Cottagecore เมื่อการทิ้งชีวิตจริงไปพึ่งพิงตัวเองในป่ามันไม่ง่ายแบบนั้น

Cottagecore เมื่อการทิ้งชีวิตจริงไปพึ่งพิงตัวเองในป่ามันไม่ง่ายแบบนั้น

คุณเคยฝันถึงชีวิตในหมู่บ้านชนบทและกิจกรรมนอกบ้านบ้างไหม

มีบางวันที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่ายชีวิตในโลกสมัยใหม่อันวุ่นวายตรงหน้า และนึกอยากผลักภาระทุกอย่างเพื่อย้อนกลับไปอยู่ในโลกยุคที่ทุกอย่างเรียบง่ายกว่านี้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนของโรคระบาดที่ทำให้คนโหยหาสุนทรียภาพแห่งการหนีหาย หลุดจากโลกความเป็นจริงไปอยู่ในไร่ทุ่งแสนงดงามและอบอุ่น

ลองหลับตาคิดว่าตอนนี้คุณกำลังอยู่กลางป่าหรือในไร่กว้างสุดลูกหูลูกตา แสงอาทิตย์พาดผ่านใบไม้กระทบลงบนดวงหน้าของคุณ เสียงนกน้อยร้องกังวานอยู่ไกลๆ ใบไม้ปลิวไหว ในมือคุณมีดอกไม้ป่า เท้าเปล่าสัมผัสผืนดินชื้น ในตะกร้าหวายมีเห็ดที่คุณเพิ่งเก็บมา กลิ่นขนมอบลอยมาจากกระท่อมน้อยน่ารัก

หากคุณเคยฝันถึงภาพชีวิตเหล่านี้ คุณอาจตกอยู่ในภวังค์ของความงามสุนทรียภาพแบบ cottagecore ที่ชวนฝันโดยไม่รู้ตัว

cottagecore
Image : instagram.com/aclotheshorse
cottagecore
instagram.com/pixeldust.png

Cottagecore ภาพฝันชีวิตในไร่แบบโรแมนติกอบอุ่นอ่อนหวาน

Cottagecore (farmcore หรือ countrycore ก็เรียก) คือชื่อเรียก ‘สุนทรียภาพจากการตีความชีวิตเกษตรกรรมแบบตะวันตก โดยมักจะทำให้ภาพดูโรแมนติกเกินจริง อบอุ่นอยู่ในไร่หรือธรรมชาติ ธีมของ cottagecore จึงมักเกี่ยวโยงกับแนวคิดอุดมคติของการพึ่งพาตัวเอง (self-sufficiency) การอบขนม ชีวิตเกษตรกรรมที่เรียบง่าย การห่วงใยดูแลคนในชุมชนอย่างอบอุ่น สุนทรียภาพนี้เกิดจากการที่คนในยุคปัจจุบันเฝ้าฝันถึงชีวิตอันเรียบง่าย ความผ่อนคลาย ฝันหวานกับการอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืนเป็นหนึ่ง’

เพื่อให้เห็นภาพกว่านั้น ภาพจำของสุนทรียภาพแบบนี้มักประกอบไปด้วย

กระท่อมหลังน้อยในป่าใหญ่หรือบ้านไร่

สัตว์เลี้ยงตัวน้อยในฟาร์ม 

ดอกไม้ป่า ดอกไม้แห้ง

กิจกรรมการเก็บดอกไม้ในป่า การเก็บเห็ด

การเย็บปักถักร้อย cross stitch และ embroidery

การอบพาย อบขนม มัฟฟิน สโคน ฯลฯ

ชุดน้ำชาและการปิกนิกใต้ต้นไม้ใหญ่

บทกวีและการเขียนอักษรด้วยลายมือ

การทำสวน ทำของใช้ DIY

การอ่านหนังสือในสวน ในป่า ในทุ่ง

ภาพทุ่งกว้าง ฟาร์มดอกไม้ แสงอาทิตย์ลอดต้นไม้ในป่ากว้าง

ในช่วงปี 2020-2021 ธีม cottagecore ได้โผล่เข้ามาในโซเชียลมีเดียหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรมหรือ TikTok รวมไปถึงมีชุมชนอยู่ใน Tumblr ด้วยลักษณะของความหวานชวนฝัน หากได้ลองเข้าไปในอินสตาแกรมและกดไปที่แฮชแท็ก #cottagecore จะได้ผลลัพธ์มากกว่า 1.7 ล้านภาพ ส่วนแฮชแท็กนี้ใน TikTok นั้นมีคนดูกว่า 6 พันล้านครั้ง

cottagecore

พ้นไปจากโซเชียลมีเดีย คำคำนี้ยังถูกใช้เรียกนิยามอัลบั้ม Folklore ของ Taylor Swift ซึ่งชวนจินตนาการไปถึงชีวิตโรแมนติกในกระท่อมน้อยแสนห่างไกล ขนมอบในเตาสุดน่ารัก ชุดเย็บปักถักร้อย และเขียนจดหมายน้อยข้างเตาผิง

ในทางเดียวกัน บางคนหนีความจริงไปเล่นเกม Animal Crossing เกมของ Nintendo ที่พาคนมารับบทเกษตรกรบนเกาะของตัวเอง ทำงานเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ แลกเปลี่ยนผลผลิตกัน นอกจากนี้ยังสามารถบินไปเยี่ยมกระท่อมของเพื่อนแก้เหงา พูดคุย หรือเล่นดนตรีสังสรรค์กันยามค่ำเมื่อจบวัน 

กระแสการโหยหาท้องทุ่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่ที่มันกลับมาฮิตเชื่อว่าเพราะช่วงล็อกดาวน์ ผู้คนคงรู้สึกอึดอัดที่ต้องถูกจำกัดพื้นที่และกิจกรรมอยู่ในบ้านของตัวเองเป็นเวลานาน เลยเริ่มอินและฝันหวานถึงชีวิตโรแมนติกในฟาร์มน้อยเพื่อลดความกังวล และแก้เครียดจากสภาวะในโลกสมัยใหม่

Image : instagram.com/fordeabbey
Image : instagram.com/alysonsimplygrows

เมื่อเราอยากหนีชีวิตไปให้ไกล แต่หนีความจริงในประวัติศาสตร์ไม่พ้น

Cottagecore อาจเป็นเพียงเทรนด์สุนทรียะร่วมสมัยของคนที่แค่อยากจะหนีไปจากความซับซ้อนยากลำบากแห่งยุคสมัยใหม่ โหยหาชีวิตในไร่อ่อนหวานสีพาสเทลอันเรียบง่ายกว่าชีวิตทุนนิยมยุคหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม

ค่านิยมนี้มักจะเกี่ยวข้องกับการต่อต้านทุนนิยมและชีวิตในเมือง และหันไปอยู่ในป่า โอบรับสังคมเกษตรกรรมที่คนในชุมชนใกล้ชิดธรรมชาติ ชีวิตเกษตรกรในฟาร์มถูกทำให้ดูเป็นเหมือนดิสนีย์แลนด์ที่ไร้พิษภัย ไลฟ์สไตล์และสิ่งของเครื่องใช้ดูน่ารัก มีพร็อพให้ชวนถ่ายรูปลงอินสตาแกรม

แม้ภาพฝันของป่าและทุ่งกว้างจะเป็นเพียงภาพมโนเพื่อหนีจากความจริงในปัจจุบัน แต่ก็มีคำวิจารณ์และกระแสโต้กลับเกิดขึ้นเช่นกัน นิตยสาร i-D ตั้งคำถามว่า “Cottagecore คือแฟนตาซีของนักล่าอาณานิคมหรือไม่?” เพราะภาพที่สร้างขึ้นมักดูไร้พิษภัย ลบภาพประวัติศาสตร์ของแรงงานทาสยุคล่าอาณานิคมอันเป็นประวัติศาสตร์ที่แท้จริงที่เกี่ยวพันกับการทำไร่ทำนาในอเมริกาไปเสียสิ้น

Image : instagram.com/liskin_dol
cottagecore
Image : instagram.com/liskin_dol

Henry Navarro นักเคลื่อนไหวกล่าววิจารณ์การพยายามจะลบคนผิวสี (people of color) ออกไปจากภาพประวัติศาสตร์ให้หมดจดไว้ว่า “นวนิยายคลาสสิกถูกเขียนขึ้นโดยคนขาวและตัวละครหลักก็ย่อมเป็นคนผิวขาว แต่พวกเราอยู่ตรงนั้นด้วย อยู่ในเครื่องเทศที่พวกเขาปรุงอาหาร อยู่ในน้ำหมึกที่เขาใช้เขียน อยู่ในฝ้ายที่เป็นชุดของเขา เราไม่เคยเห็นตัวละครผิวดำในหนังต้องทำสวน สวนเป็นเพียงฉากภาพนิ่ง เราแค่เห็นคนขาวเคลื่อนตัวไปในพื้นที่ ไม่เคยได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง” 

ชีวิตของเกษตรกรทั้งในอดีตและปัจจุบันนั้นไม่ได้อ่อนหวานเรียบง่ายไปเสียหมด และภาพฝันโรแมนติกเกินจริงอาจไปลดทอนความยากลำบากของเกษตรกรโดยไม่ตั้งใจ โดยเ​ฉพาะในยุคเกษตรกรรมหรือยุคศักดินา (Feudalism) ซึ่งไม่อบอุ่นปลอดภัยอย่างที่นึกฝัน แต่ตกอยู่ใต้อำนาจของชนชั้นสูงเพียงไม่กี่ครอบครัว

ความทรงจำบ้านไร่อันอบอุ่นงดงามของคนผิวขาวซึ่งอาจเป็นความทรงจำคนละชุดกับบรรพบุรุษแรงงานทาสผิวดำที่เผชิญชะตากรรมแสนโหดร้ายของการถูกกดขี่ ทำร้าย แสวงประโยชน์จากแรงงานและร่างกายทาสที่ต้องออกไปทำงานกลางแจ้ง และตัดกับภาพฝันชีวิตอันรุ่มรวย อบอุ่นของเจ้าของที่ดินที่เอาเปรียบและขูดรีดอย่างทารุณ

Gone with the Wind (1939)
Forrest Gump (1994)

นอกจากนี้ ในอเมริกายังเกิดเทรนด์การแต่งงานในสถานที่อย่าง plantation house ซึ่งเราอาจเคยเห็นตามหนังอเมริกัน plantation house เป็นสถาปัตยกรรมบ้านไร่แบบไอคอนิกในยุคเกษตรกรรมซึ่งในปัจจุบันอาจดูน่ารัก แต่ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ สถานที่สวยงามเหล่านี้มีความทรงจำ ประวัติศาสตร์การกดขี่ และความทุกข์ทนของแรงงานทาสที่ถูกลบลืม

เรามักจะประเมินความเหนื่อยยาก ความลำบาก และการใช้แรงงานของเกษตรกรต่ำเกินไป และทำเหมือนว่ามันเรียบง่ายจนน่าหวนกลับไป ไม่ได้คำนึงไปถึงค่าปุ๋ย ค่าที่ดิน ค่าอาหารสัตว์ ยังไม่นับรวมว่าในยุคสมัยนี้มีภัยแล้งแสนสาหัสจากความไม่แน่นอนอันเกิดจากภาวะโลกร้อน ระหว่างที่พืชยังไม่ออกดอกออกผล นี่คือความท้าทายที่เกษตรกรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญ 

Cottagecore คือภาพสวยๆ ที่ช่วยให้เราลืมชีวิตปัจจุบันไปได้ชั่วครู่ ซึ่งอาจไม่ได้ผิดหรือบาปที่เราจะอยากหนีไปอยู่ในบ้านไร่หรือกระท่อมน้อยให้ไกลจากทุกสิ่ง ทิ้งปัญหาและความวุ่นวายในชีวิตสมัยใหม่ไว้ข้างหลัง 

แต่ทุกครั้งที่เราบอกตัวเองว่าอยากหนีโลกความจริงไปอยู่แห่งหนใด อยากไปทำไร่หรือเป็นเกษตรกร เราต้องอย่าลืมว่ามันอาจเป็นเพียงภาพฝันชั่วคราวแก้เหงาเท่านั้น

อ้างอิง

grist.org

i-d.vice.com

theguardian.com

wmagazine.com

อาจเป็นเพียงเทรนด์สุนทรียะร่วมสมัยของคนที่แค่อยากจะหนีไปจากความซับซ้อนยากลำบากแห่งยุคสมัยใหม่ โหยหาชีวิตในไร่อ่อนหวานสีพาสเทลอันเรียบง่ายกว่าชีวิตทุนนิยมยุคหลังปฏิวัติอุตสาหกรรม
ค่านิยมนี้มักจะเกี่ยวข้องกับการต่อต้านทุนนิยมและชีวิตในเมือง และหันไปอยู่ในป่า โอบรับสังคมเกษตรกรรมที่คนในชุมชนใกล้ชิดธรรมชาติ ชีวิตเกษตรกรในฟาร์มถูกทำให้ดูเป็นเหมือนดิสนีย์แลนด์ที่ไร้พิษภัย ไลฟ์สไตล์และสิ่งของเครื่องใช้ดูน่ารัก มีพร็อพให้ชวนถ่ายรูปลงอินสตาแกรม
แม้ภาพฝันของป่าและทุ่งกว้างจะเป็นเพียงภาพมโนเพื่อหนีจากความจริงในปัจจุบัน แต่ก็มีคำวิจารณ์และกระแสโต้กลับเกิดขึ้นเช่นกัน นิตยสาร i-D ตั้งคำถามว่า “ คือแฟนตาซีของนักล่าอาณานิคมหรือไม่?” เพราะภาพที่สร้างขึ้นมักดูไร้พิษภัย ลบภาพประวัติศาสตร์ของแรงงานทาสยุคล่าอาณานิคมอันเป็นประวัติศาสตร์ที่แท้จริงที่เกี่ยวพันกับการทำไร่ทำนาในอเมริกาไปเสียสิ้น
Henry Navarro นักเคลื่อนไหวกล่าววิจารณ์การพยายามจะลบคนผิวสี (people of color) ออกไปจากภาพประวัติศาสตร์ให้หมดจดไว้ว่า “นวนิยายคลาสสิกถูกเขียนขึ้นโดยคนขาวและตัวละครหลักก็ย่อมเป็นคนผิวขาว แต่พวกเราอยู่ตรงนั้นด้วย อยู่ในเครื่องเทศที่พวกเขาปรุงอาหาร อยู่ในน้ำหมึกที่เขาใช้เขียน อยู่ในฝ้ายที่เป็นชุดของเขา เราไม่เคยเห็นตัวละครผิวดำในหนังต้องทำสวน สวนเป็นเพียงฉากภาพนิ่ง เราแค่เห็นคนขาวเคลื่อนตัวไปในพื้นที่ ไม่เคยได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลัง” 
ชีวิตของเกษตรกรทั้งในอดีตและปัจจุบันนั้นไม่ได้อ่อนหวานเรียบง่ายไปเสียหมด และภาพฝันโรแมนติกเกินจริงอาจไปลดทอนความยากลำบากของเกษตรกรโดยไม่ตั้งใจ โดยเ ฉพาะในยุคเกษตรกรรมหรือยุคศักดินา (Feudalism) ซึ่งไม่อบอุ่นปลอดภัยอย่างที่นึกฝัน แต่ตกอยู่ใต้อำนาจของชนชั้นสูงเพียงไม่กี่ครอบครัว
ความทรงจำบ้านไร่อันอบอุ่นงดงามของคนผิวขาวซึ่งอาจเป็นความทรงจำคนละชุดกับบรรพบุรุษแรงงานทาสผิวดำที่เผชิญชะตากรรมแสนโหดร้ายของการถูกกดขี่ ทำร้าย แสวงประโยชน์จากแรงงานและร่างกายทาสที่ต้องออกไปทำงานกลางแจ้ง และตัดกับภาพฝันชีวิตอันรุ่มรวย อบอุ่นของเจ้าของที่ดินที่เอาเปรียบและขูดรีดอย่างทารุณ
นอกจากนี้ ในอเมริกายังเกิดเทรนด์การแต่งงานในสถานที่อย่าง plantation house ซึ่งเราอาจเคยเห็นตามหนังอเมริกัน plantation house เป็นสถาปัตยกรรมบ้านไร่แบบไอคอนิกในยุคเกษตรกรรมซึ่งในปัจจุบันอาจดูน่ารัก แต่ในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ สถานที่สวยงามเหล่านี้มีความทรงจำ ประวัติศาสตร์การกดขี่ และความทุกข์ทนของแรงงานทาสที่ถูกลบลืม
เรามักจะประเมินความเหนื่อยยาก ความลำบาก และการใช้แรงงานของเกษตรกรต่ำเกินไป และทำเหมือนว่ามันเรียบง่ายจนน่าหวนกลับไป ไม่ได้คำนึงไปถึงค่าปุ๋ย ค่าที่ดิน ค่าอาหารสัตว์ ยังไม่นับรวมว่าในยุคสมัยนี้มีภัยแล้งแสนสาหัสจากความไม่แน่นอนอันเกิดจากภาวะโลกร้อน ระหว่างที่พืชยังไม่ออกดอกออกผล นี่คือความท้าทายที่เกษตรกรในยุคปัจจุบันต้องเผชิญ
คือภาพสวยๆ ที่ช่วยให้เราลืมชีวิตปัจจุบันไปได้ชั่วครู่ ซึ่งอาจไม่ได้ผิดหรือบาปที่เราจะอยากหนีไปอยู่ในบ้านไร่หรือกระท่อมน้อยให้ไกลจากทุกสิ่ง ทิ้งปัญหาและความวุ่นวายในชีวิตสมัยใหม่ไว้ข้างหลัง  แต่ทุกครั้งที่เราบอกตัวเองว่าอยากหนีโลกความจริงไปอยู่แห่งหนใด อยากไปทำไร่หรือเป็นเกษตรกร เราต้องอย่าลืมว่ามันอาจเป็นเพียงภาพฝันชั่วคราวแก้เหงาเท่านั้น
พ้นไปจากโซเชียลมีเดีย คำคำนี้ยังถูกใช้เรียกนิยามอัลบั้ม Folklore ของ Taylor Swift ซึ่งชวนจินตนาการไปถึงชีวิตโรแมนติกในกระท่อมน้อยแสนห่างไกล ขนมอบในเตาสุดน่ารัก ชุดเย็บปักถักร้อย และเขียนจดหมายน้อยข้างเตาผิง ในทางเดียวกัน บางคนหนีความจริงไปเล่นเกม Animal Crossing เกมของ Nintendo ที่พาคนมารับบทเกษตรกรบนเกาะของตัวเอง ทำงานเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ แลกเปลี่ยนผลผลิตกัน นอกจากนี้ยังสามารถบินไปเยี่ยมกระท่อมของเพื่อนแก้เหงา พูดคุย หรือเล่นดนตรีสังสรรค์กันยามค่ำเมื่อจบวัน
กระแสการโหยหาท้องทุ่งไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แต่ที่มันกลับมาฮิตเชื่อว่าเพราะช่วงล็อกดาวน์ ผู้คนคงรู้สึกอึดอัดที่ต้องถูกจำกัดพื้นที่และกิจกรรมอยู่ในบ้านของตัวเองเป็นเวลานาน เลยเริ่มอินและฝันหวานถึงชีวิตโรแมนติกในฟาร์มน้อยเพื่อลดความกังวล และแก้เครียดจากสภาวะในโลกสมัยใหม่

AUTHOR

ILLUSTRATOR

erdy

นักวาดภาพประกอบคนหนึ่งที่มีความใฝ่ฝันว่าจะรวย จะรวย จะรวย