<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>People &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/sustainability-2/people/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/sustainability-2/people/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 May 2026 07:09:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วิสาหกิจชุมชนริเช่ฟาร์ม กับ Slow Tourism ที่พานักท่องเที่ยวไปกินปลาแม่น้ำ หัดทำเมี่ยงส้มโอ และคั้นน้ำผลไม้ตามฤดูกาลของชัยนาท</title>
		<link>https://adaymagazine.com/riche-farm-chainat/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[MadeinChainat]]></category>
		<category><![CDATA[สุขทันทีที่เที่ยวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยนาท]]></category>
		<category><![CDATA[amazingthailand]]></category>
		<category><![CDATA[PeoplePower]]></category>
		<category><![CDATA[RicheFarm]]></category>
		<category><![CDATA[LostinLocal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=186954</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราหย่อนหัวลงหมอนที่ชัยนาทมาแล้ว 1 คืน เช้าวันนี้จุดหมายปลายทางของเราคือ มโนรมย์ อำเภอที่อยู่เหนือสุดของชัยนาท GPS แนะนำว่าถ้าขับรถจากจุดนี้ (อ.เมือง) นั่งรถแค่ 20 นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว ระหว่างทาง รถของเราขับผ่านนาข้าว สวนส้มโอ บางคราวไปโผล่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่น่าเชื่อว่าแค่ 20 นาที รถก็พาเรามาถึงที่นี่จนได้ ทันทีที่ลงจากรถ ความจริงข้อแรกที่เรารู้เดี๋ยวนั้นเลยก็คือ แดด 9 โมงเช้าที่ชัยนาท เปรี้ยงปร้างต้อนรับเราอย่างอบ (จน) อุ่น Riche’ Farm คือจุดนัดหมายของเรากับ กบ-นพพร พูลแพ ผู้ก่อตั้งริเช่ฟาร์มและประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท อยู่เหนือสุดของจังหวัด กบเริ่มทำ Riche’ Farm ฟาร์มสเตย์เชิงเกษตร ด้วยการเช่าแปลงมันสำปะหลังรกร้างมาปลูกผักออร์แกนิก จวบจนปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ขยับขยายจนมีพื้นที่ 157 ไร่ และกบยังทำทริปพานักท่องเที่ยวไปเชื่อมโยงกับชุมชนทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชัยนาท ไม่ว่าจะพาไปเจอเกษตรกร คั้นน้ำผลไม้ตามฤดูกาล กินปลาแม่น้ำขึ้นชื่อ เรียนทำขนมพื้นถิ่น จากคนที่เคยคิดว่ายังไงก็จะไม่กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ชัยนาทอีกแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/riche-farm-chainat/">วิสาหกิจชุมชนริเช่ฟาร์ม กับ Slow Tourism ที่พานักท่องเที่ยวไปกินปลาแม่น้ำ หัดทำเมี่ยงส้มโอ และคั้นน้ำผลไม้ตามฤดูกาลของชัยนาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เราหย่อนหัวลงหมอนที่ชัยนาทมาแล้ว 1 คืน เช้าวันนี้จุดหมายปลายทางของเราคือ มโนรมย์ อำเภอที่อยู่เหนือสุดของชัยนาท GPS แนะนำว่าถ้าขับรถจากจุดนี้ (อ.เมือง) นั่งรถแค่ 20 นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว</p>



<p>ระหว่างทาง รถของเราขับผ่านนาข้าว สวนส้มโอ บางคราวไปโผล่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่น่าเชื่อว่าแค่ 20 นาที รถก็พาเรามาถึงที่นี่จนได้ ทันทีที่ลงจากรถ ความจริงข้อแรกที่เรารู้เดี๋ยวนั้นเลยก็คือ แดด 9 โมงเช้าที่ชัยนาท เปรี้ยงปร้างต้อนรับเราอย่างอบ (จน) อุ่น</p>



<p>Riche’ Farm คือจุดนัดหมายของเรากับ <strong>กบ-นพพร พูลแพ </strong>ผู้ก่อตั้งริเช่ฟาร์มและประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ต.คุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท อยู่เหนือสุดของจังหวัด</p>



<p>กบเริ่มทำ Riche’ Farm ฟาร์มสเตย์เชิงเกษตร ด้วยการเช่าแปลงมันสำปะหลังรกร้างมาปลูกผักออร์แกนิก จวบจนปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ขยับขยายจนมีพื้นที่ 157 ไร่ และกบยังทำทริปพานักท่องเที่ยวไปเชื่อมโยงกับชุมชนทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชัยนาท ไม่ว่าจะพาไปเจอเกษตรกร คั้นน้ำผลไม้ตามฤดูกาล กินปลาแม่น้ำขึ้นชื่อ เรียนทำขนมพื้นถิ่น</p>



<p>จากคนที่เคยคิดว่ายังไงก็จะไม่กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่ชัยนาทอีกแล้ว กลายเป็นหัวหอกในการทำทริปท่องเที่ยวเชิงเกษตรเชื่อมโยงสู่ชุมชน</p>



<p>บทสนทนาต่อจากนี้มีหลายเรื่องราวที่น่านั่งนิ่งๆ ทำความเข้าใจ สถานการณ์ท่องเที่ยวชัยนาทเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาติดขัดอะไร ทำยังไงให้การท่องเที่ยวชัยนาทคึกคัก ทำทริปนำเที่ยวมีประโยชน์กับชุมชนยังไง และทำยังไงให้คนรุ่นใหม่มีที่ทางในบ้านเกิดตัวเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186955" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/01-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ลูกเกษตรกรที่อยากหนีให้ไกลจากชัยนาท</strong></h2>



<p>กบเป็นลูกเกษตรกร ครอบครัวพูลแพมีลูกทั้งหมด 7 คน เขาเป็นคนที่ 5 กบเล่าถึงชีวิตช่วงนั้นว่าแต่ละวันผ่านไปอย่างยากลำบาก “ผมจะรู้สึกอยู่เสมอว่าเหนื่อยมาก ทำไมไม่ได้เจอผู้เจอคนเลย”</p>



<p>“7 คนเราพี่น้องจะถูกฝึกมาตั้งแต่ตอนเด็กๆ ว่าทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ ใครมีหน้าที่ทำกับข้าวทำ อีกคนต้องไปหาผักหาปลา อีกคนไปทำนากับพ่อ พวกเราต้องรีบลุกจากที่นอนตั้งแต่ตี 5 ถ้าไม่ตื่นจะได้ยินเสียงแม่ตะโกนมาก่อนเลยครับ เฮ้ย! พวกมึง เค้าไปหากินกันหมดแล้ว”</p>



<p>กบเล่าว่าในสมัยนั้น อ.มโนรมย์ ยังเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยากแม้จะอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา</p>



<p>“ถ้ามีรถเมล์วิ่งผ่านหน้าบ้าน คนจะแตกตื่นตกใจกันมาก เด็กจะพากันมุงเลย เฮ้ย รถมา! พวกเราไม่เคยเห็นรถมาก่อน”</p>



<p>เมื่ออายุได้ 18 ปี กบโบกมือลาชัยนาทและไปเรียนต่อที่ลพบุรี ซึ่งทำให้เขามีอิสระเพิ่มขึ้น ราวปี พ.ศ. 2537 เขารับการบรรจุเป็นข้าราชการที่ จ.ราชบุรี แต่ “ผมก็ยังรู้สึกว่าราชบุรียังไกลไม่พอนะ ผมควรต้องเรียนสูงกว่านี้เพื่อไปให้ได้ไกลกว่านี้”</p>



<p>ปีถัดมากบในวัยหนุ่มมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เขาเรียนต่อปริญญาตรีและโทในด้านวิศวกรรมศาสตร์จากนั้นชีวิตเขาก็มั่นคงขึ้น มีธุรกิจร้านอาหาร และด้วยวิชาชีพที่มี เขาทำเกี่ยวกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์</p>



<p>“ชีวิตผมช่วงนั้นมีความสุขมาก มีพนักงานที่คอยช่วยเหลือกัน อยากกินอะไรกิน อยากเที่ยวไหนเที่ยว ปีใหม่ สงกรานต์ก็กลับบ้านที กลับบ้านก็ไม่ยอมนอนบ้าน นอนในเมือง เหมือนผมยังมีความกลัวอยู่ลึกๆ ว่าตรงนั้นมันลำบาก”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186956" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/02-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>รู้สึกยังไงบ้างที่ได้ใช้ชีวิตแบบที่ฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็ก &#8211; เราถาม</p>



<p>“มันเหมือนเราหลุดพ้นแล้ว ชีวิตเป็นอิสระ ไม่มีใครมาบังคับเราได้อีก แวบหนึ่งผมแอบรู้สึกว่าในที่สุดก็หลุดพ้นจากชัยนาทสักที”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>โควิด-19 บีบบังคับให้กลับบ้านและก่อตั้ง Riche Farm</strong></h2>



<p>ราวปี พ.ศ. 2562 โควิด-19 แพร่ระบาดในไทย ทุกคนกักตัวอยู่บ้าน ธุรกิจบางเจ้ายื้อไม่ไหวเป็นอันต้องปิดกิจการ ร้านอาหารของกบไม่มีลูกค้า อสังหาฯ ของเขาไม่มีคนซื้อ พนักงานในไซต์ก่อสร้างทำงานไม่ได้</p>



<p>ช่วงเวลานั้นเองที่กบหวนคิดถึงชัยนาทบ้านเกิด บ้านที่เขาหนีออกมาตั้งนานหลายสิบปี</p>



<p>“ผมไม่ได้อยากกลับ แต่ผมถูกบังคับให้ต้องกลับ อุตส่าห์หนีมาตั้งไกล พอกลับบ้านผมถามตัวเองว่าจะทำอะไรที่นี่”</p>



<p>เขามีความคิดอยากทำฟาร์มผักออร์แกนิก และนั่นจึงเกิดเป็น Riche’ Farm ฟาร์มท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ซุกซ่อนอยู่ที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท แต่เอาแค่ชื่อฟาร์มก็สนุกแล้ว</p>



<p>Riche เป็นภาษาฝรั่งเศส เป็นคำเดียวกับ Rich ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่าร่ำรวย โดยธรรมชาติของคำ มันสามารถปรับเปลี่ยนไปตามบริบทได้เสมอ ส่วนคำว่า Riche ในความหมายของเขาคือ</p>



<p>“ผมอยากให้ที่นี่เป็นแหล่งความมั่นคงทางด้านอาหาร เป็นฟาร์มปลอดสารเคมี ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-186957" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/03-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="684" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186958" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/04-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /></figure></div>


<p>กว่า Riche’ Farm จะกลายมาเป็นฟาร์มขนาดใหญ่เหมือนทุกวันนี้ กบเล่าว่าเดิมทีพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นพื้นทรายแล้วก็เป็นป่าสำปะหลังที่แห้งแล้งและกว้างใหญ่มาก</p>



<p>กบที่เพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ เลยติดต่อขอเช่าที่เพื่อมาทำเป็นที่จอดรถสำหรับโฮมสเตย์หลังแรกที่เขาทำซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และแบ่งพื้นที่อีกส่วนหนึ่งไปปลูกผักผลไม้ โดยที่แม้ตัวเองจะเป็นลูกเกษตรกร แต่ความรู้เรื่องการปลูกผักทำสวน จางหายไปในอากาศนานแล้ว</p>



<p>“แรกสุด ผมไปหาคนเก่งๆ มาช่วยปลูกแตงโม เพราะผมปลูกแตงโมไม่เป็น จากเดิมที่เช่าแค่ไร่เดียวก็เช่าเพิ่มเป็น 10 ไร่ วันดีคืนดีเจ้าของไร่จากกรุงเทพฯ ก็บอกว่าผมไปบุกรุกที่เขา คือมันเป็นการเช่าต่อเช่า เราไม่รู้ว่าเจ้าของตัวจริงคือใคร</p>



<p>“สุดท้ายคุยกันลงตัวว่าผมขอซื้อที่ตรงนี้ 10 ไร่ พอไม่ต้องเช่าที่แล้ว ความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมันก็มาละ ผมตั้งใจว่าจะทำธุรกิจเกษตรกรรมให้ได้ ผมก็เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนั้น ผมอยากทำเกี่ยวกับผักปลอดสารเคมี”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>พืชผักออร์แกนิก ไก่อารมณ์ดี และสารพัดกิจกรรมให้ทำ</strong></h2>



<p>อธิบายอย่างรวบรัด Riche Farm มีเนื้อที่ทั้งหมด 157 ไร่ แบ่งได้เป็น 4 ก้อนหลักๆ ตามนี้</p>



<p>หนึ่ง ฟาร์มออร์แกนิก</p>



<p>สอง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ</p>



<p>สาม ที่พัก</p>



<p>สี่ ท่องเที่ยวชุมชน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="684" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3-684x1024.jpg" alt="" class="wp-image-186959" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3-684x1024.jpg 684w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3-768x1151.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3-600x899.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/05-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 684px) 100vw, 684px" /></figure></div>


<p>จุดขายของฟาร์มแห่งนี้คือมีกิจกรรมมากมายให้ทำจนลืมเบื่อไปเลย ไม่ว่าจะเป็น เก็บผักออร์แกนิก ถีบเรือเป็ด เจ็ตสกี ขับรถ ATV หรือถ้าใครอยากออกไปเที่ยวนอกฟาร์ม ที่นี่มีบริการรถรางท่องเที่ยวที่พาไปเชื่อมโยงกับชุมชนทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดชัยนาท ไปเจอเกษตรกร คั้นน้ำผลไม้ตามฤดูกาล กินปลาแม่น้ำขึ้นชื่อ และหัดทำขนมพื้นถิ่น</p>



<p>กิจกรรมที่ได้รับความนิยมของ Riche’ Farm คือเก็บผักออร์แกนิก</p>



<p>อีกหนึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังฟาร์มแห่งนี้คือ <strong>ดร.เกษม สร้อยทอง</strong> อาจารย์จากสถาบันวิจัยเกษตรอินทรีย์ยุคใหม่ สจล. กบติดต่อให้อาจารย์เกษมมาช่วยสอนกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่เตรียมดิน ไปจนถึงพืชผักที่จะปลูก</p>



<p>“คำถามแรกที่เขาชวนคุยคือ ดินที่ดีคือดินจากไหน โอ้ ผมไม่รู้เลย สุดท้ายมารู้ว่าดินที่ดีที่สุดคือมาจากป่าดงดิบ ป่าดงดิบไม่เคยใช้สารเคมีเลย แต่ต้นไม้ก็เติบโตสูงใหญ่ได้ภายใต้ระบบนิเวศแบบนั้น ซึ่งเราก็ปรับจนได้เป็นสูตรของเรา</p>



<p>“พอดินพร้อมแล้วเราก็ปลูกผัก เราเริ่มปลูกในสิ่งที่เราต้องกินต้องใช้ก่อน เช่น พริก มะเขือ พืชผักสวนครัวต่างๆ ถ้าเหลือก็แบ่งไปขายให้กับนักท่องเที่ยว พืชผักที่เราปลูกกว่า 20 ชนิดได้มาตรฐาน GAP แต่ที่ขายดีที่สุดคือ เมลอน มะเขือเทศ และส้มโอขาวแตงกวา”</p>



<p>นอกจากปลูกพืชผักออร์แกนิก กบคิดว่าควรเลี้ยงสัตว์ด้วย กบก็เลยเลี้ยงไก่และตั้งชื่อไข่ของเจ้าไก่เหล่านั้นว่า ‘ไข่ไก่อารมณ์ดี’</p>



<p>“เราเลี้ยงไก่อิสระ มีกรง 3 กรงปล่อยให้มันวิ่งวน ไม่เครียด ให้เขาอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท เขาก็จะไข่ออกมาดี รสชาติดี แล้วเราปลูกวอเตอร์เครสให้ไก่กินควบคู่กัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186960" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/06-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Slow Tourism และคืนรายได้สู่ชุมชน</strong></h2>



<p>อีกหนึ่งกิจกรรมที่สนใจมากของ Riche’ Farm คือการพานักท่องเที่ยวที่มาพักไปท่องเที่ยวชุมชนใน 8 อำเภอ ทั่วจังหวัดชัยนาท กบตั้งชื่อทริปท่องเที่ยวนี้ว่า ทริปท่องเที่ยวชุมชนสีเขียว</p>



<p>พอเริ่มจัดทริปบ่อยเข้า กบยิ่งมั่นใจว่าการใช้ชีวิตช้าๆ และดื่มด่ำธรรมชาติคือจุดแข็งของการท่องเที่ยวชัยนาท การได้ท่องเที่ยวทั่วทุกอำเภอในชัยนาทช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่มาพัก ทบทวนตัวเอง กระทั่งตกตะกอนบางอย่างในชีวิต</p>



<p>“วันก่อนมีนักท่องเที่ยวจากเชียงใหม่หนีฝุ่นมาหาเรา มาพักกับเรา ชัยนาทมันเป็นเมืองตรงกลางของหลายๆ ภาค เขาหนีความวุ่นวายมาหาเรา”</p>



<p>เราย้อนนึกถึงคำที่เขาเคยบอกกับเราก่อนหน้านี้ว่าอยากทำให้ Riche’ Farm เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186961" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/07-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แล้วการท่องเที่ยวทั้ง 2 รูปแบบนี้เกี่ยวโยงกับความมั่นคงทางด้านอาหารยังไง</p>



<p>ถ้าเป็นเชิงเกษตร ถ้าผลผลิตไม่ดี เกษตรกรอาจตัดสินใจขายที่ดินเพื่อไปทำอุตสาหกรรม การทำให้ฟาร์มเกษตรกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกจากช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรแล้วยังเป็นการรักษาพื้นที่เพาะปลูกไว้ได้</p>



<p>“ชัยนาทเป็นเมืองที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน ความอุดมสมบูรณ์เรื่องชลประทาน ผลผลิตราว 70 &#8211; 80% ก็ยังเป็นข้าวซะส่วนใหญ่ และไม่ค่อยเจอภัยแล้ง รองลงมาจากข้าวคือส้มโอขาวแตงกวา ซึ่งเป็นสินค้า GI ของชัยนาทเลย”</p>



<p>กบแอบกระซิบว่าส้มโอขาวแตงกวาขาวที่ได้อันดับ 1 คือต้องมาจาก อ.สรรคบุรี หรือถ้าเป็นเชิงสุขภาพ นักท่องเที่ยวเข้าถึงวัตถุดิบที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ สอดรับกับเทรนด์ Longevity ที่กำลังมาแรง เราพอเห็นข่าวทำนองว่านักท่องเที่ยวต่างประเทศนิยมเดินทางไปยังภูมิภาคที่เป็น Blue Zones</p>



<p>“ชัยนาทเป็นเมืองเรียบง่าย สบายๆ คนไม่วุ่นวาย คือถ้าคนรักสงบ รักธรรมชาติ จะรักชัยนาทมากๆ บางทีคุณไม่ต้องรีบร้อน และมันยังพอมีวิถีชีวิตบางอย่างที่กรุงเทพฯ อาจไม่มีให้เห็นแล้ว”</p>



<p>Riche’ Farm ไม่ได้จัดกิจกรรมแค่ในฟาร์มแห่งนี้เท่านั้น แต่พยายามพานักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสเมืองชัยนาทนอกฟาร์มด้วย นั่งรถรางไปเวิร์กช็อปทำขนมที่สวนครูเอียด คั้นน้ำผลไม้ ไปเดินซื้อของตลาดโคกหนองนา กระจายไปในแต่ละอำเภอ</p>



<p>“สาเหตุที่เราต้องทำกิจกรรมที่หลากหลายคือการหาคำตอบว่านักท่องเที่ยวต้องการอะไร ถ้าเรามัวแต่คิดฝันเอาเองว่า เราทำดีที่สุดแล้วทำไมยังไม่ถูกใจ คิดแบบนี้ไม่ได้ เราต้องพาเขาไปเจอของจริง เพื่อดูว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการอะไร ชอบเที่ยวแบบไหน”</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชัยนาทเป็นอย่างนี้มานานแล้ว</strong></h2>



<p>เผื่อใครจินตนาการชีวิตในชัยนาทไม่ออก เราจึงชวนกบย้อนไปในวัยที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ชัยนาท</p>



<p>กบว่าสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับ 1 ของเด็กชัยนาทคือ เขื่อนเจ้าพระยา ส่วนมากเกาะกลุ่มพากันไปปูเสื่อหาอะไรกิน เด็กหนุ่มห้าวก็พาสาวไปหยอดคำหวานแถวๆ นั้น</p>



<p>“พอตกเย็นเราจะไปแถวเขื่อนเรียงหิน หน้าศาลากลาง แถวนั้นจะมีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยมาก เด็กวัยรุ่นจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปแถวนั้นเยอะ”</p>



<p>“สมัยนั้น อ.มโนรมย์ ยังมีโรงหนังอยู่ ผมจำชื่อไม่ได้ แต่นัดเพื่อนไปดูหนังอยู่บ่อยๆ คือมโนรมย์มันค่อนข้างคึกคักกว่าที่อื่น เพราะเป็นแหล่งค้าขาย มันก็จะมีโรงเรียน โรงหนัง โรงพยาบาล อาบอบนวดยังมีเลย คิดดูสิครับมันคึกคักขนาดนั้น (หัวเราะ)”</p>



<p>นอกจากเป็นเจ้าของ Riche’ Farm หมวกอีกใบที่กบสวมอยู่คือ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชัยนาท เห็นชื่อตำแหน่งแล้วถึงกับเกาหัว แต่เอาเถอะ อย่างน้อยคนที่ทำงานด้านนี้น่าจะให้คำตอบเราได้บ้างว่าที่ผ่านมาชัยนาทติดขัดอะไร</p>



<p>“ผมว่าภาคเอกชนไม่ได้รับการสนับสนุนได้อย่างเต็มที่ เด็กๆ รุ่นใหม่ไม่มีพลังในการพูดออกมา ซึ่งจริงๆ แล้วเด็กรุ่นใหม่ยุค Gen Z Gen Y เค้ามีมุมมองและไอเดียที่ดี แต่ว่ามันไม่ถูกนำไปต่อยอด และไม่มีคนฟังพวกเขา”</p>



<p>กบยกตัวอย่างให้ฟังว่าสมมติมีเอกชนอยากจัดงานเล็กๆ ขึ้นมาสักงาน ปรากฏว่าไปตรงกับหน่วยงานรัฐพอดี รัฐมีเงินสนับสนุน เปิดให้เข้าฟรี เอกชนทำกันเองต้องเก็บเงิน แน่นอนว่าคนก็แห่ไปงานฟรี สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือเอกชนเจ็บตัว และค่อยๆ เฟดหายไปเรื่อยๆ</p>



<p>“หน้าที่ของผมคือเชื่อมระหว่างภาครัฐกับเอกชน ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานภาคเอกชน หน่วยงานท่องเที่ยว เช่น ทคจ. ททท. เอกชนอยากจัดงานเราก็เป็นตัวกลางเชื่อมให้ ประสานงานให้”</p>



<p>“ผมต้องเข้าไปหาเอกชน หรือ SME รายย่อย เพื่อไถ่ถามว่า เขาอยากได้อะไร ผมสามารถช่วยผลักดันหรือส่งเสริมอะไรได้บ้าง ทั้งที่เราไม่มีงบประมาณนะครับ แต่เราสามารถนำเรื่องไปคุยกับหน่วยงานต่างๆ ได้”</p>



<p>การท่องเที่ยวชัยนาทจะบูมขึ้นกว่านี้ได้ กบในฐานะผู้ที่เข้าไปคลุกคลีและพูดคุยกับทั้งภาครัฐและเอกชน ให้คำแนะนำไว้อย่างนี้</p>



<p>“มันต้องระเบิดจากเราออกไป ขืนมัวแต่รอให้หน่วยงานมาซัปพอร์ตแล้วจัดไปเรื่อยๆ ถ้างบประมาณหมดวันหนึ่งมันก็จะเงียบ เราควรรู้ก่อนว่าชัยนาทมีอะไรดีบ้าง ทุกคนมีคำตอบของตัวเอง ผมทำเรื่องอาหารปลอดภัย พืชผักออร์แกนิก”</p>



<p>“ของพวกนี้ไม่ได้เริ่มจากว่าเราไปบอกว่าเรามีอะไรบ้าง มันจะเป็นความยั่งยืนในการท่องเที่ยวที่มันเกิดขึ้นโดยแท้จริง มากกว่าที่เราบอกว่าชัยนาทมีสวนนกนะ ชัยนาทมีเขื่อนเจ้าพระยา อันนี้เค้ามองภาพไม่เห็น”</p>



<p>“เราต้องให้เค้าเห็นครับ ไม่งั้นไม่เกิด เพราะว่าเราไม่ใช่หัวหิน เราไม่ใช่เชียงใหม่ เราไม่ใช่หลีเป๊ะ เค้าไม่เห็นภาพ แค่อยุธยาเมื่อก่อนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาอยากมาชัยนาท แต่เขาถามว่าชัยนาทอยู่ตรงไหน”</p>



<p>กบเปรียบเปรยว่าชัยนาทเหมือนจังหวัดที่ไม่ค่อยถูกมองเห็น นานๆ ที งบประมาณจากส่วนกลางจะเดินทางมาถึง วิธีที่พอจะทำได้คือระเบิดจากข้างใน โดยอาศัยแรงจากกลุ่มคนรุ่นใหม่มาช่วยกันหมุนชัยนาท</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ถ้าท่องเที่ยวคึกคัก คนชัยนาทจะไม่ต้องออกไปที่อื่น</strong></h2>



<p>“กลับมาแล้วจะให้ทำอะไร”</p>



<p>ไม่ว่าจะเป็นคนชัยนาทหรือไม่ เราเชื่อว่าหลายคนมีคำถามนี้อยู่ในใจ กบอธิบายว่าการทำท่องเที่ยวเหมือนสร้างตึก ถ้าตึกขายได้ สีก็ขายได้ ปูน เหล็ก ไฟฟ้า ประปา ก็จะขายได้เป็นแพ็กเกจ กบมองว่าธุรกิจท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่ดีที่สุด</p>



<p>“หลายๆ คนก็คงไม่ต่างจากผม ชีวิตเด็กชัยนาทมีแต่ความเหนื่อย ความลำบาก ไม่มีสถานที่ดีๆ ในเมืองให้เราไปใช้ชีวิต ลึกๆ มนุษย์เราก็อยากไปอยู่ในเมืองที่เจริญกว่า อยากดูหนัง อยากกินอะไรอร่อยๆ”</p>



<p>นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมชัยนาทถึงสมองไหล สูญเสียคนรุ่นใหม่ให้กับเมืองหลวง เพราะถ้าแหงนกลับมามองที่บ้านเกิดแล้วยังไม่มีความมั่นคงมากพอ คงไม่มีใครอยากเสี่ยงกลับมา ซึ่งกบมองว่าถ้าทำให้การท่องเที่ยวชัยนาทคึกคักขึ้นได้ ประตูที่เคยปิดตายก็พอจะแง้มให้เห็นความก้าวหน้าที่บ้านเกิดอยู่บ้าง</p>



<p>“ถ้าการท่องเที่ยวบูมและมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ตำแหน่งงานมันจะตามมาเอง ภาคบริการ รถรับส่ง โรงแรม ร้านอาหาร แทบไม่ต้องออกไปทำงานข้ามจังหวัดด้วยซ้ำ ขอแค่อย่างเดียวคือมีนักท่องเที่ยวเข้ามา เดี๋ยวทุกอย่างมันจะรันไปได้ อันนี้คือสิ่งที่ชัยนาทต้องทำให้ได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186962" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/08-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในช่วงท้ายของการพูดคุย เราได้กลิ่นอาหารที่กำลังถูกลำเลียงมาเสิร์ฟที่โต๊ะใกล้ๆ กัน ขอยอมรับว่ากลิ่นกับข้าวตรงโน้นรบกวนการพูดคุยตรงนี้พอสมควร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-186963" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/05/09-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แดดเบาบางลงบ้างแล้ว ลมยังพัดหวิวมาทักทายอยู่เป็นระยะ เราจึงถือโอกาสถามกบว่าตั้งแต่ยังเด็กที่รู้สึกอยากจะหนีไปให้ไกลจากชัยนาท วันหนึ่งสภาพเศรษฐกิจบีบให้ต้องกลับมา จนได้กลับมาทำ Riche’ Farm พัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับชุมชน ถึงวันนี้เคยย้อนคิดบ้างไหมว่าการทำเรื่องมากมายเหล่านี้หล่อเลี้ยงตัวเองอย่างไรในฐานะมนุษย์</p>



<p>“ผมขอเล่าย้อนนิดนึง ช่วงแรกๆ ที่ผมทำด้านท่องเที่ยว ผมก็รู้สึกว่ามันมีกรอบบางอย่างครอบอยู่ มันมีคนกลุ่มที่พยายามบอกว่าชัยนาทเป็นแบบนี้แหละดีแล้ว อย่าไปเปลี่ยนอะไรมันเลย แต่มันก็มีน้องๆ รุ่นใหม่ที่มีฝีมือเยอะมากที่ต้องการผลักดันชัยนาทไปให้ไกลกว่านี้ ผมจะทำตรงนี้ให้ดีที่สุด”</p>



<p>“ผมต้องการทำให้ชัยนาทเป็นเมืองที่คนอยากมาท่องเที่ยว ผมอยากพาพวกเขาไปรับประสบการณ์ใหม่ๆ ในทุกอำเภอ ใช้เวลาทำกิจกรรมดีๆ และสลัดชีวิตอันสับสนวุ่นวายออกไป”</p>



<p>“ผมรู้แค่ว่ามีทางเดียวคือต้องทำ เพราะถ้าเราไม่ทำก็ไม่มีใครทำแล้ว”</p>



<p>เขาไม่ได้บอกแค่ตัวเอง แต่กำลังบอกถึงคนที่กำลังช่วยกันหมุนจังหวัดชัยนาททุกคน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/riche-farm-chainat/">วิสาหกิจชุมชนริเช่ฟาร์ม กับ Slow Tourism ที่พานักท่องเที่ยวไปกินปลาแม่น้ำ หัดทำเมี่ยงส้มโอ และคั้นน้ำผลไม้ตามฤดูกาลของชัยนาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิบน้ำเปลี่ยนนิสัย ถ่มถ้อยสนทนาถึง People Festival 2026 เมื่อ &#8216;ฤดูเมรัย&#8217; ผลิบานกลางดงเสรีชน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-festival/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Feb 2026 06:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[STUDIO11206]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ช่างชุ่ย]]></category>
		<category><![CDATA[PeopleFestival2026]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาชนเบียร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185957</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายปีมานี้ วงการเหล้าเบียร์ของไทยคึกคักและเกิดการขยับในหลายมิติ เทศกาล People Festival 2026 คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่ม และสนับสนุนผู้ประกอบการเหล้าเบียร์ทั่วประเทศ นี่คือส่วนที่คึกคัก ส่วนที่เกิดการขยับ คือการล้างความเชื่ออันหยั่งรากลึก ที่ป้ายสีว่าเหล้าเบียร์เป็นเรื่องชั่วร้าย และกระพริบตาปริบๆ บอกว่า วันนี้ วินาทีนี้ เกมมันพลิก “ปีที่แล้ว มีคนเข้าร่วมงาน 37,000 คน พีคสุดคือวันเสาร์ 20,000 คน ปีนี้ 50,000 คน น่าจะเป็นไปได้” หนึ่งในสามหัวเรือใหญ่แห่ง People Festival 2026 เล่าถึงหมุดหมายสำคัญของปีนี้ People Festival 2026 คืองานเหล้าเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บนเนื้อที่ 12 ไร่ของช่างชุ่ย เราจะได้เปิดหูเปิดตาลิ้มลองเครื่องดื่มหลากชนิด ทั้งเหล้า เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล สาโท ฯลฯ จากทั่วประเทศและหลากหลายสัญชาติ กว่า 400 แบรนด์ จัดเต็ม 1,000 รสชาติ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-festival/">จิบน้ำเปลี่ยนนิสัย ถ่มถ้อยสนทนาถึง People Festival 2026 เมื่อ &#8216;ฤดูเมรัย&#8217; ผลิบานกลางดงเสรีชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หลายปีมานี้ วงการเหล้าเบียร์ของไทยคึกคักและเกิดการขยับในหลายมิติ เทศกาล People Festival 2026 คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่ม และสนับสนุนผู้ประกอบการเหล้าเบียร์ทั่วประเทศ นี่คือส่วนที่คึกคัก</p>



<p>ส่วนที่เกิดการขยับ คือการล้างความเชื่ออันหยั่งรากลึก ที่ป้ายสีว่าเหล้าเบียร์เป็นเรื่องชั่วร้าย และกระพริบตาปริบๆ บอกว่า วันนี้ วินาทีนี้ เกมมันพลิก</p>



<p>“ปีที่แล้ว มีคนเข้าร่วมงาน 37,000 คน พีคสุดคือวันเสาร์ 20,000 คน ปีนี้ 50,000 คน น่าจะเป็นไปได้” หนึ่งในสามหัวเรือใหญ่แห่ง People Festival 2026 เล่าถึงหมุดหมายสำคัญของปีนี้</p>



<p>People Festival 2026 คืองานเหล้าเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บนเนื้อที่ 12 ไร่ของช่างชุ่ย เราจะได้เปิดหูเปิดตาลิ้มลองเครื่องดื่มหลากชนิด ทั้งเหล้า เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล สาโท ฯลฯ จากทั่วประเทศและหลากหลายสัญชาติ กว่า 400 แบรนด์ จัดเต็ม 1,000 รสชาติ</p>



<p>กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือ&nbsp; ‘เลือกตั้งสุราและเบียร์ประชาชน’ กติกาง่ายมาก เดินเข้าคูหาและกา 2 เบอร์ หากแบรนด์ที่คุณเลือกชนะรางวัล People Award รับเหล้าเบียร์ไปกินถึงบ้านฟรี 1 ปี</p>



<p>ไม่ต้องกลัวว่าจะมีบัตรเขย่ง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกกำกับดูแลและควบคุมโดย กกบ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเหล้าเบียร์ เชียวนา<br></p>



<p>ใครที่เคยมางานปีก่อนๆ ขอบอกให้รู้ว่า People Festival 2026 มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง<br></p>



<p>หนึ่ง ชื่องานถูกเปลี่ยนจาก Beer People Festival เป็น People Festival</p>



<p>สอง โกดังขนาดใหญ่ 2 &#8211; 3 หลังใจกลางช่างชุ่ยถูกรื้อออกไป เพื่อเพิ่มพื้นที่</p>



<p>สาม เก้าอี้ภายในงานถูกเตรียมเพิ่ม 2,000 ตัว เพื่อรองรับเหล่าสุราชน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185970" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บ่ายวันนี้ อุณหภูมิแดดสูงตามปกติของฤดูร้อน เรานั่งแช่แอร์เย็นๆ อยู่ในห้องชุ่ยสโมสรเยื้องจากเครื่องบินลำยักษ์ สามหัวเรือ (aka. ผู้สนิทสนมกับเครื่องดื่มมึนเมา) แห่ง People Festival 2026 เดินเข้ามาในห้อง เราเอ่ยทักทายกันด้วยวัจนภาษาอย่างสุภาพ ชั่วขณะนั้น ชายผิวเข้มหยิบถังเบียร์มาตั้ง ปึ้ง</p>



<p>“ดื่มกันก่อนไหมครับ”</p>



<p>“ตัวนี้คือสีสวาด คราฟต์เบียร์จากโคราช”&nbsp;</p>



<p>อ่าห์ คุยกับคนจัดงานเหล้าเบียร์ ถ้าไม่ดื่มสักหน่อยเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง อีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ก่อนงานจะเริ่ม a day สนทนากับพวกเขาถึงเบื้องหลังการจัดงาน People Festival 2026 ย้อนเส้นทางและขวากหนามของการจัดงานเบียร์ในประเทศที่สุราเป็นเรื่องชั่วร้าย</p>



<p>“อยากให้ทุกคนรู้ว่าคุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผมสร้างงานนี้ขึ้นมาอย่างคนธรรมดา ผมธรรมดาจริงๆ ผมไม่ได้รวย ผมไม่มีชื่อเสียง ไม่มีนามสกุลดัง ถ้าทุกคนเชื่อว่าเสียงของตัวเองมีความหมาย ผมว่าคุณจะรู้เองว่าอยากมีชีวิตไปเพื่ออะไร” ชายผิวคมเข้มบอกกับเราอย่างนั้น</p>



<p>กฎของวงสนทนานี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ใครยังมีกำแพงและไม่เปิดใจ ให้กระดกเบียร์ลงคออีกกรึ๊บ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เปิดขวด</strong></h2>



<p class="has-text-align-center"><strong>มันค่อนข้างจำเป็นบ้างในสังคมตึงเครียด และการเดินทางไปร้านเหล้ามันง่ายกว่าไปโบสถ์ เราจึงพบตัวเองและเพื่อนพ้องในนั้นเกือบทุกเย็น &#8211; รงค์ วงษ์สวรรค์</strong></p>



<p class="has-text-align-left">“เละเทะ&nbsp; เมายับ” คือภาพที่ <strong>เบนซ์ &#8211; ธนากร ท้วมเสงี่ยม</strong> จำได้แม่น เมื่อเราถามถึงจุดเริ่มต้นในการกินคราฟต์เบียร์</p>



<p class="has-text-align-left">เขาคือผู้จัดตั้งกลุ่ม ‘ประชาชนเบียร์’ ย้อนกลับไปเมื่อ 8 &#8211; 9 ปีก่อน เขาได้ลองดื่มเบียร์ผสมกาแฟ ผสมผลไม้ แล้วเกิดติดใจ&nbsp; เขาตระเวนกินคราฟต์เบียร์ไปทั่ว มีวงตรงไหนไปตรงนั้น และไม่จบแค่กิน เขาตามไปดูวิธีการต้มเบียร์กับคนอื่นถึงบ้าน และได้ลองต้มเบียร์เองด้วย</p>



<p class="has-text-align-left">หลังจากคลุกคลีกับวงการต้มเบียร์มาระยะหนึ่ง เขามองเห็นปัญหาและข้อจำกัดหลายอย่างที่ไม่เอื้อให้คราฟต์เบียร์ในประเทศไทยเติบโตงอกงาม และเกิดคำถามมากมาย</p>



<p class="has-text-align-left">มีแบบนี้ด้วยเหรอ &#8211; ทำไมมีการกีดกันเยอะไปหมด &#8211; มันต้องทำได้ดิวะ</p>



<p class="has-text-align-left">“ผมได้เรียนรู้ว่ากฎหมายไม่ได้ง่ายเลย ตอนนั้นผมเพิ่งรู้จักพี่เท่า (เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร) วันแรกที่เขาเปิดร้านผมก็ไป ยังคิดอยู่เลยว่าทำเบียร์ขายมันก็ไม่ยากนี่ สักพักเขาถูกจับ เชี่ย ทำไมมันวุ่นวายขนาดนี้ หลังจากนั้น ผมเลยจัดงานเพื่อให้คนเข้าใจว่ากฎหมายในตอนนั้นมันเป็นยังไง และคราฟต์เบียร์คืออะไร” เบนซ์เล่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185960" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เขาจัดเทศกาลเบียร์ครั้งแรกในชื่อ ประชาชนเบียร์ มีคนเข้าร่วม 500 คน ครั้งถัดมาเขาจัดในชื่อ BEER PEOPLE FESTIVAL 2023 ที่จตุจักรเพลย์กราวน์ มีคนเข้าร่วมวันละ 5,000 คน ก่อนมาจัดที่นี่ เขาเคยวางแผนจัดงานแถวรัชดามาก่อน ดีลร้านค้ามาแล้ว 200 บูท สุดท้ายถูกแคนเซิล 2 สัปดาห์ก่อนงานจะเริ่ม</p>



<p>ถูกแคนเซิลด้วยเหตุผลอะไร &#8211; เราถาม</p>



<p>“เขาบอกว่างานมันการเมืองมากเกินไป”</p>



<p>หลังผ่านเหตุการณ์นี้ไป ทำให้เบนซ์เริ่มมองหาพาร์ตเนอร์ อาจเป็นโชคชะตาที่เหวี่ยงให้เขาไปรู้จักกับหัวเรือคนสำคัญ น้องในทีมคนหนึ่งแนะนำให้รู้จักกับ <strong>ไอซ์ &#8211; วรุตม์ วิมลคุณารักษ์</strong> ครีเอทิฟและผู้ก่อตั้ง STUDIO11206</p>



<p>ประชาชนเบียร์ในสายตาคุณเป็นยังไง ทำไมถึงอยากร่วมงานด้วย &#8211; เราถาม</p>



<p>“อุดมการณ์เราตรงกัน” ไอซ์สรุปสั้นๆ</p>



<p>“ผมเชื่อว่าพวกเราควรมีสิทธิ์ลองกินเบียร์หลายๆ ชนิด ในยุคผมไม่มีใครที่เกิดมาแล้วได้กิน IPA เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามี Pale Ale หรือ Weizen เรามีแต่เบียร์ของเจ้าใหญ่ ซึ่งเป็นเบียร์ลาเกอร์หมดเลย”</p>



<p>“ทีนี้ ก่อนมาทำงานด้วยกัน ผมพอได้ยินข่าวของประชาชนเบียร์มาบ้าง เขาไปต้มเบียร์ในม็อบ เรียกร้องให้มีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการผลิตสุรา เราเห็นด้วยตรงนี้ เลยอยากทำงานด้วย”</p>



<p>ด้วยความบังเอิญ จิ๊กซอว์ชิ้นที่ 3 ที่เข้ามาเติมเต็มในเชิงพื้นที่ ก็เป็นคนที่ไอซ์รู้จักอยู่แล้วตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย <strong>เลียว &#8211; โอมา ส่งวัฒนา</strong> Managing Director แห่งช่างชุย Creative Park</p>



<p>“งานแรกที่เราทำด้วยกันคือ ชุ่ย เดี่ยว เบียร์ ผมจำได้ว่าตอนนั้นฝนมันตกหนักมาก แล้วปกติวิธีของช่างชุ่ยในการดูว่างานไหนเจ๋งจริง คือดูว่าฝนตกแล้วคนหนีกลับบ้านไหม โอโห งานนี้คนสู้ว่ะ เขาอยู่กันแบบตัวอุ่นๆ ฝนแค่นี้ทำอะไรพวกเขาไม่ได้” เลียวเล่า</p>



<p>ในแง่รายได้และปริมาณคนเข้าร่วม อย่างไม่ต้องสงสัย Beer People Festival กลายเป็นงานเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นี่คืองานที่คนมุ่งหน้ามาเพื่อกินเหล้าเบียร์ล้วนๆ และโดยเนื้อแท้ คนไทยดื่มเหล้าเบียร์มากเท่าลำธารอยู่แล้ว</p>



<p>แต่ปีนี้ ทั้งสามคนตัดสินใจตัดคำว่า Beer ออก เหลือเพียง People Festival 2026&nbsp;</p>



<p>เบียร์ถูกรินลงแก้วให้กับเราและเขาอย่างต่อเนื่อง ฤทธิ์แอลกอฮอล์ยิ่งทำให้บทสนทนากลมกล่อม รสชาติของเบียร์ก็ลุ่มลึกพอๆ กับเหตุผลที่เหลือไว้แค่ ‘ประชาชน’ ในชื่องาน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185961" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-6.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center">&nbsp;<strong>กระดกลิ้มรส</strong></h2>



<p>ข้าพเจ้ารินเบียร์อย่างประณีตให้มีฟองเพียงเล็กน้อย มันถูกแช่ไว้จนเย็นสนิท ขณะที่ไหลจากปากขวดเป็นลำลงสู่แก้ว และกระทบต้องแสงไฟมองเห็นเป็นสีน้ำตาลปนทองเข้มข้นเหมือนน้ำเชื่อม นี่คือสะพานทอดข้ามระหว่างมนุษย์กับบาปไงล่ะ &#8211; ’รงค์ วงษ์สวรรค์</p>



<p>“มันเป็นเรื่องบังเอิญ”</p>



<p>ทั้งสามคนพูดตรงกัน เมื่อเราถามว่าอะไรคือเหตุผลในการตัดคำว่า Beer ออกจากชื่องาน ก่อนเอ่ยปากตอบ ไม่รู้เป็นหนที่เท่าไหร่ที่เขาทั้งสามกระดกเบียร์ลงคอ</p>



<p>ในมุมของเบนซ์ เขาเชื่อว่าเหล้าเบียร์ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สุดของประเทศ ประเทศไทยมีปัญหาอีกมากมาย หลายๆ ปัญหาเกิดจากการยึดติดในอำนาจของคนกลุ่มหนึ่ง และ ‘ประชาชน’ คือกลุ่มคนที่ต้องเจอและรับมือปัญหาเหล่านั้นโดยลำพัง</p>



<p>“ผมถนัดเรื่องเหล้าเบียร์ ตอนนั้นเลยใช้คำว่า Beer People ไปก่อน และถ้าไปดูชื่อเพจของผม ประชาชนเบียร์ มันชัดอยู่แล้ว ประชาชนนำหน้า เบียร์มาทีหลัง คนอื่นเขาจะทำประชาชนกัญชา ประชาชนไวน์ หรือประชาชนนักเขียน ทุกคนขับเคลื่อนในทางของตัวเองได้”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-185962" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-6.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในมุมของไอซ์ เขาเขียนประโยคนี้เอาไว้ตั้งแต่ตอนจัดงานครั้งแรก It’s not just about Beer, it’s the People เขาอยากเห็นงานเบียร์ที่เป็นมากกว่าแค่ตลาดเหล้าเบียร์ แต่ควรมีจิตวิญญาณของมันเอง<br></p>



<p>“จัดงานปีแรก ผมทักไปขอโลโกประชาชนเบียร์จากพี่เบนซ์ เขาบอกไม่มี แล้วก็พิมพ์ลง Microsoft Word ส่งมาให้ผม ฟอนต์อะไรก็ไม่รู้ ผมแบบไอเชี่ย ดิบว่ะ แล้วเขาก็ไม่เปลี่ยนด้วยนะ ปัจจุบันนี้เขาก็ยังใช้ เนี่ยดูสิ (ชี้ที่เสื้อของเบนซ์)”<br></p>



<p>“ผมเลยคิดได้ว่า เฮ้ย จริงๆ จิตวิญญาณของงานนี้มันคือการตรงไปตรงมานี่หว่า มันคือการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เราเลยคิดคอนเซปต์ของการถูกเซนเซอร์ขึ้นมา เราอยากพูดเรื่องการถูกกดทับ การกดขี่ของประชาชน”</p>



<p>ด้วยคอนเซปต์นี้ ทำให้เกิดดีไซน์คาดเซนเซอร์บนโลโก People Festival 2026 ที่ออกแบบโดย <strong>ใหม่ &#8211; มานิตา ส่งเสริม</strong> Typographic artist ไอซ์เล่าว่าช่วงที่ติดต่อใหม่ให้มาออกแบบโลโก เป็นช่วงเดียวกับที่นิทรรศการของเธอที่หอศิลป์ถูกเซนเซอร์พอดี</p>



<p>เรื่องบังเอิญ &#8211; คำนี้ฟังดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์เท่าไหร่</p>



<p>หรือประโยคของไอซ์จะเหมาะกว่า “มันเหมือนยูนิเวิร์สจัดสรรทุกคนให้มาเจอกัน”</p>



<p>เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ยูนิเวิร์สก็ได้จัดสรรให้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งและทำประชามติ งานเบียร์ที่ออกตัวว่ายั่วล้อการเมืองแบบเต็มประตู มีหรือจะไม่อยากจัดการเลือกตั้งเหล้าและเบียร์ประชาชนของตัวเองบ้าง</p>



<p>“ปีที่แล้วเราก็จัด นี่คือก่อนจะรู้ว่ามีการเลือกตั้งอีก (หัวเราะ)” เบนซ์กล่าวอย่างติดตลก</p>



<p>ไอซ์เสริมว่า “เราทำคูหาไว้ให้คนเดินเข้าไปกาเหล้าและเบียร์ที่ตัวเองชอบ กา 2 เบอร์ และก็ยอมรับกันตรงนี้เลยนะครับว่าทุกบัตรของเรามี QR Code ที่แท็กถึงบ้านได้หมดเลย (หัวเราะ) เพราะเราต้องส่งเบียร์กับเหล้าไปให้”</p>



<p>กติกาเลือกตั้งเหล้าเบียร์ไม่ซับซ้อน ถ้าแบรนด์เหล้าและเบียร์ที่คุณเลือกชนะเป็นอันดับ 1 (ซึ่งมีคนเข้าคูหาเรือนหมื่น) ทีมงานจะส่งเหล้าและเบียร์แบรนด์ที่คุณเลือก ให้กินถึงบ้าน ฟรี 1 ปีเต็ม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185963" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-7.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p class="has-text-align-center">                                         ควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเหล้าเบียร์ หรือ กกบ.</p>



<p class="has-text-align-left">“เราทำกิจกรรมนี้เพื่อบอกทุกคนว่า เฮ้ย พลังของเราแม่งยังมีอยู่นะเว้ย ผลเลือกตั้งมันออกมาจากเสียงของพวกคุณจริงๆ ไม่ได้มาจากพี่เบนซ์ประชาชนเบียร์ บอกว่าแบรนด์นี้ได้ที่ 1 ไม่ได้มาจากพี่เลียว ไม่ได้มาจากผม แต่มันมาจากคนเป็นหมื่นๆ คนที่โหวตให้” ครีเอทิฟหนุ่มเล่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น</p>



<p class="has-text-align-left">“คืออย่างน้อยๆ พื้นที่ตรงนี้ คุณได้ในสิ่งที่คุณเลือกจริงๆ โดยไม่ได้ผ่านผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย แต่ผ่านตัวเราทุกคนที่มี 1 เสียงเท่ากัน” เลียวกล่าวเสริม</p>



<p class="has-text-align-left">มานึกดูให้ดี มันคงเป็นรสชาติที่ลุ่มลึกและน่าประทับใจไม่น้อย&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-left">ทั้งรสชาติของเหล้าเบียร์ และรสชาติของเสรีภาพในการเลือกของเรา</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เมา</strong></h2>



<p class="has-text-align-center"><strong>ชาวนาไทยกลับจากทำงานจนตะวันโพล้เพล้ เมียหุงข้าวไว้ให้ มีปลาก็ต้มปลา กินเหล้าสักก๊งสองก๊ง เมียกับผัวนอนหลับสบาย หรือนึกสนุกจะเอากันก่อน ก็เอาซิ ตื่นเช้าตีห้า ออกไปทำงานใหม่ นี่คือชีวิต จะบอกว่าเมาแล้วขับรถชนไม่ได้ เพราะคนอีกตั้งหลายร้อยล้านไม่ได้ขับรถชน &#8211; ’รงค์ วงษ์สวรรค์</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“</strong>ไม่เคยมีคนตีกันเลยสักครั้ง”<br></p>



<p>จะเชื่อหรือไม่ ทั้งสามคนยืนยันว่าตั้งแต่จัดงานเบียร์มา ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ทะเลาะต่อยตีเลยสักครั้ง แม้โดยธรรมชาติของงาน ที่มีเครื่องดื่มมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้คิดไปได้ว่าตีกันแน่ๆ</p>



<p>“ผมลงทุนจ้างการ์ดตัวใหญ่ๆ มาเลยนะ สุดท้ายต้องไปช่วยเสิร์ฟ เพราะไม่มีใครตีกันเลย คนมางานเรามีอารยะมาก (หัวเราะ)” เบนซ์เล่า</p>



<p>นอกจากไม่มีคนต่อยตีกันแล้ว ตรงกันข้าม พวกเขากลับพูดคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างรวดเร็วและออกรส เบนซ์เชื่อว่านี่คือนิสัยที่นักดื่มมีร่วมกัน คือโหยหาวงสนทนาดีๆ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-185964" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-7.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185965" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“คนที่เคยมาจะรู้ว่างานเราไม่ได้เน้นเสียงเพลงมาก เราจัดเต็มเหมือนกัน แต่คนพวกนี้มันชอบมาเจอกันมาคุยกันมากกว่า บางคนเพื่อนชวนมา หรือต่อให้มาคนเดียว ไปยืนอยู่ตรงไหนก็มีคนคุยด้วย” เบนซ์เล่าถึงความช่างคุยของคนเข้าร่วมเทศกาล<br></p>



<p>“ผู้ประกอบการขายเหล้าขายเบียร์ในงานเรา ส่วนใหญ่เป็น Home Brewer เขาอยากจะพรีเซนต์ตัวเอง แม่งเล่าหมดทุกอย่างเลย สตอรี่เป็นยังไง ส่งต่อมาถึงเบียร์ตัวนี้ยังไง ฉะนั้นเวลาไปต่อคิวซื้อเบียร์ คนพวกนี้จะคุยกันหมดเลย พี่ชอบกินอะไร ลองอันนี้ไหมพี่ ทุกคนพร้อมจะแชร์กัน”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185966" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/08-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>จะว่าไปก็แปลก บ่อยครั้งที่เราเห็นความพยายามจัดระเบียบสังคม คล้ายเป็นการขีดเส้นให้เดินตาม ถ้ามาลูกนี้คนยิ่งไม่อยากทำตามใหญ่ หากแต่ในสังคมที่เปิดกว้างและให้เกียรติ คนกลับไม่ค่อยแหกกฎเกณฑ์อะไรนัก<br></p>



<p>เคล็ดลับคืออะไร ทำไมคนไม่มีคนวางมวยกันเลย นี่มันงานเบียร์นะ &#8211; เราถาม<br></p>



<p>“ผมคิดว่ามันเกิดจากการที่เราจัดงานอย่างให้เกียรติ เราแคร์คนที่มางาน เราแคร์ผู้ประกอบการ เราแคร์มากพอจนเขามั่นใจว่าเขาสามารถมาเป็นตัวของตัวเองที่งานของเราได้ ผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยไม่มีใครมาแล้วจะทำตัวไม่ดี เพราะเขาสัมผัสได้ว่าเราให้เกียรติเขา เขาก็ให้เกียรติคนอื่น” ไอซ์ชวนมองอีกมุม<br></p>



<p>“มันเป็นภาพที่น่ารักมาก งานครั้งที่แล้วเราเห็นภาพของพ่อแม่พาลูกมา หรือพาหมาแมวมา”<br></p>



<p>อย่างปฏิเสธไม่ได้ สุราเป็นเหตุให้สติฟั่นเฟือนจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เทศกาล People Festival 2026 ทราบถึงฤทธิ์แอลกอฮอล์ดี จึงดูแลจัดการด้านความปลอดภัยให้เสร็จสรรพ เขาเตรียมรถแดงคอยบริการรับส่ง MRT สิรินธร &#8211; ช่างชุ่ย และมีบริการ U Drink I Drive ให้พร้อม<br></p>



<p>ในรายผู้ประกอบการ ทางทีมงานเตรียมคนมาช่วยยกเหล้าเบียร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม หรือในรายของคนที่ไม่อยากเดินเตร่ชิมเหล้าเบียร์ทั่วช่างชุ่ย เรียกใช้เด็กเดินแอลได้ตลอดเวลา แค่นั่งเฉยๆ รอเบียร์มาเสิร์ฟถึงที่<br><br>“สิ่งที่เปลี่ยนไปในปีนี้คือ งานมันเปิดกว้างกับคนหลายแบบมากขึ้น เรารื้อถอนอาคารหลังใหญ่ไป 2 &#8211; 3 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้คนเดินได้ เรามีหลากหลายโซน ไม่ว่าคุณจะชอบดนตรีโจ๊ะๆ EDM อะคูสติกส์ เราก็มีให้” ไอซ์เล่า</p>



<p>เลียวเสริมว่า</p>



<p>“โซนที่ผมชอบไปที่สุดคือ ตรอกแจ้งเกิด เราให้แบรนด์ใหม่ที่กำลังเพิ่งหัดต้ม ได้มีโอกาสมาตั้งบูทแจกเครื่องดื่มฟรีในงาน ให้เขาเจอกับผู้บริโภคโดยตรง เราไปแล้วเหมือนเป็นหนูทดลองให้เขา (หัวเราะ) แต่เราก็ยินดีเป็นหนูทดลองนะ เพื่อฟีดแบ็กให้เขานำไปปรับปรุง”<br></p>



<p>“คือในปีนี้และปีต่อๆ ไป พื้นที่ 12 ไร่ของช่างชุ่ย จะถูกใช้เป็นห้องแล็บให้เรามาทดลองอะไรหลายๆ อย่างด้วยกัน โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่มีอุดมการณ์อยากเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะในประเทศจริงๆ ของเรา เห็นกันอยู่ว่าเสรีภาพหรือความยุติธรรมมันยังไม่ปรากฏขึ้นแบบ 100 เปอร์เซ็นต์”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185967" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/09-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เสรีภาพมีอยู่จริงที่ People Festival 2026 พวกเขามั่นใจ</p>



<p>มองให้ลึกลงไปกว่าการเป็นงานเบียร์ นี่คือการสร้างระบบนิเวศให้คนในวงการสุราไทย ไม่ว่าจะเป็นคนต้มเบียร์ คนคั่วกาแฟ หรือนักสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถลืมตาอ้าปากและเติบโตได้ และพวกเขาเหล่านั้นมีเป้าหมายเดียวกัน คือฝันถึงวันที่ ‘เหล้าเถื่อน &#8211; เบียร์เถื่อน’ (แบบที่ถูกแปะป้าย) มีที่ทางในสังคมไทย และเป็นเครื่องดื่มที่ทั้งคนดื่มและคนทำภูมิใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เล่าเรื่อง</strong></h2>



<p class="has-text-align-center"><strong>ผมกินเหล้ามามากแล้วในชีวิต กินมามากกว่าลำธารบางสาย ผมเลยเบา ๆ ลงเพื่อรักษาชีวิตไว้ให้ความรัก &#8211; ’รงค์ วงษ์สวรรค์</strong></p>



<p><br>“เบียร์มีมาตั้งแต่เมโสโปเตเมียไหมนะ สังเกตสิ ทุกที่ในโลกมีเบียร์ของตัวเองกันหมดเลย”</p>



<p>ตามธรรมเนียมของวงเหล้า เมื่อสติถูกแอลกอฮอล์ขโมยตัวไป ควรมีใครสักคนขุดเรื่องมาเล่า จากข้อสังเกตของไอซ์ วงดื่มเล็กๆ ของเราถกเถียงกันต่อว่า เหตุใดเครื่องดื่มมึนเมา ไม่เคยห่างกายมนุษยชาติเลย</p>



<p>“เวลาดื่มเราตัดทุกอย่างออกหมด ไม่มีหัวโขน ไม่มีอีโก้ ไม่มีกำแพง เราพูดแต่สิ่งรู้สึกจริงๆ ออกมา มันขึ้นอยู่กับว่าชีวิตคุณตอนนั้นเป็นยังไง คุณอยากสนุก คุณเศร้า หรือคุณอยากมีความสุข” ฤทธิ์เครื่องดื่มมึนเมาในมุมของเลียว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185968" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/10-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“ยังตอบจริงจังอยู่ งั้นต้องไปอีก 2 &#8211; 3 แก้ว (หัวเราะ)” เบนซ์หยอกเอิน</p>



<p>“การมีแอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือดนิดนึง เราจะกล้ามากขึ้น เราจะพูดในสิ่งที่เชื่อมากขึ้น และสำหรับผม มันมีโมเมนต์ดีๆ เกิดในวงเหล้าเยอะมาก ต่อให้เป็นเรื่องไม่ดีเราก็ได้เรียนรู้ ถ้าเราไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ เราอาจไม่ได้เจอเพื่อน ไม่เจอแฟน หรือเจอเมียก็ได้”&nbsp; ครีเอทิฟหนุ่มเสริมในมุมของเขา</p>



<p>“ผมเพิ่งไปอ่านบทความหนึ่ง เขาบอกว่า Steve Jobs ชอบชวนคนไปกินเบียร์เวลาจะนัดสัมภาษณ์พนักงานซีรีส์ A เข้าทีม เขาอยากให้เป็นตัวของตัวเองไม่ใช่ตอบตามแพตเทิร์นเพื่อให้ผ่านสัมภาษณ์ เขาอยากเห็นตัวจริง มึงไหวเปล่าวะ อ๋อ มึงสุดได้ขนาดนี้ กูรับมึงได้แน่นอน มาทำงานด้วยกัน” ฤทธิ์น้ำเมาในมุมของเบนซ์</p>



<p>โดยสรุป ไม่ว่าจะรสชาตินุ่มลื่นคอ หรือต่อให้รสชาติเลวทรามที่สุด ของเหลวให้ฤทธิ์มึนเมา เช่น เหล้า เบียร์ สาโท รัม จิน ไวน์ วิสกี้ วอดก้า&nbsp; บรั่นดี และอีกสารพัดจะเรียก ล้วนถูกมนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือในการหลบหนี ชูกำลัง ละลายพฤติกรรม หรือดึงเนื้อตัวแท้ๆ ออกมาเสมอไม่ว่ายุคสมัยใด</p>



<p>อย่าเพิ่งเข้าใจว่าเรากำลังโน้มน้าวให้คุณดื่มแอลกอฮอล์ เปล่าเลย</p>



<p>ความจริงการกินหล้าไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งไม่ใช่เรื่องน่าอวดโอ้ในสังคมไทย สังคมซึ่งพร่ำสอนให้เชื่อว่าเหล้าเป็นความชั่วร้าย แต่ถ้าหากเอาความจริงมาพูดกัน เหล้าเบียร์มีหลายประเภท คนก็ไม่ต่างกัน นักเขียนคนหนึ่งว่าไว้อย่างนี้</p>



<p>ถิ่นสุราอย่างไทยมีเหล้าและเบียร์ดีๆ ถมเถ หากไม่รู้จะไปหาดื่มจากไหน ยิ่งต้องมา People Festival 2026 เหล้าเบียร์หลากหลายกว่า 400 แบรนด์ ที่เบนซ์ตระเวนชิมมาทั่วประเทศจะถูกนำมารวมอยู่ที่นี่ และที่สำคัญชิมฟรีทั้งงาน</p>



<p>อีกครั้งที่เบียร์ถูกรินลงแก้ว หมดเรื่องเล่าของฝั่งนั้น ถึงคิวฝั่งนี้ต้องเดี่ยวไมค์เล่าเรื่องบ้างแล้ว</p>



<p>คนเรือนหมื่นกำลังมุ่งหน้ามาที่งานเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ งานนี้มีพื้นที่ 12 ไร่ รองรับนักดื่มได้สบาย คอนเซปต์ของงานไม่มีอะไรซับซ้อน อยู่ที่นี่เสียงของประชาชนทุกคนมีความหมาย ผู้คนที่นี่เฝ้าฝันถึงประเทศที่ดีกว่า ประเทศที่กฎหมายอยู่ข้างประชาชน</p>



<p>งานนี้สนับสนุนผู้ประกอบการเหล้าเบียร์รายจิ๋วทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ให้ปล่อยของ สร้างฐานลูกค้า และคุณผู้โปรดปรานการดื่ม มาที่นี่คุณมีสิทธิ์ทุกประการในการดื่มน้ำเมา &#8211; จะมากเท่าลำธารหนึ่งสายก็ยังได้ เพราะถึงแม้เมาแอ๋แล้ว คุณก็ยังกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย</p>



<p>ทั้งหมดนั่นแหละ People Festival 2026 ที่ช่างชุ่ย งานเหล้าเบียร์ที่พิสูจน์แล้วว่าสุราไม่ใช่ความชั่วร้าย ตรงกันข้าม ยิ่งทำให้สังคมรื่นรมย์ขึ้น ถ้าถูกทำอย่างสร้างสรรค์และตั้งใจ อุตสาหกรรมสุราไทยก็สามารถเติบโตและงอกงามได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185969" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/11-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เบียร์ยังเหลือก้นแก้ว เลยขอใช้โอกาสนี้โยนคำถามสุดท้ายไปกลางวง ในประเทศที่ตัวเลือกในการดื่มถูกจำกัด การให้คนเดินเลือกชิมเหล้าเบียร์ฟรีกว่า 1,000 รสชาติ สำคัญยังไง</p>



<p>“ทุกการเลือกย่อมมีผลที่ตามมา แต่ทุกครั้งเราก็อยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุด หรือมีประโยชน์กับเราที่สุด แม้สุดท้ายผลลัพธ์มันดีหรือไม่ดี ไม่มีใครรู้ แต่อย่างน้อยเราต้องมีสิทธิ์เลือก” บุรุษแห่งช่างชุ่ยตอบ</p>



<p>“มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสติสัมปชัญญะ สุดท้ายเขาจะเลือกเองว่าอะไรดีหรือไม่ดี การชิมคือการเปิดกว้างให้เขาได้เลือก ผมมองว่าการมีตัวเลือกที่หลากหลายมันคือการให้เกียรติกันในฐานะมนุษย์” หนุ่มรุ่มรวยไอเดียเสริม</p>



<p>สลายตัวออกจากวงเหล้าไปพร้อมกับมุมมองสุดคมคายของเบนซ์</p>



<p>“เราควรมีสิทธิ์เลือก สิ่งนี้สำคัญเหี้ยๆ มันคือเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ ถ้าเลือกไม่ได้ เราก็เหมือนสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในคอก เขาโยนอะไรให้ก็ต้องกิน ไม่ต่างอะไรกับวัวกับควายที่เขาเลี้ยงไว้เพื่อใช้แรงงาน” เขาตอบทันที คล้ายมันกรุ่นในใจอยู่แล้ว</p>



<p>ไม่ใช่แค่เหล้าเบียร์ที่เราควรมีสิทธิ์เลือกเอง เขาหมายถึงทุกเรื่องในชีวิตของเรา</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-festival/">จิบน้ำเปลี่ยนนิสัย ถ่มถ้อยสนทนาถึง People Festival 2026 เมื่อ &#8216;ฤดูเมรัย&#8217; ผลิบานกลางดงเสรีชน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คราฟต์หนังสือสวนกระแสโลกแมสๆ กับสวนเงินมีมา ร้านหนังสืออิสระ ณ เฟื่องนคร ถิ่นนักเลงหนังสือ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/suan-nguen-mee-ma/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Feb 2026 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[(b) ad people]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านสวนเงินมีมา]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[people]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านหนังสืออิสระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185812</guid>

					<description><![CDATA[<p>การมีคำว่าอิสระต่อท้าย ทำให้ร้านหนังสือประเภทนี้แตกต่างจากร้านหนังสือทั่วไปขนาดนั้นไหม มองเผินๆ อาจจะไม่ ก็ขายหนังสือเหมือนกัน มีโซนคาเฟเหมือนกัน งานเสวนาหนังสือต่างก็จัดอยู่ออกจะบ่อย&#160; เช่นนั้นแล้ว เสน่ห์ของร้านหนังสืออิสระคืออะไร &#8211; คำถามนี้ผุดขึ้นระหว่างเราเดินทางมาที่ย่านพระนคร  มาคิดดูให้ดี ร้านหนังสืออิสระมีเสน่ห์ดึงดูดใจหลายข้อ ข้อแรก ฝีมือพรีเซนต์หนังสือของพนักงานเข้าขั้นฉกาจ หาใช่แค่จัดเรียงเติมสต๊อก ข้อสอง ตั้งอยู่ในชุมชน บ่อยครั้งถูกเรียกว่าร้านลับ หาใช่อยู่ในห้างร้านใหญ่โต ข้อสาม บรรยากาศในร้านมีเอกลักษณ์ของตัวเอง หาใช่จัดเป็นแพตเทิร์นเหมือนกันทุกสาขา ข้อสี่ มีสาขาเดียว ข้อห้า &#8230; “ตอนนี้สังคมต้องการความหลากหลาย เราจะกินราดหน้ารสชาติเดียวทั้งประเทศ มันก็ยังไงอยู่ใช่ไหม” เจ้าของประโยคเมื่อครู่ เกียว &#8211; นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ เธอเป็นอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเป็นหนึ่งในทีมงานของร้านสวนเงินมีมา ร้านหนังสืออิสระในย่านเฟื่องนคร เธอหมายความว่าหนังสือประเภทที่เชนส์ร้านหนังสือไม่มี แต่สามารถหาได้ที่ร้านหนังสืออิสระ นั่นล่ะข้อห้า บทสนทนาครั้งนี้เกิดขึ้นในวันท้ายๆ ของเทศกาลย่านหนังสือพระนคร BKK BOOK District นี่เป็นงานที่มีคนสนใจมากไม่แพ้งานสัปดาห์หนังสือ เราเห็นคนหลายช่วงวัยเดินเลือกซื้อหนังสือในย่านพระนคร ในรายคนชอบดูตึก แชะภาพเมืองเก่าเก็บไว้สนุกมือ ในมุมของเรา (ที่มาย่านนี้ไม่บ่อย) นักอ่านปริมาณมากเท่านี้นับว่าน่ายินดีมากแล้ว ในมุมของเขา (ร้านหนังสืออิสระ) นักอ่านมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/suan-nguen-mee-ma/">คราฟต์หนังสือสวนกระแสโลกแมสๆ กับสวนเงินมีมา ร้านหนังสืออิสระ ณ เฟื่องนคร ถิ่นนักเลงหนังสือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>การมีคำว่าอิสระต่อท้าย ทำให้ร้านหนังสือประเภทนี้แตกต่างจากร้านหนังสือทั่วไปขนาดนั้นไหม มองเผินๆ อาจจะไม่ ก็ขายหนังสือเหมือนกัน มีโซนคาเฟเหมือนกัน งานเสวนาหนังสือต่างก็จัดอยู่ออกจะบ่อย&nbsp;</p>



<p>เช่นนั้นแล้ว เสน่ห์ของร้านหนังสืออิสระคืออะไร &#8211; คำถามนี้ผุดขึ้นระหว่างเราเดินทางมาที่ย่านพระนคร </p>



<p>มาคิดดูให้ดี ร้านหนังสืออิสระมีเสน่ห์ดึงดูดใจหลายข้อ</p>



<p>ข้อแรก ฝีมือพรีเซนต์หนังสือของพนักงานเข้าขั้นฉกาจ หาใช่แค่จัดเรียงเติมสต๊อก</p>



<p>ข้อสอง ตั้งอยู่ในชุมชน บ่อยครั้งถูกเรียกว่าร้านลับ หาใช่อยู่ในห้างร้านใหญ่โต</p>



<p>ข้อสาม บรรยากาศในร้านมีเอกลักษณ์ของตัวเอง หาใช่จัดเป็นแพตเทิร์นเหมือนกันทุกสาขา</p>



<p>ข้อสี่ มีสาขาเดียว</p>



<p>ข้อห้า &#8230;</p>



<p>“ตอนนี้สังคมต้องการความหลากหลาย เราจะกินราดหน้ารสชาติเดียวทั้งประเทศ มันก็ยังไงอยู่ใช่ไหม”</p>



<p>เจ้าของประโยคเมื่อครู่ <strong>เกียว &#8211; นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ</strong> เธอเป็นอดีตนักข่าวที่ผันตัวมาเป็นหนึ่งในทีมงานของร้านสวนเงินมีมา ร้านหนังสืออิสระในย่านเฟื่องนคร  เธอหมายความว่าหนังสือประเภทที่เชนส์ร้านหนังสือไม่มี แต่สามารถหาได้ที่ร้านหนังสืออิสระ </p>



<p>นั่นล่ะข้อห้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185820" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>บทสนทนาครั้งนี้เกิดขึ้นในวันท้ายๆ ของเทศกาลย่านหนังสือพระนคร BKK BOOK District นี่เป็นงานที่มีคนสนใจมากไม่แพ้งานสัปดาห์หนังสือ เราเห็นคนหลายช่วงวัยเดินเลือกซื้อหนังสือในย่านพระนคร ในรายคนชอบดูตึก แชะภาพเมืองเก่าเก็บไว้สนุกมือ</p>



<p>ในมุมของเรา (ที่มาย่านนี้ไม่บ่อย) นักอ่านปริมาณมากเท่านี้นับว่าน่ายินดีมากแล้ว</p>



<p>ในมุมของเขา (ร้านหนังสืออิสระ) นักอ่านมาก ยอดขายพุ่งพรวด น่ายินดีและใจฟูไม่ต่างกัน แต่โดยความหลังของย่านพระนคร หลายปีมานี้ ร้านหนังสือประสบปัญหาหลายอย่าง ทั้งยอดคนและยอดขาย</p>



<p>“หลังโควิด ถนนเส้นนี้เงียบเหงาลง มันเหมือนจะดีนะ มีรถไฟฟ้าแล้ว แต่เรารู้สึกเหนื่อยกว่าเดิม ทำยังไงก็ไม่กระเตื้องขึ้นเลย”</p>



<p><strong>มิ &#8211; วรนุช ชูเรืองสุข</strong> บรรณาธิการสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา ผู้เฝ้าดูการขึ้นและลงของย่านพระนครมา 20 กว่าปี อยู่มาตั้งแต่ยังไม่มีรถไฟฟ้ามาถึง ครั้นมาถึงแล้วแต่คนกลับไม่มาตาม&nbsp;</p>



<p>ระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษบ่งบอกอะไรบ้างในบ้านเมืองที่ร้านหนังสือ (รายใหญ่) ทำโปรโมชันขายหนังสือได้ในราคาถูกกว่า ทำเลดีกว่า และคนมองเห็นมากกว่า</p>



<p>หนึ่ง มันบ่งบอกว่าหากทำร้านหนังสืออิสระอย่างตั้งใจและไม่ยอมแพ้ การประคับประคองให้ร้านอยู่รอดในเชิงธุรกิจมันเป็นไปได้</p>



<p>สอง มันบ่งบอกถึงความตั้งใจและความเชื่อมั่นลึกๆ ของคนทำที่มีต่อร้านหนังสืออิสระ การคัดเลือกหนังสือที่ดีวางไว้บนชั้นรอวันนักอ่านเดินมาเจอ แม้หนังสือเล่มนั้นจะอับแสง ไม่ค่อยมีคนพูดถึง แต่คนทำเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าหนังสือที่เลือกมาจะเปลี่ยนชีวิตผู้ที่ได้อ่านมัน หรืออย่างน้อยที่สุด อ่านแล้วได้รู้จักตัวเองมากขึ้น</p>



<p>หญิงแกร่งทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงหน้าเราแล้ว ต่อจากนี้คือบทสนทนาว่าด้วยการบริหารร้านหนังสืออิสระ ปมปัญหา วิธีแก้ไข เทคนิคดึงดูดนักอ่านให้มาที่ร้าน และวิธีคัดเลือกหนังสือ หวังว่าเมื่ออ่านจบ คำตอบของคำถามที่เราทิ้งไว้ตอนต้นคงกระจ่างขึ้น &#8211; เสน่ห์ของร้านหนังสืออิสระคืออะไร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185821" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>&nbsp;เดิน = อ่าน</strong></h2>



<p>เคยคิดไหมว่าการเดินกับการอ่านคล้ายกันตรงไหน&nbsp;</p>



<p>อย่างที่ทราบ เทศกาลย่านหนังสือมีกิจกรรมเดินทัวร์ร้านหนังสืออิสระในย่านพระนคร 16 ร้าน นี่เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดมาจากสิ่งที่มิและเกียวเคยทำ ก่อนหน้าจะมีย่านหนังสือ ทั้งสองจัดกิจกรรมเดินทัวร์ร้านหนังสือ 9 ร้าน ด้วยมีความเชื่อลึกๆ ว่าการเดินทำให้เราสัมผัสและซึมซับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอย&nbsp;</p>



<p>เกียว : หลังยุคโควิดเป็นต้นมา อยู่ดีๆ หนังสือก็กลายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย กำลังซื้อหดลงไปเยอะ เราเลยเริ่มทำออนไลน์ ทั้งจัดบุ๊กคลับ งานทอล์ก รูททัวร์ก็จัด</p>



<p>เผอิญว่ารูททัวร์ย่านหนังสือที่เราจัดถูกมองเห็น เราเลยเขียนโปรเจกต์นี้ส่งโครงการย่านสร้างสรรค์ของ กทม. ตอนนั้นเราคิดกันว่าการทำย่านสร้างสรรค์ ไม่ใช่แค่คนจัดงานได้ ผู้ประกอบการร้านหนังสือต้องรอดไปด้วยกัน</p>



<p>เกียวเขียนโปรเจกต์นี้ส่งไปให้ กทม. โดยระบุว่าจะจัดทำรูททัวร์สำรวจร้านหนังสือในย่านพระนคร ทั้งหมด 9 ร้าน โดยจะมอบคูปอง 200 บาทให้กับผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน เพื่อนำไปซื้อหนังสือในย่าน<br>คงมีไม่มาก นักอ่านที่มีโอกาสได้ไปเดินรูททัวร์กับมิและเกียวในครั้งนั้น เราเลยถามแทนให้ว่าเดินทัวร์ร้านหนังสือและสำรวจย่าน ได้ประสบการณ์แบบไหน ร้อน เหนื่อย สนุก?</p>



<p>เกียว : อยากให้ลองมาเดินทัวร์ร้านหนังสือดูสักครั้งนะคะ เราจะเห็นสีหน้าแววตาและความตื่นเต้นของเจ้าของร้านหนังสือ เขาพรีเซนต์ร้านตัวเองยังไง เขามีวิธีขายหนังสือแบบไหน และร้านเหล่านี้มีหนังสือเล่มที่คุณหาไม่ได้แล้วในร้านใหญ่ๆ</p>



<p>การมาเดินในย่านพระนคร เราจะได้เห็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์ พระนครเป็นย่านที่สุมหัวสุมทุมของโรงพิมพ์เก่า เพราะสมัยก่อน ทุกอย่างต้องพิมพ์ออกมาเป็นเอกสารหมด นั่นทำให้มี 3 &#8211; 4 กระทรวงใหญ่ๆ อยู่แถวนี้ ไม่ว่าจะเป็นมหาดไทย กลาโหม กระทรวงพาณิชย์ พระนครมันคือแหล่งของการผลิตศิลปวิทยาในสมัย 100 ปีที่ผ่านมา<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185822" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-768x767.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-600x599.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-5.jpg 1081w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ใช่ว่าดื่มด่ำความงามของเมืองอย่างเดียว เกียวเล่าว่าการลงมาเดินบนถนนทำให้เห็นเลยว่าทางเท้าและสัญญาณไฟจราจรในย่านพระนคร ไม่ค่อยน่ารักกับคนใช้ถนนเลย&nbsp;</p>



<p>เกียว : เดินๆ ไป เราจะรู้สึกว่าทำไมทางเท้าห่วย หรือทำไมไฟแดงต้องเร่งให้เราเดินขนาดนั้น คนแก่ที่เขาเดินสามขาเราไม่รอเขาหรือไงนะ สมมติว่าเขาแข้งขาไม่ดีแล้วต้องหิ้วของจ่ายตลาดมา เขาต้องเดินด้วยความเร็วแค่ไหน</p>



<p>มิ : ส่วนตัวยังมีความหวังลึกๆ นะ พอมีคนหน้าใหม่เข้ามาเยอะขึ้น หรือตอนที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้ามาเดินดูด้วยตัวเอง เขาก็คงจะทำให้เมืองมันเข้าถึงง่ายกว่านี้ ตอนนี้เขาอาจจะเอาแค่สีมาป้ายเป็นหย่อมๆ ว่าทางเดินปลอดภัย แต่เดี๋ยวสักพักเราว่าเดี๋ยวเขาก็ต้องปรับ</p>



<p>ไม่แน่ใจคนอื่นเป็นเหมือนกันไหม วันทำงานที่เราต้องเดินไปทำงานบนฟุตพาทเดิมและใช้ถนนเส้นเดิมทุกวัน สิ่งที่รู้สึกอยู่ลึกๆ คือทำไมชีวิตมันวนซ้ำเป็นลูปแบบนี้นะ เกียวบอกว่าอย่าเอาแต่เดิน ลองมีปฏิสัมพันธ์กับคนดูบ้าง</p>



<p>เกียว : การเดินเป็นการสร้างความสัมพันธ์ของมนุษย์ ตอนเดินเราเห็นเลยว่าชุมชน บ้าน หรือย่าน มันเป็นมายังไง และการที่คนยุคนี้หันมาเดินหรือวิ่งกันมากขึ้น เพราะมันใช้แค่ร่างกายของเราเอง ไม่ต้องใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปเดินคุณร้อนจริง คุณเห็นจริง คุณฟังจริง คุณสัมผัส สบตา มีรีแอกชันกันตรงๆ ไม่ใช่แสดงผ่านสติกเกอร์</p>



<p>การไปซื้อหนังสือที่ร้านต่างจากซื้อผ่านออนไลน์ตรงที่คนไปซื้อหนังสือเขาได้จ่ายเงินจริง ได้จับหนังสือจริง มันมีหนังสืออีกมหาศาลที่ไม่อยู่ในออนไลน์ ออนไลน์คือเขาเลือกมาให้เราแค่นั้น แต่หนังสือเหล่านี้มันไม่ถูกทำการตลาด เราต้องเดินไปหาถึงเจอ</p>



<p>เห็นด้วยไหมว่าหากเรามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ชีวิตถึงเป็นชีวิต<br></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขายหนังสือ สร้างกิจกรรม ทำบรรยากาศให้นิ่งคิด</strong></h2>



<p>ยอมรับแต่โดยดีไหม หากเราบอกว่าทุกวันนี้ใครๆ ก็ซื้อหนังสือทางออนไลน์กันแล้ว ก็แค่เลือกหนังสือที่อยากได้ จ่ายเงิน และรอ ขั้นตอนมีเท่านี้ กลับกันหากตั้งใจไปซื้อหนังสือที่ร้าน เราต้องอาบน้ำแต่งตัว เดินทาง สารพัดขั้นตอนกว่าจะถึงร้านหนังสือ</p>



<p>มองแบบหยาบๆ ซื้อทางออนไลน์สะดวกกว่าเยอะ กับข้อสรุปนี้ เกียวชวนมองต่างมุม เธอว่าการได้มาซื้อหนังสือที่ร้านให้อะไรมากกว่าที่คิด</p>



<p>เกียว : ตอนนี้ คนโหยหาคอมมิวนิตีทางกายภาพ บุ๊กคลับทำให้คนได้มาเจอกัน กล้าแสดงความคิด รับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่โลกออนไลน์เราเขียนอะไรก็ได้ แต่มีสักกี่คนที่กล้าพูดในสิ่งที่คิดจริงๆ แต่พอมาเจอกัน คุณสามารถแสดงสิ่งจริงแท้ได้เต็มที่</p>



<p>สมมติมาแลกเปลี่ยนกันที่งานบุ๊กทอล์ก หนังสือ 1 เล่ม เราอ่านแล้วอาจจะคิดกันคนละแบบก็ได้ เพราะเราโตมาต่างกัน วงโคจรของเราไม่เหมือนกัน หนังสือเล่มนั้นอาจจะรับใช้ปรัชญาความเชื่อของอีกคนหนึ่งมากกว่าก็ได้ ฉะนั้นการมีคอมมิวนิตีทางกายภาพ มันทำให้คนรู้สึกว่าได้สานสัมพันธ์กัน เจอคนเผ่าเดียวกัน มีจุดร่วมเหมือนกัน มีความทุกข์ในเรื่องคล้ายๆ กัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-185823" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ไม่แน่ใจ ความรู้สึกนี้เรียกว่าทุกข์ได้ไหม บ่อยครั้งเราคล้อยตามรีวิวหนังสือในโลกออนไลน์ของนักอ่านทรงอิทธิพล (BookTok) แล้วลงเอยด้วยความผิดหวัง เราเชียร์ให้ซื้อหนังสือที่ตัวเองอยากอ่าน อย่างน้อยที่สุดเราเลือกเอง</p>



<p>มองลึกลงไปกว่านั้น รีวิวมหาศาลในออนไลน์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายของสำนักพิมพ์ หรือร้านหนังสือเจ้าใหญ่ ซึ่งมีเงินถุงสำหรับซื้อโฆษณา ไม่ว่าซื้อด้วยเงินหรือให้เป็นหนังสือก็ตาม</p>



<p>การเสกหนังสือสักเล่มให้แมสในออนไลน์ กลยุทธ์แบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับร้านหนังสืออิสระ กระนั้นก็เถอะ หนังสือในร้านสวนเงินมีมาเคยแมสในออนไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง มิและเกียวบอกว่ามีคนตามมาจากรีวิวในออนไลน์ ขายดีชนิดต้องพิมพ์แล้วพิมพ์อีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185824" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-6.jpg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า ‘รูมี กวีลำนำรัก’ คัดสรรและเรียบเรียงโดย สดใส ขันติวรพงศ์</p>



<p>มิ : เราไม่คิดว่าเด็กจะอ่าน เพราะมันเป็นงานลึก แต่โซเชียลมีเดียทำให้ไปถึงพวกเขาได้ สิ่งที่เรารับรู้มาก็คือ เด็กรุ่นใหม่เขาตีความรูมีด้วยวิธีคิดแบบของเขา เช่นว่าบางคนอ่านรูมีด้วยมุมมองของความรักและความสัมพันธ์</p>



<p>เกียว : สิ่งสำคัญคือถ้าเขารู้สึกหลงรักหนังสือเล่มนี้แล้ว หนังสือเล่มนี้ก็จะอยู่ในชีวิตเขาไปตลอด ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เหมือนที่หนังสือของ คาลิล ยิบราน อยู่กับเราตั้งแต่เด็กจนเราโต</p>



<p>ภายในร้านสวนเงินมีมา มีหนังสือวางเบียดซ้อนกันทั่วร้าน มีหนังสือหลากหลายหมวด ทั้งหนังสือสายศาสนธรรม จิตวิญญาณ การเมืองการปกครอง วรรณกรรม มิกับเกียวนิยามหนังสือเหล่านั้นว่าเป็นเหมือนเพื่อนหรือคู่มือให้นักอ่าน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ต่อตนเอง และความเป็นไปของสังคม&nbsp;</p>



<p>การตระหนักรู้หรือเข้าใจตัวเอง เราถาม</p>



<p>เกียว : ถ้าไม่เข้าใจตัวเอง เราจะอยู่แบบมึนๆ แล้วก็จะทุกข์ร้อนกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิต ไม่ว่าจะเกิดแก่เจ็บตาย การเปรียบเทียบ การโบยตีตัวเอง การอยากเป็นคนอื่น ไม่เคารพตัวเองมากพอ ไม่รู้จะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหน</p>



<p>เกียว : มีอยู่ยุคหนึ่ง มิเขาทำหนังสือภาวนาออกมาเยอะมาก จนเรางงว่าทำไมจะต้องมาสนใจเรื่องภาวนา ฟังดูเป็นศาสนามาก แต่พอเราอ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องศาสนาเลย มันเป็นหนังสือที่ทำให้เรามีเวลาในการใคร่ครวญ ตอนนี้ความคิดฉันกำลังอยู่ตรงไหน ถ้าเรารู้ทันตรงนี้มันจะช่วยได้มากเลย</p>



<p>มิ: ทุกวันนี้มันเร็วเสียจนรู้สึกต้องตามคนอื่นเขาไปตลอด บางคนอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองรู้สึกยังไง</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>บทถัดไป</strong></h2>



<p>ด้วยพลังของโซเชียลมีเดีย มิและเกียวเห็นตรงกันว่านั่นเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่มีนักอ่านหน้าใหม่มากมายแวะเวียนเข้ามาเลือกซื้อหนังสือที่ร้าน ยิ่งช่วงจัดงานเทศกาลย่านหนังสือ BKK BOOK District ยิ่งคึกคัก</p>



<p>หากหมดกระแส ร้านหนังสือย่านพระนครจะกลับสู่วังวนเดิมหรือไม่ &#8211; คือคำถามที่เราสงสัย</p>



<p>เราหมายถึงวังวนแห่งการซบเซา วังวนแห่งการรอคอยลูกค้า วังวนแห่งการคิดคำนวณต้นทุนกำไร ไม่ใช่แค่เรา แต่มิและเกียวก็เกิดคำถามเหล่านี้เช่นเดียวกัน เราเลยถามทั้งสองคนว่าจบงานแล้วจะเป็นยังไงต่อไป</p>



<p>มิ : มันจะเป็นภาพจำของคนรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่เคยมาย่านนี้ไปสักพักใหญ่ๆ เลย รูททัวร์ทำให้เขาได้ไปเจอร้านหนังสืออิสระ ทุกคนไปแล้วก็จำได้ มีหนังสือแนวนี้ด้วยเหรอ หนังสือนิยายเป็นปกแข็งทั้งหมดเลยเหรอ&nbsp;</p>



<p>เกียว : หวังว่าจะสร้างการจดจำแบบนั้น นั่นคือความตั้งใจของคนทำ BKK BOOK District เพียงแต่ว่าในระยะยาว ความอยู่รอดของร้านหนังสือมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ลูกค้าจะมีมาต่อเนื่องไหม แล้วเราจะสนับสนุนกันต่อไปอย่างไร&nbsp;</p>



<p>มิและเกียวอัปเดตให้ฟังว่าตอนนี้มีหลายวงสนทนา ที่คุยกันถึงนโยบายสำหรับสนับสนุนร้านหนังสืออิสระ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็นที่ถกกันออกรส หนึ่ง ค่าเช่าที่ สอง ต้นทุนหนังสือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185825" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เกียว : เราจัดวงพูดคุยกันที่สวนรมณียนาถ มีการเสนอว่าสำนักทรัพย์งานพระคลังข้างที่ในย่านเมืองเก่า กทม. สามารถไปเจรจา เพื่อให้เช่าพื้นที่ในราคาถูกได้ไหม แล้วเปิดให้เข้าไปขายหนังสือ ปลอดค่าเช่าสัก 2 &#8211; 3 ปี เพื่อให้ตั้งตัวได้</p>



<p>หรืออีกเรื่องคือมีงบประมาณจัดซื้อที่แน่นอน สมมติพิมพ์มา 2,000 เล่ม ถ้ามั่นใจว่ามีหน่วยงานรับซื้อไปแล้วครึ่งหนึ่ง ระบบนิเวศของหนังสือจะคล่องตัวขึ้นทันที และเราก็ไม่ต้องเสียโอกาสในการอ่านต้นฉบับดีๆ เพียงเพราะกลัวขายไม่หมด</p>



<p>มิ : ไม่ว่าใครก็อยากทำหนังสือดีๆ</p>



<p>เกียว : มิเขาเป็นบรรณาธิการ เขามีต้นฉบับดีๆ ที่อยากนำสู่สังคมไทยเยอะแยะ แต่ไม่สามารถทำได้ทุกเล่ม เพราะต้องคิดว่าจะขายได้เท่าไหร่ เพียงพอค่าพิมพ์แล้วหรือยัง วิธีคิดแบบนี้มันทำให้เราเสียโอกาสอ่านหนังสือดีๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185826" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/07-4.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แดดคล้ายจะลดดีกรีลงแล้ว ตลอดการพูดคุย มีนักอ่านแวะเวียนมาดูหนังสือที่ร้านสวนเงินมีมาไม่ขาดสาย ประเมินแล้วย่านหนังสือทำให้ย่านพระนครคึกคักเกินความคาดหมาย เราถามมิและเกียวทิ้งท้ายว่า</p>



<p>หากวันหนึ่งย่านพระนครเฟื่องฟูมากๆ กลายเป็นย่านหนังสือที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ร้านหนังสือรายใหญ่ตัดสินใจมาเปิดแถวนี้ ในมุมผู้ประกอบการร้านหนังสืออิสระ จะรับมือกับสัจธรรมข้อนี้ยังไง</p>



<p><strong></strong>เกียว : เค้าไม่น่ามาเปิดนะ</p>



<p>มิ : เชนร้านหนังสือใหญ่ไม่น่ามีคนขายแบบเรา (หัวเราะ)</p>



<p>เกียว : แบบเราเป็นแบบไหนต้องลองมาเจอเองนะคะ</p>



<p>มิ : แต่ละร้านจะมีนักป้ายยาหนังสือของตัวเองที่ทุกคนจำได้</p>



<p>เกียว : การคัดเลือกหนังสือเข้าร้านก็ไม่เหมือนกัน เราจะไม่มีหนังสือแบบที่เขามี เขาก็จะไม่มีหนังสือแบบที่เรามี ตอนนี้สังคมต้องการความหลากหลาย เราจะกินราดหน้ารสชาติเดียวทั้งประเทศ มันก็ยังไงอยู่ใช่ไหม</p>



<p>ถึงจุดหนึ่ง คนจะอิ่มตัวกับความแมส แล้วจะแสวงหาความคราฟต์ เราเป็นคนทำงานคราฟต์ เพียงแต่เราจะปรุงตัวเองยังไงให้แตกต่างและอยู่รอดให้ได้นานที่สุด</p>



<p>เราเห็นด้วยชนิดตบเข่าฉาด หนังสือแมส หนังแมส เพลงแมส ฯลฯ มีไว้ก็ดี แต่เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากชิมราดหน้ารสชาติแบบอื่นดูบ้าง </p>



<p>และร้านสวนเงินมีมาเตรียมไว้ให้เราลองชิมเพียบ ร้านตั้งอยู่ที่ย่านเฟื่องนคร (ตรงข้ามวัดราชบพิธ) อย่าลืมแวะไปกันนะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/suan-nguen-mee-ma/">คราฟต์หนังสือสวนกระแสโลกแมสๆ กับสวนเงินมีมา ร้านหนังสืออิสระ ณ เฟื่องนคร ถิ่นนักเลงหนังสือ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สูตรปั้นย่านหนังสือให้โดนใจนักอ่านของแป๋ม ปิยะพร &#8211; โจ ดลพร สองมดงานแห่ง BKK Book District</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bkk-book-district/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 23:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[#peoplepower]]></category>
		<category><![CDATA[BKKBookDistrict]]></category>
		<category><![CDATA[เทศกาลย่านหนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ย่านพระนคร]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[CEA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=185691</guid>

					<description><![CDATA[<p>สองสิ่งในชีวิตที่ทำมากๆ แล้วจะเป็นคนมากประสบการณ์ หนึ่งคือออกเดินทาง สองคืออ่านหนังสือ ถ้ายึดตามสองข้อนี้ เทศกาลย่านหนังสือที่พระนครถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม Bangkok Book District Fest 2026 คือเทศกาลย่านหนังสือครั้งแรกของไทย กินขอบฟ้าตั้งแต่ย่านผ่านฟ้า วังบูรพา เฟื่องนคร นาครเขษม เสาชิงช้า ท่าเตียน และนางเลิ้ง เรียกรวมได้สั้นๆ ว่าย่านพระนคร ราวๆ ต้นเดือนมกราคม คอมมูนิตี้นักอ่านในโลกออนไลน์ช่วยกันแชร์ BKK Book District เพจน้องใหม่ ไม่มีเนื้อหา แต่พอเดาได้ว่าน่าจะเกี่ยวกับหนังสือ ตอนหลังพอมีการเปิดเผยไลน์อัปออกมา คนยิ่งแชร์กันใหญ่ ทำนองว่าเรากำลังจะมีเทศกาลย่านหนังสือกันแล้ว “หลังจากเปิดเพจและปล่อยตัว key visual ไปคนก็สนใจและช่วยกันแชร์เยอะมากๆ”&#160; คุณแป๋ม &#8211; ปิยะพร สวัสดิ์สิงห์ จาก CEA (สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์) บอกกับเราด้วยแววตาลุกวาว เธอคือหนึ่งในทีมงานเบื้องหลัง BKK Book District ขนาบข้างยังมีทีมงานเบื้องหลังอีกคน คุณโจ &#8211; ดลพร ชนะชัย จาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bkk-book-district/">สูตรปั้นย่านหนังสือให้โดนใจนักอ่านของแป๋ม ปิยะพร &#8211; โจ ดลพร สองมดงานแห่ง BKK Book District</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>สองสิ่งในชีวิตที่ทำมากๆ แล้วจะเป็นคนมากประสบการณ์</p>



<p>หนึ่งคือออกเดินทาง สองคืออ่านหนังสือ</p>



<p>ถ้ายึดตามสองข้อนี้ เทศกาลย่านหนังสือที่พระนครถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม</p>



<p><strong><a href="https://www.facebook.com/bkk.bookdistrict">Bangkok Book District Fest 2026</a></strong> คือเทศกาลย่านหนังสือครั้งแรกของไทย กินขอบฟ้าตั้งแต่ย่านผ่านฟ้า วังบูรพา เฟื่องนคร นาครเขษม เสาชิงช้า ท่าเตียน และนางเลิ้ง เรียกรวมได้สั้นๆ ว่าย่านพระนคร</p>



<p>ราวๆ ต้นเดือนมกราคม คอมมูนิตี้นักอ่านในโลกออนไลน์ช่วยกันแชร์ BKK Book District เพจน้องใหม่ ไม่มีเนื้อหา แต่พอเดาได้ว่าน่าจะเกี่ยวกับหนังสือ ตอนหลังพอมีการเปิดเผยไลน์อัปออกมา คนยิ่งแชร์กันใหญ่ ทำนองว่าเรากำลังจะมีเทศกาลย่านหนังสือกันแล้ว</p>



<p>“หลังจากเปิดเพจและปล่อยตัว key visual ไปคนก็สนใจและช่วยกันแชร์เยอะมากๆ”&nbsp;</p>



<p>คุณ<strong>แป๋ม &#8211; ปิยะพร สวัสดิ์สิงห์</strong> จาก CEA (สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์) บอกกับเราด้วยแววตาลุกวาว เธอคือหนึ่งในทีมงานเบื้องหลัง BKK Book District ขนาบข้างยังมีทีมงานเบื้องหลังอีกคน คุณ<strong>โจ &#8211; ดลพร ชนะชัย</strong> จาก Cloud-floor</p>



<p>ด้วยความที่ความสนใจต่อเทศกาลนี้มันเกิดขึ้นอย่างออร์แกนิคมาก เราจึงถือโอกาสไปนั่งคุยกับทั้งสองคนที่ร้านสวนเงินมีมา (ตรงข้ามวัดราชบพิธฯ) เพื่อถามถึงที่มาที่ไปว่ากว่าจะมาเป็นย่านหนังสือได้นั้นเตรียมงานกันหนักขนาดไหน แล้วในอนาคตจะมีที่ไหนให้เราตามไปอ่านกันได้อีกบ้าง</p>



<p>พร้อมแล้วก็พลิก เอ้ย! เลื่อนอ่านบรรทัดถัดๆ ไปได้เลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185692" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ปลุกย่านหนังสือต้องใช้ (คนรัก) หนังสือ</strong></h2>



<p>Bangkok Book District Fest 2026 ทีมงานใช้เวลาคิดและเตรียมงานกันอยู่ 3 เดือน ถ้าอธิบายแบบเข้าใจง่ายคล้ายเล่าให้เพื่อนฟัง เทศกาลย่านหนังสือเป็นโปรเจกต์ที่หยิบวัฒนธรรมการอ่านหนังสือมากระตุ้นพื้นที่เมือง คุณเอ้ย พอคอนเซปต์มาแบบนี้ จะมีที่ไหนเหมาะแก่การเป็นเทศกาลย่านหนังสือครั้งแรกได้อีกถ้าไม่ใช่ย่านพระนคร แต่ไหนแต่ไรก็ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมโรงพิมพ์ ร้านหนังสือ และนักคิดนักเขียนฝีมือฉกาจ ทั้งขั้นตอนการคิดและลงมือทำจริงบอกเลยไม่หมู</p>



<p><strong>งานของ CEA ก็พัฒนาพื้นที่อยู่แล้วใช่ไหม เล่าให้ฟังหน่อยว่าโปรเจกต์ย่านหนังสือเริ่มมาได้ยังไง&nbsp;</strong></p>



<p>แป๋ม : จุดเริ่มต้นมาจากคุณ<strong>อุ้ย &#8211; ธีรภัทร เจริญสุข</strong> ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านหนังสือ (ตำแหน่งในตอนนั้น) ภายใต้คณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ (THACCA) เขาเป็นคนริเริ่มว่าน่าจะลองทำนี้ขึ้นมา และเพิ่งมารู้ทีหลังว่าคุณอุ้ย กับ คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ (รองผู้ว่าฯ กทม.) มีไอเดียนี้มานานแล้ว</p>



<p>พอคิดจะทำก็ต้องมาหาหน่วยงานที่จะมารับผิดชอบผลักดัน และเขาเห็นว่า CEA ทำเรื่องย่านอยู่แล้ว เลยเลือก CEA ให้มารับผิดชอบโปรเจกต์นี้ เราเตรียมตัวทำโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ตุลาคม จริงๆ ไม่ได้นานเลยนะคะกว่าที่จะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ประมาณ 3 เดือน</p>



<p><strong>เปิดเพจวันแรกก็ไวรัลทันที ในมุมคนทำงานรู้สึกยังไง</strong></p>



<p>แป๋ม : วันนั้นเราตกใจนะ ตรงที่เราแค่ปล่อยตัว key Visual ของเทศกาล คนถล่มมาก พอผ่านไป 1 สัปดาห์ คนกดไลค์ห้าพัน เราตกใจมากว่ามันมาจากไหน แรงกระเพื่อมมันไปไวเหมือนกัน แต่เราคิดว่าที่คนสนใจมาก ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากคนในวงการหนังสือเองเขาให้ความสนใจและบอกต่อๆ กัน และก็น่าจะมาจากดีไซน์ของตัว key Visual ด้วย อันนี้ต้องให้เครดิตทีม Studio Dialogue ที่ตั้งใจทำการบ้านอย่างดีมากก่อนที่จะออกแบบกันออกมาค่ะ</p>



<p>โจ : เราอยู่ในกลุ่มการอ่านหลายๆ กลุ่มใน Facebook คือมันออร์แกนิคมาก เขาเอาสิ่งนี้ไปแชร์กันในคอมมูนิตี้ เลยรู้ว่า อ๋อ ที่มันกระจายไวเพราะมันมีคอมมูนิตี้คนอ่านหนังสือที่ใหญ่มากอยู่แล้ว แน่นอนเรามีงานหนังสือใช่ไหมคะ แต่ยังไม่มีใครพูดถึงย่านหนังสือในแง่ที่ว่ามันเป็นงานหนังสือที่กระตุ้นการพัฒนาเมืองและวงการสร้างสรรค์ พอจับมารวมกันเลยน่าสนใจ<br><br><strong>งั้นถามเลยแล้วกัน เทศกาลย่านหนังสือกับงานหนังสือต่างกันยังไง</strong></p>



<p>โจ : นี่เป็นคำถามแรกตอนเราจะเริ่มทำงาน ย่านหนังสือจะต่างจากงานหนังสือยังไงนะ เรามองว่างานหนังสือคือเอาทุกคนไปรวมอยู่ในฮอลล์เดียวแล้วก็ตั้งแผงขาย ทีนี้ พอเป็น CEA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์) ภารกิจคือการพัฒนาพื้นที่ เราเลยตีกรอบว่าเทศกาลย่านหนังสือต้องครอบคลุม 2 ด้าน</p>



<p>หนึ่ง คือผลักดันอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ สอง คือการพัฒนาเมืองเพื่อเอื้อให้มันเป็นระบบนิเวศซึ่งกันและกัน พอเอามารวมกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นต้องไม่ใช่แค่ขายหนังสือได้มากขึ้น แต่ขายหนังสือได้มากขึ้นแล้วคนจะไปอ่านที่ไหนกัน จะทำยังไงให้คนรู้สึกว่ามาซื้อหนังสือในย่านพระนคร และสามารถถือหนังสือไปอ่านในมุมต่างๆ ได้ด้วย</p>



<p> แป๋ม : เราคิดว่าจุดประสงค์ต่างกัน สำหรับย่านหนังสือมองไว้ 3 ประเด็นนะคะ</p>



<p>หนึ่ง ทำย่านพระนครให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างให้ได้ว่ามันคือย่านหนังสือ เป็นย่านที่คนสามารถมรไลฟ์สไตล์ หรือว่าใช้ชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการอ่านในพื้นที่ได้ ซึ่งจริงๆ มันก็คือพื้นที่ย่านหนังสือทางประวัติศาสตร์เดิมอยู่แล้ว</p>



<p>สอง กระตุ้นธุรกิจร้านหนังสืออิสระในพื้นที่ แน่ล่ะ เราเริ่มต้นที่ย่านพระนครก่อน แต่ก็อาจจะขยับไปทำย่านอื่นๆ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้ด้วย ถ้าทำแล้วมันดี</p>



<p>สาม เราอยากให้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในบ้านเราเปลี่ยนไป จากเดิมที่ออกนอกบ้านด้วยหลายจุดประสงค์ เช่น ไปเจอเพื่อน ไปเที่ยว เราอยากให้หนังสือเป็นอีกจุดประสงค์ที่เขาออกจากบ้าน เช่นว่าวันนี้เราไปอ่านหนังสือที่ไหนกันดี อยากเห็นไลฟ์สไตล์แบบนั้นในบ้านเราค่ะ<br><br><strong>คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของย่านพระนคร</strong></p>



<p>โจ : ตอนเราไปคุยกับพี่ๆ เจ้าของร้านหนังสืออิสระในย่าน มันมีคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกมาเปิดร้านหนังสือที่นี่ ก็เพราะว่าในอดีตถิ่นแถบนี้เป็นศูนย์กลางบริหารราชการ ทำให้เกิดโรงพิมพ์เพื่อพิมพ์เอกสารให้กับหน่วยงานราชการ และเกิดสำนักพิมพ์ตามมา ในที่สุดก็กลายเป็นแหล่งรวมตัวของปัญญาชนที่ย้ายเข้ามาอยู่เพื่อสร้างต้นฉบับ จิตวิญญาณของพระนครมันคือหนังสือ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185693" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ทำตัวให้เหมือนอยู่บ้าน</strong></h2>



<p class="has-text-align-left">หากว่าอากาศเอื้ออำนวยและสถานที่พร้อม เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ แน่ละว่าการอ่านมันเรียกร้องความเงียบ ก็จริงอยู่ แต่ยังมีคนอีกมากที่ชอบอ่านหนังสือนอกบ้าน เห็นคนเดินผ่านที่หางตาแต่ก็ยังดำดิ่งลงไปได้ เหล่าคนทำงานทราบข้อนี้ดี จึงจัดสรรพื้นที่ดีๆ มาให้นักอ่านชนิดจุใจ แต่จะเปลี่ยนย่านพระนครให้เป็นบ้านสำหรับนักอ่าน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องคุยคนพันธุ์หนังสือชาวเมืองเก่า ผู้ตื่น กิน และนอนในย่านมาหลายสิบปี<br><br><strong>โปรแกรมของเทศกาลย่านหนังสือมีหลากหลายมาก แต่ละส่วนต่างกันยังไงบ้าง</strong></p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม : ก้อนแรก Book Creator สนับสนุนตัวคนทำหนังสือ ก็จะมีกิจกรรมที่ support เหล่า Book Creator ซึ่งก้อนนี้เราเข้าไปหา OKMD เพราะว่าเราไปคุยกับพี่<strong>หนุ่ม &#8211; โตมร ศุขปรีชา</strong> เขาทำสิ่งนี้มาตลอด เราจะไปปรึกษาให้เขาช่วยคิวเรตกิจกรรมในก้อนแรก ก้อนที่สอง Book Business ส่งเสริมธุรกิจร้านหนังสือ มีหลายกิจกรรมเลยค่ะ ก้อนที่สามก็คือ Book Place พวกกายภาพต่างๆ ที่เห็นที่ติดตั้งในที่สาธารณะ</p>



<p class="has-text-align-left">โจ : 3 ก้อนนี้ เราคิดว่าพาร์ท Book Creator เราจบเร็ว เพราะมันอยู่ในมือคนที่ถนัด อย่างที่บอก คือเราไปคุยกับพี่หนุ่ม ก็ให้เขาเป็นโฮสต์ไปเลย แล้วพี่หนุ่มก็ช่วยวางแผนต่อยอดไปยาวๆ ทั้งปี ส่วนพาร์ท Book Business เราคิดว่ามันใช้เวลาค่อนข้างนานในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับร้านหนังสือ</p>



<p class="has-text-align-left">พาร์ท Book Place เราใช้เวลาคิดเยอะที่สุด เพราะงานมันจะต้องไปจัดแสดงในที่สาธารณะ เราจะเอาเนื้อหาอะไรไปโชว์บ้าง เราต้องเข้าใจเนื้อหาที่ตรงบริบทกับย่านจริงๆ ทุกคนในทีมก็รีเสิร์ชกันหนักมากเพราะเราเป็นคนนอกที่เข้ามา จะดึงคนให้มาที่นี่เยอะๆ เราต้องเข้าใจย่านจริงๆ<br><br><strong>ระหว่างเดินมาที่นี่ เราเห็น Book Story ที่ถอดเนื้อหามาจากหนังสือ มันช่วยเล่าเรื่องยังไงบ้าง</strong></p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม : เวลาพูดถึงย่าน ถ้าลองนึกถึงถนนหนังสือที่โฮจิมินห์มันเข้าใจง่ายเลย มันคือถนนเส้นเดียวใช่ไหมคะ แต่ย่านหนังสือที่พระนครของเรานี่ยากอยู่เหมือนกัน กระหย่อมนี้มีสองร้าน ตรงนั้นสี่ร้าน เราจะทำยังไงให้แต่ละพื้นที่เชื่อมถึงกันหมดว่าเป็นย่านหนังสือ ก็เลยเป็นที่มาของ Book Story</p>



<p class="has-text-align-left">โจ : Book Story มี 8 จุด ทีมงานของเราถอดจากวรรณกรรม ลงมืออ่านแล้วลิสต์มาเลยว่าประโยคนี้พูดถึงย่านนี้ ข้อความ Book Story แต่ละจุดจะโยงไปกับฉากจริงของย่าน<br>ตอนแรกเราคิดว่ามันน่าจะทำงานกับคนรุ่นใหม่ แต่จริงๆ มันทัชความรู้สึกคนสูงอายุเหมือนกัน เพราะเนื้อหาที่เราเลือกบางทีเด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่รู้จัก แต่คนสูงอายุเขามีความทรงจำกับมัน เขาเคยอ่านเล่มนี้ จำตัวละครนี้ได้ ก็เลยรู้สึกว่าการอ่านหนังสือนี่มันเป็นของคนทุกวัยมากๆ</p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม : และเรามารู้ทีหลังด้วยนะว่าถ้าจะเอาเนื้อหาในหนังสือมาใช้ ต้องติดต่อไปหาสำนักพิมพ์ด้วย ซึ่งมันก็ราบรื่นมาก ทุกคนบอกว่าเอาไปได้เลย &#8220;แล้วหนูรู้จักหนังสือเล่มนี้ได้ยังไง&#8221; กระทั่งว่าเขามาถ่ายรูปแล้วเอาไปแชร์ด้วย ดีใจมากค่ะ</p>



<p class="has-text-align-left">พอ Book Story มันทำหน้าที่พาคนเชื่อมกับย่านต่างๆ นอกจากอุดหนุนร้านหนังสืออิสระ ผลพลอยได้ที่ตามมาคือคนแวะอุดหนุนร้านค้าในชุมชน เขาแวะดูนั่นดูนี่ เหมือนกับว่าหนังสือเป็นเครื่องมือที่พาเราไปเจอเรื่องราวต่างๆ ในย่าน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185695" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/02-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p class="has-text-align-left"><strong>ว่าไปแล้ว ย่านพระนครมีร้านหนังสือเยอะ แต่ไม่ค่อยมีที่นั่งอ่านหนังสือ จัดการกับปัญหานี้ยังไง</strong></p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม : จริงๆ ตอนแรกเราก็แอบกังวลนะ อากาศบ้านเรามันไม่เอื้อเท่าไหร่ ถ้าเป็นเมืองนอกนะ โอ๊ย เดินสบาย นั่งตรงไหนก็อ่านหนังสือได้ทั้งนั้น มันก็เป็นโจทย์ที่เราคิด จะทำยังไงให้คนพกหนังสือออกมาแล้วนั่งอ่านนอนอ่าน</p>



<p class="has-text-align-left">ทีนี้เรามาดูว่าย่านพระนครมีอะไรบ้าง นอกจากร้านหนังสือแล้ว ยังมีวัดนะ มีสวนนะ เราเกิดไอเดียว่างั้นมาทำพื้นที่สาธารณะให้เป็นมุมที่คนมานั่งอ่านหนังสือได้ไหม จุดที่เห็นผลชัดเลยคือสวนรมณีนาถ เราเอาบีนแบ็กไปวาง ปูเสื่อให้ คนก็มานั่งอ่านหนังสือกัน มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา มันสบายมาก</p>



<p class="has-text-align-left">โจ : มันเหมือนทำน้อยแต่ได้มาก ไม่รู้ใช้คำนี้ได้ไหม วันแรกที่เราไปดูคนยังไม่ค่อยกล้าเดินเข้าไป ไม่มีใครกล้านั่ง แล้วอยู่ข้างป้อมยามอีก ด้วยความเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐเนี่ย มันจะรู้สึกไม่ค่อยชิลเท่าไหร่ เขาไม่แน่ใจว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ แต่พอมีอะไรไปวางก็ทำให้รู้สึกว่าตรงนี้นั่งได้นะ ใช้เวลาได้นะ</p>



<p class="has-text-align-left">แค่วันแรก คนมาใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งชั่วโมงในการนั่งเฉยๆ แต่โอเค วันแรกเขาอาจจะยังไม่รู้ว่าเป็นที่นั่งอ่านหนังสือ พอวันที่สองเขาถือหนังสือกลับมานั่งอ่านด้วยเลย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185694" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/03-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p class="has-text-align-left"><strong>ดีลกับหน่วยงานราชการยากไหม หรือเขาก็เข้าใจง่ายๆ เลย</strong></p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม : เราติดต่อขออนุญาตหลายหน่วยงานเพื่อขอใช้พื้นที่สาธารณะ คือไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะมาติดตั้งหรืออยากวางอะไรก็วางได้ ทำได้เลย มันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ เราต้องเข้าไปคุยกับเจ้าอาวาส ต้องดีลกับกทม. ต้องดีลกับเขต มีหลายอย่างที่เราอยากทำแต่ไม่ได้รับอนุญาต ก็เลยเริ่มต้นทำในจุดเล็กๆ เท่าที่ทำได้ก่อน แต่กทม. กับเขตพระนครซัพพอร์ตเราดีมาก</p>



<p class="has-text-align-left">โจ : ในมุมเรา เราถือว่าสมูธมากๆ นะ เมื่อเทียบกับโปรเจกต์อื่นๆ ในเมืองที่เคยทำมา คือเราคิดว่าเทศกาลย่านหนังสือเป็นโปรเจกต์ที่เห็นประโยชน์ชัดว่าคนและเมืองจะได้ประโยชน์อะไรถ้ามีสิ่งนี้<br><br><strong>คุยถึงร้านหนังสือบ้าง ตอนไปชวนมาร่วมงานเทศกาลย่านหนังสือ ราบรื่นดีไหม เพราะพวกเขาก็น่าจะเห็นวงจรของงานทำนองนี้มาเยอะ</strong></p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม <strong>: </strong>ตอนแรกกังวลมากค่ะ (หัวเราะ) สิ่งที่อยากทำ เรากลัวว่าจะไปขัดกับวิถีที่เขาทำอยู่เดิม กลัวเขาไม่สะดวก ไม่สบายใจ โจทย์แรกก็เลยต้องสร้างความเชื่อใจก่อน เราและทีมงานเข้าไปขอนั่งคุยกับร้านหนังสืออิสระ 16 ร้าน ขอสัมภาษณ์เพื่อเอาเนื้อหามาทำคอนเทนต์โปรโมทในเพจ แล้วทำเป็นแผนที่ย่านหนังสือขึ้นมา</p>



<p class="has-text-align-left">ทุกขั้นตอนเราพูดคุยกับพวกเขาตลอด ตอนนี้มีแผนที่แล้วนะ มีแสตมป์แล้วนะ ใครมาซื้อหนังสือพี่ปั๊มให้เขา ใครเก็บครบทั้ง 16 ร้าน หนูก็จะมอบ voucher ให้เขากลับมาซื้อหนังสือที่ร้านอีกนะ เขาก็แบบ “ไม่น่ายากนะ ได้ลองดู<em>”</em> ก็เลยเกิดเป็น 2 โปรเจกต์แรก คือสะสมแสตมป์ให้ครบ 16 ร้าน อีกอันคือเราไปคุยกับพี่<strong>มิ &#8211; วรนุช ชูเรืองสุข</strong> และพี่เ<strong>กียว &#8211; นงลักษณ์ สุขใจเจริญกิจ </strong>ถามเขาว่าอยากจัดกิจกรรมที่ร้านหนังสือบ้างไหมคะ เราพร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องอุปกรณ์ ก็เลยเกิดเป็น Meet &amp; Read ขึ้นมา</p>



<p class="has-text-align-left">การพานักเขียนมาที่ร้าน แง่หนึ่งมันจะดึงเหล่าแฟนคลับของนักเขียนมา ขณะเดียวกัน คนก็ได้กลับมาใช้พื้นที่ในร้านหนังสือเพื่อทำกิจกรรม และได้มาเดินเที่ยวในย่านด้วย<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-185696" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p class="has-text-align-left"><strong>พูดถึงกิจกรรมและเวิร์กช็อปต่างๆ โดยส่วนตัวชอบกิจกรรมไหนที่สุด</strong></p>



<p class="has-text-align-left">แป๋ม : ตอนทำเวิร์กช็อปซ่อมหนังสือ เราพาคนรุ่นใหม่ไปซ่อมหนังสือที่ร้านเซ่งฮง ซึ่งเป็นร้านซ่อมหนังสือที่อยู่ในย่านมานาน ร่วมกับพี่<strong>เก๋ &#8211; พันทิพา ตันชูเกียรติ</strong> จาก Likay Bindery มันทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้วิธีการซ่อมหนังสือของคนยุคก่อน ทำให้คนสองเจเนอเรชันมาเจอกัน</p>



<p class="has-text-align-left">หรือมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง วันนั้นเฝ้านิทรรศการอยู่ที่สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช เป็นอาคารเก่านะคะ อยู่ดีๆ มีคุณป้าอายุน่าจะเกิน 60 เดินเข้ามา แกบอกว่าเคยเป็นพนักงานที่นี่ เห็นจัดงานอะไรกันเลยเข้ามาดู แกเล่าใหญ่เลยว่าเคยทำอันนี้นะ มุมนู้นเคยเป็นอย่างนั้นนะ โมโมนต์แบบนี้น่ารักมากเลย</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>มีครั้งแรก ย่อมมีครั้งสอง ครั้งสาม</strong></h2>



<p>Bangkok Book District Fest 2026 เพิ่งจบไปได้ไม่กี่วัน ออกจะด่วนสรุปเกินไปหากจะว่ากันถึงความสำเร็จ แต่ที่แน่ๆ เราเห็นย่านพระนครมีชีวิตชีวา หนุ่มสาวหอบหิ้วหนังสือกลับบ้าน คนขายแฮปปี้ สวนสาธารณะถูกใช้งาน หรือแม้แต่ในโลกลวงที่ป้ายยากันชนิดที่ว่าต้องไปให้ได้ และถ้าการทำซ้ำและทำถี่คือการยืนยันว่าเราเอาจริง ได้โปรดใจชื้นเทศกาลย่านหนังสือยังไม่หมดเพียงเท่านี้<br><br><strong>ถึงตอนนี้ (วันท้ายๆ แล้ว) เห็นแรงกระเพื่อมอะไรบ้างในภาพใหญ่</strong></p>



<p>โจ : เรามองว่าพอเกิดงานย่านหนังสือ มันอาจจะกลายเป็นพื้นที่ทดลองเชิงนโยบายได้ เพราะถ้าคิดนโยบายมาแล้วโปรยไปเลย มันเกิดขึ้นยาก แต่ถ้ามีโมเดลตัวอย่างเพื่อทดลองก่อนจะเกิดเป็นนโยบาย มันจะทำให้คิดได้รอบด้านมากขึ้น</p>



<p>และเราอยากจะส่งต่อให้กับคนที่มีบทบาทเชิงนโยบาย ซึ่งตอนนี้หลักๆ ก็คือ OKMD ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และ CEA ทั้งสามฝ่ายจะนำโมเดลนี้ไปขยับในเชิงนโยบายยังไง แต่อย่างน้อย 10 กว่าวันนี้เราได้อะไรข้อมูลและรู้วิธีการแล้ว</p>



<p>แป๋ม : ข้อเสนอเชิงนโยบายมันขึ้นอยู่กับว่าใครที่มีหน้าที่ในการดูแล ทุกคนมีความคาดหวังว่าอยากให้มันเป็นรูปเป็นร่าง เอาเข้าจริงมันต้องใช้ระยะเวลาและความเข้าใจเยอะมาก อย่างตอนที่เริ่มทำย่านหนังสือ เราจะทำยังไงดีนะให้ร้านหนังสือมีคนมาซื้อตลอด</p>



<p>ก็มีไอเดียว่าจะแมตช์ร้านหนังสืออิสระในย่านกับหน่วยงานที่ต้องซื้อหนังสืออยู่แล้วทุกปี มันจะได้เป็นยอดขายที่แน่นอนใช่ไหมคะ แต่พอไปคุยจริงๆ มันมีกฎระเบียบข้อบังคับของระบบราชการบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้ มันมีเส้นทางในการต่อสู้อยู่เหมือนกัน</p>



<p>โจ : แต่ว่าประเทศอื่นทำได้ (เราขำกันแห้งๆ)</p>



<p>วันที่ล้อมวงคุยนโยบาย เราแจกโบรชัวร์ให้ผู้เข้าร่วมทุกคน หน้าแรกเรารวมนโยบายด้านหนังสือที่เกิดขึ้นแล้วใน 10 กว่าประเทศ บอกหมดเลยนโยบายชื่ออะไร เป้าหมายคืออะไร เพื่อให้คนเห็นว่าเฮ้ย… มันยังมีความหวังอยู่ เราหยิบปัญหามากาง เอาโซลูชันมาให้ดู ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าจะผลักดันนโยบายกันยังไงต่อ<br><br><strong>นั่นสิ</strong></p>



<p>แป๋ม : วันนั้นรองผู้ว่าฯ (ศานนท์ หวังสร้างบุญ) ก็มาเนอะ ดูอินมากเลยค่ะ</p>



<p>โจ : ความเห็นเชิงนโยบายที่คุณศานนท์เสนอน่าสนใจ แกเสนอว่าในเมืองใหญ่ ร้านหนังสืออิสระควรได้ incentive มากกว่านี้ รัฐจะซัพพอร์ตร้านเหล่านี้ยังไงให้อยู่ได้ และ incentive ควรไหลไปถึงห่วงโซ่ด้านบนด้วย เช่น นักเขียน เท่าที่เห็นทุกคนดูตื่นเต้น และเรานัดหมายกันแล้วค่ะว่าจะพูดคุยกันต่อ</p>



<p>แป๋ม : นักสร้างสรรค์ก็พูดถึงปัญหาค่าเช่าพื้นที่ คือบางร้านหนังสือ (ย่านพระนคร) เคยอยู่ได้ด้วยการเช่าพื้นที่ 8,000 บาท 12,000 ยังพอไหว แต่พอมันแตะ 20,000 บาท ก็จ่ายไม่ไหวแล้วอ่ะค่ะ เราต้องขายได้เท่าไหร่นะถึงจะอยู่ได้<br><br><strong>ในแง่นี้ คิดว่ากรุงเทพมหานครเข้ามาซัพพอร์ตอะไรได้บ้างไหม</strong></p>



<p>แป๋ม : พอเริ่มตั้งต้น กรุงเทพมหานครเข้ามามีส่วนร่วมด้วยมากเลยค่ะ และมีแผนที่อยากจะกรุยทางกันเรื่องการมีพื้นที่ให้เช่าในราคาที่เข้าถึงได้ คนที่อยากทำธุรกิจร้านหนังสือจะได้สามารถทำได้อย่างไม่ลำบากมากนัก<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-185697" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทิศทางมาแบบนี้ แสดงว่ายังไงย่านหนังสือก็มีต่อใช่ไหม</strong></p>



<p>แป๋ม : ในองค์กรก็มีการพูดคุยกันว่าเราจะต้องทำต่อนะคะ เพราะปีเดียวอาจจะยังไม่เห็นอะไรมาก มันต้องทำต่อเนื่อง อย่างเจริญกรุงนี่ทำมา 10 ปี (หัวเราะ) มันถึงจะเห็นอะไรบ้าง ตอนนี้เลยเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงาน มี CEA กรุงเทพมหานคร และ OKMD คิดว่าจะรันกันต่อค่ะ</p>



<p>ตอนงานจบ เราอยากทิ้งอะไรให้กับย่านด้วย อะไรที่ถูกคิดขึ้นมาแล้วก็อยากให้เป็นประโยชน์กับพื้นที่ต่อไป เช่น Book Story วันหลังคนมาเดินได้อ่านป้ายแล้วจะได้รู้จักย่านไปด้วย ล่าสุด ไม่แน่ใจนะคะว่าเป็นพระรูปไหน ท่านให้เจ้าหน้าที่มาขอป้าย Book Story ไปตั้งในวัด หรืออย่างพวกเก้าอี้ โต๊ะ ชั้นวางหนังสือ ทางกรุงเทพมหานครก็ขอไปไปใช้งานต่อที่บ้านอิ่มใจ</p>



<p>และสำหรับย่านหนังสือ เทศกาลฯ เป็นเพียง 1 ใน 5 งานที่อยู่ในแผนที่ทีมวางเอาไว้ค่ะ จริงๆ ยังมีอีก 4 งานที่เราต้องทำ มีอีกหลายกิจกรรมที่ต้องทำต่อเรื่อยๆ ให้เกิดความสม่ำเสมอ เราแพลนไว้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ และเราตั้งใจจะเล่าเรื่องร้านหนังสือทั่วกรุงเทพฯ เลย<br><br><strong>หลังคลุกฝุ่นมา 3 เดือน โมเมนต์ไหนที่ทำให้รู้สึกว่า เออ คุ้มแล้วที่เหนื่อย</strong></p>



<p>โจ : ในมุมคนออกแบบ เราว่าการที่เราออกแบบอะไรสักอย่างแล้วมีคนมาใช้งาน แค่นั้นก็พอแล้วนะ หมายถึงว่ามันเกินความคาดหมายของเราด้วยซ้ำ ที่สวนรมณีนาถเราคิดว่ามันจะกร่อยๆ แต่พอวันจริงแค่เห็นคนมานั่งในสิ่งที่เราทำไว้ แค่เนี้ย ชูบชูใจมากๆ แล้วค่ะ</p>



<p>แป๋ม : โมเมนต์น้ำตารื้นเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของเทศกาลเลยค่ะ</p>



<p>ตอนนั้นเรายุ่งๆ อยู่ที่ออฟฟิศ คุณลุงปิติ ร้านรวมสาส์น แกโทรมาแต่เช้า เช้ามากๆ แกก็บอกว่า &#8220;หนูแป๋ม มีคนมาให้ลุงแสตมป์ 2 คนแล้วนะ<em>&#8221; </em>คือมันเป็นกิจกรรมเล็กๆ แต่แกตื่นเต้นมาก สำหรับเรามันชื่นใจ ดีใจ</p>



<p>ถึงแม้ตอนคิดตอนทำจะล้าทุกวัน (หัวเราะ)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="682" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1-682x1024.jpg" alt="" class="wp-image-185698" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1-682x1024.jpg 682w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1-768x1153.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1-600x901.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2026/02/06-1.jpg 800w" sizes="(max-width: 682px) 100vw, 682px" /></figure></div>


<p>แม้คุณแป๋มออกตัวตั้งแต่ก่อนเริ่มคุยกันว่าเธอไม่ใช่ตัวจริงเรื่องหนังสือ เธอเป็นคนนอก ตลอดการพูดคุยเธอย้ำคำทำนองนี้อยู่หลายรอบ แต่ในที่สุดจำเลยก็รับสารภาพ ‘ยิ่งทำยิ่งอิน ยิ่งทำยิ่งถลำลึก’ ไม่ใช่แค่เราที่สัมผัสได้ เหล่านักเลงหนังสือในย่านพระนครก็คงสัมผัสได้&nbsp;</p>



<p>คุณโจเป็นคนพันธุ์เจ้าสังเกต ถึงขนาดย่องไปดูคนนั่งอ่านหนังสือในสวนรมณีนาถ เก็บความรู้สึกนั้นมาถ่ายทอดให้เราฟัง อย่างที่เธอบอก แค่เห็นคนมาใช้ มานั่ง มาสัมผัสงานที่ตั้งใจทำ ถ้าสวมหมวกคนทำงาน อะไรที่ชุบชูใจมันคงเป็นมวลประมาณนี้</p>



<p>อย่างที่โปรยเอาไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งสองคือมดงาน ยังมีขุมกำลังอีกมากที่กำลังช่วยกันผลักดันย่านหนังสือ BKK Book District ยังมีอีกหลายด่านต้องฝ่า ยังมีงานรออยู่ข้างหน้า ความคาดหวังของนักอ่าน การพัฒนาย่านและวงการหนังสือ<br>11 วันมหัศจรรย์ของเทศกาลย่านหนังสือที่เพิ่งจบไปเป็นก้าวแรกที่สำคัญ ก้าวต่อไปนี่สิ น่าสนใจ</p>



<p><em>ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากเพจ BKK Book District</em></p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bkk-book-district/">สูตรปั้นย่านหนังสือให้โดนใจนักอ่านของแป๋ม ปิยะพร &#8211; โจ ดลพร สองมดงานแห่ง BKK Book District</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนทานเมนูธรรมดาที่แสนพิเศษ ณ ย่านบรรทัดทอง 6 ร้านอาหารคาวหวานที่สร้างคนขึ้นมามากกว่า 6 ชีวิต</title>
		<link>https://adaymagazine.com/banthatthong-local-restaurants/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Dec 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[PMCU]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184393</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้วยชามเต็มไปด้วยกับข้าวถูกยกวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมฉุยไปทั่วทั้งครัว หอมจนปลุกคนที่กำลังหลับให้ตื่นเพราะท้องร้องหิว และเมื่อใดที่พูดชมว่าอร่อยก็จะได้เห็นเมนูนั้นไปอีกหนึ่งอาทิตย์หรือมากกว่า ท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นเมนูสามัญประจำบ้านไปโดยปริยาย ทั้งหมดทำให้เราเห็นถึงความเอาใจใส่ของคนในครอบครัว เห็นถึงการกระทำเล็กน้อยที่ทำให้ชื่นใจโดยไม่ต้องเอ่ยอะไรต่อกันมากมาย และเห็นถึงอีกหนึ่งความหมายลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ เราต่างเติบโตขึ้นได้ด้วยเมนูประจำบ้าน แต่เมื่อต้องเดินออกจากบ้านแล้ว ร้านไหนกันที่จะกลายเป็นร้านอร่อยจนต้องกลับไปซ้ำ ร้านไหนกันที่จะมีรสมือใกล้เคียงกับเมนูประจำบ้าน มันอาจเป็นร้านในย่านดังที่คนบอกปากต่อปากว่ามีแต่ของขึ้นชื่อ อาจเป็นร้านลับในซอยลึก อาจเป็นร้านที่คนต่อคิวยาวจนถึงฟุตพาท หรือไม่ก็อาจเป็น 6 ร้านที่เรากำลังพูดถึง เจ้าของร้านหลายคนเป็นทายาทสืบทอดธุรกิจ หลายคนเปิดร้านนานต่อเนื่องจนใช้คำว่าร้านเก่าแก่ได้เต็มคำ แม้ต้องเผชิญกับเศรษฐกิจอันผันผวน การพยายามปรับตัวเพื่อจะอยู่รอดตามประสาคนค้าขาย แต่พวกเขาก็ยังคงค้นหาแรงใจเพื่อให้ยังมีแรงกายต้อนรับเช้าวันใหม่ และเพื่อต้อนรับลูกค้าที่โหยหาอาหารรสมือใกล้เคียงเมนูประจำบ้าน เพราะพวกเขาต่างก็เติบโตมาจากบ้านหลังน้อยในย่านนี้เช่นกัน และหากคุณคิดถึงกับข้าวธรรมดาที่แสนอร่อย ยินดีต้อนรับเข้าสู่ย่านบรรทัดทอง กับ 6 ร้านอาหารทั้งคาวทั้งหวานที่สร้างคนขึ้นมามากกว่า 6 ชีวิต ร้านข้าวมันไก่เจ๊ปุ๋ย&#160; เมื่อก่อนแม่ผมขายของอยู่ในตลาดสด แต่เขาเวนคืนตลาดเพื่อพัฒนาพื้นที่ แม่ก็เลยเซ้งบ้านในจุฬาเพราะอยากขายข้าวมันไก่ที่มีสูตรตกทอดจากอากงอาม่า ผมเองก็เคยทำงานในบริษัทแต่ออกมาช่วยแม่ขายจะได้อยู่ดูแลเขา การขายข้าวมันไก่สำหรับผมไม่ยากเลย เพราะผมเห็นแม่ขายมาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างผมก็เติบโตมาในย่านบรรทัดทองที่เคยมีร้านขายอะไหล่ ขายฮาร์ดแวร์มาก่อน คนพักอาศัยส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานคนจีนทำให้ผมคุ้นเคยกับที่นี่ ข้าวมันไก่ร้านผมขายจานละ 50 &#8211; 60 บาท ก็ขายดี เพราะเวลากลางวันจะมีคนทำงานมากินกันเยอะ ถึงคนเก่าจะย้ายออกไปแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าร้านใหม่ที่มาเปิดเป็นคู่แข่งเลย แต่ละร้านเขาก็ต้องพัฒนา ทำอาหารอร่อยให้ลูกค้ากลับมาอีก อย่างลูกค้าร้านผมก็เหมือนญาติที่มากินข้าวมันไก่กัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/banthatthong-local-restaurants/">ชวนทานเมนูธรรมดาที่แสนพิเศษ ณ ย่านบรรทัดทอง 6 ร้านอาหารคาวหวานที่สร้างคนขึ้นมามากกว่า 6 ชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ถ้วยชามเต็มไปด้วยกับข้าวถูกยกวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมฉุยไปทั่วทั้งครัว หอมจนปลุกคนที่กำลังหลับให้ตื่นเพราะท้องร้องหิว และเมื่อใดที่พูดชมว่าอร่อยก็จะได้เห็นเมนูนั้นไปอีกหนึ่งอาทิตย์หรือมากกว่า ท้ายที่สุดมันก็กลายเป็นเมนูสามัญประจำบ้านไปโดยปริยาย</p>



<p>ทั้งหมดทำให้เราเห็นถึงความเอาใจใส่ของคนในครอบครัว เห็นถึงการกระทำเล็กน้อยที่ทำให้ชื่นใจโดยไม่ต้องเอ่ยอะไรต่อกันมากมาย และเห็นถึงอีกหนึ่งความหมายลึกๆ ที่ซ่อนอยู่</p>



<p>เราต่างเติบโตขึ้นได้ด้วยเมนูประจำบ้าน</p>



<p>แต่เมื่อต้องเดินออกจากบ้านแล้ว ร้านไหนกันที่จะกลายเป็นร้านอร่อยจนต้องกลับไปซ้ำ ร้านไหนกันที่จะมีรสมือใกล้เคียงกับเมนูประจำบ้าน มันอาจเป็นร้านในย่านดังที่คนบอกปากต่อปากว่ามีแต่ของขึ้นชื่อ อาจเป็นร้านลับในซอยลึก อาจเป็นร้านที่คนต่อคิวยาวจนถึงฟุตพาท หรือไม่ก็อาจเป็น 6 ร้านที่เรากำลังพูดถึง</p>



<p>เจ้าของร้านหลายคนเป็นทายาทสืบทอดธุรกิจ หลายคนเปิดร้านนานต่อเนื่องจนใช้คำว่าร้านเก่าแก่ได้เต็มคำ แม้ต้องเผชิญกับเศรษฐกิจอันผันผวน การพยายามปรับตัวเพื่อจะอยู่รอดตามประสาคนค้าขาย แต่พวกเขาก็ยังคงค้นหาแรงใจเพื่อให้ยังมีแรงกายต้อนรับเช้าวันใหม่ และเพื่อต้อนรับลูกค้าที่โหยหาอาหารรสมือใกล้เคียงเมนูประจำบ้าน เพราะพวกเขาต่างก็เติบโตมาจากบ้านหลังน้อยในย่านนี้เช่นกัน และหากคุณคิดถึงกับข้าวธรรมดาที่แสนอร่อย</p>



<p><strong>ยินดีต้อนรับเข้าสู่ย่านบรรทัดทอง</strong></p>



<p><strong>กับ 6 ร้านอาหารทั้งคาวทั้งหวานที่สร้างคนขึ้นมามากกว่า 6 ชีวิต</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184463" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านข้าวมันไก่เจ๊ปุ๋ย&nbsp;</strong></h2>



<p>เมื่อก่อนแม่ผมขายของอยู่ในตลาดสด แต่เขาเวนคืนตลาดเพื่อพัฒนาพื้นที่ แม่ก็เลยเซ้งบ้านในจุฬาเพราะอยากขายข้าวมันไก่ที่มีสูตรตกทอดจากอากงอาม่า ผมเองก็เคยทำงานในบริษัทแต่ออกมาช่วยแม่ขายจะได้อยู่ดูแลเขา การขายข้าวมันไก่สำหรับผมไม่ยากเลย เพราะผมเห็นแม่ขายมาตั้งแต่เด็ก อีกอย่างผมก็เติบโตมาในย่านบรรทัดทองที่เคยมีร้านขายอะไหล่ ขายฮาร์ดแวร์มาก่อน คนพักอาศัยส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานคนจีนทำให้ผมคุ้นเคยกับที่นี่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184410" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ข้าวมันไก่ร้านผมขายจานละ 50 &#8211; 60 บาท ก็ขายดี เพราะเวลากลางวันจะมีคนทำงานมากินกันเยอะ ถึงคนเก่าจะย้ายออกไปแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าร้านใหม่ที่มาเปิดเป็นคู่แข่งเลย แต่ละร้านเขาก็ต้องพัฒนา ทำอาหารอร่อยให้ลูกค้ากลับมาอีก อย่างลูกค้าร้านผมก็เหมือนญาติที่มากินข้าวมันไก่กัน บางคนกินกันยันรุ่นลูกรุ่นหลานจนรุ่นแจกการ์ดแต่งงานก็มี ถึงเขาจะอิ่มมาจากร้านอื่นก็ยังหิ้วขนมมาฝากเรา ลูกค้าต่างประเทศที่กลับมาเที่ยวเมืองไทยก็ยังแวะมาหา บางคนผมเห็นมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ จนเขาโตแล้วเลยนะ ผมยังไปทักทายอยู่เลยว่าจำผมได้ไหม พ่อแม่อากงอาม่าสบายดีหรือเปล่า ผมว่าการบริการที่จริงใจสำคัญที่สุดสำหรับลูกค้า เรื่องรสชาติค่อยติชมกันได้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184411" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ใจจริงก็อยากปรับปรุงร้านให้ใหม่ขึ้น แต่อาจจะไม่ถูกใจแม่ (หัวเราะ) ก็เลยตามใจเขาดีกว่า ผมเข้าใจผู้สูงอายุว่าเขาเคยชินกับการอยู่แบบที่เคยอยู่ ของที่เคยวางไว้เกิดมันย้ายที่เขาก็จะจำไม่ได้ อย่างในวันหยุดที่ไม่ได้เปิดร้าน แม่ก็จะยังตื่นแต่เช้าตรู่มาเตรียมขนมใส่บาตรพระอยู่ดี เหมือนมันอยู่จนผูกพันกันไปแล้ว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184412" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>การที่ผมลาออกจากงานประจำมาขายข้าวมันไก่ทำให้มีความสุขมากกว่า เพราะได้อยู่ดูแลแม่ แม่ส่งเสียผมเรียนด้วยรายได้จากร้านข้าวมันไก่ ผมโตมากับร้านข้าวมันไก่&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านบะหมี่แม่ศรี (เฮียลิ้ม)</strong></h2>



<p>แม่ขายทั้งบะหมี่ทั้งหมูปิ้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ตอนนั้นยังเป็นร้านรถเข็นอยู่เลย แล้วก็ค่อยๆ ขยับขึ้นมาเช่าห้องที่ค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่รายได้อาจจะน้อยหน่อยด้วยราคาชามละ 50 บาท แต่แม่ไม่อยากขึ้นราคา สงสารคนกิน ถ้าขึ้นสูงไปกว่านี้คนกินก็อาจจะไม่ไหว บะหมี่ร้านแม่ไม่มีอะไรโดดเด่นหรือชวนให้คนกินหรอก แต่มันเป็นอาหารที่กินแล้วอิ่มนะ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184413" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สมัยก่อนมีเด็กจุฬาที่เป็นนักวอลเลย์บอล เขาเข้าหอไม่ได้เพราะเมา (หัวเราะ) แม่ก็เป็นที่พึ่งให้ที่หลับนอนเขา ทุกวันนี้เขาจบไปเป็นครูอยู่ที่จังหวัดอุบลแล้วก็ยังมาเยี่ยมแม่อยู่เลย แล้วก็เคยมีนักฟุตบอลอกหักมานั่งปรึกษาแม่ด้วย แต่แม่ไม่ให้นั่งดื่มเหล้านะ เป็นที่พักที่นั่งคุยให้เฉยๆ&nbsp; เดี๋ยวนี้ไม่มีแบบนั้นแล้ว แม่อายุเยอะขึ้น เวลาน้อยลง&nbsp;</p>



<p>ส่วนลูกค้าปัจจุบันมักจะเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่หรือน้องนักศึกษา ลูกค้าต่างชาติก็มีบ้าง แต่จะมากันในวันเทศกาลเป็นส่วนใหญ่ เด็กๆ ที่ทำงานรายเดือนหรือรายวันก็ชอบมากินกันตอนเย็น บางคนโทรมาสั่งทั้งบะหมี่ทั้งหมูปิ้งเลยนะ เพราะราคาร้านแม่เป็นราคาทั่วไปเข้าถึงได้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184414" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ฉายาบะหมี่แม่ศรีน้ำล้างกีก็ไม่รู้มาจากไหนเหมือนกัน แต่คงเพราะแม่เอาบะหมี่ไปล้างน้ำแล้วค่อยลวก สมัยก่อนยังไม่ค่อยมีใครเขาทำ เออ! แม่ไม่ซีเรียสนะ จะเรียกแม่ศรีบะหมี่น้ำล้างกีก็ได้ แม่ไม่โกรธเลย&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านเสน่ห์ลาบก้อย</strong></h2>



<p>เราเป็นร้านที่อยู่มานานก่อนบรรทัดทองจะมีกระแส ที่เดิมที่เราอยู่เป็นห้องเดียวไม่พอรองรับลูกค้าทำให้ต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ แล้วก็เหมือนมันเป็นช่วงขาขึ้นพอดี ทำให้เมนูเสือร้องไห้หรือเนื้อย่างที่ใช้เตาถ่านดังขึ้นตามไปด้วย ร้านเราเป็นร้านเปิดที่ติดสวนทำให้บรรยากาศร้านยิ่งมีเสน่ห์ด้วยความดูเป็นกันเอง ลูกค้าเขาก็ชอบมานั่งพูดคุยกัน เมื่อก่อนลูกค้าก็จะเป็นคนทำงานกลางคืน แต่พักหลังเริ่มเปลี่ยนเป็นน้องนักศึกษา เพราะแถวจุฬาไม่ได้มีร้านลาบที่เข้าถึงกลุ่มนักศึกษาเท่าไร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184415" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ลูกค้าร้านเราเหนียวแน่นเพราะอาหารที่มีมาตรฐาน มันเหมือนเราทำอาหารให้คนในครอบครัวทาน ตรวจเช็กทุกขั้นตอนว่าต้องสะอาด ถ้าลูกค้าทานแล้วไม่ชอบใจเราก็จะเปลี่ยนให้ใหม่หรือคืนเงินเลย&nbsp;</p>



<p>เวลาเจอลูกค้าก็จะทักทายขอบคุณเขา ถามไถ่การเรียนของน้องนักศึกษา บางคนชวนครอบครัวมาด้วย บางคนหายไปเรียนเมืองนอกก็ยังกลับมากิน ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจในย่านบรรทัดทองจะซบเซา แต่ลูกค้าของเราไม่ใช่ขาจรทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมาก ทุนที่มีก็จะไม่จมมากด้วยเพราะเราค่อยๆ ต่อเติมร้านทีละนิด แต่ร้านใกล้เคียงที่มาเปิดใหม่เขาต้องเสียค่าเช่า ขาดทุน ค่าทุนสูง กำลังซื้อของลูกค้าก็ไม่ไหว เพราะส่วนมากเป็นนักศึกษา คนทำงานไม่ได้เยอะ อาจจะต้องปรับตัวกันไป โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักร้านมากขึ้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184416" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>การมีจุดยืนของลูกค้านั้นสำคัญที่สุด ความสำเร็จหนึ่งของเรามาจากเด็กจุฬาที่ให้ความไว้วางใจในร้านเสน่ห์ลาบก้อย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านตุ้งแฉ่เตาถ่าน</strong></h2>



<p>ร้านเราเคยอยู่ที่ซอยจุฬา 36 ตั้งแต่รุ่นอากงที่ยังเป็นร้านรถเข็นอยู่ ตรงนั้นก็เป็นตลาดทั้งแถบเลยนะ ก่อนจะย้ายมาอยู่จุฬาซอย 32 วันหนึ่งเราก็ไปรับช่วงต่อแทน ถึงจะไม่รู้ว่าสูตรเป็นอย่างไร ใส่อะไรปริมาณเท่าไร เพราะตั้งแต่เด็กก็กินอย่างเดียว แต่ป๊าก็ตบๆ รสมือให้จนเข้าที่ ทำมาได้สักระยะก็นั่งนึกว่าทำไมไม่ย้ายร้านล่ะ ฝนตกก็เก็บของลำบากด้วย ยุ่งยากไปหมด เราเลยตัดสินใจย้ายเข้าตึกตรงจุฬาซอย 18</p>



<p>ถึงแม้ว่า ณ เหตุการณ์ปัจจุบัน ความเจริญมันจะเข้าถึงมากขึ้นทำให้ความเป็นชุมชนหายไป จากที่เคยมีโรงเรียน มีตลาดเซียงกง ร้านขายเสื้อผ้า อุปกรณ์การกีฬาก็ไม่มีแล้ว หรือเถ้าแก่รวมตัวกันเฮฮาปาร์ตี้ในค่ำคืนก็ไม่มีแล้ว แต่ทุกอย่างมันแลกมาซึ่งความเจริญกว่า</p>



<p>ชื่อร้านเป็นร้านตุ้งแฉ่เตาถ่านเพราะอากงเราใช้เตาถ่านทำอาหารมาโดยตลอด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ลองเปลี่ยนไปใช้เตาแก๊ส แต่แกเป็นคนจมูกไว สูดดมแล้วไม่ไหวจริงๆ ก็เลยกลับมาใช้เตาถ่าน เราเองก็รู้สึกว่าเตาถ่านมันมีเสน่ห์นะ เวลาร้อนก็ร้อนกว่าเตาแก๊สอีก มันทันใจกว่า มีกลิ่นสโมกรมควันเหมือนฮอตดอกทำให้เลือกรักษาเอกลักษณ์ตรงนี้ไว้มาจนถึงทุกวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184417" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/09.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เมนูแนะนำของร้านจะเป็นผัดซีอิ๊วเพราะขายดีมาก ทั้งที่เราเป็นร้านราดหน้า (หัวเราะ) แต่จะบอกว่าเมนูราดหน้านมสดนี่ก็ไม่ธรรมดานะ เพราะสูตรเราปรับมาจากเต้าเจี้ยวที่เป็นชีสของคนจีน แล้วเราก็เพิ่มนมลงไปให้มันนัวๆ&nbsp;</p>



<p>คือร้านอื่นที่เขาใช้เตาถ่านก็คงมีเหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องมากินร้านเราหรอก แต่ถ้าเบื่อลองมาเปลี่ยนรสชาติที่ร้านเราก็ได้นะ (หัวเราะ) แล้วถ้าไปที่อื่นก็คงไม่มีราดหน้าใส่นมให้กิน ไม่มีผัดซีอิ๊วแบบร้านเราแน่นอน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184418" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>หลังจากที่ทำธุรกิจมาสักระยะทำให้เราค้นพบความสุข ยิ่งพอทำแล้วมันดีก็ยิ่งมีความสุข เพราะเราเองก็ใจใจกับลูกค้า เราไม่ได้เสแสร้ง เป็นกันเอง และจริงใจ เราได้บทเรียนหลายอย่างจากการทำร้านราดหน้า ได้ศึกษาชีวิต บางวันขายดีบางวันก็เงียบเชียบ มีสุขมีทุกข์ปะปนกัน แต่โดยรวมเราว่ามันเป็นอีกช่วงชีวิตที่สนุกดี ได้ความวุ่นวายมาเป็นของขวัญในแต่ละวัน อยู่ที่ว่าเราจะจัดสรรความวุ่นวายนั้นให้เป็นความสุขหรือความทุกข์</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้านข้าวหมูแดงเลิศรสเจ๊โส่ย&nbsp;</strong></h2>



<p>เจ๊โส่ยขายตั้งแต่สมัยที่เขายังไม่สร้างตลาดสวนหลวงจนบัดนี้ก็ยังอยู่จุฬา ขายตั้งแต่เป็นรถเข็น เมื่อก่อนชุมชนเยอะมาก ทำกันหลากหลายอาชีพ ทั้งเซียงกงเอย ล้อแมกซ์เอย แล้วก็พัฒนากันมาเป็นสตรีตฟูดย่านบรรทัดทอง แต่เจ๊โส่ยอยู่มาจนเป็นส่วนหนึ่งของจุฬาไปแล้ว ใครเรียกให้มาย้ายไปไหนก็ไม่ไป เรียกว่าไม่อยากจากจุฬาเลยก็ได้</p>



<p>ถ้ามีร้านใหม่ๆ เข้ามา เจ๊โส่ยก็จะแนะนำเขาว่าจะทำอะไรทุกอย่างต้องเป็นขั้นเป็นตอนนะ คนแวดล้อมที่ยังไม่รู้จักกันก็ต้องใช้เวลา ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่เราอย่าเห็นแก่ตัว ช่วยเหลือได้ก็ช่วยเหลือ ใครมีปัญหาแล้วเราแก้ได้ก็แก้ให้ เขาเรียกเจ๊โส่ยกันว่าผู้ใหญ่บ้าน (หัวเราะ) อย่างคนรุ่นใหม่จะไหว้เจ้าก็มาถามเราว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง เจ๊โส่ยจะรับอาสาช่วยซื้อ เด็กๆ กับเจ๊โส่ยก็ผูกพันกัน บางคนเรียนสาธิตประสานมิตรจนเข้าจุฬาก็ยังมากิน บางคนมาพูดว่าเนี่ย! ลูกอั๊วกินข้าวร้านเจ๊โส่ยตั้งแต่เด็ก สมองเขาดีมากเลย ลูกอั๊วเป็นหมอนะ แม่เขาก็เรียกเจ๊โส่ย ลูกเขาก็เรียกเจ๊โส่ย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184420" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/11.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ร้านของเจ๊โส่ยกล้าการันตีความอร่อยล้านเปอร์เซนต์ เพราะไม่เคยสอนลูกน้องแล้วทิ้ง ยังทำเองอยู่ตลอด ไม่อย่างนั้นรสชาติมันก็เปลี่ยน เจ๊โส่ยยังคงความอร่อยไว้ตลอด ลูกค้าเก่าๆ เขากินตั้งแต่สามขวบจนอายุห้าสิบกว่าก็มาบอกเราว่ารสชาติเหมือนเดิมเลย เจ๊ยังลงมือทำอาหารเองไม่ปล่อยให้ลูกจ้างทำ เราต้องต้อนรับลูกค้าให้เขาประทับใจเรา เขาจะได้นึกถึงร้านเรา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184421" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/12.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เราภูมิใจที่ลูกค้ากินแล้วบอกว่าประทับใจ ถ้าเหนื่อย ถ้าท้อเราก็ไม่มีกำลังใจ แต่เพราะมีกำลังใจ เจ๊โส่ยถึงเปิดร้านอยู่ทุกวัน&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร้าน Jade’s&nbsp;</strong></h2>



<p>ผมเริ่มธุรกิจร้านลอดช่องมากับเพื่อนๆ เพราะเราอยากลองทำอะไรด้วยกันหลังเรียนจบ โชคดีที่เพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งเขาเป็นเจ้าของลอดช่องวัดเจษฯ เราเลยคิดกันว่าถ้าเอามาทำเป็นธุรกิจได้น่าจะดี และอีกหนึ่งปัญหา (Pain Point) ที่ผมเริ่มทำก็เกิดจากวัยเด็กที่อาม่าชอบซื้อลอดช่องให้ทาน แต่มันมักจะหมดก่อนหรือต้องรอคิว ถัดมาคือโลเคชันของร้านที่เลือกอยู่บรรทัดทอง เพราะบ้านผมเองก็อยู่ที่บรรทัดทอง มันเป็นเส้นที่เดินทางไปไหนมาไหนสะดวก คนน่าจะเข้าถึงง่าย ประกอบกับสองปีที่แล้วเป็นช่วงพีกของย่านบรรทัดทอง ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการขยายสาขาลอดช่องวัดเจษฯ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184422" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/13.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>โครงสร้างของร้าน Jade’s เราตั้งใจทำให้มันออกมาดูทันสมัย เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ เพราะเป้าหมายผมคือร้าน Thai Fusion Dessert Cafe ส่วนของหน้าร้านก็เลยมีไฟเส้นแบบโค้งๆ โดยใช้สีส้มที่เป็นสีแบรนด์เดิมของลอดช่องวัดเจษ ในส่วนกลุ่มลูกค้าที่เรามองไว้จะเป็น Gen Z, Gen Y ไม่ก็วัยรุ่นชอบเดินบรรทัดทอง แต่หลังจากทำมาก็เห็นว่ากลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็น Gen X และ Baby Boomer ที่เขารู้จักลอดช่องวัดเจษฯ อยู่แล้วหรืออยากทานขนมในวัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้คาดคิดมาก่อน เพราะเข้าใจว่าคนรุ่นพ่อรุ่นแม่อาจจะไม่ได้เดินย่านบรรทัดทองกันมาก แต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากนะ ทำให้ผมเกิดความตั้งใจใหม่ว่าอนาคตจะทำคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ทั้งหมด </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-184424" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/14.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ในตอนที่ร้านเปิดใหม่จะเป็นช่วงที่ผมกับเพื่อนได้พูดคุยกับลูกค้ามากที่สุด เราได้รับฟีดแบกทั้งดีและไม่ดีมา แล้วก็ได้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าควรจะพัฒนาอะไร ด้วยความที่พวกเราเริ่มทำธุรกิจกันในช่วงอายุที่ยังน้อย ทั้งไม่ได้คิดว่าคนจะแห่มากันเยอะ แต่เพราะคอนเทนต์ที่ทำมันดันไวรัล ผมจำได้ว่าช่วงแรกยืนขายตั้งแต่สี่โมงจนถึงสี่ทุ่มเลยนะ ทำกันไม่ทันเลย เมนูที่คนสั่งบ่อยๆ ก็จะเป็นเจลาโตลอดช่องกับลอดช่องแบบเชค </p>



<p>ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะบอกว่าลอดช่องวัดเจษฯ แบบออริจินัลหาทานยากแล้ว ถ้าไม่ได้นั่งรถไปเฉพาะที่หรือไม่ได้มาเจอร้านเรา&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184425" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/15-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ไล่เรียงกันมาจนถึงร้านสุดท้ายแล้ว มีร้านไหนที่จดเช็กลิสต์อยู่ในใจบ้างหรือเปล่า เพราะหากมีแล้วก็เตรียมพุงกับกระพุ้งแก้มให้ว่างไว้ ก่อนจะปล่อยให้มันบวมตุ่ยด้วยอาหารแสนอร่อย แถมหลังมื้อก็จะได้รับรอยยิ้มน่าชื่นใจจากเจ้าของรสมือเป็นการตอบแทนด้วยนะ</p>



<p>ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ยินดีต้อนรับลูกบ้านทุกท่านเข้าสู่ย่านบรรทัดทอง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/banthatthong-local-restaurants/">ชวนทานเมนูธรรมดาที่แสนพิเศษ ณ ย่านบรรทัดทอง 6 ร้านอาหารคาวหวานที่สร้างคนขึ้นมามากกว่า 6 ชีวิต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเดินทางจากพื้นดินสู่ผาสูงของ ‘จี &#8211; จักรพันธ์ ศรีสุวรรณ’ กับความหวังวงการปีนหน้าผาไทย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/people-power-thai-rock-climber/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[ปีนผา]]></category>
		<category><![CDATA[1stPitchThailand]]></category>
		<category><![CDATA[ThailandClimbingDevelopmentAssociation]]></category>
		<category><![CDATA[TCDA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183468</guid>

					<description><![CDATA[<p>“Climbing”&#160; “On belay” ปลายนิ้วมือเกาะบนหินแข็งกระด้าง น้ำหนักทั้งร่างกายถูกกดลงบนนิ้วโป้งเท้า ในท่าเดียวกับนักเต้นบัลเลต์ จิกอยู่บนรอยแตกที่พร้อมจะลื่นได้ตลอดเวลา จากนั้นใช้แรงทั้งหมดพุ่งตัวขึ้นไปและใช้อีกมือตบเข้าไปในร่องหลืบที่ปรากฏอยู่ทั่วหน้าผา บ้างก็แหลมคม ไม่ต่างจากใบมีด&#160; หากการปีนหน้าผาเอาต์ดอร์เป็นเพียงกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติอย่างหนึ่ง เราคงไม่สนใจอะไรมาก แต่เมื่อกลายเป็นวิถีชีวิตของคนหนึ่งที่ยอมแลกทุกอย่างทั้งแรงกายแรงใจเพื่อให้ตัวเองได้ทำสิ่งนี้ตลอดกว่า 20 ปี จึงเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยว่า ‘การปีนหน้าผามีดีอะไร’&#160;&#160; ในวงการปีนหน้าผาไทย ชื่อของ ‘จี &#8211; จักรพันธ์ ศรีสุวรรณ’ มักจะถูกพูดถึงในฐานะนักปีนยุคบุกเบิกที่อยู่มานาน เขาคือผู้ก่อตั้ง 1st Pitch Thailand ศูนย์ฝึกอบรมการปีนหน้าผา ตั้งอยู่ที่เขาจีนแล จังหวัดลพบุรี นอกจากนี้เขายังทำงานร่วมกับสมาคม TCDA (Thailand Climbing Development Association) ผลักดันการพัฒนาเส้นทางปีนและมาตรฐานความปลอดภัยในวงการปีนหน้าผาไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุผล เขาบอกว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากให้กีฬาปีนหน้าผาเป็นที่ยอมรับของภาครัฐเสียที&#160; เราชวนจีมาพูดคุยถึงการเดินทางที่ผ่านมา ครอบคลุมไปถึงความฝันและความหวังของวงการปีนหน้าผาในประเทศนี้ บทสนทนาที่เกิดขึ้นจึงมีทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต&#160; เพราะแม้ว่าวงการนี้จะปีนสูงขึ้นมาบ้างแล้ว แต่จุดหมายต่อไปอยู่สูงกว่า&#160; 1From Gym to Rock อย่างที่เกริ่นไปว่าจุดเริ่มต้นของผู้เขียนเกิดจากความสงสัย จากข้อมูลที่ถามไถ่นักปีนหลายคน รวมถึงสิ่งที่เจอในอินเทอร์เน็ต เราได้ทดชุดคำถามไว้ในสมุด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-power-thai-rock-climber/">การเดินทางจากพื้นดินสู่ผาสูงของ ‘จี &#8211; จักรพันธ์ ศรีสุวรรณ’ กับความหวังวงการปีนหน้าผาไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“Climbing”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“On belay”</strong></p>



<p>ปลายนิ้วมือเกาะบนหินแข็งกระด้าง น้ำหนักทั้งร่างกายถูกกดลงบนนิ้วโป้งเท้า ในท่าเดียวกับนักเต้นบัลเลต์ จิกอยู่บนรอยแตกที่พร้อมจะลื่นได้ตลอดเวลา จากนั้นใช้แรงทั้งหมดพุ่งตัวขึ้นไปและใช้อีกมือตบเข้าไปในร่องหลืบที่ปรากฏอยู่ทั่วหน้าผา บ้างก็แหลมคม ไม่ต่างจากใบมีด&nbsp;</p>



<p>หากการปีนหน้าผาเอาต์ดอร์เป็นเพียงกิจกรรมสัมผัสธรรมชาติอย่างหนึ่ง เราคงไม่สนใจอะไรมาก แต่เมื่อกลายเป็นวิถีชีวิตของคนหนึ่งที่ยอมแลกทุกอย่างทั้งแรงกายแรงใจเพื่อให้ตัวเองได้ทำสิ่งนี้ตลอดกว่า 20 ปี จึงเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยว่า ‘การปีนหน้าผามีดีอะไร’&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในวงการปีนหน้าผาไทย ชื่อของ ‘จี &#8211; จักรพันธ์ ศรีสุวรรณ’ มักจะถูกพูดถึงในฐานะนักปีนยุคบุกเบิกที่อยู่มานาน เขาคือผู้ก่อตั้ง 1st Pitch Thailand ศูนย์ฝึกอบรมการปีนหน้าผา ตั้งอยู่ที่เขาจีนแล จังหวัดลพบุรี นอกจากนี้เขายังทำงานร่วมกับสมาคม TCDA (Thailand Climbing Development Association) ผลักดันการพัฒนาเส้นทางปีนและมาตรฐานความปลอดภัยในวงการปีนหน้าผาไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหตุผล เขาบอกว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากให้กีฬาปีนหน้าผาเป็นที่ยอมรับของภาครัฐเสียที&nbsp;</p>



<p>เราชวนจีมาพูดคุยถึงการเดินทางที่ผ่านมา ครอบคลุมไปถึงความฝันและความหวังของวงการปีนหน้าผาในประเทศนี้ บทสนทนาที่เกิดขึ้นจึงมีทั้งเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต&nbsp;</p>



<p>เพราะแม้ว่าวงการนี้จะปีนสูงขึ้นมาบ้างแล้ว แต่จุดหมายต่อไปอยู่สูงกว่า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183469" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-10.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-183470" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>1</strong><strong><br></strong><strong>From Gym to Rock</strong></h2>



<p>อย่างที่เกริ่นไปว่าจุดเริ่มต้นของผู้เขียนเกิดจากความสงสัย จากข้อมูลที่ถามไถ่นักปีนหลายคน รวมถึงสิ่งที่เจอในอินเทอร์เน็ต เราได้ทดชุดคำถามไว้ในสมุด หลายอย่างเป็นข้อสังเกตและหลายอย่างเป็นประเด็นคำถามที่เราอยากหาคำตอบ</p>



<p>เพราะอะไร–ทำให้ผู้คนหลงใหลในการออกไปปีนหน้าผามากขนาดนี้</p>



<p>เพราะอะไร–ทำให้มีนักปีนจากทั่วโลกเดินทางมาปีนหน้าผาไทยมากขึ้นทุกปี</p>



<p>เพราะอะไร–ทำให้การปีนหน้าผาในไทยไม่ได้ขยายกว้างเหมือนต่างประเทศ</p>



<p>และหากจะต้องเป็นใครสักคนที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ดีก็คงเป็นคำตอบจากเด็กหนุ่มที่เติบโตต่างจังหวัดในวันที่กีฬาหลายอย่างเข้าไม่ถึง แต่ปัจจุบันในวัย 37 ปี ได้มาใช้ชีวิตทำงานและเดินทางปีนผาทั่วโลกอย่างที่นักปีนหลายคนใฝ่ฝัน อะไรคือเรื่องราวระหว่างทางเหล่านั้น</p>



<p>การสัมภาษณ์ระหว่างเรากับจีจึงเกิดขึ้นบนหน้าผาสูงของเขาจีนแล จังหวัดลพบุรี</p>



<p><strong>คุณเริ่มปีนหน้าผาตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></p>



<p>ผมเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ใกล้ๆ บ้านก็จะมีรีสอร์ต มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์ มีหน้าผาจำลอง ตอนผมอายุ 15&nbsp;ก็ไปทำงานเป็นพาร์ตไทม์ร้านอาหารที่นั่น ถ้ามีเวลาว่างก็จะไปฝึกปีน รู้สึกว่าสนุกดี เหมือนเราได้ใช้พลัง ได้ใช้สมาธิ ได้ออกกำลังกาย นั่นคือจุดเริ่มต้นเลยที่ทำให้ผมรู้ว่าการปีนหน้าผาคือกีฬาอย่างหนึ่ง</p>



<p><strong>ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่แล้ว กีฬาปีนหน้าผาถือว่ายังใหม่มากเหมือนกันนะ ตอนนั้นคุณฝึกยังไง</strong></p>



<p>ด้วยความเป็นเด็กต่างจังหวัดก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมาก ตอนนั้นก็ดูยูทูบฝึกด้วยตัวเอง แต่มันก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น ไม่ได้มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำตามมันถูกรึเปล่า เราเองก็ไม่ได้มีโค้ช ปีนหน้าผาในไทยยังเป็นกีฬาที่ใหม่มาก ถ้าพูดถึงวิทยาศาสตร์การกีฬาก็ไม่รู้เลยว่าตรงไหนคือดีที่สุด ตอนนั้นรู้ว่าถ้าใครปีนได้ถึงเกรด 8A คนนั้นคือพระเจ้าแล้ว</p>



<p>แต่เราโชคดีที่ได้มารู้จักกับพี่นที เรืองสะอาด เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงการปีนผาในไทย และได้แนะนำกีฬาแข่งขันปีนหน้าผาในกรุงเทพ ทำให้เรามีโอกาสได้ไปแข่ง ชนะบ้าง แพ้บ้าง แต่สุดท้ายก็ได้แค่ปีนหน้าผาจำลอง ยังไม่ได้มีโอกาสปีนหน้าผาจริง</p>



<p><strong>แล้วได้ปีนหน้าผาจริงครั้งแรกตอนไหน</strong></p>



<p>ช่วงมหาวิทยาลัยเพราะได้ไปฝึกงานอยู่ที่บริษัท Chiang Mai Rock Climbing Adventures ตอนนั้นเราได้ปีนหน้าผาจริง ชื่อว่า Crazy Horse Buttress ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ รู้สึกว่านี่แหละใช่! การปีนหน้าผาเอาต์ดอร์ทำให้เราได้อยู่กับธรรมชาติ มันมีความเงียบสงบ และได้เดินทางไปที่ใหม่ๆ หลากหลายประเทศ</p>



<p>หลังจากปีนไปสักพักก็รู้สึกว่าอยากทำเป็นอาชีพ ซึ่งที่ต่างประเทศการจะเป็นครูฝึกสอนปีนหน้าผาได้ ก็ต้องไปเรียนเพื่อให้มีใบรับรอง ตอนนั้นเราก็เริ่มเห็นพวกรุ่นพี่ไกด์ไปเรียนกับอาจารย์จากต่างประเทศที่มาแลกเปลี่ยนในไทย เราก็ได้เรียนรู้จากตรงนั้น หลังจากฝึกงานจบก็ตัดสินใจที่จะไปเรียนเป็นไกค์ปีนหน้าผาอาชีพ ไปสอบที่ต่างประเทศ ในระหว่างที่อยู่ในคอร์สต่างประเทศ เราก็เป็นนักปีนไปด้วย ได้ท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ปีน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-183471" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>2</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Why We Climb</strong></h2>



<p>“ปีนขึ้นไปทำอะไร”</p>



<p>“ทำร้ายตัวเองทำไม”</p>



<p>“ไม่กลัวตายเหรอ”</p>



<p>นั่นเป็นแค่ส่วนหนึ่งในหลายเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปีนหน้าผา จีสารภาพว่าหลายครั้งก็ตัดบทด้วยการตอบว่าเป็นกีฬาที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น เพราะถ้าว่ากันตามจริง กีฬาจะอันตรายก็ต่อเมื่อคุณไม่มีความรู้ และชีวิตทุกคนก็ล้วนต้องเสี่ยงทั้งนั้น ต่อให้คุณไม่ทำอะไรเลย&nbsp;</p>



<p><strong>คิดว่าการปีนหน้าผาในไทยยังมีกรอบอะไรบ้าง</strong></p>



<p>คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าปีนหน้าผาคืออะไร&nbsp;</p>



<p>เวลาคนมาถามว่าปีนขึ้นไปทำอะไร ความรู้สึกคงเหมือนกับมีคนมาถามคุณว่าไปวิ่ง ไปเตะบอล ไปตีกอล์ฟทำไม พอตอบไปว่าการปีนหน้าผาเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งนะ มันเท่นะ เขาก็จะรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น รู้สึกว่ากีฬานี้มันอันตรายอยู่ดี แต่ความจริงแล้วมันจะอันตรายก็ต่อเมื่อคุณไม่มีความรู้ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตาม&nbsp;</p>



<p><strong>ในชีวิตเคยเจอคนสอนด้วยวิธีที่ผิดแล้วเกิดอุบัติเหตุบ้างไหม&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>เยอะเลย น่าจะเจอได้แทบทุกวันทั้งในยิมและข้างนอก ถ้าเราเห็นว่าอาจจะอันตรายถึงชีวิตเขา เราจะเข้าไปบอก ซึ่งก็มีทั้งคนที่เขารับฟังและไม่รับฟัง จริงๆ การสอนเพื่อนมันไม่ผิดนะ แต่สอนไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบชีวิตคนที่คุณสอนด้วย ถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมา คนสอนเองก็น่าจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-183472" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-183473" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>1st Pitch Thailand เกิดขึ้นมาด้วยความคิดแบบไหน</strong></p>



<p>เรามองว่าการที่จะเริ่มปีนเอาต์ดอร์ไม่ใช่มีแค่อุปกรณ์แล้วจะไปปีนได้ แต่ต้องมีความรู้ในเรื่องความปลอดภัยด้วย ซึ่งในไทยคนที่ให้ความรู้ยังน้อยอยู่ 1st Pitch Thailand จึงเน้นสอนเรื่องความปลอดภัย ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นที่ต้องการออกมาปีนข้างนอกว่าคุณต้องรู้และมีพื้นฐานอะไรบ้าง ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนในระดับแอดวานซ์ ต้องการความท้าทายมากขึ้นก็จะเป็น Multi-Pitch (การปีนหน้าผาแบบหลายช่วง) สอนการทำระบบเชือกเพื่อความปลอดภัยและสามารถขึ้นไปถึงยอดได้</p>



<p>เราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าการปีนปลอดภัยมันไม่ได้ดีแค่กับตัวเอง แต่มันดีกับคนอื่นด้วย คุณไม่ต้องมาเรียนกับเราก็ได้ ขอแค่ไปเรียนกับคนที่มีความรู้และปลอดภัยจริงๆ เพราะว่ามันคือชีวิตของคนๆ หนึ่ง&nbsp;</p>



<p><strong>ปีนมานาน ใครต่อใครต่างมองว่าคุณเก่ง จริงๆ มีความกลัวบ้างไหม</strong></p>



<p>ผมมีความกลัวอยู่ตลอดนะ แต่ความกลัวมันก็เป็นข้อดี เพราะทำให้เราต้องระวังมากขึ้น ถ้ามองในเรื่องอุบัติเหตุ กลัวว่าจะบาดเจ็บก่อน กลัวว่าจะปีนไม่จบ การระวังตัวก็ช่วยให้เราอยู่ได้มาจนถึงตอนนี้ เพราะเรามีความกลัวนั่นแหละ</p>



<p><strong>ในแง่ของอีโก้ล่ะ เคยเอาตัวเองไปเปรียบเทียบหรือกลัวว่าคนอื่นจะเก่งกว่าบ้างไหม</strong></p>



<p>ส่วนตัวผมไม่เป็นนะ การที่เห็นคนเก่งกว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เราอยากเป็นแบบเขา&nbsp;</p>



<p>เวลาที่เราเห็นคนปีนได้เพราะเขาพยายามมาตลอด เราก็จะรู้สึกยินดีกับเขา ความกลัวว่าเขาจะปีนเก่งกว่าไหมไม่เคยมีอยู่ในความคิดผมเลย&nbsp;</p>



<p>แต่ถามว่ามีคนแบบนั้นไหม ก็มีเยอะนะ ส่วนตัวผมมองว่าถ้ามีอีโก้แล้วเอาตัวเองไปเปรียบเทียบแบบนั้น ผมก็คงอยู่ได้ไม่นาน ผมคงเลิกปีนไปนานแล้ว เพราะว่ากลัวว่าคนอื่นจะเก่งกว่า กลัวว่าจะสู้ไม่ได้ ถ้าต้องกลัวอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา ผมก็คงกลัวทุกคนแล้วล่ะ&nbsp;</p>



<p><strong>อาจจะคิดว่าไม่สอนแล้วดีกว่า</strong></p>



<p>ใช่! (หัวเราะ) อาจจะกลายเป็นว่าไม่สอนแล้ว ไม่แชร์แล้ว กูไม่ต้องบอกอะไรแล้วก็ได้ เดี๋ยวแม่งเก่งกว่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-183474" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-6.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คิดว่าสกิลอะไรที่สำคัญที่สุดในการปีนหน้าผา</strong></p>



<p>การปีนหน้าผาต้องใช้ความพยายามสูง บางทีต้องพยายามเป็นร้อยครั้งนะกว่าจะปีนไปถึงจุดที่ต้องการหรือที่เรียกว่า Sending หมายถึงการปีนเส้นทางหนึ่งจนถึงจุดสูงสุดได้โดยไม่ตกหรือพักระหว่างทาง และเราจะไม่กลับไปปีนมันอีกแล้ว ถ้าวันนี้ยังปีนไม่สำเร็จก็ต้องไปเทรนเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดต้องใช้ความพยายาม</p>



<p><strong>เคยพยายามมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สำเร็จไหม&nbsp;</strong></p>



<p>เคยครับ ชื่อรูต Static Caravan ที่เชียงดาว เรากลับไปปีนทุกซีซัน เทรนหนักมาก ปีนไปประมาณ 126 ครั้งในระยะเวลา 2 &#8211; 3 ปี ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นรูตที่ไม่ได้ยากในเกรดที่เราปีนได้ แต่ทุกครั้งที่กลับไปปีน เรามักจะทำทุกอย่างผิดพลาดไปหมด ต่อให้ใช้ความพยายามมากแค่ไหนก็ยังทำไม่ได้ มันก็ติดค้างอยู่ในใจ</p>



<p><strong>ปล่อยวางได้ไหม</strong></p>



<p>ไม่ได้! มันไม่มีคำว่าปล่อยวาง (หัวเราะ) ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ถ้าคุณได้กลับไปอยู่ในจุดที่เคยลอง คุณจะไม่ปล่อยวางมันหรอก คุณจะลองมันอีกจนกว่าคุณทำมันได้ จากที่ปีนมาทั่วโลก เราจำได้ทุกรูตที่ติดค้างอยู่ในใจ จำมูฟเมนต์ จำดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ได้หมด และเราจดทุกอย่างลงในสมุด เพื่อจะกลับมาปีนมันอีก</p>



<p>โดยเฉพาะเวลาเราไปทริปปีนหน้าผาต่างประเทศก็จะมีความกดดันมากเป็นพิเศษ เพราะเราไม่ได้มีโอกาสกลับไปปีนหน้าผาตรงนั้นบ่อยๆ อย่างเช่นมีเวลาจำกัด หรือเป็นการปีนครั้งสุดท้ายก่อนจะกลับบ้าน ถ้าครั้งนี้ปีนไม่ได้เราต้องรอปีหน้า ซึ่งก็ไม่รู้อีกว่าปีหน้าจะได้กลับมารึเปล่า ตอนนั้นจะแข็งแรงเหมือนตอนนี้ไหม ตอนนี้ร่างกายเรายังจำองศาของมือ จำความรู้สึกตอนย้ายเท้าได้อยู่ แต่ถ้าทิ้งไปนานๆ เราก็คงจำไม่ได้ ต้องกลับไปเริ่มใหม่&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183475" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/07-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อะไรทำให้คุณหลงใหลการปีนหน้าผาขนาดนี้</strong></p>



<p>ในชีวิตประจำวันของผมมีเรื่องให้คิดเยอะ ไม่ว่าจะช่วงวัยเรียนหรือวัยทำงาน มีปัญหาหลายอย่างที่เข้ามาพร้อมกัน แต่ทุกครั้งที่ผมกลับมาปีนหน้าผาก็จะลืมเรื่องพวกนั้น เพราะเราต้องโฟกัสทั้งการย้ายตัวและการหายใจ มือซ้าย มือขวาอยู่ตรงไหน เสียงลมหายใจเข้า เสียงลมหายใจออกเป็นยังไง เท้าวางถูกไหม การปีนหน้าผาทำให้เราได้ฝึกสมาธิ อยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น ทำให้มีสติรับรู้ว่าเราอยู่ตรงนั้นและกำลังทำอะไรอยู่&nbsp;</p>



<p>การที่จะปีนในเกรดที่ยากขึ้นได้ เราจำเป็นต้องฝึกร่างกายตัวเองอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้าที่จะรู้จักการปีนหน้าผา ผมก็เป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไป ขับรถ เที่ยว ดื่มเหล้า หรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้สุขภาพไม่ดี ผมก็เลิกหมดทุกอย่าง เพราะการปีนหน้าผาคือสิ่งเดียวที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183476" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/08-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>3</strong><strong><br></strong><strong>Live &#8211; Climb &#8211; Repeat</strong></h2>



<p>หากคุณเดินป่าขึ้นเขา แล้วเจอใครสักคนผมเผ้ารุงรัง สวมเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น กำลังกางเต็นท์ หรือนอนอยู่ในรถคันเก่า อย่าเพิ่งตัดสินว่าเขาคือคนเร่ร่อนไร้งานทำ เพราะในวงการปีนหน้าผามีวิถีอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Dirtbag Climber นั่นคือนักปีนที่เลือกใช้ชีวิตเรียบง่าย กินอยู่พอประทังเพื่อจะได้ทุ่มพลังและเวลาไปกับการปีนมากที่สุด&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183477" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/09-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ใช่, จีใช้วิถีเช่นนั้น เราถามเขาว่าตารางชีวิตเคยออกนอกลู่นอกทางไปทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับการปีนหน้าผาบ้างไหม จีใช้เวลาคิดไม่นาน เพื่อตอบว่านอกจาก “ตื่นมายืดเส้นโยคะ ออกไปวิ่ง กลับมาดื่มกาแฟ ออกไปปีนหน้าผา กลับมานอนพัก ตื่นมาปีนหน้าผา” เขาก็ไม่เคยทำอย่างอื่นเลย&nbsp;</p>



<p>เราไม่แปลกใจนักกับคำตอบ หลังจากได้เห็นความสุดโต่งจากสารคดีพิชิตเส้นทางปีนผา ‘Sailor Moon’ ในช่วงโควิดของเขา&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><a href="https://youtu.be/NM9hTi-DYTk?si=MT234jmfLMyfJChq">https://youtu.be/NM9hTi-DYTk?si=MT234jmfLMyfJChq</a></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183478" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/10-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-183479" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/11-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ยอมนอนในรถ อาบน้ำตามปั๊ม อดมื้อกินมื้อ เพื่อให้ตัวเองได้ปีนหน้าผา ตอนนั้นคิดอะไรอยู่</strong></p>



<p>เราชอบเดินทางมาก ระหว่างทำงานก็มีโอกาสได้ไปปีนผาในหลายๆ ประเทศ ทำให้รู้เลยว่าวิถีเอาต์ดอร์มันอยู่ในดีเอ็นเอของเรา ยิ่งได้ไปเห็นวัฒนธรรมนักปีนต่างประเทศที่พวกเขานอนกันในรถ อยู่กันแบบถูก ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าการปีนหน้าผาไม่ได้มีแค่เรื่องปีนอย่างเดียว แต่มันเป็นไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่ง ทั้งการกิน การอยู่อาศัย การใช้ชีวิตเพื่อที่จะทำให้ตัวเองสามารถปีนในเกรดที่ยากขึ้นได้</p>



<p>พอกลับมาประเทศไทยก็คิดถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตแบบนั้น เราอยากลองว่าถ้าทำแบบนั้นในประเทศไทยจะเป็นยังไง บวกกับตอนนั้นเป็นช่วงโควิดพอดี เราไม่มีลูกค้า ไม่มีงาน ไม่รู้จะทำอะไร สิ่งเดียวคิดถึงคือการปีนหน้าผา เราก็เลยขับรถจากเชียงใหม่ไปรอบประเทศ เพื่อปีนไปเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p><strong>หันหน้าเข้าสู่ธรรมชาติ หันหลังให้กับชีวิตเมือง มันง่ายเหมือนกับที่คิดไว้ไหม เพราะคงไม่ใช่ทุกคนที่จะทำแบบนั้นได้&nbsp;</strong></p>



<p>ปัจจัยอย่างแรกที่เราไม่ต้องรับผิดชอบก็คืองาน อย่างที่สองคือเราใช้ชีวิตบนรถได้ เราสามารถอยู่แบบถูกได้ และเรามีเงินก้อนที่เก็บไว้ตอนทำงานอยู่เชียงใหม่ วางแผนที่จะใช้ชีวิตได้เป็นปีจนกว่าจะหางานใหม่ทำ เป้าหมายที่เราโฟกัสอย่างเดียวในตอนนั้นคือปีนให้ได้เกรดที่ยากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามหาเส้นทางที่ท้าทายที่ไม่มีคนเคยปีน พาตัวเองไปเจอสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183480" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/12-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183481" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/13-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ชีวิตวนเวียนอยู่แค่ปีนหน้าผา ไม่เบื่อเหรอ</strong></p>



<p>ตอนแรกคิดว่าครึ่งปีก็คงเบื่อแล้ว แต่ไม่เลย เพราะทุกวันมันไม่เคยซ้ำกัน เหมือนเราเปิดหนังสือหน้าใหม่ไปเรื่อยๆ ได้รู้จักเมืองใหม่ๆ ได้เจอผู้คนใหม่ๆ โลกปีนหน้าผามันกว้าง ไม่รู้ว่ามันจะไปหยุดตรงไหน แค่ในไทยเราก็ยังปีนไม่ได้ครึ่งนึงเลย&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วจุดเปลี่ยนอะไรที่ทำให้ไม่ได้ไปต่อ</strong></p>



<p>เพราะเงินหมด ต้องหยุดเพื่อกลับไปทำงาน ตอนหางานก็ต้องคิดอีก เพราะคงไม่มีใครยอมให้ทำงานปีหนึ่ง แล้วออกไปเที่ยวปีหนึ่ง ตอนนี้ก็เลยมาเป็นครูฝึกสอนปีนหน้าผาที่โรงเรียนนานาชาติ เพราะมีวันหยุดเยอะ อย่างน้อยก็ทำให้เรามีวันที่ได้ออกไปใช้ชีวิตแบบนั้นได้บ้าง&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีแล้วไม่ต้องทำงาน เราก็คงเดินทางไปทั้งชีวิต&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183482" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/14-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>4</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Belaytionship</strong></h2>



<p>การปีนหน้าผาเริ่มเข้ามาในไทยโดยกลุ่มนักปีนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว แล้วพบว่าเมืองไทยมีหน้าผาหินปูนที่สวยงามและท้าทาย พวกเขาเริ่มเจาะเส้นทางและถ่ายทอดความรู้ให้กับคนไทยที่สนใจในเวลานั้น</p>



<p>จนกระทั่งปี 2016 เหล่านักปีนผู้รักการปีนผามีความคิดตรงกันว่าอยากก่อตั้งกลุ่มเพื่อสร้างมาตรฐานที่ปลอดภัยให้กับวงการปีนหน้าผาในไทย และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Thailand Mountain Sport Club (TMSC) ต่อมาในปี 2021 ได้จดทะเบียนอย่างเป็นทางการและเปลี่ยนชื่อเป็น Thailand Climbing Development Association (TCDA) หรือสมาคมพัฒนากิจกรรมปีนหน้าผาแห่งประเทศไทย</p>



<p>ถึงแม้ว่าบ้านเราจะมีนักปีนจากทั่วโลกเดินทางมาปีนหน้าผาไทยมากขึ้นทุกปี&nbsp;</p>



<p>แต่พวกเขาไม่เคยได้รับการสนับสนุนหรือเป็นที่ยอมรับจากภาครัฐจนถึงทุกวันนี้ หากเปรียบเหมือนเด็กเล็ก ก็คงอยู่ในช่วงที่พยายามจะยืนบนขาของตัวเองให้ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="801" height="1201" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183727" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/24.jpg 801w" sizes="(max-width: 801px) 100vw, 801px" /></figure></div>


<p><strong>ตอนนี้ TCDA ทำอะไรอยู่บ้าง</strong></p>



<p>ตอนนี้ TCDA กำลังพัฒนาหลักสูตรและช่วยผลักดันให้นักปีนบ้านเรามีโอกาสได้เรียนรู้ ได้เป็นไกด์มาสอน เพื่อรองรับตลาดที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต การปีนหน้าผาในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ก็ไม่เคยมีหลักสูตรของตัวเอง มีแค่อาจารย์จากต่างประเทศมาช่วยสอน สำหรับเรารู้สึกว่ามันไม่พอ เราก็เลยไปเรียนที่อเมริกาและกลับมาทำคอร์สในระดับที่สูงขึ้น&nbsp;</p>



<p>TCDA จะมีระบบสมาชิกจ่ายเข้าไป ซึ่งเงินทั้งหมดเราก็จะนำไปพัฒนาและส่งเสริมในเรื่องต่างๆ อย่างเช่น ส่งอุปกรณ์ไปให้กับชุมชน ตอนนี้มีที่กาญจนบุรี ลพบุรี กระบี่ เพื่อให้มีเส้นทางการปีนหน้าผาเพิ่มมากขึ้น บางครั้งก็จะมีการจัดกิจกรรม งานอีเวนต์ที่อินสไปร์ให้กับนักปีน รวมไปถึงมีการแข่งขันให้กับชุมชนกีฬาปีนหน้าผารอบๆ กรุงเทพด้วย</p>



<p><strong>การที่จะเข้าไปพัฒนาเส้นทางในแต่ละพื้นที่ คุณต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง&nbsp;</strong></p>



<p>การจะพัฒนาหน้าผาก็ต้องใช้เงินเยอะ อย่างหมุดหนึ่งตัวที่เราฝังตรงหน้าผานี้ ราคา 300 บาท ในเส้นทางหนึ่งต้องมี 15 ตัว ช่วงแรกๆ ก็ต้องควักเงิน ใช้เงินตัวเองเพื่อทำให้เส้นทางมันเกิด เพราะเราก็ไม่เคยได้รับการสนับสนุนตรงนั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-183484" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/16-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ตอนนี้มีนักปีนที่อยากจะออกไปปีนข้างนอกมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าสถานที่มันไม่พอแล้ว บางพื้นที่เราอยากจะเข้าไปพัฒนา แต่เข้าไปไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ของรัฐ ต้องขออนุญาต ซึ่งขอไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้รึเปล่า หรือมองว่าเป็นการทำลายธรมชาติ มีความไม่ปลอดภัย ไปปีนทำไม ทำให้ไม่ได้มีแหล่งปีนหน้าผาใหม่ๆ เกิดขึ้นในเมืองไทย</p>



<p><strong>ที่ผ่านมาคุณเลือกเส้นทางที่จะเข้าไปพัฒนาจากอะไร</strong></p>



<p>เราพยายามเลือกพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นป่าใหญ่ ไม่ได้กระทบกับระบบนิเวศหรือสัตว์ที่อยู่ตรงนั้น หรือเลือกพื้นที่ที่มีชุมชนรอบๆ เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ให้กับคนในพื้นที่ด้วย&nbsp;</p>



<p>ถ้าเปรียบเทียบกับสมาคมของต่างประเทศ เขาก็จะมีทีมทนายเข้าไปช่วยซัพพอร์ตในเรื่องการขออนุญาตเข้าพื้นที่ แน่นอนว่ามันใช้งบเยอะ ใช้ทีมใหญ่ เพราะต้องดึงบุคคลากรหลายส่วนเข้ามาช่วย ถ้าภาครัฐเห็นประโยชน์ตรงนั้น แล้วทำกฎหรือข้อตกลงร่วมกันว่าคุณเข้าไปใช้พื้นที่แล้วจะไม่เกิดผลกระทบกับธรรมชาติ หรือเข้าไปแล้วคุณจะดูแลเส้นทางอย่างไร ในอนาคตก็อาจจะทำให้เราขออนุญาตได้ง่ายมากขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2-683x1024.webp" alt="" class="wp-image-183640" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2-683x1024.webp 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2-200x300.webp 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2-768x1152.webp 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2-600x900.webp 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2-210x315.webp 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/22.jpg-2.webp 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>5</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Next Moves</strong></h2>



<p>ระหว่างทางเราสังเกตว่าบรรยากาศต่างจังหวัดอย่างลพบุรี นอกจากเส้นทางปีนบนเขาจีนแลที่เงียบสงบ เมืองแห่งนี้ก็ร้างไร้ผู้คนพอสมควร</p>



<p>ว่ากันตามตรง ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเจริญมักกระจุกตัวในเมืองใหญ่ คนต่างจังหวัดต้องหลั่งไหลเข้ามาใช้ชีวิตเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ เพียงเพราะโอกาสที่มากกว่า ในเชิงสังคมจะดีแค่ไหน หากคนหนุ่มสาวได้กลับไปพัฒนาและสานต่อเศรษฐกิจที่ซบเซาในบ้านเกิดของตนเอง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183486" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/18-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>จากประสบการณ์เดินทางปีนหน้าผาหลายๆ จังหวัด คุณเห็นอะไร</strong></p>



<p>บ้านเราเป็นประเทศที่รวยกระจุกจนกระจาย บางพื้นที่ในไทยไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เศรษฐกิจไม่ดี ไม่มีทะเล ไม่มีภูเขา แต่มีหน้าผาโง่ๆ ตั้งอยู่ในจังหวัด คนทั่วไปก็ไม่รู้ว่ามาแล้วจะทำอะไร อย่างน้อย</p>



<p>การปีนหน้าผาหรือกิจกรรมเอาต์ดอร์ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดึงคนให้เข้าไปในจังหวัดนั้นได้&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>เหมือนจังหวัดกระบี่?</strong></p>



<p>ใช่ ถ้ามองในเชิงท่องเที่ยว เมื่อก่อนชาวบ้านทั่วไปที่กระบี่ อาจจะมีรายได้วันละ 300 &#8211; 400 บาท ตอนนี้มาเป็นไกด์ปีนหน้าผาได้เพิ่มมา 1,000 บาท ผมมองว่าประโยชน์อย่างแรกคือคนในพื้นที่มีอาชีพมากขึ้น คนมีทางเลือกให้ได้อยู่ในบ้านเกิดของตัวเอง หากพื้นที่ตรงนั้นได้รับการสนับสนุนขยายกว้างขึ้นอีก พวกเขาก็อาจจะมองหาโอกาสให้ตัวเองทำอะไรต่อได้ อย่างที่สองคือมีเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน มียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น&nbsp;</p>



<p>จริงๆ แล้วนักปีนทั่วโลกเดินทางมาปีนประเทศไทยมากขึ้นทุกปี เพราะบ้านเรามีอาหารที่หาง่ายกว่า ราคาถูกกว่า อยู่ได้นานกว่า และในไทยก็เป็นหน้าผาหินปูน ซึ่งนักปีนส่วนใหญ่จะชอบหินปูนมากกว่าหินทรายหรือหินแกรนิต เพราะมีความหลากหลายเยอะกว่า ถ้าไม่ได้ปีนหน้าผา เราจะไม่รู้เลยว่ามีกลุ่มทั้งชาวต่างชาติและคนไทยที่มาเที่ยวจุดนี้เพื่อมาปีนแล้วก็ซัพพอร์ตชุมชนจริงๆ</p>



<p><strong>คิดว่าการปีนหน้าผาเข้าถึงยากไหม</strong></p>



<p>ยอมรับว่าเข้าถึงยากประมาณหนึ่ง ในประเทศไทยกีฬาที่เข้าถึงง่ายก็คงมีแต่ลูกกลมๆ ถ้าเราเป็นคนชนชั้นกลางหรือค่อนไปล่าง กีฬาหลายอย่างเราก็คงเข้าไม่ถึงเหมือนกัน&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183487" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/19.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้ได้ในประเทศนี้คือเอกชนมักจะเป็นคนขับเคลื่อนทุกอย่าง ก่อนหน้านี้เคยมีทางมหาวิทยาลัยมาขอบริจาคอุปกรณ์กีฬาจากเอกชนอย่างเรา ถามว่ามาขอบริจาคเราให้ได้ไหม เราให้ได้นะ แต่การให้มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำลายระบบ เมื่อไหร่ที่เราเริ่มให้เขาก็จะขอตลอด ซึ่งจริงๆ แล้วอุปกรณ์กีฬาเป็นสิ่งที่รัฐควรจะซัพพอร์ตนักกีฬาได้&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183488" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/20.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-1024x683.webp" alt="" class="wp-image-183635" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-1024x683.webp 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-300x200.webp 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-768x512.webp 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-600x400.webp 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-475x317.webp 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-720x480.webp 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6-360x240.webp 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/23.jpg-6.webp 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ผมมองว่ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศก็เป็นศักยภาพอย่างหนึ่งที่ทำให้คนต่างจังหวัดมีโอกาสเข้าถึงได้ อยากปีนหน้าผาก็ไม่ต้องมาซ้อมในกรุงเทพอย่างเดียว ถ้ารัฐมีงบจัดสรรตรงนั้น ก็จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยนักกีฬาที่อยู่ต่างจังหวัดจริงๆ ในอนาคตกีฬาปีนหน้าผาก็อาจจะกระจายไปทั่วประเทศไทยก็ได้ถ้ามีการสนับสนุนมากพอ&nbsp;</p>



<p><strong>ถ้าอย่างนั้น คนทั่วไปสามารถทำอะไรในส่วนของเขาได้บ้าง</strong></p>



<p>จริงๆ แล้วกีฬาปีนหน้าผาทั่วโลกก็เพิ่งถูกบรรจุเป็นกีฬาโอลิมปิกได้ไม่กี่ปี และในประเทศไทยก็ยังไม่มีใครที่ได้ไปแข่งกีฬาโอลิมปิกเลย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ผมอยากบอกนักปีนทั่วไปว่าเวลาเจอรูตที่ยาก อย่าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้ เพราะมันถูกลองมาแล้ว ยิ่งเราสามารถปีนในระดับที่ยากขึ้นเท่าไหร่ นักกีฬาก็จะถูกคนธรรมดาอย่างเราไปดันให้เขาแข็งแรงขึ้น และยิ่งทำให้เขาไปได้ไกลกว่าเดิม ถ้ามีนักกีฬาไทยได้ไปอยู่ในโอลิมปิกก็จะทำให้เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ และกีฬาปีนหน้าผาในไทยมีชื่อเสียงมากขึ้น</p>



<p>บ้านเราไม่มีหลักสูตร Outdoor Education ไม่ว่าจะเป็นปีนหน้าผา เดินป่า คายัก ถ้ารัฐมีทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคคลากร ให้คนที่มีความสามารถได้มีโอกาสไปเรียนแล้วกลับมาสอนคนในประเทศก็จะช่วยผลักดันให้วงการนี้ไปได้ไกลมากขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>สุดท้ายแล้ว ทั้งๆ ที่เคยขอความช่วยเหลือและผิดหวังมาตลอด คุณยังพยายามขนาดนั้นไปเพื่ออะไร</strong></p>



<p>ผมหวังว่ากีฬาปีนหน้าผาจะเป็นที่ยอมรับของภาครัฐ ผมเชื่อว่าทุกวงการที่เป็นกีฬาเอาต์ดอร์ เขาก็คงพยายามกันนะ เพียงแต่คนในภาครัฐเขาอาจจะไม่ได้เล่นกีฬาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร และทำประโยชน์อะไรให้ชุมชนได้บ้าง ถ้าเมื่อไหร่ที่เขารู้ว่าการปีนหน้าผาคืออะไร รู้ว่ามันปลอดภัยแค่ไหน ก็น่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของวงการปีนหน้าผาในไทยดีขึ้นได้&nbsp;</p>



<p>ผมคิดว่าต้องใช้เวลา แต่มันจะเกิดขึ้นแน่นอน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183489" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/21.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เล่ามาถึงตรงนี้ อาจทำให้คลายข้อสงสัยกันลงไปบ้าง แต่ที่แน่ๆ คงตอบคำถามสำคัญได้ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่กลัวตาย หากกลัวก็คงกลัวไม่มาก อาจเพราะพวกเขากลัวที่จะใช้ชีวิตโดยไม่ได้ทำสิ่งที่รักมากกว่า</p>



<p>การเดินทางแนวตั้งที่คล้ายไต่ตามความสูงเพียงลำพัง ทว่าแท้จริงแล้ว ยังมีเชือกที่โยงไปยังใครคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่เบื้องล่างท่ามกลางเสียงเชียร์อีกมากมาย เชือกเส้นยาวนี้จึงเปรียบดั่งสายใยที่ผูกพันเหล่านักปีนไว้ด้วยกัน และหากพวกเขาได้รับการซัพพอร์ตอย่างที่ควรจะเป็น คงทำให้วงการปีนหน้าผาไทยถึงปลายทางอย่างใจหวัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183485" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/17-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/people-power-thai-rock-climber/">การเดินทางจากพื้นดินสู่ผาสูงของ ‘จี &#8211; จักรพันธ์ ศรีสุวรรณ’ กับความหวังวงการปีนหน้าผาไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือน’ ศิลปินบันดาลใจตัวเล็กท่ามกลางเพื่อนเอกซ์ทราโครโมโซม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/lung-ple-21-3-studio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Sep 2025 09:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Just let me be]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182656</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมเห็นมันวาดรูปวันแรกนะ ผมตกใจมาก ถามว่านี่มึงไปเรียนมาจากไหนเนี่ย มันตอบครูโต แต่ผมว่ามันวาดไม่เหมือนครูโตเลย แต่ก็ดีแล้วแหละที่วาดไม่เหมือน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คือศิลปินอยู่ดี ต้องรู้ก่อนนะว่าศิลปินกับคนวาดรูปไม่เหมือนกัน ศิลปินเนี่ยคือผู้มีจิตวิญญาณ ดังนั้นผมจึงเรียกมันในวันแรกเลยว่ามึงเป็นศิลปิน” อาจารย์เฉลิมชัยพูดขึ้นกลางนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินคนหนึ่ง เธอเป็นคนวาดรูปไม่เหมือน ไม่เหมือนเสียจนผู้เป็นแบบต้องนั่งลุ้นกันเหงื่อท่วมว่าคราวนี้พู่กันของเธอจะปาดป้ายรูปร่างมนุษย์แขนงไหนออกมากันนะ นี่เป็นที่มาของศิลปินภาพไม่เหมือน อาจเพราะอาจารย์เฉลิมชัยที่ทำให้เธอเชื่อในตัวเอง อาจเพราะอาจารย์เฉลิมชัยตบบ่าเธอในวันนั้น หรือไม่ก็อาจเพราะเธอเป็นเธอ เป็น ‘เปิ้ล-จาริณี เมธีกุล’ จากนิทรรศการ Happleness ที่ร่างเล็กยืนฉายแสงอยู่ลำพังสู่นิทรรศการที่ร่างเล็กได้มีเพื่อนศิลปินรายล้อมตัวถึง 50 คน และเป็นศิลปินในสังกัดของเธอเสียด้วย ตึกปูนโปร่งที่เธอปลุกปั้นให้เป็นสตูดิโอเคยไร้ซึ่งคนสนใจ ถ้อยคำตอกย้ำว่ากลับไปทำงานประจำแบบที่เคยทำเถอะ อย่าได้มาทำงานจิตอาสาประเภทนี้เลย&#160; แต่เปิ้ลทำให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า 21/3 Studio ไม่เคยเป็นเช่นนั้น&#160; ภาพที่คาดฝัน เปิ้ลเคยเป็นใครก่อนจะเป็นเจ้าของสตูดิโอ เรามีสองพาร์ตในชีวิต อาชีพหลักคือการเปิดบริษัททำเอเจนซีออนไลน์ และทำรายการโทรทัศน์ในช่อง Thai PBS เกี่ยวกับรายการประเด็นสังคม ความเหลื่อมล้ำ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็ทำสารคดีจากต้นจนอวสาน เป็นการเล่าความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่รากเหง้าของประเทศว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากอะไร ถ้าเรายังไม่แก้ไขจะเกิดอะไรขึ้น มันมีทั้งเรื่องของหนี้สิน กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ การเมือง เศรษฐกิจ บ้านเราเหลื่อมล้ำทั้งหมดในระดับที่น่ากลัว&#160; อีกพาร์ตเป็นการวาดรูปทุกวัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lung-ple-21-3-studio/">‘ลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือน’ ศิลปินบันดาลใจตัวเล็กท่ามกลางเพื่อนเอกซ์ทราโครโมโซม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“ผมเห็นมันวาดรูปวันแรกนะ ผมตกใจมาก ถามว่านี่มึงไปเรียนมาจากไหนเนี่ย มันตอบครูโต แต่ผมว่ามันวาดไม่เหมือนครูโตเลย แต่ก็ดีแล้วแหละที่วาดไม่เหมือน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คือศิลปินอยู่ดี ต้องรู้ก่อนนะว่าศิลปินกับคนวาดรูปไม่เหมือนกัน ศิลปินเนี่ยคือผู้มีจิตวิญญาณ ดังนั้นผมจึงเรียกมันในวันแรกเลยว่ามึงเป็นศิลปิน” </strong>อาจารย์เฉลิมชัยพูดขึ้นกลางนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินคนหนึ่ง<strong> </strong>เธอเป็นคนวาดรูปไม่เหมือน ไม่เหมือนเสียจนผู้เป็นแบบต้องนั่งลุ้นกันเหงื่อท่วมว่าคราวนี้พู่กันของเธอจะปาดป้ายรูปร่างมนุษย์แขนงไหนออกมากันนะ นี่เป็นที่มาของศิลปินภาพไม่เหมือน</p>



<p>อาจเพราะอาจารย์เฉลิมชัยที่ทำให้เธอเชื่อในตัวเอง อาจเพราะอาจารย์เฉลิมชัยตบบ่าเธอในวันนั้น หรือไม่ก็อาจเพราะเธอเป็นเธอ เป็น <strong>‘เปิ้ล-จาริณี เมธีกุล’ </strong>จากนิทรรศการ Happleness ที่ร่างเล็กยืนฉายแสงอยู่ลำพังสู่นิทรรศการที่ร่างเล็กได้มีเพื่อนศิลปินรายล้อมตัวถึง 50 คน และเป็นศิลปินในสังกัดของเธอเสียด้วย ตึกปูนโปร่งที่เธอปลุกปั้นให้เป็นสตูดิโอเคยไร้ซึ่งคนสนใจ ถ้อยคำตอกย้ำว่ากลับไปทำงานประจำแบบที่เคยทำเถอะ อย่าได้มาทำงานจิตอาสาประเภทนี้เลย&nbsp;</p>



<p>แต่เปิ้ลทำให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า 21/3 Studio ไม่เคยเป็นเช่นนั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182673" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ภาพที่คาดฝัน</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>เปิ้ลเคยเป็นใครก่อนจะเป็นเจ้าของสตูดิโอ</strong></p>



<p><strong></strong>เรามีสองพาร์ตในชีวิต อาชีพหลักคือการเปิดบริษัททำเอเจนซีออนไลน์ และทำรายการโทรทัศน์ในช่อง Thai PBS เกี่ยวกับรายการประเด็นสังคม ความเหลื่อมล้ำ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็ทำสารคดีจากต้นจนอวสาน เป็นการเล่าความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่รากเหง้าของประเทศว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากอะไร ถ้าเรายังไม่แก้ไขจะเกิดอะไรขึ้น มันมีทั้งเรื่องของหนี้สิน กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ การเมือง เศรษฐกิจ บ้านเราเหลื่อมล้ำทั้งหมดในระดับที่น่ากลัว&nbsp;</p>



<p>อีกพาร์ตเป็นการวาดรูปทุกวัน จนได้บังเอิญเจออาจารย์เฉลิมชัยและมีโอกาสจัดแสดงงานศิลปะ ตอนนั้นทุกคนก็เรียกเราว่าศิลปิน (หัวเราะ) แต่จริงๆ เราไม่ได้เรียนศิลปะมาเลย มันแค่เกิดจากการแกล้งก่อน สมมติเจอคนหน้าสวยก็จะวาดให้จมูกใหญ่ๆ ดูไม่สวย เพื่อนหรือคนรู้จักเราก็วาดแบบนี้ ทุกคนเลยลุ้นว่าภาพเราจะออกมาแนวไหน เราไม่วาดอย่างอื่นเลย วาดแต่คน ตั้งชื่อเฟซบุ๊กว่าลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือน อย่ามาคาดหวังนะว่ารูปจะออกมาหน้าเหมือนแก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182675" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทำไมเรียกตัวเองว่าลุงเปิ้ลล่ะ&nbsp;</strong></p>



<p>มีหลานแล้วเราไม่อยากให้เขาเรียกป้า บอกว่าถ้าเรียกป้าจะไม่ให้เงินนะ ให้เรียกว่าลุง (หัวเราะ) ทุกคนก็เลยเรียกลุงเปิ้ลตามๆ กันไป&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วจู่ๆ จับพลัดจับผลูมาเปิดสตูดิโอได้อย่างไร</strong></p>



<p>วันหนึ่งเราต้องมาถ่ายทำที่สมาคมผู้พิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย คุยเรื่องความเหลื่อมล้ำกับ ‘คุณสุชาติ โอวาทวรรณสกุล’ ที่เป็นนายกสมาคม เขาบอกว่ามันมีกิจกรรมหนึ่งจัดที่สมาคม แต่วิทยากรเท ไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไรดี เราก็บอกว่าเราวาดรูปได้นิดหน่อยนะ (หัวเราะ) สุดท้ายก็หอบเอาสีน้ำ กระดาษสามร้อยแกรมอย่างดีมาที่สมาคม แล้วก็พาน้องสาวที่เรียนศิลปะมาช่วยด้วย</p>



<p>&nbsp;เริ่มแรกเด็กๆ เขาก็ไม่กล้าวาดกัน วาดกันเล็กมากเลย จนเราบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ วาดใหญ่ๆ เลย เราเดินดูไปถามแต่ละคนไปว่าวาดอะไร เขาก็ตอบพ่อ สีนี้คือแม่ ส่วนเขาตัวเล็กกระจิริด มีพระอาทิตย์อยู่ข้างบน พอเขาวาดกันเสร็จก็ไม่มีใครเก็บรูปกลับไปเลย วางทิ้งกันไว้หมด แต่เราเก็บมาแล้วยืนบ้ากับน้องสาวอยู่สองคนว่ามันสวยมาก! คิดในใจว่าเดี๋ยวต้องดังแน่เลย สักพักคุณสุชาติเขาก็เดินมาบอกว่ากิจกรรมนี้ดูสนุกดีนะ สีก็เยอะมากเลย มันต้องใช้เงินสูงหรือเปล่า เราบอกไม่ นี่เป็นสีจากบ้านเราเอง เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะเอามาอีก อยากจัดกิจกรรมอีก&nbsp;</p>



<p>คุณสุชาติก็ถามว่าขอทุนไหม มันมีกองทุนสนับสนุนผู้พิการนะ เราบอกอย่างนั้นขอสตูดิโอใหญ่ๆ ตั้งขาตั้งวางเฟรมให้เด็กยืนวาด สีต้องมีเยอะมากพอให้สะบัด ให้ละเลงได้ไหม คิดในใจเลยว่าขอแบบนี้ไม่ได้ทุนหรอก แต่คุณสุชาติเขาตอบครับ มันได้! ในโครงที่เราขอทุนไป เราเขียนไว้ว่าครั้งสุดท้ายของภาคเรียนจะขอนำศิลปะของน้องๆ มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ</p>



<p>เราเห็นภาพนิทรรศการตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นภาพศิลปะของน้อง เขียนไว้ด้วยว่าคนมาร่วมงานจะมีกี่ร้อยคน นิทรรศการจะมีกรอบรูปไซส์ใหญ่ ไซส์เล็ก ราคาเท่าไหร่บ้าง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาจัดถึงที่นี่</p>



<p>ที่นี่ที่เธอว่าคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยหรือ MOCA และเรากำลังถูกล้อมด้วยผลงานศิลปะเกือบร้อยชิ้น มองเผินๆ ดูจะเป็นภาพแอ็บสแตรกต์ของเด็กอายุน้อย ต้องตีความซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่าจะเข้าใจว่าผู้วาดจะสื่ออะไร โชคดีที่เจ้าของผลงานยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเอี๊ยมสีดำสนิท เขาทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ประจำวันพุธ <strong>‘วายุ &#8211; วายุ ปานอินทร์’</strong>&nbsp;</p>



<p>เมื่อเราเอ่ยทักทายว่าสวัสดีวายุ จู่ๆ วายุก็ตบขาเข้า กางแขนขึ้นตะเบ๊ะราวชายชาติทหาร เปิ้ลหัวเราะเสียงดังว่านี่เป็นคาแรกเตอร์เขาเลย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182682" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ภาพของวายุไม่ได้ซ่อนอะไรซับซ้อน หากแต่เป็นรูปร่างรถกู้ภัยแบบตะโกนออกมา ด้วยเพราะวายุเคยถูกรถชนเมื่อครั้งยังเด็ก ทำให้เสียงวี้หว่อ วี้หว่อก้องอยู่ในหัวของเขา และเมื่อได้เห็นตำรวจก็ดูเหมือนว่าวายุจะลืมความเจ็บปวดจนสิ้น กลายเป็นว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นก่อความประทับใจใต้จิตสำนึกให้เขา</p>



<p><strong>“วายุจะชอบวาดทับไปเรื่อยๆ แล้วก็บ่นว่าเครียดๆ สีเน่าๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องล้างพู่กันหรือเปลี่ยนจานสีอย่างไร”</strong> เปิ้ลพูดเล่าทั้งยิ้มปริ่มระหว่างเราไล่ดูภาพศิลปะ เธอบอกว่าศิลปินทั้ง 50 คนที่กำลังจัดแสดงผลงานอยู่เป็นผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม และ ‘If you don’t understand me, don’t worry. Just let me be.’ คือชื่อของนิทรรศการ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>สตูดิโอรูปปาท่องโก๋</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>ทำไมต้องเป็น 21/3&nbsp;</strong></p>



<p>ได้ไอเดียมาจากรูปโครโมโซมที่หลานวาดอธิบายให้ดู เขาเรียนแพทย์มา เราเอามาจากที่เขาวาดเป็นแท่งเหมือนปาท่องโก๋เลย มันเป็นรูปโครโมโซมคู่ที่ 21 ที่มี 3 อัน อย่างวันดาวน์ซินโดรมโลกก็เป็นวันที่ 21 มีนาคม สมองของพวกเขาไม่ได้ผิดปกติ แต่โครโมโซมที่มันเกินมาดันเป็นตัวที่ควบคุมตั้งแต่หัวจนปลายเท้า ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ผิวหนังจะลอก กล้ามเนื้อไม่ค่อยดีทำให้เดินช้า พูดไม่ชัด กินช้า และส่งผลต่อการเรียนรู้&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>คนรอบตัวคิดเห็นอย่างไรกับการที่เราจะเปิดสตูดิโอสำหรับผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมโดยเฉพาะ</strong></p>



<p>ก็ไม่มีใครสนใจหรอก ทุกคนจะมองว่าเราทำงานจิตอาสา ทั้งที่เราบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ เขาก็ยังไม่ค่อยเข้ากันอยู่ดี บอกว่าให้กลับไปทำงานอย่างเดิมจะดีกว่า แต่เราอยู่ตรงนี้แล้วปลอดโปร่งมากกว่า เมื่อก่อนเราจะหวงงานที่ทำมาก ต้องดูทุกอย่าง ต้องรู้ทุกเรื่อง คอมเมนต์ให้หมด จู้จี้จุกจิกไปหมด กระทั่งได้มาทำงานในสตูดิโอนี้ มันทำให้เราคิดได้ว่าเออ! บางเรื่องมันก็ไม่ได้มีใครตายเสียหน่อย เรายกรายการให้น้องอีกคนดูแลเลย รายการในตอนนี้ดีกว่าตอนนั้นที่เราทำอีกนะ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>ตอนเรามีโอกาสเจอศิลปินหรืออาจารย์สอนศิลปะ ก็พยายามเอาไปอวดเขาว่าดูงานศิลปะพวกนี้สิ สวยมากเลย แต่เขาก็จะพูดกันแค่ไม่ได้นะ! มันต้องถูกสอนโดยผู้เชี่ยวชาญสิ คือดับฝันเรามาก แล้วเราก็ไม่พูดกับใครอีกเลย พูดแค่กับน้องสาว แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทุกวันอังคารเราหายไปไหน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182677" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>ตอนนั้นรู้แค่พวกเขาพูดไม่รู้เรื่อง ลึกๆ ก็มีความกลัวด้วยว่าต้องคุยกับเขาอย่างไร เรียกเขาอย่างไร เรียกน้องดาวน์หรือเปล่า แต่ก็ได้เข้าใจแล้วว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไร ดาวน์ซินโดรมเป็นเพียงกลุ่มคนที่มีโครโมโซมเกินมา 1 คู่ มันเอกซ์ทรามากๆ รู้ไหม อย่างถ้ามีเพื่อนเป็นมะเร็ง เราจะไม่พูดว่าเขาเป็นมะเร็ง แต่จะพูดว่าเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ได้แต่คิดว่าอย่างนี้ที่เรียกกันว่าเด็กดาวน์ๆ ก็ไม่ถูกน่ะสิ&nbsp;</p>



<p><strong>มีวิธีการอย่างไรในการคุยกับพ่อแม่เด็ก</strong></p>



<p>เราไปหาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับผู้มีภาวะนี้จนแน่น แล้วก็เริ่มอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่ของน้องๆ ทั้ง 50 คนได้ฟัง เขาร้องไห้กันเลย บอกว่าทำไมไม่เห็นมีใครมาอธิบายเขาอย่างนี้ คุณพ่อคนหนึ่งยื่นสมุดพกลูกเขาให้เราดู ครูเขียนข้างในว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน อืม โคตรเลวเลย (เปิ้ลพยักหน้าพลางส่ายหัว)</p>



<p>เราแค่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เขาเข้าใจในอีกมุมหนึ่ง และเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งการที่ลูกเขาไม่พูด ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูด มันเหมือนเราอมมาร์ชเมลโลไว้เต็มปาก จะพูดถนัดได้อย่างไร ในเวลากลางวันก็จะเห็นว่าพวกเขาชอบนอนหลับ เพราะหัวใจไม่แข็งแรงทำให้ต้องการการพักผ่อน หรือเห็นว่าเขานั่งแล้วซึม แต่เขาไม่ได้ซึมนะ เขาไม่มีแรง&nbsp;</p>



<p>หรืออย่างเวลามีแม่ของน้องมาดู เขาก็จะห่วงว่าน้องทำสีเลอะไหม ลูกจะวาดรูปสวยไหม ถึงขั้นมานั่งขึ้นโครงรูปคนให้เลย เราถามแม่น้องว่าแม่! นี่แม่เป็นอาจารย์เฉลิมชัยไหม (หัวเราะ) ถ้าแม่วาดรูปสวยกว่าอาจารย์เฉลิมชัย เปิ้ลจะไม่ไล่แม่นะ หรือวาดรูปคนเป็นไหม ไหนลองวาดให้ดูหน่อย แม่เขาก็ส่ายหัวบอกไม่ๆ วาดไม่เป็น เราก็บอกถ้าแม่วาดไม่เป็นจะมาสอนลูกทำไม ก็ขอเรียนเชิญแม่ออกไป เรากั้นเชือกกันพ่อแม่เลย ปล่อยให้เด็กเขาได้วาดด้วยตัวเอง</p>



<p><strong>วิชาศิลปะตอบโจทย์พวกเขามากกว่าวิชาอื่นเหรอ</strong></p>



<p>มันแค่เป็นสิ่งที่รีเลตกับตัวเรามากกว่า รีเลตกับความรู้สึกว่าเราเองก็ไม่ได้เรียนศิลปะ ไม่ได้เรียนในระบบ เราไม่รู้ว่าศิลปินในประเทศที่เขาเรียนมาแล้วมีความงามแบบที่บอกๆ กันมันเป็นอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่ารูปที่ตัวเองวาดมันสวยไหม จนวันที่ได้เจออาจารย์เฉลิมชัยน่ะแหละ เขาบอกว่ารูปมึงสวยนะ เราตอบแต๊กา! เป็นภาษาเหนือ แกหันมาหาเราแล้วทำหน้าเคร่ง สวนกลับว่ากูเป็นใครทำไมกูต้องเลียมึง (หัวเราะ) คนโง่อย่างมึงไม่รู้หรอกว่าตัวเองวาดรูปสวย แล้วก็ชอบเที่ยวไปดูของคนอื่นเขา คิดว่าของคนอื่นสวย ของมึงไม่สวย หลังจากนี้มึงไปวาดมาอีกยี่สิบเล่ม แล้วห้ามให้ใครดู ให้กูดูคนเดียว เราก็ไม่สนใจใครอีกแล้ว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182678" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ยิ่งได้มาเห็นงานของน้องๆ เราก็แค่รู้สึกว่ามันสวย มีเด็กสามขวบคนหนึ่งเทกระบอกสีแดงลงพื้น แล้วเอาตัวไปนอนกลิ้ง จากนั้นเขาก็เดินลงมาสตูดิโอด้วยหน้าตาเฉย เราบอกดูเข้า! มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น โดยที่ไม่ได้ดุอะไรเขาเลย คิดดูสิถ้าคนเราละเลงตัวกับสีได้แบบนั้นนะ รูปมันต้องสวยมากแน่ คือในสตูดิโอมันไม่มีความรู้อะไรเลย มีแค่สตาฟกับเด็ก 50 คน เราไม่ได้สอนอะไรด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราสามารถทำให้เด็กที่ไม่พูดเลย เขาพูดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกิ๊บ วายุ หรือไพบูลย์ แล้วมันก็เยียวยาเราได้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เพื่อนที่แสนจะเอกซ์ทรา</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>มีวิธีเฟ้นหาเด็กทั้ง 50 คนอย่างไร</strong></p>



<p>หลังโครงการผ่านแล้ว สมาคมก็จะคัดสรรตามเงื่อนไขว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องมีอายุเท่าไหร่ หลุดจากระบบการศึกษา สมาคมจะออกค่าเดินทางให้ มีข้าวให้กิน และมีขนมให้สองมื้อ คุณพ่อคุณแม่ก็เอาลูกมาสมัครโดยไม่ได้คาดหวังอะไร แค่ให้พวกเขาได้ออกจากบ้าน</p>



<p><strong>โปรเจกต์นี้จะยังมีต่อไปเรื่อยๆ ไหม</strong></p>



<p>คงอยู่ที่งบของสมาคม ถ้ามันยังไปต่อได้ เราอาจจะเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มใหม่ แล้วก็ทำให้ดีกว่านี้ หรือเด็กบางคนที่ทำให้สิ่งนี้ได้ดี เราก็จะช่วยต่อยอดเขาอย่างเช่นวายุเนี่ย เขามีคุณสมบัติความเป็นอาร์ตทิสต์มากกว่าเราอีกนะ และนิทรรศการหลังจากนี้ต้องดีขึ้น ใหญ่ขึ้น ชัดเจนมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>เปิ้ลเข้าใจผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมมากขึ้นหรือเปล่า</strong></p>



<p>เมื่อเราก้าวข้ามเส้นที่ว่าพวกเขาไม่ได้มีความผิดปกติใดด้านสมอง มันทำให้รู้สึกว่าที่เราคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ปัญหามันอยู่ที่เราเอง เขาพูดรู้เรื่องนะ แต่เราต่างหากที่ฟังเขาไม่รู้เรื่อง พออยู่ด้วยกันทุกวันก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>และเสียงฝีเท้าหนึ่งก็เดินย่างเข้ามาระหว่างบทสนทนาอย่างไม่ได้ขัดจังหวะใดๆ หากแต่ยิ่งช่วยทำให้ประโยคของเปิ้ลมีความหมาย วายุกวาดสายตาซ้ายขวาก่อนที่เขาจะบีบไหล่เปิ้ล เธอพยักหน้ายิ้มทั้งพูดต่อ</p>



<p><strong>“เห็นไหมการที่มีเพื่อนแบบนี้ โคตรเท่เลย! เนอะ”</strong></p>



<p><strong>“จ้ะ! พี่”</strong> วายุตอบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182679" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การมีเพื่อนเอกซ์ทราโครโมโซมทำให้ชีวิตเปิ้ลเปลี่ยนไปไหม</strong></p>



<p>พวกเขาทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตก็ไม่มีอะไร (เปิ้ลก้มหน้าเงียบไปครู่หนึ่ง) พวกเขาดาวน์ตั้งแต่ปลายผมจนเท้า แล้วเราจะไปกลัวอะไร เขาทำให้รู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิต ความสุขมันหาง่ายมาก เพราะเราไม่เคยเห็นพวกเขาทุกข์เลย จนทำให้คิดกับตัวเองว่านี่เราทุกข์ไปไหม&nbsp;</p>



<p>วันก่อนแม่วายุมา เขาเป็นคนขายลอตเตอรี่ เราเห็นวายุช่วยแม่เรียงลอตเตอรี่ขาย เขาก็พูดเรียกคนนี้! สี่สิบบาท ที่จริงแล้วมันสองร้อยนะ (หัวเราะ) วายุอวยพรคนซื้อว่าสาธุเด้อ ถ้าถูกหวยเอารถแห่มาเด้อ แล้วก็เอาลอตเตอรี่ใส่ถุง เรายังคิดอยู่เลยว่าชีวิตจริงของเขาต้องนั่งซ้อนจักรยานแม่ไปขายลอตเตอรี่ตามหมู่บ้าน เดี๋ยววันที่ 31 วายุก็คงกลับไปมีชีวิตแบบนั้น ใน 15 วันที่เขาได้มาแสดงงานที่นี่ก็เป็นเพียงภาพมายา</p>



<p><strong>ภาพมายาหมายความว่าอย่างไร</strong></p>



<p>อย่างงานศิลปะที่เราเคยวาดแล้วรูปมันขายหมดเกลี้ยง ทำให้ครั้งหน้าคิดว่าอยากขายให้หมดอีก ไปไหนคนก็จะได้เรียกศิลปิน อยากสำเร็จอย่างอาจารย์เฉลิมชัยไม่ก็แวนโก๊ะ แต่ปัญหาของเราคือแล้วเราจะวาดรูปอะไร เราจะสะท้อนอะไรในรูปวาด สุดท้ายก็ได้ค้นพบว่าสิ่งที่งามที่สุดของรูปคือความสุขตอนวาด เงินทองถ้ามีน้อยก็กินน้อย เมื่อวันหนึ่งทุกอย่างมันพร้อมก็คงพร้อมเอง เราไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว รถที่ใช้มาสิบปีมันก็ยังขับได้ ก็ไม่ต้องเปลี่ยน ทั้งหมดที่พูดมาเป็นบทเรียนยิ่งใหญ่ในชีวิตเราว่าชีวิตมันไม่มีอะไร</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอให้เราได้เป็นตัวเอง</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182680" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คาดหวังลึกๆ หรือเปล่าว่าอยากเห็นพวกเขาเติบโตไปเป็นศิลปินบ้าง</strong></p>



<p>ไม่เลย เมื่อนิทรรศการจบลง เด็กๆ ก็จะกลับไปมีชีวิตปกติของตัวเอง มีภาพของน้องคนหนึ่งที่ยดดกดไลก์เป็นล้านเลยนะ วันนั้นแม่เขาเดินเข้ามาเจอเราด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะมีคนมีชื่อเสียงมาทักทายลูกเขา เราก็จับมือบอกว่าแม่ใจแข็งไว้ ใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็มีโพสต์อื่นมากลบ เขาแค่มาทักทายแล้วก็จากไป ตอนนี้แม่เขาก็กลับไปไลฟ์ขายของเหมือนเดิม ลูกก็ไม่ได้เป็นศิลปินหรอก มันเป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่ก็ไม่มีอะไรที่ไม่มีประโยชน์นะ อย่างน้อยก็ได้จารึกว่าครั้งหนึ่งลูกเขาเคยได้แสดงงาน และชีวิตก็ต้องเข้าสู่บทต่อไป&nbsp;</p>



<p><strong>คิดว่าคนที่เห็นภาพเหล่านี้จะได้อะไรกลับไป</strong></p>



<p>เราแค่อยากให้เขารู้สึกเหมือนเรา ไม่ต้องสงสารแล้วซื้อของ มันไม่ใช่งานการกุศล ทั้งหมดนี้เรารวบรวมขึ้นมาเพราะน้องเขาวาดแล้วก็ไม่สนใจ กลับบ้านกันหมด (หัวเราะ) พอวันเปิดนิทรรศการ เราก็ชวนคุณพ่อคุณแม่ของน้องเขามา เขาก็ตื่นเต้นกันมาก ยิ่งได้เห็นรูปของลูกเป็นลายบนสินค้ากระเป๋า เขาก็โอ้! จริงเหรอ เขาไม่คิดว่ามันจะสวยงามขนาดนี้ และกลุ่มดาวน์ซินโดรมก็เรียกว่าเป็นแบบอย่างความสุขสำหรับเรา ไม่มีใครอยากมี อยากได้อะไรเลย อย่างเด็กบางคนก็มีความรักตามช่วงวัย ถึงวันนี้จะอกหักขึ้นมา แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็ไม่คิดอะไรมากแล้ว ก็แค่อกหักเอง&nbsp;</p>



<p><strong>คนอื่นมองว่าเราทำงานจิตอาสา แล้วสำหรับเรามันคือการทำงานเพื่ออะไร</strong></p>



<p>เพื่อตัวเองนะ ความฟินในแต่ละวันคือการได้เห็นรูปหลังน้องวาดกันเสร็จ มีรูปให้เราดูในหนึ่งวันเป็นร้อยรูปเลย ทั้งหมดนี้เรารวบรวมขึ้นมาเพราะน้องเขาวาดแล้วก็ไม่สนใจ กลับบ้านกันหมด (หัวเราะ) พอวันเปิดนิทรรศการ เราก็ชวนคุณพ่อคุณแม่ของน้องเขามา เขาก็ตื่นเต้นกันมาก ยิ่งได้เห็นรูปของลูกเป็นลายบนสินค้ากระเป๋า เขาก็โอ้! จริงเหรอ เขาไม่คิดว่ามันจะสวยงามขนาดนี้&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>ภาพวันนั้นที่ฝันเหมือนภาพในวันนี้เลยหรือเปล่า</strong></p>



<p>อืม ใช่! ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นช่วงชีวิตที่เรามีความสุขที่สุดเลยนะ เมื่อก่อนเราเป็นคนเนี้ยบมาก ต้องวางแผนทุกอย่างให้เป๊ะ ต้องทำเงินให้ได้เท่าไหร่ แต่ตอนนี้เราคิดว่าประโยคที่ผู้ใหญ่เคยบอกตอนเด็กมันจริง ชีวิตไม่มีอะไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182681" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/08.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ถึงลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือนจะบอกเราว่าเธอทำเพื่อตัวเอง แต่ทั้งหมดที่เห็นอยู่กลับไม่ทำให้คิดอย่างนั้น เพราะเธอทำให้เด็กๆ ที่หลุดระบบการศึกษามีเฟรมผ้าใบเป็นของตัวเอง ได้ขึ้นจัดแสดงงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ของประเทศ บ้างอายุเพียงไม่กี่ขวบเสียด้วยซ้ำ ไล่ไปจนถึงวัย 55 ปีก็มี เธอทำให้พ่อแม่ของเด็กยิ้มแป้นแล้น ภูมิใจในสิ่งที่ลูกเป็น ลูกของพวกเขาได้เป็นตัวเอง ทั้งยังมีคนปรบมือชื่นชมให้ขณะยืนบนพื้นเปล่าธรรมดา โดยไม่ต้องก้าวขึ้นเวทีที่มีแสงตระการตา</p>



<p>แม้ทุกสิ่งจะเป็นภาพมายาชั่วครู่ชั่วคราวที่วูบไหว แล้วหายไปในสิ้นเดือนสิงหาคม ทว่าเหล่าเอกซ์ทราโครโมโซมจะมีวัยอันน่าจดจำในชีวิต และเชื่อเลยว่าลุงเปิ้ลคงเป็นหนึ่งในเพื่อนที่แสนเอกซ์ทราของพวกเขาเช่นกัน</p>



<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/lung-ple-21-3-studio/">‘ลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือน’ ศิลปินบันดาลใจตัวเล็กท่ามกลางเพื่อนเอกซ์ทราโครโมโซม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘บรี-แสงเทียน’ นักขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน ผู้ส่องสว่างให้ห้องมืดเห็นว่าโลกภายนอกยังรออยู่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/bree-saengthaien/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Aug 2025 07:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182410</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บ้านเมืองเราดูเหมือนจะมีแผนผังเป็นเขาวงกต ถูกออกแบบมาให้เดินเป็นวงกลม ทุกครั้งที่คิดว่ากำลังอยู่ในทางที่มีแสงสว่างรำไร ก็มักจะมีเงามืดตามมาทาบทามอีกครั้งเสมอ” ผู้เขียนไม่อาจปฏิเสธ และไม่อยากปฏิเสธถึงคลื่นที่ยังคงส่งแรงกระเพื่อมต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ทั้งหวังเหลือเกินให้พูดถึงเรื่องนี้ได้อย่างเต็มปาก ในฐานะของคนๆ หนึ่งที่มีสิทธิ์มีเสียง และในฐานะของเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาท่ามกลางม็อบเสื้อหลากสี ห้วงเวลาเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม ต้องใช้โต๊ะเหล็กบดบังหน้าต่าง อยู่กับความผวาว่ากระสุนจะทะลุเข้ามาเมื่อไหร่ ฟังดูช่างรุนแรง ฟังดูไม่เหมือนวัยเยาว์น่ารักที่จินตนาการไว้ หากแต่น่าเสียดาย ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง&#160; และหวังเหลือเกินว่าผู้อ่านจะเข้าใจถึงเนื้อความในหนึ่งบทนี้ จากเสียงของคนอีกคนหนึ่งที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมไม่ต่างกัน เวลานี้ เธอกำลังยืนอยู่ในฐานะเจ้าหน้าที่รณรงค์สาธารณะขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (Amnesty International Thailand) ‘บรี-แสงเทียน เผ่าเผือก’ หญิงผมสั้นใต้แว่นกลมใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึม เธอคอยผลักดันสิทธิมนุษยชนอยู่เนืองๆ ทั้งเป็นตัวตั้งตัวตีของแคมเปญฟรีราษฎร รวมถึงนิทรรศการ ‘Freedom Beyond Walls’ ที่ร่อนส่งจดหมายไปมาระหว่างเราสู่เพื่อนในเรือนจำว่ายังรออยู่ข้างนอกนะ เธอจะไม่พูดแค่มนุษย์หนึ่งคนนั้นทำอะไรได้บ้าง แต่จะพูดให้เราฟังว่ามนุษย์หนึ่งคนในหนึ่งประเทศควรมีสิทธิมีเสียงทำอะไรได้บ้าง และการเมืองนั้นเป็นเรื่องของทุกคน จากประวัติศาสตร์ไม่กี่บรรทัด จำได้ไหมว่าเริ่มหันมาสนใจเรื่องการเมืองอย่างจริงจังตอนไหน ตั้งแต่มัธยมที่เห็นพ่อไปชุมนุม เราได้แต่ตั้งคำถามว่าเหตุผลอะไรถึงต้องมีคนไปเยอะขนาดนั้น แล้วก็เป็นห่วงพ่อ เพราะมีข่าวสลายการชุมนุม ประกอบกับ ม.ปลาย ที่ได้เรียนวิชาสังคม เห็นว่าพาร์ตประวัติศาสตร์อื่นของไทยจะยาวมาก ยกเว้นเหตุการณ์ 14 ตุลา เราจำได้เลยมันมีแค่ 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bree-saengthaien/">‘บรี-แสงเทียน’ นักขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน ผู้ส่องสว่างให้ห้องมืดเห็นว่าโลกภายนอกยังรออยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“บ้านเมืองเราดูเหมือนจะมีแผนผังเป็นเขาวงกต ถูกออกแบบมาให้เดินเป็นวงกลม ทุกครั้งที่คิดว่ากำลังอยู่ในทางที่มีแสงสว่างรำไร ก็มักจะมีเงามืดตามมาทาบทามอีกครั้งเสมอ”</strong></p>



<p><strong></strong>ผู้เขียนไม่อาจปฏิเสธ และไม่อยากปฏิเสธถึงคลื่นที่ยังคงส่งแรงกระเพื่อมต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ทั้งหวังเหลือเกินให้พูดถึงเรื่องนี้ได้อย่างเต็มปาก ในฐานะของคนๆ หนึ่งที่มีสิทธิ์มีเสียง และในฐานะของเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาท่ามกลางม็อบเสื้อหลากสี ห้วงเวลาเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม ต้องใช้โต๊ะเหล็กบดบังหน้าต่าง อยู่กับความผวาว่ากระสุนจะทะลุเข้ามาเมื่อไหร่ ฟังดูช่างรุนแรง ฟังดูไม่เหมือนวัยเยาว์น่ารักที่จินตนาการไว้ หากแต่น่าเสียดาย ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง&nbsp;</p>



<p>และหวังเหลือเกินว่าผู้อ่านจะเข้าใจถึงเนื้อความในหนึ่งบทนี้ จากเสียงของคนอีกคนหนึ่งที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมไม่ต่างกัน เวลานี้ เธอกำลังยืนอยู่ในฐานะเจ้าหน้าที่รณรงค์สาธารณะขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (Amnesty International Thailand)</p>



<p>‘<strong>บรี-แสงเทียน เผ่าเผือก’ </strong>หญิงผมสั้นใต้แว่นกลมใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึม เธอคอยผลักดันสิทธิมนุษยชนอยู่เนืองๆ ทั้งเป็นตัวตั้งตัวตีของแคมเปญฟรีราษฎร รวมถึงนิทรรศการ ‘Freedom Beyond Walls’ ที่ร่อนส่งจดหมายไปมาระหว่างเราสู่เพื่อนในเรือนจำว่ายังรออยู่ข้างนอกนะ เธอจะไม่พูดแค่มนุษย์หนึ่งคนนั้นทำอะไรได้บ้าง แต่จะพูดให้เราฟังว่ามนุษย์หนึ่งคนในหนึ่งประเทศควรมีสิทธิมีเสียงทำอะไรได้บ้าง และการเมืองนั้นเป็นเรื่องของทุกคน</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จากประวัติศาสตร์ไม่กี่บรรทัด</strong></h2>



<p><strong>จำได้ไหมว่าเริ่มหันมาสนใจเรื่องการเมืองอย่างจริงจังตอนไหน</strong></p>



<p>ตั้งแต่มัธยมที่เห็นพ่อไปชุมนุม เราได้แต่ตั้งคำถามว่าเหตุผลอะไรถึงต้องมีคนไปเยอะขนาดนั้น แล้วก็เป็นห่วงพ่อ เพราะมีข่าวสลายการชุมนุม ประกอบกับ ม.ปลาย ที่ได้เรียนวิชาสังคม เห็นว่าพาร์ตประวัติศาสตร์อื่นของไทยจะยาวมาก ยกเว้นเหตุการณ์ 14 ตุลา เราจำได้เลยมันมีแค่ 3 &#8211; 4 บรรทัดเอง ก็ได้แต่ตั้งคำถามอีกว่าทำไม ทั้งที่ดูเป็นการเคลื่อนไหวของประชาชน แต่พื้นที่กลับน้อยจัง ถึงได้เริ่มศึกษามากขึ้น ความสนใจก็เพิ่มขึ้นว่าถ้าอยากรู้มากกว่านี้ เราต้องเรียนอะไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182414" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เรื่องนี้จะตลกนิดหนึ่ง คือตอนนั้นมีละครทีวีเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพที่ตัวละครเป็นทูต เขาเรียนรัฐศาสตร์ (หัวเราะ) เราก็อ๋อ! เข้าใจแล้ว ด้วยความสนใจการเมืองมากทำให้เลือกเรียนปริญญาตรี ในคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา องค์ความรู้ก็เพิ่มขึ้น หลังเรียนจบ เราลองเบนไปทำงาน HR ในภาคเอกชน แต่มันไม่ใช่ ใจเรายังอยู่ที่เดิม ทำให้เลือกเรียนต่อปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ แต่เป็นสาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&nbsp;</p>



<p><strong>คุณพ่อเห็นด้วยหรือเปล่า</strong></p>



<p>เราโชคดีที่ที่บ้านซัพพอร์ตมาก อยากเรียนอะไรก็เรียน เขามองว่าถ้าเราสนใจอะไร เราก็จะทำได้ดี ด้วยการเรียนการสอนของมหาลัยทำให้เกิดการดิสคัสกันหลายมุม แลกเปลี่ยนกับอาจารย์ และเราชอบมากเลย จนช่วงใกล้จบปริญญาโทก็สมัครเป็นเด็กฝึกงานที่องค์กร <strong>‘Amnesty International Thailand’ </strong>เริ่มฝึกงานอยู่ภายใต้ Supervisor ที่ทำแคมเปญฟรีราษฎร&nbsp;</p>



<p><strong>แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เป็นองค์กรที่ผลักดันเรื่องอะไร</strong></p>



<p>แอมเนสตี้เป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนที่พยายามทำให้คนรู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง เขาจะใช้สิทธิของตัวเองอย่างไรได้บ้าง สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องประจำวัน ไม่ใช่เรื่องไกลตัว องค์กรเราสร้างความรู้ สร้างพื้นที่ให้คนได้ใช้สิทธิของตัวเอง หลังจากนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้ที่รู้แล้วได้เป็นอีก Hub ให้คนอื่นรับรู้ไปด้วย เพื่อใช้สิทธิของตัวเองเพิ่มขึ้น เราทำงานอยู่ภายใต้กระบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม การทำงานทุกแคมเปญของเราจะส่งผลในการสร้างคนที่อยากทำงานเคลื่อนไหว ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อ นั่นคือหัวใจของการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในระยะยาว</p>



<p><strong>มองว่าการชุมนุมประท้วงมีบทบาทอย่างไรต่อสังคมไทย</strong></p>



<p>เท่าที่เข้าใจตอนนี้ ม็อบหรือการชุมนุมประท้วงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะแสดงความต้องการของคน อาจมองเห็นว่าสิ่งนี้พัฒนาอะไรได้อีกบ้าง หรือถูกละเมิดสิทธิอะไรไปบ้าง แต่ด้วยระบบเองอาจจะยังไม่ได้เอื้อให้เขาเปล่งเสียงออกมาได้ขนาดนั้น การชุมนุมประท้วงก็เป็นรูปแบบหนึ่งในการใช้สิทธิของเขา สิ่งที่จะต้องพัฒนากันต่อไป คือจะทำอย่างไรให้รัฐเห็นว่านี่ก็เป็นสิทธิมนุษยชน คุณต้องรองรับและฟัง จริงๆ มันเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับคุณในการฟังว่าตรงนี้ยังมีจุดบกพร่องตรงไหนที่คุณไม่เห็น เพราะประชาชนที่ใช้ชีวิตประจำวัน อยู่กันคนละภาคส่วน เขาเห็นปัญหา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182415" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เห็นความเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวทางการเมืองในสังคมไทยบ้างไหม</strong></p>



<p>ในช่วงที่มีม็อบเสื้อเหลืองเสื้อแดง เราเรียนอยู่ ม.ปลาย หลังจากเรียนจบก็มีม็อบมากขึ้นกว่าเดิมนะ ในปี 63 คนออกมาพูดถึงการเมืองเยอะมาก จริงๆ มันเห็นพัฒนาการบางอย่าง เพราะอย่างตอนที่รุ่นพ่อรุ่นแม่เราไปชุมนุมกัน คนจะมองว่าการเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เรื่องของคนที่ไม่พอใจรัฐบาล แต่ในระยะหลัง เราเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p>การเมืองไม่ใช่เรื่องของผู้ใหญ่อีกแล้ว เด็กๆ นิสิต นักศึกษาก็มองว่าการเมืองเป็นเรื่องของเขาด้วย จากการที่เห็นเขาออกมาประท้วง มีการชุมนุมของนักเรียนที่พูดเรื่องทรงผม การแต่งกาย หรือสิ่งที่มีมาโดยตลอด คือขบวนไพรด์ เป็นการประท้วงเรื่องเพศในแบบหนึ่ง คำว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคนจึงเห็นได้ชัดขึ้น คนเข้าใจมากขึ้นว่าการชุมนุมประท้วงก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการแสดงความคิดเห็น ใช้สิทธิ ขยายสิทธิของเขา&nbsp;</p>



<p><strong>คิดว่าคนจำนวนน้อยจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงใช่ไหม</strong></p>



<p>เราว่ามันคือจุดเริ่มต้นของอะไรที่มันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าไม่เกิดคำว่าแค่นี้ก็จะไม่มีคำว่าใหญ่ขึ้นเลย การที่เริ่มจากคนสองคนเห็นปัญหาจนเขาพูดอะไรออกมาให้คนอื่นได้ยิน ก็จะกลายเป็นสามคนสี่คนห้าคน มีคนเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ถึงจังหวะหนึ่งด้วยปัจจัยอื่นที่นอกจากตัวพวกเขาเอง มันทำให้เขาถูกได้ยินมากขึ้น</p>



<p>อย่างแคมเปญฟรีราษฎรที่มีโพรเจกต์จดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำ คนที่เขียนจดหมายอาจรู้สึกว่าเขาเขียนคนเดียว อาจต้องเอาไปเขียนในห้องคนเดียว หรือเขียนกรอกในเว็บไซต์คนเดียว แต่พอจดหมายเหล่านั้นมารวมกัน แล้วถูกส่งให้คนที่ต้องการความหวังมากๆ จากคนเดียวจะรวมกันกลายเป็นความหวังก้อนหนึ่งที่แม่งโคตรสำคัญกับคนในเรือนจำเลย คนที่พวกเขามองว่าตัวเองไม่ควรไปอยู่ในนั้นตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ก็คือผู้ต้องขังทางการเมือง&nbsp;</p>



<p><strong>สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนตอนนี้อยู่ในสถานะไหน&nbsp;</strong></p>



<p>ตอนนี้สิทธิของคนในฐานะประชาชนภายในรัฐยังไม่ถูกเคารพขนาดนั้น คำว่าเคารพในที่นี้หมายถึงคุณต้องดูว่าใครถูกละเมิดสิทธิของการเมือง มันมีคนตั้ง 50 คนที่อยู่ในเรือนจำตอนนี้ และอีก 1,977 คนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมือง แสดงให้เห็นว่ารัฐเองก็ยังไม่ได้รองรับ ไม่ได้ทำให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมประท้วงลงหลักปักฐานได้ขนาดนั้น&nbsp;</p>



<p>ถ้าคุณเชื่อว่าประเทศนี้ สังคมนี้จะการเมืองดี มันต้องไม่มีใครโดนคดีแบบนี้ หรือหากโดนแล้วต้องมีการเยียวยาหรือทำให้เขาเดินหน้าต่อไปได้ ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการประกันในอนาคตว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุม การประท้วง ถ้าเขาใช้แล้วต้องไม่นำมาซึ่งคดีทางอาญา หรือการถูกดำเนินคดีอีก ถ้าสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนมันได้รับการรองรับและการคุ้มครอง ถ้าคุณรู้สึกว่าฉันพูด ฉันวิจารณ์ คิดว่านี่คือสิ่งที่พัฒนากันได้ พูดออกมาแล้วไม่ถูกดำเนินคดี เราว่ามันคือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทางการเมืองที่สำคัญในอนาคตเลย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182416" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หน้าที่ของรัฐที่ควรมีต่อสิทธิมนุษยชนคืออะไร</strong></p>



<p>อืม สำหรับเราแล้ว รัฐมีหน้าที่ในการสร้างเงื่อนไข สร้างสภาพแวดล้อมให้คนใช้สิทธิมนุษยชนได้อย่างเต็มที่ ท้ายที่สุดพอเราใช้สิทธิมนุษยชนได้ ทุกคนเข้าใจว่าใช้สิทธิมนุษยชนของตัวเองได้ เราจะอดทนต่อความต่างของกันและกัน เราว่านี่คือหัวใจของการพัฒนาการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ระบอบไหนก็ตาม&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เสรีภาพแห่งคำพูด</strong></h2>



<p><strong>ความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังทางการเมืองเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>สิ่งที่พวกเขาต้องการมากๆ คือการรู้ว่าพวกเขายังมีตัวตนอยู่ข้างนอก ความหวังว่าตัวตนภายนอกของเขายังไม่ถูกลืม เพราะนั่นคือตัวตนที่ควรจะได้โลดแล่น การรับรู้ว่าคนข้างนอกไม่ได้ลืมพวกเขา อยากรู้ว่าข้างนอกเคลื่อนไหวกันอย่างไรบ้าง สถานการณ์นิรโทษกรรมประชาชนเป็นอย่างไร Amnesty ทำอะไรอยู่ องค์กรภาคประชาสังคมอื่นทำอะไรอยู่ ในทางกลับกัน เราจะคอยอัปเดตให้เขาฟังด้วยว่าเราทำอะไรอยู่ และองค์กรอื่นทำอะไร ผ่านแอป DomiMail ที่ใช้คุยกับคนข้างใน</p>



<p><strong>แคมเปญฟรีราษฎรเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></p>



<p>ช่วงปี 63 ที่มีการชุมนุมประท้วงของนักเรียน นักศึกษา คนทั่วไปที่เยอะ หลังจากนั้นก็มีคนถูกดำเนินคดีมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน แคมเปญนี้เกิดขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ว่าทำอย่างไรให้คนที่เขาถูกดำเนินคดีรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ณ ตอนนั้น ข้อเรียกร้องของแคมเปญนี้คือต้องปล่อยตัวทันทีไม่มีเงื่อนไข ตอนนี้ก็ยังดำเนินไปด้วยข้อเรียกร้องนี้อยู่ แคมเปญฟรีราษฎรมีอีกชื่อว่า ‘ปล่อยเพื่อนเรา’&nbsp;</p>



<p>เราทำผ่านโพรเจกต์จดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำ และอีกช่องทางหนึ่งคือการผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ร่วมกับเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน ให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิที่ยังอยู่ในเรือนจำ และโดนดำเนินคดีทางการเมืองได้กลับมาใช้ชีวิต และสิทธิเสรีภาพของเขาได้อย่างเต็มที่ เป็นการรับประกันว่าในอนาคตจะไม่มีใครถูกดำเนินคดีจากการใช้สิทธิทางการเมืองของตัวเองอีก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182417" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เราจะเข้าร่วมแคมเปญฟรีราษฎรได้อย่างไร</strong></p>



<p>จริงๆ แคมเปญนี้มันถูกทำขึ้นมาเพื่อทุกคนเลย ช่วงปี 68 เป็นต้นมา เราก็พยายามคิดว่าทำอย่างไรให้มันกลายเป็นพื้นที่ที่คนใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกได้อย่างปลอดภัย การเขียนจดหมายถึงเพื่อนในเรือนจำก็ทำได้ 2 ช่องทาง หนึ่งคือเข้าร่วมในพื้นที่ที่ Amnesty ไปจัดอีเวนต์อย่าง ‘Freedom Beyond Walls’ ที่ผ่านมา สองคือในเว็บไซต์ <a href="https://freeratsadon.amnesty.or.th/">  https://freeratsadon.amnesty.or.th/</a>   </p>



<p>โจทย์ในช่วงต้นปี 68 จนถึงปัจจุบันคือทำอย่างไรให้ฟรีราษฎรเข้าไปอยู่ในพื้นที่ประจำวันของคนมากขึ้นเช่น เวิร์กชอปจัดดอกไม้ที่เราเล่าเรื่องราวผู้ต้องขังทางการเมืองไปด้วย เวิร์กชอปทำกำไลเชือกเทียนที่บอกเล่าความฝันของผู้ต้องขังแต่ละคน บางคนอยากเป็นหมอ เป็นแรปเปอร์ก็จะมีสัญลักษณ์ไว้ เราจะได้พูดคุยกับคนที่ไม่เคยเข้าร่วมแคมเปญของเราด้วย แต่ครั้งนี้เขาอาจสนใจในวิธีและได้มีโอกาสฟังเรื่องราว รู้มากขึ้นว่าจะสามารถส่งต่อความหวังของเขา พลังของเขาให้เพื่อนในเรือนจำได้อย่างไร</p>



<p><strong>เสียงตอบรับของคนที่มาเข้าร่วมเป็นอย่างไร</strong></p>



<p>ที่จำได้คือในนิทรรศการ ‘Freedom Beyond Walls’ ด้วยความที่เราไปจัดในหอศิลป์ คนส่วนใหญ่ที่มาเขาจะมาดูงานศิลปะ แต่พอเห็นนิทรรศการนี้แล้ว ก็จะบอกกันว่าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสถานการณ์มันร้ายแรงแบบนี้ ในนิทรรศการจะมีจดหมายที่เพื่อนในเรือนจำส่งมาให้แอมเนสตี้ด้วย บางคนอ่านแล้วร้องไห้ด้วยซ้ำ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำให้คนที่สนใจอยู่บ้าง หรืออาจจะไม่ได้สนใจเลยรู้สึกเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราพยายามสื่ออยู่ กับสิ่งที่เพื่อนในเรือนจำต้องเจอ ทำให้เขารู้ว่าจะทำอย่างไรได้บ้างในการส่งต่อความหวังและกำลังใจให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ</p>



<p>แง่หนึ่งของการเขียนจดหมายคือการให้ความหวัง แต่อีกแง่หนึ่ง เมื่อจดหมายเข้าไปในเรือนจำแล้ว ผู้มีอำนาจจะได้เห็นว่าคนข้างนอกไม่ได้ลืมผู้ต้องขังทางการเมืองเลย ไม่ว่าคุณมีแผนจะขังเขานานแค่ไหน แต่เราจะส่งจดหมายไปให้พวกเขาเรื่อยๆ ประชาชนไม่ได้ลืม และยังมองคุณอยู่ว่าปฏิบัติกับผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างไร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182418" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>สิทธิ์ของคน</strong></h2>



<p><strong>สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังเกิดซ้ำอยู่ทำให้เราเคยหมดหวังบ้างไหม</strong></p>



<p>ไม่ค่ะ เราต้องคอยบอกตัวเองและเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอว่าการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นงานระยะยาว แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีพัฒนาการเลย นี่ไง! อย่างเราไปทำนิทรรศการในเชิงสาธารณะ แล้วได้คุยกับผู้คน ทำให้ได้รู้ว่ามันยังมีวิธีอยู่นะที่จะทำให้คนที่ไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้เลยได้รับรู้ และรู้สึกว่าทำอะไรบางอย่างได้ ไม่ใช่จุดที่ประสบความสำเร็จแบบจุดพลุใหญ่โตหรอก แต่ก็เป็นจุดสำเร็จเล็กๆ ที่เราว่าสำคัญ&nbsp;</p>



<p>พอมีจุดสำเร็จเล็กๆ ไปเรื่อยๆ การมีคนเขียนจดหมายผ่านแอมเนสตี้ แสดงว่าสิ่งที่เราพยายามสื่อมันไปถึง เป็นการต่อความหวัง ไม่ใช่แค่สร้างความหวังให้สาธารณะ หรือผู้ต้องขังทางการเมืองอย่างเดียว แต่การที่มีคนมาร่วมแคมเปญกับเรา ก็คือการต่อความหวังให้คนทำงานเหมือนกัน ทำให้เห็นว่ายังมีช่องทางมากมายที่จะทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายตรงนั้น ให้สิทธิมนุษยชนลงหลักปักฐานให้ได้มากที่สุดในประเทศไทย ทำอย่างไรให้คนในประเทศใช้สิทธิมนุษยชนได้อย่างไม่ต้องกลัวอะไร เป็นเป้าหมายสูงสุดในการทำงานของ Amnesty ระหว่างทางเหล่านี้ คือการคิดว่าจะทำอย่างไรให้เกิดจุดสำเร็จเล็กๆ เราหวังว่าจุดสำเร็จนี้จะไม่เกิดแค่กับเรา แต่เมื่อคนๆ หนึ่งรับรู้แล้วเทกแอกชันพลังของตัวเองกระจายต่อสู่คนรอบตัว มันจะสร้างความสำเร็จในระยะยาว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182419" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-7.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เพื่อนในเรือนจำที่ได้รับจดหมายไป เขาตอบกลับมาว่าอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>อย่างพี่อานนท์ที่เขารู้ว่ามีคนเขียนจดหมายถึง เขาตอบกลับมาว่าแค่ได้รับรู้ว่ามีคนเขียนถึงเขาก็ทำให้มีกำลังใจแล้ว ทำให้บางวันที่หม่นมันสว่างขึ้น หรือถิรนัยที่ตอนนี้พ้นโทษแล้ว เขาเคยสะท้อนว่าเมื่อมีการประกาศให้ไปรับจดหมาย เขารู้สึกว่าเป็นเสียงที่ทำให้วันนั้นพิเศษกว่าวันอื่น ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว การทำอะไรในพื้นที่ที่จำกัดซ้ำๆ เดิมๆ ไม่ได้รับรู้ข่าวสารภายนอกเลย และยังมีโอกาสได้รู้ว่าคนภายนอกส่งพลังมาให้เขา ยังรู้ว่าคนไม่ลืมเขา มันสำคัญมากเลย&nbsp;</p>



<p>แต่ตอนนี้เรากำลังเผชิญปัญหา แอป DomiMail ที่เคยใช้ติดต่อกับคนภายในถูกเปลี่ยนระบบใหม่ ให้แค่คนที่มีลิสต์รายชื่อเป็นญาติ คนใกล้ชิด ผู้เยี่ยมเท่านั้นที่ใช้ได้ ในแง่หนึ่งก็เป็นการจำกัดสิทธิ์ที่จะติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกของผู้ต้องขังทางการเมืองด้วย เรากำลังพยายามหาช่องทางเพื่อให้ลดข้อจำกัดนี้ลงอยู่</p>



<p><strong>หลังจบนิทรรศการ Freedom Beyond Walls มีแผนถึงนิทรรศการหรือโพรเจกต์ในอนาคตบ้างไหม</strong></p>



<p>ถ้าเป็นแคมเปญฟรีราษฎรจะยังโฟกัสอยู่กับโพรเจกต์การเขียนจดหมาย เพราะเป็นโพรเจกต์ที่อยู่ในระยะยาว เรากำลังมองหาโอกาสในการไปในพื้นที่ย่อยๆ เล็กๆ อื่นมากขึ้น มีคนมาสะท้อนในงานนี้เหมือนกันว่าถ้าไปในพื้นที่อื่นด้วยก็จะดี เพราะนิทรรศการสร้างความรับรู้ให้คนได้ดี&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แสงเทียน</strong></h2>



<p><strong>การที่ออกมาผลักดันหรือทำงานด้านนี้ทำให้เรากลัวบ้างหรือเปล่า</strong></p>



<p>ไม่กลัวนะ เราทำงานด้านสิทธิมนุษยชนที่ยืนอยู่บนหลักการ เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราพูดมันคือหลักการสากล ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่ทั้งโลกรับรู้ว่ามันคือสิทธิมนุษยชน เรารู้ว่าเรายืนอยู่บนหลักการอะไร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182420" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การทำงานใน Amnesty ให้อะไรกับเรา</strong></p>



<p><em></em>จริงๆ ก็เยอะมาก มันมีความยากสำหรับเรานะ เพราะเราเป็นสายองค์ความรู้การเมืองตรงๆ มากๆ อย่างในการเรียนรัฐศาสตร์มาจะเน้นมองถึงหน่วยใหญ่เป็นหลัก แต่พอมาทำงานด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว ต้องมองภาพไปที่คนมากขึ้น คนโดนอะไร คนจะทำอะไรได้บ้าง เราได้ฝึกมองไปที่ผู้ทรงสิทธิ คือเหล่าคนที่เราเห็นว่าเขาถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือคนที่เราคิดว่าสามารถช่วยรณรงค์ให้เรื่องราวของเขาเป็นที่รับรู้ได้ และทำให้คนทั่วไปเห็นว่ามันมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนแบบนี้ เราได้ทำงานเพื่อคนมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่งด้วย มันคือการขยายผลต่อภาพรวม มันทำให้สิทธิมนุษยชนถูกลงหลักปักฐาน เพราะสุดท้ายแล้วถ้ายังมีคนถูกปล่อยทิ้งอยู่ข้างหลัง ก็แสดงว่ายังมีการละเมิดอยู่</p>



<p><strong></strong><strong>ถ้ามีเพื่อนในเรือนจำที่สามารถอ่านบทความนี้ได้ อยากบอกอะไรเขา&nbsp;</strong></p>



<p>ถ้าได้อ่านก็แปลว่าคงได้ออกมาแล้วเนอะ (หัวเราะ) เราหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เขาพยายามเรียกร้อง สิ่งที่เขาพยายามขับเคลื่อนเพื่อให้ประเทศนี้ สังคมนี้ได้อยู่บนเงื่อนไขที่สิทธิมนุษยชนไม่ถูกละเมิด ณ ตอนที่เขาออกมาแล้ว หมายความว่ามันเป็นจริงแล้ว&nbsp;</p>



<p>เราหวังว่าเขาจะยังมีพลังในการดำเนินชีวิตที่เขาต้องการอยู่ ทุกคนต่างมีความฝัน บางคนอยากเป็นหมอ เป็นนักร้อง หรือแค่ได้อยู่กับลูก ขอให้ได้ใช้ชีวิตในการทำความต้องการเหล่านั้นอย่างถึงที่สุด และในขณะเดียวกัน ถ้าใครที่มีพลังในการขับเคลื่อนต่อ เราหวังว่าเขาจะได้ขับเคลื่อนตามความตั้งใจของเขา โดยที่ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-1024x684.jpg" alt="" class="wp-image-182421" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-1024x684.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-768x513.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-600x401.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/08-5.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การได้ยืนอยู่ตรงนี้ ทำงานด้านนี้เป็นความฝันของเราด้วยไหม</strong></p>



<p>เราไม่ได้มีความฝันหรอก แต่พอได้มาทำตรงนี้แล้ว ความฝันใหญ่ของเราคือการที่จะไม่มีใครต้องเข้าคุกเพราะคำพูดอีก&nbsp;</p>



<p>เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากแสงเทียน ทั้งความกล้าหาญในแววตาที่ส่งออกมา เธอทำให้เรากล้าหาญขึ้น และอยากเป็นหนึ่งคนที่ใช้เสียงของตัวเองผ่านแป้นพิมพ์ ผ่านตัวอักษรทั้งหลาย แค่เพียงขอแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่พื้นเพเป็นคนของประเทศนี้ก็เท่านั้น และยังหวังไปกับเธอให้สิ่งที่ขับเคลื่อนอยู่เห็นผล แม้ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีรุ่งอรุณรออยู่จริงหรือเปล่า เท้าก็ยังต้องเดินต่อไป&nbsp;</p>



<p>เราเชื่อว่าในวันที่ความฝันของแสงเทียนเป็นจริง ฝันของคนที่รออยู่ก็จะเป็นจริงเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/bree-saengthaien/">‘บรี-แสงเทียน’ นักขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน ผู้ส่องสว่างให้ห้องมืดเห็นว่าโลกภายนอกยังรออยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ขอแค่คุณรักบ้านเกิดของตัวเองก็พอ” เขต เส็งพานิช กับการดีไซน์บางมูลนากให้กลายเป็นเมืองน่าอยู่</title>
		<link>https://adaymagazine.com/khet-sengpanich-bangmunnak/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[อัญชิสา เรืองโรจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Jun 2025 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SUSTAINABILITY]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[บางมูลนาก]]></category>
		<category><![CDATA[พิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[people power]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=180730</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความฝันอยากย้ายกลับไปใช้ชีวิตสุขสงบที่บ้านเกิดต่างจังหวัดคงเป็นความฝันของใครหลายคน&#160; หนึ่งในนั้นคือ ‘เขต เส็งพานิช’ คนที่อยู่อาศัยในบางมูลนากตั้งแต่เด็ก แต่ออกไปศึกษาเล่าเรียนและประกอบอาชีพที่กรุงเทพ เมื่อกลับมาทำให้เขาเห็นว่าสังคมที่นี่เริ่มกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยมากขึ้นทุกวัน ตรงข้ามกับภาพฝันชีวิตในอุดมคติโดยสิ้นเชิง บางมูลนาก คือชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพิจิตร ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก เพราะเป็นย่านการค้าสำคัญ มีพื้นที่ราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ แถมยังมีเส้นทางรถไฟสายเหนือที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้คึกคักอย่างคาดไม่ถึง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้ช่วง 40 ปีที่ผ่านมาชุมชนบางมูลนากทั้งซบเซาและทรุดโทรม คนหนุ่มสาวเลือกที่จะออกไปอาศัยในกรุงเทพที่สะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า เศรษฐกิจของชุมชนจึงเงียบเหงาและร่วงโรยไปตามกาลเวลา&#160;&#160; ในฐานะเป็นลูกหลานของคนบางมูลนาก เขาจึงอยากทำให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง แน่นอนว่าไม่ง่าย เพราะความเชื่อที่อยากให้บางมูลนากกลายเป็นเมืองน่าอยู่ ต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงรวมกลุ่ม 4 ชุมชนของจังหวัดพิจิตร นั่นคือบางมูลนาก ตะพานหิน ท่าฬ่อ และวังกรด มาช่วยกันฟื้นฟูบ้านเกิดตัวเองอีกครั้ง โดยการจัดทำหนังสือ ‘พิจิตรไม่เป็น(เมือง)รอง’&#160; ฟ้าหลังฝนย่อมจะมีสิ่งดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาเสมอ ปัจจุบันอะไรหลายอย่างก็เริ่มดีขึ้น บางมูลนากที่เคยหลับใหลกำลังจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเปลี่ยนแปลงเมืองตัวเองในแบบที่อยากให้เป็นได้ จากการที่ลูกหลานเริ่มทยอยกลับมายังถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง เพื่อให้บางมูลนากกลายเป็นเมืองน่าอยู่ และไม่เป็น (เมือง) รองใครอีกต่อไป ก่อนหน้าที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด คุณเคยทำอะไรมาก่อน ย้อนกลับไปช่วงวัยเด็ก ครอบครัวผมให้ความสำคัญเรื่องการเรียนมาก คนที่บ้านเรียนเก่งกันทั้งบ้าน แต่ผมอาจจะได้ยีนส์ด้อย เป็นคนหัวไม่ดี เป็นเด็กเกเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khet-sengpanich-bangmunnak/">“ขอแค่คุณรักบ้านเกิดของตัวเองก็พอ” เขต เส็งพานิช กับการดีไซน์บางมูลนากให้กลายเป็นเมืองน่าอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ความฝันอยากย้ายกลับไปใช้ชีวิตสุขสงบที่บ้านเกิดต่างจังหวัดคงเป็นความฝันของใครหลายคน&nbsp;</p>



<p>หนึ่งในนั้นคือ ‘เขต เส็งพานิช’ คนที่อยู่อาศัยในบางมูลนากตั้งแต่เด็ก แต่ออกไปศึกษาเล่าเรียนและประกอบอาชีพที่กรุงเทพ เมื่อกลับมาทำให้เขาเห็นว่าสังคมที่นี่เริ่มกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยมากขึ้นทุกวัน ตรงข้ามกับภาพฝันชีวิตในอุดมคติโดยสิ้นเชิง</p>



<p>บางมูลนาก คือชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพิจิตร ในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก เพราะเป็นย่านการค้าสำคัญ มีพื้นที่ราบลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ แถมยังมีเส้นทางรถไฟสายเหนือที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้คึกคักอย่างคาดไม่ถึง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180732" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/01-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้ช่วง 40 ปีที่ผ่านมาชุมชนบางมูลนากทั้งซบเซาและทรุดโทรม คนหนุ่มสาวเลือกที่จะออกไปอาศัยในกรุงเทพที่สะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากกว่า เศรษฐกิจของชุมชนจึงเงียบเหงาและร่วงโรยไปตามกาลเวลา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในฐานะเป็นลูกหลานของคนบางมูลนาก เขาจึงอยากทำให้คนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง แน่นอนว่าไม่ง่าย เพราะความเชื่อที่อยากให้บางมูลนากกลายเป็นเมืองน่าอยู่ ต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงรวมกลุ่ม 4 ชุมชนของจังหวัดพิจิตร นั่นคือบางมูลนาก ตะพานหิน ท่าฬ่อ และวังกรด มาช่วยกันฟื้นฟูบ้านเกิดตัวเองอีกครั้ง โดยการจัดทำหนังสือ ‘พิจิตรไม่เป็น(เมือง)รอง’&nbsp;</p>



<p>ฟ้าหลังฝนย่อมจะมีสิ่งดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาเสมอ ปัจจุบันอะไรหลายอย่างก็เริ่มดีขึ้น บางมูลนากที่เคยหลับใหลกำลังจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเปลี่ยนแปลงเมืองตัวเองในแบบที่อยากให้เป็นได้ จากการที่ลูกหลานเริ่มทยอยกลับมายังถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเอง เพื่อให้บางมูลนากกลายเป็นเมืองน่าอยู่ และไม่เป็น (เมือง) รองใครอีกต่อไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180733" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/02-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h4 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนหน้าที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิด คุณเคยทำอะไรมาก่อน</strong></h4>



<p>ย้อนกลับไปช่วงวัยเด็ก ครอบครัวผมให้ความสำคัญเรื่องการเรียนมาก คนที่บ้านเรียนเก่งกันทั้งบ้าน แต่ผมอาจจะได้ยีนส์ด้อย เป็นคนหัวไม่ดี เป็นเด็กเกเร (หัวเราะ) ก็เลยถูกส่งไปโรงเรียนดัดสันดาน ไปอยู่กับคุณอา (เมตตา อุทกะพันธุ์) ที่กรุงเทพ ตอนนั้นคุณอาเริ่มทำบริษัทอมรินทร์ ทำงานเป็นเด็กแบกของ ยกของ&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ได้จากการทำงานที่อมรินทร์ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน แต่ได้ทักษะหลายๆ อย่างจากบริษัทที่วัดเป็นเงินไม่ได้ ผมอยู่ที่นั่นได้ประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นก็กลับมาที่บางมูลนาก ทำให้รู้สึกว่าบ้านเกิดของตัวเองหงอยๆ และทรุดโทรมมาก&nbsp;</p>



<p><strong>จุดไหนที่ทำให้คุณรู้สึกอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดตัวเอง</strong></p>



<p>หลังจากที่อมรินทร์เปลี่ยนไป บวกกับว่าเห็นว่าคนอ่านหนังสือน้อยลง ตัวเราเองก็ไม่ได้ชำนาญทางด้านนี้ ตอนนั้นยังเป็นยุคอ่านหนังสือ แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปมาก เด็กไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราอยากกลับมาทำที่บ้าน ตอนนี้ก็กลับมาอยู่บ้านเต็มตัวประมาณ 5-6 ปีแล้ว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180734" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/03-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>โปรเจกต์การทำหนังสือเกี่ยวกับบ้านเกิดของตัวเอง เริ่มขึ้นด้วยความรู้สึกแบบไหน&nbsp;</strong></p>



<p>มาจากการที่ผมไม่ได้อยู่ในพื้นที่ กลับมาบ้านเกิดตัวเองแต่ละครั้งเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย หลายๆ คนมักมองว่าบ้านเกิดของตัวเองธรรมดา ไม่มีไรเลย คุณกลับไปดูสิ ผมมั่นใจว่ามีแน่นอน หนังสือ ‘พิจิตรไม่เป็น(เมือง)รอง’ และ ‘<a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2?__eep__=6&amp;__tn__=*NK*F">บางมูลนากบ้านของเรา</a>’ ต้องการบอกให้เด็กรุ่นต่อไปรู้ว่าบ้านเกิดของตัวเองมีอะไรบ้าง และถ้าเราทำก็น่าจะเป็น Role Model ให้กับอีกหลายๆ ที่ได้&nbsp;</p>



<p>การที่ผมทำหนังสือขึ้นมา เพราะผมมั่นใจว่าการอ่านเป็นการสร้างชาติ ถ้าคนในบ้านเมืองเราอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีกสัก 20-30 เปอร์เซนต์ บ้านเมืองจะดีกว่านี้ คุณภาพคนจะดีกว่านี้ ไม่มีประเทศไหนที่เจริญแล้วเขาไม่อ่านหนังสือกัน ประเทศที่เจริญแล้ว มีแต่หนังสือดีๆ ทั้งนั้นเลย</p>



<p><strong>คุณชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กเลยไหม</strong></p>



<p>ไม่เลย เป็นเด็กที่เกลียดหนังสือด้วยซ้ำ ตอนเด็กโดนบังคับให้อ่าน แต่หนังสือเรียนไง หนังสือเรียนมันน่าเบื่อ มาเริ่มอ่านหนังสือเยอะขึ้นช่วงที่ได้เข้าไปทำงานที่อมรินทร์ตอนอายุ 19 ทำให้เราได้เห็นว่ายังมีหนังสืออีกหลากหลายที่สนุกมาก&nbsp;</p>



<p>ผมชอบอ่านหนังสือเยาวชน อย่างเช่น โมโม่ (Momo), สวนเที่ยงคืน (Tom&#8217;s Midnight Garden), ในสวนลับ (The Secret Garden), ชายชราแห่งท้องทะเล (The Old Man and the Sea), โจนาธาน ลิฟวิงสตันนางนวล (Jonathan Livingston Seagull) อีกอย่างคือพอเราเริ่มทำอาชีพที่ต้องอยู่กับหนังสือ เหมือนเป็นการบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือไปด้วย ถ้าเราไม่รู้จักของแล้วเราจะขายได้ยังไง หนังสือก็เหมือนกัน</p>



<p>ผมมองว่าการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้ข้อมูลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าคุณปรับตัวไม่ทัน หลงอยู่กับข้อมูลชุดเดิมๆ มันไม่ได้ อายุ 60 ก็ต้องอ่านหนังสือนะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการอ่าน มันเป็นเรื่องของ Upskill และ Reskill ที่คุณต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-180735" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/04-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>โครงการแจกหนังสือตามสถานที่ต่างๆ เกิดขึ้นจากอะไร</strong></p>



<p>เริ่มจากที่คุณอาอยากให้คนอ่านหนังสือก็เลยมีโครงการปันความรักด้วยความรู้ เอาหนังสือจากในสต๊อกรวบรวมจากหลายสำนักพิมพ์แจกเด็กที่ด้อยโอกาส ผมก็เอาสิ่งนี้มาต่อยอด&nbsp; แต่ละคนอาจจะตอบแทนบ้านเกิดไม่เหมือนกัน สำหรับตัวผมเองคือการทำหนังสือ เพราะเราอยู่กับสิ่งนี้มาโดยตลอด เราลงขันกันเองกับพรรคพวก ทำแล้วเอาไปแจก นำไปวางที่สถานีรถไฟบ้าง ตามร้านคาเฟ่บ้าง ห้องสมุดชุมชนบ้าง จริงๆ แล้วเราอยากจะทำอะไรที่สนุกกว่านี้ด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญคืออยากให้เด็กๆ กลับมาอ่านหนังสือ</p>



<p>เมื่อ 30 ปีที่แล้ว อมรินทร์เป็นร้านหนังสือเดียวที่มีเก้าอี้ให้นั่งอ่าน ซึ่งเคยโดนคนปรามาสว่าทำร้านหนังสือแบบนี้จะไม่เจ๊งเหรอ คนอ่านไม่ซื้อแล้วร้านจะอยู่ไหวเหรอ แต่คุณอาเคยบอกผมว่าคนที่มีกำลังซื้อเขาสามารถซื้อไปได้เลย แต่คนที่อยากอ่านแล้วไม่มีกำลังซื้อ เราจะไม่ให้เขาอ่านเหรอ คนที่เขาอยากอ่านหนังสือ สักวันถ้าเขามีรายได้ เขาก็จะกลับมาซื้อร้านเรา เพราะฉะนั้นแรกๆ ยอดมันอาจจะไม่ดีหรอก แต่มั่นใจว่าเขาจะกลับมาซื้อเราแน่ๆ เรามีมุมให้นั่งอ่านเลย อ่านได้ อย่าขโมย คนอ่านหนังสือจะไม่ขโมยหนังสือ แต่คนที่ขโมยจะไม่ค่อยได้อ่าน</p>



<p><strong>การอ่านสำคัญกับการพัฒนาเมืองยังไงในมุมมองของคุณ</strong></p>



<p>ในยุคปัจจุบันผมรู้สึกว่าคนสมาธิสั้นขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้คนถูกโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ มาครอบหัว โฟกัสได้ไม่นาน แต่การอ่านหนังสือ คุณต้องอ่านอย่างต่อเนื่อง ต้องมีสะพานความคิด จินตนาการไปกับการอ่าน ผมรู้สึกว่าเราข้ามขั้นตอนของการเรียนรู้ไป ไม่ผิดหรอกที่จะปรับให้เป็นโลกดิจิทัล ทันสมัย เพียงแต่ว่าพื้นฐานต้องเริ่มจากการอ่าน สโลแกนของอมรินทร์ คือการอ่านคือรากฐานที่สำคัญ คุณต้องอ่านเป็นก่อน เมื่ออ่านเป็นคุณจะวิเคราะห์ได้</p>



<p>นอกจากโครงการปันความรักด้วยความรู้ เราก็อยากจัดเป็นกลุ่มนั่งเสวนา เอาคนที่เขียนหนังสือมานั่งล้อมวงกับคนที่อ่านแล้วมาถกกันมาคิดยังไง มองว่าสิ่งนี้คือเป็นการให้คนมาแชร์มุมมอง วันดีคืนดีอาจจะมีหนังสือบางเล่มช่วยชีวิตคนก็ได้&nbsp;</p>



<p><strong>ทุกวันนี้บางมูลนากเป็นยังไงบ้าง</strong></p>



<p>ตอนนี้เราเจอปัญหาขาดแรงงานคน บางมูลนากอยู่ในจังหวัดพิจิตร น่าตกใจมากที่พิจิตรมีประชากร 500,000 คน แต่ตอนนี้มีประชากรผู้สูงอายุจำนวน 100,000 คนนิดๆ ซึ่งอีก 5-10 ปี ข้างหน้าประชากรผู้สูงอายุจะกลายเป็น 200,000 คน และจำนวนประชากร 500,000 คน จะลดลงเรื่อยๆ ด้วย เพราะเด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยอยากมีลูก หรือมีลูกน้อย ซึ่งถ้าปล่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆ เมืองแย่นะ</p>



<p>ถ้ามองลงให้ลึกเข้าไปอีก บางมูลนากอาการหนักที่สุดในทั้งหมด 12 อำเภอของพิจิตร เราก็ได้ไปคุยกับนายอำเภอ ขอดูตัวเลขประชากรของบางมูลนากย้อนหลัง ปี 47 ประชากร 52,000 คน ปี 57 เหลือ 46,000 คน ปี 67 เหลือ 42,000 คน หมายความว่าใน 20 ปีที่ผ่านมาประชากรหายไป 10,000 คน ถ้าไม่ทำอะไรกับพื้นที่ก็จบนะ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180736" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/05-3.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ตอนที่ได้ข้อมูลย้อนหลังมาแล้ว คุณตั้งต้นกับมันยังไง</strong></p>



<p>เริ่มต้นผมตีออกมาเป็นสามเหลี่ยม อย่างแรกคือเศรษฐกิจ อย่างที่สองคือสังคม อย่างที่สามคือการศึกษาและการเรียนรู้ เราจะทำยังไงให้เมืองยังเดินหน้าไปได้ ซึ่งการเพิ่มจำนวนคนไม่น่าจะใช่สิ่งที่จะสามารถเพิ่มได้เร็วๆ เพราะคนก็ลดลงเรื่อยๆ ปัญหามีอยู่สองเรื่องหลักๆ คือผู้สูงอายุค่อยๆ เสียชีวิตไปเรื่อยๆ และคนหนุ่มสาวไม่อยู่ในพื้นที่ ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญเรื่องการศึกษามาก&nbsp;</p>



<p>ที่ผ่านมาคนที่เรียนดีก็จะไม่อยู่ในบ้านเรา เข้ากรุงเทพกันหมด ผมเองก็ไปอยู่กรุงเทพมา 30 ปี ตอนที่เรากลับมาแรกๆ เราก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับบางมูลนากเลย ทั้งๆ ที่เป็นบ้านเกิดของเราเองแท้ๆ ก็เลยไปทำหนังสือเพื่อให้คนได้รู้ คุณไม่อยู่ไม่เป็นไร แต่ขอแค่ให้ได้รู้แล้วกันว่าบ้านคุณมีอะไรบ้าง สักวันหนึ่งคุณอาจจะกลับมาคืนให้บ้านเกิดตัวเองเหมือนผมก็ได้</p>



<p><strong>คุณเลือกที่จะพัฒนา 4 ชุมชนพร้อมกัน เพราะอะไร</strong></p>



<p>ตอนแรกผมเริ่มทำจากบางมูลนากก่อน แต่ทำไปแล้วรู้สึกว่ายังอิมแพกต์ไม่พอ คิดว่าถ้าเรามีพันธมิตรโดยรอบน่าจะดีกว่า คนในพื้นที่มาช่วยกันรวบรวมทั้ง 4 ชุมชน คือ บางมูลนาก ตะพานหิน ท่าฬ่อ และวังกรด เป็น 4 เส้นกลางของจังหวัดพิจิตร เพื่อให้คนรู้ว่าจังหวัดเรามีอะไรบ้าง เพราะเป็น 4 ชุมชนที่เป็นแม่น้ำเดียวกัน ใช้รถไฟเดียวกัน และถนนก็เป็นเส้นเดียวกัน โจทย์ที่หนึ่งคือเราอยากเพิ่ม Productivity ให้กับผู้สูงอายุ โจทย์ที่สองคือเราจะทำยังไงให้นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่มาถ่ายรูปแล้วกลับไป&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180737" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/06.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ความตั้งใจของคุณอยากให้คนมองพิจิตรเป็นยังไง</strong></p>



<p>ถ้ามองเป็นนามธรรมนะ อยากให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ แล้วเราก็มาออกแบบกันว่าเมืองน่าอยู่มีอะไรบ้าง ผู้คน สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และการจราจรสะดวกไหม มีเรื่องราวประวัติศาสตร์หรือเปล่า คุณมีอะไรบ้าง ไม่ใช่อยู่ดีๆ เป็นเมืองใหม่ตั้งขึ้นมา เอาเงินใส่เข้าไป อย่างน้อยคุณต้องมีเรื่องเล่า หรือความ Nostalgia ความรู้สึกโหยหาอดีตต่างๆ&nbsp;</p>



<p>จริงๆ แล้วผมเป็นภาคเอกชน ทำได้ระดับหนึ่ง แต่ที่เป็นปัญหาคือตอนขึ้นหน่วยราชการ เขาจะเข้ามาแค่ในช่วงที่ใกล้จะสำเร็จ อย่างเช่นตอนนี้ ซึ่งมันไม่ง่ายเลย แต่ละพื้นที่ที่ไม่สามารถทำขึ้นมาได้ เพราะไม่เข้มแข็งพอในภาคเอกชน ส่วนมากคนคิดได้แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะทุนไม่พอ บางทีคนในพื้นที่ก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไปทำไม เปลืองเงิน เราระดมเงินมาช่วยกันเอง บางคนเขาก็เห็นด้วย บางคนเขาก็ไม่เห็นด้วย อย่างเราอยู่อมรินทร์ ก่อนออกมาเราเป็น CEO แต่ก็โดนชาวบ้านด่าทั้งๆ ที่ตั้งใจทำนะ เราอยากให้คนในพื้นที่มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น แต่กว่าจะถึงวันนั้นเราก็ต้องสร้างก่อน&nbsp;</p>



<p><strong>‘เมืองน่าอยู่’ ในมุมมองของคุณเป็นแบบไหน&nbsp;</strong></p>



<p>สิ่งอำนวยความสะดวกของภาครัฐต้องมี อย่างเช่นในพื้นที่มีสายไฟระโยงระยาง มีหมาจรจัด มีนกพิราบ มีขยะเต็มไปหมดเลย สิ่งเหล่านี้ภาคเอกชนทำไม่ได้ ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยจัดการ แต่เราก็ช่วยเท่าที่เราพอจะทำได้</p>



<p>ความเชื่อที่อยากให้บางมูลนากกลายเป็นเมืองน่าอยู่ ต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างมากเพื่อให้มันเป็นไปได้</p>



<p>อาจจะต้องเบลนด์ระหว่างของเก่ากับของใหม่เข้าด้วยกัน ของเก่า คืออนุรักษ์ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ไว้ ของใหม่ คือเรื่อง Smart City แต่คงไม่ใช่แค่เราที่คิดคนเดียว ต้องปรึกษาคนในพื้นที่ด้วยว่าอะไรที่ทำให้เมืองน่าอยู่บ้าง โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ว่าเขาอยากกลับมาอยู่ไหม อะไรที่เมืองเรายังไม่มี แล้วคุณอยากจะได้อะไร&nbsp;</p>



<p>เราก็ต้องสร้างงาน สร้างรายได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เขา มีพื้นที่สาธารณะให้เขาได้จัดกิจกรรมต่างๆ ทำยังไงก็ได้ให้เขาสามารถอยู่ได้ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองนี้ก็ได้ คุณทำงานที่ไหนก็ได้ สามารถทำได้ตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากจะทำแบบนี้ได้ คนที่อยากจะพัฒนาคุณก็ต้องคิดให้เป็น ต้องคุยกับคนที่เขามีความรู้ แล้วคุณก็ต้องอ่าน&nbsp;</p>



<p><strong>ตอนนี้ทำไปถึงไหนแล้ว</strong></p>



<p>อาจจะเหลื่อมๆ เกินครึ่งหนึ่งขึ้นมาหน่อย ช่วงแรกมันช้าเพราะอุปสรรคค่อนข้างเยอะ มีหลายพื้นที่ทรุดโทรมมาก ตอนที่ผมพยายามไปทำความสะอาด มีคนมาบอกว่าทางหน่วยมีโครงการจะมาทำเขื่อน จะรื้อบ้านริมน้ำออกให้หมด ซึ่งผมก็บอกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นประวัติศาสตร์นะ เป็นสถานที่ที่มีความทรงจำร่วม ถ้ารื้อออกความทรงจำเหล่านั้นก็หายไป เราก็พยายามจะอนุรักษ์พื้นที่ไว้</p>



<p>ช่วง 2-3 ปีแรกเราก็ถูกต่อต้านพอสมควร เพราะมีหลายคนไม่เข้าใจว่าเราทำไปทำไม แต่ช่วงนี้ถึงจุดตัดแล้ว เริ่มดีขึ้นก็จะเห็นว่าเริ่มมีหลายๆ คนวิ่งเข้ามาหา ไม่คิดว่าพิจิตรจะมีอะไรมากมายขนาดนี้ พิจิตรเป็นจังหวัดที่ล้อมรอบด้วยเมืองใหญ่ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย การที่มีพื้นที่เล็กๆ ถ้าจะทำอะไรก็ทำไม่ยากนัก&nbsp;</p>



<p>พิจิตรเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร และค่าครองชีพต่ำ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ถูกค้นหาอีกหลายเรื่อง ล่าสุดมีคนไปขุดเจอหม้อปั้นดินเผาใหญ่มาก คิดว่าน่าจะมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเคลื่อนทับ เพราะเราติดกับพิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองสองแคว เป็นหัวเมืองเหนือ น่าจะเป็นไปได้ว่าเป็นเส้นทางของกษัตริย์สมัยก่อน ตอนนี้เรากำลังจะชำระประวัติศาสตร์เมืองพิจิตรกันใหม่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-1024x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180738" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-1024x1024.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-768x769.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-600x601.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07-96x96.jpg 96w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/07.jpg 1080w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ปรัชญาในการทำงานหรือการใช้ชีวิตของคุณคืออะไร</strong></p>



<p>ปรัชญาของผมมีอยู่ 4 อย่าง</p>



<p>อย่างแรก คุณต้องเปิดใจให้กว้าง รับมุมมองของคนอื่นด้วย อย่าเอาตัวเองเป็นหลักอยู่คนเดียว</p>



<p>อย่างที่สอง คุณต้องมองโลกในแง่ดี&nbsp;</p>



<p>อย่างที่สาม คุณต้องสรุปให้ได้ว่าแต่ละปีที่ผ่านมาเกิดอุปสรรคอะไรบ้าง ผ่านอะไรมาบ้าง แล้วปัญหาเหล่านี้แก้ด้วยอะไร ถ้าแย่ลงมันแย่ลงเพราะอะไร ถ้าดีขึ้นมันดีขึ้นเพราะอะไร อาจจะวัดเป็นตัวเลข หรือวัดที่ความรู้สึกบ้าง ข้อนี้สำคัญมาก คือเราต้องทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะจะได้กลายเป็นบทเรียนของเราในอนาคต</p>



<p>และอย่างสุดท้าย ในโลกนี้ไม่มีอะไรดีที่สุด ภาษาพุทธเรียกว่าอุเบกขา ถึงเวลาต้องทำให้ดี แม้บางครั้งผลที่ออกมาจะไม่ได้ดั่งใจแบบที่เราคิด แต่มันก็ไม่ใช่ความล้มเหลว มันเป็นเรื่องของประสบการณ์</p>



<p><strong>รู้สึกเหนื่อยบ้างไหม อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณยังทำมันอยู่ในทุกๆ วัน</strong></p>



<p>เหนื่อยมาก ทำไปสักพักรู้สึกเหมือนกันว่าทำไปทำไมวะเนี่ย (หัวเราะ) ผมมองว่าอาจจะเป็นเรื่องความไม่เข้าใจกัน ไม่เข้าใจยังไม่เท่าไหร่ ปัญหาคือสิ่งที่หลายๆ คนเจอในสื่อเป็นเฟคนิวส์&nbsp;</p>



<p>หนึ่งคือการที่เราทำขนาดนี้ เพราะเราจะมาตายที่นี่ เราจะมาเกษียณที่นี่ แล้วเราจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้เหรอ สองคือเรามีพื้นที่ของที่บ้าน ถ้าเมืองมันโทรมจะขายได้เท่าไหร่ ถ้าเมืองเจริญพวกคุณก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้นเลยนะ ราคาที่ดินจะไม่ขึ้นเหรอ ตอนนี้ราคาที่ดินบางมูลนากมันขึ้นมากเลยนะ บางโซนแพงกว่าพิจิตรอีก สุดท้ายผมก็ทำเพื่อตัวเอง แต่ผมรอดแค่ตัวคนเดียวก็ไม่ใช่ ผมต้องมองภาพรวมด้วย ถ้าไปด้วยองค์รวมทุกคนก็จะแฮปปีกันหมด&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-180739" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/06/08.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>การที่คุณมีแพสชันกับการฟื้นฟูเมืองบางมูลนากขนาดนี้ คิดว่าเพราะอะไร มีคนรอบตัวในวัยเดียวกันคิดแบบคุณบ้างไหม</strong></p>



<p>นั่นแหละคือปัญหา เพราะไม่ค่อยมี ผมก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองแปลกหรือเปล่า (หัวเราะ) สำหรับผมอาจจะมาจากการที่คุณทวดมาจากเมืองจีน มาค้าขายที่นี่ มาร่ำรวยที่นี่ ทำให้มีเงินไปทำโรงสีของตัวเอง แพสชันของผมคืออยากจะเป็นตัวแทนของตระกูลในการตอบแทนบ้านเกิดเมืองนอน&nbsp;</p>



<p>หลายๆ คนมักจะถามตัวเองว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไร อย่างน้อยตอนนี้ผมตอบตัวเองได้แล้วว่าเกิดมาเพื่อฟื้นฟูบ้านเกิดของตัวเอง เราเติบโตมาจากบางมูลนาก เชื้อสายที่ทำให้เราประสบความสำเร็จก็คือที่นี่ เราต้องตอบแทน อย่างน้อยผมก็นอนตายตาหลับ ตายไปแล้วไม่โดนเด็กรุ่นต่อไปด่า (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>ผมมองว่าการตอบแทนบุญคุณสำคัญที่สุด นอกจากตอบแทนบุญคุณคนแล้ว ก็ต้องตอบแทนบุญคุณบ้านเกิดของตัวเองสักครั้งในชีวิต ผมไม่ได้อยากให้ใครมาชื่นชมมากมายหรอก ขอแค่คุณรักบ้านเกิดของตัวเองก็พอ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/khet-sengpanich-bangmunnak/">“ขอแค่คุณรักบ้านเกิดของตัวเองก็พอ” เขต เส็งพานิช กับการดีไซน์บางมูลนากให้กลายเป็นเมืองน่าอยู่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ แห่ง doc club &#038; pub. ที่ยังไม่อวสาน และเช้าวันใหม่ของหนังนอกกระแส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/docclubandpub/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 May 2025 09:02:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[aday]]></category>
		<category><![CDATA[docclubandpub]]></category>
		<category><![CDATA[indiefilm]]></category>
		<category><![CDATA[movie]]></category>
		<category><![CDATA[film]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=179966</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในยุคแห่งการวิ่งเข้าหาความติสท์ ค้นพบความอาร์ตแปลกใหม่ และส่งเสียงป่าวร้องว่า ‘ศิลปะจงเจริญ’ แน่ใจหรือเปล่าว่าเสียงนั้นดังมากพอจะช่วยขยับเขยื้อนศิลปินตัวน้อยให้เคลื่อนไปข้างหน้า และสะบัดปัญหาใต้พรมที่เกาะติดมาเนิ่นนานให้หลุดออกได้ กลุ่มผู้มีใจรักในงานสร้างสรรค์ได้แต่ผลัดกันล้ม ผลัดกันลุก ใช้ความหวังหล่อเลี้ยงตัวเอง ลึกๆ ในใจของพวกเขาเพียงอยากขอพื้นที่เล็กๆ ให้ผลงานได้มีโอกาสวิ่งเล่นบ้าง&#160; เด็กสาวผมเปียวัยมัธยมคนหนึ่งที่ชอบเตร็ดเตร่ดูหนังคนเดียวหลังเลิกเรียน เหตุว่าไม่ค่อยมีเพื่อนที่ดูหนังแนวนี้ร่วมกันสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่พี่ชายที่สรรหาม้วนวิดีโอหนังแปลกมาเก็บไว้ในบ้าน หล่อหลอมให้เธอเห็นเรื่องนอกกระแสตามไปด้วย ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่างานอดิเรกเล็กๆ เช่นการดูหนังจะพัดพาเด็กหญิงในวันนั้นมาไกล ไกลเสียจนเธอได้กลายเป็นเจ้าของโรงหนังขนาดย่อมแห่งหนึ่งในอายุวัยกลางคน เธอคือ ‘ธิดา ผลิตผลการพิมพ์’ เจ้าของโรงหนัง doc club &#38; pub. ที่หากติดตามแวดวงหนังสารคดีหรือนอกกระแส ก็คงจะรู้ว่ามันถูกปิดตัวลงเมื่อสิ้นปี 2567 ธิดามักตั้งคำถามกับโรงหนัง และภาพยนตร์ในประเทศไทย เธอคอยเรียกร้องไม่ก็วิจารณ์อยู่เนืองๆ ในพื้นที่ของตัวเอง หากคุณเป็นคนรักภาพยนตร์ ศิลปะแหวกนอกกระแส หรือพยายามหาวิธีดิ้นรนเพื่อจะอยู่ในแวดวงนี้ให้ได้ เราอยากให้ลองอ่านดูนะ เข้าสู่โลกของหนัง ภาพยนตร์ 1 เรื่องที่กระแทกหัวใจจนเรายกขึ้นหิ้ง มักจะมีเหตุผลซุกซ่อนอยู่ อาจเป็นหนังที่ทำให้คิดถึงใครสักคน ได้หลบหนีจากโลกความเป็นจริง หนังบู๊ที่ทำให้ฮึดสู้ในช่วงกำลังทดท้อ หรือหนังที่ดูแล้วเข้าใจสัจธรรมชีวิตมากขึ้น สำหรับธิดา เธอชอบหนังสารคดีมากเป็นพิเศษ เพราะทำให้ได้เห็นมิติลึกซึ้งของมนุษย์ ความจริงที่แสนเศร้า สงครามเลวร้ายเกินรับไหว หากไม่มีสารคดีถ่ายทอดออกมา ก็คงไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้เลย จุดเริ่มต้นที่สนใจหนังสารคดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/docclubandpub/">ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ แห่ง doc club &amp; pub. ที่ยังไม่อวสาน และเช้าวันใหม่ของหนังนอกกระแส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ในยุคแห่งการวิ่งเข้าหาความติสท์ ค้นพบความอาร์ตแปลกใหม่ และส่งเสียงป่าวร้องว่า ‘ศิลปะจงเจริญ’ แน่ใจหรือเปล่าว่าเสียงนั้นดังมากพอจะช่วยขยับเขยื้อนศิลปินตัวน้อยให้เคลื่อนไปข้างหน้า และสะบัดปัญหาใต้พรมที่เกาะติดมาเนิ่นนานให้หลุดออกได้ กลุ่มผู้มีใจรักในงานสร้างสรรค์ได้แต่ผลัดกันล้ม ผลัดกันลุก ใช้ความหวังหล่อเลี้ยงตัวเอง ลึกๆ ในใจของพวกเขาเพียงอยากขอพื้นที่เล็กๆ ให้ผลงานได้มีโอกาสวิ่งเล่นบ้าง&nbsp;</p>



<p>เด็กสาวผมเปียวัยมัธยมคนหนึ่งที่ชอบเตร็ดเตร่ดูหนังคนเดียวหลังเลิกเรียน เหตุว่าไม่ค่อยมีเพื่อนที่ดูหนังแนวนี้ร่วมกันสักเท่าไหร่ จะมีก็แต่พี่ชายที่สรรหาม้วนวิดีโอหนังแปลกมาเก็บไว้ในบ้าน หล่อหลอมให้เธอเห็นเรื่องนอกกระแสตามไปด้วย ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่างานอดิเรกเล็กๆ เช่นการดูหนังจะพัดพาเด็กหญิงในวันนั้นมาไกล ไกลเสียจนเธอได้กลายเป็นเจ้าของโรงหนังขนาดย่อมแห่งหนึ่งในอายุวัยกลางคน</p>



<p>เธอคือ<strong> ‘ธิดา ผลิตผลการพิมพ์’ </strong>เจ้าของโรงหนัง doc club &amp; pub. ที่หากติดตามแวดวงหนังสารคดีหรือนอกกระแส ก็คงจะรู้ว่ามันถูกปิดตัวลงเมื่อสิ้นปี 2567 ธิดามักตั้งคำถามกับโรงหนัง และภาพยนตร์ในประเทศไทย เธอคอยเรียกร้องไม่ก็วิจารณ์อยู่เนืองๆ ในพื้นที่ของตัวเอง หากคุณเป็นคนรักภาพยนตร์ ศิลปะแหวกนอกกระแส หรือพยายามหาวิธีดิ้นรนเพื่อจะอยู่ในแวดวงนี้ให้ได้ เราอยากให้ลองอ่านดูนะ</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>เข้าสู่โลกของหนัง</strong></p>



<p>ภาพยนตร์ 1 เรื่องที่กระแทกหัวใจจนเรายกขึ้นหิ้ง มักจะมีเหตุผลซุกซ่อนอยู่ อาจเป็นหนังที่ทำให้คิดถึงใครสักคน ได้หลบหนีจากโลกความเป็นจริง หนังบู๊ที่ทำให้ฮึดสู้ในช่วงกำลังทดท้อ หรือหนังที่ดูแล้วเข้าใจสัจธรรมชีวิตมากขึ้น</p>



<p>สำหรับธิดา เธอชอบหนังสารคดีมากเป็นพิเศษ เพราะทำให้ได้เห็นมิติลึกซึ้งของมนุษย์ ความจริงที่แสนเศร้า สงครามเลวร้ายเกินรับไหว หากไม่มีสารคดีถ่ายทอดออกมา ก็คงไม่ได้รู้เรื่องพวกนี้เลย</p>



<p><strong>จุดเริ่มต้นที่สนใจหนังสารคดี</strong></p>



<p>เราเริ่มต้นเหมือนคนดูหนังทั่วๆ ไป เรียนรู้หนังนอกกระแส แล้วหนังสารคดีก็ค่อยๆ ดูไปทีละนิด แต่ความชอบในหนังสารคดีเกิดขึ้นเพราะเราได้เห็นหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้คน เขตแดน อย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน เราอาจจะเคยเห็นข่าวความขัดแย้ง แต่เห็นในฐานะกลุ่มคนขนาดใหญ่ ไม่ใช่สตอรี่ของผู้คน&nbsp;</p>



<p>การทำสารคดีทำให้เราได้เห็นมุมมองผ่านชีวิตของคน เข้าใจบริบทของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมุมมองของคน หลายเรื่องมันน่าทึ่งยิ่งกว่าหนัง Fiction เพราะมันทำมาจากเรื่องจริง ถ้าไม่มีหนังสารคดี หลายเรื่องบนโลกเราอาจจะไม่รู้เลยก็ได้นะ&nbsp;</p>



<p><strong>สารคดีเรื่องแรกๆ ที่ดูแล้วติดใจ</strong></p>



<p><em>The War Room</em> จริงๆ เป็นสารคดีที่ไม่ค่อยสนุกนะ โคตรจะข้อมูลมากๆ เป็นเรื่องของทีมยุทธศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้ความรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้สามารถทำเป็นภาพยนตร์ได้ด้วยเหรอ คนถ่ายหนังสามารถเข้าไปในพื้นที่ลับเฉพาะมากๆ ที่สำคัญไม่มีตัวร้าย ไม่ระทึก เป็นการบันทึกคนประชุมเท่านั้น แต่ทำไมสำหรับเรามันน่าตื่นเต้นได้ขนาดนี้ รู้สึกว่าสารคดีนี้มันแปลกเนอะ เป็น Genre ที่ประหลาด</p>



<p><strong>คณะที่เราเรียนเกี่ยวกับหนังไหม</strong></p>



<p>ไม่เกี่ยว เราเรียนสถาปัตย์เพราะคิดว่ายังชอบศิลปะ แล้วก็ชอบวิทยาศาสตร์ด้วย แต่พอจบออกมาแล้วก็ไปทำคอนเทนต์เกี่ยวกับภาพยนตร์ทันที ทำไมก็ไม่รู้ ช่วงนั้นเราเจอนิตยสาร Starpics เขากำลังรับสมัครนักวิจารณ์สมัครเล่น มันเป็นสายที่เราสนใจ แต่พอดีมีเพื่อนเป็นน้องของพี่มงกับพี่ยายซึ่งกำลังจะเปิดนิตยสารหนังหัวใหม่ชื่อ Cinemag เราก็เลยลองไปสมัครขอเขียนดู ซึ่งพี่ ๆ เขากำลังรับกอง บก.ประจำพอดี เราก็เลยมีโอกาสได้เข้าไปทำ</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>สูญเสียสิ่งหนึ่งเพื่อแลกมาซึ่งสิ่งหนึ่ง</strong></p>



<p>หลังจากธิดาทำนิตยสาร Cinemag มาได้ 6 ปี โพล๊ะ! เกิดเป็นยุคฟองสบู่แตกพอดี นิตยสารหลายหัวต้องปิดตัวไป อินเทอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาท ยิ่งห่างไกลจากหนังสือ ธิดาก็ยิ่งคิดถึงมัน ‘น่ากลับมาทำนิตยสารเนอะ’ เธอพูดกับ<strong>หมู-สุภาพ หริมเทพาธิป</strong> (สามี) </p>



<p>หลังจากนั้นทั้งสองก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ไปด้วยกัน ใช้ทุนน้อยนิดที่มีเสกนิตยสาร Bioscope ขึ้นมา ในรูปแบบเย็บเล่มด้วยมือขนาด A5 วางแผงขายเช่นหนังสือพิมพ์ทั่วไป หากอยากสั่งซื้อหรือเป็นสมาชิก แค่ต้องพลิกไปให้ถึงหน้าสุดท้าย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179967" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>นิตยสาร Bioscope เขียนเกี่ยวกับอะไร</strong></p>



<p>คอนเซปต์ของมันเป็นคอนเทนต์ที่พูดถึงวิธีคิดของคนทำหนัง มันจะเป็นประเด็นที่เราคิดบ่อยๆ ว่าคนในวงการหนังไทย เวลาจะพูดถึงความสำเร็จหรือถอดบทเรียนของหนังต่างประเทศ ไม่ค่อยมีใครถอดวิธีคิด ที่มาของความสำเร็จ คนส่วนใหญ่ก็จะมองว่าเป็นหนังฟอร์มใหญ่ หนังทุนเยอะ ที่จริงต้องมีวิธีคิดก่อนถึงจะมีผลสำเร็จ&nbsp;</p>



<p>สมมติเราพูดถึงกระแสหนังเกาหลีใต้ ก็จะพูดตั้งแต่ยุคที่ยังไม่เริ่มจนมันเกิดขึ้น มีองค์ประกอบอะไรในนั้นบ้าง พยายามให้เห็นที่มาของทุกสิ่งว่ามันมีกระบวนการ ใช่ว่าเราทำหนังฟอร์มใหญ่แล้วจะสำเร็จเหมือนเขา&nbsp;</p>



<p><strong>Bioscope เกิดในยุคที่ฟองสบู่แตก อะไรที่ทำให้คิดว่ามันจะไปรอด</strong></p>



<p>จริงๆ คิดค่อนข้างน้อย (หัวเราะ) เราไม่ค่อยได้คิดพาร์ตธุรกิจ ไม่ใช่ว่าติสท์นะแต่ไม่ค่อยมีความรู้ เพราะเป็นสายทำคอนเทนต์ ก็มีแค่ความเชื่อว่ามันจะมีคนอ่าน แม้แต่ตอนเริ่มทำเล่มแรก เราคิดพาร์ตธุรกิจมากที่สุดแค่ เออ ก่อนนิตยสาร Cinemag จะปิดตัวลง มันก็มีฐานคนอ่านนะ แค่ต้องพึ่งพิงรายได้จากโฆษณา เพราะกลไกของตลาดทำให้เป็นแบบนี้ แม้นิตยสารจะคอนเทนต์ดี คนอ่านเยอะก็เถอะ แต่เราอยากตัดตัวเองออกจากวงจรโฆษณา และพยายามอยู่ให้ได้ด้วยจำนวนคนอ่าน ใช้ระบบสมาชิกแทน แต่พอมันเป็นเล่มใหญ่ก็หนีไม่พ้นหรอกว่าต้นทุนมันสูง เราอยู่มาได้เพราะคอนเทนต์จริงๆ เราพูดเรื่องภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับสังคม การเมืองค่อนข้างจริงจัง ในที่สุด ทำให้เราได้ร่วมงานกับองค์กรทางสังคม ทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีรายได้</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>เจ้าของโรงหนังขนาดย่อม</strong></p>



<p>อินเทอร์เน็ตเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พฤติกรรมของคนอ่านก็เริ่มเปลี่ยนไปประกอบกับความอิ่มตัวในการทำนิตยสาร ธิดาเริ่มคลำทางมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่เธอพอจะทำได้ และยังข้องเกี่ยวกับวงการหนัง แม้สิ่งอื่นรอบตัวจะหมุนเปลี่ยน แต่เธอก็ยังเป็นคนเด็ดเดี่ยว และแน่วแน่อย่างที่เคยเป็น ธิดาผันตัวมาเป็น Distributor นำหนังสารคดีที่สนใจเข้ามาในประเทศไทย และหาพื้นที่ให้หนังได้เฉิดฉายตามโรงใหญ่ ด้วยการเปิดบริษัท Documentary Club ก่อนจะสานต่อเป็น doc club &amp; pub. โรงฉายหนังขนาดย่อมของตัวเองร่วมกับพี่หมู&nbsp;</p>



<p><strong>ย้ายตัวไปทำ Doc Club ได้ยังไง</strong></p>



<p>ตอนนั้นก็ดู Bioscope อยู่บ้าง มันเป็นช่วงรอยต่อและความอิ่มตัวของเราเอง ก็มาคิดกับตัวเองว่ามันมีงานพาร์ตไหนอีกนะที่เราอยากทำแต่ไม่เคยได้ทำ ก็คือพาร์ต Distribute การเป็นคนทำหนังไม่ได้เป็นความสนใจของเรา เราไม่อยากเป็นคนออกกองมันเหนื่อย เป็นคนชอบแนะนำเลยอยากเอาเข้ามาฉาย แต่ก็ต้องคิดว่าหนังแบบไหนที่เจ้าใหญ่ๆ เขาไม่ทำกัน ก็นึกถึงหนังสารคดีขึ้นมา เราแยกออกมาทำคนเดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179968" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-2-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p><strong>ความต่างของ doc club &amp; pub. และ Documentary Club คืออะไร</strong></p>



<p>Documentary Club ทำหน้าที่เป็น Distributor เอาหนังเข้ามาโดยโฟกัสที่หนังสารคดีเป็นหลัก แต่ก็มีนอกกระแสบ้าง แล้วก็หาที่เผยแพร่ ส่วน doc club &amp; pub. เป็นโรงหนังเล็กๆ ของเราเองที่มี 50 ที่นั่ง และก็อาจจะมีหนังที่เราขอยืมมาจากสถานทูต กับหนังของค่ายจัดจำหน่ายอิสระด้วยกันที่ยินดีจะมาฉายในโรงเรา</p>



<p><strong>แล้วพี่หมูมาร่วมทำด้วยตอนไหน</strong></p>



<p>จริงๆ ในแง่ของพฤตินัยคือเราทำงานด้วยกันอยู่แล้ว หารือกันตลอด พี่หมูเขามีความสนใจเรื่องสเปซ อยากทำเรื่องพื้นที่ เราเองพอมาทำงาน Distribute ก็มีคำถามกับโรงหนังเครือใหญ่อยู่ตลอด เหมือนเป็นปมหนึ่งในใจว่าทำไมไม่ทำสเปซแบบนั้นแบบนี้ พี่หมูเขาก็เริ่มช่วยคิดจริงจัง ช่วยกันมองหาความเป็นไปได้อยู่หลายปี จนจุดหนึ่งก็มาคุยกับ Bangkok Screening Room ตอนช่วงเขากำลังจะปิด แม้โลเคชันมันจะเดินทางยากไปนิด แต่พวกเขาเสียดายเพราะทำสเปซไว้ค่อนข้างดี เห็นแววแล้วว่าถ้าเลิกทำก็น่าจะต้องรื้อ เราเองก็สนใจเลยได้มาทำ ที่นี่มันเป็นสเปซโรงหนัง มีบาร์เล็กๆ ด้านหน้าอยู่แล้ว doc club ก็แค่เปลี่ยนไวบ์ ขยายสเปซด้านหน้าให้กว้างขึ้น</p>



<p><strong>ช่วยคลายปมในใจที่มีกับการทำหนังให้ฟังหน่อยได้ไหม</strong></p>



<p>หลักการของโรงหนังเมื่อก่อนก็ Stand alone ทำของใครของมัน ตั้งในที่ของตัวเอง มีหนังเป็นจุดศูนย์กลางของตลาด แต่ปัญหามันคือขณะที่โรงมันขยายตัว แทบจะมีอยู่ปากซอยบ้าน แต่พอไปถึงแล้วทำไมหนังที่ฉายมันเหมือนกับหนังอีกเป็นพันโรงของประเทศ สาขานั้นมี 10 จอ แต่ฉายเรื่องเดียวกัน 9 จอ แล้วหนังอื่นที่เราอยากดูไปเบียดในโรงเดียวที่เหลือ ฉายรอบ 9 โมงเช้ากับ 5 ทุ่ม คนทำหนังเหล่านั้นเขาจะอยู่กันยังไง เป็นที่รู้ว่าหนังต้องฉายอย่างน้อย 2 อาทิตย์ แต่หลังๆ ก็อาทิตย์เดียว ถ้าพิสูจน์เรื่องเงินไม่ได้ก็จะถูกถอดทิ้ง&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179970" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-3-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>พอผันตัวมาทำ Distributor เราก็ยิ่งคับข้องใจ เจอคำพูดหนึ่งว่าเขาเป็นนักธุรกิจนะ ไม่ได้มาทำการกุศล เราไม่ได้เรียกร้องให้มาทำการกุศล หรือถ้าเอาหนังสารคดี หนังอาร์ตเข้ามา แล้วต้องเทโรงให้เรา แต่จัดสรรพื้นที่ให้มันมีความยุติธรรม ช่วยให้พื้นที่กับหนังเหล่านี้อย่างเต็มที่ได้ไหม มีวิธีโปรโมตหรือทำงานร่วมกันเพื่อค่อยๆ สร้างกลุ่มคนขึ้นมาได้ไหม ปัญหาเรื่องคนดูหนังนอกกระแสเป็นส่วนน้อย มันเป็นทุกประเทศอยู่แล้ว เพราะมันไม่ใช่หนังบันเทิงหรือหนังแมสที่เราคุ้นเคย แต่มันไม่ได้หมายความว่า ‘ถ้าคุณเข้าสู่ตลาดแมส แต่สู้แมสไม่ได้ คุณก็แพ้ไปดิ’ มันไม่ควรจะง่ายแบบนั้น มันต้องมีกระบวนการค่อยๆ สร้าง เวลาเราเรียกร้องไม่ใช่เพราะเราทำค่ายหนังแล้วอยากได้เงิน เราเรียกร้องเพราะภาพรวมของวงการหนังก็ควรจะสร้างกลุ่มคนที่ยอมรับความหลากหลายขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่หนังที่ดูแล้วรู้สึกว่าไม่บันเทิง แต่ก็ควรดูได้ วิธีคิดที่จะสร้างคนดูหลากหลายมันเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้โรงหนังรอดไปได้&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>สู้เท่าที่สู้ได้</strong></p>



<p>ระหว่างคุยกันเราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่จะผลักดันหนังนอกกระแสของธิดา เธออยากให้คนรักในศิลปะ และภาพยนตร์ได้เห็นในสิ่งที่เธอเห็น อยากให้เหล่าคนทำหนังอาร์ตได้มีพื้นที่เฉิดฉาย แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อวันหนึ่ง doc club &amp; pub. ประกาศปิดตัวลง บรรดาแฟนคลับหนังนอกกระแสร้องระงมเสียดาย ไม่ต่างจากผู้เป็นเจ้าของอย่างธิดา</p>



<p><strong>ระหว่างนั้นเรามีวิธีต่อสู้ยังไงบ้าง&nbsp;</strong></p>



<p>มันยากมากนะ เราพูดไปแล้ว ก็ได้แค่บ่น โวยวาย วิจารณ์ มีโอกาสได้พูดถึงก็พูด บางช่วงเวลาก็มีคนสนใจจนเป็นประเด็นขึ้นมา แต่สุดท้ายเราจะไปทำอะไรได้ มันมีคำถามมาว่าหนังคุณทำเงินได้เท่าไหร่ ที่บอกว่ามีคนเยอะก็เพิ่มโรงให้แล้วไง ไม่เห็นมีคนมาดูเลย เราก็ตอบคำถามเขาไม่ได้ มันเหมือนคุยกันคนละประเด็น ทุกคนที่พูดประเด็นนี้ก็จะมีกลุ่มที่ออกมาต่อต้านแบบที่บอกไปว่าเขาทำธุรกิจนะ แต่เราแค่อยากให้เขามองเห็น และมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมหนัง&nbsp;</p>



<p>ทุกวันนี้ก็เห็นผลว่าตลาดมันเปลี่ยน รายได้โรงหนังเองก็วูบ ทำไมตอนนั้นไม่สร้างวัฒนธรรมการดูหนังให้คนดูรู้สึกว่าจ่ายค่าบัตรสมเหตุสมผล แลกกับการได้ดูคอนเทนต์หลากหลาย ไปถึงโรงหนังมันมีทั้งหนังที่บันเทิงสุดๆ กับหนังที่ต้องใช้ความคิดมากๆ มันมีทุกแบบ แค่ถ้าอยากดูหนังก็นึกถึงโรงหนัง มันต้องสร้างไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีโอกาส</p>



<p><strong>สุดท้ายแล้ว doc club &amp; pub. ก็ถูกปิดตัวลง ด้วยสาเหตุอะไร</strong></p>



<p>ก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดจากความสะเพร่าของเราเองอันดับหนึ่งเลย เราไม่รู้หรอกว่ามันจะมีปัญหาเรื่องโยธา พูดแล้วมันเหมือนตลก บอกใครเขาก็เป็นไปได้ไงทำงานวงการนี้มาเป็น 10 ปี แต่เราบอดใบ้เรื่องนี้ไปเลยจริงๆ นะ พอเรามาทำงานในที่ที่มันเคยเป็นโรงฉายหนังอยู่แล้วก็เลยคิดว่ามันก็ทำได้นี่ เจ้าของเก่าก็บอกเขตเคยมาตรวจแล้ว เลยคิดว่ามันไม่ได้มีปัญหา แม้กระทั่งว่าเรารู้ว่าการจะทำโรงหนังต้องไปขอกระทรวงวัฒนธรรม แต่เราก็ไม่ได้ไปสำรวจมันจริงๆ ในที่นี้มันไม่ผ่านกฎหมายโยธาแหละ ไม่ปฏิเสธว่าเราผิด มันไม่สามารถให้โอกาสเราได้เลยเหรอ เราไม่รู้ว่าเราทำอะไรได้บ้างไหม ไปผ่อนผันกับใครได้ไหม ตอนนั้นก็งงเหมือนกันนะว่าต้องทำไงต่อ</p>



<p>เราไปดูข้อกฎหมาย เขาใช้นิยามเดียวกันในการกำหนดโรงทุกขนาด หมายความว่าทำโรง 50 ที่นั่งกับ 3,000 ที่นั่งใช้กฎเดียวกัน สเปกความกว้าง บันไดขึ้นลง ครอบคลุมภายใต้กฎหมายเดียวกัน กฎหมายปรับปรุงอาคารตรงนี้มันไม่เคยถูกสังคายนาเลย เป็นไปตามความเข้าใจของคนในยุคนั้น แค่รู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนกฎหมายนี้ เราไม่ได้อยากแก้เพราะว่า doc club มันผิด แค่อยากให้เห็นว่าใช้กับใครก็ผิด ใช้กับใครก็ไม่ยุติธรรม กำลังอยู่ในการแก้กฎหมายนะ แต่เป็นไปอย่างเฉื่อยช้า&nbsp;</p>



<p><strong>แต่ในอีกมุมหนึ่งที่โพสต์แจ้งปิด Doc club มันก็ทำให้เห็นว่ามีคนรักที่นี่เยอะเหมือนกันเนอะ</strong></p>



<p>ใช่ เราขอบคุณมากๆ เลย ตอนนั้นเจตนาที่โพสต์ก็พยายามไม่ให้มีอารมณ์ เราอธิบายเท่าที่จะบอกได้ ไม่นึกเหมือนกันว่าจะมีฟีดแบ็คที่มาให้กำลังใจ มีสมาพันธ์ภาพยนตร์ สมาคมผู้กำกับที่เขาออกมาช่วยเรียกร้อง&nbsp;</p>



<p class="has-text-align-center"><strong>เช้าวันใหม่ของธิดา</strong></p>



<p>ถึงทางที่ธิดาเลือกเดินจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เพราะเธอไม่เคยยอมแพ้ เก็บเอาบทเรียนมาเป็นประสบการณ์ เก็บเอาน้ำตามาเป็นแรงผลักดัน ยืนหยัดจะยังทำสิ่งที่รักต่อไป พยายามปรับตัวไปตามยุคสมัย และหาทางดิ้นรนให้อยู่รอด เราถามถึงนิยามที่เธอมีให้ตัวเอง เธอบอกเพียงว่าเธอก็เป็น Distributor คนหนึ่ง แต่เราเห็นมากกว่านั้น เธอกลายเป็นธิดายอดนักสู้ในสายตาเราไปเสียแล้ว</p>



<p><strong>หน้าตาของ doc club ในอนาคตที่เราคิดเป็นยังไง</strong></p>



<p>มันก็ยังมีความก้ำๆ กึ่งๆ อยู่ เราอาจจะผันตัวไปเป็น Film club ฉายหนังให้คนดูไปเรื่อยๆ ให้คนรักหนังเข้ามาพูดคุยกันบางครั้งบางคราว แต่มันไม่ได้มีลักษณะเป็นโรงหนังเท่าไหร่ เราก็ไม่แน่ใจ</p>



<p><strong>พฤติกรรมคนดูหนังสารคดีเปลี่ยนไปยังไงบ้างจากวันแรกที่เริ่มมาทำงานในวงการหนังจนถึงวันนี้</strong></p>



<p>มันมีช่วงที่สารคดีเริ่มได้รับความสนใจ และมีชื่อเสียงระดับโลก แบบเริ่มได้รับรางวัลแล้ว เทคโนโลยีมันก็เอื้อให้คนทำหนังง่ายขึ้น ฉับไวต่อเหตุการณ์ มีกล้องตามถ่ายแบบดิบสุดๆ เลย มันเลยทำให้ตลาดสารคดีฮือฮาขึ้น แต่ความสนใจมันก็ไม่ได้ยั่งยืนหรอกถ้าเทียบกับตอนนี้ คนไม่ค่อยสนใจกันแล้ว เหตุผลหนึ่งที่มันน่าตื่นเต้นน้อยลงเพราะเรามีช่องทางอื่นให้ดู มันก็เป็นช่องทางที่ทำให้เราเห็นเรื่องราวของผู้คนโดยไม่ต้องมีสารคดีเป็นสื่อกลางก็ได้ สารคดีมันเลยดูเร้าใจน้อยลง</p>



<p><strong>ภูมิใจกับ doc club &amp; pub. ไหม</strong></p>



<p>โห! ภูมิใจมากๆ มันเป็นที่ที่เราได้ทดลองว่าเรื่องนี้ไม่มีคนดูนะ เรื่องนี้มีคนดู มันน่าภูมิใจในแง่ที่ว่าเราทำโปรแกรมไหนแล้วมีคนดู เปิดจองแล้วที่นั่งเต็ม เราก็ใจฟู&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-179971" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/05/Web-inside-4-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>หลังจบบทสนทนา เราก็ยังได้รับยิ้มอบอุ่นจากเธอกลับมา ไม่ต่างจากครั้งแรกที่ได้เจอหน้ากัน ขณะช่างภาพพาเดินถ่ายรูปไปทั่วตึกใหญ่ตึกน้อย ‘ห้องนี้น่าทำโรงหนังเนอะ’ ธิดาชี้นิ้ว และพยักหน้ากับตัวเอง<br></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/docclubandpub/">ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ แห่ง doc club &amp; pub. ที่ยังไม่อวสาน และเช้าวันใหม่ของหนังนอกกระแส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
