หนึ่งในซีรีส์ที่สร้างความประทับใจมากติดอันดับต้นๆ ของปฏิทินปี 2025 จะเป็นเรื่องไหนไปได้ ถ้าไม่ใช่ ‘สงคราม ส่งด่วน’ (Mad Unicorn) ที่ใช้คำว่าประทับใจ เพราะมันเล่นพาเราไปสำรวจการแข่งขันอันดุเดือดในโลกธุรกิจสตาร์ตอัป เมื่อตัวละครโดนหักหลังเราก็เศร้า ขณะเดียวกันก็เอาใจช่วยหนุ่มสาวที่กำลังตั้งใจสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมา
ยอมรับมาเถอะว่าคุณเองก็ ‘อินจัด’ และอยากจะลุกจากที่นอนไปดำรงชีพเป็นผู้ประกอบการ สร้างธุรกิจของตัวเองทันทีที่ดูจบ นั่นคือพลังของเรื่องเล่าที่ดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง คำว่าผู้ประกอบการก็ฟังดูไกลตัว เราจึงอยากชวนชาว a day มารู้จักโครงการ Cartier Women’s Initiative (CWI) กัน
Cartier Women’s Initiative คือโครงการที่ Cartier สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงทั่วโลกในหลายๆ ด้าน เช่น เงินทุน ความรู้เชิงลึก รวมถึงเครือข่ายผู้สนับสนุนจากทั่วโลก ทั้งยังเปิดพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมได้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
นับตั้งแต่ปีที่โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้น (2006) Cartier Women’s Initiative สนับสนุนผู้ประกอบการหญิงแล้วกว่า 330 คน จาก 66 ประเทศ เป็นเงินรวมกว่า 395 ล้านบาท และโอกาสของผู้ประกอบการหญิงชาวไทยก็มาถึงแล้ว!
ขอผายมือให้รู้จัก ‘วินจี ซิน’ ผู้อำนวยการโครงการ Cartier Women’s Initiative เธอบินลัดฟ้ามาที่ประเทศไทยเพื่อประกาศข่าวดี นั่นคือในปีหน้าไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ซึ่งเป็นขวบปีที่ 20 ที่โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นมา
คนผลักดันโครงการมาเยือนทั้งที ในคอลัมน์ Q and a day เราจึงชวน วินจี ซิน มาพูดคุยถึงมุมมองต่อเพศหญิงในโลกธุรกิจ เรื่อยไปถึงความสำคัญ เป้าหมาย และสิ่งที่จะได้รับจากโครงการ Cartier Women’s Initiative เพื่อแชร์มุมมองให้กับผู้ประกอบการหญิง สำหรับเตรียมความพร้อมในการกรอกใบสมัครโครงการที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

Cartier Women’s Initiative คือโครงการเกี่ยวกับอะไร
Cartier Women’s Initiative คือโครงการที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่เป็นผู้หญิง ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2006 โดยแบรนด์ Cartier
เราเปิดโอกาสให้ผู้นำธุรกิจหญิงที่เป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารและถือหุ้นบริษัทจากทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจใด ขอเพียงมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนก็สามารถเข้าร่วมได้
ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา เราสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน ทรัพยากรมนุษย์ และเครือข่ายทางสังคม โดยสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงเพื่อสังคมมาแล้วกว่า 330 คน จากหลากหลายประเทศทั่วโลกค่ะ
สนใจคำว่าผลกระทบเชิงบวก ผู้ประกอบการมีความสำคัญอย่างไรในการแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม
อย่างที่ทราบว่าโลกของเรากำลังล่าช้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เราจึงไม่สามารถฝากภารกิจด้านการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมไว้เพียงแค่รัฐบาล หรือองค์กรไม่แสวงหากำไรเท่านั้นได้ เพราะภาคธุรกิจเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันความก้าวหน้าเหล่านี้
และตัวผู้ประกอบการเองก็คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจใช่ไหมคะ พวกเขาคืออนาคตของธุรกิจที่สามารถออกแบบแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาที่โลกเผชิญอยู่ได้
จากสถิติของเรา มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมโครงการเป็นธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) หรือธุรกิจที่ให้บริการกับภาคธุรกิจอื่น นั่นหมายความว่าธุรกิจของพวกเขาไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบในชุมชนผ่านสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกไปยังธุรกิจอื่นๆ ด้วย
ผู้ประกอบการที่ใช้ธุรกิจเป็นเครื่องมือในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคนี้ ถ้าลองดูเกณฑ์ในการสมัครและการคัดเลือกของรางวัล Cartier Women’s Initiative จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับผลกระทบของธุรกิจ และความยั่งยืนทางการเงินของธุรกิจเป็นพิเศษ
เหตุผลที่เรายึดสองข้อนี้เป็นหลัก เพราะเราต้องการให้ธุรกิจมีโมเดลที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเอง ดังนั้นความมั่นคงทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่มีธุรกิจไหนจะอยู่รอดได้หากไม่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง
ในยุคที่เส้นแบ่งเรื่องเพศเริ่มพร่าเลือน ทำไมการสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงจึงยังสำคัญ
สำหรับฉัน มันเป็นเรื่องสำคัญมาเสมอ แต่วันนี้เป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสมากกว่าที่เคยในการเปิดให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมและได้รับการสนับสนุนให้ก้าวขึ้นมานำในบทบาทสำคัญในธุรกิจ
ถ้าเรามองไปที่กรณีความสำเร็จต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในโลกธุรกิจ เราจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีข้อมูลและตัวชี้วัดที่พิสูจน์ได้ เช่น ผลตอบแทนจากการลงทุน หรือความหลากหลายในคณะกรรมการบริหาร
และหากเราเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ มีความเข้าอกเข้าใจ และส่งเสริมให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงศักยภาพของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ฉันเชื่อว่ามันจะช่วยปลดล็อกและยกระดับการสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ การผลักดันให้ผู้หญิงและกลุ่มคนที่ยังขาดโอกาสได้มีบทบาทในตำแหน่งผู้นำจึงเป็นภารกิจสำคัญมากสำหรับเราค่ะ

ตัวแทนผู้ประกอบการหญิงจาก Cartier Women’s Initiative อยู่ในอุตสาหกรรมไหนมากที่สุด
ในบรรดาผู้สมัครที่เข้าร่วมโครงการ Cartier Women’s Initiative เราพบว่าธุรกิจด้านการศึกษาและการดูแลสุขภาพ คือสาขาที่ได้รับความสนใจสูงสุดจากผู้หญิง เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวและเชื่อมโยงกับบทบาทของผู้หญิงในสังคม
แต่อุตสาหกรรมที่ยังมีผู้หญิงอยู่น้อย คือกลุ่ม Science and Technology Pioneer จริงแล้ว ๆ นี่คือหมวดที่ใหญ่ที่สุดของเรา และเราตั้งมาเพื่อสนับสนุนผู้หญิงที่ประกอบธุรกิจในสาย Deep Tech หรือเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์หญิงและวิศวกรหญิงที่กำลังสร้างนวัตกรรมใหม่
แม้ในสายตาคนทั่วไปอาจมองว่าผู้หญิงในวงการ Deep Tech ยังมีอยู่เพียงหยิบมือ แต่ความจริงแล้วพวกเธอมีอยู่ และหลายคนก็กำลังขับเคลื่อนธุรกิจ และสร้างนวัตกรรมเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมค่ะ
คนที่สนใจสมัครโครงการนี้ ส่วนใหญ่มาจากประเทศอะไร และไทยมีผู้สมัครมากน้อยแค่ไหน
เราได้รับใบสมัครจำนวนมากจากอินเดีย ซึ่งเข้าใจได้ เพราะอินเดียเป็นประเทศที่มีระบบนิเวศของผู้ประกอบการสังคมที่แข็งแรง และมีแหล่งเงินทุนพร้อมสนับสนุน
ด้วยโจทย์หรือปัญหาทางสังคมที่อินเดียเผชิญอยู่ ทำให้ผู้ประกอบการขยายตัวได้รวดเร็ว หรือแม้แต่ในสิงคโปร์ ที่ภาครัฐสนับสนุนอย่างเต็มที่ การเริ่มต้นทำธุรกิจจึงมีความเป็นไปได้

ทีนี้กลับมามองที่ไทย ตั้งแต่เริ่มโครงการ Cartier Women’s Initiative มา เรามีตัวแทนจากประเทศไทยเพียง 1 คนเท่านั้น (คุณสาลินี ถาวรนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสว่าง) เราเองก็ติดตามและพยายามทำความเข้าใจมาโดยตลอดว่าเหตุใดบางประเทศจึงมีผู้สมัครจำนวนมาก ในขณะที่บางประเทศ อย่างเช่นไทยกลับมีน้อย
ประเทศไทยมีการก่อตั้งนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการเพื่อสังคม และมีผู้ประกอบการที่ทำงานสร้างสรรค์ผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่น่าประทับใจ แต่คำถาม คือทำไมพวกเขาถึงไม่สมัครเข้าร่วมโครงการของเรา
ความท้าทายที่เราพบมีอยู่ 2 เรื่อง อย่างแรกคือผู้ประกอบการอาจไม่รู้ว่ามีโครงการนี้อยู่ ถัดมาคือกำแพงภาษา เนื่องจากโปรแกรมของเราเป็นระดับนานาชาติ และดำเนินการทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้นหากผู้ประกอบการมีความถนัดในภาษาไทยมากกว่า หรือธุรกิจของพวกเขายังดำเนินอยู่ในระดับชุมชน อาจทำให้มองว่าโครงการของเราอาจยังไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะสมในตอนนี้
เพื่อแก้ Pain Point นี้ ทีม Cartier ประเทศไทยจึงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัด โครงการ Cartier Women’s Initiative Entrepreneurial Program ในประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ และเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อสังคมกว่า 50 ราย โดยดำเนินการและปรับเนื้อหาเป็นภาษาไทย
เราหวังว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ได้รับ และใช้เป็นแรงผลักดันในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และอาจต่อยอดไปสู่การสมัครเข้าร่วมโครงการในระดับโลกของเรา ซึ่งในปีนี้เราก็ได้เห็นผู้สมัครจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าชื่นใจค่ะ
Cartier Women’s Initiative Awards 2026 ทำไมถึงเลือกไทยเป็นเจ้าภาพ
เรารู้สึกยินดีมากที่ในปีหน้าเราจะเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของโครงการ Cartier Women’s Initiative และจัดโปรแกรมของโครงการนี้ในประเทศไทย
เหตุผลที่เรามาเมืองไทยในครั้งนี้ เพราะเดิมนั้น Cartier Women’s Initiative จะหมุนเวียนสถานที่จัดงานในแต่ละปี และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้จัดในหลายประเทศในเอเชียแล้ว ซึ่งในปี 2026 เราต้องการเติมเต็มการเป็นตัวแทนของภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทยเป็นประเทศที่เราตื่นเต้นมากด้วยหลายเหตุผล
เหตุผลใหญ่เลย คือฉันคิดว่ามีไม่กี่ประเทศในโลกที่ประสบความสำเร็จในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศในแวดวงผู้ประกอบการเหมือนกับประเทศไทย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจมากของประเทศในฐานะที่สามารถรักษาระดับความเสมอภาคทางเพศในผู้ประกอบการได้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
ผู้ประกอบการหลายคนมีแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ ที่มุ่งเน้นผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับเราแล้วการได้มีโอกาสมาที่ประเทศไทยในปีหน้าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ
มีอะไรน่าตื่นเต้นที่พอแชร์ได้บ้างกับงานที่จะจัดขึ้นในปีหน้า
เราจะจัดงานประกาศรางวัลในรูปแบบปกติ (Regular Edition) ที่ซึ่งเราเฉลิมฉลองให้กับผู้ประกอบการหญิง 30 คน ซึ่งถูกคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของ 2026 Edition และไม่เพียงแค่มอบรางวัล แต่เราเพิ่มการดูแลในรูปแบบ Fellow Program เพื่อสนับสนุนทักษะ ความรู้ และเครือข่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการเติบโตบนเส้นทางของผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน ปี 2026 ก็เป็นปีพิเศษที่โครงการ Cartier Women’s Initiative จะก้าวเข้าสู่ขวบปีที่ 20 นับเป็นเวลาอันสมควรที่เราจะได้มองย้อนกลับถึงช่วงเวลาต่างๆ พัฒนาการของโครงการ ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และปัจจุบันนี้เรามาอยู่ที่ตรงจุดไหนแล้ว
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราพัฒนาโครงการจากรางวัลเชิดชูเกียรติ สู่การเป็นโปรแกรมสนับสนุนเต็มรูปแบบ และนี่จะเป็นโอกาสที่ดีในการมองไปยังอนาคตว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จะขับเคลื่อนตัวแทนอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร และเรารู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้สานต่อภารกิจในการสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคม โดยเฉพาะผู้หญิงค่ะ

Cartier Women’s Initiative กำลังมองหาคนแบบไหน และมีเกณฑ์พิจารณาอย่างไร
หลักเกณฑ์ที่เราใช้ในการออกแบบรางวัลและโครงการของเรามีอยู่ 2 เกณฑ์หลักๆ อย่างแรก คือเราให้ความสำคัญกับผลกระทบของธุรกิจ อย่างที่สอง คือเรื่องความยั่งยืนทางการเงิน เหตุผลที่เรายึดสองข้อนี้เป็นหลัก เพราะเราต้องการให้ธุรกิจมีโมเดลที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนด้วยตนเอง
ความมั่นคงทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะไม่มีธุรกิจไหนจะอยู่รอดได้หากไม่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคง ในขณะเดียวกัน ผลกระทบที่ฝังอยู่ในแกนของธุรกิจ (Embedded Impact) ก็สำคัญมาก เพราะเรากำลังมองหาคนที่ใช้โมเดลธุรกิจในการแก้ไขปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
สำหรับเรา Embedded Impact หมายถึงตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ของธุรกิจมุ่งเน้นไปที่การสร้างการเปลี่ยนแปลง เช่น ธุรกิจของคุณช่วยชีวิตผู้คนได้กี่คน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาได้กี่เปอร์เซ็นต์ หรือลดการปล่อยคาร์บอนได้กี่เปอร์เซ็นต์
และแน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป วิธีการวัดผลของเราก็จะเปลี่ยน แต่เราก็สนับสนุนพวกเขาเต็มที่ในการหาวิธีวัดผลที่เหมาะสมกับธุรกิจตัวเอง ดังนั้นสำหรับเรา 2 องค์ประกอบของธุรกิจเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จ คือผลกระทบที่วัดได้และความยั่งยืนทางการเงินค่ะ
ความสำเร็จของโครงการนี้ตลอด 19 ปีที่ผ่านมา เรื่องไหนที่คุณภูมิใจที่สุด
สิ่งที่เราภูมิใจมาก คือความหลากหลายค่ะ ทั้งในแง่ของประเภทธุรกิจที่ผู้ประกอบการทำ ซึ่งครอบคลุมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UNSDGs) ทุกข้อ รวมถึงความหลากหลายของภูมิศาสตร์ที่ผู้ประกอบการเหล่านี้อาศัยและทำงานอยู่
ทำไมเราถึงรู้สึกตื่นเต้นกับเป้าหมาย UNSDGs ที่ผู้หญิงเหล่านี้กำลังขับเคลื่อน ก็เพราะว่าเป้าหมายของโครงการ Cartier Women’s Initiative คือการแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการทำธุรกิจได้
สิ่งนั้นจะไม่เพียงแค่แสดงให้โลกเห็นว่าธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกนั้นเป็นไปได้จริง หรือว่าการมีผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำในธุรกิจเพื่อสังคมนั้นเป็นประโยชน์ต่อโลกเท่านั้น แต่เรายังต้องการให้ผู้หญิงเหล่านี้ และผู้ประกอบการเพื่อสังคมทุกคน ได้รู้สึกอย่างชัดเจนว่าพวกเธอมีที่ทางในโลกของธุรกิจ
ฉันคิดว่าความรู้สึกว่าเรามีบทบาท มีคุณค่า และเป็นส่วนหนึ่งในระบบเศรษฐกิจและสังคม คือสิ่งสำคัญมาก

มีอะไรอยากฝากถึงผู้ประกอบการไหม โดยเฉพาะผู้หญิง
ฉันชอบประโยคหนึ่งของมหาตมะ คานธี ซึ่งพูดถึงคำนิยามของความสุข คานธีบอกว่าความสุข คือเมื่อสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณพูด และสิ่งที่คุณทำสอดคล้องกัน
เหมือนกันกับวิสัยทัศน์ของโครงการ Cartier Women’s Initiative คือโลกที่ผู้ประกอบการหญิงได้บรรลุศักยภาพของตัวเอง ทั้งยังสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยความเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ และความเข้าใจจากผู้คนในสังคมด้วย
และฉันหวังว่าผู้ประกอบการทุกคนจะกล้าเดินตามความฝัน และได้พบพันธมิตรดีๆ
ที่คอยให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลง




