x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

Art Book 12 เล่ม ที่อยากชวนคุณมาลูบคลำและกำซาบในงาน Bangkok Art Book Fair 2018

Highlights

  • Bangkok Art Book Fair หรือเทศกาลหนังสือศิลปะกรุงเทพฯ วนกลับมาอีกครั้งในปี 2018 พร้อมหนังสืออาร์ตบุ๊กสุดคราฟต์ให้คุณเลือกซื้อ เลือกชมอย่างจุใจ
  • ศิลปินที่ทำหนังสือมาร่วมงานมีทั้งนักวาดภาพประกอบ ผู้กำกับ นักออกแบบ ไปจนถึงบุคคลทั่วไปที่ฝักใฝ่ในศิลปะ ทั้งไทยและเทศ​ งานที่ออกมาจึงหลากหลายทั้งเนื้อหา สไตล์ และเชื้อชาติ!
  • a day ขออาสาเป็นไกด์พาทัวร์ในงานและแนะนำหนังสือเล่มที่เราคิดว่าน่าสนใจ แอบบอกว่าบางเล่มฮอตมาก รีบไปดูไปชมก่อนหนังสือ sold out นะ

ขึ้นชื่อว่า ‘หนังสือศิลปะ’ หลายคนอาจนึกไปถึงหนังสือดีไซน์สวย คอนเซปต์ดี แต่เมื่อได้ชื่อว่า ‘ศิลปะ’ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ทั้งความเวียร์ด ท้าทายขนบ หลุดกรอบงานดีไซน์แบบเดิมๆ สื่อผสมหลากหลายที่ไม่คาดคิดว่าจะเข้ากันได้

งาน Bangkok Art Book Fair 2018 ทำเอาสถานที่โล่งกว้างอย่าง Bangkok CityCity Gallery ดูแน่นไปถนัดตา เมื่อหนังสือศิลปะหลากหลายวางแสดงตามซุ้มต่างๆ จนเต็มพื้นที่ ห้องจัดแสดงนิทรรศการกลายเป็นพื้นที่ปล่อยของให้ศิลปินและผู้มีใจรักงานศิลปะทั้งไทยและเทศมารวมตัวกัน

เราขออาสาเป็นไกด์ทัวร์ในงาน Bangkok Art Book Fair แนะนำหนังสือศิลปะ 12 เล่มที่ต้องตาและโดนใจเราเป็นพิเศษ จนคิดว่าคุณควรจะได้ลูบคลำด้วยสองมือและกำซาบด้วยสองตาของตัวเองสักครั้ง ขอบอกว่าบางเล่มฮอตฮิตมาก รีบไปดูไปชมก่อนหนังสือจะ sold out กัน!


01 HARDCORE VOL. 2 มวยปล้ำฮาร์ดคอร์
Artist : TAE PARVIT

ซีนสุดดิบที่ตีความความรุนแรงของมวยปล้ำออกมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบซีน แหกคอกทุกกฎการทำหนังสือที่ทั้งรุนแรงและดุดัน พอได้ลองมาสัมผัสความฮาร์ดคอร์ของมวยปล้ำบนกระดาษที่บอบบางและอ่อนนุ่มก็ให้สัมผัสที่แปลกไม่น้อย

“ผมชอบมวยปล้ำฮาร์ดคอร์ เพราะเป็นอะไรที่ไม่มีกฎ ไม่มีกติกา เราสนใจตรงที่มันเป็นเหมือนการแสดงอย่างหนึ่งที่ค่อนข้างเอ็กซ์ตรีม เป็นการเอาความรุนแรงมาโชว์ทางทีวี เราเลยรวบรวมมาเป็นหนังสือ เหมือนเราทำหนังสือที่แหกกฎการอ่านหนังสือปกติ เราทดลองเย็บเล่มเองมั่วๆ ดิบๆ โหดๆ ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร เนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง ดุดันในรูปแบบหนังสือ พยายามทำให้มันโหดไปทั้งเนื้อหาและการออกแบบรูปเล่ม”


02 ความตายของมูราคามิและคนอื่นๆ
Artist : Kittinan Sawasdee

สำหรับคอวรรณกรรมต้องห้ามพลาด หนังสือทำมือรวบรวม 8 เรื่องสั้นสุดรักของฟอร์ด กิตตินันท์ หน้าปกดีไซน์คอลลาจบอกใบ้เนื้อหาบางอย่างในเรื่องสั้น ทำให้เราตกหลุมรักทั้งดีไซน์และความละเมียดที่ผสานงานอาร์ตเข้ากับวรรณกรรมได้อย่างลงตัว ใครอ่านจบแล้วอยากหยิบหน้าปกขึ้นมาดูบ่อยๆ เพื่อรื้อฟื้นความทรงจำในรสการอ่านก็จะไม่แปลกใจเลย

“หน้าปกเรื่องสั้นของผมเป็นชั้นภาพคอลลาจทับซ้อนกัน อย่าแกะนะครับ (หัวเราะ) เป็นภาพที่บอกใบ้ตัวละครของทั้ง 8 เรื่องนี่แหละ ตอนแรกคนอ่านอาจจะไม่รู้หรอกว่าคืออะไร แต่พออ่านจบแล้วกลบมาดูหน้าปกก็จะรู้ มันภาพอาจจะเป็นสัญลักษณ์ ไม่ได้พูดตรงๆ  หน้าปกที่เราทำทั้ง 45 เล่มแตกต่างกันทั้งหมดเลย”


03 NOW LOST — IN BETWEEN THE CLUES OF KOTA KINABALU
Artist : Wuthipol Ujathammarat

จะดีไหมถ้าคุณได้ครอบครองอาร์ตบุ๊กไปพร้อมๆ กับช่วยนักเขียนไขปริศนาจากแฟ้มคดีส่วนตัวของเขา อาร์ตบุ๊กเล่มนี้นำทางเราด้วยภาพถ่ายในซองเอกสาร พาเราเดาสุ่มไปในโลกของผู้อ่านและผู้เขียนที่ซ้อนทับกัน เปิดพื้นที่ให้ผู้อ่านได้กระโดดเข้ามาเป็นตัวละครในหนังสือแฟ้มคดีของเขาเอง

“เล่มนี้เป็นบันทึกของผมที่ได้ไปที่เมืองโคตาคินาบาลู มาเลเซีย เมื่อปี 2015 ผมใช้เวลา 2 ปีในการทำเพราะรอจังหวะที่จะใช้เรื่องราวและการสื่อสารที่เหมาะกับภาพชุดนี้ เล่มนี้ผมออกแบบมาให้อยู่ในรูปแบบของแฟ้มหลักฐาน ให้มีบรรยากาศความดิบเหมือนอยู่โรงพัก ในการเดินทางที่ผมได้ไปเห็นมา ผมไม่ได้เดินตามแผนที่ แต่เดินสังเกตสิ่งของรายทางไปเรื่อยๆ แล้วให้สิ่งเหล่านี้นำทางผมไปสู่อีกเส้นทางหนึ่งที่คาดไม่ถึง เหมือนเราเดินเก็บเบาะแสไปเรื่อยๆ ภายในแฟ้มจะมีซีนเล่มเล็กๆ ที่ผมทำขึ้นเป็นหนึ่งในเบาะแสด้วย อย่างซีนที่ผมถ่ายรูปตึก ผมก็ออกแบบให้รูปเล่มเป็นแนวยาวแบบตึกจริง ส่วนซีนอีกเล่มเป็นสีดำ ผมตั้งใจซ่อนไว้ลึกที่สุดในแฟ้ม เปรียบเสมือนเรื่องลึกลับที่ผมได้ไปเจอ ผมอยากให้ผู้อ่านได้สวมรอยตัวเองเป็นนักสืบ”


04 ปรารถนา
Artist : อุทิศ เหมะมูล

ภาพวาดบางภาพ อย่างไรผม เรือนร่าง หรือแม้กระทั่งดอกไม้ อาจสร้างความทรงจำให้ใครบางคนถวิลหา จนกระทั่งนึกปรารถนา อาร์ตบุ๊กรวมงานศิลปะของนักเขียนซีไรต์ อุทิศ เหมะมูล ในชื่อ ปรารถนา เป็นงานรวบรวมภาพวาดงานต้นฉบับสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ผ่านกระบวนพิมพ์ สุนทรีที่มาพร้อมความเซ็กซี่เย้ายวนทำให้เราเหมือนโดนดูดเข้าไปในรูปวาดเหล่านั้นแบบละสายตาไม่ได้ นักเขียนกระซิบมาว่าทำจำกัดแค่ 13 เล่มเท่านั้น ใครอยากสัมผัส ปรารถนา ของจริง งานนี้คงต้องรีบแล้ว

“ผมสนใจอยากทำเป็นหนังสือที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการพิมพ์ ในหนังสือชื่อ ปรารถนา ผมเลือกตีความเรือนร่าง การเจาะเฉพาะส่วนที่กระตุ้นความรู้สึก sensual หรือความทรงจำต่างๆ ซึ่งบางทีก็ไม่ใช่ภาพเปลือยเสมอไป อาจจะเป็นแค่เส้นผม หรือดอกไม้ก็ได้ ให้มันมีความสุนทรีมากขึ้น ไม่ต้องเล่าเรื่องตรงไปตรงมา มีความหมายซ่อนอยู่ในแต่ละภาพ ในเล่มนี้จะมีหน้าคู่ แต่มันถูกตัดขาดแล้วแยกออกมา ทุกภาพมีเรื่องเล่าของมันทั้งส่วนที่หวานซึ้งหรือต้องแยกจาก มันเป็นการรวมงานศิลปะของเราที่จับจองได้อย่างน้อยก็ 20 ภาพ ผมใช้หลายเทคนิค ทั้งคอลลาจ ตัดปะ เพนติ้ง ดรอว์อิ้ง วาดลายเส้น เป็นงานออริจินอลที่ไม่เหมือนกันสักเล่มเลย”


05 โซทรู้ธ (Salmon books)
Artist : คงเดช จาตุรันต์รัศมี

หนังสือแห่งความจริง (?) ที่ไล่เลเยอร์ความจริงลดหลั่นชั้นตามการดีไซน์หน้าปกเหมือนขั้นบันได การเล่นเฉดสีหลากหลายลายตาบนหน้าปกไม่ต่างจากความจริงที่ถูกย้อมสี หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีดีแค่การดีไซน์หรืออาร์ตเวิร์ก แต่คอนเทนต์ที่คงเดชตีแผ่ออกมาในเล่มยังแสบๆ คันๆ ผสานไปกับการดีไซน์สุดเปรี้ยวของ Rabbithood แบบลงตัว ขอเชิญมาสัมผัสความจริงที่ไม่ได้มีแต่แนวระนาบได้ใน โซทรู้ธ

“เล่มนี้เกิดจากที่คงเดชมีความสนใจประเด็นเกี่ยวกับความจริงในสื่อต่างๆ ลองไปหาความจริงในแต่ละสื่อดู เช่น สื่อโซเชียล บทสัมภาษณ์ นิตยสาร โฆษณาที่บอกว่าสร้างจากเหตุการณ์จริง เรียลลิตี้โชว์ สตอรี่บอร์ด ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ ตั้งคำถามว่าไอ้ที่เราบอกว่าเป็นความจริง แท้จริงแล้วความจริงมันมีในโลกจริงไหม หรือมันคือการสร้างความจริงขึ้นมา อย่างข้อความแชตในไลน์ เวลาพิมพ์เราก็ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก เล่มนี้ต้องการวิชวลที่ช่วยขับเน้นตรงนี้ เลยชวน Rabbithood มาดีไซน์ ความจริงของพี่คงเดชมีหลายระดับมาก ไหนๆ เราลองทำดีไซน์ออกมาเป็นหลายระดับดู ทั้ง 11 บทมีลูกเล่นเฉพาะของแต่ละสื่อไป เช่น แทรกกระดาษไขเขียนความรู้สึกของคนเขียนบทสัมภาษณ์ มีความรู้สึกของผู้สัมภาษณ์ว่าอ่านแล้วรู้สึกยังไง”


06 สายรุ้งศึกษา
Artist : Phannapust Taychamaythakool

หนังสือภาพลายเส้นน่ารัก มีตัวหนังสือที่ค่อยๆ ทิ้งร่องรอยให้ละเมียดและตั้งใจทิ้งพื้นที่ให้ตีความ ใครเป็นแฟนคลับอาร์ตบุ๊กสายมินิมอลต้องห้ามพลาดเล่มนี้ คุณอาจจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของเด็กหญิงเรนโบว์ซูแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเชียวล่ะ

“เพลง If You Want the Rainbow (You Must Have the Rain) เป็นแกนหลักที่เราใช้ดำเนินเรื่อง เราเขียนเรื่องด้วยการตีความความโชคดีว่าไม่ใช่สิ่งที่มาหล่นทับ แต่เป็นทัศนคติ ปกติงานของเราจะมีรายละเอียดและสีเยอะ แต่เล่มนี้เราตัดทอนทั้งหมดออกไปเพราะอยากให้คนค่อยๆ ดูตัวละครนี้อย่างจริงจัง ว่าเขากำลังรู้สึกอะไร ทิ้งสเปซเยอะๆ ดูพื้นที่ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย ดอกไม้ที่ค่อยๆ งอก หรือค่อยๆ เหี่ยว อารมณ์ของนกแต่ละตัว ในเล่มนี้เราวาดในพื้นที่ของเรา เรารดน้ำพรวนดิน ปลูกต้นไม้ของเราขึ้นมา แต่สักวันพื้นที่ของเราก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราอยากให้คนค่อยๆ ละเอียด ค่อยๆ อ่านๆ มีพื้นที่ว่างมากๆ”


07 Eros 22 Boys/22 Tarot Card
Artist : Oat Montien

ผู้ชาย ไพ่ทาโรต์ และวรรณกรรม คือสามสิ่งซิกเนเจอร์ของความเป็นโอ๊ต มณเฑียร Eros 22 Boys/22 Tarot Card คือสามสิ่งนั้นที่กลั่นออกมาจากหัวใจ เขาสาดทั้งความรัก ความเกลียด ความลุ่มหลง และศิลปะลงไปในนั้น หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือรวมภาพนู้ดผู้ชายคนรัก ชู้ คนแปลกหน้า ที่โอ๊ตกระซิบมาว่า “ถ้าไม่พิมพ์เอง ใครเขาจะไปตีพิมพ์ให้” ใครอยากชมภาพลับของความรักในชีวิตโอ๊ต มณเฑียร ตามไปชมกันได้ที่งานนี้ ศิลปินกระซิบมาว่า ซื้อในงานนี้ได้ดูดวงไพ่ทาโรต์ฟรีด้วยนะ ขอคอนเฟิร์มว่าแม่นราวกับตาเห็น

“เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่เราตีพิมพ์เอง เพราะรูปโป๊เยอะ (หัวเราะร่วน) และเป็นหนังสือภาษาอังกฤษเล่มแรกด้วย Eros เป็นรูปปั้นอยู่ในกลางลอนดอนที่เป็นตัวแทนความเป็นลอนดอนสำหรับเรา นั่นคือแพสชั่น คือผู้ชาย คือการตามหาความรัก ในเล่มนี้เป็นผู้ชายที่เราวาด 22 คน มีทั้งคนแปลกหน้า คนรัก ชู้ เพื่อน ถ้าเป็นคนอังกฤษ เราก็จะเขียนกวีเกี่ยวกับเขาเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเป็นคนไทยก็จะเขียนภาษาไทย มีทั้งบทกวี รวมเรื่องสั้น แล้วแต่คน

“แต่ละคนจะถูกแทนด้วยไพ่ทาโรต์ 22 ใบ เพราะเราก็ดูดวงด้วย จริงๆ อันนี้เป็นจุดเปลี่ยนของการเป็นศิลปินของเรา อันนี้เราอยากให้ใช้เส้นให้น้อยที่สุดเพราะจะเล่าเรื่องให้เยอะที่สุด บางทีก็มีแค่เส้นเดียวหรือสองเส้น เป็นโมเมนต์ในตอนนั้น เป็นลายเส้นที่มาจากใจที่เกิดขึ้นในเวลานั้นจริงๆ  แต่ละคนมีคาแร็กเตอร์เหมือนไพ่ เช่น บางคนเป็น The World คือโลกทั้งใบของเราในตอนนั้น หรือ The Devil คือคนที่เราทั้งรักทั้งเจ็บ”


08 LIFE IS LIFE (coloring book)
Artist : Orn Thongthai

To the child in me.

To the child in you.

That child is so true.

หน้าสุดท้ายของหนังสือระบายสีเล่มนี้บอกเราอย่างนั้น “ทุกคนมีความเป็นเด็ก และความเป็นเด็กมันสนุกที่สุด” นี่คือสิ่งที่อรตั้งใจทิ้งท้ายไว้ในหนังสือสุดรักของเธอ ความคูลของหนังสือระบายสีเล่มนี้มาจากความเซอร์ไพรส์ในลายเส้น ทั้งลายเส้นสเกตช์ดิบๆ ไปจนถึงรูปวาดกระดูกคน! เรามั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เฉพาะสำหรับเด็กเท่านั้น จึงขอชวนผู้ใหญ่ที่มีหัวใจเยาว์ไปเปิดดูด้วยตาของตัวเอง แล้วจะรู้ว่าหนังสือระบายสีเล่มเล็กๆ สามารถพาคุณนั่งไทม์แมชชีนย้อนไปในวัยเด็กได้จริง

“ตอนนี้อายุเราเริ่มเข้าวัยที่คนใกล้ตัวเริ่มมีลูก มีหลายคนเรียกร้องให้ทำสมุดระบายสี เล่มนี้เป็นเล่มแรกที่เราทำเลย เราอุทิศให้คุณพ่อคุณแม่เพราะเป็นหนังสือเด็ก ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเรา เรามีสติกเกอร์ให้หนึ่งหน้าเพราะคิดว่าเด็กๆ ชอบ ลายเส้นของเราสดมาก บางอันสแกนมาจากสมุดสเกตช์ที่คนไม่เคยได้เห็น งานของอรคนอาจจะดูว่าง่ายๆ แต่จริงๆ เล่มนี้มีงานที่เราเรียนอย่างภาพสเกตช์กระดูกมือคนด้วย เราลองจัดวางเป็นสมุดระบายสีที่เปิดพื้นที่ให้เด็กได้ต่อยอดความคิด ใช้กระดาษพิเศษลื่น เขียนด้วยวัสดุอะไรก็ติด ไม่ซึมไม่ทะลุ ทั้งดินสอ ดินสอสี มาร์กเกอร์ สีเทียน ระบายได้แม้กระทั่งกระดาษปก”


09 Handpicked : Favourite Shops in Europe
Artist : Jeeb Kongdechakul

เรามักตื่นตาตื่นใจกับหนังสือป๊อปอัพเสมอ แต่เมื่อได้เห็นหนังสือทำมือของจี๊ปยิ่งทำให้หัวใจเราแทบจะกระโดดพล่านด้วยความตะลึงในดีเทลและความละมุนที่สะท้อนตัวตนของศิลปินได้เป็นอย่างดี อาร์ตบุ๊กเล่มนี้รวบรวมร้านรวงในยุโรปที่จี๊ปชอบทั้ง 5 ร้านไว้ในเล่มเดียว ภาพประกอบส่วนใหญ่คัดมาจากไดอารี่ส่วนตัวของเธอเอง ใครอยากลองไปเยี่ยมชมร้านสุดโปรดผ่านลายเส้นของเธอก็ชวนไปลูบคลำกันได้ที่งานนี้

“จี๊ปเป็นคนชอบเดินทางและชอบซื้อของ เล่มนี้เป็นหนังสือภาพประกอบเล่มแรกที่จี๊ปเริ่มทำ เป็นหนังสือรวมร้านในยุโรปที่น่าสนใจ มีทั้งร้านจานที่ปารีสที่ไปเยือนทุกครั้งที่ไป ร้านเครื่องสำอางที่ฝรั่งเศส ร้านโรงละครกระดาษที่ลอนดอน ร้านรวมของจากทั่วโลกที่อัมสเตอร์ดัม และร้านรวมของดีไซน์เก๋ๆ ของโปรตุเกส รูปบางรูปในเล่มนี้มาจากไดอารี่เวลาไปเที่ยว ไดอารี่ของเราเป็นรูปภาพ เลยเอามาสแกนและลองจัดทำม็อกอัพ วาด ดีไซน์ ทำอาร์ตเวิร์กเอง ดูว่าพอกางออกมาแล้วเป็นยังไง บางรูปก็เป็นบันทึกของเราที่วาดไว้ตั้งนานแล้ว เลยได้โอกาสมารวบรวมไว้ในเล่มนี้”


10 A Casual Company Profile of Studio Marketing Materials
Artist : Studio Marketing Materials

เดี๋ยวนี้จะแนะนำบริษัทแบบธรรมดาหรือแค่ยื่นนามบัตรก็ดูจะธรรมดาเกินไปหน่อย Studio Marketing Materials จับฟอนต์ตัวเลขมาโลดเต้นบนหน้าโปรไฟล์บริษัท จัดบิดองศาต่างๆ เพื่อบอกเรื่องราวแทนตัวอักษร ใครอยากได้ไอเดียเก๋ๆ ไว้ไปใช้ในองค์กรดูบ้าง แวะไปดูโปรไฟล์ล้ำๆ ได้ที่งานนี้เลย

“คอนเซปต์คือการพัฒนาตัวอักษรจากคำว่า Third แล้วพัฒนามาเป็นชุดฟอนต์ จากนั้นเอาชุดฟอนต์มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสตูดิโอ ฟังก์ชั่นของเล่มนี้คล้ายๆ ว่าจะเป็น Company Profile ที่เล่าอีกแบบหนึ่งด้วยตัวเลข มีอะไรที่เป็นข้อมูลภายในบริษัทหรืออะไรที่ nonsense ก็ได้ เช่น วันที่ก่อตั้งบริษัท จำนวนคนในบริษัทจำนวนถังขยะจำนวนเก้าอี้ จำนวนปาร์ตี้ อุณหภูมิในออฟฟิศ เบอร์ติดต่อ ฯลฯ”


11 This isn’t not…
Artist : PRACTICAL Design Studio

ตัวอักษรที่พาดทับกันไปมา ทำให้เราสะดุดหยุดจ้องอยู่พักใหญ่ PRACTICAL Design Studio ปล่อยของโดยรวบรวมพี่ๆ น้องๆ ในบริษัทมาร่วมกันทำดีไซน์และพิมพ์สกรีนทับกันไปมาเพื่อแสดงออกตัวตนของปัจเจกและการผสานใจของเหล่าคนทำงาน หมึกพิมพ์สีดำ สีเมทาลิก หมึกขาว และฟอนต์ต่างๆ ที่พาดทับกันไปมายิ่งทำให้งานดูเท่มากจนอยากให้ลองไปดูของจริงเลยล่ะ

“เล่มนี้เรารวมงานของคนในออฟฟิศ Practical ซึ่งมีสมาชิกหลักอยู่ 8 คน ในแต่ละหน้าจะใส่ทัศนคติของตัวเองลงไป ใครมี motto หรือแนวทางในการใช้ชีวิตยังไงบ้างก็ใส่มา ในแต่ละหน้าจะมีงานของทั้ง 8 คนมารวมกัน ทั้ง 8 คนจะทับๆ กันอยู่ในหน้าเดียว หลังจากนั้นก็จะมีสมาชิกพี่ๆ น้องๆ หรือน้องฝึกงาน ดีไซน์สิ่งที่เป็น identity ของตัวแล้วทำบล็อกสกรีน สกรีนทับลงไปในงานพิมพ์ดิจิทัล เราใช้ซิลก์สกรีนปกติ แต่ใช้หมึกเงินหรือหมึกสีขาวบ้าง จะได้เห็น identity ของแต่ละคนทับไปทับมาในและหน้า เหมือนเรามาดีไซน์การทำงานว่าทุกคนไม่ต้องมานั่งเลย์เอาต์เหมือนกัน แต่ดีไซน์ให้ทุกคนทำงานแล้วอยู่ด้วยกันได้ บางคนก็ดีไซน์ฟอนต์เองแล้วพิมพ์ลงมาในงานนี้”


12 Remembrance (Rattanakiri)
Artist : Arin Rungjang

บันทึกถ้อยคำจากผู้หญิงในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา สัมภาษณ์โดย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินที่โด่งดังในระดับสากลอยู่ตอนนี้ เผยร่องรอยและหลักฐานแห่งความปวดร้าวบางอย่างที่สงครามทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง นอกจากบทสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ-เขมรแล้ว ยังมีการนำผ้าทอของผู้หญิงในตำบลนั้นมาจัดเป็นบ็อกซ์เซตให้ชมกัน ใครจะเชื่อว่าลายผ้าทอของที่นี่จะมีทั้งภาพยุทโธปกรณ์ ระเบิด เฮลิคอปเตอร์ รถถัง ปืน หากใครได้ไปงานนี้ เราแนะนำว่างานของอริญชย์เป็นงานอีกชิ้นหนึ่งที่ห้ามพลาด

“อริญชย์ รุ่งแจ้ง เป็นศิลปินที่ไปสัมภาษณ์ผู้หญิงในตำบลรัตนคีรีตรงชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากตำบลนี้โดนผลกระทบจากสงครามมาหลายสงครามมาก ทั้งสงครามเวียดนาม ทั้งสมัยเขมรแดงภายใต้การนำของจอมพล พล พต ผู้หญิงในตำบลนี้เลยทอผ้าขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราว มี element ของความเป็นสงครามอยู่ ภายในบทสัมภาษณ์มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเขมร หนังสือจะมีจัดเซตกับผ้าทอมือ 24 ชุด ผ้าแต่ละผืนจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป”

Bangkok Art Book Fair 2018 จัดขึ้น ณ Bangkok CityCity Gallery ตั้งแต่วันที่ 6-9 กันยายน 2561 ใครอ่านแล้วอยากได้เล่มไหนอย่ารีรอ รีบจับจองกันได้เลย

Author

พิมพ์พญา เจริญศิริพันธ์

กองบรรณาธิการ a team junior 13 - เจ้าหญิงแห่งวงการเรือแสนแสบ ผู้หลงรักการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะทั้งทางชลมารคและสถลมารค ชอบเรียนภาษาฮินดีเพราะรู้สึกว่าเป็นภาษาที่เซ็กซี่มาก नमस्तेजी

Photographer

ณัฐปคัลภ์ ทัศนวิริยกุล

นักเรียนฟิล์มที่มาฝึกงานช่างภาพ รักการถ่ายรูป ชอบกินของอร่อย และชอบใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนสนิท คนรัก

Related Posts