x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

เบื้องหลังตัวตนและความคิดไม่ Low-cost ของ อนุชา แสงชาติ แห่ง Lowcostcosplay

ตอนเด็กๆ เคยคิดไหมว่า
“ชีวิตนี้เราอยากเป็นอะไร”

ไม่ใช่แค่คุณ ชา-อนุชา แสงชาติ แห่ง Lowcostcosplay เพจสุดสร้างสรรค์มีมีคนกดไลก์เพจเขากว่า 2 ล้าน
และเคยลงเว็บระดับโลกอย่าง 9GAG จนเพจเขากลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
ก็เคยถูกถามด้วยคำถามนี้ในวันที่เขายังเรียนชั้นมัธยม

 

“ตอนที่เข้าเรียนวิชาแนะแนว
อาจารย์เขาก็ถามตลอดว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร อยากทำอาชีพอะไร ผมก็ตอบมั่วๆ
ไปว่าอยากเป็นตำรวจ เพราะว่าข้าราชการดีกับประเทศไทย โดยที่ความจริงเราไม่ได้อยากเป็น
แต่ว่ามันต้องมีคำตอบ ยิ่งเข้าห้องแนะแนวยิ่งต้องมีคำตอบให้กับอาจารย์ที่มาถามเรา

“แต่ผมไม่รู้
ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเราต้องเป็นอะไร
และด้วยความที่เราไม่รู้ว่าต้องเป็นอะไรนั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องค้นหา”

และการค้นหาของเขาเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น

เราต้องทำอะไรสักอย่างให้คนจดจำและมีคุณค่า

ช่วงหนึ่งของบทสนทนาระหว่างเรากับซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งในโลกโซเชียล
เขาเล่าให้เราฟังว่าคนมักคาดหวังว่าเขาเป็นคนตลก
เหมือนที่เพจของเขาเคยสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกคน
แต่ชายหนุ่มเล่าว่าความจริงเขาไม่ได้เป็นคนตลกตลอดเวลาขนาดนั้น
และยิ่งเราได้ฟังเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาของเขา เรายิ่งรู้ว่ามันไม่ตลกเลยสักนิด

“ตอนเด็กๆ
ผมชอบไปนั่งหลบๆ และคิดว่าชีวิตเราโคตรโดดเดี่ยว เราเป็นลูสเซอร์ ขี้แพ้
ตอนนั้นเด็กมากเลยนะ ประมาณ ป.1 แต่ผมเข้าใจความรู้สึกตอนนั้นมาก
ว่าผมคิดอะไรประมาณนี้ คิดว่าตัวเองกระจอก กระจอก กระจอก สู้พี่ชายไม่ได้
ลูสเซอร์ขนาดที่ว่าเวลาดูการ์ตูนกับพี่เราก็จะเลือกกันว่าเราจะเป็นการ์ตูนตัวไหน
ผมจะไม่มีสิทธิ์ได้เลือกเป็นตัวที่เก่งที่สุด”

โดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร
หลังจบชั้นมัธยมศึกษา เขาตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยตามเส้นทางชีวิตปกติของคนส่วนใหญ่
แต่เลือกที่จะออกสู่โลกกว้างทำงานหาเงิน
โดยเริ่มจากการเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่จังหวัดเชียงใหม่

“ผมเคยบอกพี่ชายว่าผมอยากจะโด่งดัง
เขาก็คิดว่ามึงจะบ้าเหรอ มึงจะโด่งดังได้ยังไง มึงมีอะไร เรียนจบแค่ชั้นมัธยม 6

“แล้วด้วยความที่ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าต้องเป็นอะไรนั่นแหละ
คือสิ่งที่ทำให้เราต้องค้นหา มันไร้ขอบเขต เราเป็นอะไรก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ
เราต้องทำอะไรสักอย่างให้คนจดจำและมีคุณค่า แล้วคนรักเรา”

อย่างน้อย ถ้าวันนึงต้องตายไปก็อยากให้คนจำ

เมื่อถึงจุดหนึ่งชีวิตของชายหนุ่มเริ่มอยากเปลี่ยนแปลง
แต่การตื่นมาทำอะไรเดิมๆ ไม่สามารถทำให้เขาค้นพบจุดเปลี่ยนได้
เขาจึงตัดสินใจครั้งที่กล้าบ้าบิ่นที่สุดในชีวิต-กล้าชนิดที่หลายคนอาจอยากถามเขาว่าบ้าหรือเปล่า

“ตอนนั้นรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองแต่ไม่รู้ต้องทำยังไง
ก็เลยคิดว่าอย่างน้อยเราต้องเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่เราอยู่ เลยตัดสินใจลงมากรุงเทพฯ
เลยโดยที่ไม่รู้ว่าจะมาทำอะไร มีเงินติดตัวแค่พันเดียวเองมั้ง ผมคิดว่า
วันนั้นต้องหางานให้ได้ แล้วก็ขออาศัยเขาอยู่ แล้วเผอิญเดินไปบนฟุตปาทถนนลาดพร้าว
แล้วผมเห็นที่เสาไฟฟ้ามีกระดาษติดอยู่ เขารับสมัครคนดูแลผู้สูงอายุ ผมก็โทรไป
เขาก็นัดไปสัมภาษณ์”

การได้เข้าทำงานที่บ้านพักคนชราคือจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตชา
หรือหากจะบอกว่า Lowcostcosplay
ถือกำเนิดจากสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ผิดนัก
โดยเขาใช้ผ้าผืนหนึ่งในบ้านพักคนชรามาคลุมหลัง แล้วเปรียบเทียบกับลีโอไนดัส (Leonidas) จากภาพยนตร์เรื่อง 300 คนในโลกออนไลน์พากันกดไลก์ กดแชร์
จนเขาประหลาดใจ

“ผมสนองความต้องการตัวเองล้วนๆ
อย่างที่บอก ผมอยากมีสปอตไลต์ส่อง ชีวิตผมไม่รู้จะทำอะไรอยู่แล้ว
อย่างน้อยถ้าวันนึงผมต้องตายไปก็อยากให้คนจำ ไม่อยากให้คนลืม ก็เลยทำสิ่งนี้
ทำให้คนจำแบบนี้ เราไม่รู้หรอกว่าทำตรงนี้จะมีประโยชน์กับใครมั้ย แค่ทำไปก่อน
แล้วค่อยต่อยอด”

จากภาพนั้นจึงเกิดภาพที่สอง
ที่สาม ที่สี่ จนขึ้นหลักร้อย จากการโพสต์ภาพในเฟซบุ๊กส่วนตัว
กลายเป็นเพจที่ทุกวันนี้มีคนตามหลักล้าน
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกสิ่งอย่างจะเป็นไปอย่างง่ายดาย

ผมไม่กลัวอะไร ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำมันถูก

 

“ไปหางานทำเถอะ” “สิ่งที่คุณทำมันฉาบฉวย ไม่มั่นคง” “เดี๋ยวคนเขาก็ลืมคุณ”

ประโยคข้างต้นคือตัวอย่างคำหวังดีที่เขาได้รับในช่วงเริ่มต้นทำเพจ
แม้กระทั่งคนรักของเขาในขณะนั้นก็แสดงความเป็นห่วงถึงความไม่มั่นคงของชีวิตคนทำเพจ
แน่ล่ะ
ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่แล้วใครจะเชื่อว่าการทำเพจจะหล่อเลี้ยงชีวิตคนคนหนึ่งได้

ยังไม่นับเรื่องภาพลักษณ์เพจที่เน้นตลกโปกฮาจนถูกตีความว่าไร้สาระโดยอัตโนมัติ
ถ้าเขาหวั่นไหวกับถ้อยคำเหล่านั้นคงไม่มีเพจ Lowcostcosplay จนทุกวันนี้

 

“ผมมองว่าชีวิตเป็นสะพานที่เราเดิน
ไอ้คำพูดพวกนั้นตอนแรกมันคือลมพายุ แรงไม่แรงอยู่ที่จำนวนคน เราก็มีเซบ้าง
แต่ถ้าเราจับราวสะพาน แล้วพยายามเดินไป มันก็ถึงปลายทาง ผมเลยไม่กลัวอะไร
ผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำมันถูก จนวันนึงมีเสียงที่เริ่มยอมรับ ลมก็ค่อยๆ หายไป
เราก็เดินสะดวกขึ้น”

 

อย่าเพิ่งคิดว่าจะได้เงิน
แต่คิดว่าคุณได้ความหมายในการทำอะไรบางอย่างที่คุณรัก

ทุกวันนี้เจ้าของเพจ Lowcostcosplay เลือกเส้นทางของตัวเองแล้วคือการลาออกจากงานประจำมาทำเพจหล่อเลี้ยงชีวิต
เขาว่าตื่นมาก็เริ่มต้นคิดไอเดียใหม่ๆ

ซึ่งถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า อะไรทำให้ชายผู้นี้ยังคงเชื่อในสิ่งที่ทำ
ยังขยันเรียกเสียงหัวเราะให้คนที่ตามเพจของเขาโดยไม่หวั่นไหวกับเสียงรอบข้าง
เราจึงถามสิ่งที่ค้างคาใจทิ้งท้าย

“มันไม่ได้มีตัวเลือก” ชาตอบด้วยรอยยิ้ม “จะกระโดดฆ่าตัวตายก็ไม่ได้
ยังไงก็ต้องเดินต่อไป เพราะเราเชื่อแล้ว มันอยู่ที่โฟกัสว่าเราโฟกัสอะไร
โฟกัสยังไง มาพูดถึงเรื่องโฟกัส ที่ผมทำเพจมันเป็นเรื่องที่ผมโฟกัสด้วยว่า
เราตื่นมาในชีวิตหนึ่งเราโฟกัสอะไรบ้าง เราต้องแปรงฟัน ล้างหน้า
แต่ผมตื่นมาผมโฟกัสเพจก่อนเลย แทบจะทั้งวัน ผมโฟกัสเพจ แต่ถ้าคนไปทำงานประจำอะ
ก็ต้องโฟกัสเจ้านาย โฟกัสที่บริษัท โดนแบ่งๆ โดนซอยไปแล้ว

“เวลาผมถูกเชิญไปพูด
ผมจะพูดเรื่องโฟกัส คนจะมองภาพออก
แต่คนฟังก็ยังไม่มั่นใจว่าถ้าไปโฟกัสแล้วมันจะได้อะไรหรือเปล่า
คือมันต้องเปลี่ยนวิธีคิดก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าจะได้เงิน
แต่คิดว่าคุณได้ความหมายในการทำอะไรบางอย่างซึ่งเป็นสิ่งที่คุณรักอยู่แล้ว
ถามว่ามันสนุกไหม สนุกฉิบหายเลย แต่กับบางคนเขาไม่คิดอย่างนี้ไง
ถ้าจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ ถ้าจะไปสายธุรกิจมันก็มีหนทางอยู่ ผมเห็นมีคอร์สสอนอยู่
แต่ผมไม่รู้จะสอนยังไงเพราะผมไม่ใช่สายธุรกิจ ผมมองตัวเองเป็นศิลปิน
ผมเองทำอะไรก็ได้ให้คนชอบแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่สนวิธีการเพราะเราก็มีอัตลักษณ์ครับ
อัตลักษณ์คือการที่เรามองอะไรบางอย่างเราจะคิดถึงคนคนนั้น
เราต้องถามตัวเองว่าทำไมคนต้องมารอดูเรา เรามีความเจ๋งอะไร
แล้วทำคอนเทนต์ตัวเองให้ดี ให้คูล”

หลังฟังเขาพูดถึงตรงนี้
ผมนึกถึงชีวิตในวัยเด็กของเขาที่ไม่มีคำตอบว่าตัวเองอยากเป็นอะไร
จนกระทั่งวันนี้ที่เขารู้แล้ว-เลือกแล้ว

“คำถามที่ว่าผมอยากเป็นอะไรผมเพิ่งมาค้นพบตอนที่ทำเพจนี้นะ” ว่าถึงตรงนี้ชาก็เงียบเว้นช่องว่างให้เราคิดตาม

“ผมแค่อยากเป็นสิ่งนี้แหละคือเป็นตัวเอง”

Author

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

เจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

กานต์ ตันติวิทยาพิทักษ์

จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกะบัง สาขาถ่ายภาพ เป็นลูกคนสุดท้องจากลูกคนเดียวในบ้าน เป็นช่างภาพที่ชื่นชอบการถ่ายภาพสถาปัตยกรรมและทิวทัศน์

Related Posts