<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/saard/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/saard/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Sep 2021 13:14:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ฝันของชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่ นักวาดสิงคโปร์ที่เขียนการ์ตูนต่อต้านเผด็จการจนวันตาย</title>
		<link>https://adaymagazine.com/charlie-chan-hock-chye/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Nov 2020 17:57:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านทะลุช่อง]]></category>
		<category><![CDATA[นักเขียนการ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปไตย]]></category>
		<category><![CDATA[เผด็จการ]]></category>
		<category><![CDATA[ชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่]]></category>
		<category><![CDATA[Charlie Chan Hok Chye]]></category>
		<category><![CDATA[สิงคโปร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=113614</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 : ฝันของนักเขียนการ์ตูน ‘นักเขียนการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์’ หนังสือการ์ตูนชีวประวัติเรื่อง ‘ศิลปะของชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่’ บรรยายถึง Charlie Chan Hock Chye ไว้เช่นนั้น เขาเกิดใน ค.ศ. 1936 เติบโตขึ้นมาในช่วงที่ประเทศสิงคโปร์เกิดความผันผวนทางการเมือง เริ่มหัดวาดรูปจากการที่ต้องนั่งรอลูกค้าอยู่ในร้านขายของชำของครอบครัว และใฝ่ฝันเหมือนกับเด็กชอบวาดรูปอีกคณานับทั่วโลกว่าอยากโตไปเป็นนักเขียนการ์ตูน จนเมื่ออายุ 17 ปี ชาร์ลีได้พบ ‘เบอร์ทรันด์’ เพื่อนผู้ต่อมาเป็นคู่หูนักเขียนการ์ตูนคอยช่วยคิดเนื้อเรื่องให้เขาวาดเพื่อเสนอต้นฉบับตามโรงพิมพ์ต่างๆ พวกเขาใฝ่ฝันจะโด่งดัง สร้างผลงานยอดฮิตเทียบเทียม ‘ซูเปอร์แมน’ ที่คนเขียนทำเงินได้เกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี แต่การ์ตูนที่ทั้งคู่ลงแรงสร้างสรรค์กลับมียอดขายเจ๊งเละเทะ โรงพิมพ์ไม่มีเงินหมุนมาจ่ายค่าต้นฉบับ ครั้นเมื่อดึงดันจะทุ่มเวลาอีก 15 เดือนเพื่อผลิตงานชิ้นใหม่ไปเสนอโรงพิมพ์และสำนักพิมพ์ใหม่มากกว่า 12 ราย พวกเขาก็ยังถูกปฏิเสธทั้งหมด มีเพียงสำนักพิมพ์เดียวที่ชื่นชอบผลงานพวกเขาแต่ก็ขอให้เขียนเรื่องใหม่ และนั่นคือจุดกำเนิดของการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง Roachman ผลงานที่ประสบความสำเร็จที่สุดของชาร์ลี คุณอาจคิดว่านี่คือจุดกำเนิดของตำนาน ‘นักเขียนการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด’ อันนำมาซึ่งยอดขายถล่มทลาย ชื่อเสียงขจรขจาย เพียงพอที่จะมีนักเขียนการ์ตูนชาวสิงคโปร์รุ่นหลังมาเขียนชีวประวัติยกย่อง แต่หาใช่ไม่ ซีรีส์ Roachman ที่ดำเนินมาถึง 23 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/charlie-chan-hock-chye/">ฝันของชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่ นักวาดสิงคโปร์ที่เขียนการ์ตูนต่อต้านเผด็จการจนวันตาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113615" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2-683x1024.jpg" alt="ชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/1-2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></h3>
<h3 class="p1">1 : ฝันของนักเขียนการ์ตูน</h3>
<p class="p3">‘นักเขียนการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์’</p>
<p class="p3">หนังสือการ์ตูนชีวประวัติเรื่อง ‘ศิลปะของชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่’ บรรยายถึง Charlie Chan Hock Chye ไว้เช่นนั้น เขาเกิดใน ค.ศ. 1936 เติบโตขึ้นมาในช่วงที่ประเทศสิงคโปร์เกิดความผันผวนทางการเมือง เริ่มหัดวาดรูปจากการที่ต้องนั่งรอลูกค้าอยู่ในร้านขายของชำของครอบครัว และใฝ่ฝันเหมือนกับเด็กชอบวาดรูปอีกคณานับทั่วโลกว่าอยากโตไปเป็นนักเขียนการ์ตูน</p>
<p class="p3">จนเมื่ออายุ 17 ปี ชาร์ลีได้พบ ‘เบอร์ทรันด์’ เพื่อนผู้ต่อมาเป็นคู่หูนักเขียนการ์ตูนคอยช่วยคิดเนื้อเรื่องให้เขาวาดเพื่อเสนอต้นฉบับตามโรงพิมพ์ต่างๆ พวกเขาใฝ่ฝันจะโด่งดัง สร้างผลงานยอดฮิตเทียบเทียม ‘ซูเปอร์แมน’ ที่คนเขียนทำเงินได้เกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี</p>
<p class="p3">แต่การ์ตูนที่ทั้งคู่ลงแรงสร้างสรรค์กลับมียอดขายเจ๊งเละเทะ โรงพิมพ์ไม่มีเงินหมุนมาจ่ายค่าต้นฉบับ ครั้นเมื่อดึงดันจะทุ่มเวลาอีก 15 เดือนเพื่อผลิตงานชิ้นใหม่ไปเสนอโรงพิมพ์และสำนักพิมพ์ใหม่มากกว่า 12 ราย พวกเขาก็ยังถูกปฏิเสธทั้งหมด</p>
<p class="p3">มีเพียงสำนักพิมพ์เดียวที่ชื่นชอบผลงานพวกเขาแต่ก็ขอให้เขียนเรื่องใหม่ และนั่นคือจุดกำเนิดของการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่เรื่อง <em>Roachman</em> ผลงานที่ประสบความสำเร็จที่สุดของชาร์ลี</p>
<p class="p1"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-113616" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/2-2.jpg" alt="" width="342" height="512" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/2-2.jpg 342w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/2-2-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/2-2-210x315.jpg 210w" sizes="(max-width: 342px) 100vw, 342px" /></p>
<p class="p3">คุณอาจคิดว่านี่คือจุดกำเนิดของตำนาน ‘นักเขียนการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด’ อันนำมาซึ่งยอดขายถล่มทลาย ชื่อเสียงขจรขจาย เพียงพอที่จะมีนักเขียนการ์ตูนชาวสิงคโปร์รุ่นหลังมาเขียนชีวประวัติยกย่อง แต่หาใช่ไม่ ซีรีส์ <em>Roachman</em> ที่ดำเนินมาถึง 23 เล่มไม่ได้มียอดขายดีเด่ ค่าต้นฉบับที่ทีมงานแต่ละคนได้คือ 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือนเท่านั้น และหลังจากทำงานด้วยกันมา 8 ปี เบอร์ทรันด์คู่หูของชาร์ลีก็ตัดสินใจขอถอนตัวออกจากทีมเนื่องจากกำลังจะแต่งงานมีลูกและเริ่มคิดถึงการงานที่มั่นคง</p>
<p class="p3">นับแต่นั้นชาร์ลียังคงเขียนการ์ตูนมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเวลาว่างจากการทำงานเป็นยามกะดึกมาเนรมิตจินตนาการผ่านปลายปากกา สร้างสรรค์เรื่องราวหลากหลายทั้งแนวตลก ไซไฟ สงคราม แก๊ก โดยแทบไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ที่ไหนอีก</p>
<p class="p3">และนั่นเป็นเพราะการ์ตูนของเขาแทบทั้งหมด มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเมืองและวิพากษ์วิจารณ์เผด็จการ</p>
<p class="p2"><span class="Apple-converted-space">  </span></p>
<h3 class="p1">2 : ฝันของนักสู้ทางการเมือง</h3>
<p class="p3">ปี 1952 ชาร์ลีอายุ 16 ปี<span class="Apple-converted-space"> </span>เขาไปม็อบเป็นครั้งแรก</p>
<p class="p3">มันเป็นการชุมนุมของนักเรียนหลายร้อยคนเพื่อประท้วงต่อต้านเจ้าอาณานิคมอังกฤษอย่างสันติแต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง จากนั้นไม่นาน ชาร์ลีจึงเริ่มเขียนการ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่หุ่นยนต์หนึ่งด้วยลายเส้นน่ารักแบบการ์ตูนเด็ก เล่าเรื่องหุ่นยนต์ยักษ์ที่มาช่วยปกป้องนักเรียนจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมครั้งนั้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-113617" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/3-2-721x1024.jpg" alt="" width="475" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/3-2.jpg 721w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/3-2-211x300.jpg 211w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/3-2-600x852.jpg 600w" sizes="(max-width: 475px) 100vw, 475px" /></p>
<p class="p3">ปี 1956 เขาเขียนการ์ตูนเล่าถึงการชุมนุมของสหภาพแรงงานพนักงานรถประจำทางซึ่งถูกปราบปรามด้วยข้อหาคอมมิวนิสต์จนมีคนตาย 4 ราย ก่อนที่การ์ตูนของเขาจะถูกถอดออกจากนิตยสารโดยบรรณาธิการให้เหตุผลว่าพื้นที่หน้ากระดาษมีจำกัด</p>
<p class="p3">แต่เป็นผลงานชิ้นนั้นเองที่ทำให้เขาได้พบคู่หูอย่างเบอร์ทรันด์ที่นอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมอาชีพแล้ว ยังเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง พวกเขาสร้างผลงานชิ้นต่อมาร่วมกันในชื่อ ‘FORCE 136’ เป็นการ์ตูนสงครามที่วาดแทนคาแร็กเตอร์คนแต่ละชาติเป็นสัตว์ต่างๆ เพื่อนำเสนอประเด็นทางการเมือง วิพากษ์กองทัพอังกฤษและญี่ปุ่น รวมถึงคอมมิวนิสต์มาลายา สะท้อนความโหดร้ายสยดสยองของสงครามที่กระทบชีวิตต่อทหารและประชาชนจำนวนมาก</p>
<p class="p1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113618" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4-680x1024.jpeg" alt="" width="448" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4-680x1024.jpeg 680w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4-199x300.jpeg 199w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4-768x1157.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4-600x904.jpeg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4-210x315.jpeg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/4.jpeg 1024w" sizes="(max-width: 448px) 100vw, 448px" /></p>
<p class="p3">&#8220;ในคุกคงหาโกปี๊โอว (กาแฟดำ) ยากหน่อยนะ!&#8221; เพื่อนสาวคนหนึ่งหยอกกับพวกเขา สะท้อนถึงเสรีภาพในการแสดงออกอันจำกัดจำเขี่ยของสิงคโปร์ยามนั้น</p>
<p class="p3">จนในวันที่เบอร์ทรันด์ตัดสินใจถอนตัวออกจากทีม ชาร์ลีจึงไม่ได้เสียแค่เพื่อนร่วมงานแต่เสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไปด้วย แต่เขายังคงเขียนการ์ตูนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเผด็จการอย่างต่อเนื่องโดยไม่เคยเสนอสำนักพิมพ์ใดอีก ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุเป็นเพราะเขาประเมินว่าผลงานของตัวเองไม่มีพลังพอจะไปท้าทายอำนาจรัฐ? กลัวถูกปราบและจับกุม? หรือกลัวเสียงตอบรับจากคนอ่านที่จะมาตอกย้ำความล้มเหลวบนเส้นทางนักเขียนการ์ตูนของเขา?</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="p1">3 : ฝันของนักฝัน</h3>
<p class="p3">ท่ามกลางความตกต่ำในวิชาชีพและชีวิตส่วนตัว เมื่ออายุ 50 ชาร์ลีตัดสินใจคัดเลือกผลงานทั้งชีวิตมาทำพอร์ตโฟลิโอเพื่อเดินทางเอาไปเสนอสำนักพิมพ์ในงานเทศกาลการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาอย่าง ‘Comic-Con’ หลังจากที่ตลอดมาเขาได้แต่ทำงานอยู่ในประเทศที่มีประชากร 3 ล้านคน ขนาดอุตสาหกรรมการ์ตูนก็เล็กเกินกว่าจะเทียบอเมริกา แถมนักอ่านสิงคโปร์จำนวนมากก็มีอคติกับผลงานคนในชาติโดยมองการ์ตูนในชาติเป็นเพียงของก๊อป เป็นงานลอกเลียนการ์ตูนชาติอื่น กระทั่งร้านหนังสือการ์ตูนยังไม่รับหนังสือของชาร์ลีไปขายด้วยซ้ำ หากอเมริกาคือดินแดนแห่งเสรีภาพและโอกาส การเดินทางครั้งนี้จึงอาจเป็นโอกาสสุดท้าย</p>
<p class="p3">แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจผลงานเขานัก ชาร์ลีต้องกลับประเทศอย่างผิดหวังอีกครั้งเฉกเช่นที่เขาต้องผิดหวังตลอดมา และราวกับเพื่อหลีกหนีความจริง ต่อมาเขาได้เขียนการ์ตูนเล่าเรื่องในจินตนาการของเขาว่าที่งาน Comic-Con วงการการ์ตูนอเมริกันได้สดุดีเขาในฐานะยอดฝีมือที่โลกลืมก่อนทาบทามให้ไปวาดสไปเดอร์แมน และประสบความสำเร็จล้นพ้นจนคนมากมายมารอต้อนรับเขาที่สนามบินสิงคโปร์</p>
<p class="p1">ในช่วงท้ายของชีวิต ชาร์ลีถ่ายทอดความฝันของเขาออกมาเป็นการ์ตูนอีกเรื่องว่าด้วยพรรคสังคมนิยมของ ‘Lim Chin Siong’ (ที่ชีวิตจริงถูกคู่แข่งทางการเมืองกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ถูกจับกุมคุมขังและต้องลี้ภัยไปอยู่อังกฤษจนสิ้นชีวิต) ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งในปี 1963 สิงคโปร์กลายเป็นประเทศที่ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ เศรษฐกิจเติบโต สังคมก้าวหน้า ส่วนชาร์ลีกลายเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ชื่อเสียงโด่งดังคับฟ้าระดับได้รับการสร้างพิพิธภัณฑ์การ์ตูนเป็นของตัวเอง</p>
<p class="p5"><span class="s2">มันฟังดูเป็นความฝันเลื้อนเปื้อนเพ้อเจ้อของตาแก่บ๊องๆ คนหนึ่ง แต่ในความเป็นจริง หนังสือการ์ตูน ‘ศิลปะของชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่’ ซึ่งวาดโดย Sonny Liew เล่มนี้ กลับประสบความสำเร็จไปถึงระดับโลก ทั้งได้รับการตีพิมพ์ในสิงคโปร์และอเมริกา ติดอันดับขายดีใน </span><span class="s3">Amazon และ The New York Times อย่างที่ไม่เคยมีการ์ตูนสิงคโปร์เรื่องใดเคยทำได้ เดินสายกวาดรางวัลจากนานาประเทศ รวมไปถึงรางวัลในประเทศที่มีความเป็นเผด็จการอย่างสิงคโปร์เองด้วย มันกลายเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้ซอนนี หลิว ระดับที่สวนทางกับชีวิตของชาร์ลีอย่างสิ้นเชิง</span></p>
<p class="p3"><span class="s4">เมื่อผมเอาคำว่า</span> ‘Charlie Chan Hock Chye’ ไปเสิร์ชในกูเกิล เว็บไซต์ที่ขึ้นมาก็มีแต่ข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ของซอนนี หลิว แต่กลับไม่สามารถหาประวัติหรือผลงานของชาร์ลีอย่างเป็นทางการได้เลย จนภายหลังผมถึงได้พบว่าแท้จริงชีวประวัติเรื่องนี้เป็นชีวประวัติเก๊! ชาร์ลีคือตัวละครที่ซอนนี หลิว สร้างขึ้นมา รูปที่ชาร์ลีวาดคือฝีมือของเขาทั้งหมด ทั้งยังใช้เทคนิคอันแยบยลโดยแทรกรูปถ่าย ผลงานภาพสเกตช์ ภาพวาด ต้นฉบับที่ยังวาดไม่เสร็จ ตุ๊กตาจากการ์ตูนหุ่นยนต์ที่เพื่อนเย็บให้เป็นของขวัญวันเกิด รวมถึงบทสัมภาษณ์ เพื่อให้คนอ่านคล้อยตามว่านักเขียนการ์ตูนคนนี้มีตัวตนเลือดเนื้อจริงๆ เพื่อนำเสนอประวัติศาสตร์การเมืองของสิงคโปร์ในอีกแง่มุม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-113619" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/5.jpeg" alt="" width="902" height="692" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/5.jpeg 902w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/5-300x230.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/5-768x589.jpeg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/5-600x460.jpeg 600w" sizes="(max-width: 902px) 100vw, 902px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113620" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/6-2.jpg" alt="ชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่" width="423" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/6-2.jpg 638w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/6-2-188x300.jpg 188w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/6-2-600x956.jpg 600w" sizes="(max-width: 423px) 100vw, 423px" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113621" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/7-2.jpg" alt="ชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่" width="458" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/7-2.jpg 679w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/7-2-204x300.jpg 204w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/7-2-600x884.jpg 600w" sizes="(max-width: 458px) 100vw, 458px" />มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า หากประเทศไทยจะมีนักเขียนการ์ตูนสักคนที่ตลอดชีวิตของเขาต้องผ่านทุกเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในช่วง 50 ปีหลังมานี้ และยืนหยัดที่จะเขียนงานเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร</p>
<p class="p3">เขาอาจเป็นนักเขียนการ์ตูนที่ต้องติดคุกเพราะเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ แบบ ‘แอ๊ด เดลินิวส์’ ถูกชนชั้นกลางรังเกียจจากการเรียกร้องความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง ทำงานเป็นยามเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพ และแบ่งเวลามาทำงานเขียนการ์ตูนแบบ ‘ตาโปน’ อาจถูกจับไปปรับทัศนคติในช่วงรัฐบาล คสช.แบบ ‘เซีย ไทยรัฐ’ ต้องต่อสู้กับการความตกต่ำของวงการสิ่งพิมพ์และแก่เกินกว่าจะเรียนรู้การปรับตัวไปสู่โลกออนไลน์ คงยากจะได้รับรางวัลและความสำเร็จใดๆ จากวงการและรัฐบาลเพราะดันไปเปรี้ยวใส่ผู้มีอำนาจ และคงไม่ได้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากมาย เช่นเดียวกับที่คุณอาจไม่รู้ว่าชื่อนักเขียนการ์ตูนไทยทั้งสามที่ผมยกมาเป็นใครบ้าง ‘ชาร์ลี’ ของไทยตอนนี้อาจจะเป็นคนแก่คนหนึ่งที่มีความสุขกับการเล่าเรื่องที่ไม่มีใครสนใจอ่าน เฝ้าฝันถึงวันที่ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยไปตลอดชีวิต</p>
<p class="p3">ชีวิตที่เราอาจนิยามได้ว่าเขาเป็นอาชญากรของรัฐ เป็นลูกอกตัญญูที่ไม่มีปัญญาหาเงินมาดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า เป็นผู้ล้มเหลวในวิชาชีพ เป็นคนเพ้อเจ้อยึดติดกับอุดมการณ์จนไม่รู้จักอยู่กับความจริง</p>
<p class="p3">และเป็นความยิ่งใหญ่</p>
<p class="p1"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-113622 size-large" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Charlie-Chan-Honk-Chye-1024x481.jpg" alt="ชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่" width="1024" height="481" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Charlie-Chan-Honk-Chye-1024x481.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Charlie-Chan-Honk-Chye-300x141.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Charlie-Chan-Honk-Chye-768x361.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Charlie-Chan-Honk-Chye-600x282.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/11/Charlie-Chan-Honk-Chye.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/charlie-chan-hock-chye/">ฝันของชาร์ลี เฉิน ฮก ไฉ่ นักวาดสิงคโปร์ที่เขียนการ์ตูนต่อต้านเผด็จการจนวันตาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>My Brother’s Husband : การ์ตูนเกย์ศึกษาที่พาไปศึกษาอคติต่อเกย์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/my-brothers-husband/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2020 18:20:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านทะลุช่อง]]></category>
		<category><![CDATA[เกย์]]></category>
		<category><![CDATA[LGBTQ]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูนญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[My Brother's Husband]]></category>
		<category><![CDATA[อคติทางเพศ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=111715</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ยาอิจิ’ มีน้องชายฝาแฝดคนหนึ่งที่สนิทกันมาก หลังจากพ่อแม่ของพวกเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนมัธยมปลาย ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องก็เริ่มห่างเหินโดยไม่รู้ตัว จนยาอิจิแต่งงาน มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ ‘คานะ’ และหย่าร้างกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ส่วนน้องชายของเขาย้ายไปอยู่แคนาดาโดยไม่ติดต่อกลับมาเป็นสิบปีและเพิ่งเสียชีวิตที่นั่น อยู่มาวันหนึ่งชายร่างเขื่องชาวแคนาดาก็บินข้ามทวีปมายังญี่ปุ่นเพื่อทำธุระและแวะมาเยี่ยมยาอิจิ ก่อนจะจับพลัดจับผลูได้อาศัยอยู่ที่บ้านนั้นตลอดทริป และนั่นคือจุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด ชายชาวแคนาดาคนนั้นคือ ‘ไมค์’ คู่รักของน้องชายฝาแฝดที่ตายไป My Brother’s Husband เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวดราม่าครอบครัวที่คว้ารางวัล Eisner Award ของอเมริการวมถึงรางวัล Japan Media Arts Award ในบ้านเกิด และได้รับการดัดแปลงเป็นซีรีส์คนแสดงภายใต้พลอตเรื่องที่นำเสนอชีวิตประจำวันของตัวละครอันเรียบง่ายอย่างยิ่ง เช่น การกินข้าว อาบน้ำ เดินเล่น ออกกำลังกาย ไปเที่ยว แต่เบื้องหลังภาพกิจกรรมสงบสุขระหว่างยาอิจิกับคู่รักของน้องชาย คนอ่านยังได้รับรู้ถึงการต่อสู้อย่างดุเดือดดุจหนังแอ็กชั่นภายในจิตใจของยาอิจิ ระหว่างอคติต่อเกย์ซึ่งถูกฟูมฟักจากการเติบโตมาในสังคมชายเป็นใหญ่แบบญี่ปุ่น กับปมความรู้สึกผิดที่อคติเหล่านั้นเคยทำร้ายจิตใจคนที่เขารักอย่างน้องชาย รวมถึงน้องเขยชาวแคนาดาด้วย การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่มีลักษณะคล้ายหนังสือประเภท ‘การ์ตูนความรู้’ อย่างประหลาด เพราะขณะอ่านเราสามารถสัมผัสเจตนารมณ์ของคนเขียน (ผู้ไม่ปิดบังว่าตัวเองเป็นศิลปินแนวเกย์อีโรติก) ได้ไม่ยากว่าเขาต้องการให้ผู้อ่านสำรวจอคติทางเพศในจิตใจของตัวเองเช่นเดียวกับยาอิจิ และเรียนรู้ความรู้สึกของเกย์ที่ต้องเจ็บปวดจากอคติเหล่านั้นทั้งจากคนรอบข้าง สังคม ไปจนถึงตัวพวกเขาเอง ทั้งหมดนี้เล่าผ่านพล็อต คาแร็กเตอร์ และสถานการณ์ที่มีกลไกคล้ายเป็น ‘เครื่องมือ’ ผลิตความรู้ ตัวละครอย่างยาอิจิจึงเป็นตัวแทนของความ ‘ไม่รู้’ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-brothers-husband/">My Brother’s Husband : การ์ตูนเกย์ศึกษาที่พาไปศึกษาอคติต่อเกย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">‘ยาอิจิ’ มีน้องชายฝาแฝดคนหนึ่งที่สนิทกันมาก หลังจากพ่อแม่ของพวกเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตอนมัธยมปลาย ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องก็เริ่มห่างเหินโดยไม่รู้ตัว จนยาอิจิแต่งงาน มีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ ‘คานะ’ และหย่าร้างกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ส่วนน้องชายของเขาย้ายไปอยู่แคนาดาโดยไม่ติดต่อกลับมาเป็นสิบปีและเพิ่งเสียชีวิตที่นั่น อยู่มาวันหนึ่งชายร่างเขื่องชาวแคนาดาก็บินข้ามทวีปมายังญี่ปุ่นเพื่อทำธุระและแวะมาเยี่ยมยาอิจิ ก่อนจะจับพลัดจับผลูได้อาศัยอยู่ที่บ้านนั้นตลอดทริป และนั่นคือจุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งหมด</p>
<p>ชายชาวแคนาดาคนนั้นคือ ‘ไมค์’ คู่รักของน้องชายฝาแฝดที่ตายไป</p>
<p><em>My Brother’s Husband</em> เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวดราม่าครอบครัวที่คว้ารางวัล Eisner Award ของอเมริการวมถึงรางวัล Japan Media Arts Award ในบ้านเกิด และได้รับการดัดแปลงเป็นซีรีส์คนแสดงภายใต้พลอตเรื่องที่นำเสนอชีวิตประจำวันของตัวละครอันเรียบง่ายอย่างยิ่ง เช่น การกินข้าว อาบน้ำ เดินเล่น ออกกำลังกาย ไปเที่ยว แต่เบื้องหลังภาพกิจกรรมสงบสุขระหว่างยาอิจิกับคู่รักของน้องชาย คนอ่านยังได้รับรู้ถึงการต่อสู้อย่างดุเดือดดุจหนังแอ็กชั่นภายในจิตใจของยาอิจิ ระหว่างอคติต่อเกย์ซึ่งถูกฟูมฟักจากการเติบโตมาในสังคมชายเป็นใหญ่แบบญี่ปุ่น กับปมความรู้สึกผิดที่อคติเหล่านั้นเคยทำร้ายจิตใจคนที่เขารักอย่างน้องชาย รวมถึงน้องเขยชาวแคนาดาด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-111717" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/01.jpg" alt="my brother's husband" width="461" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/01.jpg 1647w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/01-205x300.jpg 205w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/01-768x1126.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/01-699x1024.jpg 699w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/01-600x879.jpg 600w" sizes="(max-width: 461px) 100vw, 461px" /></p>
<p>การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่มีลักษณะคล้ายหนังสือประเภท ‘การ์ตูนความรู้’ อย่างประหลาด เพราะขณะอ่านเราสามารถสัมผัสเจตนารมณ์ของคนเขียน (ผู้ไม่ปิดบังว่าตัวเองเป็นศิลปินแนวเกย์อีโรติก) ได้ไม่ยากว่าเขาต้องการให้ผู้อ่านสำรวจอคติทางเพศในจิตใจของตัวเองเช่นเดียวกับยาอิจิ และเรียนรู้ความรู้สึกของเกย์ที่ต้องเจ็บปวดจากอคติเหล่านั้นทั้งจากคนรอบข้าง สังคม ไปจนถึงตัวพวกเขาเอง</p>
<p>ทั้งหมดนี้เล่าผ่านพล็อต คาแร็กเตอร์ และสถานการณ์ที่มีกลไกคล้ายเป็น ‘เครื่องมือ’ ผลิตความรู้ ตัวละครอย่างยาอิจิจึงเป็นตัวแทนของความ ‘ไม่รู้’ ที่จะค่อยๆ พาผู้อ่านไปเจอตัวละครและสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับอคติทางเพศที่แฝงอยู่ในใจโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว เรียนรู้วัฒนธรรมสังคมที่กดทับ LGBTQ และเรียนรู้ความเจ็บปวดของพวกเขา ซึ่งพาตัวเอกไปสู่การมีหัวใจที่เปิดกว้างต่อเรื่องเพศมากขึ้นในท้ายสุด</p>
<p>ในหน้าคั่นของแต่ละตอน ผู้เขียนยังแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม LGBTQ โดยให้ไมค์ เกย์ชาวแคนาดาทำหน้าที่เหมือน ‘ครู’ มาเล่าให้คนอ่านฟังทั้งจุดกำเนิดของธงสีรุ้งที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความหลากหลายทางเพศ อธิบายศัพท์อย่าง ‘coming out’ ซึ่งหมายถึงการตัดสินใจเปิดเผยเพศของตัวเองสู่สังคมเป็นครั้งแรก อันเป็นเทคนิคที่การ์ตูนความรู้ชอบใช้อย่างยิ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-111719" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02.jpg" alt="" width="639" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02.jpg 2298w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02-284x300.jpg 284w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02-768x812.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02-969x1024.jpg 969w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02-600x634.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/02-24x24.jpg 24w" sizes="(max-width: 639px) 100vw, 639px" /></p>
<p>โดยปกติ ท่าทีของการ์ตูนความรู้จะวางตัวอยู่ค่อนข้างเหนือกว่าผู้อ่านเพราะมันเป็นสื่อที่ผลิตโดยผู้ใหญ่ที่ต้องการมอบความรู้สู่เด็กเล็ก แต่การ์ตูนเรื่องนี้ต่างออกไปเพราะนี่คือการ์ตูนความรู้สำหรับผู้ใหญ่ที่มีตัวละครเด็กเล็กเป็นหนึ่งผู้สอนคนสำคัญ</p>
<p>ในหลายๆ ฉากที่ยาอิจิทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะวางตัวยังไงกับสามีของน้องชาย คานะลูกสาวของเขากลับใช้เวลาไม่นานในการโอบรับชายชาวแคนาดาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เพราะความเป็นเด็กเล็กของคานะทำให้เธอปราศจากประสบการณ์ในชีวิตและการรับรู้ทางวัฒนธรรมใดๆ ที่จะทำให้เธอมีอคติต่อเกย์ หรือมีภาพจำต่อความเป็นสถาบันครอบครัวว่าจะต้องประกอบด้วยพ่อแม่ลูกเหมือนที่ยาอิจิและผู้ใหญ่อีกจำนวนมากเผชิญ</p>
<p>การ ‘อาบน้ำร้อนมาก่อน’ กลับกลายเป็นข้อจำกัดในการเรียนรู้ของยาอิจิต่อความหลากหลายทางเพศ เพราะเขาจำเป็นต้องกลับไปรื้อสิ่งที่ตัวเองเคยรู้เคยเชื่อมาตลอดชีวิต เผชิญกับความกังวลที่อาจทำร้ายจิตใจไมค์โดยไม่ได้ตั้งใจ ความกระอักกระอ่วนเมื่อมาคิดได้ว่าสาเหตุที่เขากับน้องชายไม่สนิทกันเหมือนตอนเด็กๆ เป็นเพราะเขาเองที่ตัดสินใจตีตัวออกห่างหลังจากน้องชายตัดสินใจ ‘coming out’ ว่าเป็นเกย์ และเพิ่งได้รู้ว่าน้องชายน่าจะเสียใจแค่ไหนทั้งที่ตอนเขายังเด็กเท่าคานะ เขายังสนิทกับน้องได้โดยไม่ต้องสนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพศอะไรเลยแท้ๆ</p>
<p>ผมเองเติบโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นที่แบ่งประเภทตามเพศชาย-หญิงมาตลอด เช่น ถ้าการ์ตูนแนวบู๊ๆ ต่อสู้ กีฬา ก็จะถือเป็นการ์ตูนแนวเด็กผู้ชาย (โชเน็น) ซึ่งสิ่งที่เรามักพบเป็นประจำในการ์ตูนแนวนี้คือตัวละครหญิงเซ็กซี่ หน้าอกใหญ่ (บางตัวละครก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เช่น นามิ ใน <em>One Piece</em>) รวมไปถึงฉากเอาใจคนอ่านผู้ชายอย่างฉากตัวละครหญิงอาบน้ำที่ส่วนมากไม่เกี่ยวกับการดำเนินเรื่องหลักเลยแม้แต่น้อย</p>
<p><em>My Brother’s Husband</em> ก็มีฉากอาบน้ำลักษณะนี้อยู่เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-111720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/03.jpg" alt="my brother's husband" width="467" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/03.jpg 1416w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/03-207x300.jpg 207w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/03-768x1111.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/03-708x1024.jpg 708w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/03-600x868.jpg 600w" sizes="(max-width: 467px) 100vw, 467px" /></p>
<p>หากแต่ฉากที่ว่าเป็นฉากอาบน้ำของตัวละครชายที่ถ่ายทอดผ่านนักเขียนการ์ตูนเกย์ด้วยลายเส้นที่ใส่ใจในรายละเอียดกล้ามเนื้อและไรขน ดุจผู้เขียนมองเห็นความงามของมันอย่างที่ผมไม่เคยพบในการ์ตูนเรื่องอื่น ทำให้ผมคิดได้ว่าที่ผ่านมาผมมีความเข้าใจและคุ้นเคยต่อการ์ตูนที่มีมุมมองทางเพศแบบผู้ชายจ๋ามานานแค่ไหน และเป็นไปได้เช่นกันที่บทความนี้จะบรรจุอคติของเพศชายที่แทรกซึมอยู่ในความคิดของผมโดยไม่รู้ตัวอยู่เช่นกัน</p>
<p>แต่เช่นเดียวกับชีวิตของยูอิจิ ในวันที่ความรู้ทุกอย่างในโลกเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วชนิดที่พร้อมจะทิ้งเราไว้กับความคับแคบล้าหลังตลอดเวลา คนเราย่อมผิดพลาดได้และมักผิดพลาดอยู่เสมอ คำถามคือเราจะโอบกอดความผิดพลาดเหล่านั้นเพื่อรับฟังความเจ็บปวดของผู้อื่น เพื่อทำความเข้าใจอคติของตัวเอง และเพื่อมีหัวใจที่เปิดกว้างต่อการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับที่คานะทำได้ไหม</p>
<p>หรือเช่นเดียวกับที่เมื่อครั้งเป็นเด็กเคยทำได้ไหม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-111721 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/10/00-e1602836883779.png" alt="my brother's husband" width="1500" height="1242" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/my-brothers-husband/">My Brother’s Husband : การ์ตูนเกย์ศึกษาที่พาไปศึกษาอคติต่อเกย์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>One Piece : การ์ตูนแห่งอดีตที่สูญหายและยุคสมัยที่โจรสลัดจะกำหนดประวัติศาสตร์!</title>
		<link>https://adaymagazine.com/one-piece/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2020 10:34:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านทะลุช่อง]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[ประวัติศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[One Piece]]></category>
		<category><![CDATA[วันพีซ]]></category>
		<category><![CDATA[เผ่ามังกรฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคโรบิน]]></category>
		<category><![CDATA[ลูฟี่]]></category>
		<category><![CDATA[โจรสลัด]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=107719</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ต้องสงสัยเลยว่า One Piece เป็นการ์ตูนแห่งประวัติศาสตร์ จวบจนวันนี้ วันพีซ มียอดขายหนังสือรวมกันนับ 500 ล้านเล่ม สร้างความนิยมมาได้อย่างต่อเนื่องจนมีแฟนๆ ติดตามทั่วโลก และประสบความสำเร็จระดับที่แทบไม่มีการ์ตูนเรื่องไหนบังอาจเทียบ ตอนที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวสวนสนุก Tokyo One Piece Tower ที่ญี่ปุ่น (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้วเพราะพิษเศรษฐกิจโควิด) ยังได้เจอชายชาวเม็กซิโกผู้บินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาเยือนสวนสนุกแห่งนี้พร้อมรอยสักรูปตัวละคร ‘นิโค โรบิน’ เต็มแขน &#8230; นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมตระหนักถึงความยิ่งใหญ่คับฟ้าดินของการ์ตูนเรื่องนี้  ไม่ใช่แค่นั้นแต่ความเป็น ‘ประวัติศาสตร์’ ยังปรากฏอยู่ในแก่นแกนของเนื้อหาวันพีซ ตลอดเกือบร้อยเล่มผู้เขียนได้พาคนอ่านย้อนอดีตตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อ 5,000 ปีที่แล้วไปจนถึงปูมหลังสุดดราม่าของทุกตัวละครหลัก หนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่มพระเอกของเรื่องนาม ‘ลูฟี่’ ผู้ออกผจญภัยเพื่อเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดและตามล่าหา ‘วันพีซ’ หรือสมบัติที่เจ้าแห่งโจรสลัดคนก่อน ‘โกล ดี.โรเจอร์’ ซุกซ่อนเอาไว้  เจ้าแห่งโจรสลัดผู้นี้เข้ามอบตัวกับรัฐบาลโลกและเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนถูกประหารชีวิตว่า “สมบัติของข้ารึ? ถ้าอยากได้ข้าจะยกให้ ก็ลองหาดูซี่ ข้าได้เอาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ณ ที่แห่งนั้นแล้ว” นั่นกลายเป็นถ้อยคำแห่งประวัติศาสตร์ที่ผลักให้คนรุ่นต่อมาจำนวนมากกระโจนสู่ท้องทะเล ก่อเกิดเป็นยุคสมัยอันรุ่งเรืองที่สุดของโจรสลัด คาแร็กเตอร์ของลูฟี่มีลักษณะคล้ายๆ พระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นยุค 90s จำนวนมากคือซื่อบื้อ กินเก่ง แรงเยอะ และมีความ “เพื่อเพื่อนกูทำได้ทุกอย่าง” อันเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้เขาค่อยๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-piece/">One Piece : การ์ตูนแห่งอดีตที่สูญหายและยุคสมัยที่โจรสลัดจะกำหนดประวัติศาสตร์!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต้องสงสัยเลยว่า </span><i><span style="font-weight: 400;">One Piece</span></i><span style="font-weight: 400;"> เป็นการ์ตูนแห่งประวัติศาสตร์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จวบจนวันนี้ <em>วันพีซ </em>มียอดขายหนังสือรวมกันนับ 500 ล้านเล่ม สร้างความนิยมมาได้อย่างต่อเนื่องจนมีแฟนๆ ติดตามทั่วโลก และประสบความสำเร็จระดับที่แทบไม่มีการ์ตูนเรื่องไหนบังอาจเทียบ ตอนที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวสวนสนุก Tokyo One Piece Tower ที่ญี่ปุ่น (ปัจจุบันปิดตัวไปแล้วเพราะพิษเศรษฐกิจโควิด) ยังได้เจอชายชาวเม็กซิโกผู้บินข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อมาเยือนสวนสนุกแห่งนี้พร้อมรอยสักรูปตัวละคร ‘นิโค โรบิน’ เต็มแขน &#8230; นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมตระหนักถึงความยิ่งใหญ่คับฟ้าดินของการ์ตูนเรื่องนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่แค่นั้นแต่ความเป็น ‘ประวัติศาสตร์’ ยังปรากฏอยู่ในแก่นแกนของเนื้อหาวันพีซ ตลอดเกือบร้อยเล่มผู้เขียนได้พาคนอ่านย้อนอดีตตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อ 5,000 ปีที่แล้วไปจนถึงปูมหลังสุดดราม่าของทุกตัวละครหลัก หนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่มพระเอกของเรื่องนาม ‘ลูฟี่’ ผู้ออกผจญภัยเพื่อเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดและตามล่าหา ‘วันพีซ’ หรือสมบัติที่เจ้าแห่งโจรสลัดคนก่อน ‘โกล ดี.โร</span><span style="font-weight: 400;">เจอร์’ ซุกซ่อนเอาไว้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าแห่งโจรสลัดผู้นี้เข้ามอบตัวกับรัฐบาลโลกและเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนถูกประหารชีวิตว่า “สมบัติของข้ารึ? ถ้าอยากได้ข้าจะยกให้ ก็ลองหาดูซี่ ข้าได้เอาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ณ ที่แห่งนั้นแล้ว” นั่นกลายเป็นถ้อยคำแห่งประวัติศาสตร์ที่ผลักให้คนรุ่นต่อมาจำนวนมากกระโจนสู่ท้องทะเล ก่อเกิดเป็นยุคสมัยอันรุ่งเรืองที่สุดของโจรสลัด</span></p>
<div id="attachment_107720" style="width: 436px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-107720" class="wp-image-107720" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/01.png" alt="One Piece" width="426" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/01.png 1293w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/01-189x300.png 189w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/01-768x1216.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/01-647x1024.png 647w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/01-600x950.png 600w" sizes="(max-width: 426px) 100vw, 426px" /><p id="caption-attachment-107720" class="wp-caption-text">mangaplus.shueisha.co.jp/titles/100079</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">คาแร็กเตอร์ของลูฟี่มีลักษณะคล้ายๆ พระเอกการ์ตูนญี่ปุ่นยุค 90s จำนวนมากคือซื่อบื้อ กินเก่ง แรงเยอะ และมีความ “เพื่อเพื่อนกูทำได้ทุกอย่าง” อันเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้เขาค่อยๆ สั่งสมพวกพ้องมาเป็นลูกเรือ ก่อนสร้างชื่อเสียงบารมีด้วยการบุกไปเอาชนะเหล่าร้ายที่ครองอำนาจในเกาะต่างๆ และคืนความสุขให้ประชาชนในเกาะ โดยมากเกาะเหล่านั้นมักเป็นอาณาจักรที่ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ มีกฎหมาย ชาติพันธุ์ ภูมิประเทศ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และอุตสาหกรรมการค้าเป็นของตัวเอง (แต่ทุกเกาะใช้สกุลเงินเดียวกัน)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดูเผินๆ เนื้อหา <em>วันพีซ </em>อาจดูไม่ต่างจากการ์ตูนผจญภัยเรื่องอื่นนักแต่ผู้เขียนค่อยๆ เผยความสัมพันธ์ทางอำนาจอันซับซ้อนว่าแท้จริงกษัตริย์ของแต่ละเกาะที่ลูฟี่ไปเหยียบ รวมถึงเกาะอื่นๆ รวม 170 เกาะกลับเป็นเพียงประเทศสมาชิกที่ขึ้นตรงต่อ ‘รัฐบาลโลก’ ซึ่งควบคุมโดย ‘เผ่ามังกรฟ้า’ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เผ่ามังกรฟ้าจึงเป็นเผ่าที่อยู่เหนือกษัตริย์องค์ใดๆ ทั้งปวง มีบุคคลที่กุมอำนาจสูงสุดหนึ่งเดียวคือ ‘ท่านอิม’ สามารถเรียกเก็บส่วยหรือ ‘เงินสวรรค์’ จากประชาชนทุกเกาะ คอยควบคุมกองทัพของรัฐบาลโลกให้ปกป้องประเทศสมาชิกจากโจรสลัดเลวๆ แต่ก็มีอำนาจสั่งการให้จับใครก็ได้มาเป็นทาส สั่งฆ่าใครได้ทั้งในที่ลับที่แจ้ง ไปจนถึงระดมกองทัพเข้าทำลายทั้งอาณาจักร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระทั่งทำลายล้างประวัติศาสตร์</span></p>
<div id="attachment_107721" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-107721" class="wp-image-107721" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/02.jpg" alt="วันพีซ" width="675" height="526" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/02.jpg 2629w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/02-300x234.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/02-768x598.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/02-1024x798.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/02-600x467.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-107721" class="wp-caption-text">จากตอนที่ 908</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">George Orwell เขียนไว้ในนิยายเรื่อง <em>1984</em> ว่า &#8220;ผู้ที่ควบคุมปัจจุบันย่อมบงการอดีตได้ ผู้ที่ควบคุมอดีตได้ย่อมบงการอนาคตได้” ประโยคนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าผู้ที่กุมอำนาจรัฐในประเทศเผด็จการมักพยายามควบคุมอดีตด้วยการกำหนดว่าประชาชนควรจดจำเรื่องใดในประวัติศาสตร์ และสร้าง ‘ศัตรูของชาติ’ ขึ้นมาเพื่อเชิดชูผู้ที่กำจัดศัตรูว่าเป็นวีรบุรุษของรัฐ สร้างความชอบธรรมให้กับรัฐในปัจจุบัน (หลายๆ คนอาจคุ้นๆ กับพลอตที่ว่าประเทศของเราเต็มไปด้วยนักการเมืองโกงกิน เป็นภัยต่อชาติ ทหารจึงจำเป็นต้องกอบกู้วิกฤตด้วยการรัฐประหารกำจัดนักการเมือง) ทั้งยังพยายามกลบฝังอดีตที่ไม่สอดคล้องกับพลอตเรื่องของวีรบุรุษผู้นั้น เช่น เหตุการณ์ที่รัฐควบคุม จับกุม สังหารหมู่ประชาชน เพื่อให้สังคมลืมๆ มันไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อให้เราจะรังเกียจวิชาสังคมและไม่สนใจเรื่องราวในประวัติศาสตร์แค่ไหน แต่ ‘อดีต’ แบบที่รัฐพรีเซนต์ก็สามารถแทรกซึมสู่ความทรงจำผ่านการรับรู้ซ้ำๆ ทั้งจากในห้องเรียน สื่อต่างๆ หรือคนรอบข้าง ความเข้าใจที่มีต่ออดีตนี่เองที่จะกลายมาเป็นตัวกำหนดความคิดและจุดยืนทางการเมืองของเราโดยไม่รู้ตัว และเมื่อรัฐสามารถควบคุมประวัติศาสตร์ให้คนจำนวนมากเชื่อในพลอตเรื่องเดียวกันได้ ย่อมทำให้ประชาชนเข้าใจนิยามของ ‘ชาติ’ และ ‘ศัตรูของชาติ’ ได้ตรงกับที่รัฐต้องการและทำให้ผู้มีอำนาจปกครองต่อไปได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งเหล่านี้บังเกิดในโลกของ<em>วันพีซ</em> อย่างชัดแจ้ง ในเกาะ ‘วาโนะคุนิ’ โชกุนคนปัจจุบันเข้ามาควบคุมอดีตผ่านการสอนประวัติศาสตร์ในโรงเรียน สร้างพลอตเรื่องให้โชกุนคนก่อนเป็นศัตรูของชาติอันชั่วร้าย พร้อมทั้งจำกัดเสรีภาพของประชาชน ใครก็ตามที่วิจารณ์โชกุนถือเป็นกบฏที่เจ้าหน้าที่มีสิทธิฆ่าทันที เขายังจับประชาชนที่เป็นปฏิปักษ์จำนวนมากเข้าคุกเพื่อปกครองเกาะอย่างเบ็ดเสร็จและช่วงชิงทรัพยากรบนเกาะจำนวนมากมาเป็นของตัวเองและพวกพ้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงในระดับเกาะ แต่เผ่ามังกรฟ้าที่มีอำนาจสูงสุดก็พยายามควบคุมประวัติศาสตร์โลกเช่นกัน ดังที่ประชาชนจำนวนมากภายใต้รัฐบาลโลกจำต้อง ‘เชื่อ’ ด้วยความหวาดกลัวว่าเผ่ามังกรฟ้าคือชนเผ่าผู้สร้างโลกใบนี้ตั้งแต่ 800 ปีก่อนจึงมีสถานะเป็นเหมือน ‘พระเจ้า’ ที่ทุกคนต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะพระเจ้าไม่เพียงสร้างผืนดินและผืนน้ำ แต่สร้างชีวิตประชาชนทุกคนขึ้นมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาหนึ่งร้อยปีก่อนที่เผ่ามังกรฟ้าจะเรืองอำนาจถูกทำให้เป็น ‘ประวัติศาสตร์ร้อยปีที่สูญหาย’ เพราะรัฐบาลโลกพยายามทำลายหลักฐาน หากมีนักประวัติศาสตร์คนไหนหาญกล้าขุดคุ้ยก็จะโดนกองทัพหมายหัวและฆ่าทิ้ง กระนั้นก็ยังมีคนพยายามบันทึกอดีตช่วงนั้นเอาไว้โดยสลักภาษาโบราณไว้บนศิลาจารึกขนาดใหญ่ที่ทำลายไม่ได้ กองทัพจึงตามไปเข่นฆ่ากลุ่มนักโบราณคดีบนเกาะแห่งหนึ่งที่อ่านภาษาโบราณนี้ออก รวมถึงฆ่าประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะทุกคนเพื่อไม่ให้เหลือแม้กระทั่งหลักฐานที่เป็นความทรงจำเรื่อง ‘การทำลายหลักฐาน’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจมองเหตุการณ์นี้เป็นความโหดเหี้ยมของเผด็จการหรือเป็นการพยายามรักษาความสงบสุขไม่ให้เกิดความแตกแยกก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจดจำอดีตในแบบไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสังหารหมู่คราวนั้นมีเด็กผู้หญิงชื่อ ‘นิโค โรบิน’ เอาชีวิตรอดมาได้ ถือเป็นคนสุดท้ายบนโลกที่สามารถอ่านภาษาโบราณในหลักศิลาออก ต่อมาเธอตัดสินใจร่วมเป็นลูกเรือโจรสลัดของลูฟี่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-107722 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/09/03-e1599041386431.png" alt="One Piece" width="1200" height="814" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเป้าหมายของลูฟี่จะเป็นการค้นหาวันพีซเพื่อเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดผู้เกรียงไกร ลูกเรือคนอื่นต่างก็มีเป้าหมายที่ต้องพิชิต เช่นที่นิโค โรบิน ต้องการอ่านศิลาจารึกเรื่องประวัติศาสตร์ร้อยปีที่สูญหาย มองในแง่นี้ โจรสลัดจึงเป็นกลุ่มคนที่รัฐบาลโลกควบคุมความคิดได้ยากยิ่ง เพราะแม้ว่ารัฐจะพยายามควบคุมโจรสลัดกลุ่มหนึ่งให้อยู่ใต้อำนาจ แต่เหล่าโจรสลัดรุ่นใหม่จำนวนมากก็ไม่สนใจกฎหมายหรืออำนาจรัฐอันไม่เป็นธรรมและกดขี่ข่มเหงผู้คน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มากกว่านั้น การตั้งค่าหัวโจรสลัดที่กองทัพทำขึ้นมาเพื่อหาทางกำจัดศัตรูยังถูกไอ้พวกนี้ใช้จำนวนเงินค่าหัวเป็นมาตรวัด ‘ความเก่ง’ ไปเสียอีก ครั้นรัฐพยายามจับกุมคุมขังโจรสลัดไปเท่าไหร่ ก็มีคุกที่ถูกแหกไปได้ กระทั่งรัฐพยายามจับโจรสลัดคนสำคัญมาประหาร ก็มีเพื่อนโจรยกโขยงมาผนึกกำลังต่อต้านจนเกิดเป็นมหาสงครามที่ใหญ่ที่สุดในเรื่อง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เส้นทางสู่การเป็นเจ้าแห่งโจรสลัดของลูฟี่จึงคล้ายกับเป็นการต่อสู้ในฐานะประชาชนตัวเล็กๆ ที่ค่อยๆ พัฒนาฝีมือ รวบรวมเพื่อนร่วมทีม สั่งสมบารมีและอำนาจเพื่อจะไปท้าทายประวัติศาสตร์ที่ผู้มีอำนาจสูงสุดควบคุมอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อปลดปล่อยอดีตที่สูญหายสู่การรับรู้ของผู้คน เปิดเปลือยทุกบาดแผลที่รัฐเคยกระทำต่อเหยื่อ เปิดกว้างต่อการตีความหลักฐาน เพื่อที่รัฐจะยอมรับความผิดพลาดในอดีต นำมาเป็นบทเรียนให้เรียนรู้ร่วมกัน ประวัติศาสตร์เช่นนี้ไม่ใช่หรือ ที่จะมีโอกาสพาสังคมไปสู่อนาคตอันสงบสุขได้จริงแท้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะอย่าลืม ในยุคสมัยแห่งโจรสลัดเช่นนี้ คุณไม่มีทางควบคุมอดีตได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอีกต่อไปแล้ว</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/one-piece/">One Piece : การ์ตูนแห่งอดีตที่สูญหายและยุคสมัยที่โจรสลัดจะกำหนดประวัติศาสตร์!</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จระเข้จะตายในวันที่ 100 : ตอนจบของการ์ตูนที่บอกว่าชีวิตสั้น แต่ทุนนิยมยืนยาว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/the-crocodile-who-dies-in-100-days/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธนิสร์ วีระศักดิ์วงศ์]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 02 Aug 2020 03:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Book]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านทะลุช่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[คอมิก]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[จระเข้ตายในวันที่ 100The Crocodile Who Dies in 100 Days]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=104138</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากไม่ใช่การ์ตูนแอ็กชั่นหรือสยองขวัญ ความตายของตัวละครใดๆ มักเป็นเรื่องใหญ่เสมอ และในชั่วชีวิตของเราคงยากเหลือเกินที่จะได้เห็นสนูปปี้ โดราเอมอน ชินจัง การ์ฟิลด์ หรือน้องมะม่วงไปสู่สุคติ เพราะคาแร็กเตอร์ดังๆ เหล่านั้นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เป้าหมายสูงสุดของนักเขียนการ์ตูนโดยมากจึงเป็นการสร้างคาแร็กเตอร์ที่มีชีวิตเป็นที่รัก ที่จดจำ และเป็น ‘อมตะ’ อยู่ในโลกของมันและในใจของคนอ่านเสมอแม้กระทั่งในวันที่คนเขียนจากโลกนี้ไปแล้ว แต่การ์ตูนเรื่อง ‘จระเข้ตายในวันที่ 100’ (100日後に死ぬワニ) แทงสวนความคุ้นเคยเหล่านั้นไปสิ้น เป็นซีรีส์การ์ตูนแก๊ก 4 ช่องว่าด้วยชีวิตธรรมดาๆ ของจระเข้หนุ่มที่วันๆ ดูโทรทัศน์หัวเราะเอิ๊กอ๊าก ไปทำงาน กินราเม็ง ปาร์ตี้กับเพื่อน หรือมีความรัก เป็นเรื่องราวเรียบง่าย อ่อนโยนดุจได้จิบชารับลมยามเย็นในสวนสาธารณะ หากว่ามันไม่มีข้อความที่ระบุไว้ในท้ายแก๊กของทุกตอนว่าจระเข้ตัวนี้จะตายลงในอีกกี่วัน การ์ตูนเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ของผู้เขียน @yuukikikuchi วันละแก๊ก เป็นจำนวน 100 แก๊ก ตามจำนวนวันที่เหลืออยู่บนโลกของจระเข้หนุ่ม สร้างความรู้สึกในการอ่านอย่างแปลกประหลาด กล่าวคือวันเวลาที่คนอ่านใช้ไปกับตัวละครเพื่อค่อยๆ ซึมซับเรื่องราว รู้จักชีวิตและนิสัยใจคอของเจ้าจระเข้จนเริ่มรู้สึกชอบและผูกพัน กลายเป็นช่วงเวลาเดียวกับเวลาที่เรากำลังเคานต์ดาวน์ไปสู่ความตายของมันอย่างช้าๆ ทุกครั้งที่รู้สึกตลกหรือเอาใจช่วยตัวละครให้สมหวังในชีวิตจึงมักมีความเศร้าเจือในนั้น ด้วยกลวิธีการเล่าที่แปลกใหม่ ตัวละครที่มีชีวิตชีวา และการเล่นกับความเป็นความตายอย่างเก่งกาจ การ์ตูนเรื่องนี้จึงได้รับความนิยมจากนักอ่านญี่ปุ่นถล่มทลาย มีคนรีทวีตแต่ละตอนตั้งแต่สามหมื่นไปจนถึงเจ็ดแสนครั้ง และยิ่งทวีความโด่งดังมากขึ้นในวันที่เจ้าจระเข้ใกล้จบชีวิต ราวกับคนอ่านนับแสนนับล้านกำลังร่วมเป็นสักขีพยานในวันตายของตัวละครที่พวกเขาชื่นชอบ ทั้งลุ้นว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นไหม ทั้งสงสัยว่าจะตายในรูปแบบใด ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงมันก็เป็นฉากจบที่งดงามยิ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-crocodile-who-dies-in-100-days/">จระเข้จะตายในวันที่ 100 : ตอนจบของการ์ตูนที่บอกว่าชีวิตสั้น แต่ทุนนิยมยืนยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่ใช่การ์ตูนแอ็กชั่นหรือสยองขวัญ ความตายของตัวละครใดๆ มักเป็นเรื่องใหญ่เสมอ และในชั่วชีวิตของเราคงยากเหลือเกินที่จะได้เห็นสนูปปี้ โดราเอมอน ชินจัง การ์ฟิลด์ หรือน้องมะม่วงไปสู่สุคติ เพราะคาแร็กเตอร์ดังๆ เหล่านั้นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล เป้าหมายสูงสุดของนักเขียนการ์ตูนโดยมากจึงเป็นการสร้างคาแร็กเตอร์ที่มีชีวิตเป็นที่รัก ที่จดจำ และเป็น ‘อมตะ’ อยู่ในโลกของมันและในใจของคนอ่านเสมอแม้กระทั่งในวันที่คนเขียนจากโลกนี้ไปแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่การ์ตูนเรื่อง ‘จระเข้ตายในวันที่ 100’ (100日後に死ぬワニ) แทงสวนความคุ้นเคยเหล่านั้นไปสิ้น เป็นซีรีส์การ์ตูนแก๊ก 4 ช่องว่าด้วยชีวิตธรรมดาๆ ของจระเข้หนุ่มที่วันๆ ดูโทรทัศน์หัวเราะเอิ๊กอ๊าก ไปทำงาน กินราเม็ง ปาร์ตี้กับเพื่อน หรือมีความรัก เป็นเรื่องราวเรียบง่าย อ่อนโยนดุจได้จิบชารับลมยามเย็นในสวนสาธารณะ หากว่ามันไม่มีข้อความที่ระบุไว้ในท้ายแก๊กของทุกตอนว่าจระเข้ตัวนี้จะตายลงในอีกกี่วัน</span></p>
<div id="attachment_104139" style="width: 305px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-104139" class="wp-image-104139" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01.png" alt="" width="295" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01.png 400w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/01-131x300.png 131w" sizes="(max-width: 295px) 100vw, 295px" /><p id="caption-attachment-104139" class="wp-caption-text">ภาพจาก marumura.com/100-nichi-go-ni-shinu-wani</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">การ์ตูนเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ทางทวิตเตอร์ของผู้เขียน </span><a href="https://twitter.com/yuukikikuchi" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">@yuukikikuchi</span></a><span style="font-weight: 400;"> วันละแก๊ก เป็นจำนวน 100 แก๊ก ตามจำนวนวันที่เหลืออยู่บนโลกของจระเข้หนุ่ม สร้างความรู้สึกในการอ่านอย่างแปลกประหลาด กล่าวคือวันเวลาที่คนอ่านใช้ไปกับตัวละครเพื่อค่อยๆ ซึมซับเรื่องราว รู้จักชีวิตและนิสัยใจคอของเจ้าจระเข้จนเริ่มรู้สึกชอบและผูกพัน กลายเป็นช่วงเวลาเดียวกับเวลาที่เรากำลังเคานต์ดาวน์ไปสู่ความตายของมันอย่างช้าๆ ทุกครั้งที่รู้สึกตลกหรือเอาใจช่วยตัวละครให้สมหวังในชีวิตจึงมักมีความเศร้าเจือในนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยกลวิธีการเล่าที่แปลกใหม่ ตัวละครที่มีชีวิตชีวา และการเล่นกับความเป็นความตายอย่างเก่งกาจ การ์ตูนเรื่องนี้จึงได้รับความนิยมจากนักอ่านญี่ปุ่นถล่มทลาย มีคนรีทวีตแต่ละตอนตั้งแต่สามหมื่นไปจนถึงเจ็ดแสนครั้ง และยิ่งทวีความโด่งดังมากขึ้นในวันที่เจ้าจระเข้ใกล้จบชีวิต ราวกับคนอ่านนับแสนนับล้านกำลังร่วมเป็นสักขีพยานในวันตายของตัวละครที่พวกเขาชื่นชอบ ทั้งลุ้นว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นไหม ทั้งสงสัยว่าจะตายในรูปแบบใด ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงมันก็เป็นฉากจบที่งดงามยิ่ง เป็นความตายที่ทำให้ใครหลายคนได้ใคร่ครวญถึงความหมายที่แท้ของการมีชีวิตอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากการไปงานศพของคนสนิททำให้เราโศกเศร้าพร้อมๆ กับรับรู้ถึงสัจธรรมว่า &#8216;</span><span style="font-weight: 400;">ชีวิตก็เท่านี้&#8217; </span><span style="font-weight: 400;">ความตายของตัวการ์ตูนยอดฮิตเป็นได้มากกว่านั้น เพราะเพียงประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากที่ชีวิตเจ้าจระเข้ปิดฉาก ผู้เขียนก็โพสต์รูปโปรโมตว่าจากนี้เจ้าจระเข้จะกลายเป็นหนังสือ แอนิเมชั่น คาเฟ่ รวมไปถึงสารพัดของกุ๊กกิ๊กให้แฟนคลับช้อปปิ้งกันได้</span></p>
<div id="attachment_104140" style="width: 488px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-104140" class="wp-image-104140" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-3-725x1024.jpg" alt="" width="478" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-3-725x1024.jpg 725w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-3-213x300.jpg 213w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-3-768x1084.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-3-600x847.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/02-3.jpg 850w" sizes="(max-width: 478px) 100vw, 478px" /><p id="caption-attachment-104140" class="wp-caption-text">ภาพจาก facebook.com/wajapan.th</p></div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-104141" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03.jpeg" alt="" width="750" height="550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03.jpeg 750w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-300x220.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/03-600x440.jpeg 600w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /></p>
<div id="attachment_104142" style="width: 760px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-104142" class="wp-image-104142 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/04.jpeg" alt="" width="750" height="550" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/04.jpeg 750w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/04-300x220.jpeg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/04-600x440.jpeg 600w" sizes="(max-width: 750px) 100vw, 750px" /><p id="caption-attachment-104142" class="wp-caption-text">เมนูในคาเฟ่ที่ตอนนี้ปิดตัวเพราะโควิด / ภาพจากแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ @100_wani_cafe</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">น้ำตานักอ่านหลายคนที่กำลังไหลด้วยอาลัยและดื่มด่ำสัจธรรมยังไม่ทันแห้งก็เดือดดาลกับนักเขียนที่เอาความตายของตัวละคร (รวมถึงความรัก ความผูกพัน และความเศร้าที่พวกเขามีต่อมัน) มาหากิน ไม่เพียงแค่นั้นบริษัทที่มีส่วนร่วมในการจัดจำหน่ายสินค้ายังขึ้นชื่อด้านการกดขี่แรงงานจนมีพนักงานฆ่าตัวตาย คานกับสัจธรรมที่คนอ่านได้พบจากการ์ตูน กระแสด้านลบในโซเชียลมีเดียจึงสาดซัดใส่ผู้เขียนอย่างรุนแรงจนเขาต้องออกมาแถลงคำขอโทษ–ทั้งน้ำตาเช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความตายของจระเข้หนึ่งตัวจึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมย่อมๆ ระหว่างผู้เขียนและผู้อ่าน ราวกับต่างฝ่ายต่างช่วงชิงกันเป็นเจ้าภาพงานศพ แต่แท้จริงแล้วชีวิตของจระเข้ตัวนี้เป็นของใคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองลึกลงไปในกระบวนการสร้างสรรค์ การเกิดขึ้นของชีวิตตัวละครใดๆ ล้วนเป็นการโกหกพกลมจากจินตนาการของผู้เขียน เขาอาจสร้างเรื่องโกหกเหล่านั้นเพื่อสะท้อนสัจธรรมบางอย่าง อาจเพื่อแสวงหาความสำเร็จทางวิชาชีพ หรือเพื่อระลึกถึงเพื่อนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ (ตามคำแถลงผู้เขียนเรื่องจระเข้) แต่เรื่องโกหกเหล่านั้นจะถูกปลุกให้จริงขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อมีคนมาอ่านและเชื่อมัน เชื่อว่าลายเส้นยึกๆ ที่มีสีเขียวๆ นี้คือจระเข้ เชื่อว่าจระเข้ตัวนี้พูดได้แบบมนุษย์ เชื่อว่ามันชอบกินราเม็ง มีความรัก ความฝัน และความตาย เชื่อมากพอที่จะจดจำและชื่นชอบ ก่อนที่ทุนนิยมจะอาศัยความเชื่อและความชอบเหล่านั้นมาเซ็นสัญญากับผู้เขียนเพื่อเอามันไปขายทำกำไร </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-104143" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-1024x819.png" alt="" width="1024" height="819" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-1024x819.png 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-300x240.png 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-768x615.png 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2020/07/05-600x480.png 600w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกระบวนการดังกล่าวจึงมีเพียงคนอ่านเท่านั้นที่มองชีวิตและความตายของเจ้าจระเข้อย่างบริสุทธิ์ หลายคนอาจมองไม่เห็นว่าการ์ตูนที่ตนอ่านฟรีมา 100 ตอน ศิลปินต้องเสียต้นทุนความคิด เรี่ยวแรง ทรัพยากร และเวลาไปเท่าไหร่ กระทั่งการสร้างผลงานให้เป็นที่ชื่นชอบของคนจำนวนมากพอที่จะสร้างเม็ดเงินได้ระดับนี้ก็เป็นเรื่องยากมากและอาศัยโชคเป็นองค์ประกอบไม่น้อย หากไม่คว้าโอกาสจากบริษัทที่ติดต่อเข้ามาและขายสินค้าในตอนที่ยังมีคนอ่านยังจดจำตัวการ์ตูนได้ (แม้จะผิดจังหวะไปหน่อย) ก็อาจไม่มีโอกาสอีกเลยชั่วชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">บางครั้งเงินอาจทำให้ความบริสุทธิ์ของศิลปะแปดเปื้อน แต่คงยากที่จะมีใครอยากเป็นแบบแวน โกะห์ ที่ทั้งชีวิตยากลำบาก งานขายออกชิ้นเดียว และป่วยใจจนฆ่าตัวตาย ก่อนที่ความตายและเรื่องราวของเขาจะกลายเป็นปัจจัยที่ถีบราคาให้เขากลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่มีผลงานแพงที่สุดในโลก การเป็นศิลปินที่ใช้ความตายของผลงานเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองอย่างกรณีนี้ย่อมมีโอกาสสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้มากกว่า หล่อเลี้ยงการประกอบอาชีพศิลปินได้ยืนยาวกว่า หรือมีเงินไปเลี้ยงดูครอบครัวได้ดีกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ใครเล่าจะปฏิเสธคุณค่าในเรื่องเล่าของเจ้าจระเข้ ปฏิเสธว่าสิ่งที่กระทบใจขณะอ่านมันไม่จริง ถึงฉากสุดท้ายตัวละครจะลาลับแต่ชีวิตของเจ้าจระเข้ถูกปลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ ไม่ว่ากี่ครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/the-crocodile-who-dies-in-100-days/">จระเข้จะตายในวันที่ 100 : ตอนจบของการ์ตูนที่บอกว่าชีวิตสั้น แต่ทุนนิยมยืนยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
