หาก Sex Education ซีซั่นแรกคือชั่วโมงโฮมรูมที่เราเพิ่งได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆร่วมชั้นซีซั่น 2 ก็เป็นเสมือนการเริ่มต้นชั่วโมงเรียนอย่างจริงๆจังๆด้วยเนื้อหาที่ยังคงเข้มข้นและประเด็นที่แข็งแรงขึ้น Sex Education ซีซั่น 2 ยังคงเป็นซีรีส์ที่พูดเรื่องเซ็กซ์ได้อย่างฉลาดลุ่มลึกและเข้าอกเข้าใจ
Sex Educationซีซั่น 2 ดำเนินเรื่องราวต่อจากซีซั่นแรกแทบจะโดยทันทีเมื่อ Otis (Asa Butterfield) พบว่าในที่สุดจู๋ของเขาก็สามารถแข็งตัวได้อย่างผู้ชายทั่วๆไป
ด้วยไม่เคยรับรู้ถึงความสุขของการช่วยตัวเองมาก่อน โอทิสจึงหมกมุ่นอยู่กับการขัดจรวดทุกๆเช้าปัญหาอยู่ที่ว่าเขาดันไม่สามารถควบคุมอาการหื่นของตัวเองได้นี่สิเพราะกลายเป็นว่าอารมณ์ทางเพศของโอทิสสามารถถูกกระตุ้นเร้าได้ง่ายๆจากหลายๆกิจกรรมในชีวิตประจำวันระหว่างปั่นจักรยานเขาก็แข็งระหว่างวิ่งออกกำลังกายเขาก็แข็งระหว่างนั่งรอแม่อยู่ในรถเขาก็แข็ง
จากความสุขที่เพิ่งได้รู้จักก็เริ่มพัฒนาเป็นความกังวลขึ้นเรื่อยๆยิ่งเมื่อโอทิสเพิ่งคบกับ Ola (Patricia Allison) หมาดๆการไม่อาจสงบกำหนัดได้ก็มีแต่จะสร้างความยุ่งยากให้กับเขามากขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะที่โอทิสต่อสู้กับร่างกายที่ไม่ยอมเชื่อฟัง Maeve (Emma Mackey) คู่หูที่เคยเปิดคลินิกบำบัดเซ็กซ์ด้วยกันในซีซั่นแรกก็พบกับความวุ่นวายในชีวิตเมื่ออยู่ๆแม่บังเกิดเกล้าที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่เด็กๆได้หวนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งพร้อมกับลูกสาวคนใหม่และคำขอโทษขอโพยต่ออดีต หล่อนยืนยันว่าเลิกใช้ยาเสพติดแล้วและพร้อมจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่แน่นอนว่าเมฟไม่คิดศรัทธาในคำพูดใครแต่กระทั่งกับคนที่เป็นแม่แท้ๆของตัวเองด้วยเหรอ นั่นคือคำถามสำคัญที่เมฟจำเป็นต้องตอบในซีซั่นนี้
จากที่เรื่องราวของ Sex Education ในซีซั่นแรกโคจรอยู่รอบๆความสัมพันธ์ระหว่างโอทิสกับเมฟและคลินิกบำบัดเซ็กซ์ซีซั่น 2 ได้พาเราหลุดออกจากวงโคจรนี้และหันไปให้ความสำคัญกับตัวละครอื่นๆที่ต่างก็แต่งเติมสีสันให้กับซีซั่นนี้ได้อย่างน่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็น Eric (Ncuti Gatwa) ที่พบรักใหม่กับหนุ่มหล่อจากฝรั่งเศส, Adam (Connor Swindells) ที่หลังจากถูกไล่ออกจากโรงเรียนก็ต้องย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโรงเรียนเตรียมทหารและ Jackson (Kedar Williams-Stirling) ที่พยายามมองหาความสนใจใหม่หลังจากที่มั่นใจว่าเขาไม่อยากเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนอีกต่อไปSex Educationซีซั่น 2 ยังได้แนะนำให้รู้จักกับตัวละครใหม่ๆที่น่าสนใจเช่น Viv (Chinenye Ezeudu) หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดในโรงเรียน ซึ่งจับพลัดจับผลูต้องมาเป็นติวเตอร์ส่วนตัวให้กับแจ็กสันที่ผลการเรียนไม่ค่อยดีนักและ Maureen (Samantha Spiro) แม่ของอาดัม กับความกังวลที่เธอกับสามีไม่ได้ร่วมรักกันหลายปีแล้ว

เซ็กซ์ยังคงเป็นประเด็นที่แข็งแรงใน Sex Educationเพียงแต่ในซีซั่นนี้เซ็กซ์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในความกังวลใจของวัยรุ่นวัยเรียนแต่ยังครอบคลุมถึงผู้ใหญ่ที่แม้จะมีลูกมีครอบครัว ไปแล้วหากเซ็กซ์ก็ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่หายพูดให้ชัดขึ้นคือการมีลูก มีครอบครัว ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมทางเพศจะต้องหยุดชะงักลงอายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าความต้องการทางเพศจะลดน้อยลงและร่างกายที่โรยราลงก็ไม่ได้จะสื่อว่าเซ็กซ์คืออภิสิทธิ์ของวัยหนุ่มสาว
Sex Educationซีซั่น 2 สำรวจประเด็นนี้ได้อย่างน่าสนใจผ่านตัวละครอย่างเมารีน ที่แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนแม่วัยกลางคนทั่วไปแม่ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของสามีอย่างซื่อๆง่ายๆไม่เรียกร้องอะไรทว่าลึกๆแล้วความต้องการทางเพศของเมารีนยังคงคุกรุ่นอยู่และแม้ว่าความชินชาของชีวิตจะเปลี่ยนให้เรื่องบนเตียงกลายเป็นบทสนทนาต้องห้ามระหว่างสามี-ภรรยาแต่ขณะเดียวกันมันกลับสร้างความร้าวฉานให้กับความสัมพันธ์อย่างเงียบๆ
ในแง่นี้สำหรับเมารีน การที่สามีไม่ยอมร่วมรักด้วยจึงยิ่งจะตอกย้ำความจริงที่ว่านิยามความเป็นภรรยาของเธอได้ถูกลดทอนลงให้อยู่ในฐานะของการปฏิบัติหน้าที่นั่นคือการทำข้าวกล่องให้สามีกินทุกๆวันขณะเดียวกันมิติทางอารมณ์และความรู้สึกกลับถูกมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลาไร้สาระและไม่สอดคล้องกับนิยามภรรยาที่ดีในสายตาของสามี
หันกลับมามองในฝั่งของวัยรุ่นกันบ้างSex Educationยังคงย้ำชัดว่าเซ็กซ์คือปัญหาโลกแตกของวัยเรียน

ปัญหาอยู่ที่ว่าแม้เด็กๆจะรู้ตัวว่าหมกมุ่นกับเรื่องซั่มๆเพียงใดแต่รอบตัวพวกเขากลับไม่มีใครที่พร้อมรับฟังความสงสัยหรือตอบคำถามเรื่องซั่มๆได้น่าพึงพอใจเลยสักคนหากการเกิดขึ้นของคลินิกบำบัดเซ็กซ์ของโอทิสและเมฟคือการหาทางออกจากปัญหาที่ผู้ใหญ่ไม่ยอมรับฟังเรื่องเซ็กซ์Sex Educationซีซั่น 2 แสดงให้เห็นถึงการที่ผู้ใหญ่เริ่มจะมองเห็นและตั้งคำถามกับเรื่องเซ็กซ์ในระดับโครงสร้างโดยเฉพาะกับหลักสูตรวิชาเพศศึกษาในโรงเรียนมัธยมที่ไม่เพียงแต่จะไร้เดียงสาหากยังไล่ตามความซับซ้อนของประเด็นทางเพศของโลกปัจจุบันไม่ทันอีกด้วย
เพศศึกษาในโรงเรียนยังคงวนเวียนอยู่ระหว่างเพศชายกับเพศหญิงและเรื่องของการสอดใส่ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงแต่ในยุคที่เพศภาวะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่สองอีกต่อไปคำถามจึงคือทำไมวิชาเพศศึกษาถึงยังคงดึงดันจะกักขังตัวเองอยู่ในกรงแคบๆนี้
ผมคิดว่าสาเหตุหนึ่งเป็นเพราะมันง่ายดีมีแค่ผู้หญิงกับผู้ชายก็ปวดหัวพอแล้วจะมาเพิ่ม gender อื่นๆให้วุ่นวายไปอีกทำไมหากเราลองมองประเด็นนี้ผ่านสายตาของผู้มีอำนาจ ‘การลดทอนความซับซ้อน’ (simplification) คือเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้การปกครองสามารถเป็นไปได้ง่ายกล่าวคือปัจเจกถูกลดทอนความพิเศษและรายละเอียดอันเฉพาะเจาะจงลงให้อยู่ภายใต้มาตรฐานที่สามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายดายอวัยวะเพศจึงถือเป็นลักษณะบ่งชี้ต่อการจัดจำแนกความแตกต่างได้อย่างชัดเจนที่สุดอยู่แล้วแต่ภายใต้ความสะดวกสบายของการลดทอนความซับซ้อนใดๆลงประเด็นหนึ่งที่เราต้องไม่ลืมคือ ‘ยิ่งง่ายอำนาจก็ยิ่งมาก’
กล่าวได้ว่าหนึ่งในสาเหตุที่วิชาเพศศึกษายังคงไม่ยอมรับความหลากหลายเพราะนั่นจะนำมาซึ่งความไม่ง่ายต่อการปกครองของรัฐขณะเดียวกันการที่ประชาชนจะไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ผู้ชายกับผู้หญิงอีกต่อไปจึงสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจการต่อรองของประชาชนที่เพิ่มขึ้นแต่รัฐไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐเผด็จการที่ความซับซ้อนทางเพศคือของแสลงในแง่นี้การสร้างวาทกรรมความเกลียดชังความหลากหลายทางเพศจึงทำงานร่วมกับวิชาเพศศึกษาที่จะยังคงหมกมุ่นอยู่ระหว่างเพศชายกับเพศหญิงต่อไปในฐานะเครื่องมือหนึ่งของรัฐ

แม้ในโลกแห่งความเป็นจริงอาจฟังดูสิ้นหวังแต่Sex Educationแสดงให้เห็นว่าสังคมอุดมคติที่โอบรับความหลากหลายทางเพศนั้นน่าอยู่และชวนฝันเพียงใดเพราะไม่เพียงแต่ตัวตนของปัจเจกจะถูกรับรู้และยอมรับหากความหลากหลายนี้ยังแต่งแต้มสีสันให้กับการรับรู้โลกรอบตัวและชีวิตประจำวันที่ปราศจากความหวาดกลัวและเต็มไปด้วยอิสระแม้ในทางหนึ่งตัวละครในSex Educationจะเป็นวัยรุ่นที่จมดิ่งอยู่แต่กับเรื่องบนเตียงทว่าพวกเขาก็มองมนุษย์ทุกๆคนอย่างเท่าเทียมพร้อมจะโอบกอดและรับฟัง
และแม้ว่าเราอาจยังเห็นความพยายามที่จะเข้ามาครอบงำความคิดของเด็กๆในโรงเรียนจากผู้ใหญ่ที่มองว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องผิดศีลธรรมอยู่บ้างหากถึงที่สุดแล้วความพยายามเหล่านี้มีแต่จะล้มเหลวและจำต้องถอยร่นออกไปนักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ล้วนมีปากมีเสียงและพวกเขาก็รู้ดีว่าหากนิ่งเฉยอยู่เงียบๆความสุขของชีวิตก็ย่อมจะถูกลิดรอนไปโดยอำนาจของผู้ใหญ่หัวโบราณที่พวกเขาเกลียดชัง
เซ็กซ์สำหรับเด็กๆเหล่านี้จึงคือความสุขคือความทุกข์คือการค้นพบคือการลองผิดลองถูกคือความเจ็บปวดคือการเติบโตและคือชีวิตชีวา
ในโลกของ Sex Education เซ็กซ์คือคุณค่าแต่ในสังคมของเราที่เซ็กซ์ยังคงถูกกำกับด้วยศีลธรรมความผิดบาปและศาสนาคำถามที่ว่าเซ็กซ์คืออะไรนั้นต่อให้ใช้เวลาตลอดชั่วชีวิตก็อาจแสวงหาคำตอบไม่พบเลยด้วยซ้ำ





