Inspired & Creative Content Creator พื้นที่รวมคอนเทนต์ว่าด้วยความคิดสร้างสรรค์และพลังของคนรุ่นใหม่

คิดว่าอะไรดีกับโลกและเรา ก็แค่ลงมือทำ ชวนดู Circular Living ในวงการแพทย์และฟุตบอล

Highlights

  • GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together เพิ่งจบลงไปหมาดๆ มาย้อนดูเนื้อหาภายในงานกันว่า Circular Living หรือ ‘วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้เกิดประสิทธิภาพ’ นั้นใกล้ตัวและลงมือทำได้จริงยังไงบ้างในแวดวงต่างๆ
  • ตัวอย่างแรกคือ Circular Living ในวงการแพทย์ ซึ่งให้ผลลัพธ์เป็น Telemedicine บริการให้คำปรึกษาและรักษาทางไกล รวมถึงการบริการรักษาแบบ Drive Thru ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วยและลดพลังงานที่ต้องใช้ในการเดินทางไปพบแพทย์ในรูปแบบปกติ
  • ตัวอย่างที่สองคือ Circular Living ในวงการกีฬา การผลิตสินค้าอัพไซเคิลของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พิสูจน์แล้วว่า หากมีทางเลือกให้เขา คนไทยก็พร้อมจะอ้าแขนรักสินค้าที่ดีต่อโลกเสมอ

เวลาได้ยินคำว่า Circular Living หรือ ‘วิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพ’ หลายคนอาจขมวดคิ้ว รู้สึกว่าคำใหญ่จัง แปลว่าอะไรกันนะ แล้วเราจะใช้ชีวิตแบบนั้นได้ยังไง

ในงาน GC Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป ยืนยันกับเราว่า คำว่า Circular Living  นั้นไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด และลงมือทำได้ง่ายกว่าที่คาด ดูตัวอย่างได้จาก 2 บุคคลต่อไปนี้ที่เรามีโอกาสได้พบในงาน และชวนพวกเขามาเล่าให้ฟังว่า เมื่อ Circular Living ไปจับกับแนวคิดและวิธีทำงานของแวดวงอื่นๆ มันให้ผลลัพธ์ที่ดียังไงบ้าง 

 

Circular Living ในโรงพยาบาล ทำได้จริง แค่พลิกมุมมอง

ในแวบแรกหลายคนอาจคิดว่าการประยุกต์แนวคิด Circular Living เข้ากับวงการแพทย์นั้นเป็นเรื่องยาก เพราะไม่ว่ายังไงโรงพยาบาลก็ต้องรักษาความสะอาดของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย จึงไม่สามารถที่จะลดการใช้ทรัพยากรได้ 

แต่ ศ. ดร. นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล อาจารย์แพทย์และรองอธิบดีฝ่ายวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ยืนยันว่า โรงพยาบาลเองก็ปรับตัวให้เข้ากับวิถี Circular Living ได้เหมือนกัน เพราะใจความสำคัญเรื่องการลดใช้ทรัพยากรนั้นสามารถปรับใช้กับมิติอื่นๆ อีกมาก ไม่จำกัดแค่เรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์เท่านั้น

 “จริงๆ แล้ว Circular Living คือวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงขยะที่เราสร้าง คำนึงถึงสิ่งของที่เราใช้ อธิบายง่ายๆ คือการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ทรัพยากรให้น้อยลง ใช้ซ้ำให้มากขึ้น ถ้าทำกันทุกคนทุกวัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะลดลงอัตโนมัติ

“อย่างตอนนี้ศิริราชพยายามสร้างสรรค์โมเดลการบริการที่ลดการสิ้นเปลืองพลังงานและเวลาของผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการในโรงพยาบาล นั่นคือ telemedicine หรือการเข้ารับการปรึกษาทางไกล เหมาะกับคนไข้ไม่ฉุกเฉิน คนไข้สามารถนัดคิวรักษา สอบถามข้อมูล หรือกระทั่งรับยาผ่านแอพพลิเคชั่นได้เลย จริงๆ เราผลักดันเรื่องนี้มาสักพักแล้วควบคู่ไปกับการปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล แต่เพิ่งมาสำเร็จอย่างรวดเร็วในช่วงโควิด 19 ที่ผ่านมา 

“นอกจากนั้นศิริราชยังเริ่มพัฒนาการตรวจแบบ Drive Thru คือมีสถานีให้บริการการแพทย์ที่คนไข้สามารถขับรถเข้าไปใช้บริการได้เลย อีกทั้งเรายังมุ่งพัฒนาเรื่องข้อมูลเพื่อปรับตัวเป็น Smart Hospital อำนวยความสะดวกด้านไอทีให้กับคนไข้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรที่ไม่จำเป็นของทุกคนทุกฝ่าย”

คุณหมอประเสริฐแย้มให้ฟังด้วยว่า ในอนาคตของโรงพยาบาลวางแผนที่จะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากพลาสติกอัพไซเคิลหรือทรัพยากรเหลือใช้อื่นๆ ให้มากขึ้น หรือในด้านวัฒนธรรมองค์กร โรงพยาบาลก็กระตุ้นให้บุคลากรช่วยกันแยกขยะเพื่อให้ง่ายต่อการนำไปรีไซเคิลเพื่อใช้ประโยชน์ต่ออยู่เสมอ

 

Circular Living ในสโมสรฟุตบอล ทำได้แล้ว คนชอบด้วย

อีกหนึ่งเสียงที่มาช่วยยืนยันว่าแนวคิด Circular Living นั้นไปจับกับอะไรก็ได้ คือเสียงจาก คุณชิดชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าที่ระลึก สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผู้มั่นใจว่าทุกคนสามารถคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมได้เลยตั้งแต่วันนี้ “เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อน คือตัวเราเองวันนี้ต้องไม่ทำให้สิ่งแวดล้อมแย่ลง”

นอกจากการเริ่มเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน นักออกแบบและผู้จัดจำหน่ายของที่ระลึกของสโมสรมองว่า การขยับตัวในเชิงพาณิชย์ของแบรนด์ต่างๆ ก็มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้นและง่ายขึ้นเช่นกัน 

“แบรนด์สามารถปรับมุมมองที่คนมีต่อผลิตภัณฑ์ที่รีไซเคิลหรืออัพไซเคิลจากขยะพลาสติกได้ ลูกค้าบางคนไม่เคยสนใจประเด็นสิ่งแวดล้อม หรือไม่เคยรู้มาก่อนว่าเสื้อที่ผลิตจากการอัพไซเคิลขยะพลาสติกดียังไง แต่พอได้ลองใส่เสื้อบอลทีมที่ชอบก็จะรู้ว่า จริงๆ แล้วคุณภาพของสินค้าอัพไซเคิลไม่ได้แย่ แต่ดีเทียบเท่ากันเลยนี่นา 

“พอเราเสนอทางเลือกให้กับผู้บริโภคแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งต่อไปถ้าเขาเจอทางเลือกอีก สิ่งหนึ่งดีกับโลก สิ่งหนึ่งแย่กับโลก เราเชื่อว่าทุกคนย่อมเลือกซื้อสิ่งที่ดีกับโลกอยู่แล้ว ไม่มีใครอยากเลือกของที่แย่กับโลกหรอก แล้วในอนาคตก็จะเกิดโอกาสในการขยายตลาดของสินค้าที่ดีต่อโลกได้อีก”

แต่ถึงอย่างนั้น ในฐานะแบรนด์ที่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจากการเลือกใช้วัสดุอัพไซเคิลแล้ว ก็ยังมีปราการหลายด่านที่ต้องฝ่าไป “ปัจจุบันในประเทศไทยยังมีข้อจำกัดเรื่องราคาและเทคโนโลยีที่รองรับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล แบรนด์ที่หันมาทำเรื่องสิ่งแวดล้อมจึงมักมีต้นทุนที่ต้องแบกรับมากขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าผลักดันหรือสนับสนุนองค์กรต่างๆ ให้หันมาใช้เทคโนโลยีและการอัพไซเคิลในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดเยอะๆ การผลิตสินค้าจากวัสดุอัพไซเคิลจะเข้าถึงง่ายและขยายวงกว้างมากขึ้นทันที” 

หลังจากได้ร่วมงาน GC Circular Living Symposium 2020 รวมทั้งพูดคุยกับหมอประเสริฐและคุณชิดชนก เราได้ข้อสรุปแล้วว่า Circular Living เริ่มต้นได้วันนี้ที่ตัวเราเอง เราแค่อาศัยความสงสัย ตั้งคำถามว่าเราจะใช้ชีวิตที่ดีต่อโลกและตัวเองได้ยังไง แล้วลองลงมือทำ เอาให้มั่นใจว่าขยะในมือของเรา ทรัพยากรที่เราใช้ในทุกๆ วัน เราใช้มันอย่างคุ้มค่า และคำนึงถึงปลายทางที่ดี เป็นปลายทางที่สามารถสร้างประโยชน์กับผู้อื่นได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

Author

กนกพรรณ อรรัตนสกุล

สาวย่านสะพานสูงที่เสพติดการเล่าเรื่องคน สัตว์ สิ่งของ ทุกอย่างที่เธอพบเจอ ผ่านบทความ บทละคร และบทภาพยนตร์

Photographer

พิชย์ สุนทโรสถ์

ช่างภาพหน้าหมี ผู้ชอบเพลงแจ๊สเป็นชีวิตจิตใจ

Related Posts

x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)