x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

วันเดย์ไทยทริป : ชวนมาอินและเพลิดเพลินกับกิจกรรมไท้ยไทยในบูทีกรีสอร์ทใกล้เมือง

สารภาพว่าเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้กรี๊ดความไทยในเชิงวัฒนธรรมมากๆ มาแต่ต้น แต่พอเริ่มสัมผัสและรู้จักของบางอย่างมากเข้าก็รู้สึกชื่นชมชื่นชอบขึ้นมา อย่างเช่นอาหารไทยที่มีเมนูชื่อแปลกมากมายที่ไม่เคยลองกิน แถมมีภูมิปัญญาสอดแทรกเพื่อผลทางรสชาติและสรรพคุณ หรือผ้าไทยที่พอได้ลองจับและเพ่งมองใกล้ๆ ก็ประทับใจกับรายละเอียดและคุณค่างานฝีมือ

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พวกเราห่างเหินกับสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็น ‘พื้นที่’ เชิงพิธีการเคร่งขรึมที่พร่ำบอกให้วางสิ่งเหล่านี้ไว้บนหิ้ง แทนที่จะเปิดให้เข้าไปรู้จักวัฒนธรรมในมุมเพลิดเพลินยิ่งขึ้น เราจึงถูกตาต้องใจกับสถานที่ที่คงความเป็นไทยไว้เต็มเปี่ยม แต่เปิดกว้างให้ทุกคนได้มาหย่อนใจกันแบบไม่หวง

ทับขวัญ รีสอร์ท แอนด์ สปา คือบูทีกรีสอร์ทขนาดเล็กในนนทบุรี พิกัดตั้งอยู่ใกล้ๆ ท่าน้ำนนท์ คู่บ่าวสาวอาจรู้จักที่นี่ในฐานะสถานที่สำหรับจัดงานแต่งสไตล์ไทย แต่จริงๆ แล้วทับขวัญเกิดขึ้นจากความชื่นชอบในบ้านเรือนไทยของเจ้าของ ผู้อยากส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ จนเกิดเป็นรีสอร์ทหมู่บ้านเรือนไทยเล็กๆ ที่จำลองเอาวิถีชีวิตแบบไทยสมัยก่อนมาไว้ใกล้กรุงเทพฯ ที่นี่จึงมีกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์ให้มาเที่ยวได้แบบวันเดียวจบท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เปิดกว้างสำหรับทุกเพศทุกวัย

และนี่คือวันเดย์ไทยทริปที่เราภูมิใจนำเสนอให้ลองตามรอย

ตื่นรับแสงเช้าและกินอาหารเช้าพร้อมชมบึงบัวบาน

ทับขวัญมีเรือนไทยเปิดให้เข้าพักได้ ทุกเรือนเป็นเรือนไทยภาคกลางที่มีใต้ถุน มีจั่วสูง มุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผาซึ่งช่วยให้อากาศในตัวบ้านเย็นสบาย ทุกหลังส่งตรงมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและสุพรรณบุรี ได้ช่างเฉพาะทางมาดูแลให้สวยงาม สำหรับผู้เข้าพักที่ช่างสังเกต รายละเอียดในเรือนไทยก็มีอะไรน่าศึกษา เช่น การลงกลอนที่ใช้กลไก ‘กบ’ หรือการเหลาไม้เสียบลงรูเป็นสลักแบบง่าย ทดแทนการใช้เหล็กดัดหรือวัสดุอื่นๆ ได้ ความน่ารักอีกอย่างของที่นี่คือแต่ละเรือนจะตั้งชื่อตามไม้ไทยที่ปลูกในพื้นที่ เช่น พุดจีบ สร้อยระย้า พิกุล หรือแก้วมุกดา

ไม้ที่ปลูกในนี้ล้วนเป็นไม้ไทย มีต้นมะพร้าวเป็นมรดกตกทอดจากอดีตเพราะเดิมทีที่ตรงนี้เคยเป็นสวนมะพร้าว บรรดาดอกไม้จะพากันส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงกลางคืน แต่เราแนะนำให้ตื่นมารับแสงและชมบัวในบึงที่บานกันพร้อมหน้ายามเช้า ยืนรับลมฟังเสียงนกร้องกันที่ระเบียง ได้บรรยากาศคล้ายๆ คนไทยสมัยก่อนที่ใช้ชีวิตอยู่ริมน้ำ จากนั้นก็ได้เวลาเติมพลังด้วยการนั่งกินข้าวต้มร้อนๆ เสพความสงบให้เต็มที่

เพิ่มเสน่ห์ปลายจวักด้วยเวิร์กช็อปทำของว่างแบบไทย

ยามสายได้เวลาทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ความรู้ไปในตัว เวิร์กช็อปง่ายๆ ที่ทางรีสอร์ทจัดให้ได้คือการสอนทำขนมไทยเมนูต่างๆ เช่น ล่าเตียง ช่อม่วง หรือค้างคาวเผือก แม่ครัวตัวจริงแสนใจดีจะมาตั้งโต๊ะสอนแบบใกล้ชิด ได้ทั้งสูตรอาหาร ความสนุก แถมยังได้อร่อยกับของที่ตัวเองทำ

วันนี้เราลองทำเมนู ‘ค้างคาวเผือก’ ของว่างจานคาวที่หลายคนไม่คุ้นชื่อ คล้ายๆ เผือกทอดสไตล์ไทย พี่แกะแม่ครัวเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนคนไทยปลูกเผือกกันเยอะเลยคิดค้นเมนูที่จะเอาเผือกมาปรุงได้ ส่วนผสมหลักของแป้งและไส้คือ แป้งทำจากเผือกต้มเนื้อซุยผสมกับแป้งข้าวโพดและน้ำกะทิ (สมัยใหม่จะหยอดเนยลงไปด้วยให้กลิ่นหอม) ส่วนไส้คือเนื้อไก่ กุ้ง หอมใหญ่ และเห็ดหอม หั่นเต๋ารวมกัน คลุกเคล้ากับรากผักชี กระเทียม พริกไทย เกลือ น้ำตาล จุดท้าทายอยู่ที่ขั้นตอนการห่อไส้ให้ก้อนแป้งออกมาเป็นทรงพีระมิด 3 มุม

“คนไทยมักตั้งชื่อจากลักษณะที่เห็นก็เลยเรียกเมนูนี้ว่าค้างคาวเผือกเพราะมี 3 มุม มองแล้วเหมือนค้างคาวตอนนอนห้อยหัว” พี่แกะเล่าเกร็ดความรู้สนุกให้ฟังระหว่างเราพยายามจับจีบ งานนี้มือไม้เลอะเทอะกันไปเล็กน้อย แต่ฟินตอนได้กินค้างคาวเผือกที่ทอดจนเหลืองกรอบพร้อมน้ำอาจาดชูรสนี่แหละ

อิ่มเอมกับสำรับอาหารเที่ยงแบบไทยดั้งเดิม

ยามเที่ยงท้องเริ่มเรียกหาอาหาร อาหารไทยของหลายที่ปรับรสชาติให้เหมาะกับลิ้นชาวต่างชาติ ทำให้ความอร่อยแบบดั้งเดิมหายไป แต่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นที่ทับขวัญเพราะมีแม่ครัวรุ่นเก๋าถึง 2 คนดูแลความอร่อย โดยคุณป้าได้สืบทอดฝีมือทำอาหารมาจากแม่ซึ่งทำงานในรั้วในวังสมัยก่อน มั่นใจได้ว่าอาหารที่จะได้อิ่มเอมเป็นรสชาติสไตล์ไทยดั้งเดิมจริงๆ

ที่ทับขวัญมีทั้งเมนูแบบเซ็ตและแบบจานเดี่ยวให้เลือกสั่ง พระเอกของวันนี้ที่เราได้ลิ้มลองคือเมนูโบราณอย่างแกงรัญจวน อาหารที่เกิดจากการนำน้ำพริกกะปิถ้วยเก่ามาแปลงร่างใหม่ เติมข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เคี่ยวกับเนื้อ หมู หรือกระดูกหมู ต้มเดือดจนหอมกลิ่นกะปิ ปรุงจนได้รสกลมกล่อมทั้งเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน ซดสดชื่น (ถ้ากินเนื้อได้จะดีมากเพราะแกงจะเหมาะเหม็งกับเนื้อวัวที่สุด)

จานเคียงกันมาคือผักพริกขิงปลาดุกฟู อาหารไทยโบราณที่นิยมทำสำหรับเก็บไว้กินนานๆ หรือยามเดินทางเพราะเป็นอาหารแห้งรสอร่อย สันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดจากอาหารชาววังเพราะมีขั้นตอนพิถีพิถัน ใช้เครื่องแกงแบบเดียวกับผัดพริกขิงหมู ผัดกับปลาดุกย่างที่ยีเนื้อให้ฟูแล้วทอดกรอบ สำหรับที่ทับขวัญจะใส่ไข่เค็มให้ได้รสเค็มๆ มันๆ เหมาะจะคลุกกินกับข้าวสวยร้อนๆ นอกจากนี้เรายังได้ชิมน้ำพริกลงเรือรสกลมกล่อม ฉู่ฉี่กุ้งเข้มข้น รวมทั้งหมี่กรอบสูตรโบราณที่มีส่วนผสมของส้มซ่าซึ่งหากินยาก ถึงรสถึงชาติทุกเมนู

แต่งชุดไทยชักภาพกันให้เปรมปรีดิ์

เห็นคนญี่ปุ่นแต่งชุดประจำชาติเดินเที่ยวกันในเมืองแล้วชอบใจ ช่วงหลังเราก็เริ่มมีงานอีเวนต์ที่เปิดโอกาสให้เช่าชุดไทยมาแต่งได้แบบไม่เก้อเขิน ตั้งแต่ปีที่แล้วทับขวัญก็ครีเอตกิจกรรมให้วัยรุ่นมาแต่งชุดไทยถ่ายรูปในสวนและบนเรือนไทยกันได้ฟรีหากอุดหนุนเซ็ตอาหารกลางวัน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสวัฒนธรรมบ้านเราผ่านความสนุกสนาน

ชุดที่มีให้เลือกใส่มีทั้งชุดชาย หญิง และชุดเด็ก สำหรับชุดผู้หญิงมี 2 ยุคให้เลือก ได้แก่ชุดสไบกับผ้าถุง อิงจากการแต่งกายสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งผู้หญิงนิยมปลายผมยาวกัน กับชุดรัชกาลที่ 5 ที่ท่อนบนเป็นเสื้อลูกไม้คาดผ้าแถบ ท่อนล่างนุ่งโจงกระเบน ทั้ง 2 แบบมีหลายสีให้เลือก พร้อมด้วยเครื่องประดับให้จัดเต็ม ทั้งเข็มขัด สร้อย หรือตุ้มหู งานนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาช่วยแต่งตัวให้เราด้วย

พร้อมแล้วก็หยิบกล้องมาชักภาพให้เต็มที่ กิจกรรมนี้ไม่จำกัดเวลา หมดแรงเมื่อไหร่เมื่อนั้น!

ปิดท้ายด้วยการนั่งพักจิบน้ำชาที่ศาลาริมน้ำ

พอแดดร่มลมตกหลังทำกิจกรรมมาทั้งวัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากนั่งพักจิบกาแฟในคาเฟ่ มาจิบน้ำชาพร้อมกินขนมใน tea room คลาสสิกแบบไทยๆ ที่ทับขวัญครีเอตขึ้นมาบนศาลาริมน้ำ

ในสำรับที่นำมาเสิร์ฟประกอบด้วยของว่างโบราณกระจุกกระจิกทั้งคาวหวาน เช่น สาคูไส้หมู ขนมน้ำดอกไม้ ข้าวเหนียวมูน ตะโก้เผือก เค้กโบราณ ฯลฯ เสิร์ฟแบบคุมธีมในถาดทองเหลือง ส่วนเครื่องดื่มเป็นชาชุดพรจากผืนดินของจากโครงการหลวง ลักษณะเป็นชาเขียวที่นำมาผสมกับพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ดาวเรือง ฟักทอง ได้รสชาติไทยๆ อีกแบบหนึ่ง

พอได้จิบเครื่องดื่มร้อนๆ เติมความหวานให้ตัวเอง พร้อมชมวิวบึงบัวยามเย็น ก็ถือเป็นอันจบทริปวันเดย์ที่ทำให้ภาพจำความเป็นไทยของเราเปลี่ยนไปอีกนิด ถ้าสนใจมาทำกิจกรรมแบบนี้บ้าง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งกับทางรีสอร์ทโดยตรงได้เลยนะ

ทับขวัญ รีสอร์ท แอนด์ สปา

hour: 10.00 – 22.00 น.
tel. 02-969-1200

facebook |
Dhabkwan Resort & Spa ทับขวัญ รีสอร์ท แอนด์ สปา


ภาพ
ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์