Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

เดินเรื่อยไปใน Scarborough เมืองท่าเก่าแก่ในอังกฤษที่ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ

Are you going to Scarborough fair?

ท่อนเพลงเริ่มต้นของเพลง Scarborough Fair เพลงโฟล์กเก่าแก่ของอังกฤษเมื่อสมัยยุคกลางดังขึ้นขณะที่เรานั่งเล่นเรื่อยเปื่อยอยู่ในร้านกาแฟ

จู่ๆ ในหัวก็หยุดไปชั่วขณะ ทำให้เรานึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตในเมืองชนบทเมืองหนึ่ง ที่ชื่อว่าสการ์โบโรห์

ที่นั่น อาจยังเป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีผู้คนไปเยี่ยมเยียนมากนักถ้าเทียบกับเมืองอื่นในละแวกใกล้เคียงอย่างยอร์กหรือลีดส์ แต่ในความเงียบสงบ ไร้ความวุ่นวาย และประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองนี้นี่แหละที่เป็นเสน่ห์ให้เมืองท่าเล็กๆ นี้ดูคลาสสิกตลอดกาลจนคุณอาจเสียดายถ้าคิดมองข้ามเมืองนี้ไป

ภาพวาดวิถีชีวิตผู้คนสมัยก่อนในสการ์โบโรห์ที่ Scarborough Art Gallery

สการ์โบโรห์อยู่ในแคว้นนอร์ทยอร์กเชียร์ ตอนเหนือของอังกฤษ ห่างจากเมืองหลวงของแคว้นอย่างยอร์กเพียง 1 ชั่วโมงโดยรถไฟ เป็นเมืองพักตากอากาศชายทะเลที่มีชายหาดสวยงามไม่แพ้ที่ไหน ลองนึกดูก็คงคล้ายกับหัวหินบ้านเรา และมีประชากรราว 60,000 คน

ด้วยความที่ตัวเมืองไม่ได้ใหญ่มาก การเดินทางในเมืองนี้ของเราในทุกๆ วันจึงเป็นการเดิน ช่วงแรกๆ ก็อาจหลงบ้าง ต้องใช้กูเกิลแมปส์บ้าง แต่โชคดีที่ได้ผู้คนแถวนั้นช่วยบอกทาง คนที่นี่อัธยาศัยดีมาก พร้อมช่วยเหลือตลอดเวลา

และอีกอย่างการหลงทางมันก็ทำให้เราได้เจอที่ใหม่ๆ โมเมนต์ใหม่ๆ เข้าซอยโน้น เลี้ยวซอยนั้น ออกซอยนี้ เป็นสีสันที่ดีงามของการเดินทาง

ตรงใจกลางเมืองใกล้ๆ กับสถานีรถไฟเป็นย่านที่คึกคักไม่ต่างกับบริเวณชายหาดสักเท่าไหร่ เวลานัดใครก็มักจะนัดกันบริเวณนี้ มีห้างสรรพสินค้า บาร์ ร้านกาแฟ ร้าน Poundland ซึ่งเป็นร้านที่แทบทุกอย่างราคา 1 ปอนด์ คล้ายๆ กับร้านไดโซะของญี่ปุ่น และร้านอื่นๆ อีกมากมายที่รอให้เราเดินแวะเข้าไปทักทาย

ทางเดินของที่นี่เป็นเนิน ต้องเดินระวังหน่อย ไม่งั้นมีหวังได้กลิ้งลงไปแน่ๆ

สถานที่ใน 1 วันที่เราไปก็มี 2 ที่หลักๆ คือ Scarborough Castle ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงเหมาะแก่การชมวิวอย่างมาก และบริเวณชายหาดที่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของที่นี่

ตึกหลายตึกในเมืองก็ยังมีความคลาสสิกย้อนยุคด้วยสถาปัตยกรรมแบบจอร์เจียนและวิกตอเรียน

ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดสาธารณะ หอศิลป์ แต่ที่ติดตาคนที่มาเดินเมืองนี้มากที่สุดคงเป็น The Grand Hotel โรงแรมหรูขนาดใหญ่ที่สร้างตั้งแต่ปี 1867 และเคยเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย

ระหว่างเดินรอบๆ โบสถ์ St. Mary’s Church เราตัดสินใจเดินไปปราสาทก่อนเพราะมีทางลงไปชายหาดได้ในระยะทางที่ไม่ไกล 

ระหว่างทางก็แวะทั้งหอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ เดินเล่นในตัวเมืองแบบไม่ต้องไม่รีบเร่ง ก่อนถึงเนินทางเดินขึ้นไปปราสาท เราหยุดตะลึงกับความขลังและเก่าแก่ของ St. Mary’s Church โบสถ์แองกลิกันของเมืองสการ์โบโรห์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12

เราตั้งใจเข้าชมด้านในตัวโบสถ์แต่น่าเสียดายที่วันนั้นโบสถ์ปิด เลยได้แค่เดินรอบๆ นอกตัวโบสถ์เท่านั้น ไว้ครั้งหน้าค่อยกลับมาใหม่

Scarborough Castle กับ 3,000 ปีที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์

ถึงแม้ว่าเพิ่งได้รับการดูแลภายใต้ English Heritage เมื่อปี 1984 แต่ปราสาทแห่งนี้ได้ผ่านเหตุการณ์โชกโชนมาหลายต่อหลายครั้งและเป็นทั้งที่ประทับของกษัตริย์ คุก รวมไปถึงกำแพงเมืองป้องกันประเทศ

ก่อนจะกลายมาเป็นปราสาท พื้นที่แถวนั้นถูกใช้มาตั้งแต่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานในยุคเหล็ก ต่อด้วยยุคโรมันที่ใช้เป็นหอเตือนภัย กว่าจะเป็นปราสาทที่เป็นรูปเป็นร่างอย่างสมบูรณ์ก็ลากยาวมาจนถึงสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 และพระเจ้าจอห์น ในศตวรรษที่ 12

ปัจจุบันปราสาทยังยังตั้งอยู่บนแหลมทะเลเหนืออย่างงามสง่าและแข็งแกร่ง แต่แล้วการสู้รบอันดุเดือดในสงครามกลางเมืองถึง 2 ครั้งก็ทำให้หอคอยเสียหายอย่างหนัก จนเหลือเพียงครึ่งเดียวแบบที่เห็นในทุกวันนี้ กระทั่งการป้องกันครั้งสุดท้ายจากการโจมตีโดยเรือรบของจักรวรรดิเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1 หลักจากนั้นก็ไม่มีสงครามไหนที่ต้องใช้ปราสาทนี้ในการป้องกันศึกสงครามอีกแล้ว

ปัจจุบันปราสาทสการ์โบโรห์เป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังที่ผ่านมาหลายสงครามในอดีต เหลือแค่ให้ผู้คนได้มาซึมซับบรรยากาศเก่าๆ 

ในทุกๆ วันก็จะเห็นผู้คนนิยมพาครอบครัวเดินทางมาที่นี่เพื่อพักผ่อน นั่งจิบกาแฟ หนีจากความวุ่นวายในเมือง บางครอบครัวขนเสื่อมานั่งปิกนิกกันเลยก็มี

ส่วนเราชอบไปนั่งกินขนมที่ติดมาตั้งแต่เช้า ชมวิวตัวเมืองที่มองเห็นชายหาดสวยงามจากด้านบนปราสาท รับลมเย็นๆ ในวันที่ฟ้าฝนเป็นใจแถมแดดก็ไม่ได้จ้าจนเกินไป ใช้เวลาอยู่ตรงนั้นหลายชั่วโมงและไม่คิดเดินออกจากที่นี่เลยแม้แต่นิดเพราะอยากเก็บบรรยากาศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ก่อนพระอาทิตย์จะตกและเวลาจะหมดไป เราลงจากเนินปราสาทไปเดินเล่นแถวชายหาดที่คึกคักตลอดเช้าจรดเย็น สองข้างทางตรงเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของ หรือแม้แต่ร้านเกมที่สามารถดึงดูดทรัพย์ไปได้หลายเพนนี

การซื้อฟิชแอนด์ชิพ อาหารชื่อดังของอังกฤษ ออกมานั่งกินกลางชายหาด มันช่างเป็นอะไรที่ดีงาม ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา น้องหมาออกมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน บางตัวพอเห็นเรากินฟิชแอนด์ชิปก็รีบมาหาทันทีหวังว่าจะได้กินด้วย

พอกินเสร็จอิ่มกำลังดี เราก็เตรียมตัวรอไปกินข้าวเย็นกับโฮสต์ที่เคยอยู่ด้วยเมื่อก่อน เราแวะไปที่ท่าเรือ เลาะไปตามชายทะเลอันแสนยาวไกลไปเรื่อยๆ รอชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เป็นอันจบหนึ่งวันในการเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในเมืองนี้และก็เป็นอย่างนี้ตลอดในวันที่เราว่างจนกลายเป็นรูทีนไปแล้ว

หากไปอังกฤษเมื่อไหร่และถ้าไม่ติดอะไร เราแทบไม่พลาดเดินทางไปเมืองนี้เลยสักครั้ง

เมืองนี้ให้ความทรงจำดีๆ ได้มิตรภาพมากมาย ได้เจอผู้คนดีๆ ที่พร้อมช่วยเหลือเราตลอดเวลา แถมยังให้เราคลายความเหนื่อยจากที่เดินทางมาไกลและเป็นเซฟโซนที่ดีสำหรับเราเลย หวังว่าคนที่มีโอกาสได้มาเมืองนี้ก็คงจะรู้สึกเหมือนเราเช่นกัน

เรายังรู้สึกอบอุ่นเสมอในทุกครั้งที่ได้กลับมา หวังว่าจะได้กลับไปเยือนอีกนะ

see you again
one day
Scarborough, England

Author

รหัท กิจจริยภูมิ

สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่ปัจจุบันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น วันๆ ชอบเดินเร่ร่อนไปเรื่อยพร้อมกับกล้องฟิล์ม เพื่อนๆ จะพบเห็นได้ตามถนนหนทาง​ หรือสถานที่ต่างๆ สมกับเป็น Part time student, Full time wanderer

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)