<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>คุณากร, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/kunagorn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/kunagorn/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 17 May 2021 19:14:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Tasty Herb แยมโฮมเมดจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทยที่มีให้ลิ้มลองเพลินเกินสามร้อยชนิด</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tasty-herb/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 12:51:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[tasty herb]]></category>
		<category><![CDATA[แยม]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=132969</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมรับไม้ไอติมที่ปลายอีกด้านพูนด้วยเนื้อมะม่วงเหลืองนวลแล้วอ้ำเข้าปาก&#160; รสหวานละมุน เจือหอมมันกะทิอ่อนๆ ผสานเนื้อสัมผัสหนุบหนับของข้าวเหนียวที่ซุกซ่อนนั้นร้ายกาจเกินบรรยาย&#160; “โห ตัวนี้อร่อยมาก” ผมสารภาพอย่างอารมณ์ดี ทำเอา ‘วี–วีรยุทธ บุญมา’ ยิ้มแก้มปริพลางอธิบายว่า แยมข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอีกรสชาติที่เขารังสรรค์ออกมาด้วยความภูมิใจ โดยใช้มะม่วงมหาชนก ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว และกะทิสด กวนเคี่ยวพิถีพิถัน ก่อนแต้มรสเปรี้ยวสดชื่นด้วยน้ำมะนาว  พูดจบวีก็จัดแจงทยอยตักแยมส่งให้ชิมต่อทีละรสจากแยมส้มฉุน แยมมะขามเทศ แยมอุเมะ แยมส้มนาเวลผสมงาขี้ม่อน เรื่อยไปจนแยมกุหลาบไวน์แดง&#160; ผมชิมแยมแกล้มไอเดียไปนับสิบ แต่เขาบอกว่าทั้งหมดยังไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนของร้าน&#160; เพราะที่ Tasty Herb แห่งนี้มีแยมรสชาติแปลกใหม่ให้ลิ้มลองอีกหลายหลากมากกว่าร้อยชนิด แยมผลไม้ในฝัน วียืนยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์สีขาวสะอาดสะอ้าน&#160; ชายหนุ่มผมสั้นท่าทางสุภาพเรียบร้อยคนนี้ คือผู้ที่เป็นทั้งมือและสมองของ Tasty Herb แบรนด์แยมโฮมเมดเล็กๆ ในย่านนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่แม้จะเพิ่งเปิดหน้าร้านทำการได้ไม่นาน แต่สำหรับคนรักสุขภาพย่อมคุ้นลิ้นและเคยเจอะเจอกันตามตลาดนัดเกษตรอินทรีย์  นั่นเป็นช่วงแรกหลังจากวีตัดสินใจออกจากงานเพื่อมาสานฝันสร้างสรรค์แยมจากผลไม้ท้องถิ่นไทย&#160; “ก่อนหน้านี้เราเคยทำงานอยู่โรงแรมเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในแผนกเบเกอรี ซึ่งที่นี่เราได้เรียนรู้กรรมวิธีการทำแยม และสังเกตเห็นว่าวัตถุดิบหลักสำหรับทำแยมส่วนใหญ่มักใช้ผลไม้นำเข้า เราจึงเกิดคำถามในใจว่า ทำไมผลไม้ไทยถึงไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งๆ ที่ประเทศของเรามีพื้นที่ทางการเกษตรเพาะปลูกผลไม้ต่างๆ มากมาย อีกทั้งบางปีผลไม้ท้องถิ่นจำนวนมากยังถูกทิ้งขว้างเสียเปล่าเพราะราคาตกต่ำ ฉะนั้นเราเลยมีความคิดอยากนำผลไม้เหล่านี้กลับมาทำให้มันมีมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นแยม” ทว่าความคิดไม่อาจงอกเป็นดอกผลได้ในพื้นที่ของพนักงาน กอปรกับโหยหาอิสระในการคิดนอกกรอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tasty-herb/">Tasty Herb แยมโฮมเมดจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทยที่มีให้ลิ้มลองเพลินเกินสามร้อยชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมรับไม้ไอติมที่ปลายอีกด้านพูนด้วยเนื้อมะม่วงเหลืองนวลแล้วอ้ำเข้าปาก&nbsp;</p>



<p>รสหวานละมุน เจือหอมมันกะทิอ่อนๆ ผสานเนื้อสัมผัสหนุบหนับของข้าวเหนียวที่ซุกซ่อนนั้นร้ายกาจเกินบรรยาย&nbsp;</p>



<p>“โห ตัวนี้อร่อยมาก” ผมสารภาพอย่างอารมณ์ดี ทำเอา ‘<strong>วี–วีรยุทธ บุญมา’</strong> ยิ้มแก้มปริพลางอธิบายว่า แยมข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอีกรสชาติที่เขารังสรรค์ออกมาด้วยความภูมิใจ โดยใช้มะม่วงมหาชนก ข้าวเหนียวดำ ข้าวเหนียวขาว และกะทิสด กวนเคี่ยวพิถีพิถัน ก่อนแต้มรสเปรี้ยวสดชื่นด้วยน้ำมะนาว </p>



<p>พูดจบวีก็จัดแจงทยอยตักแยมส่งให้ชิมต่อทีละรสจากแยมส้มฉุน แยมมะขามเทศ แยมอุเมะ แยมส้มนาเวลผสมงาขี้ม่อน เรื่อยไปจนแยมกุหลาบไวน์แดง&nbsp;</p>



<p>ผมชิมแยมแกล้มไอเดียไปนับสิบ แต่เขาบอกว่าทั้งหมดยังไม่ถึงหนึ่งในห้าส่วนของร้าน&nbsp;</p>



<p>เพราะที่ Tasty Herb แห่งนี้มีแยมรสชาติแปลกใหม่ให้ลิ้มลองอีกหลายหลากมากกว่าร้อยชนิด</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133049" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_23-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แยมผลไม้ในฝัน</strong></h2>



<p>วียืนยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์สีขาวสะอาดสะอ้าน&nbsp;</p>



<p>ชายหนุ่มผมสั้นท่าทางสุภาพเรียบร้อยคนนี้ คือผู้ที่เป็นทั้งมือและสมองของ Tasty Herb แบรนด์แยมโฮมเมดเล็กๆ ในย่านนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่แม้จะเพิ่งเปิดหน้าร้านทำการได้ไม่นาน แต่สำหรับคนรักสุขภาพย่อมคุ้นลิ้นและเคยเจอะเจอกันตามตลาดนัดเกษตรอินทรีย์ </p>



<p>นั่นเป็นช่วงแรกหลังจากวีตัดสินใจออกจากงานเพื่อมาสานฝันสร้างสรรค์แยมจากผลไม้ท้องถิ่นไทย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133041" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_11-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>“ก่อนหน้านี้เราเคยทำงานอยู่โรงแรมเครือแมนดาริน โอเรียนเต็ล ในแผนกเบเกอรี ซึ่งที่นี่เราได้เรียนรู้กรรมวิธีการทำแยม และสังเกตเห็นว่าวัตถุดิบหลักสำหรับทำแยมส่วนใหญ่มักใช้ผลไม้นำเข้า เราจึงเกิดคำถามในใจว่า ทำไมผลไม้ไทยถึงไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งๆ ที่ประเทศของเรามีพื้นที่ทางการเกษตรเพาะปลูกผลไม้ต่างๆ มากมาย อีกทั้งบางปีผลไม้ท้องถิ่นจำนวนมากยังถูกทิ้งขว้างเสียเปล่าเพราะราคาตกต่ำ ฉะนั้นเราเลยมีความคิดอยากนำผลไม้เหล่านี้กลับมาทำให้มันมีมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นแยม”</p>



<p>ทว่าความคิดไม่อาจงอกเป็นดอกผลได้ในพื้นที่ของพนักงาน กอปรกับโหยหาอิสระในการคิดนอกกรอบ สามปีให้หลังเขาก็ออกมาต่อยอดสิ่งที่คิดฝันให้กลายเป็นจริง&nbsp;</p>



<p>เริ่มต้นจากหยิบมะม่วง สับปะรด ลูกหม่อน และผลไม้ละแวกบ้านมาทดลองทำแยมออร์แกนิกสไตล์โฮมเมด วางขายควบคู่กับน้ำสมุนไพร เน้นเจาะกลุ่มตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ก่อนล้มลุกคลุกคลานกับการถูกมองผ่านตามสูตรแบรนด์ผลิตภัณฑ์น้องใหม่ กระนั้นเมื่อเปิดช่องให้ลูกค้าได้ลองชิมหลายคนก็ตกหลุมรักรสหอมหวานสดชื่นของแยมผลไม้สไตล์ไทย โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติ ทำให้วีมีกำลังใจค่อยๆ ขยับขยายพรมแดนความอร่อยแตกต่าง จนปัจจุบันผลิตแยมออกมาแล้วทั้งสิ้นกว่า 350 รสชาติ</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-133043" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_13-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นั่นก็แยม นี่ก็แยม</strong></h2>



<p>แยมขนุน แยมละมุด แยมระกำ แยมเสาวรส แยมเงาะ แยมส้มโอ แยมลำไย และอีกสารพัดแยมสีสันสดใส วางเรียงรายครองผนังฟากหนึ่งของร้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งชั้นวางสินค้าแสนละลานตาพ่วงด้วยมุมถ่ายรูปสวยเก๋</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133050" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_28-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ผมกวาดสายตาอ่านรายชื่อแยมบนฉลาก นอกจากเจอบรรดาผลไม้ท้องถิ่นที่คุ้นชินรส ยังตื่นเต้นกับแยมผลไม้บางตัวที่ไม่คาดคิดว่าจะมีใครหยิบมาทำอะไรต่อ อย่างตะขบ เบอร์รีสายพันธุ์ไทยสีแดงแวววาวของโปรดนกที่หลายคนมักมองข้าม</p>



<p>“นึกยังไงเอาตะขบมาทำแยม” ผมถามด้วยความประหลาดใจ</p>



<p>วีหัวเราะร่วนก่อนให้คำตอบ “จริงๆ แล้วรอบตัวเรามีผลไม้พื้นบ้านที่น่ากินและอร่อยอยู่เต็มไปหมด แต่คนกลับมองไม่เห็นค่า บ้างก็ไม่กล้าลอง เช่น มะเกี๋ยง ทุเรียนเทศ มะขามเทศ สตาร์แอปเปิล หรืออย่างตะขบ เด็กรุ่นนี้บางคนอาจไม่รู้จักกันแล้ว แต่เราชอบมากเลยลองเก็บมาบีบเนื้อกวนแยม ซึ่งแยมผลไม้พื้นบ้านทุกตัวเราจะไม่ผสมเนื้อผลไม้ชนิดอื่น เนื่องจากต้องการให้คนกินได้สัมผัสรสชาติเอกลักษณ์ของผลไม้ชนิดนี้ และอยากนำเสนอให้คนรุ่นใหม่รู้จักผลไม้พื้นบ้านดีๆ ในเมืองไทยมากขึ้นด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-683x1024.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133052" width="512" height="768" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_25-2.jpg 800w" sizes="(max-width: 512px) 100vw, 512px" /></figure></div>



<p>ไม่เพียงแยมผลไม้จำเพาะชนิด วียังสนุกกับการเล่นแร่แปรธาตุสร้างสรรค์แยมผลไม้สไตล์ผสมผสาน ที่เขาเกริ่นแกมหยอกว่าเป็นงานสร้างสรรค์ที่มีเส้นกั้นบางๆ ระหว่างความพิลึกกับความลงตัว&nbsp;</p>



<p>อย่างแยมกล้วยดาร์กช็อกโกแลต แยมเสาวรสน้ำผึ้ง แยมส้มเขียวหวานวนิลา แยมข้าวเหนียวมะม่วง แยมอุเมะ (แยมจากเนื้อบ๊วยดองน้ำตาลกรวดและเหล้ากลั่นนาน 12 เดือน) และแยมส้มฉุน ซึ่งเขายกให้เป็นหมายเลขหนึ่งในสายนี้</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-683x1024.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133053" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_15-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>



<p> “แยมส้มฉุนเราได้ไอเดียมาจาก ‘ส้มฉุน’ เมนูของหวานโบราณหาทานยากที่ถูกกล่าวในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 โดยแยมตัวนี้จะใช้ผลไม้ไทยประมาณ 11 ชนิด ทั้งเงาะ ขนุน มะม่วง ลิ้นจี่ สับปะรด ลำไย แก้วมังกร สละ ส้มซ่า เป็นต้น ผสมกับชาขิงอ่อน น้ำลอยดอกมะลิสด พร้อมทองคำเปลว เป็นแยมพรีเมียมที่ทั้งอร่อยและอลังการ”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133054" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_17-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>แน่นอนว่าเมื่อได้ชื่อ Tasty Herb แล้วย่อมมีแยมที่ผสานส่วนประกอบจากสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นอบเชย มะตูม งาขี้ม้อน ขิง ข่า กระทั่งพริก รวมถึงแยมรสพิเศษไฮไลต์เด่นอีกชนิดของร้าน นั่นคือแยมจากดอกไม้ท้องถิ่น โดยเฉพาะแยมกุหลาบมอญไกลกังวล กลิ่นอ่อนหวาน เนื้อกลีบละมุน ซึ่งควบคุมการปลูกโดย ‘วสุออร์แกนิคฟาร์ม’ (Waasu Organic Farm) ฟาร์มมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านการรับรอง IFOAM EU และ COR ในอำเภอแม่แตง </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133055" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_9-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>ส่วนใครที่กังวลเรื่องปริมาณน้ำตาล ที่นี่ก็มีแยมไร้น้ำตาลที่ใช้หญ้าหวานเป็นสารทดแทนความหวานให้อุดหนุน แต่อย่างไรก็ตามวีบอกผมว่า ถึงแม้จะมีแยมหลากรูปแบบให้ลูกค้าเลือกสรร ทว่าการทุ่มความสำคัญในการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลเพื่อแลกกับคุณภาพของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ แยมบางชนิดจึงอาจมีมาให้รับประทานกันแค่ปีละหนเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133057" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_5-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ศิลปะการทำแยม</strong></h2>



<p><strong>“</strong>การทำแยมเหมือนศิลปะ เราต้องพิถีพิถัน รวบรัดขั้นตอนไม่ได้ และไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว<strong>” </strong>วีตอบกระชับ เมื่อผมไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงต้องลงมือเคี่ยวกวนแยมทุกกระทะด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าเขียนสูตรแล้วให้คนอื่นทำมันก็อาจได้นะ” เขาเว้นจังหวะ “แต่ปัญหาคือผลไม้แค่ต่างระยะเวลาเก็บเกี่ยวหรือต่างแหล่งปลูกรสชาติก็แตกต่างกัน ดังนั้นที่เรายืนทำเองเพราะต้องการเทสต์รสชาติให้มันออกมาสมบูรณ์ที่สุด”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133058" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_24-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>วีเล่าว่ากว่าจะเป็นแยมหนึ่งกระปุกนั้นเริ่มจากการปอกและหั่นผลไม้ ซึ่งเขาจะใช้วิธีการหั่นด้วยมือเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่พอเหมาะ จากนั้นจึงนำไปเคี่ยวประมาณสองชั่วโมง หากผลไม้บางชนิดที่เนื้อหนักอาจนานกว่านั้นและจะรวบรัดขั้นตอนไม่ได้เด็ดขาด เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพ รสชาติ และอายุการเก็บรักษา ก่อนนึ่งบรรจุภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรค ตักแยมสีสวยลงขวดโหล ทิ้งให้เย็น ถัดมานำไปสเตอริไลซ์อีกประมาณหกชั่วโมงเพื่อทำลายจุลินทรีย์ วิธีการนี้จะช่วยถนอมแยมให้อยู่นานถึง 1 ปี โดยไม่ต้องพึ่งพาสารกันบูด และหลังจากเปิดโหลแล้วก็สามารถเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นทานกันยาวๆ ได้อีกราว 4 เดือน</p>



<p>“ในการทำแยมทุกครั้งสิ่งที่เราคำนึงถึงมากที่สุด คือ หนึ่ง–เนื้อสัมผัส สอง–รสชาติ สาม–คุณภาพและความสะอาด” วีช้อนแยมพีชมะม่วงขึ้นมาให้ผมดู พลางเสริม “ลักษณะเด่นอีกอย่างก็คือ แยมผลไม้ทุกขวดจะมีสัดส่วนเนื้อแยม 95% ตักปุ๊บจะเจอเนื้อเน้นๆ แบบนี้เลย” </p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133059" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_14-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แยมที่ไม่นิยามการทาน</strong></h2>



<p>ยอมรับว่าการครีเอตรสชาติแยมของที่นี่นั้นค่อนข้างเปิดมิติใหม่ แต่ขณะเดียวกันผมก็สุดจินตนาการว่าแยมบางชนิดอย่างแยมบอระเพ็ดใบเตยหรือแยมพริกน้ำผึ้งขิง นั้นควรทานยังไง ภายหลังวีจึงช่วยไขข้อข้องใจว่าแยมที่นี่สามารถทานได้สารพัดแบบ ไม่ว่าจะแกล้มอาหาร ปาดเบเกอรี โปะไอศครีม ผสมโยเกิร์ต ตลอดจนชงเป็นเครื่องดื่ม</p>



<p> “เราไม่ได้นิยามว่าแยมต้องทานแค่กับขนมปัง ดังนั้นแยมที่เราออกแบบมาจึงทานกับอาหารก็ได้ อย่างแยม<a href="https://adaymagazine.com/mamuang-cafe/">มะม่วง</a>ที่เหมาะกับเมนูสเต๊ก หรือแยมพริกทานกับอาหารคาวต่างๆ ซึ่งตัวนี้ลูกค้าต่างชาติชื่นชอบกันมาก เพราะมันไม่ได้เผ็ดจัดและมีรสกลมกล่อมจากเครื่องสมุนไพร ขิง ตะไคร้ และมะนาว</p>



<p>“แล้วก็อย่างที่บอกว่าแยมส่วนใหญ่ของเรามีสัดส่วนเนื้อแยมเยอะเลยทำให้ละลายน้ำง่ายมาก หลายตัวจึงสามารถชงเป็นเครื่องดื่มได้สบาย ซึ่งตอนนี้เราก็ต่อเติมหน้าร้านเปิดบาร์น้ำผลไม้เล็กๆ ชื่อ ‘Juice&#8217;s ME by Waasu’ นำแยมต่างๆ มาสร้างสรรค์เมนูอิตาเลี่ยนโซดาและสมูทตี้ขายควบคู่กันด้วย”</p>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133060" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_29-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133062" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_7-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-133063" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_3-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>



<p>สำหรับใครที่มาครั้งแรกแล้วเลือกแยมไม่ถูก วีบอกว่าแยมทุกตัวในร้านลูกค้าสามารถขอชิมได้แบบไม่ต้องเกรงใจ เพราะเป้าหมายหลักของ Tasty Herb คือการอยากจุดประกายให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าผลไม้ท้องถิ่นไทยที่มีเอกลักษณ์ ความอร่อย และคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าผลไม้เมืองนอกเลย</p>



<p> “แต่อันดับแรกคือเราอยากให้ลูกค้าเปิดใจ เพราะบางทีลูกค้าอ่านฉลากแล้วสงสัยว่า แยมรสชาตินี้ทำออกมาได้ยังไง มันกินได้ด้วยเหรอ รสชาติมันไม่แปลกเหรอ เราอยากให้ลืมข้อนี้ไปก่อนแล้วเปิดใจลองชิมกัน เพราะไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นรสชาติที่เราตามหามาทั้งชีวิตก็ได้” วีกล่าวทิ้งท้ายพร้อมเสียงหัวเราะชื่นบาน </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-1024x683.jpg" alt="tasty herb" class="wp-image-133064" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/05/Tasty-Herbs_20-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>Tasty Herb</strong></p>



<p>ที่ตั้ง : ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ <br>โทร : 083 072 7051<br>website : <a href="https://www.tastyherbshop.com/">tastyherbshop.com</a><br>facebook : <a href="https://www.facebook.com/Tastyherb">Tasty Herb</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tasty-herb/">Tasty Herb แยมโฮมเมดจากวัตถุดิบท้องถิ่นไทยที่มีให้ลิ้มลองเพลินเกินสามร้อยชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า ก็มีกินมีใช้” – ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/patee-tayae/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jan 2021 12:35:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[yesterday with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[นักเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[พะตีตาแยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปราชญ์ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปกาเกอะญอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=118907</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. คนของป่า ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ เด็กหญิงกับน้องเล็กส่งเสียงเจื้อยแจ้วตามหลังพ่อผู้แบกจอบเหน็บพร้าก้าวฉับๆ มุ่งหน้าสู่ท้องไร่ ภาพและบรรยากาศตรงหน้าชวนให้ ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ วัย 72 ย้อนนึกไปถึงความลิงโลดในวัยเยาว์ ทุกเมื่อที่ปู่พาเขาเลาะดงพงไพรไปเลี้ยงควายกลางไร่ท้ายป่า แวะเก็บหาพืชผักสมุนไพร พลางสอดแทรกบทเรียนภูมิปัญญาและวิถีความเชื่อของชาวปกาเกอะญอที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ห้ามทำนากิ่วดอย ห้ามฉี่ลงห้วยลบหลู่ผีน้ำ ห้ามสร้างบ้านจากต้นไม้ที่มีเถาวัลย์เกาะ และอีกสารพัดคำสอนของปู่ที่เขาจดจำมานำทางชีวิตและประดับวิธีคิดแก่ลูกหลาน ร้อน ฝน หนาวผันผ่านมาเกินกว่าครึ่งทาง พะตีตาแยะ (พะตี ในภาษาปกาเกอะญอแปลว่า ลุง) ไม่เพียงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่คอยฟูมฟักสมาชิกให้เคารพรักต่อธรรมชาติ แต่เขายังมีบทบาทเป็นปราชญ์ชุมชนแห่งบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเคลื่อนไหวต่อรองอำนาจรัฐจากนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่พึ่งพาอาศัยป่า รวมถึงเผยแพร่ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมปกาเกอะญอแก่สาธารณะ อันเป็นแนวทางปกป้องรักษาและเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่าอย่างลึกซึ้ง “ความเชื่อดั้งเดิมของชาวปกาเกอะญอคือนับถือผี มีทั้งผีปู่ย่า ผีข้าว ผีฝาย หรือผีไฟ โดยก่อนที่จะมีการเผาไร่เพื่อทำไร่หมุนเวียน ทุกคนจะต้องทำแนวกันไฟและประกอบพิธีขอขมาท่านให้ช่วยเผาเศษวัชพืชต่างๆ ในแปลงเพาะปลูกให้เรียบร้อย ราบรื่น ไม่ลุกลามไหม้ป่า และเมื่อข้าวออกรวงก็จะนำไปเลี้ยงขอบคุณ หรืออย่างผีน้ำที่หมู่บ้านพะตีเพิ่งจัดพิธีเลี้ยงไปก็ถือเป็นอีกรูปแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวชาวบ้านจะไม่กล้าเข้าไปทำมาหากินเลยเพราะเกรงกลัวผี นี่เป็นพิธีกรรมความเชื่อหนึ่งซึ่งเราทำกันมานานมากแล้ว” นานนับพันปี หากนับย้อนไปถึงรุ่นบรรพบุรุษของพะตีตาแยะที่โยกย้ายถิ่นฐานทุกครั้งที่ผู้นำชุมชนเสียชีวิต ร่อนเร่จากผืนป่าแม่แจ่ม แม่แดด แม่หยวก แม่ลา สู่สบลาน ก่อนอพยพออกจากบ้านภายหลังเกิดปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในยุคสัมปทานป่าไม้รุ่งเรือง นานนับร้อยปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/patee-tayae/">ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า ก็มีกินมีใช้” – ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>1. คนของป่า</h3>
<p style="display: none;">ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</p>
<p>เด็กหญิงกับน้องเล็กส่งเสียงเจื้อยแจ้วตามหลังพ่อผู้แบกจอบเหน็บพร้าก้าวฉับๆ มุ่งหน้าสู่ท้องไร่ ภาพและบรรยากาศตรงหน้าชวนให้ <strong>ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</strong> วัย 72 ย้อนนึกไปถึงความลิงโลดในวัยเยาว์ ทุกเมื่อที่ปู่พาเขาเลาะดงพงไพรไปเลี้ยงควายกลางไร่ท้ายป่า แวะเก็บหาพืชผักสมุนไพร พลางสอดแทรกบทเรียนภูมิปัญญาและวิถีความเชื่อของชาวปกาเกอะญอที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ</p>
<p>ห้ามทำนากิ่วดอย ห้ามฉี่ลงห้วยลบหลู่ผีน้ำ ห้ามสร้างบ้านจากต้นไม้ที่มีเถาวัลย์เกาะ และอีกสารพัดคำสอนของปู่ที่เขาจดจำมานำทางชีวิตและประดับวิธีคิดแก่ลูกหลาน ร้อน ฝน หนาวผันผ่านมาเกินกว่าครึ่งทาง พะตีตาแยะ (พะตี ในภาษาปกาเกอะญอแปลว่า ลุง) ไม่เพียงเป็นหัวหน้าครอบครัวที่คอยฟูมฟักสมาชิกให้เคารพรักต่อธรรมชาติ แต่เขายังมีบทบาทเป็นปราชญ์ชุมชนแห่งบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลักในการเคลื่อนไหวต่อรองอำนาจรัฐจากนโยบายที่สร้างผลกระทบต่อวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ที่พึ่งพาอาศัยป่า รวมถึงเผยแพร่ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมปกาเกอะญอแก่สาธารณะ อันเป็นแนวทางปกป้องรักษาและเกื้อกูลกันระหว่างคนกับป่าอย่างลึกซึ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118945" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0984.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>“ความเชื่อดั้งเดิมของชาวปกาเกอะญอคือนับถือผี มีทั้งผีปู่ย่า ผีข้าว ผีฝาย หรือผีไฟ โดยก่อนที่จะมีการเผาไร่เพื่อทำไร่หมุนเวียน ทุกคนจะต้องทำแนวกันไฟและประกอบพิธีขอขมาท่านให้ช่วยเผาเศษวัชพืชต่างๆ ในแปลงเพาะปลูกให้เรียบร้อย ราบรื่น ไม่ลุกลามไหม้ป่า และเมื่อข้าวออกรวงก็จะนำไปเลี้ยงขอบคุณ หรืออย่างผีน้ำที่หมู่บ้านพะตีเพิ่งจัดพิธีเลี้ยงไปก็ถือเป็นอีกรูปแบบการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวชาวบ้านจะไม่กล้าเข้าไปทำมาหากินเลยเพราะเกรงกลัวผี นี่เป็นพิธีกรรมความเชื่อหนึ่งซึ่งเราทำกันมานานมากแล้ว”</p>
<p>นานนับพันปี หากนับย้อนไปถึงรุ่นบรรพบุรุษของพะตีตาแยะที่โยกย้ายถิ่นฐานทุกครั้งที่ผู้นำชุมชนเสียชีวิต ร่อนเร่จากผืนป่าแม่แจ่ม แม่แดด แม่หยวก แม่ลา สู่สบลาน ก่อนอพยพออกจากบ้านภายหลังเกิดปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในยุคสัมปทานป่าไม้รุ่งเรือง</p>
<p>นานนับร้อยปี หากนับจากวันที่รัฐบาลยกเลิกสัญญาสัมปทาน และชาวปกาเกอะญอกลุ่มเดิมก็หวนกลับมาตั้งรกรากขยับขยายเติบโตเป็นชุมชนบ้านสบลานจนกระทั่งปัจจุบัน</p>
<h4><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118947" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1008.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h3>2. นักเคลื่อนไหวเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม</h3>
<p>“โตขึ้นมาให้ขยันทำนาทำไร่” คือคาถาเอาชนะความลำบากยากจนที่พ่อแม่ของพะตีตาแยะพร่ำสอนเสมอ ทว่าความฝันอยากมีบ้าน มีภรรยา มีที่นา และมีวัวควายสักฝูง ความเป็นจริงวันนี้มีต้นทุนที่ต้องแลกมากกว่านั้น</p>
<p>“เมื่อก่อนตอนพะตียังเด็กจำได้ว่าครอบครัวจนมากถึงขั้นไม่มีข้าวกิน พอเริ่มโตเลยตัดสินใจออกไปหางานทำในเมืองได้ 5 ปี แล้วกลับมาเป็นลูกจ้างตีตราประจำต้นไม้ในช่วงที่มีการทำสัมปทานป่าแม่ขาน ตอนนั้นพะตีไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่าง คิดแค่ว่าอยากมีเงินมาเบิกนากับซื้อควายสักคู่ เขาให้ค่าแรงต้นละ 2 บาท ทำอยู่หนึ่งปีก็เริ่มเข้าใจกระบวนการตัดไม้และได้เห็นผลกระทบจากสัมปทานป่า ทั้งความเสียหายในแปลงเกษตรของชาวบ้านที่ถูกช้างลากซุงบุกรุก ป่าความเชื่อของบรรพบุรุษที่ถูกทำลาย หรือปัญหาไฟป่าที่รุนแรงขึ้นกว่าปีก่อนๆ ภายหลังเสร็จสิ้นการทำสัมปทานเป็นช่วงที่ชาวบ้านลำบากกันมาก แต่ก็ไม่มีสิทธิมีเสียงในการโต้แย้งเพราะว่าไม่รู้กฎหมาย ทุกคนจึงทำได้แค่เพิ่มพื้นที่แนวกันไฟ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118948" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0972.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ต้นตอปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชนดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานใจกลางผืนป่า ส่วนหนึ่งนั้นมีสาเหตุจากความไม่เข้าใจในวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยเฉพาะชุมชนชาวปกาเกอะญอ กลุ่มชาติพันธ์ุที่มีวิถีผูกพันแน่นแฟ้นกับป่าและเป็นผู้รักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าตะวันตกและป่าทางภาคเหนือของไทยมาตั้งแต่อดีต อีกทั้งยังมีการปลูกฝังความเชื่อผิดๆ ในหลักสูตรการเรียนการสอนว่าปัญหาตัดไม้ทำลายป่าเกิดจากคนบนดอยทำไร่เลื่อนลอย ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภูมิปัญญาไร่หมุนเวียนซึ่งช่วยรักษาความหลากหลายของพันธุ์พืชและแหล่งอาหาร จนนำมาซึ่งการทวงคืนผืนป่าหรือการรุกล้ำทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้านผ่านการจัดทำโครงการพัฒนาต่างๆ มากมาย</p>
<p>“พะตีก็ไม่เคยคิดนะว่าจะได้มาทำงานแบบนี้ แต่มีช่วงหนึ่งที่พะตีตามพี่เขยซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวไปลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคอีสาน แล้วก็มีโอกาสได้ไปเรียนรู้ปัญหาชุมชนมูเซอหลังเมือง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ตอนนั้นชาวบ้านกำลังจะอพยพเพราะมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าบ้านเรือนของพวกเขาตั้งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ พะตีเลยเข้าไปถามไถ่ว่าที่อยู่ปัจจุบันกับที่กำลังจะย้ายไปอยู่ใหม่ตรงไหนดีกว่ากัน ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าที่นี่สบายกว่าเพราะมีนา มีวัวควาย มีที่ทำกิน ถ้าย้ายไปเขาจะให้ไปทำงานรับจ้าง ได้เงินมาก็ต้องเอาไปซื้อข้าวกินอยู่ดี ฟังแล้วพะตีก็รู้สึกสงสารและเข้าใจคนอื่นที่เขาได้รับผลกระทบเหมือนๆ กัน เลยหาคนช่วยยื่นหนังสือเรียกร้องให้ชาวบ้านมีสิทธิอยู่อาศัยในที่ดินผืนเดิม”</p>
<p>เหตุการณ์นี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พะตีตาแยะก้าวสู่บทบาทนักเคลื่อนไหวเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม เดินสายจุดประกายองค์ความรู้เรื่องการปกป้องสิทธิ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสมาชิกชุมชนอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือกันยามได้รับผลกระทบ พร้อมพัฒนาข้อตกลงที่อยู่อาศัยร่วมกับป่าซึ่งต่อยอดภูมิปัญญา วิถีชีวิต และวัฒนธรรมประเพณี ให้กลายเป็นกฎเกณฑ์ที่แสดงให้เห็นแนวทางการจัดการป่าเชิงประจักษ์ เช่น จัดทำแผนที่ขอบเขตพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ป่า กำหนดเขตคุ้มครองสัตว์ป่าและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม หรือแต่งตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านดูแลเรื่องการตัดไม้ใช้สอย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118949" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1009.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ต่อมาใน พ.ศ. 2536 เมื่อทางกรมป่าไม้มีแผนเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติออบขาน ซึ่งแนวเขตของอุทยานฯ ทับซ้อนพื้นที่ชุมชนบ้านสบลาน พะตีตาแยะพร้อมด้วยเครือข่ายกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือและมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือจึงได้รวมตัวกันคัดค้าน นำเอกสารต่างๆ และแผนที่แนวเขตหมู่บ้านที่ได้จากการเดินสำรวจพิกัดโดยระบบจีพีเอสไปเจรจาหาข้อตกลงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พะตีตาแยะบอกเล่าประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน อธิบายแนวทางการดูแลรักษาป่าตามวิถีปกาเกอะญออย่างชัดเจน ฉะฉาน ผลที่ตามมาคือมีการตั้งกรรมการตรวจสอบ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นก็ทำให้ทางกรมป่าไม้ยอมชะลอการพิจารณาประกาศเขตอุทยานฯ</p>
<p>“จริงๆ เราเป็นคนชายขอบที่มักโดนโจมตีบ่อยเรื่องทำลายป่า บางคนเขาด่าเราว่า ‘มอบป่าให้คนพวกนี้ก็เหมือนมอบไม้ให้มอด’ พะตีเคยเสียใจที่ได้ยินอะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเขาแค่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เรากำลังทำ การออกมารวมตัวเดินขบวนเรียกร้องจึงเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาที่พะตีมองว่าจะช่วยเปิดโอกาสให้เราได้เจรจาเพื่อสร้างความเข้าใจกับทุกๆ ฝ่ายอย่างสันติวิธี ไม่ใช่การด่าทอกันไปมาหรือตอบโต้ด้วยความรุนแรง ซึ่งเราก็เคยทำมาก่อนแต่มันไม่เคยสำเร็จผล</p>
<p>24 วันถ้วนในป่าจิตวิญญาณชุมชนบ้านสบลาน พะตีตาแยะเดินนำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ สำรวจแนวเขตและเก็บข้อมูลชุดใหม่เพื่อส่งให้ทางจังหวัดพิจารณาอีกหนเมื่อปีกลาย แม้สถานการณ์ภายหลังการผุดขึ้นมาของนโยบายทวงคืนผืนป่าและการรื้อฟื้นเตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติใหม่อีก 21 แห่ง อันรวมถึงอุทยานแห่งชาติออบขาน จะยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่พะตีเชื่อมั่นเสมอในความเข้มแข็งของชุมชนที่ดำรงวิถีอย่างนอบน้อมถ่อมตนต่อธรรมชาติ และเห็นความหวังจากหนุ่มสาวหลายคนที่สนใจมาเรียนรู้ปัญหา ร่วมด้วยช่วยกันขบคิดและพัฒนาข้อมูลด้านการดูแลจัดการป่าให้มีพลังมากยิ่งขึ้น</p>
<h4><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-118946" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1037.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></h4>
<p>&nbsp;</p>
<h3>3. รักษาป่าด้วยความเชื่อ</h3>
<p>“พะตีเคยโดนดูถูกหลายครั้งว่าเป็นคนไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้หนังสือหนังหา แล้วจะดูแลรักษาป่าได้ยังไง พะตีลองมาคิดๆ ดู การดูแลป่ามันไม่เกี่ยวกับความรู้หรือกฎหมายนะ แต่มันเกี่ยวกับความเชื่อความศรัทธามากกว่า สิ่งนี้ต่างหากที่ช่วยรักษาป่าไว้”</p>
<p style="display: none;">ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</p>
<p>พะตีตาแยะชี้ให้มองดูต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายในชายป่าแล้วบอกว่า เหล่านี้คือต้นไม้ที่ได้รับการอนุรักษ์จากความเชื่อ ‘เดปอทู่’ หรือ ‘ต้นสะดือ’</p>
<p>ชาวปกาเกอะญอทุกคนจะมีต้นไม้ประจำตัวคนละต้น เพราะทันทีที่ปกาเกอะญอคนหนึ่งลืมตาดูโลกพ่อแม่จะตัดสายสะดือใส่กระบอกไม้ไผ่ไปผูกติดไว้กับต้นไม้ ซึ่งจะกลายเป็นต้นสะดือของคนคนนั้น และห้ามใครก็ตามตัดทำลาย กระทั่งเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ญาติๆ ก็จะช่วยกันรวบรวมข้าวของผู้ตายใส่ย่ามวางไว้ใต้ต้นไม้แห้งในป่าช้า ด้วยเชื่อว่าต้นไม้จะช่วยส่งวิญญาณไปยังเมืองผี โดยป่าช้านั้นมีสถานะเป็นอีกพื้นที่ต้องห้ามสำหรับการทำมาหากิน จึงทำให้ทรัพยากรธรรมชาติบริเวณนี้เขียวขจีอุดมสมบูรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118952" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-683x1024.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0915.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>ความเชื่อดูแลน้ำ ดูแลป่า และปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ของชาวปกาเกอะญอ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ชาวสบลานส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปทำคลอดที่โรงพยาบาล แต่พะตีตาแยะบอกว่าพ่อแม่ทุกคนยังขอสายสะดือลูกกลับมาผูกต้นสะดือกันอยู่ เพราะอยากให้เด็กที่เกิดมารักต้นไม้ เหตุนี้เองกว่า 8,700 ไร่ของชุมชนบ้านสบลานในปัจจุบันจึงมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์จากความเชื่อมากถึง 7,000 ไร่ ซึ่งผูกพันและมีคุณค่ากับวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอตั้งแต่เกิดจนตาย</p>
<p>“ป่ามีบุญคุณกับคนเยอะมากๆ แล้วไม่ใช่เฉพาะปกาเกอะญอที่พึ่งพาอาศัยป่า อย่างเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้เงินเดือนก็เพราะดูแลป่า หรือเวลามีคนกรุงเทพฯ มาเที่ยวที่หมู่บ้าน พะตีจะบอกตลอดว่าป่าพวกนี้ไม่ใช่แค่ป่าของเรา แต่เป็นป่าของเขาด้วยเหมือนกัน เพราะทุกคนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์จากป่า และถ้าป่าอุดมสมบูรณ์คนปลายน้ำก็จะมีน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต ถ้าใช้เป็น ใช้แล้วรักษา รุ่นลูกหลานเราก็ใช้ต่อได้ไม่มีวันหมด สำคัญสุดคือห้ามเอาไปขาย ห้ามเปลี่ยนป่าเป็นเงินเด็ดขาด ถ้ากลายเป็นเงินเมื่อไหร่หมดแน่ไม่ว่าอะไรก็ตาม”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>4. โรงเรียนวิถีชีวิต</h3>
<p>เมื่อวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไม่เพียงสะท้อนรากเหง้าตัวตน แต่ยังสามารถปกปักวิถีชุมชนและรักษาผืนป่าได้อย่างยั่งยืน ‘โจ๊ะมาโลลือหล่า’ หรือโรงเรียนวิถีชีวิตจึงงอกงามขึ้นภายใต้ความมุ่งมั่นของพะตีตาแยะและมูลนิธิโรงเรียนรุ่งอรุณ ที่ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อให้เด็กๆ ในชุมชนได้รับโอกาสทางการศึกษาควบคู่กับซึมซับมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาพื้นบ้านปกาเกอะญอ</p>
<p>“ที่ผ่านมาเด็กๆ จะต้องไปเรียนหนังสือนอกหมู่บ้าน ซึ่งนอกจากการเดินทางลำบาก การเรียนการสอนจากหลักสูตรส่วนกลางยังทำให้หลายคนห่างไกลจากรากเหง้าวัฒนธรรมตัวเอง แล้วตอนนี้พะตีเห็นคนเรียนสูงๆ จบมาตกงานเยอะแยะ ในหมู่บ้านก็มีนะจบ ม.6 แล้วไปทำงานต่อในตัวเมืองเชียงใหม่ได้ไม่ถึงปีก็กลับมาเพราะค่าใช้จ่ายเยอะ ค่าจ้างน้อย การสอนให้เด็กทุกคนเรียนรู้รากเหง้าวัฒนธรรมก็เพื่อให้พวกเขาสามารถเอาตัวรอดได้ในภายหน้าเมื่อตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตในชุมชน อย่างน้อยที่สุดให้รู้ว่าถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า พวกเขาก็มีกินมีใช้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118951" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1090.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>สำหรับความแตกต่างของโรงเรียนแห่งนี้ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของหลักสูตรที่มีการเพิ่มองค์ความรู้ท้องถิ่น โดยมีพะตีตาแยะเป็นครูผู้ถ่ายทอดวิชาภาษาปกาเกอะญอ บทธา (บทกวีปกาเกอะญอ) นิทานปกาเกอะญอ รำกระบี่กระบอง รวมถึงการเรียนการสอนจากประสบการณ์จริง เช่น พานักเรียนไปร่วมประเพณีแต่งงาน ดูพิธีกรรมในไร่นา เดินป่าศึกษาพืชสมุนไพร ต้นไม้ ภูเขา และป่าจิตวิญญาณ เพื่อปลูกฝังความเข้าใจในขนบธรรมเนียมและการใช้ชีวิตอย่างเคารพหวงแหนธรรมชาติ ส่วนหลักสูตรขั้นพื้นฐานอย่างภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และกฎหมายในชีวิตประจำวัน จะมีครูอัตราจ้างและครูอาสาจากกรุงเทพฯ มาช่วยสอนสม่ำเสมอ</p>
<p>“พอพ้นหน้าแล้ง เกี่ยวข้าวเสร็จ พะตีก็จะดูว่าควายตัวไหนที่พอขายได้ก็ขายไป บางปีได้อยู่ 40,000-50,000 บาท แต่ปีไหนควายแพงก็ได้เป็นแสนเหมือนกัน พะตีใช้เงินเยอะเพราะต้องทำเรื่องการศึกษา แต่เรื่องปากท้องของพะตีนี่ง่ายนะเพราะมีดิน มีน้ำ มีป่า สำหรับพะตีสามสิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าเงินทองหรือไฟฟ้าเพราะทำให้มีข้าวกินและความมั่นคง ไฟฟ้ากับการพัฒนาก็จำเป็น บางอย่างมีประโยชน์จริง แต่เราต้องรู้จักใช้ ไม่ใช้สะเปะสะปะเกินไป มันจะสร้างปัญหาให้เราได้”</p>
<p>ถึงแม้งบประมาณสนับสนุนในการจ้างครูผู้สอนจะพร่องไปได้พักใหญ่ แต่พะตีตาแยะยังคงสานต่อความตั้งใจด้วยการหารายได้มาดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโรงเรียน ทั้งจากการขายควายและการรับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการศึกษาทางเลือกตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ตลอดจนต้อนรับคณะนักศึกษาที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เรื่องป่า วิถีชีวิตปกาเกอะญอ และทำกิจกรรมธรรมชาติบำบัดฟื้นฟูกายใจให้สงบร่มเย็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118953" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1091.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h4></h4>
<h3>5. นิทานเรื่องเงินผิดข้าว</h3>
<p>นิทานปกาเกอะญอเปรียบเสมือนบทเรียนนอกตำราซึ่งสอดแทรกเนื้อหา ความเชื่อ แนวคิด และจิตวิญญาณ ไว้อย่างแยบยลและสนุกสนาน เช่นนิทานเรื่องโปรดเรื่องนี้ที่พะตีตาแยะชอบเล่าให้เด็กๆ ฟัง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีอยู่ 2 คน คนหนึ่งมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง อีกคนมีข้าวสารกองเหลือล้น วันหนึ่งเศรษฐีรวยทรัพย์แวะไปหาเศรษฐีข้าวแล้วเอ่ยกับข้าวว่า ‘เกิดเป็นข้าวช่างน่าสงสาร ดูสิพอเจ้าของเจ้ากินจนอิ่มก็เขี่ยเศษทิ้งขว้าง ส่วนตัวข้ารักเงินทองมาก ยามจะนอนก็สอดใต้หมอนไว้นอนหนุน’ ข้าวได้ฟังดังนั้นก็นึกน้อยใจแล้วไม่นานก็หนีหลบไปอยู่ในถ้ำ</p>
<p>“ต่อมาเมื่อลูกของเศรษฐีรวยทรัพย์ร้องไห้งอแง แม้แช่เงินแช่ทองให้ดื่มก็ไม่เป็นผล จนบังเอิญเจอเมล็ดข้าวติดบนขนหมา ผู้เป็นพ่อเลยลองหยิบมาแช่น้ำให้ลูกกิน พอเด็กน้อยได้ชิมก็เลิกร้องไห้จ้า นั่นเองที่ทำให้เศรษฐีเริ่มตระหนักว่าข้าวมีค่ามากเสียยิ่งกว่าเงิน ทว่าบัดนี้ข้าวนั้นหนีหาย มนุษย์ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก พระพุทธเจ้าจึงคิดหาวิธีนำข้าวกลับคืนนา โดยขอแรงมดแต่มดก็ขนไม่ไหว ให้หนูเข้าไปก็เอาแต่แทะกิน สุดท้ายจึงวานนกผีดช่วยเหลือ ฝ่ายนกผีดยินดีรับใช้แต่มีเงื่อนไขว่ามนุษย์จะต้องแบ่งข้าวให้มันกินหากภารกิจนี้สำเร็จ ตกลงเสร็จสรรพก็บินถลาเข้าถ้ำ แต่ระหว่างย้อนกลับออกมานั้นปากถ้ำก็ปิดลงกะทันหันทับร่างของมัน บังเอิญโชคดีที่นางมารร้ายผ่านมา นางจึงเปิดกระโปรงช่วยให้ถ้ำหัวเราะลั่นและเผลออ้าปาก นกผีดเลยเป็นอิสระและกลับออกมาพร้อมกับเมล็ดข้าว บัดนั้นเป็นต้นมามนุษย์จึงมีพันธุ์ข้าวทำนาและหุงหาเป็นอาหารจวบจนปัจจุบัน</p>
<p>“รู้ไหมว่าพอข้าวออกจากถ้ำมันสาปแช่งเอาไว้ ถ้าใครทำนาเกินปีละหนจะต้องตกทุกข์ได้ยาก คนสบลานเลยทำนากันแค่ปีละครั้ง ข้อดีของการเว้นช่วงคือวัวควายจะมีที่อึที่ฉี่ นั่นแหละปุ๋ยอย่างดีที่ทำให้ดินที่นี่อุดมสมบูรณ์”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-118955" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-1024x683.jpg" alt="ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ0995.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>พะตีตาแยะเล่าเสริมเกร็ดจากนิทานที่สอดประสานกับวิถีแห่งการงานของชาวชุมชน เพื่อสอนให้เด็กๆ ได้หยุดคิดในยุคสมัยที่สังคมหล่อหลอมให้ทุกคนจ้องแต่จะวิ่งไขว่คว้าหาเงินทอง จนหลงลืมความสำคัญของข้าวที่เปรียบดังชีวิต</p>
<p>“คนเฒ่าคนแก่บอกว่าเงินเหมือนน้ำบ่อหน้า ส่วนข้าวเหมือนน้ำบ่อหลัง เวลาจะขุดน้ำบ่อหน้าเราต้องรักษาน้ำบ่อหลังด้วย เพราะถ้าขุดน้ำบ่อหน้าแล้วน้ำไม่ขึ้น กลับมากินน้ำบ่อหลังก็ยังได้อยู่”</p>
<p>วงนิทานจบลงแล้วเราจึงขยับสู่วงอาหารกลางวัน หน่อปลิ๊ ลูกสาวคนโตของพะตียกสำรับมา มีปลากระป๋องกับข้าวสวย ข้าวถ้วยปลาตัว คนก็อิ่มท้อง ส่วนลูกแมวที่เฝ้าคลอเคลียได้ข้าวคลุกซอสก็เคี้ยวหยับๆ หลับตาพริ้ม หลังกินจนอิ่มแปล้ พะตีก็แยกไปมวนใบยา ส่วนผมไต่ขึ้นมายืนหอบแฮกอยู่ภายในรั้วโรงเรียนโจ๊ะมาโลลือหล่า ท่ามกลางความร่มรื่นจากต้นไม้นานาและอาคารเรียนมุงใบก้อ<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>“ถ้าร่างกายพะตีเดินทางไปไหนมาไหนไม่สะดวก พะตีก็จะอยู่ดูแลโรงเรียน สร้างลูกพะตีมาเป็นครูสอน สร้างคนรุ่นใหม่มาสานต่อแนวทางให้พวกเขาสามารถ ‘ทำได้’ และ ‘เจรจาได้’ เหมือนกับพะตี เพื่อดูแลป่าผืนนี้และปกป้องชุมชนของเราให้เข้มแข็งต่อไป”</p>
<p>ผมยังจำถ้อยคำมั่งมุ่นและสีหน้าแววตาภาคภูมิใจครู่ก่อน เมื่อพะตีตาแยะเอ่ยถึงศิษย์ที่จบจากโจ๊ะมาโลลือหล่าแล้วสามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งนั่นเพียงพอแล้วกับคำตอบที่ทำให้ตอนนี้ผมหมดคำถามว่าทำไมชายวัย 72 ถึงต้องยอมทุลักทุเลขึ้น-ลงทุกวี่วันเพื่อสอนลูกศิษย์เพียง 7 คน และยังหวังใจไว้ว่าเขาจะทำมันจวบจนบั้นปลายของชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-118956" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/พะตี-ตาแยะ1064.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร</strong></p>
<p>พะตีเป็นนักเคลื่อนไหวและทำงานเครือข่าย ทุกวันพะตีจึงมีชีวิตที่คิดเพื่อลูกหลาน ช่วยเหลือคนอื่นที่มีปัญหาเหมือนกัน รวมถึงสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่ถึงแนวทางการอนุรักษ์ป่าโดยชุมชน เพื่อจะได้ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชนในอนาคต</p>
<p><strong>เหตุการณ์ที่มอบบทเรียนสำคัญกับชีวิต</strong></p>
<p>คงจะเป็นการรวมตัวเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติยุติการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติและร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้พะตีได้เจอเพื่อน เครือข่าย ครูบาอาจารย์ พะตีจึงได้เรียนรู้เยอะมาก อีกทั้งยังได้เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมันทำให้พะตีรู้สึกว่าตนเองก็มีสิทธิมีเสียง มีความมั่นใจ และได้สร้างเครือข่ายความเข้มแข็งเพื่อปกป้องผืนป่าและชุมชนของเราด้วย</p>
<p><strong>อยากให้คนจดจำตัวเองแบบไหน</strong></p>
<p>พะตีไม่เคยคิดว่าจะต้องมีคนจดจำอยู่แล้ว ถามว่าการจดจำมันมีค่าไหม มันก็มีนะ แต่ในทางกลับกันถ้าเขาจดจำเราในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งแล้วเราทำมันไม่ได้อีกต่อไป มันกลับจะซ้ำเติมเราด้วยซ้ำ อย่างมีหลายคนเรียกพะตีว่าปราชญ์ชุมชน จริงๆ พะตีก็ไม่ค่อยเข้าใจนะว่ามันหมายความว่าอะไร อาจเพราะพะตีสามารถเจรจาพูดคุยกับคนนู้นคนนั้นได้ ถูกก็ว่าถูก ผิดก็ว่าตามผิด ปราชญ์ชุมชนจึงเป็นแค่คำคำหนึ่ง ไม่ได้สำคัญอะไร พะตีเลยคิดว่าเราไม่ต้องจดจำกันก็ได้ แค่มารู้จักกันแบบธรรมดาๆ จะดีกว่า</p>
<hr />
<p style="text-align: center;">บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ a day 232 ฉบับชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า ที่รวมเรื่องราวชีวิตจาก 20 ผู้สูงวัยด้วยเชื่อว่าบางบทเรียนของผู้อาวุโสอาจทำให้เราผ่านชีวิตไปได้อย่างไม่ร้อนรนและทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า &#8220;ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่าอะไร&#8221;</p>
<p style="text-align: center;">สั่งซื้อออนไลน์ได้<a href="https://godaypoets.com/product/a-day-232/" target="_blank" rel="noopener">ที่นี่</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/patee-tayae/">ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า “ถ้ามีนา มีวัวควาย หรือมีป่า ก็มีกินมีใช้” – ตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ นิคม พุทธา เรี่ยวแรงหลักของผู้ผจญเพลิงในวันที่เชียงดาวกลายเป็นภูเขาไฟ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/nikom-putta-chiangmai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Apr 2019 09:27:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[a day with a view]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงดาว]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[movement]]></category>
		<category><![CDATA[นิคม พุทธา]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่นควัน]]></category>
		<category><![CDATA[อัคคีภัย]]></category>
		<category><![CDATA[หมอกควัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=59280</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกหน ชายตรงหน้ารีบยกหูตอบปลายสายไปว่ากำลังยุ่ง ก่อนจะขอตัวลุกไปตรวจเช็กข้าวปลาอาหารที่จัดเตรียมไว้ท้ายรถกระบะ ประเด็นสนทนาของเรายังไม่คืบคลานไปถึงไหน ระหว่างรอคอยจึงสังเกตร่องรอยไฟป่าที่ลุกโชนบริเวณสันดอยหน้าถ้ำเชียงดาวเมื่อคืนวาน มันกินวงกว้างพอให้เห็นเถ้าถ่านแม้จากระยะไกลและสัมผัสได้ทุกอณูอากาศที่ยังไม่เจือจางกลิ่นความเสียหาย หลังทักทายเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าเสร็จสรรพ นิคม พุทธา ก็กลับมาพร้อมอัพเดตกิจวัตรประจำวันในช่วงนี้ให้ฟังว่า ทุกๆ เช้าเขามีภารกิจออกตรวจตราจุดเสี่ยงและเฝ้าระวังไฟป่า รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของเหล่าอาสาสมัครชาวบ้านที่คอยระแวดระวังอัคคีภัย แม้ฟังดูเป็นภารกิจแสนเรียบง่ายหากเทียบกับประสบการณ์อันโชกโชนของอดีตเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งยังเคยเป็น NGO ในมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผู้ยืนหยัดอยู่ในทุกเหตุการณ์ต่อต้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า แต่สิ่งที่เขาทุ่มเทในวันนี้กลับเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ช่วยจุดประกายให้ผู้คนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาไฟป่า ในฐานะคนอนุรักษ์ตัวเล็กๆ ที่เลือกกลับบ้านเกิดมาปกป้องดอยหลวงเชียงดาว ผืนป่ากึ่งอัลไพน์ (Sub-alpine Vegetaion) แห่งสำคัญของเมืองไทย ตลอดจนบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นกล้านักอนุรักษ์ ในบทบาทประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่ปิงและผู้ก่อตั้งค่ายเยาวชนเชียงดาวมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ท่ามกลางวิกฤตหมอกควันและสถานการณ์ไฟป่าที่ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นทุกปีเช่นนี้ น่าสนใจว่าเขารู้สึก นึก คิด และพิจารณาหาทางออกอย่างไร ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง ไม่กระทบนะครับ แต่มันเตือนให้ผมต้องทำงานให้มากกว่านี้และทำงานกับคนรุ่นใหม่ เพราะอนาคตของพวกเขาจะต้องเผชิญสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำคัญในระดับต้นๆ   สมาชิกในครอบครัวคุณเป็นห่วงหรือกังวลบ้างไหม ที่คุณต้องมาทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงอันตราย สำหรับผมอย่างนี้ไม่ถือว่าเสี่ยงภัย สมัยก่อนที่ออกไปต่อต้านคัดค้านจนโดนฟ้องร้องเป็นคดีเสี่ยงมากกว่านี้อีก อีกอย่างทางบ้านก็ช่วยสนับสนุนนะครับ อย่างลูกชายผมก็จะไปช่วยถ่ายรูปเวลาลงพื้นที่เฝ้าระวังไฟทำแนวกันไฟ หรือไปดับไฟด้วยกัน ส่วนภรรยาผมเป็นเภสัชกรก็จะช่วยคัดแยกยากับหน้ากาก หน้ากากอย่างดีก็เอาไว้ให้คนที่ดับไฟ รองลงมาก็ให้คนทำแนวกันไฟและคนที่อยู่ทางบ้าน   คนในพื้นที่มีความตื่นตัวกับสถานการณ์ไฟป่าและผลกระทบจากปัญหาหมอกควันแค่ไหน คนในพื้นที่ไม่ค่อยตื่นตัวและไม่ค่อยกังวลเลยนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nikom-putta-chiangmai/">คุยกับ นิคม พุทธา เรี่ยวแรงหลักของผู้ผจญเพลิงในวันที่เชียงดาวกลายเป็นภูเขาไฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกหน ชายตรงหน้ารีบยกหูตอบปลายสายไปว่ากำลังยุ่ง ก่อนจะขอตัวลุกไปตรวจเช็กข้าวปลาอาหารที่จัดเตรียมไว้ท้ายรถกระบะ</p>
<p>ประเด็นสนทนาของเรายังไม่คืบคลานไปถึงไหน ระหว่างรอคอยจึงสังเกตร่องรอยไฟป่าที่ลุกโชนบริเวณสันดอยหน้าถ้ำเชียงดาวเมื่อคืนวาน มันกินวงกว้างพอให้เห็นเถ้าถ่านแม้จากระยะไกลและสัมผัสได้ทุกอณูอากาศที่ยังไม่เจือจางกลิ่นความเสียหาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59318" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9OHM_0503-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>หลังทักทายเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าเสร็จสรรพ <strong>นิคม พุทธา </strong>ก็กลับมาพร้อมอัพเดตกิจวัตรประจำวันในช่วงนี้ให้ฟังว่า ทุกๆ เช้าเขามีภารกิจออกตรวจตราจุดเสี่ยงและเฝ้าระวังไฟป่า รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของเหล่าอาสาสมัครชาวบ้านที่คอยระแวดระวังอัคคีภัย</p>
<p>แม้ฟังดูเป็นภารกิจแสนเรียบง่ายหากเทียบกับประสบการณ์อันโชกโชนของอดีตเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ฝ่ายป้องกันและปราบปรามอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รวมทั้งยังเคยเป็น NGO ในมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชผู้ยืนหยัดอยู่ในทุกเหตุการณ์ต่อต้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า แต่สิ่งที่เขาทุ่มเทในวันนี้กลับเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ช่วยจุดประกายให้ผู้คนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาไฟป่า ในฐานะคนอนุรักษ์ตัวเล็กๆ ที่เลือกกลับบ้านเกิดมาปกป้องดอยหลวงเชียงดาว ผืนป่ากึ่งอัลไพน์ (Sub-alpine Vegetaion) แห่งสำคัญของเมืองไทย ตลอดจนบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นกล้านักอนุรักษ์ ในบทบาทประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำแม่ปิงและผู้ก่อตั้งค่ายเยาวชนเชียงดาวมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี</p>
<p>ท่ามกลางวิกฤตหมอกควันและสถานการณ์ไฟป่าที่ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นทุกปีเช่นนี้ น่าสนใจว่าเขารู้สึก นึก คิด และพิจารณาหาทางออกอย่างไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59351" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบกับชีวิตคุณอย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>ไม่กระทบนะครับ แต่มันเตือนให้ผมต้องทำงานให้มากกว่านี้และทำงานกับคนรุ่นใหม่ เพราะอนาคตของพวกเขาจะต้องเผชิญสถานการณ์ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำคัญในระดับต้นๆ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>สมาชิกในครอบครัวคุณเป็นห่วงหรือกังวลบ้างไหม ที่คุณต้องมาทำอะไรที่สุ่มเสี่ยงอันตราย</strong></p>
<p>สำหรับผมอย่างนี้ไม่ถือว่าเสี่ยงภัย สมัยก่อนที่ออกไปต่อต้านคัดค้านจนโดนฟ้องร้องเป็นคดีเสี่ยงมากกว่านี้อีก อีกอย่างทางบ้านก็ช่วยสนับสนุนนะครับ อย่างลูกชายผมก็จะไปช่วยถ่ายรูปเวลาลงพื้นที่เฝ้าระวังไฟทำแนวกันไฟ หรือไปดับไฟด้วยกัน ส่วนภรรยาผมเป็นเภสัชกรก็จะช่วยคัดแยกยากับหน้ากาก หน้ากากอย่างดีก็เอาไว้ให้คนที่ดับไฟ รองลงมาก็ให้คนทำแนวกันไฟและคนที่อยู่ทางบ้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59339" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3049199-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59337" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า หมอกควัน เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_28OHM_0865-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /> </strong></p>
<p><strong>คนในพื้นที่มีความตื่นตัวกับสถานการณ์ไฟป่าและผลกระทบจากปัญหาหมอกควันแค่ไหน</strong></p>
<p>คนในพื้นที่ไม่ค่อยตื่นตัวและไม่ค่อยกังวลเลยนะ เขาก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดา จนผมขอร้องว่ามันอันตรายนะครับ ใส่หน้ากากกันสักหน่อยเถอะ คือเขาไม่รู้ตัว บางคนก็เจ็บไข้ ตอนนำยาไปแจกก็มีทั้งคนแก่และเด็กตัวเล็กๆ มารับกันเยอะจริงๆ รัฐบาลก็ควรจะใส่ใจเรื่องผลกระทบด้านสุขภาพที่มีต่อประชาชนในชนบท ไม่ใช่ห่วงกังวลแค่คนในเมือง คนในเมืองเขายังพอมีเงินดูแลสุขภาพ ซื้อหน้ากากอนามัยและเครื่องฟอกอากาศ แต่คนชนบทอาศัยแค่ขนจมูก</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ในมุมมองของคุณ แนวโน้มของปัญหาที่ทวีความรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤตการณ์ในปัจจุบันมีสาเหตุหลักมาจากอะไร</strong></p>
<p>หากมองกันกว้างๆ ปัญหานี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการของระบบนิเวศที่บกพร่อง คือ ถ้าปีไหนปริมาณน้ำฝนน้อย หลังฤดูฝนป่าจะแห้ง พอเกิดไฟป่าก็จะรุนแรง และส่งผลให้ปริมาณหมอกควันเยอะ แต่ปัจจุบันต่อให้ปีไหนมีปริมาณน้ำฝนมาก ความสามารถในการกักเก็บน้ำในป่าก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่าเมื่อก่อนอยู่ดี เพราะป่ามันเว้าแหว่งไปหมด</p>
<p>ในแง่ของนิเวศวิทยา สิ่งนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความหายนะที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต เราจะสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางระบบนิเวศ ซึ่งแน่นอนว่าประเด็นนี้มันสัมพันธ์กับการขยายตัวของพื้นที่ทำการเกษตรพืชเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะข้าวโพด</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ไร่ข้าวโพดกับหมอกควันเกี่ยวข้องกันอย่างไร</strong></p>
<p>ตัวการของปัญหาหมอกควันในภาคเหนือส่วนมากเกิดจากไฟป่าและการเผาโดยฝีมือมนุษย์ ทีนี้คนเผาคือใคร ก็อาจจะเป็นชาวเขา คนยากคนจน หรือคนพื้นราบก็เผาได้ทั้งนั้น บ้างเผาเพื่อเก็บหาของป่า เผาล่าสัตว์ตัดไม้เผาเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แต่ส่วนสำคัญคือการเผาทำไร่ข้าวโพดซึ่งเผากันปีละ 2-3 รอบ โดยหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะเผาทำลายเศษวัสดุข้าวโพดเพื่อเตรียมดินเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ต่อมาเมื่อปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้สักระยะจนวัชพืชงอกก็ต้องฉีดยาฆ่าหญ้ากำจัดแล้วเผาซ้ำแต่ก็เข้าใจในมุมของชาวบ้านนะว่าพอกฎหมายไม่อนุญาตให้นำรถไถหรือรถแทรกเตอร์เข้าไปในเขตป่า วิธีการเผาจึงเป็นวิธีการที่ง่าย ประหยัดและสะดวกที่สุดติดตรงที่พวกเขามักไม่ทำแนวกันไฟ พอเผาทิ้งไว้ไฟจึงแพร่ขยายลุกลาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59312" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360.jpg" alt="" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3OHM_0360-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59314" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_5OHM_0376-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ทำไมเกษตรกรภาคเหนือจึงนิยมทำไร่ข้าวโพด</strong></p>
<p>ณ สถานการณ์วันนี้ ข้าวโพดเป็นพืชที่ปลูกแล้วได้เงินเร็วและชาวบ้านเองเขาก็อยากรวย อยากมีเงินสร้างบ้าน ซื้อรถ หรือส่งลูกเรียนหนังสือ แต่ด้วยราคาตลาดที่ไม่แน่นอน ดังนั้นการจะได้เงินเท่าเดิมหรือมากกว่าจึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณผลผลิต นี่ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งในการเผาป่า คือเผาเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูกเนื่องจากที่ดินในป่าไม่ต้องลงทุนซื้อ นอกจากนี้ยังมีรัฐบาลช่วยประกันราคา และมี ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ซึ่งมันย้อนแย้งกับการที่ทางรัฐบาลมาใช้อำนาจสร้างแรงกดดันให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าแต่กลับไม่เข้มงวดกวดขันกับการปลูกข้าวโพดในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าอนุรักษ์ และป่าต้นน้ำต่างๆ ทั้งที่ความจริงแล้วต้องกดดันกรมป่าไม้และกรมอุทยานด้วยว่าห้ามไม่ให้มีไร่ข้าวโพดในพื้นที่โดยเด็ดขาด</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ในประเทศไทย พื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีการทำไร่ข้าวโพดเยอะไหม</strong></p>
<p>ทุกอุทยาน ทุกป่าสงวน ทุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และทุกดอยทางภาคเหนือมีไร่ข้าวโพด ประเด็นสำคัญคือพื้นที่ทุกดอยทางภาคเหนือเป็นป่าต้นน้ำ ปิงมาจากเชียงใหม่ วังมาจากลำปาง น่านมาจากน่าน ยมมาจากพะเยา แม่น้ำทุกเส้นสายไหลจากภูเขา โดยมีผืนป่าปกคลุมคอยทำหน้าที่รองรับกักเก็บน้ำที่นี้หากมีการทำไร่และเผาป่าใบไม้ที่เป็นเสมือนฟองน้ำก็ไม่เหลือพอฝนตกลงมาแทนที่จะกักเก็บน้ำได้สัก 80 เปอร์เซ็นต์ มันก็ชะล้างลงหมด ตรงกันข้ามถ้าป่าใดได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ฝนตกลงมาปุ๊บมันจะกักเก็บเลยทันที 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยไหลไปตามลำธารธรรมชาติเพื่อหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้อุดมสมบูรณ์</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วเจ้าหน้าที่มีมาตรการจัดการอย่างไร</strong></p>
<p>ถ้าเจ้าหน้าที่ไปเจอกับตาว่ากำลังบุกรุกแผ้วทางก็จับได้ เขาเรียกว่าความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ แต่ถ้าเดินสวนทางกัน แล้วไปเจอพื้นที่ไร่ที่กำลังถูกเผาเขาก็เป็นเพียงผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้ต้องหา นอกจากมาตรการจับกุมตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามควบคุม แต่มันเป็นการควบคุมด้วยวาจาแค่บอกว่าห้ามเผานะ ใครเผาถูกจับดำเนินคดี ซึ่งหากจะให้ดีกว่านี้มันต้องมีการทำข้อมูลเชิงวิชาการอย่างฐานข้อมูล ทำแผนที่ขอบเขต สำรวจประชากร หรือข้อมูลพื้นที่ถือครองต่างๆ ควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้การจัดการมันมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>ทำไมพอพูดถึงสาเหตุของหมอกควันและไฟป่า คนจึงไม่ค่อยพูดประเด็นพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว </strong></p>
<p>เพราะมันเข้าตัวไง ตราบใดที่เรายังกินหมูกินไก่เราก็มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารที่มาจากข้าวโพดและปลาป่น ปลาป่นก็ล้างผลาญทะเล ข้าวโพดก็ทำลายป่าต้นน้ำ</p>
<p>มันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาที่เกิดจากผลพวงในการพัฒนาประเทศ ทุกวันนี้อุตสาหกรรมพืชอาหารสัตว์ของเราเจริญเติบโตมาก แต่สิ่งที่สูญเสียคือระบบนิเวศ ฉะนั้นพอเราเข้าใจสถานการณ์ก็ต้องจิตใจสงบไม่ไปกดดันดุด่าว่าร้ายคนอื่น เพราะพูดอย่างถึงที่สุดเราเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วที่ผ่านมาการรณรงค์ห้ามเผาช่วยทำให้ผู้เผาเข้าใจสถานการณ์บ้างไหม</strong></p>
<p>การรณรงค์มันเข้าไม่ถึงอย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นว่าเป็นคนยากคนจน หรือชาวเขาที่สื่อสารภาษาไทยก็ยังสื่อสารไม่ได้ วันๆ ใช้ชีวิตอยู่แต่ในป่า ร้อยวันพันปีถึงจะลงมาตลาดในเมืองสักครั้ง แล้วมันก็เป็นความคุ้นเคยด้วย เขาเคยเผาทุกปีเพื่อให้ที่ทางมันโล่งสัญจรสะดวก สักพักหนึ่งก็เผาเอาหญ้าระบัดมาเลี้ยงวัวเลี้ยงควาย บ้างก็ได้ผักหวานมากิน</p>
<p>ที่สำคัญคือเขาไม่รู้จริงๆ ว่ามันส่งผลกระทบรุนแรงเพราะไฟป่ามันเกิดเป็นปกติทุกๆ ปีนะครับ เพียงแต่เมื่อก่อนมันอาจไม่รุนแรงขนาดนี้ โดยเฉพาะกรณีของดอยหลวงเชียงดาวในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเหตุไฟป่าที่หนักสุดเท่าที่ผมเคยเจอมา</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59331" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_22OHM_0584-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59330" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_21OHM_0578-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59328" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_19OHM_0554-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>ที่ว่าหนักที่สุด หนักแค่ไหน</strong></p>
<p>อันที่จริงมันมีไฟไหม้ป่ากระจัดกระจายและมีหมอกควันไฟหนาแน่นมากตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมแล้ว จนเย็นของวันที่ 30 ผืนป่าด้านบริเวณหน้าค่ายเยาวชนเชียงดาวของผมก็ลุกไหม้ ควันไฟหนาทึบ คืนนั้นผมนอนรมควันกระสับกระส่ายทั้งคืน พอตื่นเช้าก็รีบขับรถขึ้นดอยไปเฝ้าดูจุดเกิดเหตุ</p>
<p>ผมไปถึงที่นั่นราว 8 โมงกว่า นั่งเฝ้าไฟอยู่คนเดียว กระทั่งใกล้ๆ 10 โมง เลยตัดสินใจโทรแจ้งนายอำเภอ สักพักชุดดับไฟชุมชนที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันก็มาถึง จากนั้นเจ้าหน้าที่ไฟป่าของกรมป่าไม้และกรมอุทยานก็ตามมา ต่อมาคืนวันที่ 1 เมษายน บริเวณสันดอยหน้าถ้ำเชียงดาวก็เกิดไฟป่าขึ้นกลางดึกครั้งนี้มันโหมกระหน่ำรุนแรงมากจนมองเห็นเหมือนเป็นภูเขาไฟ</p>
<p>เหตุการณ์นี้เป็นข่าวใหญ่โตเพราะมันน่ากลัวมาก แล้วผมและชาวบ้านรอบๆ ก็ช่วยกันรายงานสถานการณ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็มีเพื่อนๆ หลายคนที่ติดตามสถานการณ์อยู่ต่างส่งกำลังใจและแบ่งปันน้ำใจบริจาคสิ่งของช่วยเหลือกันเข้ามามากมาย นอกจากนี้ยังมีทีมสื่อมวลชนมาช่วยกระจายข่าวสารสร้างการรับรู้ และมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการต่างๆ ระดมกำลังมาช่วยเหลือกันเต็มที่ จนสามารถควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงให้คลี่คลายลงได้อย่างปลอดภัย<strong> </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59342" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="380" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206-300x169.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_3349206-600x338.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59333" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_24OHM_0623-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><strong>เหมือนสื่อโซเชียลฯ กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมพลัง</strong></p>
<p>ใช่ คือบทบาทของผมช่วงนี้ก็จะช่วยในการสนับสนุนและวิเคราะห์ข้อมูลให้ชาวบ้าน ทุกวันผมจะออกตรวจลาดตระเวนตามจุดเสี่ยงไฟป่า ถ้าไปแล้วเจอไฟลุกท่วมท้นก็ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก พยายามประสานงานขอความช่วยเหลือ หรือบางทีก็ดับเองบ้าง นอกจากนี้ยังใช้สื่อโซเชียลฯ เป็นเครื่องมือในการระดมความช่วยเหลือ ซึ่งก็มีคนให้ความสนใจเยอะมาก ได้รับบริจาคทั้งหน้ากากอนามัย ยารักษาโรค เครื่องดื่ม อาหารแห้ง และเงิน โดยในแต่ละวันที่ค่ายเยาวชนเชียงดาวจะมีการเตรียมอาหารไว้ประมาณ 100 ถุง พร้อมกับสิ่งของบริจาค จัดให้เป็นระเบียบ แล้วยกขึ้นท้ายรถกระบะนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเรามีเครือข่ายที่จะต้องทำงานกว่า 30 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านชนเผ่าที่ได้รับความช่วยเหลือน้อย ส่วนเงินก็จะมอบให้กับผู้นำชุมชนสำหรับจัดการเรื่องอาหารการกิน หรือสำหรับจุดไหนที่ชาวบ้านยังประสงค์จะทำแนวกันไฟต่อเนื่อง<strong> </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59317" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="449" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_8OHM_0490-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59360 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-1024x681.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="1024" height="681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0688-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>ที่ผ่านมามีการทำแนวกันไฟเป็นประจำไหม</strong></p>
<p>ทำทุกปีครับ เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งจุดแนวกันไฟที่ทำเราจะอาศัยข้อมูลจากชาวบ้านเพราะเขาจะรู้ทิศทางไฟ รู้ว่าตรงไหนเป็นจุดเสี่ยง เป็นสันดอยหรือหุบเหว เราเอาชาวบ้านเป็นตัวตั้งแล้วทีนี้ใครอยากอาสาช่วยทำก็มาได้หมดเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วช่องโหว่คืออะไร ทำไมจึงเกิดปัญหาขึ้นทุกปี</strong></p>
<p>การที่สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในเชียงใหม่และเชียงดาวขณะนี้ยิ่งรุนแรงมันก็ยิ่งตอกย้ำว่าเราจะเพิกเฉยต่อไปไม่ได้ จะต้องมีการคิดและวางแผนกันล่วงหน้าให้มากขึ้น แต่สิ่งที่มันยังเป็นอุปสรรคก็คือความร่วมมือและความเข้าใจ เราต้องเข้าใจในธรรมชาติอย่างถ่องแท้และเห็นแก่ความร่วมมือ</p>
<p>เวลาที่ไฟไหม้ป่า คนทั่วไปจะไม่เข้าใจว่าป่าไหนสามารถอยู่กับไฟได้และป่าไหนที่ไม่ควรจะไหม้ เพราะป่าบางแห่งมันก็โดนไฟไหม้ได้ เช่น ป่าเต็งรังหรือป่าเบญจพรรณ ถ้าคนเข้าใจตรงนี้ก็จะไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป ความโกรธความเกลียดก็จะไม่รุนแรง</p>
<p>แต่ทีนี้พอเกิดไฟป่าขึ้นมา คนในเมืองส่วนมากเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าป่ามันเสียหายแค่ไหน เขาสนใจแค่ว่า เฮ้ย นี่มันเกิดควันไฟและพอสูดควันเข้าไปเขาก็รู้สึกโกรธ แล้วก่นด่าชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ชาวบ้านคนที่เป็นมือเผามีจำนวนน้อยกว่าคนที่ช่วยกันดับไฟเสียอีก ประชาชนจึงควรจะมีความเห็นอกเห็นใจกันมากกว่านี้ ไม่ใช่โหมกระหน่ำซ้ำเติม<strong> </strong></p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59358 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-1024x681.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="1024" height="681" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0619-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-59359" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="2880" height="1916" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645.jpg 2880w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-768x511.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-1024x681.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/OHM_0645-600x399.jpg 600w" sizes="(max-width: 2880px) 100vw, 2880px" /></p>
<p><strong>แล้วเราจะสร้างความร่วมมือและความเข้าใจที่ว่าได้อย่างไร</strong></p>
<p>สร้างได้ด้วยแนวทาง ‘นิเวศเชิงลึก (Deep Ecology)’ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณ ด้านจิตใจ ด้านอารมณ์ และความรู้สึก ให้ผู้คนอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในธรรมชาติและการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แก่งแย่งแข่งขัน แต่เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างผู้คนกับธรรมชาติ ระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ ระหว่างคนในชนบทกับคนในเมือง เพราะพวกเราอยู่ร่วมกันบนฐานทรัพยากรดิน น้ำ ป่า เดียวกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในแนวคิดของ Deep Ecology มองปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาเสียด้วยซ้ำ ลองนึกนะ เวลาเราอยู่ใกล้ภูเขาเราจะเห็นแต่เปลวไฟและหมอกควัน แต่ถ้าเราถอยห่างออกมาเราจะเห็นท้องฟ้า ผู้คน ดิน น้ำ ลม ไฟ มันเป็นปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของธาตุทั้ง 4 สิ่งนี้มันเป็นศาสตร์ความรู้ว่าด้วยแนวคิดมุมมองในการมองธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง</p>
<p>หากมองให้เห็นการเชื่อมโยงทางมิติด้านเวลา ก็หมายความว่าไฟไหม้ป่ามันมีมานานแล้ว และมันก็จะมีต่อไป เราก็หยุดยั้งเท่าที่หยุดยั้งได้ ช่วยได้เท่าที่ช่วยได้ ยอมรับเท่าที่ยอมรับได้ ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป ส่วนอีกมิติคือ มิติระหว่างสิ่งหนึ่งต่อสิ่งหนึ่ง แม้กระทั่งสิ่งที่มีชีวิตด้วยกันหรือสิ่งที่ไม่มีชีวิตด้วยกัน มันก็มีการเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งเช่น ก้อนหินที่เราเห็นวางระเกะระกะในลำธาร เรานึกว่ามันไม่ได้ทำอะไร แต่แท้ที่จริงแล้วมันทำหน้าที่ให้น้ำที่ไหลมากระทบเป็นลูกคลื่นเพื่อจะได้มีพลังไหล บางก้อนทำให้น้ำกระฉอกขึ้นมา ซึ่งช่วงที่น้ำกระฉอกออกซิเจนจากอากาศจะเติมเข้าไปแล้วไปหล่อเลี้ยงสิ่งที่มีชีวิตในน้ำ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของแพลงก์ตอนและห่วงโซ่สายใยชีวิต</p>
<p>กิจกรรมที่ผมทำอยู่ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นการปลูกป่า ทำแนวกันไฟ เก็บกวาดขยะในป่า หรือเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติ มันจะมีเรื่องของจิตสำนึกและการตระหนักรู้คุณค่าทางจิตใจหมดเลย อย่างการทำแนวกันไฟป่า เราจะชวนคนมากันแนวไฟในจิตในใจของเราด้วย ไม่ให้ความโกรธเกลียดเคียดแค้นมันเกิดขึ้น ไฟป่ามันมีฤดูกาล แต่ไฟในใจของเรามันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่เลือกฤดูกาล ฉะนั้นก็ไม่ต้องไปโกรธคนที่เขาเผา เขาจะเป็นใคร จุดด้วยสาเหตุอะไรก็ช่างเขา เรารับรู้แล้วก็วาง แล้วมาเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่เราทำอยู่ดีกว่า</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59348 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_4.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></strong></p>
<p><strong>คุณคิดว่าอะไรคือความสูญเสียที่หนักที่สุดจากเหตุการณ์ไฟป่าดอยหลวงเชียงดาว</strong></p>
<p>เราสูญเสียโอกาสการงอกเงยของเมล็ดพันธุ์ไม้ที่จะกลายเป็นแหล่งอาหาร ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ความสามารถในการกักเก็บน้ำและแหล่งผลิตออกซิเจน ซึ่งความเสียหายทางระบบนิเวศน์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>สำหรับคุณแล้ว บทเรียนสำคัญที่ได้รับจากเหตุการณ์ในครั้งนี้คืออะไร</strong></p>
<p>ผมคิดว่าการบริหารจัดการไฟป่าโดยรวมเรายังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อาจเพราะเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความรุนแรงครั้งแรก และเห็นว่าชาวบ้านที่อยู่ในเขตป่าแต่ละหมู่บ้านควรจะเป็นกำลังหลักในการจัดการกับไฟป่า ซึ่งอาจจะต้องทำทั้งกระบวนการป้องกันก่อนฤดูกาลเผา มาตรการช่วยดับไฟป่า และการฟื้นฟูหลังจากเกิดสถานการณ์ มันควรจะมีกระบวนการทำงานที่ไม่ใช่แค่เป็นภารกิจเสร็จเป็นครั้งๆ แต่มีการสรุปบทเรียน วางแผน และทบทวนสม่ำเสมอ</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>แล้วคนในเมืองจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง</strong></p>
<p>สนับสนุนผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน คำนึงถึงระดับฐานล่าง เพราะจะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จากการปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ เป็นทางเลือกให้สามารถทำเกษตรผสมผสาน ไม่ใช่แค่ทำไร่ข้าวโพดอย่างเดียว</p>
<p><strong> </strong></p>
<p><strong>หลังไฟป่าดับคุณจะทำอะไรต่อไป</strong></p>
<p>ผมก็มีกิจกรรมของผมเรื่อยๆ ตามสภาพ ไม่ได้มีแผนงานอะไรที่ชัดเจน ไม่ได้สังกัดองค์กร เพราะผมทำงานโดยอิสระ พอถึงหน้าแล้งมาก็ช่วยทำแนวกันไฟ เก็บเมล็ดพันธุ์ไม้ป่า ปลูกผลไม้ที่เป็นอาหารสัตว์ มะม่วงป่า มะกอกป่า พอถึงฤดูฝนก็ออกไปปลูกป่า ชวนอาสาสมัครบ้าง ชาวบ้านบ้าง อย่างน้อยถ้ามาทำกิจกรรมร่วมกันก็จะได้พบปะพูดคุยและเรียนรู้คุณค่าความสำคัญของป่าที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเราไปนั่งฟังบรรยายในชั้นเรียนเพราะมันได้ประสบสัมผัสด้วยตัวเองและจิตวิญญาณของเรา การเรียนรู้ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องเป็นการเรียนรู้แบบเชิงลึก</p>
<p>นอกจากนี้ในปีนี้ผมก็ตั้งใจว่าจะรณรงค์ให้มีการปลูกกล้วยเป็นแนวระหว่างขอบไร่กับขอบป่า ซึ่งแนวกล้วยนั้นสามารถเป็นแนวหยุดไฟ (Forest Fire Break) แถมชาวบ้านยังได้กล้วยกินและใช้ประโยชน์อีกสารพัด สำคัญที่สุดคือต้องอาศัยความร่วมมือ เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาร่วมที่เราต้องตระหนัก ทุกคนได้รับผลกระทบ ทุกคนมีส่วนในการทำลาย ทุกคนก็ควรจะมีส่วนในการแก้ไขปัญหาด้วย ซึ่งวิธีการอาจจะหลากหลายแต่ถ้าหากฝนตกลงมาทุกอย่างก็คลี่คลาย ฝนอย่างเดียวที่จะแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้ ธรรมชาติจะฟื้นฟู ผู้คนจะมีชีวิตชีวาแจ่มใส ทำอย่างไรที่จะให้ฝนตก ผมก็ยังมีความหวังนะว่าฝนคงจะตกก่อนสงกรานต์ แค่สักครั้งก็ยังดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-59353 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9.jpg" alt="นิคม พุทธา ไฟป่า เชียงใหม่" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/04/นิคม-พุทธา_9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<hr />
<p><em>ขอบคุณรูปภาพจาก นิคม พุทธา</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/nikom-putta-chiangmai/">คุยกับ นิคม พุทธา เรี่ยวแรงหลักของผู้ผจญเพลิงในวันที่เชียงดาวกลายเป็นภูเขาไฟ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รจเรข วัฒนพาณิชย์ : ร้านหนังสือจะเปิดพื้นที่ให้ความคิดในวันที่เสรีภาพถูกปิดกั้น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/book-republic-rodjaraeg-wattanapanit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[คุณากร]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Mar 2019 08:35:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Series]]></category>
		<category><![CDATA[a day we finally get to vote]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[Rodjaraeg Wattanapanit]]></category>
		<category><![CDATA[Book Republic]]></category>
		<category><![CDATA[Kramerbook & Afterword Café]]></category>
		<category><![CDATA[รจเรข วัฒนพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=57276</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาจเพราะเป็นวันปกติธรรมดา ไม่มีกิจกรรมเด่นอื่นใดเป็นพิเศษ บ่ายวันนี้ลูกค้าจึงบางตา ชายหนุ่มสองหญิงสาวหนึ่งกับแล็ปท็อป และหัวข้อพูดคุยถึงนักวิชาการในแวดวงเศรษฐศาสตร์การเมือง ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเดินเข้าร้านหนังสือแห่งนี้ แต่ระยะหลังๆ ตั้งแต่ย้ายมาเปิดกิจการในทำเลใหม่ก็พอจะนับครั้งได้ บรรยากาศและพนักงานยังรักษาความเป็นส่วนตัว พื้นที่เล็กลง หนังสือคงความเข้มข้น เพิ่มเติมสินค้าเบ็ดเตล็ดหลากหลายขึ้น  โมเดลใกล้เคียงกับ Kramerbook &#38; Afterword Cafe ที่ รจเรข วัฒนพาณิชย์ ตกหลุมรักและเดินเข้า-ออกเป็นประจำระหว่างที่พักอยู่ในวอชิงตัน ดี.ซี. ร้านหนังสือน่ารัก เรียงรายด้วยหนังสือคัดสรรน่าอ่าน มีบริการร้านอาหาร มุมบาร์ สารพัดสินค้าและของฝาก ทั้งสมุด ดินสอ ปากกา กระเป๋า เสื้อเชิ้ต ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันพบเห็นได้แทบทั่วไปในประเทศไทย การทยอยปรับตัวสู่ lifestyle bookstore คือหนทางหนึ่งที่รจเรขมองว่าจะช่วยประคับประคองร้านหนังสือน้อยใหญ่ให้อยู่รอดท่ามกลางการแย่งชิงตลาดของสื่อสมัยใหม่ ร้านขายหนังสือออนไลน์ และผลพวงจากการเมือง ปลายปี 2554 แม้จะมีหลายคนเตือนว่าเป็นการลงทุนที่สุ่มเสี่ยง เพราะเศรษฐกิจกำลังอยู่ในขาลงจากผลกระทบของสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองแต่รจเรขและเพื่อนก็ตัดสินใจเปิดกิจการร้านหนังสือ Book Re:public ด้วยต้องการสร้างให้ที่นี่เป็นพื้นที่เล็กๆ เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หาทางออกให้กับปัญหาสังคมและการเมือง “เมื่อก่อนตอนเราเป็น NGO ทำงานกับชาวบ้าน ก็คิดนะว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของนักการเมือง แต่พอทำๆ ไปก็พบว่าปัญหาบางเรื่อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/book-republic-rodjaraeg-wattanapanit/">รจเรข วัฒนพาณิชย์ : ร้านหนังสือจะเปิดพื้นที่ให้ความคิดในวันที่เสรีภาพถูกปิดกั้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาจเพราะเป็นวันปกติธรรมดา ไม่มีกิจกรรมเด่นอื่นใดเป็นพิเศษ บ่ายวันนี้ลูกค้าจึงบางตา ชายหนุ่มสองหญิงสาวหนึ่งกับแล็ปท็อป และหัวข้อพูดคุยถึงนักวิชาการในแวดวงเศรษฐศาสตร์การเมือง</p>
<p>ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเดินเข้าร้านหนังสือแห่งนี้ แต่ระยะหลังๆ ตั้งแต่ย้ายมาเปิดกิจการในทำเลใหม่ก็พอจะนับครั้งได้ บรรยากาศและพนักงานยังรักษาความเป็นส่วนตัว พื้นที่เล็กลง หนังสือคงความเข้มข้น เพิ่มเติมสินค้าเบ็ดเตล็ดหลากหลายขึ้น<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>โมเดลใกล้เคียงกับ Kramerbook &amp; Afterword Cafe ที่ <b>รจเรข</b><b> </b><b>วัฒนพาณิชย์</b><b> </b>ตกหลุมรักและเดินเข้า-ออกเป็นประจำระหว่างที่พักอยู่ในวอชิงตัน ดี.ซี. ร้านหนังสือน่ารัก เรียงรายด้วยหนังสือคัดสรรน่าอ่าน มีบริการร้านอาหาร มุมบาร์ สารพัดสินค้าและของฝาก ทั้งสมุด ดินสอ ปากกา กระเป๋า เสื้อเชิ้ต ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันพบเห็นได้แทบทั่วไปในประเทศไทย การทยอยปรับตัวสู่ lifestyle bookstore คือหนทางหนึ่งที่รจเรขมองว่าจะช่วยประคับประคองร้านหนังสือน้อยใหญ่ให้อยู่รอดท่ามกลางการแย่งชิงตลาดของสื่อสมัยใหม่ ร้านขายหนังสือออนไลน์ และผลพวงจากการเมือง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57341 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9560.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9560.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9560-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9560-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>ปลายปี 2554 แม้จะมีหลายคนเตือนว่าเป็นการลงทุนที่สุ่มเสี่ยง เพราะเศรษฐกิจกำลังอยู่ในขาลงจากผลกระทบของสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองแต่รจเรขและเพื่อนก็ตัดสินใจเปิดกิจการร้านหนังสือ Book Re:public ด้วยต้องการสร้างให้ที่นี่เป็นพื้นที่เล็กๆ เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หาทางออกให้กับปัญหาสังคมและการเมือง</p>
<p>“เมื่อก่อนตอนเราเป็น NGO ทำงานกับชาวบ้าน ก็คิดนะว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของนักการเมือง แต่พอทำๆ ไปก็พบว่าปัญหาบางเรื่อง ลำพังแค่หมู่บ้านมันแก้ไขไม่ได้ เพราะอำนาจหลายอย่างอยู่ที่ส่วนกลาง เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐ เชื่อมโยงกับตัวบทกฎหมาย ตั้งแต่นั้นมาเราก็ให้ความสำคัญกับการเมืองภาคประชาชนและเชื่อเรื่องการรณรงค์สังคมด้วยความรู้</p>
<p>“พอเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 เราจึงเชื่อว่าการขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวข้ามปัญหาความขัดแย้งเช่นนี้ มันต้องขับเคลื่อนด้วยความรู้และปัญญา เลยคิดทำร้านหนังสือขึ้นมาโดยความตั้งใจหลักคืออยากมีพื้นที่ให้บรรดาอาจารย์ หรือนักวิชาการด้านการเมือง ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย ประวัติศาสตร์การเมือง รวมถึงคนรุ่นใหม่ได้มาใช้แลกเปลี่ยนมุมมองความคิดกันซึ่งก็น่าตกใจที่บรรยากาศช่วงนั้นมันกลับคึกคักมาก มีนักอ่านและคนร่วมกิจกรรมเสวนาเยอะมาก มีร้านหนังสืออิสระทยอยเกิดขึ้นอีกหลายร้าน เช่นเดียวกับการเพิ่มจำนวนของวรรณกรรมไทยที่พูดถึงเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน จนเรารู้สึกได้ว่าเสรีภาพกำลังเบ่งบาน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57353 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9602.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9602.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9602-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9602-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>แต่หลังจากเกิดการรัฐประหาร ร้านหนังสือก็มีทหารเดินเข้าออก</p>
<p>รจเรขเล่าว่าเป็นช่วงเวลาที่เธอถูกหมายตาจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอธิบายให้เธอฟังว่ากิจกรรมต่างๆ ที่จัดบางประเด็นกระทบต่อความมั่นคงและสร้างอิทธิพลกับความคิดของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เธอขำขื่นแก่มูลเหตุของการคุกคาม เพราะในมุมกลับกันมันก็ช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เธอทุ่มทำนั้นไม่ไร้ค่าเสียทีเดียว</p>
<p>ต้องหยุดกิจการไป 1 ปีเพื่อหาที่ทางใหม่ เป็นบทสรุปที่ Book Re:public ต้องเผชิญภายใต้ความผันผวนทางการเมือง ส่วนในภาพใหญ่ รจเรขมองว่าสิ่งนี้ยังเป็นเสมือนปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจร้านหนังสือไทยอยู่ยาก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57367 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9665.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9665.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9665-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9665-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57372 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9687.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9687.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9687-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9687-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>“ไม่ว่าจะยุคไหนๆ รัฐบาลไม่เคยมีส่วนช่วยพัฒนาวงการร้านหนังสืออย่างจริงจังและตรงจุด โอเค อาจมีโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ซึ่งนอกจากขึ้นป้ายโปรโมตใหญ่โตแล้วก็ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ยิ่งหลังรัฐประหารยิ่งแล้วใหญ่ เพราะนอกจากจะไม่ส่งเสริม ไม่สนับสนุน ละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ยังปิดกั้นเสรีภาพในการเรียนรู้ของผู้คน ดังนั้นร้านหนังสือภายใต้รัฐบาลแบบนี้จึงดำเนินธุรกิจค่อนข้างลำบาก</p>
<p>“แต่มันก็เหมือนเป็นดาบสองคมนะ พอยิ่งปิด คนยิ่งอยากอ่าน ยิ่งอยากสร้างสรรค์ อย่างในวงการหนังสือเท่าที่เราติดตามดูความเคลื่อนไหวก็เห็นมีนักเขียนพยายามเปิดพื้นที่กันมากขึ้น มีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมพูดคุยตามร้านหนังสือหรือพื้นที่สาธารณะอื่นๆ รวมถึงมีวรรณกรรมและบทกวีตีพิมพ์เผยแพร่กันออกมาเยอะแยะ โดยเราคิดว่าส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันทางการเมืองและสังคมที่บีบคั้นให้คนอยากเขียน อยากหาที่ระบาย แต่ถามจริงๆ เถอะว่า มันควรไหมล่ะที่ต้องเกิดสิ่งแบบนี้ขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57374 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9697.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9697.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9697-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9697-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>รจเรขยืนหนึ่งในคำตอบว่าทางออกที่ร้านหนังสือทุกร้านต้องการไม่ต่าง คือโครงสร้างการปกครองที่สนับสนุนให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเคารพซึ่งกันและกัน ในร้านหนังสือที่มีหนังสือหลายหลาก การเลือกหยิบอ่านหนังสือสักเล่มไม่ควรถูกตีตราหรือล้อมกรอบด้วยบรรทัดฐานใดๆ ที่ปิดกั้นไม่ให้ผู้คนได้เรียนรู้ และในบรรยากาศเช่นนี้เธอเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมแห่งเสรีจะสามารถเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่วงการธุรกิจร้านหนังสือไทย</p>
<p>“แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ถ้าจะมานั่งบอกว่าอยากกำหนดอนาคตด้วยมือเราเอง แต่กลับไม่สนใจปัญหาการเมือง ไม่ตั้งคำถาม ไม่ช่วยกันผลักดันบางอย่างที่เราต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง”</p>
<p>ความหวังใกล้สุดคือการได้เห็นคนรุ่นใหม่ตื่นตัวกับการเลือกตั้ง อยากออกมากำหนดชะตากรรมของประเทศที่พวกเขาต้องอยู่กับมันต่อไปในวันข้างหน้า แม้การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นหรือไม่อาจไม่สำคัญเท่าที่เธอมองว่าสิ่งนี้เป็นความหวังและทิศทางที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57348 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9580.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9580.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9580-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9580-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-57381 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9722.jpg" alt="รจเรข วัฒนาพาณิชย์" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9722.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9722-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/03/book-republic_IMG_9722-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/book-republic-rodjaraeg-wattanapanit/">รจเรข วัฒนพาณิชย์ : ร้านหนังสือจะเปิดพื้นที่ให้ความคิดในวันที่เสรีภาพถูกปิดกั้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
