วิชา Social Enterprise ในร้านไอศครีม Ben & Jerry’s

Ben & Jerry’s กับ a day เปิดหลักสูตรสุดพิเศษ พาผู้โชคดี
2 คนเดินทางไปที่รัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกา
เพื่อเรียนรู้การทำไอศครีมให้เป็นมากกว่าไอศครีมแบบที่หาเรียนที่ไหนไม่ได้
หลังจากที่ 2 ตอนแรกเราพาไปรู้จักวิชาเลี้ยงวัวให้มีความสุขและวิชาทำไอศครีมให้อร่อยกันแล้ว เรามีอีกวิชาที่น่าเอามาเล่าสู่กันฟัง นั่นก็คือวิชา Social Enterprise ในร้านไอศครีม

Ben & Jerry’s เป็นไอศครีมที่โด่งดังในเรื่องรสชาติแสนอร่อย
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่โด่งดังไม่แพ้กันก็คือ
การทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมในทุกขั้นตอนการผลิต จนได้รับการยกย่องว่าเป็นกิจการเพื่อสังคมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ลองมาดูตัวอย่างกันดีกว่าว่าการดำเนินงานของบริษัทไอศครีมหนึ่งแห่งสามารถทำให้อะไรดีขึ้นได้บ้าง

ส่วนผสมหลัก 5 อย่างของไอศครีม ได้แก่
โกโก้ วานิลลา กาแฟ กล้วย และน้ำตาล ต้องได้มาโดยผ่านการค้าที่เป็นธรรม (Fair trade) เท่านั้น ซึ่งหมายถึงเกษตรกรได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมในการตั้งใจดูแลผลผลิตของพวกเขา และเป็นการสนับสนุนให้เกษตรกรรายเล็กในประเทศที่กำลังพัฒนาสามารถแข่งขันและเติบโตในระบบเศรษฐกิจโลกได้
แล้วก็ยังทำให้เกษตรกรเหล่านี้มีกำลังใจในการทำฟาร์มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
ซึ่งกระบวนการนี้ Ben & Jerry’s ทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลกอย่าง
Fairtrade International

โกโก้จากการค้าที่เป็นธรรมได้จากสหกรณ์ในไอวอรี่โคสต์
ประเทศที่ผลิตโกโก้ราว 40% ของโลก
แต่มีสัดส่วนของโกโก้ที่ค้าขายอย่างเป็นธรรมน้อยมาก นอกจากนี้ก็ยังซื้อจากผู้ผลิตในกาน่า ซึ่งมูลค่าของโกโก้ที่สูงขึ้นนี้
ทำให้ผู้ผลิตโกโก้ทั้งสองประเทศมีทุนไปดูแลสุขภาพและการศึกษามากขึ้น

วานิลลาจากการค้าที่เป็นธรรม
บางส่วนซื้อจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองในยูกันดา
วานิลลาเป็นผลผลิตที่มีมูลค่าสูงและต้องใช้แรงงานในการผลิตเป็นอย่างมาก
เกษตรกรแต่ละคนผลิตผักวานิลลาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
จึงต้องนำผลผลิตของตัวเองไปร่วมกับของคนอื่นๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการค้า
ซึ่งวานิลลาที่ได้รับการรับรองการค้าที่เป็นธรรมนั้นทำให้เกษตรมีอิสระมากขึ้นในการขาย
และการผลิตที่ใส่ใจต่อโลกยังช่วยให้รักษาป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติของยูกันดาไว้ได้ด้วย

กาแฟจากการค้าที่เป็นธรรม มาจากสหกรณ์ Huatusco
Union ในเม็กซิโก
ซึ่งได้ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ทำให้ลูกหลานของพวกเขาได้รับการศึกษา และทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น
แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของ Coffee Connection ที่ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรวมถึงรายได้ให้กับเกษตรกรและสหกรณ์

กล้วยจากการค้าที่เป็นธรรม
ได้จากสหกรณ์ผู้ปลูกกล้วยในเอกวาดอร์ซึ่งมีเกษตรกรในเครือข่ายราว 300 คน เงินส่วนต่างที่พวกเขาได้รับเพิ่มช่วยให้พวกเขาได้นำไปลงทุนด้านสุขภาพ พัฒนาการศึกษาระดับประถมสำหรับเด็กๆ และปรับปรุงถนนหนทางในชุมชน

น้ำตาลจากการค้าที่เป็นธรรม ส่วนหนึ่งมาจากประเทศเบลีซ
ซึ่งเป็นผลผลิตที่สำคัญมากเพราะทำให้พื้นที่บางส่วนของประเทศเกิดการจ้างงานถึง 85%
การค้าที่เป็นธรรมช่วยให้สหกรณ์ต่างๆ ในเบลีซมีงบประมาณในการดูแลดินและฟื้นฟูแหล่งน้ำ
รวมถึงโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

ของเสียจากการผลิตไอศครีมนั้นไม่เหมาะจะส่งไปยังโรงงานบำบัดน้ำเสียของท้องถิ่น
โรงงานไอศครีม Ben & Jerry’s ในเวอร์มอนต์จึงส่งมันกลับไปยังฟาร์ม
2 แห่ง ไปหมักในบ่อหมักก๊าซมีเทนพร้อมกับของเสียอื่นๆ
ของฟาร์ม เพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า

บราวนี่ทั้งหมดที่ Ben & Jerry’s ใช้มาจากร้าน Greyston Bakery ซึ่งไม่จ้างคนมาอบบราวนี่ แต่เปิดธุรกิจทำบราวนี่เพื่อที่จะได้จ้างคนมาทำงาน! ร้านนี้ตั้งเมื่อปี
1982 โดยเน้นสร้างงานและจัดฝึกอบรมให้คนที่ตกงานหรือมีปัญหากับการทำงาน
คนที่ต้องการทำงานกับเกรย์สตัน จะได้รับการคัดเลือกให้ทำงานโดยไม่ดูประวัติการศึกษา
ประวัติการทำงาน หรืออุปสรรคทางสังคมในอดีต เช่น เคยเป็นนักโทษ คนเร่ร่อน
หรือเคยติดยาเสพติด ที่นี่ไม่มีการตรวจสอบประวัติและไม่มีการคัดกรองได้ๆ
ถ้ามีตำแหน่งว่าง คนที่อยู่ในรายชื่อลำดับถัดไปจะได้รับการบรรจุให้ทำงานโดยไม่มีการถามคำถามใดๆ
ซึ่งเกรย์สตันและ Ben & Jerry’s ทำงานร่วมกันมาหลายสิบปี

ดังนั้นถ้าหากคุณเผลออร่อยไปกับไอศครีมของ Ben &
Jerry’s ไม่ว่าจะในปริมาณน้อยหรือมากก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป
เพราะอย่างน้อยไอศครีมถ้วยนี้ (หรือหลายๆ ถ้วยนี้) ช่วยให้ชีวิตของผู้คนอีกมากมายดีขึ้นได้จริงๆ

ถ้าใครอยากเรียนรู้เรื่องราวการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมในทุกขั้นตอนการผลิตด้วยกัน
ก็สมัครมาร่วมโครงการ Ice Cream School ของ Ben &
Jerry’s กับ a day ดูรายละเอียดโครงการได้ที่นี่ รีบคิดรีบสมัครนะ เพราะว่าหมดเขตรับสมัคร 14 สิงหาคม 2559 แล้วล่ะ

AUTHOR