อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร : นักร้องผู้สร้างบทเพลงจากความจริงในชีวิต 4/4

5.

ผีเสื้อตัวหนึ่งไม่สวยงามเท่าไหร่
บางส่วนของปีกก็ขาดหายไป
และแรงโน้มถ่วงไม่เคยช่วยอะไร
แต่ผีเสื้อยังบินไปตามหัวใจ

เดินเข้าไปในโชคชัย
4 ซอย 24 ทางขวาเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น พ้นแนวตึกเป็นพื้นที่รกร้างสีเขียวครึ้มเข้ายึดพื้นที่
ถัดไปคือบ้านไม้สีขาวหลังเก่า บ้านหลังปัจจุบันของอภิชัย

ถ้าไม่นับเสียงซูที่เห่าเป็นระยะ
รอบบ้านก็เงียบสงบ เขาเป็นคนอยู่ติดบ้าน เหตุจากสมัยทำงานถ่ายภาพ ต้องเดินทางไกล
เก็บตัวในกองถ่ายเป็นเดือน ความคิดถึงบ้านทวีคูณจนติดเป็นนิสัย

วันนึงคนที่อยู่บ้านเช่ามาทั้งชีวิตบอกว่าเขาเริ่มอยากมีบ้านของตัวเองซะที

“เราขี้เกียจย้ายแล้วว่ะ
อยากทำบ้านแบบเต็มที่ สร้างมันอย่างตั้งใจ เสียตังค์ไปกับมันอย่างเต็มที่ เพราะเรารู้ว่าในที่สุดเราก็จะได้ใช้มันอย่างยาวนาน

“การเช่าบ้านเป็นเรื่องสนุก
มันแอบคล้ายหนัง แต่เพียงผู้เดียว
เพราะช่วงที่เราไปดูบ้านเช่าบางบ้านคนยังไม่ย้ายออกไป
มันยังมีข้าวของและมีเรื่องราวอยู่ การย้ายบ้านเหมือนเราย้ายธีมการใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ
แต่ในที่สุดทุกบ้านจะมีบางอย่างที่เป็นลายเซ็นอยู่
มีความชอบที่ชัดเจนมากของเราอยู่ในแต่ละบ้าน”

เขาชอบบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้
บริเวณบ้านไม่ต้องใหญ่แต่มีพื้นที่ เฟอร์นิเจอร์ที่เขาใช้ทุกบ้านคือโต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่เรานั่งคุยกันวันนี้

เขาเคยคิดอยากไปอยู่ต่างจังหวัด
เล็งที่ดินแถวลำปางไว้ 11 ไร่ ในราคาสองแสนห้า
แต่รอบข้างโดดเดี่ยวและสันโดษเกินเลยตกไป

เขาอยากเลี้ยงไก่
ปลูกผักแบบไม่จริงจังแต่กินได้ จะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ เขาชอบบ้านที่มีพื้นที่โล่ง
องค์ประกอบไม่ต้องเยอะแต่ขอให้อยู่ได้นานๆ ห้องที่เน้นมากคือห้องครัว
เพราะเขาชอบทำอาหาร ตอนอยู่อังกฤษ การเข้าครัวคือกิจกรรมหลักประจำวัน

“เราว่าการทำอาหารเหมือนการทำเพลง
มันเกิดการทดลองได้ตลอดเวลา แค่ลองใส่โน่นเพิ่มนี่ก็น่าตื่นเต้นแล้ว
ทำออกมาดีมั้ย คนกินแล้วชอบมั้ย การได้เฝ้ามองรีแอ็กชั่นคนเป็นเรื่องสนุก”

เมนูที่เขามั่นใจคือยำและแกง
อาหารฝรั่งก็ทำได้ไม่เลว พ่อเขาทำอาหารเก่งแต่เขาไม่เคยขอวิชา
ทุกเมนูหัดเองจนชำนาญ การทำอาหารไม่ใช่แค่การเลี้ยงท้อง
แต่เป็นการแสดงออกความรักแบบหนึ่ง “การที่เราเป็นผู้ชายแล้วทำกับข้าวให้แฟนกิน
เราว่ามันเป็นเรื่องโรแมนติก คนเราเวลาท้องอิ่มมันมีความสุขอยู่แล้ว
โดยที่ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าหรือนาฬิกาเรือนแพงให้ก็ได้
การทำกับข้าวมันเป็นเรื่องเบสิกมาก ถ้าไม่ใช่เมนูพิสดาร ก็ไม่ต้องใช้ตังค์มากมาย”

บ้านก็มี
ชื่อเสียงก็โอเค ใครก็ว่านี่เป็นช่วงขาขึ้นของ Greasy Café ทุกวันนี้สิ่งที่เขาอยากได้คือความสุขง่ายๆ
ในบ้านของตัวเอง

“เราชอบทุกช่วงชีวิตที่ผ่านมา
ถ้ามีคนถามว่าอยากกลับไปเปลี่ยนแปลงชีวิตตอนไหนมั้ย เราไม่กลับนะ
เราเชื่อว่าในทุกขณะที่ชีวิตดำเนินไปมันถูกไตร่ตรองประมาณนึง
หลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังเป็นไปและกำลังจะเป็นต่อไป ถูกคิดแล้วว่ามันโอเค
การกลับไปเปลี่ยนแปลงมันอาจจะแย่กว่าเดิมก็ได้”

กับงานเพลง
ช่างภาพหนุ่มใหญ่ไม่คิดว่ามันคือสุดยอดความสำเร็จ
ยอดขายซีดีไม่เจ็บตัวแต่งานโชว์น้อยกว่าที่เราคิด เรื่องในเพลงก็จริงจังและแปลกประหลาดจากเพลงวัยรุ่นอยู่โข

ในวันที่เพลง
Gangnam
Style
ได้ 99
ล้านวิวใน YouTube เขาไม่ใช่หมอดู ไม่ได้ปักธงใดๆ แต่ยอมรับว่าอัลบั้มสุดท้ายของ Greasy
Café อาจมาถึงเร็วกว่าที่คิด

“Greasy Café เติบโตมาแบบไม่มีอะไร เราค่อยๆ หาผืนดิน ถางหญ้า พรวนดิน
แล้วก็ปลูกข้าวลงไปทีละนิด ตอนนี้ต้นข้าวมันเริ่มโตบ้างแล้ว ถ้าน้ำจะท่วม
เราคงเสียใจ แต่คงไม่เป็นไรมาก เพราะเราไม่เคยมีทุ่งรวงทองเป็นร้อยๆ ไร่
เราไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรขนาดนั้น ก็ค่อยๆ โตขึ้นไป
ถ้าจะลื่นล้มก็คงไม่เจ็บตัวมาก

“เราอาจไม่เข้ากับยุคมาตั้งแต่ไหน
วิธีถ่ายรูปของเราก็มีหลายคนที่ไม่เข้าใจ
เพลงที่เราแต่งคนก็ไม่เก็ตมากว่าพยายามพูดเรื่องอะไรอยู่ ทั้งภาพและเพลงของเราก็เหมือนหนัง แต่เพียงผู้เดียว
มันไม่ใช่อาหารบดน่ะ คนฟังต้องออกแรงนิดนึงแล้วจะรู้ว่าข้างในเป็นยังไง ถ้าเราทำงานที่ไม่ให้คนคิดเลย
เราดูถูกเขาเกินไปนะ”

หลังพบความเปลี่ยนแปลง
จมปลักกับความหม่นหมอง หาทางขึ้นมาจากความทุกข์ อภิชัยยังคงเดินทางต่อ
ลากเส้นไปยังจุดต่อไป ผมคิดว่าตอนนี้อภิชัยกำลังเดินทางสู่ช่วงคลี่คลายของชีวิต

ถ้าการเดินทางของเขาไม่ใช้แผนที่
เหมือนดั่งชื่ออัลบั้ม The
Journey Without Maps
สิ่งที่ทำให้เขาไม่หลงทางคืออะไร ผมถาม

“สัญชาตญาณ”
เขาตอบเร็ว “บางเรื่องเชื่อสัญชาตญาณตัวเองเถอะ ในที่สุดแล้วมันจะแย่ก็ให้มันแย่ไป
การเสียเวลาวางแผนในที่ประชุมไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่บางทีก็ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา
สัญชาตญาณผิดได้อยู่แล้ว แต่ก็มีหลายครั้งที่มันถูกไม่ใช่เหรอ

“ถ้าเราขับรถบนถนนเส้นนึงที่ไม่เคยไปมาก่อน
เมื่อเจอทางแยกที่ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีเพื่อนในรถ
วางแผนไม่ได้ เราก็ลองขับดู ไม่ซ้ายก็ขวา ไม่ใช่ก็วนกลับมาใหม่ก็ได้

“มันไม่ผิดที่จะกลัว
ไม่ผิดที่จะหลง จะไปกลัวอะไรนักหนาวะคนเรา”

หลังปิดเครื่องอัด
บทสนทนาเงียบสงัด เสียงเห่าของซูยังดังเป็นระยะ
มันยังตะกุยไม้แผ่นนั้นเหมือนตอนที่ผมเพิ่งเข้าบ้านมา

ซูทำอย่างนี้เป็นเดือนแล้ว
เจ้าของบ้านเล่า มันเป็นไม้ระแนงปูพื้น เรียงเป็นแนวยาวติดประตูบ้าน ผมจำที่เขาเล่าว่าช่วงน้ำท่วมบ้านนี้มีน้ำเข้าระดับข้อเท้า
ช่องว่างด้านล่างมีน้ำขัง กว้างและชื้นพอจะเป็นบ้านของสัตว์ไม่พึงประสงค์

เสียงเห่าดังขึ้น
ผมถอยห่างอยู่ไม่ไกลประตู ตัวอะไรโผล่มาก็หนีเข้าบ้านทัน
อภิชัยคว้าไม้ถูพื้นด้ามเก่า พุ่งตรงไปที่แผ่นไม้เจ้าปัญหา ซูตัวแข็งเกร็ง
จ้องมองไปที่จุดนั้น

“เอาเลยซู
ให้รู้ไปเลยว่าตัวอะไร” พูดจบเขาก็งัดแผ่นไม้ขึ้นช้าๆ

….

“ทั้งภาพและเพลงของเราก็เหมือนหนัง
แต่เพียงผู้เดียว มันไม่ใช่อาหารบดน่ะ
คนฟังต้องออกแรงนิดนึงแล้วจะรู้ว่าข้างในเป็นยังไง ถ้าเราทำงานที่ไม่ให้คนคิดเลย
เราดูถูกเขาเกินไปนะ”

(จากคอลัมน์ a day with a view – a day 145 กันยายน 2555)

ภาพ นวลตา
วงศ์เจริญ

คลิกอ่านบทสัมภาษณ์ตอนอื่นๆ ได้ที่นี่
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3

AUTHOR