<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ณัฐพล ทองประดู่, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/nattapol-thongpradoo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/nattapol-thongpradoo/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Tue, 21 Sep 2021 15:26:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>‘กฎระเบียบ เกลียดระบบ’ คุยกับ 4 แกนนำนักเรียนเลวผู้เรียกร้องสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bad-student/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Dec 2020 09:08:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจกดทับ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[movement]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดนักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนเลว]]></category>
		<category><![CDATA[ทรงผมนักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดไปรเวท]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[ลิดรอนสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=110141</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ผลผลิตที่ผิดพลาดจากระบบการศึกษาที่แสนดี’ ข้อความข้างต้นคือคำอธิบายแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ @BadStudent_ หรือ ‘นักเรียนเลว’ กลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันเพื่อตีแผ่ปัญหาของระบบการศึกษาไทยโดยเฉพาะปัญหาสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาอย่างการลงโทษนักเรียนผ่านการกล้อนและตัดผม รวมถึงการคุกคามนักเรียนที่แสดงออกทางการเมือง ด้วยลีลาการสื่อสารอันแสบสันประกอบกับไอเดียการแสดงออกที่แปลกใหม่ สังคมจึงจับตามองว่ากลุ่มนักเรียนเลวจะหยิบยกประเด็นอะไรในระบบการศึกษามาเคลื่อนไหวให้เราได้ฉุกคิดทบทวนและตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ ‘เลิกบังคับหรือจับตัด’ ที่นักเรียนหญิงคนหนึ่งแขวนป้ายเชื้อเชิญให้คนที่เดินสัญจรบริเวณสยามสแควร์เข้ามาตัดผม เพื่อวิพากษ์ระเบียบวินัยในโรงเรียนที่ครูมักตัดผมของนักเรียนเกินกว่าเหตุ หรือม็อบ ‘เลิกเรียนไปกระทรวง’ ที่นักเรียนรวมตัวกันเป่านกหวีดไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึงหน้ากระทรวงฯ เพื่อเรียกร้องเสรีภาพเรื่องทรงผม การแสดงออกทางเพศ ฯลฯ ไปจนถึงม็อบ ‘หนูรู้หนูมันเลว’ กิจกรรมชุมนุมเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา เหล่านี้เป็นตัวอย่างผลงานของพวกเขาภายในระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2563 เราจึงชวน มิน–ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ, บอส–ภาณุพงศ์ สุวรรณหงษ์, นิ้ง–ธญานี เจริญกูล และ พลอย–เบญจมาภรณ์ นิวาส สี่แกนนำนักเรียนเลวมาเปิดวงสนทนาพาผู้อ่านไปทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นผ่านแนวคิด ความเชื่อ บทเรียนที่ได้รับจากการลุกขึ้นต่อสู้กับสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง และภาพฝันที่พวกเขามุ่งหวังให้เกิดขึ้นจากพลังของนักเรียนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ปกติในสังคม &#160; ทำไมเลือกพูดเรื่องทรงผมก่อนเรื่องอื่น ลภนพัฒน์ : เราอินเรื่องผมเพราะมีประสบการณ์ตรง เราเคยเอากฎกระทรวงฯ ไปคุยกับครูที่โรงเรียนว่าจริงๆ แล้วกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนไว้ผมยาวได้ เคยทำแคมเปญด้วยตัวเองในโรงเรียนประมาณ 1 ปี แต่สุดท้ายสิ่งที่โรงเรียนบอกเราคือ ถ้าจะไว้ผมยาวก็ไปเรียนที่อื่น หรือไม่ต้องมาเรียนอีกเลย เราเลยเลิกไปโรงเรียนแล้วเรียนโฮมสคูลแทน ภาณุพงศ์ : [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-student/">‘กฎระเบียบ เกลียดระบบ’ คุยกับ 4 แกนนำนักเรียนเลวผู้เรียกร้องสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="p1"><span class="s1">‘</span>ผลผลิตที่ผิดพลาดจากระบบการศึกษาที่แสนดี<span class="s1">’</span></p>
<p class="p2">ข้อความข้างต้นคือคำอธิบายแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์<span class="s1"> @BadStudent_ </span>หรือ<strong><span class="s1"> ‘</span>นักเรียนเลว<span class="s1">’ </span></strong>กลุ่มนักเรียนที่รวมตัวกันเพื่อตีแผ่ปัญหาของระบบการศึกษาไทยโดยเฉพาะปัญหาสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาอย่างการลงโทษนักเรียนผ่านการกล้อนและตัดผม รวมถึงการคุกคามนักเรียนที่แสดงออกทางการเมือง</p>
<p class="p2">ด้วยลีลาการสื่อสารอันแสบสันประกอบกับไอเดียการแสดงออกที่แปลกใหม่ สังคมจึงจับตามองว่ากลุ่มนักเรียนเลวจะหยิบยกประเด็นอะไรในระบบการศึกษามาเคลื่อนไหวให้เราได้ฉุกคิดทบทวนและตั้งคำถาม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115663" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2">ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ<span class="s1"> ‘</span>เลิกบังคับหรือจับตัด<span class="s1">’ </span>ที่นักเรียนหญิงคนหนึ่งแขวนป้ายเชื้อเชิญให้คนที่เดินสัญจรบริเวณสยามสแควร์เข้ามาตัดผม เพื่อวิพากษ์ระเบียบวินัยในโรงเรียนที่ครูมักตัดผมของนักเรียนเกินกว่าเหตุ หรือม็อบ<span class="s1"> ‘</span>เลิกเรียนไปกระทรวง<span class="s1">’ </span>ที่นักเรียนรวมตัวกันเป่านกหวีดไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึงหน้ากระทรวงฯ เพื่อเรียกร้องเสรีภาพเรื่องทรงผม การแสดงออกทางเพศ ฯลฯ ไปจนถึงม็อบ<span class="s1"> ‘</span>หนูรู้หนูมันเลว<span class="s1">’ </span>กิจกรรมชุมนุมเพื่อเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา เหล่านี้เป็นตัวอย่างผลงานของพวกเขาภายในระยะเวลา<span class="s1"> 4 </span>เดือนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม<span class="s1"> 2563</span></p>
<p class="p2">เราจึงชวน <strong>มิน<span class="s1">–</span>ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ</strong><span class="s1">, </span><strong>บอส<span class="s1">–</span>ภาณุพงศ์ สุวรรณหงษ์</strong><span class="s1">, </span><strong>นิ้ง<span class="s1">–</span>ธญานี เจริญกูล </strong>และ<strong> พลอย<span class="s1">–</span>เบญจมาภรณ์ นิวาส</strong> สี่แกนนำนักเรียนเลวมาเปิดวงสนทนาพาผู้อ่านไปทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นผ่านแนวคิด ความเชื่อ บทเรียนที่ได้รับจากการลุกขึ้นต่อสู้กับสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง และภาพฝันที่พวกเขามุ่งหวังให้เกิดขึ้นจากพลังของนักเรียนรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมจำนนต่อความไม่ปกติในสังคม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-115657 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-4-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p class="p2"><b>ทำไมเลือกพูดเรื่องทรงผมก่อนเรื่องอื่น</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราอินเรื่องผมเพราะมีประสบการณ์ตรง เราเคยเอากฎกระทรวงฯ ไปคุยกับครูที่โรงเรียนว่าจริงๆ แล้วกระทรวงศึกษาธิการให้นักเรียนไว้ผมยาวได้ เคยทำแคมเปญด้วยตัวเองในโรงเรียนประมาณ<span class="s1"> 1 </span>ปี แต่สุดท้ายสิ่งที่โรงเรียนบอกเราคือ ถ้าจะไว้ผมยาวก็ไปเรียนที่อื่น หรือไม่ต้องมาเรียนอีกเลย เราเลยเลิกไปโรงเรียนแล้วเรียนโฮมสคูลแทน</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>สำหรับเรานี่คือการกดทับอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดเลย</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>ถ้าเราเป็นผู้กดขี่ที่ต้องการทำให้คนคนหนึ่งเชื่องเราคงทำให้คนเหล่านั้นสูญเสียสิทธิในสิ่งใกล้ตัวเขาที่สุดซึ่งก็คือผมที่เป็นอวัยวะหนึ่งเช่นเดียวกับแขนขาตาหรือนิ้วมือ และด้วยค่านิยมไทยที่มองว่าหัวคือสิ่งที่สูงส่งที่สุดในร่างกาย ในมุมมองนี้ขนาดสิ่งที่สูงส่งที่สุดและใกล้ตัวที่สุดในร่างกายตัวเองเขายังไม่มีสิทธิเลย เรื่องอื่นเขาก็คงไม่มีสิทธิหรอก เราเลยรู้สึกว่าคนที่คิดกลยุทธ์นี้ฉลาดมากเพราะทำให้คนเชื่องได้จริงๆ</p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>การจะไว้ผมทรงอะไรเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน แต่สังคมกลับละเมิดสิทธินี้ไปง่ายๆ ผ่านการบังคับไว้ทรงผมและลงโทษคนที่ไม่ปฏิบัติตามด้วยการตัดหรือกล้อนผม แต่เรื่องพื้นฐานแบบนี้กลับยากต่อการตั้งคำถาม และสุดท้ายสังคมก็ไม่สนใจว่าคนที่ถูกกระทำรู้สึกยังไง</p>
<p class="p2">เรายังไม่เห็นว่าการบังคับตัดผมจะฝึกระเบียบให้นักเรียนได้ ไม่มีนักเรียนคนไหนได้เรียนรู้อะไรจากการบังคับตัดผมเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p2"><b>การตั้งคำถามกับเรื่องพื้นฐานแบบนี้สำคัญยังไง</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>การบังคับเรื่องทรงผมเป็นสิ่งหนึ่งที่กดทับนักเรียน ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเขาแต่เป็นของคนอื่น พอรู้สึกว่าร่างกายไม่ใช่ของตัวเองเขาก็จะไม่กล้าตั้งคำถาม ไม่กล้าเรียกร้อง และไม่กล้าแม้กระทั่งทำตามสิทธิของตัวเองจนกลายเป็นพลเมืองที่โอนอ่อนต่ออำนาจเผด็จการของประเทศไปโดยปริยาย</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>เรามองว่าเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องการจากระบบการศึกษาคือเด็กเชื่อง เชื่อฟังผู้ใหญ่ทุกอย่าง ปฏิบัติตามที่บอกโดยไม่ตั้งคำถาม ดังนั้นการที่เด็กสักคนลุกขึ้นมาตั้งคำถามจึงถูกมองว่าเป็นเด็กเลว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-115661" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-200x300.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-9.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>เพราะแบบนี้พวกคุณเลยเป็น</b><span class="s1"><b> ‘</b></span><b>นักเรียนเลว</b><span class="s1"><b>’ </b></span></p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>นักเรียนเลวเป็นชื่อที่มินได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ <em>นักเรียนเลวในระบบการศึกษาแสนดี</em> ของเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เลยเอามาตั้งเป็นชื่อกลุ่ม</p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>จริงๆ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าทำเพื่อคนอื่น เราแค่อยากทำเพื่อตัวเองและโรงเรียนของเรา แค่นั้นเลย ถึงเราจะไม่เจอปัญหาเพราะลาออกจากโรงเรียนแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่เจอ มีคนอีกเยอะมากที่ต้องรู้สึกแย่แบบเราเมื่อถูกเรียกเข้าห้องปกครอง โดนครูจับตัดผม จนไม่อยากไปโรงเรียนเลย</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>เราถูกมองว่าเป็นนักเรียนเลวก็เพราะความอยากรู้นี่แหละ เพราะถ้าเป็นนักเรียนดีก็จะรู้แค่เท่าที่เขาอยากให้รู้ ยังมีคนอีกมากที่อยากลุกขึ้นมาทำอะไรเหมือนเราแต่มีข้อจำกัด แต่เรามีทั้งโอกาส อุดมการณ์ และความอยากเปลี่ยนแปลง จึงลงมือทำเลย</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>เราเป็นคนบ้าอุดมการณ์มาก จะโดนจับหรืออะไรเราไม่กลัว นักเรียนเลวเลยตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากทำมาโดยตลอด นั่นคือการเปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมที่เราอยู่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115659 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-6-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p class="p2"><b>แล้วนักเรียนเลวจะเปลี่ยนแปลงสังคมและแก้ไขปัญหาต่างๆ</b><b> </b><b>ยังไงบ้าง</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราว่าปัญหาที่แท้จริงของการบังคับตัดผมที่มีมานานขนาดนี้คือข้อผิดพลาดเชิงโครงสร้าง ทั้งที่โรงเรียนเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการแต่ทำไมกระทรวงฯ ถึงไม่สามารถบังคับใช้คำสั่งได้ จนลามมาถึงการละเมิดสิทธิของนักเรียนในการไว้ทรงผม งานแรกของนักเรียนเลวจึงเป็นการรวบรวมรายชื่อโรงเรียนที่ยังไม่ปฏิบัติตามระเบียบทรงผมที่ออกมาใหม่ในปี<span class="s1"> 2563 </span>ไปยื่นที่กระทรวงฯ เพราะเราไม่อยากให้นักเรียนโดนตัดผมอีก</p>
<p class="p2">วันที่เราไปพบปลัดกระทรวงฯ เขาส่งคนที่ดูแลเรื่องกฎหมายมาคุยกับเราซึ่งเขาพูดว่า ถ้าอยากให้รวดเร็วจริงๆ ก็ต้องทำให้เป็นข่าว พอนักข่าวไปสัมภาษณ์ปลัดเราก็จะใช้คำตอบของเขาเป็นหลักประกันให้นักเรียนได้ พวกเราเลยกลับไปคิดกันเย็นวันนั้น แล้ววันถัดมาก็ทำแคมเปญ<span class="s1"> ‘</span>เลิกบังคับหรือจับตัด<span class="s1">’ </span>ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในสยามสแควร์เข้ามาตัดผมเรา</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>ผลตอบรับเป็นไปในทางที่ดีเพราะทำให้เราได้พื้นที่สื่อและเสียงของเราก็ดังขึ้นมาก แคมเปญนั้นทำให้คนเห็นว่าการตัดผมเด็กแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่คำถามคือถ้าคิดว่าไม่ถูกต้องแล้วทำไมเวลาเกิดขึ้นในโรงเรียนถึงไม่มองว่ามันไม่ถูกต้องล่ะ</p>
<p class="p2">หลังจากนั้นเราได้ขึ้นปราศรัยเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมและปัญหาในระบบการศึกษาไทยบนเวทีของกลุ่มประชาชนปลดแอก จากนั้นก็มีม็อบ<span class="s1"> ‘</span>เลิกเรียนไปกระทรวง<span class="s1">’ </span>ที่ชวนเพื่อนนักเรียนพกนกหวีดและโบขาวไปรวมตัวกันขับไล่รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ</p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>ส่วนแคมเปญ<span class="s1"> ‘</span>หนูรู้หนูมันเลว<span class="s1">’ </span>เกิดขึ้นเพราะรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการอยากคุยกับเรา เราเลยจัดเวทีให้คุยเพราะต้องการให้นักเรียนคนอื่นมีส่วนร่วมด้วย ไม่ใช่ไปคุยในห้องปิดแล้วนักเรียนคนอื่นไม่มีสิทธิตั้งคำถามหรือโต้แย้งอะไรได้เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p2"><b>เสียงของนักเรียนสำคัญแค่ไหน</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เรามองว่านักเรียนก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีความสำคัญเท่ากันในฐานะพลเมืองที่ออกมาเรียกร้องอะไรบางอย่าง ไม่จำเป็นต้องมองว่าใครมีความสำคัญมากกว่าใครเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p2"><b>แต่ที่ผ่านมาเสียงของเราไม่ได้ดังขนาดนั้น</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราไม่เคยรู้สึกแบบนั้นนะ ถ้ารู้สึกแบบนั้นคงไม่มีแรงทำกิจกรรมแบบทุกวันนี้ เรารู้มาตลอดว่าเสียงเราเบา แต่เราก็แค่ต้องรวบรวมเสียงเบาๆ ให้ได้จำนวนมากจะได้ดังเท่ากับเขา ถ้ามัวแต่คิดว่าเสียงเบาๆ ของเราทำอะไรไม่ได้ มันก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก</p>
<p class="p2">จริงๆ การชุมนุมหรือการจัดม็อบมันก็ยังเป็นวิธีการที่สันตินะ ในฐานะนักเรียนและประชาชนคนหนึ่งนี่เป็นสันติวิธีที่เราทำได้เพื่อกดดันให้รัฐทำตามข้อเรียกร้องของเรา เราดำเนินการตามกระบวนการอย่างปกติที่สุด ยื่นหนังสือตามระเบียบราชการของเขาและเชิญเขามาคุย</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>ปัญหาจะได้รับการแก้ไขก็ต่อเมื่อสังคมได้ยินเสียงเราจริงๆ อย่างตอนแรกเรายื่นหนังสือไปไม่รู้กี่รอบแต่ก็ไม่เคยเห็นผลจนเราต้องเอาม็อบไปกดดันกระทรวงฯ เพื่อเป็นข่าวให้คนสนใจ วันรุ่งขึ้นกระทรวงฯ ก็ออกมาตอบรับเลย ดังนั้นการเป็นกระบอกเสียงของเราจึงสำคัญ</p>
<p class="p2">เรากลัวจะหมดไฟอยู่ตลอด ทุกวันเสาร์<span class="s1">&#8211;</span>อาทิตย์เราต้องประชุมงาน ต้องติดต่อคน เคยคิดว่าถ้ามันเหนื่อยขนาดนี้แค่เราตัดสินใจยอมแพ้แล้วกลับบ้านก็จบแล้ว ถ้าเราเป็นเด็กทั่วไปที่อยู่บ้านเฉยๆ หรือไปดูหนัง ไปกินข้าวกับแฟน แบบนั้นดูจะเป็นชีวิตที่เรียบง่ายกว่าเยอะ</p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>แต่ส่วนตัวเราไม่ชอบชีวิตที่เรียบง่ายเพราะรู้สึกว่าชีวิตที่เรียบง่ายอย่างการดูหนังฟังเพลงมันจำกัดอยู่กับคนมีเงิน แต่ยังมีเด็กอีกมากที่ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตเรียบง่าย เด็กที่ถูกการเมืองทำให้คุณภาพชีวิตเขาแย่ เราเลยอยากออกมาต่อสู้เพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น</p>
<p class="p2">ตอนนี้เรายังมีไฟ มีแรง มีโอกาสทำก็ทำไป เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าเราจะได้ทำต่อไหมหรือจะหมดไฟหรือเปล่า แต่ตอนนี้คงยาก มาถึงจุดนี้เราคงไม่หันหลังกลับแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115662" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-10.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>ตอนนี้เสียงของนักเรียนเลวเริ่มดังขึ้นแล้ว</b><b> </b><b>อยากพูดเรื่องอะไรอีก</b></p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>เรื่องการลงโทษครูให้เด็ดขาด ยกตัวอย่างเรื่องครูที่ล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน เขายังมีที่ยืนในสังคมแต่นักเรียนที่ถูกกระทำจะช้ำใจขนาดไหนที่ต้องเดินสวนกับคนที่ล่วงละเมิดทางเพศตัวเองแล้วยังต้องไหว้เขาอีก เราว่ามันเป็นอะไรที่โคตรเจ็บปวดเลย</p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>เรื่องระบบอุปถัมภ์ที่อนุญาตให้คนไร้ความสามารถแต่มีเส้นสายได้มีอำนาจในการตัดสินใจ ยังมีครูดีๆ อีกมากที่ไม่ได้เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานเพราะไม่มีเส้นสาย หรือบางคนก็ต้องกดความสามารถตัวเองไว้ไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตาคนอื่น นี่คือความผิดพลาดที่ทำให้เราไม่พัฒนาไปไหนสักที</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115660" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-7.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>แปลว่าจะไม่หยุดอยู่ที่เดิม</b></p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>ตอนนี้นักเรียนเลวเป็นเหมือนองค์กรที่ลอยตัวอยู่ในอากาศ อยู่แค่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่เราอยากอยู่บนโลกออฟไลน์ด้วย อยากมีฐานที่ตั้งซึ่งมั่นคงเหมือนกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าในอนาคตการศึกษาไทยยังไม่ดีขึ้น เราก็คงอยากตั้งกระทรวงนักเรียนเลวขึ้นมาดำเนินการแทนให้</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>เราจะผลักดันเรื่องเสรีภาพในโรงเรียนและจะพยายามพัฒนาจนเป็นที่พึ่งให้นักเรียนได้จริงๆ ตอนนี้เราให้ได้แค่ความสบายใจ สิ่งที่พวกเราทำค่อนข้างเกินตัวไปมาก นักเรียนแค่<span class="s1"> 4 </span>คนจะพัฒนาองค์กรนี้ให้เป็นไปตามแบบที่เราต้องการภายใน<span class="s1"> 1-2 </span>ปีมันยากเกินไป ทำทันทีไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการยังทำไม่ได้เลย</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>เรามีความฝันว่าอยากเป็นที่พึ่งพิงให้นักเรียน เป็นสถานที่ที่เขาสามารถทำอะไรก็ได้ในแบบของตัวเอง เป็นตัวของตัวเองได้<span class="s1"> </span></p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถมาได้เวลามีปัญหาโดยไม่ต้องเสียเงิน ถ้าบางคนมีปัญหาที่บ้านเราจะเป็นที่พักให้เขาเอง มีนักจิตวิทยา นักกฎหมายคอยซัพพอร์ต นั่นคือแผนระยะยาวของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-115656" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-200x300.jpg" alt="นักเรียนเลว" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/12/นักเรียนเลว-3.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p class="p2"><b>แล้วภาพสุดท้ายที่พวกคุณอยากเห็นเป็นยังไง</b></p>
<p class="p2"><strong>เบญจมาภรณ์<span class="s1"> : </span></strong>อยากเห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทุกคนมีความสุข ไม่เสียใจที่เกิดมาในประเทศนี้ที่มีสิทธิเสรีภาพและมีประชาธิปไตยแบบเต็มใบ</p>
<p class="p2"><strong>ธญานี<span class="s1"> : </span></strong>อยากเห็นประเทศที่ไม่ว่าจะต้องเสียภาษีปีละเท่าไหร่ประชาชนก็รู้สึกคุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปเพราะประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสวัสดิการจากรัฐ และมีการศึกษาที่มีคุณภาพ</p>
<p class="p2"><strong>ภาณุพงศ์<span class="s1"> : </span></strong>ภาพสุดท้ายที่อยากเห็นคือการเรียกร้องต่างๆ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนกลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ตลอด แม้กระทั่งการเรียกร้องเรื่องถังขยะในห้องน้ำก็ควรทำได้และไม่ถูกมองว่าไร้สาระ แต่ภาพที่อยากให้หมดไปคือการคุกคามนักเรียน ประชาชน หรือใครก็ตามที่เห็นต่าง<span class="s1"> </span></p>
<p class="p4">เราเคยไปนั่งคุยกับคณะกรรมาธิการการศึกษา มี ส<span class="s1">.</span>ส<span class="s1">.</span>ฝั่งรัฐบาลท่านหนึ่งบอกว่าถ้าเด็กไว้ผมยาวเดี๋ยวก็รีบไปมีผัวแล้วก็ท้อง ไว้ผมยาวแล้วจะเป็นเด็กเหลือขอ ผู้ใหญ่ส่วนหนึ่งไม่ได้เงยหน้าดูโลกเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไร เด็กมีผัวแล้วท้องเพราะไว้ผมยาวเหรอ แท้จริงแล้วมันเกี่ยวกับทรงผมเหรอ</p>
<p class="p2"><strong>ลภนพัฒน์<span class="s1"> : </span></strong>เราอยากเห็นการศึกษาไทยมีคุณภาพและเคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน มีระบบการตรวจสอบและมีการถ่วงดุลอำนาจที่ดี มีนักเรียนเข้าไปเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบระบบการศึกษา และมีคนรุ่นใหม่เข้าไปบริหารระบบการศึกษาบ้าง เพราะตอนนี้เหมือนกระทรวงศึกษาธิการผูกขาดอยู่กับคนรุ่นเก่าเท่านั้น</p>
<p class="p2">เราอยากให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถรับประกันสิทธิของนักเรียนได้ เพราะเราไม่รู้เลยว่าตอนเปิดเทอมจะมีนักเรียนโดนตัดผมไปอีกกี่คน จะเสียความรู้สึกมากขนาดไหน แม้ว่าผมที่เสียไปจะยาวขึ้นใหม่ได้ แต่สุดท้ายกระทรวงศึกษาธิการก็ไม่สามารถรับประกันสิทธิของนักเรียนได้เลย เรายังโดนบังคับตัดผมอยู่ดี</p>
<p class="p2">เรื่องทรงผมถือเป็นสิทธิของเรา ถ้าคนในสังคมยังไม่เข้าใจเรื่องนี้การจะพูดเรื่องใหญ่กว่านี้ก็คงยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p class="p2"><span class="s1">อ่านบทสัมภาษณ์ของนักเรียนเลวและเรื่องราวเกี่ยวกับผม ขน และสิทธิเหนือเรือนร่างอื่นๆ ได้ใน a day 242 ฉบับ Hair สามารถสั่งซื้อได้ที่ <a href="https://godaypoets.com/product/a-day-242/">godaypoets.com/product/a-day-242/</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bad-student/">‘กฎระเบียบ เกลียดระบบ’ คุยกับ 4 แกนนำนักเรียนเลวผู้เรียกร้องสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเติบโตและบ้านเกิดที่ไม่เคยเปิดเผย คุยกับ Paul Jason Klein เรื่องอัลบั้มใหม่ LANY</title>
		<link>https://adaymagazine.com/paul-jason-klein-lany/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2020 09:52:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[อัลบั้ม]]></category>
		<category><![CDATA[Paul Jason Klein]]></category>
		<category><![CDATA[LANY]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[Mama's Boy]]></category>
		<category><![CDATA[Malibu Nights]]></category>
		<category><![CDATA[Music Maker]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=110960</guid>

					<description><![CDATA[<p>2 ปีที่แล้ว เราได้ฟังเพลงเศร้าจากอัลบั้มเพลงสากลอัลบั้มหนึ่ง อาจเป็นความบังเอิญ เพลงที่ว่าปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่เรากำลังเศร้าพอดิบพอดี เราจึงเชื่อมโยงและดำดิ่งไปกับบทเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อราวกับว่าเป็นเจ้าของเรื่องราวเหล่านั้นจริงๆ  เพลงนั้นมีชื่อว่า Thru These Tears จากอัลบั้ม Malibu Nights ของวงดนตรีอเมริกันชื่อ LANY  2 ปีผ่านไป เราเติบโตขึ้น มุมมองต่อเรื่องความรักของเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เป็นความบังเอิญอีกครั้ง เมื่อนี่คือช่วงเวลาเดียวกับที่วงดนตรีวงนี้ปล่อยอัลบั้มใหม่พอดี ด้วยเนื้อหาที่เติบโตขึ้นกว่าเดิม เพลงของพวกเขาจึงทำงานกับเราแบบเดิมผ่านเรื่องราวความรักที่ลึกซึ้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรักต่อครอบครัวหรือความรักที่หลุดลอยก็ตาม อัลบั้มใหม่นี้มีชื่อว่า mama’s boy LANY คือวงดนตรีอินดี้ป๊อปที่มีสมาชิก 3 คน ได้แก่ Paul Jason Klein (ร้องนำ/เปียโน/กีตาร์), Charles Leslie &#8220;Les&#8221; Priest (กีตาร์/คีย์บอร์ด) และ Jake Clifford Goss (กลอง) พวกเขาก่อตั้งวงเมื่อปี 2014 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และเริ่มเป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คนจาก EP อย่าง I [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/paul-jason-klein-lany/">การเติบโตและบ้านเกิดที่ไม่เคยเปิดเผย คุยกับ Paul Jason Klein เรื่องอัลบั้มใหม่ LANY</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">2 ปีที่แล้ว เราได้ฟังเพลงเศร้าจากอัลบั้มเพลงสากลอัลบั้มหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจเป็นความบังเอิญ เพลงที่ว่าปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่เรากำลังเศร้าพอดิบพอดี เราจึงเชื่อมโยงและดำดิ่งไปกับบทเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อราวกับว่าเป็นเจ้าของเรื่องราวเหล่านั้นจริงๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงนั้นมีชื่อว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">Thru These Tears</span></i><span style="font-weight: 400;"> จากอัลบั้ม <em>Malibu Nights</em> ของวงดนตรีอเมริกันชื่อ <strong>LANY</strong> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">2 ปีผ่านไป เราเติบโตขึ้น มุมมองต่อเรื่องความรักของเราเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นความบังเอิญอีกครั้ง เมื่อนี่คือช่วงเวลาเดียวกับที่วงดนตรีวงนี้ปล่อยอัลบั้มใหม่พอดี ด้วยเนื้อหาที่เติบโตขึ้นกว่าเดิม เพลงของพวกเขาจึงทำงานกับเราแบบเดิมผ่านเรื่องราวความรักที่ลึกซึ้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรักต่อครอบครัวหรือความรักที่หลุดลอยก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อัลบั้มใหม่นี้มีชื่อว่า <strong>mama’s boy</strong></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-110962" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-you.jpg" alt="" width="1947" height="1449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-you.jpg 1947w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-you-300x223.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-you-768x572.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-you-1024x762.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-you-600x447.jpg 600w" sizes="(max-width: 1947px) 100vw, 1947px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">LANY คือวงดนตรีอินดี้ป๊อปที่มีสมาชิก 3 คน ได้แก่ <strong>Paul Jason Klein</strong> (ร้องนำ/เปียโน/กีตาร์), <strong>Charles Leslie &#8220;Les&#8221; Priest</strong> (กีตาร์/คีย์บอร์ด) และ <strong>Jake Clifford Goss</strong> (กลอง) พวกเขาก่อตั้งวงเมื่อปี 2014 ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และเริ่มเป็นที่รู้จักของใครหลายๆ คนจาก EP อย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">I Loved You., Make Out </span></i><span style="font-weight: 400;">และ </span><i><span style="font-weight: 400;">kinda</span></i><span style="font-weight: 400;"> ก่อนมีผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรกออกมาในชื่อเดียวกับชื่อวง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในปี 2018 พวกเขาปล่อยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สองออกมาในชื่อ <em>Malibu Nights</em> ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผิดหวังเรื่องความรักโดยเฉพาะ จะเรียกว่าเป็นอัลบั้มสำหรับคนอกหักก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้อกหักกับกระแสตอบรับ เพราะอัลบั้มนี้ตอกย้ำความสำเร็จของ LANY ยิ่งขึ้นไปอีกด้วยเพลงอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">Thick And Thin, I Don’t Wanna Love You Anymore</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Malibu Nights</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังปล่อยอัลบั้ม <em>Malibu Nights</em> พวกเขาโผล่ไปร่วมงานกับศิลปินอย่าง Julia Michaels และ Lauv อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสามจะกลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ภายใต้ชื่อ <em>mama&#8217;s boy</em> ในปีนี้พร้อมเนื้อหาและดนตรีที่ต่างออกไปจากสองอัลบั้มก่อนอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-110963" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-good-guys-press-image.jpg" alt="" width="2880" height="1947" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-good-guys-press-image.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-good-guys-press-image-300x203.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-good-guys-press-image-768x519.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-good-guys-press-image-1024x692.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/LANY-good-guys-press-image-600x406.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมาเพลงของ LANY มักพูดถึงเรื่องความรักหรือความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาว แต่สิ่งที่พวกเขาทำในอัลบั้มนี้แตกต่างออกไป บางเพลงเลือกพูดถึงความรักในครอบครัว หรือแม้แต่เรื่องพ่อแม่ของตัวเองซึ่งละเอียดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ จากวงที่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าพวกเขามีรกรากมาจากที่ไหนและตั้งชื่อวงจากชื่อเมืองใหญ่ของอเมริกาอย่างลอสแอนเจลิส (LA) และนิวยอร์ก (NY) ในอัลบั้มนี้ พวกเขากลับเปิดเผยบ้านเกิดของตัวเองอย่างหมดเปลือกผ่านเพลง <em>cowboy in LA</em> ที่สะท้อนถึงรัฐทางตอนใต้ของอเมริกา–ที่มาของสามหนุ่ม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนปล่อยอัลบั้มใหม่ไม่กี่วัน เรามีโอกาสได้คุยกับ </span>Paul Jason Klein<span style="font-weight: 400;"> ฟรอนต์แมนของวงผ่านวิดีโอคอลเกี่ยวกับเพลงในอัลบั้มใหม่ ครอบครัว และความเป็น <em>mama’s boy</em> ของหนุ่มจากทางใต้อย่างเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-110964" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Paul-Klein.jpg" alt="" width="540" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Paul-Klein.jpg 1080w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Paul-Klein-240x300.jpg 240w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Paul-Klein-768x960.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Paul-Klein-819x1024.jpg 819w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Paul-Klein-600x750.jpg 600w" sizes="(max-width: 540px) 100vw, 540px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ชื่ออัลบั้ม <em>mama&#8217;s boy</em> มาจากไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วงดนตรีหลายๆ วงที่ยิ่งใหญ่ของโลกเขาแสดงตัวตนและเป็นตัวแทนบ้านเกิดของตัวเองอย่างชัดเจน เหมือน U2 ที่มาจากไอร์แลนด์, Oasis ที่มาจากเมืองแมนเชสเตอร์ หรือ The Beatles จากเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่วงของเราไม่เคยพูดถึงเลย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเราอาศัยอยู่ในแอลเอก็จริง แต่บ้านเกิดของพวกเราไม่ใช่ที่นี่ เรามาจากที่ที่ไม่มีอะไรเลยอย่างโอกลาโฮม่า, มิสซูรี หรืออาร์แคนซัส คำว่า mama&#8217;s boy หรือลูกแหง่ติดแม่เป็นศัพท์ที่คนอเมริกันชอบพูดกันในแถบนั้น</span> <span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ถ้าคุณเป็น mama&#8217;s boy มันหมายถึงคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์และความรู้สึกด้วย ซึ่งผมคิดว่านั่นเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ศิลปินควรมีเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แสดงว่าอัลบั้มนี้เป็นเหมือนจดหมายรักให้บ้านเกิดของพวกคุณไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่คิดแบบนั้นนะ ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าพวกเรามาจากไหนแต่พวกเราก็ไม่ได้พยายามยึดอยู่กับเรื่องนี้เป็นหลัก มีเพลงแค่ 2 เพลงคือ <em>c</em></span><i><span style="font-weight: 400;"><em>o</em>wboy in LA</span></i><span style="font-weight: 400;"> กับ <em>g</em></span><em><span style="font-weight: 400;">ood guys</span></em><span style="font-weight: 400;"> ที่พูดถึงบ้านเกิดของผม แต่เพลงอื่นๆ ก็พูดถึงเรื่องทั่วไปที่พวกเราต่างพบเจอในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-111050" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.21.png" alt="" width="2880" height="1620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.21.png 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.21-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.21-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.21-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.21-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><b>คุณเคยบอกว่า <em>c</em></b><em><b>owboy in LA</b></em><b> เป็นหนึ่งในเพลงของ LANY ที่คุณชอบที่สุดตลอดกาล</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังง่าย ผมฟังทุกวันเลยตั้งแต่ช่วงที่เริ่มทำเพลงนี้ใหม่ๆ ผมว่าเนื้อเพลงมันดีมาก ถ้าผมมีสิทธิพูดน่ะนะ (หัวเราะ) ผมพยายามจับบรรยากาศของโอกลาโฮม่ามาผสมรวมกับแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นการเขียนที่สนุกมาก ผมรักทำนองของเพลงนี้มาก ท่อน 2 ที่พูดถึงโอกลาโฮม่าคือท่อนที่สนุกที่สุดตอนเขียน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อะไรคือสิ่งที่คุณชอบเกี่ยวกับโอกลาโฮม่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่าน่าจะเป็นผู้คน ผมเติบโตมากับครอบครัวที่ค่อนข้างดี มีคนดีๆ อยู่รอบตัวผม ถึงแม้ว่าผมไม่ได้อยากกลับไปอยู่ที่นั่นเพราะผมชอบชีวิตที่ผมอยู่ตอนนี้แล้ว แต่มันเป็นประสบการณ์ที่สนุก ผมได้รำลึกถึงสถานที่ที่ผมโตมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นอกจากจะพูดถึงเรื่องที่ไม่เคยพูดถึงอย่างบ้านเกิด mama&#8217;s boy พิเศษยังไงสำหรับพวกคุณ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากให้อัลบั้มนี้แตกต่างจากสองอัลบั้มที่ผ่านมา เช่น <em>Malibu Nights</em> เป็นอัลบั้มที่เกี่ยวกับอาการอกหัก ทั้ง 9 เพลงพูดถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวแต่ <em>mama&#8217;s boy</em> เป็นอัลบั้มที่มีเพลง 14 เพลง แต่ละเพลงพูดถึงเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นผมเลยตื่นเต้นที่ทุกคนจะได้ฟังอัลบั้มนี้ เพราะทุกคนจะได้สัมผัสเรื่องราวและความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคงมีสักเพลงที่ทุกคนจะรู้สึกเชื่อมโยงกับมันได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-111054" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER.jpg" alt="" width="3000" height="3000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER.jpg 3000w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-768x768.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/MAMA_S-BOY-COVER-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 3000px) 100vw, 3000px" /></p>
<p><b>ที่บอกว่าพูดเรื่องที่หลากหลายขึ้น อัลบั้มนี้พูดถึงเรื่องอะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มาของแต่ละเพลงมีความแตกต่างกันไป เพลงแรกที่เราเขียนคือเพลง<em> p</em></span><em><span style="font-weight: 400;">aper</span></em><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นเพลงที่ 6 ของอัลบั้ม และเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มแต่งเพลงด้วยกีตาร์โปร่ง ปกติแล้วผมมักเล่นเปียโนมากกว่า ผมรู้สึกตื่นเต้นกับเพลงนี้มากๆ หรือเพลง <em>i</em></span><em><span style="font-weight: 400;">f this is the last time</span></em><span style="font-weight: 400;"> มีจุดเริ่มต้นคือตอนที่ผมกำลังนั่งเครื่องบินไปปักกิ่ง อยู่ดีๆ ผมก็คิดถึงครอบครัวแล้วก็สงสัยว่าถ้านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอพวกเขาจะเป็นยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>คุณทำให้แฟนเพลงอินกับเนื้อเพลงที่เป็นส่วนตัวขึ้นได้ยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมไม่ค่อยกังวลว่าเพลงของเราจะเป็นส่วนตัวเกินไปจนคนฟังไม่เข้าใจนะ เพราะผมก็เป็นมนุษย์เหมือนทุกคน พวกเราทุกคนอาจจะผ่านเรื่องต่างๆ มาคล้ายๆ กัน เรื่องราวของผมก็อาจเป็นเรื่องราวที่หลายๆ คนเคยเจอมาก่อน ความสัมพันธ์กับพ่อและแม่ของเราและครอบครัวเป็นเรื่องซับซ้อน หรือเราต่างก็มีใครสักคนที่อยู่ในชีวิตของเราที่ถึงวันหนึ่งเขาก็อาจจะไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เคยอ่านมาว่าสำหรับอัลบั้มนี้ตอนแรกคุณแต่งเพลงไว้ถึง 40 เพลง มีวิธีเลือกแค่ 14 เพลงลงอัลบั้มยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) ผมอธิบายไม่ได้เหมือนกัน ผมแค่รู้สึกว่าเพลงไหนก็ตามที่พวกเรารู้สึกว่ามันดีพอเราก็จะเลือก เวลาก็มีส่วนช่วยให้เราตัดสินใจด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดด้วยความสัตย์จริงนะ พอย้อนกลับไปดูอัลบั้มแรกของเรา ผมรู้สึกว่ามีบางเพลงที่ไม่ควรใส่ไปในอัลบั้มเลยด้วยซ้ำ ผมพูดได้เพราะผมเป็นคนเขียนเอง (หัวเราะ) แต่ผมใช้เวลาในการทบทวนอัลบั้มนี้นานพอสมควรเลย</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-111057" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.02.png" alt="" width="2880" height="1620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.02.png 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.02-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.02-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.02-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.01.02-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-111051" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-15.55.41.png" alt="" width="2880" height="1620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-15.55.41.png 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-15.55.41-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-15.55.41-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-15.55.41-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-15.55.41-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></span></p>
<p><b>คุณคาดหวังผลตอบรับไว้แบบไหน</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมหวังว่าทุกคนจะชอบอัลบั้มนี้เพราะเราตั้งใจทำให้พวกคุณ แน่นอนว่าเราทำเพลงแบบที่เราชอบ แบบที่เราต้องการ แต่ก็หวังว่าทุกคนจะชอบด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดถึงการทัวร์บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คิดถึงมากๆ ในฐานะคนเขียนเพลง การได้เห็นเพลงที่ตัวเองแต่งเชื่อมโยงกับผู้คน ได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีความหมายกับพวกเขามากขนาดไหน ตอนขึ้นไปร้องและได้เห็นแฟนๆ นั่นเหมือนเป็นรางวัลสำหรับการเป็นศิลปินเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>สุดท้ายนี้อยากบอกอะไรกับแฟนเพลงชาวไทย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดถึงพวกคุณ ผมรักพวกคุณ ผมหวังว่าพวกคุณจะชอบอัลบั้มใหม่ของพวกเรา และหวังว่าจะได้เจอกันในปีหน้านะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-111055" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.02.07.png" alt="" width="2880" height="1620" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.02.07.png 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.02.07-300x169.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.02.07-768x432.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.02.07-1024x576.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/Screen-Shot-2563-10-06-at-16.02.07-600x338.png 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/paul-jason-klein-lany/">การเติบโตและบ้านเกิดที่ไม่เคยเปิดเผย คุยกับ Paul Jason Klein เรื่องอัลบั้มใหม่ LANY</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอ๊ต–คมกฤช เจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คนทำเทปผู้เชื่อว่าแอนะล็อกยังไม่ตาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/morais-music/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 03 Oct 2020 11:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[คมกฤช คุณวัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[โมไร]]></category>
		<category><![CDATA[Sickchild]]></category>
		<category><![CDATA[อนาล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[เทป]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตแผ่นเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสียงเพลงของโมไร]]></category>
		<category><![CDATA[เทปคาสเซ็ท]]></category>
		<category><![CDATA[ซีดี]]></category>
		<category><![CDATA[ขายแผ่นเสียง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=110310</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หากเราคิดทำตามฝันไป แม้จุดหมายฝันนั้นไกลห่าง หากเราคิดจะเป็นผู้สร้าง ล้มกี่ครั้งฉุดกายขึ้นยืน” ข้อความข้างต้นมาจากเพลง โมไร บทเพลงที่ 14 จากอัลบั้ม 1st Time ของวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไทยนาม Sickchild ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยความหลงใหลในการฟังเพลง ความตั้งใจของเขาจึงก่อเกิดเป็นธุรกิจผลิตและขายแผ่นเสียง เทปคาสเซต และซีดี  ซึ่งเขาตั้งชื่อความฝันนี้ว่า ‘เสียงเพลงของโมไร’ โอ๊ต–คมกฤช คุณวัฒนา คือชายผู้อยู่เบื้องหลัง เพจ ‘เสียงเพลงของโมไร’ ปัจจุบันเพจนี้มียอดผู้ติดตามกว่า 6,000 คน และร่วมผลิตเทปคาสเซตและแผ่นเสียงมามากกว่า 40,000 ตลับ รวมแล้วกว่า 40 อัลบั้ม ตั้งแต่ศิลปินอย่างอภิรมย์, เขียนไขและวานิช, Scrubb, Paradox ไปจนถึงวงที่เป็นส่วนหนึ่งของจุดกำเนิดธุรกิจนี้อย่าง Sickchild รูปแบบในการผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นเสียงและเทปของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ นั้นมีตั้งแต่ทำอัลบั้มแบบทั่วไป ไปจนถึงอัลบั้มที่เป็นตำนานของศิลปินหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งนำอัลบั้มที่ไม่ผลิตอีกแล้วมาผลิตใหม่จนยิ่งทวีคูณความแรร์เข้าไปอีก เช่น อัลบั้ม แค้นผีนรก ของ Paradox ที่นำกลับมาผลิตเป็นเทปอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี หรือแม้กระทั่งการนำผลงานของศิลปินโฟล์กอย่างอภิรมย์และเขียนไขและวานิชมาผลิตเป็นเทป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morais-music/">โอ๊ต–คมกฤช เจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คนทำเทปผู้เชื่อว่าแอนะล็อกยังไม่ตาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><i><span style="font-weight: 400;">“หากเราคิดทำตามฝันไป แม้จุดหมายฝันนั้นไกลห่าง หากเราคิดจะเป็นผู้สร้าง ล้มกี่ครั้งฉุดกายขึ้นยืน”</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อความข้างต้นมาจากเพลง <em>โมไร</em> บทเพลงที่ 14 จากอัลบั้ม <em>1st Time</em> ของวงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟไทยนาม </span><i><span style="font-weight: 400;">Sickchild</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ชายหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ด้วยความหลงใหลในการฟังเพลง ความตั้งใจของเขาจึงก่อเกิดเป็นธุรกิจผลิตและขายแผ่นเสียง เทปคาสเซต และซีดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเขาตั้งชื่อความฝันนี้ว่า ‘เสียงเพลงของโมไร’</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110792 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช23-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>โอ๊ต–คมกฤช คุณวัฒนา</b><span style="font-weight: 400;"> คือชายผู้อยู่เบื้องหลัง เพจ ‘เสียงเพลงของโมไร’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเพจนี้มียอดผู้ติดตามกว่า 6,000 คน และร่วมผลิตเทปคาสเซตและแผ่นเสียงมามากกว่า 40,000 ตลับ รวมแล้วกว่า 40 อัลบั้ม ตั้งแต่ศิลปินอย่างอภิรมย์, เขียนไขและวานิช, Scrubb, Paradox ไปจนถึงวงที่เป็นส่วนหนึ่งของจุดกำเนิดธุรกิจนี้อย่าง Sickchild</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบในการผลิตและจัดจำหน่ายแผ่นเสียงและเทปของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ นั้นมีตั้งแต่ทำอัลบั้มแบบทั่วไป ไปจนถึงอัลบั้มที่เป็นตำนานของศิลปินหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งนำอัลบั้มที่ไม่ผลิตอีกแล้วมาผลิตใหม่จนยิ่งทวีคูณความแรร์เข้าไปอีก เช่น อัลบั้ม<em> แค้นผีนรก</em> ของ Paradox ที่นำกลับมาผลิตเป็นเทปอีกครั้งเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี หรือแม้กระทั่งการนำผลงานของศิลปินโฟล์กอย่างอภิรมย์และเขียนไขและวานิชมาผลิตเป็นเทป กลายเป็นของสะสมหายากสำหรับแฟนเพลงไปโดยปริยาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กว่าจะปรากฏผลงานทั้งหมดนี้ การเดินทางของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ เป็นยังไงบ้าง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตเล่าให้เราฟังผ่านบทเพลงชีวิตที่เริ่มต้นบรรเลงในบรรทัดต่อจากนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110773 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช3-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>Intro</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในยุคสมัยที่การฟังเพลงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย บริการสตรีมมิงเพลงมีหลายๆ เจ้าเป็นผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็น Apple Music, Spotify, Joox หรือ TIDAL แต่ในอีกฟากหนึ่งก็ยังมีกลุ่มคนที่ชอบฟังเพลงด้วยวิธีการแบบเก่าเพื่อเพิ่มอรรถรส อารมณ์ และความรู้สึก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และโอ๊ต หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังเพจ ‘อัลเทอร์เนทีฟไทย: ยุครุ่งเรือง’ และเจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คือหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราชอบฟังเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล</span><span style="font-weight: 400;">ะเริ่มฟังจากรูปแบบนี้แหละ เพราะเป็นคนที่อยู่ไม่ค่อยนิ่ง การฟังเพลงจากแผ่นเสียงเลยช่วยทำให้เรานิ่งขึ้น มีสมาธิขึ้น เราโตมาแบบนั้น และมันทำให้เวลาฟังเพลง เราจะอยากหยิบบุ๊กเล็ตมาดูว่าใครแต่งคำร้องและทำนองโดยปริยาย หรืออย่างการเห็นอารมณ์จากปก สำหรับเรา มันสื่อไปถึงอารมณ์เพลงด้วย เราได้จินตนาการตามความคิดของเรา มันส่งผลจนถึงทุกวันนี้ที่บางทีถ้าเราเหนื่อย แค่เรามาหยิบปกเหล่านี้ขึ้นมาดูแล้วเปิดเพลง ความเหนื่อยนั้นหายไปเฉยเลย จากที่นั่งฟังก็ลุกขึ้นมาขยับได้ ของพวกนี้มีเสน่ห์ในตัว” </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110775 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช5-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วจากความชอบเปลี่ยนมาเป็นอาชีพได้ยังไง” เราถามถึงจุดเริ่มต้นของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มต้นทำแผ่นเสียงมาตั้งแต่ปี 2017 เริ่มผลิตด้วยตัวเอง การทำแผ่นเสียงตอนนั้นเป็นแค่งานอดิเรก วันธรรมดาเราเป็นพนักงานบริษัท เข้าออฟฟิศปกติ แต่พอเสาร์-อาทิตย์เราจะสะพายกระเป๋าใบหนึ่ง มีแผ่นเสียงที่เราผลิตเองไปเสนอขายตามร้านขายแผ่นเสียงต่างๆ จนตอนหลังเรารู้สึกว่าอยากทำสิ่งที่ชอบเป็นอาชีพมากกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนเราเป็นพนักงานประจำ เราแทบไม่มีความสุข ตั้งคำถามกับตัวเองตลอด ตื่นแต่เช้าขับรถไปออฟฟิศสองชั่วโมง กลับบ้านอีกสองชั่วโมง ถ้าเราออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองจะดีกว่าไหม ตอนตัดสินใจจะออกจากบริษัทที่บ้านก็ไม่เห็นด้วย พ่อกับแม่คัดค้านหนัก คุยอยู่นานเหมือนกันกว่าพวกเขาจะเข้าใจ สุดท้ายก็ตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างเสี่ยงพอสมควร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตเล่าย้อนให้เราฟังว่าจุดเริ่มต้นในเส้นทางอาชีพธุรกิจขายแผ่นเสียงนั้นต่อยอดมาจากความชอบส่วนตัวที่มีต่อวง ‘Sickchild’ ความสนใจและความรักที่มีต่อวงดนตรีนี้ของเขาเป็นเหมือนประตูเปิดโลกและได้นำพาเขาเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตอย่างเต็มตัว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเริ่มสนใจอยากทำ เพราะเราคิดว่าไม่มีศิลปินยุคอัลเทอร์เนทีฟของไทยที่เราชอบคนไหนออกแผ่นเสียงอีกแล้ว มีแค่วงพราว, อรอรีย์, สี่เต่าเธอ แค่สามวง ณ ตอนนั้น ดังนั้นถ้าอยากให้มีก็ต้องทำเอง ยิ่งตอนหลังได้มีโอกาสรู้จักกับพี่โอ วง Sickchild ผ่านรุ่นพี่อีก แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ได้ทำเลยเป็นของวง Sickchild ที่เราเคารพก่อนเลย ซึ่งจากการที่เรารู้จักเรื่องราวของพวกเขาอยู่แล้ว เราก็เอาเรื่องราวเหล่านั้นมานำเสนอผ่านแผ่นเสียงได้ง่าย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยิ่งมีเรื่องราว ผลงานชิ้นแรกนี้เลยยิ่งมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับเรา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110771 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช1-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<h3></h3>
<h3 style="text-align: center;"><b>Verse &amp; Pre-Chorus</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">คงไม่เกินเลยไปนักถ้าจะบอกว่าแผ่นเสียงและเทปคาสเซตกำลังกลับมาเป็นที่นิยมในยุคนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันศิลปินทั้งในไทยและต่างประเทศต่างนิยมออกอัลบั้มในฟอร์แมตนี้กันมากขึ้น แม้เครื่องเล่นอาจหายาก แต่จุดประสงค์ของแฟนเพลงที่ซื้อนั้นแตกต่างกันไป บางคนซื้อเพื่อสะสมหรือบางคนก็ซื้อเพื่อต้องการฟังเพลงคุณภาพเสียงระดับสูง หลายปัจจัยที่ประกอบรวมกันนี้ทำให้แผ่นเสียงและเทปคาสเซตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราคิดว่าทุกอย่างมีเวลาหวนคืนนะ” โอ๊ตเริ่มเล่าความคิดของเขาให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ถ้าลองสังเกต ทุกอย่างมีอายุในตัวและส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 7 ปี พอหมดไปก็วนกลับมาใหม่ เช่นเด็กรุ่นใหม่บางคนอาจไม่เคยสัมผัสกับเทปคาสเซตในยุคคุณพ่อ แต่พอเขาได้สัมผัสม้วนเทปที่เป็นเพลงที่เขาฟัง เราเชื่อว่าเขาจะยิ่งสนใจมันมากขึ้นจนนำมันกลับมาใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรืออย่างวงดนตรียุคใหม่อย่าง The 1975 หรือ Cigarettes After Sex แผ่นเสียงและเทปคาสเซตของเขาขายได้กระจายเลย นั่นเพราะแฟนคลับที่ติดตาม พอเขาเห็นสิ่งนี้เขาก็จะตามไปฟังและทำความรู้จัก บวกกับช่องทางการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แฟนเพลงก็ยิ่งหาซื้อได้ง่ายขึ้นอีก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต่างกับเวลาคุณซื้อไหม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราซื้อเพื่อรำลึกอดีต เพราะเราโตมากับคาสเซต ยังจำได้เลยว่าตอนเด็กเคยแอบขโมยตังค์แม่ไปซื้อเทปฝันดี-ฝันเด่น เราชอบเทปมากเป็นทุนเดิมและมีความหลังเกี่ยวกับเทปเป็นพิเศษ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และความหลงใหลของโอ๊ตนี้เองที่นำพาให้เขาเริ่มศึกษาและสร้าง ‘เสียงเพลงของโมไร’ ให้เติบโตยิ่งขึ้นจนทำเป็น ‘งานหลัก’ ได้ในตอนนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110788 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช19-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปัจจุบันเราทำงานกับโรงงานที่ต่างประเทศ เพราะที่เมืองไทยไม่มีโรงงานผลิตเทป หรืออาจหลงเหลืออยู่บ้างแต่วัสดุอุปกรณ์ในการผลิตไม่พร้อมเท่าต่างประเทศอยู่ดี หรือแม้กระทั่งคนทำ เขาอาจไม่ได้มีความรู้หรือความชำนาญมากเหมือนคนยุคเก่า ดังนั้นทางเลือกของเราคือผลิตที่โรงงานต่างประเทศเพราะมีอะไรให้เราเลือกเยอะกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนขั้นตอนการทำงาน ทางที่ดีคือควรมีการ mastering ที่เฉพาะเจาะจงก่อนเพราะไฟล์ที่ใช้ในการมิกซ์จะมีความต่างกันออกไป เช่น master file ที่ใช้แผ่นเสียง ก็ต้องถูก mastering ให้เหมาะกับแผ่นเสียง เทปคาสเซตก็ต้องถูก mastering ให้เหมาะกับเทปคาสเซต หลังจากนั้นเราจะประสานงานกับโรงงานที่เมืองนอก เจรจากันให้เรียบร้อย ทั้งไฟล์ อาร์ตเวิร์ก ไปจนถึงการบาลานซ์เพลง หน้า A-B ต้องดีและเหมาะสม ไม่มีเดดแอร์ เรียกได้ว่าแทบประกบติดกับเมืองนอก ยกหูคุยกันเพื่อป้องกันความผิดพลาดให้มากที่สุด เราต้องดูรายละเอียดทั้งหมดนี้ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผนขาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110777 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช7-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในกรณีที่เราจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ทุกอย่างถูกต้องทั้งหมด การทำแผ่นเสียง 300 แผ่นจะเท่าทุนตอนขายได้ประมาณ 230-250 แผ่น ดังนั้นสำหรับเรื่องราคาและมูลค่าเป็นอะไรที่พูดยากเหมือนกัน ตั้งแต่ที่เราทำมา มีทั้งราคาแผ่นที่ขึ้นสูงมาก บางอัลบั้ม 30,000-40,000 บาทก็มี แต่พอถึงวันหนึ่ง พอคนเบื่อราคาจะลงมาเอง สิ่งเหล่านี้แปรผันไปเรื่อย คาดเดายาก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอเอาความชอบมาเป็นธุรกิจ คุณลำบากใจบ้างหรือเปล่า” เราแย้งเพื่อให้โอ๊ตคิดสรุปความ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราว่าจะขายก็เรื่องหนึ่งนะ แต่ในแง่หนึ่งเราก็ได้เก็บ เวลาหยิบมาดูก็เป็นความภาคภูมิใจที่มีเรื่องราว กว่าจะได้มา นี่คือคุณค่าของสิ่งของเหล่านี้ และยิ่งการทำ ‘เสียงเพลงของโมไร’ ไม่ได้ตอบโจทย์เราแค่เพียงคนเดียว มันซัพพอร์ตคนเยอะแยะเลย ทั้งในทีมเราเองรวมถึงร้านค้าที่ได้กำไร ดังนั้น 4 ปีที่ผ่านมา จากการทำแผ่นเสียงมาแล้ว 23 อัลบั้มกับเทป 40 อัลบั้มรวมกว่า 45,000 ตลับ เราว่าตัวเองได้เห็นอะไรต่างๆ ที่กว้างขึ้นมากเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110772 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช2-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>Chorus</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หากพูดถึงการฟังเพลงจากแผ่นเสียงหรือเทปคาสเซต ในแง่ดี สิ่งที่หลายคนมักจะนึกถึงก่อนคุณภาพของเสียงที่มีความคมชัดที่แตกต่างอย่างชัดเจน แต่ในแง่ตรงกันข้าม สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในยุคนี้คือความยุ่งยากในการฟัง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เครื่องเสียงชิ้นยักษ์หรือลำโพงคุณภาพที่มาพร้อมกับราคาระดับกลางไปถึงสูงทำให้หลายคนคิดว่า การฟังเพลงจากแผ่นเสียงหรือเทปคาสเซตเป็นเรื่องที่ไกลตัวและดูจะจับต้องยากเกินไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กับเรื่องนี้ โอ๊ตได้แนะนำผ่านเราไว้เหมือนกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทุกวันนี้มีให้หาซื้อเครื่องได้ง่ายขึ้น หลักร้อยก็มีแล้ว มือสองมีขายเยอะแยะเลย เราว่าค่อยๆ เริ่มไปได้ เพราะอย่างช่วงแรกที่เริ่มฟังเราซื้อของมือสองทุกอย่างเลย ลำโพงมือสอง turntable มือสอง หัวเข็มยังใช้มือสองเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในความเป็นจริง งบแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนอาจจะเริ่มแพงกว่าเรา บางคนอาจจะเริ่มต้นหลักพันนิดๆ ค่อยๆ พัฒนาไป ดูก่อนว่าชอบหรือไม่ชอบ อย่าไปซื้อทีแพงๆ แล้วมารู้ตัวตอนหลังว่าไม่ได้ชอบสิ่งเหล่านี้เลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110787 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช18-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<h3 style="text-align: center;"><b>Outro</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณคิดว่าจะทำสิ่งนี้ไปได้ไกลถึงขนาดไหน เพราะถ้าว่ากันตามตรง จริงๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้ก็เหมือนจะหายไปตามกาลเวลาแล้ว” เราถามคำถามสุดท้ายให้เขาสรุปความ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอ๊ตผู้นั่งอยู่ท่ามกลางความฝันของตัวเองตอบเราพร้อมกับเสียงดนตรีที่คลอเป็นฉากหลัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากทำไปเรื่อยๆ เท่าที่ยังทำได้ เพราะถ้าคิดกันจริงๆ จากตอนแรกที่เราทำเทปขายอัลบั้มละ 100 ม้วน, 200 ม้วน, 300 ม้วน ตอนนี้มันไต่ระดับไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงขั้น 3,000-4,000 ม้วนต่ออัลบั้มแล้ว ยิ่งทุกวันนี้ราคาก็ดาวน์ลงมาจนเป็นตัวเลขที่เหมาะสมแล้ว ดังนั้นในอนาคตเราก็อยากพยายามทำให้อยู่ในระนาบทั้งคุณภาพและราคาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อขอบคุณทุกคนที่มั่นใจในคุณภาพงานของเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หรือต่อให้ขาดทุน เราก็เชื่อว่าสิ่งนี้จะไปต่อได้ เพราะวันหนึ่งเดี๋ยวก็มีคนกลับมาตามหาเอง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-110784 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/โอ๊ต–คมกฤช14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/morais-music/">โอ๊ต–คมกฤช เจ้าของ ‘เสียงเพลงของโมไร’ คนทำเทปผู้เชื่อว่าแอนะล็อกยังไม่ตาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไรม์ จังหวะ และจิตวิญญาณอิสระของ NGAZ และ JXHMXN แห่ง YOUNG BONG</title>
		<link>https://adaymagazine.com/ngaz-jxhmxn-yb/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ฆฤณ ถนอมกิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Aug 2020 11:02:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Rap]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[rapper]]></category>
		<category><![CDATA[ฮิปฮอป]]></category>
		<category><![CDATA[แรป]]></category>
		<category><![CDATA[อัลบั้ม]]></category>
		<category><![CDATA[แร็ปเปอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=106810</guid>

					<description><![CDATA[<p>“YB! YOUNG MOTHERF*CKING BONG! YOUNG BONG MOTHERF*CKER!” เพื่อให้บทสัมภาษณ์นี้คล้ายบทเพลงของ YONG BONG คงไม่มีสิ่งไหนเหมาะสมในการเปิดเท่าประโยคข้างต้น เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ NGAZ (เอ็นก๊าซ, ไบรอัน–มารุต เมนสารท) และ JXHMXN (จาห์มาร, เจม–สกล สงวนพัฒน์) เริ่มต้นเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเขาผ่านไรม์ในเพลงแรป จากแรปเปอร์หน้าใหม่ในวงการ ปัจจุบันพวกเขาคือศิลปินมืออาชีพที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกออกมา  18 บทเพลงในอัลบั้ม DEVIL BOYZ ANIME GIRLZ ของ YOUNG BONG ล้วนบ่งบอกความเป็นพวกเขา และแนวดนตรีที่หลากหลาย ไรม์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องชีวิตไปถึงความรัก ไปจนถึงความหมายที่พวกเขาซ่อนไว้ในแต่ละเพลงนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่พาให้เรามาสนทนากับ NGAZ และ JXHMXN ในวันนี้ แต่จากตรงนั้น ถ้อยคำของเราไปไกลกว่านั้น เราเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงเรื่องอัลบั้ม ก่อนจะนำไปสู่เรื่องราวในชีวิตของพวกเขาในอดีต ความเป็นตัวเอง ความหลากหลาย ความแตกต่าง การแปะป้ายที่พวกเขาเคยโดน และความ ‘real’ ในสิ่งที่พวกเขาทำ คำตอบที่เป็นดั่งไรม์ของทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ngaz-jxhmxn-yb/">ไรม์ จังหวะ และจิตวิญญาณอิสระของ NGAZ และ JXHMXN แห่ง YOUNG BONG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“YB! YOUNG MOTHERF*CKING BONG! YOUNG BONG MOTHERF*CKER!”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106945 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2231-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อให้<a href="https://adaymagazine.com/maiyarap/">บทสัมภาษณ์</a>นี้คล้ายบทเพลงของ YONG BONG คงไม่มีสิ่งไหนเหมาะสมในการเปิดเท่าประโยคข้างต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้วที่ NGAZ (เอ็นก๊าซ, ไบรอัน–มารุต เมนสารท) และ JXHMXN (จาห์มาร, เจม–สกล สงวนพัฒน์) เริ่มต้นเล่าเรื่องราวชีวิตของพวกเขาผ่านไรม์ในเพลงแรป จากแรปเปอร์หน้าใหม่ในวงการ ปัจจุบันพวกเขาคือศิลปินมืออาชีพที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกออกมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">18 บทเพลงในอัลบั้ม DEVIL BOYZ ANIME GIRLZ ของ YOUNG BONG ล้วนบ่งบอก<a href="https://www.facebook.com/YOUNGBONG420">ความเป็นพวกเขา</a> และแนวดนตรีที่หลากหลาย ไรม์ที่เล่าตั้งแต่เรื่องชีวิตไปถึงความรัก ไปจนถึงความหมายที่พวกเขาซ่อนไว้ในแต่ละเพลงนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่พาให้เรามาสนทนากับ NGAZ และ JXHMXN ในวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่จากตรงนั้น ถ้อยคำของเราไปไกลกว่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงเรื่องอัลบั้ม ก่อนจะนำไปสู่เรื่องราวในชีวิตของพวกเขาในอดีต ความเป็นตัวเอง ความหลากหลาย ความแตกต่าง การแปะป้ายที่พวกเขาเคยโดน และความ ‘real’ ในสิ่งที่พวกเขาทำ คำตอบที่เป็นดั่งไรม์ของทั้ง NGAZ และ JXHMXN เกิดขึ้นตลอดหนึ่งชั่วโมงที่เราคุยกัน และนี่เป็นเหมือนหลักฐานที่พิสูจน์กับเราว่าทำไม YOUNG BONG ถึงมาอยู่จุดนี้ในวันนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็ Esketit!</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Music On</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟรีสไตล์แรปในแบบฉบับ YB พร้อมเอื้อนเอ่ยคำตอบในบรรทัดถัดไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106946 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2235-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></span></p>
<p><b>อัลบั้มแรกในชีวิตที่เพิ่งปล่อยออกมาเป็นหนึ่งในหมุดหมายที่พวกคุณตั้งใจไว้แต่แรกไหม</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ถ้านับจากตอนแรก พวกเราไม่เคยคิดว่าต้องมีอัลบั้มเลยครับ เราแค่ทำและสะสมเพลงมาเรื่อยๆ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ทำไปแล้วหลายเพลงก็ไม่ได้ปล่อย เราเลยคุยกันว่าน่าจะเอาเพลงที่ดีที่สุดของที่ดองไว้มาคัดเลือกและรวมกันเป็นอัลบั้มดู</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : โดยส่วนตัวผมว่าแรปเปอร์หรือศิลปินทุกคนบนโลกอยากมีผลงานที่เป็นรูปแบบเป็นของตัวเองอยู่แล้ว พวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น เราเลยมาคุยกันว่าจะทำไงกับของที่มีในสต็อกดี สุดท้ายก็รวมมันและปล่อยออกมา บางเพลงอาจทำไว้นานแล้ว แต่เราก็มองว่าเพลงเหล่านั้นเป็นเหมือนตัวแทนแต่ละช่วงเวลาของ YB มากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106920 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185.jpg" alt="YOUNG BONG" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2185-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>ถ้าบางเพลงกลายเป็นอดีตไปแล้ว ไม่กลัวว่ามันจะไม่สดหรือไม่จริงสำหรับเราในตอนนี้เหรอ</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมกลับมองว่ามันจริงนะ เพราะมันจริงจริงๆ ในช่วงเวลาหนึ่งของผม</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : อย่างเพลง ‘ปังป่าว’ พวกเราแต่งกันตอนที่ไปทำเพลงบ้านเพื่อน ช่วงนั้นเราไม่ได้มีเงินเยอะ ดังนั้นเวลาไปเราต้องรวมเงินกันซื้อมาม่ากับขนมปังไว้กินเพื่อให้อยู่ได้นานที่สุด เหตุการณ์นั้นก็ออกมาเป็นเพลงนี้ ซึ่งตอนนี้พวกเราอาจไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว แต่ครั้งหนึ่งพวกเราก็เป็นแบบนั้นจริงๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ฟังดูเหมือนอัลบั้มนี้ทำหน้าที่เป็นบทบันทึกชีวิต</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ใช่ๆ ซึ่งพอกลับมาฟัง ผมก็ได้ทบทวนว่าตอนนั้นตัวเองคิดอะไรบ้าง ซึ่งก็มีทั้งเรื่องดีและเรื่องระยำตำบอน (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : แต่ถึงจะหลายช่วงเวลา กลับมาฟังแล้วผมก็ยังมั่นใจในทุกคำที่เขียนไปนะ ผมไม่ได้เขินกับมัน แค่เป็นอีกความรู้สึกหนึ่งที่ก็ปั่นๆ ดีเหมือนกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106913 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2165-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ทำไมถึงเลือกมาปล่อยมาตูมเดียวเป็นอัลบั้มมากกว่าปล่อยเป็นซิงเกิล</b></h4>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมว่าการปล่อยทีละเพลงเป็นเหมือนการสร้างไวรัลอะไรสักอย่างแค่ในช่วงเวลานั้น แต่เวลาผมอยากฟังเพลงจากศิลปิน ผมฟังเป็นอัลบั้มมากกว่า เพราะผมอยากรู้ว่าเขาคิดอะไร ทำไมเขาถึงทำเพลงเป็นอัลบั้ม เขาพูดเรื่องเดียวกันในทุกเพลงไหม เขาร้องอะไรบ้าง แนวเดิมทั้งหมดหรือเปล่า ทั้งหมดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าเราได้รู้จักศิลปินมากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ผิวเผิน พวกเราเลยอยากทำอัลบั้มเพราะเหตุนี้ และอีกเหตุผลคือเป็นเรื่องของแนวเพลงด้วย YB ไม่อยากจำกัดตัวเอง เราอยากทำเพลงหลายแนว เพราะเราคิดว่าถ้าทำแนวเดียวกับตลาดที่เคยดัง อัลบั้มคงมีเหลี่ยมเดียวเหมือนกันไปหมด พวกเราอยากทำให้ลึกซึ้งกว่านั้น </span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : คนส่วนใหญ่ชอบเข้าใจผิดว่าถ้าอยากดัง มึงต้องทำเพลงที่ตลาดชอบ แต่ผมว่าจริงๆ แล้วคนที่ทำเพลงที่ตลาดชอบออกมาได้ เขาไม่ได้มานั่งคิดว่าต้องทำเพลงตลาดหรอก เขาแค่ทำตัวเองเป็นตลาดให้คนมาซื้อของเท่านั้นเอง นอกจากนั้นคือการตกแต่งร้าน</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : เปรียบเทียบง่ายๆ คือว่าในขณะที่ทุกคนบอกว่าเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวแล้วจะขายดี หลายคนเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แต่เราอยากทำตัวเองให้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง คุณเบื่อก๋วยเตี๋ยวเหรอ ผมมีต้มยำให้นะ และคุณจะกินมันตอนไหนก็ได้ ผมอยากให้เป็นแบบนั้น มากกว่าการที่คิดถึงฮิปฮอปแล้วเป็นเหลี่ยมเดียวเหมือนกันหมด</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : นั่นรวมถึงความหมายของเพลงด้วย</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ใช่ๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106906 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2149-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ก่อนหน้านี้ในประเทศเรา เพลงจะอิงกับความรักเพราะชีวิตวัยรุ่นโหยหาความรัก เพลงรักเลยอยู่ในตลาดได้นานที่สุด แต่ตอนนี้ปี 2020 ผมว่าคนไทยเริ่มเปิดมากขึ้น ทุกคนเริ่มได้เห็นมากขึ้นว่าชีวิตมีอะไรมากกว่านั้น ยังมีความรู้ที่รอให้เราไปค้นหา มีประวัติศาสตร์รอให้เราไปเรียนรู้ ทีนี้พอคนเปิดมากขึ้น เพลงก็เปิดมากขึ้นเช่นกัน เราเลยสามารถใช้เพลงพูดถึงหลายเรื่องได้มากขึ้น  </span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : อย่างพวกเราก็ใช้เพลงเพื่อเล่าเรื่องชีวิต ความเมา ความเท่าเทียม ไปจนถึงการบอกกับคนฟังว่าเราจะอยู่ในสังคมเหี้ยๆ แบบนี้ยังไงให้มีความสุข เราสื่อสารมันออกมาโดยแทบไม่ต้องเค้นเพราะออกมาโดยจิตวิญญาณจากสิ่งที่เจอทุกวัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>บางคนอาจแย้งว่าในช่วงแรกหรืออัลบั้มแรก ศิลปินควรทำเพลงและพูดแต่ละเรื่องให้ชัดหรือเปล่า ซึ่งตรงกันข้ามกับ YB ที่ทำเพลงหลายแนวและพูดหลายเรื่อง</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : แต่ผมเห็นต่างว่านั่นแหละคือจุดเด่นของพวกเรา YB อยากโชว์ความหลากหลายและผมก็อยากให้คนจำแบบนั้น เพราะถ้าเรามองเข้าไปในแก่น เพลงมีการเล่าเรื่องได้หลายแบบมาก ศิลปินก็สามารถเล่าเรื่องได้หลายแบบเช่นกัน การจะไปคาดหวังให้ศิลปินพูดเรื่องเดียวหรือแบบเดียวตลอดชีวิตคงไม่ถูกนัก ดังนั้นโดยส่วนตัวผมอยากเห็นศิลปินทำลายขีดจำกัดของตัวเองนะ ผมอยากเห็นเขาไปไกลกว่าที่เคยและทำอะไรที่ผมไม่เคยเห็นมากกว่า และความอยากเห็นอะไรใหม่ๆ นี่แหละ YB เลยอยากทำให้คนเห็นว่าเราทำได้ทุกอย่าง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างจากเมื่อก่อนที่หลายคนอาจมองว่า YB ดูดิบเถื่อน พวกเราก็ทำให้เห็นว่า YB ทำเพลงน่ารักได้ เพียงแต่ความน่ารักนั้นก็น่ารักแบบ YB และผมต้องชอบมัน นี่คือสิ่งที่พวกผมรู้สึกว่าเป็นกลางที่สุด เพราะผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง โอเค ผมรู้ว่ามันไม่ได้ดีเลิศ แต่อย่างน้อยผมถือว่าสิ่งที่ชัดที่สุดก็คือตัวเรา คาแร็กเตอร์เรา อุดมการณ์เรา เราอยากให้คนรู้ว่าพวกเราใช้ชีวิตกันแบบนี้ อยู่กันแบบนี้ ไม่ได้มีแต่คำว่ามั่วสุมอย่างที่ทุกคนมอง พวกเราไม่ได้เอาแต่เล่นยา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106950 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240.jpg" alt="YOUNG BONG" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2240-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>พวกคุณเห็นข้อความพวกนี้อยู่เหมือนกัน</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : (พยักหน้า) คือพวกเราก็เคยผ่านมา แต่คนที่เล่นยาจะมี 2 ประเภท คือเล่นยา กับ ยาเล่น อย่างพวกเราแค่เคยลองแต่ไม่ติด ยังไม่ถูกยาเล่น เพราะสุดท้ายเราก็รู้ว่ามันไม่ดี อย่างเพลง YETI GANG ก็มาจากช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเรากินยาน้ำกัน เมากันจัดๆ แต่พอผ่านมาแล้ว พวกเราก็ทำเพลงออกมาเพื่อบอกคนอื่นว่ามันไม่ดีนะ ซึ่งบางคนอาจบอกว่าพวกผมยุยง แต่ผมกลับคิดอีกมุมหนึ่งว่าเพลงนี้คือการบอกว่าในสังคมมันมีสิ่งนี้ แต่พวกผมสามารถหนีและจัดการมันได้</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : เหมือนเพลงที่เราทำคือการบอกตัวเองด้วยซ้ำว่าเราจะไม่กลับไป และอีกอย่างคือศิลปินไม่เคยเดินไปป้อนยาใคร ทุกอย่างมันอยู่ที่เราเลือก สำหรับผม คนเราไม่ควรโทษใครเลยกับเรื่องนี้ ควรโทษจิตใต้สำนึกของตัวเองมากกว่าที่เห็นทุกอย่างแล้วแต่ก็ยังทำ อย่างผมเองก็ไม่เคยโทษ Wiz Khalifa นะ </span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมผ่านมาทุกอย่างเลยครับ แต่สุดท้ายอะไรที่ไม่ดีจริงๆ ผมก็ไม่เอา เพราะมันทำให้ผมทำงานไม่ได้ ตอนนี้ผมเลยอยู่ที่ตรงนี้ แค่ smoke weed เพราะมันช่วยให้ผมนิ่งขึ้น มีสมาธิและทำงานได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพลงมีหน้าที่บอก แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องปัจเจก</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ใช่ เพลงพวกเราเป็นเหมือนสารมากกว่าที่อยากให้คนที่เจออะไรเหมือนกันได้เข้าใจ เพราะการที่เราจะไปพูดกับคนไม่รู้จักว่า ‘เฮ้ย พี่ ช่วยฟังผมหน่อยว่าโลกใบนี้เป็นยังไง’ ก็คงไม่ได้ แต่ถ้าผมทำเพลง คนที่มีเรื่องราวตรงกับเรา เขาจะฟัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106939 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2214-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p><b>สิ่งที่พวกคุณทำต้องใช้ความกล้าอยู่เหมือนกัน อะไรเหล่านี้มาจากไหน</b></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ผมว่าในทุกแขนงที่เราก้าวเข้าไป มันจะมีคำถามตลอดแหละ ว่าที่นี่ใช้ที่ของเราหรือเปล่า งานแบบนี้ใช่สำหรับเราไหม แต่อย่างพวกเรา ถึงยังตั้งคำถามแต่พวกเราจะเชื่อไปก่อนว่ามันใช่ เชื่อไหม สุดท้ายหลายครั้งมันก็จะใช่ แต่ถ้าเริ่มด้วยความไม่มั่นใจ โห่ แล้วใครจะมามั่นใจกับคุณ สมมติอย่างงาน MC ถ้าคุณมาแบบ ‘ขอเสียงหน่อยครับ’ (เสียงอ่อยๆ) คนดูคงเขินที่จะตะโกนกับคุณ แต่ถ้าคุณ ‘ขอเสียงหน่อยยยย!’ คนดูจะยกมือและตะโกนตามคุณแน่ๆ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><b>ถ้าเทียบกับวันแรก พวกคุณว่าตัวเองยังมีแรงและพลังเท่าเดิมไหม</b></h4>
<p><b>พูดพร้อมกัน </b><span style="font-weight: 400;">: น่าจะมากกว่า</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-106903 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142.jpg" alt="YOUNG BONG" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2142-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : เหมือนเราเห็นภาพมากขึ้น กว้างขึ้น แล้ววันหนึ่งเราก็รู้สึกว่าถอยไม่ได้แล้ว พวกเรามาไกลเกินกว่าจะถอยแล้วเพราะตอนนี้มีผลงานตั้งอยู่ข้างหน้าแล้ว เราไม่สามารถหนีได้ เพราะจะมีคนประนามเราแน่ๆ ว่าท้อเหรอ หนีเหรอ คำพวกนี้คอยจี้ตูดพวกเราอยู่</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : พวกเราลำบากกันมาตั้งเยอะ ถ้าจะมาแผ่ว มันไม่เมคเซนส์สำหรับผม ด้วยวัย เราไม่ใช่วัยรุ่นที่ทำเพลงไปวันๆ แล้ว ตอนนี้พวกเรามีแผนมากขึ้น เป็นมืออาชีพมากขึ้น ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไร ผมก็อยากผ่านมันไปให้ได้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มุมมองแบบนี้ทำให้กดดันไหม</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ตั้งแต่ทำเพลงมา ผมกดดันแค่ครั้งเดียวคือช่วงก่อนปล่อยอัลบั้มนี่แหละ ตอนนั้นผมกลัวว่าปล่อยออกมาแล้วจะมีปัญหานู่นนี่ มันกังวลเพราะผมคาดหวังมากว่าต้องไม่มีอะไรผิดพลาด แต่พอถึงจุดหนึ่งก็เริ่มคิดได้ว่าตอนนี้มากเกินไปแล้ว ผมเริ่มไม่เป็นตัวเอง ก่อนหน้านี้ไม่เคยต้องมานั่งคิดแบบนี้ ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างอิสระ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พอนึกได้แบบนี้ก็เริ่มปล่อยวาง แม้ปล่อยอัลบั้มแล้วเจอโควิดก็ช่างมัน เพราะผมได้ทำทุกอย่างแล้ว ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะต้องดัง เพราะถึงไม่ดัง พวกเราก็ทำเพลงต่ออยู่ดี </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าอย่างนั้นสำหรับอัลบั้มนี้ ดอกไม้สำหรับคุณคืออะไร</b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : แค่ได้ร้องเพลงจากอัลบั้มนี้ในคอนเสิร์ตให้คนอื่นฟัง นั่นก็ดีมากแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106956 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000002-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ก้อนหินล่ะ อย่างคอมเมนต์ต่างๆ ในโซเชียล คุณให้ค่ามากแค่ไหน</b></h4>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ถ้าคอมเมนต์แย่ๆ แบบด่า ผมไม่ให้ราคาเลย เพราะหลายครั้งคนเหล่านี้ก็ไม่แสดงตัวด้วยซ้ำ ดังนั้นจะไปให้ราคากับคนที่ไม่แสดงตัวตนทำไม เพราะมึงยังไม่ให้ราคาตัวเองเลย จะมาใช้วาจาสถุลถ่อย มึงพูดไปเถอะ</span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : วิจารณ์พวกเราได้นะครับ แต่มันจะมีมากกว่านั้นคือคนที่สนุกกับการทำให้คนอื่นหัวร้อนจากสิ่งที่ตัวเองพูด ซึ่งสำหรับพวกเรา สิ่งที่น่าตลกกว่าคือการเห็นคนพวกนี้พยายามทำให้พวกเราหัวร้อนนี่แหละ กูขำมึงมากกว่าอีก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แล้วคิดยังไงกับบางคอมเมนต์ท่ีนิยามแรปเปอร์ว่า ‘real’ หรือ ‘ไม่ real’ </b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : (นิ่งคิด) ถึงผมจะโตมากับแรปแบบโอลด์สคูล และตอนนี้ก็ทำเพลงหลายแบบ แต่ผมว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรสักอย่างจริงๆ เลยนะ ดังนั้นผมว่าเราควรปล่อยตัวไหลไปตามน้ำเพื่อได้รู้ว่าเราทำอะไรได้บ้างและมีขีดจำกัดอะไรบ้างมากกว่า โลกใบนี้หมุนไปตลอด ทุกอย่างไม่ได้หยุดอยู่กับที่ ดังนั้นถ้ามีใครที่อยากสอนเรื่องนี้กับเด็กรุ่นใหม่ ผมว่าเขาไม่ควรใช้คำว่า ‘สไตล์พวกมึงไม่ได้เรื่อง พวกมึงไม่จริง ออกไปเถอะ’ ผมว่าคุณควรใช้วิธีอธิบายดีกว่าว่า ‘ในยุคสมัยผม แรปเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้ ยุคสมัยน้องก็อย่าให้มันหายไป’ ผมว่าแบบนี้ดีกว่า ไม่ใช่มารังแกกัน ขัดขากัน</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : ซึ่งสุดท้ายแล้วผมว่าไม่มีอะไรถูก-ผิดนะ เพราะถูก-ผิดมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ของคุณกับของผมอาจไม่เหมือนกันก็ได้ เพราะอย่างนั้นแหละเราถึงควรจะหมุนตามคนอื่นบ้างเพื่อได้เจอสิ่งใหม่ ไม่ใช่ให้ทุกคนหมุนตามเราอย่างเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106957 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/000003-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h4><b>ดูพวกคุณชัดเจนกับตัวเองมาก </b></h4>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : แฮปปี้กับชีวิตนะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นแบบนี้มาตลอด พวกเราเคยเป็นคนที่ไม่รับอะไรอยู่เหมือนกัน เราผ่านกันมาหมดแล้วในช่วงวัยรุ่น คิดว่ากูน่ะเฟี้ยวสุด และแนวเพลงที่กูชอบก็เฟี้ยวสุด แต่พอโตมา เราจะรู้เองแหละว่ายังมีอีกหลายอย่างนี่หว่าที่เฟี้ยวได้ และมันทำให้ชีวิตสนุกขึ้น พอเราไม่ได้แอนตี้กับทุกสิ่ง เราได้รู้ว่าความชอบไม่ได้จำเป็นต้องจำกัดตัวอยู่แค่อย่างเดียว เราเปลี่ยนหีบห่อข้างนอกโดยที่ข้างในยังเหมือนเดิม เพราะสุดท้ายผมเชื่อว่าเนื้อแท้จะเป็นเนื้อแท้อยู่วันยังค่ำ </span></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ชีวิตไม่ได้มีแค่อย่างเดียว และเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ ดังนั้นเราก็อยากใช้ชีวิตให้คุ้มก่อนตาย ทุกคนล้วนมีอิสระ และเราก็เลือกมีอิสระแบบนี้ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้ามีใครสักคนกำลังพยายามทำงานของตัวเองอยู่ท่ามกลางคำครหา จากประสบการณ์ของคุณ คุณอยากฝากอะไรถึงคนเหล่านั้นไหม </b></p>
<p><b>NGAZ</b><span style="font-weight: 400;"> : ทุกวงการมีการวิจารณ์อยู่แล้ว ทุกวงการมีการบูลลี่ แต่ถ้าคุณทำงานของตัวเองได้ดีและนานพอ วันหนึ่งคนที่ด่าจะมายกย่องคุณเอง แต่ที่คุณโดนในช่วงแรกๆ นั่นเป็นเพราะสังคมกลัวคนที่แตกต่างเท่านั้นเอง</span></p>
<p><b>JXHMXN</b><span style="font-weight: 400;"> : และถ้าคุณไม่ได้ไหลตามเขา เขาจะได้แค่มองคุณ ใครจะพูดอะไรคุณก็ทำไป ใครจะฉุดลงมายังไงคุณทำต่อไป แล้วมันจะมีแต่ขึ้นๆๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย เชื่อเถอะ สิ่งที่คุณทำมันจะไปจบที่คำว่า ‘ไอดอล’ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-106954 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247.jpg" alt="" width="800" height="1200" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247.jpg 800w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/0W2A2247-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/ngaz-jxhmxn-yb/">ไรม์ จังหวะ และจิตวิญญาณอิสระของ NGAZ และ JXHMXN แห่ง YOUNG BONG</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิค–วันชนะ อินทรสมบัติ คนไทยผู้ร่วมออกแบบงานศิลป์ให้กับ Kena: Bridge of Spirits วิดีโอเกมระดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/victorior/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2020 11:01:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[Kena: Bridge of Spirits]]></category>
		<category><![CDATA[วิค–วันชนะ อินทรสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[Studio Kun]]></category>
		<category><![CDATA[Ember Lab]]></category>
		<category><![CDATA[Playstation 5]]></category>
		<category><![CDATA[Playstation 4]]></category>
		<category><![CDATA[เกมพีซี]]></category>
		<category><![CDATA[draft till done]]></category>
		<category><![CDATA[เกม]]></category>
		<category><![CDATA[idea]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104460</guid>

					<description><![CDATA[<p>Kena: Bridge of Spirits คือวิดีโอเกมแนวแอ็กชั่น-ผจญภัยที่กำลังจะวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Playstation 5, Playstation 4 และ PC ในช่วงปลายปีนี้ เกมถูกพัฒนาโดย Ember Lab สตูดิโอเกมเล็กๆ ในลอสแอนเจลิสที่เริ่มสร้างชื่อมาจากการทำโฆษณาแอนิเมชั่นและแฟนอาร์ตจากเกม The Legend of Zelda: Majora’s Mask ซึ่งโด่งดังในอินเทอร์เน็ตจนมียอดผู้เข้าชมกว่า 9 ล้านวิวบนยูทูบ ความรักที่มีต่อแอนิเมชั่นและวิดีโอเกมของ Mike กับ Josh Grier สองพี่น้องหัวเรือใหญ่แห่ง Ember Lab ต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาสร้างวิดีโอเกมของตัวเอง โดย Kena: Bridge of Spirits บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของ Kena เด็กหญิงผู้เดินทางออกสำรวจและปลดปล่อยวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกกักขังไว้ในป่าอันรกร้าง เพื่อฟื้นฟูและคืนสมดุลให้แก่ธรรมชาติ Kena ถูกพัฒนาให้เป็นเกมสำหรับเล่นบนเครื่อง next-gen console หรือเครื่องเล่นเกมของยุคถัดไป ซึ่งต้องมีรายละเอียดของกราฟิกให้ดูสวยและสมจริงมากกว่าที่เคย นับว่าเป็นเรื่องท้าทายของ Ember Lab ซึ่งเป็นสตูดิโอที่มีคนทำงานเพียง 14 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/victorior/">วิค–วันชนะ อินทรสมบัติ คนไทยผู้ร่วมออกแบบงานศิลป์ให้กับ Kena: Bridge of Spirits วิดีโอเกมระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>Kena: Bridge of Spirits</b> <span style="font-weight: 400;">คือวิดีโอเกมแนวแอ็กชั่น-ผจญภัยที่กำลังจะวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Playstation 5, Playstation 4 และ</span> <span style="font-weight: 400;">PC ในช่วงปลายปีนี้ เกมถูกพัฒนาโดย Ember Lab สตูดิโอเกมเล็กๆ ในลอสแอนเจลิสที่เริ่มสร้างชื่อมาจากการทำโฆษณาแอนิเมชั่นและแฟนอาร์ตจากเกม </span><span style="font-weight: 400;">The Legend of Zelda: Majora’s Mask</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งโด่งดังในอินเทอร์เน็ตจนมียอดผู้เข้าชมกว่า 9 ล้านวิวบนยูทูบ</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2396701fc09" data-id="vbMQfaG6lo8" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-vbMQfaG6lo8-6a2396701fc09" data-vid="vbMQfaG6lo8" data-src="https://www.youtube.com/embed/vbMQfaG6lo8?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/vbMQfaG6lo8/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรักที่มีต่อแอนิเมชั่นและวิดีโอเกมของ </span><b>Mike</b> <b>กับ</b> <b>Josh Grier</b><span style="font-weight: 400;"> สองพี่น้องหัวเรือใหญ่แห่ง Ember Lab ต่อยอดเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาสร้างวิดีโอเกมของตัวเอง โดย </span><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits </span><span style="font-weight: 400;">บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของ Kena เด็กหญิงผู้เดินทางออกสำรวจและปลดปล่อยวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกกักขังไว้ในป่าอันรกร้าง เพื่อฟื้นฟูและคืนสมดุลให้แก่ธรรมชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Kena </span><span style="font-weight: 400;">ถูกพัฒนาให้เป็นเกมสำหรับเล่นบนเครื่อง next-gen console หรือเครื่องเล่นเกมของยุคถัดไป ซึ่งต้องมีรายละเอียดของกราฟิกให้ดูสวยและสมจริงมากกว่าที่เคย นับว่าเป็นเรื่องท้าทายของ Ember Lab ซึ่งเป็นสตูดิโอที่มีคนทำงานเพียง 14 คนและทำโฆษณาเป็นหลัก พวกเขาค่อยๆ พัฒนาโปรเจกต์นี้ในเวลาว่างที่นอกเหนือจากเวลาทำงานปกติ ส่งผลให้กินเวลาพัฒนาเกมไปกว่า 8 ปี&nbsp;</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a2396701fc5f" data-id="OxzWlIbnp3U" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-OxzWlIbnp3U-6a2396701fc5f" data-vid="OxzWlIbnp3U" data-src="https://www.youtube.com/embed/OxzWlIbnp3U?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/OxzWlIbnp3U/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้อยคนที่จะรู้ว่าในระยะเวลาอันยาวนานนั้น มีคนไทยที่เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนากับโปรเจกต์นี้เช่นกัน&nbsp;</span></p>
<p><b>วิค</b><b>–</b><b>วันชนะ อินทรสมบัติ</b><span style="font-weight: 400;"> หรือที่หลายคนรู้จักในนาม </span><b>Victorior</b><span style="font-weight: 400;"> เจ้าของเพจ</span><a href="https://web.facebook.com/Victorior/" target="_blank" rel="noopener"><b> Art of Vic</b></a><span style="font-weight: 400;"> คือศิลปินไทยผู้ชวนทีมงาน </span><a href="https://web.facebook.com/pg/StudioKunThailand" target="_blank" rel="noopener"><b>Stud</b><b>io Kun </b></a><span style="font-weight: 400;">สตูดิโอที่เขาเป็นหัวเรือใหญ่ไปเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ซัพพอร์ต Ember Lab ในการสร้าง </span><span style="font-weight: 400;">Kena</span><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่แรกเริ่ม พวกเขารับผิดชอบในขั้นตอนออกแบบตัวละคร ตลอดจนวางทิศทางงานศิลป์ โดยหยิบเอาวัฒนธรรมเอเชียที่เขาคุ้นเคยสอดแทรกลงในรายละเอียดต่า</span><span style="font-weight: 400;">งๆ ได้อย่างกลมกลืนและน่าตื่นตาตื่นใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แปลกดีที่เมื่อเรานัดคุยกับเขา วันชนะบอกว่าตัวเองไม่ค่อยโปรดปรานการเล่นเกมมากเท่าไหร่ คำถามคือ แล้วศิลปินไทยแบบเขาก้าวไปถึงจุดที่ทำเกมระดับโลกได้ยังไง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ย่อหน้าต่อไปนี้คือเรื่องราวการผจญภัยของเขา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-104482 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3><b>กรุงเทพฯ &#8211; ลอสแอนเจลิส&nbsp;</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนที่เพิ่งรู้จักวันชนะอาจจะคิดว่าเขาเป็นศิลปินไทยหน้าใหม่ ความจริงวันชนะและทีมงาน Studio Kun ถูกจับตามองในวงการนักวาดมานาน ก่อนหน้านั้นวันชนะจบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในปี 2552 เขาสั่งสมสกิลการวาดและดีไซน์จนได้ออกแบบให้แอพพลิเคชั่นบน iOS หนัง เกม และโฆษณาให้กับหลายบริษัท โดยเน้นบริษัทต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ และได้ฟอร์มทีม Studio Kun ขึ้นมาในปี 2557 เพื่อรองรับงานสเกลที่ใหญ่ขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานของวันชนะโดดเด่นในระดับสากล จนเข้าตาสตูดิโอ Ember Lab ที่เห็นรูปวาดและสนใจผลงานของเขาผ่านเว็บไซต์ CGSociety และได้ชักชวนให้มาทำงานร่วมกัน โดยเริ่มจากการทำโฆษณาแอนิเมชั่นและงานกราฟิกก่อน&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอน Ember Lab ติดต่อมา เขาต้องการคนไปทำโฆษณา</span> <span style="font-weight: 400;">Coca-Cola</span> <span style="font-weight: 400;">พอจบโปรเจกต์นี้ก็มีโปรเจกต์อื่นต่อ ในแง่การทำงานเขาจ้างเราเหมือนฟรีแลนซ์ แต่ตอนที่พูดคุยกันทั่วไปเราก็เหมือนเป็นเพื่อนกัน”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันชนะเผยความประทับใจแล้วขยายความว่า แม้การทำงานร่วมกันของ Ember Lab และ Studio Kun เกิดขึ้นมาจากการทำงานทางไกล อาศัยการติดต่องานผ่านทางอีเมลและวิดีโอคอล แต่ระยะห่างที่ห่างไกลดูจะไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขา</span><span style="font-weight: 400;"> เพราะสตูดิโอ Ember Lab เน้นการทำงานในบรรยากาศสบายๆ </span><span style="font-weight: 400;">เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อนทำงาน นั่นทำให้วันชนะรู้สึกสบายใจที่จะร่วมงานด้วยมาหลายปี จนนำไปสู่การร่วมงานกันใน </span><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> ในที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-104474 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Kena_SpiritGuide-1024x577.jpg" alt="" width="1024" height="577" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Kena_SpiritGuide-1024x577.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Kena_SpiritGuide-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Kena_SpiritGuide-768x432.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Kena_SpiritGuide-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ </span><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 สตูดิโอ Ember Lab มีความคิดที่อยากจะทำเกมของตัวเอง โดยมีไอเดียแรกเริ่มมาจากความต้องการที่จะทำเกมผจญภัยในป่า บอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวเอกที่เป็นตัวละครหญิง วันชนะในตอนนั้นเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกมเกมนี้จะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ในเวลาต่อมา และเป็นเกมที่จะลงในเครื่อง next-gen console บน PC กับ Playstation ให้เกมเมอร์ทั่วโลกได้เล่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาอยากให้เราวาดอะไรก็ส่งบรีฟมา เราชอบออกแบบอยู่แล้วเลยได้ร่วมพัฒนาตัวละครไปกับเขาเลย </span><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> เคยเป็นโปรเจกต์รอง เพราะหลักๆ เราทำงานโฆษณากัน เวลามีงานโฆษณาเข้ามา เราจะหยุดทำเกมแล้วกลับไปทำต่อหลังจากงานหลักเสร็จ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสนุกของการทำงานในโปรเจกต์นี้คือ Ember Lab ไม่ได้จำกัดขอบเขตการออกแบบของเขา สิ่งที่เขาได้ทำคือการใช้ทักษะในการออกแบบและต่อยอดจากไอเดียที่มีอยู่แล้วอย่างเต็มที่&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จริงๆ แล้วเกมนี้ไม่มีอาร์ตไดเรกเตอร์นะ&nbsp;เวลาวาดอะไรไปเขาเอาหมดเลย </span><span style="font-weight: 400;">อย่างภาพร่างตัวละครเอกในตอนแรก หรือการออกแบบสิ่งของ บรรยากาศ </span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;มีแค่ปรับเล็กๆ น้อยๆ แทบจะไม่มีการรื้อใหม่ วาดไปเลยกลายเป็นสนุก” วันชนะเผยความประทับใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104470" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3></h3>
<h3><b>ตะวันตก-ตะวันออก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากที่ </span><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> ได้ถูกเปิดตัวในวิดีโอสตรีมมิง The Future Gaming พร้อมกับเครื่อง Playstati</span><span style="font-weight: 400;">on 5 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 </span><span style="font-weight: 400;">กระแสตอบรับเกมส่วนมากเป็นไปในเชิงบวก เหล่าเกมเมอร์ทั้งหลายไม่ได้คาดหวังถึงการมาของเกมเกมนี้ และพากันประหลาดใจที่เกมจากสตูดิโออย่าง Ember Lab ทำออกมาดูดีเทียบเท่ากับสตูดิโอเกมใหญ่ๆ จนหลายคนแทบจะไม่เชื่อว่านี่คือผู้พัฒนานอกกระแสจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> เป็นเกมที่ถูกพัฒนาโดยสตูดิโอจากฝั่งตะวันตก แต่แอนิเมชั่นและคอนเซปต์เน้นความเป็นตะวันออ</span><span style="font-weight: 400;">ก วันชนะเล่าให้เราฟังว่าบรร</span><span style="font-weight: 400;">ยากาศและสภาพแวดล้อมที่ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นความตั้งใจของผู้พัฒนาที่อยากให้ผสมความเป็นเอเชียเข้าไปในเกมด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104475" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/kun-vic-kena-shrineposter-wide-1024x579.jpg" alt="" width="1024" height="579" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/kun-vic-kena-shrineposter-wide-1024x579.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/kun-vic-kena-shrineposter-wide-300x170.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/kun-vic-kena-shrineposter-wide-768x434.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/kun-vic-kena-shrineposter-wide-600x339.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สังเกตว่าในเกมจะมีความเป็นเอเชียสูง เพราะไมค์กับจอชเคยไปญี่ปุ่นแล้วชอบมากๆ โดยเฉพาะไมค์ที่เคยไปเรียนและไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสักพักหนึ่ง เลยค่อนข้างอินความเป็นญี่ปุ่น&nbsp; เขาจะสนใจมุมที่เป็นพวกตึกเก่าหรือเป็นป่ารกร้างเป็นพิเศษ เพราะเคยไปเที่ยวเกาะร้างที่หนึ่งแล้วประทับใจ นอกจากนี้ทีมงาน Ember Lab ยังเคยไปถ่ายหนังสั้นชื่อ <em>Dust</em> ที่ยกกองไปถ่ายถึงญี่ปุ่นกันทั้งทีม แน่นอนว่าพวกเขาชอบมาก เลยอยากจับบรรยากาศพวกนั้นมาใส่ไว้ในเกม” </span><span style="font-weight: 400;">วันชนะเล่าจุดตั้งต้นของการออกแบบบรรยากาศในเกมให้เราฟัง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การดีไซน์องค์ประกอบต่างๆ จะอิงมาจากทางฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก เวลารับบรีฟเขาจะบอกเราว่าอยากได้ศิลาจารึกหน้าตาเก่าๆ โบราณๆ มีพว</span><span style="font-weight: 400;">กรอย คำเขียน หรือว่าอักขระที่ไม่ค่อยพบเห็นทั่วไป reference อาจมีความเป็นบาหลีบ้าง แต่หลักๆ จะเป็นญี่ปุ่น”&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเป็นเอเชียยังถูกถ่ายทอดออกมาผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่จะปรากฏให้เราเห็นในเกม อย่างของเล่น เครื่องใช้เครื่องสาน แม้แต่โคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสุ่มจับปลาของชาวประมง ทุกองค์ประกอบล้วนเป็นความตั้งใจที่ทั้งวันชนะและ Ember Lab พยายามสอดแทรกเข้ามาในเกมทั้งสิ้น&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104473" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/HeroRot_Meeting-1024x545.jpg" alt="" width="1024" height="545" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/HeroRot_Meeting-1024x545.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/HeroRot_Meeting-300x160.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/HeroRot_Meeting-768x408.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/HeroRot_Meeting-600x319.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104472" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Beni_Saiya-1024x758.jpg" alt="" width="1024" height="758" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Beni_Saiya-1024x758.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Beni_Saiya-300x222.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Beni_Saiya-768x569.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Beni_Saiya-600x444.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Beni_Saiya.jpg 1500w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากการสอดแทรกองค์ประกอบที่ให้กลิ่นความเป็นตะวันออกในบรรยากาศ อีกหนึ่งสิ่งที่นับเป็นเรื่องท้าทายของวันชนะคือการออกแบบตัวละคร หลังจากดูตัวอย่างเกม เกมเมอร์หลายคนอาจเห็นว่าตัวละครใน Kena มีความน่ารักคล้ายคลึงกับตัวละครในภาพยนตร์แอนิเมชั่นของ Pixar ผสมกับ Studio Ghibli ยังไงยังงั้น&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทำให้เราประหลาดใ</span><span style="font-weight: 400;">จคือวันชนะบอกว่าความจริงแล้ว เขาไม่คุ้นเคยกับงานประเภทคาแร็กเตอร์ดีไซน์มากนัก แม้จะมีเครดิตว่าเคยร่วมงานในแอนิเมชั่นสายเลือดไทยอย่าง </span><i><span style="font-weight: 400;">9 ศาสตรา</span></i><span style="font-weight: 400;"> แต่เขามีหน้าที่รับผิดชอบแค่ขั้นตอนการกำหนดสี (grading) ในแต่ละฉากของภาพยนตร์เท่านั้น การได้มีส่วนร่วมในเกม </span><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> จึงถือเป็นการทำงานในส่วนคาแร็กเตอร์ดีไซน์ครั้งแรกของเขา&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104476" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Rot-1024x526.jpg" alt="" width="1024" height="526" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Rot-1024x526.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Rot-300x154.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Rot-768x395.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Rot-600x308.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/Rot.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเรียนจบวิจิตรศิลป์ เคยชินกับการเพนต์สีบนผ้าใบตั้งแต่ตอนเรียน แต่ใจชอบด้านแอนิเมชั่น ตอนแรกวาดรูปอะไรไม่เป็นเลย เลยเริ่มศึกษาด้วยการซื้อหนังสืออาร์ตบุ๊กต่างๆ มาดู แล้วฝึกทำเองในคอม ลองสังเกตดูว่าคาแร็กเตอร์มันต่างกันยังไง รูปร่างมันต่างกันตรงไหน ตอนแรกๆ โคตรยากเลย กว่าจะเรียนรู้สไตล์เขาได้ เครียดจนแทบไม่ได้นอน ก็พยายามจะหาสมดุลให้มันลงตัวอยู่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าเขาจะหัวเราะและเล่าติดตลกให้เราฟังว่ามีการปรับแก้งานค่อนข้างเยอะ บางครั้งต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่จริงๆ แล้ววันชนะไม่เคยรู้สึกกดดันเรื่องเดดไลน์หรืองานเร่งเลย หากเรื่องที่กังวลและท้าทายมากกว่าสำหรับเขาคือความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องปรับให้ตรงกันกับ Ember Lab และความพยายามที่จะนำสิ่งนี้ออกไปนำเสนอให้ผู้คนมากกว่า&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104464" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ที่ยากคือทำยังไงให้คนอิน เราจะนำเสนอเรื่องราวยังไงให้คนที่เขาไม่รู้จักกับโลกนี้ได้เข้ามารู้จักมากขึ้น อย่างการออกแบบคาแร็กเตอร์ </span><span style="font-weight: 400;">Kena </span><span style="font-weight: 400;">หรือตัว </span><span style="font-weight: 400;">Rot</span><span style="font-weight: 400;"> นี่กว่าจะออกมาเป็นอย่างที่เราเห็นกันคือผ่านการออกแบบและแก้มาเยอะมาก&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เป็นเรื่องของการสำรวจไอเดียมากกว่า ซึ่งธรรมดามากเพราะนี่จะเป็นขั้นตอนที่เราต้องเจออยู่แล้วในงานดีไซน์ เราเองก็ได้ฝึกจินตนาการด้วย ช่วงที่เกมเปิดตัวเรากลับมานั่งคัดงาน ไปเจอรูปที่เคยวาดประมาณ 300-400 รูปได้ นี่แค่ของเราคนเดียวนะ ยังมีคนอื่นที่วาดอีก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันชนะยังเผยว่า สิ่งหนึ่งที่เขาได้พัฒนาระหว่างการทำงานโปรเจกต์นี้คือความสนใจเรื่องวิดีโอเกมของเขา เพราะก่อนหน้านี้ ด้วยหน้าที่การทำงานและครอบครัวทำให้เขาไม่ค่อยมีเวลาเล่นวิดีโอเกมเท่าไหร่ สิ่งที่ทำให้เขายังทำงานโปรเจกต์ </span><span style="font-weight: 400;">Kena </span><span style="font-weight: 400;">ต่อไปคือความหลงใหลในศาสตร์ด้านแอนิเมชั่นเท่านั้น แต่เมื่อเดินจนสุดปลายทางของโปรเจกต์ การได้ทำงานกับ </span><span style="font-weight: 400;">Kena </span><span style="font-weight: 400;">ก็ทำให้เขารู้สึกกลับมาสนใจในโลกใบนี้มากกว่าที่เคย และตั้งตารอที่จะเล่นเกมนี้ไปพร้อมกับทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Kena: Bridge of Spirits</span><span style="font-weight: 400;"> มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2563 และถึงแม้ว่างานส่วนดีไซน์ของวันชนะจะจบลงไปนานแล้วแต่เขาเองก็ยังคงรู้สึกกดดันเรื่องกระแสและผลตอบรับต่อเกมเช่นกัน&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้ข้อมูลดีไซน์ในส่วนของเราเรียบร้อยไปนานแล้ว แอบกดดันนะ ตอนเห็นพวกคลิปรีแอ็กชั่นจากแฟนเกมต่างประเทศที่เขาตื่นเต้น แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาตื่นเต้นแบบนี้กับทุกเกมหรือเปล่า ตอนนี้ทั้งทีม Ember Lab ที่ต้องควบคุมการผลิตก็หายไปเลย เขาต้องรีบทำเกมให้เสร็จก่อนที่จะวางขายสิ้นปีนี้”&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-104484 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/10-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<h3></h3>
<h3><b>คนวาดการ์ตูนไม่เป็น &#8211; คนทำเกมระดับโลก</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่ได้หวังให้ตัวเองต่อยอดไปไกลจากงานนี้ แต่เราหวังสูงให้ Ember Lab ทีมผู้พัฒนาไปได้ไกลมากกว่า” วันชนะตอบเมื่อเราถามว่า เขาคาดหวังอะไรจากการทำงานโปรเจกต์นี้&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะเราเห็นเขาทำงานด้วยแพสชั่นที่สูงมาก โปรเจกต์นี้ส่วนของเรานาน 8 ปี แต่ของเขาอยู่กับเกมนี้มานานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ยิ่ง 3 ปีหลังนี่ทั้งทีมทุ่มเทกับเกมอย่างเต็มที่มาก อยากให้เขาประสบความสำเร็จสักทีกับเกมนี้ เขาทำดีมาตั้ง 10 กว่าปีแล้ว”&nbsp;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-large wp-image-104485 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/3-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุดแล้ว การจะเป็นคนออกแบบเกมระดับโลกนั้นเรียกร้องอะไรบ้าง เรายิงคำถามสุดท้าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงที่เรียนจบใหม่ๆ เราตกงานอยู่พักหนึ่ง เคยพยายามแม้กระทั่งไปสอนศิลปะเด็ก แต่สกิลการวาดรูปตอนนั้นยังไม่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้เลย วาดวงกลมยังมือสั่นด้วยซ้ำ แต่เพราะยังคงชื่นชอบในแอนิเมชั่น จึงตัดสินใจเริ่มศึกษาอย่างละเอียดมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราได้เรียนรู้ว่าการทำตามความฝัน เราจะเสพเฉพาะคำวิจารณ์ที่ดีไม่ได้ เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เราจะไม่ได้สร้างงานดีๆ ออกมาเลย แต่เราจะรีบทำอะไรก็ได้ให้คนมากดไลก์ ความจริงแล้วนั้นเราควรเอาเวลามาทำงานให้ดี ทำงานอะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าเรายังตามฝัน ไม่ใช่ทำงานที่คนชอบแล้วจะทำต่อ ถ้าคนไม่ชอบเราจะหยุด</span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;เราต้องหมั่นฝึกฝน&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อก่อนเราตั้งเป้าไว้ว่าอยากได้รางวัล เราก็จะวาดจนกว่าจะได้รางวัล พอได้มาเร็วก็ต้องหาเป้าหมายต่อไป หลังจากนี้ไปเราอยากจะดันโปรเจกต์ส่วนตัว อยากพัฒนาแอนิเมชั่นสักเรื่อง เคยคิดแค่อยากเห็นชื่อตัวเองใน end credits งานสักชิ้นเอง พอทำได้ ที่เหลือเป็นกำไรแล้ว ค่อยๆ ขึ้นไปทีละขั้น เส้นทางยังอีกยาวไกล”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางทีอาจเป็นความชอบ บางทีอาจเป็นการฝึกฝน หรือบางทีอาจเป็นการตั้งเป้าหมายใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าคำตอบของคำถามจะเป็นอะไร เราเชื่อว่าวันชนะยังมีเส้นทางที่รอให้เขาเดินทางต่อไปได้อีกยาวไกล และระหว่างทางไม่ว่าจะพบเจอกับอะไรเขาจะไม่หยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แน่นอน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-large wp-image-104486" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/victorior/">วิค–วันชนะ อินทรสมบัติ คนไทยผู้ร่วมออกแบบงานศิลป์ให้กับ Kena: Bridge of Spirits วิดีโอเกมระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพลง 10 นาทีในเส้นทางดนตรีสิบกว่าปีของ The Darkest Romance วงร็อกดุเดือดที่งดงาม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-darkest-romance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Jul 2020 11:11:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Gene Lab]]></category>
		<category><![CDATA[The Darkest Romance]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>
		<category><![CDATA[วงดนตรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=102725</guid>

					<description><![CDATA[<p>“คุณมีเวลาสัก 10 นาทีไหมครับ เราจะพาคุณย้อนเวลาไปสำรวจจิตใจและทักทายความเป็นเด็กที่แอบซ่อนอยู่ข้างในไปด้วยกัน”    ประโยคดังกล่าวคือคำโปรยของมิวสิกวิดีโอเพลง ความเยาว์ ของวงร็อกชื่อ The Darkest Romance สารภาพว่าตอนอ่านครั้งแรกเรานึกสงสัยว่าฟังแล้วจำเป็นต้องหยุดคิดไปอีก 10 นาทีเลยเหรอ เราจะตกตะกอนความคิดกับเพลงเพลงหนึ่งได้นานขนาดนั้นเชียว แต่ปรากฏว่าพอย้อนกลับไปดูที่ความยาวของวิดีโอ เราพบว่า 10 นาทีที่ว่าคือ 10 นาทีที่ต้องฟังจริงๆ ไม่เพียงเท่านั้นซิงเกิลที่ 2 ของวงอย่าง ความโดดเดี่ยว ยังเป็นเพลงที่มีความยาวเท่าๆ กันเช่นกัน  เราเปิดฟังด้วยความสงสัย แต่กลับถูกปล่อยทิ้งไว้กับคำถามมากมายในใจที่ยังคงล้นออกมาเรื่อยๆ ถึงแม้เพลงจะจบไปนานแล้วก็ตาม The Darkest Romance เป็นวงร็อกเลือดเดือด 4 คนอันประกอบไปด้วย แม็ก–ธิติวัฒน์ รองทอง (ร้องนำ, เบส), ซีเกม–ธณัตชัย เหลือรักษ์ (กลอง), ก้อง–ก้องอุดม ใจทัศน์กุล (กีตาร์) และ เต้–ปัฏฐสิทธิ์ ห้วยห้อง (กีตาร์) ที่โดดเด่นด้วยวิธีการทำเพลงให้เหมือนเป็นเครื่องมือ ‘เล่าเรื่อง’ โดยนำเนื้อหาอันลึกซึ้งมารวมกับเทคนิคการเล่นดนตรีอย่างหวือหวา จึงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าความรู้สึกที่ได้รับเหมือนกับการรับชมภาพยนตร์เนื้อเรื่องเข้มข้นสักเรื่อง พวกเขาได้รับการการันตีจากผลงาน Lessons [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-darkest-romance/">เพลง 10 นาทีในเส้นทางดนตรีสิบกว่าปีของ The Darkest Romance วงร็อกดุเดือดที่งดงาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“คุณมีเวลาสัก 10 นาทีไหมครับ เราจะพาคุณย้อนเวลาไปสำรวจจิตใจและทักทายความเป็นเด็กที่แอบซ่อนอยู่ข้างในไปด้วยกัน”   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประโยคดังกล่าวคือคำโปรยของมิวสิกวิดีโอเพลง <em>ความเยาว์</em> ของวงร็อกชื่อ </span>The Darkest Romance<span style="font-weight: 400;"> สารภาพว่าตอนอ่านครั้งแรกเรานึกสงสัยว่าฟังแล้วจำเป็นต้องหยุดคิดไปอีก 10 นาทีเลยเหรอ เราจะตกตะกอนความคิดกับเพลงเพลงหนึ่งได้นานขนาดนั้นเชียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ปรากฏว่าพอย้อนกลับไปดูที่ความยาวของวิดีโอ เราพบว่า 10 นาทีที่ว่าคือ 10 นาทีที่ต้องฟังจริงๆ ไม่เพียงเท่านั้นซิงเกิลที่ 2 ของวงอย่าง <em>ความโดดเดี่ยว</em> ยังเป็นเพลงที่มีความยาวเท่าๆ กันเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเปิดฟังด้วยความสงสัย แต่กลับถูกปล่อยทิ้งไว้กับคำถามมากมายในใจที่ยังคงล้นออกมาเรื่อยๆ ถึงแม้เพลงจะจบไปนานแล้วก็ตาม</span></p>
<div id="erdyt-6a23967022191" data-id="Sf5mV6KYSss" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Sf5mV6KYSss-6a23967022191" data-vid="Sf5mV6KYSss" data-src="https://www.youtube.com/embed/Sf5mV6KYSss?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Sf5mV6KYSss/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<div id="erdyt-6a239670221e6" data-id="EgxMI3kWtVc" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-EgxMI3kWtVc-6a239670221e6" data-vid="EgxMI3kWtVc" data-src="https://www.youtube.com/embed/EgxMI3kWtVc?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/EgxMI3kWtVc/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The Darkest Romance <span style="font-weight: 400;">เป็นวงร็อกเลือดเดือด 4 คนอันประกอบไปด้วย</span><b> แม็ก–ธิติวัฒน์ รองทอง</b><span style="font-weight: 400;"> (ร้องนำ, เบส), </span><b>ซีเกม–ธณัตชัย เหลือรักษ์</b><span style="font-weight: 400;"> (กลอง), </span><b>ก้อง–ก้องอุดม ใจทัศน์กุล</b><span style="font-weight: 400;"> (กีตาร์) และ </span><b>เต้–ปัฏฐสิทธิ์ ห้วยห้อง</b><span style="font-weight: 400;"> (กีตาร์) ที่โดดเด่นด้วยวิธีการทำเพลงให้เหมือนเป็นเครื่องมือ ‘เล่าเรื่อง’ โดยนำเนื้อหาอันลึกซึ้งมารวมกับเทคนิคการเล่นดนตรีอย่างหวือหวา จึงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าความรู้สึกที่ได้รับเหมือนกับการรับชมภาพยนตร์เนื้อเรื่องเข้มข้นสักเรื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พวกเขาได้รับการการันตีจากผลงาน <em>Lessons</em> สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ในปี 2015 ที่มีคอนเซปต์การเล่าเรื่องเป็นห้องเรียนห้องหนึ่ง วิพากษ์วิจารณ์เรื่องชีวิตและสังคมอย่างตรงไปตรงมา จนนักฟังเพลงหูเหล็กในแวดวงเพลงใต้ดินหลายคนยกให้อัลบัมดังกล่าวเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวลาผ่านไปดนตรีได้นำพาพวกเขาเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ที่ชื่อ Gene Lab ภายใต้การดูแลของ</span>โอม–ปัณฑพล ประสารราชกิจ <span style="font-weight: 400;">แห่งวง </span>Cocktail <span style="font-weight: 400;">เข้าสู่การเป็นศิลปินมีสังกัดอย่างเต็มตัว สิ่งที่สะดุดความสนใจของเราคือสองซิงเกิลล่าสุดของพวกเขามีความยาวเพลงละ 10 นาที และตลอดเวลาที่เพลงกำลังเล่นอยู่นั้นแทบจะไม่ใช่เพลงเดียวกันเลย มีหนักชนเบา มีสุขปนเศร้า ประหนึ่งว่าเรากำลังโดนเล่นกับความรู้สึกและโดนท้าทายอารมณ์อย่างต่อเนื่อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้มีโอกาสพูดคุยกับพวกเขาถึงเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ความระห่ำในการทำเพลง และการเดินทางบนเส้นทางศิลปินตั้งแต่พื้นที่นอกกระแสจนเข้าสู่กระแสหลัก อะไรที่ขับเคลื่อนให้พวกเขาผลิตผลงานสุดทะเยอทะยานออกมา ตลอดจนตัวตนของพวกเขาที่เราเองก็อยากทำความรู้จักให้มากขึ้นเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102785 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S009-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ทำดนตรีนอกกระแสมาเป็นสิบปี พอมาอยู่บ้านใหม่ที่ชื่อ Gene Lab มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง </b></p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เดดไลน์ครับ (หัวเราะ) พวกเราไม่มีปัญหาเรื่องโจทย์ในการทำเพลงหรือการเข้าห้องอัดเลย ทุกอย่างเหมือนเดิม สิ่งที่เพิ่มมาคือกำหนดการต่างๆ ซึ่งมองได้ทั้งในแง่ดีและไม่ดี ไม่ดีที่เดดไลน์กลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นของเรา เราต้องจัดการเวลาให้ดี แต่ข้อดีก็คือได้จัดการนั่นแหละ ทุกอย่างเป็นระบบระเบียบมากขึ้น</span></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> อุปสรรคข้อใหญ่ที่สุดของพวกเราคือการจัดการเวลา ซึ่งไม่ได้ยากต่อการปรับตัวขนาดนั้น ส่วนในเรื่องของการทำงานเราโชคดีอีกเรื่องหนึ่งคือ ถึงแม้ในเครดิตเราจะเห็นชื่อพี่โอม Cocktail เป็น executive producer แต่ในความเป็นจริงพวกเรายังคงเป็นวงที่โปรดิวซ์กันเองอยู่ โดยมีพี่ๆ ในค่ายทุกคนคอยแนะนำอยู่เรื่อยๆ ทั้งในแง่ของคุณภาพเสียงและภาพลักษณ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การทำเพลง 10 นาทีดูทะเยอทะยานมาก ทำไปทำไม</b></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> จุดเริ่มต้นมาจากความไม่อยากทำเพลงแบบเดิม เราโชคดีที่มีคนชอบ <em>Lessons</em> อัลบั้มชุดที่แล้วของวงเยอะมาก แต่พอคนชอบเยอะก็เกิดความรู้สึกว่าเพลงที่เคยเขียนจะซ้ำกับผลงานเก่าๆ ของพวกเรา เพราะถ้าสมมติว่าคนชอบอันนี้แล้วเราทำเพลงแบบเดิม เขาจะมองวงเราว่าเป็นวงทั่วไป เป็นอันเดอร์กราวนด์เหมือนกับวงอื่นๆ ที่ผ่านมา เราไม่ได้บอกว่าสิ่งที่วงใดๆ ทำนั้นไม่ดี แต่เราอยากทำได้มากกว่าที่เคยทำ ไม่ได้คิดว่าจะไปแข่งอะไรกับใครอยู่แล้วด้วย เพราะแค่แข่งกับตัวเองใน 10 นาทีก็ยากพอแล้ว ยืนระยะให้จบเพลงให้ได้ก่อน (หัวเราะ) ก็ต้องยอมรับว่าทะเยอทะยานที่สุดที่วงทำมา </span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เราไม่อยากทำอะไรซ้ำ พอทำไปถึงจุดหนึ่งจะเริ่มเข้าใจว่าคนฟังชอบฟังเพลงประมาณนี้ ถ้าเราทำแบบเดิมคนก็อาจจะชอบประมาณนี้อีก วนเหมือนเดิมเป็นลูป เลยอยากเปลี่ยนให้แตกต่างขึ้นไปอีก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102789 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S013-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>กังวลบ้างไหมว่าคนจะบอกว่าเราเปลี่ยนไป </b></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ถ้ากังวลเราไม่ปล่อยเพลง 10 นาทีหรอกครับ (หัวเราะ)</span> <span style="font-weight: 400;">หรือถ้าคนบอกว่าเราเสียตัวตนเวลามาอยู่ค่ายเพลงก็ฟังให้จบ 10 นาทีก็แล้วกัน </span><span style="font-weight: 400;">เราไม่เคยรังเกียจเพลงป๊อปหรือเพลงที่ได้รับความนิยมมากๆ เราไม่เคยคิดว่าการเข้าถึงง่ายเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาด และแน่นอน เราไม่เคยดูถูกเพลงแนวอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกันเราเคารพตัวเองมากพอที่จะบอกว่า เราจะซื่อสัตย์ในสิ่งที่เราทำ สมมติถ้าวันหนึ่งเราทำเพลงที่ฟังง่ายขึ้นได้เราก็จะทำ   </span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ส่วนตัวเราคิดว่าเราไม่ได้เปลี่ยนไป อัลบัมที่กำลังทำอยู่ตอนนี้หนักกว่าชุดก่อนๆ ด้วยซ้ำ เราค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่ได้เปลี่ยนตัวตน อัลบั้มต่อจากนี้ยังมีความชอบของพวกเราอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำไมต้อง 10 นาที แค่ทำให้ตัวเองแตกต่าง แต่ความยาวทั่วไปไม่ได้เหรอ</b></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> (นิ่งคิด) แต่ก่อนเราก็เคยทำเพลงความยาว 3-5 นาทีกัน แต่เราแค่อยากลองดูว่าถ้าทำเพลงความยาว 10 นาทีคนจะอยู่ฟังจนจบไหม จะเลี้ยงความรู้สึกคนให้อยู่ตลอดได้หรือเปล่า ซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังให้ฟังจบเพลงทุกคน แต่ถ้าอยู่จบก็ขอบคุณ มันเป็นคำถามที่เราจะได้ตอบตัวเองด้วยว่าเพลงของเราทำให้รู้สึกยังไงบ้าง</span></p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เพลง 10 นาทีเหมือนเป็นงานทดลองของพวกเรา เราอยากรู้ปฏิกิริยาของคนฟังว่าพวกเขาจะแสดงออกยังไง  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แบบนี้อาจเข้าถึงยากสำหรับบางคนรึเปล่า </b></p>
<p><b>เต้ </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> พี่โอมเคยบอกพวกเราว่า ถ้าอยากขายพวกเราคงส่งเดโมเพลง 10 นาทีให้พี่เขานานแล้ว (หัวเราะ) แต่พวกเราไม่ทำแบบนั้น  </span></p>
<p><b>แม็ก </b><strong>: </strong><span style="font-weight: 400;">เพลงของพวกเราไม่ใช่ขนมหวานทานง่าย (หัวเราะ) ฟังแล้วเหนื่อย แต่เพราะตั้งใจให้เป็นแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะบันเทิงกับเพลงพวกนี้ และนั่นไม่ผิดเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102793 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S017-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ทำเพลงเต็มอิ่มขนาดนี้มีข้อเสียบ้างไหม</b></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ข้อเสียข้อแรกคือถ้าไม่ชอบก็เกลียดเลย คนไม่อินเบื่อแน่นอน แต่ผมคิดว่าเพลงก็เหมือนงานศิลปะที่สร้างขึ้นมาวางไว้กลางสปอตไลต์ เป็นเรื่องธรรมดามากที่จะมีทั้งคนชอบและคนเกลียด มีทั้งคนที่ให้ดอกไม้และคนที่โยนก้อนหิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อสองคือการเล่นเพลงความยาว 10 นาทีต้องใช้พลังมากกว่าปกติ โดยทั่วไปเล่นเพลง 1 นาที 3 นาที</span> เราก็ปวดคอปวดตัวกันอยู่แล้ว แต่ 10 นาทีเหมือนต้องวางแผนการรบมากขึ้น (หัวเราะ) ไม่ใช่แค่เล่นดนตรีให้จบๆ ไป</p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เพลงของเราไม่ค่อยโดนคอมเมนต์ด้านลบ ไม่ใช่เพราะเพลงดีมากจนติไม่ได้แต่เป็นเพราะพวกเขาฟังไม่จบ (หัวเราะ) ดังนั้นผมว่าข้อเสียที่ง่ายที่สุดคือความยากนั่นแหละ นอกจากยากในการเล่นแล้วยังยากในการฟังด้วย บางคนฟังแค่ 3 นาทีแรกแล้วก็หายไปก่อน ข้อความหรือสิ่งที่เราอยากสื่อสารจึงออกไปไม่ครบ ถือว่าเป็นข้อเสียได้เหมือนกัน </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ในแง่ขั้นตอนการทำ เพลง 10 นาทีแตกต่างจากเพลง 3-5 นาทียังไงบ้าง  </b></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เราแยกกันทำงานเพราะต่างคนต่างมีส่วนที่ต้องจัดการ อาจมีโครงมาจากผมก่อนเนื่องจากผมเป็นคนคิดคอนเซปต์เนื้อเพลง วิธีการทำงานจึงเป็นผมที่ต้องทำโครงส่งให้ทุกคน มันก็อิงมาจากไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วย เพราะบ้านไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย พวกเราจึงเจอกันน้อยมาก ดังนั้นสิ่งที่ผมทำเวลาเริ่มขึ้นโครงเพลงหรือเรียบเรียงดนตรีคือการจำมือ ว่าแต่ละคนมีสไตล์ยังไง จำมือซีเกม จำมือก้อง จำมือพี่เต้ เป็นสิ่งที่ผมพอทำได้เวลาไม่เจอกัน เพราะเคมีพวกเราสัมพันธ์กันหลังจากเล่นกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ผมก็พอจะรู้ว่าสไตล์แต่ละคนเป็นยังไง </span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เราจะมานั่งฟังเดโมจากแม็กก่อน แล้วก็แลกเปลี่ยนกันว่าแต่ละคนเห็นภาพอะไรบ้าง ก่อนจะแยกย้ายไปทำการบ้านของตัวเอง</span></p>
<p><b>เต้ </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ตอนที่แม็กให้ฟังเดโมเรารู้สึกเหมือนได้สร้างพื้นที่ส่วนตัวของพวกเราขึ้นมา ยังไม่ค่อยเห็นคนอื่นทำอะไรแบบนี้ ซึ่งเราก็โอเคมากที่มีสิ่งนี้เกิดขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102757 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/000010-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>เวลาปล่อยแต่ละเพลง ทั้ง 4 คนเห็นพ้องกันในเรื่องไอเดียทั้งหมดเลยหรือเปล่า</b></p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เราเห็นคอนเซปต์ภาพรวมเป็นภาพเดียวกัน แต่เรื่องรายละเอียดปลีกย่อยไม่เหมือนกันสักคน</span></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> จริงๆ แล้วเรามีความสนใจเรื่องดนตรีค่อนข้างต่างกัน ก้องจะเมทัลคอร์ พี่เต้จะอีโมฯ เพิ่มขึ้นมา ส่วนซีเกมก็เล่นได้ตั้งแต่หนักมากๆ ไปจนถึงป๊อป-ร็อกหรือโพสต์ร็อกเลย แต่ทุกคนก็ยังอยู่บนพื้นฐานความเป็นร็อก งานของพวกเราเลยกลายเป็นงานกึ่งคอลลาจ</span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เรามองกันคนละภาพก็จริงแต่ยังเป็นโทนเดียวกัน ถ้ามองกันไปคนละทางก็คงทำด้วยกันไม่ได้ ความสนุกคือพอเราเห็นภาพคนละภาพและเอามาทำเป็นเพลง 10 นาทีมันจะมีหลายภาพในเพลง ทำให้มีความหลากหลายทางอารมณ์มากขึ้น ถ้าเห็นภาพเดียวกันเพลงก็จะมีแค่ภาพเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เพลงเลยมีมิติมากขึ้น</b></p>
<p><strong>ซีเกม </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ใช่ ถ้าให้เปรียบเทียบเพลงของพวกเราเป็นอาหาร มันคืออาหารจานเดิมที่เราคุ้นเคยแต่อาจจะเป็นคนละรสกับที่เคยกิน ยำรสใหม่เข้าไปหน่อย สุดท้ายพออาหารจานนี้ออกมาเสิร์ฟเราก็มองเป็นจานเดิมที่เคยกินอยู่ดี หรือลองนึกภาพเป็นภาพยนตร์ก็ได้ แบบเดียวกันเลย เราดูหนังเรื่องเดิมแต่ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมทุกครั้งขนาดนั้น ถึงเราจะมั่นใจขนาดไหนว่านี่คือเรื่องเดิมแน่ๆ  </span></p>
<p><strong>เต้ : </strong><span style="font-weight: 400;">พวกเราอยากให้เพลงมีหลายภาพ เพราะคนฟังเองก็คงตีความไม่เหมือนกันอยู่แล้ว อย่างเรื่องแนวคิดของเพลง <em>ความเยาว์</em> ก็เป็นเรื่องปลายเปิด แต่ละคนที่มาคอมเมนต์ในวิดีโอของเราก็อธิบายช่วงชีวิตของเขาไม่เหมือนกัน พอฟังแล้วเขาได้เปิดใจแสดงความเห็น เราก็รู้สึกดีเพราะได้เห็นภาพชีวิตที่ต่างกันของแต่ละคนด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102783 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S007-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>แบบนี้จุดร่วมของทั้ง 4 คนคืออะไร</b></p>
<p><strong>แม็ก </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เป็นภาพที่ทุกคนมองเหมือนกัน ผมก็ไม่รู้ว่าวงของพวกเราที่เริ่มจากการพยายามลุยไปเรื่อยๆ นี่มายืนด้วยกันได้เพราะการมองผ่านภาพตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งต่อให้มีความสนใจเชิงดนตรีที่ต่างกัน แต่เวลาขึ้นเวทีเราอยากทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองเหมือนกันทุกคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเอาทุกสิ่งที่มีมาบนเวทีทุกครั้ง และไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่รู้สึก เกมมีสิ่งที่อยากระบายผ่านกลอง ก้องกับพี่เต้อยากระบายออกมาด้วยกันผ่านกีตาร์ ท้ายที่สุดแล้วการเล่นดนตรีสำหรับพวกเราก็เหมือนประตูทางออกจากโลกความจริงไปชั่วขณะ ทำให้เราได้ฟื้นตัวตนขึ้นมา  </span></p>
<p><strong>ซีเกม </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เราเอาด้านหนึ่งในใจที่อาจจะเป็นด้านมืดมาปล่อยลงตรงนี้</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่เพื่อโจมตีหรือกระแทกใส่ใคร เราแค่วางกองไว้ให้ทุกคนดูว่า ‘ผมมี พวกคุณเห็นไหม ถ้าคุณเห็น</span> <span style="font-weight: 400;">พวกคุณมี ผมก็มีเหมือนกัน’ เป็นเรื่องของการแชร์ความรู้สึกกันมากกว่า</span> <span style="font-weight: 400;">เราไม่ได้ยืนอยู่ด้วยกันได้เพราะแนวเพลง</span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> พวกเรามีลูกบ้าเหมือนกัน เราแค่อยากออกไปเล่นดนตรีมากกว่า เวลาที่เล่นสดเราสงสัยทุกครั้งว่ารอบนี้จะไปได้ขนาดไหน เราไม่เคยสนเลยว่าคนจะเยอะหรือน้อย ต่อให้ไม่มีคนเราก็ใส่เต็ม เราสนกันเองแค่ 4 คนว่าสนุกขนาดไหน หลักๆ คือการออกไปเจอคนมากกว่า </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102788 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S012-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ใส่เต็มแบบ ‘เดี๋ยวมึงเจอกู’ </b></p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> มันคือ ‘เดี๋ยวเราเจอกัน’ มากกว่า ไม่ใช่ ‘เดี๋ยวมึงเจอกู’ (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> แต่เวลาเล่นสดเราก็พยายามมีปฏิสัมพันธ์กับคนดู หลายครั้งเราให้พวกเขาเข้ามาใกล้ๆ หรือลงไปหาเขา ไปฟังเขา ไปพูดคุย เราได้เห็นคนที่มาดูพวกเราต่อหน้า เห็นพวกเขามีความโศกเศร้าบางอย่าง เป็นความรู้สึกที่จริงกว่าเมื่อได้สัมผัส คนบางคนอยากได้การบำบัด อยากได้คนรับฟัง พวกเราก็อยากให้ทุกคนได้เป็นเพื่อนกันผ่านเพลง</span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> อย่างตอนที่เราลงไปร้องเพลงกับคนดู เราให้เขาระบายอะไรออกมาก็ได้ บางทีอาจจะเป็นคำหยาบหรือคำไม่ดี แต่ได้ตะโกนออกมาแค่คำเดียวเขาก็พอใจแล้ว เราก็พอใจ เพราะบางทีเขาอาจไม่มีที่ระบาย แค่ได้ตะโกนออกมาคำเดียวก็ดีขึ้นแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คนฟังเหมือนได้บำบัดจิตใจด้วยไหม</b></p>
<p><b>แม็ก</b><strong> </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> คนที่รู้สึกเหมือนกันก็มาอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าเขารู้สึกไม่เหมือนเราเราก็ไม่ว่า แค่เขาฟังเพลงจบก็ดีใจแล้ว แต่สุดท้ายคนที่มากอดคอแล้วร้องไห้ไปกับเราเขาดีขึ้นหลังจากโชว์จบ นั่นคือสิ่งที่เราดีใจ เราอยากให้เขารู้สึกดีกับตัวเองด้วย</span></p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> อย่างคนที่ร้องไห้ในโชว์เขาอาจเป็นคนที่ไม่กล้าร้องไห้ให้ใครเห็นก็ได้ แต่เขาร้องไห้ตรงนั้น เขาได้ระบาย ได้ปลดปล่อยแล้ว มีคนมาขอบคุณเราที่ทำให้ตัวเองร้องไห้ด้วยซ้ำ ตอนนั้นงง ก็มึงร้องไห้ มึงมาขอบคุณกูทำไม (หัวเราะ) แต่ด้วยเหตุผลนี้แหละ พอเขาร้องเราก็ดีใจไปกับเขา เพราะเขาคงอัดอั้นมานานแล้วเหมือนกัน</span></p>
<p><b>แม็ก </b><strong>: </strong><span style="font-weight: 400;">เราเล่นดนตรีแล้วเราจริงใจ เอาใจทั้งหมดที่เรามีโยนไปให้คนฟัง แล้วเขาโยนกลับมา นั่นคือสัมฤทธิ์ผล </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102768 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/IMG_5270-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><b>ดูเป็นความเสียใจที่สวยงามนะ ย้อนแย้งเหมือนชื่อวง</b></p>
<p><b>ซีเกม </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ชื่อวงถ้าแปลตรงตัวก็คือความโรแมนซ์ที่มืดมิดที่สุด ถ้าฟังเผินๆ อาจดูขัดกัน ความโรแมนซ์จะไปมืดมิดอะไร แต่ความจริงคือถ้าคุณเห็น ทุกสิ่งที่ดูเหมือนสว่างเหลือเกินมักมีจุดดำๆ อยู่ ถ้าคุณมองดีๆ อะไรก็ตามที่มืดมิดเหลือเกินก็มีจุดสว่างเหมือนกัน มีอารมณ์ที่กด กดให้คุณแสดงอารมณ์ด้านมืดของคุณออกมาให้หมด ไปจนถึงอารมณ์บวก ซึ่งในแต่ละอารมณ์มี 2 ด้าน เหมือนชื่อ The Darkest Romance เหมือนเพลงที่เราทำกัน</span></p>
<p><b>ก้อง </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> จริงๆ แล้วก็มีทั้งความหวานและความมืดรวมอยู่ด้วยกันนั่นแหละ </span></p>
<p><b>เต้ </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> ความมืดเป็นอารมณ์ที่กดขี่เราจนแย่ขนาดที่ทำให้ร้องไห้ได้ แต่เนื้อหาของเพลงโรแมนติก สำหรับวงนี้ก็มีทั้งสองอารมณ์ ซึ่งก็อยู่ด้วยกันได้อย่างไม่เคอะเขิน</span></p>
<p><b>แม็ก </b><span style="font-weight: 400;"><strong>:</strong> เราไม่เชื่อว่าสิ่งที่ไม่เข้ากันจะเข้ากันไม่ได้ ทำไมเราจะทำสิ่งที่คอนทราสต์กันไม่ได้ ในเมื่ออะไรก็ตามที่ไม่ได้เป็นสีนวลสีเดียว ไม่ได้เป็นสีดำมืดสีเดียว เราไม่จำเป็นต้องตัดสินในสิ่งที่ตาเห็นแวบแรกว่าจะต้องเป็นด้านนั้นด้านเดียว สิ่งที่ขัดกันไม่ได้แปลว่าจะเข้ากันไม่ได้เสมอไป </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-102784 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008.jpg 1200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/S008-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<div id="erdyt-6a23967022202" data-id="26w7eZy50-A" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-26w7eZy50-A-6a23967022202" data-vid="26w7eZy50-A" data-src="https://www.youtube.com/embed/26w7eZy50-A?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/26w7eZy50-A/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<div id="erdyt-6a23967022219" data-id="i2_GcI8S1E0" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-i2_GcI8S1E0-6a23967022219" data-vid="i2_GcI8S1E0" data-src="https://www.youtube.com/embed/i2_GcI8S1E0?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/i2_GcI8S1E0/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-darkest-romance/">เพลง 10 นาทีในเส้นทางดนตรีสิบกว่าปีของ The Darkest Romance วงร็อกดุเดือดที่งดงาม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;อย่าปล่อยให้เสียงของเราเบากว่าคนอื่น&#8221; คุยกับ Numcha เจ้าของ ‘Keep cold’ เพลงเศร้าเคล้ารอยยิ้ม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/numcha/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ทองประดู่]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2020 12:07:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[the outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Numcha]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำชา-ณัฐธชา ชูเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[Keep cold]]></category>
		<category><![CDATA[Dirty Shoes]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปิน]]></category>
		<category><![CDATA[นักร้อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=101692</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทำไมเสียงในตัวเราถึงเบากว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นเสียงที่ดังที่สุด” นี่คือสิ่งที่ Numcha หรือ น้ำชา–ณัฐธชา ชูเกษ คิด ขณะตัดสินใจเริ่มทำตามฝัน ก้าวเข้าสู่เส้นทางศิลปินอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปินอิสระ  หลังเพลง Keep cold ที่เธอแต่งขึ้นเพื่อเป็นโปรเจกต์ส่งงานในรั้วมหาลัย โดยหยิบจับความรู้สึกจากการแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งมาแต่งเป็นเพลงซึ่งได้รับความนิยมจนเธอเองก็ไม่คาดคิด ด้วยเนื้อเพลงภาษาอังกฤษและทำนองเพลงที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างดี  ถึงแม้ว่าสองเพลงที่ปล่อยมาจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่กว่าจะมาเป็นน้ำชาในวันนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายๆ คนคิด เธอต้องเอาชนะใจตัวเองที่เต็มไปด้วยความลังเลและความกังวล  เรามีโอกาสได้คุยกับเธอในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส สนทนาถึงความสำเร็จที่เธอได้รับอย่างที่ไม่ได้คาดหวังไว้และความฝันของเธอในฐานะศิลปิน ซึ่งบรรยากาศก็แลเป็นกันเองและอบอุ่นเหมือนในมิวสิกวิดีโอเพลงของเธอไม่ผิดนัก &#160; รู้สึกยังไงบ้างที่ซิงเกิลแรกในชีวิตได้ผลตอบรับดีขนาดนี้ เกินความคาดหมายมากๆ ไม่คิดว่าเพลงที่มีจุดเริ่มต้นจากการแต่งและทำเพลงส่งอาจารย์จะไปได้ไกลขนาดนี้ ตอนที่ตัดสินใจจะทำจริงจัง ชวนเพื่อนมาถ่ายเอ็มวี เพื่อนยังถามอยู่เลยว่าคิดว่าเพลงนี้จะได้กี่วิว ตอนนั้นเราบอกไปว่าแค่หมื่นวิวก็พอ เพราะว่าเราเป็นใครก็ไม่รู้ แต่พอผ่านไปแค่หนึ่งอาทิตย์ เพื่อนกลับมาบอกว่า 200,000 แล้วนะ ก็ดีใจและตกใจมาก ตอนนี้ยังไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าจะถึงล้านวิว  &#160; มีเหตุผลที่น้ำชาเลือกแต่งเพลงภาษาอังกฤษไหม จริงๆ เราเคยแต่งเป็นภาษาไทยแล้วนะ แต่ไม่รอด (หัวเราะ) พอต้องเขียนว่าฉันรักเธอ แดดยามเช้า เราเลยเขียนไม่ค่อยออก ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์มานะ เรียนโรงเรียนไทยธรรมดานี่แหละ แต่คงเพราะเราชอบดูหนัง อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ อาจจะได้เซนส์ภาษาอังกฤษมา เลยขอลองทำแบบที่ถนัดดูก่อน ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยเปลี่ยน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/numcha/">&#8220;อย่าปล่อยให้เสียงของเราเบากว่าคนอื่น&#8221; คุยกับ Numcha เจ้าของ ‘Keep cold’ เพลงเศร้าเคล้ารอยยิ้ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“ทำไมเสียงในตัวเราถึงเบากว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นเสียงที่ดังที่สุด”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือสิ่งที่</span><b> Numcha</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>น้ำชา–ณัฐธชา ชูเกษ</b><span style="font-weight: 400;"> คิด ขณะตัดสินใจเริ่มทำตามฝัน ก้าวเข้าสู่เส้นทางศิลปินอย่างเต็มตัวในฐานะศิลปินอิสระ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังเพลง <em>Keep cold</em> </span><span style="font-weight: 400;">ที่เธอแต่งขึ้นเพื่อเป็นโปรเจกต์ส่งงานในรั้วมหาลัย โดยหยิบจับความรู้สึกจากการแอบชอบเพื่อนคนหนึ่งมาแต่งเป็นเพลงซึ่งได้รับความนิยมจนเธอเองก็ไม่คาดคิด ด้วยเนื้อเพลงภาษาอังกฤษและทำนองเพลงที่ถูกเรียบเรียงมาอย่างดี</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ว่าสองเพลงที่ปล่อยมาจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่กว่าจะมาเป็นน้ำชาในวันนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายๆ คนคิด เธอต้องเอาชนะใจตัวเองที่เต็มไปด้วยความลังเลและความกังวล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีโอกาสได้คุยกับเธอในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส สนทนาถึงความสำเร็จที่เธอได้รับอย่างที่ไม่ได้คาดหวังไว้และความฝันของเธอในฐานะศิลปิน ซึ่งบรรยากาศก็แลเป็นกันเองและอบอุ่นเหมือนในมิวสิกวิดีโอเพลงของเธอไม่ผิดนัก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101779 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-14-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>รู้สึกยังไงบ้างที่ซิงเกิลแรกในชีวิตได้ผลตอบรับดีขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกินความคาดหมายมากๆ ไม่คิดว่าเพลงที่มีจุดเริ่มต้นจากการแต่งและทำเพลงส่งอาจารย์จะไปได้ไกลขนาดนี้ ตอนที่ตัดสินใจจะทำจริงจัง ชวนเพื่อนมาถ่ายเอ็มวี เพื่อนยังถามอยู่เลยว่าคิดว่าเพลงนี้จะได้กี่วิว ตอนนั้นเราบอกไปว่าแค่หมื่นวิวก็พอ เพราะว่าเราเป็นใครก็ไม่รู้ แต่พอผ่านไปแค่หนึ่งอาทิตย์ เพื่อนกลับมาบอกว่า 200,000 แล้วนะ ก็ดีใจและตกใจมาก ตอนนี้ยังไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าจะถึงล้านวิว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีเหตุผลที่น้ำชาเลือกแต่งเพลงภาษาอังกฤษไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เราเคยแต่งเป็นภาษาไทยแล้วนะ แต่ไม่รอด (หัวเราะ) พอต้องเขียนว่าฉันรักเธอ แดดยามเช้า เราเลยเขียนไม่ค่อยออก ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เรียนโรงเรียนอินเตอร์มานะ เรียนโรงเรียนไทยธรรมดานี่แหละ แต่คงเพราะเราชอบดูหนัง อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ อาจจะได้เซนส์ภาษาอังกฤษมา เลยขอลองทำแบบที่ถนัดดูก่อน ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยเปลี่ยน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101765 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-37.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-37.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-37-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><b>ผลตอบรับดีขนาดนี้</b><b>เดาว่าตอนจะปล่อยเพลงถัดไปคงทำให้กดดันมากแน่ๆ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กดดัน พอมีแผนว่าจะปล่อยซิงเกิลที่ 2 เราเลยรู้สึกเหมือนมีคำว่า ‘ล้านวิว’ ยืนกดดันอยู่ข้างหลัง ตอนที่อัด <em>Dirty Shoes</em> เราเกร็งมาก ร้องไม่ออก จนสุดท้ายก็คิดได้ว่าทุกอย่างต้องเป็นเหมือนวันแรกที่เริ่ม พยายามคิดว่าตอนนั้นเรามีแพสชั่นและมีความสุขกับสิ่งนี้ยังไง เราต้องเป็นแบบนั้น เราจะไม่ละทิ้งความฝันเพราะความกดดัน ก็เลยเริ่มใหม่ มองไปที่เป้าหมายแล้วตั้งสติ กลับมาทำสิ่งที่จะพาเราไปถึงตรงนั้นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>ที่บอกว่าจะไม่ละทิ้งความฝัน แสดงว่าน้ำชาฝันอยากเป็นศิลปินอยู่แล้วตั้งแต่แรก </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คงงั้นค่ะ (หัวเราะ) เราชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ ร้องทุกที่ทุกเวลา พ่อกับแม่เราก็เป็นสายสนับสนุน เขาเห็นเราชอบด้านนี้ก็เลยส่งเราไปเรียนดนตรีเพิ่ม เพื่อจะได้เป็นพื้นฐานให้ได้รู้อะไรมากกว่าการร้องเพลง เหมือนเติมความสามารถพิเศษ ได้เรียนกีตาร์ เรียนเปียโน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเราเองก็ยังไม่ได้ชอบด้านนี้ขนาดนั้น แต่สุดท้ายก็ชอบร้องเพลงมากที่สุดอยู่ดี </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101768 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-34.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-34.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-34-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><b>เพราะแบบนี้ด้วยหรือเปล่าเลยทำให้ตัดสินใจเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเรียนเอกวอยซ์ เรียนดุริยางคศิลป์มาก็จริง แต่จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเรียนดนตรีมาตั้งแต่แรก ตอนอยู่ ม.3 เรามีแผนจะเข้าเรียนด้านศิลปะด้วยซ้ำ เคยสอบติดคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่พอจะเข้าไปเรียนจริงๆ กลับรู้สึกว่านี่ยังไม่ใช่อันดับ 1 ของเรา เลยลองกลับมาทบทวนกับตัวเองใหม่ หาว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบและจะอยู่กับมันได้ไปอีก 4 ปี เราเลยตัดสินใจเปลี่ยนมาเรียนดนตรีแบบจริงจัง แต่ตอนที่เข้าไปเรียนช่วงแรกๆ ก็ยังไม่รู้นะว่าตัวเองชอบเพลงแนวไหน หรืออยากเป็นศิลปินจริงๆ หรือเปล่า เราเลยลองทำทุกอย่าง ถ้ามีใครชวนไปอัดคอรัส ไปร้อง ไปเล่น ไปช่วยทำงาน เราไปหมดเลย เพื่อที่จะหาตัวเองให้เจอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>ในเมื่ออยากเป็นศิลปินตั้งแต่แรก ทำไมกลับใช้เวลานานนักกว่าจะตัดสินใจปล่อย <em>Keep cold</em> ออกมา </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ เรามาอยู่ตรงนี้ได้เพราะโดนเพื่อนยุนะ (หัวเราะ) ตอนแรกที่ทำเพลงเสร็จเราทิ้งมันไว้เฉยๆ 4 เดือน เพราะไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าปล่อยออกไป แต่เพราะเสียงของทุกคนเราเลยเริ่มเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น เริ่มเห็นว่าที่เพื่อนพูดแบบนั้นคงเพราะเขาเห็นอะไรบางอย่างจากเรา มันทำให้เรากลับมาถามตัวเองว่าทำไมเสียงในตัวเราถึงเบากว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นเสียงที่ดังที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอดีกับที่หลังจากเรียนจบ เราเริ่มสงสัยด้วยว่าจะทำอะไรต่อไปดี ได้หันกลับมาคิดทบทวนกับตัวเองว่าทำไมเราถึงเลือกเรียนดนตรี ในเมื่อเรียนด้านนี้เพราะอยากเป็นศิลปินก็ไม่มีเหตุผลให้เราต้องเขินอีกแล้ว เพราะถ้าไม่ตัดสินใจทำเราจะไม่มีทางรู้เลยว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง เราไม่อยากหยุดกับดนตรีแค่เพราะว่าเราเรียนจบ เราเลยตัดสินใจไปต่อ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทั้งๆ ที่คนมักพูดกันว่าอย่าเอาความชอบมาเป็นอาชีพ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอได้ออกมาเป็นศิลปินเต็มตัวเรากลับคิดว่าทำไมความชอบจะเป็นงานไม่ได้ล่ะ สมัยนี้ใครๆ ก็ทำสิ่งที่รักกันทั้งนั้น มันเป็นยุคที่เราจะต้องทำตามความฝันแล้ว เพราะยิ่งเรารีบทำตามความฝันเร็วเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้เราได้ขยับเข้าไปใกล้มันมากขึ้นเท่านั้น และสุดท้ายถ้าลองแล้วไม่เวิร์กจริงๆ ก็ยังมีอีกหลายอย่างบนโลกนี้ให้ทำ เราว่ามันไม่เป็นไรเลยที่จะลองทำตามแพสชั่นดู</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101769 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-33.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-33.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-33-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><b>การเป็นศิลปินอิสระดูจะเป็นทางเลือกที่ต้องพยายามกว่าคนอื่น ทำไมถึงตัดสินใจเลือกทางนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเป็นศิลปินอิสระทำให้เราขี้เกียจไม่ได้ ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ทุกอย่างต้องจัดการด้วยตัวเอง เลือกเอง ทำเอง คุยเอง ต้องพยายามทำผลงานออกมาให้คนเห็นเรามากที่สุด มันลำบาก</span><span style="font-weight: 400;">ก็จริง แต่</span><span style="font-weight: 400;">มันทำให้เราโตขึ้นจากวันแรกที่เริ่มทำเยอะเลย เราเคยมีข้อผิดพลาด ต้องเสียเงินเช่าสตูดิโอแล้วอัดเพลงใหม่ทั้งหมด แต่พอผ่านมาได้ก็รู้สึกว่าเราได้รับประสบการณ์กลับมาแบบเต็มๆ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101774 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-19-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>เส้นทางของการเป็นศิลปินพาน้ำชาไปเจออะไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราได้เจอผู้คนเยอะขึ้นมากๆ ทำให้เราได้เห็นมุมมองที่หลากหลาย การได้ฟังความเห็นของคนรอบข้างก็ค่อนข้างมีผล เพราะเขาเห็นเราอีกด้านหนึ่ง เราเอาคำแนะนำกลับมาปรับปรุงตัวเองได้เยอะมาก ถือเป็นสิ่งที่ดีกับชีวิตเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในแง่ของการทำงานก็ได้ประสบการณ์เยอะขึ้นมาก จากที่เคยกลัว คิดว่าการลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำด้วยตัวเองเป็นเรื่องยากเกินความสามารถ แต่พอเราตัดสินใจทำ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเลย </span><span style="font-weight: 400;">เรายัง</span><span style="font-weight: 400;">ต้องพัฒนาอีกเยอะ ถึงจะรู้สึกว่ามาไกลจากวันแรก แต่นี่ก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น สมมติว่าความสำเร็จในเส้นทางนี้เท่ากับร้อยเปอร์เซ็นต์ เราเพิ่งมาได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์เองหรืออาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ ทางยังอีกยาวมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101762 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-40.jpg" alt="" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-40.jpg 458w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-40-204x300.jpg 204w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" /></p>
<p><b>น้ำชาตั้งเป้าหมายไว้แบบไหน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ได้ใหญ่เลยนะ (หัวเราะ) เราอยากเป็นศิลปิน อยากทำอัลบั้ม มีโชว์ ถึงจะมีคนมาดูแค่ 20-30 คน แค่นั้นเราก็ดีใจมากๆ แล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เคยมีวันที่ท้อ รู้สึกไม่อยากเดินต่อไปอีกแล้วบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคยคิดเหมือนกันว่าอาจจะมีวันที่เบิร์นเอาต์กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ แต่ ณ ตอนนี้เราก็ยังนึกภาพวันที่หมดไฟกับสิ่งที่รักไม่ออกนะ (หัวเราะ) เราว่าสุดท้ายถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ เราก็คงจะหาอย่างอื่นทำแทน หรืออาจจะพาตัวเองไปทำงานอื่นในสายอาชีพนี้ก็ได้ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในชีวิตได้เสมอ ถ้าวันนั้นมาถึงก็ต้องไม่ยึดติด</span> <span style="font-weight: 400;">คิดเสมอว่าต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ เรามาถึงตรงนี้ได้เพราะเราเชื่อแบบนี้ เพราะขนาดวันที่เริ่มเราก็แค่เปิดใจฟังเพลงที่ไม่เคยฟัง จากที่เคยชอบฟังและร้องเพลงแนวอาร์แอนด์บี โซล แค่แบบเดียว แต่สุดท้ายเราก็พยายามเก็บทุกอย่าง อะไรเข้ามาเราก็เอาไว้ก่อน จะชอบหรือไม่ชอบค่อยว่ากัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101771 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-24-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แล้วในยุคที่ใครๆ ก็ทำเพลงได้ มีศิลปินที่ทำเพลงประเภทเดียวกับเรา จะสร้างความแตกต่างยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) เราคิดว่าความเป็นตัวเองสำคัญที่สุดเลย ไม่ว่ายุคไหนแค่เราเป็นตัวเองก็แตกต่างแล้ว เพราะการเป็นตัวเองทำให้เราได้เล่าเรื่องต่างๆ ออกมาจากใจ การซื่อสัตย์กับคนฟังมันเป็นอะไรที่เวิร์กอยู่แล้ว ไม่ว่าคนฟังจะฟังละเอียดไปถึงเนื้อเพลงหรือฟังแค่ดนตรี แต่ถ้าเราทำทุกอย่างออกมาจากใจ เขาจะฟังตรงไหนเขาก็ทัช</span><span style="font-weight: 400;">  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ละเพลงของเราเลยมักจะถ่ายทอดจากชีวิตจริง เป็นประสบการณ์ที่เราพบเจอ เล่าเรื่องที่ไม่สมหวัง เรื่องแอบรักเสียส่วนใหญ่</span><span style="font-weight: 400;"> เพราะ</span><span style="font-weight: 400;">เราอยากบอกกับคนฟังว่าเราเองก็เป็นเหมือนกัน อย่างเพลง <em>Keep cold</em> นี่ตอนจบคือรู้เลยว่าไม่สมหวัง เรื่องในเอ็มวีเป็นเรื่องที่เราเจอในชีวิต ถูกทอนมาจากเรื่องจริงที่เราเคยเจอ อย่างเพลง <em>Dirty Shoes</em> ก็พูดถึงความรักแบบไม่หวังผล เราอยากให้กำลังใจคนที่เราชอบอีกที ในวันที่เขารู้สึกแย่ก็สามารถฟังเพลงนี้เป็นกำลังใจได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ทำเพลงมา 2 เพลงแล้ว ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้างไหมตั้งแต่วันแรก </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">(นิ่งคิด) คงเป็นเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น มันเป็นแรงผลักดันที่ดีนะ ไม่ว่าเขาจะพูดถึงข้อดีหรือข้อเสีย แต่ความคิดเห็นเหล่านั้นทำให้เรากลับมาปรับปรุงตัวเองได้ดีขึ้นมาก ค่อยๆ พัฒนาไป การเชื่อมั่นในตัวเองก็สำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถก้าวข้ามสิ่งที่ทำให้เราย่ำอยู่ที่เดิมได้ เพราะเราเคยไม่มั่นใจมาก่อน เลยคิดว่าถ้ายิ่งก้าวได้ไวก็ยิ่งไปได้เร็ว บางทีก็ต้องทิ้งความกลัวพวกนั้นไว้ข้างหลังบ้างแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างเดียว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-101777 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-16.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-16.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-16-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/Numcha-16-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ในวันนี้ที่ก้าวผ่านความกลัวพวกนั้นมา เลิก &#8216;keep cold&#8217; กับความฝันของตัวเอง ยังมีอะไรที่รู้สึกเสียดายอยู่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เสียดายที่สุดคือเราน่าจะเริ่มให้เร็วกว่านี้ (หัวเราะ) ในวันนั้นเรามีแพสชั่นอยู่แล้ว แต่เราแค่ไม่ลงมือทำเพราะเราไม่กล้า เรากลัวที่จะบอกทุกคนว่าเราอยากเป็นศิลปิน ตอนหลังถึงมาคิดได้ว่าทุกอย่างต้องเริ่มที่เราก่อน ถ้าเราคิดว่าเราทำได้มันก็ต้องได้</span> <span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ยากกว่าการรู้เป้าหมายสำหรับเราคือการลงมือทำนี่แหละ ไม่ว่าจะในเรื่องอะไรก็ตาม แพสชั่นมันมีอยู่แล้ว เราแค่ต้องทำมัน</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a23967023d59" data-id="4kqU4s5tDYY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-4kqU4s5tDYY-6a23967023d59" data-vid="4kqU4s5tDYY" data-src="https://www.youtube.com/embed/4kqU4s5tDYY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/4kqU4s5tDYY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a23967023d92" data-id="hnqJmTHmp44" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-hnqJmTHmp44-6a23967023d92" data-vid="hnqJmTHmp44" data-src="https://www.youtube.com/embed/hnqJmTHmp44?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/hnqJmTHmp44/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/numcha/">&#8220;อย่าปล่อยให้เสียงของเราเบากว่าคนอื่น&#8221; คุยกับ Numcha เจ้าของ ‘Keep cold’ เพลงเศร้าเคล้ารอยยิ้ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
