<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Q and a day &raquo; a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/category/experiences/life/q-and-a-day-interview/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/category/experiences/life/q-and-a-day-interview/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Dec 2025 09:58:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>วินจี ซิน เรื่องน่าตื่นเต้นในขวบปีถัดไปของ Cartier Women’s Initiative ทุนที่คาร์เทียร์มอบให้ผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกมา 19 ปี</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wingee-sin-cartier-women-initiative/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[วงศกร ลอยมา]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Dec 2025 04:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[qandaday]]></category>
		<category><![CDATA[Cartier]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184819</guid>

					<description><![CDATA[<p>หนึ่งในซีรีส์ที่สร้างความประทับใจมากติดอันดับต้นๆ ของปฏิทินปี 2025 จะเป็นเรื่องไหนไปได้ ถ้าไม่ใช่ ‘สงคราม ส่งด่วน’ (Mad Unicorn) ที่ใช้คำว่าประทับใจ เพราะมันเล่นพาเราไปสำรวจการแข่งขันอันดุเดือดในโลกธุรกิจสตาร์ตอัป เมื่อตัวละครโดนหักหลังเราก็เศร้า ขณะเดียวกันก็เอาใจช่วยหนุ่มสาวที่กำลังตั้งใจสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา ยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็ ‘อินจัด’ และอยากจะลุกจากที่นอนไปดำรงชีพเป็นผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจของตัวเองทันทีที่ดูจบ นั่นคือพลังของเรื่องเล่าที่ดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คำว่าผู้ประกอบการก็ฟังดูไกลตัว เราจึงอยากชวนชาว a day มารู้จักโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) กัน Cartier Women’s Initiative คือโครงการที่ Cartier สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกในหลายๆ ด้าน เช่น เงินทุน ความรู้เชิงลึก รวมถึงเครือข่ายผู้สนับสนุนจากทั่วโลก ทั้งยังเปิดพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมได้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ปีที่โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้น (2006) Cartier Women’s Initiative สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงแล้วกว่า 330 คน จาก 66 ประเทศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wingee-sin-cartier-women-initiative/">วินจี ซิน เรื่องน่าตื่นเต้นในขวบปีถัดไปของ Cartier Women’s Initiative ทุนที่คาร์เทียร์มอบให้ผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกมา 19 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หนึ่งในซีรีส์ที่สร้างความประทับใจมากติดอันดับต้นๆ ของปฏิทินปี 2025 จะเป็นเรื่องไหนไปได้ ถ้าไม่ใช่ ‘สงคราม ส่งด่วน’ (Mad Unicorn) ที่ใช้คำว่าประทับใจ เพราะมันเล่นพาเราไปสำรวจการแข่งขันอันดุเดือดในโลกธุรกิจสตาร์ตอัป เมื่อตัวละครโดนหักหลังเราก็เศร้า ขณะเดียวกันก็เอาใจช่วยหนุ่มสาวที่กำลังตั้งใจสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา</p>



<p>ยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็ ‘อินจัด’ และอยากจะลุกจากที่นอนไปดำรงชีพเป็นผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจของตัวเองทันทีที่ดูจบ นั่นคือพลังของเรื่องเล่าที่ดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คำว่าผู้ประกอบการก็ฟังดูไกลตัว เราจึงอยากชวนชาว a day มารู้จักโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) กัน</p>



<p>Cartier Women’s Initiative คือโครงการที่ Cartier สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกในหลายๆ ด้าน เช่น เงินทุน ความรู้เชิงลึก รวมถึงเครือข่ายผู้สนับสนุนจากทั่วโลก ทั้งยังเปิดพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมได้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม</p>



<p>นับตั้งแต่ปีที่โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้น (2006) Cartier Women’s Initiative สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงแล้วกว่า 330 คน จาก 66 ประเทศ เป็นเงินรวมกว่า 395 ล้านบาท และโอกาสของผู้ประกอบการหญิงชาวไทยก็มาถึงแล้ว!</p>



<p>ขอผายมือให้รู้จัก ‘วินจี ซิน’ ผู้อำนวยการโครงการ Cartier Women’s Initiative เธอบินลัดฟ้ามาที่ประเทศไทยเพื่อประกาศข่าวดี นั่นคือในปีหน้าไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ซึ่งเป็นขวบปีที่ 20 ที่โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นมา</p>



<p>คนผลักดันโครงการมาเยือนทั้งที ในคอลัมน์ Q and a day เราจึงชวน วินจี ซิน มาพูดคุยถึงมุมมองต่อเพศหญิงในโลกธุรกิจ เรื่อยไปถึงความสำคัญ เป้าหมาย และสิ่งที่จะได้รับจากโครงการ Cartier Women’s Initiative เพื่อแชร์มุมมองให้กับผู้ประกอบการหญิง สำหรับเตรียมความพร้อมในการกรอกใบสมัครโครงการที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-184825" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-10.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>Cartier Women’s Initiative คือโครงการเกี่ยวกับอะไร</strong></p>



<p>Cartier Women’s Initiative คือโครงการที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่เป็นผู้หญิง ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2006 โดยแบรนด์ Cartier&nbsp;</p>



<p>เราเปิดโอกาสให้ผู้นำธุรกิจหญิงที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารและถือหุ้นบริษัทจากทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจใด ขอเพียงมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนก็สามารถเข้าร่วมได้&nbsp;</p>



<p>ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา เราสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน ทรัพยากรมนุษย์ และเครือข่ายทางสังคม โดยสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมมาแล้วกว่า 330 คน จากหลากหลายประเทศทั่วโลกค่ะ</p>



<p><strong>สนใจคำว่าผลกระทบเชิงบวก ผู้ประกอบการมีความสำคัญอย่างไรในการแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม</strong></p>



<p>อย่างที่ทราบว่าโลกของเรากำลังล่าช้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เราจึงไม่สามารถฝากภารกิจด้านการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้เพียงแค่รัฐบาล หรือองค์กรไม่แสวงหากำไรเท่านั้นได้ เพราะภาคธุรกิจเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันความก้าวหน้าเหล่านี้</p>



<p>และตัวผู้ประกอบการเองก็คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจใช่ไหมคะ พวกเขาคืออนาคตของธุรกิจที่สามารถออกแบบแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาที่โลกเผชิญอยู่ได้</p>



<p><br>จากสถิติของเรา มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) หรือธุรกิจที่ให้บริการกับภาคธุรกิจอื่น นั่นหมายความว่าธุรกิจของพวกเขาไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบในชุมชนผ่านสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกไปยังธุรกิจอื่นๆ ด้วย&nbsp;</p>



<p>ผู้ประกอบการที่ใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคนี้ ถ้าลองดูเกณฑ์ในการสมัครและการคัดเลือกของรางวัล Cartier Women’s Initiative จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับผลกระทบของธุรกิจ และความยั่งยืนทางการเงินของธุรกิจเป็นพิเศษ</p>



<p>เหตุผลที่เรายึดสองข้อนี้เป็นหลัก เพราะเราต้องการให้ธุรกิจมีโมเดลที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเอง ดังนั้นความมั่นคงทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่มีธุรกิจไหนจะอยู่รอดได้หากไม่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง</p>



<p><strong>ในยุคที่เส้นแบ่งเรื่องเพศเริ่มพร่าเลือน ทำไมการสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงจึงยังสำคัญ</strong></p>



<p>สำหรับฉัน มันเป็นเรื่องสำคัญมาเสมอ แต่วันนี้เป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสมากกว่าที่เคยในการเปิดให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมและได้รับการสนับสนุนให้ก้าวขึ้นมานำในบทบาทสำคัญในธุรกิจ&nbsp;</p>



<p>ถ้าเรามองไปที่กรณีความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในโลกธุรกิจ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีข้อมูลและตัวชี้วัดที่พิสูจน์ได้ เช่น ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือความหลากหลายในคณะกรรมการบริหาร&nbsp;</p>



<p>และหากเราเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ มีความเข้าอกเข้าใจ และส่งเสริมให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงศักยภาพของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ฉันเชื่อว่ามันจะช่วยปลดล็อกและยกระดับการสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ การผลักดันให้ผู้หญิงและกลุ่มคนที่ยังขาดโอกาสได้มีบทบาทในตำแหน่งผู้นำจึงเป็นภารกิจสำคัญมากสำหรับเราค่ะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" width="1201" height="800" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10.jpg" alt="" class="wp-image-184826" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10.jpg 1201w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-10-360x240.jpg 360w" sizes="(max-width: 1201px) 100vw, 1201px" /></figure></div>


<p><strong>ตัวแทนผู้ประกอบการหญิงจาก Cartier Women’s Initiative อยู่ในอุตสาหกรรมไหนมากที่สุด</strong></p>



<p>ในบรรดาผู้สมัครที่เข้าร่วมโครงการ Cartier Women’s Initiative เราพบว่าธุรกิจด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพ คือสาขาที่ได้รับความสนใจสูงสุดจากผู้หญิง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเชื่อมโยงกับบทบาทของผู้หญิงในสังคม</p>



<p>แต่อุตสาหกรรมที่ยังมีผู้หญิงอยู่น้อย คือกลุ่ม Science and Technology Pioneer จริงแล้ว ๆ นี่คือหมวดที่ใหญ่ที่สุดของเรา และเราตั้งมาเพื่อสนับสนุนผู้หญิงที่ประกอบธุรกิจในสาย Deep Tech หรือเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์หญิงและวิศวกรหญิงที่กำลังสร้างนวัตกรรมใหม่</p>



<p>แม้ในสายตาคนทั่วไปอาจมองว่าผู้หญิงในวงการ Deep Tech ยังมีอยู่เพียงหยิบมือ แต่ความจริงแล้วพวกเธอมีอยู่ และหลายคนก็กำลังขับเคลื่อนธุรกิจ และสร้างนวัตกรรมเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมค่ะ</p>



<p><strong>คนที่สนใจสมัครโครงการนี้ ส่วนใหญ่มาจากประเทศอะไร และไทยมีผู้สมัครมากน้อยแค่ไหน</strong></p>



<p>เราได้รับใบสมัครจำนวนมากจากอินเดีย ซึ่งเข้าใจได้ เพราะอินเดียเป็นประเทศที่มีระบบนิเวศของผู้ประกอบการสังคมที่แข็งแรง และมีแหล่งเงินทุนพร้อมสนับสนุน&nbsp;</p>



<p>ด้วยโจทย์หรือปัญหาทางสังคมที่อินเดียเผชิญอยู่ ทำให้ผู้ประกอบการขยายตัวได้รวดเร็ว หรือแม้แต่ในสิงคโปร์ ที่ภาครัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่ การเริ่มต้นทำธุรกิจจึงมีความเป็นไปได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184831" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-1-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ทีนี้กลับมามองที่ไทย ตั้งแต่เริ่มโครงการ Cartier Women’s Initiative มา เรามีตัวแทนจากประเทศไทยเพียง 1 คนเท่านั้น (คุณสาลินี ถาวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสว่าง) เราเองก็ติดตามและพยายามทำความเข้าใจมาโดยตลอดว่าเหตุใดบางประเทศจึงมีผู้สมัครจำนวนมาก ในขณะที่บางประเทศ อย่างเช่นไทยกลับมีน้อย</p>



<p>ประเทศไทยมีการก่อตั้งนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการเพื่อสังคม และมีผู้ประกอบการที่ทำงานสร้างสรรค์ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าประทับใจ แต่คำถาม คือทำไมพวกเขาถึงไม่สมัครเข้าร่วมโครงการของเรา</p>



<p>ความท้าทายที่เราพบมีอยู่ 2 เรื่อง อย่างแรกคือผู้ประกอบการอาจไม่รู้ว่ามีโครงการนี้อยู่ ถัดมาคือกำแพงภาษา เนื่องจากโปรแกรมของเราเป็นระดับนานาชาติ และดำเนินการทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นหากผู้ประกอบการมีความถนัดในภาษาไทยมากกว่า หรือธุรกิจของพวกเขายังดำเนินอยู่ในระดับชุมชน อาจทำให้มองว่าโครงการของเราอาจยังไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะสมในตอนนี้</p>



<p>เพื่อแก้ Pain Point นี้ ทีม Cartier ประเทศไทยจึงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัด โครงการ Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program ในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ และเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมกว่า 50 ราย โดยดำเนินการและปรับเนื้อหาเป็นภาษาไทย<br>&nbsp;</p>



<p>เราหวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ได้รับ และใช้เป็นแรงผลักดันในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และอาจต่อยอดไปสู่การสมัครเข้าร่วมโครงการในระดับโลกของเรา ซึ่งในปีนี้เราก็ได้เห็นผู้สมัครจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าชื่นใจค่ะ</p>



<p><br><strong>Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ทำไมถึงเลือกไทยเป็นเจ้าภาพ</strong></p>



<p>เรารู้สึกยินดีมากที่ในปีหน้าเราจะเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของโครงการ Cartier Women’s Initiative และจัดโปรแกรมของโครงการนี้ในประเทศไทย&nbsp;</p>



<p>เหตุผลที่เรามาเมืองไทยในครั้งนี้ เพราะเดิมนั้น Cartier Women’s Initiative จะหมุนเวียนสถานที่จัดงานในแต่ละปี และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้จัดในหลายประเทศในเอเชียแล้ว ซึ่งในปี 2026 เราต้องการเติมเต็มการเป็นตัวแทนของภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยเป็นประเทศที่เราตื่นเต้นมากด้วยหลายเหตุผล</p>



<p>เหตุผลใหญ่เลย คือฉันคิดว่ามีไม่กี่ประเทศในโลกที่ประสบความสำเร็จในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงผู้ประกอบการเหมือนกับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากของประเทศในฐานะที่สามารถรักษาระดับความเสมอภาคทางเพศในผู้ประกอบการได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี&nbsp;</p>



<p>ผู้ประกอบการหลายคนมีแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ ที่มุ่งเน้นผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับเราแล้วการได้มีโอกาสมาที่ประเทศไทยในปีหน้าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ</p>



<p><strong>มีอะไรน่าตื่นเต้นที่พอแชร์ได้บ้างกับงานที่จะจัดขึ้นในปีหน้า</strong></p>



<p>เราจะจัดงานประกาศรางวัลในรูปแบบปกติ (Regular Edition) ที่ซึ่งเราเฉลิมฉลองให้กับผู้ประกอบการหญิง 30 คน ซึ่งถูกคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของ 2026 Edition และไม่เพียงแค่มอบรางวัล แต่เราเพิ่มการดูแลในรูปแบบ Fellow Program เพื่อสนับสนุนทักษะ ความรู้ และเครือข่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเติบโตบนเส้นทางของผู้ประกอบการ</p>



<p>ขณะเดียวกัน ปี 2026 ก็เป็นปีพิเศษที่โครงการ Cartier Women’s Initiative จะก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 20 นับเป็นเวลาอันสมควรที่เราจะได้มองย้อนกลับถึงช่วงเวลาต่างๆ พัฒนาการของโครงการ ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และปัจจุบันนี้เรามาอยู่ที่ตรงจุดไหนแล้ว</p>



<p>ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราพัฒนาโครงการจากรางวัลเชิดชูเกียรติ สู่การเป็นโปรแกรมสนับสนุนเต็มรูปแบบ และนี่จะเป็นโอกาสที่ดีในการมองไปยังอนาคตว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จะขับเคลื่อนตัวแทนอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร และเรารู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้สานต่อภารกิจในการสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงค่ะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184827" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-13.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>Cartier Women’s Initiative กำลังมองหาคนแบบไหน และมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร</strong></p>



<p>หลักเกณฑ์ที่เราใช้ในการออกแบบรางวัลและโครงการของเรามีอยู่ 2 เกณฑ์หลักๆ อย่างแรก คือเราให้ความสำคัญกับผลกระทบของธุรกิจ อย่างที่สอง คือเรื่องความยั่งยืนทางการเงิน เหตุผลที่เรายึดสองข้อนี้เป็นหลัก เพราะเราต้องการให้ธุรกิจมีโมเดลที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเอง</p>



<p>ความมั่นคงทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่มีธุรกิจไหนจะอยู่รอดได้หากไม่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง ในขณะเดียวกัน ผลกระทบที่ฝังอยู่ในแกนของธุรกิจ (Embedded Impact) ก็สำคัญมาก เพราะเรากำลังมองหาคนที่ใช้โมเดลธุรกิจในการแก้ไขปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สำหรับเรา Embedded Impact หมายถึงตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ของธุรกิจมุ่งเน้นไปที่การสร้างการเปลี่ยนแปลง เช่น ธุรกิจของคุณช่วยชีวิตผู้คนได้กี่คน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาได้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือลดการปล่อยคาร์บอนได้กี่เปอร์เซ็นต์&nbsp;</p>



<p>และแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป วิธีการวัดผลของเราก็จะเปลี่ยน แต่เราก็สนับสนุนพวกเขาเต็มที่ในการหาวิธีวัดผลที่เหมาะสมกับธุรกิจตัวเอง ดังนั้นสำหรับเรา 2 องค์ประกอบของธุรกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จ คือผลกระทบที่วัดได้และความยั่งยืนทางการเงินค่ะ</p>



<p><strong>ความสำเร็จของโครงการนี้ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา เรื่องไหนที่คุณภูมิใจที่สุด</strong></p>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สิ่งที่เราภูมิใจมาก คือความหลากหลายค่ะ ทั้งในแง่ของประเภทธุรกิจที่ผู้ประกอบการทำ ซึ่งครอบคลุมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDGs) ทุกข้อ รวมถึงความหลากหลายของภูมิศาสตร์ที่ผู้ประกอบการเหล่านี้อาศัยและทำงานอยู่&nbsp;</p>



<p>ทำไมเราถึงรู้สึกตื่นเต้นกับเป้าหมาย UNSDGs ที่ผู้หญิงเหล่านี้กำลังขับเคลื่อน ก็เพราะว่าเป้าหมายของโครงการ Cartier Women’s Initiative คือการแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการทำธุรกิจได้</p>



<p>สิ่งนั้นจะไม่เพียงแค่แสดงให้โลกเห็นว่าธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกนั้นเป็นไปได้จริง หรือว่าการมีผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำในธุรกิจเพื่อสังคมนั้นเป็นประโยชน์ต่อโลกเท่านั้น แต่เรายังต้องการให้ผู้หญิงเหล่านี้ และผู้ประกอบการเพื่อสังคมทุกคน ได้รู้สึกอย่างชัดเจนว่าพวกเธอมีที่ทางในโลกของธุรกิจ&nbsp;</p>



<p>ฉันคิดว่าความรู้สึกว่าเรามีบทบาท มีคุณค่า และเป็นส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจและสังคม คือสิ่งสำคัญมาก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184828" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มีอะไรอยากฝากถึงผู้ประกอบการไหม โดยเฉพาะผู้หญิง</strong></p>



<p>ฉันชอบประโยคหนึ่งของมหาตมะ คานธี ซึ่งพูดถึงคำนิยามของความสุข คานธีบอกว่าความสุข คือเมื่อสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณพูด และสิ่งที่คุณทำสอดคล้องกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เหมือนกันกับวิสัยทัศน์ของโครงการ Cartier Women’s Initiative คือโลกที่ผู้ประกอบการหญิงได้บรรลุศักยภาพของตัวเอง ทั้งยังสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และความเข้าใจจากผู้คนในสังคมด้วย</p>



<p>และฉันหวังว่าผู้ประกอบการทุกคนจะกล้าเดินตามความฝัน และได้พบพันธมิตรดีๆ</p>



<p>ที่คอยให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wingee-sin-cartier-women-initiative/">วินจี ซิน เรื่องน่าตื่นเต้นในขวบปีถัดไปของ Cartier Women’s Initiative ทุนที่คาร์เทียร์มอบให้ผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกมา 19 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค้นแก่นผู้กำกับ ‘แจ็ค-วรรธนพงศ์’ เพราะศรัทธาในเรื่องที่จะเล่าจึงกล่าวสาธุ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-believers-season-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Dec 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[NetflixTH]]></category>
		<category><![CDATA[qandaday]]></category>
		<category><![CDATA[สาธุ 2]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[adaymagazine]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=184439</guid>

					<description><![CDATA[<p>“กูจะพาพวกมึงไปดู Business Model ที่ดำเนินการมานานต่อเนื่องกว่าสองพันปี” “แล้วมันจะไม่ผิดกฎหมายเหรอ” “ทำธุรกิจเหี้ยอะไรมันก็เสี่ยงหมดแหละ ง่ายๆ เลยนะ คือพวกเราจะเข้ามาบริหารวัดให้มันดัง”&#160; เรารีแคปซีรีส์ ‘สาธุ 1’ มาให้อย่างสั้นที่สุดในสามประโยค เพื่อกระตุ้นความจำถึงซีรีส์มหากาพย์อันถ่ายทอดธุรกิจสีเทาภายใต้ความศรัทธาของผู้คนในศาสนา เนื้อหาถูกปล่อยออกมาเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว และเป็นที่พูดถึงจนเห็นได้ว่ามันดังเป็นพลุแตก จนเห็นได้ว่าขึ้นชาร์ตในหน้าแรกเน็ตฟลิกซ์เป็น ‘รายการทีวี 10 อันดับสูงสุดในไทยวันนี้’&#160; อย่าลืมทดเลขวันที่ 4 ของเดือนธันวาคมไว้ในใจก่อนพนมมือ ซีรีส์ ‘สาธุ 2’ จะขึ้นในหน้าเน็ตฟลิกซ์อีกครั้งพร้อมกันโดยนัดหมาย ค่อยๆ ทำตามกำลังศรัทธา เพื่อนสามคนที่บุคลิกไม่ใกล้เคียง คนหนึ่งเป็นหัว คนหนึ่งเป็นตัว คนหนึ่งเป็นท้ายกำลังยืนอยู่บนชะตากรรมที่ไม่อาจหนีพ้น ทั้งอำนาจใหญ่ที่กดทับจนร่างเกือบจมดิน พลันเห็นคำว่าหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี และทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น&#160; เพราะการต้องชำระล้างหนี้ให้ทันภายในเวลาที่กำหนด ลูกหนี้ไม่สามารถทำงานตามใจฉันกำหนด ทุกสิ่งบีบรัดเป็นต้องใช้วิธีการโกงกิน จากความรู้นำไปสู่ความผิด จากความประมาทนำไปสู่ความตาย ทั้งสามเข้าไปว่ายเวียนอยู่ในวัฏจักรของพุทธพาณิชย์&#160; คนฉ้อฉลไม่ได้มีแค่พวกเขา คนฉ้อฉลไม่ได้มีอยู่แค่ในวัด แต่คนฉ้อฉลมีอยู่ทุกที่ ‘แจ็ค-วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ’ เขาเป็นผู้กำกับและผู้ให้กำเนิดซีรีส์ ‘สาธุ’ เขาเป็นนักตั้งคำถามที่ขณะเดียวกันก็เป็นนักหาคำตอบ ความสงสัยใคร่รู้ทั้งปวงจึงมาไกล ไกลเสียจนสร้างแรงกระเพื่อมให้ความศรัทธาสั่นไหว ให้ผู้คนกล้าที่จะตั้งคำถามเช่นเขา&#160; ก่อนหน้าจะเบนมาเป็นผู้กำกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-believers-season-2/">ค้นแก่นผู้กำกับ ‘แจ็ค-วรรธนพงศ์’ เพราะศรัทธาในเรื่องที่จะเล่าจึงกล่าวสาธุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>“กูจะพาพวกมึงไปดู Business Model ที่ดำเนินการมานานต่อเนื่องกว่าสองพันปี”</p>



<p>“แล้วมันจะไม่ผิดกฎหมายเหรอ”</p>



<p>“ทำธุรกิจเหี้ยอะไรมันก็เสี่ยงหมดแหละ ง่ายๆ เลยนะ คือพวกเราจะเข้ามาบริหารวัดให้มันดัง”&nbsp;</p>



<p>เรารีแคปซีรีส์ ‘สาธุ 1’ มาให้อย่างสั้นที่สุดในสามประโยค เพื่อกระตุ้นความจำถึงซีรีส์มหากาพย์อันถ่ายทอดธุรกิจสีเทาภายใต้ความศรัทธาของผู้คนในศาสนา เนื้อหาถูกปล่อยออกมาเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว และเป็นที่พูดถึงจนเห็นได้ว่ามันดังเป็นพลุแตก จนเห็นได้ว่าขึ้นชาร์ตในหน้าแรกเน็ตฟลิกซ์เป็น ‘รายการทีวี 10 อันดับสูงสุดในไทยวันนี้’&nbsp;</p>



<p>อย่าลืมทดเลขวันที่ 4 ของเดือนธันวาคมไว้ในใจก่อนพนมมือ</p>



<p>ซีรีส์ ‘สาธุ 2’ จะขึ้นในหน้าเน็ตฟลิกซ์อีกครั้งพร้อมกันโดยนัดหมาย</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ค่อยๆ ทำตามกำลังศรัทธา</strong></h2>



<p>เพื่อนสามคนที่บุคลิกไม่ใกล้เคียง คนหนึ่งเป็นหัว คนหนึ่งเป็นตัว คนหนึ่งเป็นท้ายกำลังยืนอยู่บนชะตากรรมที่ไม่อาจหนีพ้น ทั้งอำนาจใหญ่ที่กดทับจนร่างเกือบจมดิน พลันเห็นคำว่าหลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี และทำอย่างไรก็หนีไม่พ้น&nbsp;</p>



<p>เพราะการต้องชำระล้างหนี้ให้ทันภายในเวลาที่กำหนด ลูกหนี้ไม่สามารถทำงานตามใจฉันกำหนด ทุกสิ่งบีบรัดเป็นต้องใช้วิธีการโกงกิน จากความรู้นำไปสู่ความผิด จากความประมาทนำไปสู่ความตาย</p>



<p>ทั้งสามเข้าไปว่ายเวียนอยู่ในวัฏจักรของพุทธพาณิชย์&nbsp;</p>



<p>คนฉ้อฉลไม่ได้มีแค่พวกเขา คนฉ้อฉลไม่ได้มีอยู่แค่ในวัด แต่คนฉ้อฉลมีอยู่ทุกที่</p>



<p><strong></strong><strong>‘แจ็ค-วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ’ </strong>เขาเป็นผู้กำกับและผู้ให้กำเนิดซีรีส์ ‘สาธุ’ เขาเป็นนักตั้งคำถามที่ขณะเดียวกันก็เป็นนักหาคำตอบ ความสงสัยใคร่รู้ทั้งปวงจึงมาไกล ไกลเสียจนสร้างแรงกระเพื่อมให้ความศรัทธาสั่นไหว ให้ผู้คนกล้าที่จะตั้งคำถามเช่นเขา&nbsp;</p>



<p>ก่อนหน้าจะเบนมาเป็นผู้กำกับ แจ็คเคยทำเอเจนซี เคยกำกับโฆษณาสั้น แม้น้อยคนจะรู้ว่าผลงานที่ผ่านมาเขาเป็นอย่างไร แต่กลิ่นอายความเป็นแจ็คตะโกนบอกเราในผลงานกำกับซีรีส์ยาวครั้งแรกของเขาแล้ว</p>



<p>หนุ่มสูทดำถุงเท้าแดงกำลังจะแหวกความเจ๋งให้เราดูกันอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184449" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/01-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การทำสาธุภาค 2 เป็นความตั้งใจแรกอยู่แล้วไหม</strong></p>



<p>ตั้งใจนะ คือจุดตั้งต้นเราในการทำเรื่องนี้ คือความสนใจด้านพุทธพาณิชย์ ระหว่างนั้นก็ Research ข้อมูลแล้วก็ Develop กับทีมเขียนบทกันไป เรารับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับพุทธพาณิชย์ การบริหารองค์กร เรื่องของพุทธศาสนา แล้วก็พบว่าเนื้อหามันเยอะมากจนใส่เข้าไปในหนึ่งซีซันไม่ได้ ทำให้เราเลือกจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้ก่อนในซีซันที่หนึ่ง ถ้ามีโอกาสก็อยากหยิบมาเล่าในซีซันต่อไป เป็นการวางแผนกันไว้ก่อน แต่ก็ขึ้นอยู่กับผลตอบรับในซีซันแรก ซึ่งมันออกมาค่อนข้างโอเคจนได้ทำซีซันสอง เราก็เลยหยิบเนื้อหาเหล่านั้นมาจัดเรียงกันใหม่ว่าจะเล่าไปในทิศทางไหนได้บ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184450" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/02-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ทำไมถึงกังวลว่าผลตอบรับของซีซันแรกจะไม่ดี</strong></p>



<p>จริงๆ จะบอกว่าไม่คาดหวังก็ไม่ได้ เพราะเราก็คาดหวังบ้างว่าคนดูจะชอบ แต่ไม่ได้เอามาเป็นที่ตั้งว่าคนจะต้องชอบมากๆ ต้องชื่นชมจนได้ทำซีซันสองออกมา เราแค่ตั้งใจและซื่อสัตย์กับเนื้อหาที่จะเล่า เราพยายามทำให้มันออกมาดีที่สุด</p>



<p><strong>การที่คุณได้ทำซีรีส์แบบ Long Form เป็นครั้งแรกต่างจากการทำโฆษณาอย่างไร&nbsp;</strong></p>



<p>โห! ต่างกันคนละเรื่องเลย การทำโฆษณาเราจะได้รับโจทย์มา แล้วต้องใช้ทุกวินาทีให้มันคุ้มค่าที่สุด ต้องโฟกัสเมสเซจที่จะส่งต่อไปหาคนดูว่าของที่เราจะขาย หรือเล่าให้คนดูฟังจะเป็นอย่างไร ให้เขาเห็นคุณสมบัติ ให้มันชัดเจน ให้มันอร่อย ไม่ว่าจะเป็นการแอกติงของนักแสดงหรือการโฆษณาก็ตาม แต่ในการกำกับ Long Form เราใช้วินาทีกันคนละแบบ เราต้องทำให้เขาได้อารมณ์ ณ โมเมนต์นั้นให้ชัดเจน สิ่งที่จะได้รับในเนื้อหาอาจจะไม่จำเป็นต้องเดี๋ยวนั้นก็ได้ อาจจะให้ผ่านไปสักระยะหนึ่ง รอให้มีเรื่องอย่างอื่นเข้ามากระตุ้นก่อน มันเล่นกับวิธีการได้มากกว่า ใช้ความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและถ่ายทอดออกมาให้เรียลที่สุด&nbsp;</p>



<p><strong>คุณมั่นใจแค่ไหนกับการกำกับ Long Form ของตัวเอง</strong></p>



<p>เราต้องเชื่อในสิ่งที่เราจะเล่าให้ได้มากที่สุดก่อน พอมันเป็นเรื่องที่ผมเริ่มตั้งต้นไอเดียและทำงานร่วมกับทีมเขียนบทที่มีฝีมือ ผมคิดว่าอย่างน้อยเราต้องเชื่อก่อนว่าอยากเล่าแบบไหน เราจะพามันไปในทิศทางไหน&nbsp; สิ่งไหนที่อยากใส่เข้าไปหรือไม่อยากใส่เข้าไป ซึ่งพอถึงจุดนั้นแล้ว สิ่งที่เราต้องการมากจริงๆ ก็คือทีมงานที่มีคุณภาพเข้ามาช่วยซัปพอร์ต ไม่ว่าจะเป็น Post-Production, Production หรือนักแสดง</p>



<p>ผมว่ามันคืองานกลุ่มที่ใหญ่มาก ผมทำคนเดียวไม่ได้ (หัวเราะ) จำเป็นต้องให้บุคลากรที่มีฝีมือในด้านต่างๆ เข้ามาช่วยให้มันเกิดขึ้นจริง และเราต้องทำให้ทีมงาน นักแสดง คนเบื้องหลังเชื่อเราก่อนว่าเราจะเล่าอะไร ทำให้ทุกคนมองภาพเดียวกันให้ได้ เขาจะได้รู้สึกว่าอ๋อ! เรามี Goal ที่ชัดเจนนะ แล้วผมก็เชื่อในฝีมือของทุกคนว่าพวกเขาจะถ่ายทอดมันได้ เหมือนต้องมองเป็นโปรเจกต์ก้อนหนึ่ง แล้วพยายามผลักดันให้มันดีที่สุด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184451" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/03-3.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เรียนเชิญเจ้าภาพซีรีส์ได้เลยครับ</strong></h2>



<p><strong>เรื่องที่คุณเชื่อและอยากเล่าคืออะไร</strong></p>



<p>การที่ผมตั้งคำถามกับมันโดยไม่ได้ตัดสินกับไอเดียตั้งต้นของเรื่องพุทธพาณิชย์ ไม่ได้ตั้งใจจะไปโจมตีอะไร ผมแค่สงสัยและหยิบตัวอย่างเพื่อสร้างสถานการณ์ขึ้นมา แล้วก็ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวละครหลักที่ทำมิสชันนั้นมีความคิดบางอย่างที่คล้ายคลึงกับไอเดียแรก สิ่งที่เราตั้งคำถามไว้ตอนแรก ซึ่งสุดท้ายระหว่างทางมันจะถูกเปลี่ยนไปจากการ Develop จากไอเดียที่นักแสดงอยากแชร์&nbsp;</p>



<p>เช่นผมคุยกับทีมนักแสดงว่าผมมีคำถามในใจ คือพุทธพาณิชย์มีวิธีการบริหารที่หลากหลายมาก ถ้าเกิดเราไปบริจาคหรือตั้งใจทำนุบำรุงศาสนาเพื่อให้ศาสนาเจริญงอกงามขึ้นก็นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเกิดมีคนไม่ดีประสงค์ไม่ดี ใช้สิ่งเหล่านี้หาเงิน หาผลประโยชน์ให้ตัวเอง มันจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง แล้วพอนักแสดงมองภาพแบบเดียวกับเรา มีความคิดแบบเดียวกับเราก็จะทำงานต่อไปได้&nbsp;</p>



<p><strong>จากพุทธพาณิชย์ในซีซันแรกมันไล่ระดับไปสู่การบริหารองค์กรในซีซันสองได้อย่างไร</strong></p>



<p>ผมว่าสิ่งที่สำคัญมากและถูกยกตัวอย่างด้วยการจำลองให้เห็นในซีซันสอง คือการจำลองให้อยู่ในสเกลความเป็นท้องถิ่น ความเป็นต่างจังหวัดที่มีนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจในทางไม่ดี เขาต้องการความเชื่อใจ ความศรัทธาจากประชาชน โดยทำควบคู่ไปพร้อมกับการหาเสียง ด้วยวิธีการใช้ความดีบังหน้า ใช้ความเป็นผู้มีจิตศรัทธาจากการสร้างโรงพยาบาล ระดมทุนให้มันเกิดขึ้น แล้วใช้คอร์รัปชันเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เราจำลองสิ่งเหล่านี้ในสเกลเล็กขึ้นมาว่ามันจะสามารถเกิดอะไรขึ้นได้บ้าง หากมีคนๆ หนึ่งคิดแบบนี้ เพื่อให้คนดูกลับไปคิดต่อว่าแล้วถ้าเป็นสเกลที่ใหญ่ขึ้นกว่านั้นล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นได้อีกบ้าง</p>



<p><strong>การทำงานด้านเอเจนซีมาก่อน มันทิ้งกลิ่นอายไว้ในซีรีส์ของคุณอย่างไร</strong></p>



<p>จริงๆ ไม่เคยคิดเลยนะ เพราะมันคงค่อยๆ ซึมซับไปกับการทำงานของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ คือเรื่องของวิธีการขาย ลำดับขั้นตอนของการสร้างโปรดักต์ เพราะเวลาทำงานเอเจนซี จุดตั้งต้นก็จะไม่ได้มาจากทีมผมหรือทีมครีเอทิฟไปซะทีเดียว มันผ่านกระบวนการวิเคราะห์ Strategy Planning จากฝั่งลูกค้า ฝั่งอื่นๆ มาก่อน&nbsp;</p>



<p>ทำให้ตอนที่ทำซีซันหนึ่ง ผมจะเห็นถึงลำดับขั้นตอนว่าการสร้างวัดจริงๆ เราไม่สามารถแบบเฮ้ย! อยากมีวัดว่ะ หาที่เปล่าๆ แล้วเอาตรงนี้สร้างวัด ระดมเงินเข้าไปดีกว่า มันต้องคิดถึงหลักมาร์เกตติงโดยรวม ความเป็นไปได้ว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร โจทย์ในซีซันหนึ่ง คือต้องการเงินใช้หนี้ให้เร็วที่สุด เขาไม่มีเวลาห้าปีสิบปีหาเงิน สิ่งที่จะทำได้ก็คือการ Take over ซึ่งผมก็ได้เรียนรู้จากการทำงานเอเจนซีมา ตัวละครแค่ไปจัดการบริหารองค์กรใหม่ เพราะทุกอย่างมันถูกเตรียมมาให้หมดแล้ว โดยที่ตัวละครจะเห็นช่องโหว่ของวัดหนึ่งที่อยู่กลางชุมชน วัดมีขนาดไม่ใหญ่เกินไปแล้วก็ไม่เล็กเกินไป มีเจ้าอาวาสที่อายุเยอะแล้ว อาจจะไม่ได้เป็นลีดเดอร์หรือยุ่งเกี่ยวอะไรมาก ถ้าสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ของวัดมันยังดำเนินไปในสิ่งที่ควรจะได้ พวกเขาก็คิดว่าตัวเองจะคอนโทรลได้ เป็นวิธีการคิดของตัวละครทั้งสามคน</p>



<p>อีกเรื่องคือการสร้างมูฟเมนต์ของวัด เราต้องหาไอคอนิกทำให้เกิดการดึงพระดลเข้ามา ผมรู้สึกว่าสเตปทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรื่องมันถูกย่อยออกมาจากวิธีการจริงของการสร้างโปรดักต์ ผมก็ลองเอามาขยายให้มันสอดคล้องกับมิสชันที่ตัวละครต้องทำ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184452" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/04-3.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>ความน่าสนใจคือตัวละครมีวิธีการโกงต่างกัน คุณรีเซิร์ชการโกงหรือธุรกิจสีเทาเหล่านี้อย่างไร</strong></p>



<p>ส่วนหนึ่งก็มีอยู่ในข่าว อีกส่วนหนึ่งผมพยายามเข้าไปคุยกับตัวแทนขององค์กรที่เขาดูแลด้านการคอร์รัปชันหรือการโกงโดยตรง แล้วก็รีเซิร์ชเรื่องพวกนี้ว่ามันมีเคสอะไรบ้าง แต่ไม่ได้หยิบมาทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ตามที่ได้ยิน มันยังมีความเป็นเอนเทอร์เทน อะไรก็ตามที่เราจะถ่ายทอดออกไปต้องทำให้คนดูรู้สึกว่าเข้าใจและสนุกกับมัน&nbsp;</p>



<p>แต่ผมยังเชื่ออยู่นะว่าทั้งหมดยังมีขอบเขตที่ต้องพึงระวังในการทำประเด็นเซนซิทิฟเหล่านี้ ผมจะไม่ทำให้มันดูขาวจัด ดำจัด และมีผลลัพธ์ที่ดูเสี่ยงเกินไป จะพยายามหาวิธีถ่ายทอดให้มันได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันมากกว่า</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขอเชิญร่วมกันตั้งใจฟังตัวละครเทศนา</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>เนื้อหาของซีซันสองมีความเข้มข้นกว่าซีซันหนึ่งไหม</strong></p>



<p>ผมว่าพอๆ กัน มันแค่อยู่คนละรูปแบบ คนละ Mechanic ของการแฮกระบบ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผมอยากลองนำเสนอดูว่าสมมติคนที่มีอำนาจโน้มน้าวประชาชนอย่างไม่ถูกที่ถูกทาง มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง&nbsp;</p>



<p><strong>เพราะอะไรคุณถึงเลือก ‘โดนัท-มนัสนันท์’ ให้รับบทนักการเมืองหญิง</strong></p>



<p>จริงๆ เราแคสตัวละครหลายคนนะ แต่หลังจากโปรดิวเซอร์เขาแชร์ชื่อพี่โดนัทมา ผมก็ชอบความเป็นนางเอกของเขาที่มันทำให้เห็นภาพตัวละครนักการเมืองชัดเจน ในการหาเสียงเขาจะทำให้คนชื่นชอบด้วยวิธีการของนางเอก คือเป็นคนดี เป็นคนจิตใจดี แต่เบื้องลึกที่เราต้องทำการบ้านกับพี่โดนัท คือถ้าตัวละครมันร้ายขึ้นมาจะเป็นอย่างไร คงน่าสนใจที่เห็นสองมิติของตัวละคร แล้วผมว่าพี่โดนัทเขาก็มี Range การแสดงที่ค่อนข้างกว้างมาก การเล่นร้ายเล่นดีน่าจะ Twist กันได้ง่าย</p>



<p>แล้วมิติของตัวละครนี้ก็เป็นการต่อสู้กับครอบครัว เป็นลูกที่เหมือนจะได้รับการผลักดันจากพ่อ แต่ก็ถูกระบบของครอบครัวกั้นไว้ เหมือนมีอำนาจข้างนอกแต่กลับบ้านแล้วถูกขัง เขาจะมีวิธีต่อสู้หรือพิสูจน์ในความเป็นลูกผู้หญิง เป็นลูกสาวในบ้านอย่างไรว่าฉันเองก็ทำได้ เราจะเห็นมิติตัวละคร ‘สจ.เอ๋’ มากขึ้นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่บอสใหญ่ในเรื่อง แต่เขามีเนื้อหนัง มีแบ็กกราวนด์ที่บ้านอย่างไร&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184453" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/05-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ตัวละคร ‘วิน’ เป็นตัวแทนของคนประเภทไหน</strong></p>



<p>ผมว่าเขาเป็นคนที่มีสองทางเลือกนะ เมื่อต้องตัดสินใจแล้วเลือกทางที่ดีคงเป็นนักวางแผน นักวางกลยุทธ์ที่ทำธุรกิจรุ่ง แต่ถ้าความฉลาดแกมโกงของเขานำพาไปในทางที่ไม่ดี เห็นช่องโหว่บางอย่างในการดึงเอาผลประโยชน์ออกมาก็คงเป็นคนทุจริตไปเลย&nbsp;</p>



<p>จริงๆ เขาก็เป็นมันสมองของเรื่องที่มีความยับยั้งชั่งใจในทุกการกระทำของตัวเอง ถ้าเขาไม่ชัวร์ว่ามันถูกหรือไม่ถูกก็จะไม่พูด ทำให้ต้องมีตัวละคร ‘เกมส์’ เพื่อเป็นคนช่วยให้เขาเทกแอกชัน ต้องอยู่ควบคู่กันไป</p>



<p><strong>มองเห็นอะไรในตัว ‘ฟาโรส’ ถึงได้เลือกมาเป็นนักแสดงในซีรีส์</strong></p>



<p>ผมชอบก่อนแล้วกัน (หัวเราะ) ผมติดตามช่องเขาอยู่แล้วทั้ง People You May Know หรือไกลบ้าน แล้วผมก็เห็นว่าเวลาเขาอยู่กับกลุ่มคน อยู่กับเพื่อนๆ เขามีการสังเกตที่ดีมาก เขาเห็นคาแรกเตอร์ของคนที่อยู่ด้วยได้ทะลุปรุโปร่ง การวิเคราะห์บุคคลสำคัญต่างๆ ของโลกก็เหมือนกัน พอมาเป็นตัวละครในเรื่อง เขาก็เลยถูกถ่ายทอดออกมาเป็นคนที่คอยช่วยดูภาพลักษณ์ เป็นคนฉลาดหลักแหลม อย่างการผลักดัน ‘พระเอกชัย’ ให้กลายเป็นพระชื่อดัง ผมว่าถ้าดึงเสน่ห์ของพี่ฟาโรสมาแมเนจ มาปั้นพระมันคงน่าสนใจมาก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184447" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/06-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ขออนุโมทนาให้ความศรัทธายังคงอยู่</strong></h2>



<p><strong></strong><strong>โปรดักชันไหนของซีรีส์ที่คุณทุ่มทุนกับมันมากที่สุด&nbsp;</strong></p>



<p>ต้นโพธิ์ครับ! มันแพงที่สุด แล้วโลเคชันก็หายากเพราะต้องอยู่ในวัด เป็นที่โล่ง ไม่มีถนนตัดผ่านมาก แต่จะไม่มีถนนเลยก็ไม่ได้ สุดท้ายเราก็หาจนเจอแล้วสร้างต้นโพธิ์ขึ้นมา การสร้างต้นจริง คือสูงแค่สองชั้นยังเป็นสิบเมตรเลย สร้างแค่ต้นยังไม่พอด้วย ต้องใช้ CG เพิ่มใบไม้เป็นแสนใบให้มีมูฟเมนต์ลมพัด มีเรื่องของสีและแสงที่ต้องคอยเก็บ </p>



<p><strong>คิดว่าผลตอบรับซีซันสองจะเป็นอย่างไร</strong></p>



<p>ก็อยากให้แฟนๆ ที่ชื่นชอบในซีซันหนึ่งติดตามซีซันสอง หรือใครที่อาจจะยังไม่ได้ดูก็ลองดูก่อน เพราะผมว่ามันมีวิธีการเล่าที่เห็นตัวละครชัดเจนมากขึ้น เราจะเห็นผลลัพธ์ของตัวละครหลัก เห็นการเติบโตที่เขาต้องเข้าไปเป็นเครื่องมือ เป็นเหยื่อของอำนาจที่ใหญ่ขึ้น จากที่เขาคิดว่าตัวเองคอนโทรลทุกอย่างได้ ในซีซันสองเขาทำไม่ได้แล้ว เขากลายเป็นเครื่องมือให้คนที่มีอำนาจใช้งาน แล้วเขาจะหนีเอาตัวรอดจากสิ่งนั้นด้วยวิธีไหน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>อยากให้คนดูติดตามเรื่องราวที่เราเล่าในสเกลที่ใหญ่ขึ้น ให้ได้รับประสบการณ์ สร้างก้อนความคิดกันหลังจากได้ดูว่าหากสถานการณ์มันเกิดขึ้นในประเทศของเรา เราจะทำอะไรได้บ้าง จะช่วยกันสอดส่องดูแล หรือเพิ่มความโปร่งใสอย่างไรได้บ้าง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-184448" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/12/07-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หากซีรีส์ของคุณเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง จะยังมีความน่าศรัทธาอะไรหรือความเชื่ออะไรในศาสนาเหลืออยู่บ้าง</strong></p>



<p><strong></strong>ผมยังเชื่ออยู่นะ ถึงตัวผมเองจะไม่สามารถบอกได้ว่านับถือศาสนานี้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็น Secular Religion แต่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเราเติบโตมาในครอบครัวที่สอนเราแบบพุทธจริงๆ ทุกอย่างในวิถีชีวิตตอนนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถูกหล่อหลอมมาจากหลักการของพุทธศาสนา ทั้งพ่อแม่ โรงเรียน เพื่อนหลายๆ อย่างทำให้เราได้หลักคำสอนบางอย่างมา อาจเป็นความไม่ประมาท การปล่อยวาง การพึ่งพาตัวเอง ท้ายที่สุดทุกอย่างมันจะถูกหยิบจับมาใช้&nbsp;</p>



<p>ผมว่าสิ่งที่ยังคงอยู่และแข็งแรงมากๆ คือแก่นของพุทธศาสนาที่เป็นหลักธรรมคำสอน เป็นปรัชญาในการใช้ชีวิต ขอเพียงให้ยังเข้าใจแก่นของพุทธศาสนาในการใช้ชีวิต ความแข็งแกร่งในความศรัทธาของผู้คนก็จะคงอยู่ต่อไป&nbsp;</p>



<p>ตั้งจิตให้มั่นเพื่อดำดิ่งไปอีกขั้นกับความลับของมารศาสนา ความโลภของมารการเมือง และเฝ้าดูกัลญาณมิจทั้งหลายว่าใครจะเป็นผู้พ้นทุกข์ก่อนกัน&nbsp;</p>



<p>ตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบโดยนัดหมายในวันที่ 4 ธันวาคม ณ เน็ตฟลิกซ์</p>



<p>กราบสะวีดัด สวัสดีทุกท่าน จะสาธุกันกี่หนก็ตามกำลังศรัทธา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-believers-season-2/">ค้นแก่นผู้กำกับ ‘แจ็ค-วรรธนพงศ์’ เพราะศรัทธาในเรื่องที่จะเล่าจึงกล่าวสาธุ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านตุ๊กตากระดาษของพี่น้องอินโทรเวิร์ต กันและกันใน ‘ต้นหน-ต้นตะวัน’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tonhon-and-tontawan/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[ตู ต้นตะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[ตน ต้นหน]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183874</guid>

					<description><![CDATA[<p>30 มีนาคม พ.ศ. 2542 ผู้เป็นพี่ชายลืมตาดูโลก หนึ่งปีถัดมา 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ผู้เป็นน้องสาวลืมตาดูโลก เด็กชายอยู่ในปีกระต่าย เด็กหญิงอยู่ในปีงูใหญ่&#160; พ.ศ. 2554 เด็กชายก็กลายเป็น ‘เป็ด’ ในภาพยนตร์ ‘ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ’&#160; พ.ศ. 2564 เด็กหญิงก็กลายเป็น ‘กอหญ้า’ ในซีรีส์ ‘F4 หัวใจรักสี่ดวงดาว’&#160; ‘ตน &#8211; ต้นหน’ และ ‘ตู &#8211; ต้นตะวัน’ อาจไม่ได้มีเลือดข้นคลั่กด้านการแสดงที่ส่งถึงกัน อาจไม่ได้เกิดในปีนักษัตรเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือทั้งสองใช้สกุล ‘ตันติเวชกุล’ ทั้งสองเป็นดาราในวงการ และทั้งสองมีดีเอ็นเอพี่ชายน้องสาวคลานตามกันมา อาจเพราะพวกเขาเฉียดกันไปมา แม้อยู่ในโลกการแสดงเหมือนกัน เส้นทางก็ดูห่างเหินขึ้นจากการที่ตนเริ่มเก็บตัวโปรดิวซ์เพลงเบื้องหลัง จนอดสงสัยไม่ได้ว่าความเป็นต้นและรากเดียวกันยังคงอยู่หรือเปล่า เราจึงโยนไปว่าอยากสนทนาเรื่องความสัมพันธ์พี่น้องด้วยสักหน่อย ทั้งลุ้นใจจดใจจ่อว่าการนัดหมายในครั้งนี้จะเป็นไปได้ไหม&#160; ท้ายที่สุดตนตอบตกลงหลังขลุกอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน&#160; เขาว่ามาที่นี่เพราะน้องสาวมา&#160; เป็นอันใจชื้นเพราะหมุดหมายที่อยากพาพวกเขาย้อนกลับไปในวัยเยาว์อีกครั้งคงสำเร็จแล้ว ไทม์แมชชีนนี้มีผู้โดยสารเต็มที่นั่ง และเรากำลังเดินทางสู่ห้วงอดีตด้วยกัน บ้านตุ๊กตากระดาษ พี่น้องหลายบ้านอาจต้องใช้เวลากว่าจะสนิทชิดเชื้อ กว่าจะเข้าใจว่ามีอีกหนึ่งชีวิตร่วมชายคา แต่กับความสัมพันธ์ในบ้านตันติเวชกุลนั้นใช้เวลาไม่นาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tonhon-and-tontawan/">บ้านตุ๊กตากระดาษของพี่น้องอินโทรเวิร์ต กันและกันใน ‘ต้นหน-ต้นตะวัน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>30 มีนาคม พ.ศ. 2542 ผู้เป็นพี่ชายลืมตาดูโลก</p>



<p>หนึ่งปีถัดมา</p>



<p>7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ผู้เป็นน้องสาวลืมตาดูโลก</p>



<p>เด็กชายอยู่ในปีกระต่าย เด็กหญิงอยู่ในปีงูใหญ่&nbsp;</p>



<p>พ.ศ. 2554 เด็กชายก็กลายเป็น ‘เป็ด’ ในภาพยนตร์ ‘ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ’&nbsp;</p>



<p>พ.ศ. 2564 เด็กหญิงก็กลายเป็น ‘กอหญ้า’ ในซีรีส์ ‘F4 หัวใจรักสี่ดวงดาว’&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>‘ตน &#8211; ต้นหน’</strong> และ <strong>‘ตู &#8211; ต้นตะวัน’ </strong>อาจไม่ได้มีเลือดข้นคลั่กด้านการแสดงที่ส่งถึงกัน อาจไม่ได้เกิดในปีนักษัตรเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือทั้งสองใช้สกุล <strong>‘ตันติเวชกุล’ </strong>ทั้งสองเป็นดาราในวงการ และทั้งสองมีดีเอ็นเอพี่ชายน้องสาวคลานตามกันมา</p>



<p>อาจเพราะพวกเขาเฉียดกันไปมา แม้อยู่ในโลกการแสดงเหมือนกัน เส้นทางก็ดูห่างเหินขึ้นจากการที่ตนเริ่มเก็บตัวโปรดิวซ์เพลงเบื้องหลัง จนอดสงสัยไม่ได้ว่าความเป็นต้นและรากเดียวกันยังคงอยู่หรือเปล่า เราจึงโยนไปว่าอยากสนทนาเรื่องความสัมพันธ์พี่น้องด้วยสักหน่อย ทั้งลุ้นใจจดใจจ่อว่าการนัดหมายในครั้งนี้จะเป็นไปได้ไหม&nbsp;</p>



<p>ท้ายที่สุดตนตอบตกลงหลังขลุกอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน&nbsp;</p>



<p>เขาว่ามาที่นี่เพราะน้องสาวมา&nbsp;</p>



<p>เป็นอันใจชื้นเพราะหมุดหมายที่อยากพาพวกเขาย้อนกลับไปในวัยเยาว์อีกครั้งคงสำเร็จแล้ว ไทม์แมชชีนนี้มีผู้โดยสารเต็มที่นั่ง และเรากำลังเดินทางสู่ห้วงอดีตด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-184103" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2538.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>บ้านตุ๊กตากระดาษ</strong></h2>



<p>พี่น้องหลายบ้านอาจต้องใช้เวลากว่าจะสนิทชิดเชื้อ กว่าจะเข้าใจว่ามีอีกหนึ่งชีวิตร่วมชายคา แต่กับความสัมพันธ์ในบ้านตันติเวชกุลนั้นใช้เวลาไม่นาน ถึงตนจะชอบดูมวยปล้ำ ตูก็ต้องเล่นมวยปล้ำกับตน และถึงตูจะชอบเล่นตุ๊กตา ตนก็ต้องเล่นกับตู</p>



<p>ตนว่าเขาเล่นกับน้องสาวจนเข้าวัยมัธยมเสียด้วยซ้ำ ทั้งเขินอายอย่างไม่กล้าบอกเพื่อนว่างานอดิเรกที่นอกเหนือจากการเล่นดนตรีคือเล่นตุ๊กตา ทั้งตุ๊กตากระดาษ ตุ๊กตายัดนุ่น พวกมันมีเรื่องราวของตัวเองประหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน แม้ถูกกวาดลงกล่องแล้ว เมื่อหยิบขึ้นมาใหม่ก็จะต้องต่อยอดจากละครตอนเก่า&nbsp;</p>



<p>และถึงจะดูสนิทกันมากแต่ทั้งสองกลับไม่ค่อยบอกรักกัน พวกเขาว่าการกระทำต่างหากที่สำคัญ</p>



<p><strong>“คิดว่าการทำอะไรด้วยกันก็คือวิธีบอกรักแหละ อย่างตอนนั้นตูโดนเพื่อนแกล้ง พี่ตนก็มาช่วย”</strong> ตูบอก</p>



<p><strong>“ใช่ คือมันมีเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆ แกล้งน้อง ผมก็เลยยกพวกพาเพื่อนไปด้วยเต็มเลย เพราะถ้าให้ไปคนเดียวผมไม่ไปนะ”</strong> ต้นหนหัวเราะ&nbsp;</p>



<p>ตูก็หัวเราะตาม <strong>“มันเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มากนะ เพราะเหตุเกิดกลางสนามฟุตบอลเลย คนเขาพูดกันว่าเฮ้ย! พี่ไอ้ตูมันมาจัดการคนนี้ แต่ถ้าพูดถึงการแสดงความรักจริงๆ แม่จะเป็นตัวกลางมากกว่าที่ชอบจับให้กอดกัน สมมติตูไปออกงานแถลงข่าวเปิดตัวหนัง แม่ก็จะตน! ภูมิใจในตัวน้องไหม หรือวันเกิดก็จะตน! หอมแก้มน้องหน่อย”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-184104" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2543.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong></strong><strong>เคยร้องไห้เพราะอีกคนไหม</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“น่าจะเป็นช่วงที่พี่ตนเขาเก๊กๆ ติดแอก จากที่ปกติสนิทกันก็กลายเป็นอะไรนิดหน่อยก็ทะเลาะกันแล้ว แบบเรื่องหยุมหยิมเลย มีครั้งหนึ่งตูไปนอนบนเตียงเขา แล้วเขาก็มานอนทับเพราะมันเป็นที่ของเขา เป็นเรื่องล่าสุดที่ร้องไห้เพราะพี่ตน” </strong>หลังตูพูดจบ ตนก็อ้าปากงงว่าเขาไม่รู้มาก่อนเลย แต่เมื่อไม่นานมานี้ เขาเองก็เคยร้องไห้ให้ตูเหมือนกัน</p>



<p><strong>“เหตุเกิดจากผมเดินอยู่กลางทะเล แล้วในมือก็ถือกล้องที่ตูฝากไว้ พอแม่พูดว่าตน! เดินดีๆ ระวังมันโผล่นะ ผมก็ฉิบหายแล้วจะมีใครเห็นของกูไหม กล้องมันเลยช็อตเพราะโดนน้ำ ตูเสียใจมาก ผมก็ร้องไห้เลย โชคดีหน่อยที่ฟิล์มยังล้างได้ แต่กล้องหายากมากแล้ว พูดตอนนี้ก็ยังเศร้าอยู่ ไม่น่าลูบเป้าตัวเองเลย”</strong> แล้วทั้งสองก็หัวเราะ คงเป็นโชคดีหน่อยเช่นกันที่บทสนทนานี้เต็มไปด้วยเสียงคิกคักจากความแก่นของพวกเขา&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>เรื่องอะไรที่เราปรึกษากันบ่อยที่สุด&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“จริงๆ ก็แทบทุกเรื่องเลยนะ”</strong> ตูว่า</p>



<p>ตนหยักหน้า <strong>“ใช่ เพราะงานเราสโคปใกล้กันทั้งเรื่องแสดง เรื่องเพลง”&nbsp;</strong></p>



<p>ตูขยายต่อ <strong>“พี่ตนเขาจะมีความเทสดีอะ อย่างวันนี้ที่แต่งตัวออกจากบ้าน ตูก็จะถามว่าดีแล้วใช่ไหม ส่วนพ่อก็เป็นสายครีเอทิฟ พวกเราปรึกษากัน รับฟังความเห็นของทั้งบ้าน ความชอบเราสองคนก็คล้ายๆ กันด้วย อย่างตูอ่านหนังสือเรื่อง Fourth Wing พี่ตนก็อ่าน Harry Potter”</strong></p>



<p><strong>ตูมักจะทำอะไรตามตน</strong></p>



<p><strong></strong>ตนชิงตอบ <strong>“คงไม่ค่อยอะ” </strong>แล้วเขาก็ส่ายหน้า&nbsp;</p>



<p>ตูเองก็ส่ายหน้า <strong>“ไม่ แต่เรื่องงานตูค่อนข้างให้น้ำหนักกับความเห็นของเขานะ”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“อ่าวเหรอ! เพิ่งรู้” </strong>เป็นอีกครั้งที่ตนเพิ่งรู้ความในใจน้องสาว&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>“ตูรู้สึกว่าเขาเป็นรุ่นพี่ในวงการนะ ถึงส่วนใหญ่พี่ตนจะชอบบอกว่าให้ไปลองเองมากกว่า” </strong>ด้วยเพราะตนเข้าวงการแสดงมาก่อนตูด้วยบทบาท ‘เป็ด’ ในภาพยนตร์ ‘ซักซี้ด ห่วยขั้นเทพ’ ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มน้อยหน้าใสในชุดนักเรียนประถม ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาสวมชุดนักเรียนมัธยมด้วยบทบาท ‘เภา’ ในซีรีส์ ‘ฮอร์โมนส์วัยว้าวุ่น’ พ่วงกับการอยู่ในมิวสิกวิดีโอประกอบเพลง ‘อาบน้ำร้อน’ ของ ‘Big Ass’ เพลง ‘ย้อน’ ของ ‘Slot Machine’ และอื่นๆ ที่ทำให้เขาโลดแล่นอยู่บนจอโทรทัศน์</p>



<p>ขณะนั้นตูก็ให้คำจำกัดตัวเองว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีชื่อห้อยท้ายว่าน้องสาวตน&nbsp;</p>



<p><strong>“สมัยตูยังไม่เข้าวงการ เวลาญาติมาเจอเขาก็จะต้นหน! ขอถ่ายรูปด้วยหน่อย แล้วก็หันมาบอกว่าเดี๋ยวถ่ายกับน้องตูด้วย กลัวน้องตูน้อยใจ” </strong>ตูย้อนความ</p>



<p>ตนทำหน้าตกใจ <strong>“ตูรู้สึกแบบนั้นด้วยเหรอ”</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“นิดหน่อยๆ แต่ตูเข้าใจเหตุผลทุกอย่างนะ” </strong>ตูตอบ&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วตนเคยมีความรู้สึกน้อยใจแบบตูไหม</strong></p>



<p>ตนก้มหน้า <strong>“พูดตรงๆ มีช่วงหนึ่งที่ผมกดดันเพราะทำงานมาก่อนน้อง แล้วน้องก็เข้าวงการตามมาแต่ดังกว่า มันเป็นผมที่รู้สึกท็อกซิกกับตัวเอง”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“ตูรู้สึกว่าเราเป็นกันทั้งคู่ในเรื่องนี้” </strong>ตูแทรกขึ้น</p>



<p><strong>“ผมมีช่วงหนึ่งที่เป็นหนักเลย จนถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกนิดๆ เนี่ย! สมมติเป็นเมื่อก่อนแล้วต้องนั่งพูดเรื่องนี้ ผมร้องไห้ได้เลยนะ เพราะมันกดดันตัวเองมาก แต่ตอนนี้ผมมีทางที่มั่นคงแล้ว ตูเองก็สมควรได้รับสิ่งเหล่านั้นมาก ยิ่งถ้าผมกดดันก็เหมือนผมไม่เคารพในตัวน้อง&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“ชอบคิดว่าตัวเองเป็นพี่ก็ต้องพยายามดูแลน้อง เดินนำหน้าน้อง เก่งกว่า ดีกว่า แต่เป็นแบบนั้นแล้วมันท็อกซิกเกินไป คือในมุมหนึ่งก็อยากเป็นพี่ชายที่น้องสาวชื่นชมหรือเดินตาม แต่เรียนรู้ว่าเราเดินไปด้วยกันได้ ไม่ใช่มีใครต้องนำใคร” </strong>ตนยิ้ม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-184105" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2540.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ชุดทำฟันกับไมค์ลอย</strong></h2>



<p>ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิต ‘ตน &#8211; ต้นหน ตันติเวชกุล’ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สาขาดนตรีแจ๊ส เอกกีตาร์ไฟฟ้า ด้วยเกียรติอันดับ 2 และบัณฑิต ‘ตู &#8211; ต้นตะวัน ตันติเวชกุล’ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2&nbsp;</p>



<p>เป็นหัวข้อประกาศลงโซเชียลมีเดียเมื่อทั้งสองถ่ายรูปสวมชุดครุย&nbsp;</p>



<p>การคว้าเกียรตินิยมมาถือครองนั้นไม่ง่าย การแสดงก็ไม่ง่าย การเป็นนักร้องของตนก็ไม่ง่าย กระทั่งการเป็นหมอฟันของตูก็ไม่ง่ายอีกเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ตนเคยทำวงดนตรีภายใต้ชื่อ ‘mints’ ก่อนจะผันตัวมาโปรดิวซ์เพลงเบื้องหลังให้กับหลายเพลงที่ติดชาร์ตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งเพลง ‘จางหาย’ ของ ‘ก้อย &#8211; อรัชพร โภคินภากร’ เพลง ‘กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ’ ของวง ‘Purpeech’ เพลง ‘หายใจทิ้ง’ ของวง ‘BUS’</p>



<p>ตูก็ปรากฏตัวอยู่ในหลายมิวสิกวิดีโอ ภาพยนตร์ ‘หลานม่า’ หรือซีรีส์ ‘หนังรักเรื่องที่แล้ว’ และงานอื่นๆ แทบเต็มมือจนเกือบล้นมือเพราะต้องจับเครื่องมือทำฟันไปด้วย เป็นอันต้องถามให้แน่ชัดว่าพวกเขามีความฝันที่แท้จริงหรือเปล่า</p>



<p><strong>“ผมชัดอยู่แล้วว่าอยากจะทำดนตรี เพราะเล่นมาตั้งแต่เด็กเลย ไม่เคยคิดภาพตัวเองเป็นอย่างอื่นนอกจากนักแสดงกับนักมวยปล้ำ” </strong>ตนตอบ</p>



<p>ตูหันขวับ <strong>“นักมวยปล้ำก็คือนักแสดงไง”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ก็ถูก คือมันเท่! เมื่อก่อนผมเนิร์ดกับมันมากเลยอยากเป็น แต่ไม่มีเหตุผลอะไรพิเศษนะ”</strong> ตนว่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-1024x682.jpeg" alt="" class="wp-image-184106" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-1024x682.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2546.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ถ้าตอนนี้ตนมีโอกาสได้เป็นนักมวยปล้ำยังจะเป็นไหม</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“มะ มะ ไม่เป็น” </strong>ตนหัวเราะ<strong> “มันเจ็บตัว”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong>เหมือนตูจะนึกอะไรบางอย่างออก<strong> “เออเนี่ย! น่าจะมีคนเคยเห็นคลิปที่เราสองคนเล่นต่อสู้ด้วยกันตอนเด็กนะ มันเป็นคิวบู๊ที่โปรมากเลย เพราะแม่เป็นคนจัดคิวให้ว่าใครต้องทำอะไรตอนไหน”</strong></p>



<p>ตนพยักหน้า<strong> “ใช่ๆ คืออะไรที่เขาบอกว่า Don’t try this at home ผม Try หมดเลย ต้องย้อนความว่าเราสองคนเคยเรียนรำไทย เล่นโขนด้วยกันที่สาธิตประสานมิตร เป็นพวกเด็กกิจกรรมด้วย คนส่วนใหญ่จะคิดว่าตูแสดง F4 เป็นเรื่องแรก แต่จริงๆ ตูเรียนการแสดงมานานแล้วนะ นานพอๆ กับผมเลย”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“ตอนเด็กตูแก่แดด ชอบดูละคร ชอบดูอนิเมะ เคยไปเล่นหนังสั้นด้วย ตูชอบการแสดงมาโดยตลอดแต่ไม่มีโอกาสได้ทำ” </strong>ตูพูดต่อ</p>



<p>แล้วตนก็ต่อตาม <strong>“ดูเรื่องหน้ากากแก้วด้วยกันที่เป็นละครเวทีอะ”</strong></p>



<p><strong>อยากลองแสดงบทบาทอะไร</strong></p>



<p>ตูชิงตอบ <strong>“พยายามจะหลุดจากการเป็นตัวเอง จริงๆ การแสดงมันมีความซับซ้อนตรงที่จะมีการใส่ความเป็นตัวเองลงไป ตูอยากให้เหลือความเป็นตัวเองน้อยที่สุด แล้วก็แสดงบทที่หลุดจากเลิฟไลน์ มีเลิฟไลน์ไม่ชัดเจน”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“ตูจะเป็นไทป์นางเอก ส่วนผมจะไม่ใช่บทพระเอกจ๋า แล้วก็ชอบเล่นอะไรที่มันไปแย่งซีนเขา” </strong>ตนหัวเราะ <strong>“อย่างเรื่อง ‘ดอกเตอร์ไคลแมกซ์ ปุจฉาพาเสียว’ ก็เป็นตัวละครที่สนุกนะ เพราะบทผมเป็นตัวแปรระหว่างพระเอกนางเอก”</strong></p>



<p><strong>เกิดวันหนึ่งตกอับจากอาชีพนักแสดงขึ้นมาคิดว่าจะไปทำอะไรกัน</strong></p>



<p><strong>“ตูคงเป็นหมอฟันนะ” </strong>สาวน้อยตอบอย่างมั่นใจ</p>



<p>ส่วนตนว่านักแสดงก็มีอายุขัยในตัวมันเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีวิธีหนึ่งช่วยยืดอายุ <strong>“ถ้าทำงานให้ดีมันก็จะอยู่ได้ยาว ในอีกยี่สิบปีตูอาจจะได้รับบทแม่ ก็จะยังเป็นแม่ที่ดี ส่วนผมไม่คิดว่าตัวเองจะตกอับ เพราะผมทำงานหนักมาก”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“จริงๆ นี่ก็เป็นคติของบ้านเราเหมือนกัน ถ้าเราคิดว่าเราตั้งใจ ทำงานได้ดี อะไรก็จะออกมาดี” </strong>ตูว่า</p>



<p><strong>“เราโตมาในบ้านที่พ่อแม่แพสชันจัดมาก แม่เป็นอาจารย์ก็จะบอกต้องตั้งใจเรียน เรียนให้มันจบ!” </strong>ตนหัวเราะ</p>



<p><strong>“มีช่วงที่ตูเรียนหนักแล้วก็ทำงานหนักมาก จนคิดว่าไหนๆ โอกาสงานเข้ามาแล้วงั้นไปทำงานดีกว่าไหม อยากขอแม่ว่าจะพักการเรียน แต่ท้ายที่สุดก็ตั้งใจเรียนให้จบ แล้วพอจบมาก็แฮปปี้ แม่จะชอบพูดว่าอะไรที่ผ่านไปแล้ว หรือเราไม่ได้มา แสดงว่าสิ่งนั้นไม่ Meant to be สำหรับเรา ก็คือมันไม่ใช่ของเรา แล้วเดี๋ยวก็จะไปเจออะไรที่ดีกว่าในอนาคต”</strong> ตูยิ้ม</p>



<p><strong></strong><strong>ความตั้งใจอยากเป็นหมอฟันเกิดจากตัวตูเองหรือเปล่า</strong></p>



<p><strong>“ตูเคยมีชอยส์จะเข้าสถาปัตย์ ศิลปะ นิเทศ ท้ายที่สุดก็ไม่รู้จะเรียนอะไร แล้วตูก็เรียนวิทย์ได้ เรียนไหวเลยตัดสินใจเลือกหมอฟันเพราะได้ช่วยคน” </strong>ตูยิ้ม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-184108" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2542.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ตูชอบอะไรในอาชีพหมอฟัน</strong></p>



<p><strong>“ตูว่ามันเป็นการทำงานประดิษฐ์อย่างหนึ่ง เพราะก็ชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กแล้ว ค้นพบตอนเรียนว่าการเป็นหมอฟันทำให้ได้ช่วยเหลือคน มันเติมเต็มใจเรามาก ส่วนในพาร์ตนักแสดงเคยมีคนพูดว่าหนูมีชีวิตที่ดีเพราะพี่เลย ตูมีความสุขมาก หรือทำฟันแล้วคนไข้ขอบคุณ” </strong>ตูนิ่งไปพักหนึ่ง<strong> “เนี่ย! เห็นไหม”</strong> เราพยักหน้าเป็นการตอบรับว่าเห็น&nbsp;</p>



<p>น้ำใสๆ กำลังไหลออกจากตาเธอ</p>



<p>แล้วตนก็ถามขึ้นเสียงดัง <strong>“พี่ช่างแต่งหน้าอะ กลับแล้วเหรอ ฉิบหายแล้ว!”</strong> เขาคว้าทิชชู่บนโต๊ะให้น้องสาว&nbsp;</p>



<p><strong>“คือตูจะเซนซิทิฟกับคำขอบคุณ การทำฟันทำให้ได้โฟกัส มีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เอาไปช่วยในเรื่องการแสดงได้เหมือนกัน” </strong>ตูซับน้ำตาตัวเองอยู่พักใหญ่ ทั้งตนพูดว่าไม่กล้าจับตัวเธอเลย ทำให้ต้องเปลี่ยนคู่สนทนากันเล็กน้อย</p>



<p><strong>อย่างตนเคยมีความรู้สึกเซนซิทิฟกับคำขอบคุณเหมือนตูไหม</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ตอนนี้ผมรู้สึกติดค้าง เป็นเพนพอยต์ใหม่ ล่าสุดไปงานแถลงหนังมาแล้วก็เจอแฟนคลับ เขาถามว่าเมื่อไรจะกลับมาทำเพลงตัวเอง เล่นสด หรือแสดงหนัง ผมรู้สึกดีที่เขายังอยากเห็นผม แต่ในมุมหนึ่งก็กดดันเพราะไม่รู้ว่าจะมีเวลาไหม ผมหันมาทำโปรดิวเซอร์เพลงเบื้องหลังให้ค่าย Sonray เป็นหลัก ก็ยังอยากแสดงอยู่แต่อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ เครียดอยู่เหมือนกัน” </strong>ตนหัวเราะ</p>



<p><strong>ในทางกลับกัน เมื่อถูกวิจารณ์ในแง่ลบรับมือกันอย่างไร</strong></p>



<p>คำถามใหม่ในขั้วตรงข้ามทำให้ตูสวิตช์อารมณ์ตัวเองรวดเร็ว</p>



<p><strong>“พักหลังก็ปล่อยวางกันหมดแล้ว ตูคิดว่าถ้าคนจะเกลียดเรา ทำอย่างไรเขาก็เกลียด”</strong> </p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ข้าวของตนที่บ้านตู</strong></h2>



<p><strong></strong>เมื่อคุยกันไปครู่ใหญ่ พลันจับใจความได้ทั้งเสียงร่าเริงเคล้าหยาดน้ำตาเปื้อนใบหน้า เราสังเกตและคาดเดาเอาว่าคู่พี่น้องอาจทั้งเนิร์ดทั้งเรียบร้อยไม่น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะย้อนถามว่าเคยมีวีรกรรมไหนที่อยากลืมสุดๆ ไหม ทั้งสองส่ายหน้าว่าไม่เคยทำอะไรพิเรนทร์อะไรร่วมกัน ด้วยต่างคนก็เป็นเด็กเรียบร้อยมากพอๆ กับพ่อแม่ จะว่าเป็นอินโทรเวิร์ตกันทั้งบ้านก็ไม่ผิดนัก แม้เข้าสังคมได้แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่คิดทำอะไรเสียงดังหรือผลักตัวเองเป็นจุดเด่น&nbsp;</p>



<p>แต่แปลกที่พวกเขาเลือกเป็นนักแสดง</p>



<p><strong>การเป็นอินโทรเวิร์ตส่งผลอะไรต่ออาชีพนักแสดงไหม</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ถ้าในพาร์ตการเจอคน ตูว่ามันต้องใช้พลังงานเยอะ” </strong>น้องสาวตอบ</p>



<p>พี่ชายว่าตาม <strong>“อย่างผมนี่หนักเลย ผมไม่ค่อยออกไปเจอคน หลังๆ ก็ไม่ค่อยรับงานด้วย แต่ยังแสดงอยู่นะ แค่งานจุ๊บจิ๊บงานอีเวนต์จะไม่ค่อยทำ”&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“เนเจอร์ในการทำงานของพี่ตนกับตูไม่เหมือนกัน ตูจะออกงานอีเวนต์เยอะ ส่วนพี่ตนจะทำเพลงโปรดิวซ์อยู่ที่บ้านได้ แล้วตูก็ติดปาร์ตี้มากกว่าพี่ตน”</strong> ตูหัวเราะ</p>



<p><strong></strong><strong>แล้วมีอะไรในงานที่อยากพัฒนาไหม</strong></p>



<p><strong>“ผมอยากทำเพลงให้แมส อยากเป็นฮิตเมกเกอร์ด้วยประสบการณ์ของผมอาจจะยังฟันไม่ได้ว่ามาแน่ๆ อย่างเพลง ‘จางหาย’ หรือเพลง ‘กลัวว่าฉันจะไม่เสียใจ’ ที่แมสขึ้นมา ผมว่ามันจะเป็นแบบนั้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งหมดพอดีตัวกับศิลปิน ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเมโลดีแบบนี้จะแมส ต้องหาจุดที่พอดี” ตนว่า</strong></p>



<p><strong>“ไหนลองทำเพลงให้ตูหน่อย”</strong> เธอหันมองพี่ชาย&nbsp;</p>



<p>ตนเท้าคางคิด <strong>“ก็คงเป็นฟีลเกาหลีน่ารักแบบไอยู แต่ต้องไม่ลอยมาก หรืออัลบัมกีตาร์โปร่งกับเปียโนน่าจะบริหารเสน่ห์ให้ตัวเองได้”</strong></p>



<p><strong>ทั้งสองมีต้นแบบในการใช้ชีวิตไหม</strong></p>



<p>ตนพูดขึ้นทันที <strong>“คุณพ่อ!”</strong></p>



<p><strong>“นี่ก่อนมา</strong><strong>สัมภาษณ์ แม่เตี๊ยมด้วยนะว่าถ้าต้องพูดถึงให้พูดดีๆ” </strong>ตูหัวเราะ</p>



<p>ตนหน้าเหวอ <strong>“อ่าวเหรอ! อย่างนั้นต้องตอบสองคนทั้งคุณพ่อคุณแม่ เดี๋ยวเขาน้อยใจ อีกคนคือ ‘พี่โฟร์ &#8211; ประทีป สิริอิสสระนันท์’ มือกีตาร์วง 25 Hours ที่เปิดโอกาสให้ผมทำงานด้านโปรดิวเซอร์ กับ ‘พี่ยิ้ม &#8211; ประวิทย์ ฮันสเตน’ มือกลองวงสมเกียรติ เขาเป็นโปรดิวเซอร์ที่ให้ผมตอนทำวง mints”</strong></p>



<p>ตูว่าต่อ <strong>“ถ้าในสายต่างประเทศจะเป็น ‘ไอยู’ ตูชื่นชมที่เขาทำได้ดีหลายอย่างทั้งร้องเพลงทั้งการแสดง ส่วนเรื่องสไตล์ชอบ ‘</strong><strong>Zendaya Maree Stoermer Coleman’ เขาเป็นคนหลากหลาย กล้าลองอะไรแปลกๆ”</strong></p>



<p><strong>“แต่ไอยูร้องเพลงได้นะ” </strong>ตนพูดทั้งหัวเราะ ขณะที่ตูจิ๊ปาก</p>



<p><strong>ส่วนใหญ่ในหนึ่งวันมักหมดไปกับอะไร</strong></p>



<p><strong>“ผมทำงานอย่างเดียวเลย นี่ไม่มีวันหยุดมาสองเดือนแล้ว” </strong>ตนตอบ</p>



<p>ตามด้วยตู<strong> “เหมือนกัน แต่จะมีกินข้าวกับครอบครัวบ้างในวันเสาร์อาทิตย์ หรือถ้าทำงานเสร็จแล้วพ่อแม่ยังไม่นอนก็จะได้นั่งคุยกัน”&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-184109" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2539.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ห่างกันมากขึ้นเพราะงาน แล้วตอนนี้มีวิธีแสดงความรักแบบไหนที่พี่น้องรู้กันเอง</strong></p>



<p>น้องสาวพูดขึ้น <strong>“ตูว่าเราคงไม่ได้ต้องการจะรู้ว่าอีกฝ่ายรักเราไหม เพราะอยู่ด้วยกันมาตลอด”&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“คงเป็นการ</strong><strong>ปรึกษากัน มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน แต่ผมก็มีบางเส้นที่ไม่อยากให้น้องมาแตะ” </strong>ตนเหล่มองตู</p>



<p><strong>“อ๋อ! เฮอะ! อย่ามาล้ำเส้นฉันนะ” </strong>แล้วตูก็กอดอกอย่างน่าเอ็นดู</p>



<p><strong>“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น ผมหมายถึงไม่อยากให้น้องไปด้วยตอนดื่ม”</strong> ตนหัวเราะ<strong> “คือไม่อยากให้เห็นผมเรื้อน รู้สึกยังอยากดูเป็นคนดีในสายตาน้องอยู่”&nbsp;</strong></p>



<p>ตูพยักหน้า <strong>“อย่างนี้นี่เอง”</strong></p>



<p><strong>“เรื่องนี้ก็ไม่เคยบอกมาก่อนนะ อะ! แล้วไปดื่มด้วยได้ไหมล่ะ” </strong>ตนถาม</p>



<p><strong>“อาจจะยัง!” </strong>ตูหัวเราะ</p>



<p><strong>ความน่าอิจฉาของการมีน้องสาวคืออะไร</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“ภูมิใจ มีน้องสาวที่โด่งดัง” </strong>ตนยักคิ้ว</p>



<p><strong>“มีเพื่อนชมว่าน้องสวยไหม” </strong>ตูหันหน้าถาม</p>



<p><strong>“ก็มี แต่ไม่ค่อยภูมิใจ จะออกไปทางหวงมากกว่า ถ้ามีใครต้องมาแนะนำนะ!”</strong> ตนตอบ</p>



<p><strong>“แต่ถ้าเกิดเพื่อนตูเรียกตูว่าพี่สะใภ้ ผมก็ภูมิใจนะ ผมหล่อ”</strong> ตนหัวเราะ</p>



<p><strong>“แต่ตูก็จะบอกเพื่อนว่าอย่าเลยมึง”</strong> ตูยิ้ม <strong>“ไม่ได้หวงพี่ตนนะ ตูหวงเพื่อน!”</strong></p>



<p><strong>แล้วความน่าอิจฉาของการมีพี่ชายคืออะไร</strong></p>



<p><strong>“เวลาคนมาถามว่าอยากมีลูกกี่คน ตูจะตอบว่าอยากมีลูกชายกับลูกสาว ให้คนโตเป็นผู้ชาย อาจจะด้วยความที่ความสัมพันธ์บ้านเรามันออกมาเวิร์ก มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน หรือถ้ามีคนมาถามว่าดีใจไหมที่มีพี่ชาย ตูจะตอบทันทีว่าดีใจมากที่มีพี่ชาย”</strong> แล้วตูกับตนก็ยิ้มอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-1024x683.jpeg" alt="" class="wp-image-184110" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-1024x683.jpeg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-300x200.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-768x512.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-600x400.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-475x317.jpeg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-720x480.jpeg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544-360x240.jpeg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/IMG_2544.jpeg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tonhon-and-tontawan/">บ้านตุ๊กตากระดาษของพี่น้องอินโทรเวิร์ต กันและกันใน ‘ต้นหน-ต้นตะวัน’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระผมนั้น Made In Thailang! แถบนนทบุรี ‘แก๊ปโบ้-สิระ’ นักรับจ้างสร้างสรรค์ไปทั่ว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/sira-simmee-made-in-thailang/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Nov 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Made In Thailang]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183936</guid>

					<description><![CDATA[<p>เสียงเหมือนลูกเป็ด แม้ใครว่ามีเอกลักษณ์ แต่เขาอยากผ่าตัดกล่องเสียง ดวงตาน้ำตาลเป็นประกาย แม้ใครชมว่าสวย แต่เขาใส่แว่นเลนส์ย้อมสี รับทำงานแทบทุกสิ่ง แม้หวังอยากร่ำรวย แต่เขาเลือกลงทุนความเสี่ยงสูง สมุดเกิดถูกตั้งชื่อก๊อปแก๊ป แม้พ่อจะเลือกให้ชื่อแก๊ปโบ้ แต่เขาชอบชื่อแก๊ป&#160; ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เรามองไม่เห็นอะไรนอกจากเสื้อสีส้มแสดแสบตา นี่ไม่ใช่เสื้อคนขนส่งธันเดอร์เอกซ์เพรสจำกัดในภาพยนตร์ ‘สงครามส่งด่วน’ ที่เขาเล่นเป็นตัวประกอบ แต่เป็นเสื้อใช้ประชาสัมพันธ์สแตนด์อัปครั้งแรกของเขาภายใต้ชื่อ ‘เมดอินไทยแลง’ สงสัยไหมว่าทำไมไม่เป็นไทยแลนด์ ตอนนี้ก็ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้เหมือนกัน แต่อ่านไปก่อนเดี๋ยวก็รู้ โดยปกติแล้วคนเราจะทักทายกันด้วยคำสั้น แต่เขาผู้นี้เลือกใช้ร้อยกรอง “คือผมขายบัตรรอบแรกแล้ว Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อย ยอดแชร์กระหน่ำเลย ตามหลักมาร์เกตติงเขาบอกให้ประกาศไปว่าเรา Sold Out แล้ว คนก็เชียร์เปิดเลยเปิดรอบอีก เราก็โพสต์ต่อเลยครับ ประกาศเปิดรอบสอง! โพสต์ปุ๊บไม่มีคนเห็น ไอ้เหี้ย! เพราะเขาเห็นแต่โพสต์ Sold Out คนที่จะซื้อก็คิดว่าบัตรกูหมดไปแล้ว&#160; “จริงๆ บัตรกูยังเหลือ กูก็ขายไม่ได้ เพราะคนคิดว่าหมด ใครสอนมาร์เกตติงกูหรือมันผิดที่กูก็ไม่แน่ใจแล้ว”&#160; เขาพูดโบกไม้โบกมือผสมปนเปด้วยท่าทางโมโห คงเป็นความโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ก็สิ่งที่ดีลอยู่ด้วยดันไม่ใช่คน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sira-simmee-made-in-thailang/">กระผมนั้น Made In Thailang! แถบนนทบุรี ‘แก๊ปโบ้-สิระ’ นักรับจ้างสร้างสรรค์ไปทั่ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เสียงเหมือนลูกเป็ด แม้ใครว่ามีเอกลักษณ์ แต่เขาอยากผ่าตัดกล่องเสียง</p>



<p>ดวงตาน้ำตาลเป็นประกาย แม้ใครชมว่าสวย แต่เขาใส่แว่นเลนส์ย้อมสี</p>



<p>รับทำงานแทบทุกสิ่ง แม้หวังอยากร่ำรวย แต่เขาเลือกลงทุนความเสี่ยงสูง</p>



<p>สมุดเกิดถูกตั้งชื่อก๊อปแก๊ป แม้พ่อจะเลือกให้ชื่อแก๊ปโบ้ แต่เขาชอบชื่อแก๊ป&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้</strong></h2>



<p><strong></strong>เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก เรามองไม่เห็นอะไรนอกจากเสื้อสีส้มแสดแสบตา นี่ไม่ใช่เสื้อคนขนส่งธันเดอร์เอกซ์เพรสจำกัดในภาพยนตร์ ‘สงครามส่งด่วน’ ที่เขาเล่นเป็นตัวประกอบ แต่เป็นเสื้อใช้ประชาสัมพันธ์สแตนด์อัปครั้งแรกของเขาภายใต้ชื่อ <strong>‘เมดอินไทยแลง’ </strong>สงสัยไหมว่าทำไมไม่เป็นไทยแลนด์ ตอนนี้ก็ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้เหมือนกัน แต่อ่านไปก่อนเดี๋ยวก็รู้</p>



<p>โดยปกติแล้วคนเราจะทักทายกันด้วยคำสั้น แต่เขาผู้นี้เลือกใช้ร้อยกรอง</p>



<p>“<strong>คือผมขายบัตรรอบแรกแล้ว Sold Out ไปเป็นที่เรียบร้อย ยอดแชร์กระหน่ำเลย ตามหลักมาร์เกตติงเขาบอกให้ประกาศไปว่าเรา Sold Out แล้ว คนก็เชียร์เปิดเลยเปิดรอบอีก เราก็โพสต์ต่อเลยครับ ประกาศเปิดรอบสอง! โพสต์ปุ๊บไม่มีคนเห็น ไอ้เหี้ย! เพราะเขาเห็นแต่โพสต์ Sold Out คนที่จะซื้อก็คิดว่าบัตรกูหมดไปแล้ว&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>“จริงๆ บัตรกูยังเหลือ กูก็ขายไม่ได้ เพราะคนคิดว่าหมด ใครสอนมาร์เกตติงกูหรือมันผิดที่กูก็ไม่แน่ใจแล้ว”&nbsp;</strong></p>



<p>เขาพูดโบกไม้โบกมือผสมปนเปด้วยท่าทางโมโห คงเป็นความโมโหที่ทำอะไรไม่ได้ ก็สิ่งที่ดีลอยู่ด้วยดันไม่ใช่คน และเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจงใช้วิจารณญาณประกอบสติให้มาก เมื่อคู่สนทนาเป็น Chat GPT&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183943" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ทุกรายการที่หนุ่มแว่นเลนส์ย้อมสีไปออกสัมภาษณ์ เขามักพูดถึงความผิดพลาดอันเบ๊อะบ๊ะกระทั่งใหญ่เบ้อเริ่มของตัวเองอยู่เสมอ ราวว่าไม่เคยอายในความเป็น <strong>‘แก๊ป &#8211; สิระ สิมมี’ </strong>หรือจะพูดให้ถูกขึ้นอีกหน่อย เขากล้าหาญที่สุดและเป็นตัวเองที่สุดเมื่อได้พูดด้วยเสียงที่เป็น <strong>‘แก๊ป’ </strong>แต่หากถนัดเรียก <strong>‘แก๊ปโบ้’</strong> ก็ไม่ว่ากัน ชื่อสุดท้ายนั้นพ่อเป็นคนแนะให้ ด้วยตอนไม่กี่ขวบมักอยู่ไม่สุขเหมือนตัวเอกในภาพยนตร์แรมโบ้</p>



<p>เขามีอาชีพเป็นนักตัดต่อ เป็นนักแสดงประกอบ เป็นผู้กำกับที่คนพูดถึงด้วยคลิปสั้น ‘กู๊ดบายไอโฟน 7’&nbsp; เป็นผู้จัดพอดแคสต์ และย่อยสั้นอาชีพตัวเองว่าเป็นนักรับจ้างสร้างสรรค์ทั่วไป&nbsp;</p>



<p>ใครเป็นสาวกรายการ 15 Minutes Wasted ของช่อง Salmon Podcast คงได้เห็นหน้าค่าตาเขาพร้อมร่างกายที่ปกคลุมด้วยเสื้อสูท ถามว่าแก๊ปไปพูดอะไรอยู่ในนั้นน่ะเหรอ</p>



<p><strong>“มึงเจอแน่ไอ้นักดื่ม ไอ้นักดริงก์ ไอ้นักวิ่ง ไอ้นักซิ่ง ไอ้นักหนา อย่ามายุ่ง อย่ามาทำเสียเวลา เสียเถิดหนา Fifteen Minutes Wasted เอย”&nbsp;</strong></p>



<p>แต่เราเชื่อว่า 15 นาทีที่นับถอยหลังอยู่ ผู้อ่านจะไม่รู้สึกว่ามันเสียเปล่า</p>



<p>จริงเหรอ!</p>



<p>ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้&nbsp;</p>



<p><strong>เมื่อไรที่แก๊ปเริ่มพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก</strong></p>



<p>เท่าที่จำได้ตั้งแต่ประถมเราถูกเลือกไปเป็นตัวแทนพูดบ่อยๆ มีงานโรงเรียนก็จะได้ออกไปเป็นพิธีกร แต่ก็ไม่รู้ว่าเลือกกูทำไมนะ&nbsp;</p>



<p><strong>เขินไหม</strong></p>



<p>เขิน! ไอ้ที่ทำตัวประหลาดๆ นี่คือแก้เขินด้วยซ้ำนะ เหมือนทำให้มันพังไปเลย&nbsp;</p>



<p><strong>เช่นอะไร</strong></p>



<p>ก็ไปพูดอะไรโง่ๆ บนเวที เหมือนกูสารภาพแล้วนะว่ากูเป็นแบบนี้</p>



<p><strong>เคยถามคนฟังไหมว่าชอบอะไรในการพูดของเรา</strong></p>



<p>เขาชอบเสียง ชอบบอกว่าเสียงตลกเพราะมันแบน</p>



<p><strong>แล้วทำไมแก๊ปถึงให้สัมภาษณ์ว่าไม่ชอบเสียงตัวเอง</strong></p>



<p>เราอยากจีบสาวอะ คือกูควรจะเท่ไหม ยกตัวอย่างคนเท่ทรงสาวกรี๊ด หน้าตาก็ต้องออกเอเชียๆ หน่อย พูดน้อยๆ เสียงต่ำๆ เทสเพลงแนว Safeplanet ตัดภาพมากูเนี่ย! ตรงข้ามกับเขาหมดเลย เราก็เลยไม่ชอบตัวเองเพราะคุณสมบัติที่มีไม่พร้อมไปทางเท่เลย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183946" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เป็นคนชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเหรอ</strong></p>



<p>ใช่ อาจจะตั้งแต่เด็กเลย เปรียบเทียบไปเรื่อย มันเหมือนเรากลัวตัวเองไม่ดี ส่วนหนึ่งเพราะเราเป็นคนคิดทุกอย่างแบบเชื่อมโยงตลอดเวลา แต่กูไม่ชอบมันเหนื่อย! อย่างตอนเดินเข้ามาในห้องนี้ เราก็คิดแล้วว่าคนทำงานเขียนเขาอยู่กันอย่างนี้เหรอ แสดงว่ามันอาจจะช่วยสร้างบรรยากาศในการเขียนงานเปล่าวะ ที่บ้านกูต้องทำแบบนี้ไหม ถ้าแสงมันสว่างๆ ก็คงจะ Productive อีกแบบใช่ไหม&nbsp;</p>



<p><strong>ดูย้อนแย้งนะที่แก๊ปมักทำอะไรอยู่เบื้องหน้าแต่กลับไม่มั่นใจในตัวเอง</strong></p>



<p>ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่กิจกรรมหลายอย่างที่ทำส่วนมากจะมาจากความบังเอิญ อย่างตอนเด็กก็ได้เป็นหัวหน้าห้องโดยที่ไม่รู้ว่าทำไม พอได้เป็นแล้วก็จะได้เป็นอีกในปีถัดไป ทั้งที่กูว่ากูไม่ได้เสนอตัวเองแน่ๆ (หัวเราะ) ตอนมัธยมเราก็เข้าไปอยู่ชมรมยูเนสโกในห้องพิพิธภัณฑ์การศึกษา เพราะอยากช่วยเขา แล้วมันต้องมีมัคคุเทศก์น้อยนำชม ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง อารมณ์ว่าเดี๋ยวเราจะนำท่านชมที่นี่นะครับ แล้วกูน่ะเหรอ!&nbsp;</p>



<p>อย่างที่เราไปเป็นประธานนักเรียน ตอนนั้นรู้แค่อยากเป็นเพราะจะได้คล้องดอกดาวเรืองเหมือนนักการเมือง ไปโรงเรียนก็หันไหว้สวัสดีครับน้องๆ แค่นั้น หรือไปเล่นละครเวทีของมหาวิทยาลัย เพราะรุ่นพี่ให้ไปแคสต์ คือมันน้อยมากเลยที่เราจะเสนอตัวเองว่าผมอยากเป็นครับ&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วเกิดความภูมิใจในตัวเองบ้างไหมที่คนเลือกเรา</strong></p>



<p>ภูมิใจนะ แล้วก็ดีใจ แต่คือเราชอบกระบวนการระหว่างทำมาก เราได้เรียนรู้ รู้สึกว่ากูฉลาดขึ้นแล้ว อย่างตอนเล่นละครเวทีก็จะเชี่ย! กูนั่งสมาธิได้นานขึ้นว่ะ กูขยับร่างกายแบบนี้ได้ด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เคยฝันเฉยเฉย</strong></h2>



<p><strong>แก๊ปทำทั้งอาชีพตัดต่อ ผู้กำกับ นักแสดง นักพูด แล้วความฝันที่แท้จริงของแก๊ปคืออะไร</strong></p>



<p>เราว่าความฝันมันหายไปแล้ว เราเคยมีความฝันเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์ อยากเป็นบิล เกตส์เมืองไทย เพราะตอนนั้นเขาดังสุด รวย เจ๋งเลย แต่หลังจากความฝันนี้หายไป เราไม่เคยมีอะไรที่รู้สึกว่าต้องไขว่คว้าอีก ถ้ามีก็จะเป็นระยะใกล้ไม่ใหญ่ ถ้ามีงานแสดงมากขึ้นก็ไม่คิดว่าจะต้องได้ออสการ์หรือสุพรรณหงส์ หรือถ้าทำงานกำกับก็ไม่ได้คิดว่ากูจะไปคว้ารางวัลกำกับให้ได้</p>



<p>ตอนนี้แค่อยากพูดอะไรก็หาเครื่องมือสักอย่างมาพูดมัน คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ความต้องการของเราทั้งหมดแล้วนะ&nbsp;</p>



<p><strong>ครอบครัวอยากให้แก๊ปทำอาชีพอะไร</strong></p>



<p>ไม่มี แม่แค่อยากให้เรียนดีๆ ส่วนพ่อเป็นครูก็จะบอกเลือกเลยลูก ให้ลูกได้เติบโตในวิถีทางของตัวเอง&nbsp;</p>



<p><strong>เมื่อครอบครัวถามว่าแก๊ปกำลังทำงานอะไรอยู่ ตอบเขาว่าอะไร</strong></p>



<p>เราพูดไม่ค่อยสวยงามเท่าไร รู้เลยว่าพูดแล้วเขาจะเป็นห่วง ล่าสุดเนี่ยก็ตอบเขาไปว่าทำไปเรื่อยๆ เขาก็จะยิ่งพูดด้วยน้ำเสียงอ่าว! แก๊ป แล้วมันอย่างไรล่ะลูก เราก็เออ! น่ะแหละ ได้แล้ว มันได้แล้ว แต่เขาไม่เข้าใจหรอกเอาจริงๆ (หัวเราะ) ในมุมพ่อแม่ก็คงน่าเป็นห่วง เพราะเราตอบไม่ได้ว่าทำอะไรอยู่</p>



<p><strong>แล้วใครเป็นคนที่เข้าใจแก๊ปมากที่สุด&nbsp;</strong></p>



<p>ตัวเองเหรอ ไม่แน่ใจ คนรอบตัวเราทั้งแฟน เพื่อน ครอบครัวก็อาจจะเข้าใจสัก 60/40 แต่ถ้าเป็นตัวเราเลยก็ 80/20 ทุกคนคงมีพาร์ตที่ไม่เข้าใจตัวเองว่ากูทำทำไม&nbsp;</p>



<p><strong>แต่แก๊ปตอบตัวเองได้ใช่ไหม</strong></p>



<p>เราพยายามกำหนดอาชีพตัวเอง ด้วยการเขียนในเว็บประกาศหางานว่ารับจ้างเชิงสร้างสรรค์ เป็นนักแสดงก็ยินดีครับ กำกับก็ดีครับเพราะได้เล่าเรื่อง ถ้าจะให้เล่นมุกก็ทำได้ หรือช่วยคิดงานเป็นเชิงครีเอทิฟก็พอได้ครับ แต่ผมจะไม่แม่นเรื่อง Strategy นะ&nbsp;</p>



<p><strong>ใครที่พูดแล้วแก๊ปจะฟัง</strong></p>



<p>ตอบยาก คงจะทุกอย่างสัตว์ๆ เราเป็นคนฟังทุกเสียง จนมีช่วงหนึ่งหาทางออกไม่ได้เพราะเหนื่อยมากที่อะไรก็ฟังไปหมด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183947" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>แล้วกลับมาตั้งหลักหรือหาทางออกอย่างไร</strong></p>



<p>คุยกับตัวเองก่อน เพราะเราว่ามันมีความเร่งรีบ อาจจะเป็นการอยากถึงเป้าหมายอะไรสักอย่างเร็วๆ เราเป็นคนรันด้วยความเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากมากๆ แล้วพอคิดแบบนี้มันจะเหนื่อย สมมติเรื่องที่มันไม่ควรจะเป็นไปได้ มึงก็เสือกเชื่อว่าเป็นไปได้ มึงก็จะหาวิธีอยู่อย่างนั้น เกิดเป็นการนั่งถามตัวเองว่ามึงต้องการอะไร ลองกำหนดกรอบมันใหม่ดีไหม ยืดเวลาผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง&nbsp;</p>



<p><strong>ทุกวันนี้หมุดหมายในการทำงานของแก๊ปคืออะไร</strong></p>



<p>หาคำตอบที่ตัวเองสงสัย พูดเรื่องที่จะพูด&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ซอกในซอยสิระ</strong></h2>



<p><strong>เคยรู้สึกไหมว่าตัวเองเป็นคนใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย</strong></p>



<p>อ๋อ! รู้สึก ตอนนี้กูก็ยังรู้สึกเลย (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p><strong>มันเป็นการหลงทางหรือเปล่า</strong></p>



<p>ไม่หรอก มันเป็นประมาณว่าเราขับรถหลงในซอยลับลาดพร้าว กูไม่รู้เลยว่ากูอยู่ไหน แต่รู้ว่าอยู่ลาดพร้าวนะ กูไม่คุ้นทางด้วย แล้วแม่งเสือกทะลุกันได้หมด&nbsp;</p>



<p><strong>จุดเปลี่ยนสำคัญไหนที่ทำให้แก๊ปรู้ว่าต้องมาสายครีเอทิฟแน่ๆ&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong>เป็นความจับพลัดจับผลูอยู่นะ หลังจากอยากเป็นบิล เกตส์จบไปใช่ไหม มันก็สตาร์ตมาจากไม่รู้จะเรียนอะไรในมหาลัย ทำให้นั่งคิดว่ากูทำอะไรได้อีกวะ อ๋อ! กูเคยทำรายการอัปเดตข่าวคอมพิวเตอร์นี่ อย่างนั้นคงเรียนพวกนิเทศได้ อย่างงานแสดงก็มาจากละครเวทีที่ไปบังเอิญเล่น มีรุ่นพี่คนหนึ่งเห็นเขาเลยชวนไปแสดง ทุกเส้นมาจากอะไรที่เราทำไว้โดยที่อาจจะไม่ได้ตั้งใจ</p>



<p><strong>คิดว่าการที่คนอื่นเห็นความสามารถเราเป็นเรื่องบังเอิญเหรอ</strong></p>



<p>ไม่หรอก เขาคงรู้สึกอะไรสักอย่างมากกว่า สมมติที่ชวนไปแสดงอาจเพราะเราตรงคาแรกเตอร์ เสียงพุ่ง สมาธิดีในซีนนั้น เราไม่รู้ว่าเขาเลือกจากอะไร แต่ไม่ว่ามันจะไปด้วยความบังเอิญแค่ไหน เราตั้งใจของเราเต็มที่ที่สุดแล้วในการทำสิ่งนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>แก๊ปคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ไหม</strong></p>



<p><strong></strong>เราเพิ่งไปหาอ่านมาว่ามันคืออะไร จนตอนนี้เชื่อในพรสวรรค์ทางร่างกายแบบเดียว เช่น เรามีกระดูกที่ใหญ่หรือมีข้อเท้าที่เหมาะสำหรับการวิ่ง เพราะร่างกายมึงถูกประกอบมาดีจากการคลอดทำให้วิ่งได้ดี เราจะนับว่าสิ่งนี้เป็นพรสวรรค์ แต่ถ้าเป็นอาชีพแบบเราก็นึกไม่ค่อยออกว่าพรสวรรค์จะเป็นอะไร เพราะเสือกเชื่อว่าพรสวรรค์เบสอยู่กับร่างกาย เราเลยคิดว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ อธิบายไม่ค่อยถูก คำตอบแม่งเหี้ยจัด (หัวเราะ)</p>



<p><strong>เมื่อต้องทำงานกำกับ สไตล์การเป็นผู้นำแบบแก๊ปเป็นอย่างไร</strong></p>



<p>เช้าเข้ากองจะพูดเลยว่าเทกแรกผ่าน ยัง! ยังไม่ผ่าน เพราะยังไม่ได้ถ่าย (หัวเราะ) คือเราเคยได้ยินเรื่องกองซีเรียสมาเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยชอบดุด้วย</p>



<p><strong>ไม่คิดว่าคนอื่นจะมองว่าเราติดเล่นเหรอ</strong></p>



<p>คิดไปเลยไม่เป็นไร เพราะถ้าอยู่ไปสักพักหนึ่งเขาจะเห็นเองว่าเราตั้งใจกับอะไร ลงรายละเอียดกับอะไร เช่นตอนตัดต่อก็ไม่มีปัญหานะ หรือมีปัญหาอะไรที่เขาพูดขึ้นมา เรามีทางออกเตรียมไว้ให้หมดแล้ว&nbsp;</p>



<p><strong>ดูจะเข้ากับคนอื่นได้ดี แล้วเคยทะเลาะกับคนอื่นบ้างไหม</strong></p>



<p>ไม่กล้าแล้วก็ไม่ชอบ เราหลีกเลี่ยงการปะทะ ปกติก็ไม่ชอบเห็นคนอื่นทะเลาะกัน คุยกันดีๆ ก็ได้นี่ ถ้าเราโดนด่าก็จะนิ่งกับขอโทษ แล้วก็นั่งวิเคราะห์ว่าที่มันเกิดปัญหาเป็นเพราะอะไร อธิบายให้เขาฟัง หาทางออกจริงจังเลย</p>



<p><strong></strong><strong>แก๊ปเลือกรับงานจากอะไร</strong></p>



<p>มีอยู่สองแบบคือช่วงที่จัดการเงินไม่ดีจะคิดเรื่องเงินมากกว่า แต่ถ้าสบายจิตสบายใจก็จะเป็นการคิดว่าเราช่วยเขาได้ไหม เรามีประโยชน์กับงานนี้แค่ไหน สมมติมีคนบอกว่าแก๊ปเหมาะกับงานนี้มาก งานแฟชัน ดูกวนตีนหน่อย เราก็จะบอกเขาก่อนว่าผมไม่ถนัดแฟชันเลย ไม่ใช่คำว่าไม่ดี แต่เข้าขั้นเหี้ยได้เลย จะลองจริงๆ ใช่ไหม (หัวเราะ) น่าจะเป็นสเตปไป เงิน อยากลอง ช่วยเหลือ</p>



<p>แล้วเราเป็นคนคิดเรื่องเงินจริงจังนะ แบ่งกี่กระเป๋า กี่เปอร์เซ็นต์ ไม่ซื้อประกัน ไม่ลดหย่อนภาษี ลงทุนเพื่อรับความเสี่ยง อยากเป็นคนรวย เพราะรู้ตัวด้วยว่าถ้าไม่มีเงินจะมีปัญหาชีวิตได้ง่ายขึ้น และมองคุณค่าตัวเองต่ำลงโดยปริยายเลย คำถามแม่งจะเยอะมาก กูเกิดมาทำไม นี่กูใช้ชีวิตแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมแค่ข้าวกูกินไม่ได้&nbsp;</p>



<p><strong>เคยอับจนไหม</strong></p>



<p>เคย เราก็แก้ด้วยการทำงาน เพราะหนึ่งในสาเหตุที่ไม่มีคือการวู่วาม ลงทุน รีบร้อน คนเรามันต้องรวย! เหมือนที่เขาบอกว่าคนอายุน้อยยิ่งรับความเสี่ยงสูง&nbsp;</p>



<p><strong>รวยแค่ไหนถึงจะพอสำหรับแก๊ป</strong></p>



<p>เราเคยมีคำถามนี้ เคยคุยกับเพื่อนว่าอายุ 30 ปีควรมีเงินเก็บเท่าไร รวยแค่ไหนถึงจะโอเควะ สมมติวินาทีนี้กูมีสามสิบล้าน พูดไปปุ๊บนะ อือหือ! คุณรวย แต่ถ้าพ่วงมากับการอยากมีบ้านที่อารีย์ ไม่ได้ กระจอก! รวยแค่ไหนถึงจะพอคือต้องรู้ก่อนว่าอยากได้อะไร นิยามคำว่ารวยสำหรับเราตอนนี้เป็นการมีสิ่งพื้นฐาน มีสิ่งที่อยากได้แล้วได้มา ยังมีชีวิตที่โอเค แต่ตอนนี้อาจจะยัง เพราะเพิ่งกลับไปอยู่ในลูปความเสี่ยง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183948" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-4.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ตลกอยู่ไหม</strong></h2>



<p><strong>แก๊ปยกให้ใครเป็นยอดครูในสายโปรดักชัน</strong></p>



<p>เราชอบงาน ‘พี่ต่อ &#8211; ธนญชัย ศรีวิชัย’ มาก&nbsp;</p>



<p><strong>ยอดครูในสายตลกตบมุกล่ะ</strong></p>



<p>ชอบคณะอาสีหนุ่ม เราเชื่อว่ามุกมันเหมือนแฟชัน เหมือนทุกอย่างบนโลกที่มันวนซ้ำ คือตอนนี้กูเหมือนคนที่คิดมุกเยอะมาก คิดมุกเก่ง ไม่! กูเอาของเขามาเล่นหมดเลย แต่คนอื่นอาจจะเกิดไม่ทันหรือไม่เคยดู อย่างมุกเฝือๆ ลูกครึ่ง พ่อเป็นฝรั่ง แม่เป็นบ๊วย ลูกเข็นขาย แฮ่! เห็นไหมซ้ำแล้วเพราะได้ยินบ่อย มีคนเคยบอกว่าความเศร้าของตลกเหมือนการแสดงลิเกคือเราเป็นครูพักลักจำ แต่ถ้าอะไรที่มันเป็นเนื้อหนังเป็นเพลงแล้วไปจดลิขสิทธิ์ก็คงจะใช้ไม่ได้แล้ว&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วอย่างนี้ความตลกที่เป็นเอกลักษณ์ของแก๊ปคืออะไร</strong></p>



<p>เหี้ย! เราเคยนั่งคิดแล้วด้วย เราไม่รู้ ถ้าในด้านการตัดต่อ เป็นผู้กำกับ คนก็จะบอกว่าเสียงเป็นเอกลักษณ์&nbsp;</p>



<p><strong>งานกำกับชิ้นไหนที่แก๊ปอยากอวด</strong></p>



<p>เราชอบคลิป<strong> ‘เสียงจากมะเร็ง’ </strong>มันเป็นการทำวิดีโอรับบริจาคเงินสร้างตึกเพื่อให้ญาติของผู้ป่วยได้มานอนพัก เป็นโรงพยาบาลศูนย์พระปกเกล้าจันทบุรี บางคนมาเช้าเย็นกลับจากต่างจังหวัดก็ลำบาก ไม่มีเงินจ่ายที่พักก็นอนตามพื้นโรงพยาบาลกัน การสร้างตึกนี้เขาจะใช้เงินจากการบริจาคทั้งหมดสามสิบล้านเลย แล้วตอนนั้นเราอายุ 25 ปี คือขอโทษนะ พ่อมึงเถอะ! ใครจะไปทำได้ บ้าหรือเปล่า กูเป็นใครเนี่ย ยังไม่ได้งานกำกับเลยด้วย แต่งานเก่าที่กำกับให้เพื่อนแบบเล็กๆ มันคงไปเข้าตาเอเจนซีเข้า</p>



<p>หลังจากได้ทำงานนี้ เราเรียนรู้เยอะมาก เพราะเราคิดไว้อีกแบบหนึ่ง แต่ตัดต่อออกมาแล้วไม่เวิร์ก กลายเป็นว่าต้องหาวิธีเล่าใหม่ทั้งหมด ทั้งที่เราไปถ่ายฟุตเทจมาแล้ว ปรากฏว่าพอหาจนเจอแล้วทำออกมา มันได้สามสิบล้านจริง! ตึกก็สร้างขึ้นมาได้ เรารู้สึกดีที่มันอิมแพกต์สังคม แต่หงุดหงิดว่าแล้วทำไมกูต้องทำ หมายถึงกูเป็นใคร ไม่ใช่กระทรวงที่ต้องลงทุนเหรอ ทำไมต้องให้ใครสักคนมาทำวิดีโอให้คนอื่นเห็นแล้วบริจาคเงิน หรือที่กูทำอยู่คือกูกำลังสนับสนุนให้มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่นะ! (หัวเราะ) เราเลยสนุกกับงานนี้มากเพราะอารมณ์มันตีกันไปหมด&nbsp;</p>



<p><strong>คิดว่าตัวเองเป็นคนทำผิดพลาดบ่อยไหม</strong></p>



<p>บ่อยมาก อาจจะทุกวันเลย อย่างวันนี้คือกูใส่เสื้อเหี้ยอะไรมาเนี่ย ผิดพลาดจนรู้สึกว่ามันปกติ</p>



<p><strong>มีสถานการณ์ไหนที่โคตรอยากย้อนกลับไปแก้ไขไหม</strong></p>



<p>อาจจะไม่มี เพราะกลัวแก้ไป แล้วตอนนี้จะไม่ใช่คนแบบนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183949" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/05-3.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>ตอนนี้เป็นคนแบบไหนอยู่&nbsp;</strong></p>



<p>เป็นคนเรื่อยเปื่อย (หัวเราะ) คิดอะไรออกก็ทำ</p>



<p><strong>เรื่องอะไรที่ทำให้แก๊ปหงุดหงิดมากที่สุด</strong></p>



<p>ใจร้ายมากเลย ส่วนมากมันคือเราไม่พอใจกับตัวเอง อย่างเมื่อวานตอนเช้าเราตื่นด้วยอาการกระชากทำให้หงุดหงิด แล้วก็ดันไม่พอใจที่ตัวเองหงุดหงิด คือมึงหงุดหงิดทำไม ก็ทำอะไรช้าๆ สิ อย่าไปโทษอะไร มาระลึกสิ่งนี้ได้หลังตื่นสองชั่วโมงว่าแม่ง! เมื่อกี้ไม่น่าหงุดหงิดเลย รู้สึกแย่</p>



<p><strong>เรื่องอะไรที่ทำให้แก๊ปเสียน้ำตาได้มากที่สุด&nbsp;</strong></p>



<p>อาจจะเป็นสงสารตัวเองที่ใจร้ายต่อตัวเอง รู้สึกแย่กับตัวเองจนมันเศร้า</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ฟังแล้วต้องสแตนด์อัป</strong></h2>



<p><strong>แก๊ปเคยให้สัมภาษณ์ว่าชีวิตเหมือนเป็นเอกซ์ตราในหนังสงคราม ทำไมตอนนี้ถึงมาเป็นตัวละครหลักด้วยการจัดสแตนด์อัปของตัวเอง</strong></p>



<p>มันอาจจะเป็นหนังสงครามอยู่ก็ได้นะ (หัวเราะ) ในขณะที่เราเป็นเอกซ์ตราในหนังสงคราม เราอาจจะเป็นตัวละครหลักด้วยบทบาทที่กำลังดำเนินสิ่งนั้นอยู่ ดูวุ่นวายมากเลยแต่ก็เป็นตัวเองนะที่สร้างความวุ่นวายเหล่านั้น เช่น กูไม่เคยทำสแตนด์อัป ดูมาก็น้อย แต่อึ้ย! เรามาทำกันดีกว่า มึงทำทำไม!</p>



<p><strong>แล้วทำทำไม</strong></p>



<p>อยากพูดเรื่องที่ทั้งเกี่ยวกับตัวเราและประเทศไทยเท่าที่เคยเจอมา เท่าที่นึกออก แล้วจริงๆ มีคนเคยบอกให้ลองไปทำสแตนด์อัปดู เราคิดว่าลองก็ได้คงไม่เสียหายอะไร</p>



<p><strong>ดูมุทะลุเหมือนกันนะ อยากจะทำอะไรก็ทำเลย</strong></p>



<p>จริงๆ ก็ไม่ถึงขั้นมุทะลุ แต่ด้วยผลลัพธ์มั้งมันถึงออกมาเป็นแบบนั้น เพราะอย่างพอดแคสต์ที่ทำก็เพราะมีคนบอกว่ามึงแม่งพูดอะไร พูดไปเรื่อย ไปทำพอดแคสต์ไป (หัวเราะ) เรามีไอเดียอยากจะทำหลายๆ อย่างอยู่แล้ว พอมีคนจุดชนวนก็ไปเลย ไม่รู้ด้วยว่าตัวเองทำได้ไหม รู้แค่มันไม่พังแน่ๆ สมมติทำไปแล้วรู้ตัวว่าน่าจะไม่ไหว งั้นเดี๋ยวหาคนช่วย หาความรู้เพิ่ม เราจะประเมินขั้นต้นนะ อย่างสแตนด์อัปก็แวบๆ ขึ้นว่ามันมีลักษณะเหมือนการเป็นพิธีกรอยู่ครึ่งหนึ่ง ผสมการเล่าเรื่องตลกต่อหน้าสาธารณะ อืม! ก็ยากเลยล่ะนะ แต่มีความเป็นไปได้อยู่ งั้นเราลองกันเถอะ แต่สมมติวันนี้มีคนเดินมาบอกไอ้แก๊ป! มึงไปทำบัญชี ไอ้สัตว์! ไม่เอา กูไปให้คนอื่นมาช่วยดีกว่า&nbsp;</p>



<p><strong>หมายความว่าแก๊ปชอบเสียงแบนๆ ของตัวเองแล้วใช่ไหม</strong></p>



<p>ชินมากกว่า มันทำอะไรไม่ได้แล้วอะ เฮ้ย! ตอนนั้นเราจริงจังมากนะ เคยไปดูการผ่าตัดเส้นเสียงด้วย แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้มันเป็นไปเถอะ&nbsp;</p>



<p><strong>มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว แก๊ปกังวลหรือกลัวอะไรไหม</strong></p>



<p>เราเป็นคนคิดอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย การถามตอบยังง่ายตรงที่ออกทะเลไปก็จะมีคนดึงกลับมา&nbsp; แต่การที่เราพูดไปเลยบางครั้งมันไปไหนก็ไม่รู้ กูไม่รู้ด้วยว่าจะไปสุดที่ตรงไหน</p>



<p><strong>แล้วใช้วิธีไหนไม่ให้ตัวเองพูดออกทะเล</strong></p>



<p>เนี่ย! กำลังจะอัดคลิปลงโซเชียลมีเดียอยู่ว่าสองรอบซื้อบัตรได้เลยนะครับ ซื้อสองรอบก็ได้เพราะคงพูดไม่เหมือนกัน (หัวเราะ)</p>



<p><strong>แก๊ปคิดว่าทำไมคนต้องมานั่งฟังแก๊ปพูด</strong></p>



<p>เออ ทำไมนะ ไม่รู้เหมือนกัน คิดซะว่ามารับชมมหรสพสักเรื่อง</p>



<p><strong>อยากได้ยินเสียงตอบรับอะไรหลังสแตนด์อัปจบลง</strong></p>



<p>ไม่มีคำที่ชัดเจน แต่อยากให้เขารู้สึกดีที่สนับสนุนเรา ไม่อยากให้ฮากันขี้แตกกระจายอะไร หรือโอโห! ทำไมมันคุ้มค่าขนาดนี้ สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นจริงๆ คือความอิ่ม ไม่รู้สึกผิดหวัง&nbsp;</p>



<p><strong>หมุดหมายต่อไปของแก๊ปคืออะไร</strong></p>



<p>เราอยากทำยูทูบ ทำคอนเทนต์ กลับไปที่การรับจ้างสร้างสรรค์ทั่วไป</p>



<p><strong>ปรัชญาฉบับแก๊ปที่ยึดถือในการใช้ชีวิตอยู่เสมอคืออะไร</strong></p>



<p>อยากทำอะไรทำไปเลยครับ ถ้าทำผิดเดี๋ยวขอโทษ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-183950" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/06-2.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p><strong>มีความเจ๋งไหนของแก๊ปตลอดการใช้ชีวิตมา 30 ปีที่อยากอวดไหม</strong></p>



<p>ยังไม่ได้ทำผิดจนต้องไปขอโทษในที่สาธารณะต่อหน้าคนเป็นหมื่นเป็นแสน (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p><strong>“ลองฟังสแตนด์อัปผมดูครับ ถ้าจากที่อ่านมาแล้วรู้สึกว่าวิธีคิดของผมมันประหลาด คุณก็ลองคิดดูสิว่าคนที่ใช้ชีวิตด้วยความคิดประหลาดแบบนี้มันจะไปเจอของปกติได้อย่างไร หรือต่อให้เจอของปกติ มึงก็ทำตัวประหลาดใส่มันอยู่ดี เหมือนแทนที่มึงคุยกับเอไอจะใช้วิจารณญาณ ดันเสือกเชื่อแล้วทำเลย&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“คนแบบนี้มันจะไปเจออะไรอีกก็ไม่รู้”</strong></p>



<p>แต่ผู้อ่านไปเจอคนแบบนี้ได้ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ณ Lido Connect Hall 2 เริ่มขายบัตรแล้วทาง <a href="https://www.ticketmelon.com/anyremark/sirasimmee/">https://www.ticketmelon.com/anyremark/sirasimmee</a>&nbsp;</p>



<p>แก๊ปว่าเขาจะทำการบรรยายเรื่องอนาโตมีมนุษย์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/sira-simmee-made-in-thailang/">กระผมนั้น Made In Thailang! แถบนนทบุรี ‘แก๊ปโบ้-สิระ’ นักรับจ้างสร้างสรรค์ไปทั่ว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต่อคำตัวละคร ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ หนุ่มตาตี่มือถือปืน นักปล้นบรรพกาล</title>
		<link>https://adaymagazine.com/born-to-be-bad-netflix/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 06 Nov 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[travel]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183791</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนรอย 41 ปี ปิดตำนานจอมโจรตี๋ใหญ่ เจาะลึกคดีตี๋ใหญ่อาชญากรแห่งยุค 80&#160; ล้วงลึกตี๋ใหญ่มหาโจรชื่อก้องแดนสยาม เขาถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นอาชญากรที่สร้างความหัวหมุนหัวเวียนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจมากที่สุด ด้วยการจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เฉี่ยวไปโฉบมาอยู่หลายหนราวว่าเสียงปืนไม่เป็นผลต่อแก้วหู และกระสุนไม่อาจหวิดถูกเนื้อหนังให้เลือดซิบได้เลย ย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2516 หรือยุค 70 หนุ่มตาขีดไม่ได้ลงท้ายสกุลแค่ว่าเป็นนักปล้นมือฉมัง แต่เขาเป็นนักปล้นมือฉมังที่มีเสน่ห์ด้วยรูปลักษณ์ มีของขลังประจำกายติดตัวเพราะความเอ็นดูจากหลวงพ่อ ทั้งเสือหมอบ เสือเผ่น ตะกรุดโทน และคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นเหตุผลเลื่องลือถึงการหาตัวจับยาก ถึงจับตัวได้ก็ไม่เคยอยู่หมัด กระทั่งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 นายกรประเสริฐ ช่างเขียน หมดอายุขัยลงในวัย 29 ปี แต่แม้ล่วงเข้า พ.ศ. 2568 ภาพของหนุ่มตาขีดในเสื้อเชิ้ตลายสก็อต กางเกงยีนส์ลีวาย สวมแว่นตาเรย์แบน รองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สก็ยังคงปรากฏอยู่ และจะปรากฏชัดแจ้งราวว่าเขามีชีวิตอีกครั้งในภาพยนตร์ ‘ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร’ ด้วยผลงานกำกับของ ‘อุ๋ย &#8211; นนทรีย์ นิมิบุตร’ “ตี๋ใหญ่! คนจำชื่อมันได้มากกว่านายกซะอีก เป็นดาราหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ข่าวประโคมว่ามันมีคาถาอาคม ฆ่าไม่ตาย หายตัวได้” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/born-to-be-bad-netflix/">ต่อคำตัวละคร ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ หนุ่มตาตี่มือถือปืน นักปล้นบรรพกาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>ย้อนรอย 41 ปี ปิดตำนานจอมโจรตี๋ใหญ่</strong></p>



<p><strong></strong><strong>เจาะลึกคดีตี๋ใหญ่อาชญากรแห่งยุค 80&nbsp;</strong></p>



<p><strong></strong><strong>ล้วงลึกตี๋ใหญ่มหาโจรชื่อก้องแดนสยาม</strong></p>



<p>เขาถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ไทยว่าเป็นอาชญากรที่สร้างความหัวหมุนหัวเวียนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจมากที่สุด ด้วยการจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เฉี่ยวไปโฉบมาอยู่หลายหนราวว่าเสียงปืนไม่เป็นผลต่อแก้วหู และกระสุนไม่อาจหวิดถูกเนื้อหนังให้เลือดซิบได้เลย</p>



<p>ย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2516 หรือยุค 70 หนุ่มตาขีดไม่ได้ลงท้ายสกุลแค่ว่าเป็นนักปล้นมือฉมัง แต่เขาเป็นนักปล้นมือฉมังที่มีเสน่ห์ด้วยรูปลักษณ์ มีของขลังประจำกายติดตัวเพราะความเอ็นดูจากหลวงพ่อ ทั้งเสือหมอบ เสือเผ่น ตะกรุดโทน และคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ กลายเป็นเหตุผลเลื่องลือถึงการหาตัวจับยาก ถึงจับตัวได้ก็ไม่เคยอยู่หมัด</p>



<p>กระทั่งวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2524 นายกรประเสริฐ ช่างเขียน หมดอายุขัยลงในวัย 29 ปี แต่แม้ล่วงเข้า พ.ศ. 2568 ภาพของหนุ่มตาขีดในเสื้อเชิ้ตลายสก็อต กางเกงยีนส์ลีวาย สวมแว่นตาเรย์แบน รองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สก็ยังคงปรากฏอยู่ และจะปรากฏชัดแจ้งราวว่าเขามีชีวิตอีกครั้งในภาพยนตร์ <strong>‘ตี๋ใหญ่ฤกษ์ดาวโจร’ </strong>ด้วยผลงานกำกับของ <strong>‘</strong><strong>อุ๋ย &#8211; นนทรีย์ นิมิบุตร’</strong></p>



<p><strong>“ตี๋ใหญ่! คนจำชื่อมันได้มากกว่านายกซะอีก เป็นดาราหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ข่าวประโคมว่ามันมีคาถาอาคม ฆ่าไม่ตาย หายตัวได้” </strong>แม้ตี๋ใหญ่จะอยู่บนจอโทรทัศน์มาแล้วหลายเวอร์ชัน แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะมันไม่ใช่แค่การไล่ล่าบ้าระห่ำ เสียงปืนกระหน่ำจากตำรวจ และการตีตราว่าเขาเป็นอาชญากร&nbsp;</p>



<p>มันคือการบอกเล่าวิถีมนุษย์คนหนึ่งที่เลือกเส้นทางบิดเพี้ยนกว่าใครอื่น ทั้งการพิสูจน์ให้เห็นว่าสัจจะนั้นมีในหมู่โจร</p>



<p><strong>‘อาโป &#8211; ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์’ </strong>เป็นผู้ถูกเลือกให้ถือปืนทิ้งระเบิด เขาไม่ได้รู้จักตี๋ใหญ่อย่างลึกซึ้งมาก่อน แต่เคยเห็นรูปหนุ่มตาขีดขึ้นป้ายอยู่หลังรถบรรทุก&nbsp;</p>



<p><strong>‘โมสต์ &#8211; วิศรุต หิมรัตน์’</strong> เป็นเพื่อนร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่คอยซับเลือดระวังหลัง&nbsp;</p>



<p>และผู้ยืนอยู่อีกฟากฝั่งของอุดมการณ์อาชญากร <strong>‘โจ๊ก &#8211; อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ’ </strong>ที่ต้องแสดงความมุทะลุในแววตาว่าเขาจะเป็นผู้จับตี๋ใหญ่มาใส่กุญแจมือให้ได้ แม้ว่ากองตำรวจทั้งหลายจะหวาดหวั่นก็ตาม</p>



<p>ขณะนี้ เรากำลังต่อคำกับสามนักแสดงเบื้องหน้าที่มาในมาดขรึมเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183796" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เชื่อว่าตี๋ใหญ่มีคาถาอาคมจริงไหม</strong></p>



<p>อาโป : ก็เชื่อว่าเขามีนะ เพราะคนเราเดินทางได้ด้วยกำลังใจ กำลังใจก็มาจากความรัก ความเชื่อ ความศรัทธาต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คิดว่ามันนำพาเขาไปเหมือนกัน</p>



<p>โจ๊ก : คิดว่าเขามีนะ แต่จะได้ผลไม่ได้ผลก็อีกเรื่องหนึ่ง ต้องขึ้นอยู่กับคนใช้</p>



<p>โมสต์ : คาถานั้นทำงานอย่างไรผมไม่แน่ใจนะ แต่เขาคงมีความเชื่อในศาสตร์นี้จนมันขับเคลื่อนเขาให้ไปไกลได้</p>



<p><strong>หลังจากรู้จักตี๋ใหญ่แล้ว คิดว่าเขาเป็นคนน่าคบไหม</strong></p>



<p>อาโป : ถ้าในมุมมองของเพื่อน โปว่าเขาน่าคบมาก เขาเป็นคนที่รักพวกพ้อง หนักแน่น เด็ดเดี่ยว แต่ถ้าพูดในแง่ของอาชีพเขาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>โมสต์ : อาจจะยัง (หัวเราะ) เพราะเขาค่อนข้างมุทะลุ</p>



<p>โจ๊ก : คบได้แต่คงไม่ได้ไปปล้นด้วยนะ&nbsp;</p>



<p><strong>ตัวละครที่พวกคุณได้รับต่างจากเวอร์ชันที่เคยมีอย่างไร</strong></p>



<p>โจ๊ก : พี่อุ๋ยให้ผมแสดงเป็นตัวละครสารวัตรจักรรัตน์ จากบทที่เคยได้รับเกี่ยวกับตำรวจก็น้อย เป็นการเปลี่ยนบทบาทที่เอนจอยนะ ตามสันดานผมก็ชอบไปคุยหน้ากอง อาจจะไม่ได้ไปดูข้อมูลอะไรลึกมาก</p>



<p>โมสต์ : ผมคิดว่าตัวละครนี้น่าจะมาจากจินตนาการก็เลยไม่ได้ไปหาอะไรเปรียบเทียบ เพราะเวอร์ชันก่อนของตี๋ใหญ่จะไม่ได้เล่าถึงพาร์ตเนอร์เขาว่าคนนั้นเป็นใคร&nbsp;</p>



<p>อาโป : ผมพยายามเกาะบทในเวอร์ชันที่ตัวเองทำงานให้ได้มากที่สุด แล้วค่อยไปขยายจากคนใกล้ตัวเขาจริงๆ ว่ามีมุมมองต่อตี๋ใหญ่อย่างไร ผมสนใจบทนี้มาก เพราะไม่เคยได้รับบทของคาแรกเตอร์ที่เขามีตัวตนจริงๆ เหมือนเราจะรู้จุดเริ่มต้นและจุดจบของเขา แต่จุดตรงกลางที่แชลเลนจ์คือจะสื่อสารอย่างไรให้ผู้ชมเข้าใจในมุมใหม่ แล้วก็เป็นมุมเดียวกันกับผู้กำกับ ต้องศึกษาเยอะๆ ว่าคนรอบตัวมีมุมมองเกี่ยวกับเขาอย่างไร ในหนึ่งวันเขาทำอะไร</p>



<p><strong>ทำการบ้านกับตัวละครนี้ต่างจากตัวละครอื่นที่ผ่านมาไหม</strong></p>



<p>โจ๊ก : ผมพยายามตีความหลายอย่าง เพราะเป็นงานกลุ่มไม่ใช่งานเดี่ยว พยายามคิดว่าเรื่องราวก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง ในตอนนี้ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร</p>



<p>โมสต์ : ผมต้องหาให้เจอว่าตัวละคร ‘ฤกษ์’ เขามีฟังก์ชันอะไรสำหรับหนังเรื่องนี้ แล้วท้ายที่สุดความต้องการของเขาคืออะไร</p>



<p>อาโป : ผมทำเหมือนทุกเรื่องเลยคืออ้างอิงจากบท แล้วก็จินตนาการกลับไปว่าการที่คนๆ หนึ่งพูดจาแบบนี้ เขาเติบโตมาอย่างไร ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร วินาทีแรกที่เห็นโลกเขาจำมันอย่างไร อยู่ในสังคมแบบไหน ค่อยๆ ปูแบ็กกราวนด์ให้ตัวละคร แล้วก็ถามพี่อุ๋ยถึงมุมมองของเขา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183797" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/02-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เคมีการทำงานร่วมกันสามคนเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>โจ๊ก : บทของผมกับตี๋ใหญ่ไม่ค่อยได้คุยกันเลย จะเฉี่ยวกันไปกันมา เจอหน้าเมื่อไรยิงกันอย่างเดียว แต่จะมีซีนกับฤกษ์ที่อารมณ์มันค่อนข้างกดดัน&nbsp;</p>



<p>โมสต์ : ส่วนใหญ่ผมจะอยู่กับอาโปซะเยอะ ผมกับเขาจะช่วยกันหาทางในการแสดงไป แลกเปลี่ยนกันว่าน่าจะเป็นแบบนี้นะ</p>



<p>อาโป : ผมใช้วิธีคิดง่ายๆ ว่าถ้าเพื่อนกันโดยส่วนใหญ่แล้วเขาจะเป็นอย่างไร ก็คงพูดคุยกัน ถามไถ่ชีวิตกันให้มันใกล้เคียงกับสิ่งที่ตัวละครทำมากที่สุด โมสต์ก็น่ารักมาก เขาช่วยให้ผมจินตนาการต่อไปได้ถึงความสัมพันธ์ของฤกษ์และตี๋ใหญ่</p>



<p><strong>นอกบทอาโปเป็นคนเอนเตอร์เทนคนอื่นไหม</strong></p>



<p>อาโป : ก็เอนเตอร์เทนทั้งตัวเองและหลายคนนะ โปเอนเตอร์เทนโมสต์ด้วย แต่มีหลายครั้งที่โมสต์จะโอ๊ย! อย่าเพิ่งเล่นได้ไหม ต้องทำสมาธิกับซีนแล้ว (หัวเราะ) โปอยากให้มูดมันฟีลกู๊ดเฉยๆ แหละ</p>



<p><strong>อีกสองคนเป็นอินโทรเวิร์ตมากกว่าเหรอ</strong></p>



<p>โจ๊ก : แล้วแต่สถานการณ์ (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>โมสต์ : ตัวละครในเรื่องนี้เป็นตัวละครที่เจออะไรหนักมาก ต้องคิดเยอะมากเลย&nbsp;</p>



<p>โจ๊ก : มันมีโมเมนต์ที่จำเป็นต้องอยู่คนเดียวบ่อย&nbsp;</p>



<p>โมสต์ : แต่มันก็ถูกต้องแล้วนะ ตามเส้นเรื่องที่เป็น ตัวละครก็ควรจะห่างๆ กันหน่อย&nbsp;</p>



<p><strong>เครียดแล้วจัดการอย่างไร</strong></p>



<p>โจ๊ก : จริงๆ แล้วตัวละครผมไม่เครียด เพราะเป็นตำรวจก็คิดแค่ว่าทำอย่างไรถึงจะจับผู้ร้ายได้</p>



<p>โมสต์ : ผมพยายามทำการบ้าน ตีความให้มันเสร็จ จะได้ไม่ต้องคิดวนไปวนมาหรือคิดล่วงหน้า ต้องทำทุกอย่างให้มันเคลียร์</p>



<p>อาโป : อาโปแค่ต้องเดินไปหาที่เงียบๆ&nbsp;</p>



<p><strong>บทบาทที่ได้รับช่วยเปิดมุมมองการแสดงใหม่อะไรให้พวกคุณไหม</strong></p>



<p>โจ๊ก : คงเป็นการทำงานร่วมกับพี่อุ๋ยอย่างจริงจัง แล้วก็ได้ทำงานกับน้องๆ ถึงจะไม่ค่อยได้เจอกัน แต่โดยภาพรวมก็ได้เห็นพวกเขาเล่น ได้แชร์ความคิดกับผู้กำกับ</p>



<p>โมสต์ : น่าจะเป็นการทำงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะที่สุดแล้ว (หัวเราะ) เพราะบทบาทเราเยอะแล้วก็เอกซ์ตรีม ต้องเรียนรู้การจัดการความเครียด ตรงไหนไม่เคลียร์ต้องจัดการให้เรียบร้อย ด้วยระยะเวลาถ่ายทำที่มันยาวนาน อะไรที่ยังค้างไว้ก็จะทำให้เครียดยาวนานเหมือนกัน</p>



<p>อาโป : สำหรับโปคือการได้เห็นการเป็นหัวเรือของผู้กำกับ เขาทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย มีวิธีการพูดนุ่มนวล นี่คือคนที่มีประสบการณ์สูงและโปรเฟสชันนอลจนพาให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายเดียวกันได้ ในการจัดการอารมณ์ตัวเองจะคล้ายโมสต์ เพราะโปต้องใส่วิกตลอดเรื่อง โปขี้ร้อนมาก เป็นคนเหงื่อออกเยอะ ต้องรีเซ็ตอารมณ์ให้ไวด้วยความที่ถ่ายกล้องเดียว ถ่ายแค่ 12 ชั่วโมงในวันที่จำกัด คิวแต่ละคนได้แค่นั้นจริงๆ แต่ละวันในการทำงานทุกอย่างก็ต้องเร็ว&nbsp;</p>



<p><strong>นี่นับเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้โมสต์เครียดที่สุดหรือเปล่า</strong></p>



<p>โมสต์ : อืม จะว่าอย่างนั้นก็ได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183798" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/03-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>แล้วโจ๊กประสบปัญหาแบบอาโปไหม เพราะต้องใส่ชุดตำรวจที่แนบไปกับตัว</strong></p>



<p>โจ๊ก : เหมือนกันเลยครับ ผมเป็นคนเหงื่อออกเยอะมาก เยอะแบบเยอะเหี้ยๆ ไม่รู้เป็นเหี้ยอะไร (หัวเราะ) ต้องใส่เสื้อแขนยาว มีแจ็กเก็ตอีกตัว แบกปืนอีก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีนะ</p>



<p><strong>ตัวละครมีนิสัยอะไรที่คล้ายกับเราบ้างหรือเปล่า</strong></p>



<p>โจ๊ก : โอโห! ไม่มีเลย (หัวเราะ)</p>



<p>โมสต์ : ของผมคิดว่ามีดีกว่า (หัวเราะ) แต่ก็ยากอยู่ น่าจะเป็นเรื่องการวางแผนนะ ถ้าชีวิตจริงของผมมีอะไรที่ไม่เป็นไปตามแผนจะหงุดหงิดมาก เสียทรง ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามที่วางกันไว้ อย่าให้เกิดแบบนี้ขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นฉิบหาย</p>



<p>อาโป : ความรักพวกพ้องและเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ ความทุ่มเทจริงจังในการทำอะไรสักอย่าง</p>



<p><strong>เล่นเป็นคนดีหรือคนเลวยากกว่ากัน</strong></p>



<p>โจ๊ก : สำหรับผมอยู่ที่บริบท</p>



<p>โมสต์ : ผมว่ายากทั้งสอง เวลาได้รับงานอะไรที่ต้องเป็นคนดีก็ต้องพยายามไม่ให้เห็นด้านเลวเลย ต้องย่อยให้คนดูเห็นความเป็นมนุษย์ทั่วไปให้ได้</p>



<p>อาโป : โปเล่นเป็นคนดียาก&nbsp;</p>



<p><strong>ฉากไหนที่แอดวานซ์ที่สุดสำหรับเรา</strong></p>



<p>โจ๊ก : เลเยอร์ของผมมันเป็นแค่การได้รับคำสั่งและตามจับ แต่ซีนที่ยากคือซีนใหญ่ที่ต้องใช้คนเยอะแล้วเราต้องออกคำสั่ง มีหลายคิว แล้วก็ซีนที่เล่นกับโมสต์ที่ต้องเค้นเอาคำตอบจากเขา</p>



<p>โมสต์ : ฉากที่เป็นความสัมพันธ์กับแม่ เพราะมันถูกกล่าวถึงในเรื่องน้อยมาก แทบจะไม่มีเชื้อมาก่อนเลย เราต้องสร้างขึ้นมาเอง</p>



<p>อาโป : สภาพแวดล้อมตอนถ่ายทำครับ (หัวเราะ) เวลาที่ต้องสู้กับสภาพอากาศแล้วขี้ร้อนจะทำให้เกิดความเครียดอัตโนมัติ เพราะตัวละครไม่ได้หงุดหงิด แต่เป็นอาโปที่หงุดหงิด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183799" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/11/04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อย่างอุณหภูมิในห้องนี้โอเคใช่ไหม</strong></p>



<p>อาโป : (หัวเราะ) อันนี้โอเคครับ ดีเลยๆ&nbsp;</p>



<p><strong>ตี๋ใหญ่มีอะไรที่น่าจดจำมากกว่าการเป็นอาชญากรไหม</strong></p>



<p>โจ๊ก : ผมว่าเขาเป็นคนมีเสน่ห์ เป็นคนรักเพื่อน คนเราเกิดมามีสังคมมีเพื่อน พื้นฐานของการรักเพื่อนเป็นเรื่องที่ดี</p>



<p>โมสต์ : น่าจะเป็นแฟชันนะ ตี๋ใหญ่เขาค่อนข้างช่างเลือกเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์&nbsp;</p>



<p>อาโป : ผมว่าเขาเป็นคนหนักแน่นเด็ดเดี่ยวในทุกสิ่งที่เขาทำ มันทำให้เขามีความเซ็กซี่</p>



<p><strong>สิ่งที่อยากให้คนดูคิดตามหลังดูตี๋ใหญ่คืออะไร</strong></p>



<p>โจ๊ก : ก็ลองไปดูกันว่าเวอร์ชันใหม่จะเป็นอย่างไร ผมว่ามันก็คือหนังเรื่องหนึ่งที่เอนเตอร์เทนคนได้ ไม่อยากให้คิดเยอะหรือคิดมาก ลองไม่คิดอะไรเลยแล้วก็ดูดีกว่า</p>



<p>โมสต์ : คนดูจะได้เห็นแง่มุมในชีวิตของตี๋ใหญ่ว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร อาจจะเข้าใจว่าตี๋ใหญ่ไม่ใช่ปีศาจร้าย เขาเป็นแค่คนคนหนึ่ง หรืออาจจะเป็นปีศาจร้ายที่อยู่ในตัวตำรวจเองก็ได้&nbsp;</p>



<p>อาโป : ตัวละครจะโชว์ให้ดูว่าถ้าคุณทำแบบซ้ายก็จะได้ซ้าย ทำแบบขวาก็จะได้อีกแบบหนึ่ง การตัดสินใจขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ คุณอยากจะเป็นแบบไหนก็ลองดู&nbsp;</p>



<p><strong>เรียกคนดูตามประสาตัวละครเราหน่อย</strong></p>



<p>จักรรัตน์ : ไม่ยากเลยครับ คุณมีเน็ตฟลิกซ์แล้วจะเข้าไปดูกี่รอบก็ได้</p>



<p>ฤกษ์ : ฉิบหายแล้ว (หัวเราะ) นี่จะเป็นเวลาสองชั่วโมงที่มีค่าที่สุดในชีวิตคุณก็เป็นได้นะครับ ลองเปิดหนังเรื่องนี้ดู เวอร์ไปป่าววะ!&nbsp;</p>



<p>ตี๋ใหญ่ : ถ้าอยากได้ความมันแค่เปิดเน็ตฟลิกซ์ขึ้นมา แล้วพิมพ์ว่า ‘ตี๋ใหญ่ Born to be bad’ ผมเชื่อว่าพวกคุณมีเมมเบอร์อยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>โจ๊ก : ดูได้ตั้ง 190 ประเทศ แล้วก็ปลี่ยนภาษาได้ด้วย</p>



<p>อาโป : ถ้าคุณอยากเห็นตี๋ใหญ่พูด Espalnol นะ (หัวเราะ)&nbsp;<br><strong>13 พฤศจิกายนนี้ ประกาศจับตี๋ใหญ่พร้อมกัน ที่ Netflix เท่านั้น</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/born-to-be-bad-netflix/">ต่อคำตัวละคร ‘ตี๋ใหญ่ ฤกษ์ดาวโจร’ หนุ่มตาตี่มือถือปืน นักปล้นบรรพกาล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุยกับ ‘บอย &#8211; ณัฐกร’ นายกสมาคมหนังสือ ถึงวันฟ้าเปิดของโลกตัวอักษรในศตวรรษที่ ๒๑</title>
		<link>https://adaymagazine.com/thai-publishing-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 10:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[นายกสมาคมหนังสือ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=183194</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ซื้อหนังสือที่ถูกลิขสิทธิ์ แบ่งปันหนังสือให้เพื่อน คิดถึงหนังสือเยอะๆ คิดถึงเราเยอะๆ พกหนังสือในกระเป๋าไปทุกที่ อ่านหนังสือข้างนอกบ้าง เปลี่ยนจากดูโทรศัพท์เป็นดูหนังสือ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นวิถีชีวิตคุณ แล้วก็จะเปลี่ยนสังคมนี้ไปได้” คำตอบจากชายคนหนึ่งทิ้งทวนไว้ให้แก่คำถามที่ว่า “เราจะสามารถช่วยวงการหนังสือได้อย่างไรบ้าง”&#160; แม้ภายนอกของหนังสือดูเป็นเพียงหน้ากระดาษกับร่องรอยหมึกพิมพ์ ทว่าภายในนั้นเปี่ยมไปด้วยจินตนาการของผู้อ่าน จิตวิญญาณที่นักเขียนคนหนึ่งกลั่นคั้นมันออกมา และกว่าจะออกมาเป็นหนังสือเล่มให้เห็นกันเบื้องหน้า กระบวนการเบื้องหลังไม่เคยง่ายดาย เพราะหนังสือทุกเล่มที่อยู่บนชั้น ไม่ได้มีเพียงความฝันของนักเขียน แต่ยังมีโครงสร้างที่เปราะบางซ่อนอยู่ในระบบ เมื่อโลกหมุนเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน คำถามสำคัญคือหนังสือไทยจะปรับตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียงของตัวอักษรถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา อนึ่งต้องมองให้ลึกไปกว่ายอดขายหรือจำนวนผู้อ่าน ลึกไปจนถึงชีพจรของวงการหนังสือไทยว่ามันกำลังเต้นในจังหวะระรัวหรือแผ่วเบาลง คงไม่มีใครตอบคำถามนั้นได้ดีไปกว่า&#160; ‘บอย &#8211; ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล’ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ที่กำลังเผชิญปัญหาใต้พรมในวงการหนังสือ เขาอยู่มานานจนเข้าใจดีว่าความยากของวงการหนังสือไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง และการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งต้องอาศัยอีกหลายสิ่งผนวกเข้าด้วยกัน The First Chapter in His Journey แรงผลักดันอะไรที่ทำให้คุณอยากผันตัวมาเป็นนายกสมาคม ผมเป็นกรรมการที่ทำงานกับสมาคมมาได้ 2 สมัย แล้วก็รู้สึกว่าอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ผลักดันวงการหนังสือให้ดีขึ้น หากทำได้นะ ผมเลยลองสมัครเป็นนายกสมาคมดู คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติอะไรในการขึ้นเป็นนายกสมาคมหนังสือ จริงๆ ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรมากหรอก แต่ผมมีทีมที่มาด้วยกัน แล้วพวกเขาเป็นคนเก่งหมดเลย วิธีที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการให้คนเก่งได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ความตั้งใจแรกของบอยในการเข้ามาเป็นนายกสมาคมหนังสือคืออะไร มิสชันหลักของสมาคมหนังสือคือจะทำอย่างไรให้คนหันมาอ่านหนังสือมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-publishing-industry/">คุยกับ ‘บอย &#8211; ณัฐกร’ นายกสมาคมหนังสือ ถึงวันฟ้าเปิดของโลกตัวอักษรในศตวรรษที่ ๒๑</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>“ซื้อหนังสือที่ถูกลิขสิทธิ์ แบ่งปันหนังสือให้เพื่อน คิดถึงหนังสือเยอะๆ คิดถึงเราเยอะๆ พกหนังสือในกระเป๋าไปทุกที่ อ่านหนังสือข้างนอกบ้าง เปลี่ยนจากดูโทรศัพท์เป็นดูหนังสือ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นวิถีชีวิตคุณ แล้วก็จะเปลี่ยนสังคมนี้ไปได้” </strong>คำตอบจากชายคนหนึ่งทิ้งทวนไว้ให้แก่คำถามที่ว่า <strong>“เราจะสามารถช่วยวงการหนังสือได้อย่างไรบ้าง”&nbsp;</strong></p>



<p>แม้ภายนอกของหนังสือดูเป็นเพียงหน้ากระดาษกับร่องรอยหมึกพิมพ์ ทว่าภายในนั้นเปี่ยมไปด้วยจินตนาการของผู้อ่าน จิตวิญญาณที่นักเขียนคนหนึ่งกลั่นคั้นมันออกมา และกว่าจะออกมาเป็นหนังสือเล่มให้เห็นกันเบื้องหน้า กระบวนการเบื้องหลังไม่เคยง่ายดาย</p>



<p>เพราะหนังสือทุกเล่มที่อยู่บนชั้น ไม่ได้มีเพียงความฝันของนักเขียน แต่ยังมีโครงสร้างที่เปราะบางซ่อนอยู่ในระบบ เมื่อโลกหมุนเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน คำถามสำคัญคือหนังสือไทยจะปรับตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เสียงของตัวอักษรถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา อนึ่งต้องมองให้ลึกไปกว่ายอดขายหรือจำนวนผู้อ่าน ลึกไปจนถึงชีพจรของวงการหนังสือไทยว่ามันกำลังเต้นในจังหวะระรัวหรือแผ่วเบาลง</p>



<p>คงไม่มีใครตอบคำถามนั้นได้ดีไปกว่า&nbsp; <strong>‘บอย &#8211; ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล’</strong> นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ที่กำลังเผชิญปัญหาใต้พรมในวงการหนังสือ เขาอยู่มานานจนเข้าใจดีว่าความยากของวงการหนังสือไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง และการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งต้องอาศัยอีกหลายสิ่งผนวกเข้าด้วยกัน</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183197" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/01-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>The First Chapter in His Journey</strong></h2>



<p><strong>แรงผลักดันอะไรที่ทำให้คุณอยากผันตัวมาเป็นนายกสมาคม</strong></p>



<p>ผมเป็นกรรมการที่ทำงานกับสมาคมมาได้ 2 สมัย แล้วก็รู้สึกว่าอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ผลักดันวงการหนังสือให้ดีขึ้น หากทำได้นะ ผมเลยลองสมัครเป็นนายกสมาคมดู</p>



<p><strong>คิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติอะไรในการขึ้นเป็นนายกสมาคมหนังสือ</strong></p>



<p>จริงๆ ผมก็ไม่ได้เก่งอะไรมากหรอก แต่ผมมีทีมที่มาด้วยกัน แล้วพวกเขาเป็นคนเก่งหมดเลย วิธีที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการให้คนเก่งได้ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด</p>



<p><strong>ความตั้งใจแรกของบอยในการเข้ามาเป็นนายกสมาคมหนังสือคืออะไร</strong></p>



<p>มิสชันหลักของสมาคมหนังสือคือจะทำอย่างไรให้คนหันมาอ่านหนังสือมากขึ้น แล้วทุกคนจะรอดไปด้วยกัน (หัวเราะ) เราจะแก้ไขปัญหาการอ่านของชาติให้ดีขึ้นด้วยการเป็นนายกวาระ 3 ปี มันก็ยาก แต่ต้องทำให้ดีที่สุด คนทำหนังสือต้องมีใจรักในระดับหนึ่งเลยนะ เพราะกระบวนการทำหนังสือหนึ่งเล่มมันยาวนานมาก ไม่ใช่ว่าจะรวยกันได้ง่าย วงการหนังสือเป็นวงการที่อยู่ด้วยความรัก&nbsp;</p>



<p><strong>มีหลักการอะไรที่ใช้ในการทำงานกับสำนักพิมพ์และผู้คนในวงการหนังสือไหม</strong></p>



<p>อะไรที่เราสามารถทำให้มันดีขึ้นได้ เราก็ทำ อย่างในปัจจุบันที่สำนักพิมพ์มันเยอะไปหมด แต่ละคนก็มีความต้องการไม่เหมือนกัน เราไม่สามารถจะทำให้ทุกคนแฮปปี้ได้ แต่ตามปกติแล้วต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ส่วนในเรื่องคอมมอนเซนส์ อะไรที่ทำได้อย่างไม่ลำบากเกินไป ผมก็พร้อมจะทำ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183198" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/02-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดสำหรับการทำสำนักพิมพ์คืออะไร</strong></p>



<p>แน่นอนว่าเป็นเรื่องยอดขาย ทุกคนกังวลว่าจะขายได้ไหม ลงทุนทำหนังสือสักเล่มจะมีกำไรไหม คู่แข่งเยอะไหม โดยเฉพาะเศรษฐกิจขณะนี้ที่ไม่สามารถใช้คำว่าดีได้</p>



<p><strong>สมาคมผู้จัดพิมพ์มีบทบาทอย่างไรในการช่วยเหลือหรือสนับสนุนสำนักพิมพ์ต่างๆ</strong></p>



<p>แต่ละสำนักพิมพ์ไม่ได้มาปรึกษาสมาคมโดยตรง แต่จะเป็นการถามมากกว่าว่าเทรนด์หนังสือในปีนี้เป็นอย่างไร ทุกสำนักพิมพ์มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก ไม่ว่าจะใหญ่ กลาง หรือเล็ก พวกเขารู้ว่าคนอ่านของเขาคือใคร คนอ่านของเขาจะชอบอะไร ไม่มีใครรู้ดีกว่าตัวเขาอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>และทางสมาคมได้ทำโครงการติดอาวุธให้ผู้ประกอบการ ด้วยการจัดอบรมให้เขามีความรู้ในเรื่องการขาย การทำการตลาดออนไลน์ เป็นอีกทางหนึ่งให้สำนักพิมพ์มีช่องทางจำหน่ายมากขึ้น บางคนเป็นนักเขียนแต่ไม่เคยเป็นผู้ประกอบการ อาจจะไม่เคยทำบัญชีเลยด้วยซ้ำ ก็ต้องมาเรียนรู้กันไปครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Second Chapter</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>&nbsp;In the State of Thai Publishing</strong></h2>



<p><strong>ต้นทุนการผลิตหนังสือในตอนนี้ต่างจากเมื่อสิบปีก่อนมากไหม</strong></p>



<p>ของทุกอย่างมันแพงขึ้น แล้วหนังสือก็ไม่ใช่อาหารที่ต้องซื้อกินเป็นประจำ มันเป็นเรื่องปกติของโลกนะ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ต้นทุนขึ้น คนก็จะคิดเยอะขึ้น เฟ้นหามากขึ้นกว่าเดิม และซื้อหนังสือน้อยลง ถ้าในสมัยก่อนที่เงินสะพัด เขาก็ซื้อกันเป็นยี่สิบสามสิบเล่ม ตอนนี้เป็นโลกของข้อมูลที่คนจะดูรีวิวก่อนซื้อ</p>



<p><strong>คิดว่าหนังสืออีบุ๊กส่งผลกระทบต่อยอดขายของหนังสือเล่มหรือเปล่า</strong></p>



<p>ผมมองว่าเป็นเรื่องดีมากกว่านะ บางคนไม่สามารถซื้อหนังสือต่างประเทศก็ซื้อหนังสือภาษาไทยได้ ผมไม่ได้คิดว่าอีบุ๊กจะมาทำลายหนังสือเล่ม ช่วยส่งเสริมอีกต่างหาก เพราะบางคนอาจจะมีที่เก็บหนังสือในบ้านน้อยแล้ว ในขณะที่บางคนก็ซื้อทั้งสองแบบ มันเป็นโลกที่เปลี่ยนไป มีวิธีการอ่านมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>หนังสือเล่มยังจำเป็นอยู่ไหมในเมื่อมีโลกดิจิทัลแล้ว</strong></p>



<p>จำเป็นอยู่ เพราะหนังสือเล่มมีเสน่ห์ของตัวเอง เราไม่ได้แค่ขายสตอรี เราขายประสบการณ์ในการสัมผัสหนังสือ การออกแบบปก ลูกเล่นที่อยู่บนปก การที่เรารู้สึกว่าได้เป็นเจ้าของหนังสือจริงๆ อย่างในประเทศเยอรมัน อีบุ๊กของพวกเขาเฟื่องฟูมาก แต่เขายังขายหนังสือเล่มกันจริงจัง</p>



<p><strong>อาชีพนักเขียนในปัจจุบันยังใช้นิยามว่าเป็นอาชีพไส้แห้งเหมือนยุคก่อนได้อยู่ไหม</strong></p>



<p>บางคนไม่แห้งเลยนะ บางคนรวยมากๆ ยิ่งถ้าเขามีแฟนคลับของตัวเอง ผมว่าโดยทั่วไปแล้ว นักเขียนก็ไม่ได้รวยทุกคนหรอก ถ้าถามถึงความไส้แห้งต้องดูว่าอยู่ที่ใคร นิยามนี้ใช้ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว จริงๆ ทุกวงการทุกอาชีพก็มีคนทำเงินได้เยอะ ทำเงินได้น้อยเป็นปกติ</p>



<p><strong>ทางสมาคมหนังสือช่วยผลักดันอาชีพนักเขียนอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>เราเปิดการอบรมอยู่เรื่อยๆ ครับ อีกนโยบายหนึ่งที่อยากทำคือให้นักเขียนรู้จักเรื่องการทำตลาด หนังสือเราดี แต่เขาอาจจะไม่รู้จักเรา แล้วตอนนี้ก็กำลังผลักดันนักเขียนให้ไปสู่โกอินเตอร์ มีทุนการแปลหนังสือให้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อจะไปขายยังต่างประเทศ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183199" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/03-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>มองว่าอะไรเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในการทำหนังสือ</strong></p>



<p>ถ้าในแง่ของบริษัทต้องมีความอดทน อดทนที่จะทำให้ลูกค้าและหนังสือเป็นที่รู้จัก มันไม่มีหลักการประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน อาจจะมีบางเล่มที่ทำแล้วดังเลย แต่เกิดขึ้นได้น้อยมาก ผมเองทำขายเล่มแรกก็ไม่ได้ขายดีมาก แต่ถ้าเล่มแรกมันดี เล่มสอง เล่มสาม เขาก็จะกลับมาซื้ออีก มันคือการอดทนแล้วเดินไปอย่างมั่นคง ที่สำคัญต้องมีความต่อเนื่อง มีหนังสือออกมาเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Third Chapter&nbsp;</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>In keeping Thai books rightful and alive</strong></h2>



<p><strong>ณ ขณะนี้ปัญหาใหญ่ของวงการหนังสือที่บอยเห็นคืออะไร</strong></p>



<p>นอกจากยอดขายแล้ว เราโฟกัสเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มันเป็นปัญหามานานแล้ว เราอยากจัดการให้มีการละเมิดน้อยที่สุดและจัดการเรื่องเอาตัวรอดในทางธุรกิจ พอวงการหนังสือขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะมีทั้งคนที่รอดและไม่รอด เราก็จะพยายามโอบอุ้มทุกคนให้ไปด้วยกัน</p>



<p><strong>มีวิธีอย่างไรในการแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือ</strong></p>



<p>เราสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้คนว่าการละเมิดลิขสิทธิ์มันส่งผลร้ายอย่างไร บางคนยังไม่รู้ว่าหนังสือบางเล่มที่เขาซื้อไปมีลิขสิทธิ์ไหม การละเมิดลิขสิทธิ์ก็เหมือนการขโมยของ ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งสำคัญคือต้องทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าสิ่งนี้คือการขโมย ผู้ที่ละเมิดเองก็อาจจะมีเหตุผลร้อยแปดประการ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มันถูกต้อง ในด้านความเป็นจริงก็คือขโมย เราพยายามส่งเสริมให้เขาทำให้ถูกต้อง&nbsp;</p>



<p><strong>ปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์หนังสือมีมานานหรือยัง</strong></p>



<p>นานมากครับ จริงๆ สมัยที่ผมยังเป็นเด็ก หนังสือก็ไม่ค่อยมีลิขสิทธิ์นะ แต่มันเปลี่ยนผ่านมาเรื่อยๆ จนถึงในปี พ.ศ. 2537 ที่มีจดหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ออกมา เท่ากับว่าถ้าจะพิมพ์หนังสือต่างประเทศก็ต้องขอเขา ตอนนี้ก็มีเอเจนซีเข้ามาดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ในประเทศไทยหลายเจ้าเหมือนกัน สมมติผมอยากคุยกับนักเขียนอเมริกาคนนี้ ก็จะมีเอเจนซีมาบริการแล้ว ราคาไม่แพงนะ เรื่องของลิขสิทธิ์มันถูกเปลี่ยนผ่านมากว่าสามสิบปีแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่ละเมิดอยู่และไม่ยอมเปลี่ยนผ่าน</p>



<p><strong>มองว่าการละเมิดลิขสิทธิ์สะท้อนอะไรในวงการหนังสือ</strong></p>



<p>ความมักง่าย ขาดความเข้าใจ และเห็นอกเห็นใจคนอื่น ด้วยตอนนี้ที่เราพยายามจะผลักดันหนังสือไทยให้ออกไปทั่วโลก สหประชาชาติก็จะเล็งแล้วว่าเรื่องลิขสิทธิ์หนังสือของประเทศเราเป็นอย่างไร ถ้ามันยังมีคนบางกลุ่มจงใจทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็นะ ผมไม่รู้จะพูดให้ดูดีได้อย่างไร (หัวเราะ)</p>



<p><strong>ผลกระทบที่ตามมาของการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสือคืออะไร</strong></p>



<p>คนเขียนจะไม่ได้เงินสักบาท แล้วเราก็ขาดความน่าเชื่อถือต่อต่างประเทศ อาจจะละเมิดแค่หนึ่งคนก็จริง แต่มันทำให้เดือดร้อนกันทั้งวงการ ลองคิดดูว่าถ้ามีหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์วางขายอยู่เต็มเลย แล้วคุณเป็นตัวแทนหนังสือมีลิขสิทธิ์หรือเป็นเจ้าของหนังสือ คุณจะไปขายใคร ใครจะมาซื้อ ในเมื่อมันมีคนขายอยู่เต็มไปหมดแล้ว</p>



<p><strong>หลังจากประกาศแล้วว่าจะระงับหนังสือที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ฟีดแบกเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>โดนด่าบ้าง มีคนไม่เข้าใจบ้าง แต่คนส่วนมากเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์นะ เขาเห็นใจนักเขียน รู้ว่าต้องทำให้มันถูกต้อง แต่ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่ยังติดกับภาพเก่าและไม่แคร์อะไร</p>



<p><strong>ก่อนหน้าจะจัดระบบใหม่ บอยมีความกังวลอะไรบ้างไหม</strong></p>



<p>ตอนที่ต้องจัดการเรื่องนี้ ผมคิดหลายอย่างเลย โดยส่วนตัวผมรู้ว่าจะต้องเสียเพื่อน บางคนจะผิดหวังว่าทำไมไม่ช่วยปกป้องเขา ผมรู้ว่ามันต้องเกิด แต่การที่ผมอยู่ตรงนี้ ผมต้องทำหน้าที่ดูแลทั้งวงการทั้งสมาคม เราไม่สามารถเอาความสนิทส่วนตัวมาปกป้องกันได้ ผมเชื่ออย่างมากว่าถ้าเราเป็นเพื่อนกับใครสักคน เรารักใครสักคน สิ่งที่จำเป็นต้องทำ คือนำพาเขากลับมาทำสิ่งที่ถูกต้อง มันจะสวยงามขนาดไหน ถ้าคุณไปที่บูทแล้วไม่มีหนังสือผิดลิขสิทธิ์เลยสักเล่ม ผมเป็นทุกข์อยู่แล้ว เครียดอยู่แล้ว แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องทำ&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วตอนนี้ที่ทำลงไปแล้ว หายทุกข์หรือยัง</strong></p>



<p>ดีขึ้นแล้วครับ แม้จะเกิดความไม่เข้าใจอยู่ ไม่อยากมองหน้ากันบ้าง แต่สักวันเขาจะเข้าใจ ก็เป็นราคาที่ต้องจ่าย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183200" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/04-1.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Fourth Chapter&nbsp;</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>When Thai books meet their readers again</strong></h2>



<p><strong>หลังจากไม่มีหนังสือผิดลิขสิทธิ์เหลืออยู่แล้ว บอยคิดว่าเรื่องของยอดขายจะตกลงจากเดิมไหม</strong></p>



<p>ผมไม่คิดว่ายอดขายโดยรวมจะลดลงนะ ข่าวที่ออกไปจะทำให้คนยิ่งอยากสนับสนุนสำนักพิมพ์ที่ทำถูกต้อง ที่คนโฆษณาหนังสือกันอยู่มีแต่ของดีทั้งนั้นเลย ผมเองก็คงจะเสียเงินเยอะเหมือนกัน (หัวเราะ)</p>



<p><strong>ภาพงานหนังสือในครั้งนี้มีอะไรเปลี่ยนไปจากครั้งก่อนไหม</strong></p>



<p>มีกิจกรรมมากขึ้นเยอะเลย อย่างโชว์เจ้าขุนทอง สัมมนาวิชาการ เปิดอบรมการซื้อขายลิขสิทธิ์บนเวที ผมมองว่ามันไม่ใช่แค่การมาเดินซื้อหนังสือ แต่คือการได้รับประสบการณ์ อยากให้คนที่มามีความสุข พ่อแม่ลูกอาจจะอ่านหนังสือคนละเล่มกัน แต่พวกเขามาเจอกันตรงกลางได้ที่นี่ หนังสือออนไลน์น่ะกดซื้อได้ แต่งานหนังสือเป็นอีกแบบหนึ่งที่ไม่มีอะไรมาแทนได้</p>



<p><strong>พฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร</strong></p>



<p>เกิดการรีวิวหนังสือมากขึ้น อย่าง Booktoker หรือยูทูบเบอร์ ผมว่ามันเป็นอีกทางที่จะได้รู้จักหนังสือดีๆ ใหม่ๆ คนเหล่านี้มีพลังเยอะมากที่จะนำยอดขายหนังสือให้พุ่งขึ้นมหาศาล อย่างในตอนนี้กลุ่มผู้ซื้อก็จะเป็นเด็กรุ่นใหม่ไล่ไปจนถึงวัยกลางคน&nbsp;</p>



<p><strong>บอยคิดว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่หันมาอ่านหนังสือมากขึ้นแทนการจับโทรศัพท์</strong></p>



<p>เบื่อ อยากอยู่เงียบๆ (หัวเราะ) เหมือนทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีนอยซ์ตลอดเวลา แต่โลกออนไลน์ก็ทำให้คนเห็นหนังสือมากขึ้นด้วยส่วนหนึ่ง กลายเป็นวนกลับมาที่เทคโนโลยีพาคนออกจากการอ่าน และพาคนกลับเข้ามาสู่การอ่าน ถ้าคุณรู้จักเพจอาทิตย์ละเล่มจะเห็นว่าหลังจากเขามาเปิดบูทในงานหนังสือ เขาขายได้หลายล้านเลยนะ</p>



<p><strong>มองสถานการณ์ของร้านหนังสือในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>ผมว่าตอนนี้ร้านหนังสืออิสระน่าเป็นห่วง เพราะปิดตัวกันลงไปไม่น้อยเลย คนซื้อออนไลน์มากขึ้นหรือไม่ก็มาซื้อที่งานหนังสือ จริงๆ แล้วภาครัฐเองก็มีส่วนช่วยร้านหนังสืออิสระให้อยู่ได้ ถ้าเราซื้อหนังสือในร้านใกล้บ้านก็จะทำให้พวกเขาอยู่ได้&nbsp;</p>



<p><strong>มีแนวทางการปรับตัวหรือคำแนะนำสำหรับร้านหนังสืออิสระไหม</strong></p>



<p>ร้านหนังสือที่ดีคือร้านหนังสือที่เชื่อมต่อกับชุมชน อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวันก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้เราเข้าถึง หรือเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้มากขึ้น มีมุมให้เด็กๆ มาอ่านหนังสือหลังเลิกเรียน ฉายภาพยนตร์ตอนกลางคืน ทำกิจกรรมเยอะๆ ครับ ให้คนในชุมชนรู้สึกตื่นเต้น หลายร้านหนังสือนี่นา! น่าตื่นเต้นมากนะ แต่คนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก</p>



<p><strong>สำหรับสำนักพิมพ์ที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดใหม่จะทำอย่างไรให้เติบโตขึ้นได้</strong></p>



<p>ถ้าในสำนักพิมพ์เล็กๆ เราต้องเลือกเลยว่าจะทำหนังสือแบบไหน หนังสือแนวไหนที่คิดว่าจะทำเป็นหลัก อย่าทำสลับไปมาอย่างไม่รู้ตัวตน สมมติอยากจะทำหนังสือที่เป็นแนวนี้ก็ทำแนวนี้ไปเลย อย่างบางสำนักพิมพ์ก็จะเน้นสืบสวนสอบสวนที่เป็นงานแปลจากญี่ปุ่น คนอ่านก็จะนึกชื่อสำนักพิมพ์นี้ขึ้นมาเมื่อเขาอยากอ่านแนวนี้ ต้องทำให้คนจดจำเราได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183201" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/05-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ปัจจุบันคนมักจะพูดถึงแต่หนังสือกัน แต่นิตยสารที่ยังอยู่มักถูกลืมไป บอยคิดว่านิตยสารกำลังจะตายลงหรือเปล่า</strong></p>



<p>กำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างมาก ผมมีแผงนิตยสารที่เคยซื้อสะสม ปัจจุบันก็เห็นว่าหนังสือเขาน้อยลงมาก มันน่าเสียดาย ผมเป็นคนหนึ่งที่ตื่นเต้นเวลาเห็นนิตยสารเล่มใหม่ออก เหมือนรู้ว่าละครตอนใหม่กำลังจะมา นิตยสารอยู่ยากขึ้นมาก เพราะนิตยสารจะอยู่ได้ก็ด้วยโฆษณา มันคือโลกที่เปลี่ยนไป ถ้าจะอยู่ได้คงต้องอาศัยวิทยายุทธเยอะมากเหมือนกัน</p>



<p><strong>แล้วพอจะมีวิทยายุทธสำหรับการปรับตัวของนิตยสารไหม</strong></p>



<p>โห! แนวทางแก้ไขเรื่องนิตยสารเหรอ ปัญหาโลกแตกเลยนะ (หัวเราะ) คือนิตยสารมันเคยเป็นข่าวรายปักษ์ใช่ไหม แต่ตอนนี้ข่าวก็ลงออนไลน์หมดแล้ว เพราะฉะนั้นต้องมีคอนเทนต์ที่หาอ่านจากที่ไหนไม่ได้ แล้วก็ขายการสมัครสมาชิก มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ อย่างในหน่วยงานราชการเขาก็ยังอ่านนิตยสารกันอยู่ อาจจะยังกลับเข้ามาได้ แต่ต้องมีฐาน มีกำลังสนับสนุนมากกว่านั้น ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ นักเรียน นักศึกษาหันมาอ่าน&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Fifth Chapter&nbsp;</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Reminding us why books still matter</strong></h2>



<p><strong>บอยคิดอย่างไรกับประโยคที่ว่าคนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด</strong></p>



<p>ในงานวิจัยมันก็ไม่ใช่แล้วครับ ไม่รู้เขาเอามาจากไหนกัน เราอ่านในมือถือก็เกินแล้ว งานหนังสือนี่คนมาเป็นล้านเลย คนยังอ่านหนังสืออยู่ครับ แต่เราต้องส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่อ่านหนังสือมากขึ้น ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนให้การอ่านเป็นหนึ่งในวิถีชีวิต อย่างทางสมาคมก็มีแผนว่าหลังงานหนังสือที่กรุงเทพจบลงแล้ว จะมีจัดขึ้นอีกที่จังหวัดอุบลราชธานี ขอนแก่น เราพยายามไปจัดต่างจังหวัดให้ได้ทุกเดือน</p>



<p><strong>เห็นว่าหายไปจากเทศกาลแฟรงก์เฟิร์ตบุ๊กแฟร์นานถึง 3 ปี เพราะอะไรถึงหายไป</strong></p>



<p>ผมว่าเรายังไม่พร้อม ไม่อยากไปแล้วไม่ได้อะไร แต่หนังสือที่จะนำไปในปีนี้มีการวางแผนมากขึ้นแล้ว เราพร้อมมากขึ้น และต้องเตรียมตัวให้ดีเพื่อจะไปโชว์หน้าของเรากับต่างประเทศ อย่างหนังสือวายของประเทศเราก็ได้รับความนิยมมากนะ&nbsp;</p>



<p><strong>วงการหนังสือจะอยู่ได้ต้องอาศัยองค์ประกอบอะไรเป็นหลัก</strong></p>



<p>เป็นคำถามที่ใหญ่มาก (หัวเราะ) ผมว่าแต่ละสำนักพิมพ์ต้องแข่งกันทำหนังสือที่มีคุณภาพ ทำให้คนอ่านอยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้มันเหมือนการเอาตัวรอดกันอยู่ เพราะต้องแข่งขันทำคอนเทนต์ไปด้วย ประเทศไทยนี่สุดยอดเหมือนกันนะ แข่งขายแบบรูปเล่ม แข่งทำคอนเทนต์อีก ทั้งยังมีคนที่กล้าทำหนังสือในสไตล์ของตัวเอง มันมีความหลากหลายมากขึ้น และทั้งหมดล้วนจำเป็นต่อวงการหนังสือ</p>



<p>อีกอย่างรัฐบาลต้องสนับสนุนให้คนรักการอ่านตั้งแต่เด็ก ตอนนี้งบประมาณในการซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดต่อปีน้อยมาก เมื่อก่อนเด็กๆ เข้าห้องสมุดได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เข้าไปอย่างมีความสุข เติบโตมาเป็นคนที่รักการอ่าน แต่ตอนนี้งบประมาณที่รัฐบาลให้มันน้อย ทางสมาคมเองก็กำลังผลักดันโครงการคนละครึ่งให้สามารถใช้เงินมาซื้อหนังสือได้ ยังไม่รู้ว่าผลสรุปจะเป็นอย่างไร ประเทศเราต้องสู้กันเอง ทั้งที่จริงเป็นเรื่องของรัฐบาล ถ้าคุณไปงานหนังสือของมาเลเซียนะ คุณจะได้เงินสนับสนุนสองพันบาทก่อนเข้างานด้วย นี่ขนาดเราสู้กันเอง ก่อตั้งสมาคมกันเองยังมาได้ไกลขนาดนี้เลย งานหนังสือของประเทศไทยนี่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นะ ถ้ารัฐบาลเข้ามาจริงจัง เราคงกลายเป็นซูเปอร์ซอฟต์พาวเวอร์&nbsp;</p>



<p><strong>หมายความว่าเมื่อก่อนรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนหนังสือมากกว่าปัจจุบันนี้เหรอ</strong></p>



<p>เมื่อก่อนยังไม่มีอินเทอร์เน็ต หนังสือเป็นหนึ่งในความบันเทิง แต่พอตัวเลือกมากขึ้น หนังสือก็เลยถูกลดความสำคัญลง ถ้าภาครัฐเข้ามาสนับสนุน ต้นทุนของผู้พิมพ์ก็จะลดลง ราคาหนังสือถูกลง คนก็ซื้อได้มากขึ้น อย่างเรื่องของรางวัลวรรณกรรมเยาวชนในต่างประเทศ เขาจะซีเรียสกันมากนะ แต่ถ้าถามในตอนนี้ รู้ไหมว่าหนังสือวรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยมของประเทศไทยคือเรื่องอะไร ไม่มีใครรู้หรอก เพราะมันไม่เกิดการโปรโมตขึ้น แต่ในต่างประเทศถ้าคุณได้รางวัลนี้จะกลายเป็นมหาเศรษฐีเลย หนังสือในประเทศเราเป็นวัฒนธรรมที่รัฐบาลไม่ได้เข้ามาช่วย&nbsp;</p>



<p>ผมอกหักจากภาครัฐมาเยอะแล้ว (หัวเราะ) มองว่าหลายครั้งเขายังไม่จริงใจในการปลูกฝังการอ่าน อาจจะเพราะมันไม่ใช่นโยบายที่เอามาหาเสียงกันได้ง่าย นโยบายประชานิยมคือแจกเงิน มีรถคันแรก การที่คุณเป็นรัฐบาลก็ควรจะเข้าใจสิ่งที่ประชาชนอยากได้และสิ่งที่ประชาชนต้องการ ทุกคนอยากได้อะไรกันมากมายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องการในฐานะคนของชาติคือการอ่าน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเนื้อหาวิถีชีวิตไม่น่าเบื่อเลย หนังสือไทยที่ดีๆ ก็มีเยอะมาก คิดดูว่าก่อนที่มันจะออกไปสู่เมืองนอก คนในชาติเราได้อ่านกันทั่วถึงหรือยัง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-183202" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/10/06.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เราจะสามารถช่วยวงการหนังสือได้อย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>ซื้อหนังสือที่ถูกลิขสิทธิ์ แบ่งปันหนังสือให้เพื่อน คิดถึงหนังสือเยอะๆ คิดถึงเราเยอะๆ พกหนังสือในกระเป๋าไปทุกที่ อ่านหนังสือข้างนอกบ้าง เปลี่ยนจากดูโทรศัพท์เป็นดูหนังสือ วันหนึ่งมันจะกลายเป็นวิถีชีวิตคุณ แล้วก็จะเปลี่ยนสังคมนี้ไปได้&nbsp;</p>



<p>แม้โลกจะหมุนเร็วขึ้นจนแทบไม่มีเวลาเหลือให้หยุดหายใจ แต่หนังสือยังคงรอเราอยู่ตรงนั้นเสมอ บนชั้นไม้ของร้านเล็กๆ ในซอกหลืบกระเป๋าผ้า หรือในความทรงจำที่รื้อออกมาครั้งใดก็จะเห็นเพื่อนตัวเล็กตัวจ้อยในจินตนาการของเราโลดแล่นไปมาอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>ความตั้งใจของบอยคือการประคองให้เรื่องเล่าเหล่านี้ได้มีชีวิตต่อไป วงการหนังสือไทยไม่อาจมีผู้พิทักษ์อักษรได้เพียงแค่หนึ่งคน แต่ต้องอาศัยมือเล็กๆ ของคนรักหนังสือทุกคน และบทต่อไปของวงการหนังสือไทยจะเป็นอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับพวกเราที่กำลังร่วมกันเขียนมันขึ้นมา&nbsp;</p>



<p>สำหรับใครที่เป็นมิตรรักกองดองคงรู้ดีว่ากำลังจะเกิดมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 30 ขึ้น! อ่านมาไกลจนหลบสปอยล์กันไม่ทันแล้ว เห็นว่าปีนี้เขามาในธีม ‘Melody of Books &#8211; อ่านหรือยัง ฟังหรือเปล่า’ ด้วยนะ เป็นการผสานโลกแห่งตัวอักษรและเสียงดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน เพราะหนังสือนั้นเปรียบดังบทกวีที่มีดนตรีเป็นท่วงทำนอง&nbsp;</p>



<p>พบกับ 900 บูท จาก 400 สำนักพิมพ์ชื่อดัง ที่จะยกกองทัพหนังสือดีๆ น่าอ่านมาให้เลือกซื้อกว่า 2 ล้านเล่ม พร้อมหนังสือปกใหม่ให้เลือกอีกกว่า 2,000 ปก ในวันที่ 9 &#8211; 19 ตุลาคม 2568 ณ ฮอลล์ 5 &#8211; 7 ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เตรียมตัวไปตามเก็บหนังสือกันอย่างอิ่มหนำ กินบะหมี่สำเร็จรูปสิ้นเดือนอย่างปริ่มเปรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/thai-publishing-industry/">คุยกับ ‘บอย &#8211; ณัฐกร’ นายกสมาคมหนังสือ ถึงวันฟ้าเปิดของโลกตัวอักษรในศตวรรษที่ ๒๑</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร</title>
		<link>https://adaymagazine.com/gold-rush-gang-movie/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 08:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[เขาชุมทอง คะนองชุมโจร]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182712</guid>

					<description><![CDATA[<p>*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง เฝ้าแต่แลมอง มองจนลับตา ทันใดที่เข็มจรดลงบนแผ่นเสียงจนเกิดเป็นทำนอง บางคนได้ยินเพลงนี้แล้วต้องจูงมือคนรักออกมาเต้นลีลาศ แต่ชายคนหนึ่ง ได้ยินเมื่อไรเป็นต้องกัดฟันกรอดด้วยความแค้น เพราะรักที่หวงแหนดันถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา! ชายผู้นี้มีขวานด้ามยาวเป็นอาวุธ สลักชื่อคนรักไว้ราวกับของขวัญ แม้จะมีสมญานามว่าอ้ายเสือโกหว่า ถูกตราหน้าว่าเป็นโจรแห่งทุ่งสง แต่ก็รักในศักดิ์ศรีและไม่เคยคดโกงใคร นั่นทำให้ ชมจันทร์ นกน้อยในกรงทองของครอบครัวสูงศักดิ์ตกหลุมรัก จนยอมหนีมาตายเอาดาบหน้า ใช้ชีวิตอย่างสมถะกับลูกบุญธรรมทั้งสี่ ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันให้พลัดพรากกันหลายสิบปี&#160; คราวนี้โกหว่ากลับมาเผชิญหน้ากับมารหัวใจโดยบังเอิญ ท่ามกลางควันสงครามพวยพุ่งและเขาชุมทองกว้างใหญ่ที่กลายเป็นสมรภูมิรบ คุณอ่านข้อความด้านบนแล้วเห็นภาพอะไร หม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) เห็นฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมจากการสูญเสีย แต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดเหนือธรรมชาติ พร้อมสำเนียงใต้หรอยแรงอย่างคนนคร วิศิษฏ์ (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) เห็นความเป็นไปได้ เขางัดทุกกลเม็ดวิธีมาสรรสร้างภาพอลังการของตลกร้อยล้านให้มีชีวิต&#160; ภาพยนตร์เรื่องเขาชุมทอง คะนองชุมโจร จึงเป็นการปะทะของฟ้าทะลายโจรกับแหยมยโสธร จนเกือบมีชื่อว่าโจรทลายฟ้ามาแล้ว! ไม่ต้องไปไกลถึงเขาชุมทอง a day พาบุกถ้ำเสือ 2 ตัวนี้ เพื่อชวนพวกเขามาเล่าให้ฟังว่าทำไมชายวัย 60 ตรงหน้าถึงมีพลังล้นเหลือมากกว่างานสร้างของพวกเขาเสียอีก เห็นว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะหม่ำไปคุยกับโกหว่า ทุ่งสง ตัวจริง เสียงจริง เล่าประสบการณ์นั้นให้ฟังหน่อย หม่ำ: ผมสนิทกับโกเด๊ะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gold-rush-gang-movie/">หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์</p>



<p><em>จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง เฝ้าแต่แลมอง มองจนลับตา</em></p>



<p>ทันใดที่เข็มจรดลงบนแผ่นเสียงจนเกิดเป็นทำนอง บางคนได้ยินเพลงนี้แล้วต้องจูงมือคนรักออกมาเต้นลีลาศ</p>



<p>แต่ชายคนหนึ่ง ได้ยินเมื่อไรเป็นต้องกัดฟันกรอดด้วยความแค้น เพราะรักที่หวงแหนดันถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา!</p>



<p>ชายผู้นี้มีขวานด้ามยาวเป็นอาวุธ สลักชื่อคนรักไว้ราวกับของขวัญ แม้จะมีสมญานามว่าอ้ายเสือโกหว่า ถูกตราหน้าว่าเป็นโจรแห่งทุ่งสง แต่ก็รักในศักดิ์ศรีและไม่เคยคดโกงใคร นั่นทำให้ ชมจันทร์ นกน้อยในกรงทองของครอบครัวสูงศักดิ์ตกหลุมรัก จนยอมหนีมาตายเอาดาบหน้า ใช้ชีวิตอย่างสมถะกับลูกบุญธรรมทั้งสี่ ก่อนเกิดเหตุไม่คาดฝันให้พลัดพรากกันหลายสิบปี&nbsp;</p>



<p>คราวนี้โกหว่ากลับมาเผชิญหน้ากับมารหัวใจโดยบังเอิญ ท่ามกลางควันสงครามพวยพุ่งและเขาชุมทองกว้างใหญ่ที่กลายเป็นสมรภูมิรบ</p>



<p>คุณอ่านข้อความด้านบนแล้วเห็นภาพอะไร</p>



<p>หม่ำ (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) เห็นฉากระเบิดภูเขาเผากระท่อม ได้ยินเสียงร้องไห้ระงมจากการสูญเสีย แต่งแต้มด้วยสีสันฉูดฉาดเหนือธรรมชาติ พร้อมสำเนียงใต้หรอยแรงอย่างคนนคร</p>



<p>วิศิษฏ์ (วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง) เห็นความเป็นไปได้ เขางัดทุกกลเม็ดวิธีมาสรรสร้างภาพอลังการของตลกร้อยล้านให้มีชีวิต&nbsp;</p>



<p>ภาพยนตร์เรื่องเขาชุมทอง คะนองชุมโจร จึงเป็นการปะทะของฟ้าทะลายโจรกับแหยมยโสธร จนเกือบมีชื่อว่าโจรทลายฟ้ามาแล้ว!</p>



<p>ไม่ต้องไปไกลถึงเขาชุมทอง a day พาบุกถ้ำเสือ 2 ตัวนี้ เพื่อชวนพวกเขามาเล่าให้ฟังว่าทำไมชายวัย 60 ตรงหน้าถึงมีพลังล้นเหลือมากกว่างานสร้างของพวกเขาเสียอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182715" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เห็นว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะหม่ำไปคุยกับโกหว่า ทุ่งสง ตัวจริง เสียงจริง เล่าประสบการณ์นั้นให้ฟังหน่อย</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมสนิทกับโกเด๊ะ ลูกชายของโกหว่า พอรู้เรื่องราวของโกหว่าตั้งแต่เกิดจนเป็นวัยรุ่น ก็ถามโกเด๊ะว่าถ้านั่งคุยกับคุณพ่อเรื่องเก่าๆ สนุกๆ คุณพ่อจะว่าไหม เขาก็บอกว่า เฮ้ย หม่ำไปเลย พ่อชอบคุย พอคุยไปคุยมาเราก็คิด (นิ่งเงียบ) มันน่าจะเป็นหนังว่ะ! หลังจากเล่าจบปั๊บ เดินออกมารู้เลยว่าต้องเป็นหนังระเบิดภูเขาเผากระท่อม&nbsp;</p>



<p><strong>หม่ำรู้จักมักคุ้นกับ โกหว่า ทุ่งสง มาก่อนไหม</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่เลย นั่นคือครั้งแรก&nbsp;</p>



<p><strong>แล้วเข้าไปตีสนิทยังไง</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมมาเจอโกเด๊ะหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยไปไหว้พ่อ เลยขอให้เขาพาไปไหว้พ่อ บ้านเขาเลี้ยงนกเต็มเลย กุ๊กๆ ๆ (หม่ำทำเสียงนกร้อง) นกเยอะมาก นั่นแหละครั้งแรกที่ได้นั่งคุยกับโก&nbsp;</p>



<p>ช่วงนั้นสมัยถ่ายเมอร์เด้อเหรอเลย เห็นหน้าพี่วิศิษฏ์ก็ปิ๊งเลยว่าต้องเป็นพี่ คุยกับใครไม่ได้แล้ว ทั้งภาพ ทั้งสี ทุกอย่างมันตรงกัน คิดในใจว่าฟ้าทะลายโจรกับแหยมสโสธรมันต้องมาอยู่ด้วยกัน</p>



<p>วิศิษฏ์: (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: เขาจะเอาหรือไม่เอาเรื่องของเขา ปรากฏว่าเขาเงียบหายไป 3 เดือน เรานึกว่าเขาตัดหนังเมอร์เด้อเหรออยู่ แล้วก็เอาโครงหนังมาให้ดู หลังจากนั้นอีกไม่นานเขาก็มาบอกว่า พี่หม่ำ เน็ตฟลิกซ์เขาซื้อแล้ว! แล้วก็มาสานต่อบทกันทีละนิดๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182716" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ข้ามฟากมาฝั่งวิศิษฏ์ ใน 3 เดือนนั้นคุณทำอะไรต่อจากเรื่องที่หม่ำเล่าบ้าง</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: ก็ไปนอนก่ายหน้าผาก (หัวเราะ)</p>



<p>หม่ำ: งานใหญ่มาก</p>



<p>วิศิษฏ์: กลุ้มใจว่ากูจะทำได้รึเปล่าเนี่ย เราก็สูงวัยแล้วล่ะ ไม่คิดว่าจะทำหนังแอกชันอีก เพราะเคยทำแล้วเหนื่อยมาก แต่พอพี่หม่ำเล่าให้ฟังมันดันเห็นภาพชัด</p>



<p><strong>หม่ำเล่ายังไง</strong></p>



<p>หม่ำ: (หัวเราะดัง) เล่นให้ดูเลย! วันนั้นปิดกล้องเมอร์เด้อเหรอ ทีมงานเกือบร้อยคนนั่งดูผมพรีเซนต์ เล่นกลางร้านเลย ยิงปืน ร้องเพลง เขาคงจะคิดภาพตามว่าผมกำลังทำอะไร&nbsp;</p>



<p><strong>เห็นภาพตัวเองเป็นโกหว่าแต่แรกเลยเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: คิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นโกหว่า เพราะหนังเรื่องนี้ต้องมีทั้งฮา ทั้งเศร้า ทั้งความรักปนในนั้นด้วย&nbsp;</p>



<p>ถ้าเอาเรื่องของโกหว่าจริงๆ โอ้โห เข้มข้น แอกชันดุเด็ดเผ็ดมันมาก ตั้งแต่โกเป็นวัยรุ่นช่วงหลังสงครามโลก ใครอยู่ได้อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ต้องตาย เครียดเกินไป ผมว่าเอาอ้างๆ อิงๆ ดีกว่า เล่าเรื่องน้ำใจ ความรักของโกหว่าที่มีต่อคนใต้ ให้เขารู้ว่าโกหว่าไม่ได้เป็นเสือธรรมดา แต่เป็นเสือที่มีน้ำใจ</p>



<p><strong>วิศิษฏ์ขายยังไงให้เน็ตฟลิกซ์ซื้อ</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: เราเห็นภาพที่พี่หม่ำเล่าชัดมาก เขาเล่าถึงฉากที่ยิงกันตอนจบ ใบไม้สีๆ ร่วงหล่น เป็นฉากตายที่สวย ก็เลยตัดสินใจลองเอาไปขายเน็ตฟลิกซ์ โดยเอาตัวอย่างหนังฝรั่งมาตัดต่อแล้วใส่เพลงเขาชุมทองลงไป แค่นั้นเอง โดยที่ยังไม่รู้เรื่องย่ออะไรเลย</p>



<p>หม่ำ: เป็นที่มาของหม่ำคิด วิศิษฏ์ทำเนี่ยแหละ</p>



<p><strong>หม่ำยังรู้จักโกเด๊ะ วิศิษฏ์เล่าวันแรกที่เจอโกหว่าให้ฟังหน่อย</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: เกร็งๆ เพราะว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เท่มาก ใจเย็น แล้วก็เล่าเรื่องสมัยก่อนด้วยน้ำเสียงนิ่มๆ แต่เรื่องมันโหดมากนะ (หัวเราะ) แล้วก็เอาปืนมาให้ดู กระบอกยาวมาก เราลองจับลองยกดู นี่แทบจะยกไม่ขึ้นหนักมาก แสดงว่าคนสมัยก่อนต้องแข็งแรงถึงยิงกันได้ เป็นคนจริง เป็นนักเลง ไม่งั้นอยู่ไม่รอด&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: ที่ท่านเอามาให้ดูน่าจะเป็นปืนคู่กายนะ ผมว่าถ้าเขาอยู่คนเดียวก็ต้องคิดถึงวันเก่าๆ บ้าง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182717" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ต้องขออนุญาตโกหว่าไหมว่าจะเอาชีวิตไปทำเป็นหนัง</strong></p>



<p>หม่ำ: ต้องบอก นั่งคุยเบื้องต้นเลย พ่อเขาหัวเราะแหละ เออ ถ้าหม่ำเป็นพ่อก็คงจะสนุกดี เอาเลย ตามสบาย (หม่ำเลียนเสียงโกหว่า)</p>



<p><strong>หม่ำมีวิธีฝึกภาษาใต้ยังไง</strong></p>



<p>หม่ำ: พื้นเพเคยอยู่ใต้มาก่อนแล้ว 50% คือชัวร์แน่นอน อันไหนที่ไม่ชัดเจน คำนี้ออกเสียงต่ำเสียงสูง ก็มีโค้ชสำเนียงถิ่นดูแลหน้าเซต เป็นคนนครที่ประกบทุกไดอะลอกของผมกับพระเอก เพราะนักแสดงคนอื่นเป็นคนใต้หมดเลย แต่คนละสำเนียง แล้วก็มีนิกกี้กับนัท มีเรีย คอยช่วยบอกว่าพูดแบบนี้นะๆ ม้ายด่ายๆ อันนิต้องออกเสียงสู๊ง! (หม่ำทำเสียงเลียนแบบนิกกี้)</p>



<p><strong>เรารู้อยู่แล้วว่าโกหว่ามีตัวตนจริง แต่ตัวละครลูกบุญธรรมมีตัวตนจริงด้วยมั้ย</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่ๆ ตั้งชื่อขึ้นเองเลย โกหว่า ทุ่งสงมีจริง จง ลานสกา ญาดา นบพิตำ ดำ สิชล มนต์ ร่อนพิบูลย์ ชื่อจะคล้องจองกันมาก</p>



<p>มันแล่นมาในสมองหมดแล้ว เวลาคิดอะไร โครงสร้างจะมาทั้งหมด ใครคู่ใคร ใครรักกับใคร ใครเกลียดใคร มาหมดเลย หนังที่ทำส่วนใหญ่จะเกิดจากไอเดียเหล่านี้ก่อน พอนึกออกแล้ว ดาราก็แล่นมาทีละคน พวกนี้แทบไม่ต้องแคสต์</p>



<p><strong>หม่ำเลือกเองเลยเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: เอ๊อ นิกกี้คนแรกเลย! ไม่ต้องแคสต์ มาวันแรกก็ปวดหัวแล้ว พี่วิศิษฏ์จะเอาอยู่รึเปล่า มันบ้าอยู่คนเดียว&nbsp;</p>



<p><strong>นั่นสิ วิศิษฏ์กำกับนิกกี้ยังไง</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: (หัวเราะ) ไม่ต้องกำกับอะไรมาก เพราะว่าเขาเป็นคนน่ารักนะ แต่เขาจะล้นๆ รั่วๆ เราก็ปล่อยเขา แล้วเดี๋ยวเราก็มาตัดเอา</p>



<p>หม่ำ: ตัวร้ายก็ไม่ต้องคิดเลย บ่าววี จบ แม้ตัวจริงเป็นคนนอบน้อม มีมารยาท แต่หนังเรื่องนี้ต้องเป็นคนร้ายลึก เห็นแต่ตัว แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย มันพรากความรักของคน 2 คน แต่เราไม่ได้ให้อภัยมัน เจ็บใจเกือบ 30 ปี ชีวิตกูพังหมดเพราะมึง</p>



<p><strong>ทำไมพระเอกต้องเป็น แบงค์ ธิติ</strong></p>



<p>หม่ำ: ก็นึกกันนานนะ&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: หามาได้นาทีสุดท้าย เพราะไม่มีนักแสดงชายที่พูดใต้ได้ แล้วแบงค์ก็ไม่ใช่คนใต้ แต่พอติดต่อไปปรากฏว่าพ่อเขาเป็นคนใต้ แม่เขาเป็นคนอีสานเลยย้ายไปอยู่ขอนแก่น เขาก็ฝึกพูดกับพ่อ ตั้งใจมาก ตอนแรกพี่หม่ำก็กังวล</p>



<p>หม่ำ: กังวลมาก เราก็เคยดูหนังเขาตั้งแต่เมย์ไหนไฟแรงเฟร่อ เอ๊ พี่วิศิษฏ์จะไม่เหนื่อยเหรอ เหนื่อยกับผมก็พออยู่แล้ว ต้องเป็นห่วงไอ้นี้อีก แล้วเอานัทมีเรียมาเล่นด้วยอีก ตอนนั้นเราไม่รู้ว่านัทมีเรียเป็นคนนคร เราก็ปวดหัวว่าเขาคิดอะไรอยู่วะ สุดท้ายมีคนบอกว่านัทเป็นคนใต้ พูดชัดเป๊ะกว่าเพื่อนเลย</p>



<p><strong>คิดว่าทำไมประเทศไทยไม่ค่อยมีหนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับคนใต้ ส่วนใหญ่จะมีแต่หนังภาคอีสาน พูดอีสานซะเยอะ</strong></p>



<p>หม่ำ: นายทุนเขาก็เสี่ยง ตอนพูดอีสานเขาก็ไม่เอา แหยมยโสธรเขาก็ไม่เอา ผมก็ดันทุรังจนได้</p>



<p>วิศิษฏ์: พี่หม่ำเป็นคนเริ่มต้นที่ทำให้หนังอีสานแมส เมื่อก่อนมันเฉพาะกลุ่มมาก จะมีเรื่องลูกอีสานที่พูดทั้งเรื่อง แต่ก็น้อยมาก แหยมเป็นเรื่องเดียวที่พูดอีสานทั้งเรื่องแล้วดังเป็นวงกว้าง</p>



<p>หม่ำ: หนังพูดใต้ก็มีแต่ของพี่เอกชัยที่เป็นหนังฉายโรง งั้นเราพูดช้าลงหน่อยมั้ยให้คนเข้าใจได้ง่ายขึ้น คำไหนที่ลึกเกินก็เลี่ยงไป</p>



<p><strong>จุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกคุณที่อยากทำหนังพูดภาษาใดภาษาหนึ่งทั้งเรื่องคืออะไร</strong></p>



<p>หม่ำ: ถ้าเป็นหนังอีสานก็ต้องพูดอีสาน ถ้าเป็นหนังโคราชก็ต้องพูดโคราช หนังเพชรบุรีก็ยังไม่มีใครทำ กูเล่าให้มึงฟัง มึงไม่เชื่อก็เรื่องของมึง (หม่ำพูดเลียนสำเนียงคนเพชรบุรี) เห็นไหม ทุกที่มีเอกลักษณ์ </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182718" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หม่ำพูดได้ทุกสำเนียงเลยเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: เราคนไทยไง เราต้องรู้สิ บ่ต้องมาอู้หรอก อู้บ่าจ้าง (หม่ำเลียนสำเนียงเหนือ) ถ้าจะทำอะไรสักอย่าง ก็ต้องชำนาญกับมันด้วย จนมาถึงตกผลึกสุดท้ายว่า พี่ ยังไงผมก็ต้องขอเป็นภาษาใต้ ไปนั่งคุยกับเน็ตฟลิกซ์ เขาก็ถามว่าทำไมต้องเป็นภาษาใต้ เราก็ยืนยันกับเขาว่าก็เป็นหนังใต้ ถ้าไม่ทำก็ไม่ทำ เราไม่เอา&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: จริงครับ ตอนแรกผมกังวลว่าถ้านักแสดงพูดใต้ไม่ได้จะเล่นแล้วเกร็ง แต่พี่หม่ำยืนยัน เพราะหนังต่างประเทศก็เน้นตรงนี้มาก ใครเล่นเป็นชาวไอริชก็ต้องฝึกสำเนียงไอริช ประเทศไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ กลัวว่าทำแล้วคนไม่ดู แต่ถ้าเราทำให้ฟังรู้เรื่อง คนก็จะดู</p>



<p>แล้วมันเป็นหนังใต้ ให้พูดกลางก็แปลก พี่หม่ำพยายามเซตมาตรฐานนี้</p>



<p>หม่ำ: มันก็บอกอยู่ว่าเขาชุมทองคะนองชุมโจร เขาชุมทองอยู่ที่ไหนล่ะ แหยมยโสธรจะมาพูดใต้ก็ไม่ใช่ แหยมสันทรายก็ต้องพูดเหนือไม่ใช่เหรอวะ พี่วิศิษฏ์เขาก็เห็นด้วย</p>



<p><strong>การมีนักแสดงที่มีเซนส์ของความเป็นผู้กำกับอย่างหม่ำ ทำให้วิศิษฏ์ทำงานง่ายขึ้นไหม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: พี่หม่ำไม่มีปัญหาเลย เพียงแต่เรากังวลเองว่าจะทำหนังออกมายังไง เพราะนี่คือหนังของพี่หม่ำ หนังของบั้งไฟฟิล์ม ปกติเราทำหนังตัวเอง นี่เราต้องทำให้เขา แล้วจะถ่ายทอดได้ตรงใจเขาไหม ปรึกษาตลอดว่าชอบไหม พี่หม่ำเขาก็ให้เกียรติเรา ไม่ค่อยยุ่ง</p>



<p>หม่ำ: ผมรู้สึกได้ว่าชัด เป๊ะ ผมคิดถูกแล้วที่คุยกับพี่วิศิษฏ์ เพื่อให้แหยมกับฟ้าทะลายโจรมาเจอกัน</p>



<p>วิศิษฏ์: เขาเป็นครีเอเตอร์นะครับ คิดเยอะมาก มีเล่าให้ฟังอีกเยอะ จนพี่มดแฟนพี่หม่ำบอกว่าเอาเรื่องนี้ก่อน พูดไป 5 เรื่องแล้ว (หัวเราะ)</p>



<p><strong>การทำหนังทำให้คุณ 2 คนสนิทกันมากน่าดูเลย</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมไม่เคยรู้จักพี่วิศิษฏ์นะ ต้องให้คนเสิร์ชดูเพราะไม่มีโทรศัพท์ เราอาจจะเคยเจอแล้วแต่ไม่ได้คุยกัน ยกมือไหว้แล้วแต่ไม่รู้ว่าใคร&nbsp;</p>



<p><strong>หม่ำชอบอะไรในหนังวิศิษฏ์</strong></p>



<p>หม่ำ: ชอบตัวตนของเขา ชอบวิธี ชอบภาพ คิดได้ยังไงว่าซีนนี้น่าจะใช้ดอลลี เราคิดแค่ว่าตั้งกล้องก็น่าจะอยู่แล้วนะ เพราะเราเคยชินกับหนังตลก ทุบโป๊ะฮาแล้วก็จบกัน หนังไม่จำเป็นต้องสวย แค่ก๊ากก็จบ ไม่ต้องสลับซับซ้อน&nbsp;</p>



<p><strong>ใครเป็นคนตั้งต้นคิดเรื่องการใช้เทคโนโลยีในหนังเรื่องนี้</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมทำไม่เป็น ไม่ชอบอยู่แล้ว แล้วใครล่ะ ต้องพี่วิศิษฏ์&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: ด้วยเนื้อเรื่องและฉากแอกชันที่พี่หม่ำต้องการมันทำจริงยาก ถ่ายบนรถไฟจริงก็ใช้เงินมหาศาล เหนื่อยมาก งานหนัก ก็เลยต้องใช้เทคนิคมาช่วย&nbsp;</p>



<p>เทคนิคทุกวันนี้ไม่ได้มาเพื่อทำให้หนังดูยิ่งใหญ่ แค่ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น รถไฟทั้งเรื่องแทบจะไม่มีถ่ายจริงเลย เซตในสตูบ้าง CG บ้าง</p>



<p>หม่ำ: ขนาดตอนถ่ายอยู่ พอเขาลองเอามาแมตช์ให้ดู แม่งโคตรเหมือนเลยว่ะ เก่งมาก เก่งจริงๆ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182719" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-4.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>พูดถึงตัวละครลับที่โผล่มาเซอร์ไพรส์คนดูกลางเรื่องหน่อย</strong></p>



<p>หม่ำ: โอ้โห ต้องยอมพี่วิศิษฏ์เลย เขามาเล่าให้ฟังว่าอยากให้คนขายวัตถุระเบิดเป็นน้าค่อม ใจตรงกัน เรานึกอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แล้วเสียงจะทำยังไงวะ นึกสงสัยว่า พี่ จะทำได้เหรอ พี่วิศิษฏ์บอกว่าทำได้&nbsp;</p>



<p><strong>ทำไมถึงต้องเป็นน้าค่อม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: เราอยากใส่ตัวละคร Easter Egg เซอร์ไพรส์คนดู พูดถึงตลกก็ต้องน้าค่อมที่คนยังรัก คนยังคิดถึงอยู่&nbsp;</p>



<p>เราไม่ได้ใช้ AI นะครับ เราใช้คนที่ใกล้เคียงน้าค่อมมาแสดง แล้วค่อยใช้คอมพิวเตอร์เพนต์ทีละเฟรมให้หน้าเหมือนน้าค่อม</p>



<p>คนดูอาจจะจำภาพน้าค่อมยุคปัจจุบัน แต่เราตั้งใจจะทำเป็นน้าค่อมยุครุ่งเรือง คือยุคแสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า กลัวคนจะนึกว่าถ่ายไว้นานแล้ว เราไม่อยากให้รู้สึกอย่างนั้น&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: ตอนถ่ายก็กังวล เอาใครก็ไม่รู้มาใส่วิก มันจะเป็นค่อมได้ยังไง ทรงใกล้เคียงจริง แต่นึกไม่ออก แต่ไม่กล้าถาม</p>



<p>วิศิษฏ์: ดราฟต์แรกพี่หม่ำบอกว่าเสียงน้าค่อมต้องหนักกว่านี้ เราก็แก้อยู่หลายครั้ง</p>



<p>หม่ำ: เวลาแกพูด แกพูดเต็มปอด เสียงดัง ไอ้สัตว์! ไอ้เหี้ย! หัวเราะอุวะฮ่าฮ่า! (หม่ำเลียนเสียงน้าค่อม) นี่คือเสียงของเขา</p>



<p><strong>แสดงว่าเวอร์ชันนี้คือเวอร์ชันที่หม่ำให้ผ่านแล้วว่าเหมือนจริง</strong></p>



<p>หม่ำ: เหมือน คิดถึงเลยแหละ น้ำตาไหลเลย คิดว่าค่อมตายแล้วเหรอ บางทีดูหนังเขาที่ฉายตามช่องต่างๆ รู้สึกเหมือนเขายังอยู่ ไม่รู้จะพูดยังไงดี</p>



<p>วิศิษฏ์: น้าค่อมเป็นนักแสดงที่คนดูคิดถึง พอหนังจบเราก็ขึ้นอุทิศให้ เพราะเราอยากจะเชิดชูบุคลากรนี้ ซึ่งเคยให้ความสุขกับคนดูอยู่ เชื่อว่าคนจะยังคิดถึงเขา</p>



<p><strong>ทั้งคู่มีประสบการณ์ทำหนังมาเยอะมาก ทุกวันนี้ยังกลัวผลลัพธ์ของคนดูตีกลับอยู่อีกไหม</strong></p>



<p>หม่ำ: ถ้าหนังเน็ตฟลิกซ์เราไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าหนังโรงเรากลัว (หัวเราะ) เพราะเน็ตฟลิกซ์คนดู 190 กว่าประเทศ ไม่ต้องดูเยอะหรอก ประเทศสัก 500,000 คนพอ แต่ในโรงนี่สิ ถ้าอาทิตย์แรกไม่ได้ 500,000 คน ถึงตายแล้วนะ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182722" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-2.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>วิศิษฏ์โดดเด่นมากเรื่องการใช้เทคนิคหวือหวาในภาพยนตร์เกือบทุกเรื่องของตัวเอง ทำยังไงให้คนยังว้าวกับภาพยนตร์เรื่องใหม่ของคุณเสมอ</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: ตอนทำก็ไม่ได้ตั้งใจให้คนว้าวหรอก แค่จะแกะภาพในหัวของพี่หม่ำออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว แค่อยากให้พี่หม่ำถูกใจ เพราะว่านี่คืองานของเขา&nbsp;</p>



<p>เมื่อก่อนเราทำโฆษณา เราก็ทำให้ลูกค้าถูกใจ นี่ก็เหมือนกัน เราไม่ได้ตั้งใจอยากใช้เทคนิคนี้ หรือตื่นเต้นกับมันมาก เราแค่อยากใช้เทคนิคนี้ทำภาพอย่างที่เขาต้องการ</p>



<p><strong>คุณยังหมั่นศึกษาหาเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในหนังอยู่ไหม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: ศึกษาครับ เราชอบดูเบื้องหลัง ทดลองอะไรไปเรื่อย แต่เรื่องนี้เปิดโอกาสให้เราทำ เพราะมันต้องยิ่งใหญ่ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมระดับนั้น ผมทำเองไม่ไหว&nbsp;</p>



<p>หม่ำ: รู้แหละมันใหญ่ กองถ่ายถ้ามาสายปุ๊บนี่ไม่มีที่จอดรถ เดินไกลชิบหาย รถเป็น 100 คัน ทีมงานเยอะมาก มีทั้งม้า ทั้งวัว ทั้งควาย เอฟเฟกต์ สลิง มีครบ ต้องรีบมาก่อนแล้วไปหาที่นอนรอไว้เลย ไม่งั้นเดินหำโป่งแน่&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: เป็นกองถ่ายที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ทำมาในชีวิต เพราะเทคนิคเยอะ ของก็เลยต้องเยอะตาม มันมหากาฬมาก ตกใจเลย รถจอดตั้งแต่บนเขาจนถึงตีนเขา</p>



<p><strong>ใช้เวลาถ่ายทำกี่เดือน</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: 4 เดือนครับ เตรียมงานอีก 4 เดือน รวมแล้วทั้งหมดปีกว่าๆ</p>



<p>หม่ำ: ไม่เคยถ่ายอะไรนานขนาดนี้ ไม่เคยถ่ายคิวเยอะขนาดนี้ เยอะมาก</p>



<p><strong>หลังจากถ่ายทำหนังเรื่องนี้ คิดว่ารักแท้ต้องมีอุปสรรคมาพิสูจน์จริงไหม</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: รู้สึกว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยความรัก ถ้าสมหวังก็ไม่มีปัญหา แต่ความรักในโลกส่วนใหญ่จะไม่สมหวัง จึงเป็นที่มาของเรื่องทุกเรื่องในโลกนี้ ถ้าพระเอกนางเอกรักกันแต่งงานกัน ก็จบ แต่อุปสรรคก่อให้เกิดเรื่องราว เกิดสงคราม รวมถึงเพลง หนัง เกือบทั้งหมดก็เกิดจากความรักไม่สมหวัง</p>



<p><strong>เป็นสาเหตุให้เขาชุมทองคะนองชุมโจรจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเหรอ</strong></p>



<p>หม่ำ: บอกเขาตั้งแต่ทีแรกแล้ว พี่วิศิษฏ์ ผมอยากให้ตายหมดนะ&nbsp;</p>



<p>วิศิษฏ์: เขาบอกว่าทำให้หัวเราะแล้วก็ร้องไห้ตอนจบให้ได้ นี่คือโจทย์ของพี่หม่ำ</p>



<p>หม่ำ: เห็นอย่างนี้ ดรามาเราก็มีเยอะนะ นากรักมากม๊ากมากซีนสุดท้ายก็น้ำตาไหลนะ เคยคิดจะทำเหมือนกันหนังดรามา แต่คนจะเชื่อเราหรือเปล่า มีอีกเรื่องหนึ่งที่คิดไว้ก็ตายหมดเลยเหมือนกัน ถ้าหนังไม่มีรอยยิ้มเลย หดหู่รันทดตั้งแต่หัวจนถึงเท้า คนจะเชื่อไหมว่าหม่ำกำกับ</p>



<p>วิศิษฏ์: จริงๆ พี่หม่ำเป็นคนเซนซิทิฟ สังเกตว่าหนังพี่หม่ำจะเป็นหนังตลกที่มีเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ตลกมุกต่อมุก มีที่มาที่ไป มีตอนต้นตอนจบ มุกเป็นแค่ระหว่างทางเท่านั้นเอง</p>



<p><strong>จริงไหม ที่เขาว่ากันว่าปีนี้เป็นปีทองของหม่ำ มีทั้งหนังโรง หนังเน็ตฟลิกซ์ ทำหม่ำกับหม่ำฟูดแฟร์ แล้วยังเปิดร้านอาหารอีสานอีก</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่ใช่ ปีทองผมผ่านมาหลายปีแล้วครับ (หัวเราะ) เราเคยทองกว่านี้! หนังเรื่องนี้ก็มีทอง! ที่สัมภาษณ์อยู่ตอนนี้ก็มีทอง!</p>



<p>บางทีก็ไม่อยากเชื่อนะพวกพรหมลิขิต โชคลาภ วาสนา เหมือนที่บอกว่าปีนี้ปีทอง ด้วยวัย 60 แซยิดพอดี งานวิ่งชนกันตุ้มตั้มๆ ปฏิเสธไปก็หลายงานนะ แล้วทำไมต้องเป็น 60 ปีล่ะ มีอีก 2 เรื่องที่ต้องถ่ายนะ กำกับเองด้วยเรื่องหนึ่ง อย่างที่บอก หนังที่เล่นก็มีทอง ที่นั่งอยู่ก็มีทอง มันก็น่าคิดเหมือนกันว่าปีทองรึเปล่า</p>



<p>วิศิษฏ์: คนเราจะมียุคที่ดีที่สุด แต่มันก็เปลี่ยนไปตามธรรมชาติ เพียงแต่เราไม่ได้คิดถึงตรงนั้น เราคิดแค่ว่าอยากทำหรือไม่อยากทำ ไอ้ความรุ่งเรืองให้คนอื่นเขาพูดถึงเราดีกว่า เราไม่ได้มีหน้าที่มาจัดอันดับตัวเอง </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182721" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/07-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><br><strong>สำหรับพวกคุณ อาชีพผู้กำกับให้อะไรที่อาชีพอื่นให้ไม่ได้</strong></p>



<p>หม่ำ: ผมเชื่อว่าทุกคนเกิดมาเพื่อสิ่งนั้นนะ ผมยังอิจฉา โน้ส อุดม แต้พานิช เลย เป็นอาชีพเดียวที่ไม่มีใครแย่งเขา ใครก็ทำไม่ได้ เอาไหมล่ะ ไม่มีใครทำได้นอกจาก อุดม แต้พานิช อิจฉาเขามาก อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ผมยังไม่กล้าทำ พูดอยู่คนเดียว 2 ชั่วโมง แล้วต้องทำให้คนอื่นตลกอีก เก่งไม่เก่งก็คิดเอาเอง สุดยอดมาก ขอพูดถึงหน่อยนะ</p>



<p><strong>หม่ำคิดว่าตัวเองเกิดมาผู้กำกับไหมล่ะ</strong></p>



<p>หม่ำ: ไม่ ผมเกิดมาเพื่อเป็นคนบันเทิง&nbsp;</p>



<p>ผมเป็นคนรักหนัง รักการแสดงตั้งแต่เกิดมา ลิเกนี่ชอบดูมาก อยากเป็นโจ๊กลิเก อยากเป็นตลก ผมเคยเจอล้อต๊อกตอนไปหนังเรื่องครูทิมที่ยโสธร ตั้งแต่ตอนผม 7 ขวบ 8 ขวบ พูดถึงแล้วต้องยกมือไหว้&nbsp;</p>



<p>ผมไปยืนดูเขา แล้วล้อต๊อกมาลูบหัวผม ถามว่ามึงชื่ออะไรวะ ผมบอกชื่อหม่ำ เขาตอบว่าอืม แล้วก็เดินไป มาเจออีกทีตอนอยู่คณะเทพโพธิ์งาม เขาจะเรียกผมว่าพี่หม่ำ ผมจะเรียกเขาว่าพี่ต๊อก ผมถามเขาว่าจำผมได้ไหมตอนเล่นหนังเรื่องครูทิม เขาบอก โอ้ย ไอ้เหี้ย กูถ่ายหนังมาเป็นพันเรื่อง! กูจะไปจำได้ไหม แล้วเราก็หัวเราะกัน</p>



<p><strong>แล้ววิศิษฏ์ล่ะ</strong></p>



<p>วิศิษฏ์: นอกจากให้เงินแล้วก็คงเป็นประสบการณ์ เวลาเราตื่นขึ้นมาบนเขาเพื่อจะออกมาถ่ายตอนเช้ามืด ทำให้เห็นสิ่งที่คนบางคนไม่มีโอกาสได้เห็น โมเมนต์นั้นเรารู้สึกเลยว่า เออ เราโชคดี ถ้าให้มาเองเราคงไม่มีโอกาสอยู่ตรงนี้ หรือไปต่างประเทศ อยู่ในจุดที่คนอื่นเขาไม่ได้ไป เรียกว่าเป็นเป็นอภิสิทธิ์ของผู้กำกับ&nbsp;</p>



<p>แต่ที่เหลือลำบากฉิบหาย เรื่องดีมีอยู่แค่นี้! (หัวเราะ)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/gold-rush-gang-movie/">หม่ำคิด วิศิษฏ์ปวดหัว บุกถ้ำเสือ 2 ตัวในหุบเขาชุมทอง คะนองชุมโจร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ปาย-อัญชิสา’ บรรณาธิการบริหารวัยเบญจเพส ในวันที่ผู้คนตั้งคำถามถึงการหายไปของ a day</title>
		<link>https://adaymagazine.com/aday-editor-pye-anchisa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 Sep 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[บรรณาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182644</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุดเริ่มต้นการเขียนในครั้งนี้ มาจากการวิ่งฉิวออกสัมภาษณ์ผู้คนในหลายอายุวัย และถูกยิงคำถามที่ทำให้สมองค้างก่อนกลับบ้านอยู่เสมอ “a day ไม่ได้ทำเล่มแล้วเหรอ” หรือ “นึกว่า a day ไม่ได้ทำแล้วนะเนี่ย” หรือ “a day เด็กมากเลย ในทีมเป็นเด็กทั้งหมดหรือเปล่า” กระทั่งว่า “แล้วบ.ก. เป็นใคร” เราผลัดตอบไปว่า a day ผันตัวมาทำนิตยสารออนไลน์ได้พักใหญ่แล้ว และบรรณาธิการของเรา เธออายุ 26 ปี เชื่อว่าผู้ที่ได้ยินคงสมองค้างไม่ต่างกัน ใช่! ด้วยเพราะเราเองอยากตอบคำถามเหล่านั้นเสียเหลือเกิน แค่ไม่อาจมีเวลามากพอจะสาธยาย แต่ตอนนี้มีเวลาแล้ว  เรานั่งคะยั้นคะยอบรรณาธิการอยู่นานพอควร กว่าเธอจะยอมตกปากรับคำ เธอว่ามันแปลกที่ผู้เขียนอุตริจะเขียนถึงบรรณาธิการตัวเอง เราบอกเธอเพียงว่าหากเราทำงานอยู่ในนิตยสารอื่น เราก็ยังคงอยากรู้ จนตะกายมาขอสัมภาษณ์อยู่ดีว่าบรรณาธิการ a day เป็นใคร เขามีวิธีบริหารนิตยสารออนไลน์อย่างไร ในวันที่ตัวอักษรถูกเปลี่ยนภาชนะ และเรืองแสงได้น้อยลง ที่จริงแล้ว ความใฝ่ฝันของนักเขียนมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก หากไม่เขียนไปจนแก่หง่อม รอวันทิ้งตัวลงในสถานพำนักที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ประดิษฐ์หนังสือสักเล่ม เผลอๆ คงวางมือลงจากแป้นพิมพ์ ไม่ก็ไต่เต้าขึ้นเป็นบรรณาธิการ เฝ้ามองนักเขียนรุ่นใหม่ขึ้นสังเวียน และ ‘ปาย-อัญชิสา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aday-editor-pye-anchisa/">‘ปาย-อัญชิสา’ บรรณาธิการบริหารวัยเบญจเพส ในวันที่ผู้คนตั้งคำถามถึงการหายไปของ a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>จุดเริ่มต้นการเขียนในครั้งนี้ มาจากการวิ่งฉิวออกสัมภาษณ์ผู้คนในหลายอายุวัย และถูกยิงคำถามที่ทำให้สมองค้างก่อนกลับบ้านอยู่เสมอ <strong>“a day ไม่ได้ทำเล่มแล้วเหรอ” </strong>หรือ <strong>“นึกว่า a day ไม่ได้ทำแล้วนะเนี่ย”</strong> หรือ <strong>“a day เด็กมากเลย ในทีมเป็นเด็กทั้งหมดหรือเปล่า”</strong> กระทั่งว่า<strong> “แล้วบ.ก. เป็นใคร” </strong>เราผลัดตอบไปว่า a day ผันตัวมาทำนิตยสารออนไลน์ได้พักใหญ่แล้ว และบรรณาธิการของเรา เธออายุ 26 ปี เชื่อว่าผู้ที่ได้ยินคงสมองค้างไม่ต่างกัน ใช่! ด้วยเพราะเราเองอยากตอบคำถามเหล่านั้นเสียเหลือเกิน แค่ไม่อาจมีเวลามากพอจะสาธยาย แต่ตอนนี้มีเวลาแล้ว </p>



<p>เรานั่งคะยั้นคะยอบรรณาธิการอยู่นานพอควร กว่าเธอจะยอมตกปากรับคำ เธอว่ามันแปลกที่ผู้เขียนอุตริจะเขียนถึงบรรณาธิการตัวเอง เราบอกเธอเพียงว่าหากเราทำงานอยู่ในนิตยสารอื่น เราก็ยังคงอยากรู้ จนตะกายมาขอสัมภาษณ์อยู่ดีว่าบรรณาธิการ a day เป็นใคร เขามีวิธีบริหารนิตยสารออนไลน์อย่างไร ในวันที่ตัวอักษรถูกเปลี่ยนภาชนะ และเรืองแสงได้น้อยลง</p>



<p>ที่จริงแล้ว ความใฝ่ฝันของนักเขียนมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก หากไม่เขียนไปจนแก่หง่อม รอวันทิ้งตัวลงในสถานพำนักที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ ประดิษฐ์หนังสือสักเล่ม เผลอๆ คงวางมือลงจากแป้นพิมพ์ ไม่ก็ไต่เต้าขึ้นเป็นบรรณาธิการ เฝ้ามองนักเขียนรุ่นใหม่ขึ้นสังเวียน และ <strong>‘ปาย-อัญชิสา เรืองโรจน์’ </strong>กำลังอยู่ในขั้นสุดท้าย แม้อายุวัยเพิ่งจะพ้นเบญจเพสได้ไม่นาน เธอกำลังมองดูสังเวียน <strong>a day</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="683" height="1024" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-182647" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/01-1.jpg 801w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p>ไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดความเอนเอียงขึ้น เรานัดคุยกับเธอเช่นคนธรรมดาที่ผ่านมา จ่อไมค์สัมภาษณ์ด้วยสถานะเดิมอย่างที่เป็น ขอให้ผู้อ่านโปรดเชื่อใจ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Just a kid, holding a book.</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182648" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/02-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>จำครั้งแรกที่เปิดหน้าแรกของ a day ได้ไหม</strong></p>



<p>เท่าที่จำได้ เรารู้จัก a book ก่อน เราเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว อ่านทุกอย่างไปเรื่อย จนวันหนึ่งได้มาเจอกับสำนักพิมพ์ a book แล้วรู้สึกว่ามันประหลาดดี มันเล่าเรื่องการเดินทางของคนเหมือนบันทึกไดอารีที่สนุกมาก ตอนนั้นก็เป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา&nbsp;</p>



<p>พอช่วงมหาวิทยาลัยก็ยังเข้าห้องสมุดอยู่ แล้วเราก็ได้เจอนิตยสาร a day อ่านไปอ่านมาก็อ๋อ! มันเป็นเครือเดียวกันกับ a book เราชอบวิธีการสัมภาษณ์ วิธีการถามตอบที่น่าสนใจ ไม่ค่อยเห็นหนังสือหรือนิตยสารที่เล่าเรื่องแนวนี้เท่าไร Visual ของปก a day ก็ดึงดูด ทำให้จำได้ว่าโอเค! a day คงจะเป็นนิตยสารหน้าปกเท่ๆ เนื้อหาแหวกๆ เราไม่ได้ตามหาอ่านมันนะ แต่เห็นตั้งอยู่ในแผงหนังสือตลอดเลย</p>



<p>ระหว่างเรียน เราทำงานพาร์ตไทม์ในร้านหนังสืออิสระ จนได้รู้จักกับพี่นักเขียนในร้าน เขาแนะนำว่าถ้าชอบหนังสือ ลองไปฝึกงานแนวนี้ดูไหม ซึ่งก็คือที่ a day แต่เขาบอกเราว่ามันยากมากเลยนะ การแข่งขันน่าจะสูง เราอยากลองดู ก็เลยไปศึกษาเพิ่มว่า a team junior คืออะไร อาจจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ได้ แต่เป็นคนชอบแชลเลนจ์ตัวเอง ตั้งเป้าไว้ว่าถ้ายื่นไปแล้วไม่ได้นะ จะโทรถามเขาว่าทำไมถึงไม่ได้ จะตามจนกว่าจะได้ฝึกที่นี่ (หัวเราะ) ตอนนั้นคิดไว้เลยว่าต้องยากแน่ แต่กลายเป็นว่ามันใช้เวลาไม่นานเท่าที่เราคิด จริงๆ เราแค่อยากทำงานที่ไหนก็ได้ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยหนังสือ การที่เราชอบหนังสือมันคงเป็นจุดที่นำพาให้มารู้จัก a day&nbsp;</p>



<p><strong>มองว่า a day เป็นตัวกลางในการสื่ออะไร</strong></p>



<p>เราว่าทุกครั้งที่ได้อ่าน a day มันจะอินสไปร์อะไรได้บางอย่าง ไม่ใช่แค่บอกว่าโลกมีสิ่งนี้นะ แต่มีความครีเอทิฟ มีไอเดียบางอย่างที่ทำให้ทุกครั้งที่อ่านต้องกลับมาคิดต่อกับตัวเองตลอด a day เล่าเรื่องในมุมที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป หรืออาจจะมองไม่เห็นเลยก็ได้ ถ้าเปรียบเทียบเป็นการบรรยายถึงของชิ้นหนึ่ง เราอาจจะเคยอ่านแต่การบรรยายถึงของชิ้นนั้นแบบตรงไปตรงมา แต่ a day ทำให้มันลึกลงไปกว่านั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นอะไรก็ตาม เรารู้สึกว่าเฮ้ย! มึงมองเห็นตรงนั้นได้อย่างไรวะ ถ้าไม่ใช่ a day เราก็ไม่รู้จะไปหาอ่านจากที่ไหน</p>



<p><strong>มีคอลัมน์หรือบทความไหนที่ติดใจสุดๆ เลยไหม</strong></p>



<p>คอลัมน์ Peace of Mine ที่นักเขียน ‘ฝ้าย-กันตพร สวนศิลป์พงศ์’ เป็นคนเขียน เป็นคอลัมน์ฮีลใจในมุมต่างๆ อาจพูดจากประเด็นสังคมที่ได้พบเจอ เขาไม่ได้เล่าเพื่อให้เราทำอะไรต่อ แต่เขาเล่าผ่านเลนส์ของตัวเองว่าเขารู้สึกอะไร ผ่านเรื่องเหล่านั้นมาได้อย่างไร ไม่ว่าท้ายที่สุดจะดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้นก็ตาม แต่เราก็ผ่านมันมาได้แล้วประมาณหนึ่ง ซึ่งมันรีเลตกับเรามาก ชอบจนอ่านทุกบทความเลย พี่นักเขียนคนนี้ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราอยากเข้ามาทำงานใน a day นะ (ยิ้ม)&nbsp;</p>



<p>ปายเปิดคอลัมน์ออนไลน์เก่ายื่นให้เราดู ตอนนี้คอลัมน์นั้นถูกโละไปตามกาลเวลา แต่อย่างไรเสีย สิ่งที่กันตพรเขียนก็ได้หล่อหลอมเด็กคนหนึ่ง ทั้งยังเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กคนหนึ่งนึกอยากตามรอยเธอ ประโยคในคอลัมน์นั้นที่ปายเลื่อนให้ดูโดยเฉพาะมีใจความดังว่า</p>



<p>“มันเคยมีวันที่ฉันรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่รู้จะรับมือปัญหาตรงหน้าอย่างไร และเริ่มจมดิ่ง แต่เมื่อพลิกสมุดเปะปะไป แล้วสายตาปะทะกับประโยคที่เขียนไว้ว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอผ่านไปไม่ได้<em> </em>ฉันก็ร้องไห้อย่างหนักหน่วง ส่วนผสมหลักในน้ำตาคือความรู้สึกขอบคุณที่ฉันคือผู้หยิบยื่นความช่วยเหลือให้ตัวเอง การมีสมุดบันทึกทำให้ฉันรักษาพลังงานของตัวเองในอดีตไว้ และตัวฉันในอดีตก็นั่งไทม์มาชีนมาช่วยฉันในปัจจุบันได้จริงๆ ราวกับมีเวทมนตร์” &nbsp;</p>



<p>เราเองก็ชอบย้อนไปอ่านไดอารีเก่าของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง อดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้เลย การเขียนมีเวทมนตร์อย่างที่กันตพรบอก</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>From pages to passion</strong></h2>



<p><strong>เราเป็นเด็กฝึกงานที่มีนิสัยอย่างไร</strong></p>



<p>มีประโยคหนึ่งที่เราเคยเจอ เขาบอกว่านักอ่านทุกคนสามารถเป็นนักเขียนได้ และนักเขียนที่อยากเขียนได้ดีต้องอ่านหนังสือให้เยอะ เราก็รู้สึกว่ากูก็อ่านหนังสือมาเยอะเหมือนกัน กูก็ต้องเขียนได้เหมือนกันล่ะวะ (หัวเราะ) แค่ยังไม่รู้วิธีขนาดนั้น เพราะเริ่มเขียนจากศูนย์เลย เริ่มจากความไม่รู้ แล้วก็คอยถามพี่ๆ เขาเหมือนเจ้าหนูจำไมเลย ขอหนูลองได้ไหม ขอเขียนได้ไหม พี่ถอดเทปสัมภาษณ์นานไหม ทำไมตั้งคำถามแบบนี้ เราแค่อยากเรียนรู้การเป็นนักเขียน และเมื่อได้เข้ามาที่นี่แล้ว เราก็จะเต็มที่ที่สุด ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะยังได้ทำอาชีพนักเขียนหรือเปล่า แต่มองว่าต้องรับผิดชอบในการทำงาน จริงจัง ใส่ใจกับมัน</p>



<p>จากที่เป็นคนอ่านหนังสือแค่ชั้นเดียวแล้วก็จบไป แต่พอได้ลองเขียนแล้ว เราอ่านสองชั้นเลย ลองแกะดูว่าทำไมมันถึงสนุก อ๋อ! เพราะเขาเล่าเรื่องแบบนี้ ผูกกับสิ่งนี้ เราไปไล่ถามพี่นักเขียนทุกคนเลยว่าพวกเขาอ่านหนังสืออะไร ทำไมถึงควรอ่าน ตอนนั้นเราได้หนังสือใหม่ๆ เพิ่มในคลังเยอะมาก เข้าใจว่าวรรณกรรมเล่มหนึ่งมีคุณค่าอย่างไร ทั้งภาษา น้ำเสียง ทั้งหมดมันหลอมรวมกันให้เกิดความสนุก</p>



<p><strong>การทำงานสื่อเปลี่ยนมุมมองอะไรของเราไปบ้าง</strong></p>



<p>พี่ในทีมทำให้เราเห็นว่ากว่าบทความหนึ่งจะออกมาได้ดี มันไม่ใช่แค่ตำแหน่งเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันเป็นทีม ทั้งช่างภาพ กราฟิก นักเขียน ต้องอาศัยแรงซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน สิ่งที่เราเรียนรู้ก็มาจากคนที่เราสัมภาษณ์ด้วยเหมือนกันนะ พูดได้เต็มปากเลยว่าเติบโตได้เพราะเจอคนเยอะขึ้น ได้ประสบการณ์ชุดหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าแบบเรียลไทม์ ณ วินาทีนั้นเลย เราสามารถถามตอบกับเขาอย่างซึ่งหน้า คนแต่ละคนเหมือนหนังสือแต่ละเล่มที่เราได้เจอในช่วงเวลานั้น เรารักที่จะเรียนรู้และพูดคุย ทำให้การทำงานสื่อมันตอบโจทย์เรามากๆ คิดว่านี่เป็นอาชีพที่ขี้โกงอยู่นะ จะมีสักกี่อาชีพที่ได้เห็นคนจากรากหญ้าจนงอกเงย&nbsp;</p>



<p>ในวันที่เราขึ้นเป็นบรรณาธิการแล้ว เรารู้เลยว่าโอกาสและความเชื่อเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ก่อนที่จะเป็นนักเขียน เราไม่ใช่คนที่เขียนเก่งเลยด้วยซ้ำ แต่ใจเราสู้ เราพยายามผลักตัวเอง และเราไม่อาจเป็นอย่างทุกวันนี้ได้เลย ถ้าไม่มีโอกาสหรือคนๆ หนึ่งที่เชื่อในตัวเรา ทุกคนมีความสามารถ มีแสงสว่างในตัวเอง แค่ต้องการโอกาสในการส่องแสง มันน่าเศร้ามากที่เห็นคนรุ่นใหม่หลายคนที่เก่ง แต่ขาดความมั่นใจ สงสัยในตัวเองว่าเราเก่งพอไหม แต่เมื่อไหร่ที่ได้คุยกับเขา ได้มองเข้าไปในตาเขา เห็นถึงสิ่งที่เขาอยากจะทำหรือเชื่อ มันอิมแพกต์ต่อเรา คนๆ นั้นเขาจะเติบโตขึ้นมา แล้วให้โอกาสคนอื่นต่ออีก เราว่านี่เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากสำหรับเรา วันที่เราไม่เชื่อในตัวเอง มันก้ำกึ่งกับความรู้สึกว่าแต่ใจเรามันไปอยู่ที่ฝันแล้วนะ ถ้าได้โอกาสเราจะต้องทำมันได้แน่&nbsp;</p>



<p>เราอยากให้ผู้ใหญ่ให้สิ่งนี้กับคนรุ่นใหม่ๆ ต่อไป มันคงน่าเสียดายที่คนๆ หนึ่งมีศักยภาพมากแต่ไม่ได้รับโอกาส ไม่มีใครมาทำให้เขามั่นใจว่าสิ่งที่เขาเป็นมันเป็นได้นะ เราเห็นความสามารถคุณ แต่อาจจะต้องให้เวลากันนิดหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>a day เป็นพื้นที่ตรงนั้น เราอยากให้ a day เป็นอย่างนี้ต่อไป อยากส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นใหม่ เป็นเหมือนสนามเด็กเล่น แต่ไม่ใช่ไม่จริงจังนะ (หัวเราะ) แค่ที่นี่เป็นพื้นที่เรียนรู้ ลองผิดลองถูกได้ วิ่งเล่นได้ หกล้มได้ แล้วเราก็จะเติบโตได้ เก่งได้ในวันหนึ่ง&nbsp;</p>



<p><strong>ขึ้นเป็นบรรณาธิการตอนอายุกี่ปี</strong></p>



<p>24 ย่าง 25 กำลังจะเข้าเบญจเพสเลย ตอนนั้น a day ก็กำลังเข้าสู่ Mid-life Crisis เหมือนกัน ทั้งตัวเราและนิตยสารเผชิญปัญหามากพอกัน เราไม่รู้หรอกว่าจะผ่านมันไปอย่างไร แต่เราสู้ไปด้วยกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>When a book became a day</strong></h2>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182649" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/03-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>ในฐานะบรรณาธิการที่อายุยังน้อย เราเจอข้อจำกัดอะไรบ้าง</strong></p>



<p>ข้อจำกัดคือประสบการณ์ ในการทำงานสื่อ เราทำที่นี่เป็นที่แรก แล้วก็เรียนรู้ด้วยตัวเองแทบทั้งหมด เราหาความรู้ในหนังสือ ถามคนมีประสบการณ์ก็จริง แต่สุดท้ายต้องเจอของจริงด้วยตัวเอง เราไม่ได้อยากผิดพลาดหรอก แต่มันบอกไม่ได้ว่าทุกอย่างจะไปได้ดีไหม แค่อย่างน้อยถ้าเราจะต้องเผชิญกับมันด้วยตัวเอง เราขอผิดพลาดเอง ล้มแล้วต้องลุกให้เร็ว&nbsp;</p>



<p>แต่ข้อได้เปรียบของคนอายุน้อยก็มี ภาพรวมของสื่อในตอนนี้ก็ Struggle กันอยู่ว่าจะไปอย่างไรต่อ ทำอย่างไรต่อ นี่คือข้อดีของการไม่มีประสบการณ์ มันทำให้เรากล้าลอง กล้าผิดพลาด มันมีความสดใหม่อยู่ พอไม่รู้แล้วก็แค่ทำไปเลย ทำสื่อในยุคที่คุณอยากทำ ในมุมมองของคุณสื่อตอนนี้มันคืออะไรล่ะ ก็ทำให้มันสนุก คนในรุ่นเดียวกันล่ะ เขาเสพอะไร เขาชอบอะไร ก็ทำให้พวกเขาสนใจสิ&nbsp;</p>



<p>a day มันอยู่มานานแล้ว อายุเท่าเราเลย กำลังจะ 26 ปีเหมือนกัน แน่นอนว่าคนที่เติบโตมากับการอ่าน a day เขาอาจจะมีลูกหรือมีครอบครัวไปแล้วก็ได้ ซึ่งเราก็ไม่ได้ทิ้งเขา a day ยังมีความ Nostalgia อยู่ ยังทำคอนเทนต์เสิร์ฟพวกเขาอยู่ เพราะเราไม่อยากให้ตรงนี้หายไป เราอยากให้ a day อยู่ไปได้เรื่อยๆ ด้วยวิธีการส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ไปได้เรื่อยๆ จากการที่เราคุยกับเพื่อนหรือคนอายุน้อยกว่า พวกเขาจะไม่ค่อยรู้ว่า a day คืออะไร สิ่งที่อยากทำในตอนนี้คือให้คนรุ่นเราเข้าใจว่า a day คืออะไร ทำให้กลับมาเฟรชและรีเลตกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร</p>



<p>คนในทีมก็มีอายุวัยไล่เลี่ยกับเรา โชคดีนะที่มีทีมนี้ พอมันเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมดก็ทำให้อยากเติบโตไปด้วยกัน มีอะไรก็มาแชร์กัน ไม่ใช่ว่าเป็นบ.ก. แล้วจะสั่งให้ทำอย่างนี้สิ ทำอย่างนั้นสิ แต่เราช่วยกันได้ พร้อมที่จะผิดพลาด ยอมรับว่าเราไม่รู้ แล้วเราก็เชื่อว่าวันหนึ่งทีมนี้จะเติบโตขึ้น ส่งต่อโอกาสให้คนอื่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าทุกคนไม่ได้ใจกว้าง เห็นใจในกันและกัน</p>



<p><strong></strong><strong>การทำงานกับคนวัยใกล้กันไม่ก็วัยที่มากกว่าเรา ไม่กลัวเหรอว่าจะไม่ถูกเคารพ</strong></p>



<p>ไม่กลัว ตอนเราเป็นเด็กฝึกงานก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ว่าจะต้องไปสัมภาษณ์ใครที่ใหญ่โตขนาดไหน หรือเขาจะเป็นใคร เราก็คุยกับเขาในฐานะมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน เรารู้สึกว่าการจะเคารพกันคือการที่คนตรงหน้าเรา เขาต้องรู้สึกอยากเคารพด้วยตัวเอง ไม่ต้องวางมาดอะไรเลย บ.ก. ไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือการลีดว่าเมื่อเขาเกิดปัญหา เราช่วยเขาได้ไหม เราอยู่เคียงข้างเขาไหม เขาจะมองเราเป็นเพื่อน พี่ น้องก็ได้</p>



<p><strong>ตั้งเป้าไว้เหรอว่าทีมของเราจะต้องเป็นเจนใหม่</strong></p>



<p>ไม่ได้ตั้งใจเลย แต่มาจากการเลือกคนที่มีความเชื่อเดียวกัน เชื่อในบางอย่าง มีจุดยืนในตัวเอง กล้าฉีกนอกกรอบ แค่บังเอิญว่าคนเหล่านั้นอายุเท่านี้ เพราะถ้าหากมีคนสมัครมาแล้วเรารู้สึกแบบเชี่ย! เขาโคตรเท่เลย ต่อให้อายุมากแต่พวกเขาก็มีความหนุ่มสาวในใจ หรือน้อยกว่านี้อีกก็ได้ เราไม่ได้กำหนดไว้</p>



<p><strong>ความผิดพลาดครั้งไหนของการเป็นบรรณาธิการที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุด</strong></p>



<p>ถ้ากับเราเองจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร แต่เมื่อไรที่มันกระทบกับคนในทีม เราจะเซนซิทิฟมาก ไม่ว่าใครในทีมจะทำผิดพลาด เรารับเอง กูเองที่ผิด กูเองที่ไม่รอบคอบมากพอ ถ้าเราเห็นน้องร้องไห้ เราจะเสียใจมากจริงๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182650" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/04-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ก่อนที่เราจะมีทีมของตัวเอง เราก็โดดเดี่ยวมากเลย ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะมีอะไรให้เราได้เรียนรู้ก่อน ต้องใช้เซนส์ตัวเองให้มาก เพราะมันนอกเหนือจากสิ่งที่เราจะคอนโทรลได้ เราทำไปด้วยความเชื่อและความรัก สุดท้ายแล้วการที่เราขับเคลื่อนตรงนี้อยู่ ต่อให้จะผิดพลาดก็ตาม แต่เราเต็มที่แล้ว รีบเรียนรู้ รีบไปต่อให้ได้ก็พอ&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้เราโชคดีที่มีทีมที่พร้อมจะยอมรับกับความไม่รู้ของเราไปพร้อมกัน เราเผชิญประสบการณ์นี้แล้วเติบโตไปด้วยกัน มันสำคัญมากที่จะหาทีมที่พร้อมจะบอกว่าไม่เป็นไร เราไม่โทษกัน เราจะไปต่อด้วยกัน เราแค่ต้องเอาความไม่รู้มาทำให้มันแข็งแรง และความเด็กนี่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเด็กได้ เพราะอย่างเรื่องของประสบการณ์ วันหนึ่งเราก็จะเรียนรู้เองเมื่อเติบโต แต่ถ้าอยากจะเด็ก ยังพร้อมร้องไห้กับข้อผิดพลาดอยู่ มันไม่ใช่ทุกคนจะทำได้นะ</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>a day rises under people</strong></h2>



<p><strong>ที่ผ่านมาเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรใน a day บ้าง</strong></p>



<p>มันหายไปไหนก็ไม่รู้ หายไปนานมาก ก่อนหน้าที่จะเข้ามาฝึกงานก็มีข้อสงสัยอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเข้าออกไม่เคยนิ่งเลย ตกลงแล้ว a day เป็นใคร จะยังทำต่อไปอยู่ใช่ไหม เพราะทีมมันเล็กมาก ต้องบอกว่าสื่อรอบข้างเราก็ปิดตัวลงไปหลายสื่อ คนก็ถามหา a day เหมือนกันว่ายังอยู่ใช่ไหม คือเราก็พยายามหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองกลับมาตลอด แต่คนก็ไม่นิ่ง คอนเทนต์ก็ไม่นิ่งตามไปด้วย เดี๋ยวรีหรือไม่รีแบรนด์อะไรต่างๆ แต่ a day สร้างเรามา จากคนที่ไม่มีความสามารถอะไรขนาดนั้น ไม่ได้มีความเชื่อในตัวเองขนาดนั้นมาก่อน a day เป็นเหมือนโรงเรียนหนึ่งที่หล่อหลอมให้คนๆ หนึ่งเก่งขึ้น ได้เรียนรู้โลกและชีวิต เราถึงได้เชื่อว่ามันจะไปต่อได้ เราคงเสียดายมาก ถ้า a day หายไป&nbsp;</p>



<p>ไม่แปลกหรอกที่คนอ่านจะตั้งคำถามว่าเราทำอะไรอยู่ เพราะความยากของ a day คืออยู่มานานมากแล้ว มัน All Generation เราทิ้งคนอ่านเก่าไม่ได้ และเราก็ไม่อาจปิดคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาได้เหมือนกัน แค่ต้องปรับตัวให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนั้น</p>



<p>ในฐานะที่กูเป็นแฟน a day ตั้งแต่รูปเล่มจนถึงออนไลน์นะ (หัวเราะ) อย่างน้อยเรารู้ว่าความเป็น a day คืออะไร สิ่งนี้ใช่หรือไม่ใช่ เมื่อเราอยู่ในฐานะนักอ่าน เราก็สะท้อนตัวเองเหมือนกันว่าเราอยากอ่านสิ่งนี้จาก a day ไหม ทำคอนเทนต์ที่คิดว่าจะไปต่อได้ เราไม่สามารถบอกได้ว่า a day จะมีอะไรโผล่ขึ้นมาอีก เพราะเราไปกับความไม่รู้ ก็ลองแม่งให้หมดเลย ลองว่ามันใช่ไหม เราว่ามันจะชัดขึ้นเรื่อยๆ และเราจะเห็น&nbsp; a day แห่งยุคนี้&nbsp;</p>



<p><strong>แต่ยุคนี้สื่อและผู้คนก็วิ่งเข้าหาความแปลกใหม่แทบทั้งหมด คิดว่าอะไรยังทำให้ a day โดดเด่นอยู่</strong></p>



<p>Storytelling! ที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัย a day ก็ยังแข็งแรง น้ำเสียงก็ยังคงเป็น a day อยู่ สิ่งที่ทำให้เราอยากตื่นมาทำงานทุกวันก็เพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่ทำอยู่ให้ถูกมองเห็น ให้ผู้คนได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากการเล่าเรื่องของ a day นี่เป็นพลังของสื่อ&nbsp;</p>



<p><strong>น้ำเสียง a day ที่ว่าเป็นน้ำเสียงแบบไหน&nbsp;</strong></p>



<p>ความเป็นมนุษย์ การเล่าถึงแก่น การมองคน การตั้งคำถาม เมื่อเราไปคุยกับคนๆ หนึ่ง เราเอาใจตัวเองไปอยู่ตรงนั้น พยายามเอาทุกอย่างของคนๆ นั้นมาถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้ เหมือนอย่างที่เรารับรู้ ยิ่งไปกว่านั้น a day ยังบวกการเล่าเรื่องที่บอกว่าสิ่งนี้มีคุณค่าจริงนะ มันอินสไปร์จริงนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น a day จะจบลงด้วยด้านบวก ทุกอย่างที่แย่มักจะมีสิ่งที่ดี วันที่ดีเสมอ</p>



<p>รู้ไหม a day มาจากอะไร มาจาก 1 วันที่มี 24 ชั่วโมง ทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด แล้วภายในชั่วโมงเหล่านั้น เราทำอะไรกันอยู่ ชื่อนี้แล้วแต่คนจะมองเลย แต่สุดท้ายจะสะท้อนคำว่าชีวิตที่หมายความถึง 1 วันเรามีเท่ากัน คุณมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร&nbsp;</p>



<p>a day เป็นนิตยสารที่คิดมากแต่อ่านง่าย คือคุณต้องคิดให้มาก คิดอีกให้ซึ้งถึงแก่น เรารู้สึกว่าสิ่งนี้ยังอยู่มาตลอดนะ อีกอย่างหนึ่งคือเราให้ความสำคัญกับคน เราไม่ได้มองว่าเขาเป็นใคร เรามองเขาเป็นคนธรรมดาหรือคนที่ไม่ถูกมองเห็น เพราะอยากให้สังคมรับรู้ว่าคนๆ นี้มีความสามารถอย่างไร มีความเชื่ออะไร กำลังขับเคลื่อนอะไรอยู่ สุดท้ายคือความ Nostalgia ถามว่าทำไมเราต้องโหยหาอดีต นึกถึงความหลัง ย้อนมันอยู่ตลอดเวลา เราว่านี่เป็นคุณค่าทางใจนะ เราใช้ชีวิตผ่านมาช่วงหนึ่ง ได้กลับไปอ่านไดอารีเก่า ฟังเพลงเก่า สถานที่เก่า เป็นสิ่งที่เติมใจให้เราอยากใช้ชีวิตต่อได้ a day ยังเล่าเรื่องเก่ามาเสมอ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182651" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/05-1.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>หลักที่คุณใช้ในการบริหารนิตยสารออนไลน์ a day คืออะไร</strong></p>



<p>3 ข้อหลักๆ ที่มีมานานแล้วตั้งแต่ a day ฉบับแรก แต่ยังใช้ได้อยู่คือ Idea, Somebody และ Nostalgia บรรดาความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นอย่างที่เราทำกันอยู่แล้ว การเล่าเรื่องคนธรรมดาให้น่าสนใจ การที่คุณจะมีเรื่องเล่าของตัวเองอยู่ในนิตยสารสักเล่ม โห! มันไม่ใช่อยู่ๆ ใครจะมาเล่าเรื่องคุณนะ แม้ตอนนี้จะมีช่องโซเชียลมีเดียมากขึ้นแล้ว แต่เราว่ามันก็ยังมีคนตกหล่นอยู่ สุดท้ายแล้วทุกข้อที่พูดมาก็ยังใช้ได้จนถึงวันนี้</p>



<p><strong></strong><strong>แล้ว a day กำลังสนใจอะไรอยู่</strong></p>



<p>เราเห็นกลุ่มคนอ่านเก่าและคนอ่านใหม่ แต่อยากให้ทั้งหมดเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ ไม่อยากแบ่งช่วงอายุว่าเจนนี้จะเข้าใจ เจนนี้จะไม่เข้าใจ มันดีมากเลยนะภาพที่เรานึกไว้ เป็นภาพของคนแก่ เด็ก วัยรุ่นนั่งล้อมวงคุยเรื่องเดียวกัน อยากให้เป็น All Generation อย่างในเล่ม The Reader’s Secret ของ a day มันเป็นเล่มที่เราชอบเป็นพิเศษ สำหรับคนวัยหนุ่มสาวที่ยังไม่รู้ว่าชีวิตจะไปไหนต่อ ไม่รู้ว่าจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างไร อาจยังไม่มีประสบการณ์ แต่หนังสือจะเป็นเพื่อนเราในการพาเราออกเดินทาง ขยี้ในสิ่งที่เรารู้สึกให้ลึกลงไปอีก&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Past, Present, Not Perfect, but still a day.</strong></h2>



<p><strong>มีอะไรที่รู้สึกว่าทำสำเร็จแล้วบ้างไหมในฐานะของบรรณาธิการ</strong></p>



<p>ทีม (แล้วปายก็เงียบไปพักใหญ่)</p>



<p><strong>ขยายความหน่อยได้ไหม</strong></p>



<p>เป็นเรื่องเดียวที่เราเช็กลิสต์ (หัวเราะ) ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี คงเพราะทุกคนที่เราเลือกมาอยู่ในทีม เราตั้งใจเลือกเขามาก เราคุยแบบอ่านใจเขา อ่านความเชื่อที่มีเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าเขาทำงานให้เรานะ แต่เราเห็นตัวเองในตัวเขา รู้สึกว่าพวกเขารักที่นี่ รัก a day ทุกคนอยู่รวมกันแล้วมันแข็งแรง พอเราเห็นทีมนี้แล้วมันทำให้เราตอบคำถามตัวเองได้อีกครั้งหนึ่งว่าเรามาอยู่ที่นี่ ในตอนนี้ ในฐานะบ.ก. เพื่ออะไร เพื่ออยากจะสร้างคนที่โตไปพร้อมกับ a day ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร แต่ทุกคนใจสู้ ไปต่อด้วย มันไม่ใช่พลังที่จะเจอกันได้ง่ายๆ เลย แรกๆ ก็คิดว่ามันจะโอเคไหมนะ ทุกคนจะอยู่ด้วยกันได้ไหม เพราะคาแรกเตอร์แต่ละคนชัดมากเลย เราไม่คิดว่าจะเจอพวกเขาเร็วขนาดนี้ด้วยซ้ำ</p>



<p><strong></strong><strong>ถ้า a day ไม่ใช่นิตยสาร จะเปรียบเป็นอะไรได้อีก</strong></p>



<p>คงเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่เกิดปีเดียวกันกับเรา พอวันหนึ่งโตขึ้น ก็ได้มาทำความรู้จักกันในช่วงวัยรุ่นพอดี เราไม่ได้รู้จักเขามาตั้งแต่แรกหรอก แต่เราได้แชร์ความผิดพลาดในชีวิต เราค่อยๆ เติบโตไปด้วยกันอีกสเต็ปหนึ่ง แต่เขาเป็นเพื่อนที่ดีของเรามาก อินสไปร์เราหลายอย่าง เราไม่อยากให้เขาตาย อยากให้เขายังมีชีวิตอยู่&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>หากวันหนึ่งต้องเกษียณตัวเองจากบรรณาธิการ อยากฝากถึงคนรับไม้ต่อว่าอย่างไร</strong></p>



<p>อย่าทิ้ง a day ได้ไหม (หัวเราะ) ก่อนที่จะไป ช่วยส่งต่อให้ใครสักคนที่รักมัน เชื่อในมัน และหวงแหนในมันได้ไหม เราเชื่อจริงๆ ว่า a day มันสร้างคนใหม่ๆ สร้างคนที่มีคุณค่าที่จะช่วยคนอื่นได้อีกเยอะมากจากพลังของการเล่าเรื่อง อย่าคิดว่ามันเป็นแค่สื่อ จะปิดก็ปิดไป วันหนึ่งเราอาจจะถอยออกมาแล้ว แต่เราคงหันกลับมามองแล้วรู้สึกว่าดีจังที่มันยังอยู่ต่อไปได้ อีกอย่างหนึ่งคือการที่จะเลือกใครมาอยู่ตรงนี้ จงเลือกคนอย่างใช้ใจเลือกว่าเขาจะเป็นคลื่นลูกต่อไปที่ส่งต่อมันได้ดี&nbsp;</p>



<p>จังหวะนี้เราแน่ใจว่าปายน่าจะใช้อารมณ์ขันกลบเกลื่อนน้ำตาเอ่อๆ ไม่ให้มันไหลลงมา และจากใจความทั้งหมดที่เธอกล่าวมา เราก็อยากฟังเสียงของลูกทีมเธอ เรียกได้ว่าเป็นการสัมภาษณ์ที่ระทึกที่สุด ราวว่ากำลังอัดเสียงอยู่ในห้องแอร์เย็นเฉียบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182652" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/09/06.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>2 เดือนที่ได้อยู่ที่นี่กระทำความผิดพลาดไปบ้างหรือยัง</strong></p>



<p>อืม ก็มีตอนที่เราพิสูจน์อักษรแล้ว ลงแพลตฟอร์มไปแล้ว แต่มันยังมีผิดอยู่ คนก็มาเห็น เราก็รู้สึกแย่ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา แต่ดันผิดพลาดไป คนก็มองว่าเฮ้ย! ทำไม a day ถึงผิดพลาดวะ เราก็แบบไอเชี่ย! เราพลาดไปนี่ ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำให้ดีที่สุด เหมือนโดนคนด่าทั้งองค์กร แต่มันทำให้เราเรียนรู้นะ ปล่อยวางได้มากกว่า เคยคุยกับพี่ปายอยู่ครั้งหนึ่ง เขาดูเข้าใจ แล้วก็บอกเราว่าไม่เป็นไร ก็ค่อยๆ แก้ แล้วค่อยๆ ดูกันไป คำพูดนี้ของเขามันทำให้เราสบายใจขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>คาดหวังให้ได้อะไรกลับไปจากการมาทำงานใน a day</strong></p>



<p>ตอนแรกเริ่มจากการเป็นเด็กจบใหม่ที่หางาน หาเงิน แต่เราตัดสินใจมาที่นี่เพราะอยากลองเป็นนักเขียน อยากเรียนรู้วิธีเล่าเรื่องในแบบอื่นมากขึ้น เริ่มรู้ตัวว่าไม่ได้ชอบแค่การเป็นศิลปินปกติ อยากเข้าใจคำว่าศิลปินมากขึ้น นักเขียนก็เป็นอีกพาร์ตหนึ่งที่เราอยากลองดู แล้วถ้ามันสามารถตอบโจทย์ในช่วงวัยนี้ที่เราต้องทำงานหาเงิน ทำตามแพสชันในสิ่งที่อยากทำได้ ก็เป็นจุดเมิร์จที่ลงตัวดี</p>



<p><strong>ถ้านี่เป็นการลอง เกิดวันหนึ่งมีคนบอกว่าเขียนไม่เห็นดีเลยจะทำอย่างไร</strong></p>



<p>จริงๆ เราเป็นคนคิดมากกับคำพูดคนอื่นพอสมควรเลย ยากแฮะ คงจะนอยแหละ ก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่ากูเล่าเรื่องได้ดีแล้วหรือยังวะ แต่ถ้ากูทำได้ดีแล้ว ก็คงฟังตัวเองมากขึ้น แต่จะไม่ปักหลักที่คำว่ายอมแพ้ เราเป็นคนไม่ยอมแพ้&nbsp;</p>



<p><strong></strong><strong>การเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ของนิตยสารทำให้ได้รู้อะไรบ้าง</strong></p>



<p>เรารู้อยู่แล้วว่ามีหน้าที่ต้องดูภาพรวม แต่คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าต้องดูไปถึงภาพลักษณ์องค์กรด้วยว่าเราจะพรีเซนต์อะไร ทำให้ต้องละเอียดกว่าเดิม การสื่อสารก็เหมือนกัน ภาพที่จะออกไปมันสำคัญมากว่าแบรนด์ของเราคืออะไร</p>



<p><strong>ตอนนี้รู้หรือยังว่าแบรนด์ a day คืออะไร</strong></p>



<p>คงเป็นการเอานิสัยของคนในทีม เอาความชอบของหลายๆ คน หลายความเชื่อมากะเทาะรวมกัน ถ้าถามว่าคืออะไร มันคือเส้นสเปกตรัมที่ฉายหลายสี เพราะทุกคนมีสไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน มันเลยเป็นภาพ a day ในทุกวันนี้ที่เราว่ามันถูกมองเห็นว่ามีหลากหลายสี&nbsp;&nbsp;</p>



<p>หากเป็นแฟนหนังสือเล่มของ a day แล้วอ่านมาถึงตรงนี้ อาจทำให้คลายข้อสงสัยกันลงไปบ้าง แต่หากไม่ใช่แฟนของ a day เราก็อยากให้ลองเป็นเพื่อนกัน จับมือทำความรู้จักกันก่อน เผื่อว่าจะหลงรัก ไม่ก็อาจยังไม่โดนเส้น ซึ่งไม่ผิดอะไรสักนิด อนาคตข้างหน้าพวกเราอาจยังก่อความผิดพลาดอยู่ก็ได้ แต่ไม่ถึงขั้นพุ่งเข้าหายนะหรอก ตราบเท่าที่ a day ยังเป็นสนามเด็กเล่นให้เราหกล้มได้ และมีแผนกปฐมพยาบาลเป็นเพื่อนที่เล่นสไลเดอร์อยู่ข้างๆ ทั้งเสียงเริงร่าที่ทำให้หยุดร้องไห้จากเพื่อนที่กำลังนั่งไกวชิงช้าสูง&nbsp;</p>



<p>แต่เราคงปล่อยให้ผู้อ่านเฝ้าสงสัยในข้อหนึ่งอยู่ต่อไปนะว่าไอ้พวกบ้านี่มันกำลังจะทำอะไรอีก มันจะวิ่งไปทางไหน เพราะไอ้พวกบ้าที่อยู่ใน a day นี้ก็ยังตอบไม่ได้เช่นกัน อย่างไรเสีย อะเดา! อะเดย์! อะโดด! ไปด้วยกันดูไหม&nbsp;</p>



<p>ด้วยรักจากผู้เขียนและทีม a day แน่! โดนหลอกแล้วเห็นไหม จากที่เกริ่นนำไปว่าจะไม่มีความลาดเอียง ขอแสดงความยินดีมา ณ ที่นี้ เพราะคุณกำลังอ่านอักษรจากนักเขียนที่อยู่ใน a day อย่างไรล่ะ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/aday-editor-pye-anchisa/">‘ปาย-อัญชิสา’ บรรณาธิการบริหารวัยเบญจเพส ในวันที่ผู้คนตั้งคำถามถึงการหายไปของ a day</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สัจธรรมใหญ่ถูกค้นพบระหว่างทางป่า ‘วสันต์ 17’ นักร้องที่ยังคงเป็นไอ้หนุ่มชาวสวนคนเดิม</title>
		<link>https://adaymagazine.com/wason-17-chai-amnuai/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ภฤศนี แท้เที่ยงธรรม]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[วสันต์ 17]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182444</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากวันใดที่เธอได้พบผู้คนในป่า เธอหนีให้ไกล พวกมนุษย์แสนใจร้ายและอันตราย เธออย่าไว้ใจ โปรดจงหนีเข้าไปให้ลึกให้ไกลในป่าและหายไป อย่าให้รู้ว่าเธอยังเหลือ พวกเขาจะมาพรากเธอไป “เพลงจงหนีไปมาจากข่าวที่เราเห็น มียีราฟตัวหนึ่งหลุดจากคาราวานที่จะนำไปส่งที่สวนสัตว์ พอเจ้าหน้าที่พักกินข้าว ยีราฟก็หลุดจากเชือกที่เขามัด มันวิ่งเข้าป่าไป เช้าอีกวันยีราฟก็ตายอยู่ในคูน้ำแล้ว เพราะถูกยาสลบยิง เราคาดหวังให้มันรอดตายทั้งคืน แต่ผิดหวัง ยังพูดกับตัวเองอยู่เลยว่าหนีไปซะไป เดี๋ยวก็คงรอดตายแล้ว” ผู้พูดที่มาบทเพลงยังดูไม่แก่ แต่ก็ไม่น่าจะใช่หนุ่มวัยสะพรั่ง ด้วยน้ำเสียงสำเนียงที่ช่างเชื่องช้า เข้มทุ้ม ลุ่มลึกราวกับพระกำลังเทศนา&#160; ทว่าเมื่อเสียงเขาถูกขับร้อง กลับไม่ได้ทำให้เราอยากหลับใหล แต่ต้องใช้คำว่าหลงใหล เพราะเขาทำให้คนฟังอิ่มหนำถึงมวลบรรยากาศของทุ่งหมอกขาว แม้อยู่กลางเมืองใหญ่ได้เสมอ เขาเป็นนักร้องแนวเพลงอะคูสติก บอกอย่างนี้อาจกว้างไปหน่อยจนนึกกันไม่ออก อย่างนั้น เขาเป็นนักร้องอะคูสติกที่ผมสีขาวเกือบโพลน รักในการอยู่หลังพวงมาลัยของรถออฟโรดที่พาเสี่ยงอันตราย ขัดกับบุคลิกภายนอก ภาษากายเย็นเยือก และเขาจะรักอย่างยิ่งหากทั้งสี่ล้อได้เคลื่อนเข้าในป่าลึก ‘วสันต์-วสันต์ ไชยอำนวย’ หรือ ‘วสันต์ 17’ จากเด็กหนุ่มจบใหม่ที่เอาแต่นอนแต่งเพลงมองใบไม้อย่างฝันเฟื่องอยู่ในสวนของพ่อ สู่การเดบิวต์ตัวเองด้วยเพลงโกดำลงเฟซบุ๊ก กระทั่งโด่งดังด้วยเพลงจงหนีไป เขาว่าถ้าหากไม่มีวันนั้น คงมาไม่ถึงวันนี้ จากตะวัน จากต้นไม้ จากลำธารกว้างไกล จากภูเขา สายลมที่ไกลแสนไกล ถ้าวันนั้นมันมาไม่ถึงวันนี้ ได้คิดไหมว่าจะทำอะไรต่อ ก็ดำเนินชีวิตเหมือนตอนเริ่มเขียนเพลง ความใฝ่ฝันของเรามีแค่การได้อยู่นิ่งๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wason-17-chai-amnuai/">สัจธรรมใหญ่ถูกค้นพบระหว่างทางป่า ‘วสันต์ 17’ นักร้องที่ยังคงเป็นไอ้หนุ่มชาวสวนคนเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>หากวันใดที่เธอได้พบผู้คนในป่า เธอหนีให้ไกล พวกมนุษย์แสนใจร้ายและอันตราย เธออย่าไว้ใจ โปรดจงหนีเข้าไปให้ลึกให้ไกลในป่าและหายไป อย่าให้รู้ว่าเธอยังเหลือ พวกเขาจะมาพรากเธอไป</strong></p>



<p>“เพลงจงหนีไปมาจากข่าวที่เราเห็น มียีราฟตัวหนึ่งหลุดจากคาราวานที่จะนำไปส่งที่สวนสัตว์ พอเจ้าหน้าที่พักกินข้าว ยีราฟก็หลุดจากเชือกที่เขามัด มันวิ่งเข้าป่าไป เช้าอีกวันยีราฟก็ตายอยู่ในคูน้ำแล้ว เพราะถูกยาสลบยิง เราคาดหวังให้มันรอดตายทั้งคืน แต่ผิดหวัง ยังพูดกับตัวเองอยู่เลยว่าหนีไปซะไป เดี๋ยวก็คงรอดตายแล้ว” ผู้พูดที่มาบทเพลงยังดูไม่แก่ แต่ก็ไม่น่าจะใช่หนุ่มวัยสะพรั่ง ด้วยน้ำเสียงสำเนียงที่ช่างเชื่องช้า เข้มทุ้ม ลุ่มลึกราวกับพระกำลังเทศนา&nbsp;</p>



<p>ทว่าเมื่อเสียงเขาถูกขับร้อง กลับไม่ได้ทำให้เราอยากหลับใหล แต่ต้องใช้คำว่าหลงใหล เพราะเขาทำให้คนฟังอิ่มหนำถึงมวลบรรยากาศของทุ่งหมอกขาว แม้อยู่กลางเมืองใหญ่ได้เสมอ</p>



<p>เขาเป็นนักร้องแนวเพลงอะคูสติก บอกอย่างนี้อาจกว้างไปหน่อยจนนึกกันไม่ออก อย่างนั้น เขาเป็นนักร้องอะคูสติกที่ผมสีขาวเกือบโพลน รักในการอยู่หลังพวงมาลัยของรถออฟโรดที่พาเสี่ยงอันตราย ขัดกับบุคลิกภายนอก ภาษากายเย็นเยือก และเขาจะรักอย่างยิ่งหากทั้งสี่ล้อได้เคลื่อนเข้าในป่าลึก <strong>‘วสันต์-วสันต์ ไชยอำนวย’ </strong>หรือ <strong>‘วสันต์ 17’ </strong>จากเด็กหนุ่มจบใหม่ที่เอาแต่นอนแต่งเพลงมองใบไม้อย่างฝันเฟื่องอยู่ในสวนของพ่อ สู่การเดบิวต์ตัวเองด้วยเพลงโกดำลงเฟซบุ๊ก กระทั่งโด่งดังด้วยเพลงจงหนีไป เขาว่าถ้าหากไม่มีวันนั้น คงมาไม่ถึงวันนี้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182447" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-10.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จากตะวัน จากต้นไม้ จากลำธารกว้างไกล</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>จากภูเขา สายลมที่ไกลแสนไกล</strong></h2>



<p><strong>ถ้าวันนั้นมันมาไม่ถึงวันนี้ ได้คิดไหมว่าจะทำอะไรต่อ</strong></p>



<p>ก็ดำเนินชีวิตเหมือนตอนเริ่มเขียนเพลง ความใฝ่ฝันของเรามีแค่การได้อยู่นิ่งๆ ในที่สงบๆ แล้วทำสวน หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ทำอย่างนั้นเลย เพราะบ้านพ่อมีสวนอยู่ที่ปราจีนบุรี แต่ถ้าทำสวนแล้วเงินหมดก็ไปทำงานประจำ มันเป็นวิถีชีวิตคนบ้านนอกอย่างเรา มีเงินค่อยทำตามความฝัน สุดท้ายเราก็เข้าใจสัจธรรมที่ว่าการจะทำตามความฝันได้มันยาก มันเหนื่อย ต้องใช้เงินมหาศาลเลย เราต้องย้อนไปมองก่อนว่าความจริงของเราแข็งแรงไหม การใช้ชีวิต เงินในบัญชีเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>ณ ความคิดของเด็กยี่สิบกว่าในตอนนั้น มันแค่ต้องมีเงินมากพอแล้วค่อยลาออกจากงานประจำเพื่อทำตามความฝัน ก็เพ้อฝันกันไปจนเงินหมด ความจริงเริ่มร่อยหรอ แต่ตอนนี้ความเพ้อฝันของเรา มันรองรับความจริงได้แล้ว&nbsp;</p>



<p><strong>ล่องลอยอยู่ในสวนไปวันๆ โดยไม่ถูกคาดหวังจากครอบครัวเลยเหรอ</strong></p>



<p>ไม่ เราโตมาในครอบครัวที่เลี้ยงแบบไม่คาดหวัง ก็แค่ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ พ่อแม่เราจะมีความสุขเมื่อเห็นเรามีความสุข จะทำอะไรก็ทำไป แค่รับผิดชอบตัวเองให้ได้ก็พอ</p>



<p><strong>แต่เราก็ไม่คาดหวังจะเป็นศิลปิน แล้วจู่ๆ ทำไมถึงเปลี่ยนความคิด</strong></p>



<p>คงเพราะตั้งแต่ที่มีคนอยากให้เราร้องเพลงให้เขาฟัง มีคนฟังเพลงของเราแล้วกลับมาบอกอะไรบางอย่าง ทุกวันนี้เรามองศิลปินคนอื่นก็รู้สึกว่าเขาเป็นนักร้องจริงๆ มากกว่าเราอีก (หัวเราะ) เขาร้องเพลงเพราะเขามีเทคนิค แต่อย่างเราจะเชื่อแค่ว่าตัวเองมีความสามารถในการเล่นดนตรี เรียบเรียงประโยคได้ ส่งมันออกมาเป็นบทเพลงได้ ทุกวันนี้ก็ยังไม่คิดว่าตัวเองร้องเพลงเพราะนะ</p>



<p><strong>แล้วนักร้องจริงๆ สำหรับวสันต์เป็นอย่างไร</strong></p>



<p>คนที่สามารถทำให้คนรับฟังและเชื่อได้ เท่านั้นเอง นักร้องบางคนอาจจะไม่ได้มีชีวิตที่เศร้าก็ได้ แต่เขาทำให้คนฟังรู้สึกเศร้าไปกับเขาผ่านเพลง นั่นคืออิทธิพลของเสียงเพลง</p>



<p><strong>การได้เป็นวสันต์ 17 สนุกหรือเปล่า</strong></p>



<p>สนุกบ้าง เบื่อบ้าง ตามอารมณ์คน แต่ดีใจที่มีคนมารอเจอเรานะ บางคนมาบอกว่าดีขึ้นได้เพราะเพลงเรา บางคนเคยตัดสินใจจะจบชีวิต พอได้ยินวรรคเดียวของเรามันทำให้เขายังอยู่ เขาก็มาคอนเสิร์ตเพื่อขอบคุณทั้งที่ไม่รู้จักเรามาก่อนเลย นี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อยากเป็นนักร้อง แค่เขียนเพลงไปแล้วคนสัมผัสได้จริงก็พอแล้ว&nbsp;</p>



<p><strong>ทำไมต้องเป็นเลข 17&nbsp;</strong></p>



<p>ตอนยังเรียนอยู่ เวลาคนเขาถามหากันว่าสันต์ไหน ก็พูดกันสันต์ 17 ไง เพราะเราเรียนปวช.เทคโนโลยีดุสิตรุ่น 17 แล้วก็สอบได้ที่ 17 ขับรถไปไหนก็เห็นแต่เลข 17 อีกอย่างคือตอนที่เราปล่อยเพลงบนยูทูบ ใช้คีย์เวิร์ดเสิร์ชเมื่อไหร่ก็จะเป็นอัสนี-วสันต์หมดเลย (หัวเราะ) ด้วยความผูกพันกับเลขนี้ ก็วสันต์ 17 แล้วกัน</p>



<p><strong></strong><strong>มีศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราบ้างไหม</strong></p>



<p>มี อย่างตอนเด็กๆ จะชอบวงร็อกตามประสาไป แต่พอโตขึ้นมา เราเข้าใจความหมายของดนตรี เข้าใจเนื้อหามากขึ้น ก็จะชอบพี่บอย Imagine ย้อนยุคกลับมาสู่ความธรรมดาที่สุด ความไม่มีอะไรที่สุด เราเคยคาดหวังว่าวงดนตรีจะต้องเต็มแบนด์ มีเอฟเฟกต์ มีคนดู สุดท้ายก็เริ่มมาเห็นความธรรมดาว่ากีตาร์ตัวเดียวก็ใช้เล่าเรื่องได้ ด้วยความที่เป็นคนชอบศิลปะในการพูด ฟังคนทอล์กโชว์ พระเทศน์ แต่มันเป็นอีกแขนงหนึ่งที่เราไม่ถนัด จะให้ไปทอล์กโชว์ก็ไม่ได้ บวชเป็นพระเทศน์ก็ไม่ได้ เราถนัดในการร้องเพลง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182448" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>อินกับธรรมะเหรอ&nbsp;</strong></p>



<p>อ่านหนังสือของทุกศาสนานะ ชอบดูโครงสร้างศาสนาของเขา ดูว่ามีธรรมะอะไรบ้างที่เอามาใช้ในชีวิตได้ อย่างที่ใช้ยึดอยู่ตอนนี้ก็มีความเชื่อกับความไม่เชื่อ และเราเชื่อแค่ในสิ่งที่เราอยากเชื่อ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>เมื่อใดเกิด เมื่อนั้นรู้</strong></h2>



<p><strong>เคยอยากเลิกเป็นนักร้องไหม</strong></p>



<p>เคยสิ โห! มันเป็นความคิดที่ควบคู่กันมากับความอยากเป็น สิ่งที่ฝันไว้กับสิ่งที่เจอมันไม่เหมือนกัน บางครั้งเขียนเพลงไม่ได้ หัวตัน เขียนได้แต่ไม่ชอบจนขยำกระดาษทิ้งก็มี ตอนเราเริ่มทำเพลงใหม่ๆ ยังไม่มีความกดดัน มีแต่ชีวิตและเรื่องราวของเรา อินอะไรก็เขียนลงไป แต่ถึงวันหนึ่งที่ชีวิตมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ไม่มีแรงกดดัน ไม่มีไอเดียอะไรเลย บางคนเขียนเพลงอกหักรักคุด เจ็บแทบเป็นแทบตาย เพราะเขาเจอมาจริงๆ เราก็เลยชอบ แต่ในขณะที่ชีวิตเราดีแล้ว ความรักก็ดีจะให้ไปเขียนเพลงอกหักก็ไม่รู้สึกอีก เขียนเพลงถึงความยากจนอดอยากก็ไม่ใช่สิ่งที่เราเจอ&nbsp;</p>



<p>บางครั้งเราน้อยอกน้อยใจ เริ่มไม่เชื่อว่าจะเขียนเพลงให้คนเชื่อได้ อยากจะเลิกจะพักก็มี สุดท้ายพอได้เจอคนมาต่อแถวรอเรา บอกเราว่าขอบคุณนะ พี่พักบ้างนะ มันทำให้อยากทำเพลงต่อไป เราเคยทัวร์คอนเสิร์ตเดือนหนึ่งติดกัน 20 วัน เลยบอกผู้จัดการว่าจะเข้าหน้าฝนแล้ว ช่วยรับงานให้น้อยลงหน่อยได้ไหม ขอออกไปใช้ชีวิตหน่อย ไปคุยกับคนแปลกหน้า หาแรงบันดาลใจหน่อย ช่วงที่ผ่านมา เราก็เที่ยวแหลกลาญเลย ไปอยู่กับชาวบ้าน เริ่มหลุดพ้นจากชีวิตเดิมๆ ที่ตื่นเช้ามาขึ้นรถตู้ ซาวด์เช็ก ถึงเวลาเล่นดนตรี เสร็จแล้วก็กลับ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182449" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>เราเดินทางทั่วประเทศก็จริง แต่ความรู้สึกมันไม่ใช่การเดินทางสำหรับเรา ได้แค่มองป้ายว่าอยู่ที่ไหน ทำให้เริ่มขอผู้จัดการออกเดินทางเอง จ่ายค่าน้ำมันเพิ่มเอง เราจะได้แวะข้างทางบ้าง เจอแม่ค้าขายลูกชิ้นอยู่กับลูกก็อุดหนุนเขา ถามว่าลูกเรียนที่ไหน นี่แหละคือการใช้ชีวิตสำหรับเรา ตอนนี้ก็มีเพลงที่กำลังจะปล่อยนะ มาจากตอนที่เป็นไอ้หนุ่มชาวสวน เพิ่งมาไล่ทำเพลงเต็ม</p>



<p><strong>รับงานน้อยลงแล้วผู้จัดการว่าอย่างไรบ้าง</strong></p>



<p>เขาก็เครียดนะ (หัวเราะ) จะคอยย้ำว่าวสันต์อย่าป่วยนะ นี่เข้าป่าอีกแล้วเหรอ! อย่าตากฝนนะ มันมีตอนที่เข้าป่าไปแล้วไม่มีสัญญาณ แต่เรารู้ว่าวันนี้ต้องเซ็นเอกสาร ก็ขับรถขึ้นไปบนยอดเขาหาสัญญาณ ลุ้นไปด้วยกันซะเลย</p>



<p><strong>รู้สึกผูกพันกับป่าตั้งแต่เมื่อไหร่</strong></p>



<p>ตั้งแต่เด็กเลย เราชอบขอติดขบวนรถออฟโรดไปทำโป่งเทียม ส่องสัตว์ แคมปิง พอได้เป็นทหารก็ใช้ชีวิตอยู่ในป่าชายแดน ทำภารกิจอยู่แต่ในป่า เดินลาดตระเวน คุยกับชาวบ้าน&nbsp;</p>



<p><strong>การเข้าป่าให้อะไรกับวสันต์บ้าง</strong></p>



<p>มันทำให้เราได้รู้ตัวเอง สมมติขับออฟโรดเข้าไปในพื้นที่ที่มีปัญหา รถมันก็มีโอกาสพังสูง เราก็เครียด อับจนหนทาง ทำให้ก้าวร้าว นิสัยไม่ดี ฟึดฟัดใส่คนรอบข้าง ถ้าเริ่มเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่จะต้องรีบนั่งพูดกับตัวเองว่าไม่ได้แล้วนะ ควบคุมตัวเองหน่อย คนอื่นเขามักมองว่าเราใจเย็น แต่พอถึงขีดสุดแล้ว เรากลับไม่เป็นอย่างนั้น คนเราทุกคนมีความก้าวร้าวอยู่แล้ว อยู่ที่ใครจะควบคุมได้เร็วกว่า ต้องรู้ตัวเอง</p>



<p><strong>ทำไมถึงเลือกขับออฟโรดล่ะ</strong></p>



<p>นี่ก็นับเป็นความฝันเลยนะ ย้อนไปตอนนั้นเราอายุ 15 ปี ได้ไปกับขบวนรถออฟโรดที่น้ำตกผาสวรรค์ จังหวัดกาญจนบุรี รถก็เกิดปัญหา แต่เห็นว่าทุกคนไม่ได้ทำหน้าตาเครียดเลย ยังแบ่งน้ำ แบ่งอาหารให้กัน พออยู่ในป่าแล้วทุกคนเท่ากันหมด เป็นเพื่อนกัน ช่วยเหลือกัน มันเป็นสังคมที่เราต้องการ ทำให้ฝันอยากมีรถออฟโรดมาตลอด จนมีรถโตโยต้าออฟโรดคันแรกก็ได้เข้าไปอยู่ในสังคมนี้ แต่เราชอบเที่ยวกับคนที่อายุเยอะมากกว่าวัยรุ่น พวกเขารอบคอบ ไม่ค่อยใจร้อน ไม่มุทะลุ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-1024x682.jpg" alt="" class="wp-image-182450" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-1024x682.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>จากที่เราแค่ชอบเที่ยวป่า เข้าป่า พักหลังมากลายเป็นว่าเราอินกับการเอาของเข้าไปให้คนในนั้น อยากไปหาชาวบ้านที่อยู่ในป่า เด็กๆ ข้างใน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า แต่จะไม่ใช่การบริจาคนะ มีครั้งหนึ่งเราได้คุยกับผู้นำชุมชน เราถามเขาว่าต้องการอะไรอีกไหม เดี๋ยวผมหามาบริจาคให้ เราใช้คำว่าบริจาคกับเขา เขาบอกว่าไม่เลย เขามีสวนไว้ปลูกผักกิน มีรถไถ เงินก็มี สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือความคิดถึง พวกเขารู้สึกเหงา ไม่ได้เจอใครเลย และการที่เขาได้เจอวสันต์ มันทำให้เขาดีใจมาก เพราะการที่พวกเขาจะไปในเมืองได้ ก็ต้องนั่งแพข้ามน้ำข้ามวันกันไป&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่หรือเด็กที่เติบโตอยู่ในนั้น ทั้งชีวิตเขาก็จะเห็นหน้าเห็นตากันอยู่แค่นั้น พอมีคนแปลกหน้ามาเลยทำให้เขาตื่นเต้นมาก เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเองก็บอกเราว่าอย่างน้อยการมีคนที่ฝ่ารถเข้ามาหาพวกเขา ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้ลืมพวกเขา ยังมีพวกเขาอยู่ตรงนี้ สิ่งที่พวกเขาทำยังมีประโยชน์&nbsp;</p>



<p>แต่การขับออฟโรดเข้าป่าใช่ว่าจะเข้ากันได้ตลอดเวลานะ ต้องวางแผนล่วงหน้า ดูว่าชาวบ้านใช้เส้นทางนี้เมื่อไหร่ เก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้วหรือยัง ถ้าไปก่อนหน้านั้น ถนนหนทางเขาก็พังหมด ภาพจำส่วนใหญ่ของการไปหาเด็กดอย คนกะเหรี่ยง คือในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย แต่ที่จริงแล้วกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรีก็มีเหมือนกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>อยู่แค่เพียงข้ามวัน พอสว่างรุ่งสางก็ต้องจาก</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ต่างต้องออกเดินทาง ไปอีกไกลแสนไกล</strong></h2>



<p><strong>คิดว่าเป็นเพราะความเหลื่อมล้ำไหมที่ทำให้ยังมีชาวบ้านในป่าลึกอยู่</strong></p>



<p>ตอนแรกเราก็คิดอย่างนั้นนะ แต่พอได้ไปคุยกับเขาก็เริ่มเข้าใจวิถีชีวิตมากขึ้น บางชุมชนที่อยู่ลึกๆ ก็มีความสบายเข้าถึงได้ แค่พวกเขาขอว่าอย่าเอาเข้าไปได้ไหม เขาไม่อยากให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป เราถูกอัดใส่หัวมาโดยตลอดว่าชาวกะเหรี่ยงชอบทำไร่เลื่อนลอย ถางดินเสียจนหมดเขา แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ อย่างเขาลูกนี้แดดจะส่องถึงในช่วงต้นปี เขาก็ทำพืชที่รับแดดฤดูกาลนี้ หลังหมดฤดูกาลที่แดดไปส่องฝั่งอื่น เขาก็เปลี่ยนชนิดพืช ชาวบ้านเขาล่าสัตว์อยู่แล้ว แต่มันไม่ใช่ความคึกคะนองแบบเจอสัตว์ก็ยิงทิ้ง&nbsp;</p>



<p>พอมีกฎกติกาเข้ามา ถูกตราหน้าว่ารุกรานหาของป่า ทั้งที่เขาอยู่กันมาเป็นวิถีชีวิต เก็บหน่อไม้ เก็บรังผึ้งตั้งแต่เด็ก ทั้งที่คนรุกรานหาของป่าคือคนตัดไม้ทำลายป่า หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง แต่พอเป็นกฎหมายแล้วก็ถูกตีรวมกันไป อะลุ้มอล่วยไม่ได้ สิ่งที่ยากคือต้องพยายามหาตรงกลางให้เข้าใจ ทำให้คนไม่มาฉกฉวยโอกาสจากป่า</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182451" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>รถออฟโรดดีกับการเข้าป่าอย่างไร</strong></p>



<p>มันช่วยลดความเสี่ยง อย่างในหมู่บ้านลึกๆ ถ้าใช้รถอื่นก็เข้าไปไม่ได้เลย แล้วมันก็ขนของได้เยอะ ล่าสุดเราเพิ่งไปฐานตำรวจตระเวนชายแดนมา เป็นฐานที่ถนนไม่ได้ใช้งานเลย เพราะใช้เฮลิคอปเตอร์ในการบินขนส่งอย่างเดียว แต่มันเกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก เขาก็ออกคำสั่งงดบินจนกว่าทุกอย่างจะพร้อม ต้องเปลี่ยนเป็นการเดินเท้าแทนทำให้การสับเปลี่ยนกำลังพลช้าลงไปอีก เขาก็ขอกำลังคนขับรถออฟโรดช่วยขนเสบียงขึ้นไปให้ เราก็ไปเข้าร่วมช่วย มันทำให้ไปได้เร็ว ในทุกวินาทีที่เราช้า มันต้องนึกตลอดว่าไม่ได้ มีคนที่รอกลับบ้านไปเจอญาติพี่น้องเขาอยู่</p>



<p><strong>มีคนเคยมาว่าเราเรื่องการขับออฟโรดเข้าป่าไหม</strong></p>



<p>มี แต่ทางป่า ทางของชุมชนที่เขาใช้กันประจำก็ไม่ไปหรอก ไปแค่ในทางเที่ยวออฟโรด เราเข้าไปในป่าที่ช่องถนนไม่ถึง 2 เมตร เจอต้นไม้ เจอเนินก็หักเลี้ยว ทำลายให้มันน้อยที่สุด ในความคิดเห็นส่วนตัวนะ บางที่ถูกใช้ที่ดินป่าไปเป็นสิบไร่ เนินภูเขาถูกเกลี่ยให้เรียบ โค่นต้นไม้จนหมด ทำเป็นทางขี่รถขึ้นไปลานกางเต็นท์ แต่กลับบอกกันว่าไม่ใช่การทำลายป่า อย่างเราขอเลาะเข้าไป 2 เมตรก็บอกเราทำลายป่า ยอมรับได้ว่าทำลายบ้าง ปล่อยมลพิษบ้าง แล้วในเมืองที่ขับรถพ่นควันกัน ปลูกต้นไม้ทดแทนเพื่อซึมซับมลพิษจากคาร์บอนไดออกไซด์ เอ้า! เราเปล่ายกหางตัวเอง แค่มีแย้งอยู่ในใจ&nbsp;</p>



<p>รับฟังแต่ไม่ตัดสินแล้วกัน ถ้ามีใครมายืนต่อว่าเรื่องนี้ก็จะครับ ขอโทษครับ (หัวเราะ) เพราะเราเถียงไม่ได้อยู่แล้ว ต้องประสานงานก่อนนะว่าที่ไหนไปได้บ้าง คนขับออฟโรดที่ทำดีบ้างทำเสียบ้างก็มี ไม่เกรงใจก็มี แต่แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นคนขับออฟโรดที่ดี&nbsp;</p>



<p><strong>การขับออฟโรดมันอันตรายนะ บางที่ขวาซ้ายเป็นเหว ไม่กลัวตายเหรอ</strong></p>



<p>เราคิดนะว่าถ้าวันหนึ่งเข้าไปเกิดอุบัติเหตุแล้วตาย ถือว่ารนหาที่เองแล้วกัน (หัวเราะ) ถ้าคนจะปรามาสว่ารนหาที่เองก็โอเค เรายอมรับ&nbsp;</p>



<p><strong>ความสุขของการขับออฟโรดคืออะไร</strong></p>



<p>ได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัย มีชีวิตเพื่อใช้ชีวิตเลย อย่างไปเล่นคอนเสิร์ตในทางดินก็จะขับไปนะ บางทีขับรถ 400 กิโลเมตรบนถนนเรียบ แต่แลกกับการได้ขับทางดิน 10 กิโลเมตร เราก็มีความสุขแล้ว สนองจิตวิญญาณตัวเองไป&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ก่อนลา ก่อนจะผ่านคืนนี้</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>แค่ได้มีความสุข แค่นี้ก็มีแรงใจ</strong></h2>



<p><strong>เข้าป่าแต่ละครั้งได้อะไรที่แตกต่างกันไหม</strong></p>



<p>เขาจะมีคำพูดที่ว่าเหนื่อยแทบตายเพื่อไปเจอรางวัลปลายทาง บางวันเราขับรถแทบตายเพื่อขึ้นไปอยู่บนยอดเขาที่มีหมอก เห็นต้นไม้ใหญ่แปลกๆ พบเจอชาวบ้าน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน สัญญากันไว้ว่าจะกลับไปหาใหม่ อยากได้อะไรก็จะหามาให้ คนที่ยังอยู่ตรงนั้นก็เฝ้ารอ เมื่อเราทำตามสัญญาใจสำเร็จ กลับไปหาเขาได้ก็เป็นสุข&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182452" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-9.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การเข้าป่าส่งอิทธิพลต่อการทำเพลงของวสันต์มากแค่ไหน</strong></p>



<p>ส่งผลมากเลย เรามีความสุขขึ้น ไม่ได้เขียนเพลงด้วยความกดดัน ระหว่างที่เขียนก็จะนึกถึงมวลบรรยากาศตอนนั้น อย่างเพลงก่อนลาก็มาจากการเดินทางเหล่านี้ เราตั้งคอนเซปต์ไว้ว่าเป็นเพลงรัก แต่ไม่ใช่รักแบบหนุ่มสาว หรือรักที่คาดหวังต่อกัน มาจากการไปเที่ยว ไปงานดนตรี เข้าป่าแล้วได้เจอคนแปลกหน้า อยู่ด้วยกันหนึ่งวัน กินข้าวกินปลาด้วยกัน รู้ว่าวันพรุ่งนี้ก็กลับแล้วนะ แต่เดี๋ยวไว้จะกลับมาเจอกันใหม่</p>



<p><strong>หลังจากนี้อยากไปป่าไหนอีก</strong></p>



<p>ทุ่งใหญ่นเรศวร คิดว่าน่าจะเป็นความฝันของคนขับออฟโรดหลายๆ คน เพราะเป็นผืนป่ามรดกโลก เป็นป่าปิดที่เปิดให้เข้าปีละหนึ่งครั้ง ต้องทำเรื่องเข้มงวดเลยกว่าจะเข้าไปได้ ในนั้นจะมีแต่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า นักวิจัยที่ทำการศึกษาสัตว์อยู่ เขาจะเปิดให้รถออฟโรดเข้าไปทำบุญ ทอดกฐิน ตามประเพณีของชาวกะเหรี่ยงข้างในนั้น&nbsp;</p>



<p><strong>จะขับออฟโรดไปจนถึงอายุเท่าไหร่</strong></p>



<p>คำถามนี้ตอบยาก รุ่นพี่หลายคนก็คิดกันไว้ว่าจะไม่เลิกขับ แต่พอมีหลายอย่างในชีวิต เขาก็วางมือไป ตอนนี้เรายังมีไฟอยู่ อยากชดเชยชีวิตที่หายไปด้วยความชอบนี้ เอาง่ายๆ นะ ขออนุญาตใช้คำว่าเราเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วกัน (หัวเราะ) เราได้รับการสปอยล์จากสังคมเยอะ ไปกินข้าวทีหนึ่ง คนก็จะหลีกให้จอดรถหน้าร้านเพราะวสันต์มา ไม่ต้องต่อคิวก็ได้ บางครั้งมันทำให้เราเหลิงจนเสียนิสัย เสพติดการสปอยล์ แต่พอเข้าป่าก็กลายเป็นคนธรรมดาที่ชื่อเสียงไม่มีผลอะไรกับเราเลย เขาจะไม่พูดว่าเราเป็นวสันต์ จะบอกแค่ไอ้หนุ่มตัวสูงๆ มันมาเที่ยวป่า นี่เป็นสิ่งที่เราใฝ่ฝัน อยากเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่เราก็ยังจะทำเพลงอยู่ อาจจะเริ่มเขียนเพลงเพื่อสนับสนุนคนต่อไป เพราะความฝันมันทำให้ความจริงของเราแข็งแรงแล้ว</p>



<p><strong>คิดว่าตัวเองเป็นคนรักป่าหรือเปล่า</strong></p>



<p>คำว่ารักป่าคำจำกัดเป็นอย่างไร ถ้าเป็นการต้องหวงแหน พิทักษ์ไว้ เราก็ยังใช้คำนั้นได้ไม่สมบูรณ์ เราชอบมากกว่า ชอบเอาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางป่า ได้ยินเสียงใบไม้พัดเท่านั้นก็พอแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182453" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/07-5.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>“รู้ไหม เราจำวสันต์ได้จากสีผมเลยนะ” เราพูดแซวเขาถึงภาพจำแจ่มแจ้งในหัว</p>



<p>เขาหัวเราะตาหยี “ไม่ได้ย้อมนะ ผมสีนี้ตั้งแต่เกิดเลย มีคนมาอวดว่าเนี่ย! ไว้สีไฮไลต์ตามพี่ด้วย เราบอกไม่ใช่ๆ มันเป็นเอง”&nbsp;</p>



<p>ดูเหมือนเป็นความลับที่เพิ่งถูกล้วง เพราะน้อยคนนักจะรู้ “ว่าแต่อายุเท่าไหร่แล้ว”</p>



<p>“35 ปี แต่ทุกวันนี้ใช้ชีวิตเหมือนคนแก่เลย ชอบปลีกวิเวกเข้าป่า” ขณะวสันต์พูด เรากวาดตามองเขาจนทั่ว ชายในเสื้อยืดธรรมดา กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ กระเป๋าย่ามที่ไม่รู้ว่าข้างในซ่อนป่าไว้ผืนหนึ่งหรือเปล่า แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ไม่มีเครื่องประดับชิ้นใดให้เราได้พรรณนาถึง&nbsp;</p>



<p>วสันต์อาจรักที่ตัวเองเป็นคนธรรมดา แต่แน่นอนเลยว่าใครก็ตามที่เคยได้ยินเสียงนกร้องในเพลงของเขา คงจะจำได้ขึ้นใจว่าเขาคือวสันต์ 17&nbsp;</p>



<p>ก่อนจะเอ่ยคำลาให้บทสนทนากับหนุ่มชาวสวนในบ่ายวันพฤหัส วสันต์ทำให้เรารู้สึกอย่างหนึ่ง “ไม่ว่ายังไง เรายังจะกลับมาพบกัน” เพราะเราเองก็ชอบป่า และเพลงของเขาไม่แพ้กัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/wason-17-chai-amnuai/">สัจธรรมใหญ่ถูกค้นพบระหว่างทางป่า ‘วสันต์ 17’ นักร้องที่ยังคงเป็นไอ้หนุ่มชาวสวนคนเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สบถตามสไตล์ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ผกก.ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ผู้เชื่อว่าเป็นตัวเองแล้วแม่งต้องพัง</title>
		<link>https://adaymagazine.com/jack-fan-chan-life-director/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Aug 2025 11:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[EXPERIENCES]]></category>
		<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[a day]]></category>
		<category><![CDATA[q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[แจ็ค แฟนฉัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=182434</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากต้องขึ้นคำเตือนให้ผู้อ่าน เราขอบอกว่าบทความนี้จะมีคำว่า ‘เหี้ย’ ปรากฏขึ้น 25 ครั้ง สอดแทรกอยู่ในคำสบถของคนต้นเรื่องอย่าง ‘แจ็ค แฟนฉัน’ หรือ ‘เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์’ 20 ครั้ง เพราะเขาเล่าเรื่องได้ตลกเหี้ยๆ เหนื่อยเหี้ยๆ เครียดเหี้ยๆ เศร้าเหี้ยๆ จนนับรวมความเห็นของผู้เขียนเองได้อีก 7 ครั้ง ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงตลก แจ็คจึงสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมากว่า 20 ปีในวงการ วันนี้แจ็คหัวเราะนับครั้งได้ ไม่ใช่การระเบิดเสียงหัวเราะเพราะพูดจาตลกเข้าหู แต่เขาแค่นหัวเราะทุกครั้งที่เล่ามุมแย่ๆ ในชีวิตตัวเอง คล้ายคนน้อยใจที่เปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครฟังมากไม่ได้นัก แจ็คเริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงเด็กที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์แฟนฉัน ซึ่งได้บอล วิทยา ทองอยู่ยง เป็นผู้ตัดสายสะดือและกลายมาเป็นครูของชีวิต พวกเขากำลังจะมีผลงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง ฟู้ดทรัค ลัก หมูเด้ง โดยบอลรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ส่วนแจ็คนั่งแท่นเป็นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ร่วมกับเอ็กซ์ วัชรพงษ์ ปัทมะ เพื่อนสนิท หลังชิมลางจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องแดงพระโขนง ซึ่งได้รับการผลักดันจากหม่ำ จ๊กมก ตลกรุ่นใหญ่ ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ว่าด้วยการเดินทางของเหล่าคุณพ่อมือใหม่ทั้ง 3 นำแสดงโดยมาริโอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jack-fan-chan-life-director/">สบถตามสไตล์ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ผกก.ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ผู้เชื่อว่าเป็นตัวเองแล้วแม่งต้องพัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>หากต้องขึ้นคำเตือนให้ผู้อ่าน เราขอบอกว่าบทความนี้จะมีคำว่า ‘เหี้ย’ ปรากฏขึ้น 25 ครั้ง</p>



<p>สอดแทรกอยู่ในคำสบถของคนต้นเรื่องอย่าง ‘แจ็ค แฟนฉัน’ หรือ ‘เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์’ 20 ครั้ง เพราะเขาเล่าเรื่องได้ตลกเหี้ยๆ เหนื่อยเหี้ยๆ เครียดเหี้ยๆ เศร้าเหี้ยๆ จนนับรวมความเห็นของผู้เขียนเองได้อีก 7 ครั้ง</p>



<p>ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงตลก แจ็คจึงสร้างเสียงหัวเราะให้ผู้คนมากว่า 20 ปีในวงการ</p>



<p>วันนี้แจ็คหัวเราะนับครั้งได้ ไม่ใช่การระเบิดเสียงหัวเราะเพราะพูดจาตลกเข้าหู แต่เขาแค่นหัวเราะทุกครั้งที่เล่ามุมแย่ๆ ในชีวิตตัวเอง คล้ายคนน้อยใจที่เปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครฟังมากไม่ได้นัก</p>



<p>แจ็คเริ่มต้นด้วยการเป็นนักแสดงเด็กที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์แฟนฉัน ซึ่งได้บอล วิทยา ทองอยู่ยง เป็นผู้ตัดสายสะดือและกลายมาเป็นครูของชีวิต พวกเขากำลังจะมีผลงานร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง ฟู้ดทรัค ลัก หมูเด้ง โดยบอลรับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ส่วนแจ็คนั่งแท่นเป็นผู้กำกับเต็มตัวครั้งแรก ร่วมกับเอ็กซ์ วัชรพงษ์ ปัทมะ เพื่อนสนิท หลังชิมลางจากการกำกับภาพยนตร์เรื่องแดงพระโขนง ซึ่งได้รับการผลักดันจากหม่ำ จ๊กมก ตลกรุ่นใหญ่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182437" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/01-9.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ว่าด้วยการเดินทางของเหล่าคุณพ่อมือใหม่ทั้ง 3 นำแสดงโดยมาริโอ เมาเร่อ แจ๊ส ชวนชื่น และตัวเขาเอง ได้ไอเดียจากการมีน้องคากิ ลูกชายคนแรกในชีวิต</p>



<p>การกำกับหนังทำให้แจ็คเป็นคนช่างสบถ อารมณ์ร้อน ส่วนการเป็นพ่อคนทำให้แจ็คลบปมด้อยในใจที่มี (เขาเรียกว่าอย่างนั้น)</p>



<p>กระนั้น แจ็คในวัย 36 ปีก็ยังเชื่อสนิทใจว่าเป็นตัวของตัวเองไม่ได้ เพราะเหี้ยเกินกว่าใครจะเข้าใจ</p>



<p>บ้านของแจ็คที่เพิ่งสร้างเสร็จไป เขาพูดตามรายการมากมายว่าเป็นบ้านที่ตกแต่งด้วยเงิน 0 บาท โดยเป็นน้ำใจจากเพื่อนๆ แทบทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>แม้จะถูกเรียกอย่างติดตลกว่ามิจฉาชีพแห่งวงการบันเทิง แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนเหี้ยอย่างที่คิดว่าตัวเองเป็นแน่นอน</p>



<p><strong>ตื่นเต้นไหม หนังที่ตัวเองกำกับกำลังจะเข้าโรงแล้ว</strong></p>



<p>ปวดหัว ปวดหัวกับคนทำงานเนี่ย (น้ำเสียงละเหี่ยใจ)</p>



<p><strong>ผู้กำกับแจ็คปวดหัวกับเรื่องอะไรบ้าง</strong></p>



<p>หลายสิ่งครับ เพราะเรามาทำทุกอย่าง&nbsp;</p>



<p>คําถามที่ต้องตอบพี่ ๆ ทุกคนเลยคือโพรเจกต์นี้เกิดขึ้นได้เพราะปีที่แล้วเรามีลูก มีครอบครัว ก็เลยเอาไอเดียมาจากชีวิตจริงของเราว่า การมีครอบครัวทำไมมันดูยิ่งใหญ่จังวะ แล้วก็ยื่นโจทย์ให้ทีมเขียนบทของพี่เดียว ผู้กํากับแฟนฉัน พี่เขาก็พัฒนาจนเป็น ฟู้ดทรัค ลัก (รัก)&nbsp; หมูเด้ง แล้วหลังจากนั้นผมก็ลุยอยู่คนเดียวเลย ผมลุยจนแบบ เหี้ย เหนื่อยชิบหาย ได้แต่ด่าสบถสไตล์เรา&nbsp;</p>



<p>ผมรู้ซึ้งเลยว่าแต่ก่อนเป็นแค่ดาราแม่งสบาย มีแต่คนเอาใจ จะมาเลตแม่งก็ไม่ด่า เห็นพี่ๆ แก๊งผู้กำกับแฟนฉันเขาทำกัน เรามีหน้าที่แค่มาเล่นเว้ย แต่พอมาทำตรงนี้มันเหี้ยมากไม่ได้ คนรอเยอะ ต้องมีวินัยมากขึ้นกว่าเดิม ต้องเข้าใจทีมงาน พัฒนาบทเสร็จก็ต้องไปดีลดารา แต่ละคนเบอร์ใหญ่ทั้งนั้น แต่อยากได้เองด้วยไง</p>



<p>อย่างมาริโอ้ เมาเร่อ เราเจอเพื่อนบ่อยอยู่แล้ว ทั้งชีวิตจริง ทั้งในงาน แล้วโอ้ไม่ค่อยเล่นหนังกับนางเอกต่างประเทศ เราอยากทำหนังแบบซีรีส์เกาหลี ตอนไปคุยกับโอ้ต้องไปกราบเท้าให้มันมาเล่น</p>



<p><strong>หมายถึงกราบจริง ๆ เหรอ&nbsp;</strong></p>



<p>กราบจริง! เพราะว่าต้องเป็นมึง ขี้เกียจไปคุยคนอื่น เราอยากทำงานกับคนง่ายๆ เข้าใจง่าย และมีวินัย&nbsp;</p>



<p><strong>แจ็คมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกับมาริโอ้รึเปล่า</strong></p>



<p>ก็มีบทให้เขานั่นแหละ เพราะโอ้จะเป็นคนทำงานต้องมีบท แล้วก็มีทีมที่ดีให้โอ้&nbsp;</p>



<p>คือคาแรกเตอร์ของผมในทีวีกับชีวิตจริงต่างกันนะ คนจะเห็นผมเหี้ยไปเรื่อย นู่นนี่นั่น</p>



<p><strong>แล้วชีวิตจริงเป็นยังไง&nbsp;</strong></p>



<p>ซีเรียส เป็นคนเซ็งๆ มีความเครียดเยอะนิดหนึ่ง ยิ่งช่วงนี้นะ เพราะทำหลายอย่างมาก</p>



<p><strong>เพราะอะไรถึงไม่แสดงตัวตนด้านนี้ออกมาให้คนอื่นเห็น</strong></p>



<p>เอาออกมาไม่ได้ ต้องเก็บไว้ก่อน</p>



<p>คนมันไม่ชอบอะ&nbsp;</p>



<p>คนไม่ชอบอะไรก็ต้องเก็บ เพราะบางอย่างเป็นไปได้ยากที่เราจะโชว์ออกมา เพราะว่าสันดานเราเหี้ย แต่เราเหี้ยให้คนไม่รู้เยอะดีกว่า ควรมีกาลเทศะ ผมว่ามนุษย์ส่วนใหญ่มีสันดานเหี้ยๆ เกือบทุกคนแหละ แต่ถ้าไม่มีก็ดีไป ถือว่าเก่ง</p>



<p><strong>แล้วระบายออกยังไง เล่าให้แฟนให้แม่ฟังไม่ได้เลยเหรอ</strong></p>



<p>ไม่ ไม่ได้เลย มีเล่าบ้างบางเรื่อง แต่ไม่หมด&nbsp;</p>



<p>ถ้าถามว่าระบายยังไงเหรอ แดกของอร่อย (หัวเราะ) เมาท์มอยเรื่องอื่นที่เป็นกระแส แล้วก็อยู่กับลูก</p>



<p><strong>แต่พอไม่ได้พูดออกไป ปัญหาก็ยังอยู่ในใจเหมือนเดิมนะ</strong></p>



<p>พูดไปแล้วแม่งรู้เรื่องรึเปล่าอีกเรื่องหนึ่ง พูดไปแม่งก็ไม่เข้าใจ เราเครียดกว่าเดิมอีก</p>



<p>มีผู้ใหญ่สอนผมว่าการทำงานก็คือการวิ่งมาราธอนเนี่ยแหละ ตอนนี้มึงกําลังจะเข้าเส้นชัยแล้ว มึงต้องอดทน แต่ถ้ามึงขี้เกียจวิ่ง บ้านมึงมีตังค์ ก็แค่เรียกมอเตอร์ไซค์ อยู่ที่ว่ามึงอยากวิ่งต่อไหม หรือว่ามึงจะพอแล้ว</p>



<p><strong>จําได้ไหมว่าผู้ใหญ่คนไหนเป็นคนบอกคุณ</strong></p>



<p>ผู้กํากับแฟนฉันนั่นแหละ แล้วก็ผู้ใหญ่หลายๆ คนในวงการ เราผ่านช่วงเวลานั้นมาหมดแล้ว&nbsp;</p>



<p>เหมือนอย่าง a day เราก็ซื้อหนังสือ เพราะหน้าปกแม่งเท่ ข้างในก็ไม่ได้อ่านหรอก ผมเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือเลย แต่ผมชอบถือหนังสือ a day ตามผู้กํากับแฟนฉัน แล้วพี่บอลซื้อเกือบทุกเล่ม!</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182438" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/02-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>เราเห็นแจ็คทำอย่างนี้บ่อยมาก คุณเห็นพี่บอลซื้อ a day ก็ซื้อตาม เห็นซันนี่ไม่เล่นโซเชียลก็ไม่เล่นตาม คุณได้เป็นตัวเองจริงๆ ตอนไหน</strong></p>



<p>(นิ่งคิด) ผมเป็นตัวเองไม่ได้ เพราะถ้าผมเป็นตัวเองแม่งพัง (แค่นหัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>ผมชอบทำอะไรแปลกๆ มีความสุขกับการดูของเก่า ชอบซื้อสัตว์มาเลี้ยง ชอบซื้อการ์ตูน ชอบซื้อแผ่นเหล็กเก็บไว้ ชอบอะไรตามกระแสมาก เพราะชอบให้อะดรีนาลีนหลั่ง ผมตื่นเต้นมากถ้าจะได้มีเซ็กส์กับใครสักคนหนึ่ง แต่มันก็ดูมักง่าย&nbsp;</p>



<p>ผมเชื่อว่าสไตล์ของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนมาอ่านบทสัมภาษณ์ของผมก็คงจะงงๆ ว่าพูดเหี้ยอะไร แต่กูจะพูดอย่างเงี้ย อือ เรื่องของกู</p>



<p>ผมเคยเป็นพิธีกร แล้วผมก็ถามคนอื่นว่าแม่งพูดเหี้ยไรวะ จนผมมานั่งคิด ไอ้สัตว์! ถ้าวันหนึ่งมึงพูด เหี้ยบ้างล่ะ ไม่ต้องดูถูกเขา เขาเป็นอย่างนั้น เราแค่ต้องยอมรับ มึงก็ไม่ต้องสัมภาษณ์แม่งดิ ใช่ไหมล่ะ</p>



<p><strong>ที่บอกว่าถ้าเป็นตัวเองแล้วจะพัง คุณเคยพังแล้วจริงๆ หรือแค่กลัวไปก่อนว่ามันจะพัง</strong></p>



<p>ก็กลัวด้วยนะ แล้วก็เคยพังด้วย เช่น ถ้าผมเซ็ง ผมแสดงสีหน้าเลย ไม่แคร์ ตอนเด็กๆ ผมไม่เป็นไง แต่พอโตแล้วปัญหาเยอะ ตอนเด็กจะมี PR ดูแล ไม่ต้องรับรู้อะไร ตอนนี้เครียดแล้วไปไหนไม่ได้</p>



<p>ก่อนเข้ามาสัมภาษณ์ a day แม่งดันมีเรื่องเครียด ผมแยกไม่ได้ พยายามจะแยกอยู่ แต่ถามว่ามีความสุขไหม มีนะ ไม่ใช่ไม่มี เราพยายามจะเป็นตัวเราให้มากที่สุด เพราะผมเชื่อว่า a day ก็ต้องการอะไรที่ไม่ตอแหล แต่ถ้าต้องการตอแหลก็จัดให้ได้</p>



<p><strong>ทำได้เลยเหรอ</strong></p>



<p>ได้สิ ก็จะปลอมๆ ไง คุยจ๊ะคุยจ๋า ผมปวดตาก็บอกเลยว่าปวดตา ถ้าปลอมก็คงไปเอาแว่นมาใส่ แต่บางคนก็คงด่าว่ามึงใส่แว่นทำเหี้ยอะไร คนมันมีหลายตรรกะ</p>



<p><strong>เห็นว่าตอนอยู่ในกองถ่ายคุณเครียดจนร้องไห้ เพื่อนต้องเข้ามาช่วยกันปลอบ</strong></p>



<p>เครียด เพราะเราแบกเยอะ เป็นผู้จัดด้วย คุมทุกอย่าง เรากลัวมันพัง</p>



<p><strong>มีคําพูดเตือนสติของเพื่อนคนไหนที่จําได้ขึ้นใจบ้าง</strong></p>



<p>หลายคนเลยนะ ไอ้โอ้ก็ทำผมน้ำตาไหล คือวันถ่ายวันสุดท้ายผมไปขอคิวโอ้แล้วมันยอมสลับกับคิวโฆษณาให้ ถ้าโอ้ไม่สลับคือผมฉิบหาย น่ารักทั้งผู้จัดการ ทั้งตัวไอ้โอ้ ผมรู้สึกว่า แม่ง กูจะไม่ลืมมึงเลย</p>



<p>รวมถึงอยากจะขอโทษไอ้เอ็กซ์ เพื่อนผู้กํากับ วัชรพงษ์ ปัทมะ ผมอยู่กับมันตั้งแต่เรียน ม.รังสิต แล้วผมก็ด่ามันเยอะ เพราะผมรู้ว่ามันไม่โกรธหรอก แต่พอโตขึ้นมันมีหัวใจของมันไง ตอนกำกับเรื่องนี้เราก็ลงกับมันเยอะเกิน จนมันโกรธเรา อยากจะขอโทษ</p>



<p>เออ กูผิด เข้าใจว่ามึงโดนกดดันมาเยอะ ไอ้เอ็กซ์เต็มที่ที่สุดแล้ว รวมถึงพี่บอลที่แม่งปั้นช็อตจนผมงง เราอยากขอโทษคนเยอะมาก จบเรื่องนี้ต้องบวชให้เลย (หัวเราะ)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182439" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/03-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>การกำกับหนังเรื่องนี้ทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง</strong></p>



<p>ไอ้เอ็กซ์ให้ผมมาคําหนึ่งว่า โชคชะตา ฟ้าลิขิต ผมก็งงเลยว่าโชคชะตาเหี้ยไร แต่พอเข้าไปลึกซึ้งกับความหมายของ 2 คํานี้จริงๆ ก็เออว่ะ แม่งพูดถูกเว้ย จังหวะมันดีหมดเลย</p>



<p>โอ้ก็เคลียร์คิวมาช่วยเราเต็มที่ น้าหม่ำก็ให้เกียรติมาเล่น พี่แจ๊ส ชวนชื่นก็โอ้โห ต้องไปอธิบายเขาถึงคอนโด ไปทำให้เขาเชื่อมั่นว่าโอ้อยากเล่นกับพี่แจ๊สจริงๆ</p>



<p>ผมว่าถ้าค่ายอื่นอยากได้ดาราเบอร์ใหญ่ๆ มาเล่นก็คงประมาณนี้แหละ หนังเรื่องนี้เหมือนเรามีทีมฟุตบอลออลสตาร์ มีคุณภาพ แต่มึงจะทำให้นักเตะลงสนามแล้วเล่นถูกใจแฟนบอลรึเปล่า ไปวัดกันที่ 28 สิงหาคม เพราะไม่ได้มีแค่ตัวดาราอย่างเดียว ยังมีความน่ารักของเด็กๆ ด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>คุณไปหาเด็กๆ อย่าง ชุณห์ ดีดี โทลเวย์ มาได้ยังไง</strong></p>



<p>เราให้ทีมแคสติงไปแคส โมเดลเดียวกับตอนแฟนฉันเลย แม่งเหมือนแคสไอ้แจ็ค ไอ้แน๊ค ไอ้โฟกัส มารวมตัวกัน แม่งต้องเป็นไอ้ 3 คนนี้ เคมีมันได้ ชุณห์ก็คือไอ้เจี๊ยบ ดีดีก็คือน้อยหน่า โทลเวย์ก็คือไอ้แจ็คแฟนฉัน มันก็แปลก เหมือนฟ้าแม่งลิขิตมารึเปล่าวะ</p>



<p><strong>ระหว่างซูเปอร์สตาร์กับเด็ก ใครกำกับยากกว่ากัน</strong></p>



<p>พอ ๆ กัน (หัวเราะ) แต่พอมองกลับไปตอนนี้ก็สนุก และขอชมอย่างหนึ่งดาราเกาหลีอีก วินัยสูงมาก ตรงต่อเวลา ไม่เคยเลต แล้วจำได้เลยว่าตอนถ่ายเป็นเดือนหนาวของเกาหลี หิมะตก เขาต้องบินมาเมษาซึ่งเป็นหน้าร้อนบ้านเรา แล้วร้อนมาก เราต้องดูแลเขาอย่างดี เราเข้าใจเขานะ หน้าร้อนปีนี้เป็นปีที่ฝนดันตก แม่งตกทุกคิวยกเว้นวันที่ถ่ายในสตู (ถอนหายใจ)</p>



<p><strong>แล้วระหว่างแจ็คกํากับเด็กแก๊งนี้กับพี่บอลกํากับแจ็คในแฟนฉัน ใครกํากับยากกว่ากัน</strong></p>



<p>กำกับผมยากกว่า เพราะเด็กยุคปัจจุบันพ่อแม่เทรนมาแล้ว สอนลูกมาดีมากแล้ว ของเรามันธรรมชาติไปนิดหนึ่ง เด็กยุคใหม่วินัยสูง อดนอนได้ ถ่ายดึกได้</p>



<p><strong>ถ้าเป็นเราตอนนั้นล่ะ</strong></p>



<p>งอแงแล้ว! (หัวเราะ)&nbsp;</p>



<p>อย่างตอนถ่ายชุณห์ก็ร้อนมากจนกำเดาไหล เด็กบางคนร้องไห้แล้ว แต่ชุณห์ไม่ร้องเลย&nbsp;</p>



<p><strong>รู้สึกยังไงที่คุณเข้าวงการมาได้เพราะผู้ใหญ่ให้โอกาส แล้ววันนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสเด็กซะเอง</strong></p>



<p>หนังเรื่องนี้เราอยากหาเรื่องใส่ตัว อยากเหนื่อย ใส่เต็มตีนเลย แล้วไม่ใช่แค่เด็กนะ ยังมีหมูเด้งอีก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182440" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/04-8.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>แจ็คได้ลงบ่อหมูเด้งไหม</strong></p>



<p>ได้ลง แต่ทีมงานลงนะ เราลงเองไม่ได้ ตอนไปคุยก็เหนื่อยมาก เพราะน้องเป็นสัตว์ที่ดังทั่วโลก ซึ่งถ้าน้องเป็นอะไรขึ้นมา ผมอาจจะต้องตายตามน้องเลย ต้องวางแผนดีมากๆ แล้วน้องให้คิวถ่ายแค่อย่าเกินเที่ยง เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเปิดสวนสัตว์ ผู้ใหญ่ท่านก็น่ารักกับเรา ดูแลเราดี เราก็มอบเงินส่วนหนึ่งให้กับสวนสัตว์ด้วย แต่วันนั้นเสือกฝนตก เครียดอีก (ถอนหายใจ)</p>



<p><strong>นอกจากการเป็นพ่อคนจะจุดประกายให้คุณอยากทำหนัง มันเปลี่ยนชีวิตไปยังไงบ้าง</strong></p>



<p>เราต้องกลายเป็นคนมีสติ มีความรับผิดชอบสูง เพราะการเป็นพ่อคนยิ่งใหญ่มากนะ มันเหมือนกับการส่งไม้ต่อ หมดยุคพ่อเราแล้ว ยุคต่อไปก็คือเรา แล้วเราได้อะไรจากพ่อล่ะ เอาข้อดีมาใช้ ข้อไหนที่เหี้ยๆ ก็อย่าไปทำ เพราะถ้าทำแล้วไม่ดีจะเกิดผลเสียตามมา เช่น พ่อติดพนัน เที่ยวผู้หญิงจนบ้านพัง ก็จะทำให้สถาบันครอบครัวแม่งฉิบหายหมด สิ่งที่เดือดร้อนตามมาก็คือตัวเด็กนั่นแหละ&nbsp;</p>



<p><strong>คุณได้ข้อดีอะไรมาจากพ่อบ้าง</strong></p>



<p>ความขยัน ความอดทน ความรับผิดชอบ เพราะพ่อผมเป็นทหาร ความดื้อมีไหม มี ความเลวมีไหม มี แต่เราเลือกได้ว่าจะทำตามหรือไม่ทำ</p>



<p><strong>จากภาพจำนักแสดงเด็ก เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมีครอบครัวแบบนี้</strong></p>



<p>ไม่เคย แล้วก็ไม่คิดจะมีด้วย แต่พอมีปุ๊บมันคือความสุขเลย ลูกคือความรักที่เราโหยหา</p>



<p>เรามีปมด้วย ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ครอบครัวของผมมีปัญหานิดหน่อย แต่ผมไม่ได้มองเป็นปัญหาใหญ่ ผมก็แก้ได้เพราะลูกมาเติมเต็ม เราก็จะคอยดูตลอดว่าทำยังไงไม่ให้ลูกมีปมเรื่องนี้เหมือนเรา</p>



<p><strong>คุณรับหน้าที่ดูแลพ่อแม่มาตลอด พอเปลี่ยนมาดูแลลูก ความรู้สึกแตกต่างกันไหม</strong></p>



<p>แตกต่างกัน พ่อกับแม่ก็ต้องดูแลอีกแบบหนึ่ง ลูกก็ต้องดูแลอีกแบบหนึ่ง เพราะผมดูแลคนเดียวเลย พูดได้เลยว่าผมเป็นเหี้ยอะไรไม่ได้อะ ผมตายไม่ได้ ถ้าผมตายครอบครัวก็ฉิบหาย หมายถึงเรื่องการใช้เงินนั่นแหละ ถามว่าทำถูกไหม ก็ชีวิตเราเป็นมาแบบนี้แล้ว ก็ทำไป เปลี่ยนอะไรไม่ได้ละ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182441" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/05-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p><strong>คนรอบตัวรู้ไหมว่าคุณเหนื่อยและเครียดมากแค่ไหน</strong></p>



<p>คงไม่รู้ถ้าเราไม่ได้บอก แต่เราก็มีความสุขที่จะเป็นผู้ให้นะ ไม่ใช่ว่าไม่มีความสุข เพราะเราเชื่อว่าถ้าโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตมาให้กูเป็นแบบนี้แล้ว กูก็ทำให้แม่งเต็มที่ว่ะ</p>



<p><strong>แจ็คแฟนฉันทำยังไงถึงยืนระยะในวงการมาได้กว่า 20 ปี และมีคนดีๆ รายล้อมอยู่เสมอ</strong></p>



<p>ต้องทำตัวดีๆ พยายามทำดีกับเขา เหี้ยให้น้อยลง ให้ใจเขาด้วย </p>



<p>พอโตขึ้นแล้วรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่ใช่เด็กแล้วไง เมื่อยครับ (แจ็คเอนตัวนอนบนโซฟา) ต่อได้เลย</p>



<p><strong>เคยมีช่วงหมดไฟในการเป็นดาราบ้างไหม</strong></p>



<p>มี ช่วงชีวิตที่ท้อๆ คือช่วงมหาลัยปี 4 ช่วงนั้นเหลือเงินไม่กี่บาท เพราะให้พ่อกับแม่เก็บเงินแล้วเกิดบางอย่างขึ้น ก็เลยปฏิญาณตนว่าเราจะเก็บเองหมดเลย แล้วก็ค่อยๆ ปั้น ค่อยๆ เก็บ จนพ่อกับแม่ทุกวันนี้มีความสุข&nbsp;</p>



<p>มองย้อนกลับไป จังหวะนั้นแม่งก็เกือบพังเหมือนกัน เบื่อ ไปออกรายการก็มุกเดิมๆ เล่นไปแม่งก็ด่า ก็เลยพยายามเปลี่ยนตัวเองใหม่ ลองมาออกกําลังกาย แม่งดีนะ แต่ถ้าพี่เป็นผมพี่จะเครียด เพราะอะไรรู้ปะ มึงสุขภาพดีแต่มึงไม่มีงาน แต่ถ้าอ้วนเขาชอบมึง เพราะอ้วนตลกดี แต่มึงป่วยนะ (หัวเราะ)</p>



<p><strong>ดึงตัวเองกลับมาจากช่วงชีวิตที่เกือบไม่รอดได้ยังไง</strong></p>



<p>ผู้ใหญ่ช่วย เพื่อนช่วย โชคชะตาช่วย ให้เรากลับมาแล้วดีขึ้น โอ้โห มันยากมากนะ ตอนมหาลัยเป็นความสนุกของวัยรุ่นที่สุดละ ใส่กางเกงขาเดฟ รองเท้าแจ็คคอนเวิร์ส ถือหนังสือสปอร์ตพูล หนังสือ Zoo ที่มันโป๊ๆ a day ที่แม่งแพงแต่แม่งหนา แล้วก็จีบหญิง&nbsp;</p>



<p><strong>ที่ใครๆ เขาบอกกันว่า โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ใช้ชีวิตง่ายขึ้น นั่นไม่จริงเหรอ</strong></p>



<p>ก็จริง แต่ตอนแรกรับไม่ได้เลย ไอ้เอ็กซ์เพื่อนผมบอกว่าถ้าทำหนังจะมีปัญหาเข้ามาเยอะมากนะ ผมไม่เชื่อ จนผมมาเห็นกับตาละ ไอ้สัตว์! เรื่องจริง</p>



<p><strong>คุณติดนิสัยอะไรจากกองถ่ายมาใช้ในชีวิตจริงบ้าง</strong></p>



<p>การพูดจาหยาบคาย อารมณ์ขึ้นง่าย เพราะเราขี้กังวล ไม่อยากให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเลย&nbsp;</p>



<p><strong>ถ้าชีวิตเป็นหนังเรื่องหนึ่ง แจ็คอยากให้คนแบบไหนมาเล่นเป็นตัวเอง</strong></p>



<p>ผมเหรอ (นิ่งคิด)&nbsp;</p>



<p>ก็ต้องหน้าเหี้ย (หัวเราะดัง) ต้องหน้าเหมือนเรา แล้วก็ต้องเหี้ยเหมือนเรา แต่ผมไม่ได้อยากทำหนังอวยตัวเอง เพราะรู้ว่าคนไม่ได้ชอบเรา ไม่มีคนดูหรอก งั้นอย่าทำเลย&nbsp;</p>



<p>แต่ถ้าจะทำ เราจะทำกับดาราที่มีวินัย เราจะทำกับดาราที่เป็นคนเหี้ยนะแต่ไม่เสียงาน เพราะพอมาทำโปรดักชัน เราเข้าใจว่าการมีวินัยและให้เกียรติงานสําคัญที่สุด</p>



<p><strong>แล้วใครจะเป็นตัวประกอบสําคัญในเรื่องที่ไม่มีคนนี้ไม่ได้</strong></p>



<p>ถ้าตอบไวๆ ณ ปัจจุบันนี้ คงไอ้เอ็กซ์มั้ง เพราะต่อให้มันไม่เล่น มันก็ต้องอยู่กับเรา มันไม่ได้เก่งมากหรอก แต่ขยัน และสอนเราได้&nbsp;</p>



<p><strong>คิดว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตจะนําพาชีวิตคุณไปถึงจุดไหน</strong></p>



<p>เราก็ถามทั้งหมอดูกับพระนะ เขาบอกว่าดี</p>



<p>เดี๋ยวจะรอดูวันที่ 28 สิงหาว่าพระองค์ไหนแม่น เดี๋ยวมาบอกต่อใน a day ละกัน (หัวเราะ)</p>



<p><strong>คาดหวังให้คนดูฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง จบแล้วรู้สึกยังไง</strong></p>



<p>กลับไปรักครอบครัว จบ</p>



<p>คุณเสียตังค์ไปดูแล้วไม่ด่าผมหรอก เพราะผมมีคนเก่งอยู่ช่วยผม ไอ้คนไม่เชื่อใจผมให้ฟังประโยคนี้ แต่ไอ้คนที่เชื่อใจผม บอกเลยว่าเรื่องนี้กูไม่ได้กําไรเยอะ ผมไม่ดูถูกคนดูดีกว่า&nbsp;</p>



<p>ถ้าผมเหี้ย ทำหนังเหี้ย แต่ชีวิตผมดีนะ เข้าใจคํานี้ไหม แต่หนังผมไม่เหี้ย เพราะผมเลือกแล้ว แค่นั้นเอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="683" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-1024x683.jpg" alt="" class="wp-image-182442" style="width:750px" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2025/08/06-8.jpg 1201w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div><p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/jack-fan-chan-life-director/">สบถตามสไตล์ ‘แจ็ค แฟนฉัน’ ผกก.ฟู้ดทรัค ลัก(รัก) หมูเด้ง ผู้เชื่อว่าเป็นตัวเองแล้วแม่งต้องพัง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
