x

ขอบคุณที่สมัครใช้บริการ
E-Newsletter ของ a day
กรุณาเช็คอีเมลของคุณ
เพื่อเปิดใช้งานได้เลย :-)

Thank you for joining our community.
Please check your e-mail
to activate our E-Newsletter.
Enjoy! :-)

5 เรื่องน่ารู้ก่อนไปดู Bangkok Art Book Fair เทศกาลหนังสือศิลปะครั้งแรกของกรุงเทพฯ

บอกเลยว่าคนชอบหนังสืออย่างเราใจเต้นแรงมาก
เมื่อรู้ว่ากรุงเทพฯ จะได้มี Art Book Fair หรือเทศกาลหนังสือศิลปะของตัวเองเสียทีหลังจากเพื่อนบ้านรอบข้าง
เช่น สิงคโปร์และญี่ปุ่นเขาจัดกันไปแล้วหลายรอบ ใครที่ยังสงสัยว่าเทศกาลนี้คืออะไร
ขออธิบายง่ายๆ ว่ามันคืองานที่ศิลปินซึ่งเป็นผู้ออกร้านส่วนใหญ่จะมาตั้งโต๊ะวางขายผลงานที่สร้างสรรค์มาเป็นหนังสือ ทำให้ทั้งงานเต็มไปด้วยหนังสือที่สวยและพิเศษแปลกตากว่าปกติ
(เริ่มตื่นเต้นรึยัง?) เทศกาลสาขากรุงเทพฯ นี้จัดขึ้นโดย ปิยกรณ์
ชัยวีรพันธ์เดช
, พัชร ลัดดาพันธ์ 2 นักออกแบบกราฟิก และ ศุภมาศ พะหุโล
ผู้ร่วมก่อตั้ง BANGKOK
CITYCITY GALLERY ตัวงานจะจัดที่แกลเลอรี่แห่งนี้ในวันที่ 7 – 10
กันยายน 2560

แต่ก่อนไปถึงวันจริง เราขอชวนทุกคนมารู้จัก
Bangkok Art Book Fair 2017 แบบถึงเนื้อถึงตัวกันผ่าน 5 เรื่องน่ารู้ที่เราได้ไปถามไถ่พูดคุยกับผู้จัดงานมา รับรองว่าอ่านจบแล้วจะไปเที่ยวงานได้อย่างเข้าใจและสนุกขึ้นนะ

1. เทศกาลนี้จัดโดย 2 นักออกแบบกราฟิกฝีมือเยี่ยม
และ 1 แกลเลอรี่เก๋

ก่อนไปคุยกันถึงเรื่องเทศกาล
เราขอแนะนำตัวผู้จัดงานกันก่อน เริ่มจากปิยกรณ์ ชัยวีรพันธ์เดช และ พัชร ลัดดาพันธ์ พวกเขาคือ 2 นักออกแบบกราฟิกอิสระผู้สร้างสรรค์ผลงานมาหลากหลาย
เช่น ทำงานกราฟิกให้บรรดานิทรรศการของ TCDC จัด WHETHER IT IS ART OT NOT เกี่ยวกับชีวิตและผลงานบน Digital Platform ของชวลิต
เสริมปรุงสุข ศิลปินแห่งชาติชาวไทยที่ไปใช้ชีวิตในเนเธอร์แลนด์ และก่อตั้ง
The Rambutan: Graphic Design Platform จัดทำเวิร์คช็อป Graphic Design Meets the Society ที่ชวนตั้งคำถามถึงบทบาทของกราฟิกดีไซเนอร์ในประเทศไทย

ส่วน ศุภมาศ พะหุโล
คืออดีตภัณฑารักษ์สาวของ TCDC ที่ผันตัวมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง
BANGKOK CITYCITY GALLERY แกลเลอรี่สีขาวสุดเก๋แห่งซอยสาทร
1 ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานสนุกหลากหลาย เช่น
Melo House นิทรรศการภาพในรูปแบบเขาวงกตของตั้ม-วิสุทธิ์
พรนิมิต และ I Write You A Lot นิทรรศการเดี่ยวของเต๋อ-นวพล
ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่มีกิจกรรมสนุกอย่างการเขียนบทสดที่คนไปแจมกันล้นหลาม

 

2. เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้เหล่าคนทำหนังสือศิลปะ

ไอเดียของ Bangkok Art Book Fair 2017 เริ่มต้นเมื่อปิยกรณ์และพัชรได้จัดทำหนังสือ WHETHER IT IS ART OR NOT ซึ่งรวมผลงานของชวลิตบน
Digital Platform ระหว่างนั้น เพื่อนนักออกแบบชาวเกาหลีแนะนำให้ทั้งคู่เอาหนังสือไปขายในเทศกาลหนังสือศิลปะ
แต่เมื่อทั้งคู่ตอบว่าน่าเสียดายที่ยังไม่มีงานแบบนี้ในไทย เพื่อนเลยเล่า (ผสมยุ)
ให้ฟังว่าการจัดงานแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แล้วยกตัวอย่างงานที่โซล
ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเริ่มต้นจากสเกลเล็กๆ
แต่ต่อมาก็เติบโตและกลายเป็นตัวก่อความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจให้กับวงการออกแบบของที่นั่น
ทำให้ปิยกรณ์และพัชรเริ่มสนใจและเห็นศักยภาพของแพลตฟอร์มเทศกาลหนังสือศิลปะนี้

เมื่อบวกกับประสบการณ์จากการทำ The Rambutan workshop: Graphic Design Meets the
Society ก็ทำให้พบปัญหาว่าต่อให้นักออกแบบกราฟิกขยายขอบเขตตัวเอง
ก็ไม่มีพื้นที่ขายงาน ไอเดียเรื่องการจัดเทศกาลจึงกลับมาอีกครั้ง โดยมีศุภมาศซึ่งชื่นชอบหนังสือศิลปะและชื่นชอบไอเดียนี้ตั้งแต่แรกได้ยินคอยร่วมสนับสนุน

“หนังสือศิลปะมันเปลี่ยนโลก
เปลี่ยนวิธีคิด เราเหมือนกันนะ สมมติซื้อมานั่งอ่านบนเครื่องบิน 2 ชั่วโมง ก็เปลี่ยนวิธีคิดเป็นอีกวิธีหนึ่งแล้ว
เหมือนเราเห็นโลกที่มองออกไปอีกที่หนึ่งซึ่งไม่เคยไปมาก่อน เราว่าหนังสืออาจเป็นรูปแบบการสื่อสารที่เจ๋งที่สุดเลยด้วยซ้ำ
มันน้อยมาก พกพาได้ แต่พาเราไปไกล” ศุภมาศอธิบายความสนุกของหนังสือศิลปะให้เราฟัง

งาน Bangkok Art Book Fair 2017 จึงเปลี่ยนรูปจากฝันสู่ความจริง โดยมีเป้าหมายหลักคือเป็นแพลตฟอร์มช่วยสนับสนุนคนสร้างงานซึ่งไม่ได้จำกัดแค่ศิลปินหรือนักออกแบบ
แต่ยังหมายถึงนักวิจัยทุกสาขา รวมถึงช่วยให้คนอ่านได้เสพผลงานแปลกใหม่ และให้เด็กรุ่นต่อไปได้เห็นความเป็นไปได้สำหรับงานตัวเองในอนาคต

3. นี่คือเทศกาลหนังสือศิลปะที่ไม่ได้ขายแค่หนังสือศิลปะแบบเดิมๆ

ผู้จัดงานทั้งสามคนเห็นตรงกันว่าจะมองคำว่า ‘หนังสือศิลปะ’ ในความหมายกว้าง
ในงานนี้จึงไม่ใช่แค่จะได้พบหนังสือศิลปะที่เป็นหนังสือสวยเก๋แพงลิบ
แต่ยังจะได้พบหนังสือทำมือสนุกๆ ผลงานวิจัยดีๆ
เรียกว่าเป็นหนังสือหลากหลายประเภทที่มีสุนทรียะบางอย่างในตัว
และแน่นอนว่าจะไม่ได้มีแค่ผลงานของศิลปินไทย แต่เหล่าผู้จัดยังบอกเราว่าจะชักชวนศิลปินต่างประเทศมาร่วมแจมด้วย
เพราะอย่างนั้นเตรียมพบหนังสือแปลกใหม่ละลานตาได้เลย

4. เทศกาลนี้ไม่ได้มีขายแค่หนังสือ

นอกจากมีหนังสือสวยๆ วางขาย Bangkok Art Book Fair ยังมีองค์ประกอบอีกมากมายมาเติมเต็มให้เทศกาลสมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นงานเสวนาน่าฟังเกี่ยวกับหนังสือศิลปะ
ซึ่งเริ่มจัดเรียกน้ำย่อยกันแล้วตั้งแต่วันที่ 25 – 26 มีนาคมที่ผ่านมา
และจะยังจัดอีกเรื่อยๆ (โดยอาจกระจายตัวออกไปสู่พื้นที่อื่นนอกจากตัวแกลเลอรี่ด้วย)
ดนตรีสดในวันงาน การเปิดตัวหนังสือศิลปะที่วางขายในงาน และนิทรรศการในงานที่น่าดูมาก
เพราะย้อนมองหนังสือศิลปะที่อยู่กับเมืองไทยมาตั้งแต่อดีต
และน่าจะมีหนังสือของจริงมาให้ได้สัมผัสกันด้วย

5. นี่คือเทศกาลที่อยากให้ผู้เข้าร่วมเกิด Conversation
และ Collaboration

เทศกาลหนังสือศิลปะครั้งนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่เพื่อให้คนขายได้ขาย
คนซื้อได้ซื้อ
แต่คนจัดยังหวังว่างานจะเอื้อให้เกิดบทสนทนาระหว่างศิลปินและคนอ่าน
เพราะงานนี้ทั้งสองฝั่งจะได้พบกันโดยตรงไม่ผ่านตัวกลาง เหมือนที่เกษตรกรตัวเป็นๆ
มาพบคนกินในงาน Farmer’s Market ใครสงสัยอะไร ชอบไม่ชอบอะไรก็คุยกันได้ และนอกจากบทสนทนาหรือ
Conversation ทีมงานยังอยากให้งานนี้ช่วยให้มีการร่วมงานหรือ
Collaboration ใหม่ๆ ซึ่งไม่ใช่แค่ระหว่างศิลปินกับศิลปิน
แต่คนดูงานเองอาจสนใจลองร่วมทำงานกับศิลปิน เช่น มีเนื้อหาบางอย่างที่อยากให้พวกเขาช่วยถ่ายทอดก็ได้

ทั้งหมดนี้ทำให้งาน Bangkok Art Book Fair เป็นพื้นที่ดีๆ
ซึ่งน่าจะช่วยให้ศิลปะเติบโตงอกงาม เป็นงานอย่างที่คนจัดงานอยากเห็นมันเกิดขึ้น “เราแค่อยากทำในสิ่งที่ชอบ
อยากทำ มีแพสชันกับมัน และเป็นสิ่งที่เราคิดว่ามันอาจสวยงาม อาจมีประโยชน์
แต่ก็ไม่ได้อยากสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดขนาดนั้นนะ จริงๆ แล้วไม่ค่อยเชื่อเรื่องอย่างนั้นด้วย เพราะคิดว่าของพวกนี้ต้องค่อยๆ ทำ ต้องค่อยๆ
ก่อร่างมันขึ้น” ศุภมาศบอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจทีมงาน

หากอยากเห็นผลงานที่พวกเขาปลูกปั้น
ก็ลงตารางเตรียมตัวไปเจอกัน 7 – 10 กันยายนนี้ที่ Bangkok Citycity Gallery นะ

www.bangkokartbookfair.info

ภาพ ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

Author

ธารริน อดุลยานนท์

ชอบแมว ชอบกินแซลมอน ชอบอ่านและชอบเขียนหนังสือด้วย

ดวงสุดา กิตติวัฒนานนท์

ช่างภาพนิตยสาร a day ผู้ชอบกินอาหารที่ถ่าย

Related Posts