Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

คิดให้ลึกมากกว่าความสวย วิธีการออกแบบของ Design Army ดีไซน์เอเจนซีสัญชาติไทย-อเมริกัน

Highlights

  • Pum Lefebure คนไทยผู้เป็นเจ้าของ Design Army ดีไซน์เอเจนซีที่รับงานออกแบบหลากแพลตฟอร์ม ออฟฟิศของเธอตั้งอยู่ที่วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ทำงานให้กับแบรนด์ดังที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเช่น Pepsi, Disney, Adobe และ Jaspal
  • มาตรฐานงานดีไซน์ของ Design Army ต้องลึกกว่าความสวย คือต้องตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่นและอารมณ์ สิ่งที่เธอย้ำกับทีมงานเสมอคือ อย่าทำงานโดยที่สนใจเพียงอย่างเดียวว่าเธอจะชมว่าสวย งานดีไซน์ไม่ใช่ 1+1=2 เสมอไป มันยังมีผลลัพธ์อีกมากมายที่เป็นไปได้ หากทำสวยแล้วแต่ไม่พัฒนาให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ คนคนนั้นจะไม่มีทางเป็นดีไซเนอร์ที่ดีได้เลย

“เท่ชะมัด”

นี่คือคำชมที่เราแอบมอบให้กับ Pum Lefebure คนไทยผู้เป็นเจ้าของ Design Army ดีไซน์เอเจนซีที่รับงานออกแบบหลากแพลตฟอร์ม ออฟฟิศของเธอตั้งอยู่ที่วอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ทำงานกับแบรนด์ดังที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเช่น Pepsi, Disney, Adobe และ Jaspal มั่นใจว่าคนที่ติดตามงานโฆษณาและงานดีไซน์ระดับโลกต้องเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามบริษัทและเคยเห็นงานออกแบบที่ชวนอุทานว่า “เท่ชะมัด” ของเธอแน่ๆ

แต่ถ้าไม่ เราขอถือวิสาสะแนะนำเธอให้คุณรู้จักอย่างสั้นๆ

ปุ้มคืออดีตเด็กไทยที่ฝันอยากทำอาชีพกราฟิกดีไซเนอร์ ฟันเฟืองสำคัญในอุตสาหกรรมโฆษณา เธอเริ่มต้นทำฝันให้สำเร็จด้วยการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา คว้าโอกาสเรียนต่อด้านศิลปะ ขวนขวายเข้าไปฝึกงานในบริษัทออกแบบ เคี่ยวกร่ำตัวเองจนได้ทำงานในบริษัทชื่อดัง และสร้างคอนเนกชั่นกับลูกค้าชั้นนำมากมาย

ในวันที่ประสบการณ์และตำแหน่งในสายอาชีพกราฟิกดีไซน์เติบโตอย่างเต็มที่ เธอและสามีตัดสินใจก่อตั้งบริษัทออกแบบ Design Army ด้วยกัน หลายคนอาจมองการพาตัวเองไปให้ถึงยอดพีระมิดของความฝันว่าเป็นเรื่องยาก แน่นอน การทำให้ความฝันตัวเองได้รับการยอมรับในระดับโลกคงเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าเห็นๆ แต่เธอคนนี้ทำได้ และทำได้ดีมากจนน่าอิจฉาเสียด้วย

โชคดีที่เรามีโอกาสได้เจอเธออีกครั้งในงาน Design Talk ที่จัดโดยบริษัท SCG คราวก่อนเราคุยกับเธอเรื่องชีวิตและการวิ่งตามความฝันในประเทศโลกที่หนึ่ง ในฐานะคนที่เป็นแฟนคลับผลงานรีดีไซน์หลายๆ ชิ้นของปุ้ม เธอบินลัดฟ้ากลับไทยคราวนี้เราเลยขอคุยกับเธอเรื่องวิธีการดีลกับลูกค้าและวิธีคิดงานเจ๋งๆ แบบ Design Army แล้วกัน

วิธีทำให้ลูกค้าเชื่อว่าบริษัทออกแบบไม่ใช่แค่ supplier แต่เป็น partner

“เราให้ความเคารพลูกค้าแต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำตัวเองให้น่าเคารพเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าลูกค้าอยากได้อะไรแล้วต้องทำตามทุกอย่าง เวลาที่เราได้ยินอะไรที่มันไม่เมกเซนส์เลยเราจะถามเขากลับเสมอ สมมติแบรนด์เดินมาบอกให้เราทำปรินต์แอดเพราะอยากแก้ปัญหาที่คนจำแบรนด์พวกเขาไม่ได้ เราจะบอกเขาทันทีว่าพรินต์แอดไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหานะ ไม่ช่วยให้คนจำแบรนด์คุณได้แน่ๆ

“ปัญหาที่คุณต้องแก้คือการทำให้คนรู้ว่าแบรนด์คุณคืออะไรก่อน เพราะงั้นเราลองทำเป็นวิดีโอดีกว่าไหม เพราะคนสมัยนี้สนใจวิดีโอมากกว่าดูพรินต์แอดในแมกกาซีน แถมมันยังสื่อสารได้มากกว่า สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้ลูกค้ามั่นใจด้วยว่าเงินที่เขาจ้างเรามามันต้องไม่เสียเปล่า ถ้าเขาบอกให้เราทำพรินต์แอดสวยๆ แค่นั้นจบ เราไม่ทำให้เด็ดขาด

“ถ้ามองบริษัทเราเป็นบริษัทอินทีเรียดีไซน์ ลูกค้าอยากรีโนเวตห้องใหม่ให้สวยๆ เวลาที่เราต้องรีดีไซน์อะไรสักอย่าง เราต้องรู้ก่อนว่าทำไมเขาถึงอยากรีดีไซน์มัน สิ่งที่เราจะทำคือถามว่าปัญหาของเขาคืออะไร คุณเบื่อห้องหรือเปล่า ห้องมันทำให้คุณนอนไม่หลับ หรืออึดอัดจนนั่งทำงานไม่ได้

“ถ้าสาเหตุคือห้องมันทึบ แทนที่จะทาสีใหม่หรือพยายามเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ให้สวยๆ สิ่งที่เราจะทำคือทุบผนังทำหน้าต่างอันใหม่ให้แสงธรรมชาติมันเข้ามาเปลี่ยนอารมณ์ เปลี่ยนความรู้สึกของคนที่ใช้งานห้อง นี่คือวิธีการแก้ปัญหาที่มั่นคงกว่า บริษัทเราจะคิดแบบนี้เสมอ มาตรฐานงานดีไซน์ของ Design Army ต้องลึกกว่าความสวย คือต้องตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชั่นและอารมณ์ด้วย”

Designer = Seducer

“เราคือนักออกแบบที่ทำงานเพื่อนักการตลาด เราต้องเรียนรู้วิธีการทำให้คนอื่นรัก เขาอาจรักเราด้วยดีไซน์ที่สวย แต่จะทำยังไงให้เขาอยากสัมผัส อยากค้นหาตัวตนเรามากขึ้น ถ้าเปรียบกับความสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาวมันคือการ seduce หรือยั่วให้เขาอยู่กับเรานานขึ้น งานดีไซน์ที่ดีคืองานที่มองแล้วสวยและทำให้คนมองคิดต่อได้ สื่อสารเข้าใจและต้องทำให้คนจดจำมันได้ด้วย”

คุณสมบัติของดีไซเนอร์ที่ดี

“อาชีพดีไซเนอร์ไม่ใช่อาชีพที่ทำงานแค่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น การคิดวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคุณต้องใช้เวลากับมันให้มากที่สุด เพราะงั้นคุณต้องคิดเรื่องงานแทบจะตลอดเวลาแม้กระทั่งเวลานั่งรถกลับบ้านก็ตาม ถ้าคุณไม่มีแพสชั่นคุณอาจไปกับงานนี้ไม่ได้ อีกอย่างคุณต้องรู้จักตั้งคำถามกับทุกสิ่ง เช่น ทำไม label ต้องอยู่ตรงนี้ ทำไมถึงใช้สีแดงแบบนี้ ทำไมถึงเลือกรูปทรงนี้ ทุกอย่างต้องมีเหตุผล

“ธรรมชาติของงานดีไซน์ไม่ได้เป็นเหมือนกับงานโฆษณาที่ปล่อยออกมาในช่วงเวลาสั้นๆ งานดีไซน์มันอยู่ได้นานกว่านั้น อาจจะ 5-10 ปีด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นคุณต้องคิดให้ละเอียดมากที่สุด แล้วต้องคิดด้วยว่าสิ่งที่คุณดีไซน์ออกมามันจะไปไกลกว่านี้ได้ไหม อย่างโลโก้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนกันได้บ่อยๆ คุณต้องดีไซน์ให้มันอยู่กับทุกๆ ที่ได้อย่างเหมาะสม

“เราบอกทีมงานอยู่ตลอดว่าอย่าทำงานโดยที่สนใจเพียงอย่างเดียวว่าเราจะชมว่าสวยไหม งานดีไซน์ไม่ใช่ 1+1=2 เท่านั้น ผลลัพธ์ของมันมีไม่รู้กี่รูปแบบ คุณทำสวยแต่คุณไม่พัฒนาให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ คุณจะไม่มีทางเป็นดีไซเนอร์ที่ดีได้เลย”

จุดสูงสุดคือจุดที่อันตรายที่สุด

“เราไม่เคยคิดว่าตัวเองยืนอยู่บนจุดสูงสุดแล้ว นี่เป็นความคิดที่อันตรายมากเลย เพราะหนทางเดียวที่เราจะไปต่อได้คือการตกลงมา (หัวเราะ) เราคิดตลอดเวลาว่าเรากำลังอยู่ระหว่างทางที่จะขึ้นไปถึงจุดสูงสุดนั้น เราชอบที่จะทำงานดีไซน์ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

“ในฐานะดีไซเนอร์เราถือว่าการใช้ความสามารถของตัวเองช่วยเหลือคนอื่นไม่ว่าเป็นลูกค้าหรือใครก็ตาม แค่นี้ก็เป็นความสำเร็จแล้วนะ”

เบื้องหลังงานรีดีไซน์ของ Design Army

01
Hong Kong Ballet

“Hong Kong Ballet คือโชว์บัลเลต์อันดับหนึ่งของฮ่องกง ปัญหาของลูกค้าคือคนมองว่าบัลเลต์เป็นการแสดงสำหรับคนรวยเท่านั้น อีกอย่างคือมองว่าบัลเลต์น่าเบื่อและไม่สนุก คนก็เลยไม่อยากซื้อบัตรเข้าไปดู ลูกค้าเขารู้สึกว่า brand perception มันผิด เลยอยากให้เรารีแบรนด์ให้

“เราดีไซน์ให้ดูฮิป ดูมีพลัง และทันสมัยมากขึ้น แทนที่จะเอานักบัลเลต์ไปถ่ายรูปในสตูดิโอสวยๆ เราเลือกออกไปถ่ายข้างนอก โลเคชั่นที่เลือกก็สำคัญ พอเราอยากให้คนทั่วไปรู้สึกว่าคนธรรมดาก็ดูบัลเลต์ได้เลยเลือกไปถ่ายทำในที่ที่คนฮ่องกงใช้ชีวิตกันจริงๆ เช่น ร้านอาหารจีนเก่าๆ ที่อยู่มาห้าสิบปี หรือ subway ความเป็นฮ่องกงแท้ๆ เป็นยังไงเราก็ชูจุดเด่นตรงนั้น

“การแต่งตัวของนักบัลเลต์ก็ต้องเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับโลเคชั่นจะให้นักบัลเลต์ผู้ชายใส่บัลลาร์ตแบบโบราณๆ ไม่ได้ ต้องทำให้พวกเขาดูแฟชั่นขึ้น ต้องใส่ Nike, Adidas, Balenciaga ท่าทางที่โพสก็ต้องดูสนุกและแตกต่างด้วย”

02
George Town

“แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ร้านแว่นสายตา คนอเมริกาส่วนใหญ่จะซื้อกรอบแว่นที่ห้างแล้วค่อยไปตัดเลนส์ที่ร้านแว่น แต่ George Town เปลี่ยนธุรกิจตัวเองเป็น one stop shopping มาที่นี่คุณได้ทั้งกรอบแว่นและเลนส์เลย แต่ภาพลักษณ์ของเขาดูเป็นร้านหมอตามากๆ ลูกค้าเลยอยากให้เราทำโฆษณาที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ทำให้แบรนด์ของเขาน่าสนใจมากขึ้น

“เราเลยเสนอไอเดียว่าทำวิดีโอที่สามารถโชว์โปรดักต์แว่นสองร้อยอันในนั้นได้ดีไหม แล้วก็ครีเอตสตอรี่ Our Family Know Glasses จุดเด่นของที่นี่ไม่ได้มีแค่แว่นที่สวยอย่างเดียว แต่เขาเชี่ยวชาญเรื่องแว่นจริงๆ ตั้งแต่การเลือกแว่นที่เข้ากับรูปหน้า มีปัญหาสายตาแบบไหนควรใช้เลนส์ยังไง เราพยายามสื่อสารว่าแบรนด์รู้จักแว่นตาจริงๆ execution ในวิดีโอต้องสวยด้วย สีที่เลือกใช้ก็เลยเป็นพาสเทลอ่อนเพื่อให้แว่นทุกตัวเด้งขึ้นมา”

03
Mocktail Club

“งานนี้เป็นการรีดีไซน์แพ็กเกจ ปัญหาคือคนหยิบรสชาติผิดเยอะมาก แพ็กเกจเดิมเป็นขวดสีทึมๆ ที่ดูเหมือนกันไปหมด เป็นเรื่องยากมากที่ผู้บริโภคจะแยกความต่างของรสชาติแต่ละแบบได้ เพราะฉะนั้นดีไซน์ของ label มันต้องเคลียร์ เช่น รส Havana Twist ที่มีส่วนผสมเป็นแตงกวากับมะนาว เราก็ใช้สีที่แทนส่วนผสมสองอย่างนี้ หรือรส Bombay Fire ที่ผสมจากทับทิมและพริกชี้ฟ้า และออกแบบอาร์ตไดเรกชั่นให้ทุกอย่างดูคลีน”

ภาพ Design Army, Mocktail Club, กฤต วิเศษเขตการณ์

Author

เบญจวรรณ มังกรอัศวกุล

lifestyle editor, ภักดีกับกาแฟใส่เลม่อน เบียร์ที่กินกับป๊า และฟังเพลงรวดเดียวทั้งอัลบั้ม

Photographer

กฤต วิเศษเขตการณ์

ช่างภาพผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพตามท้องถนนอย่างบ้าคลั่งพอๆ กับการกินกาแฟ และผู้คนมักเขียนชื่อเขาผิด

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)