Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

“ในอีกด้านงานหนังสือทำให้เราเห็นความงามของมนุษย์” เหตุผลที่ต้องไป Frankfurt Book Fair

Highlights

  • Frankfurt Book Fair คือหนึ่งในงานหนังสือใหญ่งานหนึ่งของโลก เป็นโซเชียลแพลตฟอร์มที่ผู้คนจะมาแลกเปลี่ยนแนวคิดที่หลากหลาย
  • ในด้านหนึ่งงานหนังสือคือธุรกิจ แต่ในอีกด้านงานหนังสือทำให้เราเห็นความงามของมนุษย์ เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่อยากจะกลับมาเห็นในทุกๆ ปี

Frankfurt Book Fair

Visitors in Total 302,267

 Exhibitors 7,450 from 104 Countries

Proportion of Trade Visitors 47% : Public Visitors 53%

+8% Increase Over the Weekend

+1.8% Rise on Trade Visitor Days

ในโลกนี้มีงานอีเวนต์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นคืองานหนังสือ แท้จริงแล้วมีการจัดงานที่เรียกว่า ‘งานหนังสือ’ หรือ book fair ทุกเดือน ทั่วโลก ถ้านับจริงๆ อาจจะทุกอาทิตย์

ผู้คนไปทำอะไรที่งานหนังสือ งานหนังสือแต่ละประเทศเหมือนหรือต่างกันยังไง

แท้จริงงานหนังสือทำหน้าที่ 2 หลักใหญ่ๆ หนึ่งคือเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมหนังสือ และอีกนัยหนึ่งเป็นโซเชียลแพลตฟอร์มที่ผู้คนจะมาแลกเปลี่ยนแนวคิด

Frankfurt Book Fair คือหนึ่งในงานหนังสือใหญ่งานหนึ่งของโลกที่จัดมานับสิบปี สิบขวบปีที่ผ่าน Frankfurt Book Fair บอกอะไรกับเราบ้าง

hellotravel.com

สิบปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์หลากหลายขึ้นบนโลก ทั้งข่าวดี ข่าวร้าย ความกลัว เราได้เรียนรู้ความกล้าหาญและความจริง สิบปีก่อนงานหนังสือมีแต่ความน่ากลัวและเงาทะมึนของอีบุ๊กที่หลากหลายบริษัทต่างพาเหรดมาเปิดบูทในงานกันมากมาย เรียกว่าต้องยกฮอลล์หนึ่งให้กันไปเลย ตอนนั้นหลีกไม่ได้ที่จะหวั่นใจถึงการคุกคามที่รวดเร็ว สิบปีที่แล้วนี้เองที่เรายังคาดการณ์ว่าอีบุ๊กจะเข้ามาทดแทนรูปแบบหนังสือเล่ม

ในตอนนั้นคนหนังสือทั่วโลกใช้เวลามากกว่าครึ่งของ 30 นาทีทองหมดไปกับการปรับทุกข์ถึงอนาคตและธุรกิจหนังสือ

แล้วทำไมถึงต้อง 30 นาที

ที่ Frankfurt Book Fair หรือที่ London Book Fair ทุกคนใช้เวลาพบกันเพียง 30 นาที เพื่อพูดทุกเรื่องราว นำเสนอหนังสือใหม่ๆ หรือนั่งปรับทุกข์กันจนหมดเวลา และต้องรีบวิ่งไปนัดถัดไป เราเรียกการประชุมแบบนี้ว่า back-to-back เป็นภาพปกติที่จะเห็นคนเดินกินแซนด์วิชหรือขนมเค้กหวานๆ บางคนเอาไส้กรอกหรือเตรียมถุงผลไม้มาจากบ้าน กล้วยคืออาหารหลักให้พอประทังหิว นี่คือ 30 นาทีทองที่ขาดไม่ได้ ไม่มีขยับเวลาให้ มาช้าก็เหลือเวลาตามกรอบ 30 นาที จะสนิทกันแค่ไหน หรือต้องปรับทุกข์กันมากเท่าไหร่ แต่ชีวิตต้องเดินหน้า และมันคือกฎ

สิบปีที่แล้วที่ Frankfurt Book Fair จะมีจำนวนฮอลล์ที่ใช้อยู่เรียกว่า Hall 3, 4, 5, 6 และ 8 แต่ละฮอลล์จะมี 3 ชั้น ยกเว้น Hall 8 ที่มีเพียงชั้นเดียวแต่มีหลังคาให้แสงแดดส่องผ่าน ตอนนั้นมีการแบ่งชัดเจนว่า Hall 3 เป็นฮอลล์ของสำนักพิมพ์เยอรมัน ศาสนา ท่องเที่ยว Hall 4 และ 5 เป็นห้องที่แสดงงานจากประเทศต่างๆ ที่นำหนังสือมาเป็นตัวแทนหรือซอฟต์พาวเวอร์เพื่อโปรโมตประเทศผ่านงานเขียน ทั้งยังใช้เป็นเวทีในการขายงานลิขสิทธิ์

ที่เห็นเด่นชัดและประสบความสำเร็จในการใช้ Frankfurt Book Fair เป็นช่องทางนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศคืออินโดนีเซีย ที่เริ่มต้นจากการเป็น guest of honor คือได้สิทธิในการนำเสนอวัฒนธรรมหนังสือและวัฒนธรรมอื่นๆ ของตัวเองผ่าน Primary Hall ซึ่งยกให้ประเทศที่ได้เป็นเกสต์รับไปใช้ประเทศเดียวทั้งฮอลล์ และต่อด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องการนำเสนอให้หลากหลายพื้นที่

อินโดนีเซียใช้เวทีงานหนังสือส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ของตัวเอง และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาพวกเขาได้ไปเป็น guest of honor อีกครั้งใน London Book Fair จึงไม่แปลกที่งานปีนี้สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ อย่าง Penguin Random House จะมีหนังสือของนักเขียนอินโดนีเซียมานำเสนอ

 

มาที่ Hall 6 กันบ้าง พื้นที่ส่วนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3-4 ส่วน ชั้นบนสุดเป็นพื้นที่ของหนังสือเรียน หรือเรียกว่า academic book ชั้นสองเป็นหนังสือศิลปะ ที่รวมมาจากทุกประเทศ แต่ที่เน้นมากๆ คือหนังสือศิลปะของเยอรมนี ชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่เรื่องเทคโนโลยีต่างๆ และตรงนี้เองเป็นพื้นที่รวมตัวกันของเหล่าบริษัทที่ทำ DRM (digital rights management) หรือเทคโนโลยีเกี่ยวกับอีบุ๊ก รวมถึงการเรียนรู้ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ Hall 8 เป็นที่สุดท้ายที่เหล่าสำนักพิมพ์ต่างประเทศใช้เป็นพื้นที่คุยเรื่องการซื้อ-ขายหนังสือกับคู่ค้าจากทั่วโลก

Hall 6 และ Hall 8 ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน ความรู้สึกของผู้คนในตอนนั้นเหมือนบ้านคนละฝั่งคลองที่เฝ้ามองกันด้วยความหวาดระแวง

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการยุบ Hall 8 เพราะต้องการปรับปรุงพื้นที่ ผนวกกับแต่เดิมนั้นการจะออกจาก Hall 8 ไปที่อื่นต้องวิ่งแข่งกับเวลา ไปจับรถเวียนที่วิ่งรับ-ส่งคนระหว่างพื้นที่จัดแสดงต่างๆ ถ้าตกรถต้องวิ่ง 100 เมตรตามกฎ 30 นาทีทองเลยทีเดียว ถ้ายุบแล้วจะอยู่กันยังไง

ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่อยู่ดีๆ บูทที่ทำแอพฯ ทำอีบุ๊ก ก็พลันปิดตัวลง หายออกไปจากพื้นที่งานแบบเงียบๆ ดังนั้นจึงเกิดพื้นที่ใหม่ขึ้นมา และเป็นที่มาให้เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ อย่างบูทนิตยสาร Monocle หรือปัจจุบันคือบูทแนะนำนิตยสาร และงาน Indiecon ของเหล่านิตยสารอิสระที่มาใช้พื้นที่แทน บูทหนังสือจึงมีรอยยิ้มกลับมาให้เห็นบ้าง

uk.phaidon.com

การไปงานหนังสือไม่ได้บอกเราแค่ว่าอะไรอยู่ อะไรไป แต่งานหนังสือในต่างประเทศเป็นโซเชียลแพลตฟอร์มที่เชื่อมคนทั่วโลกผ่านซอฟต์พาวเวอร์ชิ้นงาม เราเห็นการพูดถึงหนังสือเกี่ยวกับสิทธิสตรีมากมาย อย่าง Great Women Artists ที่ขีดฆ่าคำว่า Women ออก เพราะนำเสนอความเท่าเทียม ดังนั้นคำว่า Women จึงไม่จำเป็น หรือหนังสือรณรงค์รักษ์โลกที่ออกมาทุกระดับ ตั้งแต่ให้เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้ใหญ่ที่จะได้เรียนรู้ถึงผลกระทบถ้ายังปล่อยให้อะไรๆ เป็นไปอย่างเดิม ครอบคลุมทุกอย่างไปจนถึงแนวคิดทางการเมือง ไม่ว่าจะต่อต่านทรัมป์ เชิดชูมิเชล โอบามา ทุกอย่างเท่าที่มนุษย์จะต้องการหาจากหนังสือที่นี่มีหมด หรือจะเป็นหนังสือที่ช่วยให้เราพักตัวเองจากโซเชียลมีเดียหรือออนไลน์ต่างๆ ได้

นี่จึงเป็นข้อดี เพราะในงานเราจะได้ทราบถึง current affairs หรือเหตุการณ์ปัจจุบัน แนวคิดของคนประเทศนั้นๆ ว่าเขาคิดเห็นและมองเรื่องรอบตัวยังไง โลกกว้างกว่าที่เราคิด ในหนังสือหนึ่งเล่มเมื่อสำนักพิมพ์นำเสนอให้ฟังเขาอาจจะพูดถึงปัญหาขาดแคลนทรัพยากรในบราซิลที่จะนำไปสู่อีกปัญหาหนึ่งเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้

สิ่งสุดท้ายของการไปงานหนังสือเราอดไม่ได้ที่จะยกท่อนหนึ่งของบทเพลงของ Louis Armstrong ขึ้นมา

I see friends shaking hands saying how do you do.

ไม่เพียงแค่นั้น ตลอดงานเราจะได้ยินเสียงเพื่อนๆ วิ่งมากอดกัน เอาแก้มชนกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตลอดทางเดิน เป็นภาพแห่งสัมพันธ์ของมนุษย์อันงดงามในงานหนังสือ

บางคนยังจำได้ว่าคราวที่แล้วผมไม่สบาย ถามว่าโอเคแล้วนะ ลูกกี่ขวบแล้ว บางคนลึกไปกว่านั้น ถามว่าตอนนี้ลูกยังสนใจเรื่องผีอยู่ไหม งานนี้มาด้วยหรือเปล่า

ในด้านหนึ่งงานหนังสือคือธุรกิจ แต่ในอีกด้านงานหนังสือทำให้เราเห็นความงามของมนุษย์ เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่อยากจะกลับมาเห็นในทุกๆ ปี และบอกใครๆ ว่า ‘I’m in a book business.’ แม้ว่าบางคราจะมีข่าวร้ายชวนให้เศร้า มีข่าวการเสียชีวิตของใครบางคนที่เรารู้จักและเขายังคงถูกพูดถึงในงาน สำหรับผมงานหนังสือมีเสน่ห์ที่สุดก็ตรงนี้ ตรงที่ได้พิสูจน์ว่ามิตรภาพยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่ง

หากมีคนถามว่ามางานหนังสือทำไม เพราะแค่ 30 นาทีทองไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจเราเติบโตขึ้น แต่มิตรภาพจะฝังแน่นและนานมากกว่านั้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมางานหนังสือ

Author

สิโรตม์ จิระประยูร

เจ้าของร้านหนังสืออิสระ The Booksmith และ The Papersmith เคยทำงานในเชนร้านหนังสือดัง Asia Books หนึ่งในผู้ผลักดันนิตยสารอิสระอย่าง Kinfolk, CEREAL ให้เป็นที่รู้จักในไทย

Illustrator

นภิษา

เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ และนักวาดภาพประกอบ สนใจในหนังสือ และสิ่งพิมพ์

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)