<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/author336/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/author336/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Feb 2021 12:36:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>103 Bed and Brews : คาเฟ่และที่พักน่าหลงใหลในซอยนานาที่ปรับปรุงจากบ้านเก่ากลิ่นอายจีน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/place-29/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/place-29/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Sep 2017 03:50:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ที่ชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[หัวลำโพง]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[103 Bed and Brews]]></category>
		<category><![CDATA[Cold Brew]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/place-29/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระยะทาง 550 เมตรจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เราเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าซอยนานาไม่ไกลจากวงเวียน 22 กรกฎา ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปสำรวจสีสันของอดีตย่านขายยาจีนเก่าที่ตอนนี้เป็นร้านรวงสร้างสรรค์สุดฮิต ดึงดูดใจหนุ่มสาวชาวฮิปเป็นที่สุด เราก็สะดุดตาเข้ากับคาเฟ่ที่ตึกหัวมุมถนน ป้ายตัวเลขจีนปนเลขอารบิกและตัวหนังสือหลังเคาน์เตอร์เขียนว่า 103 Bed and Brews ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่และที่พักต้อนรับคนหลากหลายชาติ คาเฟ่และที่พักแห่งนี้เพิ่งเปิดได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่เฉพาะเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ที่ถ่ายรูปสวยเอาใจชาว Cafe Hopper เท่านั้นที่เชื้อเชิญให้ใครหลายคนแวะเวียนเข้ามาที่นี่ไม่ขาด แต่บรรยากาศอบอุ่นในบ้านสไตล์จีนผสมกับการออกแบบร้านให้มีกลิ่นอายเปอรานากัน ขณะเดียวกันก็แทรกงานศิลปะตะวันตกยุคใหม่และความเป็นไทยผ่านพรอพต่างๆ อย่างโถยาดองที่จัดวางไว้อย่างลงตัวก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญเช่นกัน สำหรับคนไม่เชี่ยวชาญงานออกแบบอย่างเรารู้สึกเช่นนั้น ก่อนที่ นุ้ย-ประไพ งามจรัสทรัพย์ อินทีเรียร์สาวผู้ปลุกปั้นให้ 103 Bed and Brews กลับมามีชีวิต จะมานั่งร่วมโต๊ะไม้เก่าเล่าให้เราฟังอย่างละเอียด ตึกเก่าตรงนี้เดิมทีเป็นของ บอล-อธิป นานา ซึ่งเคยเปลี่ยนจากร้านขายยาจีนในยุคก่อนมาเป็นร้านทำป้ายไฟ ตัดสติ๊กเกอร์แต่ก็ปิดกิจการไป บอลเห็นว่าตึกหัวมุมตรงนี้ถูกปล่อยทิ้งว่างจึงอยากจะเปลี่ยนเป็นบ้านเพื่อให้เขาและเพื่อนชาวต่างชาติได้เข้ามาพักผ่อน เนื่องจากย่านเก่าในซอยนานานี้มีเสน่ห์เหมาะแก่การเป็นที่พักรับรองนักเดินทาง นุ้ยได้รับโจทย์แรกว่าไม่อยากให้บ้านเป็นสไตล์จีนจ๋า เธอจึงเก็บภาพรวมของอาคารอย่างเสาและคานที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ ทาสีใหม่ด้วยการคุมโทนสีอุ่นให้ตัดกับสีของกระเบื้องและกลมกลืนไปกับประตูบานเฟี้ยมซึ่งทำใหม่แทนประตูเก่าที่ผุพังไป แต่ยังคงใช้หน้าต่างเดิม เมื่อมองลอดหน้าต่างออกไป เราจึงยังได้บรรยากาศการนั่งอยู่ในบ้านเก่าอายุกว่า 100 ปี ภายในบ้านรื้อผนังที่เคยกั้นเป็นซอกเป็นมุมออก เหลือเพียงโถงโล่งกว้างคล้ายกับโถงต้อนรับของบ้านคนจีนสมัยก่อน เราไล่สายตามองตามที่นุ้ยเล่าแล้วพลันหันไปเห็นมุมหนึ่งของบ้านที่มีประตูบานเฟี้ยมกั้นแยกส่วนออกไป นุ้ยบอกว่าตรงนั้นกั้นขึ้นมาใหม่เป็นโซนสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่หรือสังสรรค์ เพราะเธอไม่อยากให้แขกที่มาพักต้องไปยืนสูบบุหรี่ริมถนนรบกวนผู้อื่น เมื่อมองจากภายนอกเข้ามา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-29/">103 Bed and Brews : คาเฟ่และที่พักน่าหลงใหลในซอยนานาที่ปรับปรุงจากบ้านเก่ากลิ่นอายจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ระยะทาง 550 เมตรจากสถานีรถไฟหัวลำโพง เราเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าซอยนานาไม่ไกลจากวงเวียน 22 กรกฎา ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปสำรวจสีสันของอดีตย่านขายยาจีนเก่าที่ตอนนี้เป็นร้านรวงสร้างสรรค์สุดฮิต ดึงดูดใจหนุ่มสาวชาวฮิปเป็นที่สุด เราก็สะดุดตาเข้ากับคาเฟ่ที่ตึกหัวมุมถนน ป้ายตัวเลขจีนปนเลขอารบิกและตัวหนังสือหลังเคาน์เตอร์เขียนว่า <strong>103 Bed and Brews</strong> ที่นี่เป็นทั้งคาเฟ่และที่พักต้อนรับคนหลากหลายชาติ</p>
<p>คาเฟ่และที่พักแห่งนี้เพิ่งเปิดได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่เฉพาะเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ที่ถ่ายรูปสวยเอาใจชาว Cafe Hopper เท่านั้นที่เชื้อเชิญให้ใครหลายคนแวะเวียนเข้ามาที่นี่ไม่ขาด แต่บรรยากาศอบอุ่นในบ้านสไตล์จีนผสมกับการออกแบบร้านให้มีกลิ่นอายเปอรานากัน ขณะเดียวกันก็แทรกงานศิลปะตะวันตกยุคใหม่และความเป็นไทยผ่านพรอพต่างๆ อย่างโถยาดองที่จัดวางไว้อย่างลงตัวก็เป็นอีกเหตุผลสำคัญเช่นกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1650.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1698.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1709.jpg" /></p>
<p>สำหรับคนไม่เชี่ยวชาญงานออกแบบอย่างเรารู้สึกเช่นนั้น ก่อนที่ <strong>นุ้ย-ประไพ งามจรัสทรัพย์</strong> อินทีเรียร์สาวผู้ปลุกปั้นให้ 103 Bed and Brews กลับมามีชีวิต จะมานั่งร่วมโต๊ะไม้เก่าเล่าให้เราฟังอย่างละเอียด</p>
<p>ตึกเก่าตรงนี้เดิมทีเป็นของ บอล-อธิป นานา ซึ่งเคยเปลี่ยนจากร้านขายยาจีนในยุคก่อนมาเป็นร้านทำป้ายไฟ ตัดสติ๊กเกอร์แต่ก็ปิดกิจการไป บอลเห็นว่าตึกหัวมุมตรงนี้ถูกปล่อยทิ้งว่างจึงอยากจะเปลี่ยนเป็นบ้านเพื่อให้เขาและเพื่อนชาวต่างชาติได้เข้ามาพักผ่อน เนื่องจากย่านเก่าในซอยนานานี้มีเสน่ห์เหมาะแก่การเป็นที่พักรับรองนักเดินทาง</p>
<p>นุ้ยได้รับโจทย์แรกว่าไม่อยากให้บ้านเป็นสไตล์จีนจ๋า เธอจึงเก็บภาพรวมของอาคารอย่างเสาและคานที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ ทาสีใหม่ด้วยการคุมโทนสีอุ่นให้ตัดกับสีของกระเบื้องและกลมกลืนไปกับประตูบานเฟี้ยมซึ่งทำใหม่แทนประตูเก่าที่ผุพังไป แต่ยังคงใช้หน้าต่างเดิม เมื่อมองลอดหน้าต่างออกไป เราจึงยังได้บรรยากาศการนั่งอยู่ในบ้านเก่าอายุกว่า 100 ปี</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1472.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1702.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1507.jpg" /></p>
<p>ภายในบ้านรื้อผนังที่เคยกั้นเป็นซอกเป็นมุมออก เหลือเพียงโถงโล่งกว้างคล้ายกับโถงต้อนรับของบ้านคนจีนสมัยก่อน เราไล่สายตามองตามที่นุ้ยเล่าแล้วพลันหันไปเห็นมุมหนึ่งของบ้านที่มีประตูบานเฟี้ยมกั้นแยกส่วนออกไป นุ้ยบอกว่าตรงนั้นกั้นขึ้นมาใหม่เป็นโซนสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่หรือสังสรรค์ เพราะเธอไม่อยากให้แขกที่มาพักต้องไปยืนสูบบุหรี่ริมถนนรบกวนผู้อื่น เมื่อมองจากภายนอกเข้ามา มุมสูบบุหรี่นั้นก็ทำให้บ้านดูมีมิติมากยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<p>หลังจากแบ่งโซนชั้นล่าง บอลอยากให้บ้านของเขามีร้านกาแฟเล็กๆ จึงติดต่อทีมที่เชี่ยวชาญการทำกาแฟ Cold Brew มาช่วย จากภาพแรกคือการทำบ้านเพื่ออยู่อาศัยเองก็ถูกปรับเป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด หน้าที่ของนุ้ยจึงต้องมองภาพรวมของร้านทั้งหมดไปด้วย อย่างเคาน์เตอร์กาแฟที่เธอออกแบบให้เหมือนเคาน์เตอร์ในร้านขายยาจีน คือมีความโค้งและใส่ลูกเล่นเป็นลูกกรงไม้ ส่วนโต๊ะเก้าอี้ก็เลือกใช้งานไม้ทั้งหมดให้คงคอนเซปต์บ้านเก่า และเพิ่มตัวเลือกด้วยโซฟา นุ้ยบอกเราว่าเป็นความตั้งใจที่จะให้มีที่นั่งไม่มากนัก แต่ทุกที่ที่แขกนั่งพักต้องเป็นที่ที่นั่งสบาย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_15311.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_15512.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_15181.jpg" /></p>
<p>เรานั่งคุยกันสักพัก ชาเย็นรสเข้มข้นและเค้กส้มในจานใบสวยก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ซึ่งหากใครชื่นชอบงานเซรามิกกุ๊กกิ๊ก จานในร้านอาจทำให้หัวใจละลายด้วยลวดลายและเรื่องราว เพราะนุ้ยเสริมว่าถ้วยชามเซรามิกต่างๆ ได้ เร แมคโดนัลด์ และ แหม่ม-สริญญา จินตนาวรารักษ์ หุ้นส่วนคนสำคัญของที่นี่เลือกสรรด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับรูปภาพทั้งหมดที่ติดอยู่ในร้าน คาเฟ่แห่งนี้จึงเป็นแกลเลอรี่ขนาดย่อมด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1627.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1577.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1684.jpg" /></p>
<p>เราเพลิดเพลินกับชั้นล่างมาพักใหญ่ จึงขอเดินขึ้นไปชมชั้นบนซึ่งประกอบด้วยห้องพัก 6 ห้อง แต่เปิดให้แขกเข้าพักเพียง 4 ห้อง อีก 2 ห้องเป็นของเจ้าของบ้านตามความตั้งใจแรก นุ้ยอธิบายว่าเธอออกแบบให้ห้องนอนทุกห้องอยู่ติดหน้าต่างด้านหน้า ส่วนห้องน้ำให้อยู่ด้านหลังของตัวตึกทั้งหมด ซึ่งกิมมิกหลักๆ ที่นำมาใช้กับทุกห้องคือประตูคู่ ซุ้มประตู ช่องลมเหนือประตูและผนังลายฉลุที่เธอวาดแบบเอง ทั้งตึกจึงมีอากาศถ่ายเท เย็นสบายแม้ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1432.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1461.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1484.jpg" /></p>
<p>จากชั้นสองเราเดินขึ้นบันไดวนเหล็กไปยังดาดฟ้าที่เป็นลานโล่ง ความพิเศษของดาดฟ้าตึกหัวมุมคือเราสามารถมองเห็นภาพตึกเก่าในย่านใกล้เคียงซอยนานาเรียงรายกันแบบพาโนรามา บนดาดฟ้าแม้จะยังไม่มีแผนการใช้พื้นที่ แต่การปล่อยโล่งไว้ก็เป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้มาเยือนอย่างเราสบายใจ</p>
<p>เราเดินสำรวจพื้นที่ในบ้านเลขที่ 103 นี้จนทั่วแล้วนึกหาคำนิยามของ 103 Bed and Brews ที่เป็นทั้งบ้าน คาเฟ่ และที่พัก อยู่นาน แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าอินทีเรียร์สาวบอกกับเราอ้อมๆ ตั้งแต่เริ่มบทสนทนาแล้วว่า &#8220;เราไม่ได้จำกัดว่าที่นี่จะต้องเป็นสไตล์ไหน จะเห็นว่ามีทั้งยุโรป จีน และไทย คือคงโครงสร้างเดิมแบบจีนไว้แล้วแทรกสิ่งที่เจ้าของบ้านชอบเข้าไป มันก็เหมือนบ้านคน จัดวางในสิ่งที่ชอบ ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องเป๊ะ&#8221;</p>
<p>เครื่องดื่มรสชาติกลมกล่อมในบรรยากาศเคล้ากลิ่นยาจีน การได้นั่งมองลอดหน้าต่างและบานเฟี้ยม สังเกตความเป็นไปของผู้คนและบ้านเรือนรายล้อมที่เคยเป็นชุมชนค้าขายรุ่งเรืองของชาวจีนในอดีต ก็เป็นความสงบและความสบายอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเสน่ห์ของที่นี่ที่ทำให้เราสบายใจ</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_14711.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1501.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_1509.jpg" /></p>
<h3>103 Bed and Brews</h3>
<p><strong>address: </strong>103 ซอยนานา ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ<br />
<b style="background-color: initial;">hour: </b>คาเฟ่เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 22.00 น.<br />
<b style="background-color: initial;">Facebook |</b> <a href="https://www.facebook.com/103BKK">103 &#8211; Bed and Brews</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/place-29/">103 Bed and Brews : คาเฟ่และที่พักน่าหลงใหลในซอยนานาที่ปรับปรุงจากบ้านเก่ากลิ่นอายจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/place-29/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>I LAVA YOU</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-133/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-133/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Jul 2017 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเขา]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[indonesia]]></category>
		<category><![CDATA[Bromo]]></category>
		<category><![CDATA[โบรโม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-133/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเห็นโบรโม่และเพื่อนของเขาผ่านรูปถ่ายมาหลายร้อยใบ ได้รู้จักเขาผ่านแคปชั่นมากมาย หลายสิบเรื่อง จนแอบคิดว่าถ้าได้ไปเจอเขา เราคงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วเปล่าเลย . อยู่ใกล้เขา ใจเราก็สั่นอยู่ดี ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-133/">I LAVA YOU</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center">เราเห็นโบรโม่และเพื่อนของเขาผ่านรูปถ่ายมาหลายร้อยใบ</p>
<p style="text-align: center">ได้รู้จักเขาผ่านแคปชั่นมากมาย<br />
หลายสิบเรื่อง </p>
<p style="text-align: center">จนแอบคิดว่าถ้าได้ไปเจอเขา<br />
เราคงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ </p>
<p style="text-align: center">แต่จริงๆ แล้วเปล่าเลย</p>
<p style="text-align: center">.</p>
<p style="text-align: center">อยู่ใกล้เขา<br />
ใจเราก็สั่นอยู่ดี</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/6DB74D78-ACFA-45BF-9A4A-081112F36DD0.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/aaa.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/78A1AAD4-096A-4D04-AE54-0392C002F334.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/85F0C9F7-2EF5-41A4-923F-8DAED527925B.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/284B3DBE-D960-4342-A82E-CCD3B829AD63.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/1548BB58-7919-4061-91FA-AC5CB59C9FDF.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/04414CF2-793B-4085-BA11-6724DE8E5AC9.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/3198075D-CC6D-4EE3-88C3-5B1EC0AF1F07.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/B49D9A2E-62C1-41B7-8403-F1B2A6D79E0B.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4317.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_4321.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-133/">I LAVA YOU</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-133/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Managing Oneself :  ตอบคำถามแล้วทำความรู้จักตัวเอง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/book-23/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/book-23/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2017 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[book]]></category>
		<category><![CDATA[รีวิว]]></category>
		<category><![CDATA[Managing Oneself]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญางานจัดการตน]]></category>
		<category><![CDATA[ภิญโญ ไตรสุรยธรรมา]]></category>
		<category><![CDATA[Openbook]]></category>
		<category><![CDATA[Peter F. Drucker]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/book-23/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชื่อหนังสือ: Managing Oneself ปัญญางานจัดการตนผู้เขียน: Peter F. Druckerผู้แปล: ภิญโญ ไตรสุริยธรรมาสำนักพิมพ์: openbooks จริงๆ แล้วเราเป็นคนยังไงกันแน่? หรือว่าหลายๆ เรื่องที่เรายังจัดการไม่ได้ เป็นเพราะเรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ Managing Oneself หนังสือขนาดกะทัดรัดเล่มนี้ บรรจุประโยคคำถามที่จะมาวัดแววความเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องของตัวเราเอง เราจึงสนุกที่ได้ตอบคำถามของปีเตอร์ ดรักเกอร์ นักวิชาการที่เรารู้จักดีในฐานะผู้คิดค้นหลักสูตรชื่อคุ้นหูอย่าง MBA และฝากงานเขียนชิ้นนี้ไว้ในวารสารวิชาการเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก่อนที่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา จะเรียบเรียงมาให้ผู้อ่านที่ไม่ค่อยได้จัดระเบียบชีวิตอย่างเราได้อ่าน มองเผินๆ จากชื่อและหน้าปก Managing Oneself เหมือนจะเป็นหนังสือฮาวทูค่อนไปทางวิชาการ แต่พอได้ไล่สายตา ค่อยๆ อ่านช้าๆ ทีละข้อ ทีละบรรทัด เราก็พบว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้กำลังบอกเราว่าการจัดการการงานหรือเรื่องต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางต้องทำยังไง แต่เน้นให้เราได้พูดคุยกับตัวเอง ทำความรู้จักกับตัวเอง ก่อนจะไปจัดการเรื่องน่าปวดหัวเหล่านั้น หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 5 บทใหญ่ๆ เริ่มจากบทนำโดยภิญโญ ผู้แปล ตัวหนังสือในบทนี้เล่าว่าการจัดการเป็นศาสตร์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจนิยามของการงานและชีวิตที่แท้ นั่นทำให้คนที่กำลังจะเข้าสู่ชีวิตทำงานอย่างเราไม่รอช้าพลิกหน้าต่อๆ ไปทันที คำถาม 16 ข้อค่อยๆ ไล่จากเรื่องใกล้ตัวเราที่สุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/book-23/">Managing Oneself :  ตอบคำถามแล้วทำความรู้จักตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong></strong><strong>ชื่อหนังสือ:</strong> <em>Managing Oneself ปัญญางานจัดการตน</em><br /><strong></strong><strong>ผู้เขียน:</strong> Peter F. Drucker<br /><strong></strong><strong>ผู้แปล:</strong> ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา<br /><strong></strong><strong>สำนักพิมพ์:</strong> openbooks</p>
<p>จริงๆ แล้วเราเป็นคนยังไงกันแน่?</p>
<p>หรือว่าหลายๆ เรื่องที่เรายังจัดการไม่ได้<br />
เป็นเพราะเรายังไม่รู้จักตัวเองดีพอ</p>
<p><em>Managing Oneself </em> หนังสือขนาดกะทัดรัดเล่มนี้<br />
บรรจุประโยคคำถามที่จะมาวัดแววความเป็นแฟนพันธุ์แท้เรื่องของตัวเราเอง เราจึงสนุกที่ได้ตอบคำถามของปีเตอร์ ดรักเกอร์  นักวิชาการที่เรารู้จักดีในฐานะผู้คิดค้นหลักสูตรชื่อคุ้นหูอย่าง MBA  และฝากงานเขียนชิ้นนี้ไว้ในวารสารวิชาการเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก่อนที่ภิญโญ  ไตรสุริยธรรมา จะเรียบเรียงมาให้ผู้อ่านที่ไม่ค่อยได้จัดระเบียบชีวิตอย่างเราได้อ่าน</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSC_2233.jpg"></p>
<p>มองเผินๆ จากชื่อและหน้าปก <em>Managing Oneself</em> เหมือนจะเป็นหนังสือฮาวทูค่อนไปทางวิชาการ แต่พอได้ไล่สายตา<br />
ค่อยๆ อ่านช้าๆ ทีละข้อ ทีละบรรทัด<br />
เราก็พบว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้กำลังบอกเราว่าการจัดการการงานหรือเรื่องต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทางต้องทำยังไง<br />
แต่เน้นให้เราได้พูดคุยกับตัวเอง ทำความรู้จักกับตัวเอง<br />
ก่อนจะไปจัดการเรื่องน่าปวดหัวเหล่านั้น</p>
<p>หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 5  บทใหญ่ๆ เริ่มจากบทนำโดยภิญโญ ผู้แปล<br />
ตัวหนังสือในบทนี้เล่าว่าการจัดการเป็นศาสตร์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของมนุษย์ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจนิยามของการงานและชีวิตที่แท้<br />
นั่นทำให้คนที่กำลังจะเข้าสู่ชีวิตทำงานอย่างเราไม่รอช้าพลิกหน้าต่อๆ ไปทันที </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/DSC_2265.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/unnamed-3.jpg"></p>
<p>คำถาม 16 ข้อค่อยๆ ไล่จากเรื่องใกล้ตัวเราที่สุด เช่น จุดแข็งของเราคืออะไร? เหมือนกับว่าเรากำลังเรียนวิชาการตลาดที่ต้องหาจุดแข็งเพื่อจะได้พัฒนาสินค้าที่ชื่อว่าตัวเราต่อ<br />
เมื่อพยายามหาจุดแข็งของเราแล้ว ปีเตอร์ก็ให้เราถามตัวเองอีกว่าเรามีวิธีการทำงานยังไง? คำถามย่อยๆ อย่างเช่น เราเป็นนักอ่านหรือนักฟัง เราเรียนรู้ด้วยวิธีไหน<br />
 เราให้คุณค่ากับอะไร  เราควรจะอุทิศทุ่มเทตนให้กับสิ่งใด เป็นสิ่งที่เราไม่เคยสนใจจะถาม<br />
ที่สำคัญคือหนังสือที่สอนให้รู้จักตัวเองเล่มนี้<br />
ไม่ได้ให้เราคิดเฉพาะเรื่องของตัวเองเท่านั้น แต่ยังบอกให้เราให้ความสำคัญกับคนอื่นๆ ด้วย คำถามในเรื่อง &#8216;Responsibility for Relationships&#8217; ช่วยตอกย้ำว่าถึงแม้จะรู้จักตัวเองดีแล้ว แต่การเอาใจใส่ในความสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด</p>
<p>เรามีความกลัวปนๆ กับตื่นเต้นเสมอเมื่อพูดถึงอนาคต โดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในยุคดิจิทัลอย่างที่ภิญโญบอก<br />
ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่นายกบอก<br />
ยุคที่โลกหมุนเร็วจนฉันตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอยที่ชาวทวิตเตอร์บอก<br />
แต่พออ่านหนังสือเล่มนี้จบ ความรู้สึกเหล่านั้นก็เหมือนไปหลบอยู่ที่ไหนสักที่ และหลีกให้คำตอบจากคำถามของปีเตอร์แทน </p>
<p>แน่นอนว่าความกลัวยังคงอยู่ แต่การรู้จักตัวเองไว้ก็ช่วยให้เราอุ่นใจได้ระดับหนึ่งนะ </p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Managing-Oneself-01.jpg"></p>
<p><strong>ความยากง่ายในการอ่าน</strong>: อ่านไม่ยาก<br />
การแปลเป็นภาษาไทยก็อ่านได้อย่างลื่นไหล มีการยกตัวอย่างและการจัดหน้าที่ทำให้อ่านง่าย<br />
แถมบทสุดท้ายยังมีแผนผังรวมคำถามทั้งหมดให้เรากวาดตาไล่ทวนคำตอบอีกรอบ</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/book-23/">Managing Oneself :  ตอบคำถามแล้วทำความรู้จักตัวเอง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/book-23/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Local Pillow : สตาร์ทอัพจองโฮมสเตย์ผสานกิจกรรมแสนสนุกที่ไม่ใช่แค่ไปนอนพักเฉยๆ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dialogue-51/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dialogue-51/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[ปวรพล รุ่งรจนา]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Apr 2017 12:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Founder]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[โฮมสเตย์]]></category>
		<category><![CDATA[Local Pillow]]></category>
		<category><![CDATA[นพเดช เตยะราชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วินัย ณัฏฐาชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dialogue-51/</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายคนคงรู้จักเว็บไซต์ Airbnb สตาร์ทอัพรวมที่พักชื่อดังระดับโลกที่มีแนวคิดปันพื้นที่ว่างในบ้านให้เป็นห้องพักแก่นักท่องเที่ยว หรือเคยใช้บริการ agoda เว็บไซต์เน้นให้บริการจองที่พักแถบเอเชียแปซิฟิก นี่เป็นตัวอย่างของเว็บไซต์จองห้องพักหลายเจ้าที่เปิดให้เราใช้งานได้อย่างสะดวก ง่ายและรวดเร็ว แต่ไม่นานนี้ เราเพิ่งเห็นเว็บไซต์จองโฮมสเตย์สัญชาติไทยอย่าง Local Pillow สตาร์ทอัพน้องใหม่ที่เปิดตัวมาได้ 7 เดือน ความน่าสนใจคือเจ้าของเป็นหนุ่มรุ่นใหม่อายุ 24 ปี เอิร์ธ-นพเดช เตยะราชกุล เรียนจบด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรอยู่หนึ่งปี ก่อนจะจับมือกับ หลี-วินัย ณัฏฐาชัย อายุ 29 ปี ผู้ดูแลการออกแบบและสร้างเว็บไซต์ เพื่อทำสตาร์ทอัพจองห้องพักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดที่ขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวของไทย อย่างจันทบุรี ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี เชียงใหม่ และน่าน สำหรับเรา Local Pillow เลยทั้งน่าจับตามองในแง่การให้บริการจองห้องพักที่เน้นความชิลล์ของโฮมสเตย์ ควบคู่ไปกับอาหารพื้นบ้านและกิจกรรมท้องถิ่น รวมถึงน่าพูดคุยในแง่ที่ว่าทำไมพวกเขาถึงทำสตาร์ทอัพรูปแบบนี้ ในเมื่อมีเว็บไซต์ที่รองรับการจองห้องพักอยู่มากมาย สิ่งที่พวกเขาทำจะโดดเด่นกว่าเจ้าอื่นยังไง เอิร์ธ หนึ่งในผู้ก่อตั้งจะมาไขข้อสงสัยให้เราฟัง “ผมอยากให้เกิดชุมชนของคนชอบเที่ยว ให้คนกลุ่มนี้รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว” เอิร์ธเปิดบทสนทนาว่าอย่างนั้น เขาเน้นว่าตัวเองชอบเที่ยวมาก ในทีแรกเราก็ไม่รู้ว่ามากของเขาคือแค่ไหน แต่หลังจากเพิ่มเขาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก เราเลยร้องอ๋อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-51/">Local Pillow : สตาร์ทอัพจองโฮมสเตย์ผสานกิจกรรมแสนสนุกที่ไม่ใช่แค่ไปนอนพักเฉยๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนคงรู้จักเว็บไซต์ Airbnb สตาร์ทอัพรวมที่พักชื่อดังระดับโลกที่มีแนวคิดปันพื้นที่ว่างในบ้านให้เป็นห้องพักแก่นักท่องเที่ยว หรือเคยใช้บริการ agoda เว็บไซต์เน้นให้บริการจองที่พักแถบเอเชียแปซิฟิก นี่เป็นตัวอย่างของเว็บไซต์จองห้องพักหลายเจ้าที่เปิดให้เราใช้งานได้อย่างสะดวก ง่ายและรวดเร็ว</p>
<p>แต่ไม่นานนี้ เราเพิ่งเห็นเว็บไซต์จองโฮมสเตย์สัญชาติไทยอย่าง Local Pillow สตาร์ทอัพน้องใหม่ที่เปิดตัวมาได้ 7 เดือน ความน่าสนใจคือเจ้าของเป็นหนุ่มรุ่นใหม่อายุ 24 ปี <strong>เอิร์ธ-นพเดช เตยะราชกุล</strong> เรียนจบด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรอยู่หนึ่งปี ก่อนจะจับมือกับ <strong>หลี-วินัย ณัฏฐาชัย</strong> อายุ 29 ปี ผู้ดูแลการออกแบบและสร้างเว็บไซต์ เพื่อทำสตาร์ทอัพจองห้องพักแบบโฮมสเตย์ในจังหวัดที่ขึ้นชื่อด้านการท่องเที่ยวของไทย อย่างจันทบุรี ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี สมุทรสงคราม กาญจนบุรี เชียงใหม่ และน่าน</p>
<p>สำหรับเรา Local Pillow เลยทั้งน่าจับตามองในแง่การให้บริการจองห้องพักที่เน้นความชิลล์ของโฮมสเตย์ ควบคู่ไปกับอาหารพื้นบ้านและกิจกรรมท้องถิ่น รวมถึงน่าพูดคุยในแง่ที่ว่าทำไมพวกเขาถึงทำสตาร์ทอัพรูปแบบนี้ ในเมื่อมีเว็บไซต์ที่รองรับการจองห้องพักอยู่มากมาย สิ่งที่พวกเขาทำจะโดดเด่นกว่าเจ้าอื่นยังไง เอิร์ธ หนึ่งในผู้ก่อตั้งจะมาไขข้อสงสัยให้เราฟัง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pillow_7.jpg" /></p>
<p>“ผมอยากให้เกิดชุมชนของคนชอบเที่ยว ให้คนกลุ่มนี้รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว” เอิร์ธเปิดบทสนทนาว่าอย่างนั้น เขาเน้นว่าตัวเองชอบเที่ยวมาก ในทีแรกเราก็ไม่รู้ว่ามากของเขาคือแค่ไหน แต่หลังจากเพิ่มเขาเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก เราเลยร้องอ๋อ เมื่อเห็นภาพเขาไปปรากฏตัวอยู่ในหลายสถานที่ทั่วโลก</p>
<p>“ผมชอบการแบ็กแพ็กเดินทางไปเที่ยวหลายประเทศ ปกติแล้ว พอเราอยู่ในที่ของคนต่างชาติ เราไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ความเป็นท้องถิ่น มันน่าเสียดาย เพราะผมชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคนแต่ละชาติ บางคนชวนคุย ชวนกินข้าว หรือชวนดื่ม ถ้าไปเที่ยวยุโรป ผมอาจไม่ดูปราสาทตามแลนด์มาร์ก แต่ผมได้ไปว่ายน้ำหรือเล่นเกมสนุกๆ กับคนในพื้นที่ แม้ไม่ได้ไปในสถานที่ดังๆ แต่ประสบการณ์ที่แตกต่างทำให้เราประทับใจไม่แพ้กันเลย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pillow_3.jpg" /></p>
<p>แล้วประสบการณ์นั้นกลายมาเป็นสตาร์ทอัพได้ยังไง เราถามเอิร์ธเพราะยังไม่เห็นแรงจูงใจให้เกิดธุรกิจ</p>
<p>“พอเราชอบ เราก็อยากเริ่มทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว แล้วต้องเป็นการเที่ยวที่ทำให้คนท้องถิ่นที่ชอบรู้จักคนใหม่ๆ และนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยือนได้เป็นเพื่อนกัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ไอเดียนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าธุรกิจท่องเที่ยวเซ็กซี่ มีช่องให้เล่นกับเสน่ห์มากกว่าสถานที่ที่ถูกระบุไว้ในไกด์บุ๊กทั่วไป” เอิร์ธเล่าด้วยตาเป็นประกาย</p>
<p>นั่นเป็นส่วนเกริ่นนำของการเริ่มต้นธุรกิจที่นำมาสู่การสร้างเว็บไซต์ GoYeppey ในปี 2558 ด้วยเป้าหมายเชื่อมชุมชนนักเดินทางกับคนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน พอลองทำจริงเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี โมเดล GoYeppey ไม่ชัดมากพอ เอิร์ธเลยได้รับคำแนะนำจากการร่วมโครงการ AIS the Startup และ MaGIC Accelerator Program (โครงการสนับสนุนสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย) และเริ่มเห็นว่าธุรกิจนี้ต่อยอดยาก เลยต้องหยุดลงในที่สุด</p>
<p>“เราไม่รู้สึกว่ามันเสียเวลา ถ้าไม่มีโมเดลตัวแรก จะไม่นำมาสู่ตัวที่สอง มันเป็นการเดินทางที่พาเราเดินต่อไป ทุกอย่างคือการเรียนรู้ เลยหันมามองการท่องเที่ยวในประเทศไทยว่ายังขาดอะไรบ้าง ผมเห็นว่าที่พักบ้านเรามีศักยภาพ แต่ไม่มีเทคโนโลยีไปช่วยจัดการให้การบริการจองห้องพักง่ายขึ้น พอเห็นช่องโหว่นี้ เลยคิดว่าเราเลือกทำธุรกิจใหม่ได้ แถมยังมีส่วนช่วยให้การท่องเที่ยวบ้านเราดีขึ้นด้วย”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pillow_4.jpg" /></p>
<p>จากนั้น Local Pillow เลยถูกคิดและออกแบบอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน โดยตอนเริ่มเปิดก็มีโฮมสเตย์เปิดให้จองถึง 30 แห่งแล้ว “ตอนทำ GoYeppey ผมพยายามสร้างเว็บไซต์ให้มีลูกเล่นของเทคโนโลยี และทำให้ภาพลักษณ์ดูไฮโซ แต่มันใช้งานยากไป พอเป็น Local Pillow เลยเริ่มต้นความคิดด้วยการพยายามทำให้ทุกอย่างง่าย แล้วค่อยๆ ปรับฟีเจอร์ไปเรื่อยๆ การทำ Local Pillow ในช่วง 5 เดือนแรก ผมหาซัพพลายเออร์และทำการตลาด สำรวจว่าคนสนใจที่พักแนวโฮมสเตย์มากแค่ไหน กลุ่มลูกค้าเป็นใคร ซึ่งโฟกัสที่การสำรวจโฮมสเตย์ที่คนเขาถึงยาก ตั้งเป้าด้วยคอนเซปต์ให้นักท่องเที่ยวได้นอนพักและได้ทำกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมในท้องถิ่นไปพร้อมกัน”</p>
<p>“ธุรกิจของเราไม่ใช่แค่การเข้าไปนอนในห้องแล้วถือว่าเป็นการพักผ่อนจบไป แต่เรามองว่าธุรกิจท่องเที่ยว คือบริการด้านการสะสมประสบการณ์ของผู้ใช้ นอกจากเที่ยว คุณจะได้เพื่อนใหม่ที่เป็นเจ้าของที่พัก ได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ กิจกรรมที่คุณจะได้จากโฮมสเตย์มีหลายอย่าง เช่น ล่องแพ ให้อาหารเหยี่ยว หรือปลูกป่าชายเลน มันคือประสบการณ์และพลังงานที่ดีที่เราจะมอบให้กัน”</p>
<p>“สิ่งที่เราแตกต่างจากคนอื่นมี 3 อย่าง อย่างแรกเราเน้นที่พักแบบโฮมสเตย์ ให้อยู่ง่าย กินง่าย สบายๆ ส่วนใหญ่ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของที่พักใน Local Pillow ไม่มีในเว็บไซต์อื่นๆ เราเป็นตัวกลางทำให้คนเที่ยวกับที่พักได้มาเจอกัน จุดที่เว็บไซต์เราเข้าไปแก้ไขคือการเข้าถึงที่พักของเขายาก คนไม่มีข้อมูล เราจัดระเบียบข้อมูลต่างๆ และทำให้เกิดการรีวิว แสดงความคิดเห็น อย่างที่สอง เราทำเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ขั้นตอนน้อย และเป็นกันเอง อย่างสุดท้าย Local Pillow ไม่ใช่แค่การจองที่พัก แต่คุณเลือกจองกิจกรรมที่รองรับให้คนเข้าพักได้ทำ แล้วยังมีมื้ออาหารท้องถิ่นให้ได้จองด้วย ทุกอย่างเลยถูกรวมไว้ เพราะเรามองว่าประสบการณ์ของการท่องเที่ยวและเข้าพักมีองค์ประกอบหลายอย่างรวมกัน เช่น อาหารที่เขาทำแบบบ้านๆ คุณกินกับเขาได้ สิ่งนี้เป็นประการณ์ที่สนุกแน่ๆ”</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pillow_11.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pillow_5.jpg" /></p>
<p>ตอนนี้ Local Pillow มีโฮมสเตย์ให้เลือกใช้บริการประมาณ 100 แห่ง แต่เอิร์ธตั้งใจจะขยายจำนวนเยอะขึ้นให้ครอบคลุมทุกภาค ปีนี้เลยตั้งเป้าหมายให้มีที่พัก 500 &#8211; 600 แห่ง และต้องการเจาะตลาด Business To Business อย่างเช่น บริษัทที่ต้องการพาพนักงานไปเอาต์ติ้ง หรือเป็นคนต่างชาติที่สนใจการท่องเที่ยว ซึ่งเอิร์ธบอกว่า Local Pillow จะแก้ปัญหาให้ชาวต่างชาติที่ไม่รู้ว่าจังหวัดต่างๆ มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ด้วยการทำหมวดหมู่ที่พักเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ชัดเจนให้เลือกได้ง่ายๆ ตั้งแต่ Seaside, Artistic House, Sleep Eat Play, Mountain, Garden หรือ Organic Farm</p>
<p>“ประเทศไทยมีที่พักเล็กๆ น่าสนใจซ่อนตัวอยู่ในหลืบที่เรามองไม่เห็นมากมาย แต่กลับเข้าถึงยากและกระจายกันไปหมด ถ้าทำให้ทุกคนมาร่วมมือกันได้ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องไปหาเอง ซึ่งชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่ต้องการรายได้ส่วนนี้จริงๆ เขาจะเอาเงินก้อนนั้นมาเป็นทุนทำสิ่งต่างๆ ให้ชีวิตดีขึ้นได้ ผมว่าถ้าช่วยตรงนี้ได้น่าจะเป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชนขนาดเล็กพัฒนาขึ้น ผมอยากให้การท่องเที่ยวที่ทำโดยคนตัวเล็กยั่งยืน Local Pillow จะมาเป็นตัวกลางที่เชื่อมทุกส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งผมมองว่าจุดนี้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก” เอิร์ธทิ้งท้ายบทสนทนาตลอดหนึ่งชั่วโมงกับเราไว้อย่างนั้น ด้วยความหวังว่าสิ่งเล็กๆ ที่เขาเริ่มต้นทำจะส่งผลอย่างยั่งยืน</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="background-color: initial;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/pillow_9.jpg" /></p>
<p><b style="background-color: initial;">facebook | </b><a href="https://www.facebook.com/LocalPillow/">Local Pillow</a></p>
<p><strong>website </strong><strong>| </strong><a href="https://www.localpillow.com/">Local Pillow</a></p>
<p><em><strong>ภาพ</strong> Local Pillow และ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-51/">Local Pillow : สตาร์ทอัพจองโฮมสเตย์ผสานกิจกรรมแสนสนุกที่ไม่ใช่แค่ไปนอนพักเฉยๆ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dialogue-51/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ALONG THE RAILWAY</title>
		<link>https://adaymagazine.com/view-108/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/view-108/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Mar 2017 01:46:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Journey]]></category>
		<category><![CDATA[point of view]]></category>
		<category><![CDATA[ทางรถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[รถไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไครสต์เชิร์ช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/view-108/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไปที่ไหนก็ได้ที่ได้นั่งรถไฟ เราพกประโยคนี้ติดตัวเข้าไปในศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวของเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์เมื่อสองปีก่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยื่นแผ่นพับใบหนึ่งที่มีข้อความตัวหนาว่า ‘The TranzAlpine, top 6 train journeys in the world’ มาให้ เรายอมควักเงินเก็บในกระเป๋า ตีตั๋วรถไฟสัญชาตินิวซีแลนด์ขบวนนั้น เดินทางจากไครสต์เชิร์ช เมืองทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ ไปยังเกรย์เมาท์เมืองทางชายฝั่งตะวันตกเพื่อสัมผัสบรรยากาศรถไฟต่างแดนในฤดูหนาวครั้งแรก รูปถ่ายด้วยกล้องคอมแพ็กต์จากคนที่ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับรถไฟสายนั้น แต่เดินตามเพื่อนร่วมขบวนออกมาชมวิวสองข้างทางในตู้รถไฟที่เปิดโล่ง และหลงเสน่ห์รถไฟตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-108/">ALONG THE RAILWAY</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไปที่ไหนก็ได้ที่ได้นั่งรถไฟ</p>
<p>เราพกประโยคนี้ติดตัวเข้าไปในศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวของเมืองไครสต์เชิร์ช<br />
ประเทศนิวซีแลนด์เมื่อสองปีก่อน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยื่นแผ่นพับใบหนึ่งที่มีข้อความตัวหนาว่า<br />
<strong>‘The TranzAlpine, top 6 train journeys in the world’</strong> มาให้</p>
<p>เรายอมควักเงินเก็บในกระเป๋า<br />
ตีตั๋วรถไฟสัญชาตินิวซีแลนด์ขบวนนั้น เดินทางจากไครสต์เชิร์ช<br />
เมืองทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ ไปยังเกรย์เมาท์เมืองทางชายฝั่งตะวันตกเพื่อสัมผัสบรรยากาศรถไฟต่างแดนในฤดูหนาวครั้งแรก</p>
<p>รูปถ่ายด้วยกล้องคอมแพ็กต์จากคนที่ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับรถไฟสายนั้น<br />
แต่เดินตามเพื่อนร่วมขบวนออกมาชมวิวสองข้างทางในตู้รถไฟที่เปิดโล่ง และหลงเสน่ห์รถไฟตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา</p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train01.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train02.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train03.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train04.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train05.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train07_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train08.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train09.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train10.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train11_2.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train11.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train12.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train13.jpg"></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/train14.jpg"></p>
<p style="text-align: center"> <a href="http://www.adaymagazine.com/news/write-in-a-day-online1">ใครมีเซ็ตภาพถ่ายสวยๆ อยากส่งมาลงคอลัมน์นี้บ้าง คลิกที่นี่เลย</a></p>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/view-108/">ALONG THE RAILWAY</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/view-108/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตามไปดูป้ายรถเมล์ที่เปลี่ยนไปด้วยภาพถ่ายและสิ่งของมากมายจากชุมชน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/going-24/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/going-24/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Mar 2017 09:07:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[Ten for Ninety]]></category>
		<category><![CDATA[bus stop]]></category>
		<category><![CDATA[รถเมล์]]></category>
		<category><![CDATA[ป้ายรถเมล์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/going-24/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เราสะดุดตากับป้ายรถเมล์ย่านเจริญกรุงที่มีบอร์ดโชว์รูปถ่ายและข้าวของเครื่องใช้มากมายแขวนไว้ หยุดสังเกตอีกสักนิดเราก็เห็นผู้คนแวะเวียนมาชมและมาใช้คล้ายกับว่าป้ายรถเมล์หน้าวั สุทธิวราราม ป้ายรถเมล์ตรงจุดเชื่อมต่อ BTS สะพานตากสิน และป้ายรถเมล์ตลาดน้อยเป็นนิทรรศการหรือพื้นที่แสดงศิลปะขนาดย่อมๆ ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณป้ายรถเมล์นั้น เกิดจากความตั้งใจของ Ten to Ninety กลุ่มสถาปนิกที่ชวนเราตั้งคำถามกับการใช้พื้นที่สาธารณะผ่านงานทดลอง ซึ่งหนึ่งในงานของพวกเขาที่เราคุ้นตาก็คือการนำเสื่อไปปูที่โถงกลางสถานีหัวลำโพงเมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้พวกเขาคิดอะไร ทำไมถึงสนใจป้ายรถเมล์ นัฐพงษ์ พัฒนโกศัย Director แห่ง Cloud-floor ทีมสถาปนิกพี่เลี้ยงของโครงการจะเล่าให้เราฟัง ป้ายรถเมล์สุดเก๋โดยกลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง ป้ายรถเมล์ทั้ง 3 แห่งนั้นเกิดจากการสร้างสรรค์ของ Ten to Ninety องค์กรที่รวมนิสิตนักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์และรัฐศาสตร์ สถาปนิกชุมชนรุ่นใหม่ และบริษัทสถาปนิก Integrated Field (IF) และ Cloud-floor โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ พวกเขากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่สาธารณะทุกรูปแบบเพื่อบอกเล่าให้คนทั่วไปรับรู้สิทธิการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะและเรียนรู้การพัฒนาพื้นทีสาธารณะร่วมกัน ป้ายรถเมล์ Dot Line Play! : Bus Stop &#38; Co Dot Line Play! : Bus Stop &#38; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-24/">ตามไปดูป้ายรถเมล์ที่เปลี่ยนไปด้วยภาพถ่ายและสิ่งของมากมายจากชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เราสะดุดตากับป้ายรถเมล์ย่านเจริญกรุงที่มีบอร์ดโชว์รูปถ่ายและข้าวของเครื่องใช้มากมายแขวนไว้ หยุดสังเกตอีกสักนิดเราก็เห็นผู้คนแวะเวียนมาชมและมาใช้คล้ายกับว่าป้ายรถเมล์หน้าวั สุทธิวราราม ป้ายรถเมล์ตรงจุดเชื่อมต่อ BTS สะพานตากสิน และป้ายรถเมล์ตลาดน้อยเป็นนิทรรศการหรือพื้นที่แสดงศิลปะขนาดย่อมๆ ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบริเวณป้ายรถเมล์นั้น เกิดจากความตั้งใจของ Ten to Ninety กลุ่มสถาปนิกที่ชวนเราตั้งคำถามกับการใช้พื้นที่สาธารณะผ่านงานทดลอง ซึ่งหนึ่งในงานของพวกเขาที่เราคุ้นตาก็คือ<a href="http://www.adaymagazine.com/articles/going-1">การนำเสื่อไปปูที่โถงกลางสถานีหัวลำโพง</a>เมื่อปีที่ผ่านมา</p>
<p>ปีนี้พวกเขาคิดอะไร ทำไมถึงสนใจป้ายรถเมล์ <strong>นัฐพงษ์ พัฒนโกศัย</strong> Director แห่ง Cloud-floor ทีมสถาปนิกพี่เลี้ยงของโครงการจะเล่าให้เราฟัง</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3550.jpg" /></p>
<h3><strong>ป้ายรถเมล์สุดเก๋โดยกลุ่มสถาปนิกรุ่นใหม่ไฟแรง</strong></h3>
<p>ป้ายรถเมล์ทั้ง 3 แห่งนั้นเกิดจากการสร้างสรรค์ของ Ten to Ninety องค์กรที่รวมนิสิตนักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์และรัฐศาสตร์ สถาปนิกชุมชนรุ่นใหม่ และบริษัทสถาปนิก Integrated Field (IF) และ Cloud-floor โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ พวกเขากำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่สาธารณะทุกรูปแบบเพื่อบอกเล่าให้คนทั่วไปรับรู้สิทธิการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะและเรียนรู้การพัฒนาพื้นทีสาธารณะร่วมกัน</p>
<h3><strong>ป้ายรถเมล์ </strong><strong>Dot Line Play! : Bus Stop &amp; Co</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3562.jpg" /></p>
<p>Dot Line Play! : Bus Stop &amp; Co คือโครงการลำดับที่สองของ Ten to Ninety พวกเขาเห็นว่าป้ายรถเมล์เป็นพื้นที่สาธารณะที่คนออกมารวมกลุ่มกันในเวลาสั้นๆ และเป็นที่ที่คนเข้าถึงได้มากที่สุดในประเทศ จึงชวนมาตั้งคำถามและร่วมกันหาคำตอบผ่านการเปลี่ยนป้ายรถเมล์เป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะจากรูปถ่ายและของใช้สารพัดอย่างจากคนในพื้นที่ รวมถึงคำบอกเล่าเรื่องราวจากผู้ขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะทั้งวินมอเตอร์ไซค์ คนขับรถเมล์ รถตุ๊กตุ๊ก หรือแม้กระทั่งคนขับเรือ โดยเลือกจากป้ายรถเมล์ที่รถเมล์สาย 1 ซึ่งเป็นสายแรกในกรุงเทพฯ ผ่าน และพิจารณาป้ายรถเมล์ที่มีความโดดเด่นในแง่การเป็นจุดเชื่อมโยงของชุมชนและพื้นที่รอบข้างที่มีความพิเศษแตกต่างกัน นั่นก็คือ ป้ายรถเมล์หน้าวัดสุทธิวราราม ป้ายรถเมล์บริเวณจุดเชื่อมต่อ BTS สะพานตากสิน และป้ายรถเมล์ตลาดน้อย</p>
<h3><strong>เปลี่ยนป้ายรถเมล์เป็นห้องรับแขกชุมชน<br />
</strong></h3>
<p>ป้ายรถเมล์เป็นสถานที่แรกที่ผู้สัญจรบนท้องถนนจะได้พบเจอ ป้ายรถเมล์จึงเป็นภาพสะท้อนชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ Ten to Ninety ทดลองเปลี่ยนป้ายรถเมล์ทั้ง 3 แห่งให้แตกต่างกัน และพยายามดึงเสน่ห์ของชุมชนออกมานำเสนอ</p>
<p><strong>ป้ายรถเมล์หน้าวัดสุทธิวราราม : Everything &amp; Everyday Objects </strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3553.jpg" /></p>
<p>ทีมงานเปลี่ยนป้ายรถเมล์หน้าวัดสุทธิวรารามเป็นห้องทดลองขนาดเล็กด้วยการจัดวางสิ่งของหลายรูปแบบทั้งที่ให้หยิบฟรี เช่น น้ำดื่ม ยาดม ลูกอม ผ้าปิดปาก ไปจนถึงของที่ให้ผู้คนผลัดเปลี่ยนกันมาใช้ เช่น เครื่องชั่งน้ำหนัก กีตาร์ และเก้าอี้สัดส่วนถูกต้องเหมาะกับการนั่งคอยรถเมล์</p>
<p><strong>ป้ายรถเมล์บริเวณจุดเชื่อมต่อ BTS สะพานตากสิน : Bus stop &amp; other informal transportation modes</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3565.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3546.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3556.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3554.jpg" /></p>
<p>ป้ายรถเมล์แห่งนี้กลายเป็นนิทรรศการขนาดกะทัดรัด มีป้ายแนะนำกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนระบบคมนาคมขนส่งทั้งวินมอเตอร์ไซต์ คนขับรถเมล์ คนขับรถสองแถว ไปจนถึงคนขับเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาว่ามีบทบาทสำคัญต่อคนเมืองอย่างไร พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการทำนามบัตรให้กลุ่มคนเหล่านั้นเพื่อแจกจ่ายให้ผู้รับบริการอย่างเรา</p>
<p><strong>ป้ายรถเมล์ตลาดน้อย : Bus stop &amp; community living</strong></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_35471.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3549.jpg" /></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3557.jpg" /></p>
<p>ที่นี่ถูกปรับเป็นแกลเลอรี่ขนาดกะทัดรัด แสดงภาพถ่ายจากมุมมองของคนในชุมชนด้วยการให้กล้องถ่ายรูปไปบันทึกภาพประทับใจหรือสิ่งที่พบเห็นจนชินตาในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันก็เนรมิตรป้ายรถเมล์แห่งนี้ให้ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่ด้วยการนำข้าวของเครื่องใช้ที่คนในชุมชนมอบให้มาตกแต่ง มีตั้งแต่กระถางต้นไม้ไปจนถึงงานพับกระดาษของเด็กพิเศษ รวมถึงมีการแสดงดนตรีเล็กๆ จากเด็กในชุมชนด้วย</p>
<h3><strong>ป้ายรถเมล์เป็นมากกว่าจุดจอดรับส่งผู้คน</strong></h3>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/IMG_3561.jpg" /></p>
<p>Dot Line Play! : Bus Stop &amp; Co เป็นการทดลองที่สะท้อนให้เห็นว่าป้ายรถเมล์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ให้ผู้คนมารอรถเมล์เท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์เรื่องการใช้พื้นที่ให้กับคนในชุมชนทั้งการเป็นพื้นที่ให้คนชุมชนได้พบเจอกันหรือได้สื่อสารความเป็นชุมชนผ่านงานศิลปะ ยิ่งไปกว่านั้น โครงการป้ายรถเมล์นี้ยังส่งเสียงเล็กๆ ที่บอกเราว่าป้ายรถเมล์ที่คนไทยต้องการควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรและควรมีอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของโครงการนี้คือการทำให้เราเห็นว่า การพัฒนาและให้ความสำคัญกับพื้นที่สาธารณะไม่ควรตกอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานใดหรือคนใดคนหนึ่ง แต่ควรเป็นพวกเรา ผู้ใช้ประโยชน์จากการขนส่งสาธารณะต่างหากที่ต้องช่วยกันดูแล</p>
<h3><strong>แนะนำให้ตามไปดู</strong></h3>
<p>ป้ายรถเมล์น่ารักๆ ของ Ten to Ninety เป็นโครงการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 6 &#8211; 12 มีนาคม 2560 ตามไปดูกันได้ที่ป้ายรถเมล์ตลาดน้อย ป้ายรถเมล์บริเวณจุดเชื่อมต่อ BTS สะพานตากสิน และป้ายรถเมล์หน้าวัดสุทธิวราราม ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศแบบใกล้ชิด ขอแนะนำให้เดินทางด้วยรถเมล์สาย 1</p>
<p><strong>Facebook l </strong><a href="https://www.facebook.com/tenforninety/?fref=ts">Ten for Ninety</a></p>
<p><em><strong>ภาพ </strong>Ten for Ninety</em></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" style="text-align: center;" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt="" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/going-24/">ตามไปดูป้ายรถเมล์ที่เปลี่ยนไปด้วยภาพถ่ายและสิ่งของมากมายจากชุมชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/going-24/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>6 อีเวนต์สนุกรับวันหยุดยาว 10 &#8211; 13 กุมภาพันธ์นี้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/event-47/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/event-47/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[a team]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Feb 2017 04:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Happiness]]></category>
		<category><![CDATA[event]]></category>
		<category><![CDATA[#ตึกคุณหญิงหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[Thou Shalt Sing]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้า คน เป็ด สิ่งของ]]></category>
		<category><![CDATA[The River]]></category>
		<category><![CDATA[Winter Season - YARD SALE #3]]></category>
		<category><![CDATA[บางมดเฟส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/event-47/</guid>

					<description><![CDATA[<p>Festival บางมดเฟส Bangmod Fes ชาวบางมดชวนเราไปเทศกาลงานรื่นเริงเชิงสร้างสรรค์ครั้งแรกของพวกเขา งานนี้เขาต้อนรับเราด้วยการเนรมิตรแนวคลองบางมด 3 กิโลเมตรให้มีทั้งแสง สี เสียง ที่ผสมผสานวัฒนธรรมพื้นถิ่น รวมถึงไปแต่งแต้มสีสันร่วมกันบนกำแพงริมคลอง งานนี้ไม่ต้องกลัวเดินจนหิว เพราะมีอาหารหลากหลายจากชุมชนรอให้เราไปลิ้มรสและลิ้มลอง Date &#38; Time: 11 &#8211; 12 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป Location: บริเวณท่าน้ำวัดพุทธบูชา (เวทีหลัก) และตลอดแนวคลองบางมดถึงครัววิชชาลัยในสวนบางมด (3 กม.) Market Winter Season &#8211; YARD SALE #3 บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ ใครอยู่เชียงใหม่อยากดื่มชีวิตชิลล์ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ เคล้าดนตรีสดในชุมชนศิลปะ แนะนำให้ไปบ้านข้างวัด ซึ่งเสาร์-อาทิตย์นี้เปิดให้คนอยากปล่อยของกับคนอยากซื้อของมาเจอกันในเทศกาลตลาดขายของมือสอง ความพิเศษคือสามารถเลือกซื้อสินค้าไปพร้อมๆ กับการพูดคุย แลกเปลี่ยนกับพ่อค้า แม่ค้าทั้งมือเก่า มือใหม่กันได้อย่างเพลินๆ รับรองว่าได้กลับมามากกว่าของแน่ๆ Date &#38; Time: 11 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/event-47/">6 อีเวนต์สนุกรับวันหยุดยาว 10 &#8211; 13 กุมภาพันธ์นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center"><strong>Festival</strong></h3>
<h3><a href="https://www.facebook.com/events/363177637395280/">บางมดเฟส Bangmod Fes</a><br />
<strong></strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Bangmod_Fest.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>
	ชาวบางมดชวนเราไปเทศกาลงานรื่นเริงเชิงสร้างสรรค์ครั้งแรกของพวกเขา งานนี้เขาต้อนรับเราด้วยการเนรมิตรแนวคลองบางมด<br />
3 กิโลเมตรให้มีทั้งแสง สี เสียง ที่ผสมผสานวัฒนธรรมพื้นถิ่น  รวมถึงไปแต่งแต้มสีสันร่วมกันบนกำแพงริมคลอง<br />
 งานนี้ไม่ต้องกลัวเดินจนหิว<br />
เพราะมีอาหารหลากหลายจากชุมชนรอให้เราไปลิ้มรสและลิ้มลอง </p>
<p><strong>Date &amp; Time</strong><strong>:</strong> 11 &#8211; 12 กุมภาพันธ์  2560<br />
เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป<br />
	<br />
	<strong>Location</strong><strong>:</strong>  บริเวณท่าน้ำวัดพุทธบูชา (เวทีหลัก) และตลอดแนวคลองบางมดถึงครัววิชชาลัยในสวนบางมด<br />
(3 กม.)</p>
<hr>
<h3 style="text-align: center"><strong>Market</strong></h3>
<h3><a href="https://www.facebook.com/events/1264935150252443/">Winter Season &#8211; YARD SALE #3</a><strong><br />
</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Winter_season.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>
	บ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์<br />
ใครอยู่เชียงใหม่อยากดื่มชีวิตชิลล์ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นๆ เคล้าดนตรีสดในชุมชนศิลปะ  แนะนำให้ไปบ้านข้างวัด  ซึ่งเสาร์-อาทิตย์นี้เปิดให้คนอยากปล่อยของกับคนอยากซื้อของมาเจอกันในเทศกาลตลาดขายของมือสอง ความพิเศษคือสามารถเลือกซื้อสินค้าไปพร้อมๆ กับการพูดคุย<br />
แลกเปลี่ยนกับพ่อค้า แม่ค้าทั้งมือเก่า<br />
มือใหม่กันได้อย่างเพลินๆ รับรองว่าได้กลับมามากกว่าของแน่ๆ</p>
<p>
	<strong>Date &amp; Time:</strong>  11 &#8211; 12<br />
กุมภาพันธ์ 2560  เวลา<br />
15.00 &#8211; 20.00 น.<br />
	<br />
	<strong style="background-color: initial">Location:</strong> บ้านข้างวัด จังหวัดเชียงใหม่</p>
<hr>
<p>
	<strong></strong></p>
<h3 style="text-align: center"><strong>Exhibition</strong></h3>
<p>
	<strong></strong></p>
<h3><a href="https://www.facebook.com/events/1624996887808670/">The River</a><strong><br />
</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/river.jpg"></p>
<p style="text-align: center">
<p>
	ธเนศ อ่าวสินธุ์ศิริ หรือ น้ำอ้อย อ่าวสินธุ์ศิริ คือศิลปินจิตรกรรมที่ไม่ได้มีแค่สถานะเดียว<br />
แต่ยังรับบทบาทหลากหลาย ตั้งแต่อาจารย์จนถึงนักเขียนบทวิเคราะห์เชิงศิลปะ บทบาทที่ไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียวทำให้สิ่งที่อยากสื่อสารไปไกลกว่าการใส่มันลงไปในงานจิตรกรรมเพียงอย่างเดียว<br />
เขาจึงลุกขึ้นมาสร้างงานศิลปะผ่านสื่อหลากรูปแบบตั้งแต่ศิลปะจัดวางจนถึงวิดีโอ<br />
ลองไปสัมผัสการทดลองใหม่ๆ ของศิลปินคนนี้กันดูนะ</p>
<p><strong><br />
	Date &amp; Time:</strong>  วันนี้ &#8211; 26 มีนาคม<br /><strong></strong><strong>Location: </strong>Gallery VER ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ (BRT ถนนจันทน์)</p>
<h3><a href="https://www.facebook.com/events/1078181742297582/">ถ้า คน เป็ด สิ่งของ</a><strong><br />
</strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/14682062_623104137872202_2745210029920286609_o.jpg"></p>
<p>
	นิทรรศการน่าไปดูของชาวอุดรธานี<br />
เป็นงานแสดงผลงานศิลปะของ 14 ศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นคนพื้นที่แท้ๆ<br />
พวกเขาจะชวนคุณมามองอุดรและบริเวณใกล้เคียงในมุมมองที่แตกต่าง<br />
ผ่านงานหลายรูปแบบตั้งแต่ภาพวาดจนถึงมื้ออาหารแสนพิเศษ<br />
ใครผ่านไปอุดรหรือชาวอุดรเองอย่าพลาดนะ</p>
<p>
	<strong>Date<br />
&amp; Time:<br />
	</strong><br />
	11 &#8211; 18 กุมภาพันธ์ 2560</p>
<p>
	<strong>Location:<br />
	</strong> ศูนย์การค้า Mill Place Posri by LPN จังหวัดอุดรธานี</p>
<hr>
<p>
	<strong></strong></p>
<h3></h3>
<h3 style="text-align: center">Performance</h3>
<h3><a href="https://www.facebook.com/events/1198342220203128/">ตึกคุณหญิงหรี่ Madam Ree Building</a><br />
<strong></strong></h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Madam_Ree.jpg"></p>
<p>
	ความทรงจำในตึกคุณหญิงหรี่ถูกปลุกขึ้นมาให้โลดแล่นอีกครั้งเมื่อสมยศ<br />
วิภา และเพื่อนร่วมรุ่นของเขา มารวมตัวกันในงานเลี้ยงรุ่น  แต่แล้วเพียงชั่วข้ามคืนตึกที่บรรจุความทรงจำอันหอมหวานของพวกเขากำลังจะถูกทุบทิ้ง<br />
 เขาจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงแบบไม่ทันได้ตั้งตัวได้ยังไงกัน<br />
 คำตอบมีอยู่ใน &#8216;ตึกคุณหญิงหรี่ Madam Ree Building&#8217;  บัตรราคา 500 บาท จองบัตรได้ที่ 081-4415718, 087-9984454  เลยนะ</p>
<p>
	<strong>Date &amp; Time: </strong>9 &#8211; 27 กุมภาพันธ์ 2560 (รอบการแสดง: พฤหัสบดี-เสาร์, จันทร์ 20.00 น. และ อาทิตย์ 15.00 น.)<br />
	<strong>Location: </strong>Democrazy Theatre<br />
Studio (MRT ลุมพินี)</p>
<h3><strong><a href="https://www.facebook.com/events/1622334478070705/?ref=1&amp;action_history=%5B%7B%22surface%22%3A%22permalink%22%2C%22mechanism%22%3A%22surface%22%2C%22extra_data%22%3A%5B%5D%7D%5D">Thou<br />
Shalt Sing : A Secondary Killer&#8217;s Guide to Pull the Trigger<br />
</a></strong></h3>
<h3>
<p style="text-align: center"><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/Thoa_Shalt_Sing.jpg"></p>
</h3>
<p>เรื่องราวของนักฆ่าผู้เป็นที่สองตลอดกาลในดินแดนที่เสพติดกลิ่นเลือดแทนกลิ่นดอกไม้<br />
และเสพติดเสียงปืนแทนดนตรีอันไพเราะ ติดตามกฎของนักฆ่าที่ห้ามเป็นที่สองได้ใน<br />
<em>จงขับขาน : มือสังหารชั้นรองโปรดร้องก่อนลั่นไก</em> บัตรราคา 450 บาททุกที่นั่ง<br />
จองบัตรได้ที่ 087-3306244</p>
<p>
	<strong>Date &amp; Time: </strong>10 &#8211; 14 และ 18 &#8211; 22 กุมภาพันธ์ 2560<br />
	<strong style="background-color: initial">Location:<br />
	</strong> โรงละครพระจันทร์เสี้ยว สถาบันปรีดีพนมยงค์ (BTS ทองหล่อ)</p>
<h3 style="text-align: center"><strong><strong><img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png"></strong></strong></h3>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/event-47/">6 อีเวนต์สนุกรับวันหยุดยาว 10 &#8211; 13 กุมภาพันธ์นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/event-47/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย่อยเรื่องวิทย์ให้เสพง่ายกับ &#8216;นักสื่อสารวิทยาศาสตร์&#8217; คนไทยหนึ่งเดียวบนเวทีเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ระดับโลก</title>
		<link>https://adaymagazine.com/dialogue-34/</link>
					<comments>https://adaymagazine.com/dialogue-34/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[นันท์นภัส พลเศรษฐเลิศ]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Jan 2017 02:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[นักสื่อสารวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[FameLab International]]></category>
		<category><![CDATA[British Council]]></category>
		<category><![CDATA[Cheltenham Science Festival]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://a-day.opendream.in.th/dialogue-34/</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์ อดีตนักเรียนทุน ก.พ. วิศวกรรมการแพทย์ ผู้ที่ยืนอยู่บนเวทีนั้น เขามีงานหลักเป็นนักวิจัยที่ไบโอเทค ก่อนจะแขวนชุดกาวน์ วางหลอดทดลองชั่วคราว ยื่นใบสมัครเข้าแข่งขันเล่าเรื่องงานวิจัยที่เขาถนัดให้สนุกภายใน 3 นาที ตั้งแต่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไปจนถึงยาลบความทรงจำที่สามารถเลือกลบเฉพาะความทรงจำที่เลวร้ายได้ บนเวที FameLab ซึ่งจัดโดย British Council จนชนะใจผู้ชมและกรรมการผู้คร่ำหวอดในวงการวิทยาศาสตร์ เขาเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าร่วม FameLab International เวทีสื่อสารวิทยาศาสตร์ในงาน Cheltenham Science Festival เทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มีสเกลใหญ่ขึ้นด้วยการมีผู้เข้าแข่งขันมากถึง 26 ประเทศทั่วโลก หลังจากก้าวลงจากเวทีนั้น เขามีงานรองเป็นวิทยากรให้กับงานประกวดด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นพิธีกรรายการ &#8216;ว้าววิทย์ช่วยเศรษฐกิจชาติ&#8216; รายการทางช่อง NBT ที่ย่อยงานวิจัยให้ภาคธุรกิจเอาไปใช้ได้ง่ายๆ เป็นนักพูดที่มีเวทีให้ไปเล่าเรื่องสนุกแทบทุกอาทิตย์ รวมถึงกำลังจะมีรายการสั้นๆ ทางออนไลน์เอาไว้สื่อสารวิทยาศาสตร์กับผู้ใหญ่ เมื่อพูดคุยกับเขา เราไม่ได้รู้จักเพียงดอกเตอร์หนุ่มเจ้าของงานวิจัยด้านชีวะการแพทย์ผู้หลงใหลระบบกลไกต่างๆ ในร่างกายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่สัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการทำให้วิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องง่ายที่สุด อะไรทำให้นักวิจัยตัดสินใจแข่งขันเล่าเรื่องเรามีโอกาสไปเรียนที่อังกฤษ ได้เห็นการเรียนการสอนที่นั่น เห็นเด็กสนุก ตื่นเต้นกับวิทยาศาสตร์ เราก็อยากเห็นเด็กในเมืองไทยรักวิทยาศาสตร์แบบนั้น คิดว่าเมืองไทยยังไม่มี Role Model ทางด้านวิทยาศาสตร์เลย ถ้าเราเข้าแข่งขันโครงการนี้ มันเป็นโอกาสให้เราเจอคนเยอะขึ้น จะทำให้วิทยาศาสตร์บูมได้อีกครั้งหนึ่งในเมืองไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-34/">ย่อยเรื่องวิทย์ให้เสพง่ายกับ &#8216;นักสื่อสารวิทยาศาสตร์&#8217; คนไทยหนึ่งเดียวบนเวทีเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>
	<strong></strong><strong>ดร.ข้าว ต้นสมบูรณ์</strong><br />
	อดีตนักเรียนทุน ก.พ. วิศวกรรมการแพทย์ ผู้ที่ยืนอยู่บนเวทีนั้น เขามีงานหลักเป็นนักวิจัยที่ไบโอเทค<br />
ก่อนจะแขวนชุดกาวน์ วางหลอดทดลองชั่วคราว ยื่นใบสมัครเข้าแข่งขันเล่าเรื่องงานวิจัยที่เขาถนัดให้สนุกภายใน<br />
3 นาที  ตั้งแต่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไปจนถึงยาลบความทรงจำที่สามารถเลือกลบเฉพาะความทรงจำที่เลวร้ายได้<br />
บนเวที FameLab ซึ่งจัดโดย British<br />
Council จนชนะใจผู้ชมและกรรมการผู้คร่ำหวอดในวงการวิทยาศาสตร์</p>
<p>
	เขาเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เข้าร่วม FameLab International  เวทีสื่อสารวิทยาศาสตร์ในงาน Cheltenham<br />
Science Festival เทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มีสเกลใหญ่ขึ้นด้วยการมีผู้เข้าแข่งขันมากถึง<br />
26 ประเทศทั่วโลก หลังจากก้าวลงจากเวทีนั้น เขามีงานรองเป็นวิทยากรให้กับงานประกวดด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์<br />
เป็นพิธีกรรายการ &#8216;<em>ว้าววิทย์ช่วยเศรษฐกิจชาติ</em>&#8216; รายการทางช่อง NBT ที่ย่อยงานวิจัยให้ภาคธุรกิจเอาไปใช้ได้ง่ายๆ เป็นนักพูดที่มีเวทีให้ไปเล่าเรื่องสนุกแทบทุกอาทิตย์<br />
รวมถึงกำลังจะมีรายการสั้นๆ ทางออนไลน์เอาไว้สื่อสารวิทยาศาสตร์กับผู้ใหญ่</p>
<p>
	เมื่อพูดคุยกับเขา เราไม่ได้รู้จักเพียงดอกเตอร์หนุ่มเจ้าของงานวิจัยด้านชีวะการแพทย์ผู้หลงใหลระบบกลไกต่างๆ ในร่างกายจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่สัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการทำให้วิทยาศาสตร์ให้เป็นเรื่องง่ายที่สุด</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_5499.jpg" style="text-align: center"></p>
<p>
	<strong style="background-color: initial">อะไรทำให้นักวิจัยตัดสินใจแข่งขันเล่าเรื่อง<br /></strong>เรามีโอกาสไปเรียนที่อังกฤษ ได้เห็นการเรียนการสอนที่นั่น เห็นเด็กสนุก<br />
ตื่นเต้นกับวิทยาศาสตร์ เราก็อยากเห็นเด็กในเมืองไทยรักวิทยาศาสตร์แบบนั้น คิดว่าเมืองไทยยังไม่มี<br />
Role Model ทางด้านวิทยาศาสตร์เลย<br />
ถ้าเราเข้าแข่งขันโครงการนี้ มันเป็นโอกาสให้เราเจอคนเยอะขึ้น<br />
จะทำให้วิทยาศาสตร์บูมได้อีกครั้งหนึ่งในเมืองไทย</p>
<p>
	<strong>วิทยาศาสตร์บูมแล้วมันมีผลต่อตัวเรายังไง<br /></strong>มันมีข้อดีเยอะ ถ้าไม่มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประเทศจะเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้<br />
การที่ประเทศหนึ่งจะเป็นประเทศพัฒนาต้องมีองค์ความรู้เยอะมาก อย่างเช่นบริษัทผลิตอาหารในเมืองไทย<br />
เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ ปากท้อง เขาก็ต้องพยายามผลิตอาหารให้ได้ปริมาณเยอะที่สุดโดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด<br />
ถามว่าทำยังไง ก็ต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หรือทำฟาร์มไก่ ไก่ออกมาแล้วก็ต้องตรวจโรคว่ามันปลอดภัยไหมโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์<br />
ถ้าไม่ปลอดภัย ส่งมาขายเรา เรากินเข้าไปก็แย่ หรือว่าวงการการแพทย์ ถ้าไม่มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ในการผลิตยา<br />
ในการผลิตวัคซีน ทางการแพทย์เราก็ไม่เข้มแข็ง</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_5517.jpg"></p>
<p>
	<strong>ทำไมต้องเป็นเวที </strong><strong>FameLab<br /></strong>ผู้เข้าแข่งขันมีจุดประสงค์เดียวกันคือทำให้วิทยาศาสตร์มันสนุก การไปร่วมกับ<br />
FameLab ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ<br />
ได้เห็นเทคนิคการเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ของแต่ละคน บางคนมาเล่นดนตรีแล้วก็ร้องเพลง<br />
แต่งเพลง หรือว่าแสดงละครมีแอ็กติ้งมาเกี่ยวข้อง มันไม่ใช่การแข่งขันที่ห้ำหั่นกัน<br />
เพราะฉะนั้นตอนซ้อมทุกคนแทบจะมาช่วยกัน มาคอมเมนต์ว่าคุณน่าจะทำอย่างนี้สิ<br />
ลองใช้คำนี้ดู ยกตัวอย่างอย่างนี้ดีมั๊ย ทำท่าอย่างนี้ดีมั๊ย</p>
<p>
	<strong>เล่างานวิจัยเป็นเล่มให้เป็นเรื่องยังไงภายใน 3 นาที<br /></strong>ความสำเร็จในการสื่อสารอย่างหนึ่งคือการทำให้คนดูเห็นภาพเดียวกับที่เราเห็น เราต้องสร้างจินตนาการให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นบางทีแค่พูดอย่างเดียวไม่หมด<br />
ต้องมีอุปกรณ์มาช่วย อย่างผมใช้บานพับประตูบ้านมาแทนหัวเข่า ใช้กล่องจำนวนมากมาแทนสารเคมีในสมอง<br />
มันต้องดึงเรื่องที่ใกล้ตัว ผมเชื่อว่าทุกเรื่องสามารถเล่าให้คนทุกวัยฟังได้<br />
แต่ต้องปรับเนื้อหาให้พอดี เราไม่ได้ต้องการจะให้คอนเทนต์ 100 เปอร์เซ็นต์<br />
จริงๆ แล้วเราจะให้เขาแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป หมายความว่าคุณฟังแล้วคุณอาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด<br />
แต่คุณอยากรู้จักมันมากขึ้น</p>
<p>
	<strong>คอนเทนต์ 10 เปอร์เซ็นต์ของคุณเป็นยังไง<br /></strong>ผมอธิบายเรื่องกลไกสมอง ยกเรื่องที่คนเขาอิน คนเรามักจะบอกว่าเวลาทะเลาะกัน<br />
ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก แต่มันมีคำอธิบายด้านกลไกของสมองว่า การที่คนคนนึงงอนเรา<br />
เราไปตื๊อเขา แทนที่เขาจะใจอ่อน เขากลับใจแข็งมากขึ้น แล้วก็เล่าไปว่าสมองเราทำงานยังไงเพื่อให้เห็นว่าเราควรจะตื๊อมั๊ย<br />
หรือไม่ควร</p>
<p>
	อย่างจะเล่าเรื่องฮอร์โมน ก็ดึงมาแค่ฮอร์โมนเพศหญิงจะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงของเดือน<br />
ถ้าผู้หญิงเข้าใจหลักการทำงานของฮอร์โมนตัวเอง<br />
หรือผู้ชายเข้าใจหลักการทำงานฮอร์โมนของผู้หญิง ผู้ชายจะกลายเป็นเห็นอกเห็นใจเขาแทน<br />
ชีวิตคู่หรือความสัมพันธ์ก็จะดีขึ้น ราบรื่นขึ้น</p>
<p>
	<strong style="background-color: initial">แม้จะให้คอนเทนต์ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่มีบ้างไหมที่คนไม่อยากรู้<br /></strong>มี แต่เราก็ต้องสังเกตคนดู คนฟังตลอด การพูดมันคือการสื่อสารสองทาง ถ้าเกิดเขากำลังอินกับเรามาก<br />
เราก็พร้อมจะขยี้มุก ถ้าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มรู้แล้วว่าเขาเริ่มไม่สนใจ เราก็ต้องเปลี่ยนแล้ว ต้องหาเรื่องใกล้ตัวมาดึงความสนใจของเขากลับมา</p>
<p>
	<strong>การทำให้เขาอยากรู้ต่อมันดียังไง<br /></strong>มันดีต่อชีวิตเขา บางเรื่องสร้างความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น เช่น ผู้หญิงทุกคนอยากสวยก็จะมีผลิตภัณฑ์เสริมความงามมากมาย<br />
กินอันนี้แล้วจะผอม กินอันนี้แล้วหน้าจะตึง จะไม่มีรอยย่น<br />
บางทีถ้าเขาเข้าใจหลักการทำงานของร่างกายของเขา<br />
เขาก็จะรู้ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางอย่างกินไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย<br />
เปลืองค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำไป การรู้เพิ่มขึ้นมันทำให้เขาปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น ไม่โดนหลอก<br />
แล้วก็ไม่เสียเงินฟรีๆ</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_5539.jpg"></p>
<p>
	<strong>นักสื่อสารวิทยาศาสตร์สำหรับคุณคืออะไร<br /></strong>นักสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นเหมือนตัวเชื่อมระหว่างคนกลุ่มหนึ่งกับคนทั่วไปในสังคมให้แชร์ข้อมูลกันได้<br />
โดยที่คุยภาษาเดียวกันมากขึ้น เพราะคนที่เข้าใจนักวิทยาศาสตร์จริงๆ<br />
ส่วนใหญ่ก็จะทำงานในวงการวิทยาศาสตร์ พูดคุยเฉพาะกับคนที่เข้าใจภาษาเดียวกัน<br />
แล้วบางครั้งเราอินกับมันมากเกินไปจนไปคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง บางทีเรามีงานวิจัยดีๆ<br />
เราค้นพบอะไรที่มีประโยชน์กับเขา เราก็อยากจะแชร์ให้คนทั่วไปรู้ แต่ถ้าเกิดเราอธิบายให้เขาฟังด้วยคำพูดง่ายๆ ไม่ได้<br />
ก็เหมือนมีกำแพง ข้อมูลก็ส่งไปไม่ถึงเขา</p>
<p>
	<strong>เราจะทำลายกำแพงนี้ได้ยังไง<br /></strong>อย่างหนึ่งคือต้องไม่มีอีโก้ เราต้องไม่คิดว่าเราเก่งกว่าคนอื่น<br />
การที่จะคุยกับคนทั่วไป การที่จะได้ใจคนทั่วไปก็คือเราต้องทำตัวระดับเดียวกับเขาในเชิงวิชาการไม่ได้คิดว่าเขาต้องรู้เหมือนที่เรารู้  ไม่ใช่ว่าเราเป็นดอกเตอร์ เป็นโน่น นี่ นั่น<br />
เราสูงกว่าเขา นั่นจะทำให้เราลืมคิดถึงใจเขา อีกอย่างหนึ่งคือมีจิตใจที่อยากจะสอน<br />
ต้องมีความเป็นครูด้วย ศาสตร์ของการเป็นครู คือต้องเข้าใจเด็ก<br />
เพราะถ้าเด็กไม่เข้าใจ ฟังไม่รู้เรื่อง เราจะมีวิธีพลิกแพลง อธิบาย<br />
คนที่เก่งมากๆ บางทีไม่ค่อยได้มีโอกาสสอน เราก็จะเก่งอยู่คนเดียวแต่ถ่ายทอดไม่ได้</p>
<p>
	<strong>การถ่ายทอดมันฝึกฝนกันได้ไหม<br /></strong>ได้แน่นอน ผมทดลองมาแล้วจากเวที FameLab ในรอบ Master Class 10 คนสุดท้าย จะมีโค้ชมาสอนการเล่าเรื่อง มันเห็นเลยว่าก่อนหน้ากับหลังจากนั้น ทั้ง<br />
10 คนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย จริงๆ ต้องมีคนสอน ไม่ใช่สิ่งที่สามารถปิ๊ง<br />
ตรัสรู้มาได้เลย เพราะว่ามันมีศาสตร์อะไรบางอย่างที่เราไม่เคยรู้มาก่อน<br />
แม้ว่าจะมีความชอบในการทำงานด้านนิเทศมาก่อน แต่เราอยู่ในโลกวิทยาศาสตร์มานานมากจนเราไม่รู้ว่าการจะเล่าเรื่องหนึ่งที่ยากให้เป็นเรื่องที่ง่าย<br />
มันมีศาสตร์ มันมีวิธี</p>
<p>
	<strong>หลังจากที่ชีวิตเกี่ยวข้องกับการสื่อสารมากขึ้น<br />
คุณได้เรียนรู้อะไรจากมันบ้าง<br /></strong>ทุกอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นครู เป็นหมอ เป็นนักกฎหมาย<br />
เป็นอะไรก็แล้วแต่ การสื่อสารสำคัญมากกับทุกอาชีพ สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือต้องกล้าก่อน<br />
กล้าที่จะพูด แล้วพอเรากล้า เราก็เห็นว่าการก้าวออกมาอยู่ต่อหน้าผู้คนมากขึ้น<br />
มันไม่ได้ส่งผลร้ายต่อหน้าที่การงานเลย มันช่วยให้สังคมดีขึ้นด้วยซ้ำไป</p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/MG_5553.jpg"></p>
<p>
	<em><strong>ภาพ</strong> มณีนุช บุญเรือง</em></p>
<p style="text-align: center">
	<img decoding="async" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2018/08/end1.png" alt=""></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/dialogue-34/">ย่อยเรื่องวิทย์ให้เสพง่ายกับ &#8216;นักสื่อสารวิทยาศาสตร์&#8217; คนไทยหนึ่งเดียวบนเวทีเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ระดับโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://adaymagazine.com/dialogue-34/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
