<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ณัฐนิชา หมั่นหาดี, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/natnicha/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Sep 2023 07:00:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>คุยกับ &#8216;สยาโม&#8217; ครีเอเตอร์สายวินเทจ กับเรื่องราวของอดีตที่หวนคิดถึงในเสื้อผ้ามือสอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sayamo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส อิงคนันท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Aug 2023 10:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[NOSTOWNGIA]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อมือสอง]]></category>
		<category><![CDATA[สยาโม]]></category>
		<category><![CDATA[วินเทจ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าวินเทจ]]></category>
		<category><![CDATA[ของมือสอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=170204</guid>

					<description><![CDATA[<p>แตงโม-สยาภา สิงห์ชู หรือที่ทุกคนอาจจะเห็นเธอจากแพลตฟอร์มต่างๆ ในชื่อ ‘สยาโม’ คือครีเอเตอร์ที่นำความเก่ามาทำให้มีชีวิตในความใหม่ของปัจจุบัน โดยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องการจะนำความรู้สึก Nostalgia มาทำให้ทุกคนนึกถึงความสุขในอดีต หรือบางครั้งก็อาจจะเป็นความรู้สึกหน่วงๆ น้ำตาคลอ จากเวที The Voice ในฐานะนักร้องที่มีเอกลักษณ์ด้วยเสียงเอื้อนแบบไทยๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเธอมีความ ‘เก่า’ อยู่ในดีเอ็นเออยู่แล้วเพราะโตมากับเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และสุนทราภรณ์ ทุกวันนี้เมื่อกลายเป็น ‘สยาโม’ ยิ่งทำให้คาแรกเตอร์ของเธอชัดและเป็นตัวเองมากขึ้น ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และเพลง ทั้งนี้ด้วยความหวังว่าอยากเป็นผู้ผสานคน 2 เจเนอเรชันเข้าด้วยกันโดยการทำให้อดีตกลายเป็นปัจจุบัน ชวนทำความรู้จัก ‘สยาโม’ ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ ชื่อ ‘สยาโม’ มาจากอะไร ตอนแรกตั้งชื่อ ‘สยาโม’ ไว้เรียกเล่นๆ กับเพื่อน มาจากชื่อจริง ‘สยาภา’ และชื่อเล่น ‘แตงโม’ แต่พอวันหนึ่งมาทำคอนเทนต์แบบนี้ ชื่อนี้มันเลยแจ้งเกิดกลายเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกครึ่งหนึ่งมีความเป็นไทยอีกครึ่งหนึ่งมีความสมัยใหม่ เลยนิยามชื่อ ‘สยาโม’ ย่อมาจาก สยามโมเดิร์น จุดเริ่มต้นในการหยิบจับของวินเทจ ของมือสอง จริงๆ เริ่มต้นจากการร้องเพลง เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เพลงที่ร้องพ่อแม่ก็จะสอนให้ร้องเพลงลูกทุ่งพออยู่โรงเรียนก็เป็นนักร้องประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sayamo/">คุยกับ &#8216;สยาโม&#8217; ครีเอเตอร์สายวินเทจ กับเรื่องราวของอดีตที่หวนคิดถึงในเสื้อผ้ามือสอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>แตงโม-สยาภา สิงห์ชู หรือที่ทุกคนอาจจะเห็นเธอจากแพลตฟอร์มต่างๆ ในชื่อ ‘สยาโม’ คือครีเอเตอร์ที่นำความเก่ามาทำให้มีชีวิตในความใหม่ของปัจจุบัน โดยการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ต้องการจะนำความรู้สึก Nostalgia มาทำให้ทุกคนนึกถึงความสุขในอดีต หรือบางครั้งก็อาจจะเป็นความรู้สึกหน่วงๆ น้ำตาคลอ</p>



<p>จากเวที The Voice ในฐานะนักร้องที่มีเอกลักษณ์ด้วยเสียงเอื้อนแบบไทยๆ ซึ่งเรียกได้ว่าเธอมีความ ‘เก่า’ อยู่ในดีเอ็นเออยู่แล้วเพราะโตมากับเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง และสุนทราภรณ์ ทุกวันนี้เมื่อกลายเป็น ‘สยาโม’ ยิ่งทำให้คาแรกเตอร์ของเธอชัดและเป็นตัวเองมากขึ้น ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และเพลง ทั้งนี้ด้วยความหวังว่าอยากเป็นผู้ผสานคน 2 เจเนอเรชันเข้าด้วยกันโดยการทำให้อดีตกลายเป็นปัจจุบัน</p>



<p>ชวนทำความรู้จัก ‘สยาโม’ ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ชื่อ ‘สยาโม’ มาจากอะไร</strong></h3>



<p>ตอนแรกตั้งชื่อ ‘สยาโม’ ไว้เรียกเล่นๆ กับเพื่อน มาจากชื่อจริง ‘สยาภา’ และชื่อเล่น ‘แตงโม’ แต่พอวันหนึ่งมาทำคอนเทนต์แบบนี้ ชื่อนี้มันเลยแจ้งเกิดกลายเป็นชื่อที่ให้ความรู้สึกครึ่งหนึ่งมีความเป็นไทยอีกครึ่งหนึ่งมีความสมัยใหม่ เลยนิยามชื่อ ‘สยาโม’ ย่อมาจาก สยามโมเดิร์น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170212" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นในการหยิบจับของวินเทจ ของมือสอง</strong></h3>



<p>จริงๆ เริ่มต้นจากการร้องเพลง เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เพลงที่ร้องพ่อแม่ก็จะสอนให้ร้องเพลงลูกทุ่งพออยู่โรงเรียนก็เป็นนักร้องประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง สุนทราภรณ์ อยู่กับผู้ใหญ่ อยู่กับครูอาจารย์เยอะ เพราะฉะนั้นมันเลยมีความแก่อยู่ใน DNA ประมาณหนึ่งพอไป The Voice ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ก็จะเป็นแตงโมที่ชอบร้องเพลงที่มีความเป็นไทยผสม เพราะฉะนั้นมันติดตัวมาตั้งแต่เด็กเลย แตงโม คือคนที่ร้องเอื้อนๆ ไง มันพัฒนาจนหาความเป็นตัวเองเลยรู้สึกว่าสิ่งนี้มันใกล้ตัวที่สุดและมันก็เชื่อมโยงกับความชอบเสื้อผ้ามือสองพอดี</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แล้วเริ่มสนใจการแต่งตัวแนววินเทจได้ยังไง</strong></h3>



<p>เมื่อก่อนตอนมัธยมก็มีความสนใจเรื่องเสื้อผ้ามือสองอยู่แล้ว ชอบไปเดินโกดังหรือตลาดมือสอง แต่ในตอนนั้นยังไม่มีโอกาสได้แต่งเพราะช่วงมัธยม 5 วันก็ใส่ชุดนักเรียนหมด เสาร์-อาทิตย์ ก็ไม่ได้มีเวลามาสร้างสรรค์ลุคว่าเราชอบอะไรหรือต้องแต่งแบบไหน</p>



<p>จนเข้าสู่มหาลัยเรียนที่ศิลปากรช่วงปีสองไม่บังคับให้ใส่ชุดนักศึกษา ก็เริ่มเห็นรุ่นพี่แต่งตัว เพื่อนแต่งตัวเลยเริ่มหยิบสิ่งใกล้ตัวหรือสิ่งที่เรามีเอามาแต่งและรู้สึกสนุกกับการแต่งตัวไปเรียนทุกวัน เด็กศิลปากรคือแต่งตัวกันสุดมากๆ ก็เลยรู้สึกว่าการที่แต่งตัวแปลกไม่เหมือนสมัยนิยมไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย รู้สึกว่ามีความมั่นใจมาจากความเป็นศิลปากรด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คลิปแรกที่ทำให้เป็นที่รู้จัก</strong></h3>



<p>คลิปแรกจะเป็นคลิปที่ไปดัดผม เมื่อก่อนเป็นคนผมตรงผมยาวตอนนั้นก็นึกสนุกอยากไปดัดผมเลยเดินไปหาร้านคุณป้าแถวสวนหลวง ร.9 ว่า หนูอยากดัดผมแบบคนสมัยก่อนเขาดัดกันคุณป้าทำให้หน่อย ก็ทำคลิปเล่นๆ ลงไปไม่ได้คาดหวังอะไรยอดวิว 1 วันก็คือ 3 ล้านวิว&nbsp;</p>



<p>พอหลังจากนั้นก็คิดต่อว่าจะทำยังไงให้คนดูอยู่กับช่องเราแล้วเสพคอนเทนต์ที่มันเชื่อมโยงกันต่อไป ซึ่งคนที่เข้ามามีความสนใจด้านความงาม ด้านบิวตี้ วันรุ่งขึ้นเลยตัดสินใจตั้งกล้องแต่งตัวไปเรียนที่มหาลัย เอาเสื้อผ้ามือสองของเราที่มีอยู่แล้วมาใส่ หลังจากนั้นคนก็เริ่มติดตามเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งจากคลิปที่แต่งตัวทุกวันๆ ก็เลยรู้สึกว่าแม่เราก็มีชุดสมัยก่อนเลยไปขอให้แม่รื้อชุดออกมาให้ดูหน่อยหลังจากนั้นคนก็แห่มาติดตามจากคลิปแม่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170222" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งแต่พาคุณแม่มาแต่งตัวด้วยกันรู้สึกว่ามีความผูกพันกันมากขึ้นไหม</strong></h3>



<p>จริงๆ ทุกวันนี้ก็ไม่มีบทสนทนาอะไรที่จะคุยกับแม่ได้มาก แต่พอวันหนึ่งที่ชุดแม่มันได้รับความสนใจ คนเข้ามาชมแม่เราเยอะมากมันก็เริ่มมีคอนเทนต์ให้คุยกันมากขึ้น เริ่มอยากรู้ว่าสมัยก่อนเป็นยังไง เสื้อผ้าบางตัวการที่เขาเอามาให้ใส่เขาก็จะเล่าให้ฟังนะว่าชุดนี้แม่ใส่ตอนอายุเท่าหนู ชุดนี้ใส่ตอนทำงานที่นี่ที่แรกมันก็จะมีเรื่องราวอยู่ในนั้น ได้เห็นรูปคุณพ่อคุณแม่ไปเดตด้วยกันหรือแฟชั่นชุดลำลอง ก็น่ารักดีค่ะ&nbsp;</p>



<p>เมื่อก่อนก็ไม่เคยสนใจแต่พอมาเป็นสยาโมแล้วคนยอมรับและสนับสนุนในตัวเองด้านนี้เราก็ยิ่งมีความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มมากขึ้นซึ่งก็กลายเป็นภาพจำไปเลยว่าสยาโมต้องไปกับคุณแม่ มันก็มีความน่ารักแบบเรายังไม่ค่อยเห็นอินฟลูเอนเซอร์คนไหนในไทยเอาแม่มาเล่นกับเสื้อผ้าก็เป็นจุดเชื่อมโยงให้สนิทกับแม่</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คัตติ้งชุดสมัยก่อนกับปัจจุบันมีความแตกต่างกัน</strong>ไหม</h3>



<p>จริงๆ มันมีความละเอียดกว่าเสื้อผ้า Fast Fashion มากๆ เลย ปัจจุบันรายละเอียดมันก็จะเป็นแบบกระดุมเรียบๆ หรือเสื้อตัวเดียวแต่ว่าสมัยนั้นจะมีรายละเอียดตั้งแต่การเลือกกระดุม เช่น ลายกระดุมฉลุไหม เสื้อตัวหนึ่งมี 2-3 เลเยอร์ ในสมัยนั้นมันเป็นความครีเอทีฟมากๆ และคุณภาพผ้ามันดูออกว่ามีความละเอียดกว่า&nbsp;</p>



<p>อย่างแม่จะมีช่างประจำตัว ยิ่งเป็นชุดสั่งตัดก็จะรู้ว่าสัดส่วนแม่เท่าไหร่ เวลาแม่มีไอเดียหรือไปดูนิตยสารมาก็จะเอานิตยสารไปให้ช่างตัดดู มันก็จะแบบตามตัวเลย รายละเอียดจะมีมากกว่าเสื้อผ้าซื้อทั่วไป คุณแม่ก็จะชอบแฟชั่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ทุกวันนี้จะชอบไปเดินพาหุรัด สำเพ็ง ก็จะเบนเข็มมาเป็นพวกผ้าไทย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-170214" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C15.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกว่าคาแรกเตอร์ในด้านศิลปินมีเอกลักษณ์มากขึ้นไหม</strong></h3>



<p>เมื่อก่อนจะมีปัญหาใหญ่มากๆ คือการวาง Position ศิลปิน รู้สึกว่าเราร้องเพลงดีแล้วแต่ทำไมมันไม่ดัง ทำไมคนไม่จำ คนบอกว่ามันยังไม่มีคาแรกเตอร์ แต่พอวันนี้เป็นสยาโมแล้วทำให้คาแรกเตอร์ชัดมากขึ้น กลายเป็นว่าทำอะไรคนก็จำ ไม่ต้องร้องเพลงคนก็จำอย่างล่าสุดก็เป็นเพลงที่อยากใส่ความเป็นไทยๆ ความเป็นโบราณเข้าไปในความสมัยใหม่มันก็ยิ่งเป็นตัวเอง ทั้งแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ แล้วก็เพลง ในปีนี้ก็มีแพลนที่จะออกซิงเกิลเป็นสยาโมจริงๆ เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170215" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ระหว่างทำคอนเทนต์กับร้องเพลงชอบอะไรมากกว่า</strong></h3>



<p>อืม คนละแบบดีกว่า รู้สึกว่าร้องเพลงเป็นสิ่งที่สวรรค์ให้เรามา มันเป็นพรสวรรค์แล้วเรารู้สึกว่าเราทิ้งไม่ได้เด็ดขาดเลย เรารู้สึกว่าการร้องเพลงคือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในชีวิตอยู่แล้ว แต่การทำคอนเทนต์มันคือสิ่งที่เราได้เป็นตัวเอง มันเป็นตัวเองในมุมมองที่หลากหลายแล้วก็เป็นเหมือนห่วงโซ่ให้ประโยชน์กับหลายๆ คนได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อะไรคือนิยามของ อดีตที่หวนคิดถึง Nostalgia สำหรับคุณ</strong></h3>



<p>จริงๆ คำว่า Nostalgia เป็นคำที่พึ่งมารู้จักหลังจากทำ TikTok ไม่รู้ตัวว่าคอนเทนต์ที่ทำมันคือการเอา Nostalgia มาเล่นกับคนดูซึ่งเราคิดว่า Nostalgia เป็นความรู้สึกคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต บางสิ่งมันก็เป็นความสุข บางสิ่งมันก็เป็นกึ่งเศร้านิดๆ ถ้าในแง่ความสุข Nostalgia ทำให้ได้พักปัจจุบันแล้วกลับไปนึกถึงเวลาที่มีความสุขในอดีต แต่บางครั้งที่นึกถึงความรู้สึก Nostalgia ขึ้นมาก็รู้สึกหน่วงๆ ร้องไห้ น้ำตาคลอ</p>



<p>แต่ทั้งหมดทั้งมวลเราคิดว่ามันคืออารมณ์ความรู้สึกหมดเลย สิ่งนี้รู้สึกว่าการที่เราเอามาทำคอนเทนต์คนก็เลยรู้สึกง่ายเพราะทุกคนก็มีความ Nostalgia อย่างความสุขน่าจะเป็นการรอดูละครหลังข่าวในดวงใจกับที่บ้านตอนกินข้าวทุกวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170227" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C03-1-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากคอนเทนต์บิวตี้มีคอนเทนต์อื่น</strong>ไหม</h3>



<p>ก็มีค่ะ จะมีทั้งอาหาร แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ไปในที่ที่ผู้สูงอายุไปกัน รู้สึกว่าสิ่งนี้วัยรุ่นน่าจะอยากเห็นเพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้เจอจากช่องที่อินฟลูเอนเซอร์คนอื่นลง พาไปซื้อของมือสองก็มีความเชื่อมโยงสมัยก่อนกับของเก่า</p>



<p>ประจวบเหมาะที่มันเป็นเทรนสมัยนี้ด้วย วัยรุ่นชอบซื้อของมือสองมันเลยเป็นโอกาสที่คลิปเราได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะการที่คนเริ่มชอบจากบิวตี้ซึ่งความเป็นบิวตี้คือบิวตี้ในแบบรุ่นแม่ รุ่นยาย มันคือการเอาแก่นของความเป็นวินเทจมาแตกได้อีกหลายแขนง&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้มีเทรนด์การแต่งตัวแบบ Y2K หรือการ Thrift เสื้อผ้ามือสอง คุณมองเห็นอะไรในเทรนด์ปัจจุบันของคนรุ่นใหม่บ้าง</strong></h3>



<p>วนไปเรื่องเดิมก็คือเป็นเทรน แต่ Y2K มันก็เป็นช่วงหนึ่งของความวินเทจก็คือช่วง 1990s-2000s กลุ่มวัยรุ่นในปัจจุบันที่จะนำเทรนเมื่อตอนสมัยเด็กที่ทันยุค Y2K แต่ในยุคนั้นอาจจะไม่มีโอกาสให้ใส่หรือไม่มีกำลังซื้อก็เลยเอาความชอบตอนที่เราเด็กๆ ที่ไม่มีกำลังซื้อกลับมาในทุกวันนี้ที่มีกำลังซื้อ อยากใส่อะไรก็ใส่ไม่ต้องตามพ่อแม่เอาความชอบตอนนั้นมาทำ จริงๆ คนวัยเราก็เริ่มที่จะแต่งตัวเอง เป็นตัวของตัวเองแล้วน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ Y2K กลับมาบูม</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คุณคิดยังไงกับการที่เสื้อผ้ามือสองหรือแม้แต่ไอเทมมือสองต่างๆ เริ่มเป็นที่นิยมจนกลายเป็นธุรกิจ Nostalgia Market</strong></h3>



<p>ส่วนหนึ่งเป็นเทรนด์ด้วยพอดีและอินฟลูเอนเซอร์ก็มีความสำคัญมากเพราะพอหลายๆ คนเริ่มเล่นของมือสองคนก็จะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันสามารถเอามาใส่ได้และมันมีความง่ายเป็นของตัวเองอยู่แล้ว ทุกบ้านมีชุดพ่อแม่หรือชุดที่เราใส่ตอนเด็กๆ ไม่ได้ใส่นานแล้ว</p>



<p>ปัจจุบันเริ่มมีการรณรงค์กระแส Sustain มาสักพักหนึ่ง เรื่องเสื้อผ้ามือสองเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอเลย เพราะ Sustain คือความยั่งยืน ไม่ทำลายโลก ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อไม่มีกำลังซื้อใหม่กำลังการผลิตจะน้อยลงส่งผลเป็นวงจรต่อๆ กัน ก็คิดว่าเป็นผลดีทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการเสื้อผ้าบางกลุ่มทั้งโลกด้วย เสื้อมือสองก็มีราคาถูกบวกกับกระแส Sustain ทำให้มันเข้าถึงง่ายแล้วไม่รู้สึกว่ามันแปลกอะไรที่จะใส่เสื้อผ้ามือสอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170234" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คิดยังไงกับมุมมองเกี่ยวกับเสื้อผ้ามือสองของคนไทย การที่บางคนไม่กล้าซื้อเสื้อผ้ามือสองเพราะไม่มั่นใจว่าเสื้อผ้าบางตัวเป็นของผู้ที่เสียชีวิตแล้วหรือเปล่า</strong></h3>



<p>จริงๆ เมื่อก่อนก็เป็น แต่พอเริ่มเข้ามาอยู่ในวงการของมือสอง เวลาเดินซื้อของที่ตลาดมือสองก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าแบบทุกที่มีคนตายอยู่แล้ว (หัวเราะ) จริงๆ ก็ดูแค่ดีไซน์ ไม่ได้คิดเยอะขนาดนั้น แต่ว่าไม่เคยเจอนะคะ ไม่มี (หัวเราะ) จริงๆ มันก็เป็นแค่สิ่งของ มันก็เหมือนสถานที่ ทุกที่มีคนตายมันอยู่ที่เราคิดมากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากบอกอะไรเกี่ยวกับคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับเสื้อผ้าบ้างไหมแบบความเข้าใจผิดๆ ที่อยากให้เขาเปิดใจ ในฐานะที่คุณสยาโมมาอยู่ตรงนี้</strong></h3>



<p>คนรุ่นใหม่ทุกคนพยายามที่จะมีตัวตน แต่การที่จะมีตัวตนได้มันอาจจะต้องใส่ความมั่นใจเยอะมากๆ ทุกคนต้องการเป็นที่ยอมรับแต่ในช่วงแรกคนอาจจะยังไม่ยอมรับ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ รู้สึกว่าต้องวิ่งตามสิ่งที่ทุกคนคิดว่าดีซึ่งเราก็เคยเป็นเหมือนกัน แต่วันหนึ่งที่มันมีความมั่นใจเกิดขึ้นแล้วเราก็เชื่อในสิ่งที่เราชอบจริงๆ แล้วก็ลองทำ สุดท้ายการเป็นตัวเองมันจะได้ผลดีและผลมันจะออกมาดูดีกว่าการที่พยายามไปปรับตัวให้มันเป็นในสิ่งที่คนอื่นยอมรับมากกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คิดว่าเสื้อผ้าเป็นจุดเชื่อมอะไรของ 2 เจเนอเรชัน</strong></h3>



<p>เสื้อผ้าเป็น Physical เป็นของเชิงประจักษ์ ทำให้มุมมองของกลุ่ม 2 วัยต่างกัน คนรุ่นใหม่ก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่แปลกใหม่และพึ่งเห็นว่ามีความน่าสนใจ ประกอบกับเทรนด์สมัยนี้การทำตัวแปลกใหม่เป็นเทรนด์ที่คนก็อยากลงไปเล่น ในขณะเดียวกันคนรุ่นเก่าก็รู้สึกว่าได้เห็นในสิ่งที่เขาเคยเห็นในยุคที่เขาเจริญรุ่งเรือง เขาได้กลับมาเห็นอีกครั้งหนึ่ง เหมือนทำให้ได้ชื่นฉ่ำหัวใจอีกครั้งหนึ่ง ได้เห็นภาพเดิมๆ สมัยนั้น มันเป็นความสุขในต่างมุมมองของคน 2 เจเนอเรชันที่มีเสื้อผ้าเป็นตัวเชื่อม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-170235" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สยาโม-C08-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากรู้ว่าคนรอบข้างคุณสยาโมมี Feedback อะไรกับการแต่งตัวสไตล์นี้</strong></h3>



<p>ตอนแรกที่ยังไม่ได้เป็นสยาโมก็มีคำพูดว่าแต่งตัวเหมือนครูเลย (หัวเราะ) อุ้ย วันนี้มึงเหมือนครูจัง ในชีวิตจริงไม่ค่อยมีค่ะ มีแต่พูดเล่นๆ แบบวันนี้มึงเหมือนครูจัง Texture เสื้อมึงเหมือนยายกูเลยแต่ก็ไม่รู้สึกแย่ค่ะ ก็เราตั้งใจเอาเสื้อยายมาใส่ (หัวเราะ) ก็เข้าใจแบบนั้นแหละถูกแล้ว เราตั้งใจที่จะแตกต่างอยู่แล้ว แต่ก็จะมีในโลกออนไลน์บ้าง เช่น แก่อยู่แล้วทำตัวให้แก่อีกทำไม ประมาณนั้นแต่ว่าจริงๆ ไม่เยอะเลยค่ะ น้อยมากๆ พอตอนหลังที่มันเริ่มเป็นเทรนด์เราก็เริ่มเห็นว่าเพื่อนเอาเสื้อผ้ามือสองมาใส่กันเยอะนะ อาจจะเป็นเพราะว่ามีคนทำก่อนและการทำตามก็ไม่ใช่เรื่องยากเท่าการทำก่อน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้ภาพจำของตัวเองในอีก 10-20 ปี เป็นยังไง</strong></h3>



<p>ก็คงอยากจะเห็นว่าเราเป็นไอคอนแห่งยุคในการผสาน 2 เจเนอเรชันเข้าด้วยกันโดยการที่ทำให้อดีตกลายเป็นปัจจุบันได้เรื่อยๆ เป็นผู้หญิงแห่งยุคที่มีความมั่นใจ มีความเท่ ไม่ล้าหลังไปตามกาลเวลาหรือแม้กระทั่งผ่านไป 10 20 30 ปี ก็ยังเป็นไอคอนแห่งยุคได้อยู่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sayamo/">คุยกับ &#8216;สยาโม&#8217; ครีเอเตอร์สายวินเทจ กับเรื่องราวของอดีตที่หวนคิดถึงในเสื้อผ้ามือสอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BEHIND THE GREETING BENJAKITTI เบื้องหลังประติมากรรมกลางสวนป่า ผลงานที่อยากให้คุณเห็นคุณค่าธรรมชาติรอบตัว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/behind-the-greeting-benjakitti-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[จารุจรรย์ ลาภพานิช]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jul 2023 01:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Photo Stories]]></category>
		<category><![CDATA[สวนป่าเบญจกิติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=169993</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะอยากให้คุณเห็นคุณค่าของธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เชยชม แต่อยากให้คนตระหนักและดูแลรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้คงอยู่ ผ่านงานประติมากรรมศิลปะ ‘Unfolding Bangkok’ งานศิลป์กลางสวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจัดภายใต้แนวคิด ‘Greeting Benjakitti’ การสร้างแรงบันดาลใจให้คนเห็นคุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยแนวคิดดังกล่าวถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ Art Installation มุมมองของ 5 ศิลปินชั้นนำ ได้แก่ สุวรรณี สาระบุตร วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ สุริยะ อัมพันศิริรัตน์ และ อรรถพร คบคงสันติ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรของธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตจนเกิดเป็นระบบนิเวศ ชวนท่องโลกสีเขียวผ่านงานศิลปะได้ที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งอยู่ตรงข้ามศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2023 นี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ผลงานศิลปะรูปแบบวงกลมนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก สัญลักษณ์ของเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน โดยแบ่งช่องเป็นสามช่วงเวลา ซึ่งสัมพันธ์กับการหมุนของดวงอาทิตย์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของธรรมชาติ ชีวิต และจักรวาล สาเหตุที่ใช้ข้าว เพื่อแสดงถึงการย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของภูมิปัญญาไทย นั่นคือการปลูกข้าวจนเกิดเป็นวัฒนธรรมมาช้านาน และมีการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาปรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตจนเกิดเป็นวัฏจักรในชีวิตประจำวัน ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจากผึ้งชันโรง (Stingless [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/behind-the-greeting-benjakitti-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81/">BEHIND THE GREETING BENJAKITTI เบื้องหลังประติมากรรมกลางสวนป่า ผลงานที่อยากให้คุณเห็นคุณค่าธรรมชาติรอบตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เพราะอยากให้คุณเห็นคุณค่าของธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เชยชม แต่อยากให้คนตระหนักและดูแลรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้คงอยู่ ผ่านงานประติมากรรมศิลปะ ‘Unfolding Bangkok’ งานศิลป์กลางสวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจัดภายใต้แนวคิด ‘Greeting Benjakitti’ การสร้างแรงบันดาลใจให้คนเห็นคุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>



<p>โดยแนวคิดดังกล่าวถ่ายทอดผ่านงานศิลปะ Art Installation มุมมองของ 5 ศิลปินชั้นนำ ได้แก่ สุวรรณี สาระบุตร วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ สุริยะ อัมพันศิริรัตน์ และ อรรถพร คบคงสันติ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรของธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิตจนเกิดเป็นระบบนิเวศ</p>



<p>ชวนท่องโลกสีเขียวผ่านงานศิลปะได้ที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งอยู่ตรงข้ามศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2023 นี้ไม่มีค่าใช้จ่าย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-169994" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>The Circle Biogenesis 2023<br>โดย สุริยะ อัมพันศิริรัตน์</figcaption></figure>



<p>ผลงานศิลปะรูปแบบวงกลมนี้ ได้แรงบันดาลใจจาก สัญลักษณ์ของเวลา 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน โดยแบ่งช่องเป็นสามช่วงเวลา ซึ่งสัมพันธ์กับการหมุนของดวงอาทิตย์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของธรรมชาติ ชีวิต และจักรวาล</p>



<p>สาเหตุที่ใช้ข้าว เพื่อแสดงถึงการย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของภูมิปัญญาไทย นั่นคือการปลูกข้าวจนเกิดเป็นวัฒนธรรมมาช้านาน และมีการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาปรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตจนเกิดเป็นวัฏจักรในชีวิตประจำวัน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169995" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Stingless Bee City (ผึ้งน้อยธานี)<br>โดย วิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์</figcaption></figure>



<p>ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจากผึ้งชันโรง (Stingless Bee) ที่มีหน้าที่สำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศให้อุดมสมบูรณ์ และสร้างผลผลิตให้กับพืชเศรษฐกิจ รวมถึงเจ้าผึ้งนี้ยังอยู่อาศัยในสวนเบญจกิติอีกด้วย</p>



<p>ศิลปินจึงสร้างผลงานนี้มาเพื่อให้ผึ้งชันโรงได้ทดลองเข้ามาอยู่อาศัย รูปทรงของประติมากรรมมาจากการเรียงตัวของเกสรดอกไม้และผลไม้ที่พบเห็นบ่อยครั้งในธรรมชาติ โดยนำวัสดุมาจัดเรียงซ้อนกันเป็นแนวตั้ง สะท้อนถึงตึกสูงที่รายล้อมรอบสวนเบญจกิติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับและให้เกียรติแมลงตัวเล็กๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญในระบบนิเวศธรรมชาตินี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-169996" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>Hornbill Villa (วิลล่านกเงือก)<br>โดย สุวรรณี สาระบุตร</figcaption></figure>



<p>เนื่องจากผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้หลายสิ่งมีชีวิตต้องเดือดร้อน โดยเฉพาะนกเงือกและสัตว์ขนาดเล็กที่ต้องการโพรงไม้ทำเป็นรังที่อยู่อาศัย จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินทำวิลล่านกเงือก เพื่อเป็นบ้านให้พวกมันพักพิง</p>



<p>วัสดุในการทำผลงานนี้ทำด้วยเครื่องปั้นดินเผาจำนวน 200 ชิ้น ซึ่งทำร่วมกับชุมชนช่างปั้นครกดินเผาในชุมชนไทญ้อ บ้านกลาง อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เพื่ออยากให้ทุกคนที่เข้ามาดูผลงานตระหนักรู้ถึงการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-1024x681.jpg" alt="" class="wp-image-169998" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-600x399.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-7.jpg 1204w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>The Center of the Universe (จุดศูนย์กลางจักรวาล)<br>โดย อรรถพร คบคงสันติ</figcaption></figure>



<p>เพราะอยากให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับผลงานได้ โดยเฉพาะเด็กๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินนำกล้องคาไลโดสโคปหรือกล้องสลับลายที่เด็กๆ ชอบ มาออกแบบมุมมองที่แปลกใหม่</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-169999" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-8.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>The Center of the Universe (จุดศูนย์กลางจักรวาล)<br>โดย อรรถพร คบคงสันติ</figcaption></figure>



<p>เจ้ากล้องตัวนี้จะพาไปเปิดมุมมองสิ่งต่างๆ รอบตัว ผ่านแสงสี และมิติในแต่ละสวนที่หลากหลายในสวนเบญจกิติ เพื่อให้เห็นภาพที่แตกต่างจากสิ่งที่เราพบเห็นบ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาและทิศทางการมองก็จะไม่เหมือนกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวเราเป็นคนกำหนดมุมมองในการมองเห็นเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-170000" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/08/สวนเบญฯ-6-1.jpg 1203w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>House of Silence (เรือนแห่งความเงียบ)<br>โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์</figcaption></figure>



<p>ผลงานนี้ได้แรงบันดาลใจจากการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับความรู้สึกของตัวเอง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว โดยต้องการให้คนที่ดูผลงานนี้ได้หยุดพัก คิดทบทวน และมีเวลาได้อยู่กับตัวเอง เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวของธรรมชาติรอบตัวเรา</p>



<p>จากแนวคิดดังกล่าวจึงสะท้อนผ่านประติมากรรมกล่องกระจก 4 ด้าน ที่วางให้เกิดการตกกระทบของแสงและเกิดเงาที่ส่องสะท้อนในแต่ละมุมของสวน ช่วยสร้างมุมมองการอยู่ร่วมกันของทุกสิ่งรอบตัวเรา</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p style="font-size:14px">ที่มา: <a href="https://shorturl.asia/Wux2K?fbclid=IwAR3gLJ81w3JfKXRveQedm1Zmn1uOv-JumCDpuarnMD0vd5trjP7IhCshzYw" rel="noreferrer noopener" target="_blank">https://shorturl.asia/Wux2K</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/behind-the-greeting-benjakitti-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81/">BEHIND THE GREETING BENJAKITTI เบื้องหลังประติมากรรมกลางสวนป่า ผลงานที่อยากให้คุณเห็นคุณค่าธรรมชาติรอบตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SoFun Club เสียงเฮฮา น้ำตา และมิตรภาพ กับร้าน ‘เกมแนวสคริปต์’ แห่งแรกของไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/script-murder-sofun-club/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คณพศ แสงไชย]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 10:30:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Script Murder]]></category>
		<category><![CDATA[SoFun Club]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168712</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่มีฝนตกปรอยๆ ผมและเพื่อนๆ มายืนอยู่หน้าตึกสีแดงแห่งหนึ่งในย่าน RCA โดยที่หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พวกเราจะกลายเป็นมิจฉาชีพกัน… แต่พวกเราไม่ได้จะมาเป็นมิจฉาชีพจริงๆ หรอกครับ ขอให้สบายใจได้ ที่จริงแล้วเรามาเล่นเกมแนวสคริปต์ที่ให้จำลองบทเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชื่อเกมว่า ‘สายเรียกเข้า’ ที่ร้าน SoFun Club ต่างหาก SoFun Club ตั้งอยู่ในย่าน RCA มีสีแดงโดดเด่น เป็นร้านเกมแห่งแรกในไทยที่ให้บริการเกมแนวสคริปต์ (aka ‘Script Murder’) ซึ่งเป็น ‘เกมเทเบิลท็อป’ (เกมจำพวกที่เล่นบนโต๊ะ) ที่ให้ผู้เล่นจำลองสวมบทบาทเล่นตามตัวละครที่ได้รับและทำการสืบสวนคดีในเรื่อง ซึ่งแต่ละเกมก็จะมีกิมมิกและวิธีเล่นที่แตกต่างกันไปตามเนื้อเรื่อง โดยสิ่งที่ดึงดูดพวกเราให้มาที่ร้านนี้ก็คือ คลิปไวรัลที่ผู้คนมากหน้าหลายตามาเล่นเกมที่ร้านนี้แล้วต่างร้องไห้ไปตามๆ กัน พวกเราจึงเกิดความสงสัยว่าทำไมคนที่ไปต่างปล่อยน้ำตากันออกมาขนาดนั้น&#160; นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราสืบเสาะถึงที่ตั้งของสถานที่ดังกล่าว และนั่งพูดคุยกับ อาร์ม-เจตนิพัทธ์ พัฒนพีระกุล Brand Director ของทางร้าน และ ชิบะ-ณัฐศิษฏ์ ชูอำนาจ หนึ่งในผู้ดำเนินเกม หรือที่เราเรียกว่า DM (Dungeon Master) ของ SoFun Club เพื่อขุดคุ้ยเบื้องหลังของเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาในร้านเกมแนวสคริปต์นี้ บทที่ 1: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/script-murder-sofun-club/">SoFun Club เสียงเฮฮา น้ำตา และมิตรภาพ กับร้าน ‘เกมแนวสคริปต์’ แห่งแรกของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168732" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C00.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศหน้าร้าน SoFun Club</figcaption></figure>



<p>ในวันที่มีฝนตกปรอยๆ ผมและเพื่อนๆ มายืนอยู่หน้าตึกสีแดงแห่งหนึ่งในย่าน RCA โดยที่หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พวกเราจะกลายเป็นมิจฉาชีพกัน…</p>



<p>แต่พวกเราไม่ได้จะมาเป็นมิจฉาชีพจริงๆ หรอกครับ ขอให้สบายใจได้ ที่จริงแล้วเรามาเล่นเกมแนวสคริปต์ที่ให้จำลองบทเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ชื่อเกมว่า ‘สายเรียกเข้า’ ที่ร้าน SoFun Club ต่างหาก</p>



<p>SoFun Club ตั้งอยู่ในย่าน RCA มีสีแดงโดดเด่น เป็น<strong>ร้านเกมแห่งแรกในไทยที่ให้บริการเกมแนวสคริปต์</strong> (aka ‘Script Murder’) ซึ่งเป็น ‘เกมเทเบิลท็อป’ (เกมจำพวกที่เล่นบนโต๊ะ) ที่ให้ผู้เล่นจำลองสวมบทบาทเล่นตามตัวละครที่ได้รับและทำการสืบสวนคดีในเรื่อง ซึ่งแต่ละเกมก็จะมีกิมมิกและวิธีเล่นที่แตกต่างกันไปตามเนื้อเรื่อง</p>



<p>โดยสิ่งที่ดึงดูดพวกเราให้มาที่ร้านนี้ก็คือ คลิปไวรัลที่ผู้คนมากหน้าหลายตามาเล่นเกมที่ร้านนี้แล้วต่างร้องไห้ไปตามๆ กัน พวกเราจึงเกิดความสงสัยว่าทำไมคนที่ไปต่างปล่อยน้ำตากันออกมาขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p>นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราสืบเสาะถึงที่ตั้งของสถานที่ดังกล่าว และนั่งพูดคุยกับ อาร์ม-เจตนิพัทธ์ พัฒนพีระกุล Brand Director ของทางร้าน และ ชิบะ-ณัฐศิษฏ์ ชูอำนาจ หนึ่งในผู้ดำเนินเกม หรือที่เราเรียกว่า DM (Dungeon Master) ของ SoFun Club เพื่อขุดคุ้ยเบื้องหลังของเสียงหัวเราะและหยาดน้ำตาในร้านเกมแนวสคริปต์นี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168733" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C03.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>เกม ‘สายเรียกเข้า’ ที่ให้ผู้เล่นรับบทเป็นมิจฉาชีพ</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 1: ประกอบร่างสร้าง SoFun Club</strong></h3>



<p>SoFun Club เริ่มมาจากเกมแนวสคริปต์ หรือ Script Murder ซึ่งเป็นเกมที่มีต้นกำเนิดมาจากทางยุโรปและสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นจึงได้เข้ามาในประเทศจีนและกลายเป็นกระแสโด่งดังขึ้นมา โดยทาง SoFun Club เล็งเห็นโอกาสจึงนำ Script Murder เข้ามาในไทย โดยเกมในร้านก็มีตั้งแต่แนวแฟนตาซี แนวสยองขวัญ แนวระทึกขวัญ และแนวสืบสวน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ Script Murder ยังถือว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนไทย ถึงแม้ในไทยจะมีเกมอย่าง Dungeons &amp; Dragons ที่ให้สวมบทเป็นอาชีพต่างๆ แต่เกมที่ต้องสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆ เลยในไทยยังไม่ค่อยมี</p>



<p><strong>“เชื่อว่าตอนเด็กๆ เวลาเราอ่านการ์ตูนหรือนิยาย เราก็อยากสวมบทเป็นตัวละครต่างๆ กันทั้งนั้น พอมีเกมแนวนี้ขึ้นมา เราก็อยากสวมบทเป็นตัวละครต่างๆ บ้าง”</strong> ชิบะกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168748" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>อาร์ม-เจตนิพัทธ์ พัฒนพีระกุล (ซ้าย) และชิบะ-ณัฐศิษฏ์ ชูอำนาจ (ขวา)</figcaption></figure>



<p>วิธีคัดเลือกเกมหลักๆ ของ SoFun Club คือ </p>



<p>1. เกมต้องมีเนื้อเรื่องที่ดีและแปลกใหม่ อย่างแนวแฟนตาซีต้องล้ำไปเลย หรือแนวสืบสวนก็อาจอิงมาจากเรื่องจริง เป็นต้น </p>



<p>2. กลไกการเล่นของเกมที่โดดเด่น ซึ่งวิธีการเล่นของแต่ละตัวละครต้องต่างออกไป เช่น บางคนต้องทำแอ็กชันบางอย่างเพื่อให้ได้ของบางอย่าง </p>



<p>พอเลือกเกมได้แล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการแปลเกมเพื่อมา Localized (การแปลพร้อมปรับเนื้อหาของตัวต้นฉบับให้เข้ากับสังคมผู้รับสาร) ให้เข้าบริบทสังคมไทย ซึ่งการ Localized เกมต้นฉบับภาษาจีนมาไทย หลักๆ จะเป็นการเปลี่ยนชื่อตัวละครหรือชื่อสถานที่ให้มีความเป็นไทย และอาจมีการปรับทัศนคติบางอย่างให้เหมาะกับสังคมไทยมากขึ้น ในจุดนี้ถ้าเกมนั้นๆ มีเนื้อหาประวัติศาสตร์หรือสังคมที่คนไทยอาจไม่เข้าใจและยากต่อการ Localized ก็อาจต้องทิ้งเกมนั้นไป</p>



<p>เมื่อแปลแล้วจะเป็นการเทสต์เกมเพื่อนทดสอบว่าเล่นแล้วสนุกหรือไม่ ซึ่งถ้าเทสต์แล้วเกมไม่สนุกก็อาจเสียการแปลไป หรือไม่ถ้าเกมยังพอใช้ได้ก็อาจนำมา Localized ใหม่ให้ดีขึ้น โดยเกมบางเกมอย่าง ‘บทกวีอำลา’ ที่คนคาดหวังมาก ก็อาจใช้เวลาถึงสี่ห้าเดือนในการทำเกมให้สมบูรณ์</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168749" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C15.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศภายในร้าน SoFun Club</figcaption></figure>



<p>SoFun Club มีทีมงานแบ่งเป็นสองพาร์ตหลักๆ คือ พาร์ตหน้าบ้านและพาร์ตหลังบ้าน พาร์ตหน้าบ้านจะเป็น DM ที่รับลูกค้า ในขณะที่พาร์ตหลังบ้านจะมีหน้าที่ทำคอนเทนต์ ทำสคริปต์ และคุยกับลูกค้าในช่องทางออนไลน์</p>



<p>โดยพาร์ตที่ยากที่สุดในการจัดการร้าน SoFun Club ตามความเห็นของชิบะก็คือพาร์ตของงานบัญชี ด้วยค่าใช้จ่ายเบื้องหลังที่ค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า หรือค่าทำเกมที่รวมไปถึงการแปล การทำกล่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นส่วนที่ลูกค้าไม่เห็น ทางร้านจึงพยายามหาจุดกึ่งกลางที่ผู้เล่นรับได้และทางร้านไม่เจ็บหนักเกินไป</p>



<p>ถึงแม้การทำร้าน SoFun Club จะมีอุปสรรคและความท้าทายสูง แต่คุณชิบะก็บอกว่าสิ่งที่ทำให้ยังคงทำต่อคือความสนุกและแพสชัน</p>



<p><strong>“ความสุขล้วนๆ แพสชันล้วนๆ เพราะเราสนุกกับมันจริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ตรงนี้นี่เหนื่อยนะ เบื้องหลังเราเหนื่อยมากๆ แต่เวลาผู้เล่นเขาเล่นเสร็จแล้วมาบอกกับเราว่า ‘เฮ้ยคุณ โคตรสนุกเลยว่ะ อยากซ้ำต่อ’ มันดีใจ ตรงนี้มันเป็นแรงดันให้เราทำต่อ ว่าผู้เล่นเขาชอบ แล้วเราก็อยากที่จะทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ”</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168736" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C02.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 2: สืบสาว(เล่า)เรื่อง</strong></h3>



<p>หลังจากชิบะปิดท้ายด้วยคำพูดที่ใครได้ยินก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘โคตรหล่อ’ พวกเราก็พบว่า เราได้ขุดคุ้ยความเป็นมาของ SoFun Club ได้ระดับหนึ่งแล้ว จึงเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะเรียนรู้กระบวนการในการเล่นเกมของร้านต่อ โดยเริ่มจากบทบาทที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ DM หรือ Dungeon Master</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168737" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศการเล่นเกม ‘สายเรียกเข้า’ โดยมี DM (บุคคลตรงกลาง) เป็นผู้ดำเนินเกม</figcaption></figure>



<p>DM มีหน้าที่ดำเนินเกม ซึ่ง DM ก็สวมบทบาทเป็นหนึ่งในตัวละครเหมือนกัน โดยคนที่จะเป็น DM ได้ ต้องมีคุณสมบัติรอบด้าน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความกล้าแสดงออก นอกจากนั้น DM ต้องสามารถอธิบายเกมให้ผู้เล่นเข้าใจได้ง่าย ต้องมีความเป็นผู้นำสามารถควบคุมผู้เล่นได้ และต้องมีทักษะด้านการแสดงอีกด้วย&nbsp;</p>



<p>หากเกมยากเกินไปหรือผู้เล่นไม่สามารถไปต่อได้ DM จะคอยไกด์ผู้เล่นให้ไปตามเนื้อเรื่องที่วางไว้ ดังนั้นจึงไม่เคยมีกรณีที่ผู้เล่นไม่สามารถจบเกมได้เพราะปัจจัยภายในเกม อย่างไรก็ตามชิบะได้กล่าวว่า ในกรณีที่เกมต้องตัดจบจริงๆ จะมาจากปัจจัยภายนอกมากกว่า อย่างผู้เล่นเล่นเกมสยองขวัญแล้วกลัวมากทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ หรือเกมดราม่าที่ต้องอ่านเยอะแต่ผู้เล่นอ่านไม่เก่งทำให้ไม่สามารถตีความตัวละครได้ โดย DM จะพยายามหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด และหากผู้เล่นไม่ไหวจริงๆ ถึงตัดจบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168738" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C07-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168739" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ห้องสำหรับการเล่น Script Murder ในธีมต่างๆ</figcaption></figure>



<p>ในส่วนของตัวเกม Script Murder นั้น หากใครต่ำกว่าอายุ 16 และกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ต้องขอเบรกไว้ก่อน (แต่อ่านต่อไปได้นะครับ อย่าเพิ่งปิดหนี) เพราะผู้ที่จะมาเล่น Script Murder ได้ต้อง<em>มีอายุขั้นต่ำ 16 ปี </em>เนื่องจาก Script Murder มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม ซึ่งบางช่วงอาจมีความรุนแรง แม้ผู้เล่นอาจมีวุฒิภาวะที่มากพอ แต่ทางร้านก็อยากป้องกันไว้ก่อน นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจไม่เหมาะสมกับเด็กเท่าไหร่</p>



<p>พูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย ทาง SoFun Club ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า การตั้งราคาของแต่ละเกมนั้นขึ้นอยู่กับความยากของเกม เกมง่ายที่เหมาะกับผู้เล่นใหม่ราคาก็จะต่ำลงมา เกมที่มีความยากปานกลางราคาก็จะมากขึ้น ส่วนเกมที่ใช้เวลาเล่นเยอะ อ่านเยอะ มีการสวมบทเป็นตัวละครมากขึ้น ราคาก็จะขยับขึ้นไปอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168740" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C17.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>ส่วนผู้ที่สนใจเล่น Script Murder และมีอายุขั้นต่ำถึงเกณฑ์ ทางร้านก็เปิดให้จองคิวเล่นเกมและตรวจเช็กตารางว่างได้ทางเว็บไซต์ <a href="https://www.sofunclub.co">https://www.sofunclub.co</a> อย่างไรก็ตามทางร้านขอไม่รับ Walk-in เนื่องจากจะไม่สามารถจัดหา DM ให้ได้ </p>



<p>ในหนึ่งวัน SoFun Club สามารถจัดรอบเกมได้เต็มที่ประมาณ 12 โต๊ะ โดยทางร้านมี 6 ห้องเล่นเกม แบ่งเป็น 2 ช่วงคือหลังบ่ายโมงและหลังหนึ่งทุ่ม แต่บางเกมอาจมีเงื่อนไขบางอย่าง เช่น เกมที่ยาวหน่อยอย่าง ‘บทกวีอำลา’ ก็อาจจะกินเวลาทั้งวัน ทำให้ไม่สามารถเปิดสองรอบได้ และด้วยความฮิตของเกม ทำให้ในบางครั้งก็มีการจองกันข้ามเดือนกันเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<p><strong>“ต้องเข้าใจว่าคอนดิชันเกมเราเยอะหน่อย ไม่ว่าจะเรื่องผู้เล่นต้องครบ เรื่องระยะเวลาเอย เรื่องจำนวนห้องเอย แต่เราก็พยายามดูแลผู้เล่นให้ได้เล่นอย่างเท่าเทียม” </strong>ชิบะเสริม </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168741" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ห้องสำหรับการเล่น Script Murder ในธีมยุโรป</figcaption></figure>



<p>นอกจากนี้ทางร้านยังแนะนำเกมมา 2 เกม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 พาร์ต คือ</p>



<p>1) พาร์ตเกมดราม่า กับเกม ‘บทกวีอำลา’ (aka ‘ด้ายแดง’) ที่ชิบะบอกว่า อยากให้เล่นให้ได้เพราะเกมดีมาก แต่อาจไม่เหมาะกับมือใหม่เพราะมีจำนวนหน้าเยอะ ผู้เล่นใหม่จึงอาจเริ่มจากเกมง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยพัฒนามาเป็นเกมนี้ </p>



<p>2) พาร์ตเกมสืบสวน กับเกม ‘นักโทษเจ็ดวัน’ ที่ชิบะบอกว่าชอบมาก เป็นเกมที่เล่นแล้วว้าวมากทั้งในเรื่องคดีหรือตัวเนื้อเรื่อง จึงอยากให้ทุกคนได้สัมผัสเกมนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 3: ตกตะกอนหลังการเล่น</strong></h3>



<p>หลังจากขุดคุ้ยเบื้องหลังกระบวนการดำเนินการเกมกันไปแล้ว ในพาร์ตนี้เราจะมาพูดถึงความรู้สึกและสิ่งที่ได้จากการเล่นเกมแนวสคริปต์ ไม่ว่าจะทั้งในมุมมองของผู้เล่นหรือมุมมองของทาง SoFun Club เองก็ตาม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168742" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C09-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>แน่นอนว่าหลังเล่นเกมจบไปแล้ว ลูกค้าหลายคนก็กลับมาเล่นซ้ำอีก พวกเราจึงเกิดความสงสัยว่าอะไรใน Script Murder ที่ทำให้ผู้คนต่างติดใจพากันกลับมาเล่นตลอด ซึ่งชิบะตอบว่า เป็นเพราะเนื้อเรื่องของตัวเกมที่หลากหลาย และระดับความยากที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p>ผู้เล่นที่เข้าใจคอนเซ็ปต์และเนื้อหาของเกม ก็จะอินกับเกมมากขึ้นและอยากกลับมาเล่นเกมที่ยากขึ้น เหมือนเป็นการท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ</p>



<p>ผมถามคุณชิบะว่าสิ่งที่อยากให้คนมาเล่นได้กลับไปคืออะไร คุณชิบะตอบทันทีแทบไม่ต้องคิดว่า ประสบการณ์และการได้หาเพื่อนใหม่&nbsp;</p>



<p><strong>“หลายๆ ครั้งมีผู้เล่นหลายๆ คนที่อายุ 30 เกือบ 40 ที่อยู่ที่ทำงานไม่มีเพื่อน แต่เขาถือว่าที่นี่เป็นบ้านของเขา ร้านเราเหมือนเป็นคอมมูนิตี้แห่งหนึ่ง มีคนที่ชอบอะไรเหมือนกัน อยากทำอะไรเหมือนกัน มารวมกันที่นี่” </strong>ชิบะเสริม</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168743" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C08-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ห้องสำหรับการเล่นเกม ‘สายเรียกเข้า’</figcaption></figure>



<p>ซึ่งจุดนี้อาร์มและชิบะบอกว่าเป็นความประทับใจในการทำร้าน SoFun Club เพราะลูกค้าบางคนได้เจอเพื่อนที่ร้านนี้ที่สนิทกว่าเพื่อนที่ทำงานเสียอีก หรือบางครั้งลูกค้ามาเล่นเกมแล้วกลับไปคิดต่อว่าถ้าเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ชีวิตจะเป็นแบบไหน นอกจากนี้ลูกค้าบางคนยังบอกว่าการเล่นเกม Script Murder ที่ชีวิตตัวละครตรงกับชีวิตเขา ก็ทำให้เขาได้ระบายความในใจออกมา และทำให้เข้าใจมุมมองคนอื่นมากขึ้น</p>



<p>ชิบะเสริมว่าสิ่งที่สนุกในการทำ SoFun Club นอกจากความสนุกของเนื้อหาเกมแล้ว หลักๆ คือการได้เจอผู้คนที่หลากหลาย ผู้คนที่ชอบอะไรคล้ายกันและมีประเด็นมาคุยกัน หรือเวลาที่ลูกค้าเล่นเกมแล้วประทับใจ อยากกลับมาซ้ำ อยากลองเกมแนวอื่นๆ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168744" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>การทำ SoFun Club ได้เปลี่ยนมุมมองต่อคนของทั้งสองอย่างชัดเจน ทำให้พวกเขาได้เห็นความจริงมากขึ้น ได้รู้จักมนุษย์คนอื่นเยอะขึ้น รู้สึกเข้าใจโลก เข้าใจมนุษย์ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์มากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>“จริงๆ เรารู้สึกอยากเป็นเพื่อนกับทุกคนที่ไม่รู้จัก อยากให้ที่นี่เป็นแหล่งพักพิงของพวกเขา เพราะที่เราได้ฟังจากเพื่อนหลายๆ คน เขารู้สึกว่าบางทีที่ทำงานหรือที่บ้านเขาไม่ได้แฮปปี้ แต่เขามาอยู่ที่นี่รู้สึกว่าที่นี่เหมือนกันบ้านเขาจริงๆ มีคนที่รู้จักเขา มีคนที่เขาอยากแบ่งปันอะไรหลายๆ อย่างให้ ก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นงานที่เราได้ประสบการณ์หลายๆ อย่างที่น่าจะหาได้ยาก”</strong></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บทที่ 4: อนาคตของ SoFun Club และวงการเกมเทเบิลท็อป</strong></h3>



<p>งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา ปาร์ตี้ Script Murder ก็เช่นกัน พวกเราได้สอบถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่ถ้าลูกค้ามาเล่นเกมในร้านจนหมดแล้ว ทาง SoFun Club จะมีแผนการรับมืออย่างไร ซึ่งทางร้านก็บอกว่า พยายามจะจัดตารางให้มีการนำเกมใหม่เข้ามาทุกๆ เดือน แต่ด้วยงานหลังบ้านที่ค่อนข้างหนัก อาจจะทำให้มีล่าช้าไปบ้าง </p>



<p>นอกจากนี้ ทางร้านยังมีแผนพัฒนา Script Murder ที่เป็นของคนไทยโดยเฉพาะ โดยให้ข้อมูลไว้ว่า ลูกค้าที่มาเล่นหลายๆ ท่านมีอาชีพเป็นนักเขียนหรืออยู่แวดวงใกล้เคียง ซึ่งสนใจอยากทำสคริปต์ของตัวเอง โดยทางร้านจะนำตัวสคริปต์มาทดลองเล่นกันก่อน ถ้าออกมาดีทางร้านก็อยากสร้าง Script murder ที่เป็นของคนไทยจริงๆ โดยชิบะให้ความเห็นว่า การที่มีสคริปต์ที่เป็นของคนไทยจริงๆ มีเนื้อหาเกี่ยวกับคนไทยมากขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มความอินในตัวเกมไปอีกระดับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168745" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C11.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<p>มาถึงคำถามสุดท้ายที่ท้ายที่สุดของการสัมภาษณ์ในวันนี้ เราเลือกปิดการสัมภาษณ์ด้วยความเห็นของทาง SoFun Club ต่ออุตสาหกรรมของวงการเทเบิลท็อปในไทยตอนนี้</p>



<p>ชิบะกล่าวว่า แม้ตอนนี้วงการเทเบิลท็อปในไทยจะเริ่มเติบโต แต่โดยรวมยังเป็นตลาดที่ Niche อยู่ เพราะยังมีเกมเทเบิลท็อปอีกหลายประเภทที่คนไทยไม่เคยสัมผัส โดยชิบะได้ให้เหตุผลที่วงการเทเบิลท็อปยังไม่เติบโตในไทยเป็นเพราะ ผู้เล่นใหม่ยังไม่กล้าที่จะก้าวเข้ามาเล่น เพราะอาจจะรู้สึกว่าขอแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มได้ยาก แต่ที่จริง ผู้เล่นที่อยู่ในวงการก็พร้อมจะต้อนรับผู้เล่นใหม่ๆ อยู่แล้ว สามารถเข้าไปเล่นได้เลย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168746" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บรรยากาศภายในร้าน SoFun Club</figcaption></figure>



<p>“ผมเชื่อว่าทุกคนในห้องนี้น่าจะรู้จักบอร์ดเกมล่ามนุษย์หมาป่าที่ชื่อว่า <em>แวร์วูฟ </em>ซึ่งมันเป็นเกมที่เล่นง่ายและทุกคนรู้จักกันดี แต่มันมีเกมอีกมากมายที่ดีกว่าและเจ๋งกว่านั้นเยอะแยะมากๆ และเราเชื่อว่าเกมเทเบิลท็อปเหล่านี้จะทำให้รู้จักผู้คนมากขึ้น” ชิบะพูดต่อก่อนจะปิดท้ายว่า</p>



<p><strong><em></em></strong><strong><em>“ผมยังคิดว่าอนาคตวงการเทเบิลท็อปอาจจะแมสกว่านี้ คิดว่ามันจะพัฒนาต่อไปได้ ผมเชื่อว่าตอนนี้คนอาจจะเริ่มเบื่อกับการอยู่หน้าจอคอมและอยากจะมาหากิจกรรมทำ ‘เทเบิลท็อป’ ก็อาจจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมนั้นที่เขาอยากลองก็ได้”&nbsp;</em></strong></p>



<p>หลังการสัมภาษณ์จบ พร้อมกับการตอบคำถามอย่างเต็มแพสชันของอาร์มและชิบะ พวกเราก็เนื้อเต้นแทบรอไปสัมผัสกับเกมสคริปต์ของจริงไม่ไหวแล้ว จึงทำการขอบคุณพร้อมกล่าวลาทั้งสองคน และยกขบวนกันไปสู่ชั้นบนเพื่อเล่นเกม ‘สายเรียกเข้า’ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168747" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/07/sofun-club-C13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลังจากผ่านไปกว่า 5 ชั่วโมง เกมก็จบลง อารมณ์และความรู้สึกของพวกเราพรั่งพรูออกมาอย่างมากมาย บางคนรู้สึกตราตรึงกับ DM ที่อินกับบทจนพวกเราคล้อยตาม บางคนประทับใจในการตกแต่งห้องและของประกอบฉากอันจัดเต็มที่สร้างบรรยากาศให้กับการเล่น บางคนตื่นตาตื่นใจกับความคิดสร้างสรรค์ของระบบการเล่นและการเล่าเรื่องอย่างชาญฉลาดของตัวเกม บางคนได้เห็นตัวเองสะท้อนในตัวละครและได้เรียนรู้ไปพร้อมกับตัวละครที่สวมบทบาท แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเกม Script Murder นั้นเป็นประสบการณ์การเล่นเกมเทเบิลท็อปที่ดีที่สุดที่เคยเจอมา</p>



<p>พวกเรากล่าวลาทุกคนที่ร้าน SoFun Club และออกมาจากร้าน ข้างนอกเป็นเวลาหกโมงกว่าๆ ร่องรอยฝนจางหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงท้องฟ้าเปิดที่สาดแสงยามเย็นแผดจ้าไปทั่วย่าน RCA สมองพวกเรายังประมวลผลถึงประสบการณ์การเล่นเกมสคริปต์ครั้งแรกนี้ ด้วยการเล่าเรื่องอันแปลกใหม่ของเกมแนวสคริปต์ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ว่าจะหนังหรือนิยาย ที่ออกมาสนุกเกินที่คาด ว้าวเกินที่คิด และถ้าคิดว่าสิ่งที่ผมพูดมานั้นดูเกินจริง ก็อยากชวนให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเอง กับประสบการณ์เกม Script Murder ที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ เคล้าไปด้วยหยดน้ำตา และเต็มไปด้วยมิตรภาพ ในร้านสีแดงย่าน RCA นาม ‘SoFun Club’ แห่งนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/script-murder-sofun-club/">SoFun Club เสียงเฮฮา น้ำตา และมิตรภาพ กับร้าน ‘เกมแนวสคริปต์’ แห่งแรกของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำตามความฝันแล้วไงต่อ? &#8216;Return to The Why Cafe&#8217; การกลับมาอีกครั้งของคาเฟ่สำหรับคนหลงทาง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/return-to-the-why-cafe/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jun 2023 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกการอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Return to the Why Cafe]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=168145</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราชอบเรียกตัวเองว่านักหลงทางอยู่บ่อยๆ นอกจากหลงทางตามความหมายตามตัวอักษรแล้ว ยังรวมไปถึงหลงทางในแง่ของการใช้ชีวิตด้วย นั่นเลยเป็นเหตุผลให้ลองเลือกหยิบหนังสือสักเล่มมาอ่าน เผื่อว่าพอจะมีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ของตัวเองได้บ้าง Why Are You Here Cafe หรือเรียกย่อๆ ว่า The Why Cafe คาเฟ่สำหรับคนหลงทาง ของ จอห์น พี. สเตรเลกกี เป็นชื่อหนังสือที่เหมาะกับเราพอดี ในเล่มแรกมันถูกหยิบมาอ่านในช่วงเวลาที่ตั้งคำถามกับชีวิตว่าทุกวันนี้เราโอเคกับมันแล้วจริงไหม เช่นเดียวกับตัวละคร จอห์น ผู้หลงทาง ซึ่งใช้ชีวิตทำงานไปวันๆ และบังเอิญได้ไปเจอกับคาเฟ่ลึกลับแห่งหนึ่ง หากเป็นคาเฟ่ปกติบนแผ่นเมนูคงเป็นสารพัดชื่อเครื่องดื่ม แต่สำหรับ The Why Cafe ไม่เพียงแต่เสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น แต่ยังให้มากกว่าที่ผู้มาเยือนต้องการ ผ่านคำถาม 3 ข้อ เหตุใดคุณจึงมาที่นี่ คุณกลัวตายไหม คุณพึงพอใจกับชีวิตหรือยัง คำถามเรียบง่ายแต่สำคัญที่เราไม่เคยหยุดและคิดถึงมันอย่างจริงจัง ทำให้ใครหลายคนได้รับแรงบันดาลใจและค้นพบเป้าหมายชีวิตจากการพูดคุยและถกถามของพ่อครัว สาวเสิร์ฟ และแขก ที่เกิดขึ้นที่คาเฟ่นี้ในเล่มที่แรก จนมาถึงในเล่มที่ 2 Return to The Why Cafe เล่าเรื่องราวภาคต่อของจอห์นซึ่งค้นพบความต้องการของตัวเองและมีชีวิตที่เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ออกจากคาเฟ่ เวลาผ่านไป 10 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/return-to-the-why-cafe/">ทำตามความฝันแล้วไงต่อ? &#8216;Return to The Why Cafe&#8217; การกลับมาอีกครั้งของคาเฟ่สำหรับคนหลงทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เราชอบเรียกตัวเองว่านักหลงทางอยู่บ่อยๆ นอกจากหลงทางตามความหมายตามตัวอักษรแล้ว ยังรวมไปถึงหลงทางในแง่ของการใช้ชีวิตด้วย นั่นเลยเป็นเหตุผลให้ลองเลือกหยิบหนังสือสักเล่มมาอ่าน เผื่อว่าพอจะมีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ของตัวเองได้บ้าง</p>



<p><em>Why Are You Here Cafe</em> หรือเรียกย่อๆ ว่า <em>The Why Cafe</em> คาเฟ่สำหรับคนหลงทาง ของ จอห์น พี. สเตรเลกกี เป็นชื่อหนังสือที่เหมาะกับเราพอดี ในเล่มแรกมันถูกหยิบมาอ่านในช่วงเวลาที่ตั้งคำถามกับชีวิตว่าทุกวันนี้เราโอเคกับมันแล้วจริงไหม</p>



<p>เช่นเดียวกับตัวละคร จอห์น ผู้หลงทาง ซึ่งใช้ชีวิตทำงานไปวันๆ และบังเอิญได้ไปเจอกับคาเฟ่ลึกลับแห่งหนึ่ง หากเป็นคาเฟ่ปกติบนแผ่นเมนูคงเป็นสารพัดชื่อเครื่องดื่ม แต่สำหรับ <em>The Why Cafe</em> ไม่เพียงแต่เสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น แต่ยังให้มากกว่าที่ผู้มาเยือนต้องการ ผ่านคำถาม 3 ข้อ</p>



<p><em>เหตุใดคุณจึงมาที่นี่</em></p>



<p><em>คุณกลัวตายไหม</em></p>



<p><em>คุณพึงพอใจกับชีวิตหรือยัง</em></p>



<p>คำถามเรียบง่ายแต่สำคัญที่เราไม่เคยหยุดและคิดถึงมันอย่างจริงจัง ทำให้ใครหลายคนได้รับแรงบันดาลใจและค้นพบเป้าหมายชีวิตจากการพูดคุยและถกถามของพ่อครัว สาวเสิร์ฟ และแขก ที่เกิดขึ้นที่คาเฟ่นี้ในเล่มที่แรก</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168151" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C02.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>จนมาถึงในเล่มที่ 2 <em>Return to The Why Cafe</em> เล่าเรื่องราวภาคต่อของจอห์นซึ่งค้นพบความต้องการของตัวเองและมีชีวิตที่เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ออกจากคาเฟ่ เวลาผ่านไป 10 ปี วันหนึ่งขณะที่เขากำลังขี่จักรยานชมวิวไปรอบเกาะฮาวายอันสวยงาม คาเฟ่เล็กๆ แห่งเดิมก็โผล่ขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้ต่างออกไปตรงที่เขาได้พบกับ เจสสิกา หญิงสาวที่กำลังหลงทางด้วย</p>



<p>ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นมากมาย และชีวิตของใครหลายคนอาจเปลี่ยนไป เล่มนี้จึงเหมาะสำหรับใครที่อยากทบทวนเส้นทางของตัวเองอีกครั้งว่าอยู่ตรงไหนแล้ว และคุณค่าในตัวเรายังอยู่ดีเหมือนเดิมไหมไปพร้อมๆ กับบทสนทนาเรียบง่ายของเหล่าตัวละครที่คุ้นเคย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คำถาม 3 ข้อสำหรับนักหลงทาง</strong></h3>



<p>หลายครั้งที่เรารู้สึกเหมือนว่าต้องใช้ชีวิตไปวันๆ ตื่นแต่เช้า ออกไปทำงาน ทำงาน เดินทางกลับ นอนพัก เพื่อที่จะตื่นมาทำงานอีกครั้ง เราเคร่งเครียดไปกับการทำงานที่ลึกๆ แล้วอาจจะไม่ได้ชอบมันด้วยซ้ำ นานวันเข้าเราอาจลืมไปว่าทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร และที่เราทำเป็นสิ่งที่ต้องการจริงๆ หรือเปล่า</p>



<p>ในหนังสือเราได้พบกับ เจสสิก้า หญิงสาวเวิร์กกิงวูเมน เธอมีรถยนต์หรูหรา การงานที่มั่นคง แต่เธอยังคงสับสนและหลงทางไม่ต่างจากจอห์นในอดีต จนกระทั่งได้มาเจอกับ <em>The Why Cafe</em> พร้อมกับคำถาม 3 ข้อที่ทำให้เธอกลับมาสำรวจตัวตนของตัวเองอีกครั้ง</p>



<p><em>เหตุใดคุณจึงมาที่นี่</em></p>



<p><em>คุณกำลังเล่นสนุกอยู่ในสนามเด็กเล่นของตัวเองหรือเปล่า</em></p>



<p><em>คุณมี บภล. หรือเปล่า</em></p>



<p>หากกำลังหลงทาง คำถาม <em>เหตุใดคุณจึงมาที่นี่</em> ก็อาจทำให้เราได้มาทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าทางที่ตัวเองต้องการจะมุ่งหน้าไปจริงๆ คือที่ใด แล้วตอนนี้เป็นทางที่ถูกต้องแล้วหรือยัง เพราะบางครั้งเราอาจถูกเสียงต่างๆ รบกวนจนทำให้ลืมไปว่าทำไมเราจึงมาอยู่ตรงนี้ ไม่ต่างจากเจสสิกาที่เธอพบว่าชีวิตในตอนนี้ช่างไม่มีความสุข และจริงๆ แล้วชีวิตควรสนุกสนานและมีความหมายมากกว่านี้หรือเปล่า</p>



<p><em>คุณกำลังเล่นสนุกอยู่ในสนามเด็กเล่นของตัวเองหรือเปล่า </em>คำถามที่ชวนย้อนกลับไปถามตัวเองว่าคุณกำลังสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ไหม ยิ่งอายุมากขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้นตาม แถมยังต้องฝืนใจทำแต่เรื่องที่ไม่ชอบ จนลืมไปแล้วว่าเราเคยชอบทำอะไร ต่างจากเด็กๆ ที่รู้ว่าตัวเองชอบสิ่งไหนก็มักจะทำสิ่งนั้นอยู่เรื่อยๆ ในวัยผู้ใหญ่จึงมักมีคำจำกัดขอบเขตของตัวเอง เช่น ทำไม่ได้ แก่เกินไป ไม่เก่งพอ หรือไม่ฉลาดพอ คำเหล่านี้กลายเป็นกำแพงที่ทำให้เราไม่กล้าเข้าไปเล่นในสนามเด็กเล่น หรืออีกนัยหนึ่ง หมายถึงสิ่งที่เราสนุกที่จะทำจนทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้</p>



<p><em>คุณมี บภล. หรือเปล่า </em>หลายครั้งในชีวิตเราอาจยึดติดอยู่เพียงบทบาทเดียว จนอาจทำให้เรารู้สึกกดดันตัวเองมากเกินไป แต่ชีวิตมนุษย์มีหลากหลายด้าน ยอมรับความจริงว่าชีวิตมีหลายแง่มุม จะทำให้เราเป็นตัวเองอย่างแท้จริง และเปิดโอกาสให้เราได้ลองทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น <em>(ส่วนใครอยากรู้ บภล. หมายถึงอะไร ติดตามอ่านต่อได้ในเล่ม)</em></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จักรวาลทำงานเหมือนจีพีเอส</strong></h3>



<p>ความน่าสนใจอีกอย่างของหนังสือเล่มนี้คือการเปรียบเทียบเส้นทางชีวิต เหมือนกับการทำงานของระบบนำทางในกูเกิลแมพ ที่ไม่ว่าจะผิดพลาดกี่ครั้ง เสียงของระบบนำทางจะบอกว่า “กำลังคำนวณเส้นทางใหม่” โดยไม่ตัดสิน เพื่อให้เราได้ไปถึงสถานที่ต้องการ อย่างที่ เคซีย์ สาวเสิร์ฟของคาเฟ่บอกกับเจสสิกาว่า</p>



<p>“คุณมาที่นี่เพื่อสิ่งสำคัญบางอย่าง ชีวิตคุณไม่ใช่ความผิดพลาด หรืออุบัติเหตุ หรือความบังเอิญแบบสุ่ม คุณมีเป้าหมาย ไม่อย่างนั้นคงไม่มาที่นี่ ถึงแม้บางครั้งคุณอาจรู้สึกเหมือนหลงทางอย่างสิ้นหวัง และหาทางออกไม่เจอ แต่คุณจะได้รับความช่วยเหลือเสมอ”</p>



<p>เราชอบประโยคนี้เป็นพิเศษ หลายครั้งที่เราไม่แน่ใจว่าเรากำลังมาถูกทางแล้วหรือเปล่า ขอเพียงเราแน่ใจว่ามีจุดหมายหรือเป้าหมายชีวิตอยู่ในใจ แม้ต้องเลี้ยวผิดกี่ครั้งจักรวาลก็จะนำทางเราไปถึงเป้าหมายได้อยู่ดี แม้ต้องเสียเวลาเลี้ยวผิดบ้างก็ไม่เป็นไร&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168153" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลักการทำงานของจักรวาลอีกอย่างคือหากเราให้เวลากับสิ่งใดมากๆ เราจะมีโอกาสได้ทำสิ่งนั้นมากขึ้น เช่นเดียวกัน แม้เราจะไม่ชอบชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ถ้าเราไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง เราก็จะยังคงได้ทำสิ่งนั้นอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน การเรียน ความสัมพันธ์ หรือพฤติกรรมและความคิด ในทางกลับกันเรามีโอกาสได้ทำสิ่งที่ตัวเองต้องการได้หากเราเปลี่ยนไปให้เวลากับสิ่งเหล่านั้นให้มากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หลักสูตรชีวิตจากการเล่นเซิร์ฟ</strong></h3>



<p>ในเล่มนอกจากจะเราจะได้อ่านบทสนทนาระหว่าง เจสสิกา หญิงสาวผู้หลงทาง, เคซีย์ สาวเสิร์ฟ และ ไมค์ พ่อครัวสามีของเคซีย์ ในเล่มสองเรายังได้บทเรียนจาก เอ็มม่า ลูกสาวตัวน้อยของเคซีย์และไมค์ ที่มาบอกเล่าบทเรียนชีวิตผ่านสายตาการเล่นสนุกของเด็กๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราอาจมองข้ามไป ทั้งพลัง ความฝัน และความกล้าหาญที่เราอาจเคยมี แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งเหล่านี้ก็ค่อยๆ หายไปจากตัวเราด้วย</p>



<p>ในขณะที่เอ็มมากำลังสอนเจสสิกาเกี่ยวกับการเล่นเซิร์ฟ จอห์นก็ตระหนักได้ว่าการเล่นเซิร์ฟอาจจะเป็นหลักสูตรของชีวิตได้ด้วย โดยมีการเปรียบเทียบกับการเล่นเซิร์ฟได้ดังนี้</p>



<p><strong><em>เลือกคลื่น</em></strong> เหมือนกับการเลือกที่ที่เราอยากไป มันคือเป้าหมายของการมีชีวิต&nbsp;</p>



<p><strong><em>หาตำแหน่งของตัวเองและบอร์ดเพื่อจะเกาะคลื่น</em></strong> หมายถึงการกำหนดตำแหน่งของตัวเองสำหรับการใช้ชีวิต แบบที่เราต้องการสำหรับสิ่งต่างๆ เช่น การปรับความคิด อารมณ์ความรู้สึก และการกระทำ ให้สอดคล้องกับความตั้งใจของเรา และทุ่มให้กับการปรับตัวให้สอดคล้องกับชีวิตที่เราอยากมี แม้แต่การพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม</p>



<p><strong>เริ่มพาย </strong>ลงมือทำ เริ่มออกผจญภัย ลองทำ!&nbsp;</p>



<p>เ<strong><em>มื่อรู้สึกถึงกำลังคลื่นอย่าเพิ่งหยุด ให้พายต่อไปอีกสองสามกรรเชียงเพื่อเข้าไปในการไหลล่อง </em></strong>เหมือนคนที่ล้มเลิกความฝันตอนที่กำลังจะได้สัมผัสกับจุดเปลี่ยนอยู่บ่อยครั้ง แต่ความกลัวหรือความเกียจคร้านจะเข้ามาขัดขวางเป้าหมายทั้งๆ ที่อยู่แค่เอื้อม ทำให้ต้องใช้พลังงานมากมายในการเริ่มต้นใหม่</p>



<p><strong><em>โต้คลื่น</em></strong> หมายถึงการมีความสุขกับมันจริงๆ ถ้าเราเอาแต่พาย พาย พาย ชีวิตเราจะเริ่มน่าเบื่อ จะทำให้ตัวเองหมดเรี่ยวแรง</p>



<p>สำหรับเราหนังสือซีรีส์ <em>The Why Cafe</em> เป็นเหมือนหนังสือที่โตตามวัยไปพร้อมกับคนอ่าน เพราะตั้งแต่เล่มแรกหลายอย่างในชีวิตของเราเปลี่ยนไป จนกระทั่งมาถึง <em>Return to The Why Cafe</em> ในเล่มที่สอง แม้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกอยากออกเดินทางอย่างแรงกล้าเหมือนเล่มแรก แต่ในเล่มสองก็ยังมีคำถามที่ชวนให้เรากลับมาทบทวนถึงสิ่งที่ต้องการอีกครั้ง เพราะในแต่ละวันเราเผชิญเสียงรบกวนมากมายจนอาจบดบังสิ่งสำคัญในชีวิตไป การระลึกถึงเป้าหมายของตัวเองอยู่เสมอจึงช่วยให้เรารู้สึกเบาสบาย และมั่นใจที่จะออกไปใช้ชีวิตอีกครั้ง เหมือนความเชื่อของนักผจญภัยโปลินีเซียน</p>



<p class="has-text-align-center">“นำสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center">ใส่เรือไปตั้งแต่แรก</p>



<p class="has-text-align-center">ไม่อย่างนั้นชีวิตจะมีข้าวของมากมาย</p>



<p class="has-text-align-center">แต่เราจะไม่ได้ผจญภัย ซึ่งเติมเต็มหัวใจเรา”  </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168152" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/return-to-the-why-cafe-C04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/return-to-the-why-cafe/">ทำตามความฝันแล้วไงต่อ? &#8216;Return to The Why Cafe&#8217; การกลับมาอีกครั้งของคาเฟ่สำหรับคนหลงทาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ณัฐพล ศรีเมือง]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Jun 2023 13:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Style]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ-ไทย-เวลา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลป พีระศรี]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลป พีระศรี]]></category>
		<category><![CDATA[BACC]]></category>
		<category><![CDATA[หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167972</guid>

					<description><![CDATA[<p>นิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเดินทางมาถึงประเทศไทยครบรอบ 100&#160;ปี&#160;(พ.ศ. 2466) ของ ศาสตราจารย์ศิลป&#160;พีระศรี&#160;(15 กันยายน พ.ศ. 2435 &#8211; 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) บิดาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ริเริ่มการสร้างหอศิลปะสาธารณชนแห่งแรกของประเทศไทย คือ หอศิลป พีระศรี จึงนับเป็นปีครบรอบสำคัญของวงการศิลปะไทย หอศิลป พีระศรี เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี โดยในยุคที่ประเทศไทยยังขาดการส่งเสริมศิลปะ และขาดสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เรียกว่าหอศิลป์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้ริเริ่มโครงการหอศิลป์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ท่านก็ถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้มีการสร้างหอศิลป์&#160; อย่างไรก็ตาม โครงการได้มีการสานต่อโดยกลุ่มผู้อุปถัมภ์และรักศิลปะ ร่วมจัดตั้ง ‘มูลนิธิหอศิลป พีระศรี’ เพื่อระดมทุนและก่อสร้างศูนย์รวมศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา และเป็นอนุสรณ์ให้แก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2517 จนถึงปี พ.ศ. 2531 นับว่าเป็นสถาบันที่มีการนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ดำเนินงาน ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ รวมไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/">นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ จัดขึ้นเนื่องในโอกาสการเดินทางมาถึงประเทศไทยครบรอบ 100&nbsp;ปี&nbsp;(พ.ศ. 2466) ของ ศาสตราจารย์ศิลป&nbsp;พีระศรี&nbsp;(15 กันยายน พ.ศ. 2435 &#8211; 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) บิดาศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร และเป็นผู้ริเริ่มการสร้างหอศิลปะสาธารณชนแห่งแรกของประเทศไทย คือ หอศิลป พีระศรี จึงนับเป็นปีครบรอบสำคัญของวงการศิลปะไทย</p>



<p>หอศิลป พีระศรี เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี โดยในยุคที่ประเทศไทยยังขาดการส่งเสริมศิลปะ และขาดสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะที่เรียกว่าหอศิลป์ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี ได้ริเริ่มโครงการหอศิลป์ เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสังคมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แต่ท่านก็ถึงแก่กรรมก่อนที่จะได้มีการสร้างหอศิลป์&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม โครงการได้มีการสานต่อโดยกลุ่มผู้อุปถัมภ์และรักศิลปะ ร่วมจัดตั้ง ‘มูลนิธิหอศิลป พีระศรี’ เพื่อระดมทุนและก่อสร้างศูนย์รวมศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา และเป็นอนุสรณ์ให้แก่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดยเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2517 จนถึงปี พ.ศ. 2531</p>



<p>นับว่าเป็นสถาบันที่มีการนำเสนอนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ที่ดำเนินงาน ได้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ รวมไปถึงละครเวที ภาพยนตร์ ดนตรี และการแสดงอื่นๆ อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่นิทรรศการศิลปะรูปแบบขนบไปจนถึงรูปแบบใหม่ล้ำสมัยของศิลปินระดับโลกและศิลปินไทย ทั้งที่เป็นศิลปินอาวุโสไปจนถึงศิลปินรุ่นใหม่ในขณะนั้น จนทำให้พื้นที่แห่งนี้มีความหมายเป็นอย่างยิ่งในฐานะหอศิลป์ของสาธารณชนแห่งแรก งานต่างๆ ที่จัดขึ้นที่ หอศิลป พีระศรี สะท้อนสภาวะของสังคมไทยในขณะนั้น และสร้างแนวทางความต่อเนื่องของศิลปะที่สืบทอดจนมาถึงปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้นิทรรศการจัดขึ้นเพื่อตระหนักถึงความสำคัญของ หอศิลป พีระศรี และสร้างความสนใจศึกษาถึงการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ของหอศิลป พีระศรี ผ่านนิทรรศการจดหมายเหตุและผลงานศิลปะ เพื่อเป็นฐานความรู้และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ควรค่าแก่การเรียนรู้ ต่อยอด และเผยแพร่สู่สาธารณชนในวงกว้าง</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167985" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-34-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167980" width="840" height="560" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-16.jpg 1200w" sizes="(max-width: 840px) 100vw, 840px" /><figcaption>การเดินทางเข้ามาสู่สยามของศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายราชสำนักสยามที่แสวงหาผู้เชี่ยวชาญ ผู้รู้ ในสรรพวิชาการจากโลกตะวันตกเข้ามาทำการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อป้องกันต้านทานการล่าอาณานิคมที่เริ่มตั้งเค้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 อีกทั้งชนชั้นนำสยามต้องทำการปรับตัวในด้านต่างๆ </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167981" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-18.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167982" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-21.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>&#8216;ศิลปะนามธรรม&#8217; เริ่มปรากฏให้สังคมไทยได้รู้จักพบเห็นหลังการเสียชีวิตของศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี (14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505) จนเกิดเป็นข้อขัดแย้งระหว่างกลุ่มศิลปินหัวใหม่และหัวเก่าในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 15 พ.ศ. 2507 โดยมีกลุ่มศิลปิน 14 คนขอถอนตัวออกจากการแสดงครั้งนี้ เนื่องจากไม่พอใจผลการตัดสินที่ให้รางวัลเหรียญทองกับผลงานแนวจิตรกรรมประเพณี แต่ผลงานสมัยใหม่หลายชิ้นถูกปฏิเสธการได้รับรางวัล </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168005" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-23.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption>เมื่อศิลปะแบบตะวันตกเริ่มไหลบ่าสู่การรับรู้ของสังคมไทย ศิลปะแบบประเพณีโบราณดั้งเดิมจึงถูกละเลยมองข้าม คนเรียนศิลปะวัยหนุ่มสาวไม่นิยมสนใจ แม้ ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี จะบรรจุแทรกวิชาศิลปะประเพณีไทยเข้าไว้ในหลักสูตร ก็ไม่สามารถกระตุ้นเร้าให้เกิดความสนใจเป็นวงกว้างได้ มีเพียงคนทำงานศิลปะดังเช่น อังคาร กัลยาณพงศ์, พิชัย นิรันต์, ช่วง มูลพินิจ, ถวัลย์ ดัชนี และ จักรพันธ์ุ โปษยกฤต ที่นำคุณลักษณะเด่นของงานศิลปะประเพณีไทยมาผสมผสานเข้ากับศิลปะตะวันตก เพื่อพัฒนา ประยุกต์ คลี่คลาย สร้างสรรค์ผลงานให้แตกต่างไปจากยุคอดีต</figcaption></figure></div>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168006" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-24.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168007" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-26.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168008" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-27.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>หอศิลป พีระศรี ในช่วง พ.ศ. 2528 เป็นช่วงปีที่มีความเคลื่อนไหวคึกคักอย่างมาก เต็มไปด้วยศิลปะเชิงทดลองในนิทรรศการและกิจกรรมทางศิลปะแนวล้ำยุคของกลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้า สะท้อนความคิดในการต่อต้านความงามตามขนบ &#8216;เวทีสมั่ย&#8217; เป็นกิจกรรมนัดพบทางศิลปะที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ โดยเล็งเห็นถึงแนวทางสร้างงานใหม่ในช่วงนั้นที่จะไม่แขวนบนผนังอีกต่อไป สมควรมีเวทีให้กับศิลปินสร้างงานที่แตกต่างแหวกแนว เปิดโอกาสให้ศิลปินแขนงต่างๆ ก้าวขึ้นมาแสดงความสามารถร่วมกัน ทดลองทำงาน และสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างอิสระ </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168009" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-28.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-168010" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-30.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ในเวลากลางวันหอศิลป พีระศรี เป็นสถานที่แสดงงานศิลปะ แต่ในเวลากลางคืนก็ได้กลายเป็นที่จัดงานคอนเสิร์ตและละครอีกด้วย การจัดรายการเหล่านี้มีผลกับการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมที่มาเยือนหอศิลป พีระศรี และเป็นการสร้างรายได้ไปในตัวอีกด้วย ความคึกคักของละครเวที หอศิลป พีระศรี ได้นำเสนอผลงานของกลุ่มพระจันทร์เสี้ยว กลุ่มสองแปด กลุ่มซูโม่ และการจัดละครไนท์สปอตเรื่อง &#8216;ลอดิลกราช&#8217; ของภัทราวดี มีชูธน เป็นต้น </figcaption></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-168012" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/Body-PA-ตามไปดู-14-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p>นิทรรศการ &#8216;ศิลปะ-ไทย-เวลา&#8217; เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี &#8211; โครงการ 100 ปี คอร์ราโด เฟโรชี (ศิลป พีระศรี) ถึงสยาม จัดแสดงระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม – 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดโดย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ มูลนิธิหอศิลป พีระศรี และ มหาวิทยาลัยศิลปากร </p>



<p>หัวหน้าทีมภัณฑารักษ์: ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ทีมภัณฑารักษ์: นำทอง แซ่ตั้ง, ไพศาล ธีรพงศ์วิษณุพร, สิทธิธรรม โรหิตะสุข และ ณรงค์ศักดิ์ นิลเขต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/art-thai-time-exhibition/">นั่งไทม์แมชชีนดูงานศิลปะไทยในประวัติศาสตร์ กับนิทรรศการ ‘ศิลปะ-ไทย-เวลา’ เยือนย้อนหลังหอศิลป พีระศรี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กุลธิดา สิทธิฤาชัย]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jun 2023 22:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[Artist Talk]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[LANDOKMAI]]></category>
		<category><![CDATA[CreateNext]]></category>
		<category><![CDATA[ConverseCampusBeat]]></category>
		<category><![CDATA[ConverseAllStars]]></category>
		<category><![CDATA[YEW]]></category>
		<category><![CDATA[artists talk]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=167665</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครบางคนเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “วง YEW คือบาร์ที่อาจขายวิสกี้ภายใต้ไฟสีส้ม แต่วง LANDOKMAI คือบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลหลากสี” หากจะต้องเลือก 2 วงดนตรีมาจับคู่กัน สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเคมีอะไรบางอย่างตรงกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสามารถเติมเต็มกันและกันได้ YEW วงดนตรีอินดี้ที่มีสมาชิก 5 คน ประกอบด้วย ทิ้ว-ปรัชญ์ ปานพลอย (ร้องนำ), แดน-นรุตม์ จุฑาศานต์ (กีตาร์), พี-วรพัทธ์ การะเกตุ (กีตาร์), เจด-เจษฎา ทวีศรี (เบส), และ ทรัพย์-สหธรรม เมฆแดง (กลอง) และ LANDOKMAI วงดนตรีของสองสาว ได้แก่ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ) และ แอนท์—มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์)&#160; สองวงดนตรีอินดี้เคยฝากผลงานเพลงจนกลายเป็นไวรัลด้วยกันอย่าง &#8216;ลมแล้ง&#8217; จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะนอกจากจะมีสไตล์เพลงวินเทจและพื้นเพทางดนตรีจากดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเหมือนกันแล้ว ทั้งสองวงยังมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหยิบเรื่องราวใดมาถ่ายทอดก็ยังคงน้ำเสียงในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์&#160; ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งคู่วงดนตรีที่มาคอลแลบกันในโปรเจกต์ The [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/">The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ใครบางคนเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “วง YEW คือบาร์ที่อาจขายวิสกี้ภายใต้ไฟสีส้ม แต่วง LANDOKMAI คือบาร์ที่เสิร์ฟค็อกเทลหลากสี”</p>



<p>หากจะต้องเลือก 2 วงดนตรีมาจับคู่กัน สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นเคมีอะไรบางอย่างตรงกัน ขณะเดียวกันก็ยังคงต้องสามารถเติมเต็มกันและกันได้</p>



<p>YEW วงดนตรีอินดี้ที่มีสมาชิก 5 คน ประกอบด้วย ทิ้ว-ปรัชญ์ ปานพลอย (ร้องนำ), แดน-นรุตม์ จุฑาศานต์ (กีตาร์), พี-วรพัทธ์ การะเกตุ (กีตาร์), เจด-เจษฎา ทวีศรี (เบส), และ ทรัพย์-สหธรรม เมฆแดง (กลอง) และ LANDOKMAI วงดนตรีของสองสาว ได้แก่ อูปิม-ลานดอกไม้ ศรีป่าซาง (ร้องนำ) และ แอนท์—มนัสนันท์ กิ่งเกษม (กีตาร์)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167670" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>สองวงดนตรีอินดี้เคยฝากผลงานเพลงจนกลายเป็นไวรัลด้วยกันอย่าง &#8216;ลมแล้ง&#8217; จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัว เพราะนอกจากจะมีสไตล์เพลงวินเทจและพื้นเพทางดนตรีจากดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลเหมือนกันแล้ว ทั้งสองวงยังมีมุมมองต่อสิ่งต่างๆ ในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะหยิบเรื่องราวใดมาถ่ายทอดก็ยังคงน้ำเสียงในแบบของตัวเองอย่างมีเอกลักษณ์&nbsp;</p>



<p>ทั้งคู่โคจรมาเจอกันอีกครั้ง โดยเป็นหนึ่งคู่วงดนตรีที่มาคอลแลบกันในโปรเจกต์ The Converse Campus Beat จาก Converse All Stars ที่นำ 5 วงดนตรี และ 5 นักดนตรีไทย มาสร้างสรรค์ดนตรีแบบใหม่ๆ โดยร่วมมือกับศิลปินค่าย Whattheduck และเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาสาขาดนตรีไทยจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นำผลงานศิลปินที่มีอยู่ก่อนหน้ามาแต่งเติมซาวนด์ดนตรีไทยเข้าไป ตามความเชื่อของ Converse All Stars ที่ว่าการร่วมงานกันของคนต่างสายงานสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ ขณะเดียวกันทุกคนล้วนได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว</p>



<p>การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงเหมือนกับเป็นภาคต่อของเพลง &#8216;ลมแล้ง&#8217; เราชวนทั้งคู่มาพูดคุยถึงเรื่องราวเบื้องหลังของเพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; ในเวอร์ชัน LANDOKMAI และ เพลง &#8216;Tsuki&#8217; ในมุมของ YEW ไปจนถึงเส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นเหมือนท้องฟ้าในวันแดดจ้า แต่เป็นเหมือนวันที่พายุพัดเข้ามาเป็นระลอก ก่อนจะจากไปและทิ้งให้เมล็ดพันธุ์ค่อยๆ เติบโตขึ้นอีกครั้ง</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>LANDOKMAI กับการตีความ ‘หมวกเมฆสีรุ้ง’ ในมุมที่แอบเศร้า</strong></h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[THE CONVERSE CAMPUS BEAT] LANDOKMAI - หมวกเมฆสีรุ้ง | Original by YEW" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/xsmTYQtmy-A?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่มาที่ไปของการมาคอลแลบกันระหว่าง LANDOKMAI และ YEW ครั้งนี้&nbsp;</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> เริ่มต้นเลยเราได้เข้าร่วมโปรเจกต์ของ Converse แล้วเขาให้โจทย์มาว่าให้นำผลงานของวงที่คอลแลบกัน อย่าง LANDOKMAI คอลแลบกับ YEW แล้วให้เลือก 1 เพลงของ YEW มา cover ในเวอร์ชัน LANDOKMAI โดยที่มีเงื่อนไขคือต้องใส่เครื่องดนตรีไทย 1 เครื่อง พวกเราก็เลือกเพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; มา&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมถึงเลือกเพลงหมวกเมฆสีรุ้ง</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> น่าจะเป็นเพลงที่เราฟังแล้วพอมองภาพออกว่ามันจะออกมาเป็นยังไงด้วย คือถ้าไปเลือก &#8216;กังฟูบอย&#8217; ชูปีดูปีดู คงนึกไม่ออก (หัวเราะ) แต่ว่าน่าลองนะ มันท้าทายดี</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> ความท้าทายคือเราจะทำยังไงให้เวอร์ชันของเราเป็นเวอร์ชันที่ไม่ได้ทำให้เพลงเขาแย่ลง รู้สึกว่าการเอาผลงานเพลงคนอื่นมา แล้วต่อยอดมันควรจะทำให้มันอยู่ในมาตรฐานที่อยู่ในความคาดหวังของคนฟัง แล้วก็ศิลปิน YEW ด้วย&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ดีไซน์เพลง &#8216;หมวกเมฆสีรุ้ง&#8217; ไว้ว่าน่าจะเหมาะกับดนตรีไทยแบบไหน</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> ตอนแรกตั้งใจว่าจะเอาเป็นสะล้อ แต่ไปๆ มาๆ สรุปได้เป็นขิม เพราะขิมมันมีความฮาร์ป&nbsp;</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> คือตอนแรกยังไม่ชัวร์ว่าเป็นขิม แต่ในโปรแกรมทำเพลงเราก็หาดนตรีที่เป็นดนตรีไทยมาก่อน แล้วลองใส่ขิมดูก่อน ปรากฏว่ามันเวิร์กมากเลย เพราะเพลงของเรามันมีฮาร์ปซ่อนอยู่ พอเป็นขิมมันดูแบบไม่ต้องทำอะไร มันลงตัวไปเลย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งสองวงพอต้องมาทำงานร่วมกันรู้สึกยังไงบ้าง</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> โห เหมือนเจอกันมาทั้งชีวิต (หัวเราะ) เราเพิ่งคุยกันว่า พักหลังนี้เราจะเจอกันบ่อยเกินไปหรือเปล่า จริงๆ แล้วพวกเรากับ YEW อยู่ในคณะเดียวกัน คือดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ซึ่งพี่ๆ เขาอายุมากกว่าเราแค่ปีเดียว ทำให้เวลาสมัยเรียนก็เจอกันตลอดอยู่แล้ว เป็นกลุ่มเดียวกัน แล้วก็มีเพลงลมแล้งซึ่งเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของ LANDOKMAI กับ YEW ต่อมาก็เป็นงานนี้ที่ได้ร่วมงานกัน&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากเรียนที่เดียวกันแล้ว มีอะไรอีกไหมที่ทั้งสองวงนี้มีเหมือนกัน</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> น่าจะเป็นเพลงที่ฟัง รู้สึกว่าทั้ง 2 วง จะมีความชอบฟังอะไรวินเทจเหมือนกันทั้งพี่ทิ้ว พี่พี แล้วแอนท์กับปิมจะชอบฟังเพลงที่มีความวินเทจ มันไม่ได้เหมือนกันเลยซะทีเดียว กลิ่นมันต่างกัน แต่ว่าน่าจะชอบอะไรเก่าๆ เหมือนกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>พอทำเพลงของอีกฝ่ายทำให้เราได้รู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> เข้าใจมุมมองของพี่ทิ้วเพลงนี้อยู่ เราเคยคุยเรื่องเนื้อเพลง ดนตรีตลอดอยู่แล้ว</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> เราเข้าใจมันมาตั้งแต่แรก แล้วนำมาต่อยอด ไม่รู้นะว่าเป็นแค่คณะเราไหม แต่เขาจะชอบนัดมาเจอกัน แล้วคุยกันว่าเขียนประมาณนี้ อัปเดตกันตลอด เลยทำให้รู้ว่าคนนี้เขียนเพลงมาจากอะไร รู้สึกแบบไหนอยู่ เพลงนี้เหมือนเขานำคำพูดของแฟนเขามาต่อยอดเป็นเพลงหมวกเมฆสีรุ้ง พอมันเข้าใจทุกอย่างแล้ว แล้วเพลงมันเลยออกมาเหมือนเล่าเรื่องหนึ่ง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เขินไหมที่ต้องร้องเพลงด้วยเนื้อเรื่องคนอื่น</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันเขินไหมเหรอ (ยิ้มกว้าง) มันไม่เขินค่ะ เพราะว่ามันน่ารัก แต่มันไม่เชิงว่า อุ้ย ร้องแล้วเขินจัง แต่มันจะเป็นฟีลแบบ มันอบอุ่นหัวใจจัง พี่ทิ้วเป็นคนอบอุ่นมาก โรแมนติกในแง่ความสัมพันธ์</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เวลาร้องมีการตีความในแบบของเรายังไง</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> ปิมรู้สึกว่ามันจะมีท่อนหนึ่ง ท่อน verse ที่พี่ทิ้วจะร้องว่า “หลังเมฆบนนภา เป็นหยดน้ำช่างงดงาม” รู้สึกว่าท่อนนี้อยากทำคัลเลอร์ใหม่ อย่างเพลงที่ YEW ทำ มันจะเป็นคอร์ดสว่าง อบอุ่น สดใสหน่อย ปิมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วท่อนนี้มันสามารถจะพิศวงได้นิดหน่อย ก็เลยไปเปลี่ยนคอร์ด แล้วก็เปลี่ยนวิธีการร้องใหม่ให้ดูขมขึ้นนิดหนึ่ง</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167671" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/01.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณชอบเรื่องเศร้าในชีวิตมากเป็นพิเศษเหรอ</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> รู้ตัวอีกทีปิมกลายเป็นคนที่ชอบอะไรแบบนั้น เมโลดีสดใส แต่พูดเรื่องที่เศร้ามากๆ อยู่ หรือพูดเรื่องที่แฮปปี้มาก แต่เมโลดีเศร้า มันกลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของ LANDOKMAI ก็เลยรู้สึกว่าเพลงนี้มันอบอุ่นหัวใจมากๆ อยากเพิ่มคัลเลอร์ แต้มสีอื่นเข้าไปนิดหนึ่ง แค่รู้สึกว่ารีเลตกับมันได้ดีกว่า ไม่ใช่ชีวิตเศร้ามากนะ แต่แค่การบอกเล่าเรื่องที่มันขมๆ มันรู้สึก touch มากกว่าการจะมาบอกใครสักคนว่า วันนี้มีความสุขมากเลย กับ วันนี้เจ็บหัวใจมากเลย เศร้ากับเรื่องบางอย่าง เลยรู้สึกว่าปิมพรีเซนต์ด้านนี้ออกมาได้ดีกว่า&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เนื้อเพลง LANDOKMAI ที่มักจะพูดถึงช่วงเวลาของวัยรุ่น ในวันที่พวกคุณเติบโตขึ้นเรื่องราวในเนื้อเพลงจะเปลี่ยนไปด้วยไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันเป็นไปไม่ได้ที่คนๆ หนึ่งจะหยุดอยู่ในวัยหนึ่ง เหมือนเจ้าชายน้อย สำหรับตัวเองสัมผัสได้ถึงการเขียนเพลงของตัวเอง ช่วงเวลาเขียนเพลงคือช่วงเวลาที่เราต้องทำความเข้าใจ ความรู้สึก ความคิดตอนนั้น เราก็ต้องกลั่นกรองออกมา ก็รู้ได้เลยว่าช่วงเวลาที่โตขึ้น เราไม่สามารถกลับไปเขียนเนื้อเพลงที่ช่างฝันเหมือนแต่ก่อนได้ คือปิมก็ยังชอบความช่างฝันอยู่ แต่เหมือนเป็นความช่างฝันที่ไม่ได้ฟุ้งเฟ้อเท่าเมื่อก่อน</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> ถ้าเป็นเมื่อก่อน เพลง &#8216;Please be true&#8217; มันจะมีความถ้าฉันมีเวทมนตร์ฉันจะเสกดาวพร่างพรายให้เธอ (อูปิมหัวเราะ) แล้วพอโตขึ้นมาถึงจุดหนึ่งแล้ว เวลาเขียนเพลงรักก็ไม่ได้พูดถึงอะไรที่เหมือนสมัยก่อน</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="768" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-768x1024.jpg" alt="" class="wp-image-167674" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-768x1024.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-225x300.jpg 225w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1-600x800.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/02-1.jpg 900w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีเหตุการณ์ไหนที่เปลี่ยนให้คุณกลายเป็นคุณในวันนี้</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> สมัยเด็ก ปิมเป็นคนที่ไม่ค่อยคิดมาก ปล่อยตัวเองล่องลอยไปกับความฝันมากกว่าความจริง ฉะนั้นก็เลยไม่ค่อยได้ทุกข์ใจอะไรมาก เราไม่ค่อยเจอเรื่องที่ต้องกระแทกใจ ต้องใช้ความคิด คราวนี้พอเราได้เจอจุดเล็กๆ ที่แบบ เฮ้ย นี่คือรสชาติของความทุกข์เหรอเนี่ย กลายเป็นว่าชอบ มันดูเหมือนเราเป็นมนุษย์ขึ้นนิดหนึ่ง (หัวเราะ) อาจจะเกี่ยวไหม ที่เพลง LANDOKMAI ตอนนี้ปิมชอบที่จะพูดถึงจุดเล็กๆ ในวัยเด็กนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>แอนท์:</strong> มันจะมีจุดหนึ่งที่รู้สึกว่า เราเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิต แต่พอโตมาถึงจุดหนึ่งที่ผ่านอะไรมาหลายๆ อย่างแล้วได้มองกลับไปมองตัวเองตอนนั้น รู้สึกแหยงตัวเองตอนนั้นมาก ทำไมกูมั่นใจอะไรขนาดนั้นวะ แบบว่า กูเข้าใจคนทั้งโลกได้ไงอะ พอมันผ่านความรู้สึกที่มันดาวน์มากๆ มันทำให้เข้าใจคนที่เขาเศร้ามากๆ แล้วก็เข้าใจคนที่มีความสุขมากๆ เช่นกัน พอโตขึ้น range ความเข้าใจคนอื่นมากขึ้น จากเหตุการณ์หลายๆ อย่าง&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>มีเรื่องอะไรที่ถ้าย้อนกลับไป เลือกที่จะไม่ทำสิ่งนั้นไหม</strong></h4>



<p><strong>อูปิม:</strong> อืม (คิดนาน) มันมีเยอะเต็มไปหมดเลย แต่สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรที่รู้สึกอยากกลับไปแก้จริงๆ เพราะว่าชอบที่ได้มีความทรงจำกับมัน กลับไปนึกก็จะแบบ ขำดีว่ะ ถ้าเราไม่เคยมีเรื่องที่น่าอายเลย เราจะกลายเป็นคนยังไงก็ไม่รู้ (ยิ้ม)&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมของ LANDOKMAI ที่ผ่านมามีบทเรียนอะไรที่ได้เรียนรู้ไหม</strong></h4>



<p><strong>แอนท์: </strong>มันจะมีช่วงเปลี่ยนผ่านหลายๆ อย่างมากกว่า เริ่มช่วงแรกเลย คือตอนที่เราทำด้วยตัวเอง เราจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 1-100 สเต็ปต่อมา เริ่มมีค่าย ค่ายเริ่มมีบทบาท เราก็เริ่มใกล้จะลงตัวแล้ว โควิดเข้ามา ทลายอีกครั้ง จนเฟสล่าสุดน่าจะเป็นช่วงที่เราปรับตัวได้กับทุกอย่าง ทั้งโควิดที่ผ่านไปแล้ว ค่ายที่ทำงานด้วยกัน วิธีการทำงาน วิธีการทำเพลงของเราเอง ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ดูพริ้วที่สุดแล้ว</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> อ๋อ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เราสามารถจบงานด้วยตัวเองได้ (เสียงภูมิใจ)&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความตั้งใจแรกที่ทำ LANDOKMAI จนถึงตอนนี้ยังเป็นแบบเดิมอยู่ไหม</strong></h4>



<p><strong>แอนท์:</strong> คำถามนี้ไม่เคยมีใครถามเลย แต่จริงๆ มันก็เป็นประมาณนี้ สิ่งที่เราคิดไว้</p>



<p><strong>อูปิม:</strong> มันดีมากกว่าที่เราเคยคิดไว้อีก ในยุคนี้เรารู้สึกว่าเวลาเรามองศิลปินรุ่นพี่ เราจะเป็นได้ไหม เราจะทำได้ไหมถ้าเราไปอยู่ในจุดนั้น จนตอนนี้รู้สึกว่ามัน ว้าว เราเองก็ทำได้นะ แต่เราก็จะมีความฝันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มันดีแล้ว แต่เราก็อยากจะตั้งใจทำไปเรื่อยๆ ให้มันดีขึ้น</p>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>YEW การเติบโต และความเข้าใจมุมของคนที่ถูกรัก ในเพลง &#8216;Tsuki&#8217;</strong></h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-4-3 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe loading="lazy" title="[THE CONVERSE CAMPUS BEAT] YEW - Tsuki | Original by Landokmai" width="500" height="375" src="https://www.youtube.com/embed/aLfvd5FIMho?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ The Converse Campus Beat เกิดขึ้นได้ยังไง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> โปรเจกต์นี้จะเน้นเอาเครื่องดนตรีไทยมาผสมเป็นหลัก โจทย์แรกเขาจะพยายามให้เครื่องดนตรีที่มีความเป็น traditional ไทยมาผสม แนวที่พวกเราทำอยู่ก็จะออกแนวสากลทั่วไป แต่อยากให้โชว์ความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งวงเราเลือกพิณ</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ตัดสินใจยังไงในการเลือกใช้เครื่องดนตรีไทยอย่างพิณเข้ามาใส่ในเพลง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เพราะรู้สึกว่ามันมีความเป็นเครื่องสาย แต่ตอนแรกคิดว่าอาจจะให้เป็นเสียงเพอร์คัสชัน เสียงกลอง ตะโพน กลองแขก แต่คิดว่าถ้าให้มันเป็นโน้ตด้วยก็คงต้องใช้พวกเครื่องสาย&nbsp;</p>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> ได้น้องที่คณะดุริยางคศิลป์ เอกดนตรีไทย มาเล่นให้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมการคอลแลบครั้งนี้ถึงเลือกเพลง &#8216;Tsuki&#8217;</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมเป็นคนคุยกับวงว่าจะเอาเพลง &#8216;Tsuki&#8217; เพลงนี้ผมเคยไปร่วมแต่ง สาเหตุหนึ่งที่เลือกเพราะอยากตีความในแบบฉบับของตัวเองด้วย หลักๆ จะตีความจากดนตรี ให้มันมีความเป็นแบบฉบับวง YEW มากขึ้น ถ้าว่ากันตามตรงดนตรีของวง LANDOKMAI จะมีความเป็นจังหวะวอลซ์ (Waltz) หน่อย แต่เราจะทำให้มันมีความเกากีตาร์มากขึ้น ใส่คอร์ดให้มีความหม่นขึ้น</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้ทิ้วเองก็มีส่วนร่วมแต่ง แล้วการเอากลับมาเรียบเรียงใหม่ คุณทำยังไงให้มีตัวตนของตัวเองอยู่ด้วย</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ตอนที่ฟังเพลง &#8216;Tsuki&#8217; ผมรู้สึกว่าคนทั่วไปจะมองว่าฝ่ายที่แอบชอบเป็นฝ่ายเดียวที่รู้สึก เนื้อหาเพลงจะพูดว่า “เก็บเธอเอาไว้ข้างใน รู้สึกแค่ไหนต้องหยุดไว้” จะเป็นเหมือนคนๆ หนึ่งที่ภายนอกดูไม่รู้สึกอะไร แต่จริงๆ ข้างในรู้สึกมากๆ แล้วผมมองว่าพอได้อีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นตัวผู้ชาย ผมก็ได้เติมเต็มและได้บอกบางอย่างว่าอีกฝ่ายก็รู้สึกเหมือนกัน พอมาลองทำผมก็รู้สึกว่าเป็นการได้เติมอีกคนเข้าไป</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพลงนี้แตกต่างจากการทำเพลงอื่นๆ ของ YEW ไหม</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> มันต่างตรงที่เราผสมค่อนข้างเยอะ มีทั้งรูปแบบที่เป็นอัลบั้มเก่าและอัลบั้มใหม่ YEW มันมีความเกากีตาร์บ้าง ความเป็นร็อกด้วย ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันผสมได้ และได้โอกาสทำสิ่งที่อยากจะประกบกันกับเพลง LANDOKMAI ได้เป็นการทดลอง</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เพื่อนๆ พอได้วัตถุดิบจากทิ้วมาแล้ว แต่ละคนเข้ามาแจมกันยังไง</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> พอทิ้วส่งเนื้อร้องมาให้ ประมาณจบฮุคหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็มานั่งคุยกัน สิ่งแรกที่ได้ฟัง ผมก็จะนึกก่อนว่าที่ทิ้วถ่ายทอดมามันมีมุมไหน แล้วหลังจากนั้นผมจะนึกเป็นภาพ ว่าเพลงนี้คนฟังคนนี้อยู่ที่ไหน เขาอยู่ในที่สว่างที่มืด แล้วเขามองเห็นอะไร แล้วทำเมโลดีออกมาตามนั้น ถ้าคนอื่นฟังแล้วมองเห็นไม่เหมือนกันก็เปลี่ยน หาไปจนกว่าจะเจอว่าคนฟังเพลงนี้จะต้องรู้สึกแบบนี้ พอโตขึ้นมันก็เจอความรู้สึกมากขึ้น มันก็ช่วยเรื่องอะไรแบบนี้ หลังๆ ทำดนตรีให้มันได้เห็นมู้ดชัดๆ มาก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รู้สึกยังไงที่ได้เอาเพลงมาสลับกันร้องด้วย</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมรู้สึกว่ามันเป็นสตอรี่ที่ต่อจาก &#8216;ลมแล้ง&#8217; ในการถ่ายทอดของนักร้องสองคน ผมเองก็เป็นคนที่อยู่โรงเรียนเดียวกับอูปิม ร้องตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เหมือนได้กลับมาทำโปรเจกต์อะไรร่วมกัน ก็แฮปปี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/05.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ความเหมือนหรือความแตกต่างของ LANDOKMAI เป็นยังไง</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ถ้าพูดถึงความเหมือน ผมว่าภาษาเราคล้ายกัน ผมมองว่าวง LANDOKMAI เป็นวงสาวน้อยช่างฝัน จะมีคำของเขา บรรยากาศ ท้องฟ้า ธรรมชาติ ซึ่ง YEW ก็มีตรงนั้นเหมือนกัน ที่ตัวผมถนัดในการแต่งแบบนั้น สิ่งที่เหมือนคือเรื่องเนื้อเลย ถ้าเรื่องดนตรีผมมองว่ามีอะไรที่เหมือนกันอยู่</p>



<p><strong>พี:</strong> ในช่วงที่ผมไปโปรดิวซ์ให้ ถามว่าต่างไหมก็ต่าง ช่วงนั้นผมพยายามทำให้น้องไปในทางวินเทจไวบ์อย่างเดียว แต่ผมรู้สึกว่าต่างกันตรงที่น้องมันมีความช่างฝันกว่า ภาพมันจะมีความ psychedelic กว่า มีความลอยๆ กว่า</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เหมือนร้านบาร์ ถ้า YEW กินวิสกี้ ใต้ไฟสีส้ม แต่ของ LANDOKMAI อาจจะมีค็อกเทลหลายสีกว่า</p>



<p><strong>พี:</strong> อาจจะมี smoke ด้วย (หัวเราะ)</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ทั้งความเหมือนและความต่างมีส่วนช่วยอะไรในการคอลแลบกันครั้งนี้บ้างไหม</strong></h4>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ไม่ยากครับ เพราะมันมีความคล้ายกัน แต่สิ่งที่ผมเรียบเรียงครั้งแรกเลยคือเรื่องทางคอร์ด ของ YEW จะเป็นวงที่คอร์ดไม่ได้ถี่ ไม่ได้เปลี่ยนแต่ละท่อน แต่ LANDOKMAI จะเปลี่ยนไปตามเมโลดี มันอาจจะต้องเป็นสิ่งที่เราต้องเรียบเรียงให้มีความเป็น YEW ขึ้น ปรับแปลงคอร์ดให้ช่องว่างมันยืดขึ้นหน่อย ด้วยความที่ผมชอบให้คอร์ดมันไหลยาวๆ ไม่ได้ยากมาก</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าไม่นับเรื่องการทำงาน YEW กับ LANDOKMAI สนิทกันมากขนาดไหน</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> แน่นแฟ้น (ทุกคนหัวเราะ) ก็เป็นวงที่เวลาทำเพลงอะไรก็ปรึกษากันตลอด เหมือนแก๊งเดียวกัน เวลาทำเพลงมันมีความรสนิยม ไลฟ์สไตล์ ฟังเพลงก็คล้ายๆ กันก็แชร์กัน เป็นน้องที่สนิทมาก</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> เป็นกลุ่มแก๊งเราที่ ม.มหิดล เป็นรุ่นเรารุ่นน้อง ก็ค่อนข้างจะใกล้กันเลย พวกวง YEW, Dept, Sherry, LANDOKMAI หรือ Television Off จะเป็นแบบอยู่ด้วยกันตลอด โตมาด้วยกัน คุยกัน ดูคอนเสิร์ต หรือการสอบ Small Ensemble ซึ่งมันคือชั่วโมงสอบรวมของทุกแขนง ก็จะอยู่ด้วยกัน&nbsp;</p>



<p><strong>เจด:</strong> มันก็จะมีกลุ่มเด็กที่รวมตัวกัน อยากทำเพลงว่าจบออกไปแล้วมีผลงานของตัวเอง พวกเด็กที่ไม่รออาจารย์สอน ฉันทำของฉันเอง ก็จะเป็นกลุ่มพวกนี้ที่อยู่ด้วยกัน</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ที่ผ่านมาตัวคุณตอนสมัยเรียนกับตอนนี้แตกต่างไปมากแค่ไหน</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์: </strong>จริงๆ ของผมไม่ค่อยต่างอะไรเยอะ ช่วงมหาลัยเราก็ใช้ชีวิต เริ่มมีงานเล่น พอโตมาต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ตัวเองมากขึ้น ถ้าในเรื่องการทำเพลง โตขึ้นเรายิ่งเห็นอะไรมากขึ้น เหมือนความที่เราใส่อะไรลงไปในเพลงน้อยลง เรารู้ว่าต้องใส่อะไร ไม่เหมือนเด็กๆ ที่กูมีสกิลนะ อยากเอาอันนู้นอันนี้มาโชว์</p>



<p><strong>เจด:</strong> รู้สึกว่าตอนเรียน เราไม่อยากยอมรับ แต่ต้องยอมรับเลยว่ามันสะดวกกว่าตอนนี้ เพราะมันค่อนข้างมีการวางแบบแผนไว้อย่างชัดเจนว่าตื่นมาต้องทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ยิ่งตอนจบใหม่ๆ คือเคว้ง ชีวิตช่วงแรกๆ จะค่อนข้างไม่ค่อยมีระเบียบเท่าไหร่ ตอนเรียนมันคิดไม่ได้หรอก แต่พอเรียนจบแล้วมันต้องพยายามมีวินัย มีระเบียบกับตัวเองจริงๆ ต่อให้เราจะไม่ชอบคำนี้แค่ไหน แต่ว่ามันต้องใช้ชีวิตอะ สุดท้ายมันเป็นสิ่งที่ต้องมี เราก็ต้องพยายามสร้างโครงสร้างที่โอเคกับเรา&nbsp;</p>



<p><strong>พี:</strong> ของผมมันได้รับความเข้าใจ มุมมอง ความเข้าใจของเจนที่มันโตขึ้น ตอนที่เราเรียนเราก็ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนวัยทำงานว่ารู้สึกยังไง พอผ่านเรื่องราวเยอะขึ้น ก็ทำให้เราเข้าใจว่าการสร้างมู้ดของเพลงมันตรงกับความรู้สึกของคนฟังมากน้อยแค่ไหน เราสามารถคิดได้หลากหลายมุมมากขึ้น</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมมีเรื่องงานกับชีวิต เรื่องชีวิตก็เป็นเรื่องการแบ่งความรู้สึกที่อยู่อาศัย บางทีผมเป็นคนเชียงใหม่ แล้วพอยิ่งโตขึ้น เรายิ่งรู้สึกว่าบ้านมันสำคัญมากขึ้น ตอนเรียนหนังสือก็เข้าใจได้ว่าเราต้องเรียนแล้วกลับบ้าน แต่พอต้องเรียนจบ ต้องใช้ชีวิตจริงๆ เราต้องมองรอบตัวมากขึ้น มองเรื่องบ้าน เรื่องคนรัก เหมือนเป็นวัยนี้ที่ผมได้เรียนรู้ด้วยตัวเองมากกว่าตอนมัธยมหรือมหาลัย&nbsp;</p>



<p>ส่วนเรื่องเพลงก็เหมือนกัน มันทำให้เรามองคนกว้างขึ้น ตอนแต่งเพลงแรกๆ เราฟังแล้วรู้สึกว่าเราชอบ แล้วก็ปล่อย มันก็ดีนะ แล้วมันก็ดัง มีคนรู้จักคนชอบเยอะ พอโตขึ้นเราเริ่มศึกษาว่าไอ้สิ่งที่ทำให้ชอบมากขึ้น ฟังเพลงลมแล้งที่เรากลับมานั่งคิดว่าทำไมคนชอบฟัง ผมรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ผมโตขึ้นในเรื่องการมองคนอื่นว่าเขารู้สึกยังไงกับการฟังเพลงเรา ไม่ใช่แค่เราแต่งแล้วชอบไม่ชอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-167676" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2023/06/04.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ด้วยความที่วง YEW เป็นวงที่ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ผ่านมาหลายปีอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้วงยังอยู่ด้วยกัน</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> เงิน…ล้อเล่นๆ (ทุกคนหัวเราะ) ผมว่ามันต้องมีความเข้าใจกันและกัน และความยืดหยุ่นซึ่งกันและกัน&nbsp;</p>



<p><strong>ทิ้ว: </strong>ผมว่าความเชื่อที่แต่ละคนเชื่อว่าสิ่งที่ทำมันจะพาไปทางไหน เชื่อว่าคนนี้ที่เขาอธิบายหรือวางไว้มันจะเป็นอย่างที่คุณคิดไว้นะ ซึ่งก็ต้องทำให้เข้าใจตรงกัน</p>



<p><strong>พี:</strong> ความเชื่อมันยากเหมือนกัน รู้สึกว่าถ้าผ่านตรงนี้ไปไม่ได้มันจะลำบากมาก เพราะถ้าคนหนึ่งทำมาแล้วคิดแบบนี้ แล้วอีกคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่ะ มันจะเริ่มมีความ ทำแบบกูสิ ผมว่าไอ้ด่านนั้นยาก&nbsp;</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วความเชื่อของวงตอนนี้คืออะไร</strong></h4>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> ผมเชื่อในตัวเพื่อนนะ ผมอาจจะไม่ใช่คนที่เซียนทางดนตรี ในแง่การทำหลายๆ องค์ประกอบ เพื่อนๆ ก็พาโตไปในสเต็ปต่อไป ทำไมจะไม่เชื่อละ เพราะมันก็พาผมมาอยู่ตรงนี้แล้ว</p>



<p><strong>พี:</strong> ของผมจริงๆ ไม่ได้เชื่ออะไรเลย ทำในแบบที่ตัวเองชอบ ทุกคนโอเค แฮปปี้ ไม่ได้ต้องรู้สึกว่าเราจะอยากอยู่ในจุดไหน เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แค่ต้องทำให้ชอบที่สุด แล้วก็อยู่กับทีม อยู่กับวง ก็แฮปปี้แล้ว</p>



<p><strong>เจด:</strong> ถ้าตอบตอนนี้คงคล้ายๆ ทรัพย์ ก็คงต้องเชื่อเพื่อน แล้วก็คล้ายๆ ที่ทรัพย์พูดว่ามันก็คือเพื่อนที่พากันจับมือจนถึงทุกวันนี้ เราอยู่กับเขา เขาพาเรามาถึงตรงนี้ได้ เราก็ช่วยกันให้ไปกันต่อได้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ฟังดูมีความยากและอุปสรรคอยู่เหมือนกัน แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ยังคงทำวงนี้ต่อ</strong></h4>



<p><strong>พี:</strong> ผมชอบ ผมทำแล้วสำเร็จตามที่ชอบ มันน่าจะเหมือนกับทุกอาชีพ ทำไปเรื่อยๆ แล้วทุกอย่างมันก็พัฒนาขึ้น ตั้งแต่ทำเพลงมา ไม่เคยบอกว่าทำเพลงง่ายเลย มันยากขึ้นทุกๆ เพลง สุดท้ายมันมีอะไรที่ท้าทาย ผมชอบอะไรแบบนั้น ไอ้เรื่องเงินที่พูดมันคือปัจจัยรอง มันก็แค่พูดในชีวิตจริงว่าต้องกินต้องใช้ แต่ผมก็ยอมที่จะไม่ทำอะไรเลย อยู่เพื่อทำงานตรงนี้ ถามว่าเงินเยอะไหม มันก็ไม่ได้เยอะ ผมมาชั่งน้ำหนักกับความสุขกับปัจจุบันแบบนี้มากกว่า</p>



<p><strong>ทรัพย์:</strong> คนดูเขามาดูเราต่อก็ทำให้เรามีกำลังใจ จริงๆ ผมเคยดูคนอื่นสัมภาษณ์ ผมก็คิดนะว่าเขาพูดไปอย่างนั้นเปล่าวะ พอเจอกับตัวเองจริงๆ มันเติมเต็มตัวเองจริงๆ โอเคเราทำงาน แล้วเราชอบนั่งดูไอจีวงตัวเอง ตั้งแต่เวลาเล่นเสร็จจะถ่ายกับคนดู เราก็เห็นจากก้อนเล็กๆ ค่อยๆ ใหญ่ จนแบบ เชี่ย เราโตกันขึ้นมากจริงๆ&nbsp;</p>



<p><strong>เจด:</strong> ถ้าให้ตอบตรงๆ คือถ้าไม่ทำดนตรีก็ไม่รู้จะทำอะไร ทั้งชีวิตหมกมุ่นอยู่กับเกม หนัง ดนตรี เอาเป็นว่าช่วงมหาวิทยาลัย ผมก็หมกมุ่นอยู่กับดนตรี เอาเป็นว่าถ้าไม่ทำดนตรีก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ทำดนตรีมันยังมีความมั่นใจอยู่ว่าฉันสามารถ contribute ได้&nbsp;</p>



<p><strong>ทิ้ว:</strong> ผมมองว่าสุดท้ายก็ต้องกลับมาทำดนตรี พ่อชอบบอกว่าตอนที่ผมเขวไปสอบอยากเรียนคณะอื่น อย่าง Interior (ออกแบบภายใน) ตอนนั้นพ่อผมก็งงว่าทำไมอยากไปเรียน เพราะเห็นผมเล่นดนตรีตั้งแต่ประถมแล้ว เล่นประสานเสียง ดนตรีไทย ดนตรีสากล พ่อผมก็ถามว่าถ้าสุดท้ายก็ต้องกลับมาเล่นดนตรีอยู่ดี จะเบี่ยงไปทำไม&nbsp;</p>



<p>ผมว่าบางเรื่องมันต้องเชื่อตัวเองว่าถ้าสุดท้ายต้องกลับมาทำสิ่งนี้คุณก็ลุยไปเลย ก็รู้ว่าเรียนอย่างอื่นไว้เป็นลู่ทางให้ชีวิตได้ แต่ผมมองว่าบางสิ่งบางอย่างมันโตกับเราตั้งแต่เด็ก มันต้องมีเหตุผลสิที่ไม่ว่ายังไงคุณก็ต้องกลับมาร้องเพลง กลับมาแต่งเพลง มันก็แค่นั้น มันเหวี่ยงอะไรกลับมาไม่รู้ ก็ถือว่าโชคดีที่ทำแล้วมีคนรักและชอบในสิ่งที่ทำด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yew-landokmai-the-converse-campus-beat/">The Converse Campus Beat: การเจอกันของ 2 วงอินดี้ชวนฝัน YEW x LANDOKMAI กับโปรเจกต์สลับเพลงกันคัฟเวอร์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
