<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/noppatjak/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/noppatjak/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Mon, 09 Sep 2019 15:03:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>&#8216;Online is an Opportunity&#8217; อย่ามองออนไลน์ว่าตื้นและกลวง มองมันเป็นโอกาส</title>
		<link>https://adaymagazine.com/online-is-an-opportunity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2019 13:15:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Report]]></category>
		<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[follow me]]></category>
		<category><![CDATA[online]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักข่าวออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[workpoint news]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71715</guid>

					<description><![CDATA[<p>อยากจะบอกไปถึงนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่กำลังสนใจหรือเรียนด้านสื่อข่าวและมีความตั้งใจอยากทำงานเกี่ยวกับสังคมการเมืองหรือประเทศ ในฐานะคนที่เคยนั่งอยู่ในจุดเดียวกันเมื่อ 15 ปีก่อนผ่านการทำงานโทรทัศน์และผันมาทำงานออนไลน์เต็มตัวแล้ว ว่าทุกครั้งที่มีคนบอกว่า “งานออนไลน์มันตื้น มักง่าย มันหยาบ มันอายุสั้น” โปรดรับฟังเอาไว้แต่อย่าเพิ่งรีบหลงเชื่อดูแคลนหรือผลักไสทางเลือกในการทำสื่อออนไลน์ออกไปจากชีวิต 2 ปีที่ผ่านมาในฐานะบรรณาธิการข่าว Workpoint News แม้จะเหนื่อย ยาก เครียด และกดดันกับยอดไลก์ยอดแชร์ที่พวกเราถูกโซเชียลมีเดียหล่อหลอมให้ต้องทำตามกติกาของมัน แต่โลกออนไลน์ยังมีอีกหลายแง่มุมให้เป็นโอกาสในการทำงานสื่อในอนาคต โอกาสในการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ผู้เขียนทำงานด้านโทรทัศน์มานาน 6 ปีก่อนจะผันตัวมาทำงานออนไลน์เต็มตัวได้ 2 ปีกว่า เรามองเห็นว่างานออนไลน์เป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์กับสังคมจริงๆ จากร้อยกว่าคลิปที่เรารับผิดชอบในฐานะบรรณาธิการ คลิปสั้นที่มีคนดูและแชร์เยอะที่สุดคือสกู๊ปข่าวเรื่อง &#8216;ยาชุดซองยามรณะยิ่งกินยิ่งใกล้ตาย&#8216; ที่จัดทำโดย พริสม์ จิตเป็นธม อดีตผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ (ปัจจุบันเป็นผู้สื่อข่าว BBC Thai) โดยนับถึงวันที่ 1 กันยายน 2562 มีคนดูแล้ว 10 ล้านวิว ยอดแชร์ 180,000 กว่าครั้ง ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญว่าออนไลน์เต็มไปด้วยสื่อขยะ ตื้น สั้น มักง่าย แต่ตัวเลขและสถิติกลับบอกอีกอย่าง สกู๊ปที่คนดูเยอะที่สุดของเราก็ยังเป็นเรื่องที่มีเนื้อหา มีความลึก มีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ และยังสร้างประโยชน์กับสังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/online-is-an-opportunity/">&#8216;Online is an Opportunity&#8217; อย่ามองออนไลน์ว่าตื้นและกลวง มองมันเป็นโอกาส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="Body">อยากจะบอกไปถึงนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่กำลังสนใจหรือเรียนด้านสื่อข่าวและมีความตั้งใจอยากทำงานเกี่ยวกับสังคมการเมืองหรือประเทศ ในฐานะคนที่เคยนั่งอยู่ในจุดเดียวกันเมื่อ 15 ปีก่อนผ่านการทำงานโทรทัศน์และผันมาทำงานออนไลน์เต็มตัวแล้ว ว่าทุกครั้งที่มีคนบอกว่า “งานออนไลน์มันตื้น มักง่าย มันหยาบ มันอายุสั้น” โปรดรับฟังเอาไว้แต่อย่าเพิ่งรีบหลงเชื่อดูแคลนหรือผลักไสทางเลือกในการทำสื่อออนไลน์ออกไปจากชีวิต</p>
<p class="Body">2 ปีที่ผ่านมาในฐานะบรรณาธิการข่าว <a href="https://www.facebook.com/WorkpointNews/">Workpoint News</a> แม้จะเหนื่อย ยาก เครียด และกดดันกับยอดไลก์ยอดแชร์ที่พวกเราถูกโซเชียลมีเดียหล่อหลอมให้ต้องทำตามกติกาของมัน แต่โลกออนไลน์ยังมีอีกหลายแง่มุมให้เป็นโอกาสในการทำงานสื่อในอนาคต โอกาสในการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม<b></b></p>
<p class="Body">ผู้เขียนทำงานด้านโทรทัศน์มานาน 6 ปีก่อนจะผันตัวมาทำงานออนไลน์เต็มตัวได้ 2 ปีกว่า เรามองเห็นว่างานออนไลน์เป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์กับสังคมจริงๆ</p>
<p class="Body">จากร้อยกว่าคลิปที่เรารับผิดชอบในฐานะบรรณาธิการ คลิปสั้นที่มีคนดูและแชร์เยอะที่สุดคือสกู๊ปข่าวเรื่อง &#8216;<a href="https://www.facebook.com/WorkpointNews/videos/603027336733215/">ยาชุดซองยามรณะยิ่งกินยิ่งใกล้ตาย</a>&#8216; ที่จัดทำโดย <strong>พริสม์ จิตเป็นธม</strong> อดีตผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ (ปัจจุบันเป็นผู้สื่อข่าว BBC Thai) โดยนับถึงวันที่ 1 กันยายน 2562 มีคนดูแล้ว 10 ล้านวิว ยอดแชร์ 180,000 กว่าครั้ง</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FWorkpointNews%2Fvideos%2F603027336733215%2F&amp;show_text=0&amp;width=476" width="476" height="476" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p class="Body">ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญว่าออนไลน์เต็มไปด้วยสื่อขยะ ตื้น สั้น มักง่าย แต่ตัวเลขและสถิติกลับบอกอีกอย่าง</p>
<p class="Body">สกู๊ปที่คนดูเยอะที่สุดของเราก็ยังเป็นเรื่องที่มีเนื้อหา มีความลึก มีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ และยังสร้างประโยชน์กับสังคม โดยจากกว่า 16,000 ความเห็นที่คนมาหย่อนเอาไว้ในหน้าเฟซบุ๊กกว่าครึ่ง เป็นการแท็กไปถึงคนรู้จักญาติผู้ใหญ่คนใกล้ตัว</p>
<p class="Body">จาก 16,000 ความเห็น สมมติขอแค่ร้อยละ 10 หรือเท่ากับ 1,600 คนที่ตัดสินใจเลิกใช้ยาชุดจริงๆ สำหรับเรา เท่านี้มันก็เป็นผลพลอยได้มหาศาลที่เบิกบานในจิตใจของคนทำสื่อแล้ว</p>
<p class="Body">ในทางกลับกัน สกู๊ปเรื่องยาชุดนี้ถ้าย้อนกลับไปในสมัยที่เรายังทำงานทีวี ต่อให้ผลิตสารคดียาวสักครึ่งชั่วโมงก็ไม่สามารถการันตีได้เลยว่าผลจะเป็นอย่างไร เอาแค่เรื่องตัวเลขก็ต่างกันมากแล้ว สกู๊ปออนไลน์ชิ้นนี้มีคนดูหลัก 10 ล้านวิว เรตติ้งนั้นมากกว่ายุคที่ผู้เขียนทำข่าวทีวีเป็นร้อยเท่าตัวได้</p>
<p class="Body">และแม้ว่ามันจะสั้น แต่ถ้ามันมีประโยชน์และสนองจุดประสงค์ที่ต้องการนำเสนอ ขนาดความยาว รูปแบบ และพื้นที่ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญรองลงไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3 class="Body">ให้โอกาสในการทำเรื่องที่ชอบ<b></b></h3>
<p class="Body">ออนไลน์ยังเปิดโอกาสให้ได้ทำในสิ่งที่คุณสนใจด้วย K-pop วงไอดอล เซ็กซ์ โรคซึมเศร้า สิ่งแวดล้อม คนพิการ เรื่องพวกนี้ต่อให้ niche แค่ไหนแต่ขอให้ประเด็นแหลมคมและสัมผัสกับผู้คนได้มันจะทำงานในแบบของมัน</p>
<p class="Body">ในยุคโทรทัศน์ผู้เขียนเจอกับอุปสรรคในเรื่องนี้ด้วยความที่ทีวีมีค่าแอร์ไทม์ การจะนำเสนอเรื่องอะไรสักเรื่องต้องคุ้นหูคุ้นตาคนดูสักระดับหนึ่งก่อนเพื่อการันตีเรื่องเรตติ้ง แต่ออนไลน์มันไม่มีค่าแอร์ไทม์ เราจะโพสต์วันละกี่ครั้งก็ได้</p>
<p class="Body">เคสนี้ขอยกตัวอย่างออนไลน์ของ a day magazine ที่ทำได้ดีมาก คลิป &#8216;<a href="https://www.facebook.com/watch/?v=410477039814479">เด็กเซาะกราว เด็กสระแก้วเต้นสู่ฝัน</a>&#8216; สัมภาษณ์โปรดิวเซอร์ของวง คลิปนี้พูดถึงน้องๆ จากต่างจังหวัดที่คัฟเวอร์เพลงของวง BLACKPINK พูดถึงความพยายามทำในสิ่งที่รัก ทำอะไรทำจริง และมีความสุขไปกับมัน</p>
<p class="Body">คลิปนี้มีคนดูนับถึงวันนี้มากถึง 3.5 ล้านครั้ง และมีคนแชร์กว่าสามหมื่นครั้ง (นับเฉพาะโพสต์เดียว) และเป็นคลิปที่เนื้อหาดี มีประโยชน์ ดูแล้วสร้างแรงบันดาลใจ ได้ชื่นอกชื่นใจชื่นชมน้องๆ ที่มีความอุตสาหะ</p>
<p class="Body">ถ้าดูคลิปนี้อย่างน้อยที่สุดก็ได้เบิกบาน ได้ฟังเพลงและดูท่าเต้นที่น่ารักๆ ของน้องๆ ซึ่งคนดูแต่ละคนจะกอบโกยประโยชน์จากคลิปนี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน จะเห็นมันเป็นอะไรก็แล้วแต่มุมมอง แต่ที่แน่ๆ งานพวกนี้ไม่ใช่ขยะตื้นและกลวงแน่นอน</p>
<p style="text-align: center;"><iframe style="border: none; overflow: hidden;" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fadaymagazine%2Fvideos%2F410477039814479%2F&amp;show_text=0&amp;width=560" width="560" height="315" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<h3 class="Body">ความทะเยอทะยานในวิชาชีพ<b></b></h3>
<p class="Body">ในประเทศไทยมีคนเก่งและจิตใจดีที่อยากช่วยกันส่งเสริมทำงานสื่อคุณภาพมากพอที่จะเกื้อหนุนกันผลิตงานใหม่ๆ ที่เกิดประโยชน์</p>
<p class="Body">ในช่วงการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562 Workpoint News ทำเว็บไซต์รายงานแผนที่ผลการเลือกตั้งแบบอินเทอร์แร็กทีฟ งานนี้เราได้รับความช่วยเหลือจาก Cleverse ที่เชี่ยวชาญด้านการนำเสนอโดยมีคนเข้าไปดูมากถึง 13 ล้านครั้ง (นอกจาก Workpoint News แล้ว The Momentum, iLaw และ Opendream, Voice TV และอีกหลายที่ก็จัดทำเว็บไซต์คล้ายๆ กันนี้ด้วยความสำเร็จในรูปแบบของแต่ละเจ้า)</p>
<p class="Body">สิ่งที่อยากจะบอกคือออนไลน์เป็นสนามฝึกที่เปิดโอกาสให้คนเรียนสื่อ อยากทำสื่อ ได้ลองทำงานในระดับที่ไม่น้อยหน้านานาชาติ ถ้าเราเห็นงานต่างประเทศที่สวยๆ มีวิธีคิดที่แปลกใหม่ เราอยากลองทำ อยากคิดในแบบของเรา มันทำได้จริง</p>
<p class="Body">สกู๊ปข่าวเรื่อง &#8216;ปลาทูไทย กำลังจะหายไปจากโลก&#8217; ที่จัดทำโดยไทยรัฐนั่นก็เป็นอีกหลักฐานความทะเยอทะยานทางวิชาชีพ ซึ่งคำนี้สำคัญมาก &#8216;ความทะเยอทะยานทางวิชาชีพ&#8217; สิ่งนี้อาจไม่ได้ตอบแทนคุณด้วยเม็ดเงินและความร่ำรวยได้เสมอไป แต่มันตอบจิตวิญญาณ มันตอบหัวใจของคุณได้ และยังควบคุมให้คุณทำงานด้วยสัมมาอาชีพ ด้วยจรรยาบรรณที่เข้มแข็งเกิดประโยชน์กับสังคม</p>
<p class="Body">&#8216;ความทะเยอทะยานทางวิชาชีพ&#8217; จะยังช่วยผลักดันให้คุณพัฒนาศักยภาพของคุณเอง</p>
<p class="Body">เปิดใจให้คุณได้มองโลกขยับไปให้เท่าทันว่าสื่อทั่วโลกทำงานกันแบบไหน แล้วบอกให้เราถ่อมตน เรียนรู้ และอดทนทำงานจนกว่าจะถึงผลสำเร็จ</p>
<p class="Body">จุดหมายปลายทางของเราคือการทำประโยชน์กับคนรอบข้างผ่านสื่อที่เราผลิต และไม่ว่าคนจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ตรงไหน เขาจะเปลี่ยนจากวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือ ไปเป็นสื่อออนไลน์ มันก็เป็นหน้าที่ของเราในการศึกษาและเรียนรู้ปรับเปลี่ยนเพื่อทำงานตอบโจทย์ความต้องการในการสร้างพลังบวกให้กับสังคม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/online-is-an-opportunity/">&#8216;Online is an Opportunity&#8217; อย่ามองออนไลน์ว่าตื้นและกลวง มองมันเป็นโอกาส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ในสมรภูมิข่าวและคอนเทนต์ออนไลน์ หนึ่งในผู้ชนะคือ BuzzFeed Tasty</title>
		<link>https://adaymagazine.com/online-news-media/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Mar 2019 16:07:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[คอนเทนต์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักข่าวออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[buzzfeed]]></category>
		<category><![CDATA[tasty]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=55428</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงปลายเดือนมกราคมปี 2562 เกิดกระแสนักข่าวออนไลน์ตกงานครั้งใหญ่ BuzzFeed มีพนักงาน 1,700 คน เลย์ออฟไป 220 คน Vox มีพนักงาน 1,000 คน เลย์ออฟไป 50 คน (ยูนิตที่โดนคือ Racked, Curbed และ SB Nation) Refinery29 มีพนักงาน 400 คน เลย์ออฟไป 40 คน (ส่วนใหญ่เป็นทีมวิดีโอ) Mic เลย์ออฟสตาฟบรรณาธิการทั้งชุด HuffPost เลย์ออฟพนักงานส่วนหนึ่ง (ยังไม่ชัดเจนว่ากี่คน ผลมาจากบริษัทแม่ Verizon ตัดสตาฟ 15 เปอร์เซ็นต์) AOL, Yahoo! News และอีกหลายที่ล้วนได้รับผลกระทบทั้งหมด พอเกิดข่าวแบบนี้ก็มีคำถามว่า “คอนเทนต์ออนไลน์อยู่ในช่วงขาลงแล้วหรือไม่?” ซึ่งเอาจริงๆ ต้องมาดูรายละเอียดกันหน่อย จะเห็นได้ว่าสำนักข่าวที่ต้องเลย์ออฟคนล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่ระดับ 500 ถึง 2,000 คน และส่วนใหญ่ก็เลือกตัดแผนกที่ทำผลงานไม่ค่อยจะสู้ดีนักออกไป อะไรที่ยังเวิร์กอยู่ก็เอาไว้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/online-news-media/">ในสมรภูมิข่าวและคอนเทนต์ออนไลน์ หนึ่งในผู้ชนะคือ BuzzFeed Tasty</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปลายเดือนมกราคมปี</span><span style="font-weight: 400;"> 2562 </span><span style="font-weight: 400;">เกิดกระแสนักข่าวออนไลน์ตกงานครั้งใหญ่</span></p>
<p><b>BuzzFeed</b> <span style="font-weight: 400;">มีพนักงาน</span><span style="font-weight: 400;"> 1,700 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span> <span style="font-weight: 400;">เลย์ออฟไป</span><span style="font-weight: 400;"> 220 </span><span style="font-weight: 400;">คน<br />
</span><b>Vox </b><span style="font-weight: 400;">มีพนักงาน</span><span style="font-weight: 400;"> 1,000 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span> <span style="font-weight: 400;">เลย์ออฟไป</span><span style="font-weight: 400;"> 50 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">ยูนิตที่โดนคือ</span><span style="font-weight: 400;"> Racked, Curbed </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> SB Nation)<br />
</span><b>Refinery29</b> <span style="font-weight: 400;">มีพนักงาน</span><span style="font-weight: 400;"> 400 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span> <span style="font-weight: 400;">เลย์ออฟไป</span><span style="font-weight: 400;"> 40 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">ส่วนใหญ่เป็นทีมวิดีโอ</span><span style="font-weight: 400;">)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><strong>Mic </strong><span style="font-weight: 400;">เลย์ออฟสตาฟบรรณาธิการทั้งชุด</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>HuffPost</b> <span style="font-weight: 400;">เลย์ออฟพนักงานส่วนหนึ่ง</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">ยังไม่ชัดเจนว่ากี่คน</span> <span style="font-weight: 400;">ผลมาจากบริษัทแม่</span><span style="font-weight: 400;"> Verizon </span><span style="font-weight: 400;">ตัดสตาฟ</span><span style="font-weight: 400;"> 15 เปอร์เซ็นต์)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><b>AOL, Yahoo! News</b> <span style="font-weight: 400;">และอีกหลายที่ล้วนได้รับผลกระทบทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอเกิดข่าวแบบนี้ก็มีคำถามว่า</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">คอนเทนต์ออนไลน์อยู่ในช่วงขาลงแล้วหรือไม่</span><span style="font-weight: 400;">?” </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเอาจริงๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ต้องมาดูรายละเอียดกันหน่อย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จะเห็นได้ว่าสำนักข่าวที่ต้องเลย์ออฟคนล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่</span><span style="font-weight: 400;">ระดับ</span><span style="font-weight: 400;"> 500 </span><span style="font-weight: 400;">ถึง</span><span style="font-weight: 400;"> 2,000 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span> <span style="font-weight: 400;">และส่วนใหญ่ก็เลือกตัดแผนกที่ทำผลงานไม่ค่อยจะสู้ดีนักออกไป</span> <span style="font-weight: 400;">อะไรที่ยังเวิร์กอยู่ก็เอาไว้</span> <span style="font-weight: 400;">เช่น</span><span style="font-weight: 400;"> BuzzFeed </span><span style="font-weight: 400;">ปิดแผนก</span><span style="font-weight: 400;">ข่าวด้านความมั่นคง</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวสุขภาพ</span> <span style="font-weight: 400;">และ ข่าวภาคสเปน</span> <span style="font-weight: 400;">ทิ้งไป</span> <span style="font-weight: 400;">แต่ข่าวกระแสหลัก</span> <span style="font-weight: 400;">เช่น ข่าวการเมือง</span><span style="font-weight: 400;">และข่าวธุรกิจยังคงมีอยู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นถ้าถามว่ามันขาลงไหม</span><span style="font-weight: 400;">&#8230;</span><span style="font-weight: 400;">ก็ต้องตอบว่ามันขาลง</span> <span style="font-weight: 400;">แต่มันลงมาจากจุดที่ขึ้นไปสูงมาก</span> <span style="font-weight: 400;">เหมือนเป็นยุคฟองสบู่ออนไลน์ช่วง</span><span style="font-weight: 400;"> 2-3 </span><span style="font-weight: 400;">ปีที่ผ่านมา</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งถ้าองค์กรไหนไม่ได้ทำอะไรเกินตัวเกินไปนัก</span> <span style="font-weight: 400;">ก็ไม่ถึงกับเดือดร้อน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">เล่าด้านลบแล้วสลับมาเล่าด้านบวกกันบ้าง </span><span style="font-weight: 400;">สมรภูมิออนไลน์ที่ขับเคี่ยวกันดุเดือดนี้หนึ่งในผู้ชนะคือ</span><span style="font-weight: 400;"> Tasty</span></p>
</blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">Tasty </span><span style="font-weight: 400;">ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหาร</span> <span style="font-weight: 400;">มีคนกดไลก์ใกล้จะร้อยล้าน</span><span style="font-weight: 400;"> Tasty </span><span style="font-weight: 400;">ทำคลิปอาหารได้น่าดูมาก</span> <span style="font-weight: 400;">ดึกๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ถ้าเล่นมือถือแล้วมีคลิปของ</span><span style="font-weight: 400;"> Tasty </span><span style="font-weight: 400;">โผล่มาต้องรีบสไลด์หลบ</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่ได้คิดชังเขาหรอก</span> <span style="font-weight: 400;">แต่กลัวเห็นแล้วต้องออกไปหาอะไรกิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่เล่าเรื่องของ</span><span style="font-weight: 400;"> Tasty </span><span style="font-weight: 400;">เพราะมันเกี่ยวกับข่าวตรงเพจอาหารยอดนิยมเพจนี้</span> <span style="font-weight: 400;">ความจริงแล้วเจ้าของนั้นคือ</span><span style="font-weight: 400;"> BuzzFeed </span><span style="font-weight: 400;">สำนักข่าวออนไลน์อันดับต้นๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ของโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเจ๋งของ</span><span style="font-weight: 400;"> Tasty </span><span style="font-weight: 400;">คือจากความสำเร็จบนหน้าจอออนไลน์</span> <span style="font-weight: 400;">พวกเขายังนำแบรนด์ไปต่อยอดขายของด้วย</span> <span style="font-weight: 400;">สินค้าก็แน่นอนว่าต้องเป็นเครื่องครัว</span> <span style="font-weight: 400;">ผลิตหม้อ</span> <span style="font-weight: 400;">ชาม</span> <span style="font-weight: 400;">ช้อน</span> <span style="font-weight: 400;">ส้อม</span> <span style="font-weight: 400;">ยี่ห้อ</span><span style="font-weight: 400;"> Tasty วาง</span><span style="font-weight: 400;">ขายใน</span><span style="font-weight: 400;"> Walmart </span><span style="font-weight: 400;">ขายดิบขายดีจนได้กำไรมหาศาล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กลับมาที่</span><span style="font-weight: 400;"> BuzzFeed </span><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางกระแสข่าวเลย์ออฟพนักงาน</span> <span style="font-weight: 400;">สำนักข่าวแห่งนี้ก็กำลังถูกพูดถึงอย่างมากจากการรายงานข่าวเรื่องประธานาธิบดี</span> <span style="font-weight: 400;">โดนัลด์</span> <span style="font-weight: 400;">ทรัมป์</span> <span style="font-weight: 400;">สั่งให้ทนายโกหก</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้</span><span style="font-weight: 400;">ทรัมป์</span><span style="font-weight: 400;">เป็นอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้</span><span style="font-weight: 400;"> BuzzFeed จะมี</span><span style="font-weight: 400;">ภาพจำในเรื่องข่าวบันเทิง</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวเบาๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวเกาะกระแส</span> <span style="font-weight: 400;">รูปแมว</span> <span style="font-weight: 400;">รูปหมา</span> <span style="font-weight: 400;">แต่ในความเป็นจริง</span><span style="font-weight: 400;"> BuzzFeed </span><span style="font-weight: 400;">จ้างนักข่าวเก่งๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ทำข่าวเจาะ</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวการเมืองดุๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ไว้หลายคน</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสำนักข่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำให้สำนักข่าวแห่งนี้รวบรวมคนทำคอนเทนต์เอาไว้หลากหลายรูปแบบ</span> <span style="font-weight: 400;">มีตั้งแต่ข่าวในกระแส</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวเทคโนโลยี</span> <span style="font-weight: 400;">คลิปอาหาร</span> <span style="font-weight: 400;">ไปจนถึงข่าวสืบสวนสอบสวนหนักๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกแห่งความจริงมีสำนักข่าวไม่กี่ที่หรอก</span><span style="font-weight: 400;">ที่จะมีเงินภาษีป้อนอยู่ตลอดเวลา</span> <span style="font-weight: 400;">ในไทยมี</span><span style="font-weight: 400;"> Thai PBS </span><span style="font-weight: 400;">ในอังกฤษมี</span><span style="font-weight: 400;"> BBC </span><span style="font-weight: 400;">สื่อส่วนใหญ่ที่เหลือล้วนต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตนเองกันทั้งนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการรวบรวมยอดฝีมือในด้านต่างๆ</span> <span style="font-weight: 400;">จึงเป็นสิ่งสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดมาถึงจุดนี้ในฐานะที่ทำงานที่เวิร์คพอยท์มาได้สองปี</span> <span style="font-weight: 400;">ก็เลยนึกถึงคำพูดของพี่จิก–</span><span style="font-weight: 400;">ประภาส</span> <span style="font-weight: 400;">ชลศรานนท์</span> <span style="font-weight: 400;">ผู้ร่วมก่อตั้งเวิร์คพอยท์ที่ว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;</span><span style="font-weight: 400;">คลาสสิกอย่าดูถูกแจ๊ส</span> <span style="font-weight: 400;">แจ๊สอย่าดูแคลนป๊อป</span> <span style="font-weight: 400;">ป๊อปอย่ารังเกียจลูกทุ่ง</span> <span style="font-weight: 400;">ลูกทุ่งเองก็อย่ารังงอนหมอลำ</span> <span style="font-weight: 400;">หมอลำก็อย่าคิดกว่าคลาสสิกมันสูงส่ง</span><span style="font-weight: 400;">&#8221; </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าปรับมาให้เหมาะกับโลกออนไลน์ยุคนี้</span> <span style="font-weight: 400;">คงได้ประมาณว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ข่าวเจาะอย่าดูถูกงานขาย</span> <span style="font-weight: 400;">งานขายอย่าดูแคลนข่าวแมส</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวแมสก็อย่ารังเกียจงานพีอาร์</span> <span style="font-weight: 400;">งานพีอาร์ก็อย่ารังงอนงานสกู๊ป</span> <span style="font-weight: 400;">งานสกู๊ปก็อย่าคิดว่างานวิชวลกราฟิกมันสูงส่ง</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานทุกส่วนล้วนสำคัญและเกื้อกูลกันทั้งสิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำคัญอยู่อย่างตรงที่จะผลิตงานข่าวก็จงทำให้เหมือนเล่นดนตรี</span> <span style="font-weight: 400;">ทำออกมาทั้งทีก็ให้มันเกิดประโยชน์</span> <span style="font-weight: 400;">ดนตรีทำให้คนมีความสุข</span> <span style="font-weight: 400;">ทำงานข่าวก็ควรทำให้ชีวิตคนรอบข้างดีขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เท่านั้นเอง</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/online-news-media/">ในสมรภูมิข่าวและคอนเทนต์ออนไลน์ หนึ่งในผู้ชนะคือ BuzzFeed Tasty</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อึดอย่างเดียวไม่พอ เมื่อการทำข่าวออนไลน์ &#8216;กรรมกรข่าว&#8217; ต้องอาศัยความสร้างสรรค์</title>
		<link>https://adaymagazine.com/online-journalist/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Feb 2019 13:52:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[online]]></category>
		<category><![CDATA[นักข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[journalist]]></category>
		<category><![CDATA[กรรมกรข่าว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=52841</guid>

					<description><![CDATA[<p>น่าเสียดายที่คนยุคนี้ไม่ได้เห็นการทำงานของ สรยุทธ สุทัศนะจินดา คนข่าวเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ที่ห้วงเวลาหนึ่งไม่มีใครไม่รู้จักเขา คุณสรยุทธโด่งดังในยุคฟรีทีวี 6 ช่อง และใน 6 ช่องนั้นก็มีไม่กี่ช่องที่ปักธงการนำเสนอข่าวเป็นเสาหลักของสถานี ในช่วงพีคๆ เมื่อพูดถึงข่าวคนจะนึกถึงสรยุทธ ฟุตบอลเตะได้แชมป์มา คนก็รอให้สรยุทธสัมภาษณ์ ข่าวไหนกำลังดัง ตกเย็นเปิดโทรทัศน์รอได้เลย สรยุทธและทีมงานจะพูดถึงเรื่องนั้นแน่นอน คุณสรยุทธมีฉายาว่า &#8216;กรรมกรข่าว&#8217; ซึ่งมาจากชื่อหนังสือที่เขียนเอาไว้ ความขยันของคุณสรยุทธเปรียบได้กับกรรมกรจริงๆ จัดรายการหกโมงเช้า เข้าสถานีตั้งแต่ตีสองตีสาม อ่านข่าว แต่งหน้า 2-3 ชั่วโมง เสร็จงานกะแรกสักสิบโมงเช้าก็นอนพักช่วงบ่ายอ่อนๆ พักได้สักชั่วโมงหน่อยๆ ตื่นมาอีกทีบ่ายสาม เตรียมจัดรายการตอนเย็นต่ออีก แล้วเข้านอนไม่เกินสี่ห้าทุ่ม เพื่อตื่นให้ทันการจัดรายการเช้า ทั้งหมดนี้ยังไม่นับช่วงเวลาว่างๆ ที่ต้องเสพข่าวผ่านหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ ไม่เคยได้สิงอยู่กับคุณสรยุทธหรอก แต่มันเป็นเรื่องราวเล่าต่อๆ กันมาในวงการข่าว ให้นักข่าวทุกคนเอาเยี่ยงอย่างถึงความขยัน ความอึด ความสม่ำเสมอในการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับการทำงานข่าวโทรทัศน์ ต้องเข้าใจความแตกต่างก่อนว่าข่าวโทรทัศน์ ใช้เวลาในการนำเสนอนาน คุณสรยุทธจัดรายการเช้า 3-4 ชั่วโมง รายการเย็นอีกครึ่งชั่วโมง เท่ากับว่าในแต่ละวันจะต้องมีอะไรพูด มีอะไรมานำเสนออย่างน่าสนใจ มีพลัง เอาคนดูอยู่ ร่วมๆ สี่ชั่วโมงครึ่ง บางวันจำนวนข่าวที่นำเสนออาจมีเป็นร้อยข่าวก็เป็นไปได้ นั่นคือสาเหตุหลักว่าทำไมคนข่าวอย่างพวกเรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/online-journalist/">อึดอย่างเดียวไม่พอ เมื่อการทำข่าวออนไลน์ &#8216;กรรมกรข่าว&#8217; ต้องอาศัยความสร้างสรรค์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">น่าเสียดายที่คนยุคนี้ไม่ได้เห็นการทำงานของ</span> <span style="font-weight: 400;">สรยุทธ</span> <span style="font-weight: 400;">สุทัศนะจินดา</span> <span style="font-weight: 400;">คนข่าวเบอร์หนึ่งของเมืองไทย</span> <span style="font-weight: 400;">ที่ห้วงเวลาหนึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีใครไม่รู้จักเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสรยุทธโด่งดังในยุคฟรีทีวี</span><span style="font-weight: 400;"> 6 </span><span style="font-weight: 400;">ช่อง</span> <span style="font-weight: 400;">และใน</span><span style="font-weight: 400;"> 6 </span><span style="font-weight: 400;">ช่องนั้นก็มีไม่กี่ช่องที่ปักธงการนำเสนอข่าวเป็นเสาหลักของสถานี</span> <span style="font-weight: 400;">ในช่วงพีคๆ</span> <span style="font-weight: 400;">เมื่อพูดถึงข่าว</span><span style="font-weight: 400;">คนจะนึกถึงสรยุทธ</span> <span style="font-weight: 400;">ฟุตบอลเตะได้แชมป์มา</span> <span style="font-weight: 400;">คนก็รอให้สรยุทธสัมภาษณ์</span> <span style="font-weight: 400;">ข่าวไหนกำลังดัง</span> <span style="font-weight: 400;">ตกเย็นเปิดโทรทัศน์รอได้เลย</span> <span style="font-weight: 400;">สรยุทธและทีมงานจะพูดถึงเรื่องนั้นแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสรยุทธมีฉายาว่า</span><span style="font-weight: 400;"> &#8216;</span><span style="font-weight: 400;">กรรมกรข่าว&#8217;</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งมาจากชื่อหนังสือที่เขียนเอาไว้</span> <span style="font-weight: 400;">ความขยันของคุณสรยุทธ</span><span style="font-weight: 400;">เปรียบได้กับกรรมกรจริงๆ</span> <span style="font-weight: 400;">จัดรายการหกโมงเช้า</span> <span style="font-weight: 400;">เข้าสถานีตั้งแต่ตีสองตีสาม</span> <span style="font-weight: 400;">อ่านข่าว</span> <span style="font-weight: 400;">แต่งหน้า</span><span style="font-weight: 400;"> 2-3 </span><span style="font-weight: 400;">ชั่วโมง</span> <span style="font-weight: 400;">เสร็จงานกะแรกสักสิบโมงเช้าก็</span><span style="font-weight: 400;">นอนพักช่วงบ่ายอ่อนๆ</span> <span style="font-weight: 400;">พักได้สักชั่วโมงหน่อยๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ตื่นมาอีกทีบ่ายสาม</span> <span style="font-weight: 400;">เตรียมจัดรายการตอนเย็นต่ออีก</span> <span style="font-weight: 400;">แล้วเข้านอนไม่เกินสี่ห้าทุ่ม</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อตื่นให้ทันการจัดรายการเช้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ยังไม่นับช่วงเวลาว่างๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ที่ต้องเสพข่าวผ่านหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนี้</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่เคยได้สิงอยู่กับคุณสรยุทธหรอก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่มันเป็นเรื่องราวเล่าต่อๆ</span> <span style="font-weight: 400;">กันมา</span><span style="font-weight: 400;">ในวงการข่าว</span> <span style="font-weight: 400;">ให้นักข่าวทุกคนเอาเยี่ยงอย่าง</span><span style="font-weight: 400;">ถึงความขยัน</span> <span style="font-weight: 400;">ความอึด</span> <span style="font-weight: 400;">ความสม่ำเสมอในการทำงาน</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับการทำงานข่าวโทรทัศน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเข้าใจความแตกต่างก่อนว่าข่าวโทรทัศน์</span> <span style="font-weight: 400;">ใช้เวลาในการนำเสนอนาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คุณสรยุทธจัดรายการเช้า</span> <span style="font-weight: 400;">3-4 ชั่วโมง</span> รายการ<span style="font-weight: 400;">เย็นอีกครึ่งชั่วโมง</span> <span style="font-weight: 400;">เท่ากับว่าในแต่ละวัน</span><span style="font-weight: 400;">จะต้องมีอะไรพูด</span> <span style="font-weight: 400;">มีอะไรมานำเสนออย่างน่าสนใจ</span> <span style="font-weight: 400;">มีพลัง</span> <span style="font-weight: 400;">เอาคนดูอยู่</span> <span style="font-weight: 400;">ร่วมๆ</span> <span style="font-weight: 400;">สี่ชั่วโมงครึ่ง</span> <span style="font-weight: 400;">บางวันจำนวนข่าวที่นำเสนออาจมีเป็นร้อยข่าวก็เป็นไปได้</span> <span style="font-weight: 400;">นั่นคือสาเหตุหลักว่าทำไมคนข่าวอย่างพวกเรา</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">รวมถึงข้าพเจ้า</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">ที่เติบโตมาในยุคหลังคุณสรยุทธ</span> <span style="font-weight: 400;">ถูกปลูกฝังให้ขยันและอึดเยี่ยงกรรมกร</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">แน่นอน</span> <span style="font-weight: 400;">เรื่องของมันสมองและความแหลมคมก็ต้องมีด้วย</span><span style="font-weight: 400;">)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่บรรยากาศของสื่อออนไลน์ไม่เหมือนทีวี</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่มีการแช่ดูช่องใดช่องหนึ่งนานๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ในแต่ละวันคนไถหน้าจอมือถือมองเห็นเนื้อหาที่สลับสับเปลี่ยนผู้ผลิตทุกวินาที</span></p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">โลกออนไลน์อาศัยความแหลมคม</span></p>
</blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคนทำสื่อออนไลน์ใช้หลักความอึด</span> <span style="font-weight: 400;">ความถี่</span> <span style="font-weight: 400;">ความน่ากลัวคือข่าวที่ทุกสำนักข่าวทำออกมาอาจจะกลายเป็นข่าวที่ลอกต่อๆ</span> <span style="font-weight: 400;">กันมา</span> <span style="font-weight: 400;">ประเด็นซ้ำๆ</span> <span style="font-weight: 400;">กันไปหมด</span> <span style="font-weight: 400;">ถ้าเราเน้นจำนวนเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดชี้วัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะในโลกออนไลน์น่าจะเป็นเรื่องของความแหลมคม</span> <span style="font-weight: 400;">ความลึก</span> <span style="font-weight: 400;">และวิธีการนำเสนอที่ชัดเจนกว่า</span> <span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่นเมื่อต้นปี</span><span style="font-weight: 400;"> 2562 </span><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่าน</span> <span style="font-weight: 400;">ประเด็นใหญ่ประเด็นแรกที่สังคมพูดคุยถกเถียงกัน</span> <span style="font-weight: 400;">คือเรื่องที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนตัดสินใจทดลองให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้</span> <span style="font-weight: 400;">ในคืนวันจันทร์ทุกสำนักข่าวรู้อยู่แล้วว่าวันรุ่งขึ้นจะนำเสนอเรื่องนี้อย่างแน่นอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ประเด็นเดียวกัน</span> แล้ว<span style="font-weight: 400;">ความแตกต่างคืออะไร</span></p>
<ol>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">มุมในการนำเสนอ</span> <span style="font-weight: 400;">เช่น</span> <span style="font-weight: 400;">เลือกเล่าผ่านชีวิตนักเรียนคนหนึ่ง</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;">เล่าผ่านที่มาที่ไปว่าทำไมโรงเรียนจึงตัดสินใจแบบนี้</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">การเลือกใช้คำพาดหัว</span> <span style="font-weight: 400;">ตรงนี้สำคัญมาก</span> <span style="font-weight: 400;">อะไรที่เตะตา</span> <span style="font-weight: 400;">ดึงดูดให้คนเข้าไปดูล่ะ</span> <span style="font-weight: 400;">นักข่าวทุกช่องล้วนได้เสียงสัมภาษณ์</span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการคนเดียวกัน</span> <span style="font-weight: 400;">พูดเหมือนกัน</span> <span style="font-weight: 400;">คำพูดไหนที่คนอ่านแวบเดียวแล้วอยากคลิกเข้าไปดูทั้งข่าว</span></li>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">คุณภาพของภาพและเสียง</span> <span style="font-weight: 400;">งานออนไลน์เป็นงานเนี้ยบ</span> <span style="font-weight: 400;">คนเสพสื่อออนไลน์จ้องจอใกล้มาก</span> <span style="font-weight: 400;">เขาเห็นความคมชัดของฟุตเทจข่าวที่ออกไปถ่าย</span> <span style="font-weight: 400;">สัมผัสได้ถึงความแตกต่าง</span> <span style="font-weight: 400;">ตรงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ </span></li>
<li style="font-weight: 400;"><b><span style="font-weight: 400;">ความลึกและแม่นยำของข้อมูล</span> <span style="font-weight: 400;">บรรยากาศการเสพสื่อในเมืองไทย</span> <span style="font-weight: 400;">ยังมีความเฮละโล</span> <span style="font-weight: 400;">เห่อเป็นประเด็นตามๆ</span> <span style="font-weight: 400;">กันไปอยู่มาก</span> <span style="font-weight: 400;">ประเด็นควรตามหรือไม่ สำคัญแค่ไหน นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง</span> <span style="font-weight: 400;">แต่ปฏิเสธยากว่าพอมีเรื่องไหนที่ถูกจุดติดกลายเป็นกระแสขึ้นมา</span> <span style="font-weight: 400;">คนก็จะพูดคุยกันทั้งสังคมออนไลน์</span></b> ทีนี้สิ่งสำคัญคือ<b><span style="font-weight: 400;">เมื่อมันพูดเรื่องเดียวกันแล้ว</span> <span style="font-weight: 400;">เราจะแตกต่างได้อย่างไร</span> <span style="font-weight: 400;">ความลึกของข้อมูล</span> <span style="font-weight: 400;">และความแม่นยำ</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่ผิดพลาด</span> <span style="font-weight: 400;">จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ชี้ขาดในสนามแข่งขัน</span></b></li>
</ol>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอน</span> <span style="font-weight: 400;">ความอึด</span> <span style="font-weight: 400;">ความอดทน</span> <span style="font-weight: 400;">สมบัติเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญของการทำงานข่าว</span> <span style="font-weight: 400;">แต่ในโลกออนไลน์</span> <span style="font-weight: 400;">เราต้องมั่นใจว่าเราให้เวลามากพอกับพื้นที่ที่สร้างสรรค์</span>และ<span style="font-weight: 400;">การทำงานที่ไม่เครียด</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่กดดัน</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อให้การทำงานของคนข่าว</span><span style="font-weight: 400;">ตอบโจทย์</span><span style="font-weight: 400;"> 4 </span><span style="font-weight: 400;">ข้อที่พูดถึงเอาไว้</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/online-journalist/">อึดอย่างเดียวไม่พอ เมื่อการทำข่าวออนไลน์ &#8216;กรรมกรข่าว&#8217; ต้องอาศัยความสร้างสรรค์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจเด็กจบใหม่ โลกออนไลน์ และความแตกต่างของเจเนอเรชั่น</title>
		<link>https://adaymagazine.com/generation-gap-online-media/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Jan 2019 12:09:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Idea]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[เจน]]></category>
		<category><![CDATA[generation gap]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กจบใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=50798</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยเพราะการทำงานที่ต้องเกี่ยวพันกับการคัดเลือก สัมภาษณ์ รับเด็กจบใหม่เข้ามาทำงานด้วย ทำให้มีหลายอย่างที่ได้เรียนรู้จากช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ก่อนอื่นขอเล่าให้เห็นภาพก่อนว่าผู้เขียนอายุ 34 ปี เด็กจบใหม่จะอายุประมาณ 22-23 ปี ช่องว่างสิบกว่าปีนี้สำคัญมาก เพราะเป็นช่องว่างของเจเนอเรชั่นอันมีโซเชียลมีเดียเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราแตกต่าง เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ขออธิบายไทม์ไลน์ไว้ตามนี้ ผู้เขียนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปี 2546 หนึ่งปีก่อนที่เฟซบุ๊กจะก่อตั้ง เมื่อเรียนจบ เฟซบุ๊กกำลังเริ่มเข้ามาถึงประเทศไทยพอดี ผู้เขียนเกิดในปี 2527 ซึ่งเท่ากับว่าผ่านมาตั้งแต่ช่วงที่ประเทศไทยยังไม่มีอินเทอร์เน็ต มาสู่ยุคเว็บไซต์ และเริ่มทำงานในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังแพร่หลาย ในขณะที่เด็กจบใหม่ พวกเขาเกิดปีเดียวกับที่พันทิปดอตคอมก่อตั้ง เฟซบุ๊กแพร่หลายในไทยในช่วง ม.ปลาย ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตพวกเขา ที่ต้องเอ่ยถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพราะเห็นว่าโลกออนไลน์นั้นสำคัญกับการเติบโตของคนจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการได้รับการยอมรับจากสังคม การจะโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของคนในยุคข้าพเจ้า ถ้าไม่เรียนเก่ง ไม่โดดเด่นในโลกวิชาการ ก็ต้องทำกิจกรรมเก่ง ซึ่งทั้งสองทางต้องอาศัยเวทีของคนอื่นเพื่อพิสูจน์ตนเองโดยเฉพาะอย่างหลัง ยกตัวอย่างเช่น เวทีประกวดดนตรี เหล่านี้ล้วนต้องมีเวทีกลางซึ่งนั่นตามมาด้วยการต้องเคารพกฎการอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่น แม้ปลายทาง ความสามารถจะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จไม่ต่างกัน แต่ระหว่างทางนั้นได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย เด็กที่เกิดมาพร้อมกับโซเชียลมีเดียมีสิ่งที่คนรุ่นผมไม่มีนั่นคือพื้นที่ของตัวเอง การเติบโตมาพร้อมกับเฟซบุ๊ก ยูทูบ และอินสตาแกรม ทำให้เด็กรุ่นนี้มีโอกาสได้แสดงออกถึงความคิด ความสามารถ และอารมณ์ของตนเองได้เสมอ ซึ่งอาจมีความแตกต่างตรงที่ความอดทน การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับกฎกติกาที่มีอาจจะน้อยกว่า แต่จุดแข็งคือคนรุ่นนี้จะเรียนรู้เร็ว เกิดมาพร้อมกับเครื่องมือช่วยเหลือมากมาย เข้าใจการทำงานในโลกออนไลน์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/generation-gap-online-media/">เข้าใจเด็กจบใหม่ โลกออนไลน์ และความแตกต่างของเจเนอเรชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="Body"><strong>ด้วยเพราะการทำงานที่ต้องเกี่ยวพันกับการคัดเลือก สัมภาษณ์ รับเด็กจบใหม่เข้ามาทำงานด้วย ทำให้มีหลายอย่างที่ได้เรียนรู้จากช่วงเวลาที่ผ่านมานี้</strong></p>
<p class="Body">ก่อนอื่นขอเล่าให้เห็นภาพก่อนว่าผู้เขียนอายุ 34 ปี เด็กจบใหม่จะอายุประมาณ 22-23 ปี ช่องว่างสิบกว่าปีนี้สำคัญมาก เพราะเป็นช่องว่างของเจเนอเรชั่นอันมีโซเชียลมีเดียเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราแตกต่าง</p>
<p class="Body">เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ขออธิบายไทม์ไลน์ไว้ตามนี้ ผู้เขียนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในปี 2546 หนึ่งปีก่อนที่เฟซบุ๊กจะก่อตั้ง เมื่อเรียนจบ เฟซบุ๊กกำลังเริ่มเข้ามาถึงประเทศไทยพอดี ผู้เขียนเกิดในปี 2527 ซึ่งเท่ากับว่าผ่านมาตั้งแต่ช่วงที่ประเทศไทยยังไม่มีอินเทอร์เน็ต มาสู่ยุคเว็บไซต์ และเริ่มทำงานในยุคที่โซเชียลมีเดียกำลังแพร่หลาย</p>
<p class="Body">ในขณะที่เด็กจบใหม่ พวกเขาเกิดปีเดียวกับที่พันทิปดอตคอมก่อตั้ง เฟซบุ๊กแพร่หลายในไทยในช่วง ม.ปลาย ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตพวกเขา</p>
<p class="Body">ที่ต้องเอ่ยถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพราะเห็นว่าโลกออนไลน์นั้นสำคัญกับการเติบโตของคนจริงๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการได้รับการยอมรับจากสังคม</p>
<p class="Body">การจะโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของคนในยุคข้าพเจ้า ถ้าไม่เรียนเก่ง ไม่โดดเด่นในโลกวิชาการ ก็ต้องทำกิจกรรมเก่ง ซึ่งทั้งสองทางต้องอาศัยเวทีของคนอื่นเพื่อพิสูจน์ตนเองโดยเฉพาะอย่างหลัง ยกตัวอย่างเช่น เวทีประกวดดนตรี เหล่านี้ล้วนต้องมีเวทีกลางซึ่งนั่นตามมาด้วยการต้องเคารพกฎการอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่น แม้ปลายทาง ความสามารถจะเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จไม่ต่างกัน แต่ระหว่างทางนั้นได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย</p>
<p class="Body">เด็กที่เกิดมาพร้อมกับโซเชียลมีเดียมีสิ่งที่คนรุ่นผมไม่มีนั่นคือพื้นที่ของตัวเอง การเติบโตมาพร้อมกับเฟซบุ๊ก ยูทูบ และอินสตาแกรม ทำให้เด็กรุ่นนี้มีโอกาสได้แสดงออกถึงความคิด ความสามารถ และอารมณ์ของตนเองได้เสมอ ซึ่งอาจมีความแตกต่างตรงที่ความอดทน การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับกฎกติกาที่มีอาจจะน้อยกว่า แต่จุดแข็งคือคนรุ่นนี้จะเรียนรู้เร็ว เกิดมาพร้อมกับเครื่องมือช่วยเหลือมากมาย เข้าใจการทำงานในโลกออนไลน์ และไม่จำเป็นต้องอาศัยพื้นที่ของคนอื่นในการพิสูจน์ตนเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote>
<p class="Body" style="text-align: center;">ถ้าเก่งจริงก็จะมีพื้นที่ให้เขาได้แสดงออกและได้รับการยอมรับอยู่เสมอ</p>
</blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p class="Body">อีกหนึ่งมิติที่น่าสนใจคือความกระตือรือร้นและความทะเยอทะยาน อาจเพราะด้วยสาเหตุเรื่องของเวทีและพื้นที่กลางที่คนรุ่นผมต้องไขว่คว้าแสวงหา คนยุคผมถ้าอยากได้รับการยอมรับก็ต้องแลกด้วยความกล้า กล้ายกมือ กล้าเสนอตัว เพราะถ้าคุณไม่ฉวยโอกาสเหล่านั้นไว้ก็สูญเปล่า ถ้าไม่เป็นหนึ่งก็เป็นศูนย์ คนยุคผมจึงออกดอกผลมาเป็นสองอย่าง นั่นคือคนที่ทำได้จริงกับพวกวอนนาบี (คือยกมือหราอาสารับงานแต่ทำจริงไม่ได้)</p>
<p class="Body">เด็กจบใหม่ยุคนี้คุ้นชินกับการมีพื้นที่ มีผู้ติดตาม มีคนให้การยอมรับในตัวตนของเขาตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดบัญชีในโซเชียลมีเดีย พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องชูมืออาสาทำงานอะไรเมื่อมีคนมอบหมายให้ จะทำไปทำไมในเมื่อพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่ก็ให้การยอมรับตัวตนของเขาอยู่แล้ว</p>
<p class="Body">ในทางกลับกัน ความโหดร้ายของการเติบโตมากับยุคโซเชียลมีเดียนั้นเกิดขึ้นกับเด็กๆ หลายคนที่ยังไม่มีโอกาสได้เรียนรู้มากพอ แต่ก็ต้องมาเจอกับการบูลลี่ การแสดงความเห็นอย่างเจ็บแสบ ความโหดร้ายผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็ส่งผลกับภาวะอารมณ์จนหลายคนถึงกับเป็นโรคซึมเศร้าไปก็มี</p>
<p class="Body">ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างคนสองรุ่น ไม่มีรุ่นไหนดีกว่า-แย่กว่า สิ่งที่พวกผมต้องเจอคือการดีลกับเด็กจบใหม่ที่อาจจะอดทนกับคำดุ คำวิจารณ์ ไม่เท่าคนรุ่นผม ต้องดีลกับการเปลี่ยนงานบ่อยหรืออดทนต่อสู้กับช่วงพิสูจน์ตัวเองน้อยกว่าคนรุ่นเรา แต่นั่นก็คือปัญหาที่พวกเราต้องเรียนรู้จัดการ เพราะนั่นไม่ใช่ความผิดของเด็กจบใหม่ทั้งหลาย</p>
<p class="Body"><strong>ในทางกลับกัน พวกเขาเกิดมาในยุคที่มีโอกาสได้แสดงความสามารถมากมายและหลากหลาย มีตลาดรองรับมากกว่า มีกลุ่มเป้าหมายที่แยกย่อยแตกต่างมากกว่า ลึกๆ พวกเขารู้ดีว่า ถ้าเขาเก่งจริง เขาไม่อดตาย เขามีพื้นที่ที่เขาจะได้เป็นตัวเองและพิสูจน์ความสามารถของพวกเขาได้</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/generation-gap-online-media/">เข้าใจเด็กจบใหม่ โลกออนไลน์ และความแตกต่างของเจเนอเรชั่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
