Logo
Menu stripMenu stripMenu stripMenu strip
About Us
a day
บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด
(DAY POETS COMPANY LIMITED)
33 Soi Sunwijai 4, New Phetburi Rd.,
Khwang Bangkapi, Khet Huai Khwang,
Bangkok 10310
Tel.: 02 716 6900
E-mail : [email protected]
Main Pages
  • HOME
  • VIDEO
  • PODCAST
  • SERIES
  • MAGAZINE
  • ACTIVITIES
Utility Pages
  • ABOUT US
  • CONTACT
  • PRIVACY POLICY
follow us on
Privacy Policy / Terms and conditions, ©2025
กำเนิดโฉนดที่ดินแผ่นแรกในไทย และเมื่อโฉนดบอกว่าเมื่อก่อนพืชเศรษฐกิจไทยไม่ใช่ข้าว

กำเนิดโฉนดที่ดินแผ่นแรกในไทย และเมื่อโฉนดบอกว่าเมื่อก่อนพืชเศรษฐกิจไทยไม่ใช่ข้าว

26/08/2019
Culture & Entertainment
AUTHOR: Museum Minds
SHARE:

 เนื่องจากเราเคยคุ้นหน้าคุ้นตาอีกทั้งลีลาการเล่าเรื่องสุดสนุกของชัยวัฒน์ไชยประเสริฐจากจอทีวีในฐานะหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันแฟนพันธุ์แท้พิพิธภัณฑ์ไทยอยู่แล้วเมื่อเขาออกปากเชื้อเชิญเราไปดู ‘ขุมทรัพย์’ในพิพิธภัณฑ์กรมที่ดินที่เขาปฏิบัติการภัณฑารักษ์เป็นการประจำอยู่เราจึงรีบตอบตกลงและนัดหมายวันเวลาทันทีเพราะงานนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน

 

 ก่อนจะเดินทางไปเราค้นข้อมูลพบว่าพิพิธภัณฑ์กรมที่ดินนั้นตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครและเมื่อดูจากภาพในอินเทอร์เน็ตแล้วทำให้เราคิดไปเองว่าคงไม่มีของอะไรมาก ด้วยพื้นที่ที่เล็กพอสมควรแต่เมื่อเราไปถึง ปรากฏว่าคุณชัยวัฒน์สามารถหยิบยกข้าวของ วัตถุ และเรื่องเล่าเชิงลึกมากมายซึ่งซุกซ่อนบรรจุไว้แน่นเต็มพื้นที่ไม่ว่าจะเป็น ‘พระคันธารราษฎร์’หรือ ‘พระปางขอฝน’ที่เชื่อมโยงกับการทำเกษตรกรรมบนผืนแผ่นดิน, เครื่องรังวัดที่ดินรุ่นแรกที่นำเข้ามาจากอังกฤษ, สมุดไทยดำโบราณรวมถึงโฉนดแบบสำคัญต่างๆ เช่น โฉนดสวนที่มีต้นขั้วให้รัฐเก็บไว้ส่วนตัวใบโฉนดราษฎรจะสามารถฉีกดึงไปได้ซึ่งต้นขั้วที่เหลืออยู่นี้บ่งบอกว่าพืชเศรษฐกิจของเราเมื่อก่อนนี้ไม่ใช่ข้าวแต่น่าจะเป็นหมากทั้งหมากเอกหมากโทหมากตรีจนมาถึงสมัยจอมพลป. พิบูลสงคราม สั่งให้คนไทยหยุดเคี้ยวหมากนั่นแหละจึงค่อยๆ หดหายไปหรือแม้แต่โฉนดที่เล็กที่สุดในโลกคือ 0.1 ตารางวารวมไปถึงโฉนดที่ดินจังหวัดพระตะบองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่ตั้งเขาพระวิหาร (!) เรียกได้ว่าอีกเป็นปีๆ ก็คงเรียนรู้กันไม่จบไม่สิ้นแถมคุณชัยวัฒน์ยังกระซิบบอกเราว่าที่อยู่ในห้องนี้นั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆเพราะยังมีของที่รักษาในคลังอีกมาก

 

 “พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินเปิดทำการเมื่อวาระ 100 ปีกรมที่ดินเมื่อพ.ศ. 2544 แต่วัตถุที่เรามีนั้นย้อนไปถึงสมัยการก่อตั้งเมื่อ 100 ปีที่แล้วตรงกับรัตนโกสินทรศก 120”

 ว่าแล้วภัณฑารักษ์ของเราจึงผายมือไปยังหนึ่งในขุมทรัพย์ชิ้นเอกที่มาจากยุคนั้นมีสำเนาจัดแสดงอยู่กลางห้องนั่นก็คือ ‘โฉนดที่ดินแผ่นแรก’เป็นจุดเริ่มต้นของการออกเอกสารสิทธิในที่ดินในประวัติศาสตร์ไทยนั่นเอง

 ในราว ร.ศ. 117 หรือต้น ร.ศ. 118 กระทรวงพระคลังฯคิดออกหนังสือสำหรับที่ดินขึ้นอย่างหนึ่งเรียกว่าโฉนดตราจองมีเหตุเริ่มจากรัฐบาลได้อนุญาตให้บริษัทขุดคลองแถวทุ่งหลวงคลองรังสิตและขายที่ดินสองฝั่งคลองให้แก่ประชาชนรับซื้อไปแล้วแต่รัฐบาลยังมิได้ออกหนังสือสำคัญให้แก่บริษัทอีกทั้งบริษัทก็ยังมิได้หักโอนให้แก่ผู้รับซื้อเด็ดขาดซึ่งในเบื้องต้นมีการจัดทำโฉนดตราจองตามแผนที่ของบริษัทซึ่งไม่ประสบความสำเร็จจนต้องยกเลิกไปในที่สุดจนแล้วจนรอดใน ร.ศ. 119 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เรียกประชุมเสนาบดีทรงปรึกษาว่าการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินเป็นสิ่งจำเป็นแล้วไม่ควรจะหยุดเพราะบ้านเมืองก็เจริญขึ้นและที่ดินมีราคาขึ้นกว่าแต่ก่อนเมื่อออกหนังสือสำหรับที่ดินแล้วการเก็บอากรก็สะดวกการวิวาทบุกรุกแย่งชิงที่ดินก็จะเบาบางลงสุดท้ายจึงมีประกาศตั้งพระยาอาหารบริรักษ์ (ผึ่งชูโต) เป็นข้าหลวงพิเศษจัดการที่ดินและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศาลขึ้นพร้อมกันเรียกว่าศาลเกษตรสำหรับเป็นเครื่องมือชำระคดีเรื่องที่ดินในเขตที่จะออกโฉนดแผนที่อย่างใหม่

 

 เขตที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ไปออกโฉนดข้างต้นคือตั้งแต่แยกบางไทรจรดแยกแควสีกุดตลอดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 และเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนร.ศ. 120 ก็เริ่มลงมือเดินรังวัดหมายเขตที่ดินตามประกาศกระแสพระบรมราชโองการและทำที่บ้านพลับตำบลเกาะเกิดท้องที่อำเภอพระราชวังบางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นปฐมฤกษ์ตามที่ปรากฏในโฉนดแผ่นแรกนี้เอง

 “ท่านทรงมีวิสัยที่กว้างไกลมากเพราะนอกจากกรณีพิพาทแล้ว ไม่กี่ปีต่อมาท่านทรงเลิกทาสหากทาสไม่มีที่ทำกินก็กลับไปขายตัวเป็นทาสอีกเลยออกโฉนดเป็นตัวอย่างโดยออกในราชนิกูลก่อนแล้วจึงตกถึงข้าราชบริพารจากนั้นจึงเป็นประชาชนคนทั่วไปรู้ไหมว่าทุกวันนี้ประเทศเรายังออกโฉนดไม่ครบเลยสืบกลายมาเป็นเจตนารมณ์ของกรมที่ดินที่จะต้องออกให้ครบทั้งแผ่นดินให้ได้” คุณชัยวัฒน์เล่า

 กลับมาที่โฉนดนอกจากลายพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 5 แล้วเรายังจะได้เห็น ‘ตราแผ่นดิน’ประทับอยู่ตรงหัวเอกสารอย่างสง่างามตรานี้เป็นผลงานการออกแบบโดยเสวกเอกหม่อมเจ้าประวิชชุมสายพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าชุมสายกรมขุนราชสีหวิกรมผู้ผูกตราประจำประเทศขึ้นเป็นครั้งแรกในพ.ศ. 2416 โดยอิงกับหลักการผูกตราอาร์มของทางยุโรป

 

 

 แน่นอนว่าในตรานี้จะสังเกตว่ามีเครื่องราชกกุธภัณฑ์บ่งบอกว่าเป็นของพระมหากษัตริย์ ( ‘กกุธ’แปลว่าเครื่องหมายความเป็นพระราชาบวกกับ ‘ภณฺฑ’แปลว่าของใช้) ประกอบด้วยภาพพระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมีครอบบนภาพจักรและตรีไขว้เรียกว่าตรามหาจักรีอันเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหมายแทนนามราชวงศ์จักรีขนาบข้างด้วยพระมหาพิชัยมงกฎ ฉัตร 7 ชั้นจากนั้นจึงเป็นโล่ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ห้องมีความหมายอ้างอิงถึงขอบขัณฑสีมาทั้งหมดของประเทศสยามในเวลานั้น

 กล่าวคือห้องด้านบนเป็นภาพช้าง 3 เศียรหมายถึงสยามเหนือสยามกลางและสยามใต้ห้องล่างด้านขวาเป็นภาพช้างเผือกหมายถึงประเทศราชลาวล้านช้าง ห้องล่างด้านซ้ายเป็นภาพกริชคดและกริชตรงไขว้กันหมายถึงหัวเมืองประเทศราชมลายูนั่นเอง

 หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 ตราแผ่นดินนี้ถูกเปลี่ยนไปเป็น ‘ตราครุฑ’อย่างที่เราคุ้นกัน

 

 โฉนดฉบับนี้ถูกห่อเก็บไว้ในกระดาษไมลาร์ไร้กรดอย่างไรก็ดีเราสังเกตเห็นว่าตรงแถบขอบด้านซ้ายมีร่องรอยของการซ่อมแซมเป็นสีกระดาษที่จางกว่าฉบับออริจินอลเล็กน้อยซึ่งคุณชัยวัฒน์บอกเราว่าต้นฉบับจริงเคยถูกน้ำหมึกปากการอตริงหกใส่โชคดีที่วัตถุนี้ได้รับเลือกไปอนุรักษ์โดยเจ้าหน้าที่กรมศิลปฯใช้เวลาเป็นปีเพื่อสกัดน้ำหมึกออกและมีการปลูกกระดาษขึ้นมาใหม่คล้ายการปลูกถ่ายไขกระดาษในอายุใกล้เคียงกับต้นฉบับจากที่เคยแหว่งขาดจึงกลายเป็นขอบเต็มตรงสวยงามดังที่เราเห็น

 “จุดที่น่าสนใจไม่ได้มีแค่ด้านหน้านะด้านหลังก็มีไฮไลต์ที่จะทำให้เรารู้ได้ว่าปัจจุบันที่ผืนนี้เป็นของใคร” ภัณฑารักษ์ของเรายิ้มแล้วบรรจงพลิกด้านหลังโฉนดให้เราดูปรากฏว่านอกจากจะมีภาพจำลองแผนที่ของที่ดินวาดไว้ยังมีการระบุ ‘สาระบาญแก้ทะเบียฬ’ไว้ว่าในวันที่ 21 ตุลาคมพ.ศ. 2520 ได้มีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของจาก ‘สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์วชร.’ ไปเป็น ‘กระทรวงการคลัง (เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) พระราชวัง’จากนั้นจึงเปลี่ยนอีกครั้งในวันที่ 8 ตุลาคมพ.ศ. 2533 ไปให้ ‘สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม’

  “สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงเห็นความสำคัญของงานเกษตรกรรมมากจึงพระราชทานที่ดินแปลงนี้ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินฯเพื่อปันให้ชาวบ้านทำนาแต่ในขณะเดียวกันก็ป้องกันการซื้อ-ขายหรือจำนองที่ดินแปลงนี้ด้วยนั่นเองน่าตื้นตันใจที่กระดาษเก่าแผ่นนี้แสดงให้เห็นพระมหากรุณาธิคุณตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ยาวมาถึงรัชกาลที่ 9 เลย”

 อย่างไรก็ดีสำหรับคนทั่วไปสิ่งนี้อาจจะไม่ได้แสดงถึงเพียงเรื่องราวจากประวัติศาสตร์อย่างเดียวแต่ยังคงมีบทบาททางความเชื่อโดยจะเห็นว่ามีผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาบูชาโฉนดชิ้นนี้กันมากมายเนื่องจากเชื่อว่าจะทำมาค้าขายที่ดินได้คล่องแคล่วจนเป็นที่มาของการทำสำเนาจำหน่ายเป็นของที่ระลึก มีทั้งไซส์เล็ก-ใหญ่ หลายราคาว่ากันไป

 “คนเข้ามาไหว้กันทุกๆ วันอังคารนำบัตรแนะนำตัวมาทิ้งไว้เขาพูดกันเองว่าได้เงินเป็นสิบๆ ล้านอันนี้เขาทำของเขาเองผู้ปกครองควรชี้แนะ” คุณชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม


 พิกัดขุมทรัพย์

 พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินตั้งอยู่บนชั้น 2สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร
ถนนราชินีแขวงพระบรมมหาราชวังเขตพระนครกรุงเทพมหานคร10200

 เปิดเฉพาะวันอังคาร 9:00-17:00 น.
ผู้สนใจเข้าชมควรติดต่อเบื้องต้นล่วงหน้าโทร. 02-222-6131-40
dol.go.th/museum

Tags:พิพิธภัณฑ์ขุมทรัพย์นักพิพิธภัณฑ์กรมที่ดินโฉนดที่ดินโฉนดแผ่นแรกพิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน
Share :
Author
Museum Minds
Photographer
-
หีบ Louis Vuitton ที่เชิญพัสตราภรณ์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงไปอวดชาวโลก
Culture & Entertainmentหีบ Louis Vuitton ที่เชิญพัสตราภรณ์ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงไปอวดชาวโลกนักเขียน : Museum Minds
'ธงจุฑามณี' ธงที่เคยหายไปจากไทยกว่า 150 ปี  ที่วิลล่า มูเซ่ เขาใหญ่
Culture & Entertainment'ธงจุฑามณี' ธงที่เคยหายไปจากไทยกว่า 150 ปี ที่วิลล่า มูเซ่ เขาใหญ่นักเขียน : Museum Minds
ไม้กฤษณา : จากไม้หอมราคาแพงสู่ยากฤษณากลั่นตรากิเลนที่สร้างชื่อให้ตระกูลโอสถานุเคราะห์
Culture & Entertainmentไม้กฤษณา : จากไม้หอมราคาแพงสู่ยากฤษณากลั่นตรากิเลนที่สร้างชื่อให้ตระกูลโอสถานุเคราะห์นักเขียน : Museum Minds