แด่นกทุกตัวที่อยู่ในกรงขัง เวลาแห่งเสรีภาพมาถึงแล้ว จงโบยบิน

แด่นกทุกตัวที่อยู่ในกรงขัง เวลาแห่งเสรีภาพมาถึงแล้ว จงโบยบิน

นกในกรงขัง

นกในกรงขัง
นกในกรงขัง
นกในกรงขัง
นกในกรงขัง
นกในกรงขัง
Birds born in a cage think Flying is an illness -Alejandro Jodorowsky นกในกรงขัง
นกเกิดมาในกรงขังเลยคิดว่าการได้โบยบินคือความป่วยไข้ ฉันคือนกตัวนั้น คุณเองก็ด้วย กรงขังที่ว่านั้นมีชื่อว่าอะไร ประชาธิปไตยจอมปลอม, คนดี, กุลสตรี, เสรีนิยม, ความสุขที่รอ, ชายชุดทหาร พร้อมรถถัง พูดพล่อยๆ ว่าจะหามาคืนให้ หรืออื่นๆ อีกมากมาย แม้จะคิดว่าตนเองหลุดพ้นจากกรงขังที่มีอยู่แล้วแต่หารู้ไม่ว่า เหนือกรงขังที่เพิ่งทลายมาได้นั้นก็ยังมีอีกกรงขังมาคร่อมทับอย่างไม่รู้จบสิ้น
ฉันไม่ใช่คนกล้าหาญหรือคนหัวขบถแต่อย่างใด ตั้งแต่เด็ก ฉันคือลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่ เป็นนักเรียนที่ดีของครู เป็นเพื่อนที่เล่นอะไรตามเพื่อน พูดง่ายๆ ว่าเป็นคตนดีของระบบ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถม ฉันมักจะได้รับวุฒิบัติเรียนดีและประพฤติดีอย่างสม่ำเสมอ เวลาครูให้เด็กๆ โหวตว่าใครควรได้รางวัลประพฤติดี คนที่เรียนเก่งที่สุดหรือคนที่เรียบร้อยหรือเงียบที่สุดในห้องเรียนก็มักจะได้ถูกรับเลือก
พอโตมาเริ่มเป็นสาวฉันก็อยากจะเป็นหญิงสาวที่น่ารัก สังคมไทยรักหญิงสาวที่น่ารักที่สุด สวยเกินไปก็ไม่ได้ กล้าแสดงออกอย่างพองามสิ กล้าหาญเหรอ นั่นมันหน้าที่เด็กผู้ชาย ฉันพยายามจะอยู่ในระดับกลางๆ ในทุกด้านเพื่อให้ทุกคนพอใจ และไม่ยากลำบากเกินไปสำหรับตนเอง สังคมไหนจะมีสำนวนสุดประหลาดอย่าง ‘จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย’ แบบสังคมไทยล่ะ จะทำดีทั้งทีก็ต้องระวังไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตาใครอีกเพื่อความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง
ใช่แล้วล่ะ เรื่องทำดีเด่นจนเกินหน้านั้นคร่าชีวิตคนได้ ฉันพอจะรู้จักคนกล้าหาญหลายคนที่สังคมไม่รัก ถ้าคนแรกๆ ในความทรงจำวัยเด็กก็คงเป็น 2 สาวโบ จ๊อยซ์ที่เป็นนักร้องในดวงใจ ความกล้าหาญของโบจ๊อยซ์นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแต่คือการแค่เป็นตัวของตัวเอง แต่สังคมไทยในตอนนั้นไม่รักผู้หญิงแบบนี้
หรือขยับไปในบริบทที่ใหญ่ขึ้นในแง่สัมคมการเมืองฉันก็เคยได้ยินเรื่องราวของเพื่อนพ่อหลายๆ คนที่พูดความจริงหรือท้าทายระบบแล้วสุดท้ายถูกจับเข้าคุก เข้าตาราง ไม่ก็ทำเรื่องลี้ภัยได้ไปอยู่ในต่างประเทศ​ ประเทศที่เขาเหล่านั้นคงไม่ต้องเป็นนกในกรงขังอีกต่อไป ฉันรับรู้เรื่องนี้อยู่เนืองๆ มาตลอดตั้งแต่เด็กจึงมักแสร้งหลับตาไม่มองปัญหา ประเด็นการเมือง และหลอกตัวเองว่าเสรีภาพเป็นของเราอยู่แล้ว อย่างน้อยกรงขังของเราก็ใหญ่พอให้ฉันนอนเล่นกินอาหารอร่อยได้ตามใจ
พอเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะได้ ฉัน เพื่อนๆ และรุ่นพี่ รุ่นน้อง เราต่างสวมบทบาท แสร้งทำเป็นคนหัวขบถด้วยการแต่งการที่คิดว่าไม่เหมือนใคร เสพภาพยนตร์และดนตรีทางเลือก ยิ่งหาดูยาก คนรู้จักน้อย เรายิ่งดูเท่เหนือกว่าคนอื่น นึกย้อนกลับไปแล้วก็น่าขัน เพราะแค่การแต่งการด้วยรองเท้าดอกเตอร์มาร์ตินหรือย้อมผมสีแสบหนังหัวนั้นช่างไร้ความหมาย เมื่อหัวสีๆ นั้นยังก้มหัวให้ระบอบโซตัส อำนาจเผด็จการ หรือยอมจำนนต่อวัฒนธรรมสังคมชายเป็นใหญ่ แค่เป็นนักที่แฟชั่นหน่อยแต่ก็ถูกขังอยู่ในกรงไม่ต่างกันหรอก
จนถึงวันนี้ฉันก็ยังเป็นนกตัวเดิม แต่ฉันไม่หลอกตัวเองอีกต่อไปแล้ว เลิกปิดหู แสร้งหลับตา ฉันได้เรียนรู้ว่าในกรงขังนี้ การจะทลายออกไปได้ต้องใช้ความกล้าหาญซึ่งต้องฝึกฝนในเมืองที่เราต่างเป็นนกที่เชื่อง มีปีกไว้เพียงแค่ขนาบลำตัว แต่ไม่เคยได้โบยบิยนั้นช่างสูญเปล่าและน่าเศร้า
ฉันเริ่มฝึกจากเรื่องที่ง่ายที่สุดอย่างการเลิกใส่บราที่เหนี่ยวรั้งหัวใจผู้หญิงหลายๆ คนไว้ เราต่างอึดอัดจนชินและลืมไปว่าร่างกายนี้เป็นของเรา เสรีภาพเกิดขึ้นง่ายๆ จากการลดขั้นตอนการแต่งตัวลงไป 1 ขั้น โนบราในช่วงแรกนั้นต้องใช้ความกล้าหาญ แต่เมื่อฝึกไปฉันก็เริ่มมั่นใจขึ้นในอิสรภาพนี้
หรือการฝึกฝนเริ่มบินในบริบทนักฉอดในโลกออนไลน์ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่อะไร แต่ก็ช่วยให้ฉันได้รู้สึกระบายความอัดอั้นนี้ไปได้พอสมควร อาทิตย์ก่อนไปร่วม car mob ปกติฉันมักจะไปชุมนุมแบบเงียบๆ แต่วันนั้นฉันเลือกตะโกนความโกรธแค้นออกหน้าต่างรถไปตลอดทาง เรื่องเหล่านี้เราต่างต้องฝึกฝน แม้การพูดจะเป็นสิ่งแรกที่มนุษย์ส่วนใหญ่ทำได้เมื่อมีพัฒนาการ แต่การหัดพูดอีกครั้งในวัยนี้นั้นต่างออกไป ฉันในวัยเด็กหัดพูดเพื่อเปล่งถ้อยคำให้คนรอบข้างพอใจ แต่ฉันในวันนี้กำลังหัดพูดเพื่ออิสรภาพของตัวฉันเอง
ขณะที่เขียนบทบันทึกนี้ มีนกเพนกวิ้นนักสู้ที่ฉันนับถือกำลังถูกขังอยู่ในกรงของรัฐเผด็จการอย่างทรมาน นกตัวนี้กำลังบาดเจ็บ ฉันเสียใจเหลือเกินที่ฉันทำได้เพียงระบายมันออกมาในหน้ากระดาษแผ่นนี้ ถ้าหากเพียงแค่ฉันมีความกล้าสักเศษเสี้ยวเดียวของเพนกวิ้นคงดี แด่นกทุกตัวในกรงขัง เวลามาถึงแล้ว จงโบยบิน
นกในกรงขัง
Birds born in a cage think Flying is an illness -Alejandro Jodorowsky นกในกรงขัง
นกเกิดมาในกรงขังเลยคิดว่าการได้โบยบินคือความป่วยไข้ ฉันคือนกตัวนั้น คุณเองก็ด้วย กรงขังที่ว่านั้นมีชื่อว่าอะไร ประชาธิปไตยจอมปลอม, คนดี, กุลสตรี, เสรีนิยม, ความสุขที่รอ, ชายชุดทหาร พร้อมรถถัง พูดพล่อยๆ ว่าจะหามาคืนให้ หรืออื่นๆ อีกมากมาย แม้จะคิดว่าตนเองหลุดพ้นจากกรงขังที่มีอยู่แล้วแต่หารู้ไม่ว่า เหนือกรงขังที่เพิ่งทลายมาได้นั้นก็ยังมีอีกกรงขังมาคร่อมทับอย่างไม่รู้จบสิ้น
ฉันไม่ใช่คนกล้าหาญหรือคนหัวขบถแต่อย่างใด ตั้งแต่เด็ก ฉันคือลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่ เป็นนักเรียนที่ดีของครู เป็นเพื่อนที่เล่นอะไรตามเพื่อน พูดง่ายๆ ว่าเป็นคตนดีของระบบ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถม ฉันมักจะได้รับวุฒิบัติเรียนดีและประพฤติดีอย่างสม่ำเสมอ เวลาครูให้เด็กๆ โหวตว่าใครควรได้รางวัลประพฤติดี คนที่เรียนเก่งที่สุดหรือคนที่เรียบร้อยหรือเงียบที่สุดในห้องเรียนก็มักจะได้ถูกรับเลือก
พอโตมาเริ่มเป็นสาวฉันก็อยากจะเป็นหญิงสาวที่น่ารัก สังคมไทยรักหญิงสาวที่น่ารักที่สุด สวยเกินไปก็ไม่ได้ กล้าแสดงออกอย่างพองามสิ กล้าหาญเหรอ นั่นมันหน้าที่เด็กผู้ชาย ฉันพยายามจะอยู่ในระดับกลางๆ ในทุกด้านเพื่อให้ทุกคนพอใจ และไม่ยากลำบากเกินไปสำหรับตนเอง สังคมไหนจะมีสำนวนสุดประหลาดอย่าง ‘จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย’ แบบสังคมไทยล่ะ จะทำดีทั้งทีก็ต้องระวังไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตาใครอีกเพื่อความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง
ใช่แล้วล่ะ เรื่องทำดีเด่นจนเกินหน้านั้นคร่าชีวิตคนได้ ฉันพอจะรู้จักคนกล้าหาญหลายคนที่สังคมไม่รัก ถ้าคนแรกๆ ในความทรงจำวัยเด็กก็คงเป็น 2 สาวโบ จ๊อยซ์ที่เป็นนักร้องในดวงใจ ความกล้าหาญของโบจ๊อยซ์นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแต่คือการแค่เป็นตัวของตัวเอง แต่สังคมไทยในตอนนั้นไม่รักผู้หญิงแบบนี้
หรือขยับไปในบริบทที่ใหญ่ขึ้นในแง่สัมคมการเมืองฉันก็เคยได้ยินเรื่องราวของเพื่อนพ่อหลายๆ คนที่พูดความจริงหรือท้าทายระบบแล้วสุดท้ายถูกจับเข้าคุก เข้าตาราง ไม่ก็ทำเรื่องลี้ภัยได้ไปอยู่ในต่างประเทศ​ ประเทศที่เขาเหล่านั้นคงไม่ต้องเป็นนกในกรงขังอีกต่อไป ฉันรับรู้เรื่องนี้อยู่เนืองๆ มาตลอดตั้งแต่เด็กจึงมักแสร้งหลับตาไม่มองปัญหา ประเด็นการเมือง และหลอกตัวเองว่าเสรีภาพเป็นของเราอยู่แล้ว อย่างน้อยกรงขังของเราก็ใหญ่พอให้ฉันนอนเล่นกินอาหารอร่อยได้ตามใจ
พอเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะได้ ฉัน เพื่อนๆ และรุ่นพี่ รุ่นน้อง เราต่างสวมบทบาท แสร้งทำเป็นคนหัวขบถด้วยการแต่งการที่คิดว่าไม่เหมือนใคร เสพภาพยนตร์และดนตรีทางเลือก ยิ่งหาดูยาก คนรู้จักน้อย เรายิ่งดูเท่เหนือกว่าคนอื่น นึกย้อนกลับไปแล้วก็น่าขัน เพราะแค่การแต่งการด้วยรองเท้าดอกเตอร์มาร์ตินหรือย้อมผมสีแสบหนังหัวนั้นช่างไร้ความหมาย เมื่อหัวสีๆ นั้นยังก้มหัวให้ระบอบโซตัส อำนาจเผด็จการ หรือยอมจำนนต่อวัฒนธรรมสังคมชายเป็นใหญ่ แค่เป็นนักที่แฟชั่นหน่อยแต่ก็ถูกขังอยู่ในกรงไม่ต่างกันหรอก
จนถึงวันนี้ฉันก็ยังเป็นนกตัวเดิม แต่ฉันไม่หลอกตัวเองอีกต่อไปแล้ว เลิกปิดหู แสร้งหลับตา ฉันได้เรียนรู้ว่าในกรงขังนี้ การจะทลายออกไปได้ต้องใช้ความกล้าหาญซึ่งต้องฝึกฝนในเมืองที่เราต่างเป็นนกที่เชื่อง มีปีกไว้เพียงแค่ขนาบลำตัว แต่ไม่เคยได้โบยบิยนั้นช่างสูญเปล่าและน่าเศร้า
ฉันเริ่มฝึกจากเรื่องที่ง่ายที่สุดอย่างการเลิกใส่บราที่เหนี่ยวรั้งหัวใจผู้หญิงหลายๆ คนไว้ เราต่างอึดอัดจนชินและลืมไปว่าร่างกายนี้เป็นของเรา เสรีภาพเกิดขึ้นง่ายๆ จากการลดขั้นตอนการแต่งตัวลงไป 1 ขั้น โนบราในช่วงแรกนั้นต้องใช้ความกล้าหาญ แต่เมื่อฝึกไปฉันก็เริ่มมั่นใจขึ้นในอิสรภาพนี้
หรือการฝึกฝนเริ่มบินในบริบทนักฉอดในโลกออนไลน์ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่อะไร แต่ก็ช่วยให้ฉันได้รู้สึกระบายความอัดอั้นนี้ไปได้พอสมควร อาทิตย์ก่อนไปร่วม car mob ปกติฉันมักจะไปชุมนุมแบบเงียบๆ แต่วันนั้นฉันเลือกตะโกนความโกรธแค้นออกหน้าต่างรถไปตลอดทาง เรื่องเหล่านี้เราต่างต้องฝึกฝน แม้การพูดจะเป็นสิ่งแรกที่มนุษย์ส่วนใหญ่ทำได้เมื่อมีพัฒนาการ แต่การหัดพูดอีกครั้งในวัยนี้นั้นต่างออกไป ฉันในวัยเด็กหัดพูดเพื่อเปล่งถ้อยคำให้คนรอบข้างพอใจ แต่ฉันในวันนี้กำลังหัดพูดเพื่ออิสรภาพของตัวฉันเอง
ขณะที่เขียนบทบันทึกนี้ มีนกเพนกวิ้นนักสู้ที่ฉันนับถือกำลังถูกขังอยู่ในกรงของรัฐเผด็จการอย่างทรมาน นกตัวนี้กำลังบาดเจ็บ ฉันเสียใจเหลือเกินที่ฉันทำได้เพียงระบายมันออกมาในหน้ากระดาษแผ่นนี้ ถ้าหากเพียงแค่ฉันมีความกล้าสักเศษเสี้ยวเดียวของเพนกวิ้นคงดี แด่นกทุกตัวในกรงขัง เวลามาถึงแล้ว จงโบยบิน

AUTHOR