Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
คำตัดสินและคำถามที่ผลักดัน ‘ต๋อง Ristr8to’ ก้าวสู่แชมป์โลกลาเต้อาร์ต

คำตัดสินและคำถามที่ผลักดัน ‘ต๋อง Ristr8to’ ก้าวสู่แชมป์โลกลาเต้อาร์ต

24/09/2018
YOU MADE
AUTHOR: เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล
SHARE:

 ในฉากหน้า ต๋อง–อานนท์ ธิติประเสริฐ คือเจ้าของร้าน Ristr8to คาเฟ่สุดเท่ย่านนิมมานเหมินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยดีกรีร้านกาแฟของบาริสต้าผู้เป็นแชมป์โลกลาเต้อาร์ตจากรายการ 2017 World Latte Art Championship การขายกาแฟพันแก้วต่อวันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขา

 

 ในฉากหลัง เขาคือเด็กหนุ่มที่ทิ้งใบปริญญาด้านวิศวกรรมไฟฟ้า มาจับ pitcher เทลาเต้อาร์ต เริ่มต้นฝึกฝนตัวเองหลังเคาน์เตอร์ในคาเฟ่เล็กๆ ล้มเหลวจากร้านกาแฟร้านแรกของตัวเองที่ออสเตรเลีย เจอเรื่องผิดพลาด ฝ่าฟันกับคำพูดคนรอบตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลาสิบปี เฉกเช่นคนที่ไม่ยอมอ่อนข้อกับอุปสรรค 

 แต่เชื่อไหมว่า แม้ในวันที่เขาประสบความสำเร็จบนเวทีระดับโลกมาหลายครั้งหลายครา คำพูดจากคนเหล่านั้นยังคงเดินตามหลังอยู่ เขาเลือกที่จะฟัง และแปรเปลี่ยนมันเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเองเดินรุดไปข้างหน้า เพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรักต่อ

 ทั้งหมดนี้คือนิยามความเท่ของบาริสต้าคนไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งที่เราอยากแบ่งปัน และตัวหนังสือหลังจากนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่าหนทางแห่งความสำเร็จของเขาไม่ง่ายดายเลย

 

 พลังของเด็กหนุ่มที่ใครบอกให้หยุดก็ไม่ฟัง

 “ผมเรียนวิศวะเพราะแม่อยากให้เรียนครับ แต่ตอนปีสาม ผมรู้ตัวว่าวิศวกรไม่ใช่อาชีพที่ผมชอบ เลยอยากเป็นสจวร์ต อยากทำตามความฝันตอนเด็กที่อยากเที่ยวรอบโลกด้วย แต่ภาษาอังกฤษผมย่ำแย่มาก (หัวเราะ) อาชีพที่อยากทำต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษก่อน สามเดือนหลังเรียนจบผมเลยตะบี้ตะบันอ่านหนังสือ หาความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษ ผมว่าผมเป็นคนเพี้ยนประมาณหนึ่งนะ เวลาชอบอะไรก็จะอยากทำมันทุกวันๆ มันเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนชีวิตผมมากเลย

 “ผมอยากจริงจังกับการเรียนภาษามากขึ้นเลยขอที่บ้านไปออสเตรเลีย ที่บ้านไม่ค่อยว่าอะไรกับการตัดสินใจนี้ แต่จริงๆ เขาก็บ่นว่าทำไมไม่ไปสมัครงานเป็นวิศวกร ผมตอบเขาไปว่าขอเรียนภาษาก่อนน่าจะดีกว่า

 

 “ระหว่างที่เรียน ผมสมัครงานเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารไทย พอทำได้สักพักก็เริ่มรู้สึกว่าถ้ายังอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ เราแย่แน่ๆ เพราะที่ร้านก็มีแต่คนไทย แต่ผมไปออสเตรเลียเพราะอยากพูดภาษาอังกฤษ เลยตัดสินใจลาออก จำได้ว่าพี่ๆ คนไทยที่ทำงานเรียกผมไปคุยในครัว ‘คิดดีแล้วเหรอที่ลาออก เพราะงานที่นี่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสมัครเข้ามาทำได้นะ เชื่อพี่เหอะ อย่าไปไหนเลย’ ผมรู้สึกในใจว่าทำไมทุกคนต้องกะเกณฑ์ว่าสิ่งที่เราได้ทำในตอนนั้นคือดีแล้ว ผมไม่ชอบเลยเวลาที่มีคนบอกผมแบบนี้

 “หลังจากนั้นผมไปสมัครงานเป็น all-rounder (คนทำงานจิปาถะ) ในคาเฟ่ ผมมีโอกาสได้ทำงานที่หลากหลายและได้ใช้ภาษาอังกฤษอย่างที่หวังไว้ด้วย ทุกเช้าที่ร้านจะมีผมและบาริสต้าอีกคนที่เข้าร้านไวกว่าคนอื่นๆ ทุกวันผมได้เห็นเขาเซตเครื่องชงกาแฟ ปรับเครื่องบด ทำลาเต้อาร์ต ผมรู้สึกว่ามันเจ๋งมาก กาแฟแก้วแรกที่ผมได้กินก็คือกาแฟของบาริสต้าคนนี้ เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากเป็นบาริสต้า

 “เขาได้ตำแหน่งแชมป์โลกลาเต้อาร์ตมาครองเลยตัดสินใจลาออกจากร้าน ผมก็เลยขอลาออกด้วย พนักงานทุกคนเขาดีใจกับเรานะ ถ้าเรามีเป้าหมายใหม่ทุกคนก็หวังดีอยากให้เราไปได้ดี มันทำให้ผมเห็นความแตกต่างในนิสัยคนไทยและคนออสเตรเลีย”

 

 คำดูถูกที่ชวนพิสูจน์ความตั้งใจ

 “ผมลงทุนเปิดคอกเทลบาร์และคาเฟ่กับเพื่อนที่ออสเตรเลีย แต่กิจการเราไปได้ไม่ค่อยสวย โชคดีที่โลเคชั่นร้านดีมากๆ ผมตัดสินใจขายร้านเอาเงินมากลบหนี้ ตรงนี้เป็นบทเรียนชิ้นสำคัญในชีวิตเลย ครั้งต่อไปจะไม่หุ้นกับใครแล้ว ผมบินกลับเมืองไทยและตั้งใจว่าจะเปิดคาเฟ่ของตัวเอง แต่ก็มีปัญหากับที่บ้านซ้ำอีก เพราะเขาอยากให้ผมเป็นวิศวกร

 “เราทะเลาะกันรุนแรง ผมเลยเอาเงินเท่าที่ผมมีมาเปิดร้าน Ristr8to ซึ่งก่อนหน้านั้นผมก็เริ่มลงแข่งลาเต้อาร์ตที่ออสเตรเลีย ผมอยู่ที่นู่นมาเกือบสี่ปี ซึมซับวัฒนธรรมคาเฟ่ของเขามาเยอะ นี่เป็นเหตุผลที่ผมอยากเปิดคาเฟ่สไตล์ออสเตรเลียที่เน้นขายกาแฟแบบ single origin และลาเต้อาร์ต ซึ่งในปี 2011 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งใหม่มากสำหรับวงการกาแฟบ้านเรา

 

 “มีคนในวงการกาแฟพูดกับผมว่า ‘คนไทยเขากินกาแฟกับนมข้นมาตั้งแต่จำความได้ อยู่ๆ คุณจะให้คนไทยกินกาแฟร้อนได้ยังไง ยังไงก็ไม่มีทางทำได้’ หรือคำจากคนอื่นอย่าง ‘เป็นแค่ร้านลาเต้อาร์ต กาแฟใช้ไม่ได้หรอก’ ความรู้สึกมันเหมือนกับวันที่ผมลาออกจากร้านอาหารไทยที่ออสเตรเลีย คนบางคนมัวตัดสินคนอื่นๆ จากประสบการณ์ของตัวเอง และเชื่อกันแบบผิดๆ ว่าถ้าคนก่อนหน้าทำไม่ได้ คนที่มาทีหลังก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

 “วันแรกที่เปิดร้าน ผมขายกาแฟได้ 8 แก้วเองครับ แต่ลึกๆ ผมไม่อยากยอมแพ้เลย ผมเชื่อว่าลาเต้อาร์ตเป็นสิ่งที่เชื่อมคนทั่วไปให้เข้าสู่โลกของ specialty coffee ได้ง่ายที่สุด ผมคงรู้สึกเสียดายมากกว่าถ้าความรู้ที่เราเก็บเกี่ยวจากประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับวงการกาแฟไทยเลย”

 

 อุปสรรคข้างทางที่แชมป์โลกลาเต้อาร์ตต้องฝ่าฟัน

 “หลังจากเปิดร้านไม่นานผมก็ลงแข่งลาเต้อาร์ตอีก สุดท้ายปีนั้นผมก็ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยและคว้าอันดับที่ 6 ของโลกมาได้ เสียงที่ผมได้ยินจากคนข้างหลังบางคนคือ ‘ไม่ได้ที่หนึ่งหรอก เห็นไหมว่าไม่เก่งจริง’ ทั้งๆ ที่ปีนั้นเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนประเทศไทยเข้าไปอยู่ในรายชื่อ final six (ผู้ชนะอันดับที่ 1-6 จะได้รับการบันทึกชื่อในรายการแข่งขัน) ตอนแรกๆ หงุดหงิดนะ แต่ในใจก็คิดว่าเดี๋ยวคราวหน้าผมจะได้อันดับที่สูงกว่านี้ให้ดู

 “ปี 2015 คือปีที่สองที่ผมลงแข่ง คราวนี้ผมได้อันดับที่ 5 จริงๆ ผมคาดหวังแล้วว่าคว้าแชมป์โลกมาได้แน่ๆ แต่ด้วยความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมทำบนเวทีทำให้โอกาสนั้นหายไปเลย ปีต่อมาผมก็ตัดสินใจลงแข่งอีก คราวนี้หล่นไปอยู่ที่ 11 เลยครับ เจ็บปวดมาก (หัวเราะ) แต่ตอนนั้นผมแทบไม่สนใจเลยว่าใครจะว่ายังไง เพราะคำพูดเดิมๆ เหล่านั้นทำอะไรผมไม่ได้แล้ว

 

 “ผมกลับมาอ่านบทสัมภาษณ์อดีตแชมป์โลก เขาบอกว่าซ้อมวันละสิบชั่วโมงเป็นเวลาสองเดือน เททิ้งเกือบสองหมื่นแก้ว ผมฉุกคิดว่าบางครั้งผมอาจจะโทษคนอื่นมากเกินไป เราซ้อมน้อยมากเมื่อเทียบกับคนที่ทุ่มเททำมันมาเป็นเดือนๆ ความล้มเหลวบางทีมันก็สะใจ โดยเฉพาะเวลาที่เราลุกขึ้นจากมันได้

 “แข่งเสร็จปีนั้นผมเตรียมตัวเพื่อการแข่งในปีถัดไปเลย เวลาเห็นอะไรเจ๋งๆ ก็เก็บมันมาครีเอตเป็นลายลาเต้อาร์ต หรือคิดหาวิธีการพรีเซนต์ที่ใส่เรื่องราวเข้าไปให้มันน่าสนใจ พยายามทำให้ทุกๆ วินาทีในสิบนาทีของการแข่งขันนั้นไม่มีช่องโหว่ให้กรรมการหักคะแนน จนในที่สุดก็ได้อันดับที่ 1 อย่างที่ตั้งใจไว้”

 

 บทสรุปที่ไม่ใช่บทสุดท้าย

 “ผมมองว่าทุกๆ คำพูดและความผิดพลาดมีความดีในตัวมัน อย่างน้อยที่สุดชีวิตเราต้องไม่ล้มซ้ำรอยเดิม มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าเราจะเก่งหรือไม่เก่งยังไงเราคงหนีไม่พ้นคนที่คอยสรรหาคำพูดมาดูถูกความสามารถเรา เวลามีใครมาดูถูกเราก็แค่เปลี่ยนมันให้เป็นแรงผลักดัน แล้วก็ ‘ลงมือทำ’ ให้เขาดู

 “ถ้าถามผมว่าความสำเร็จคืออะไร สำหรับผม เงินอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ผมให้ความสำคัญกับความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ผมชอบตรงนี้ เร็วๆ นี้ผมก็กำลังจะแข่งอีกรายการ Coffee in Good Spirit เวลามีคนมาถามว่าทำไมยังลงแข่งอยู่ ผมมักถามเขากลับไปว่า ‘แล้วทำไมเราจะต้องหยุด’

 “ตอนนี้ผมเป็นคนที่นอนเฉยๆ ไม่ได้แล้ว ผมอยากทำให้ทุกอย่างดีขึ้นในทุกวัน หาไอเดียใหม่ๆ มาป้อนให้ร้าน ทำ Ristr8to ให้เป็นคาเฟ่ที่ดี การมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆ วิถีชีวิตแบบนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นความมั่นคงอย่างหนึ่งได้แหละมั้ง”

 

 แค่ทำในสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในความคิด ลงมือทุ่มเทให้กับมันอย่างสุดใจ และมองทุกอุปสรรคในแง่ดี นี่คือความเท่ที่เราสัมผัสได้จากชายที่อยู่ตรงหน้าเราคนนี้ เหมือนกับแบรนด์ AXE ที่เชื่อเสมอว่าเราทุกคนมีความเท่ในแบบฉบับของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่เหมือนใคร แค่มั่นใจในตัวเราที่เป็นเราก็พอ

YouTube video

 ขอบคุณสถานที่Khom Coffee

Tags:YOU MADEaxeristr8toอานนท์ ธิติประเสริฐbaristaต๋อง Ristr8to
Share :
Author
เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล
Photographer
-
รอยสักที่เล่าเรื่องราวอันไม่ลบเลือนของ เอก-วันประชา ธิติไพศาล แห่งสตูดิโอไกลจักรวาล
YOU MADEรอยสักที่เล่าเรื่องราวอันไม่ลบเลือนของ เอก-วันประชา ธิติไพศาล แห่งสตูดิโอไกลจักรวาลนักเขียน : บุญญานันท์ กาญจนกิจ
การ์ตูนจากชีวิตของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักวาดการ์ตูนไทยที่โด่งดังในเมืองมังงะของโลก
Ideaการ์ตูนจากชีวิตของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักวาดการ์ตูนไทยที่โด่งดังในเมืองมังงะของโลกนักเขียน : ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ
กรอดูหนังชีวิตของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับและนักเขียนบทที่ตั้งเป้าว่าจะเดินตามฝันมาเกือบ 20 ปีแล้ว
Ideaกรอดูหนังชีวิตของ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับและนักเขียนบทที่ตั้งเป้าว่าจะเดินตามฝันมาเกือบ 20 ปีแล้วนักเขียน : ไอรดา รื่นภิรมย์ใจ