<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>มนันยา เรือนรักเรา, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author493/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Feb 2021 06:31:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ชีวิตในรอยสัก : To be alive, be loved and be myself</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-tattoo-alive-myself/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/people-tattoo-alive-myself/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กันตพร สวนศิลป์พงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 May 2018 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[tattoo]]></category>
		<category><![CDATA[aday212]]></category>
		<category><![CDATA[รอยสัก]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างสัก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/people-tattoo-alive-myself/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในรอยสักมักมีเรื่องราวซ่อนอยู่ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่เชื่อลองถามใครที่มีรอยสักสักคนก็ได้ ก่อนคุยกับพวกเขา เราคาดไม่ถึงว่ารอยสักสักรอยจะมีความหมายลึกซึ้งถึงขนาดที่มันเป็นสัญลักษณ์ของ ความต้องการจะมีชีวิตอยู่ สัญลักษณ์ของการทำสัญญาใจอยู่ร่วมกับใครสักคนจนวันสุดท้าย ที่อยู่คงกระพันยิ่งกว่ากระดาษทะเบียนสมรส สัญลักษณ์ของการเติบโตและเป็นตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งแลกมาด้วยการรอคอยนับสิบปี เราเคยสงสัยว่าจะมีเรื่องราวอะไรที่สลักสำคัญถึงขนาดอยากให้ปรากฏบนเรือนร่างไม่เลือนหายไป แต่พอฟังคำตอบของพวกเขาแล้ว เราก็เชื่อหมดใจว่าในรอยสักมี ‘ชีวิต’ ของพวกเขาซ่อนอยู่จริง 01 หญิงสาวผู้สักรายชื่อยาที่แพ้ไว้บนผิวหนัง ศิริอร กาสุยะ / อาชีพ เจ้าของร้านทำผม / อายุ 32 ปี “แอนเป็นคนนึงที่ชอบรอยสัก งานอันไหนที่เจ๋งๆ ก็ชอบดู แฟนก็สัก โดยส่วนตัวอยากสักมานานแล้ว แต่เอาเข้าจริงเราก็เป็นคนหวงผิวนิดนึง อะไรที่ต้องติดตัวไปตลอดก็ควรเป็นตัวตนเราจริงๆ ที่ผ่านมายังหาลายที่ใช่เราที่สุดจริงๆ ไม่ได้เลยปล่อยผ่าน แอนทำธุรกิจส่วนตัวเป็นร้านทำผม ชื่อร้านตัดเพลิน ช่างเก่าแก่ที่ร้านเขาก็สักโลโก้ร้านติดตัวแทบจะทุกคน แต่แอนเป็นเจ้าของร้านยังไม่สักเลย (หัวเราะ)” “ลายแรกที่ได้มาติดตัวไว้เกิดจากความที่เป็นคนขี้แพ้ แพ้นู่นนี่อย่าง ฝุ่น เหงื่อตัวเอง ทำให้ผื่นขึ้นเรื่อย แต่มากสุดก็แค่แน่นหน้าอก ไปโรงพยาบาลฉีดยาแก้แพ้ทัน เลยไม่ได้สนใจอะไรกับมัน แพ้ก็ต่อสู้กันไป แอนแพ้กลุ่มยาเพนนิซิลลินทั้งหมด หลังๆ จากผื่นขึ้นเริ่มกลายเป็นหน้าบวม จากที่บวมแล้วได้ยาแก้แพ้ไม่กี่ชั่วโมงหาย กลายเป็นบวม 2-3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-tattoo-alive-myself/">ชีวิตในรอยสัก : To be alive, be loved and be myself</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในรอยสักมักมีเรื่องราวซ่อนอยู่ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่เชื่อลองถามใครที่มีรอยสักสักคนก็ได้</p>
<p>ก่อนคุยกับพวกเขา เราคาดไม่ถึงว่ารอยสักสักรอยจะมีความหมายลึกซึ้งถึงขนาดที่มันเป็นสัญลักษณ์ของ ความต้องการจะมีชีวิตอยู่ สัญลักษณ์ของการทำสัญญาใจอยู่ร่วมกับใครสักคนจนวันสุดท้าย ที่อยู่คงกระพันยิ่งกว่ากระดาษทะเบียนสมรส สัญลักษณ์ของการเติบโตและเป็นตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งแลกมาด้วยการรอคอยนับสิบปี</p>
<p>เราเคยสงสัยว่าจะมีเรื่องราวอะไรที่สลักสำคัญถึงขนาดอยากให้ปรากฏบนเรือนร่างไม่เลือนหายไป แต่พอฟังคำตอบของพวกเขาแล้ว</p>
<p>เราก็เชื่อหมดใจว่าในรอยสักมี ‘ชีวิต’ ของพวกเขาซ่อนอยู่จริง</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;">01</h3>
<h3 style="text-align: center;">หญิงสาวผู้สักรายชื่อยาที่แพ้ไว้บนผิวหนัง</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/K.Anne-1_.jpg" /></p>
<p><strong>ศิริอร กาสุยะ</strong> / อาชีพ เจ้าของร้านทำผม / อายุ 32 ปี</p>
<p>“แอนเป็นคนนึงที่ชอบรอยสัก งานอันไหนที่เจ๋งๆ ก็ชอบดู แฟนก็สัก โดยส่วนตัวอยากสักมานานแล้ว แต่เอาเข้าจริงเราก็เป็นคนหวงผิวนิดนึง อะไรที่ต้องติดตัวไปตลอดก็ควรเป็นตัวตนเราจริงๆ ที่ผ่านมายังหาลายที่ใช่เราที่สุดจริงๆ ไม่ได้เลยปล่อยผ่าน แอนทำธุรกิจส่วนตัวเป็นร้านทำผม ชื่อร้านตัดเพลิน ช่างเก่าแก่ที่ร้านเขาก็สักโลโก้ร้านติดตัวแทบจะทุกคน แต่แอนเป็นเจ้าของร้านยังไม่สักเลย (หัวเราะ)”</p>
<p>“ลายแรกที่ได้มาติดตัวไว้เกิดจากความที่เป็นคนขี้แพ้ แพ้นู่นนี่อย่าง ฝุ่น เหงื่อตัวเอง ทำให้ผื่นขึ้นเรื่อย แต่มากสุดก็แค่แน่นหน้าอก ไปโรงพยาบาลฉีดยาแก้แพ้ทัน เลยไม่ได้สนใจอะไรกับมัน แพ้ก็ต่อสู้กันไป แอนแพ้กลุ่มยาเพนนิซิลลินทั้งหมด หลังๆ จากผื่นขึ้นเริ่มกลายเป็นหน้าบวม จากที่บวมแล้วได้ยาแก้แพ้ไม่กี่ชั่วโมงหาย กลายเป็นบวม 2-3 วัน แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก พอตัวยาไม่ซ้ำกัน อาการแพ้ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วย แต่ทั้งหมดคือแพ้กลุ่มโครงสร้างเดียวกัน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/K.Anne-5_.jpg" /></p>
<p>“ล่าสุดเข้าโรงพยาบาลไปผ่าตัด บอกเรียบร้อยว่าแพ้ยาอะไรบ้าง เขาก็ให้ตัวยาฆ่าเชื้อคนละกลุ่มกับเพนิซิลลินแล้ว แต่มันมีโครงสร้างหลักตัวบนสุดอันเดียวกันเลยแพ้หนัก เป็นการแพ้ในภาวะ anaphylaxis หมายถึงการช็อกแบบหนึ่งจากการแพ้เฉียบพลัน ความดันลดจนเหลือ 50 ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับตอนพ่อใกล้จะเสีย ต้องฉีดอะดรีนาลีนสองเข็มเข้าง่ามขา อยู่ห้องไอซียู 2 วันซึ่งไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาอยู่ หมอก็คาดไม่ถึงว่าจะแพ้ข้ามกลุ่มได้ มันหายากมาก และโอกาสจะแพ้ข้ามกลุ่มในครั้งต่อไปก็อาจเกิดขึ้นได้อีก”</p>
<p>“รอยสักนี้เลยเกิดขึ้นจากการที่กลัวตาย หนึ่งคือเวลาไปหาหมอแล้วต้องบอกว่าแพ้ยาอะไรก็ต้องพูดชื่อยายากๆ ยาวๆ เยอะมาก สองคือ ถ้าแอนหมดสติไปแล้วไม่สามารถตื่นมาบอกได้ว่าแพ้ยาอะไรจะทำยังไง บัตรแพ้ยานี่ผู้หญิงก็ไม่เหมือนผู้ชายที่จะพกกระเป๋าสตางค์ไว้ในกางเกง ถ้าเราเป็นอะไรไปเขาก็หิ้วไปแต่ตัว ไม่หิ้วกระเป๋าไปด้วย (หัวเราะ) เป็นที่มาว่างั้นสักติดแขนท่อนล่างไปเลยแล้วกัน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/K.Anne-8_.jpg" /></p>
<p>“แอนขึ้นประโยคแรกเลยว่า Attention please ให้เขาสนใจ จากนั้นก็บอกว่าฉันแพ้ยาดังนี้นะ เว้นช่องว่างข้างล่างไว้ด้วย เผื่อมีแพ้เพิ่มจะได้มาเติม อีกฝั่งบอกอาการหลังได้รับยา เขาจะได้รู้ว่าแพ้ระดับไหน ด้านล่างสุดบอกว่าขอความกรุณาระมัดระวังในการใช้ยากับร่างกายฉันด้วย พยายามใช้ภาษาง่ายๆ และใช้ภาษาอังกฤษ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันตอนไม่อยู่ไทย ทีนี้เราเป็นผู้หญิงก็ไม่อยากได้ฟอนต์ตัวใหญ่ๆ แต่พอสักตัวเล็กก็กลัวว่าเขารีบๆ แล้วจะไม่อ่านเพราะตัวหนังสือมันเยอะ เลยไปหาสัญลักษณ์ Bowl of Hygeia ที่เป็นรูปถ้วยมีงูพันที่วงการเภสัชทั่วโลกรู้จัก ถ้าเห็นแล้วน่าจะรู้ว่าเกี่ยวข้องกับการใช้ยาและอ่านมันบ้างแหละ และด้วยความที่เป็นคนกลัวงูก็เลยบอกให้ช่างช่วยทำให้งูหน้าใจดีๆ ยิ้มๆ ด้วย”</p>
<p>“เมื่อก่อนก็แอบชะล่าใจนะเพราะเราแพ้จนเคยชิน ไม่คิดว่าจะหนักและทรมานถึงขั้นที่คิดว่าตัวเองจะรอดไหม คราวนั้นรอดชีวิตมาได้เลยไม่เอาแล้ว อนาคตถ้าแอนไม่ต้องใช้รอยสักนี้ให้เป็นประโยชน์มันคงจะเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ถ้าเกิดต้องใช้ขึ้นมา แค่ครั้งเดียวมันก็คุ้มแล้วกับการช่วยชีวิตเราไว้ได้”</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;">02</h3>
<h3 style="text-align: center;">สามีภรรยาผู้สักวันครบรอบแต่งงานไว้บนนิ้วนางข้างซ้าย</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6181.jpg" /></p>
<p><strong>อติชาต ลี</strong> / อาชีพ นักดนตรี วง DOSE / อายุ 28 ปี</p>
<p><strong>สุธยา ลี</strong> / อาชีพ สไตลิสต์ / อายุ 28 ปี</p>
<p>“สมัยก่อน แทน (สามี) จะชอบโดนแซวว่าเหมือนผู้หญิงเพราะเป็นคนตัวผอม หน้าหวาน มีรูปร่างดูอ่อนแอ เลยรู้สึกว่าถ้ามีรอยสักจะดูเท่และแมนขึ้น นี่คือที่มาของการสักครั้งแรก ส่วนกะจิ๊บ (ภรรยา) มองว่าการสักจะเกี่ยวกับความชอบศิลปะ เพราะชอบวาดรูป วาดภาพประกอบอยู่แล้ว เลยอยากได้งานบางอย่างที่สร้างขึ้นเองมาอยู่บนตัว มองเป็นเรื่องความสวยงามและการจดบันทึกเรื่องราวในชีวิต เหมือนเป็น journal book”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6202.jpg" /></p>
<p>“พวกเราเลือกมีรอยสักคู่กันแทนแหวนแต่งงาน เพราะเราไม่ได้มีแหวนแต่งงานเป็นแหวนเพชรราคาแพง มองว่าไม่จำเป็น เป็นของนอกกาย เราสองคนลืมเก่งมากด้วย เลยสักคำว่า MARRIED และวันครบรอบไว้บนนิ้วเลย จะได้ไม่ลืม ฟอนต์ที่สักก็เป็นแบบที่ชอบซึ่งกะจิ๊บเป็นคนออกแบบเอง พอใช้รอยสักต่างแหวน มันก็จะอยู่ไปตลอดชีวิต เราไม่ได้คิดที่จะลบอยู่แล้ว แหวนยังถอดได้ แต่อันนี้ถอดไม่ได้ เราแยกกันสักโดยแทนสักก่อน ตอนที่ปวดหัวคือตอนช่างสักวันที่ของแทนผิด เราเลยต้องแก้โดยหาสัญลักษณ์มาใส่ให้ตัวเลขกลับเป็นวันที่ 11 เดือน 12 ปี 2014 อยากเตือนคนอยากสักว่าต้องรีเช็กดีๆ ด้วย โดยเฉพาะพวกตัวเขียนตัวเลข”</p>
<p>“เวลาไปสัก เราต้องสลับกันดูลูก เพราะพวกเราจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไลฟ์สไตล์เราสามคนจะเหมือนกัน นอกจากนี้เราก็กำลังเรียนสักกันอยู่ เฮนดริกซ์ (ลูก) เลยจะชินกับเสียงเครื่องสักมาก”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6196.jpg" /></p>
<p>“นอกจากรอยสักที่นิ้ว เรามีรอยสักคู่กันที่หมายถึง พ่อแม่ลูก แทนคือหมาป่า คนสวมหมวกหมาป่าคือกะจิ๊บ ด้านล่างเป็นชื่อลูกคือ Hendrix Lee เขาแพะก็มาจากว่าเฮนดริกซ์เกิดปีแพะ ส่วนใหญ่เราจะสักอะไรที่ลูกชอบ อย่างรอยสักรูปนกที่คอกะจิ๊บก็เกิดจากช่วงนึงที่ลูกชอบดูนกมาก ต้องอุ้มไปดูตอนเช้าทุกวัน เลยอยากเอานกที่ลูกชอบมาไว้ที่คอ ลูกจะได้เล่นได้ แต่ตอนนี้เลิกชอบแล้วนะ (หัวเราะ) ลายอื่นๆ ที่จะสักเกี่ยวกับลูกก็มีอีกเยอะ เช่น อุลตร้าแมน ตอนแรกก็ไม่ได้ชอบหรอกนะ แต่พอลูกชอบ เราเริ่มศึกษาติดตามเรียนรู้เพื่อมาคุยกับลูกก็เลยชอบตาม”</p>
<p>“ส่วนใหญ่คนที่พูดถึงรอยสักทางลบจะเป็นพ่อแม่ เขาไม่อยากให้ลูกดูไม่ดี สังคมไม่ยอมรับ แต่อย่างกะจิ๊บก็จะคิดอย่างที่พ่อคิดว่า ร่างกายเป็นของลูก เราแค่ให้กำเนิดเขาออกมา เขาสามารถเลือกเองได้ แค่มันต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ก็แล้วแต่เขา เขาอาจจะโตขึ้นมาเป็นเด็กที่ไม่มีรอยสักเลยก็ได้ เพราะแต่ละคนเกิดมามีความคิดเป็นของตัวเอง”</p>
<hr />
<h3 style="text-align: center;">03</h3>
<h3 style="text-align: center;">หญิงผู้สักข้อคิดเตือนใจในวันที่ยังมีลมหายใจ</h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_61361.jpg" /></p>
<p><strong>พิณ นัคราบัณฑิตย์</strong> / อาชีพ แม่บ้าน, ฟรีแลนซ์โฆษณา / อายุ 43 ปี</p>
<p>“สมัยเรียนไฮสคูลที่ออสเตรเลีย พ่อแม่ถูกเรียกกลับมาทำงานที่เมืองไทย ยังไม่ทันเข้ามหาวิทยาลัยเราก็ต้องอยู่คนเดียวแล้ว ตอนนั้นพ่อขอไว้อย่างเดียวว่าอย่าสักกับเจาะหู เดี๋ยวโตขึ้นมาจะเสียใจ ถ้าอายุ 30 เป็นผู้ใหญ่แล้วค่อยว่ากัน แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยที่เป็น art school นี่เป็นโลกแห่งรอยสักเลย เพื่อนที่เรียนด้วยกันจะมีความพังก์ มีรอยสักและ body piercing เต็มไปหมด เวลาเดินในย่านที่เรียนก็ผ่านร้านสักเรื่อยๆ ทุกครั้งจะแอบมองๆ รอยสักเมืองนอกมันมีแบบ tribal เป็นเส้นดำๆ มีความกราฟิกมาก เราเรียนกราฟิกดีไซน์ก็เลยชอบ”</p>
<p>“ทีนี้ตอนอายุประมาณ 38 มันคงเป็น midlife crisis เราเริ่มดาวน์ เศร้า ชีวิตไม่สนุกเลย เริ่มอ่านหนังสือธรรมะ ฟังเพลงโมเดิร์นด็อกช่วงที่มาทางธรรมะๆ เรื่องสุขเรื่องทุกข์ วันนึงก็ทนไม่ไหว จะไปสัก ขอให้แฟนเพื่อน (สหัธชัย ปิ่นมณี <a href="https://www.instagram.com/djfunkydog/" target="_blank" rel="noopener">@djfunkydog</a>) ช่วยออกแบบ calligraphy ให้ เป็นคำในคอนเซปต์ว่าความสุขความทุกข์มันผูกพันกัน แยกจากกันไม่ได้ ลายนี้อยู่ที่ข้อเท้า เพราะการเดินคือการไปทำอะไรสักอย่าง และทุกที่ก็มีสุขและทุกข์พันผูกอยู่ เช่น กินข้าวแล้วอร่อย อยากกินอีกก็ทุกข์ได้แล้ว ส่วนอีกลายที่หน้าอกเป็นลายที่เราเห็นมาจากคนอื่น เป็นลายเส้นคำว่าสุขกับทุกข์ที่แล้วแต่จะอ่านว่าอะไร แต่เราไม่อยากได้ลายซ้ำเลยกลับด้านมันซะ ต้องไปส่องกระจกถึงจะอ่านออก เอาไว้เตือนตัวเองว่าสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6112.jpg" /></p>
<p>“ต่อมาวันนึงน้องสาวก็มาชวนสัก sister tattoo ให้มีเหมือนกัน ประโยคว่า &#8216;รู้จักพอก่อสุขทุกสถาน&#8217; เป็นคำที่คุณย่าชอบพูด และเป็นลายมือคุณย่าที่อยู่บนหนังสืองานศพ เราเลือกสักลายนี้ที่แขนเพราะอยากเอาไว้เตือนตัวเอง เวลาบ้าช็อปปิ้งขึ้นมาแล้วยื่นแขนไปหยิบของจะได้หยุดก่อน (หัวเราะ)”</p>
<p>“ส่วนรอยสักตรงข้างตัวมาจากที่เราชอบดอกจำปีอยู่แล้ว ฟอร์มมันสวยและเอาไว้บูชาพระด้วย อยากเอาคำว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย มาใช้เป็นคอนเซปต์ เกิดเป็นภาพกิ่งจำปีที่มีดอกตูมไปจนถึงดอกโรย เราอยากให้ธรรมะอยู่กับตัวเราและอยู่ในชีวิตประจำวัน ลายนี้เป็นฝีมือของช่างชาวออสเตรเลีย (<a href="https://www.instagram.com/kozik_tattooer/" target="_blank" rel="noopener">@kozik_tattooer</a>) เราอยากได้งานเขาเพราะเราเคยอยู่ที่นั่น แต่ปกติเขาจะสักพันธุ์ไม้ในออสเตรเลีย ก่อนสักเราเลยส่งรูปดอกจำปีไปให้เยอะมาก วันสักก็ซื้อดอกจำปีไป (หัวเราะ) เขาก็แก้ให้ว่าต้องเป็นแบบนี้ๆ จริงๆ เราเป็นลูกค้านรกเหมือนกัน แต่เขายินดีจะทำงานร่วมกัน เขารู้ว่ารอยสักมันอยู่กับเราไปจนตาย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6124.jpg" /></p>
<p>“เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นมินิแกลเลอรีที่เอางานอาร์ตคนอื่นมาแปะไว้ แต่กำหนดไว้ว่าทั้งชีวิตจะสักแค่ 8 เพราะมีคนเตือนไว้ว่าสักแล้วมันจะติดเข็มและจะไม่หยุด เราก็อยากสักแต่พองาม เลข 8 เป็นเลขที่ชอบ เราเกิดวันที่ 8 เลข 8 เลข 4 มันก็ดี มันเชื่อมโยงถึงเกิดแก่เจ็บตายเอย พรหมวิหาร 4 เอย ตอนนี้มีรอยสัก 6 ลายแล้ว เหลืออีก 2 ตำแหน่ง เรามีรอยสักรูปเสือที่หลังซึ่งหมายถึงนามสกุลฝั่งพ่อ อนาคตก็เลยคิดอยากสักให้ฝั่งแม่บ้าง”</p>
<p>&#8220;สำหรับเรารอยสักเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากๆ ลายอาจไม่โดนใจคนอื่น แต่เก็บไว้ดูเอง เตือนใจตัวเอง หลักพุทธศาสนาถ้าไม่ได้ปฏิบัติบ่อยๆ ก็ต้องมีการเตือนเหมือนกัน มองรอยสักนิดนึงก็จะนึกได้ สมมติวันไหนซึมๆ เศร้าๆ อาบน้ำเสร็จมาส่องกระจกก็คิดว่า เออ สุขทุกข์มันอยู่ที่ตัวเราเองแหละ”</p>
<p>“เอาจริงมันก็ดีนะที่พ่อแม่ห้ามไว้ตอนนั้น เพราะตอนเด็กเราก็ชอบหลายอย่าง ลายยากูซ่าก็ชอบ ลาย tribal ก็ชอบ ดีใจที่รอดมาจนอายุ 30 กว่าแล้วค่อยเลือกสิ่งที่เป็นตัวแทนของเราจริงๆ&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_6102.jpg" /></p>
<hr />
<p style="text-align: center;"><em style="background-color: initial;">อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับรอยสักเพิ่มเติมได้ใน a day 212 ฉบับรอยสัก วางแผงแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปหรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ </em><a href="http://godaypoets.com/a-day-212"><em>http://godaypoets.com/a-day-212</em></a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ และ มนันยา เรือนรักเรา</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-tattoo-alive-myself/">ชีวิตในรอยสัก : To be alive, be loved and be myself</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/people-tattoo-alive-myself/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธูปรักษ์โลก : ธูปจากฝีมือคนรักธูปที่ทำให้รู้ว่าทุกอย่างคิดเพื่อโลกและตัวเราได้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bluebasket-incense-for-earth/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/bluebasket-incense-for-earth/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[กันตพร สวนศิลป์พงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Mar 2018 06:39:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Blue Basket]]></category>
		<category><![CDATA[ควัน]]></category>
		<category><![CDATA[ธูป]]></category>
		<category><![CDATA[ธูปรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[กำยาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/bluebasket-incense-for-earth/</guid>

					<description><![CDATA[<p>พูดถึงสินค้าเพื่อสุขภาพ แวบแรกอาจไม่มีใครนึกอะไรกว้างไปกว่าอาหาร สบู่ แชมพู โลชั่น อะไรก็ตามที่ต้องใกล้ชิดกับร่างกาย พอได้ยินว่า ‘ธูป’ อยู่ในเครือข่ายสินค้าเพื่อสุขภาพของ Blue Basket ด้วย เราจึงสนใจใคร่รู้เป็นพิเศษ ทำไมต้องเป็นธูป และธูปเพื่อสุขภาพเป็นอย่างไร ชัชวาล สันทัดกรการ กรรมการบริษัท อสีติ จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่องหอมอะกาลิโกที่เรารู้จักกันดี ร่วมกับทีมธูปหอมทองตะนาวที่มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เบื้องหลังอย่างอาจารย์ลำไพ ทองตะนาว คือกลุ่มคนที่ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์ธูปรักษ์โลกขึ้นมา ฟากหนึ่งคือนักธุรกิจที่ชื่นชอบธูปและสนใจเรื่องสุขภาพ อีกฟากคือคนที่มีสูตรทำธูปเก่าแก่ตกทอดเป็นมรดก เมื่อทั้งคู่มาเจอกัน ผลลัพธ์คือการคิดค้นธูปที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบธรรมชาติ มีทั้งธูปสำหรับไหว้พระและธูปไล่ยุง ธูปทั้งสองแบบปราศจากสารเคมีอันตราย ผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์มาเรียบร้อย ธูปไหว้พระที่ต้องจุดในที่ร่มก็ถูกออกแบบให้มีควันน้อย ไม่ทำให้แสบตาแสบจมูก เมื่อตัวเรารู้สึกปลอดภัย สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็ปลอดภัยตามไปด้วย เรื่องราวการทำธูปที่ชัชวาลกำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ทำให้เราฉุกคิดได้ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตาม เราคิดเพื่อตัวเราและโลกให้มากกว่านี้ได้เสมอ การพบกันระหว่างเจ้าของสูตรธูปสมัยอยุธยาและคนรักเครื่องหอม “ผมตกงานเมื่อปี 2542 จากวิกฤตต้มยำกุ้งเลยออกมาหาอะไรอย่างอื่นทำจนจับพลัดจับผลูไปเจอคนทำธูปหอมทองตะนาว พวกเราเคยเป็นคนขายกับคนซื้อ แต่ 10 กว่าปีผ่านมาก็พัฒนาจนกลายเป็นเพื่อน “เพื่อนผมถือสูตรทำธูปสมัยอยุธยาตอนต้นที่เป็นมรดกตกทอดกันมา สมัยก่อนเราทำธูปไม้หอมเป็นหลัก เมื่อเทียบดูก็พบว่าสูตรคล้ายกับสูตรธูปไม้หอมของญี่ปุ่น จับต้นชนปลายจากการค้นคว้าก็เข้าใจว่าน่าจะมีที่มาตั้งแต่สมัยเส้นทางสายไหม สูตรของอาจารย์จะมีทั้งไม้กฤษณา กานพลู อบเชย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bluebasket-incense-for-earth/">ธูปรักษ์โลก : ธูปจากฝีมือคนรักธูปที่ทำให้รู้ว่าทุกอย่างคิดเพื่อโลกและตัวเราได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พูดถึงสินค้าเพื่อสุขภาพ แวบแรกอาจไม่มีใครนึกอะไรกว้างไปกว่าอาหาร สบู่ แชมพู โลชั่น อะไรก็ตามที่ต้องใกล้ชิดกับร่างกาย พอได้ยินว่า ‘ธูป’ อยู่ในเครือข่ายสินค้าเพื่อสุขภาพของ <a href="http://www.bluebasket.market/" target="_blank" rel="noopener">Blue Basket</a> ด้วย เราจึงสนใจใคร่รู้เป็นพิเศษ</p>
<p>ทำไมต้องเป็นธูป และธูปเพื่อสุขภาพเป็นอย่างไร</p>
<p><strong>ชัชวาล สันทัดกรการ</strong> กรรมการบริษัท อสีติ จำกัด เจ้าของแบรนด์เครื่องหอมอะกาลิโกที่เรารู้จักกันดี ร่วมกับทีมธูปหอมทองตะนาวที่มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เบื้องหลังอย่างอาจารย์ลำไพ ทองตะนาว คือกลุ่มคนที่ร่วมกันสร้างผลิตภัณฑ์<a href="http://www.facebook.com/raklokincense/">ธูปรักษ์โลก</a>ขึ้นมา ฟากหนึ่งคือนักธุรกิจที่ชื่นชอบธูปและสนใจเรื่องสุขภาพ อีกฟากคือคนที่มีสูตรทำธูปเก่าแก่ตกทอดเป็นมรดก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select_portrait.jpg" /></p>
<p>เมื่อทั้งคู่มาเจอกัน ผลลัพธ์คือการคิดค้นธูปที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบธรรมชาติ มีทั้งธูปสำหรับไหว้พระและธูปไล่ยุง ธูปทั้งสองแบบปราศจากสารเคมีอันตราย ผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์มาเรียบร้อย ธูปไหว้พระที่ต้องจุดในที่ร่มก็ถูกออกแบบให้มีควันน้อย ไม่ทำให้แสบตาแสบจมูก เมื่อตัวเรารู้สึกปลอดภัย สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็ปลอดภัยตามไปด้วย</p>
<p>เรื่องราวการทำธูปที่ชัชวาลกำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ ทำให้เราฉุกคิดได้ว่า ไม่ว่าอะไรก็ตาม เราคิดเพื่อตัวเราและโลกให้มากกว่านี้ได้เสมอ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select1.jpg" /></p>
<p><strong>การพบกันระหว่างเจ้าของสูตรธูปสมัยอยุธยาและคนรักเครื่องหอม </strong></p>
<p>“ผมตกงานเมื่อปี 2542 จากวิกฤตต้มยำกุ้งเลยออกมาหาอะไรอย่างอื่นทำจนจับพลัดจับผลูไปเจอคนทำธูปหอมทองตะนาว พวกเราเคยเป็นคนขายกับคนซื้อ แต่ 10 กว่าปีผ่านมาก็พัฒนาจนกลายเป็นเพื่อน</p>
<p>“เพื่อนผมถือสูตรทำธูปสมัยอยุธยาตอนต้นที่เป็นมรดกตกทอดกันมา สมัยก่อนเราทำธูปไม้หอมเป็นหลัก เมื่อเทียบดูก็พบว่าสูตรคล้ายกับสูตรธูปไม้หอมของญี่ปุ่น จับต้นชนปลายจากการค้นคว้าก็เข้าใจว่าน่าจะมีที่มาตั้งแต่สมัยเส้นทางสายไหม สูตรของอาจารย์จะมีทั้งไม้กฤษณา กานพลู อบเชย กันเกรา ชะลูด ชุบด้วยน้ำมันหอมระเหยแท้ แต่เมืองไทยไม่ค่อยมีใครใช้ธูปแบบนี้เพราะแพง ตอนนั้นผมเจอแกขายของอยู่เลยคิดว่าสินค้านี้น่าเอามาทำตลาด ส่งออกไปต่างประเทศโดยไม่มีแบรนด์ พอผมอยากพัฒนาสินค้าก็เอาธูปไปทดสอบด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ 15 ปีก่อน</p>
<p>“จนกระทั่งวันหนึ่งที่มีข่าวเรื่องธูปมีสารก่อมะเร็ง ทำให้ยอดขายของทองตะนาวตกลงเรื่อยๆ สุดท้ายปรึกษากันแล้วก็ตกลงว่าจะลงทุนทำธูปโดยหุ้นกับผม ทว่าเมื่อปี 2554 เกิดน้ำท่วมทำให้บ้านและโรงงานทำธูปเสียหายทั้งหมด ผมเลยชวนไปเปิดโรงงานที่เชียงใหม่และเริ่มทำแบรนด์ <strong>ธูปรักษ์โลก</strong> สินค้าธูปไม้หอมขายยากเพราะแพง พวกเราเลยเปลี่ยนวิธีคิดมาทำธูปธรรมดาแต่เปลี่ยนวัตถุดิบ ถึงยุคนี้ราคาสินค้าจะแพงเพราะค่าแรงและการเตรียมการมากมาย แต่ดีดตัวเลขออกมาแล้วน่าจะอยู่ในระดับที่คนไทยใช้ได้ก็เลยอยากทำ ยังไงเราก็เป็นคนพุทธ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select51.jpg" /></p>
<p><strong>ความลับในควันธูปที่เราไม่เคยรู้</strong></p>
<p>“ส่วนประกอบของธูปคือไม้ไผ่และส่วนของดอกธูป ดอกธูปเมื่อก่อนเมืองไทยใช้ไม้จันทน์ขาว แต่พอไม้แพง ดอกธูปของธูปที่ขายกันทุกวันนี้จึงทำจากขี้เลื่อยยางพาราที่ละเอียดมากเหมือนแป้ง บ้านเราส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ยางพาราเยอะ เมื่อก่อนขี้เลื่อยเป็นขยะ แต่พอมีการซื้อขายมากขึ้นราคาก็เพิ่มตามกลไก ซื้อ-ขายกันเป็นกิโลกรัม บางโรงงานจึงมีการผสมกาวหรือผงปูนขาวเพื่อเพิ่มน้ำหนัก&#8221;</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select11.jpg" /></p>
<p>“คิดดูว่าคุณมีเงิน 30 บาทซื้อธูปได้กำเบ้อเร่อ ในนั้นมีทั้งต้นทุนค่าของ ค่าแรง มีกำไร มีการบวกเงินของพ่อค้าคนกลางมาหลายทอด ถามว่าเรากำลังจุดอะไร เราไม่รู้เลย รู้อย่างเดียวว่าเราต้องการควันธูป ความหอมของธูป แต่มันก็มีอะไรแถมมาเยอะจากควันธูปเหล่านั้น</p>
<p>“เวลาเราจุดอะไรก็ตาม จะมีคาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงสารอื่นที่เรามองไม่เห็น เช่น เบนซีน บิวทาไดอีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ของแถมอีกอย่างก็คืออาการแสบตา แสบจมูก ระคายเคือง บางคนหายใจไม่ออก อยู่ตรงนั้นไม่ได้ เป็นผลกระทบโดยตรง จริงอยู่ที่ร่างกายมีกระบวนการขับสารพิษออกด้วยตัวเอง แต่ก็ขึ้นกับว่าคุณแข็งแรงแค่ไหนด้วย และต่อให้คุณไม่ได้เป็นโรคทางเดินหายใจหรือหอบหืด เราก็ยังอยู่ในโลกที่มีกลิ่น กลิ่นบางอย่างมันระคายเคืองต่อตัวเรา ทำให้เราอยู่กับมันไม่ได้</p>
<p>“มันเลยเป็นโจทย์ให้เราต้องคิดว่าจะทำธูปยังไงให้ไม่แสบตาแสบจมูก ทำยังไงให้จุดแล้วไม่มีสารพวกนี้ออกมา หรือมีในระดับที่รับได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select17.jpg" /></p>
<p><strong>เลือกสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติและแก้ด้วยวิธีคิดวิทยาศาสตร์ในทุกส่วนของธูป</strong></p>
<p>“ไม้ทุกชนิดจะมีสิ่งที่เรียกว่าน้ำส้มควันไม้ เป็นสารพิษในเนื้อไม้ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเอาไม้ไปเผาด้วยความร้อนสูง พอกลายเป็นถ่านแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นน้ำสีคล้ำๆ ก็คือน้ำส้มควันไม้ ถ้าทิ้งไว้ 5 &#8211; 7 วันจะกลายเป็นยาฆ่าแมลงชั้นดี วิธีการขจัดสารพิษของเราคือเอาไม้ไผ่ไปต้มเพื่อแยกน้ำเป็น 2 ส่วนคือ น้ำจากการต้ม และน้ำส้มควันไม้ที่ระเหยออกมา เมื่อสกัดของบางอย่างในไม้ออกไป มวลของไม้ก็เบากว่าปกติ อะไรก็ตามที่ความหนาแน่นต่ำ เวลาจุดไฟควันก็จะน้อยเป็นเงาตามตัว ค่าสารพิษจึงน้อยลงด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select10.jpg" /></p>
<p>“ข้อสอง ดอกธูปที่ใช้ขี้เลื่อยยางพาราทำให้เราแสบตา เพราะไม้ยางพาราเป็นไม้โตเร็ว โดนใส่ปุ๋ยที่เป็นสารเคมี เวลาเข้าโรงงานก็ถูกพ่นยาฆ่ามอด ยานั้นจะอยู่ในเนื้อไม้ เราจึงเปลี่ยนมาใช้ซังข้าวโพด เมื่อก่อนเป็นขยะจากอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ การใช้เป็นอาหารก็ถือเป็นการสกรีนสารพิษมาแล้วรอบหนึ่ง นอกจากนี้ซังข้าวโพดก็เบา ความหนาแน่นต่ำ ทำให้ควันน้อยอีกเช่นกัน และในขณะที่โรงงานอื่นอาจใช้กาวเพื่อขึ้นรูปดอกธูปเพราะราคาต่ำกว่าและขึ้นรูปง่าย เราเลือกใช้ไม้หอมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘ยางบง’ เวลาถูกฝนเป็นผงและโดนน้ำจะมีความเหนียว เอามาผสมขึ้นรูปดอกธูปได้”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select13.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select141.jpg" /></p>
<p>“ข้อสาม ชั้นในของดอกธูปจะมีผงถ่านบดละเอียดเคลือบอยู่ เพราะถ่านคือสิ่งที่ถูกเผามาแล้วครั้งหนึ่ง มันจะให้ความร้อนแต่ไม่ให้ควัน จริงๆ แล้วธูปดอกนี้เกิดจากความฉลาดของคนทำล้วนๆ เลย ส่วนสุดท้ายก็คือกลิ่นหอมๆ ที่มาจากน้ำหอมสปาคุณภาพดีที่เราทำอยู่แล้ว”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select15.jpg" /></p>
<p>“ในส่วนของธูปไล่ยุง ส่วนดอกธูปก็คือผงตะไคร้หอมที่เป็นตะไคร้ธรรมชาติแท้ๆ ชุบน้ำมันหอมระเหยตะไคร้กับยูคาลิปตัสที่มีคุณสมบัติไล่ยุงอยู่แล้ว สามารถใช้แทนขดไล่ยุงได้ ลูกค้าของเราก็คือรีสอร์ต 5 ดาวริมทะเล เช่น เครืออนันตรา”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select7.jpg" /></p>
<p><strong>สิ่งสำคัญพอๆ กับความเชื่อก็คือความปลอดภัย</strong></p>
<p>“เวลาคนจุดธูป ผมคิดว่าเขามีความเชื่อ เขาจุดธูปเพื่อสื่อบางอย่างไปถึงสิ่งที่เขาเชื่อ มีตั้งแต่พระ เจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย คนบ้านเราดูที่กลิ่นกับควันเป็นหลัก แต่กลับละเลยความสำคัญของตัวเองและสิ่งแวดล้อม คนไทยจำนวนนึงยังใช้ธูปเดิมๆ อยู่เพราะมองธูปเป็นเรื่องไกลตัว บางทีคิดว่าจุดนอกบ้านแล้วก็ไป ไม่ต้องเป็นธูปที่ดีมากก็ได้ แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะผมทำธูปขาย แต่ถ้าจะต้องเป็นแบบนั้น ผมว่าไม่ต้องจุดดีกว่า ยกมือไหว้ก็ได้เพราะของแบบนี้อยู่ที่ใจ ถ้ามันจำเป็นต้องจุดก็ขอให้เลือกใช้</p>
<p>“ทุกวันนี้ผมยังบอกแม่ว่าถ้าแม่จะจุดให้เอานี่ไปใช้ หมดแล้วให้มาบอก (หัวเราะ) บางทีลูกค้าของผมก็เป็นลูกหลานที่สั่งซื้อกลับไปต่างจังหวัดให้แม่ คนจุดธูปส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ บางคนจะจุดเพื่อเอากลิ่นก็ได้เหมือนกัน ทุกวันนี้ผมไม่ได้มองเรื่องผลกำไรเพราะเราทำอะกาลิโกแล้วก็อยู่ได้ แต่ทำเพราะแฮปปี้กับสิ่งที่เป็น ผมเชื่อว่าคนขายธูปเป็นคนมีบุญ ถ้าจะขายแบบซื้อมาขายไปก็คงได้ แต่พอเรารู้เยอะๆ ก็คิดว่าไม่เอาดีกว่าถ้าต้องทำแบบนั้น ผมมองว่ามีคนไทยน้อยมากที่ได้ใช้ของแบบนี้ก็เลยจะทำต่อไป”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select9.jpg" /></p>
<p><strong>นี่คือยุคแห่งการดูแลสุขภาพ</strong></p>
<p>“ผมคิดว่าเวลาจะช่วยให้คนมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น สังคมบ้านเรากำลังเปลี่ยน ผมทำสินค้าประเภทนี้เพราะผมป่วยเป็นเบาหวานและโคเลสเตอรอลสูงมา 15 ปี แต่จากการที่เราเปลี่ยนตัวเอง ทำอะไรมากมายให้ตัวเองดีขึ้น มันก็ทำให้เราดีขึ้นจริง ปีนี้ผมอายุ 57 ปีเห็นเด็กรุ่นใหม่ออกกำลังกายมากขึ้น กินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น อ่านข้อมูลโภชนาการมากขึ้น คนรุ่นใหม่สุขภาพดีกว่าคนยุคเก่าเยอะ ผมอยู่คอนโดฯ เห็นห้องฟิตเนสเต็มตั้งแต่ตีห้ายันสี่ทุ่ม ผมว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นทุกที่ ทุกวัน สุดท้ายอยู่ที่ตัวคนแล้วล่ะว่าเราจะเลือกทำอะไรเพื่อสุขภาพบ้าง”</p>
<p><strong>ถ้าให้เลือกแนะนำสินค้าหนึ่งอย่างจะแนะนำอะไรดี</strong></p>
<p>“ผมอยากแนะนำธูปไหว้พระห่อใหญ่ของธูปรักษ์โลก จะเป็นกลิ่นมะลิหรือกลิ่นเทพประทานพรก็ได้ มะลิเป็นกลิ่นที่คนไทยทุกรุ่นคุ้นเคย คนกรุงเทพฯ ชอบใช้ ส่วนกลิ่นเทพประทานพรเป็นกลิ่นกำยานที่ถูกใจคนต่างจังหวัด ใช้กันมานานแล้วเหมือนกัน”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/select4.jpg" /></p>
<p><em>ผลิตภัณฑ์ธูปรักษ์โลก ทั้งธูปไหว้พระและธูปไล่ยุง มีให้ซื้อหาที่เว็บไซต์ </em><a href="http://www.bluebasket.market/raklokincense/product">Blue Basket ตะกร้าสุขภาพของคนช่างเลือก</a><em> แหล่งรวมสินค้าเพื่อสุขภาพ ถ้าชอบใจ ติดตามเนื้อหาเกี่ยวกับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพน่าสนใจอย่างนี้ได้ทุกวันพุธที่ 1 และ 3 ของทุกเดือน ที่คอลัมน์ Blue Basket นะ : )</em></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์, มนันยา เรือนรักเรา</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bluebasket-incense-for-earth/">ธูปรักษ์โลก : ธูปจากฝีมือคนรักธูปที่ทำให้รู้ว่าทุกอย่างคิดเพื่อโลกและตัวเราได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/bluebasket-incense-for-earth/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>HeartWork the Sharing Space and Printing House : สเปซที่อยากชวนทุกคนมานั่งทำงานที่ใจบอกว่าใช่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-heartwork/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-heartwork/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Feb 2018 11:40:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Co-working Space]]></category>
		<category><![CDATA[heartwork]]></category>
		<category><![CDATA[sharing space]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพิมพ์]]></category>
		<category><![CDATA[ที่นั่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-heartwork/</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากธุรกิจโรงพิมพ์ดั้งเดิมในเมืองเชียงใหม่อย่างเชียงใหม่สแกนเนอร์ ถูกสานต่อมาถึงมือคนรุ่นลูก การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่หลายคนบอกว่าใกล้จะตกดินไม่ได้ทำให้ พลอย-ชลธิชา เตชะวิเชียร ลูกสาวคนโตเลือกละทิ้งกิจการเก่าแก่ของที่บ้าน แต่เธอเลือกเพิ่มสีสันให้ธุรกิจงานพิมพ์ที่เธอรักมาจับใส่ไอเดียสนุกคิดสนุกทำ แถมยังตอบโจทย์พฤติกรรมและอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ พลอยตัดสินใจปรับปรุงตึกออฟฟิศโรงพิมพ์ของครอบครัว เปิดเป็น co-working space ชื่อน่ารักอย่าง HeartWork the Sharing Space and Printing House ควบคู่ไปกับรับงานออกแบบอาร์ตเวิร์กและงานพิมพ์ระบบดิจิทัลและออฟเซ็ตทั่วไปเฉกเช่นที่คุณพ่อคุณแม่เคยทำ ไหนๆ เราก็แอบหนีออฟฟิศมาทำงานไกลถึงเชียงใหม่ทั้งที เลยไม่พลาดที่จะหาที่นั่งทำงานที่รักพร้อมจิบกาแฟชิลล์ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศเมืองที่นี่ พร้อมกับเดินสำรวจและนั่งคุยกับหญิงสาวเจ้าของสถานที่น่านั่งแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน heartwork never gets hard พลอยพาเราเดินสำรวจรอบๆ พื้นที่แล้วเริ่มเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวและบรรยากาศเก่าๆ ของสำนักงานโรงพิมพ์สุดจริงจังที่ชวนให้เห็นภาพการทำงานแสนคึกคักในยุครุ่งเรืองของโรงพิมพ์ การเจรจางานพิมพ์หรือแม้แต่การทำเพลต (แม่พิมพ์) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ตึกแห่งนี้ทั้งสิ้น หลังจากที่พลอยเรียนจบสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และโฆษณา จากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอเดินทางไปสั่งสมประสบการณ์ชีวิตและการทำงานสายกราฟิกดีไซน์ให้กับหนังสือพิมพ์เสรีชัย หนังสือพิมพ์ภาษาไทยที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา หนึ่งปีหลังจากนั้น พลอยเลือกกลับมาอยู่เชียงใหม่พร้อมความตั้งใจที่อยากกลับมาดูแลพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น และความมุ่งมั่นที่จะดูแลกิจการดั้งเดิมของครอบครัว “ก่อนจะทำเราปรึกษาคนในวงการสิ่งพิมพ์ที่รู้จัก หลายคนบอกว่ามันตันแล้วนะ แต่เรารู้สึกว่าสิ่งพิมพ์อาจถูกแทนที่ด้วยสื่ออื่นๆ ก็จริง แต่สุดท้ายมันหายจากโลกเราไปไม่ได้หรอก อย่างน้อยร้านอาหารยังต้องพรินต์เมนู ธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องแจกโบรชัวร์ เราเชื่อว่าคุณค่าของกระดาษ คุณค่าของการได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-heartwork/">HeartWork the Sharing Space and Printing House : สเปซที่อยากชวนทุกคนมานั่งทำงานที่ใจบอกว่าใช่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากธุรกิจโรงพิมพ์ดั้งเดิมในเมืองเชียงใหม่อย่างเชียงใหม่สแกนเนอร์ ถูกสานต่อมาถึงมือคนรุ่นลูก การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่หลายคนบอกว่าใกล้จะตกดินไม่ได้ทำให้ <strong>พลอย-ชลธิชา เตชะวิเชียร</strong> ลูกสาวคนโตเลือกละทิ้งกิจการเก่าแก่ของที่บ้าน แต่เธอเลือกเพิ่มสีสันให้ธุรกิจงานพิมพ์ที่เธอรักมาจับใส่ไอเดียสนุกคิดสนุกทำ แถมยังตอบโจทย์พฤติกรรมและอินไซต์ของคนรุ่นใหม่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/665.jpg" /></p>
<p>พลอยตัดสินใจปรับปรุงตึกออฟฟิศโรงพิมพ์ของครอบครัว เปิดเป็น co-working space ชื่อน่ารักอย่าง <strong>HeartWork the Sharing Space and Printing House</strong> ควบคู่ไปกับรับงานออกแบบอาร์ตเวิร์กและงานพิมพ์ระบบดิจิทัลและออฟเซ็ตทั่วไปเฉกเช่นที่คุณพ่อคุณแม่เคยทำ</p>
<p>ไหนๆ เราก็แอบหนีออฟฟิศมาทำงานไกลถึงเชียงใหม่ทั้งที เลยไม่พลาดที่จะหาที่นั่งทำงานที่รักพร้อมจิบกาแฟชิลล์ๆ ให้เข้ากับบรรยากาศเมืองที่นี่ พร้อมกับเดินสำรวจและนั่งคุยกับหญิงสาวเจ้าของสถานที่น่านั่งแห่งนี้ไปพร้อมๆ กัน</p>
<p><strong>heartwork never gets hard</strong></p>
<p>พลอยพาเราเดินสำรวจรอบๆ พื้นที่แล้วเริ่มเล่าให้ฟังถึงเรื่องราวและบรรยากาศเก่าๆ ของสำนักงานโรงพิมพ์สุดจริงจังที่ชวนให้เห็นภาพการทำงานแสนคึกคักในยุครุ่งเรืองของโรงพิมพ์ การเจรจางานพิมพ์หรือแม้แต่การทำเพลต (แม่พิมพ์) ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการพิมพ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ตึกแห่งนี้ทั้งสิ้น</p>
<p>หลังจากที่พลอยเรียนจบสาขาวิชาการประชาสัมพันธ์และโฆษณา จากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอเดินทางไปสั่งสมประสบการณ์ชีวิตและการทำงานสายกราฟิกดีไซน์ให้กับหนังสือพิมพ์<em>เสรีชัย</em> หนังสือพิมพ์ภาษาไทยที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา หนึ่งปีหลังจากนั้น พลอยเลือกกลับมาอยู่เชียงใหม่พร้อมความตั้งใจที่อยากกลับมาดูแลพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น และความมุ่งมั่นที่จะดูแลกิจการดั้งเดิมของครอบครัว</p>
<p>“ก่อนจะทำเราปรึกษาคนในวงการสิ่งพิมพ์ที่รู้จัก หลายคนบอกว่ามันตันแล้วนะ แต่เรารู้สึกว่าสิ่งพิมพ์อาจถูกแทนที่ด้วยสื่ออื่นๆ ก็จริง แต่สุดท้ายมันหายจากโลกเราไปไม่ได้หรอก อย่างน้อยร้านอาหารยังต้องพรินต์เมนู ธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องแจกโบรชัวร์ เราเชื่อว่าคุณค่าของกระดาษ คุณค่าของการได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ ถ้าเราลองทุ่มเทกับมันหน่อย เราคิดว่ายังไงโรงพิมพ์ก็ต้องมีทางไปได้” พลอยเล่า</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/474.jpg" /></p>
<p>หลายคนอาจมีภาพในหัวว่าพื้นที่ที่ปรับปรุงจากสำนักงานโรงพิมพ์จะต้องคงสไตล์ดิบเท่ ให้กลิ่นอายแบบโรงพิมพ์เก่า แต่ไม่ใช่กับที่ HeartWork เพราะทันทีที่เปิดประตูเข้าไปเราจะได้เจอกับผนังกระเบื้องสีขาวสะอาดตา สลับด้วยรายละเอียดเล็กๆ ในร้านที่ถูกชูให้เด่นด้วยสีชมพูอ่อน บ่งบอกคาแรกเตอร์ของคำว่า ‘HeartWork’ ได้เป็นอย่างดี</p>
<p>พลอยชวนเราสังเกตเสาและกระจกโค้งแบบโรมันที่ถูกทาสีขาวและดัดแปลงให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เธออยากปรับปรุงส่วนของอาคารให้ออกมาเป็นแนวลอฟต์คล้ายกับที่อื่นๆ ทั่วไป แต่สุดท้ายเธอเลือกที่จะรีโนเวตทุกอย่างให้ดูลงตัวด้วยตัวของมันเอง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1623.jpg" /></p>
<p><strong>please have a seat</strong></p>
<p>พื้นที่ co-working space แบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นล่างมีบาร์กาแฟขายเครื่องดื่มร้อนและเย็นรวมทั้งอาหารรองท้องอย่างขนมหรือแซนวิชเบาๆ ให้บริการคนรักงานที่ท้องร้องหิว ส่วนมุมทำงานจะมีทั้งโซนที่นั่งใกล้บาร์และริมหน้าต่างสำหรับคนรักแดดอุ่นๆ รวมทั้งโต๊ะใหญ่ด้านในที่เหมาะกับการทำงานกลุ่ม และที่นั่งโซฟามุมประชาชนที่หลายคนอดใจกับความน่ารักไม่ไหว</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1095.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1923.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1177.jpg" /></p>
<p>ส่วนชั้นบนจะเป็นโต๊ะนั่งทำงานที่ส่วนตัวและเงียบมากขึ้น รายล้อมด้วยหน้าต่างกระจกบานกว้างที่ให้พลังงานดีๆ และมีห้องสำหรับนัดประชุมที่เมื่อเปิดประตูอีกใบออกไปก็จะพบกับระเบียงด้านนอกที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบเขียว เหมาะกับการออกไปยืนรับลมเย็นๆ ปล่อยสมองและใจให้หายเครียด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/952.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1529.jpg" /></p>
<p><strong>easy come and easy talk</strong></p>
<p>“เรารู้สึกว่าโรงพิมพ์เป็นสิ่งที่คนทั่วไปเข้าถึงยาก สมมติว่าอยากจะพิมพ์หนังสือสักเล่ม คนทั่วไปคงไม่รู้ว่าเขาต้องทำยังไง ต้องถามใครบ้าง หรือไม่รู้ว่าต้องวางเลย์เอาต์ยังไง ไหนๆ เราก็เปิดพื้นที่ให้คนมานั่งทำงานอยู่แล้ว ก็อยากให้ sharing space และโรงพิมพ์ที่อยู่ติดกันตรงนี้เป็นที่ที่ใครๆ ก็เข้าถึงงานพิมพ์ได้ มานั่งทำงาน มาปรึกษา มาพูดคุยกันเรื่องงานพิมพ์ด้วยภาษาง่ายๆ ก็น่าจะดี” เธอหยิบโบร์ชัวรายละเอียดการดีไซน์ และเรตราคางานพรินต์ที่เธอออกแบบเองมาให้เราดู พร้อมเล่าต่อว่าเธออยากทำให้ทุกอย่างดูสบายที่สุดและต้องสื่อสารได้ทั้งคนไทยที่อยากพิมพ์งาน และลูกค้าชาวต่างชาติที่ชอบมาใช้บริการ co-working space แห่งนี้</p>
<p>เพื่อไม่ให้ผิดคอนเซปต์ sharing space ในร้านยังมีพื้นที่ให้ศิลปินเอาผลงานของตัวเองมาวางขายโดยหักเปอร์เซ็นต์จากปก หรือจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น งานโชว์ดนตรีโปรโมตแคมเปญ The Last Straw ลดการใช้หลอด หรือจัดเวิร์กช็อปสนุกๆ ที่รีเลตกับสิ่งพิมพ์และงานฝีมือ อย่างเวิร์กช็อปทำการ์ดกระดาษแบบ 2D ส่งต่อความรักในโอกาสวาเลนไทน์ และเร็วๆ นี้จะมีการจัดเวิร์กช็อปทำตุ้มหูจาก <a href="https://www.adaymagazine.com/interviews/shop-duangduan-chiangmai">Duangduan the dressmaker</a> (สำหรับใครที่สนใจก็สามารถติดตามตารางการเวิร์กช็อปได้ที่เฟซบุ๊กของร้าน)</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/heart2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/heart3.jpg" /></p>
<p><strong>work and heart combination</strong></p>
<p>พลอยใช้ความสนใจด้านการตลาดแตกไลน์แบรนด์เล็กๆ ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีความต้องการเจาะจงมากขึ้นอย่าง <a href="https://www.facebook.com/presentphotoprint/">Present Perfect Print</a> แบรนด์โฟโต้พรินต์เอาใจคนชอบถ่ายรูป ศิลปิน นักวาดภาพประกอบ ที่อยากมีโฟโต้บุ๊กหรือเซ็ตโปสการ์ดสวยๆ ของตัวเอง และสำหรับคู่รักที่กำลังจะมีงานวิวาห์ <a href="https://www.facebook.com/BetterHalfWeddingCrafts/">Better Half Wedding Crafts</a> เป็นอีกแบรนด์ย่อยที่รับงานออกแบบ จัดทำการ์ดแต่งงานและของชำร่วยโดยเฉพาะ</p>
<p>“สิ่งที่เราได้ทำในตอนนี้คือการเอางานที่บ้านมาบวกกับงานที่ตัวเองชอบ เป็นส่วนผสมที่พอดีนะ แถมยังได้เอาสิ่งที่ตัวเองเรียนมาใช้ด้วย พาร์ตต่อไปเราอยากทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่คนจะเข้าถึงงานสิ่งพิมพ์ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะพิมพ์หนังสือ พิมพ์ภาพ พิมพ์ผ้า พิมพ์ทุกอย่างที่ขวางหน้านั่นแหละ อยากให้คนที่เข้ามาที่นี่ได้ทำงานที่ตัวเองรักไปพร้อมๆ กับได้งานพิมพ์ที่ตัวเองชอบด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/566.jpg" /></p>
<h3>Heartwork the Sharing Space and Printing House</h3>
<p><strong>ประเภทธุรกิจ:</strong> co-working space และรับทำงานสิ่งพิมพ์ทุกชนิด<br />
<strong style="background-color: initial;">คอนเซปต์:</strong> พื้นที่ที่เปิดให้คนมานั่งทำงานที่ตัวเองรัก พร้อมกับให้บริการงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ<br />
<strong style="background-color: initial;">เจ้าของ: </strong>พลอย-ชลธิชา เตชะวิเชียร (26 ปี)<br />
<strong style="background-color: initial;">Facebook |</strong> <a href="https://www.facebook.com/heartworknevergetshard/">HeartWork the Sharing Space</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มนันยา เรือนรักเรา</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-heartwork/">HeartWork the Sharing Space and Printing House : สเปซที่อยากชวนทุกคนมานั่งทำงานที่ใจบอกว่าใช่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-heartwork/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Duangduan the dressmaker : เสื้อคลุมกิโมโนร่วมสมัยตัดเย็บจักรใจแม่ดวงเดือน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/shop-duangduan-chiangmai/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/shop-duangduan-chiangmai/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Sep 2017 02:11:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[dream shop]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงเดือน.แบรนด์เสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์เสื้อผ้าเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้าเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อฮาโอริ]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อทรงญี่ปุ่น.ขายเสื้อฮาโอริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/shop-duangduan-chiangmai/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะเสื้อคลุมสไตล์ญี่ปุ่นที่อยากได้ไม่มีแบบที่ถูกใจสักที สองหนุ่มสาว ปอ-กิตติธัช สุริยะป้อ Motion Graphic Designer ที่บริษัทเอเจนซี Tapas Deluxe และแซนดี้-บุญญิสา อินวิจิตต์ Content Designer ของบริษัทโปรดักชั่น DDMY Studio แห่งเมืองเชียงใหม่ จึงริเริ่มร่างแบบและก่อตั้งแบรนด์เสื้อคลุมกิโมโนแนวสตรีทสนองนี้ดตัวเองชื่อเก๋ว่า Duangduan the dressmaker ด้วยคอนเซปต์น่ารักว่าเสื้อทุกตัวตัดเย็บด้วยมือขของคุณแม่คนเก่ง แม่อี๊ด-ดวงเดือน สุริยะป้อ ข้าราชการพยาบาลผู้ชำนาญและหลงใหลการตัดเย็บเป็นชีวิตจิตใจ จากผืนไอเดียคิดสนุกของสองหนุ่มสาว ถูกเย็บเข้ากับฝีมือและความใส่ใจของคนเป็นแม่ ยิ่งทำให้เสื้อคลุมร่วมสมัยของแบรนด์นี้มีเรื่องราวและอบอุ่นมากกว่าใคร นี่คือเหตุผลที่ทำให้บทสนทนาที่คลอด้วยเสียงของจักรเย็บผ้าของแม่เริ่มต้นขึ้น เริ่มต้นจากเสื้อที่แม่ตัดให้ ปอ: เริ่มต้นจากความชอบ ความอยากได้ก่อน เราชอบแต่งตัวเลยติดตามแฟชั่นกันปกติและเห็นว่าเสื้อคลุมกิโมโนหรือถ้าเรียกตามต้นตำรับคือฮาโอริ (Haori) เป็นเทรนด์ที่กำลังมา แต่แบบที่เราอยากได้ยังไม่มีขายในเชียงใหม่ เรากับแซนดี้เลยไปเดินกาดหลวงและเจอผ้าที่ถูกใจพอดี แม่เราก็ชอบตัดเสื้อผ้าอยู่แล้วเลยขอให้แม่ช่วยตัดให้ แซนดี้: เราใส่ชุดที่แม่ตัดเป็นเสื้อคู่ไปเทศกาลงานออกแบบที่ท่าแพอีสต์เมื่อปีที่แล้ว มีคนที่เรารู้จักชอบเยอะและเพื่อนหลายคนก็อยากได้ เลยลองตั้งโต๊ะรับพรีออเดอร์ในงานขายเสื้อผ้ามือสองที่บ้านข้างวัด ตอนนั้นเราซื้อผ้าตัวอย่างมานิดๆ หน่อยๆ ตัดเป็นพาเลตให้ลูกค้าเลือก พอมีคนสั่งเข้ามาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยคิดว่าเราคงต้องขายกันจริงจังมากขึ้น ร่างแบบสร้างให้เป็นแบรนด์ แซนดี้: เราเอาชื่อจริงของแม่มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ Duangduan (ดวงเดือน) ไม่ได้เขียนผิดแต่เป็นความตั้งใจที่อยากเลือกใช้ตัวอักษรซ้ำๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-duangduan-chiangmai/">Duangduan the dressmaker : เสื้อคลุมกิโมโนร่วมสมัยตัดเย็บจักรใจแม่ดวงเดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะเสื้อคลุมสไตล์ญี่ปุ่นที่อยากได้ไม่มีแบบที่ถูกใจสักที สองหนุ่มสาว <strong>ปอ-กิตติธัช สุริยะป้อ</strong> Motion Graphic Designer ที่บริษัทเอเจนซี Tapas Deluxe และ<strong style="background-color: initial;">แซนดี้-บุญญิสา อินวิจิตต์</strong> Content Designer ของบริษัทโปรดักชั่น <a href="https://www.facebook.com/ddmy.studio/" target="_blank" rel="noopener">DDMY Studio</a> แห่งเมืองเชียงใหม่ จึงริเริ่มร่างแบบและก่อตั้งแบรนด์เสื้อคลุมกิโมโนแนวสตรีทสนองนี้ดตัวเองชื่อเก๋ว่า Duangduan the dressmaker ด้วยคอนเซปต์น่ารักว่าเสื้อทุกตัวตัดเย็บด้วยมือขของคุณแม่คนเก่ง <strong style="background-color: initial;">แม่อี๊ด-ดวงเดือน สุริยะป้อ </strong>ข้าราชการพยาบาลผู้ชำนาญและหลงใหลการตัดเย็บเป็นชีวิตจิตใจ</p>
<p>จากผืนไอเดียคิดสนุกของสองหนุ่มสาว ถูกเย็บเข้ากับฝีมือและความใส่ใจของคนเป็นแม่ ยิ่งทำให้เสื้อคลุมร่วมสมัยของแบรนด์นี้มีเรื่องราวและอบอุ่นมากกว่าใคร นี่คือเหตุผลที่ทำให้บทสนทนาที่คลอด้วยเสียงของจักรเย็บผ้าของแม่เริ่มต้นขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_10.jpg" /></p>
<h3>เริ่มต้นจากเสื้อที่แม่ตัดให้</h3>
<p><strong>ปอ</strong>: เริ่มต้นจากความชอบ ความอยากได้ก่อน เราชอบแต่งตัวเลยติดตามแฟชั่นกันปกติและเห็นว่าเสื้อคลุมกิโมโนหรือถ้าเรียกตามต้นตำรับคือฮาโอริ (Haori) เป็นเทรนด์ที่กำลังมา แต่แบบที่เราอยากได้ยังไม่มีขายในเชียงใหม่ เรากับแซนดี้เลยไปเดินกาดหลวงและเจอผ้าที่ถูกใจพอดี แม่เราก็ชอบตัดเสื้อผ้าอยู่แล้วเลยขอให้แม่ช่วยตัดให้</p>
<p><strong>แซนดี้</strong>: เราใส่ชุดที่แม่ตัดเป็นเสื้อคู่ไปเทศกาลงานออกแบบที่ท่าแพอีสต์เมื่อปีที่แล้ว มีคนที่เรารู้จักชอบเยอะและเพื่อนหลายคนก็อยากได้ เลยลองตั้งโต๊ะรับพรีออเดอร์ในงานขายเสื้อผ้ามือสองที่บ้านข้างวัด ตอนนั้นเราซื้อผ้าตัวอย่างมานิดๆ หน่อยๆ ตัดเป็นพาเลตให้ลูกค้าเลือก พอมีคนสั่งเข้ามาเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยคิดว่าเราคงต้องขายกันจริงจังมากขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_5.jpg" /></p>
<h3>ร่างแบบสร้างให้เป็นแบรนด์</h3>
<p><strong>แซนดี้</strong>: เราเอาชื่อจริงของแม่มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์ Duangduan (ดวงเดือน) ไม่ได้เขียนผิดแต่เป็นความตั้งใจที่อยากเลือกใช้ตัวอักษรซ้ำๆ ที่เอื้อต่อการจดจำ ตามด้วย the dressmaker ชื่อหนังที่เราสองคนชอบ ด้วยคาแรกเตอร์ตัวละครที่เย็บผ้าเก่ง จัดการเก่งทั้งงานนอกบ้านและในบ้านเหมือนแม่อี๊ด พอรวมกันแล้วเป็นความหมายที่พอดิบพอดีมากๆ</p>
<p><strong>ปอ</strong>: เราเป็นคนทำงานออกแบบที่ค่อนข้างเบื่อ branding design ตามยุคสมัยที่ต้องดูเรียบๆ มินิมอล พอเรามีโอกาสได้ทำแบรนด์ของตัวเอง เราก็อยากทำให้ดีและเป็นภาพที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัยคนก็ยังจำได้ เลยเลือกใช้สีน้ำเงิน-ส้ม และเอาหน้าคุณแม่มาดราฟต์เป็นโลโก้ให้สอดคล้องกับชื่อที่ตั้งขึ้นมา คล้ายกับแบรนด์อย่างแม่ประนอมหรือสามแม่ครัวอะไรทำนองนั้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_2.jpg" /></p>
<p><strong>แม่อี๊ด</strong>: จริงๆ แม่ไม่ได้แก่หนังตาตกเหมือนในรูปขนาดนี้นะลูก แต่พอมีคนบอกว่าน่ารัก แม่ก็โอเคละ (หัวเราะ)</p>
<p><strong>ปอ</strong>: เรื่องการต่อยอดดีไซน์ คิดคอนเซปต์ของร้าน หรือออกแบบกราฟิกต่างๆ หลักๆ จะเป็นแซนดี้คิด ส่วนปอเป็นคนรับออเดอร์จากลูกค้า สั่งของ ส่งของ ส่วนงานตัดเย็บหลักๆ ก็จะเป็นแม่ แม่รู้รายละเอียดเรื่องการแบ่งผ้า ต่อลายผ้า เป็นคนเคาะว่าเสื้อแบบนี้สามารถตัดได้ รวมทั้งเทคนิคการเย็บแบบไหนที่ทำให้คอเสื้อและแขนเสื้ออยู่ทรง ซึ่งถ้าเป็นเสื้อแฟชั่นที่ผลิตแบบโรงงานเขาก็คงไม่ซีเรียสขนาดนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Duangduan_7.jpg" /></p>
<h3>วัตถุดิบต้องใช่ คือความใส่ใจจากแม่</h3>
<p><strong>แม่อี๊ด</strong>: บางทีลูกๆ อาจจะเห็นแค่ความสวยงามของผ้า แต่พอแม่เอามาตัดจริงๆ มันอาจจะลื่นไปจนเย็บยากและทำให้เสื้อไม่สวยไปเลย แม่ก็จะช่วยดูเนื้อผ้าที่ลูกเลือกมาด้วยว่าเหมาะกับตัดเย็บไหม หรือผ้าที่หนาเกินไปจะทำให้ลูกใส่แล้วร้อนรึเปล่า</p>
<p>ผ้าทุกชิ้นจะต้องซักก่อนที่จะลงแบบตัด เพื่อให้ผ้าอยู่ตัวง่ายต่อการเย็บ พอเย็บเสร็จก็ซักอีกรอบเพื่อเช็กด้วยว่าผ้าผืนนี้ผ่านการย้อมที่ดีพอไหมเพื่อให้แน่ใจว่าเวลาลูกๆ ซื้อเสื้อตัวนี้ไป สีของเสื้อจะไม่ตก แม่อยากให้ทุกคนใส่เสื้อตัวนั้นไปได้นานๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_6.jpg" /></p>
<h3>Custom-made ที่ลูกทุกคนใส่ได้</h3>
<p><strong><br />
แซนดี้</strong>: เราเป็นคนตัวใหญ่ ชอบมีปัญหาเวลาใส่เสื้อโอเวอร์ไซส์ เพราะถ้าเราซื้อเสื้อไซส์ XL มาจะกลายเป็นว่าตัวเราดูใหญ่ไปเลย หรือคนที่สูงมากๆ อาจจะมีปัญหากับความสั้นความยาวของเสื้อเหมือนปอ เราอยากมีไซส์เสื้อของตัวเองและคิดว่าคงมีหลายคนที่เป็นเหมือนกัน เสื้อคลุมของดวงเดือนเลยรับทำแบบ custom-made ด้วย คือไม่ว่าคนที่ชอบแต่งตัวจะหุ่นดีหรือไม่ดีก็สามารถใส่เสื้อของเราได้และสนุกกับแฟชั่นได้</p>
<h3>ประดับด้วยไอเดียที่ไม่หยุดนิ่ง</h3>
<p><strong><br />
ปอ</strong>: หลักๆ คือเราอยากทำเสื้อคลุมที่ใส่แล้วทำให้ตัวเราดูดี ถ้าเราชอบและกล้าใส่เสื้อที่ตัวเองทำ ก็น่าจะมีคนที่อยากใส่เหมือนกับเราด้วย อย่างตอนนี้เพิ่งปล่อยเสื้อคลุม UNDER-COVER Hoodigan ดีไซน์ล่าสุดที่คิดจากการที่เราอยากได้ฮู้ดและเสื้อคลุมตัวยาวของตัวเอง เลยลองวาดและตัดออกมาเป็นดีไซน์ที่ค่อนข้างหลุดออกมาจากฮาโอริแบบแรกที่เราทำ</p>
<p><strong><br />
แซนดี้</strong>: แบรนด์เราอายุยังน้อยเลยรู้สึกว่ายังเถลไถลไปทำอย่างอื่นได้ ส่วนตัวเราสนุกกับการแต่งตัวและหยิบจับวัสดุท้องถิ่นมาใช้ เพื่อที่เราจะพูดได้ว่าเราเป็นแบรนด์เสื้อผ้าจากเชียงใหม่จริงๆ อย่างเครื่องประดับชื่อ YAOYUAN (เย้ายวน) ก็เป็นพื้นที่ให้คนเลอะเทอะอย่างเราได้ทำอะไรสนุกๆ เราหยิบเศษผ้าของชนเผ่าเย้ามาทำเป็นต่างหูและสร้อยโชคเกอร์แฮนด์เมด หรือตอนที่มีคนชวนเราไปขายของหาทุนให้แมวจรจัด เราก็ถักโครเชต์ปลอกคอแมวและต่างหูขายเป็นเซ็ตให้กับสาวๆ ทาสแมว เรารู้สึกว่าเราสนุกกับการคิด ถ้ามีคนชวนเราไปทำอะไรที่น่าสนใจเราจะไม่ปฏิเสธเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_4.jpg" /></p>
<h3>เลือกวิธีขายให้ปัง</h3>
<p><strong><br />
แซนดี้</strong>: เราทุกคนมีงานประจำเลยเน้นขายออนไลน์เป็นหลัก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ ที่ชอบงานแฮนด์เมด และฝากขายเล็กๆ น้อยๆ ที่ร้าน Lynyn House ตรงเวิ้งบ้านข้างวัด เราเลยมีลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวด้วย เป็นโชคดีของเราด้วยที่ถูกชวนไปขายในงาน <a href="https://www.public-garden.com" target="_blank" rel="noopener">Consumer Trade Show</a> ที่ประเทศสิงคโปร์ทำให้เราได้เจอกับลูกค้าต่างชาติมากขึ้น ซึ่งวันที่ 22 กันยายนนี้เป็นโอกาสรอบที่สองที่ Duangduan the dressmaker ได้เดินทางไป</p>
<h3>สื่อสารแบรนด์แบบสนุกคิดสนุกทำ</h3>
<p><strong><br />
แซนดี้</strong>: เราอยากให้แบรนด์เราเฟรนด์ลี่นะ พอชื่อแบรนด์เรามาทางนี้ เราก็ลองเล่าเรื่องผ่านคนเป็นแม่ลงไปในแคปชั่นบ้างนิดๆ หน่อยๆ ให้เป็นแบรนด์ที่ห่วงใยคุณ เหมือนคุณได้ใส่เสื้อผ้าที่แม่ตัด ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบ storyline ของแบรนด์เรา</p>
<p>มีคนแซวเสื้อสไตล์นี้ว่าเหมือนเสื้อคนขายซูชิ เราเลยพยายามทำให้แบรนด์เราออกห่างจากเสื้อคนขายซูชิด้วย อย่างเวลาโพสต์เนื้อหาในเพจ เราจะเล่าว่าคนไลฟ์สไตล์ไหนก็ใส่เสื้อคลุมของเราได้ เราสนุกมากเวลาคิดคอนเซปต์การถ่ายภาพ เช่น จับนางแบบแต่งตัวเป็นชนเผ่า โพกหัวเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วไปยืนตรงดงกล้วย หรือเอาผ้าปูที่นอนมาคาดเอวเหมือนผ้าโอบิ สวมรองเท้าบูทยาวๆ แล้วไปยืนตรงวัดจีน เราชอบทำอะไรประหลาดๆ แต่กลายเป็นว่าพอทำมาแล้วทุกคนก็ชอบ เราก็งงเหมือนกัน (หัวเราะ)</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_8.jpg" /></p>
<h3>แบรนด์เสื้อผ้าที่คอยชุบชูใจลูก</h3>
<p><strong><br />
ปอ</strong>: การทำแบรนด์นี้เหมือนได้สานสัมพันธ์กับครอบครัว เราออกมาอยู่นอกบ้านตั้งแต่สมัยเรียนและไม่เคยคิดจะกลับบ้านเลย หรือตอนทำงานประจำอย่างเดียว เลิกงานปุ๊บก็แยกย้ายกันเข้าห้องใครห้องมัน พอเริ่มทำแบรนด์นี้จะคิดจะทำอะไรก็มีเรื่องให้ได้เจอและคุยกับแม่ตลอด</p>
<p><strong><br />
แซนดี้</strong>: เหมือนเราได้เติมความฝันและหล่อเลี้ยงจิตใจด้วย เพราะเราอยากเป็นดีไซเนอร์ตั้งแต่เด็ก แต่เรื่องที่ภูมิใจมากที่สุดคือมีครั้งหนึ่ง เราทำอีเวนต์อบรมคนขายสินค้าทางการเกษตร เชิญพี่ทราย (ปิยะภรณ์ ธรรมปัญญา) จาก<a href="http://www.adaymagazine.com/interviews/shop-23" target="_blank" rel="noopener">แบรนด์กิ๋นลำกิ๋นดี</a> มาพูด และเขาเลือกแนะนำแบรนด์เราขึ้นมาเป็นตัวอย่างแบรนด์ที่เล่าเรื่องเสื้อผ้าได้น่าติดตามทั้งๆ ที่เราไม่ได้รู้จักพี่เขาเป็นการส่วนตัว เราดีใจมากที่มีคนพูดถึงแบรนด์ของเรา แบบว่า เฮ้ย! เราเป็นต้นแบบได้ด้วยเหรอ ทั้งๆ ที่ตอนเริ่มต้นทำ เราแทบไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="background-color: initial;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/duangduan_9.jpg" /></p>
<h3>Duangduan the dressmaker</h3>
<p><strong><br />
ประเภทธุรกิจ</strong>: เสื้อผ้าแฮนด์เมด<br />
<strong>คอนเซปต์</strong>: เสื้อคลุมร่วมสมัยและเครื่องประดับไอเดียสนุกของลูกๆ ที่ตัดเย็บด้วยฝีมือและความใส่ใจจากแม่<br />
<strong>เจ้าของ</strong>: ปอ-กิตติธัช สุริยะป้อ (25 ปี), แซนดี้-บุญญิสา อินวิจิตต์ (23 ปี) และคุณแม่อี๊ด-ดวงเดือน สุริยะป้อ (55 ปี)<br />
<strong>Facebook</strong> : <a href="https://www.facebook.com/dddressmaker" target="_blank" rel="noopener">Duangduan the dressmaker ดวงเดือนเดอะเดรสเมคเกอร์</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มนันยา เรือนรักเรา</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/shop-duangduan-chiangmai/">Duangduan the dressmaker : เสื้อคลุมกิโมโนร่วมสมัยตัดเย็บจักรใจแม่ดวงเดือน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/shop-duangduan-chiangmai/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซึมซับภาพวาดอารมณ์เหงาปนความสุขสีเทาของ toddyinthemood</title>
		<link>https://adaymagazine.com/port-25/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/port-25/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Sep 2017 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[นักวาดภาพประกอบ]]></category>
		<category><![CDATA[toddyinthemood]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพล กล่อมเกลา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินเชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/port-25/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพวาดหญิงสาวในโทนสีอารมณ์หม่นกับท่าทีที่แสดงออกว่าเธอกำลัง ‘โดดเดี่ยว’ หรืออาจจะกำลัง ‘คิดถึงใครบางคน’ ประกอบข้อความที่บอกเล่าเส้นเรื่องสุดเหงาหรืออาจจะเป็นความสุขสีเทาที่กระแทกใจเราและใครหลายคนเข้าเต็มๆ ช่างดูสวนทางกับลายเส้นน่ารักที่ใช้บรรจงวาดตัวละครตัวนี้ขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง เราจึงไม่ลังเลที่จะกดติดตามผลงานภาพวาดของ toddyinthemood และแทบอดสงสัยไม่ได้ว่าศิลปินชาวเจียงใหม่แต๊ๆ คนนี้ต้องเสพติดความเหงาอยู่เป็นแน่ toddyinthemood หรือ ทศ-ทศพล กล่อมเกลา ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เคยเป็นสถาปนิกอยู่ 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจแยกทางกับอาชีพที่เขาร่ำเรียนมาเพื่อทำสิ่งที่เขารักอย่างการวาดภาพเต็มตัว ส่วนชาวเชียงใหม่สายอินดี้อาจพอคุ้นหน้าคุ้นตาทศ ในฐานะพิธีกรงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่ขยันยิงมุกตลกอยู่ไม่ขาด แต่ในภาพที่เขาวาดกลับถ่ายทอดแง่มุมที่ดูเศร้าแตกต่างจากตัวตนที่คนรอบข้างเห็นว่าเขาเป็นคนเฮฮาอย่างสิ้นเชิง “จริงๆ ทุกคนก็ต้องมีมุมที่อ่อนไหวกันบ้าง แต่เราไม่อยากระบายอะไรให้ใครฟังหรือเลือกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก เราเลือกที่จะเปลี่ยนความเศร้าออกมาเป็นภาพวาด” เขาเรียกการวาดภาพว่าเป็น ‘งานอดิเรกที่จริงจัง’ โดยเริ่มต่อยอดการวาดภาพบนหน้ากระดาษมาใช้เทคนิค digital painting ด้วยการยืมเม้าส์ปากกาจากเพื่อน วาดผิดวาดถูกจนเจอลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และโพสต์ภาพเหล่านั้นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวในอัลบั้ม ‘ขีดเขี่ย’ ที่รวมผลงานและพัฒนาการจากวันแรกที่เริ่มฝึกฝน “ตอนแรกๆ ลายเส้นเราห่วยมาก เลยพยายามบอกตัวเองว่าถ้าวาดถึงรูปที่ 100 ก็คงสวยขึ้น พอถึงแล้วก็ยังห่วยอยู่ แต่ก็ตั้งเป้าต่อไปที่ 200 วาดไปเรื่อยๆ ถึงรูปที่ 300 คราวนี้ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่างานของเราดีขึ้น” หลังจากผ่านด่านฝึกฝนและแรงเชียร์จากกลุ่มเพื่อน เพจของศิลปินนามว่า toddyinthemood ก็เริ่มต้นขึ้น อีกแรงผลักสำคัญที่ทำให้ชายคนนี้หลงใหลการวาดภาพประกอบคือ จิมมี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/port-25/">ซึมซับภาพวาดอารมณ์เหงาปนความสุขสีเทาของ toddyinthemood</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพวาดหญิงสาวในโทนสีอารมณ์หม่นกับท่าทีที่แสดงออกว่าเธอกำลัง ‘โดดเดี่ยว’ หรืออาจจะกำลัง ‘คิดถึงใครบางคน’ ประกอบข้อความที่บอกเล่าเส้นเรื่องสุดเหงาหรืออาจจะเป็นความสุขสีเทาที่กระแทกใจเราและใครหลายคนเข้าเต็มๆ ช่างดูสวนทางกับลายเส้นน่ารักที่ใช้บรรจงวาดตัวละครตัวนี้ขึ้นมาอย่างสิ้นเชิง เราจึงไม่ลังเลที่จะกดติดตามผลงานภาพวาดของ toddyinthemood และแทบอดสงสัยไม่ได้ว่าศิลปินชาวเจียงใหม่แต๊ๆ คนนี้ต้องเสพติดความเหงาอยู่เป็นแน่</p>
<p>toddyinthemood หรือ <strong style="background-color: initial;">ทศ</strong><strong style="background-color: initial;">-ทศพล กล่อมเกลา</strong> ศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เคยเป็นสถาปนิกอยู่ 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจแยกทางกับอาชีพที่เขาร่ำเรียนมาเพื่อทำสิ่งที่เขารักอย่างการวาดภาพเต็มตัว ส่วนชาวเชียงใหม่สายอินดี้อาจพอคุ้นหน้าคุ้นตาทศ ในฐานะพิธีกรงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่ขยันยิงมุกตลกอยู่ไม่ขาด แต่ในภาพที่เขาวาดกลับถ่ายทอดแง่มุมที่ดูเศร้าแตกต่างจากตัวตนที่คนรอบข้างเห็นว่าเขาเป็นคนเฮฮาอย่างสิ้นเชิง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2770.jpg" /></p>
<p>“จริงๆ ทุกคนก็ต้องมีมุมที่อ่อนไหวกันบ้าง แต่เราไม่อยากระบายอะไรให้ใครฟังหรือเลือกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก เราเลือกที่จะเปลี่ยนความเศร้าออกมาเป็นภาพวาด”</p>
<p>เขาเรียกการวาดภาพว่าเป็น ‘งานอดิเรกที่จริงจัง’ โดยเริ่มต่อยอดการวาดภาพบนหน้ากระดาษมาใช้เทคนิค digital painting ด้วยการยืมเม้าส์ปากกาจากเพื่อน วาดผิดวาดถูกจนเจอลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และโพสต์ภาพเหล่านั้นลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวในอัลบั้ม ‘ขีดเขี่ย’ ที่รวมผลงานและพัฒนาการจากวันแรกที่เริ่มฝึกฝน</p>
<p>“ตอนแรกๆ ลายเส้นเราห่วยมาก เลยพยายามบอกตัวเองว่าถ้าวาดถึงรูปที่ 100 ก็คงสวยขึ้น พอถึงแล้วก็ยังห่วยอยู่ แต่ก็ตั้งเป้าต่อไปที่ 200 วาดไปเรื่อยๆ ถึงรูปที่ 300 คราวนี้ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่างานของเราดีขึ้น” หลังจากผ่านด่านฝึกฝนและแรงเชียร์จากกลุ่มเพื่อน เพจของศิลปินนามว่า toddyinthemood ก็เริ่มต้นขึ้น</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_27451.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2749.jpg" /></p>
<p>อีกแรงผลักสำคัญที่ทำให้ชายคนนี้หลงใหลการวาดภาพประกอบคือ จิมมี่ เลี่ยว (Jimmy Liao) นักเขียนและนักวาดภาพประกอบชาวไต้หวัน ผู้ให้กำเนิด ‘หนังสือภาพสำหรับผู้ใหญ่’ ทศเคยคิดว่า ภาพประกอบคือภาพที่วาดให้เด็กดู แต่จิมมี่ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้ว เขาสามารถวาดภาพประกอบที่เล่าเรื่องราวของผู้ใหญ่ได้</p>
<p>เขาย้ำกับเราว่าในทุกภาพๆ จะต้องคิดเรื่องราวก่อนลงมือวาดเสมอโดยไม่ได้เน้นเรื่องเศร้าเพียงอย่างเดียว บางภาพ เขาก็เล่าเรื่องที่ทำให้คนดูยิ้มได้ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการสังเกตคนรอบตัว เรื่องที่เจอมากับตัวเอง เพลงที่ฟังแล้วอิน หรือแม้แต่บรรยากาศของเมืองเชียงใหม่ที่เขาคุ้นเคย เช่น บรรยากาศฝนตก ฉากที่มาจากสถานที่สำคัญต่างๆ ส่วนเหตุผลที่ใช้หญิงสาวใบหน้าเศร้าเป็นตัวละครหลัก เพราะเขาเชื่อว่าผู้หญิงสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีกว่า เรื่องเศร้าบางเรื่องอาจดูเขินไปสำหรับตัวละครผู้ชาย</p>
<p>นอกจากการวาดภาพประกอบในเพจตัวเองแล้ว toddyinthemood ยังมีผลงานออกแบบอื่นๆ อีก เช่น หน้าปกอัลบั้ม Minimal’s Less ของค่ายเพลงอินดี้เชียงใหม่ Minimal Record ภาพประกอบหนังสือ Dialog ของสำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร, ออกแบบลายเสื้อยืดให้กับวง Polycat หนังสือรวมภาพประกอบเล่มแรกของตัวเองอย่าง Current Mood, รวมทั้งการจับมือกับ Uber ประเทศไทย ออกแบบลายกราฟฟิคแบบทดดี้ๆ หุ้มเบาะรถ สร้างประสบการณ์การเดินทางแสนสนุกรูปให้กับผู้ใช้ Uber ในแคมเปญแกลลอรีเคลื่อนที่ได้ครั้งแรกในเชียงใหม่อย่าง UberART และเร็วๆ นี้ ทศกำลังจะมีหนังสือนิยายภาพขนาดยาวกับสำนักพิมพ์ 10 มิลลิเมตร พร้อมนิทรรศการเดี่ยว Girl in the room จัดแสดงที่คาเฟ่ 10 ml. ให้คนที่ติดใจเรื่องเล่าและลายเส้นของเขาได้ติดตามกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2771.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2773.jpg" /></p>
<p>“ตอนแรกที่วาดรูปก็จะมีแค่เพื่อนๆ ที่ชอบงานเรา แต่พอมีเพจ ปรากฏว่าก็มีคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพื่อนมาดูและเขาก็ชอบเหมือนกัน เราดีใจมาก แต่ความดีใจไม่ควรหยุดตรงนั้น เราอยากพัฒนางานต่อเราอยากหาพื้นที่ให้งานเราไปได้ไกลกว่าในเพจเฟซบุ๊ก และอยากให้งานพาเราไปเที่ยวในที่ต่างๆ เจออะไรใหม่ๆ คงน่าสนุกดี” ทศบอกกับเรา</p>
<p>ตอนนี้เราได้คำตอบแล้วว่าศิลปินคนนี้ไม่ได้เสพติดความเศร้าเลยแม้แต่นิด แต่เขาเสพติดความสุขและความฝันจากการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบต่างหาก</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2781.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_2779.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/flowwww888.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/missinggrainn.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/too_far2new3.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/sakuragirl.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/fly2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/lonelyclock2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/notepad.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/checkin.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/lonely2.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/coffee.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/viewdoisu223.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/wantalone.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/you_say_good_bye.jpg" /></p>
<p><strong>facebook | </strong><a href="https://web.facebook.com/toddyinthemood/">Toddyinthemood</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> มนันยา เรือนรักเรา</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/port-25/">ซึมซับภาพวาดอารมณ์เหงาปนความสุขสีเทาของ toddyinthemood</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/port-25/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
