วันนี้อยากจะพาทุกคนไปรู้จัก Tatami-beri งานคราฟต์ของญี่ปุ่นที่แหวกขนบนิดหน่อยเพราะหนึ่งเป็นงานฝีมือที่ห่างไกลจากคำว่าบอบบางเป็นงานคราฟต์สายถึกที่ทนมือทนเท้าแม้โดนคนญี่ปุ่นเดินเหยียบย่ำอยู่ทุกวันก็ยังใช้ได้นานเป็นสิบปีสองรับเครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการสร้างสรรค์เต็มๆ (แบบยังแคร์และไม่ทิ้งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ) สามใส่ใจสิ่งแวดล้อมหันมาใช้ด้ายที่รีไซเคิลจากขวดพลาสติกด้วย
ทาทามิเบริ คือผ้าทอหน้ากว้าง 8 ซม. ที่ใช้ทำขอบเสื่อทาทามิของญี่ปุ่นแม้จะเป็นงานฝีมือเก่าแก่นับร้อยปีแต่แทบไม่มีคนญี่ปุ่นรู้จักหรือให้ความสนใจยิ่งปัจจุบันบ้านที่มีห้องญี่ปุ่นซึ่งใช้เสื่อทาทามิลดน้อยลงเรื่อยๆทาทามิเบริยิ่งอยู่ยาก


Naoshi Takata ผู้บริหารรุ่นใหม่ของบริษัท Takata Orimono แห่งเมืองโคจิมะจังหวัดโอคายามะ จึงไม่นิ่งนอนใจในฐานะผู้รับสืบทอดกิจการของครอบครัวที่ทำสิ่งทอมากว่า 120 ปี และครองส่วนแบ่งตลาดขอบเสื่อถึง 80% เขาต้องหาไอเดียใหม่ๆเพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้
วิธีที่เขาใช้คือปรับให้ทาทามิเบริกลายเป็นของกุ๊กกิ๊กย้ายที่จากมุมๆขอบๆที่คนไม่แลมาอยู่กลางใจลูกค้าด้วยความคิวต์!


เริ่มจากเพิ่มสีเพิ่มลายให้หลากหลายจากที่เคยทำแต่สีพื้นๆทั่วไปสีพาสเทลลายจุดลายดอกลายการ์ตูนดิสนีย์ต่างๆก็มาตอนนี้มีให้เลือกมากกว่า 1,000 แบบจากนั้นนำผ้าทอหน้ากว้าง 8 ซม. นี้ไปดัดแปลงเป็นสินค้าที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆอีกมากมาย เช่นกระเป๋าใส่ดินสอกระเป๋าใส่ของกระจุกกระจิกเข็มขัดที่ใส่นามบัตรกล่องใส่แว่นตาที่รองแก้วฯลฯถามว่าผลตอบรับดีแค่ไหนก็มีแฟนคลับอยากซื้อผ้าไปทำงานฝีมือเองบ้างจนต้องออกหนังสือ DIY สอนทำชิ้นงานมาหลายเล่มแล้วนอกจากนี้ยังมีหน้าร้านเท่ๆชื่อ FLAT ในจังหวัดโอคายามะซึ่งให้พนักงานในโรงงานมาเป็นคนขายเองด้วยรับรองว่าไม่มีใครเข้าใจสินค้าดีไปกว่าพวกพี่ๆเขาอีกแล้ว

เราเดินเลี้ยวเข้าร้าน FLAT เพราะความน่ารักของโดยไม่รู้จักทาทามิเบริมาก่อนพอได้คุยกับนาโอชิถึงได้รู้ว่าการมีอยู่ของงานคราฟต์บริเวณขอบๆชิ้นเล็กๆเหงาๆนี้ช่างเท่และยิ่งใหญ่
เล่าเองได้แค่นี้พอหอมปากหอมคอความสนุกและน่าสนใจที่เหลือไปฟังจากผู้เชี่ยวชาญอย่างนาโอชิโดยตรงดีกว่า

อยู่เพื่อปกป้องและส่งเสริมทาทามิ
หน้าที่หลักของทาทามิเบริซึ่งเป็นผ้าทอที่ติดอยู่ที่ขอบทั้งสองด้านของเสื่อทาทามิคือปกป้องไม่ให้ชายรุ่ยเพราะทาทามิทำจากหญ้าตัวหญ้าอย่างเดียวไม่มีความแข็งแรงมากพอจึงต้องใช้ขอบตรงนี้มาช่วยปกป้องและเสริมความแข็งแรงนอกจากนี้เวลาปูเสื่อต่อกันยังช่วยให้เรียงต่อกันได้แนบสนิทพอดีไม่มีช่องว่างซึ่งช่างสมัยก่อนคิดมาแล้วว่าขอบผ้าต้องหนาเท่าไหร่ถึงจะวางลงขอบพอดีไม่มีช่องว่างแต่ก็ไม่เบียดกันจนเกินไปข้อดีของความพอดีนี้คือไม่มีฝุ่นสะสมบริเวณรอยต่อ
อยู่อย่างเข้มแข็ง
ด้วยความที่ทาทามิเบริโดนเหยียบทุกวันความคงทนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากทั้งความทนทานของวัสดุและความทนทานทางความงามช่างต้องทอลายให้แน่นมากพอไม่งั้นเวลาใช้งานบ่อยๆลายจะเริ่มไม่คมสวยเหมือนตอนซื้อใหม่ๆจะโดนเหยียบย่ำแค่ไหนลายก็ห้ามแตกเด็ดขาด
สมัยก่อนเขาใช้เครื่องทอผ้าแบบทอมือที่เราคุ้นตากันแต่เพื่อเพิ่มคุณภาพและความเร็วในการผลิตสินค้าปัจจุบันจึงใช้เครื่องจักรซึ่งการที่เครื่องทอได้เร็วถ้าด้ายไม่แข็งแรงก็จะขาดตั้งแต่ตอนทอโชคดีที่เมืองโคจิมะเป็นเมืองแห่งสิ่งทอชื่อดังของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือแห่งการทำด้ายจึงมีด้ายที่ประสิทธิภาพดีไม่แพ้เครื่องให้ใช้เสมอมาแต่แค่นั้นยังไม่พอเทคนิคสำคัญที่ช่วยสร้างความทนทานนั้นไม่ได้อยู่ที่เครื่องจักรทันสมัยหรือด้ายวัสดุสังเคราะห์ชั้นแต่อยู่ที่เทคนิคดั้งเดิมอย่างการทากาวและขัดก่อนนำด้ายไปใช้นาโอชิบอกว่า
“เครื่องจักรทันสมัยกับเทคนิคเก่าแก่เป็นของคู่กันที่ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ผมตั้งใจจะขัดเกลาทั้งสองอย่างไปพร้อมๆกัน“


อยู่อย่างเท่าเทียม
สมัยก่อนเนิ่นนานในอดีตที่ยังมีเจ้าขุนมูลนายขอบเสื่อที่โผล่มาแค่ด้านละ 3 ซม.ดูเหมือนจะเป็นจุดเล็กๆที่ไม่ค่อยมีใครสนใจแต่จริงๆแล้วทาทามิเบริเป็นหนึ่งในไอเทมชี้วัดชนชั้นทางสังคมของญี่ปุ่นเช่นสีม่วงคือห้องชนชั้นสูงห้องในวัดหรือศาลเจ้า, สีเขียวใช้ในบ้านซามูไรยิ่งขุนนางยศสูงมากๆขอบเสื่อจะมีลวดลายพิเศษที่เวลาเดินต้องคอยระวังห้ามเหยียบด้วยคนทั่วไปยุคต่อมาจะใช้สีดำหรือน้ำตาลแบบไม่มีลวดลายเป็นหลักแต่ตอนนี้ทากาตะโอริโมโนะผลิตขอบเสื่อมาให้เลือกถึง 1,000 แบบทุกคนสามารถเลือกซื้อและเหยียบทับสีและลายที่ชอบได้อย่างเท่าเทียม

อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากเครื่องจักรไฮเทคสินค้ากุ๊กกิ๊กต่างๆนาโอชิยังทำอีกอย่างที่นำงานคราฟต์เก่าแก่สู่โลกปัจจุบันอย่างทันเหตุการณ์เขานำด้ายรีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติกมาใช้ผลิตสินค้าบางชนิดด้วย
นาโอชิบอกว่าตอนนี้คนทั่วโลกสนใจเรื่องการลดการใช้พลาสติกลดขยะญี่ปุ่นเองก็เช่นกันที่สำคัญญี่ปุ่นมีเทคโนโลยีที่จะเอาของเหล่านั้นกลับมารีไซเคิลใหม่เป็นวัสดุอื่นๆด้ายที่ได้จากขวดพลาสติกแข็งแรงทนทานไม่แพ้วัสดุปกติและได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเขายอมรับว่าแม้คุณสมบัติของด้ายจะดีไม่แพ้วัสดุทั่วไปแต่ด้ายรีไซเคิลนี้ทอยากมีตะปุ่มตะป่ำง่ายกว่าด้ายทั่วไปอาจจะนำมาใช้ทดแทนทั้งหมดไม่ได้แต่ไหนๆก็มีช่างทำด้ายคิดค้นของดีๆไว้ให้แล้วเขาจึงนำมาต่อยอดเป็นสินค้าเพื่อช่วยสร้าง awareness โปรโมตการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่

อยู่เป็น
หน้าที่ที่แท้จริงของทาทามิเบริเวอร์ชั่นของใช้คือ ‘การทำให้ขอบเสื่อเป็นที่รู้จัก‘
นาโอชิบอกว่าในหนึ่งช่วงชีวิตของคนเราคงมีสัก 3-4 ครั้งเท่านั้นที่จะได้คิดถึงขอบเสื่อเพราะเป็นสิ่งที่เราเลือกเวลาสร้างบ้านใหม่หรือเปลี่ยนเสื่อที่เก่าแล้วซึ่งกินระยะเวลานานข้อดีของเสื่อทาทามินั้นชาวญี่ปุ่นทุกคนรู้กันมานานแล้วแต่มีคนจำนวนมากไม่รู้ว่าตอนนี้มีขอบเสื่อที่น่ารักสดใสและหลากหลายมากขึ้นแต่การที่เขาเอาขอบเสื่อมาเนียนๆไว้ในชีวิตประจำวันของทุกคนเช่นในฐานะวัสดุแฮนด์เมด, ที่ใส่นามบัตร, ที่ใส่ไม้จิ้มฟันหรือกระเป๋างานฝีมือต่างๆน่าจะทำให้คนรู้สึกถึงการมีอยู่ของขอบเสื่อมากขึ้นยิ่งหลายคนเอ่ยปากชมว่าทนทานขนาดนี้วัสดุกลับเบาสุดๆบางคนอาจจะฉุกใจคิดว่าเออหรือใช้เสื่อทาทามิก็ดีนะลายขอบเสื่อน่ารักจะตายอยากมีบ้านที่มีขอบเสื่อเก๋ๆแบบนี้

อยู่รอด
นาโอชิบอกว่าจำนวนคนใช้ขอบเสื่อลดลงมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อนการแข่งขันเลยยิ่งสูงขึ้นจึงจำเป็นต้องผลิตสินค้าที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำได้ขึ้นมาและเน้นการบริการไม่งั้นอยู่รอดยากสมัยก่อนมีสีให้เลือกน้อยแค่ดำกับน้ำตาลไม่มีลายคนก็ไม่จ่ายแพงเพราะคิดว่าซื้อของถูกๆก็ไม่ต่างกันถ้าของเราแตกต่างลายสวยมีหลายสีคนจะเห็นคุณค่าและยอมจ่ายแพงขึ้น
ของดีๆพอติดตลาดเป็นธรรมดาที่มีคนเลียนแบบแต่เขามองว่าคนเหล่านั้นคิดว่ามันเป็นของที่ดีถึงทำจึงตั้งใจสร้างสรรค์ของที่จะทำให้ลูกค้าชอบมากขึ้นต่อไปและเพื่อให้สินค้าถูกใจคนทุกเพศทุกวัยเขาจึงทำลวดลายออกมาหลากหลายทุกคนจะได้เจอแบบที่ชอบแน่นอนว่าการบริหารสต็อก, การทำลายเยอะๆนั้นแสนยากและเหนื่อยแต่ผู้บริหารหนุ่มบอกว่าถ้ามันทำให้ลูกค้าเห็นคุณค่าให้ความสำคัญก็คุ้มค่าที่จะทำ
“สิ่งสำคัญในการอนุรักษ์งานฝีมือเก่าแก่ไม่ได้อยู่ที่การทำของเหมือนเดิมด้วยวิธีเดิมๆแต่เราต้องท้าทายสิ่งใหม่ๆตลอดเวลาด้วยเพราะเราต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกของคนที่อยู่รอบตัวเช่นคนทำด้ายคนทอผ้าลูกค้าเราอยากสร้างสิ่งที่ดียิ่งๆขึ้นไปของเก่าแน่นอนว่ามันดีอยู่แล้วแต่ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มาสานต่อเรารู้ว่าทำให้มันดีขึ้นได้อีกผมเลยอยากทำของที่คนสมัยก่อนก็ชื่นชมคนสมัยใหม่ก็ชื่นชอบผมอยากให้บริษัทเราในปัจจุบันมุ่งไปในทิศทางนี้ครับเพราะการทำของที่คนชื่นชอบเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทครับ“

อยู่เพื่อปกป้องและส่งเสริมวัฒนธรรมญี่ปุ่น
ทุกคนรู้จักพิธีชงชา, อิเคบานะ (การจัดดอกไม้), เรียวกัง, กิโมโน, ห้องฝึกสมาธิในวัดและศาลเจ้า
วัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่คนต่างชาติชื่นชอบล้วนเกิดขึ้นบนเสื่อทาทามิทั้งนั้นถ้าเสื่อทาทามิหายไปจากสังคมญี่ปุ่นแม้ศิลปวัฒนธรรมเหล่านั้นจะถูกสานต่อแต่บรรยากาศและความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมส่วนหนึ่งก็จะหายไปด้วย
“ในฐานะคนผลิตขอบของเสื่อผมรู้สึกว่าความอยู่รอดของพวกเราเกี่ยวพันกับการอนุรักษ์ศิลปะของชาติด้วยเรากำลังทำหน้าที่ส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีของญี่ปุ่นอยู่ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจที่สำคัญมากเลยครับนี่เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้พัฒนางานต่อไปข้างหน้า“






