x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

Fahrenheit 11/9 : ปีศาจไม่ได้เกิดขึ้นเอง ระบบต่างหากที่สร้างมัน

ถึง MR.PRESIDENT, Donald J. Trump

เมื่อวานผมเพิ่งมีโอกาสได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง Fahrenheit 11/9 มาและหนังเรื่องนี้กล่าวถึงท่านโดยตรง

ไม่สิ, มันกล่าวถึงท่านเป็นหลัก แต่ไม่ได้กล่าวถึงท่านโดยตรง

Fahrenheit 11/9

Fahrenheit 11/9 เป็นผลงานกำกับของผู้กำกับสารคดีชื่อดังนาม Michael Moore ท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อของเขามาบ้างจากผลงานอมตะที่วิพากษ์ประเทศสหรัฐอเมริกาชัดเจนอย่าง Where to Invade Next, Bowling Comumbine และ Sicko รวมถึงสารคดีเรื่องสำคัญอย่าง Fahrenheit 9/11 สารคดีเมื่อปี 2004 ที่ทำขึ้นมาเพื่อวิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาตอนนั้นอย่าง George W. Bush

แน่นอนว่า Fahrenheit 11/9 คือภาคต่อของเรื่องที่ว่าและมันยังคงคอนเซปต์เดิมคือการตั้งคำถามกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน

ท่านนั่นแหละ MR.PRESIDENT

Fahrenheit 11/9

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบใน Fahrenheit 11/9 มากๆ คือด้วยการโปรโมตของหนัง ทำให้เราทราบคร่าวๆ ว่ามันจะเล่าและจิกกัดท่านโดยตรง และด้วยสไตล์ของ Michael Moore หลายๆ คนเชื่อมือเขามากๆ ว่าหนังเรื่องนี้จะออกมาแสบสันและทำให้ท่านหัวร้อนเป็นแน่

แต่ Michael Moore ก็คือ Michael Moore จากสิ่งที่เราคาดหวัง เราคิดถูกเพียงแค่ครึ่งเดียว

แทนที่ Fahrenheit 11/9 จะเป็นหนังสารคดีทั่วไปที่ทำขึ้นมาโดยหยิบเอาความห่วยแตกของท่านมาเล่าอย่างเจาะลึก (ซึ่งเป็นวิธีการที่ถ้าหนังเลือกใช้ก็คงจะดังระเบิดแน่ๆ อยู่แล้ว) แต่ผู้กำกับกลับพาเราไปไกลกว่านั้น

Michael Moore เริ่มต้นเรื่องราวในหนังตั้งแต่วันแรกที่ท่านมีความคิดจะลงสมัครเป็นประธานาธิบดี วันแรกวันนั้นที่คำพูดของท่านฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่แล้วเรากลับเห็นความเป็นมาของท่านจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2016 (11/9) ที่ท่านกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกา หนังจิกกัดท่านนิดๆ หน่อยๆ ตามทางเรื่อยมา จนถึงจังหวะที่หนังเริ่มจะเล่าเรื่องจริงจัง

กลายเป็นว่าหมัดฮุกของ Michael Moore ไม่ได้ชกหน้าท่าน

แต่มันกลับซัดพวกเราคนดูทุกคน

Fahrenheit 11/9

Fahrenheit 11/9 พาเราย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีต หนังค่อยๆ เล่าตัวอย่างวีรกรรมทำลายชาติของนักการเมืองก่อนหน้าท่าน ตั้งแต่เหตุการณ์คอร์รัปชั่นจนทำให้เกิดน้ำเสียที่เมือง Flint ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามต่อ Barack Obama, เหตุการณ์กราดยิงหมู่ในโรงเรียนที่เกิดจากปัญหากฎหมายปืน หรือปัญหาการเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติที่เป็นปัญหาหยั่งลึกในสังคมอเมริกามาช้านาน ทั้งหมดนั้นไม่มีอะไรเกี่ยวกับท่านโดยตรงเลย แต่เหตุการณ์เหล่านั้นเป็นเหมือนบาดแผลที่ถูกสร้างขึ้นในใจของประชาชนให้เริ่มหมดศรัทธา

และเมื่อศรัทธาหมดลง คนก็จะเริ่มมืดบอด

Fahrenheit 11/9

ช่วงหนึ่งของ Fahrenheit 11/9 หนังตั้งคำถามง่ายๆ ใส่พวกเราคนดูโดยไม่เอ่ยชื่อท่านแม้แต่นิด หนังพูดประโยคบอกเล่าสั้นๆ กระตุกความคิดของเรา

‘ปีศาจไม่ได้เกิดขึ้นเองหรอก แต่เป็นเพราะสังคมต่างหากที่สร้างปีศาจขึ้นมา’

เนื้อเรื่องทั้งหมดของสารคดีเรื่องนี้ทำให้ผมคิดแบบนั้นเช่นกัน ระบบที่บกพร่อง คนที่ฉวยโอกาส และผู้ดูแลบ้านเมืองที่ห่วยแตกล้วนสร้างท่านขึ้นมาทั้งนั้น เพราะในยามที่สังคมหมดหนทาง ประชาชนก็จะเริ่มเรียกร้องความแตกต่างจากระบบเฮงซวยที่เป็นอยู่ ตอนนั้นแหละที่คนอย่างท่านเข้ามาและเปรียบตัวเองเป็นเหมือนแสงสดใส คนที่ไร้หนทางและไม่ศรัทธาระบบอีกแล้วก็ไม่อาจทำอะไรได้มากกว่าการเอื้อมมือไปคว้าแสงที่ใกล้ตัวที่สุด โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าแสงนั้นคือไฟ

และไฟนั้นก็เผาตัวเราให้ทรมานกว่าเดิม

Fahrenheit 11/9

ถึงแม้ช่วงสุดท้ายของ Fahrenheit 11/9 จะทำหน้าที่ในแบบที่คนดูคาดหวังและพอเดาได้ นั่นคือการพาไปดูวีรกรรมของท่านตลอด 2 ปีที่อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี แต่เมื่อมาจากการเล่าเรื่องของ Michael Moore เรื่องราวทั้งหมดกลับตอกย้ำความคิดเราว่าทำไมท่านถึงอยู่รอดแม้จะทำเรื่องเลวร้ายมากมายขนาดนี้ และยิ่งแย่ไปอีกเมื่ออนาคต คนอเมริกาจะได้เห็นหน้าท่านไปอีกอย่างน้อย 2 ปี

ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกในโลกที่วงจรนี้เกิดขึ้นหรอก ถ้าลองย้อนดูประวัติศาสตร์จริงๆ เราจะเห็นว่าวงจรนี้ถูกผลิตซ้ำไปเรื่อยๆ ในหลายประเทศ เพียงแต่นับวันความรุนแรงยิ่งทวีคูณขึ้น

เราลาขาดจากคนที่ฉวยโอกาสกลับมาหาคนที่ฉวยโอกาสกว่า เราเกลียดฝ่ายซ้ายและกลับมาหาฝ่ายขวา เพื่อจะเกลียดฝ่ายขวาและกลับมาหาฝ่ายซ้ายอีกที วนเวียนกันไปอยู่แบบนี้ และเมื่อเราเผลอ ตัวละครใหม่จะโผล่ขึ้นมาเหมือนกับท่านที่ก้าวเข้ามาเพื่อมอบอะไรบางอย่างให้กับประเทศ เพียงแต่สิ่งที่ท่านมอบมันคือความเกลียดชัง ความแตกแยก ความรู้สึกวิเศษวิโสให้กับคนบางกลุ่มโดยไม่แยแสคนอีกกลุ่ม และยังปลูกเมล็ดพันธ์ุแห่งความโหดร้ายให้โตขึ้นในใจของคนโดยที่เขาไม่รู้ตัว

Fahrenheit 11/9

ท้ายที่สุด Fahrenheit 11/9 อาจขมวดปมในตอนจบในแบบที่เราพอเดาได้ หนังกระตุ้นให้คนอเมริกาออกมาเปลี่ยนแปลงความโหดร้ายที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ แต่ผมผู้ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศของท่าน กลับถูกเชื่อมโยงกับเรื่องนี้อย่างประหลาด

ผมเชื่อว่าจริงๆ บทความนี้คงไม่ได้ถูกส่งต่อถึงท่านหรอก มันคงจะอยู่ในวงของคนที่อ่านภาษานี้ออกเท่านั้น แต่คนวงนี้แหละที่จะเชื่อมโยงกับหนังเรื่อง Fahrenheit 11/9 ได้อย่างง่ายดาย เพราะที่ที่เราอยู่มีหลายอย่างที่ตรงกับที่ของท่าน

Fahrenheit 11/9  ทำให้ผมตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้สังคมของผมอยู่ในสภาพนี้ คนที่เป็นเหมือนท่านในประเทศของผมมาจากไหน มาจากระบบแบบเดียวกับที่สร้างท่านมาหรือเปล่า และไอ้ระบบที่ว่า เรายังมีความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงมันจริงๆ หรือ

ใช่แหละ ประเทศท่านกับประเทศของผมนั้นต่างกัน แต่เรากำลังเดินไปสู่จุดหมายเดียวกันหรือไม่

ผมไม่สามารถตอบได้เลย

Fahrenheit 11/9

สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะลองไปดูหนังที่กล่าวถึงตัวท่านเองดูสักครั้ง หรือไม่ใช่ท่านก็ได้ คนที่กำลังเดือดดาลกับสังคมที่ตัวเองอยู่ก็น่าจะลองตีตั๋วเข้าไปดูหนังเรื่องนี้เช่นกัน

อย่างน้อยก็เพื่อให้ได้คิด และได้ลองกลับมามองถึงปัญหามากมายที่กองอยู่ในบ้านของเราเองว่ามันเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่

รบกวนทุกคนพิจารณา

ด้วยความเคารพอย่างสูง

Fahrenheit 11/9

Author

ฆฤณ ถนอมกิตติ

ชายชื่อแปลกแห่งกองบรรณาธิการ a day magazine ผู้เชื่อว่ามนุษย์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพราะเราต่างเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากเมื่อวานตั้งยี่สิบสี่ชั่วโมง

Related Posts