Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
รูปคู่รักเนียลสันและเฮส์ใน Neilson Hays Library ห้องสมุดแห่งความรักของบางรัก

รูปคู่รักเนียลสันและเฮส์ใน Neilson Hays Library ห้องสมุดแห่งความรักของบางรัก

05/03/2020
Culture & Entertainment
AUTHOR: โอ๊ต มณเฑียร
SHARE:

 ใครจะเชื่อว่าเพียงก้าวเดียวจากถนนสุรวงศ์ที่พลุกพล่านเราจะได้พบกับความเงียบสงบอันอบอุ่นทันทีเมื่อเข้ามาในพื้นที่ของห้องสมุดเนียลสันเฮส์ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนที่หลบภัยจากความวุ่นวายของคนย่านบางรัก

 แต่เสียดายที่น้อยคนจะรู้เรื่องราวเบื้องหลังชื่อของห้องสมุดแห่งนี้ เราจึงขอบอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของเนียลสันและเฮส์ผ่านขุมทรัพย์ที่จัดแสดงอยู่ด้านในอาคารทรงนีโอคลาสสิกนี้

 ในขณะเดียวกันจะได้เฉลยให้ทราบว่าทำไมสถานที่นี้ถึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็น ‘ทัชมาฮาล’แห่งกรุงเทพมหานคร

 

 เมื่อเราถอดรองเท้าเข้าไปด้านในห้องสมุดแล้วแน่นอนว่าสิ่งแรกที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาใช้บริการคือการออกแบบอาคารที่โอ่โถงเสาคอรินเทียนสูงชะลูดหรูหรารับกับหน้าต่างทรงโค้งสง่างามอีกทั้งนวัตกรรมสำคัญของที่นี่คือผนัง 2 ชั้นที่มีช่องอากาศตรงกลางสำหรับไล่ความชื้นที่จะมาทำลายหนังสือทั้งหมดนี้เป็นผลงานของสถาปนิกชื่อดังMario Tamagno ผู้เข้ามารับราชการอยู่ในสยามเมื่อพ.ศ. 2443หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าอาคารนี้มีผังเป็นตัว H ทรงเดียวกันกับพระที่นั่งอนันตสมาคมซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงของตามัญโญเช่นกัน

 ตามเอกสารเก่าระบุว่า เมื่อก่อนทางเข้านั้นอยู่ตรงห้องทรงโดมกลางแต่ต่อมาเปลี่ยนให้เข้าทางปีกขวาของอาคารแทนส่วนห้องตรงกลางนั้นปัจจุบันใช้เป็นพื้นที่จัดแสดงขุมทรัพย์หลายต่อหลายชิ้นของพิพิธภัณฑ์เช่นหนังสือพระราชนิพนธ์และโต๊ะเขียนหนังสือพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจดหมายและเอกสารการก่อตั้งในยุคแรกโดยสมาชิกสมาคมสตรี (The Ladies’ Bazaar Association) ซึ่งสมาชิกเป็นสุภาพสตรีชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯโดยนำรายได้จากการขายของของสมาคมสตรีมาจัดตั้งสมาคมห้องสมุดสตรีกรุงเทพฯ (The Bangkok Ladies’ Library Association) ขึ้นเพื่อให้บริการแก่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ โดยมีข้อบังคับของสมาคมที่ให้การบริหารงานนั้นต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น

 นายกสมาคมคนแรกซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งคือSarah Blachley Bradley ภรรยาของ Dr. Dan Beach Bradley หรือหมอบรัดเลย์คนดังนั่นเอง

 

 นอกจากนี้ในห้องยังมีการจัดแสดงภาพขาว-ดำของชาย-หญิงคู่หนึ่งเจ้าของความรักที่ผลิดอกออกผลเป็นอาคารหลังนี้ด้วย เริ่มจากฝ่ายหญิงJennie Neilson ซึ่งเป็นชาวเดนมาร์ก แต่ครอบครัวของเธออพยพไปอยู่รัฐมิชิแกนประเทศสหรัฐอเมริกาและต่อมาเธอได้เดินทางมาเป็นมิสชันนารีในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2427

 ชีวิตในสมัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายการกินอยู่ยังไม่สะดวกสบายเท่าไหร่โชคดีที่ไม่นานนักหลังจากที่เธอย้ายมาอยู่เมืองไทยเธอได้พบรักกับThomas Heyward Haysหรือที่ชาวไทยเรียกติดปากว่า ‘หมอเฮส์’ศัลยแพทย์ของคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนที่ถูกส่งมาประจำณบางกอก ซึ่งต่อมาได้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพฯรวมถึงเป็นอาจารย์สอนวิชาแพทย์คนแรกของโรงพยาบาลศิริราชด้วย

 ในจดหมายของเธอเล่าว่าเธอหมายมั่นที่จะแต่งงานกับเขาตั้งแต่แรกเห็นฝั่งหมอเฮส์เองก็มีความพยายามไปมาหาสู่ขนาดที่ว่า “อดทนเดินทางด้วยเรือครั้งละ 30 ชั่วโมงไปเพชรบุรีเพื่อไปเยี่ยมแฟนของท่าน” (*อ้างอิงจากหนังสือ เพชรเม็ดงาม 130 ปี กุลสตรีวังหลัง –วัฒนาวิทยาลัย) จนสุดท้ายเจนนี่ตัดสินใจลาออกจากการเป็นนักเผยแพร่ศาสนาและแต่งงานกับคุณหมอเมื่อพ.ศ. 2430

 หมอเฮส์และเจนนี่เป็นที่รู้จักทั่วไปในสังคมชาวต่างชาติและเจ้านายชั้นสูงในสมัยนั้น แขกเหรื่อจากต่างประเทศที่ล่องเรือเข้ามาพระนครล้วนต้องมาพำนักที่ห้องรับรองในโรงพยาบาลของหมอเฮส์คุณหมอได้มีชื่อเสียงทั้งด้านวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลทางการแพทย์เป็นผู้ที่นำเข้าเครื่องเอ็กซ์เรย์มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และบุคลิกลักษณะส่วนตัวที่น่าสนใจคือ คุณหมอโปรดปรานการปลูกดอกกุหลาบอย่างมากแปลงกุหลาบของหมอเฮส์ขึ้นชื่อว่าเป็นแปลงที่งามที่สุดในสยาม

 ส่วนเจนนี่นั้นอุทิศตัวให้กับการทำงานในห้องสมุดฯ ตั้งแต่พ.ศ. 2438 เธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับองค์กรนี้เป็นเวลาถึง 25 ปีและรับตำแหน่งประธานห้องสมุดฯ ถึง 3 สมัยก่อนจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วในเดือนเมษายนพ.ศ. 2463 ตามบันทึกของหมอเฮส์บอกว่า เจนนี่ล้มป่วยหลังจากพวกเขากินข้าวด้วยกันในวันศุกร์เธอเสียชีวิตในวันจันทร์โดยสิ่งเดียวที่เธอกินเข้าไปแต่คุณหมอไม่ได้กินคือ ‘ลูกชิ้นปลา’ สันนิษฐานว่าการตายของเธอน่าจะมาจากอหิวาตกโรค

 การจากไปของเจนนี่สั่นสะเทือนหัวใจของคุณหมออย่างมากในช่วงเวลาอันหดหู่นี้เขาตัดสินใจซื้อที่ดินริมถนนสุรวงศ์เพื่อสร้างเป็นห้องสมุดถาวรอุทิศให้แก่เจนนี่

 

 ในจดหมายของหมอเฮส์ลงวันที่ 21 มิถุนายนพ.ศ. 2463 ถึงคุณนาย MacFarlane (หนึ่งในผู้ดูแลห้องสมุดและเพื่อนสนิทของทั้งคู่) เขียนไว้ว่า

 “ผมรู้ว่าคุณต้องการจะพูดคุยกับผมเรื่องกิจการของห้องสมุดแต่คุณกลั้นความรักของคุณต่อเจนนี่ไว้ไม่มิดด้วยเสียงที่สั่นเครือและความชื้นในตาของคุณเมื่อคุณเริ่มพูดถึงเธอผมต้องใช้ความสามารถอยากหนักหน่วงที่จะควบคุมตัวเองที่จะต้องกล่าวถึงเธอหรือเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเธอผมสามารถนั่งและคิดและเขียนถึงเธอและหากผมพ่ายแพ้ต่อความโศกเศร้าอย่างน้อยก็ไม่มีใครมาเห็นดังนั้นผมจึงเขียนข้อระบุเกี่ยวกับห้องสมุดเป็นลายลักษณ์อักษรเนื่องด้วยผมรู้ดีถึงความต้องการของเธอ…”

 จากนั้นคุณหมอจึงบรรยายเงื่อนไขการสนับสนุนของเขาตามเจตจำนงของภรรยาผู้ล่วงลับเช่นการใช้หนี้การขยายตึกตามแบบแนบการขยายเวลาเปิดบริการให้คนเข้าถึงได้มากขึ้นฯลฯ

 ห้องสมุดเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนพ.ศ. 2465 น่าเสียดายที่ 2 ปีหลังจากนั้นคุณหมอเฮส์ก็ล้มป่วยและเสียชีวิตตามภรรยาไป ในพินัยกรรมเขาระบุไว้อย่างชัดเจนให้ฝังศพของเขาเคียงคู่กับเธอในบริเวณสุสานฝรั่ง บริเวณเจริญกรุง

 

 

 ห้องสมุดแห่งนี้ยังผ่านวีรกรรมอีกมากมาย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อาคารแห่งนี้ถูกยึดโดยกองทัพญี่ปุ่นเนื่องจากเป็นตึกของฝ่ายอเมริกัน และหนังสือด้านในถูกทำให้กระจัดกระจายมีจำนวนมากถูกส่งไปที่ญี่ปุ่นจนเจ้าหน้าที่การทูตชาวไทยไปพบเห็นหลังสงคราม จึงทำเรื่องขอคืนกลับมาได้ประมาณ 800 เล่มในช่วงพ.ศ. 2493

 นอกจากนี้ตัวอาคารเองก็ต้องมีการบูรณะหลายครั้งโดยครั้งล่าสุดเมื่อพ.ศ. 2560 ตัวพื้นของอาคารทรุดลงเมื่อขุดค้นจึงทราบสาเหตุว่าใต้พื้นด้านล่างมีถังเก็บน้ำล้อมรอบตัวอาคารและระดับน้ำนั้นสูงเกินกว่าที่ควรเป็นอย่างมากเกิดน้ำสะสมในดินเป็นพื้นที่น้ำขังและเกิดความชื้นทำให้โครงสร้างอาคารมีความชื้นสะสมตั้งแต่พื้นลามไปจนถึงผนังเกิดความผุพังตามที่ปรากฏทางห้องสมุดจึงต้องเรี่ยไรเงินผ่าน crowdsourcing และขอรับบริจาคกว่า 12 ล้านบาทเพื่อเป็นการต่อลมหายใจอีกครั้ง

 

 ปัจจุบันห้องสมุดยังยืนหยัดอยู่ด้วยความรักของสมาชิกและผู้ดูแลรักษามีนลินวนาสินเป็นประธานคณะกรรมการบริหารห้องสมุดฯมีสมาชิกทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 600 คนเข้ามายืมอ่านหนังสือกว่า 20,000 เล่มซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นหนังสือภาษาต่างประเทศจำนวนเยอะที่สุดในไทยมีการจัดกิจกรรม book club และกิจกรรมอ่านหนังสือเล่านิทานสำหรับเด็กเป็นประจำรวมถึงมีการประกวด Young Writer Awards และในปีที่ผ่านมายังริเริ่ม Literature Festival ที่ชวนนักเขียนระดับโลกมาเปิดวงเสวนากันในห้องสมุดด้วย

 หากใครยังไม่เคยไป เราก็ขอเชิญให้ลองแวะเวียนเข้าไปสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติกของที่นี่สักครั้งอ่านหนังสือแล้วก็อย่าลืมส่งยิ้มให้กับรูปภาพของคุณเจนนี่และหมอเฮส์ด้วยล่ะ

 ไปช่วยกันเป็นกำลังใจให้ห้องสมุดในชื่อของพวกเขายังหยัดยืนอยู่ตรงนี้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักของบางรักตลอดกาลนาน

Tags:Neilson Hays Libraryห้องสมุดความรักขุมทรัพย์นักพิพิธภัณฑ์ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์เนียลสัน เฮส์Mario TamagnoThe Bangkok Ladies’ Library AssociationThomas Heyward HaysJennie Neilson
Share :
Author
โอ๊ต มณเฑียร
Photographer
-
นกปักษาสวรรค์ในพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา จุฬาฯ
Culture & Entertainmentนกปักษาสวรรค์ในพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา จุฬาฯนักเขียน : โอ๊ต มณเฑียร
ปูนปั้นจำลอง 'ลำตัวแห่งเบลเวเดเร่' ขุมทรัพย์แห่งพิพิธภัณฑ์ที่เน้นย้ำความสัมพันธ์ไทย-อิตาลี
Culture & Entertainmentปูนปั้นจำลอง 'ลำตัวแห่งเบลเวเดเร่' ขุมทรัพย์แห่งพิพิธภัณฑ์ที่เน้นย้ำความสัมพันธ์ไทย-อิตาลีนักเขียน : Museum Minds
กำเนิดโฉนดที่ดินแผ่นแรกในไทย และเมื่อโฉนดบอกว่าเมื่อก่อนพืชเศรษฐกิจไทยไม่ใช่ข้าว
Culture & Entertainmentกำเนิดโฉนดที่ดินแผ่นแรกในไทย และเมื่อโฉนดบอกว่าเมื่อก่อนพืชเศรษฐกิจไทยไม่ใช่ข้าวนักเขียน : Museum Minds