x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

Kaff & Co. : การพลิกโฉมแชมพูสมุนไพรด้วยฝีมือคู่รักที่เชื่อในความ ‘พอดี’

มีรังแค คันศีรษะ ผมก็ร่วง คุณน่าจะเคยผ่านเสตปเหล่านี้มาบ้าง เสตปถัดมาคือคุณจะเริ่มมองหาแชมพูสักยี่ห้อมาช่วยชีวิต มองไปมองมาก็ไม่ได้มีตัวเลือกมากไปกว่าแชมพูขจัดรังแคใส่เมนทอลที่สระแล้วเย็นหัว อีกทางก็คือแชมพูยาสายจริงจังที่ถ้าเลือกได้ก็ยังไม่อยากใช้

นี่คือปัญหาเบื้องต้นที่คนทั่วไปประสบ แต่สิ่งที่คู่รักอย่าง เดือน-เดือนสว่าง และ เบียร์-อภัยพันธ์ คุณาพันธุ์ เจอนั้นเป็นอีกเสตป อาการป่วยทำให้ฝ่ายชายมีเส้นผมไม่แข็งแรงจนต้องใช้ชีวิตกับทรงผมสกินเฮดเนิ่นนานจนเป็นทรงประจำตัว และความพยายามที่จะเยียวยารักษาสุขภาพผมของเบียร์ก็นำมาสู่การทำแบรนด์แชมพูชื่อฝรั่งว่า Kaff & Co. แต่ในขวดอุดมด้วยสมุนไพรไทยอย่างมะกรูด (Kaffir Lime) ที่ช่วยรักษาหนังศีรษะ

เดือนบอกว่านี่คือแชมพูยาในอีกรูปแบบที่อยากให้ทุกคนหยิบใช้อย่างสบายใจและมั่นใจ เพราะทุกผลิตภัณฑ์ของทั้งคู่ผ่านการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ลบคำสบประมาทที่ฝังในภาพจำของสมุนไพรไทยที่คนมักบอกต่อกันว่า ‘ดี’ แต่บางทีใช้แล้วไม่เห็นจริง (ส่วนผลลัพธ์ของแชมพูที่ทั้งคู่ทำ—ดูได้เบื้องต้นจากผมของเบียร์ในภาพประกอบบทสัมภาษณ์)

เขาว่าคนแต่งงานแล้วก็คล้ายคนเดียวกัน เราจึงขอเล่าบทสัมภาษณ์นี้โดยไม่แบ่งโควตของทั้งสอง อ่านจบแล้วคุณอาจจะเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อสมุนไพรไทยและอยากเปิดใจลองใช้ขึ้นมาบ้างก็ได้

ทางเลือกของชายผู้ตัดทรงผมสกินเฮดมาทั้งชีวิต

จุดเริ่มต้นของการทำแชมพูคือเบียร์ไม่สบาย เป็น SLE (โรคแพ้ภูมิตัวเอง) ทำให้ผมร่วง ต้องไว้ทรงสกินเฮดมาทั้งชีวิต ราว 4 ปีก่อนเป็นเยอะมาก ผมร่วงเต็มหมอนทุกเช้า ต้องทายาสเตียรอยด์เพื่อรักษา ทั้งที่ร่างกายก็กินยาเยอะมากแล้ว ญาติที่รู้จักซึ่งทำแชมพูจากน้ำมันมะกรูดสกัดเย็นก็แนะนำว่าลองมะกรูดมั้ย ส่งมาให้ใช้ขวดเล็กๆ

ตอนแรกพวกเราก็ทิ้งไว้จนหนืด (หัวเราะ) ด้วยความที่รูปลักษณ์ขวดไม่สวย แล้วเราก็เคยลองสมุนไพรอย่างอื่นมาแล้ว แต่ตอนนั้นไม่มีอะไรจะเสีย ลองใช้อยู่สามเดือน ปรากฏว่ารอยแดงๆ หาย ผมหยุดร่วง เราเริ่มมีหวัง แต่ไม่รู้ว่าเราใช้แล้วดีคนเดียวมั้ย เลยให้ญาติพี่น้องและเพื่อนลองกันหมด แต่ละคนจะมีปัญหามาตลอด เช่น บางคนจะมีปัญหาอาการคัน บางคนหนังศีรษะมัน บางคนผมร่วง สามอาการนี้จะเห็นผลชัดมากตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่ใช้ ทุกคนชอบ พวกเราเลยเริ่มคิดการณ์ใหญ่ว่า งั้นทำขายเลยมั้ย

เพราะเวลาเราไม่สบาย เรากินสมุนไพรกับอาการป่วยอื่นๆ แต่ในส่วนที่รักษาหนังศีรษะมันไม่เห็นมีเลย การรักษาด้วยธรรมชาติอาจจะให้ผลช้ากว่า แต่ผลข้างเคียงไม่มี ไม่มีการติดสเตียรอยด์ ทำไมเราไม่ทำตอบโจทย์ตรงนี้

นักธุรกิจที่สวมบทบาทเป็นนักเรียนสายวิทยาศาสตร์สมุนไพร

เราทำแชมพูด้วยความคิดว่าเหมือนลงเรียนอีกคอร์สในชีวิต เรียนปริญญาโทต่ออีกใบ การทำแชมพูของเราใช้ส่วนผสมน้ำมันสกัดมะกรูด ฉะนั้นพวกเราจะศึกษาจากงานวิชาการเป็นหลัก ว่าน้ำมันออกฤทธิ์อย่างไร ต้องใช้อย่างไร ใช้เท่าไหร่ถึงจะเห็นฤทธิ์ของมัน ข้อควรระวังในการใช้คืออะไร

ทุกอย่างที่ทำเป็นวิทยาศาสตร์ เพราะเราเคยมีคำถามตลอดว่าทำไมสมุนไพรถึงเวิร์ก มันแค่เวิร์กเพราะความเชื่อ หรือจริงๆ แล้วต้องมีเปเปอร์มาสนับสนุน แต่ก่อนเราจะรู้ว่าสมุนไพรหลายอย่างมันดี เช่น กินฟ้าทะลายโจร แต่เราก็ไม่รู้ว่าต้องกินกี่เม็ด กี่มิลลิกรัม กล่องนี้บอกให้กินสาม กล่องนั้นบอกให้กินเจ็ด หรือท้องอืดให้กินขมิ้นชัน จริงๆ สรรพคุณมันคือไปลดแก๊สหรือทำอะไร เราไม่เคยรู้เลย ถ้ากินแล้วไม่หายคนก็จะเข้าใจไปว่ามันไม่เวิร์ก ทั้งที่จริงแล้วไม่ใช่ เราอาจกินในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง กินไม่ถูกวิธี เราอยากมาเน้นว่าสมุนไพรมีข้อดีของเขา แต่เราต้องใช้ให้เป็น ใช้ในปริมาณที่เหมาะสม วิธีการบอกเล่าควรจะชัดเจน

เบื้องหลังคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

เราโชคดีที่มีคุณป้าเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พอมีคำถามว่าต้องใช้สมุนไพรเท่าไหร่ถึงจะ ‘พอดี’ ก็เลยทำเรื่องไปที่ภาควิชาคณะสมุนไพรไทย รศ. ดร. ภญ. พาณี ศิริสะอาด เป็นคนช่วยตั้งต้นสูตรและสัดส่วนที่เหมาะสมให้ว่าต้องใช้เท่าไหร่ เพราะเรามีโจทย์ว่าลูกค้าใช้แล้วต้องหาย ต้องเห็นผลในครั้งแรกๆ เพราะถ้าคัน มีรังแค เขาไม่รอนานแน่ๆ

ขั้นตอนการพัฒนาแชมพูก็จะใช้เวลาพักหนึ่ง ตัวหนึ่งใช้เวลาเป็นปี ทั้งนี้อาจารย์ก็แนะนำด้วยว่าการทำงานของสารสกัดสมุนไพรไม่ได้รวดเร็วเหมือนยา สุดท้ายแชมพูจะถูกล้างออก ควรจะมีตัวลีฟออนเป็นทรีตเมนต์เพื่อใช้คู่กัน เลยออกมาเป็นผลิตภัณฑ์สองตัวที่ทำคู่กันคือ แชมพูมะกรูดและทรีตเมนต์มะกรูด

พลังสมุนไพรแบบจัดเต็ม แต่ไม่มากไม่น้อยไป

น้ำมันมะกรูดที่ใช้เป็นแบบสกัดเย็นโดยไฮโดรลิก เป็นวิธีที่เหมือนการหีบเย็นสมัยโบราณ เพราะถ้ามะกรูดผ่านความร้อนแล้วผลทางเคมีจะเปลี่ยน มะกรูดของเรามาจากหลายที่ในภาคกลางตอนบน เขาจะคัดเลือกตามความเหมาะสม เราก็เน้นเรื่องการตรวจสอบมาตรฐาน เพราะมะกรูดแต่ละฤดูกาลก็แตกต่างกัน ช่วงหลังฝน ลูกที่ใหญ่มากและอมเหลืองจะให้น้ำมันสกัดที่ผิวได้ดี

ความเป็น essential oil ของมะกรูดทำให้เขามีฤทธิ์ดูแลรักษา เป็น antiseptic หรือยาช่วยฆ่าเชื้ออยู่แล้วถ้าใช้มากพอ เรามีหน้าที่ควบคุมให้แต่ละล็อตมีปริมาณน้ำมันเท่ากัน การศึกษาจากหลายๆ คณะในไทยบอกไว้ชัดเจนว่าน้ำมันสกัดมะกรูดต้องใช้ไม่เกิน 2% สำหรับผิวหน้าผิวตัวไม่งั้นจะไม่เห็นผล แต่ในส่วนแชมพูเราลดปริมาณลงเพื่อให้ตอบโจทย์ได้ทุกคน เพราะในปริมาณที่ต่างกันเขาก็ดูแลได้ต่างกัน สัดส่วนคร่าวๆ คือต้องใช้น้ำมันผิวมะกรูด 8-10 ลูกสำหรับแชมพูขวดเล็กและทรีตเมนต์

ออกแบบผลิตภัณฑ์แบบไม่ลืม เอาใจ‘ ร่างกาย

แชมพูที่ดีต้องทำความสะอาดได้ดีและอ่อนโยนพอสำหรับผิวหนัง หลายคนแพ้แชมพูตรงสารที่ทำให้เกิดฟอง เราก็เลี่ยงมาใช้ตัวที่อ่อนโยน เพราะแชมพูต้องล้างออกได้ดีด้วย ไม่งั้นจะมีสารตกค้าง ถัดมาคือเราไม่ใส่น้ำหอม ใช้กลิ่นหอมจากน้ำมันสกัดแทน เพราะเราเน้นให้แชมพูฟอกหนังศีรษะได้ตรงๆ

ตอนเริ่มทำเข้าใจแค่ว่ามะกรูดช่วยฆ่าเชื้อบนหนังศีรษะ ช่วยให้รากผมแข็งแรง ทำให้เส้นผมดำเงาก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว แต่ในส่วนการกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมอาจยังไม่เพียงพอ ลูกค้าบางคนก็รู้สึกว่าสูตรมะกรูดมันชุ่มชื้นเกินไปสำหรับหนังศีรษะที่มีความมัน เราเลยขยับมาทำสูตรที่ 2 คือสูตรขิงด้วย ซึ่งไหนๆ ทำแล้วก็อยากตอบโจทย์หลายอย่าง

คนที่หนังศีรษะมันผมจะหลุดร่วงง่ายกว่าปกติอยู่แล้ว เพราะการไหลเวียนของเลือดจะน้อยกว่า สารอาหารไปเลี้ยงรากผมได้ไม่ดี รากผมจึงไม่แข็งแรง และฮอร์โมนเองก็มีส่วนทำให้หนังศีรษะมัน ในขิงเขาจะมีส่วนผสมตัวหนึ่งที่ไปยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นฮอร์โมน DHT ซึ่งออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเส้นผมปกติ ทำให้เกิดภาวะผมร่วง หนังศีรษะล้านได้ นอกจากนี้เราก็ใส่มะขามป้อมซึ่งเป็นแอนติออกซิเดนต์ที่ดี ช่วยตอบโจทย์เรื่องผมหงอก และมะคำดีควายซึ่งเป็นสารซักฟอกตามธรรมชาติ แต่ต้องใส่ให้พอดีไม่งั้นจะเกิดรังแค พอผมร่วงลดลง หนังศีรษะสะอาด การไหลเวียนของเลือดก็ดีขึ้นตามธรรมชาติ
ผมที่เกิดใหม่ก็แข็งแรงขึ้น

สูตรขิงนี่ได้รับทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยบูรพาด้วย อาจารย์สุภาภรณ์ เอื้อวงศ์ญาติ ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษที่ดูแลเรื่องสมุนไพรบำบัดเป็นผู้ผลิตสารสกัดให้ ในทุกหลอดจะสกัดใหม่หมด ทางมหาวิทยาลัยเองก็อยากทดลองโดยมีผู้ประกอบการเข้าไปสนับสนุน

 

สวยทั้งรูป จูบก็หอม

สิ่งที่เราติดอยู่นานคือขั้นตอนการออกแบบรูปลักษณ์ ทุกคนจะบอกว่าเราขายของไทย อยากให้ทำรูปลักษณ์ไทยๆ แต่เราอยากตอบโจทย์คนกลุ่มแบบเรา คนทั่วไปที่เป็นชนชั้นกลาง คนทำงาน เด็กสมัยใหม่ ทำให้เขาอยากหยิบใช้แทนที่จะไปหยิบแบรนด์เมืองนอก วางในห้องน้ำแล้วสวย ร่วมสมัย

เดือนเป็นคนชอบยาสระผมและครีมอาบน้ำมาก แต่ใช้แล้วแพ้มาตลอด เลยเปลี่ยนไปใช้ของญี่ปุ่นหรือเกาหลี นอกจากนี้ก็เป็นคนชอบแพ็คเกจจิ้งมาก ถึงขนาดไปเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อมาอ่านฉลาก ตอนทำเลยเน้นเรื่องแพ็คเกจจิ้งเป็นหลัก เพราะถ้าข้างในดี แต่ข้างนอกไม่น่าหยิบใช้เขาจะไม่มีโอกาสสัมผัสข้างในเลย การจะซื้อแชมพูต้องเริ่มจากแพ็คเกจจิ้ง เปิดดม ก่อนจะตัดสินใจซื้อกลับไปใช้ที่บ้าน ถ้าใช้แล้วดีมันถึงจะมีขวดที่สอง ฉะนั้นขวดแรกต้องสวย กลิ่นดี ถูกจริต ทำให้เริ่มหยิบก่อน คนที่วาดภาพสเกตช์บนฉลากให้ก็คือน้องที่เคยทำการ์ดแต่งงานให้เรานี่แหละ

เราอยากวางโพซิชั่นแชมพูเป็นกึ่งๆ ยา สีสันที่ออกมาเลยมีหน้าตาเหมือนขวดยา ไม่หวือหวา อยากให้นึกถึงเราเหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้าน คนถามว่าทำไมไม่ทำให้แบรนด์ดูสปามากๆ ไทยมากๆ จะได้ขายเมืองนอก แต่เดือนบอกไม่เอาล่ะ เราอยากขายคนไทยก่อน อยากให้เริ่มต้นจากตรงนี้

ส่งความห่วงใยผ่านคู่มือการใช้

เราทำโบรชัวร์จริงจังเพื่อบอกวิธีใช้ที่ถูกต้อง มีรูปประกอบด้วย เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีสระผมที่ถูกต้อง ส่วนมากจะสระที่ผม ลืมไปว่าส่วนสำคัญคือหนังศีรษะ บางทีอาบน้ำแบบเดินผ่านน้ำ น้ำยังไม่ถึงหนังศีรษะเลย ทั้งที่สิ่งสกปรกที่อุดตัน ไขมันตกค้าง มันอยู่ตรงนั้น หนังศีรษะก็เหมือนผิวหนังของเรา มีเหงื่อ มีฝุ่นเหมือนกัน แชมพูก็ไม่ต้องใช้เยอะ เดี๋ยวตกค้างแล้วจะยิ่งมันและระคายเคือง ทรีตเมนต์ต้องใช้ก่อนออกแดด 2 ชั่วโมง เพราะสารสกัดกลุ่มวิตามินซีรวมทั้งมะกรูด เวลาโดนแดดจะทำให้ผิวดำและระคายเคืองได้

ถ้าเราบอกว่าใช้อย่างไรแล้วเขาใช้ถูก ผลลัพธ์ก็จะได้อย่างที่ควรจะเป็น เราไม่ได้ขายฝัน ฉะนั้นวิธีใช้สำคัญมาก กว่าจะนวดหน้าตีโฟมเขายังต้องบอกวิธีการใช้ให้ได้ผลเลย เราเน้นกับน้องคนขายเลยว่าต้องถามก่อนว่าหนังศีรษะคุณมันไหม แม้กระทั่งหน้าเพจก็บอกเรื่องอุณหภูมิน้ำที่ใช้ การเป่าผม อาหารการกิน มันเป็นเรื่ององค์รวมมากๆ จริงๆ หนังศีรษะดูแลไม่ยาก แต่พอคัน มีรังแค ให้เขากลับมาเป็นสภาพเดิมมันยากกว่า เราจะบอกลูกค้าตลอดว่าต้องกินดีอยู่ดีด้วย เพราะแชมพูและทรีตเมนต์มันดูแลปลายเหตุ

เรื่องของร่างกายที่ส่งต่อไปที่จิตใจ

ตอนเริ่มทำเราไม่ได้คิดขนาดว่าตลาดยังมีช่องโหว่ แต่เบียร์ใช้แล้วหายก็อยากให้คนอื่นได้ลองด้วย ที่ชัดเจนที่สุดคือลูกค้าที่ทำคีโม เราเห็นตั้งแต่พี่เขาส่งรูปมาให้ดูว่าพี่โกนหัวแล้วนะ จนพี่เป็นเซอร์ไวเวอร์จากการทำคีโม ผมที่เคยขาวขึ้นใหม่เป็นสีดำ ทำให้เห็นว่าสมุนไพรมันเวิร์กมากๆ มันเหมือนว่าสิ่งที่เราทำมันมากกว่าแชมพู มากกว่าการรักษา มัน healing inner ของคนด้วย มันสร้างความมั่นใจให้เขาโดยไม่ต้องไปใช้เคมี ลูกค้าบางท่านผมเป็นสีขาว ต้องย้อมตลอด พอมาใช้ ผมก็กลายเป็นสีเทาเงาๆ ดำๆ แซมกัน

สมุนไพรหลายอย่างน่าตื่นเต้นนะ พอศึกษาเราพบว่ามันทำได้มากกว่าที่คิดไว้มาก บ้านเรามีของดีเยอะ แต่ไม่ได้มีการวิจัยหรือหยิบมาใช้อย่างถูกต้อง ตอนนี้เราก็กำลังทำน้ำมันหมักก่อนสระอยู่ สมุนไพรที่ใช้ก็จะมีเยอะขึ้น
เพราะเราเชื่อว่ามันดี มันเห็นผล เรา educate ลูกค้าแค่ผลิตภัณฑ์ของเรา แต่เมื่อเขาคุ้นกับการใช้สมุนไพรหนึ่งอย่าง สองอย่าง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพก็จะต่อยอดออกไปเรื่อยๆ มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าสินค้าเพื่อสุขภาพไม่ได้ใช้ยากเลย

ถ้าให้แนะนำสินค้าได้หนึ่งอย่างจะแนะนำอะไรเอ่ย?

เราอยากแนะนำทรีตเมนต์มะกรูดซึ่งช่วยแก้แพ้แก้คันได้ มีมะกรูดเข้มข้น ปกติสินค้าจะใส่มะกรูดเยอะๆ ก็เป็นไปได้ยากด้วยราคาด้วย แต่เราพยายามใส่เต็มที่ ถ้ามีอาการมีตุ่มอักเสบ ผมหลุดร่วง มะกรูดจะดูแลที่ต้นเหตุ เหมือนใส่ปุ๋ยให้ดิน ให้หนังศีรษะดี พอดินดี มันก็ดีหมด

แชมพูสมุนไพร Kaff & Co. มีให้ซื้อหาที่ Blue Basket เว็บไซต์รวมสินค้าเพื่อสุขภาพ
นอกจากนี้เราจะทยอยเสิร์ฟเนื้อหาสินค้าเพื่อสุขภาพดีๆ ทุกวันพุธที่ 1 และ 3
ของเดือน ติดตามได้ในคอลัมน์
Blue Basket นะ

ภาพ ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ และ กันตพร สวนศิลป์พงศ์

Author

กันตพร สวนศิลป์พงศ์

อดีตผู้ช่วยบรรณาธิการบริหารนิตยสาร a day สนใจสิ่งหลากหลายตามมาตรฐานหญิงไทย เช่น หนังสือ ของกิน ศิลปะ ชอบเสพงานสร้างสรรค์ที่ผลิตโดยหญิงสาวเป็นพิเศษ เคยเขียนหนังสือกับสำนักพิมพ์ fullstop หนึ่งเล่มชื่อ Magic Moment ความงดงามในเสี้ยววินาที ตอนนี้กำลังให้เวลาชีวิตกับการศึกษาด้านจิตวิทยา

ชนพัฒน์ เศรษฐโสรัถ

ช่างภาพนิตยสาร a day ที่เพิ่งมีพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มใหม่ชื่อ view • finder ออกไปเจอบอลติก ซื้อสิ ไปซื้อ เฮ่!

Related Posts