโรจน์ทำหลังจากนั้นคือการจับแคบหมูใส่ถุงใบใหญ่ แบกขึ้นรถบัสที่วิ่งในเมืองโฮโนลูลูไปวางขายในร้านผักของคนไทยในย่านไชน่าทาวน์ เสร็จแล้วก็เดินทางกลับมาที่พัก แต่ยังไม่ทันที่รถบัสจะเคลื่อนตัวได้ถึงครึ่งทาง เจ้าของร้านก็โทรกลับมาหาเขาว่า “เฮ้ยน้อง แคบหมูหมดแล้วนะ”&nbsp;</p>



<p>จาก 8 เดือนที่หักโหมกับไส้กรอก ไม่น่าเชื่อว่าสุดท้ายแล้วอาหารอย่างแคบหมูจะกลายมาเป็นแสงสว่างในเส้นทางการทำธุรกิจของธนะโรจน์</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากทุนไม่ถึงร้อยสู่แบรนด์แคบหมูที่มีโรงงานผลิตในเมืองโฮโนลูลู</strong></h3>



<p>หลังจากประสบความสำเร็จจากการขายแคบหมูครั้งแรก ธนะโรจน์ค่อยๆ พัฒนาธุรกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะต้องทำงานในร้านอาหารกับร้านขายดอกไม้ไปด้วยเพื่อให้มีทุนในการต่อยอด</p>



<p>“นี่คือเคล็ดลับของผม เพราะเราไม่ได้มีต้นทุนแต่แรก ถ้าจะทำธุรกิจไม่ให้ล้มเราต้องมั่นใจก่อนว่าจะมีเงิน อย่าเพิ่งออกมาทำเต็มตัวเลย มันจะเกินกำลัง”</p>



<p>แม้จะต้องลงแรงกว่าคนอื่น แต่เขาบอกว่าการทำงานในอเมริกาทำให้สามารถสะสมต้นทุนพอที่จะเริ่มทำธุรกิจได้ ธนะโรจน์ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า เขารับทำงานหลายที่ทำให้ได้เงินเดือนละ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐ หักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและส่งไปให้ครอบครัวที่ไทยแล้วยังพอมีเงินเหลือก็สะสมไว้สำหรับทำธุรกิจ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145670" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/209871052_1023644611725741_6404699762756879995_n.jpeg 960w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>ส่วนต้นทุนอย่างเวลา เขาแบ่งเวลาก่อนเริ่มงานประมาณ 7 โมงเช้าและหลังเลิกงานช่วง 3 ทุ่มมาทำแคบหมู หรือตอนหลังถ้าเริ่มได้กำไรจากการขายมากขึ้น เขาจะเริ่มลดวันทำงานที่ร้านจาก 7 วันเหลือ 6 วัน และค่อยๆ ลดวันลงมาเรื่อยๆ เพื่อให้เวลากับธุรกิจของตัวเอง</p>



<p>“ตอนแรกที่ผมยังไม่มีทุนมากก็ต้องใช้พื้นที่วัดทำงานไปก่อน ช่วงที่เริ่มทำเยอะขึ้นก็เกณฑ์ป้าๆ กรรมการวัดมาเป็นพนักงานเราด้วย” เขาหัวเราะเมื่อนึกย้อนความหลังเมื่อ 8 ปีที่แล้ว “ป้าๆ ก็บ่นกัน ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่สามีไม่เคยให้ทำงานหนักขนาดนี้เลย มีแต่เด็กวัดทำแคบหมูนี่แหละ”&nbsp;</p>



<p>ชีวิตประจำวันของธนะโรจน์ดำเนินอยู่เช่นนี้ กระทั่งแคบหมูทำรายได้มากกว่างานประจำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลาออกจากร้านอาหารและร้านดอกไม้เพื่อเดินหน้าทำแบรนด์แคบหมูตามเป้าหมายของตัวเอง</p>



<p>“ที่รัฐฮาวายจะมีกฎหมายว่า หากเราทำอะไรขายก็ตาม เราจะใช้พื้นที่ในบ้านแบบเมืองไทยไม่ได้ ผมจึงต้องไปหาพื้นที่ครัวที่เขาได้ใบอนุญาตการทำครัวจากรัฐ ซึ่งก็คือร้านอาหารต่างๆ แล้วเช่าครัวกับเขา เสร็จแล้วซื้อประกันอาหาร แล้วเจ้าหน้าที่รัฐจะมาตรวจ ดังนั้นเราต้องมีทุกอย่างครบตามที่กฎหมายกำหนด”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145681" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214759541_365160688564861_4478075816594853726_n.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>การทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมายทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่แล้ววันหนึ่งธนะโรจน์ก็ต้องเจอกับโจทย์ยากที่สุดที่ทำให้เขาท้อกับการทำธุรกิจในดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างอเมริกา</p>



<p>“วันนั้น USDA (กระทรวงเกษตรสหรัฐ) มาตรวจเจอว่าเกาะหนึ่งในรัฐฮาวายทำผิดกฎหมาย เขาเลยตามไปตรวจเกาะอื่นๆ แล้วมาถึงร้านที่ผมเช่าครัวอยู่ เขาบอกผมว่ายูไม่สามารถผลิตได้เพราะผิดกฎหมายประเทศ”</p>



<p>พูดให้เข้าใจง่ายคือการทำผลิตภัณฑ์ที่มาจากเนื้อสัตว์จะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานระดับประเทศก่อนจำหน่ายสินค้า โดยผู้ผลิตจะต้องมีพื้นที่โรงงานของตัวเอง มีครัวที่สะอาด มีการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง นี่จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่อเมริกาให้ความสำคัญมาก</p>



<p>“นี่เป็นโจทย์ที่ผมท้อที่สุด เพราะเราไม่มีความรู้อะไรเลย แล้วผมไม่ได้เก่งภาษาขนาดนั้น เขาบอกว่าถ้าผิด 3 ครั้งจะต้องไปขึ้นศาล แล้วคุณสู้ไม่ได้แน่ เพราะรัฐจะฟ้องคุณ ดีไม่ดีอาจจะต้องโดนส่งกลับไทย มันเหมือนกับเราทำสินค้าที่ไม่มี อย.” ธนะโรจน์เล่าความทุกข์ใจในช่วงนั้น</p>



<p>“แต่ผมถอยไม่ได้ เพราะเรามีน้องที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ แล้วแม่ก็ไม่ค่อยสบาย ทำงานได้ไม่มาก เราเป็นเสาหลักที่ต้องดูแลทางบ้านก็ต้องตัดสินใจสู้”</p>



<p>โชคดีที่เจ้าหน้าที่แห่ง USDA ให้คำแนะนำในหลายด้าน “เขาบอกว่าช่วยยูได้นะ แต่ยูต้องทำให้ถูกกฎหมาย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-576x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145701" width="432" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-576x1024.jpeg 576w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-169x300.jpeg 169w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-768x1365.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-864x1536.jpeg 864w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n-600x1067.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/100573571_608071563388406_2859107609519063040_n.jpeg 1080w" sizes="(max-width: 432px) 100vw, 432px" /></figure></div>



<p>ชายเจ้าของแบรนด์แคบหมูสัญชาติไทยจึงค่อยๆ ศึกษาวิธีการขออนุญาตให้ถูกต้อง และได้รับคำแนะนำให้ปรึกษาคนที่ผ่านประสบการณ์ดำเนินเรื่องมาช่วยเหลือ &#8220;เขาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่รัฐนี่แหละ แต่เขามีใบอนุญาตในการรับจ้างดำเนินเอกสารให้ถูกต้องและถูกกฎหมายได้ ในเมื่อเราไม่มีความรู้ เราก็ต้องให้เขาช่วย&#8221;&nbsp;</p>



<p>โดยในขั้นตอนนี้ธนะโรจน์ต้องหาพื้นที่ทำโรงงาน ซึ่งใช้เวลาร่วมปีจนได้พื้นที่ร้านอาหารเก่าของคนญี่ปุ่นรายหนึ่งโดยที่เขาจะต้องปรับปรุงซ่อมแซมให้ได้ตามมาตรฐานและถูกกฎหมาย&nbsp;</p>



<p>อันที่จริงรัฐฮาวายมีพื้นที่ครัวสนับสนุนให้ SME หน้าใหม่ได้เริ่มต้นตั้งไข่ธุรกิจอย่างถูกต้องและปลอดภัยเช่นกัน แต่เนื่องจากเขาไม่เก่งเรื่องภาษาที่จะดำเนินการและทำผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ จึงไม่ได้ไปใช้บริการนี้</p>



<p>&#8220;ผมทำทุกอย่างเองเลย เพราะเรียนจบเทคนิคเลยมีความรู้เรื่องซ่อมบ้าน</p>



<p>&#8220;แต่ระหว่างนั้นผมก็ต้องทำแคบหมูขายไปด้วย เพราะไม่งั้นจะไม่มีเงินซ่อมร้านและทำธุรกิจเลย กิจวัตรของผมคือตื่นตี 4 มาทอดแคบหมู แล้วขอให้ป้าๆ พี่ๆ กรรมการวัดมาช่วยแพ็ก ตอน 6-7 โมงผมก็เอาไปขายที่ไชน่าทาวน์ เสร็จแล้วไปซ่อมร้าน แล้วกลับมาต้มหนังหมูเพื่อเอาไปอบเตรียมทอดตอนเช้า แล้วกลับไปซ่อมร้านต่อจนถึงเที่ยงคืน&#8221;</p>



<p>เขาใช้ชีวิตวนลูปแบบนี้อยู่ 1 ปี จนกระทั่งถึงเวลาที่ USDA มาตรวจโรงงาน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-1024x768.jpeg" alt="" class="wp-image-145677" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-1024x768.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-300x225.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-768x576.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n-600x450.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/212556056_498154094630495_3125580964291799257_n.jpeg 1280w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>&#8220;ผลิตภัณฑ์เราต้องเอาเข้าห้องแล็บ ตรวจสอบแบคทีเรีย เช็กว่ามีเชื้อราไหม ระบบน้ำ ระบบโรงงาน อุณหภูมิได้ไหม คนจากส่วนกลางมาตรวจอีก 1 อาทิตย์เต็มๆ เข้มข้นมาก มาอยู่ที่นี่ทำให้เรารู้เลยว่าคำว่าโปร่งใสเป็นยังไง&#8221;&nbsp;</p>



<p>ธนะโรจน์เล่าว่าระหว่างการตรวจ แค่ยื่นน้ำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่มีใครรับ &#8220;เขาบอกว่าได้สาบานตนต่อรัฐแล้วว่าจะซื่อสัตย์&#8221;</p>



<p>หลังตรวจเสร็จเขารอลุ้นคำตอบอยู่สักพัก ในที่สุดก็ได้ใบอนุญาตมาอย่างที่ลงมือทุ่มเทลงไป</p>



<p>&#8220;ภูมิใจมาก&#8221; แม้ธนะโรจน์จะอธิบายความรู้สึกมาเพียงประโยคเดียว แต่กินความหมายทุกอย่างที่เขาตั้งใจกับมัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n.jpeg" alt="" class="wp-image-145675" width="563" height="728" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n.jpeg 750w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n-232x300.jpeg 232w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/211957652_353886506307682_1472361053831291663_n-600x776.jpeg 600w" sizes="(max-width: 563px) 100vw, 563px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากร้านโชห่วยสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายสาขาในฮาวาย</strong></h3>



<p>สำหรับธนะโรจน์ การวางแผนการตลาดสำคัญพอๆ กับการทำถูกกฎหมาย หลังได้รับใบอนุญาตเรียบร้อยเขาก็เดินหน้าผลิตแคบหมูขายอย่างเต็มรูปแบบในฐานะแบรนด์ Chao Siam&nbsp;</p>



<p>“การทำการตลาดที่นี่มันยาก หากเปรียบเทียบกับที่ไทย คู่แข่งสินค้าเราส่วนใหญ่คือคนไทยด้วยกัน แต่อเมริกาเราต้องสู้กับหลายๆ ประเทศเพราะมีสินค้าเข้ามาเยอะมากทั้งจากฝั่งยุโรปและเอเชีย สแน็กและแคบหมูก็มีเยอะมากทั้งจากเม็กซิโกและที่อื่นๆ”&nbsp;</p>



<p>แต่เพราะแคบหมูจาก Chao Siam มีความกรอบ ไม่ใส่ผงชูรส ไม่มีมัน และไม่มีกลิ่นคาวหมู ซึ่งโดดเด่นต่างจากแคบหมูของชาติอื่นๆ ทำให้ธนะโรจน์มีแต้มต่อท่ามกลางตลาดการแข่งขันในเรื่องนี้</p>



<p>“ผมว่าอาจจะต้องขอบคุณบรรพบุรุษเราที่คิดกรรมวิธีแบบนี้มา เพราะของเราต้องต้ม เอาไปตากหรืออบ แล้วถึงเอามาทอด มันเลยไม่เหมือนคนอื่น”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145682" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/216470918_347600523708799_5104002363034683308_n.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>เมื่อมีสินค้าที่ดีแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือทำยังไงให้คนรู้จักแคบหมูสัญชาติไทยจนสามารถส่งขายให้กับร้านค้าชั้นนำทั่วเกาะฮาวายและมีรายได้เดือนละเกือบแสนดอลลาร์สหรัฐ ผู้ก่อตั้ง Chao Siam สรุปเคล็ดลับสำคัญมาให้เรา ดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">หนึ่ง–บุกตลาดโชห่วยและร้านเล็กๆ เพื่อสร้างฐานตลาดให้แข็งแรง</h4>



<p>“ผมให้ความสำคัญกับการมีตลาดเป็นของตัวเองก่อน เรื่องนี้เป็นหัวใจเลย เพราะถ้าเราไปเริ่มส่งขายให้ห้างใหญ่หรือให้เอเจนซีซึ่งเป็นคนกลางในการหาตลาดให้เราเขาจะกินรวบตลาด มันจะมีสัญญาระบุว่าเราห้ามขายให้ใคร เราจะไม่มีทางได้เข้าที่อื่น ดังนั้นต้องสร้างอำนาจต่อรองของเราด้วยการสร้างตลาดตัวเองก่อน อย่างในย่านไชน่าทาวน์ผมดักไว้ทุกมุมเลย ทุกร้านต้องมีของผมไว้ก่อน”</p>



<p>เขาใช้เวลา 2 ปีในการเดินเข้าหาร้านโชห่วยไปพูดคุยด้วยตัวเอง ทำให้ผูกพันธ์ฉันมิตรกับหลายคน แต่ละร้านก็คอยช่วยเหลือบอกต่อร้านอื่นๆ ให้รับสินค้าจากเขาไปขาย จนเขามีฐานตลาดร้านค้าเล็กๆ กว่า 40 ร้านที่จะต้องส่งของให้ ทั้งยังคอยเสนอแนะเขาเรื่อยๆ ทำให้พัฒนาแคบหมูให้มีรสชาติถูกปากชาวอเมริกันมากขึ้น</p>



<p>“ต่อจากนั้นจะเริ่มมีร้านใหญ่ๆ เข้ามาหาเรา อย่างเช่นร้านค้าในปั๊มน้ำมันที่มีหลายๆ สาขา อันนี้เราได้คุยกับเขาเอง ไม่ได้ผ่านคนกลาง</p>



<p>“สิ่งสำคัญคือเราต้องอดทน ค่อยๆ ทำไป อย่าใจร้อน อย่าคิดว่าเงินสำคัญ ความรู้สำคัญกว่า คุณมีสินค้า มีเงิน มีทุน แต่ถ้าไม่มีตลาดคุณก็จบได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่าดูถูกตลาดโชห่วย ทุกวันนี้ที่ผมเติบโตได้ก็เพราะมิตรภาพจากพวกเขาเหมือนกันนะ”</p>



<p>เมื่อไปสู่พาร์ตที่ต้องขายกับร้านค้าชั้นนำ ธนะโรจน์ก็มีอำนาจในการต่อรองได้แล้วว่าไม่สามารถทำการค้าผูกขาดโดยห้ามให้เขาไปขายที่อื่นๆ แต่สามารถตกลงรายได้ในเปอร์เซ็นต์ที่เหมาะสมกันได้</p>



<p>“อีกเรื่องที่ต้องระวัง เวลาเราขายของในห้างได้บางคนจะหลงดีใจ เพราะตอนแรกเขาจะสั่งเยอะ เช่น ล็อตแรกสั่ง 3,000 แต่อย่าเพิ่งดีใจ เพราะนั่นแค่ครั้งแรก เราต้องคอยติดตาม อย่างล็อตที่ 2 เหลือ 2,000 ล็อตที่ 3 เหลือ 1,000 ทีนี้ล็อตต่อๆ ไปก็อยู่ที่ 1,000 นั่นแสดงว่านี่คือยอดคงที่ของเรา</p>



<p>“เรื่องสำคัญคือเราจะทำยังไงให้สินค้าเราติดตลาด ไม่ใช่แค่ขายในห้างได้แล้วสำเร็จ แต่เราต้องทำให้ขายให้กับลูกค้าได้ด้วย ซึ่งมันก็มาจากคุณภาพสินค้าเรานี่แหละ ผมได้ลูกค้าที่เคยซื้อตามร้านโชห่วยที่เวลาไปเดินห้างแล้วเขาก็ซื้อจากที่นั่นด้วย”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-145679" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-768x1024.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-225x300.jpeg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-1152x1536.jpeg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n-600x800.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/214487505_787829098599958_1659061723942077790_n.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">สอง–มีตลาดที่แน่นอนแล้วต้องมีทุนที่ต่อยอดได้</h4>



<p>การมีตลาดที่แน่นอนเท่ากับเรามั่นใจได้ว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจได้ ดังนั้นการลงทุนจึงเป็นสิ่งจำเป็น</p>



<p>“ตอนแรกผมมีเงินจากการทำงานประจำ พอมาทำธุรกิจเต็มตัวผมก็สามารถกู้เงินมาลงทุนได้แล้วเพราะมีรายได้ในบัญชีตลอด อาจจะไม่ได้กำไรมากแต่โตตลอด จากที่เดือนหนึ่งได้ 20,000-30,000 กลายเป็น 50,000-60,000 มาจนถึง 70,000-80,000 ก็ถือว่าธุรกิจเติบโต”</p>



<p>“เมื่อก่อนผมมีเงินในบัญชีพันกว่าดอลลาร์เองมั้ง ตอนไปกู้ไม่มีเงินนะ ธนาคารถามว่าจะเอาเท่าไหร่ ผมบอกว่าเอาสัก 50,000 แล้วกัน เขาถามว่าพอเหรอ แสนหนึ่งพอไหม เขาให้เยอะมาก ผมบอกไม่เป็นไรเยอะไป (หัวเราะ)”</p>



<h4 class="wp-block-heading">สาม–ขยายฐานการผลิตให้ตอบโจทย์กับขนาดตลาด</h4>



<p>“กับตลาด เราจะตกลงกันว่าจะต้องส่งให้เขาเท่าไหร่ ถ้าเขาสั่งเยอะเราจะต้องมาคำนวณแล้วว่าต้นทุนเราเท่าไหร่ คนงานเราต้องเพิ่มเท่าไหร่ เช่น ปกติผลิต 100 ถุง ใช้คนงาน 2 คน แต่ถ้ามีการสั่งเพิ่มมาอีก 200 แสดงว่าต้องเพิ่มคนมาอีก 2 คน และต้องสั่งหมูเพิ่มอีกกี่กิโลฯ เรื่องพวกนี้ต้องคำนวณได้</p>



<p>“เมื่อก่อนผมก็เคยผิดพลาดเหมือนกัน พอเข้าตลาดใหญ่เราไม่รู้ว่าจะต้องใช้กำลังผลิตเท่าไหร่ เสียเงินไปหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ ตอนหลังเราเปรียบเทียบได้แล้วว่า ถ้าเราขายให้เซเว่นโดยใช้กำลังผลิตเท่านี้ แล้วถ้าจะขายกับปั๊มน้ำมันที่หนึ่งซึ่งมีลักษณะตลาดคล้ายๆ เซเว่นก็จะต้องเพิ่มของและจำนวนการผลิตในปริมาณเท่าๆ กัน”</p>



<p>ยิ่งมีตลาดอยู่ในมือหลายเจ้า การคำนวณต้นทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดมากขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ธนะโรจน์เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ถ้าเป็นร้านโชห่วยทั่วไปเขาจะสามารถโทรไปเช็กยอดสินค้าและจัดสรรการส่งสินค้าแต่ละเดือนได้ยืดหยุ่นกว่า แต่ร้านค้าชั้นนำจะต้องมีการสั่งสต็อกของไว้เป็นรอบ และไม่สามารถโทรเช็กสินค้าได้ ทำให้ต้องผลิตให้ได้ตามออร์เดอร์แต่ละรอบ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-145686" width="576" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-1152x1536.jpg 1152w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/09/234421900_266511018271476_611715627544977361_n.jpg 1536w" sizes="(max-width: 576px) 100vw, 576px" /></figure></div>



<p>จนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วที่ธนะโรจน์ขับเคลื่อน Chao Siam จนทำให้แคบหมูสัญชาติไทยสามารถหาซื้อได้ที่ร้านโชห่วยในเมืองโฮโนลูลู ร้านค้าชั้นนำทั่วฮาวายอย่าง ABC Stores, Walmart, 7-Eleven, Longs Drugs, Don Quijote, Pacific Supermarket, Tamura Super Market, Safeway, Foodland และร้านค้าในปั๊มน้ำมันอย่าง Aloha Gas และ HELE</p>



<p>“ผมชอบอเมริกาตรงที่เขาวัดกันที่ความสามารถ คุณเก่งคุณก็อยู่ได้ ไม่มีคำว่าเส้นสาย ไม่ใช่มีเงินแล้วจะทำได้ทุกอย่าง บ้านเมืองเขาถึงเจริญ เพราะว่าคนมีคุณภาพและมีความสามารถ ใครที่จะเติบโตได้ก็ต้องเติบโตด้วยลำแข้งตัวเอง ต้องช่วยเหลือตัวเอง และต้องทำอย่างถูกกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมอยากให้เมืองไทยมีแบบนี้</p>



<p>“เพราะการที่เราทำอะไรด้วยเส้นสายมันปิดโอกาสให้กับคนที่เขามีความสามารถจริงๆ”&nbsp;&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/chao-siam-one-way-ticket/">Chao Siam แบรนด์แคบหมูไทยที่สร้างจากเงินทุน 50 ดอลลาร์สหรัฐ จนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองในฮาวาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
