“ผมเห็นมันวาดรูปวันแรกนะ ผมตกใจมาก ถามว่านี่มึงไปเรียนมาจากไหนเนี่ย มันตอบครูโต แต่ผมว่ามันวาดไม่เหมือนครูโตเลย แต่ก็ดีแล้วแหละที่วาดไม่เหมือน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็คือศิลปินอยู่ดี ต้องรู้ก่อนนะว่าศิลปินกับคนวาดรูปไม่เหมือนกัน ศิลปินเนี่ยคือผู้มีจิตวิญญาณ ดังนั้นผมจึงเรียกมันในวันแรกเลยว่ามึงเป็นศิลปิน” อาจารย์เฉลิมชัยพูดขึ้นกลางนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินคนหนึ่ง เธอเป็นคนวาดรูปไม่เหมือน ไม่เหมือนเสียจนผู้เป็นแบบต้องนั่งลุ้นกันเหงื่อท่วมว่าคราวนี้พู่กันของเธอจะปาดป้ายรูปร่างมนุษย์แขนงไหนออกมากันนะ นี่เป็นที่มาของศิลปินภาพไม่เหมือน
อาจเพราะอาจารย์เฉลิมชัยที่ทำให้เธอเชื่อในตัวเอง อาจเพราะอาจารย์เฉลิมชัยตบบ่าเธอในวันนั้น หรือไม่ก็อาจเพราะเธอเป็นเธอ เป็น ‘เปิ้ล-จาริณี เมธีกุล’ จากนิทรรศการ Happleness ที่ร่างเล็กยืนฉายแสงอยู่ลำพังสู่นิทรรศการที่ร่างเล็กได้มีเพื่อนศิลปินรายล้อมตัวถึง 50 คน และเป็นศิลปินในสังกัดของเธอเสียด้วย ตึกปูนโปร่งที่เธอปลุกปั้นให้เป็นสตูดิโอเคยไร้ซึ่งคนสนใจ ถ้อยคำตอกย้ำว่ากลับไปทำงานประจำแบบที่เคยทำเถอะ อย่าได้มาทำงานจิตอาสาประเภทนี้เลย
แต่เปิ้ลทำให้เห็นอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า 21/3 Studio ไม่เคยเป็นเช่นนั้น

ภาพที่คาดฝัน
เปิ้ลเคยเป็นใครก่อนจะเป็นเจ้าของสตูดิโอ
เรามีสองพาร์ตในชีวิต อาชีพหลักคือการเปิดบริษัททำเอเจนซีออนไลน์ และทำรายการโทรทัศน์ในช่อง Thai PBS เกี่ยวกับรายการประเด็นสังคม ความเหลื่อมล้ำ กลุ่มผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็ทำสารคดีจากต้นจนอวสาน เป็นการเล่าความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ เริ่มตั้งแต่รากเหง้าของประเทศว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากอะไร ถ้าเรายังไม่แก้ไขจะเกิดอะไรขึ้น มันมีทั้งเรื่องของหนี้สิน กลุ่มเปราะบาง ผู้พิการ การเมือง เศรษฐกิจ บ้านเราเหลื่อมล้ำทั้งหมดในระดับที่น่ากลัว
อีกพาร์ตเป็นการวาดรูปทุกวัน จนได้บังเอิญเจออาจารย์เฉลิมชัยและมีโอกาสจัดแสดงงานศิลปะ ตอนนั้นทุกคนก็เรียกเราว่าศิลปิน (หัวเราะ) แต่จริงๆ เราไม่ได้เรียนศิลปะมาเลย มันแค่เกิดจากการแกล้งก่อน สมมติเจอคนหน้าสวยก็จะวาดให้จมูกใหญ่ๆ ดูไม่สวย เพื่อนหรือคนรู้จักเราก็วาดแบบนี้ ทุกคนเลยลุ้นว่าภาพเราจะออกมาแนวไหน เราไม่วาดอย่างอื่นเลย วาดแต่คน ตั้งชื่อเฟซบุ๊กว่าลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือน อย่ามาคาดหวังนะว่ารูปจะออกมาหน้าเหมือนแก

ทำไมเรียกตัวเองว่าลุงเปิ้ลล่ะ
มีหลานแล้วเราไม่อยากให้เขาเรียกป้า บอกว่าถ้าเรียกป้าจะไม่ให้เงินนะ ให้เรียกว่าลุง (หัวเราะ) ทุกคนก็เลยเรียกลุงเปิ้ลตามๆ กันไป
แล้วจู่ๆ จับพลัดจับผลูมาเปิดสตูดิโอได้อย่างไร
วันหนึ่งเราต้องมาถ่ายทำที่สมาคมผู้พิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย คุยเรื่องความเหลื่อมล้ำกับ ‘คุณสุชาติ โอวาทวรรณสกุล’ ที่เป็นนายกสมาคม เขาบอกว่ามันมีกิจกรรมหนึ่งจัดที่สมาคม แต่วิทยากรเท ไม่รู้จะทำกิจกรรมอะไรดี เราก็บอกว่าเราวาดรูปได้นิดหน่อยนะ (หัวเราะ) สุดท้ายก็หอบเอาสีน้ำ กระดาษสามร้อยแกรมอย่างดีมาที่สมาคม แล้วก็พาน้องสาวที่เรียนศิลปะมาช่วยด้วย
เริ่มแรกเด็กๆ เขาก็ไม่กล้าวาดกัน วาดกันเล็กมากเลย จนเราบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ วาดใหญ่ๆ เลย เราเดินดูไปถามแต่ละคนไปว่าวาดอะไร เขาก็ตอบพ่อ สีนี้คือแม่ ส่วนเขาตัวเล็กกระจิริด มีพระอาทิตย์อยู่ข้างบน พอเขาวาดกันเสร็จก็ไม่มีใครเก็บรูปกลับไปเลย วางทิ้งกันไว้หมด แต่เราเก็บมาแล้วยืนบ้ากับน้องสาวอยู่สองคนว่ามันสวยมาก! คิดในใจว่าเดี๋ยวต้องดังแน่เลย สักพักคุณสุชาติเขาก็เดินมาบอกว่ากิจกรรมนี้ดูสนุกดีนะ สีก็เยอะมากเลย มันต้องใช้เงินสูงหรือเปล่า เราบอกไม่ นี่เป็นสีจากบ้านเราเอง เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะเอามาอีก อยากจัดกิจกรรมอีก
คุณสุชาติก็ถามว่าขอทุนไหม มันมีกองทุนสนับสนุนผู้พิการนะ เราบอกอย่างนั้นขอสตูดิโอใหญ่ๆ ตั้งขาตั้งวางเฟรมให้เด็กยืนวาด สีต้องมีเยอะมากพอให้สะบัด ให้ละเลงได้ไหม คิดในใจเลยว่าขอแบบนี้ไม่ได้ทุนหรอก แต่คุณสุชาติเขาตอบครับ มันได้! ในโครงที่เราขอทุนไป เราเขียนไว้ว่าครั้งสุดท้ายของภาคเรียนจะขอนำศิลปะของน้องๆ มาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ
เราเห็นภาพนิทรรศการตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นภาพศิลปะของน้อง เขียนไว้ด้วยว่าคนมาร่วมงานจะมีกี่ร้อยคน นิทรรศการจะมีกรอบรูปไซส์ใหญ่ ไซส์เล็ก ราคาเท่าไหร่บ้าง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาจัดถึงที่นี่
ที่นี่ที่เธอว่าคือพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยหรือ MOCA และเรากำลังถูกล้อมด้วยผลงานศิลปะเกือบร้อยชิ้น มองเผินๆ ดูจะเป็นภาพแอ็บสแตรกต์ของเด็กอายุน้อย ต้องตีความซ้ำแล้วซ้ำเล่ากว่าจะเข้าใจว่าผู้วาดจะสื่ออะไร โชคดีที่เจ้าของผลงานยืนอยู่ตรงหน้าในชุดเอี๊ยมสีดำสนิท เขาทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ประจำวันพุธ ‘วายุ – วายุ ปานอินทร์’
เมื่อเราเอ่ยทักทายว่าสวัสดีวายุ จู่ๆ วายุก็ตบขาเข้า กางแขนขึ้นตะเบ๊ะราวชายชาติทหาร เปิ้ลหัวเราะเสียงดังว่านี่เป็นคาแรกเตอร์เขาเลย

ภาพของวายุไม่ได้ซ่อนอะไรซับซ้อน หากแต่เป็นรูปร่างรถกู้ภัยแบบตะโกนออกมา ด้วยเพราะวายุเคยถูกรถชนเมื่อครั้งยังเด็ก ทำให้เสียงวี้หว่อ วี้หว่อก้องอยู่ในหัวของเขา และเมื่อได้เห็นตำรวจก็ดูเหมือนว่าวายุจะลืมความเจ็บปวดจนสิ้น กลายเป็นว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นก่อความประทับใจใต้จิตสำนึกให้เขา
“วายุจะชอบวาดทับไปเรื่อยๆ แล้วก็บ่นว่าเครียดๆ สีเน่าๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะต้องล้างพู่กันหรือเปลี่ยนจานสีอย่างไร” เปิ้ลพูดเล่าทั้งยิ้มปริ่มระหว่างเราไล่ดูภาพศิลปะ เธอบอกว่าศิลปินทั้ง 50 คนที่กำลังจัดแสดงผลงานอยู่เป็นผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรม และ ‘If you don’t understand me, don’t worry. Just let me be.’ คือชื่อของนิทรรศการ
สตูดิโอรูปปาท่องโก๋
ทำไมต้องเป็น 21/3
ได้ไอเดียมาจากรูปโครโมโซมที่หลานวาดอธิบายให้ดู เขาเรียนแพทย์มา เราเอามาจากที่เขาวาดเป็นแท่งเหมือนปาท่องโก๋เลย มันเป็นรูปโครโมโซมคู่ที่ 21 ที่มี 3 อัน อย่างวันดาวน์ซินโดรมโลกก็เป็นวันที่ 21 มีนาคม สมองของพวกเขาไม่ได้ผิดปกติ แต่โครโมโซมที่มันเกินมาดันเป็นตัวที่ควบคุมตั้งแต่หัวจนปลายเท้า ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ผิวหนังจะลอก กล้ามเนื้อไม่ค่อยดีทำให้เดินช้า พูดไม่ชัด กินช้า และส่งผลต่อการเรียนรู้
คนรอบตัวคิดเห็นอย่างไรกับการที่เราจะเปิดสตูดิโอสำหรับผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมโดยเฉพาะ
ก็ไม่มีใครสนใจหรอก ทุกคนจะมองว่าเราทำงานจิตอาสา ทั้งที่เราบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ เขาก็ยังไม่ค่อยเข้ากันอยู่ดี บอกว่าให้กลับไปทำงานอย่างเดิมจะดีกว่า แต่เราอยู่ตรงนี้แล้วปลอดโปร่งมากกว่า เมื่อก่อนเราจะหวงงานที่ทำมาก ต้องดูทุกอย่าง ต้องรู้ทุกเรื่อง คอมเมนต์ให้หมด จู้จี้จุกจิกไปหมด กระทั่งได้มาทำงานในสตูดิโอนี้ มันทำให้เราคิดได้ว่าเออ! บางเรื่องมันก็ไม่ได้มีใครตายเสียหน่อย เรายกรายการให้น้องอีกคนดูแลเลย รายการในตอนนี้ดีกว่าตอนนั้นที่เราทำอีกนะ (หัวเราะ)
ตอนเรามีโอกาสเจอศิลปินหรืออาจารย์สอนศิลปะ ก็พยายามเอาไปอวดเขาว่าดูงานศิลปะพวกนี้สิ สวยมากเลย แต่เขาก็จะพูดกันแค่ไม่ได้นะ! มันต้องถูกสอนโดยผู้เชี่ยวชาญสิ คือดับฝันเรามาก แล้วเราก็ไม่พูดกับใครอีกเลย พูดแค่กับน้องสาว แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทุกวันอังคารเราหายไปไหน

ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนนั้นรู้แค่พวกเขาพูดไม่รู้เรื่อง ลึกๆ ก็มีความกลัวด้วยว่าต้องคุยกับเขาอย่างไร เรียกเขาอย่างไร เรียกน้องดาวน์หรือเปล่า แต่ก็ได้เข้าใจแล้วว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไร ดาวน์ซินโดรมเป็นเพียงกลุ่มคนที่มีโครโมโซมเกินมา 1 คู่ มันเอกซ์ทรามากๆ รู้ไหม อย่างถ้ามีเพื่อนเป็นมะเร็ง เราจะไม่พูดว่าเขาเป็นมะเร็ง แต่จะพูดว่าเป็นผู้ป่วยมะเร็ง ได้แต่คิดว่าอย่างนี้ที่เรียกกันว่าเด็กดาวน์ๆ ก็ไม่ถูกน่ะสิ
มีวิธีการอย่างไรในการคุยกับพ่อแม่เด็ก
เราไปหาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับผู้มีภาวะนี้จนแน่น แล้วก็เริ่มอธิบายให้คุณพ่อคุณแม่ของน้องๆ ทั้ง 50 คนได้ฟัง เขาร้องไห้กันเลย บอกว่าทำไมไม่เห็นมีใครมาอธิบายเขาอย่างนี้ คุณพ่อคนหนึ่งยื่นสมุดพกลูกเขาให้เราดู ครูเขียนข้างในว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน อืม โคตรเลวเลย (เปิ้ลพยักหน้าพลางส่ายหัว)
เราแค่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เขาเข้าใจในอีกมุมหนึ่ง และเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งการที่ลูกเขาไม่พูด ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูด มันเหมือนเราอมมาร์ชเมลโลไว้เต็มปาก จะพูดถนัดได้อย่างไร ในเวลากลางวันก็จะเห็นว่าพวกเขาชอบนอนหลับ เพราะหัวใจไม่แข็งแรงทำให้ต้องการการพักผ่อน หรือเห็นว่าเขานั่งแล้วซึม แต่เขาไม่ได้ซึมนะ เขาไม่มีแรง
หรืออย่างเวลามีแม่ของน้องมาดู เขาก็จะห่วงว่าน้องทำสีเลอะไหม ลูกจะวาดรูปสวยไหม ถึงขั้นมานั่งขึ้นโครงรูปคนให้เลย เราถามแม่น้องว่าแม่! นี่แม่เป็นอาจารย์เฉลิมชัยไหม (หัวเราะ) ถ้าแม่วาดรูปสวยกว่าอาจารย์เฉลิมชัย เปิ้ลจะไม่ไล่แม่นะ หรือวาดรูปคนเป็นไหม ไหนลองวาดให้ดูหน่อย แม่เขาก็ส่ายหัวบอกไม่ๆ วาดไม่เป็น เราก็บอกถ้าแม่วาดไม่เป็นจะมาสอนลูกทำไม ก็ขอเรียนเชิญแม่ออกไป เรากั้นเชือกกันพ่อแม่เลย ปล่อยให้เด็กเขาได้วาดด้วยตัวเอง
วิชาศิลปะตอบโจทย์พวกเขามากกว่าวิชาอื่นเหรอ
มันแค่เป็นสิ่งที่รีเลตกับตัวเรามากกว่า รีเลตกับความรู้สึกว่าเราเองก็ไม่ได้เรียนศิลปะ ไม่ได้เรียนในระบบ เราไม่รู้ว่าศิลปินในประเทศที่เขาเรียนมาแล้วมีความงามแบบที่บอกๆ กันมันเป็นอย่างไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่ารูปที่ตัวเองวาดมันสวยไหม จนวันที่ได้เจออาจารย์เฉลิมชัยน่ะแหละ เขาบอกว่ารูปมึงสวยนะ เราตอบแต๊กา! เป็นภาษาเหนือ แกหันมาหาเราแล้วทำหน้าเคร่ง สวนกลับว่ากูเป็นใครทำไมกูต้องเลียมึง (หัวเราะ) คนโง่อย่างมึงไม่รู้หรอกว่าตัวเองวาดรูปสวย แล้วก็ชอบเที่ยวไปดูของคนอื่นเขา คิดว่าของคนอื่นสวย ของมึงไม่สวย หลังจากนี้มึงไปวาดมาอีกยี่สิบเล่ม แล้วห้ามให้ใครดู ให้กูดูคนเดียว เราก็ไม่สนใจใครอีกแล้ว

ยิ่งได้มาเห็นงานของน้องๆ เราก็แค่รู้สึกว่ามันสวย มีเด็กสามขวบคนหนึ่งเทกระบอกสีแดงลงพื้น แล้วเอาตัวไปนอนกลิ้ง จากนั้นเขาก็เดินลงมาสตูดิโอด้วยหน้าตาเฉย เราบอกดูเข้า! มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น โดยที่ไม่ได้ดุอะไรเขาเลย คิดดูสิถ้าคนเราละเลงตัวกับสีได้แบบนั้นนะ รูปมันต้องสวยมากแน่ คือในสตูดิโอมันไม่มีความรู้อะไรเลย มีแค่สตาฟกับเด็ก 50 คน เราไม่ได้สอนอะไรด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราสามารถทำให้เด็กที่ไม่พูดเลย เขาพูดขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกิ๊บ วายุ หรือไพบูลย์ แล้วมันก็เยียวยาเราได้
เพื่อนที่แสนจะเอกซ์ทรา
มีวิธีเฟ้นหาเด็กทั้ง 50 คนอย่างไร
หลังโครงการผ่านแล้ว สมาคมก็จะคัดสรรตามเงื่อนไขว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องมีอายุเท่าไหร่ หลุดจากระบบการศึกษา สมาคมจะออกค่าเดินทางให้ มีข้าวให้กิน และมีขนมให้สองมื้อ คุณพ่อคุณแม่ก็เอาลูกมาสมัครโดยไม่ได้คาดหวังอะไร แค่ให้พวกเขาได้ออกจากบ้าน
โปรเจกต์นี้จะยังมีต่อไปเรื่อยๆ ไหม
คงอยู่ที่งบของสมาคม ถ้ามันยังไปต่อได้ เราอาจจะเปิดโอกาสให้เด็กกลุ่มใหม่ แล้วก็ทำให้ดีกว่านี้ หรือเด็กบางคนที่ทำให้สิ่งนี้ได้ดี เราก็จะช่วยต่อยอดเขาอย่างเช่นวายุเนี่ย เขามีคุณสมบัติความเป็นอาร์ตทิสต์มากกว่าเราอีกนะ และนิทรรศการหลังจากนี้ต้องดีขึ้น ใหญ่ขึ้น ชัดเจนมากขึ้น
เปิ้ลเข้าใจผู้มีภาวะดาวน์ซินโดรมมากขึ้นหรือเปล่า
เมื่อเราก้าวข้ามเส้นที่ว่าพวกเขาไม่ได้มีความผิดปกติใดด้านสมอง มันทำให้รู้สึกว่าที่เราคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ปัญหามันอยู่ที่เราเอง เขาพูดรู้เรื่องนะ แต่เราต่างหากที่ฟังเขาไม่รู้เรื่อง พออยู่ด้วยกันทุกวันก็ทำให้เข้าใจมากขึ้น
และเสียงฝีเท้าหนึ่งก็เดินย่างเข้ามาระหว่างบทสนทนาอย่างไม่ได้ขัดจังหวะใดๆ หากแต่ยิ่งช่วยทำให้ประโยคของเปิ้ลมีความหมาย วายุกวาดสายตาซ้ายขวาก่อนที่เขาจะบีบไหล่เปิ้ล เธอพยักหน้ายิ้มทั้งพูดต่อ
“เห็นไหมการที่มีเพื่อนแบบนี้ โคตรเท่เลย! เนอะ”
“จ้ะ! พี่” วายุตอบ

การมีเพื่อนเอกซ์ทราโครโมโซมทำให้ชีวิตเปิ้ลเปลี่ยนไปไหม
พวกเขาทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตก็ไม่มีอะไร (เปิ้ลก้มหน้าเงียบไปครู่หนึ่ง) พวกเขาดาวน์ตั้งแต่ปลายผมจนเท้า แล้วเราจะไปกลัวอะไร เขาทำให้รู้ว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิต ความสุขมันหาง่ายมาก เพราะเราไม่เคยเห็นพวกเขาทุกข์เลย จนทำให้คิดกับตัวเองว่านี่เราทุกข์ไปไหม
วันก่อนแม่วายุมา เขาเป็นคนขายลอตเตอรี่ เราเห็นวายุช่วยแม่เรียงลอตเตอรี่ขาย เขาก็พูดเรียกคนนี้! สี่สิบบาท ที่จริงแล้วมันสองร้อยนะ (หัวเราะ) วายุอวยพรคนซื้อว่าสาธุเด้อ ถ้าถูกหวยเอารถแห่มาเด้อ แล้วก็เอาลอตเตอรี่ใส่ถุง เรายังคิดอยู่เลยว่าชีวิตจริงของเขาต้องนั่งซ้อนจักรยานแม่ไปขายลอตเตอรี่ตามหมู่บ้าน เดี๋ยววันที่ 31 วายุก็คงกลับไปมีชีวิตแบบนั้น ใน 15 วันที่เขาได้มาแสดงงานที่นี่ก็เป็นเพียงภาพมายา
ภาพมายาหมายความว่าอย่างไร
อย่างงานศิลปะที่เราเคยวาดแล้วรูปมันขายหมดเกลี้ยง ทำให้ครั้งหน้าคิดว่าอยากขายให้หมดอีก ไปไหนคนก็จะได้เรียกศิลปิน อยากสำเร็จอย่างอาจารย์เฉลิมชัยไม่ก็แวนโก๊ะ แต่ปัญหาของเราคือแล้วเราจะวาดรูปอะไร เราจะสะท้อนอะไรในรูปวาด สุดท้ายก็ได้ค้นพบว่าสิ่งที่งามที่สุดของรูปคือความสุขตอนวาด เงินทองถ้ามีน้อยก็กินน้อย เมื่อวันหนึ่งทุกอย่างมันพร้อมก็คงพร้อมเอง เราไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว รถที่ใช้มาสิบปีมันก็ยังขับได้ ก็ไม่ต้องเปลี่ยน ทั้งหมดที่พูดมาเป็นบทเรียนยิ่งใหญ่ในชีวิตเราว่าชีวิตมันไม่มีอะไร
ขอให้เราได้เป็นตัวเอง

คาดหวังลึกๆ หรือเปล่าว่าอยากเห็นพวกเขาเติบโตไปเป็นศิลปินบ้าง
ไม่เลย เมื่อนิทรรศการจบลง เด็กๆ ก็จะกลับไปมีชีวิตปกติของตัวเอง มีภาพของน้องคนหนึ่งที่ยดดกดไลก์เป็นล้านเลยนะ วันนั้นแม่เขาเดินเข้ามาเจอเราด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะมีคนมีชื่อเสียงมาทักทายลูกเขา เราก็จับมือบอกว่าแม่ใจแข็งไว้ ใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็มีโพสต์อื่นมากลบ เขาแค่มาทักทายแล้วก็จากไป ตอนนี้แม่เขาก็กลับไปไลฟ์ขายของเหมือนเดิม ลูกก็ไม่ได้เป็นศิลปินหรอก มันเป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่ก็ไม่มีอะไรที่ไม่มีประโยชน์นะ อย่างน้อยก็ได้จารึกว่าครั้งหนึ่งลูกเขาเคยได้แสดงงาน และชีวิตก็ต้องเข้าสู่บทต่อไป
คิดว่าคนที่เห็นภาพเหล่านี้จะได้อะไรกลับไป
เราแค่อยากให้เขารู้สึกเหมือนเรา ไม่ต้องสงสารแล้วซื้อของ มันไม่ใช่งานการกุศล ทั้งหมดนี้เรารวบรวมขึ้นมาเพราะน้องเขาวาดแล้วก็ไม่สนใจ กลับบ้านกันหมด (หัวเราะ) พอวันเปิดนิทรรศการ เราก็ชวนคุณพ่อคุณแม่ของน้องเขามา เขาก็ตื่นเต้นกันมาก ยิ่งได้เห็นรูปของลูกเป็นลายบนสินค้ากระเป๋า เขาก็โอ้! จริงเหรอ เขาไม่คิดว่ามันจะสวยงามขนาดนี้ และกลุ่มดาวน์ซินโดรมก็เรียกว่าเป็นแบบอย่างความสุขสำหรับเรา ไม่มีใครอยากมี อยากได้อะไรเลย อย่างเด็กบางคนก็มีความรักตามช่วงวัย ถึงวันนี้จะอกหักขึ้นมา แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็ไม่คิดอะไรมากแล้ว ก็แค่อกหักเอง
คนอื่นมองว่าเราทำงานจิตอาสา แล้วสำหรับเรามันคือการทำงานเพื่ออะไร
เพื่อตัวเองนะ ความฟินในแต่ละวันคือการได้เห็นรูปหลังน้องวาดกันเสร็จ มีรูปให้เราดูในหนึ่งวันเป็นร้อยรูปเลย ทั้งหมดนี้เรารวบรวมขึ้นมาเพราะน้องเขาวาดแล้วก็ไม่สนใจ กลับบ้านกันหมด (หัวเราะ) พอวันเปิดนิทรรศการ เราก็ชวนคุณพ่อคุณแม่ของน้องเขามา เขาก็ตื่นเต้นกันมาก ยิ่งได้เห็นรูปของลูกเป็นลายบนสินค้ากระเป๋า เขาก็โอ้! จริงเหรอ เขาไม่คิดว่ามันจะสวยงามขนาดนี้
ภาพวันนั้นที่ฝันเหมือนภาพในวันนี้เลยหรือเปล่า
อืม ใช่! ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นช่วงชีวิตที่เรามีความสุขที่สุดเลยนะ เมื่อก่อนเราเป็นคนเนี้ยบมาก ต้องวางแผนทุกอย่างให้เป๊ะ ต้องทำเงินให้ได้เท่าไหร่ แต่ตอนนี้เราคิดว่าประโยคที่ผู้ใหญ่เคยบอกตอนเด็กมันจริง ชีวิตไม่มีอะไร

ถึงลุงเปิ้ลภาพไม่เหมือนจะบอกเราว่าเธอทำเพื่อตัวเอง แต่ทั้งหมดที่เห็นอยู่กลับไม่ทำให้คิดอย่างนั้น เพราะเธอทำให้เด็กๆ ที่หลุดระบบการศึกษามีเฟรมผ้าใบเป็นของตัวเอง ได้ขึ้นจัดแสดงงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ของประเทศ บ้างอายุเพียงไม่กี่ขวบเสียด้วยซ้ำ ไล่ไปจนถึงวัย 55 ปีก็มี เธอทำให้พ่อแม่ของเด็กยิ้มแป้นแล้น ภูมิใจในสิ่งที่ลูกเป็น ลูกของพวกเขาได้เป็นตัวเอง ทั้งยังมีคนปรบมือชื่นชมให้ขณะยืนบนพื้นเปล่าธรรมดา โดยไม่ต้องก้าวขึ้นเวทีที่มีแสงตระการตา
แม้ทุกสิ่งจะเป็นภาพมายาชั่วครู่ชั่วคราวที่วูบไหว แล้วหายไปในสิ้นเดือนสิงหาคม ทว่าเหล่าเอกซ์ทราโครโมโซมจะมีวัยอันน่าจดจำในชีวิต และเชื่อเลยว่าลุงเปิ้ลคงเป็นหนึ่งในเพื่อนที่แสนเอกซ์ทราของพวกเขาเช่นกัน





