แตน : หมาหลงที่เข้ามาทำให้หมาปั๊กตัวอ้วนและเจ้าของเชื่องไปตามๆ กัน

แตนเป็นหมาหลง วันหนึ่งสมัยที่ลุงตุ่นหมาแก่ขาโจ๋ประจำซอยยังมีชีวิตอยู่นั้น ลุงตุ่นก็พาแตนเข้ามาในซอย เราจำได้ว่าตอนนั้นเป็นช่วงฤดูฝน แตนขาเจ็บ ไม่มีใครรู้ว่าแตนมาจากไหนและไม่มีใครแน่ใจว่าขาที่เป๋ของแตนเกิดจากสาเหตุอะไร แต่ครั้งแรกที่แตนมาอยู่ในซอย แตนกลัวทุกคน กลัวแม้กระทั่งถุงเงิน หมาปั๊กตัวอ้วนขาสั้นของเรา เวลาฝนตกฟ้าร้อง แตนจะเข้าไปหลบในเพิงเก็บของที่คุณตาข้างบ้านทำไว้ใต้ต้นขนุน และไม่เข้าบ้านใคร

เราต่างเดากันว่าแตนเป็นหมามีเจ้าของ เพราะเป็นหมาเลือกกิน เลือกนอน และค่อนข้างถือตัวอยู่ไม่น้อย

แต่ดูเหมือนว่าแตนจะไม่ยอมไปไหนเสียแล้ว แตนปักหลักย้ายสำมะโนครัวเข้ามาอยู่ในซอยอย่างถาวร กินข้าวบ้านลุงตุ่น นอนบ้านลุงตุ่น และกลายเป็นต้นเหตุของเสียงบ่นจากป้าผู้เป็นเจ้าของลุงตุ่นที่เราต้องได้ยินทุกๆ วันว่า “อิแตนนนนน กินข้าววววว อย่าเรื่องมากนะเอ็ง”

ทีแรกเราไม่กล้าเข้าใกล้แตน เพราะไม่รู้ที่มาที่ไปของหมาที่รูปร่างหน้าตาคล้ายวัวตัวนี้เลยแม้แต่น้อย พูดตามตรงคือเราไม่ไว้ใจ กลัวโดนกัด และก็กลัวแตนมากัดถุงเงินด้วย จึงมักส่งเสียงดุๆ ไล่แตนเสมอ และแตนเองก็มักจะมองเราด้วยความหวาดระแวงไม่ต่างกัน

แตนไม่เชื่องสำหรับเรา และเราก็ไม่เชื่องสำหรับแตน

เราอยู่ร่วมซอยและกลัวกันและกันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งไม่นานลุงตุ่นก็จากไป ป้าเจ้าของลุงตุ่นบอกทำนองว่า ตุ่นมันคงพาแตนมาเพื่อเหตุผลอะไรสักอย่าง เราก็เชื่อเช่นนั้น ทุกวันนี้แตนกลายเป็น รปภ.ประจำซอยผู้ทำหน้าที่ได้อย่างขยันขันแข็งบ้าง ขี้เกียจบ้าง แต่ก็ไม่เคยไปไหน

ครั้งแรกที่เราเอาขนมให้แตน เราเรียก แตนก็ค่อยๆ วิ่งมา แต่แล้วก็หยุดในระยะที่ห่างกันประมาณสองเมตร กระทั่งเราโยนขนมไปให้ แตนก็ยังไม่กล้ากิน ต้องรอให้เราหันหลังเดินออกมาเสียก่อนถึงยอมคาบขนมหลบไปกินในบ้าน เราแอบมอง แตนชอบขนมที่เราให้ และมีอาการดีใจเหมือนเด็กๆ… แต่เราต่างยังไม่ไว้ใจกัน

กระทั่งระยะเวลาได้พิสูจน์ให้เราทั้งคู่รู้ว่าเราต่างไม่เคยมีพิษภัยต่อกัน ไม่เคยทำร้ายกัน แม้กระทั่งถุงเงินที่มักสร้างความรำคาญให้แตนเสมอๆ เพราะชอบกระโจนใส่ด้วยความอยากเล่นแบบที่ทำกับลุงตุ่น แม้จะไม่ยอมให้คลุกคลีเหมือนที่ลุงตุ่นยอม แต่แตนก็ยอมให้ถุงเงินเข้าใกล้บ้าง ดมบ้าง แตนก็คงได้รู้แล้วว่าไอ้หมาปั๊กอ้วนๆ ตัวนี้ก็แค่ชอบจู้จี้ขี้เล่น มันจะไปกัดใครเป็น

เราสอนให้แตนรู้จักการนั่ง การคอย การยกขาสวัสดี และการกระโดดงับขนมกลางอากาศ ในขณะที่แตนยอมให้เราเข้าใกล้ ลูบหัว ตบหัว ป้อนขนมกับมือ และยอมให้ถ่ายรูปด้วยเสมอๆ

แตนมักจะรอขนมจากเราทุกวัน สายตาที่ส่งมาสื่อได้ชัดเจนเป็นคำถามว่า มีขนมไหม ไหนขนมล่ะ เรามักจะแกล้งแตนบ่อยๆ โดยแกล้งเรียกให้แตนวิ่งมาหา แตนก็จะวิ่งขาเป๋มาแต่ไกล พอมาถึงแล้วพบว่าโดนหลอก แตนจะสะบัดก้นจากไปอย่างอารมณ์เสียแกมผิดหวัง

ทุกวันนี้แตนยังคงส่งคำถามเดิมๆ ผ่านสายตาคู่นั้นมาเสมอ มีขนมไหม ไหนขนมล่ะ แต่แตนจะไม่วิ่งมาหาเราในทุกครั้งที่เราเรียก จนกว่าจะได้ยินเสียงถุงขนมและแน่ใจแล้วว่าเราไม่ได้มาตัวเปล่าจริงๆ แตนคงเรียนรู้แล้วว่ามนุษย์คนนี้มันเล่ห์เหลี่ยมเยอะ ต้องศึกษาให้มากๆ

เราต่างถูกทำให้เชื่อง ถึงขั้นที่สามารถแกล้งกันได้ เข้าใจกันได้ และไว้ใจกันได้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้จากแตนก็คือ ต่อให้ไม่ใช่เจ้าของ สุนัขก็จะไม่กัดมือของคนที่ให้อาหารมัน

ทั้งหมดคือการซื้อใจกันด้วยสัญญาที่ไม่มีเสียง เราไม่ได้คิดจะทวงบุญคุณจากหมา แต่เรารู้ว่าหมาอย่างแตนจะไม่ทำร้ายเรา

 

AUTHOR