<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Art is not a Crime Season 2 &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/series/art-is-not-a-crime-season-2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/series/art-is-not-a-crime-season-2/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 14 Jun 2021 07:34:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>‘เจตจำนง โชคชะตา ประชาธิปไตย’ อ่านเรื่องราวที่ซ่อนไว้ในไพ่ทาโรต์การเมืองฉบับ Thai Political Tarot</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thai-political-tarot/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2021 11:15:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime Season 2]]></category>
		<category><![CDATA[ส้ม–ปนัดดา เต็มไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไพ่ทาโรต์]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Political Tarot]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=135366</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพจ Thai Political Tarot เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563&#160; ไม่แน่ใจว่าในทางพยากรณ์ศาสตร์ การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างจะต้องถือฤกษ์งามยามดีตามตำรามากแค่ไหน แต่ถ้าดูตามเหตุการณ์บ้านเมือง การมีเพจวาดภาพการเมืองบนไพ่ทาโรต์ในช่วงที่มีคนไปชุมนุมทางการเมืองเกือบแสนคนก็นับว่าเป็นฤกษ์สำคัญไม่น้อย&#160; ส้ม–ปนัดดา เต็มไพบูลย์กุล คือผู้อยู่เบื้องหลัง Thai Political Tarot เธอไม่ได้ตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อทำนายทายทักดวงเมือง หรือพยากรณ์การเคลื่อนทางการเมืองใดๆ แต่ส้มเพียงแค่อยากเลือกใช้ความถนัดและความสนใจส่วนตัว นั่นคือการวาดภาพและไพ่ทาโรต์มาผสานรวมกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในขบวนของคนรุ่นใหม่&#160; ไพ่ที่เธอวาดแต่ละใบจึงล้วนมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเมืองที่กำกับด้วยคาแร็กเตอร์ของไพ่ทาโรต์ โดยวาดออกมาเป็นสไตล์น่ารักสดใสตามที่เธอถนัด&#160; แม้ว่าจะฟังดูสนุก แต่ถึงอย่างนั้น กว่าที่เจ้าตัวจะปล่อยผลงานออกสู่สายตาสาธารณชนได้ ศิลปินหญิงจำเป็นต้องหยิบประเด็นการเมืองที่เกิดขึ้นรายวันมาเทียบเคียงกับความหมายของไพ่แต่ละใบ เพื่อให้ประเด็นที่สื่อสารออกมาสอดคล้องกัน ตรงนี้เองที่เป็นจุดสำคัญซึ่งส้มต้องอาศัยชุดความรู้ทางการเมืองที่สะสมมาจากการเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ออกค่ายเรียนรู้และลงพื้นที่ทำงานด้านสิทธิชุมชน รวมถึงการออกไปเจอสังคมอื่นๆ ในต่างแดน ทั้งหมดผนวกรวมกันเป็นมุมมองที่เธอมีต่อการเมืองไทย เทียบกับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ซึ่งกล้าที่จะตั้งคำถามกับการเมือง และกล้าที่จะลุกขึ้นต่อต้านความอยุติธรรมตั้งแต่เด็กๆ&#160;ส้มนิยามการเติบโตของตัวเองว่าเป็น ‘คนสายลมแสงแดด’ ที่ค่อยๆ สะสมความรู้ทางการเมืองจากแต่ละช่วงชีวิต จนมาสุกงอมเต็มที่พร้อมกับเกิดปรากฏการณ์ตาสว่าง นั่นจึงทำให้ส้มวาดหวังว่าภาพวาดการเมืองทุกใบจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการต่อสู้ทางการเมือง การก้าวข้ามจุดเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของศิลปินคนนี้มีที่มายังไง และอะไรที่หล่อหลอมให้เธอเชื่อว่าการลุกขึ้นมาต่อสู้ย่อมจะดีกว่าการอยู่เฉย เราอยากชวนมาลองเปิดไพ่ชีวิตของเธอไปพร้อมๆ กัน ไพ่ใบที่ 0&#160;The Fool “จริงๆ เราเป็นเด็กในกรอบมาก” ส้มเริ่มต้นเล่าถึงชีวิตตัวเอง หลังจากเราถามว่าเธอสนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่ตอนเด็กเลยหรือเปล่า “เป็นเด็กแบบที่ผู้ใหญ่อยากให้เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-political-tarot/">‘เจตจำนง โชคชะตา ประชาธิปไตย’ อ่านเรื่องราวที่ซ่อนไว้ในไพ่ทาโรต์การเมืองฉบับ Thai Political Tarot</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เพจ <a href="https://www.facebook.com/thaipoliticaltarot" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Thai Political Tarot</a> เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563&nbsp;</p>



<p>ไม่แน่ใจว่าในทางพยากรณ์ศาสตร์ การเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างจะต้องถือฤกษ์งามยามดีตามตำรามากแค่ไหน แต่ถ้าดูตามเหตุการณ์บ้านเมือง การมีเพจวาดภาพการเมืองบนไพ่ทาโรต์ในช่วงที่มีคนไปชุมนุมทางการเมืองเกือบแสนคนก็นับว่าเป็นฤกษ์สำคัญไม่น้อย&nbsp;</p>



<p>ส้ม–ปนัดดา เต็มไพบูลย์กุล คือผู้อยู่เบื้องหลัง Thai Political Tarot เธอไม่ได้ตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อทำนายทายทักดวงเมือง หรือพยากรณ์การเคลื่อนทางการเมืองใดๆ แต่ส้มเพียงแค่อยากเลือกใช้ความถนัดและความสนใจส่วนตัว นั่นคือการวาดภาพและไพ่ทาโรต์มาผสานรวมกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในขบวนของคนรุ่นใหม่&nbsp;</p>



<p>ไพ่ที่เธอวาดแต่ละใบจึงล้วนมีรายละเอียดเกี่ยวกับการเมืองที่กำกับด้วยคาแร็กเตอร์ของไพ่ทาโรต์ โดยวาดออกมาเป็นสไตล์น่ารักสดใสตามที่เธอถนัด&nbsp;</p>



<p>แม้ว่าจะฟังดูสนุก แต่ถึงอย่างนั้น กว่าที่เจ้าตัวจะปล่อยผลงานออกสู่สายตาสาธารณชนได้ ศิลปินหญิงจำเป็นต้องหยิบประเด็นการเมืองที่เกิดขึ้นรายวันมาเทียบเคียงกับความหมายของไพ่แต่ละใบ เพื่อให้ประเด็นที่สื่อสารออกมาสอดคล้องกัน ตรงนี้เองที่เป็นจุดสำคัญซึ่งส้มต้องอาศัยชุดความรู้ทางการเมืองที่สะสมมาจากการเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ออกค่ายเรียนรู้และลงพื้นที่ทำงานด้านสิทธิชุมชน รวมถึงการออกไปเจอสังคมอื่นๆ ในต่างแดน ทั้งหมดผนวกรวมกันเป็นมุมมองที่เธอมีต่อการเมืองไทย</p>



<p>เทียบกับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ซึ่งกล้าที่จะตั้งคำถามกับการเมือง และกล้าที่จะลุกขึ้นต่อต้านความอยุติธรรมตั้งแต่เด็กๆ&nbsp;ส้มนิยามการเติบโตของตัวเองว่าเป็น ‘คนสายลมแสงแดด’ ที่ค่อยๆ สะสมความรู้ทางการเมืองจากแต่ละช่วงชีวิต จนมาสุกงอมเต็มที่พร้อมกับเกิดปรากฏการณ์ตาสว่าง นั่นจึงทำให้ส้มวาดหวังว่าภาพวาดการเมืองทุกใบจะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการต่อสู้ทางการเมือง</p>



<p>การก้าวข้ามจุดเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของศิลปินคนนี้มีที่มายังไง และอะไรที่หล่อหลอมให้เธอเชื่อว่าการลุกขึ้นมาต่อสู้ย่อมจะดีกว่าการอยู่เฉย เราอยากชวนมาลองเปิดไพ่ชีวิตของเธอไปพร้อมๆ กัน</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/RWS_Tarot_00_Fool-587x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-135393" width="440" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/RWS_Tarot_00_Fool-587x1024.jpeg 587w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/RWS_Tarot_00_Fool-172x300.jpeg 172w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/RWS_Tarot_00_Fool-600x1047.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/RWS_Tarot_00_Fool.jpeg 746w" sizes="(max-width: 440px) 100vw, 440px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading">ไพ่ใบที่ 0&nbsp;<br>The Fool</h3>



<p>“จริงๆ เราเป็นเด็กในกรอบมาก” ส้มเริ่มต้นเล่าถึงชีวิตตัวเอง หลังจากเราถามว่าเธอสนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่ตอนเด็กเลยหรือเปล่า</p>



<p>“เป็นเด็กแบบที่ผู้ใหญ่อยากให้เป็น ‘คนดี’ เรียบร้อย ถูกระเบียบ ไม่ตั้งคำถาม ไม่มีปากเสียง มีอะไรก็เก็บไว้ในใจ”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ส้มให้นิยามชีวิตตอนเด็กว่า ‘สายลมแสงแดด’ หมายถึง เธอสนใจแค่การใช้ชีวิตของตัวเอง ทำในสิ่งที่สนใจ ไม่ได้คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวแต่อย่างใด นั่นเพราะเธอถูกสอนมาว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของเด็ก และการเมืองเป็นเรื่องสกปรก</p>



<p>“แต่ก็มีบางเรื่องที่ทำให้รู้สึกตั้งคำถามกับบ้านเราเหมือนกันนะ ตอนเด็กๆ เราชอบไปค่าย ไปทำกิจกรรมเยอะมาก อย่างตอนไปงานชุมนุมลูกเสือภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 25 กับ งานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติญี่ปุ่น ครั้งที่ 14 มันทำให้เรารู้ว่าประเทศอื่นเขาไม่ได้เรียนลูกเสือแบบบ้านเรานี่หว่า ไม่ได้มานั่งเครียดว่าเราจะติดเครื่องแบบครบไหม หรือถ้าใครทำผิดก็ไม่ต้องถูกทำโทษด้วยการสควอตจัมป์</p>



<p>“แต่เขาสอนให้มีวินัยในทางอื่นแทน เช่น การตรงเวลา การอยู่แคมป์ต้องทำยังไง ต้องดูแลตัวเองยังไง ลูกเสือเป็นกิจกรรมที่ทำให้คนได้มาลองใช้ชีวิตเอาต์ดอร์มากกว่า ซึ่งมันสนุกมาก เหมือนเป็นการพัฒนาตัวเองในทางหนึ่งเลย ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้วางตัวว่าฉันจะมาทำโทษเธอนะ ซึ่งเราก็สงสัยว่าทำไมลูกเสือในประเทศไทยมันไม่เป็นแบบนี้”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-135370" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_9932-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ถึงจะเริ่มมีคำถาม แต่คำถามเล็กๆ ก็ยังไม่ได้นำเธอไปสู่การมองถึงวิธีคิดระดับสังคมนัก ส้มคิดว่าถ้าต้องหยิบไพ่มาอธิบายวัยเด็กที่ต้องอยู่ในกรอบแบบสังคมไทยคงต้องเป็นไพ่ The Fool</p>



<p>“เราคิดว่าชีวิตเราช่วงเวลานี้เหมือนไพ่ The Fool มีวิธีคิดแบบสายลมแสงแดด เงยหน้ามองฟ้า หน้าผาอยู่ตรงหน้า เรากำลังจะลงแล้ว กำลังจะก้าวสู่โลกความเป็นจริง แต่ยังไม่รู้เลยว่าทางข้างหน้าคือกับดักบางอย่าง”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant-595x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-135397" width="446" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant-595x1024.jpeg 595w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant-174x300.jpeg 174w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant-768x1321.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant-893x1536.jpeg 893w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant-600x1032.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/TheHierophant.jpeg 900w" sizes="(max-width: 446px) 100vw, 446px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ไพ่ใบที่ 5</strong><br><strong>The Hierophant&nbsp;</strong></h3>



<p>จุดเปลี่ยนที่ทำให้ศิลปินหญิงหันมาสนใจการเมืองมากขึ้น เริ่มต้นจากการได้เข้าเรียนในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ สถานที่ที่ส้มมองว่าช่วยกะเทาะเปลือกที่ครอบเธอมาตลอดชีวิต&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยรับรู้ประวัติศาสตร์บาดแผลอะไรมากเลย แล้วพอเข้ามาเรียนอักษรฯ เราเรียนวิชาโทไทยศึกษา มันเลยทำให้เราได้เรียนประวัติศาสตร์ เรียนด้านคติชนวิทยา เรียนความเป็นไทยในแง่มุมต่างๆ ทำให้เรามีความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมไทยมากขึ้น</p>



<p>“ตอนนั้นเลยได้พบว่า จริงๆ แล้วประวัติศาสตร์การเมืองบ้านเรามีหลายเรื่องเล่า ซึ่งการศึกษาประวัติศาสตร์มันควรจะศึกษาจากหลายมุมมองใช่ไหม แต่ว่าหนังสือประวัติศาสตร์ที่เราเรียนในโรงเรียนกลับเป็นมุมที่รัฐเลือกมาแล้วว่าอยากให้เราเข้าใจแบบไหน บอกให้เราท่องจำมัน แต่ไม่ได้สอนให้เราวิเคราะห์ตัวเนื้อหาเลย”&nbsp;</p>



<p>การเรียนที่นี่ทำให้เธอได้เปิดรับมุมมองทางการเมืองที่หลากหลาย จนอาจเรียกได้ว่าทำให้แนวคิดประชาธิปไตยฟูมฟักขึ้นมาในใจมากขึ้นด้วย เพราะคณะนี้สอนเรื่องความเป็นมนุษย์ที่ทำให้นิสิตได้ตั้งคำถามหลายอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เคยเชื่อ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="484" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-1024x484.jpg" alt="" class="wp-image-135377" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-1024x484.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-300x142.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-768x363.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-1536x726.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-2048x969.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_4990-600x284.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“อย่างพอเรียนปรัชญา ก็เจอคำถามว่าความดีคืออะไร ความงามคืออะไร ความยุติธรรมคืออะไร ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ตั้งคำถามเลย ความดีก็ด้วย เราใช้คำว่าดี แต่เราไม่เคยเข้าใจมันเลย”</p>



<p>หากเปรียบชีวิตส้มช่วงนี้กับไพ่ เธอหยิบ The Hierophant ซึ่งเป็นไพ่ที่มีภาพพระสังฆราช เพียงแต่ส้มก็ไม่ได้ตีความตรงตัวกับต้นฉบับเสียทีเดียว&nbsp;</p>



<p>“เรามองไพ่สังฆราชเหมือนอาจารย์ที่สอนเราคือ อาจารย์สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ซึ่งทำให้เราได้เปิดมุมมองที่กว้างขึ้นในการเรียนประวัติศาสตร์ รวมถึงวิธีคิดวิเคราะห์ที่มากขึ้นด้วย”</p>



<p>การได้เบิกเนตรกับสุธาชัยได้กลายเป็นหมุดหมายหนึ่งที่ทำให้ส้มไม่พอใจกับการรัฐประหารปี 2557 แต่เธอยอมรับว่าในตอนนั้นยังไม่กล้าแสดงออกทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon-622x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-135394" width="467" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon-622x1024.jpeg 622w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon-182x300.jpeg 182w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon-768x1265.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon-933x1536.jpeg 933w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon-600x988.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-moon.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ไพ่ใบที่ 18</strong><br><strong>The Moon&nbsp;</strong></h3>



<p>การเข้าสู่วัยทำงานเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ทำให้ปัญหาการเมืองฉายชัดในความคิดของส้ม นั่นเพราะเธอได้ทำงานใกล้ชิดกับชุมชนต่างๆ รวมถึงได้ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมกับคนที่มีภูมิหลังที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะ<a href="https://adaymagazine.com/save-bangkloi/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กลุ่มชาติพันธุ์</a></p>



<p>“เรามีพื้นฐานการตั้งคำถามมาจากตอนเรียนอยู่แล้ว พอได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เราเลยมองเห็นว่าประเทศไทยมีปัญหาเยอะมาก และทุกอย่างเชื่อมโยงไปถึงระดับการเมืองหมด</p>



<p>มันกะเทาะเปลือกมายาคติบางอย่าง เช่น คนเมืองส่วนใหญ่มองว่าคนต่างจังหวัดยังด้อยพัฒนา เราเลยต้องเข้าไปช่วยเขาในมุมมองแบบเราสูงกว่าเขา เป็นการมองคนไม่เท่ากัน แต่พอเราได้ไปคุยกับชุมชนจริงๆ เขามีผู้นำชุมชนที่มีวิสัยทัศน์ ชุมชนมีศักยภาพ มีภูมิปัญญาที่น่าสนใจมาก เขาไม่ได้ด้อยกว่าเราเลย”</p>



<p>ขณะเดียวกันส้มตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีแต่ภาคประชาสังคมที่เข้ามาทำงานสนับสนุนประชาชนด้วยกันเอง ซึ่งหลายครั้งเมื่อหาต้นตอการแก้ปัญหาแล้วมักมีข้อสรุปว่าต้องไปผลักดันให้รัฐแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-135373" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-2048x1365.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/DSC_7354-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“สิ่งที่ชุมชนต้องการคือการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม มีโรงเรียนที่ดีกว่านี้ มีการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีกว่านี้ รวมถึงการเข้าถึงเศรษฐกิจชุมชนที่ดีกว่านี้ เขาต้องทำงานกันหนักมาก แต่พอได้กลับมาก็ไม่เท่าคนเมืองอีก ทำไมเราถึงกระจายความเจริญไม่ได้”</p>



<p>พ้นไปจากเวลางานที่ต้องลงพื้นที่ชุมชน ส้มยังพาตัวเองไปร่วมกิจกรรม อบรม เรียนรู้คนที่มีภูมิหลังแตกต่างกัน เช่น เป็นพี่เลี้ยงค่ายสอน Design Thinking ให้เด็กในชุมชนเล็กๆ หรือทริปดินแดนแสนดอกไม้ ปราชญ์ของป่า ปี 2558 ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้วิถีคนอยู่กับป่าของชาวปกาเกอะญอ&nbsp;</p>



<p>“การได้ไปเห็นเรื่องเหล่านี้ด้วยตาตัวเอง ทำให้เราตกผลึกได้ว่าคนไทยมีความสามารถนะ ยังมีคนที่ตั้งใจดีอยู่เยอะมาก ไอเดียดีๆ ก็เยอะมาก และประชาชนต่างก็ลงมือแก้ปัญหากันเองตามที่จะทำได้ แต่ด่านสุดท้ายมันก็ไปติดกับดักโครงสร้างของประเทศนี้ที่ไม่ได้มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประชาชนต้องปลอบใจตัวเองด้วยเรื่องของเวรกรรม เรื่องของบุญวาสนา หรือถ้าจะบอกให้คนเริ่มที่ตัวเอง แต่ยังไงมันก็ไม่เท่ากับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอยู่ดี”</p>



<p>หลังจากนั้นเป็นต้นมา ส้มจึงได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากขึ้น รวมถึงการมองภาพสิ่งรอบตัวในเชิงการเมืองระดับประเทศมากขึ้น แตกต่างไปจากตอนเด็กที่ไม่เคยมองเห็นการเมืองอยู่รอบตัวเลย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-135372" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-1536x1025.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/IMG_1666.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เราว่าตัวเองมาไกลมากเหมือนกัน จากเคยเป็นเด็กดีเชื่อโฆษณาชวนเชื่อในสังคม หวาดกลัวต่อการตั้งคำถาม แล้วพอเก็บเล็กผสมน้อยจากการไปเจออะไรหลายอย่าง มันเหมือนลากเส้นต่อจุดจนเรามองเห็นภาพใหญ่ของปัญหาทั้งหมด”&nbsp;</p>



<p>เธอทบทวนความคิดของตัวเอง ก่อนจะหยิบไพ่ The Moon มาเปรียบเทียบกับชีวิตในช่วงวัยทำงาน</p>



<p>“ดวงจันทร์มันคือความคลุมเครือ วิกฤตศรัทธา ความฝัน เปรียบเสมือนการที่เราไม่ได้ตื่นรู้แบบสว่างทันที แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากความมืด ความกลัวในบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งของตัวเราก็คือการโฟกัสปัญหาไม่ถูกจุด เราก็ค่อยๆ ปะติดปะต่อจนมองเห็นตามความเป็นจริงว่า ปัญหาที่ได้เห็นทั้งหมด มันเป็นเพราะโครงสร้างทางการเมือง ดวงจันทร์เป็นเหมือนการทำงานกับวิกฤตศรัทธาของตัวเราเองที่มีต่อประเทศนี้”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="300" height="514" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Tower-Tarot-Card-Meanings.jpeg" alt="" class="wp-image-135396" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Tower-Tarot-Card-Meanings.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/The-Tower-Tarot-Card-Meanings-175x300.jpeg 175w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ไพ่ใบที่ 16</strong><br><strong>The Tower</strong></h3>



<p>ถ้า The Moon เป็นหมุดหมายหนึ่งที่ทำให้ส้มตาสว่างทางการเมือง The Tower ไพ่ใบต่อมาที่เธอเลือกก็คงอธิบายได้ว่าทำไมศิลปินคนนี้ถึงตัดสินใจออกมาส่งเสียงเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในปี 2020&nbsp;</p>



<p>“ก่อนจะเกิดการยุบพรรคอนาคตใหม่ เราไป Work and Holiday ที่ออสเตรเลีย มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เราเห็นการเปรียบเทียบวิธีคิดและวัฒนธรรมของไทยกับต่างประเทศชัดขึ้นมาก</p>



<p>“เช่น เวลาพูดถึงความเท่าเทียมและความเสมอภาค แรกๆ ก็ยังไม่เห็นภาพหรอกว่าจะต้องออกมาเป็นยังไงบ้าง จนกระทั่งเราพบสังคมออสเตรเลีย ทำให้รู้ว่านี่แหละคือเมืองที่รักเรา เช่น จะขึ้นรถเมล์ก็ไม่ต้องไปยืนรอว่าจะมาเมื่อไหร่ แค่กดกูเกิลแมปส์ก็สามารถดูรอบรถเมล์ได้เลย อะไรเล็กๆ น้อยๆ ในออสเตรเลียหล่อหลอมให้เรารู้สึกว่า นี่สิความเป็นมนุษย์ มันควรได้รับความรักและคุณค่าแบบนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-135374" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/503EFD90-D761-4AF1-B123-B5015CF49835-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“แต่โครงสร้างบ้านเรามันทำให้เราไม่รู้สึกว่าถูกรัก เราจะต้องมีความพยายามในการทำบางอย่าง ต้องไปรอรถเมล์ก็แล้ว ไหนจะต้องวิ่งตามรถอีก หรือเดินบนฟุตพาทก็เสี่ยงว่ามอเตอร์ไซค์จะขึ้นมาไหม บางทีบีบแตรด่าเราด้วยว่าไม่ยอมหลบ”&nbsp;</p>



<p>หลังจากมีข่าวพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ นั่นจึงเป็นสัญญาณที่ส้มคิดว่าการแสดงออกทางการเมืองไม่ควรมีอยู่แค่ในอินเทอร์เน็ต หรือผ่านกลไกการเลือกตั้งและรัฐสภาเพียงอย่างเดียว เพราะในเมื่อทุกคนพยายามมีส่วนร่วมแล้ว ทำไมถึงเกิดการปิดกั้นทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ความโกรธทำให้ส้มคิดว่าถึงเวลาที่ต้องทำให้ผู้มีอำนาจเห็นว่าทุกเสียงมีคุณค่า</p>



<p>“เราเลยคิดว่า The Tower คือหอคอยถล่ม เพราะมันคือจุดเปลี่ยนที่เรามองว่าการเมืองไทยนี่เละเทะไม่มีชิ้นดี ถ้าสังคมเราพยายามสอนว่าบ้านเมืองต้องสงบสุข ไม่มีม็อบ แต่พอมีความพยายามต่อสู้ด้วยกลไกรัฐสภาก็ยังถูกกำจัดทิ้งอีก ประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกผู้แทนเข้าไปก็เหมือนกับความหวังพังทลาย มันคือการบีบให้มวลชนหมดความอดทนและลงถนน”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune-622x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-135395" width="467" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune-622x1024.jpeg 622w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune-182x300.jpeg 182w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune-768x1265.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune-933x1536.jpeg 933w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune-600x988.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/tarot-wheeloffortune.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ไพ่ใบที่ 10 และ ไพ่ใบที่ 20</strong><br><strong>Wheel of Fortune /&nbsp; The Judgement </strong>&nbsp;</h3>



<p>ตั้งแต่ปลายปี 2019 ที่คนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมารวมตัวเรียกร้องทางการเมือง ส้มกลับจากออสเตรเลียมาไทยและไปร่วมชุมนุมแทบทุกครั้ง อีกทั้งยังตัดสินใจเปิดเพจ Thai Political Tarot เพื่อร่วมขบวนด้วย</p>



<p>เพื่อให้เธอบอกเล่าถึงสิ่งที่ทำและทัศนคติที่มีต่อบ้านเมืองนี้ได้อย่างเต็มที่ เราจึงนำบทสนทนาที่ได้คุยกับเธอในวันนั้นมาให้ทุกคนได้อ่านกันด้านล่างนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-10-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135386" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-10-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-10-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-10-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-10-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-10.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอตัดสินใจได้แล้วว่าถึงเวลาที่จะต้องแสดงออกทางการเมือง อะไรทำให้คุณเลือกวาดภาพการเมืองออกมาเป็นไพ่ทาโรต์</h4>



<p>ตอนนั้นบรรยากาศการเมืองมันหดหู่มาก ทั้งโควิด-19 คนตกงานเยอะ การเมืองก็ไม่ดี เรามีความสนใจทางจิตวิทยา พวกสายเยียวยาจิตใจอยู่แล้ว ซึ่งการเปิดไพ่มันมีมิติที่ได้สนทนากับตัวเอง หรือว่าคนที่เขาไปดูไพ่ก็เพราะเรามีเรื่องที่ไม่สบายใจ เราเลยคิดว่าไพ่ทาโรต์ทำหน้าที่คล้ายๆ นักจิตวิทยาคำปรึกษาได้ ก็เลยเริ่มต้นศึกษา&nbsp;</p>



<p>เราเห็นว่าไพ่แต่ละใบสะท้อนสภาวะความเป็นมนุษย์ รวมถึงว่าตอนนั้นข่าวการเมืองเยอะ เลยเห็นว่าไพ่มีแพตเทิร์นบางอย่างที่น่าจะสวมเข้ากับการเมืองไทยได้ ทำให้เราวาดออกมา&nbsp;</p>



<p>ตอนแรกโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวก่อน จนมีเพื่อนมาติดตามอยากให้เราวาดใบต่อๆ ไป พอวาดได้จำนวนหนึ่งเราก็เอาไปลงทวิตเตอร์ คนก็สนใจ เลยตัดสินใจเปิดเพจจริงจัง เพราะเราเคลื่อนไหวทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดียอยู่แล้ว การทำในสิ่งที่เราชอบให้เป็นประเด็นการเมืองมันก็มีส่วนช่วยให้มูฟเมนต์มีความหลากหลายในการสื่อสารได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-10-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135391" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-10-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-10-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-10-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-10-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-10.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">คุณมีแนวทางในการดึงประเด็นการเมืองมาวาดลงบนไพ่ยังไงบ้าง</h4>



<p>ในตอนแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะเอามาทำเพจเลย ประเด็นในภาพมันเลยมีความตามใจฉันอยู่บ้าง แล้วก็ไม่ได้มองไพ่ออกมาเป็นชุดว่าเราจะมีแนวทางกับมันยังไง ช่วงแรกเราเลยวาดตามสถานการณ์ เช่น ทนายอานนท์ถูกจับครั้งแรกหลังปราศรัย แล้วเขาถูกตำรวจลากใน สน. หรือว่าการออกมาชุมนุมของคนรุ่นใหม่ที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นม็อบฟรุ้งฟริ้งมีแต่เด็กเต็มไปหมดเลย</p>



<p>พอเริ่มทำเพจแล้วมีคนเข้ามาติดตาม สิ่งที่ต้องทำคือ ภาพที่วาดอาจจะต้องสอดคล้องกับความหมายของไพ่ให้มากขึ้น เราต้องใส่ใจในการเลือกประเด็น และมีระบบสัญลักษณ์ของต้นฉบับไพ่ เพื่อให้คนมีพื้นฐานเรื่องการเมืองน้อย แต่เขาอาจจะมีความรู้การดูไพ่เข้าใจไปด้วย&nbsp;</p>



<p>พอทำภาพออกไปเรื่อยๆ เรามาคิดเหมือนกันว่าไพ่จะเป็นยังไงต่อ เพราะมีคนเชียร์ให้เราทำเป็นชุดขาย เพราะฉะนั้น อันนี้คือช่วงที่ 3 ที่เราจะต้องมาคิดทิศทางที่แน่นอน เช่น ถ้าเราวาดไพ่ใบนี้ แล้วเลือกคนนี้จะเป็นการสร้างภาพจำคน หรือตอกย้ำภาพลักษณ์อะไรบางอย่างที่สังคมมอบให้แก่คนกลุ่มนี้หรือเปล่า หรือว่าถ้าเราวาดคนนี้จะมีปัญหาเรื่องการบูชาตัวบุคคลไหม เราจะพยายามคิดหาเหตุผลให้คำถามพวกนี้ตลอด</p>



<p>รวมถึงว่าการต่อสู้ไม่ได้มีแค่ประเด็นใหญ่ระดับประเทศอย่างเดียว แต่ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่คนต่อสู้อยู่จำนวนมาก เช่น ต่างจังหวัดมีปัญหาที่ดิน หรือมีประเด็นที่คนเมืองอย่างเราไม่รู้ว่ามีปัญหาอยู่ เรารู้สึกว่ามันสำคัญเหมือนกันที่เราควรจะให้ไพ่ครอบคลุมเรื่องการต่อสู้ที่หลากหลายในประเทศนี้ เราเลยจะพยายามมองหาไดเรกชั่นที่เล่าเรื่องได้ทั้งหมด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-07-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135390" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-07-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-07-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-07-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-07-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/wands-07.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ที่บอกว่าคุณต้องเอาเหตุการณ์ทางการเมืองมาตีความกับระบบสัญลักษณ์ของไพ่ทาโรต์ด้วย จะต้องทำยังไงบ้าง</h4>



<p>เราอ้างอิงไพ่ทาโรต์เวอร์ชั่นไรเดอร์เวตสมิธ (RWS) ซึ่งเป็นฉบับคลาสสิกที่คนใช้กัน คนจะได้สืบค้นอินเทอร์เน็ตหาความหมายได้ด้วย เพราะเราใส่คำอธิบายภาพไม่ยาว อยากให้ทุกคนไปตีความเอง&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นในการวาดภาพเราจะยึดสัญลักษณ์หรือวางองค์ประกอบตามไพ่ เช่น เราเคยทำไพ่ The Devil ไปก่อนหน้านี้ พูดถึงเรื่องอำนาจนิยม เราก็ใช้องค์ประกอบตามภาพไพ่ คือมีเดวิลใช้โซ่ล่ามมนุษย์ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เราเปลี่ยนผู้หญิงเป็นนักเรียนหญิงที่ต้องตัดผมสั้นเท่าติ่งหู ส่วนผู้ชายเป็นทหารเกณฑ์แทน</p>



<p>แต่ก็ไม่ได้ยึดตามไพ่ทุกใบ เพราะมีสัญลักษณ์บางอย่างที่อาจจะไม่ครอบคลุมกับแนวคิดความหลากหลายปัจจุบัน เช่น บทบาทในไพ่ส่วนใหญ่จะเป็นชาย-หญิง แม้ว่าในไพ่ The World เหมือนจะเป็นคนสองเพศ แต่เราคิดว่ายุคสมัยนี้แล้วเรื่องเพศในไพ่ก็น่าจะได้รับการตีความใหม่ไปด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่เรากำลังอยู่ระหว่างการเรียนรู้ไปพร้อมกับทำไพ่ด้วย </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/06-Love-wins-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135379" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/06-Love-wins-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/06-Love-wins-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/06-Love-wins-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/06-Love-wins-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/06-Love-wins.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">พอต้องหยิบเหตุการณ์จริงมาตีความตามไพ่เอง คุณมีความกังวลไหมว่ามันอาจจะมีบางอย่างที่คนไม่ได้เห็นตรงกัน</h4>



<p>จริงๆ เรามีฟอร์มที่ให้คนอื่นๆ เสนอประเด็นและไอเดียมาด้วยนะ เพราะมายด์เซตตั้งต้นของเราคือการวาดไพ่เหล่านี้ขึ้นมาได้ มันไม่ใช่ผลงานของเราคนเดียวอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>แล้วถ้าย้อนกลับไปดูจริงๆ เราว่าเนื้อหาและแนวคิดที่เราเลือกหยิบประเด็นมาวาด มันเกิดจากการที่เราได้รับโอกาสในการไปค่าย อบรม เจอคนที่มีความคิดที่ก้าวหน้ากว่าเรา แล้วมันทำให้เราได้รับความคิดเหล่านั้นมาเป็นส่วนหนึ่งให้ภาพอีกทีด้วย เลยคิดว่าความเป็นเจ้าของ Thai Political Tarot มันมาจากสังคม ไม่ใช่แค่เราคนเดียว</p>



<p>อีกประเด็นคือ ตัวไพ่เองเป็นองค์ความรู้ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยตัวคอนเซปต์มันจึงต้องถามความคิดเห็นคนอยู่แล้ว เช่น คนที่เขาดูไพ่มาก่อนจะมีวิสัยทัศน์ที่แหลมคมกว่าเรา เรามีเพื่อนที่เป็นแม่หมอก็ถามเพื่อนว่าตีความสถานการณ์แบบนี้กับไพ่นี้ได้ไหม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-02-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135385" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-02-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-02-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-02-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-02-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/cups-02.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ในฐานะที่คุณนิยามว่าตัวเองเคยเป็น ‘คนสายลมแสงแดด’ มาก่อน คุณคิดว่าจะมีทางไหนในการสื่อสารให้คนที่ยังไม่ได้ตื่นรู้ทางการเมืองหันมาสนใจเรื่องนี้บ้างไหม</h4>



<p>ต้องบอกก่อนว่า วิธีการสื่อสารหรือการจัดการความขัดแย้งได้ดีที่สุดของแต่ละคนอาจจะมีแนวทางไม่เหมือนกัน ซึ่งรูปแบบที่คนในสังคมยอมรับวิธีร่วมกันคืออะไร เรายังไม่แน่ใจ แต่โดยแนวทางส่วนตัวเรา เรามองว่าการจัดการกับความขัดแย้งต้องเข้าใจว่าคนเหล่านี้ต้องการอะไร อะไรที่ทำให้คนเหล่านี้ไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องทางการเมือง&nbsp;</p>



<p>ไม่รู้ว่าดูโลกสวยไปไหม เพราะจริงๆ คนที่สายลมแสงแดดก็น่าจะโดนโกรธอยู่ไม่น้อย บางทีเราก็โกรธ ถึงได้ทำภาพไพ่ The Ignorant ขึ้นมา ทั้งๆ ที่เราเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน เราเข้าใจได้นะว่าทำไมคนที่เขาสู้มาก่อนเขาถึงโกรธคนที่ไม่ยอมสนใจการเมือง หรือคนที่เพิ่งมาตื่นรู้ เพราะเขาสู้มานานก็มีสิทธิที่จะโกรธ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/00-Ignorant-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135378" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/00-Ignorant-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/00-Ignorant-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/00-Ignorant-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/00-Ignorant-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/00-Ignorant.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<p>แต่คนที่ถูกโกรธนี่เป็นจุดวัดใจเลย เพราะว่าหลายๆ คนที่ตื่นรู้แล้ว พอรู้สึกว่าโดนโกรธก็ไม่อยากเคลื่อนไหวต่อ งั้นฉันเฉยๆ แล้วกันเพราะพวกเธอโกรธฉัน</p>



<p>จากประสบการณ์ที่เห็น เราคิดว่าต้องอย่าลืมว่ามันควรเรียกร้องการเมืองต่อไปหรือเปล่า มันเหมือนเราต้องก้ามพ้นความเป็นตัวเองไปเพื่ออะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากกว่าเรา คือถ้าเราโกรธแล้วไม่ร่วมกับพวกเธอแล้ว เพราะเธอโกรธฉัน มันก็จะกลายเป็นว่า เราติดอยู่กับตัวเองในเรื่องนี้&nbsp;</p>



<p>แต่นั่นแหละ เราไม่ใช่คนที่จะสอนคนอื่นๆ ได้ว่าจะต้องทำตัวยังไง และคิดว่าสถานการณ์ในตอนนี้ เดี๋ยวพอเหตุการณ์มันดำเนินไป ทุกคนก็จะเรียนรู้เองว่าใช้วิธีไหนสื่อสารต่อกันแล้วจะเวิร์กหรือไม่เวิร์ก เช่น บางคนเขาอาจจะรู้สึกว่าการด่ามันเวิร์กก็ได้ หรือบางคนอาจจะคิดว่าสื่อสารแบบเข้าใจเขามันเวิร์กก็ได้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/21-moving-abroad-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135384" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/21-moving-abroad-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/21-moving-abroad-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/21-moving-abroad-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/21-moving-abroad-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/21-moving-abroad.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">จากการวาดรูปไพ่มาตั้งแต่ช่วงปี 2020 จนถึงตอนนี้ คุณคิดว่าบทบาทของตัวเองในการขับเคลื่อนการเมืองเป็นยังไงบ้าง</h4>



<p>สิ่งหนึ่งที่เราคาดหวังว่าตัวเองต้องทำให้ได้ในระยะสั้น คือท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่การเคลื่อนไหวการเมืองมันไม่ได้สมูทมาก ยังมีเราคนหนึ่งที่ทำภาพออกไปสู่สังคม ให้คนไม่ลืมว่าเราสู้กับอะไร เพื่ออะไรอยู่&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แต่อีกบทบาทหนึ่งที่เราทำคือการให้กำลังใจคนในขบวน ทั้งวาดภาพแกนนำ ภาพคนในขบวนที่อาจจะไม่ค่อยมีใครพูดถึง เช่น กลุ่มอาชีวะ ด้วยความที่เราอยากให้สังคมนี้มัน inclusive มากขึ้น ไม่อยากให้สังคมจดจำแค่คนเบื้องหน้า แต่คนเบื้องหลังที่เขาก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เราอยากทำให้เห็นความหลากหลาย การที่เราจะต่อสู้ไปด้วยกันแล้วสำเร็จ มันอาจจะต้องอาศัยการที่ทุกคนมองเห็นความสำคัญของกันและกัน ยอมรับว่าแม้ทุกคนแตกต่างกัน แต่คุณคือส่วนหนึ่งของพวกเรา&nbsp;</p>



<p>แล้วก็มีบางภาพที่เราวาดมาเพื่อให้กำลังใจกันในช่วงที่เราออกไปเคลื่อนไหวการเมืองกันได้ไม่เต็มที่ ด้วยการวาดภาพอนาคตสังคมที่เรามุ่งหวัง ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นจริงหรอก แต่ในความสิ้นหวังตอนนี้ มันอาจจะยังจำเป็นว่ามีความฝันอะไรบางอย่างอยู่ที่ต้องให้กำลังใจกันไว้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Pentacles-06-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135388" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Pentacles-06-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Pentacles-06-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Pentacles-06-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Pentacles-06-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/Pentacles-06.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>



<p>ส่วนการมองในแง่บทบาทการทำภาพให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เราตัวคนเดียวคงไม่ได้สร้างอิมแพกต์ได้ขนาดนั้น การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมันเหมือนการวิ่งมาราธอนเหมือนกันนะ อาจจะต้องทำงานกันไปอีกยาวๆ และต้องอาศัยศิลปินหลายคนผลิตซอฟต์พาวเวอร์เกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อนำทางคนไปสู่ประเด็นสังคมหรืออะไรบางอย่าง ซึ่งการเกิดขึ้นของกลุ่มนักวาดภาพประกอบประชาธิปไตยมันดีมากๆ เลย มันมีอิมแพกต์มาก</p>



<h4 class="wp-block-heading">สุดท้ายคุณคิดว่าอะไรคือความหวังที่ทำให้คุณยังคงวาดภาพการเมืองบนไพ่ทาโรต์ต่อไป</h4>



<p>เรามีความหวังว่ามันจะเปลี่ยนแปลงนะ แต่ตอบไม่ได้ว่ามูฟเมนต์นี้จะไปได้ไกลเแค่ไหน มันจะมีวันซาแล้วขึ้นมาใหม่ไหม หรือว่าจะจบในรุ่นเราไหม แต่เราว่าประเด็นที่สำคัญกว่าคือถ้าเราไม่ทำตอนนี้ ความเปลี่ยนแปลงมันจะไกลออกไปเรื่อยๆ พรุ่งนี้เปลี่ยนไหมไม่รู้ อีก 10 ปีเปลี่ยนไหมไม่รู้ แต่ถ้าเราไม่ทำมันไม่เปลี่ยนแน่ๆ&nbsp;</p>



<p>คือถ้าถามว่าใจอยากให้มีเดดไลน์แน่ชัดไหมว่ามันจะอีกกี่ปี เราอยากมี เพราะอยากให้มันจบที่รุ่นเราเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่านี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกตึงเครียดว่าจะต้องจบในเร็ววัน ซึ่งเผด็จการไม่ยอมให้มันจบง่ายๆ แน่ ยิ่งเรากำลังสู้อยู่กับสิ่งที่มันใหญ่กว่าตัวเรามาก เพราะฉะนั้นเราก็หวังแค่ว่า ขอให้ได้เห็นก่อนตายละกัน เพียงแต่ว่ามันจะออกมาเป็นยังไงไม่มีใครรู้หรอก ที่รู้แน่ๆ คือวันน้ีเราเลือกได้ว่าจะสู้หรือไม่สู้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-Wheel-of-fortune-598x1024.png" alt="" class="wp-image-135381" width="449" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-Wheel-of-fortune-598x1024.png 598w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-Wheel-of-fortune-175x300.png 175w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-Wheel-of-fortune-768x1316.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-Wheel-of-fortune-600x1028.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/06/10-Wheel-of-fortune.png 827w" sizes="(max-width: 449px) 100vw, 449px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-political-tarot/">‘เจตจำนง โชคชะตา ประชาธิปไตย’ อ่านเรื่องราวที่ซ่อนไว้ในไพ่ทาโรต์การเมืองฉบับ Thai Political Tarot</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ถ้าไม่ได้วาดรูปการเมือง ผมอึดอัดนะ” บิ๊ก เฉลิมพล ศิลปินที่หยิบการเมืองผสมกับคอมิกให้เป็น Amazing Thailand</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-amazing-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 May 2021 14:22:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime Season 2]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[บิ๊ก–เฉลิมพล จั่นระยับ]]></category>
		<category><![CDATA[The Amazing Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=134204</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งแรกที่เห็นผลงาน The Amazing Thailand ของ บิ๊ก–เฉลิมพล จั่นระยับ เรานึกถึงประโยคคลาสสิกที่ว่า ‘โลกคือละคร’&#160;&#160; แต่เมื่อได้พิจารณาหลายๆ ภาพที่เขาหยิบเอาคนในชีวิตจริงไปไว้ในโลกคอมิก เราคิดว่าคำอธิบายที่เหมาะกับงานของเขาที่สุดน่าจะเป็น ‘ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร’ มากกว่า เพราะในโลกแห่งความจริงยังมีเรื่องราวที่คนถูกกดทับ ทรมาน เจ็บปวดกับเสียงที่ไปไม่ถึงการเปลี่ยนแปลงอยู่ ยังไม่นับว่าบางเรื่องที่เกิดขึ้นในไทยก็แฟนตาซีเสียยิ่งกว่าคอมิกอีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่บิ๊กตั้งชื่อผลงานตัวเองว่า The Amazing Thailand ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคอมิกเรื่อง The Amazing Spider-Man แถมหยอกล้อไปกับสโลแกนการท่องเที่ยวบ้านเราด้วย ก่อนจะมาเป็นผลงานชุดนี้ บิ๊กเคยผ่านการเป็นการ์ตูนนิสต์การเมืองให้กับนิตยสารหัวหนึ่งมาก่อน แม้ว่าตอนนั้นเจ้าตัวจะคิดว่ายังตกอยู่ในหล่มของโฆษณาชวนเชื่อในสังคม ไม่ได้เชี่ยวชาญรู้ลึกการเมืองไทยมากนัก แต่เขาก็ทำงานนั้นจนเกิดรัฐประหารในปี ’49 ทำให้นิตยสารเล่มนั้นต้องปิดตัวลง   หลายปีต่อมาบิ๊กไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียเพื่อเปิดมุมมองในการทำศิลปะของตัวเอง จนได้มีโอกาสทำงานคอมิกร่วมกับนักวาดในต่างแดน หลังเรียนจบ เขากลับมาบ้านเกิด เจอข่าวคดีล่าเสือดำในปี 2018 จึงคิดว่าเขาจะต้องสื่อสารถึงประเด็นสังคมการเมืองอีกครั้ง โดยใช้เทคนิคแบบคอมิกที่ได้ไปเรียนรู้จากออสเตรเลีย นับจากนั้นมา ศิลปินคนนี้ก็สร้างสรรค์ให้ตัวละครที่เราเห็นในชีวิตจริงไปโลดแล่นในโลกแฟนตาซี และชักชวนให้ผู้ชมอย่างเราเข้าไปกดถูกใจให้กับความตลกร้ายที่เขาแทนคนที่เราคุ้นตาเข้าไปเป็นตัวละครที่คุ้นเคยได้เหมาะสมกับเรื่อง อะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ศิลปินคนนี้สนใจเรื่องการเมือง ตอนไหนที่เป็นจุดเปลี่ยนเบิกเนตรมุมมองของเขากับสังคมนี้ จนทำให้บิ๊กกลายเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มนักวาดที่เผยแพร่ผลงานออกมาสู่สังคม ให้คำพูดของเจ้าตัวช่วยตอบคำถามข้างล่างนี้เลย ขอถามตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าคุณสนใจเรื่องสังคมการเมืองจนเอามาทำงานศิลปะตั้งแต่ตอนไหน ถ้าเอาตั้งแต่แรกๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเรียนที่เพาะช่าง งานตอนเรียนจบผมก็สนใจเรื่องสังคมมนุษย์ ความเป็นมนุษย์&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-amazing-thailand/">“ถ้าไม่ได้วาดรูปการเมือง ผมอึดอัดนะ” บิ๊ก เฉลิมพล ศิลปินที่หยิบการเมืองผสมกับคอมิกให้เป็น Amazing Thailand</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ครั้งแรกที่เห็นผลงาน The Amazing Thailand ของ บิ๊ก–เฉลิมพล จั่นระยับ เรานึกถึงประโยคคลาสสิกที่ว่า ‘โลกคือละคร’&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="727" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247-727x1024.jpg" alt="" class="wp-image-134219" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247-727x1024.jpg 727w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247-213x300.jpg 213w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247-768x1082.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247-1091x1536.jpg 1091w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247-600x845.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5247.jpg 1454w" sizes="(max-width: 727px) 100vw, 727px" /></figure>



<p>แต่เมื่อได้พิจารณาหลายๆ ภาพที่เขาหยิบเอาคนในชีวิตจริงไปไว้ในโลกคอมิก เราคิดว่าคำอธิบายที่เหมาะกับงานของเขาที่สุดน่าจะเป็น ‘ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร’ มากกว่า เพราะในโลกแห่งความจริงยังมีเรื่องราวที่คนถูกกดทับ ทรมาน เจ็บปวดกับเสียงที่ไปไม่ถึงการเปลี่ยนแปลงอยู่</p>



<p>ยังไม่นับว่าบางเรื่องที่เกิดขึ้นในไทยก็แฟนตาซีเสียยิ่งกว่าคอมิกอีก นี่จึงเป็นเหตุผลที่บิ๊กตั้งชื่อผลงานตัวเองว่า The Amazing Thailand ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคอมิกเรื่อง <em>The Amazing Spider-Man</em> แถมหยอกล้อไปกับสโลแกนการท่องเที่ยวบ้านเราด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134212" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Suefskate_.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<p>ก่อนจะมาเป็นผลงานชุดนี้ บิ๊กเคยผ่านการเป็นการ์ตูนนิสต์การเมืองให้กับนิตยสารหัวหนึ่งมาก่อน แม้ว่าตอนนั้นเจ้าตัวจะคิดว่ายังตกอยู่ในหล่มของโฆษณาชวนเชื่อในสังคม ไม่ได้เชี่ยวชาญรู้ลึกการเมืองไทยมากนัก แต่เขาก็ทำงานนั้นจนเกิดรัฐประหารในปี ’49 ทำให้นิตยสารเล่มนั้นต้องปิดตัวลง  </p>



<p>หลายปีต่อมาบิ๊กไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียเพื่อเปิดมุมมองในการทำศิลปะของตัวเอง จนได้มีโอกาสทำงานคอมิกร่วมกับนักวาดในต่างแดน หลังเรียนจบ เขากลับมาบ้านเกิด เจอข่าวคดีล่าเสือดำในปี 2018 จึงคิดว่าเขาจะต้องสื่อสารถึงประเด็นสังคมการเมืองอีกครั้ง โดยใช้เทคนิคแบบคอมิกที่ได้ไปเรียนรู้จากออสเตรเลีย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="579" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Portrait-2-1024x579.jpg" alt="" class="wp-image-134225" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Portrait-2-1024x579.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Portrait-2-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Portrait-2-768x434.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Portrait-2-600x339.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Portrait-2.jpg 1132w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>นับจากนั้นมา ศิลปินคนนี้ก็สร้างสรรค์ให้ตัวละครที่เราเห็นในชีวิตจริงไปโลดแล่นในโลกแฟนตาซี และชักชวนให้ผู้ชมอย่างเราเข้าไปกดถูกใจให้กับความตลกร้ายที่เขาแทนคนที่เราคุ้นตาเข้าไปเป็นตัวละครที่คุ้นเคยได้เหมาะสมกับเรื่อง</p>



<p>อะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ศิลปินคนนี้สนใจเรื่องการเมือง ตอนไหนที่เป็นจุดเปลี่ยนเบิกเนตรมุมมองของเขากับสังคมนี้ จนทำให้บิ๊กกลายเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มนักวาดที่เผยแพร่ผลงานออกมาสู่สังคม ให้คำพูดของเจ้าตัวช่วยตอบคำถามข้างล่างนี้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134205" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10_December_.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ขอถามตั้งแต่จุดเริ่มต้นว่าคุณสนใจเรื่องสังคมการเมืองจนเอามาทำงานศิลปะตั้งแต่ตอนไหน</h4>



<p>ถ้าเอาตั้งแต่แรกๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผมเรียนที่เพาะช่าง งานตอนเรียนจบผมก็สนใจเรื่องสังคมมนุษย์ ความเป็นมนุษย์&nbsp;</p>



<p>ตอนนั้นผมไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งของ Isaac Asimov ชื่อว่า <em>I, Robot</em> ซึ่งเป็นหนังสือที่ตั้งคำถามถึงชีวิตมนุษย์กับเครื่องจักร ผมเลยเอามาเป็นหัวข้อในการทำงานทีสิส แล้วตอนนั้นผมอ่านหนังสือ <em>สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน </em>ของวินทร์ เลียววาริณ กับ <em>1984</em> ของ George Orwell ด้วย เลยคิดว่ามันคล้ายๆ กับสังคมที่เราเจอเลยเนอะก็เลยหยิบมาต่อยอดเป็นประเด็นในงาน</p>



<p>แต่ผมได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาว่าให้โฟกัสที่ประเด็นเดียว ผมก็เลยเลือกเรื่องที่อินที่สุดคือระบบการศึกษา เพราะเป็นกระบวนการเริ่มต้นในการผลิตคนออกไปสู่สังคม แล้วการศึกษาบ้านเรามันมีกรอบบางอย่างอยู่ ซึ่งเหมือนเครื่องจักร มีตำราเดิมๆ มีชุดความรู้เดิมๆ ที่มันไม่ได้เปลี่ยนไปจาก 20-30 ปีที่ผ่านมา เปรียบเหมือนทำแม่พิมพ์ซ้ำไปเรื่อยๆ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="500" height="375" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-2.jpg" alt="" class="wp-image-134223" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-2.jpg 500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-2-300x225.jpg 300w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure></div>



<p>จากประเด็นนั้น ผมเลยเอามาทำงานเชิงทดลอง โดยทำเป็นงานแบบจลนศิลป์ (Kinetic Art) เอาวัสดุที่มีอยู่ในสังคมจริงๆ มาทำเป็นงาน เช่น เอาโต๊ะไม้นักเรียนจริงๆ มาดัดแปลงเป็นเครื่องจักรให้มันเคลื่อนไหวได้ ให้ตัวโต๊ะนักเรียนเป็นเหมือนตัวปั๊มแม่พิมพ์จากกระดานดำลงไปเก็บในลิ้นชักใต้โต๊ะ จากงานที่มันนิ่งเฉยก็จะให้คนเข้าไปสัมผัสและมีประสบการณ์กับกลไกที่เราได้ทำขึ้น </p>



<p>การทำงานตรงนี้น่าจะเป็นจุดบ่มเพาะให้เราศึกษาเรื่องสังคมการเมืองมากขึ้นด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="500" height="667" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-3.jpg" alt="" class="wp-image-134222" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-3.jpg 500w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-3-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Kinetic-art-3-600x800.jpg 600w" sizes="(max-width: 500px) 100vw, 500px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ตอนนั้นคุณมีมุมมองต่อประเด็นสังคมการเมืองในแบบไหน ‘ตาสว่าง’ แบบที่คนรุ่นนี้พูดหรือเปล่า</h4>



<p>จริงๆ คนรุ่นผมโตมากับ propraganda นะ แม้ว่าผมเองจะเป็นคนชอบอ่านหนังสืออย่าง ‘จาก 14 ตุลาถึง 6 ตุลา’ ของอาจารย์ป๋วย ชอบอ่านเรื่อง 2475 เขมรแดง สงครามเวียดนาม คือมันมีคำถามบางอย่างในใจที่ไม่รู้ว่าจริงไหม แต่เราก็ไม่ได้แสดงความเห็นออกมา</p>



<p>ตอนเรียนจบใหม่ๆ ผมยังไม่รู้ลึกเรื่องการเมืองเลย ก็คิดว่าไปหางานทำเรื่อยๆ เก็บประสบการณ์ จนมีคนรู้จักมาชวนไปเป็นการ์ตูนนิสต์ที่นิตยสารหัวหนึ่ง ทั้งๆ ที่ผมมีความรู้การเมืองแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-1024x724.png" alt="" class="wp-image-134208" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-1024x724.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-300x212.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-768x543.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-1536x1086.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-2048x1448.png 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Carabow-600x424.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>วิธีการทำงานคือบรรณาธิการจะส่งประเด็นที่ต้องการมา แล้วผมก็จะไปอ่านข่าวเพื่อมาวาดการ์ตูนช่อง ซึ่งข่าวที่มีส่วนใหญ่ก็จะมาจากสื่อหลัก แต่ผมหาข้อมูลหลายฝั่งนะ แล้วเอามาชั่งน้ำหนักดู เพียงแต่มันไม่มีใครรู้เท่าทันการเมืองหรือผู้มีอำนาจหรอก เพราะเราเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ตอนนั้นคิดแค่ว่าเขาให้เงินมาเราก็ทำ เพราะอยากเอาเงินไปทำงานศิลปะ ความคิดตื้นเขินมาก&nbsp;</p>



<p>ผมวาดได้ 2-3 ตอนนิตยสารก็ต้องปิดตัวลงเพราะรัฐประหารปี ’49 ต่อจากนั้นผมก็ไม่ได้แตะงานการเมืองอีกเลย หันกลับมาทำงานประจำเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ แล้วก็คิดว่าจะเอาเวลาว่างมาเป็นศิลปินทำงานส่วนตัว ก่อนจะตัดสินใจว่าไปเรียนต่อออสเตรเลียดีกว่า </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134210" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Please_Help_Us.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ทำไมคุณถึงตัดสินใจไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย</h4>



<p>ข้างในมันเรียกร้อง เพราะผมทำงานได้ประมาณ 6 ปี มีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูด อยากจะแสดงออก เราเลยคิดว่าไปใช้ชีวิตต่างประเทศดีกว่า น่าจะได้เห็นอะไรอีกเยอะ โดยเฉพาะวงการศิลปะ&nbsp;</p>



<p>ผมมองเห็นระบบอะไรหลายอย่างในวงการบ้านเรา อย่างหอศิลป์ ศิลปินจะต้องเขียนงานตามหอศิลป์กำหนด หรือว่าตามที่งานประกวดกำหนด เราต้องทำแบบนี้ๆ นะ ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย ซึ่งมันไม่สนุกเลย มันเหมือนจะอิสระแต่ก็ไม่อิสระ มีกรอบบางอย่างครอบอยู่ ก็เลยสงสัยว่าต่างประเทศเป็นแบบนั้นหรือเปล่า งั้นลองไปดูว่างานเขาเขียนกันยังไง พวกศิลปินข้างทางพวก busking เป็นยังไง เหมือนกับศิลปินข้างทางบ้านเราไหม </p>



<p></p>



<p>อีกอย่างคืออยากรู้ภาษาอังกฤษเพื่อมาอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้ อยากรู้ว่าฝรั่งคิดอะไรบ้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="750" height="750" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1.jpg" alt="" class="wp-image-134226" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1.jpg 750w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Street-art-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></figure></div>



<h4 class="wp-block-heading">ประสบการณ์ที่นู่นทำให้คุณได้เปิดโลกอะไรบ้าง</h4>



<p>เยอะมากครับ ผมไปเรียน Business IT เพราะรู้สึกว่าปัญหาส่วนใหญ่ของศิลปินคือขายของไม่เก่ง ผมเลือกเรียนสาขานี้แล้วก็ทำงานไปด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียน เพราะหนีไปเดินหอศิลป์ ไปดูศิลปินข้างทางทำงาน ไปใช้ชีวิตกับเขา</p>



<p>แล้วก็ไปลองหางานจ็อบเล็กๆ น้อยๆ ทำหลังเลิกเรียน ดูว่าถ้าเราเป็นเอเชียแล้วไปรับงานเขียนรูปจะเป็นยังไง เคยไปสมัครทำงานที่โรงอาหารในกูเกิล เขาก็ให้ผมไปวาดภาพเมนูทุกวันๆ บางทีก็ได้แกะสลักพวกผักผลไม้ในวันฮัลโลวีนหรือคริสต์มาส</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="960" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1.jpg" alt="" class="wp-image-134224" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Oz-comic-con-1-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p>แล้วที่ออสเตรเลียจะมีเว็บไซต์คล้ายๆ พันทิปของบ้านเรา จะมีคนประกาศตามหาคนทำนู่นทำนี่ วันหนึ่งผมเจอว่ามีคนตามหาคนเขียนคอมิกเพื่อออกงาน Oz Comic-Con ผมก็เลยส่งเรซูเม่ไป เขาก็ติดต่อกลับมาบรีฟให้เขียนงานคอมิกประมาณ 2 เล่ม ทำให้ผมได้มีประสบการณ์เขียนงานคอมิกตั้งแต่ตอนนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-134217" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-1025x1536.jpg 1025w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/19983444_2019425664749336_2453046271946026753_o.jpg 1366w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเอาเทคนิคแบบคอมิกมาวาดงานการเมืองไทยหรือเปล่า</h4>



<p>ใช่ครับ หลังจากเรียนจบผมกลับไทยก็มาเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานปกติ จนกระทั่งมีข่าวเรื่องเสือดำ เรารู้สึกว่าอันนี้มันไม่ถูกต้องแล้ว เงินมันซื้อได้ทุกอย่าง มันทำให้พ้นผิดได้ สัตว์ตัวหนึ่งที่อยู่ของมันดีๆ ก็ต้องจบลงด้วยเกมกีฬาของผู้มีอำนาจหรือใครบางคน สุดท้ายไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่ถ้าเป็นคนไม่ร่ำรวยเขาอาจจะโดนเล่นงานด้วยระบบทางกฎหมายไป มันเริ่มเห็นความไม่ยุติธรรม เลยเขียนมันออกมา</p>



<p>ผมรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้คล้ายกับเหตุการณ์ทุ่งใหญ่นเรศวรที่เกิดก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ เราคิดว่าเฮ้ย มันจะต้องมีเหตุการณ์การเมืองตามมาแน่ๆ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-134218" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245-724x1024.jpg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245-768x1086.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245-1086x1536.jpg 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245-600x849.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5245.jpg 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<p>อีกอย่างผมคิดว่าตัวเองรับรู้เรื่องการเมือง ความคิดผมเปลี่ยนไปนานแล้ว แต่ก่อนมันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่แสดงออกมา พอเจอเหตุการณ์นี้ เลยคิดว่ามันน่าจะถึงเวลาที่เราจะแสดงออกความคิดเห็นของเราได้แล้ว โดยที่จะพูดในมุมที่เรารู้สึก อินกับมันจริงๆ เราเลือกจะไม่โกหกตัวเองดีกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก็เลยเขียนงานเสือดำออกมาชิ้นแรกๆ</p>



<p>ตอนนั้นผมเลือกเขียนงานตามข่าวที่เจอในหน้าไทม์ไลน์ พยายามไม่ใส่อารมณ์ร่วมว่าเราเกลียดชังใคร แต่ให้คนที่ดูงานเราไปตีความต่อเอาเอง ฉะนั้นการเขียนงานที่ดีที่สุด คือต้องอ่านข่าวก่อนเยอะมากๆ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134211" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Scale1.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">คุณวาดภาพจากข่าว แต่ทำไมถึงเอามันมาดัดแปลงเป็นปกคอมิกล่ะ</h4>



<p>ผมอยากลองเอาคอนเซปต์ปกหนังสือการ์ตูนมาใช้ดู น่าจะเคยอ่านคำคมเกี่ยวกับหนังสือที่ว่า ‘อย่าตัดสินหนังสือจากปก’ ใช่ไหม ผมก็เลยเอามันมาใช้เป็นแนวคิดเพื่อหยิบปกการ์ตูนคอมิกมาเล่นกับประเด็นข่าวว่าบางทีปกอาจจะดูรุนแรง แต่เนื้อหาข้างในอาจจะเป็นอีกแบบก็ได้ ต้องลองไปตามอ่านเนื้อข่าวจริงๆ ก่อน </p>



<p>แล้วตอนนั้นเลือกเรื่อง <em>The Amazing Spider-Man </em>มาเล่น ก็เลยเป็นที่มาที่ผมเปลี่ยนชื่อเป็น The Amazing Thailand งานที่ผมทำจะเรียกว่า appropriation art ศิลปะการหยิบยืมมาดัดแปลงเป็นเนื้อหาในบ้านเรา </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-134220" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248-724x1024.jpg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248-768x1086.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248-1086x1536.jpg 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248-600x849.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5248.jpg 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ถ้าคุณเลือกประเด็นจากข่าวมาตีความ แล้วคุณต้องกรองข่าวก่อนจะเอามาทำงานศิลปะไหม</h4>



<p>มีครับ ส่วนใหญ่เราดูว่าประเด็นไหนที่คนพูดถึงเยอะสุด แล้วก็เลือกจากเซนส์เรา ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง มันดูเป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้สึกมากเลย (หัวเราะ) </p>



<p>แต่หลักๆ คิดว่าเราจะมีแนวคิดเบื้องหลังชุดหนึ่งในการกรองข้อมูล ซึ่งก็มาจากการอ่านหนังสือ การดูหนัง การพูดคุย การสังเกต เราคิดว่าอันนี้น่าจะเป็นวัตถุดิบอย่างดี ทำให้เรากรองได้ว่าข่าวไหนจะเขียนหรือไม่เขียน และจะเลือกอันที่รู้สึกว่าทุกคนสนใจ พูดถึง แล้วก็แปลงเนื้อหาจากข่าวออกมาเป็นภาพ โดยภาพที่เราทำจะต้องแมส ให้เข้าถึงคนมากที่สุด เพื่อเป็นการบันทึกช่วงเวลาในสังคม อันนี้จะเป็นพอยต์การทำงานเราเป็นหลัก </p>



<p>ส่วนตัวผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องเขียนให้รุนแรงไปทุกเรื่องก็ได้ ผมพยายามเขียนอย่างชาญฉลาด แล้วก็สื่อสารให้มีความเป็นตลกร้ายอยู่ในนั้น ซ่อนความขำขันให้หัวเราะทั้งน้ำตา เพราะในมุมของเราเองคิดว่ายังอยู่ภายใต้กฎหมายของผู้มีอำนาจที่เขียนเอาไว้ มันยังไม่ฟรีขนาดนั้น ถ้าเราฟรีมากเกินไปกฎหมายอาจจะเล่นงานเราไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อาจจะดูขี้ขลาด แต่ผมอยากสู้ไปนานๆ เขียนไปนานๆ แซะมันไปเรื่อยๆ เพราะผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไม่ได้เกิดจากเราคนเดียว ต้องอาศัยหลายๆ คนร่วมมือกัน ดังนั้น ก็เขียนไปเรื่อยๆ เพื่อให้มันเกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงกระบวนการของคนเสพงาน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134213" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/The_People.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">ทุกวันนี้การทำงานประเด็นการเมืองสำคัญกับคุณยังไง</h4>



<p>ถ้าไม่เขียนผมรู้สึกอึดอัดนะ เพราะว่าเราเขียนทุกวัน แต่ก่อนปีแรกเราเขียนทุกวัน ข่าวมาหนักๆ เราเขียน หลังๆ มีงานอื่นเข้ามาด้วยมันก็อาจจะลดน้อยลง แค่เลือกประเด็นที่คนพูดถึงมากๆ&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าไม่เขียนเราจะรู้สึกคันไม้คันมือ อึดอัด แต่ก็ต้องข่มตัวเอง บางข่าวอยากเขียนมาก แต่มันมีงานอื่นจ่อคออยู่ ก็เอาไว้ก่อน ให้คนอื่นได้แสดงฝีมือบ้าง แต่ถ้าไม่เขียนเลยผมทำไม่ได้แล้วนะตอนนี้ เพราะมันเป็นกิจวัตรที่ต้องทำไปแล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Untitled_Artwork3.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">จากการทำงานภาพหยอกล้อการเมืองมาจนถึงตอนนี้ คุณมองเห็นบทบาทของนักวาดในขบวนเรียกร้อง ณ ตอนนี้ยังไงบ้าง</h4>



<p>เรามองว่าพวกเราเป็นเหมือนสื่อรูปแบบหนึ่งที่ทำให้คนไม่สนใจการเมืองหรือไม่สนใจบริบทในสังคมบ้านเราเลยให้กลับมามองฉุกคิดว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนอ่านข่าวไปมันก็ผ่านไป การใช้ภาพในการสื่อสารเป็นพื้นฐานง่ายๆ ที่มันมีมาตั้งนานและเข้าถึงคนได้ง่ายที่สุดแล้วล่ะ</p>



<p>อย่างพวกเราที่เป็นนักวาดภาพประกอบหรือศิลปินงานการเมือง ทุกคนเป็นเหมือนสื่อกลางระหว่างสังคมกับผู้มีอำนาจให้มองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่ที่ว่าเขาจะฟังเรา มองเราหรือเปล่า</p>



<p>และต้องบอกตรงนี้เลยนะว่าเราเขียนงานนี่ไม่ได้รับเงินจากใครเลย เราก็เขียนตามข่าวที่เราฟังมา ใครจะเอางานเราไปใช้ก็เอาไป อย่างน้อยมันก็เป็นการขับเคลื่อนให้สังคมยุติธรรมจริงๆ ทุกคนอยากให้สังคมมันดีขึ้นแหละ ไม่ว่าจะฝ่ายไหน เพียงแต่ทุกคนจะมีมุมมองเป็นของตัวเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134207" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/20_มีนาคม.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading">แล้วในความเห็นของคุณในฐานะคนที่ปล่อยงาน The Amazing Thailand ในเพจ The Art District86 มา 3 ปี คิดว่าทำไมนักเรียนศิลปะถึงออกมาขับเคลื่อนเรื่องประชาธิปไตยด้วยการวาดภาพมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้</h4>



<p>เราว่าเด็กหลายคนที่เรียนจบมา แน่นอนว่าเขาหางานโคตรยากเลย แต่ถ้าคนมีฝีมือหน่อย โอเค มันก็ไปของมันได้ หรือบ้านมีฐานะ มีเงินหน่อยก็ไปทำงานศิลปะต่อ&nbsp;</p>



<p>เรื่องพวกนี้มันเกี่ยวกับต้นทุนชีวิต คนที่เรียนจบมาไม่มีงานทำ เราว่ามีเยอะมากๆ เลย แล้วถ้าทำงานออกมา ใครจะมาซื้องานศิลปะล่ะ ต้องวาดรูปอะไรเราถึงจะได้แสดง ถึงจะได้เงิน งานที่เราอยากเขียนมันอิสระจริงเหรอ มันก็ไม่อิสระจริงๆ อย่างน้อยโซเชียลมันก็อีกช่องทางหนึ่งที่เราใส่เสรีภาพของเราไปในนั้นได้ </p>



<p>เราคิดว่าท้องของทุกคนยังหิวอยู่เลย ทุกคนเลยเลือกที่จะออกมาพูดมากกว่า&nbsp; &nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky-724x1024.png" alt="" class="wp-image-134215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/walk_throught_sky.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-amazing-thailand/">“ถ้าไม่ได้วาดรูปการเมือง ผมอึดอัดนะ” บิ๊ก เฉลิมพล ศิลปินที่หยิบการเมืองผสมกับคอมิกให้เป็น Amazing Thailand</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ถ้าไม่เชื่อมั่นว่ามีหวัง เราไปตายดีกว่า” Baphoboy ศิลปินผู้ตั้งคำถามต่ออำนาจด้วยรอยยิ้ม เลือด และเซ็กซ์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/baphoboy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 May 2021 12:42:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime Season 2]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[Baphoboy]]></category>
		<category><![CDATA[เคน–สิปปกร เขียวสันเทียะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินการเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=133457</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เคนอาจจะคุยไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่นะครับ เพราะช่วงที่การเมืองหนักๆ เคนอยู่ค่ายทหาร โคตรแย่ ตอนนี้เพิ่งออกมา อาจจะไม่รู้มุมมองหลายอย่างในช่วงที่เกิดประเด็นแบบเรียลไทม์จัดๆ” เคน–สิปปกร เขียวสันเทียะ พูดขึ้น ก่อนเราจะทันเอ่ยคำถามมากมายที่เตรียมมาเพื่อสนทนากับเขาถึงบทบาทการเป็นศิลปินการเมือง ถ้าใครที่ติดตามภาพวาดในเพจ Baphoboy คงจำเขาได้ดี จากภาพวาดจิกกัดผู้มีอำนาจที่ประกอบด้วยรอยยิ้มสยดสยองและเฉดสีสดใสที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและความรุนแรง นี่คือผลงานที่เคนเริ่มทำมาตั้งแต่ตอนเรียนปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย หลังจากทำทีสิสเรื่อง 6 ตุลาฯ ด้วยความยากลำบาก เขาจึงสร้างเพจ Baphoboy ขึ้นมาในปี 2018 เพื่อระบายความอัดอั้น และใช้งานศิลปะเรียกร้องทางการเมืองเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ ปีที่แล้วเขาประกาศลงเพจเพื่อบอกผู้ติดตามกว่า 50,000 คนว่าอาจจะไม่ได้ลงผลงานใหม่ๆ มากนัก เพราะจำเป็นต้องเข้าเกณฑ์ทหารตามกำหนด แน่นอน เรื่องนี้กลายเป็นคำถามใหญ่ทันทีว่า ทำไมศิลปินที่ออกมาวิพากษ์ระบบทหารอย่างเขาถึงตัดสินใจเกณฑ์ทหาร แล้วงานศิลปะของเขาต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป ในบทสนทนาที่ได้คุยกัน เคนย้ำในจุดยืนว่าแม้ก่อนหน้านี้ตัวจะอยู่ในรั้วลายพรางแต่ใจเขาเจ็บปวดกับเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมด และเมื่อใดก็ตามที่เขามีโอกาสได้ออกมาพ้นเขตรั้วแล้ว Baphoboy ก็ยังคงผลิตศิลปะออกมาร่วมขบวนเคลื่อนไหวด้วยเสมอ หวังว่าเรื่องราวที่เจ้าตัวจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ จะช่วยให้ทุกคนทำความเข้าใจได้ว่าอะไรคือเชื้อเพลิงที่จุดกำเนิดให้ศิลปินวัย 25 ปีตั้งคำถามกับอำนาจในสังคมไทย ทั้งยังคงหล่อเลี้ยงอุดมการณ์ไว้อย่างเข้มแข็ง แม้จะต้องสวมหมวกของอาชีพที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ก็ตาม&#160; 1&#160;มนุษย์ผู้ถูกครอบงำและไร้ทางเลือก “เคนคิดว่าระบบหลายอย่างในประเทศไทยอยากกลืนให้เราทุกคนเหมือนกัน ทำให้เราไม่มีทางเลือก ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร ย้อนกลับไปตั้งแต่เคนเด็กๆ เคนเป็นเด็กต่างจังหวัด เป็นลูกคนเดียวที่พ่อแม่ไม่เคยสั่งหรือบังคับให้อยู่ในกรอบอะไรเลย “แต่พอไปโรงเรียนกลายเป็นว่าทุกอย่างมีกรอบเต็มไปหมด เคนตั้งคำถามกับหลายอย่างมาก เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/baphoboy/">“ถ้าไม่เชื่อมั่นว่ามีหวัง เราไปตายดีกว่า” Baphoboy ศิลปินผู้ตั้งคำถามต่ออำนาจด้วยรอยยิ้ม เลือด และเซ็กซ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“เคนอาจจะคุยไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่นะครับ เพราะช่วงที่การเมืองหนักๆ เคนอยู่ค่ายทหาร โคตรแย่ ตอนนี้เพิ่งออกมา อาจจะไม่รู้มุมมองหลายอย่างในช่วงที่เกิดประเด็นแบบเรียลไทม์จัดๆ”</p>



<p>เคน–สิปปกร เขียวสันเทียะ พูดขึ้น ก่อนเราจะทันเอ่ยคำถามมากมายที่เตรียมมาเพื่อสนทนากับเขาถึงบทบาทการเป็นศิลปินการเมือง</p>



<p>ถ้าใครที่ติดตามภาพวาดในเพจ Baphoboy คงจำเขาได้ดี จากภาพวาดจิกกัดผู้มีอำนาจที่ประกอบด้วยรอยยิ้มสยดสยองและเฉดสีสดใสที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและความรุนแรง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="793" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-1024x793.jpg" alt="" class="wp-image-133471" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-1024x793.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-300x232.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-768x595.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-1536x1190.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-2048x1587.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0648-600x465.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>นี่คือผลงานที่เคนเริ่มทำมาตั้งแต่ตอนเรียนปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย หลังจากทำทีสิสเรื่อง 6 ตุลาฯ ด้วยความยากลำบาก เขาจึงสร้างเพจ Baphoboy ขึ้นมาในปี 2018 เพื่อระบายความอัดอั้น และใช้งานศิลปะเรียกร้องทางการเมืองเรื่อยมาจนถึงตอนนี้</p>



<p>ปีที่แล้วเขาประกาศลงเพจเพื่อบอกผู้ติดตามกว่า 50,000 คนว่าอาจจะไม่ได้ลงผลงานใหม่ๆ มากนัก เพราะจำเป็นต้องเข้าเกณฑ์ทหารตามกำหนด</p>



<p>แน่นอน เรื่องนี้กลายเป็นคำถามใหญ่ทันทีว่า ทำไมศิลปินที่ออกมาวิพากษ์ระบบทหารอย่างเขาถึงตัดสินใจเกณฑ์ทหาร แล้วงานศิลปะของเขาต่อจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133464" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-1536x1024.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5265.jpg 1944w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ในบทสนทนาที่ได้คุยกัน เคนย้ำในจุดยืนว่าแม้ก่อนหน้านี้ตัวจะอยู่ในรั้วลายพรางแต่ใจเขาเจ็บปวดกับเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมด และเมื่อใดก็ตามที่เขามีโอกาสได้ออกมาพ้นเขตรั้วแล้ว Baphoboy ก็ยังคงผลิตศิลปะออกมาร่วมขบวนเคลื่อนไหวด้วยเสมอ</p>



<p>หวังว่าเรื่องราวที่เจ้าตัวจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ จะช่วยให้ทุกคนทำความเข้าใจได้ว่าอะไรคือเชื้อเพลิงที่จุดกำเนิดให้ศิลปินวัย 25 ปีตั้งคำถามกับอำนาจในสังคมไทย ทั้งยังคงหล่อเลี้ยงอุดมการณ์ไว้อย่างเข้มแข็ง แม้จะต้องสวมหมวกของอาชีพที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ก็ตาม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="967" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-967x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-133467" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-967x1024.jpeg 967w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-283x300.jpeg 283w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-768x813.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-1451x1536.jpeg 1451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-600x635.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/123456.jpeg 1934w" sizes="(max-width: 967px) 100vw, 967px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1&nbsp;<br>มนุษย์ผู้ถูกครอบงำและไร้ทางเลือก</strong></h3>



<p>“เคนคิดว่าระบบหลายอย่างในประเทศไทยอยากกลืนให้เราทุกคนเหมือนกัน ทำให้เราไม่มีทางเลือก ไม่ใช่แค่เรื่องทหาร ย้อนกลับไปตั้งแต่เคนเด็กๆ เคนเป็นเด็กต่างจังหวัด เป็นลูกคนเดียวที่พ่อแม่ไม่เคยสั่งหรือบังคับให้อยู่ในกรอบอะไรเลย</p>



<p>“แต่พอไปโรงเรียนกลายเป็นว่าทุกอย่างมีกรอบเต็มไปหมด เคนตั้งคำถามกับหลายอย่างมาก เช่น ทำไมจะต้องตากแดดเข้าแถว ทำไมต้องใส่ถุงเท้ายาว ทำไมต้องมาสั่งให้เราทำนู่นทำนี่ด้วย ทำไมต้องเรียนหนักขนาดนี้ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเราอยากเรียนอะไร ภาพลักษณ์เคนเลยเหมือนคนไม่ฟังคนอื่น พอเรียน ม.ปลาย เรารู้ว่าอยากทำอะไรก็จะฉีกออกมา ไม่ยอมทำอะไรที่ไม่มีเหตุผล เช่น ไม่เข้าแถว ไม่ตัดผม&nbsp;</p>



<p>“แล้วเคนอยากเรียนคณะศิลปะมาก ก็ไม่สนใจวิทย์-คณิตเลย ตั้งใจติวจนสอบติดจิตรกรรมฯ ศิลปากร เข้ามาก็เจอระบบโซตัสรับน้องเลย กลายเป็นว่าตัวตนที่เราชอบตั้งคำถามกับกรอบมันถูกทำลายไป เพราะเราถูกโซตัสทำให้กลัว กลัวไม่มีเพื่อนคบ กลัวไม่ได้รับการยอมรับ กลัวไม่ได้เรียน&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นคิดว่าพยายามสอบเข้าให้ได้แทบตาย ทนมันอีกสักหน่อยจะเป็นอะไร มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีทางเลือก สุดท้ายเราต้องกลืนตัวตนจนอินกับรับน้องไปเลย ฟังแล้วเหมือนจะดูย้อนแย้ง ตอนนี้มาพูดถึงแล้วทำให้เราอายมากว่าทำไมเราอยู่ในระบบนั้นตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 2”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259-1024x724.jpg" alt="" class="wp-image-133462" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259-1024x724.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259-768x543.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259-1536x1085.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259-600x424.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5259.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading">2<br>ศิลปะของการตั้งคำถาม, ตั้งคำถามด้วยศิลปะ</h3>



<p>“พอเรียนปี 3 เราได้เห็นว่าโลกศิลปะมันมีมากกว่าที่รู้จัก เพราะได้เรียนรู้แนวคิดของศิลปินระดับโลก งานที่สนุกคืองานที่มันตั้งคำถาม หรืองานที่ยิงไปสู่อะไรที่ตั้งตระหง่านอยู่</p>



<p>“มันทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย สิ่งที่เป็นอยู่ไร้สาระว่ะ ไอ้การรับน้องนี่ห่วยแตกมาก เพราะศิลปินที่ประสบความสำเร็จคือหัวขบถทั้งหมด ช่วงปี 3 เราเลยตั้งคำถามหลายอย่าง แต่ยังไม่ก้าวเข้ามาเรื่องการเมือง เริ่มจากเรื่องที่เราสนใจก่อน อย่างเช่นมีงานหนึ่งในวิชาครีเอทีฟ เราทำงานศิลปะที่เกี่ยวกับความเป็น LGBT ของเรา ด้วยการไปตรวจ HIV แล้วเอาผลตรวจมาปรินต์แปะทั่วคณะ เพื่อพูดถึงประเด็นที่ว่าเวลาเราพูดว่าเป็นเกย์ คนมักล้อเรื่องโรคด้วย</p>



<p>“อาจารย์เราคอมเมนต์ว่าประเด็นนี้เก่ามาก ใครเขาทำกัน มันล้าหลังแล้ว เคนเลยตั้งคำถามว่ามันเก่าได้ยังไง ในเมื่อเพื่อนในห้องยังล้ออยู่เลยว่าเราเป็นเหรอ ทั้งๆ ที่ผลออกมาเป็น negative แล้วอีกอย่างถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้เก่า แล้วพวกเรื่องคิดถึงบ้านชนบท&nbsp;ความรัก ความรู้สึกภายในจิตใจ จิตวิญญาณ มันเป็นอมตะเหรอ ทำได้ทั้งชีวิตเหรอ เราสงสัยมากเลยนะ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="960" height="720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5255.jpg" alt="" class="wp-image-133459" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5255.jpg 960w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5255-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5255-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5255-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></figure>



<p>“ต่อจากนั้นงานเคนก็เริ่มแปลกจากคนอื่น แล้วก็โดนอาจารย์ว่าว่าทำงานแบบนี้ได้ไง เพื่อนก็ขำเรา หลังๆ มันทำให้รู้สึกแปลกแยกจากสังคม บางครั้งก็ถูกสั่งห้ามทำงานเกี่ยวกับการเมือง จนเคนตั้งคำถามว่าทำไมทำงานการเมืองไม่ได้วะ แล้วเราอยากเอาชนะ เลยไปอ่านหนังสือให้เยอะ พัฒนาตัวเองให้มากๆ เราไปตามหาว่ามีใครเป็นแบบเราบ้างไหม รู้สึกแปลกแยกจากสังคมแบบนี้ เลยได้อ่านงานของจิตร ภูมิศักดิ์ อ่านงานปรีดี พนมยงค์ อ่านเรื่อง 6 ตุลา แล้วมันเหมือนเป็นการผลักเราให้ออกมาข้างนอกคณะเพื่อเห็นเรื่องการเมือง สังคม กลายเป็นใบเบิกเนตรให้เห็นความทุเรศของระบบหลายๆ อย่าง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="378" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711-1024x378.jpg" alt="" class="wp-image-133473" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711-1024x378.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711-300x111.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711-768x284.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711-1536x567.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711-600x221.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1711.jpg 1861w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“ตอนนั้นคิดเลยนะว่ายิ่งห้ามทำการเมือง เราก็จะทำ ทีสิสของเคนเลือกทำเรื่อง 6 ตุลาฯ เลย เพราะภาพแขวนคอสะดุดตามากจนเอาออกจากหัวไม่ได้ ตอนนั้นเคนเอามาทำงานภาพพิมพ์ สิ่งที่ได้ฟีดแบ็กจากอาจารย์คือยับเยินมาก (เน้นเสียง) เจ๊งไปเลย โดนอาจารย์ตีกลับ เขาบอกว่ารู้ได้ไงว่าเหตุการณ์เป็นแบบนั้น คุณเกิดไม่ทันหรอก คุณจะไปสัมผัสได้ยังไง</p>



<p>“แต่เคนก็พยายามทำ ต้องเหนื่อยกว่าคนอื่น 3-4 เท่า เคนพัฒนาจนมาถึงชุดที่ 4 ก็ยังโดนเยอะมาก ที่ปรึกษาไล่ออก ไม่เอาเราแล้วในวันที่จะเสนอทีสิสอีกแค่ไม่กี่วัน จนเคนต้องไปบากหน้าขออาจารย์อีกคนเป็นที่ปรึกษาแทน สุดท้ายเขาโทรมาหาทางออกให้ทำเรื่องเดิม แต่แนวความคิดเป็นอย่างอื่นได้ไหม หัวข้อทีสิสเคนเลยต้องเป็นการหยิบเรื่องโศกนาฏกรรมในประเทศไทยมาฉาบด้วยหัวข้อทีสิสอีกข้อหนึ่งคือเรื่องโซเชียลมีเดีย”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="724" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258-1024x724.jpg" alt="" class="wp-image-133461" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258-1024x724.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258-768x543.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258-1536x1085.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258-600x424.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5258.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3<br>ทหาร การเมือง ความรุนแรง และเซ็กซ์ในภาพของ Baphoboy&nbsp;</strong></h3>



<p>“ระหว่างทำทีสิสมันเหมือนเป็นช่วงอัดอั้นมากๆ มันเป็นความรู้สึกเครียดที่เอาความรู้สึกบางอย่างระบายออกไปไม่ได้ เพราะสิ่งที่ทำในทีสิสก็ทำได้ครึ่งๆ กลางๆ เคนเลยเขียนรูปลงโซเชียลบำบัดตัวเองให้ได้ระบายอารมณ์ออกมา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็เขียน แล้วผลคือคนที่เขาเห็นความดาร์กของสังคม แล้วมาเห็นงานเคน เขาก็แชร์ มันเหมือนเป็นการมาแชร์ความรู้สึกอัดอั้นกัน</p>



<p>“ในงานทีสิสเคนวาดรอยยิ้มลงไปในใบหน้าที่ถูกแขวน เกิดจากความบังเอิญตอนนั้นคิดว่าถ้าลองเปลี่ยนความรู้สึกในใบหน้าเขาแล้วจะเป็นยังไง เลยใส่หน้ายิ้มลงไปดู แต่ภาพที่ออกมาดูสยอง ไม่ได้สื่อสารว่ามีความสุข ทุกภาพที่เราวาดออกมาเลยใส่หน้ายิ้มไปด้วย มันเลยกลายมาเป็นเอกลักษณ์ในงานของเราด้วย</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257-724x1024.jpg" alt="" class="wp-image-133460" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257-724x1024.jpg 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257-212x300.jpg 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257-768x1086.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257-1086x1536.jpg 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257-600x849.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_5257.jpg 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure></div>



<p>“ปกติงานศิลปะของเคนจะไม่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดตามข้อเท็จจริง แต่จะสอดแทรกเรื่องอื่นๆ เข้าไปด้วย เช่น เลือด สังเกตว่าภาพเคนเริ่มใช้สีแดงเป็นส่วนประกอบของเลือด ถึงแม้ว่าในเหตุการณ์จริงจะไม่มีใครตายหรือเลือดออก แต่เคนจะใส่เข้ามาเพื่อให้เลือดตอบสนองอารมณ์ความรุนแรง พอประกอบเข้ากับภาพรอยยิ้มมันจะคอนทราสต์กัน</p>



<p>“อีกอย่างมันแสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดได้ เพราะบางอย่างที่ผู้มีอำนาจทำมันทรมานยิ่งกว่าความตาย การที่เด็กต้องออกมาประท้วงแทนที่เขาจะได้เอาเวลาไปใช้ชีวิต เขาต้องสละเวลาออกมาเรียกร้อง การที่เขาต้องอยู่ในสังคมแบบนี้มันทรมานมาก เราจึงใช้เลือดมาเป็นสัญลักษณ์ในการพูดเรื่องนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="791" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3965-1-1024x791.jpg" alt="" class="wp-image-133476" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3965-1-1024x791.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3965-1-300x232.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3965-1-768x593.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3965-1-600x463.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3965-1.jpg 1199w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“และภาพของเราจะวิพากษ์ทหารและตัวละครอื่นๆ ในการเมืองด้วยการพูดถึงเซ็กซ์ เคนมองว่าเซ็กซ์ที่ไม่ consent กับความรุนแรงเป็นเรื่องเดียวกัน เช่น มีรูปหนึ่งที่เป็นนักเรียนโดนทหารสองคนข่มขืน ซึ่งตัวทหารที่เราวาดมันมีรอยยิ้ม เราจะสื่อความหมายว่าเขามีความสุขหรือเขาโดนบังคับอยู่ เราเดาใจไม่ออก เคนว่าความรู้สึกคาบเกี่ยวระหว่างเซ็กซ์กับความรุนแรงมันน่าสนใจ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="794" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555-1024x794.jpg" alt="" class="wp-image-133470" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555-1024x794.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555-300x233.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555-768x595.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555-1536x1190.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555-600x465.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0555.jpg 2000w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“มีภาพหนึ่งที่เปิดประเด็นในสังคม เคนทำเป็นภาพเซ็กซ์หมู่ที่มีทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักเรียน คนมาบอกว่าทำไมต้องเอาเรื่องเซ็กซ์หมู่และเรื่องเกย์มาล้อเล่น แต่เคนไม่ได้เอาเรื่องรสนิยมมาล้อ เคนไม่ได้มองว่าเกย์เท่านั้นที่จะมีเซ็กซ์หมู่ คนอื่นๆ ก็มีเซ็กซ์หมู่เป็นปกติ แต่งานชิ้นนี้ต้องการสื่อสารว่าทหารที่ข่มขืนเด็กคือการข่มเหง เป็นเรื่องการใช้อำนาจกับเด็ก แต่เข้าใจว่ามันตีความได้ว่าสรุปเด็กคนนี้ชอบหรือไม่ชอบกันแน่ เพราะในภาพเด็กยิ้ม ซึ่งมันก็คิดได้ เพราะเคนเอามาตั้งคำถามด้วยว่าอำนาจนิยมที่เขาทำกับเรามันถูกหรือผิด หรือบางคนชอบให้เขาทำ มันอาจจะเป็นความรู้สึกภายในของบางคนจริงๆ ก็ได้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="792" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3966-1024x792.jpg" alt="" class="wp-image-133477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3966-1024x792.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3966-300x232.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3966-768x594.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3966-600x464.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3966.jpg 1185w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>4<br>Baphoboy กับการสวมหมวกทหารและกลับมาทำงานศิลปะอีกครั้ง</strong></h3>



<p>“พอเราทำงานวิพากษ์ทหารเยอะๆ ก็มีคนถามเหมือนกันว่าเอาจริงเหรอที่เราจะไปเกณฑ์ทหาร มีคนเตือนว่าอย่าไป มันดูงี่เง่านะ แต่เคนไม่ได้สมัครเข้าไปเพราะอยากเป็นทหารนะครับ แต่หนึ่ง–มันถึงเวลาที่เขากำหนดให้เกณฑ์ทหาร สอง–ถ้าเกลียดเขาต้องลองไปเป็นเขา อยากรู้วิธีคิดทหารก็ไปเป็นเลย ซึ่งมันใช้เวลาแค่ 6 เดือน เหมือนไปเรียนเทอมหนึ่ง</p>



<p>“อีกอย่างคือเคนไม่อยากยัดเงิน ไม่งั้นจะเท่ากับว่าเรายอมรับระบบคอร์รัปชั่น ยิ่งถ้าเราหนีทหารมาทำงานศิลปะมันจะกลายเป็นว่าชายไทยกว่าสองแสนคนที่เขาต้องไปเป็นเพราะไม่มีทางเลือก ในขณะที่เราหนีลอยนวลได้ กลายเป็นว่าเราเอาเปรียบพวกเขาหรือเปล่า การยัดเงินทหารมันเป็นการเอาเปรียบคนที่ไม่มีช่องทางอีก เราไปทำงานเรียกร้องให้หลายๆ คน เราเอาเปรียบคนอื่นไม่ได้จริงๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="724" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png-724x1024.png" alt="" class="wp-image-133480" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png-724x1024.png 724w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png-212x300.png 212w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png-768x1086.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png-1086x1536.png 1086w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png-600x849.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/kumnab-baphoboy-png.png 1448w" sizes="(max-width: 724px) 100vw, 724px" /></figure></div>



<p>“แล้วพอจะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็พูดได้ไม่เต็มปาก สมมติถ้ามีฝั่งนั้นมาบอกว่าไม่อยากให้มีเกณฑ์ทหารแล้วเคยไปเป็นหรือยัง เคนจะได้ตอบว่าเคยแล้ว เราวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่เราเคยเป็นทหารนี่แหละ เพราะเราตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าได้เข้าไปจะเก็บมาเป็นวัตถุดิบทำงานศิลปะเราด้วย</p>



<p>“ซึ่งพอได้เข้าไปจริงๆ มันทำให้เราได้เห็นอะไรชัดขึ้นมากเลย เรารู้จักคนจากหลายชนชั้นมากๆ อย่างบางคนเงินเดือนออก 5,000 ต้องส่งให้ที่บ้านทั้งหมด ทั้งเดือนต้องกินข้าวฟรี หลายๆ คนมีลูกน้อย&nbsp;ยิ่งเราไปรู้จักคนที่ถูกบังคับให้มาเป็น ทำไมคนพวกนี้จะต้องมาเป็นทหารวะ พ่อพิการ แม่ป่วย มันทำให้เรายิ่งรู้สึกแย่</p>



<p>“ระบบอะไรหลายอย่างก็ล้าหลังมาก จากที่ทำงาน 6 เดือน เคนได้ทำงานเอกสาร ทำให้เห็นเลยว่าระบบทหารไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับประชาชนสักอย่างเดียว เอกสารมีแต่งานพัฒนากองร้อย เอกสารลา วันๆ ทหารยุ่งแต่กับเอกสาร ถ้าเราอยู่ข้างนอกเราก็ส่งอีเมล</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="879" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263-879x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-133468" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263-879x1024.jpeg 879w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263-258x300.jpeg 258w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263-768x895.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263-1319x1536.jpeg 1319w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263-600x699.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/โควิท-201263.jpeg 1758w" sizes="(max-width: 879px) 100vw, 879px" /></figure></div>



<p>“ถึงจะเตรียมใจก่อนไปเลยว่าเราจะทำตัวเป็นแก้วไม่มีน้ำ ไปรับให้ได้เติมเข้ามา แต่มันก็ไม่ไหว บางวันต้องคิดเลยว่านี่กูมาทำอะไรที่นี่ มันทรมานมาก ยิ่งการเมืองข้างนอกเดือดๆ เคนนอนร้องไห้เลย เพราะเคนทำได้แค่เป็นหมาตัวหนึ่งเหมือนตำรวจ ขนาดคิดว่ารู้สึกเข้มแข็งมากๆ แล้ว บางเรื่องที่รู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้มองเห็นความเป็นมนุษย์ แต่ไม่ได้คิดว่าจะมองไม่เห็นขนาดนี้ เช่น ถ้า ผบ.ร้อยเข้ามา พลทหารต้องหลบหน้า ต้องรีบวิ่งหนี ห้ามให้เห็นเด็ดขาด&nbsp;</p>



<p>“กลับออกมาก็ตั้งใจว่าจะมาทำงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องนี้ วิพากษ์วิจารณ์ทหารต่อไป สเกลก็ต้องใหญ่กว่าเดิม แม้ว่าตอนนี้จะมีประเด็นที่เขาใช้กฎหมายมาเล่นงานศิลปิน ตอนนี้แนวทางเคนคือ ใช้สัญลักษณ์อะไรบางอย่างมาแทนในภาพ แต่ไม่ทำให้ดูยากเกินไป ถ้าอยากด่าใครก็พยายามทำงานให้มันชี้เป้าที่สุด แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมีกรอบมากขึ้น เพราะอาจมีกฎหมายที่ตั้งมาเพื่อป้ายสีเรา&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="792" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3967-1024x792.jpg" alt="" class="wp-image-133478" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3967-1024x792.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3967-300x232.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3967-768x594.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3967-600x464.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_3967.jpg 1142w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>“เคนพยายามยึดแนวคิดว่าเราทำอะไรได้มากกว่าการโดนจับ และการที่เขาทำแบบนี้มันทำให้เรารู้สึกกลัว แต่ทำไมเราต้องมากลัวอะไรแบบนี้ด้วยวะ ในเมื่อสิ่งที่เราทำมันไม่ได้ผิด แล้วตอนนี้เหมือนเราต้องสู้กับคนที่ไม่ได้ใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม สิ่งที่เราทำมันเป็นแค่งานศิลปะ มันไม่ใช่อาชญากรรม มันไม่ได้ไปฆ่าใครตาย มันไม่ได้ผิดอะไรเลย&nbsp;</p>



<p>“เราพยายามทำงานไม่ให้มีความกลัวมาเกี่ยวข้อง แต่ต้องจัดการให้ดีกับอันตรายที่มองไม่เห็นด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเราออกมาจากเกณฑ์ทหารแล้ว เคนไม่เลิกทำงานสายนี้ ไม่เคยหมดหวังที่จะทำงานออกมาขับเคลื่อน ถ้าเราจะเป็นหวังให้คนอื่น เราต้องไม่หมดหวัง เคนว่าถ้าเราทำงานแบบไม่เชื่อในความหวังที่เกิดขึ้น เคนไปตายดีกว่า อยู่ไปแล้วอุดมการณ์เราสิ้นหวังมันก็ไม่ต่างอะไรกับก้อนหิน อยู่ไปวันๆ อย่างนั้นมันไร้ค่ามากๆ เราเชื่อว่าทุกคนมีความหวังอยู่แล้วครับ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="967" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-967x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-133465" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-967x1024.jpeg 967w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-283x300.jpeg 283w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-768x813.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-1451x1536.jpeg 1451w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-600x635.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999-24x24.jpeg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/999.jpeg 1934w" sizes="(max-width: 967px) 100vw, 967px" /></figure></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/baphoboy/">“ถ้าไม่เชื่อมั่นว่ามีหวัง เราไปตายดีกว่า” Baphoboy ศิลปินผู้ตั้งคำถามต่ออำนาจด้วยรอยยิ้ม เลือด และเซ็กซ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความกลัวไม่ได้เป็นเครื่องมือทำงานของเรา” สินา วิทยวิโรจน์ นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sina-wittayawiroj/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[สุดารัตน์ พรมสีใหม่]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 May 2021 11:07:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime Season 2]]></category>
		<category><![CDATA[Sub Series]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[Art is not a Crime]]></category>
		<category><![CDATA[สินา วิทยวิโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[Sina Wittayawiroj®]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=131996</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางความหลากหลายของนักวาดภาพประกอบที่ออกมาใช้ทักษะตัวเองแสดงจุดยืนทางการเมือง ผลงานสีสดแฝงด้วยประเด็นแหลมคม จิกกัดผู้มีอำนาจ และเสียดสีความเชื่อเก่าๆ อย่างรุนแรงของ สินา วิทยวิโรจน์ โดดเด่นอยู่ในสายตาหลายคนได้ไม่ยาก คนติดตามในเพจ Sina Wittayawiroj® มากกว่าสองหมื่นคน และภาพที่ถูกแชร์ออกไปมากกว่าพันครั้งเป็นเครื่องยืนยันได้ แม้บางผลงานจะมีกลิ่นความรุนแรงมากจนเฟซบุ๊กต้องรีพอร์ตออกไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าเท่ากับภาพนั้นวาดมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม นอกไปจากการวาดรูป สินายังริเริ่มสร้างกลุ่มนักวาดภาพประกอบประชาธิปไตยในเฟซบุ๊กเพื่อให้นักวาดหลากหลายสไตล์มาปล่อยผลงานเคลื่อนไหวทางการเมืองจนตอนนี้มีสมาชิกกว่าหมื่นคน ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ชวนนักวาดมาสร้างแคมเปญความเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กับสถานการณ์ทางสังคม&#160; เหล่านี้คือสิ่งที่คนเห็นบทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมืองส่วนใหญ่ของสินา เมื่อได้นั่งจับเข่าคุยกับเจ้าตัวถึงที่มาของความสนใจการเมืองและแนวคิดการทำงานแล้ว จึงพบว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในภาวะที่การเมืองทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเติบโตมากับความวุ่นวาย สินาเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการเห็นความรุนแรงต่อคนเสื้อแดง ต้านการรัฐประหารในปี 2557 ด้วยความรู้สึกปลดแอกทางความคิด ตั้งคำถามกับความอยุติธรรมรอบตัว ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บปวด หวาดระแวงกับความไม่ปลอดภัยในชีวิต และต้องจำใจห่างหายไปจากเรื่องการเมืองระยะหนึ่ง แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เขาต้องนิ่งเฉยก็หยุดได้เพียงความเคลื่อนไหว ไม่มีใครก้าวข้ามเข้ามาบังคับความคิดและจิตใจได้ สินายังคงหล่อเลี้ยงความเชื่อของตัวเองเสมอจนปล่อยให้มันปะทุออกมาอีกครั้งในวันที่คนออกมาเรียกร้องชีวิตที่ดีกว่าเดิมในประเทศนี้&#160; และในตอนนี้ที่สังคมไทยตื่นขึ้นแล้ว สินาเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่จะไม่มีใครหันหลังให้ความอยุติธรรมอีก 1 นักเรียนศิลปะผู้ปลดแอกทางความคิด ถ้าถามถึงที่มาที่ไปความสนใจการเมืองของสินา เรื่องทั้งหมดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่เขาเป็นนักเรียนศิลปะจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สินาเข้าเรียนรุ่นเดียวกับวนะ วรรลยางกูร ลูกชายของ วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนผู้ต้องลี้ภัยทางการเมือง และการรับรู้ข้อมูลการเมืองที่ต่างจากรัฐพยายามบอกกับเขาเริ่มจากตรงนี้ “เราอยู่หอเดียวกันกับเขา เวลาอยู่ในวงเหล้าเขาจะเป็นคนแอ็กทีฟเรื่องการเมืองมากกว่าคนอื่น เล่าทุกเรื่องให้ฟังตั้งแต่รัฐประหารปี ’49 จนกระทั่งมีม็อบเสื้อแดง” สินาย้อนความทรงจำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sina-wittayawiroj/">“ความกลัวไม่ได้เป็นเครื่องมือทำงานของเรา” สินา วิทยวิโรจน์ นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ท่ามกลางความหลากหลายของนักวาดภาพประกอบที่ออกมาใช้ทักษะตัวเองแสดงจุดยืนทางการเมือง ผลงานสีสดแฝงด้วยประเด็นแหลมคม จิกกัดผู้มีอำนาจ และเสียดสีความเชื่อเก่าๆ อย่างรุนแรงของ สินา วิทยวิโรจน์ โดดเด่นอยู่ในสายตาหลายคนได้ไม่ยาก</p>



<p>คนติดตามในเพจ <a href="https://www.facebook.com/sina.wittayawiroj.official" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Sina Wittayawiroj®</a> มากกว่าสองหมื่นคน และภาพที่ถูกแชร์ออกไปมากกว่าพันครั้งเป็นเครื่องยืนยันได้ แม้บางผลงานจะมีกลิ่นความรุนแรงมากจนเฟซบุ๊กต้องรีพอร์ตออกไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าเท่ากับภาพนั้นวาดมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132012" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2926-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>นอกไปจากการวาดรูป สินายังริเริ่มสร้างกลุ่มนักวาดภาพประกอบประชาธิปไตยในเฟซบุ๊กเพื่อให้นักวาดหลากหลายสไตล์มาปล่อยผลงานเคลื่อนไหวทางการเมืองจนตอนนี้มีสมาชิกกว่าหมื่นคน ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ชวนนักวาดมาสร้างแคมเปญความเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กับสถานการณ์ทางสังคม&nbsp;</p>



<p>เหล่านี้คือสิ่งที่คนเห็นบทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมืองส่วนใหญ่ของสินา เมื่อได้นั่งจับเข่าคุยกับเจ้าตัวถึงที่มาของความสนใจการเมืองและแนวคิดการทำงานแล้ว จึงพบว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมาในภาวะที่การเมืองทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเติบโตมากับความวุ่นวาย สินาเป็นคนหนึ่งที่ผ่านการเห็นความรุนแรงต่อคนเสื้อแดง ต้านการรัฐประหารในปี 2557 ด้วยความรู้สึกปลดแอกทางความคิด ตั้งคำถามกับความอยุติธรรมรอบตัว ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บปวด หวาดระแวงกับความไม่ปลอดภัยในชีวิต และต้องจำใจห่างหายไปจากเรื่องการเมืองระยะหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132015" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เขาต้องนิ่งเฉยก็หยุดได้เพียงความเคลื่อนไหว ไม่มีใครก้าวข้ามเข้ามาบังคับความคิดและจิตใจได้ สินายังคงหล่อเลี้ยงความเชื่อของตัวเองเสมอจนปล่อยให้มันปะทุออกมาอีกครั้งในวันที่คนออกมาเรียกร้องชีวิตที่ดีกว่าเดิมในประเทศนี้&nbsp;</p>



<p>และในตอนนี้ที่สังคมไทยตื่นขึ้นแล้ว สินาเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่จะไม่มีใครหันหลังให้ความอยุติธรรมอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132054" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1474-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1 </strong><strong><br></strong><strong>นักเรียนศิลปะผู้ปลดแอกทางความคิด</strong></h2>



<p>ถ้าถามถึงที่มาที่ไปความสนใจการเมืองของสินา เรื่องทั้งหมดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่เขาเป็นนักเรียนศิลปะจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สินาเข้าเรียนรุ่นเดียวกับ<a href="https://adaymagazine.com/wana-wanlayangkoon/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">วนะ วรรลยางกูร</a> ลูกชายของ วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนผู้ต้องลี้ภัยทางการเมือง และการรับรู้ข้อมูลการเมืองที่ต่างจากรัฐพยายามบอกกับเขาเริ่มจากตรงนี้</p>



<p>“เราอยู่หอเดียวกันกับเขา เวลาอยู่ในวงเหล้าเขาจะเป็นคนแอ็กทีฟเรื่องการเมืองมากกว่าคนอื่น เล่าทุกเรื่องให้ฟังตั้งแต่รัฐประหารปี ’49 จนกระทั่งมีม็อบเสื้อแดง” สินาย้อนความทรงจำ</p>



<p>แม้ในตอนนั้นเขายอมรับว่าตัวเองยังวางตัว ‘เป็นกลาง’ ท่ามกลางความขัดแย้งของสีเสื้อ จนปีที่เขาเรียนจบ และได้ฟังเรื่องราวคนเสื้อแดงจากเพื่อนมากมาย เขาคิดว่าเรื่องเล่าคงไม่เท่าตาเห็น วันหนึ่งช่วงเมษายน ปี 2553 สินาไปแยกคอกวัวและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วบันทึกภาพสิ่งที่เห็นเอาไว้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-1024x720.jpg" alt="" class="wp-image-132055" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-1024x720.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-768x540.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-1536x1081.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-2048x1441.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20210118_142832__01-600x422.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“มันหวนให้เราคิดถึงตอนเด็กๆ ที่พ่อแม่พาไปงาน 6 ตุลาฯ แล้วได้รับรู้การใช้ความรุนแรง สิ่งที่เราได้เห็นที่แยกคอกวัวมันเป็นคนละเรื่องกับที่เรารับรู้จากสื่อกระแสหลักมากๆ หลังจากนั้นเราเลยอยากแอ็กทีฟการเมืองมากขึ้น ศึกษาข้อมูลจริงจัง ก่อนหน้านี้เราไปเจอวารสาร<em> อ่าน</em> ที่ตลาดในสนามหลวงก็ซื้อมาอ่าน หาข้อมูลเชิงลึก คลุกคลีอยู่กับคนในฝั่งประชาธิปไตยมากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>นับแต่นั้นเขาตัดสินใจว่าตัวเองจะไม่เป็นกลางทางการเมืองอีก และคิดว่าคุณภาพชีวิตเขากับคนเสื้อแดงก็ไม่ต่างกันในประเทศนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131998" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ตอนแรกก็มีชั่งใจว่าจะเลือกอะไร เพราะองค์ความรู้ที่เรามีกับที่สื่อกระแสหลักบอกเรามาตลอดมันไม่ไปด้วยกันเลย เราลองเอาตัวเองไปเชื่อมโยงและมีส่วนร่วมกับข้อมูลรัฐ มันก็มีเรื่องที่ไม่เมคเซนส์ รู้สึกแค่ว่ารัฐกดทับเรา</p>



<p>“แต่พอเราเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิมีเสียง สุดท้ายเราคิดว่าข้อมูลจากวารสาร <em>อ่าน</em> และที่เราลงพื้นที่เห็นคนเสื้อแดง เป็นข้อมูลที่สมเหตุสมผลกว่า เรารู้สึกว่าตัวเองเชื่อมโยงกับมวลชนเสื้อแดงได้</p>



<p>“พอคิดอย่างนี้แล้วมันเหมือนปลดแอกทางความคิด จากที่เคยเป็นเครื่องมือของรัฐ เรารู้สึกเติมเต็มว่าฉันเป็นประชาชนที่มีคุณค่านี่หว่า ไม่ต้องยอมให้รัฐกดทับอย่างเดียวก็ได้”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-131999" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/3-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองระดับประเทศ สินาใช้แนวคิดนี้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น เรื่องการรับน้องในคณะจิตรกรรมฯ ที่เขาออกมาต่อต้านในช่วงที่กำลังเรียนปริญญาโท</p>



<p>“มันเกิดมูฟเมนต์เรื่องรับน้องที่คณะใกล้ๆ เช่น มัณฑนศิลป์ และโบราณคดี แต่มันไม่เกิดขึ้นในจิตรกรรม ซึ่งเป็นคณะที่เป็นสารตั้งต้นเรื่องการรับน้องในศิลปากร การที่เราออกมาพูดว่าไม่เห็นด้วยมันไปคัดง้างความเชื่อและโครงสร้างแบบศักดินาในคณะ จากนั้นมาเราโดนเพ่งเล็งทันที”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สินาทบทวนความรู้สึกโดดเดี่ยวในตอนนั้น มีคนจ้องเล่นงานเขาในวิธีการต่างๆ จนเขาเป็นคนไม่ไว้ใจใคร&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“มันรวมกับว่าตอนนั้นเราเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ไปลงชื่อแก้ไข 112 คนเห็นเลยบอกว่าเราเป็นพวกล้มสถาบัน เป็นคนเสื้อแดง มีคนขู่ทำร้ายร่างกาย เรามีชื่อในคณะว่าโรสะรอย ก็มีคนไปตั้งเพจ ‘ชาวจิตรกรรมเกลียดโรสะรอย’ คนรู้จักไปกดไลก์ ตอนนั้นมันหนักหนาสาหัสเอาการเหมือนกัน เราหวาดระแวง กลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย จนเราต้องเงียบหายไปจากคณะ มันกระทบกับชีวิตมากๆ เราไม่ไว้ใจใครที่มีความเชื่อแบบกลางๆ เลยจนเหมือนเป็นโรค PTSD ทางความสัมพันธ์ (โรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจ)”</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132006" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>2&nbsp;</strong><br><strong>ศิลปินผู้ใช้ศิลปะศึกษาสังคมการเมือง</strong><br><strong>และเสรีภาพ</strong></h2>



<p>ส่วนการแสดงออกผ่านงานศิลปะ การคลุกคลีกับการเมืองทำให้สินาหยิบเอาตัวละครสำคัญมาทำเป็นของเล่นตั้งแต่ตอนทำทีสิสปริญญาตรี เช่น ทักษิณ ชินวัตร หรือ สนธิ ลิ้มทองกุล แม้เจ้าตัวจะยอมรับตรงๆ ว่า “งานนั้นเราทำแบบ play safe มาก อยู่ตรงไหนก็รอด และไม่ได้เป็นกระบอกเสียงให้สังคมเลย” แต่ตอนนั้นเขาทำมันด้วยความรู้สึกว่าต้องทำ เพราะการเมืองเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต และในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ต้องมีส่วนร่วมกับการเมือง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="362" height="604" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/00.jpg" alt="" class="wp-image-132056" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/00.jpg 362w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/00-180x300.jpg 180w" sizes="(max-width: 362px) 100vw, 362px" /></figure></div>



<p>ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะลงพื้นที่ไปเจอคนเสื้อแดง และต่อจากนั้นสินาก็ไม่ได้ทำงานศิลปะที่เฉียดใกล้เรื่องการเมืองอีกเลย</p>



<p>“พอเราเลือกอุดมการณ์ทางการเมือง แล้วเห็นว่าคนที่เลือกแบบเราโดนยิงตาย ไม่ถูกจดจำในเหตุการณ์ ’53 มันรุนแรงจนเรารู้สึกว่าไม่ไหวว่ะ เจ็บช้ำ เหนื่อย ท้อ คนอื่นๆ ก็เงียบหาย เราเลยถอยออกมาไม่ได้ทำเรื่องการเมืองตรงๆ อยู่ 2-3 ปี”</p>



<p>จนกระทั่งทีสิสปริญญาโท สินาเลือกหัวข้อวิจัยที่เชื่อมโยงกับสังคม เขายอมรับว่าไม่สามารถเอาใจออกจากเรื่องนี้ได้แล้ว แต่ก็สำรวจความเป็นไปในระดับชุมชนมากกว่าพูดถึงการเมืองระดับประเทศ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="768" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-132057" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_20150522_153307-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“เราเอาศิลปะมาเป็นเครื่องมือในการศึกษาชุมชนหรือว่าขนบสังคมว่าเขามีทัศนคติยังไงกับเรื่องอะไร ซึ่งมันสนุกกว่าการทำศิลปะแบบเพียวอาร์ตมาก เพราะเราไม่ต้องสนใจศิลปะด้วยซ้ำ ประกอบกับตอนนั้นเราโดนล่าแม่มด ก็เข้ามหาวิทยาลัยบ้างไม่เข้าบ้าง เลยมีเวลาพอที่จะศึกษาไปกับหัวข้อนี้มากขึ้น”</p>



<p>จากนั้นมาสินาก็ใช้วิธีการแบบนี้สร้างสรรค์งานศิลปะมาโดยตลอด เพื่อศึกษาสังคมการเมือง และสำรวจความเป็นไปได้ของการทำงานศิลปะ</p>



<p>“มันมีหลายงานที่เราทำหลังจากเรียนจบปริญญาโท เช่น ตอนนั้นเราทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ ก็คิดว่าจะแบ่งพาร์ตมาเป็นศิลปินด้วย เลยขอทางบริษัทว่าอยากวิดีโอคอลไปที่แกลเลอรีเพื่อที่จะคุยกับคนดูงานศิลปะทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งบริษัทก็โอเค</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="574" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-1024x574.jpg" alt="" class="wp-image-132059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-1024x574.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-300x168.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-768x431.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-1536x862.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-2048x1149.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/A-Portrait-Of-The-Graphic-Designer-02-600x337.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ทุกๆ วันได้คุยประมาณร้อยคน บางคนก็งงๆ เหมือนกันว่านี่คืองานศิลปะเหรอ สุดท้ายเราได้ข้อมูลที่เซอร์ไพรส์เยอะมาก เช่น เขาไม่เคยคิดเลยว่าศิลปะมันมาไกลขนาดนี้ ความเห็นหลากหลายมาก แต่มันคือการแลกเปลี่ยนทางตรง จากตัวเราที่เป็นศิลปินกับคนดู แล้วมันทำให้รู้ว่าผู้ชมก็เป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของศิลปิน การทำงานศิลปะไม่ใช่แค่เอางานไปวางอย่างเดียว ตัวศิลปินอาจจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับโจทย์แล้วผลิตงานออกมา”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-1024x768.jpg" alt="" class="wp-image-132058" width="580" height="435" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-1024x768.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-1536x1152.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-2048x1536.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/BCC_Judha_TWIMC_2017_EV-14-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 580px) 100vw, 580px" /></figure>



<p>หลังจากนั้นเขาก็ขยับกลับมาทำงานการเมืองอีกครั้ง ด้วยความสนใจประวัติศาสตร์การสวรรคตของรัชกาลที่ 8 เขาจึงหยิบมาสร้างเป็นงานเตรียมแสดงในแกลเลอรีแห่งหนึ่ง แต่เพราะเป็นหัวข้อที่อ่อนไหวในสังคมประกอบกับเหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 9 ทำให้แกลเลอรีขอยกเลิกงานสินาไป</p>



<p>“จริงๆ งานนี้มันก็มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น 112 และเป็นประวัติศาสตร์ต้องห้าม วิธีเดียวที่จะพูดได้คือซ่อนในสัญญะ แต่พอเราทำงานแบบนี้ซ้ำๆ ในกระบวนการศิลปะ เรารู้สึกว่านี่เป็นปัญหา เพราะสื่อสารออกมาตรงๆ ไม่ได้ แล้วกว่าสารนั้นจะไปถึงผู้ชมอีก เราเลยเปลี่ยนใหม่ พยายามทำให้ใกล้เคียงสิ่งที่อยากสื่อสารมากที่สุด สุดท้ายเลยไม่ได้แสดง”</p>



<p>นี่จึงเป็นงานชิ้นแรกที่เขาถูกเซนเซอร์ สินาจึงนำบทสนทนาที่เจ้าของแกลเลอรีขอยกเลิกงานมาเซนเซอร์คำบางคำออก แล้วจัดแสดงในชื่อว่า This show IS Cancelled&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="600" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2016-10-24-01.47.15-1-800x600-1.jpg" alt="" class="wp-image-132060" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2016-10-24-01.47.15-1-800x600-1.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2016-10-24-01.47.15-1-800x600-1-300x225.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2016-10-24-01.47.15-1-800x600-1-768x576.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/2016-10-24-01.47.15-1-800x600-1-600x450.jpg 600w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption>Processed with VSCO</figcaption></figure>



<p>ดูเหมือนความเป็นไปในสังคมทำให้สินาผิดหวังกับการเป็นคนทำงานศิลปะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปีต่อมาเขาก็ยังไม่ได้แสดงงานประวัติศาสตร์การสวรรคตรัชกาลที่ 8 อีก สินาจึงตัดสินใจเอาผลงานตัวเองมาเผาทิ้ง&nbsp;</p>



<p>และห่างหายออกไปจากการเป็นศิลปินการเมืองอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132062" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/07.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132061" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/09.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3&nbsp;</strong><br><strong>การกลับมาในฐานะคนที่ส่งเสียงเพื่อสังคม</strong><br><strong>ด้วยงานศิลปะ</strong></h2>



<p>หลังจากกระแสการเมืองและการลุกฮือของมวลชนเมื่อปีที่แล้ว สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้สินากลับมาส่งเสียงทางสังคมอีกครั้ง โดยใช้เครื่องมือศิลปะเบสิกที่สุด นั่นคือการวาดรูป เพื่อแสดงจุดยืนทางการเมือง รวมตัวนักวาดในกลุ่มนักวาดภาพประกอบประชาธิปไตยเพื่อสนับสนุนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม&nbsp;</p>



<p>ต่อไปนี้คือบทสนทนาที่สินาพยายามสะท้อนมุมมองของเขาต่อการใช้ศิลปะขับเคลื่อนสังคม ณ เวลานี้ให้เราฟัง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132008" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/13.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณเป็นศิลปินที่ผ่านการทำงานศิลปะการเมืองมาหลากหลายแบบ ทำไมการกลับมาครั้งนี้ถึงเลือกใช้การวาดรูปสื่อสารเป็นหลัก</strong></h3>



<p>ในตอนแรกมันเกิดจากการเห็นคนมารวมตัวกันเยอะๆ แล้วเราคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ซึ่งก็กลับมาคิดว่าเราทำอะไรได้บ้าง เบสิกเลยคือวาดรูปได้ ทำไมไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น ไปม็อบแล้วกลับมาวาดรูปเลย ตอนที่ทำไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินด้วยซ้ำ คิดแค่ว่าอยากวาดรูปเกี่ยวกับขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในไทย แค่นั้นเอง</p>



<p>แต่ก็มีลองไปทำอย่างอื่นด้วยนะ ทำแอนิเมชั่น แต่งเพลง แต่ก็ยังรู้สึกว่าการวาดภาพการเมืองกลายเป็นความชอบของเราไปแล้ว นี่คือสิ่งที่เราอยากทำมาตลอด ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการมีส่วนร่วมกับสังคม&nbsp; จนปัจจุบันงานมันก็ไหลทะลักออกมา วาดทุกวัน คือทำงานประจำเสร็จ ทำจ๊อบเสร็จ วาดรูปการเมืองตลอด มันกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว</p>



<p>อีกอย่างพอแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นพื้นที่แสดงออกอีกทาง แล้ววิธีการเดียวที่สื่อสารกับชุมชนออนไลน์ได้เร็วที่สุดคือรูปวาด เราก็เลือกเทคนิคที่มันตอบโจทย์กับผู้ชม กับคนที่เราอยากสื่อสารด้วย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132010" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เท่าที่สังเกตผลงานของคุณหลากหลายมาก อย่างที่เห็นในปัจจุบันก็ไม่ได้เหมือนกับตอนที่วาดขึ้นมาแรกๆ เลย</strong></h3>



<p>เราเปลี่ยนสไตล์เยอะมาก เราพยายามไม่ล็อกตัวเองไว้แบบใดแบบหนึ่ง ตอนแรกๆ เราวาดเป็นรูปบุคคลบนพื้นหลังสี แล้วก็เขยิบมาวาดภาพเหมือนคน จากนั้นก็พยายามสร้างคาแร็กเตอร์ของตัวเอง แต่ก็คิดว่ายังไม่เวิร์ก ตอนหลังที่ขบวนเดินทะลุฟ้ามาขอให้ช่วยวาดโปสเตอร์แล้วเขาส่งเรฟเฟอเรนซ์โปสเตอร์ญี่ปุ่นมาให้ เราเลยเริ่มพัฒนาจากงานนั้นมาจนเป็นภาพแบบปัจจุบัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132077" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_1899-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132079" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_0490-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ตอนนี้วาดภาพแต่ละครั้งเราจะมีหมวดในหัวเลยว่าภาพนั้นจะสื่อสารอะไร เราจะแบ่งออกเป็น 3 หมวด คือ หมวดให้กำลังใจ จะวาดคนในขบวนประชาธิปไตยขึ้นมาแบบมีอำนาจ เปลี่ยนแปลงสังคมแล้ว หรือบางทีก็จะวาดคนมีอำนาจให้ไม่มีอำนาจ อีกหมวดคือหมวดสวยงาม จะวาดออกมาให้มีองค์ประกอบสวยงามแต่เต็มไปด้วยความรุนแรงให้มันคอนทราสต์กัน หมวดสุดท้ายคือบันทึกเหตุการณ์ จะเป็นแบบจินตนาการให้มันเกินจริงบางส่วน เช่น ภาพผู้พิพากษาที่มีข่าวลือมาว่ามีคนคอนโทรลผู้พิพากษาได้ เราก็เอามาวาดแบบเป็นตุ๊กตาหุ่นมีคนชักใย แล้วก็เติมถุงน้ำเกลือไว้ด้านล่าง สื่อถึงเพนกวิน มีภาพที่ถูกเผาด้านหลังซึ่งเป็นคดีของแอมมี่ ทั้งหมดรวมได้ว่าพูดถึงเรื่องอำนาจที่กำลังถูกท้าทาย ผู้พิพากษาที่กำลังถูกชักใย แล้วก็คนที่สู้ด้วยการทำร้ายตัวเองเพื่อให้ผู้พิพากษาเห็นว่าฉันไม่พอใจกับความอยุติธรรม&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132081" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2927-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากการวาดภาพสื่อสารด้วยตัวเอง แล้วอะไรที่ทำให้คุณเริ่มตั้งกลุ่มนักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย</strong></h3>



<p>จริงๆ มันเริ่มจากว่า ตอนเราต้านรับน้อง เรามารู้ว่าตัวเราเองทำคนเดียวไม่มีเครือข่ายเลย พอมาตอนนี้เลยคิดว่ามันต้องสร้างกลุ่ม สร้างเครือข่าย อีกอย่างคือเวลาเราเห็นใครทำแคมเปญอะไร พอคนมาร่วมแคมเปญด้วยเยอะๆ ภาพมันก็จะหายไป ไม่มีการ archive ไว้ แต่พอเราตั้งกรุ๊ปนี้ขึ้นมามันเป็นการ archive หลายๆ อย่าง และการทำแคมเปญผ่านกลุ่มทำให้ผลงานมันอยู่ในนั้นตลอดไป</p>



<p>ตอนแรกเราก็ไม่ได้คิดว่ามันต้องใหญ่ขนาดนี้นะ แค่คิดว่าอยากมีพื้นที่หนึ่งที่มีคนแบบเรามาอยู่รวมกันเฉยๆ แต่ปัจจุบันนี้มีสมาชิกหมื่นกว่า แล้วกลายเป็นกลุ่มที่จับต้องได้ขึ้นมา ช่วงแรกๆ เราแทบไม่ได้ทำอะไรเลย มีคนอัพโหลดงานลงทุกวัน กลุ่มมันรันไปเองแบบออร์แกนิก มันเกินความคาดหมายเรามากๆ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-1024x1024.png" alt="" class="wp-image-132076" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-1024x1024.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-300x300.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-150x150.png 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-768x768.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-1536x1536.png 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-600x600.png 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-24x24.png 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-48x48.png 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861-96x96.png 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2861.png 2048w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>



<p>ซึ่งทั้งหมดมันก็เกิดจากสังคมมีการเคลื่อนไหวตลอด มันเลยมีมูฟเมนต์ตลอดด้วย แล้วมูฟเมนต์แบบนี้ในออนไลน์ก็สำคัญ เราจะเห็นการถกเถียงกันเนอะว่าเราควรลงถนนหรือควรอยู่ในออนไลน์ แต่เราคิดว่ามันต้องไปด้วยกัน คือไม่ว่าพื้นที่ไหนก็ต้องแอ็กทีฟทางการเมืองได้ แล้วก็โดยอิสระด้วย ไม่ต้องมีแกนนำก็ได้ มันสามารถเกิดการเคลื่อนไหวด้วยประชาชนด้วยกันเองก็ได้ แล้วกลุ่มนี้มันก็ตอบโจทย์การเคลื่อนไหวที่มันเกิดขึ้นในสังคมจริงๆ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พอเกิดการเคลื่อนไหวแบบนี้ คุณคิดว่าศิลปะมีส่วนช่วยสนับสนุนสังคมยังไงบ้าง</strong></h3>



<p>ต้องบอกก่อนว่างานศิลปะก็เป็นภาษาหนึ่งในการสื่อสาร ทีนี้ด้วยภาษาของศิลปะมันเต็มไปด้วยไวยากรณ์ที่มันเกินจริงได้ ไม่นานมานี้เพิ่งมีคนวาดประยุทธ์เป็นถังขยะ วาดให้คนมีอำนาจดูตลก ถูกวิพากษ์วิจารณ์เสียดสีล้อเลียนจนเขาดูเหมือนไม่มีอำนาจ</p>



<p>สิ่งพวกนี้มันทำให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองมีความหลากหลายมากขึ้น เราจะไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้โดยมีงานวิชาการเป็นธงนำอย่างเดียว สุดท้ายมันต้องมีเพลงแรป เสื้อยืดรณรงค์ โปสเตอร์ เข็มกลัด โลโก้ ป้าย ภาพประกอบ งานศิลปะ อะไรก็ได้ ภาพประกอบการเมืองหรือกรุ๊ปนักวาดภาพประกอบประชาธิปไตยก็เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132080" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2921-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แต่ถ้าดูจากสถานการณ์ตอนนี้ที่เสรีภาพในการพูดทุกอย่างที่คิดยังไม่เกิดขึ้นจริง ยังมีคนโดนจับกุมอยู่ คุณเองกลัวบ้างไหม</strong></h3>



<p>เราผ่านความกลัวนั้นไปแล้ว ก่อนหน้านี้คือกลัวจะโดนจับ จะโดน 112 โดนนู่นนี่นั่น ซึ่งเราเบื่อกับความรู้สึกแบบนี้ คือถ้ามาจับจริง สุดท้ายเราสามารถอธิบายได้ด้วยว่าสิ่งที่เราทำเราทำไปทำไม ไม่ได้คิดเพื่อให้เกิดการล้มล้าง เราแค่บันทึกปรากฏการณ์บางอย่าง แล้วต่อให้คุณจะอยู่ฝั่งไหน มองด้วยแว่นของรัฐแล้วพยายามเข้าใจเราก็ได้นะว่ามันเกิดปรากฏการณ์นี้ในสังคม และงานของเราตอนนี้มันได้สะท้อนปรากฏการณ์นั้น โดยที่ไม่ต้องพยายามทำให้เราเป็นคนผิด เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราแค่วาดรูป&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าคุณจะยัดเยียดความผิดให้เรา เราก็ไม่กลัวแล้ว เราได้ทบทวนกับตัวเองว่าสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ในตัวเราคืออุดมการณ์ทางการเมืองที่อยู่กับเราตลอด ต่อให้เราเปลี่ยนสถานะไปเป็นนักโทษ โดนจับ โดนสังคมลงโทษหรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งเหล่านี้มันไม่หายไป แม้เราต้องพัก เงียบ หรือจะเหนื่อย พอคิดได้แบบนี้ความกลัวไม่ใช่ตัวเรา ความกลัวไม่ได้เป็นเครื่องมือที่เราจะเอามาใช้ทำงาน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132007" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/12.jpg 1600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วในมุมการถูกทำให้เป็นผู้แพ้ ผู้ผิดหวังต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยมาตลอด คุณรู้สึกยังไง อะไรที่ทำให้คุณยังอยากสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลงอยู่</strong></h3>



<p>จริงๆ เราคิดว่าการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นไปแล้ว เรากำลังอาศัยอยู่ในสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงแล้ว แต่รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลงต่างหาก มันไม่ใช่คำพูดที่หลอกตัวเองนะ เวลาผู้ปราศรัยพูดว่าเราชนะแล้ว คือเราชนะแล้วจริงๆ ในทางวัฒนธรรม ประชาชนตื่นแล้ว และรู้แล้วว่าตัวเองถูกรัฐใช้มาตลอดชั่วโคตร เราแค่ยังไม่มีกฎหมายที่ชอบธรรมที่มาจากประชาชน&nbsp;</p>



<p>แล้วเราคิดว่าถ้ามองแบบรัฐ คืออยากให้เราแผ่ว ท้อ แล้วถ้าตัวเองท้อจริงๆ นั่นแปลว่าเราตกเป็นเครื่องมือของรัฐ เขาชนะเลย โอเค อาจจะมองได้ว่ามีคนออกไปประท้วงกันน้อยลง เพราะหลายๆ คนหมดเงินที่จะไปม็อบ ต้องกลับไปทำงาน กลับไปต่างจังหวัด จำนวนคนที่ตาเห็นมันน้อยลง แต่ถ้าลองคิดในมุมมองคนคนหนึ่งที่ตื่นแล้ว เราว่าเขาจะไม่กลับไปหลับอีก&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-132009" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ลองถามคนไม่ไปม็อบตอนนี้ เขาเลิกอุดมการณ์ทางการเมืองหรือเปล่า เขาคิดว่ารัฐนี้ดีที่สุดหรือเปล่า ก็ไม่ พอคิดแบบนี้ทำให้เราสบายใจว่าคนแบบนี้ต่อให้เขากลับไปนิ่งๆ เงียบๆ เหมือนจะเป็นอิกนอแรนต์ แต่ถ้าเขามีลูก เขาจะไม่ให้ลูกเป็นเหมือนที่ผ่านมา เขาจะคิดเปลี่ยนมันยังไงในระดับที่เล็กที่สุด กับเพื่อน กับครอบครัว กับที่ทำงาน การเผชิญหน้ากับปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ อุดมการณ์ทางการเมืองมีส่วนหมดเลย คุณจะเป็นคนไม่ยอมต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม หรือว่าเจ้านายมาขอลดเงินเดือนโดยที่คุณไม่ยินยอม คุณก็ฟ้องร้องได้ คุณจะรู้ว่าเรามีพลังในตัวเอง เราสามารถสู้ได้ภายใต้กฎหมายที่มีตอนนี้ด้วยซ้ำ</p>



<p>ดังนั้นเราคิดว่าตอนนี้ในขบวนเราอาจจะต้องให้กำลังใจกันเยอะๆ ว่าเราชนะแล้ว เราชนะในทางวัฒนธรรมได้แล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-132082" width="768" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-1536x1536.jpg 1536w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925.jpg 2048w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/IMG_2925-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sina-wittayawiroj/">“ความกลัวไม่ได้เป็นเครื่องมือทำงานของเรา” สินา วิทยวิโรจน์ นักวาดภาพประกอบประชาธิปไตย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
