<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กาลกานต์ โกศลกาญจน์, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/kamolkan/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/kamolkan/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 16:04:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>Standard Archives แบรนด์เสื้อผ้าจากเศษด้ายเหลือใช้ที่ตั้งใจเล่าเรื่องความยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/standard-archives/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กาลกานต์ โกศลกาญจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jul 2019 23:31:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[juli baker and summer]]></category>
		<category><![CDATA[Nut Dao]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[Standard Archives]]></category>
		<category><![CDATA[กานต์ กุลอรรฆย์]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable fashion]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เศษด้ายเหลือใช้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานเซรามิกเบญจเมธา]]></category>
		<category><![CDATA[founder]]></category>
		<category><![CDATA[Bloody Hell Big Head]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=68076</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อมองดูเสื้อผ้าสีสันสดใสตรงหน้า น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแต่ละตัวทำมาจากเศษด้ายเหลือใช้ทั้งสิ้น! นี่คือแบรนด์ Standard Archives ของ กานต์ กุลอรรฆย์ ที่ไม่เพียงอยากทำเสื้อผ้าที่สวย คุณภาพดี และใส่ได้นานๆ เขายังต้องการสื่อสารเรื่องแฟชั่นยั่งยืนผ่านเส้นสายลายผ้าอีกด้วย พูดง่ายๆ วิธีการของเขาคือการใช้เศษด้ายเหลือใช้ในโรงงานของที่บ้านมาทอเป็นผืนผ้าที่ดูไม่ออกว่าทำจากของเหลือ ก่อนนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าและทำโปรดักต์อื่นๆ ช่วยลดขยะให้โลกไปในตัว มากไปกว่านั้น กานต์ยังเน้นให้เสื้อผ้าของเขามีความเรียบง่ายเพื่อให้ใส่ซ้ำได้เรื่อยๆ จะได้ไม่ต้องรีบซื้อ รีบใส่ตามเทรนด์ ก่อนทิ้งให้เป็นขยะก้นตู้เสื้อผ้าเมื่อแวดวงแฟชั่นหันไปฮิตเสื้อผ้าแบบใหม่ๆ ต่อไป ระหว่างนั่งคุยกับ กานต์บอกเราว่าแบรนด์ของเขาเกิดขึ้นจากคำว่า Standard ที่แปลว่ามาตรฐาน และ Archive ที่แปลว่าการบันทึก เพื่อให้แบรนด์ทำหน้าที่เป็นบทบันทึกแห่งยุคสมัย ช่วงเวลาที่บางคนไม่ได้โหยหาแฟชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่สนใจแฟชั่นที่ยั่งยืน ในวันที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าแบบใหม่ๆ หมุนวนเข้ามาในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ อะไรที่ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำแบรนด์เสื้อผ้าที่เชื่อมั่นในความยั่งยืนและใส่ได้นาน มากกว่าจะกระตุ้นให้คนซื้อเสื้อผ้าของเขาอยู่บ่อยๆ กานต์รอเราอยู่พร้อมคำตอบ &#160; ลองแล้วรู้ เพราะมีต้นทุนเป็นโรงงานผลิตเสื้อผ้าของครอบครัว กานต์จึงตั้งใจเสริมต่อธุรกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วยการศึกษาและสั่งสมประสบการณ์สาขาต่างๆ ตั้งแต่การบัญชี กราฟิกดีไซน์ ไปจนถึงการตัดเย็บเสื้อผ้าจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ ก่อนกลับเมืองไทย กานต์ยังลงมือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยนักออกแบบแฟชั่นอีกด้วย เมื่อกลับมารับช่วงต่อที่โรงงานผลิตครบวงจรของที่บ้าน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โรงพิมพ์ผ้า โรงทอ และโรงตัดเย็บ สิ่งที่กานต์เห็นจึงเป็นสารพัดของเหลือหลากหลายรูปแบบของอุตสาหกรรมแฟชั่น ทั้งม้วนด้าย เศษด้าย สต็อกผ้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standard-archives/">Standard Archives แบรนด์เสื้อผ้าจากเศษด้ายเหลือใช้ที่ตั้งใจเล่าเรื่องความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อมองดูเสื้อผ้าสีสันสดใสตรงหน้า น้อยคนนักที่จะรู้ว่าแต่ละตัวทำมาจากเศษด้ายเหลือใช้ทั้งสิ้น!</span></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-68078 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-1.jpg" alt="Standard Archives" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแบรนด์ Standard Archives ของ </span><b>กานต์ กุลอรรฆย์ </b><span style="font-weight: 400;">ที่ไม่เพียงอยากทำเสื้อผ้าที่สวย คุณภาพดี และใส่ได้นานๆ เขายังต้องการสื่อสารเรื่องแฟชั่นยั่งยืนผ่านเส้นสายลายผ้าอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พูดง่ายๆ วิธีการของเขาคือการใช้เศษด้ายเหลือใช้ในโรงงานของที่บ้านมาทอเป็นผืนผ้าที่ดูไม่ออกว่าทำจากของเหลือ ก่อนนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าและทำโปรดักต์อื่นๆ ช่วยลดขยะให้โลกไปในตัว มากไปกว่านั้น กานต์ยังเน้นให้เสื้อผ้าของเขามีความเรียบง่ายเพื่อให้ใส่ซ้ำได้เรื่อยๆ จะได้ไม่ต้องรีบซื้อ รีบใส่ตามเทรนด์ ก่อนทิ้งให้เป็นขยะก้นตู้เสื้อผ้าเมื่อแวดวงแฟชั่นหันไปฮิตเสื้อผ้าแบบใหม่ๆ ต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-68083 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-16.jpg" alt="Standard Archives" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างนั่งคุยกับ กานต์บอกเราว่า<a href="http://facebook.com/standardarchives/" target="_blank" rel="noopener">แบรนด์</a>ของเขาเกิดขึ้นจากคำว่า Standard ที่แปลว่ามาตรฐาน และ Archive ที่แปลว่าการบันทึก เพื่อให้แบรนด์ทำหน้าที่เป็นบทบันทึกแห่งยุคสมัย </span><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่บางคนไม่ได้โหยหาแฟชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่</span><span style="font-weight: 400;">สนใจแฟชั่นที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในวันที่โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าแบบใหม่ๆ หมุนวนเข้ามาในตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ อะไรที่ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งลุกขึ้นมาทำแบรนด์เสื้อผ้าที่เชื่อมั่นในความยั่งยืนและใส่ได้นาน มากกว่าจะกระตุ้นให้คนซื้อเสื้อผ้าของเขาอยู่บ่อยๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กานต์รอเราอยู่พร้อมคำตอบ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ลองแล้วรู้</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะมีต้นทุนเป็นโรงงานผลิตเสื้อผ้าของครอบครัว กานต์จึงตั้งใจเสริมต่อธุรกิจให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นด้วยการศึกษาและสั่งสมประสบการณ์สาขาต่างๆ ตั้งแต่การบัญชี กราฟิกดีไซน์ ไปจนถึงการตัดเย็บเสื้อผ้าจากออสเตรเลีย นอกจากนี้ ก่อนกลับเมืองไทย กานต์ยังลงมือเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานเป็นผู้ช่วยนักออกแบบแฟชั่นอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อกลับมารับช่วงต่อที่โรงงานผลิตครบวงจรของที่บ้าน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่โรงพิมพ์ผ้า โรงทอ และโรงตัดเย็บ สิ่งที่กานต์เห็นจึงเป็นสารพัดของเหลือหลากหลายรูปแบบของอุตสาหกรรมแฟชั่น ทั้งม้วนด้าย เศษด้าย สต็อกผ้า และเศษผ้านับตัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แทนที่จะท้อถอย ปริมาณของเหลือที่ได้เห็นกลับกลายเป็นความท้าทายที่จุดประกายให้เขาเกิดคำถามว่า “เราจะจัดการของเหลือที่เห็นอย่างไร”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนั่นเองคือที่มาของ Standard Archives</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-68084 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-4.jpg" alt="Standard Archives" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-4-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-4-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มแรกในปี 2017 กานต์นำเศษด้ายที่เหลือในโรงงานมาทอเป็นผืนผ้า และตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าหน้าตาเรียบง่าย ก่อนจะเริ่มชักชวนคนรู้จักในแวดวงดีไซน์มาร่วมสนุกไปกับแบรนด์ของเขาด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ <a href="https://web.facebook.com/studiomarketingmaterials/" target="_blank" rel="noopener">Studio Marketing Materials (SMM)</a> ที่เขาชวนหนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่างจารุตม์ จันทร์ประภานนท์ มาออกแบบลายผ้าจากด้ายที่เหลือในโรงงานซึ่งแต่ละสีที่มีจำนวนไม่เท่ากันนั้น เกิดเป็นผ้าที่มีสีแตกต่างกันออกไปเป็นเอกลักษณ์ ส่วนผ้าที่ได้ถูกนำมาแปรรูปเป็นสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่ผ้าพันคอ เก้าอี้บีนแบ็ก ไปจนถึงช่องใส่นิตยสารบนโต๊ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กานต์ยังจับมือกับศิลปินที่กำลังมาแรงไม่ว่าจะเป็น <a href="https://web.facebook.com/Nut.Daovichitr/" target="_blank" rel="noopener">Nut.Dao</a>, <a href="https://web.facebook.com/BloodyhellBighead/" target="_blank" rel="noopener">Bloody Hell Big Head</a> หรือ <a href="https://adaymagazine.com/?s=juli+baker+and+summer" target="_blank" rel="noopener">juli baker and summer</a> นำด้ายเหลือใช้มาผลิตเป็นผ้าลายกราฟิกด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-68086 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-3.jpg" alt="Standard Archives" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-68087" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4.jpg" alt="Standard Archives" width="675" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4-150x150.jpg 150w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4-300x300.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4-600x600.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4-24x24.jpg 24w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4-48x48.jpg 48w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-4-96x96.jpg 96w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมองการออกแบบเป็นเรื่องสนุกเหมือนการเล่นเกม แก้ปัญหา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือสินค้าชิ้นใหม่จากสิ่งที่เหลืออยู่ สิ่งที่เราไม่ได้หยิบมาใช้” กานต์ว่าอย่างนั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะฟังดูง่าย แค่นำด้ายเหลือใช้มาผลิตเป็นผ้าให้หมด แต่กระบวนการจริงๆ นั้นไม่ง่าย ด้วยปริมาณด้ายแต่ละสีที่ไม่ได้เหลืออยู่ในจำนวนที่เท่ากัน ดังนั้น บางครั้งเมื่อไม่มีสีที่ต้องการ วิธีแก้คือการนำด้ายสองสีมาทอรวมกันเหมือนการผสมสี เช่น ที่กานต์เคยทดลองทอด้ายสีน้ำเงินและเหลืองรวมกันให้ออกมาเป็นผ้าสีเขียวอมน้ำเงิน แต่เมื่อผ้าโดนดึงยืด ผ้าก็จะเผยสีเหลืองที่อยู่ข้างในออกมา กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่น้อยคนจะรู้ว่าเกิดจากข้อจำกัดมากกว่าความตั้งใจตั้งแต่ต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กานต์เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าความท้าทายกลายเป็นความสนุกในที่สุด เพราะผ้าที่ทอออกมาแต่ละชิ้นก็มีหน้าตาไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่เขาทำร่วมกับ Studio Marketing Materials</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเห็นตรงกันว่าผ้าที่ได้มาไม่เหมือนกันทั้งความยาวและสี เวลาเอาไปทำโปรดักต์ ต่อให้เป็นโปรดักต์เดียวกันก็ออกมาหน้าตาไม่เหมือนกันสักชิ้น ถ้ามองในแง่บวกก็ต้องเรียกว่าเป็นเสน่ห์ของงานแบบนี้”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-68096" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-6.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-6-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-6-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>ใส่ซ้ำ แล้วทำให้เก๋</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">กานต์เล่าต่อว่าหนึ่งในเป้าหมายหลักของแบรนด์คือการทำให้การใส่เสื้อผ้าซ้ำกลายเป็นความธรรมดา เช่นเดียวกับเวลาเรานึกภาพของสตีฟ จ็อบส์ ที่ใส่เสื้อคอเต่าสีดำยี่ห้อ ISSEY MIYAKE และกางเกงยีนส์ Levi’s แบบเดิมทุกครั้ง ซึ่งทำให้เขากับเพื่อนที่เรียนแฟชั่นด้วยกันนั่งถกเถียงเรื่องความสำคัญของเสื้อผ้าและแฟชั่นมาแล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทำไมสตีฟ จ็อบส์ ถึงตัดสินใจใส่เสื้อผ้าซ้ำ? เขาทำแบบนั้นเพราะอะไร? นี่คือแฟชั่นหรือไม่? เสื้อผ้าซ้ำๆ นั้น ‘เก๋’ หรือเปล่า? คือคำถามที่กานต์และเพื่อนๆ พากันหาคำตอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องยอมรับว่าสิ่งที่เราทำคือความพยายามเปลี่ยนค่านิยมแฟชั่นกระแสหลัก ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้แล้วทิ้ง การเปลี่ยนแปลงที่เราพยายามสร้างอาจดูยากแต่ก็เป็นไปได้ด้วยความร่วมมือหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะจากวงการแฟชั่นของ นิตยสาร สไตลิสต์ ช่างภาพ นักเขียน หรือพีอาร์”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-68088" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-10.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-10.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-10-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากผลิตเสื้อผ้า สิ่งที่ Standard Archives ทำจึงเป็นการเผยแพร่แนวคิดนี้ผ่านการทำแบรนดิ้งว่าการใส่เสื้อผ้าแบบเดิมซ้ำๆ คือความเท่และเหมาะสมกับสถานการณ์โลกตอนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเริ่มหันมาตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรในทุกมิติของการใช้ชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความเรียบง่ายอย่างเดียวไม่สามารถที่จะทำให้คนใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ กันได้ เราเลยพยายามที่จะออกแบบเสื้อผ้าที่ช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันให้คนได้ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่าความสวยงามอย่างเดียว เช่น เลือกวัตถุดิบที่เหมาะกับสภาพอากาศและวิถีชีวิตของผู้ใส่ เมื่อเสื้อผ้าที่ผลิตออกมาลูกค้าสามารถใช้งานได้จริงและลงตัวกับชีวิต ผมเชื่อว่าพวกเขาจะลดความอยากในการซื้อของใหม่เอง”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-68089" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archives-Product-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3><b>Fashion VS. Anti-Fashion</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงที่กานต์ยังเป็นนักศึกษาด้านออกแบบแฟชั่น Tom Ford และ GUCCI คือชื่อของแบรนด์โปรดในดวงใจของกานต์ จนวันที่เขาได้รับโจทย์ให้ค้นคว้าเกี่ยวกับนักออกแบบฝั่งตะวันออก เขาจึงเริ่มต้นจากนักออกแบบชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ISSEY MIYAKE, COMME des GARCONS หรือ YOHJI YAMAMOTO</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบรนด์เหล่านี้ทำให้เขาเข้าใจหลักการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย รวมถึงเริ่มตั้งคำถามถึงการใช้งานที่แท้จริงของเสื้อผ้า มากกว่าการเน้นที่ความสวยงามเป็นสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอศึกษาแบรนด์เหล่านี้มากขึ้น เราก็ตั้งคำถามว่าความสำคัญจริงๆ ของเสื้อผ้าคืออะไร เสื้อผ้าต้องเน้นไปที่การใช้งานมากกว่าความสวยงาม การผลิตเสื้อผ้าหนึ่งตัวมีค่าใช้จ่ายมากมาย มีค่าขนส่ง ค่าออกแบบ ดังนั้นเราจึงไม่ควรซื้อเสื้อหนึ่งตัวมาเพื่อใส่ครั้งเดียว นั่นคือเหตุผลที่หน้าของเสื้อผ้าของ Standard Archives ดูเรียบง่ายแบบนี้ เพราะอยากให้มีการสื่อสารเรื่อง anti-fashion อยู่ด้วย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-68090" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/Standard-Archive-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแค่เสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น แต่กานต์ยังต่อยอดผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ ด้วย เช่น ภาชนะเซรามิก โต๊ะไม้สัก ผ้าพันคอ เก้าอี้บีนแบ็ก ครีมทามือ ไปจนถึงน้ำยาทำความสะอาด โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างยาวนานและเสริมสร้างความยั่งยืนในด้านต่างๆ เช่น การหยิบไม้สักเหลือใช้มาเพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบและผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์หน้าตาเก๋ที่ใครๆ ก็อยากได้ หรือการร่วมมือกับโรงงานเซรามิกเบญจเมธาผลิตโปรดักต์เซรามิก เพื่อสนับสนุนธุรกิจชุมชนในปัตตานี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราอยากใช้สินค้าอย่างมีความคิด สิ่งที่เราทำจึงเป็นการรื้อค่านิยมและตั้งคำถามเกี่ยวกับการบริโภคว่าสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้เท่านั้นจริงๆ หรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความยั่งยืนเคยเป็นเหมือนเรื่องอนาคต แต่ในวันนี้ มันเป็นเรื่องของตอนนี้ ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้วยังบริโภคเหมือนอย่างที่เราทำมาใน 50 ปีที่ผ่านมา เราจะเจอปัญหาอย่างแน่นอน ความยั่งยืนจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องนึกถึง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้เส้นสายของผืนผ้าที่ทอขึ้นมาของ Standard Archives จึงเต็มไปด้วยเนื้อหาอันหนักแน่นที่พยายามบอกให้เรามองหาทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองหยิบเสื้อผ้าของพวกเขาขึ้นมาใส่ซ้ำๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกัน</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/standard-archives/">Standard Archives แบรนด์เสื้อผ้าจากเศษด้ายเหลือใช้ที่ตั้งใจเล่าเรื่องความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Fashion Revolution: ใส่ซ้ำ ซื้อมือสอง เช่าชุดสวยๆ เมื่อแฟชั่นไม่ฉาบฉวยแฟชั่นจะยั่งยืน</title>
		<link>https://adaymagazine.com/fashion-revolution-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กาลกานต์ โกศลกาญจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jul 2019 21:47:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[People Power]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[Fashion Revolution]]></category>
		<category><![CDATA[WhoMadeMyClothes]]></category>
		<category><![CDATA[กมลนาถ องค์วรรณดี]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=67329</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในตู้เสื้อผ้าเราแต่ละคนมีเสื้อผ้าจำนวนกี่ชิ้น? สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้กระทำการมาริเอะ คนโดะ ตู้เสื้อผ้าตัวเองก็อาจจะตอบยาก หรือถ้าหากบางคนที่นิยมการใส่เสื้อผ้าสไตล์เดิมก็อาจจะตอบง่าย หรือบางคนที่ชอบช้อปเสื้อผ้าใหม่ทุกสิ้นเดือนก็บอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้ อย่างนั้นขอถามเพิ่มเติม หากหยิบเสื้อยืดสักหนึ่งตัวในตู้คุณ บอกกันหน่อยว่าเสื้อตัวนั้นใส่มาแล้วเป็นระยะเวลากี่ปี? บางคนอาจใส่เสื้อยืดตัวเดิมซ้ำเกินจะนับรอบ หรือบางคนก็มีเดรสตัวโปรดที่ใส่นานทีปีหน การถาม-ตอบลักษณะนี้แท้จริงแล้วเป็นไปเพื่อสำรวจการใช้งานที่แท้จริงของเสื้อผ้า รวมถึงข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ สอดคล้องกับหนึ่งคำสำคัญที่เราหลายคนได้ยินในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็คือคำว่า &#8216;แฟชั่นยั่งยืน&#8217; ซึ่งไม่ได้หมายถึงเสื้อยืดเส้นใยธรรมชาติออร์แกนิกทอโดยคุณยายช่างฝีมือเสมอไป แต่หมายถึงการใช้ซ้ำหรือสวมใส่เสื้อผ้าตัวหนึ่งนั้นให้คุ้มค่า ซื้อของที่มีคุณภาพและใช้งานซ้ำได้เป็นรายปี เพราะกว่าเสื้อผ้าสักชุดจะเดินทางมาถึงเรามีผู้คนมากมายที่ร่วมกันประกอบเส้นใยให้พร้อมสวมใส่ในแต่ละวัน เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมา #WhoMadeMyClothes แฮชแท็กที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องแฟชั่นในมุมกว้างกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์บ้านเรา และผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนแฮชแท็กนั้นคือ อุ้ง–กมลนาถ องค์วรรณดี ผู้ประสานงานเครือข่าย Fashion Revolution ประเทศไทย อะไรทำให้เธอสนใจเรื่องแฟชั่นที่ไม่ฉาบฉวยและแฟชั่นจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร ให้เธอเล่าให้ฟัง จุดเปลี่ยนจากป้ายยี่ห้อ กมลนาถจบการศึกษาและสั่งสมประสบการณ์จากการฝึกงานและทำงานเกี่ยวกับแฟชั่นมาหลากหลาย จากเดิมที่เป็นนักออกแบบแฟชั่นในลักษณะของการวาดลวดลายเพื่อสั่งผลิตเป็นเสื้อผ้าจำนวนมาก สู่การไม่อาจต้านทานความหลงใหลส่วนตัวที่มีต่อกระบวนการผลิตที่ได้สัมผัสกับวัสดุต่างๆ ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะกับสิ่งที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ “ตอนเด็กเราตั้งคำถามกับตัวเองว่าวิถีปฏิบัติของแฟชั่นที่เราชอบเป็นแบบไหน ระหว่างที่มีเวลาว่างก็เลยลองออกเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ในไทย พร้อมกับตอนนั้นเขียนบล็อก Vanilawalk เกี่ยวกับเรื่องผ้าและการท่องเที่ยว เลยออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านในไทยหลายที่ เพื่อเรียนรู้ว่าวิถีที่เขาทำในไทยจริงๆ เป็นอย่างไร ก็ไปเรียนย้อมคราม เรียนทอผ้า “จากความรู้สึกส่วนตัวที่ชอบให้มือตัวเองได้เปื้อน จุ่มลงไปในหม้อครามที่เหม็น ทดลองทำกับวัสดุต่างๆ และแปรให้เป็นความสวยงาม จุดเปลี่ยนที่ทำให้สนใจเรื่องนี้มากขึ้นคือได้ไปหมู่บ้านที่สกลนคร เจอกับป้าที่ทอผ้าครามหรือผ้ายีนส์ แต่ติดแบรนด์เป็นผลิตที่ประเทศอื่น พอเราเสิร์ชออนไลน์ก็ค้นพบว่าสินค้าชิ้นนั้นมีราคาหลายหมื่น เราเข้าใจเรื่องกลไกการตลาดนะว่ามีการบวกค่าต่างๆ แต่แบรนด์นั้นเขียนให้คนเข้าใจว่าคอลเลกชั่นของเขาทำด้วยช่างฝีมือคุณภาพจากอีกประเทศหนึ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fashion-revolution-thailand/">Fashion Revolution: ใส่ซ้ำ ซื้อมือสอง เช่าชุดสวยๆ เมื่อแฟชั่นไม่ฉาบฉวยแฟชั่นจะยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในตู้เสื้อผ้าเราแต่ละคนมีเสื้อผ้าจำนวนกี่ชิ้น?</p>
<p>สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้กระทำการมาริเอะ คนโดะ ตู้เสื้อผ้าตัวเองก็อาจจะตอบยาก หรือถ้าหากบางคนที่นิยมการใส่เสื้อผ้าสไตล์เดิมก็อาจจะตอบง่าย หรือบางคนที่ชอบช้อปเสื้อผ้าใหม่ทุกสิ้นเดือนก็บอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้</p>
<p>อย่างนั้นขอถามเพิ่มเติม</p>
<p>หากหยิบเสื้อยืดสักหนึ่งตัวในตู้คุณ บอกกันหน่อยว่าเสื้อตัวนั้นใส่มาแล้วเป็นระยะเวลากี่ปี?</p>
<p>บางคนอาจใส่เสื้อยืดตัวเดิมซ้ำเกินจะนับรอบ หรือบางคนก็มีเดรสตัวโปรดที่ใส่นานทีปีหน การถาม-ตอบลักษณะนี้แท้จริงแล้วเป็นไปเพื่อสำรวจการใช้งานที่แท้จริงของเสื้อผ้า รวมถึงข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ สอดคล้องกับหนึ่งคำสำคัญที่เราหลายคนได้ยินในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็คือคำว่า &#8216;แฟชั่นยั่งยืน&#8217; ซึ่งไม่ได้หมายถึงเสื้อยืดเส้นใยธรรมชาติออร์แกนิกทอโดยคุณยายช่างฝีมือเสมอไป แต่หมายถึงการใช้ซ้ำหรือสวมใส่เสื้อผ้าตัวหนึ่งนั้นให้คุ้มค่า ซื้อของที่มีคุณภาพและใช้งานซ้ำได้เป็นรายปี เพราะกว่าเสื้อผ้าสักชุดจะเดินทางมาถึงเรามีผู้คนมากมายที่ร่วมกันประกอบเส้นใยให้พร้อมสวมใส่ในแต่ละวัน</p>
<p>เมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมา #WhoMadeMyClothes แฮชแท็กที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องแฟชั่นในมุมกว้างกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์บ้านเรา และผู้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนแฮชแท็กนั้นคือ <strong>อุ้ง–กมลนาถ องค์วรรณดี </strong>ผู้ประสานงานเครือข่าย Fashion Revolution ประเทศไทย</p>
<p>อะไรทำให้เธอสนใจเรื่องแฟชั่นที่ไม่ฉาบฉวยและแฟชั่นจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร ให้เธอเล่าให้ฟัง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67396 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-12.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-12.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-12-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-12-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>จุดเปลี่ยนจากป้ายยี่ห้อ</h3>
<p>กมลนาถจบการศึกษาและสั่งสมประสบการณ์จากการฝึกงานและทำงานเกี่ยวกับแฟชั่นมาหลากหลาย จากเดิมที่เป็นนักออกแบบแฟชั่นในลักษณะของการวาดลวดลายเพื่อสั่งผลิตเป็นเสื้อผ้าจำนวนมาก สู่การไม่อาจต้านทานความหลงใหลส่วนตัวที่มีต่อกระบวนการผลิตที่ได้สัมผัสกับวัสดุต่างๆ ทุกขั้นตอน โดยเฉพาะกับสิ่งที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์</p>
<p>“ตอนเด็กเราตั้งคำถามกับตัวเองว่าวิถีปฏิบัติของแฟชั่นที่เราชอบเป็นแบบไหน ระหว่างที่มีเวลาว่างก็เลยลองออกเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ในไทย พร้อมกับตอนนั้นเขียนบล็อก <a href="https://vanillawalk.wordpress.com/">Vanilawalk</a> เกี่ยวกับเรื่องผ้าและการท่องเที่ยว เลยออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านในไทยหลายที่ เพื่อเรียนรู้ว่าวิถีที่เขาทำในไทยจริงๆ เป็นอย่างไร ก็ไปเรียนย้อมคราม เรียนทอผ้า</p>
<p>“จากความรู้สึกส่วนตัวที่ชอบให้มือตัวเองได้เปื้อน จุ่มลงไปในหม้อครามที่เหม็น ทดลองทำกับวัสดุต่างๆ และแปรให้เป็นความสวยงาม จุดเปลี่ยนที่ทำให้สนใจเรื่องนี้มากขึ้นคือได้ไปหมู่บ้านที่สกลนคร เจอกับป้าที่ทอผ้าครามหรือผ้ายีนส์ แต่ติดแบรนด์เป็นผลิตที่ประเทศอื่น พอเราเสิร์ชออนไลน์ก็ค้นพบว่าสินค้าชิ้นนั้นมีราคาหลายหมื่น เราเข้าใจเรื่องกลไกการตลาดนะว่ามีการบวกค่าต่างๆ แต่แบรนด์นั้นเขียนให้คนเข้าใจว่าคอลเลกชั่นของเขาทำด้วยช่างฝีมือคุณภาพจากอีกประเทศหนึ่ง เราเลยตั้งคำถามว่าช่างผ้าไทยก็ฝีมือมีระดับเหมือนกัน คุณภาพดีงามเหมือนกัน แต่ทำไมเราไม่ได้รับการเชิดชู แถมคุณป้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นนำไปขายในราคาเท่าไหร่ นี่เลยเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดคำถามเรื่องคุณค่าของกระบวนการผลิตเสื้อผ้าขึ้นมา”</p>
<p>“หลังจากนั้นก็เริ่มสนใจเรื่องพวกนี้เรื่อยมา เริ่มมีโอกาสอ่านหนังสือมากขึ้น เลยเปลี่ยนจากการออกแบบเพื่อความสวยงามมาเป็นการหาคำตอบว่า เราจะออกแบบเรื่องที่นอกเหนือจากความสวยงามได้อย่างไร เลยตัดสินใจเรียนต่อด้านสิ่งทอที่ประเทศอังกฤษ ช่วงที่ไปเรียนต่อเรามีโอกาสเจอคนอังกฤษที่มีความขบถ เป็นนักปฏิวัติอยู่ในจิตวิญญาณ จนได้เจอกับผู้อำนวยการของ Fashion Revolution จากการได้ไปฟังสัมมนา และในตอนนั้น Fashion Revolution เปิดรับ student ambassador ให้นักศึกษาสมัครเป็นตัวแทนเพื่อนำเสนอเรื่องราว เราเลยสมัครจัดกิจกรรมที่นั่น พอกลับมาไทยเขาเลยบอกให้มาทำต่อที่ไทยภายใน 1-2 ปี”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67393 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-7.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-7-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-7-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67406 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>Fashion Revolution แฟชั่นกับความตระหนักรู้</h3>
<p>Fashion Revolution เป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนความเชื่อทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ด้วยความเชื่อว่าพลังของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยให้เข้าถึงผู้คนหมู่มาก สร้างการมีส่วนร่วมสู่วิธีใหม่ เพื่อส่งเสริมเสียงและจุดประกายการปฏิวัติที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการได้มาซึ่งแฟชั่น การผลิต และการบริโภค</p>
<p>หลังจากปี 2018 ที่ Fashion Revolution ริเริ่มจัดในประเทศไทย ครั้งแรกเป็นเพียงการสื่อสารกับคนกลุ่มเล็กๆ ในแวดวงที่เกี่ยวข้อง จนมาถึงในปีนี้ที่ได้ตัดสินใจสร้างความเคลื่อนไหวผ่านแฮชแท็ก #WhoMadeMyClothes การชวนตั้งคำถามง่ายๆ เพื่อหาคำตอบว่าใครคือผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าหนึ่งตัว เพื่อสนับสนุนให้เกิดความโปร่งใสและการเชื่อมโยงกันของผู้คนในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมแฟชั่น เกิดการร่วมมือจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ คนดัง และนักแสดง ที่พร้อมสนับสนุนกระแสนี้ให้เคลื่อนไหว ทั้งยังเกิดกิจกรรมมากมายตลอดสัปดาห์ของอีเวนต์ ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายสุดเข้มข้นหรือกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าร่วมกัน</p>
<p>“การจัดแต่ละครั้งเราแบ่งเป็นระดับว่าอยากจะเข้าถึงใครก่อน ปีนี้เราเลือกผู้บริโภคเป็นหลักเพราะเราเชื่อว่าความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่ควบคุมตลาด เพราะคนคือตลาดและการที่ผู้บริโภคที่มีสำนึกเรื่องความยั่งยืนมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ก็จะเข้ามาหาเรา คนเข้าร่วมในปีนี้อาจจะไม่ได้เป็นจำนวนเยอะ แต่ก็ล้วนเป็นกลุ่มนำสมัย (early adopter) ที่เริ่มมองหาทางเลือกและมีความต้องการใหม่ โดยเฉพาะเมื่อคนต้องการมองหาอะไรที่มีความหมายมากขึ้นท่ามกลางของสำเร็จรูป เราเห็นว่าแบรนด์ระดับหรูกับแบรนด์ฟาสต์แฟชั่นก็มีการลงทุนอย่างมากสำหรับเรื่องความยั่งยืน เพราะเขารู้ดีว่ามันคือหนทางเดียวที่จะอยู่รอดในอนาคต การที่ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคมจะกลายเป็นความธรรมดานิยามใหม่”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67400 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><br />
“คำถามที่เจอบ่อยครั้งคือสร้างความตระหนักรู้แล้วทำอย่างไรต่อ ในเมื่อเราก็อยากหยุดซื้อแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น แต่มันก็ราคาถูก สิ่งที่จะบอกคือว่าไม่ได้อยู่ที่แบรนด์นั้นทำอะไรมาให้เรา แต่อยู่ที่เราใช้มันอย่างไร ใช้ 3 ครั้งแล้วทิ้งหรือเปล่า เราซื้อชุดตัวหนึ่งแล้วใส่เป็นหลายสิบครั้ง นั่นคือการที่เราดูแลสิ่งของ เป็นเรื่องของทัศนคติที่เกิดแต่แรก ก่อนที่จะซื้อคือต้องเริ่มตั้งคำถาม”</p>
<p>“จากเดิมอาจจะเป็นนักช้อป แต่พอเห็นแคมเปญนี้แล้วเริ่มคิด จะเป็นการนำสู่ขั้นตอนต่อไปว่าพอเริ่มรู้เรื่องกระแสแฟชั่นยั่งยืนนี้ ได้ทำให้คนกลับมาตรวจสอบตัวเอง ฉันจะพยายามซื้อให้น้อยลง ลองใช้ของที่มีอยู่ก่อน หรือพยายามหาวิธีอื่นๆ ในการสนุกกับแฟชั่น โดยที่ไม่ต้องซื้อแบรนด์ฟาสต์แฟชั่น งาน Fashion Revolution Week ที่ผ่านมาก็มีการนำเสื้อผ้ามาแลกเปลี่ยนกัน หรือแนะนำเคล็ดลับในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้ามือสอง หรือนำเสนอรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่อย่างการเช่าเสื้อผ้าหรือการขายต่อ”</p>
<p>“สิ่งสำคัญคือทัศนคติของผู้ใช้ที่เริ่มเปลี่ยนจากการเป็นเจ้าของมาเป็นการเข้าถึงเพื่อแบ่งกันใช้ ดังนั้นเราเลยเชื่อมากๆ ในเรื่องของเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) หรือการบริโภคอย่างสร้างสรรค์ (creative consumption) เชื่อว่าธุรกิจที่จะอยู่รอดคือธุรกิจที่มีคนต้องการ ยิ่งมีคนต้องการมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งถูกลง ยิ่งเกิดระบบนิเวศใหม่ๆ ขึ้น หลังจากเกิดกระแสแล้วก็หวังว่าคนจะเริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ มากขึ้น อาจไม่ง่ายเท่าเดิมแต่มันก็มีอยู่ พอมีธุรกิจลักษณะนี้มากขึ้นก็จะมีผู้บริโภคมากขึ้น เราเริ่มเห็นความเคลื่อนไหว มีคนที่เข้ามาฟังงานเราแล้วไปจัด garage sale กับคุณแม่และเพื่อนๆ เราก็เริ่มเห็นว่ามีการลงมือทำบางอย่าง เกิดเป็นเทรนด์ขึ้นมา สิ่งที่เราลงแรงไปถ้าตรงกับคุณค่าของคนที่เข้ามาฟังเรา เขาก็จะลงมือทำบางอย่าง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67390 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-2.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-2.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-2-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<h3>ว่าด้วยผู้มีส่วนร่วม</h3>
<p>อุตสาหกรรมแฟชั่นนั้นประกอบไปด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย ตั้งแต่แบรนด์ ผู้ผลิต โรงงาน ช่างเย็บ หน้าร้าน การขนส่ง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง</p>
<p>“ยกตัวอย่างเว็บไซต์ businessoffashion.com เว็บไซต์ข่าวรวมความเคลื่อนไหวแฟชั่นเจ๋งๆ จากเดิมพอเราพูดถึงสื่อแฟชั่นหลายคนจะนึกถึงนิตยสารแฟชั่นต่างๆ แต่เว็บไซต์นี้เป็นการนำเสนอแฟชั่นในมุมมองของธุรกิจ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องความสวยงาม เพราะเป็นเว็บที่มีจุดยืนเรื่องความยั่งยืนมาตลอด เนื้อหาภายในคือการค้นหาคำตอบเรื่องอนาคตของแฟชั่นที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องเทคโนโลยี กิจกรรม คอมมิวนิตี้ โดยไม่ได้มองว่าความยั่งยืนต้องเป็นเรื่องที่กลับไปใช้ชีวิตเนิบช้า ต้องย้ายไปทำนาหรืออยู่ป่า เว็บนี้พูดเรื่องรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะสื่อแฟชั่นที่พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน”<br />
<strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67392 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></strong></p>
<h3><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67407 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-1.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-1.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-1-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-1-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></h3>
<h3>ยั่งยืนไม่ยาก</h3>
<p>“การทำแฟชั่นให้ยั่งยืนนั้นมี 2 ด้านคือ เร็วและช้า (fast and slow) ช้าสุดในที่นี้อย่างเช่นการเลือกใส่ผ้าฝ้ายย้อมครามทอมือ แต่ในความจริงไม่ใช่ว่าทุกคนจะเป็นเจ้าของได้ ทั้งด้วยเรื่องราคาและเวลาการผลิต ดังนั้นเลยต้องมีทางเลือกที่เป็นฝั่งเร็ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการเช่าเสื้อผ้าหรืออื่นๆ เสนอเป็นทางเลือกที่ทำให้คนเข้าถึงเสื้อผ้าที่ตัวเองต้องการได้โดยไม่ทำให้เกิดคาร์บอนฟุตปรินต์ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำทางไลฟ์สไตล์ของเราไปทางไหน”</p>
<p>“แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นเองก็พยายามทำให้ตัวเองยั่งยืนพร้อมกับยังเป็นฟาสต์ไปด้วย อย่างเช่นการคิดเส้นใยใหม่ๆ หรือการออกแบบโปรแกรมรับเสื้อผ้าเก่ามาคืน ถามว่าอะไรยั่งยืนกว่าระหว่างเร็วและช้า ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน สุดท้ายแล้วไม่ได้มีคำตอบถูกหรือผิดตายตัว แต่เป็นการสร้างความสมดุลให้ตู้เสื้อผ้าของเราแบ่งสัดส่วนได้มากขึ้น เช่น เริ่มมีเสื้อผ้าเส้นใยธรรมชาติออร์แกนิกสัก 20 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้งานได้ยาวนาน แล้วหาวิธีการอื่นในการสนุกกับแฟชั่นมากขึ้น นี่จึงเป็นการกลับมาอยู่ที่ทัศนคติเรื่องการใช้งาน ปฏิบัติกับเสื้อผ้าว่าไม่ใช่ของที่ทิ้งได้ง่ายๆ ใช้งานให้เกิน 5 ปีขึ้นไป”</p>
<p>“การที่ทุกคนตระหนักรู้และลงมือทำจะเกิดระบบบนิเวศใหม่ อย่างเช่นถ้าห้างสรรพสินค้าในวันนี้ที่เริ่มมีโซนสินค้ายั่งยืน พอมีแล้วผู้บริโภคก็จะไม่ต้องใช้ความพยายามในการตามหาแบรนด์ต่างๆ ในอนาคต ความยั่งยืนจะไม่ใช่แค่เทรนด์แต่จะกลายเป็นเรื่องของข้อปฏิบัติ ยิ่งคนมีตัวเลือกในตลาดมากขึ้น แบรนด์ต่างๆ จะไม่แข่งขันกันว่าใครยั่งยืนกว่าใคร แต่จะเป็นการแข่งที่ความคิดสร้างสรรค์ ในวันที่ความยั่งยืนกลายเป็นมาตรฐานของสังคมแล้ว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-67398 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/07/fashion-revolution-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<h3></h3>
<h3>แคมเปญ Fashion Revolution น่าสนใจในนานาประเทศ</h3>
<p>Fashion Revolution เชื่อว่า เราสามารถจุดประกายเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมแฟชั่น ทั้งในแง่ความเป็นธรรมและความยั่งยืนในการผลิตและบริโภค</p>
<p>ในบ้านเราอาจเพิ่งเริ่มต้น แล้วโมเดลประเทศอื่นเขาทำอย่างไรเพื่อให้แฟชั่นนั้นยั่งยืน</p>
<p><strong>กานา</strong></p>
<p>สำหรับกานาแล้ว อุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมศักยภาพอีกมากมายที่จะผลักดันให้กานาเป็นประเทศผู้ผลิตและเป็นเป้าหมายของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าคุณภาพ ความเคลื่อนไหวของ Fashion Revolution ในกานาจึงเต็มไปด้วยการสร้างรากฐานความรับผิดชอบสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่น ด้วยการให้ความรู้กับสาธารณะเกี่ยวกับการซื้อสินค้าอย่างยั่งยืน รวมถึงการให้ความรู้กับนักออกแบบ ช่างฝีมือ และผู้หญิงที่มีบทบาทอยู่ในห่วงโซ่การผลิต ให้มีความรู้เรื่องการผลิตอย่างมีจริยธรรม อย่างแบรนด์กระเป๋าถัก <a href="https://www.aaksonline.com/">A A K S</a> ที่ใช้ทักษะฝีมือช่างชาวแอฟริกัน ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ ก็สนับสนุนกลุ่มครอบครัวที่เก็บเส้นใยต้นปาล์ม raffia อันเป็นวัสดุหลักและใช้วิธีการย้อมแบบดั้งเดิมด้วยกระบวนการผลิตที่ใส่ใจคุณค่าทางจริยธรรม ที่ผู้ก่อตั้งอย่าง Akosua Afriyie-Kumi ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่มีความยั่งยืนและตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ<strong> </strong></p>
<p><strong>เคนยา</strong></p>
<p>หนึ่งในประเทศผู้ผลิตเส้นใยผ้าและสิ่งทอระดับโลก นำมาซึ่งความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการในตลาดกับกำลังการผลิต Fashion Revolution ในเคนยาจึงเป็นเรื่องของการคิดถึงคนรุ่นหลังเป็นสำคัญ การสื่อสารด้วยการตั้งคำถามเพื่อให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องฉุกคิด ทั้งการปรับใช้เรื่องความยั่งยืนภายใต้บริบทแอฟริกัน จะมีวิธีการใดในการแสดงให้เจ้าของแบรนด์เห็นความสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นเอาไว้ หรือทุกคนจะต้องร่วมมือกันปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมแฟชั่นในเคนยาใหม่ไปพร้อมกันทั้งหมด ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ก็มีหลายแบรนด์ที่มุ่งมั่นเดินหน้าเพื่อแฟชั่นที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>เอธิโอเปีย</strong></p>
<p>ประเทศที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ของการทอผ้าแบบดั้งเดิม เต็มไปด้วยเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์และมีความงดงาม หนึ่งในประเทศที่อุตสาหกรรมแฟชั่นขยายตัวอย่างรวดเร็วมากที่สุดในโลก เอธิโอเปียได้รับการพัฒนาการผลิตและการบริโภคในทุกระดับ Fashion Revolution จึงเข้าไปริเริ่มตั้งประเด็นและแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความตระหนักเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศ โดยการทำงานร่วมกับเจ้าของฟาร์มฝ้าย คนปั่นฝ่าย คนทอฝ้าย และนักออกแบบที่ทำงานร่วมกับช่างทอผ้าแบบดั้งเดิม หรือเรียกได้ว่าต้นน้ำจนถึงปลายน้ำนั่นเอง เริ่มแรกด้วยการแนะนำเจ้าของฟาร์มฝ้ายให้เปลี่ยนมาปลูกฝ้ายแบบออร์แกนิก เพื่อเป็นต้นน้ำของกระบวนการผลิตทั้งหมดที่เหลือ และแสดงเป็นต้นแบบให้ทุกคนเชื่อร่วมกันว่าความยั่งยืนเป็นคำตอบของแฟชั่นและเป็นทางออกของอนาคตสำหรับคนรุ่นต่อไป</p>
<p><strong>สหราชอาณาจักร</strong></p>
<p>จุดกำเนิดของประเทศที่สร้างความเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลง ตลอดสัปดาห์ Fashion Revolution Week ในสหราชอาณาจักร จาก Somerset House ไปจนถึงสภาสามัญชนแห่งสหราชอาณาจักร เต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย ทั้งการเดินแฟชั่นโชว์ เวทีอภิปราย การฉายภาพยนตร์ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จัดขึ้นในช่วงเย็น การจัดกิจกรรมตอบคำถามกับโรงเรียนต่างๆ เข้าถึงและขยายฐานกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่คนรักแฟชั่น ผู้ผลิต นักเรียนด้านออกแบบแฟชั่น และดีไซเนอร์ชั้นนำ ให้เข้ามารวมกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความยั่งยืน อย่างเช่นที่ Black Girl Knit Club เปิดเวิร์กช็อปสร้างสรรค์เครื่องประดับจากของเหลือใช้และเสื้อยืดเก่า หรือกิจกรรมนำเสื้อผ้ามาแลกกันที่โรงภาพยนตร์ออมนิบัส ย่านแคลปแฮม เป็นต้น</p>
<hr />
<p><strong>ติดตามข่าวและข้อมูลของ </strong><strong>Fashion Revolution Thailand ได้ที่</strong></p>
<p><a href="https://www.facebook.com/fashrevThailand/">facebook.com/fashrevThailand</a></p>
<p>สามารถอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ อัพเดตข่าวสาร ดาวน์โหลดเอกสาร และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวนี้ไปพร้อมกับคนทั้งโลกได้ที่ <a href="https://www.fashionrevolution.org/">fashionrevolution.org</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/fashion-revolution-thailand/">Fashion Revolution: ใส่ซ้ำ ซื้อมือสอง เช่าชุดสวยๆ เมื่อแฟชั่นไม่ฉาบฉวยแฟชั่นจะยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อ TNOP ตีความรสหวานขมของคราฟต์ช็อกโกแลตไทย Kad Kokoa เป็นแพ็กเกจจิ้งลวดลายละเอียดยิบ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/tnop-kad-kokoa/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กาลกานต์ โกศลกาญจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Feb 2019 19:26:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Draft Till Done]]></category>
		<category><![CDATA[Design]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อกโกแลต]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีไซเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Kad Kokoa]]></category>
		<category><![CDATA[กาด โกโก้]]></category>
		<category><![CDATA[TNOP Design]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรนพ หวังศิลปคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[แพ็กเกจดีไซน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=54847</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นไปได้ไหมที่ประเทศไทยจะมีวัฒนธรรมช็อกโกแลต? อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวเพราะความคุ้นเคยว่าช็อกโกแลตเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่ว่า นับตั้งแต่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ช็อกโกแลตสัญชาติไทยได้คว้ารางวัลจากเวทีการประกวดระดับโลก เรากำลังพูดถึง &#8216;กาด โกโก้&#8217; ชื่อที่เป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพโกโก้สัญชาติไทย มาพร้อมกับการสร้างสิ่งที่เรียกว่า &#8216;วัฒนธรรมช็อกโกแลตไทย&#8217; ให้เกิดขึ้นได้จริง และนอกจากจะใส่ใจการทำช็อกโกแลตให้อร่อยและดีมีคุณภาพแล้ว กาด โกโก้ยังใส่ใจแม้กระทั่งแพ็กเกจจิ้ง ที่ชวนดีไซน์สตูดิโอตัวท็อปของประเทศอย่าง TNOP™ DESIGN มาร่วมออกแบบให้ หากใครมีโอกาสได้ไปที่ร้าน Kad Kokoa ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และได้ลิ้มลองช็อกโกแลตในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขนมถึงเครื่องดื่มที่ทั้งหมดผ่านฝีมือของ Chocolatier หรือเชฟช็อกโกแลตผู้เชี่ยวชาญและเล่นแร่แปรโกโก้ให้เป็นเมนูหลากหลาย  มองไกลจากบนโต๊ะ บนชั้นเราจะเห็นกล่องช็อกโกแลตที่มีลายพิมพ์ชวนสนใจ เมื่อตั้งใจมองให้ดี จะพบว่าเป็นภาพสามมิติของพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นแหล่งปลูกโกโก้ของทางร้านทั้งจากเชียงใหม่ ชุมพร จันทบุรี และประจวบคีรีขันธ์ &#160; รู้ให้ลึกก่อนลงมือออกแบบ TNOP™ DESIGN คือสตูดิโอที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบแพ็กเกจจิ้งของกาด โกโก้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ ธีรนพ หวังศิลปคุณ นักออกแบบที่เข้ามารับหน้าที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับกาด โกโก้ ภายใต้โจทย์อันท้าทายในหลายมิติ แต่ก่อนที่จะเริ่มก้าวแรก เขาเลือกศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ในเชิงลึก ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการทำแบรนด์ดิ้ง และขั้นตอนแรกนั้นก็เริ่มด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการทำแบบสอบถาม แบบสอบถามที่ว่า สองผู้ก่อตั้งแบรนด์กาดโกโก้ อย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tnop-kad-kokoa/">เมื่อ TNOP ตีความรสหวานขมของคราฟต์ช็อกโกแลตไทย Kad Kokoa เป็นแพ็กเกจจิ้งลวดลายละเอียดยิบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เป็นไปได้ไหมที่ประเทศไทยจะมีวัฒนธรรมช็อกโกแลต?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวเพราะความคุ้นเคยว่าช็อกโกแลตเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ แต่รู้หรือไม่ว่า นับตั้งแต่ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ช็อกโกแลตสัญชาติไทยได้คว้ารางวัลจากเวทีการประกวดระดับโลก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรากำลังพูดถึง &#8216;กาด โกโก้&#8217; ชื่อที่เป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพโกโก้สัญชาติไทย มาพร้อมกับการสร้างสิ่งที่เรียกว่า &#8216;วัฒนธรรมช็อกโกแลตไทย&#8217; ให้เกิดขึ้นได้จริง และ</span><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะใส่ใจการทำช็อกโกแลตให้อร่อยและดีมีคุณภาพแล้ว กาด โกโก้ยังใส่ใจแม้กระทั่งแพ็กเกจจิ้ง ที่ชวนดีไซน์สตูดิโอตัวท็<wbr />อปของประเทศอย่าง TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN มาร่วมออกแบบให้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54854" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_14.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_14.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_14-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_14-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครมีโอกาสได้ไปที่ร้าน Kad Kokoa ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 และได้ลิ้มลองช็อกโกแลตในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขนมถึงเครื่องดื่มที่ทั้งหมดผ่านฝีมือของ Chocolatier หรือเชฟช็อกโกแลตผู้เชี่ยวชาญและเล่นแร่แปรโกโก้ให้เป็นเมนูหลากหลาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มองไกลจากบนโต๊ะ บนชั้นเราจะเห็นกล่องช็อกโกแลตที่มีลายพิมพ์ชวนสนใจ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อตั้งใจมองให้ดี จะพบว่าเป็นภาพสามมิติของพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นแหล่งปลูกโกโก้ของทางร้านทั้งจากเชียงใหม่ ชุมพร จันทบุรี และประจวบคีรีขันธ์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>รู้ให้ลึกก่อนลงมือออกแบบ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN คือสตูดิโอที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบแพ็กเกจจิ้งของกาด โกโก้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ<strong> ธีรนพ หวังศิลปคุณ</strong> นักออกแบบที่เข้ามารับหน้าที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้กับกาด โกโก้ ภายใต้โจทย์อันท้าทายในหลายมิติ แต่ก่อนที่จะเริ่มก้าวแรก เขาเลือกศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบรนด์ในเชิงลึก ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการทำแบรนด์ดิ้ง และขั้นตอนแรกนั้นก็เริ่มด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการทำแบบสอบถาม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54855" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แบบสอบถามที่ว่า สองผู้ก่อตั้งแบรนด์กาดโกโก้ อย่าง ปณิธิ และ ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล รวมถึงพาร์ตเนอร์ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามที่ครอบคลุมตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นจนถึงภาพในอนาคตที่ต้องการมองเห็น ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างนี้ ธีรนพก็นำทีมของตัวเองไปร่วมเวิร์กช็อปเพื่อทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น โดยมีทีมกาด โกโก้พาชมขั้นตอนการทำช็อกโกแลตตั้งแต่เป็นฝัก ล้าง ตาก คั่ว อบ จนถึงบรรจุ เพื่อให้นักออกแบบมีความเข้าใจอย่างถูกต้อง นำมาซึ่งการออกแบบที่ถูกทิศทาง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนใหญ่เราจะทำงานกับลูกค้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราด้วย เพราะเราจะทำตัวโง่ตลอดเวลา เราอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ลูกค้าที่เข้ามาแบบมีแพสชั่น เราจะสนุกกับการทำงานและตื่นเต้นไปด้วย&#8221;</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54857" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_23.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_23.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_23-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_23-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังจากได้ข้อมูลและเรียนรู้ขั้นตอนการทำตั้งแต่ต้นจบจนแล้ว สิ่งที่ทีม TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN ค้นพบคือ แพ็กเกจแบบเดิมที่ใช้การซีลปิดขอบนั้นยากต่อการบรรจุ ทำให้ช็อกโกแลตเป็นรอยขีดข่วนระหว่างการแพ็กลงซอง แถมพนักงานจะต้องประกอบกล่องที่มีหลายขั้นตอนด้วยตัวเอง รวมถึงการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สีที่เป็นสีเดียวกันทั้งหมดก็ทำให้มีโอกาสเกิดความสับสนว่าช็อกโกแลตนั้นมีที่มาจากจังหวัดอะไรกันแน่ ไม่ตอบโจทย์กาดโกโก้ที่ต้องการไฮไลต์แหล่งปลูกช็อกโกแลต ดังนั้นโจทย์ที่หนึ่งคือแพ็กเกจจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพตลอดการผลิตให้ได้ดีที่สุด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พอถึงตรงนี้ นักออกแบบจึงต้องรับหน้าที่เป็นนักแก้ปัญหา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>&#8216;ความเป็นไทย&#8217; เล่าอย่างไรให้ทันสมัยอยู่เสมอ</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์ต่อมาคือการสื่อสารถึงความเป็นไทย เพราะกาด โกโก้คือช็อกโกแลตสัญชาติไทย 100% ตั้งแต่ผู้ปลูก ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ทั้งยังเป็นสินค้าที่ต้องส่งออกต่างประเทศทั้งในยุโรปและอเมริกา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีการที่ TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN นำมาใช้คือการกำหนดบุคลิกตัวแทนให้กับแบรนด์ (Persona Research) เพื่อหาลักษณะความเป็นไทยที่เหมาะสมให้กับกาด โกโก้ นั่นหมายถึงการเลือกบุคคลที่เป็นที่รู้จักอย่างเช่น เชฟอาหารไทย นักแสดงศิลปะ ผู้กำกับภาพยนตร์ เพื่อให้ทีมออกแบบและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนเลือกและมองเห็นภาพตรงกัน นั่นหมายถึงการทำงานหลังจากนี้ที่จะมีทิศทางไปสู่จุดหมายเดียวกัน จนได้บุคลิกตัวแทนที่สามารถสะท้อนเอกลักษณ์และอารมณ์ของแบรนด์กาด โกโก้ได้ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54858" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_21.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_21.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_21-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_21-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การตัดทอน คือคำสำคัญที่ถูกใช้เป็นหลักของการออกแบบในครั้งนี้ &#8216;ความเป็นไทย&#8217; ที่คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงความรุ่มรวยในเส้นสายและรายละเอียด สีสันอันฉูดฉาด หรือลวดลายที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน แต่ทีมออกแบบเลือกเล่าความเป็นไทยในนิยามใหม่ ด้วยการพูดถึงสิ่งที่คงอยู่ตลอดกาล (timeless) และความเป็นของแท้ (original)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผ้าไทย ลายกนก การติดกระจกสีในวัด โครงสร้างสถาปัตยกรรมไทย สิ่งเหล่านี้ถูกนำมาเป็นต้นทุนตั้งต้นในการออกแบบ ที่เมื่อปอกเปลือกความซับซ้อนและรายละเอียดต่างๆ แล้วจะพบกับโครงสร้างที่เป็นระบบในลักษณะของ pixel หรือกริด grid ที่เป็นเหมือนโครงกระดูกหลักของการเกิดลวดลายที่มีชีวิตชีวาในภายหลัง</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54859" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“พอเราพูดถึงความเป็นของแท้ เวลาเราดูพวกลายหรือสิ่งต่างๆ ที่มีความเป็นไทย คนอาจจะมองแล้วเห็นความหวือหวา เห็นสไตล์ลิ่ง แต่อาจจะมองไม่เห็นว่าภายใต้ความหวือหวามันมีโครงสร้างอยู่ภายใน การตัดทอนให้เหลืออะไรที่น้อยที่สุด เป็นการช่วยให้เราไปถึงบุคลิกของแบรนด์ที่เราตั้งใจเอาไว้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้โครงสร้างที่แข็งแรงมาแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือการปรับใช้เพื่อสื่อสารใจความสำคัญอย่างแหล่งที่ปลูกของช็อกโกแลตในแต่ละจังหวัด ตามแต่ละพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาสูงใหญ่จนถึงติดน้ำทะเล ซึ่งล้วนให้ผลลัพธ์เป็นรสชาติที่แตกต่างกัน โครงสร้างดังกล่าวถูกนำมาสร้างเป็นลวดลายสามมิติสถานที่ต่างๆ ของแต่ละจังหวัด โดยทีมนักออกแบบได้ทำการเรียงพิกเซลแต่ละหน่วยด้วยมือ </span></p>
<div id="attachment_54863" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-54863" class="wp-image-54863 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_9.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_9.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_9-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_9-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-54863" class="wp-caption-text">การปรับปรุงแพ็กเกจจิ้งใหม่ เปิดตัวด้วยการเลือกใช้สีส้มและสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของแบรนด์เพื่อให้เกิดการจดจำ ก่อนจับคู่สีน้ำเงินกับสีอื่น จนเมื่อต้นปี 2019 กาด โกโก้ได้เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งใหม่ที่กล้าเปลี่ยนไปใช้กล่องสีขาว โดยยังคงรักษาภาพจำเป็นลวดลายเดิมเอาไว้</p></div>
<h3></h3>
<h3><b>สวยก็ใช่ แต่คิดถึงการผลิตก็ด้วย</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้ลวดลายมาแล้ว ทีมนักออกแบบยังคิดครอบคลุมถึงเรื่องของการผลิตจากโรงพิมพ์ จึงได้กำหนดอาร์ตเวิร์กให้สามารถพิมพ์ 1 ครั้งแล้วได้บรรจุภัณฑ์ออกมา 2 ชิ้น ขนาดและวิธีการพับกระดาษจึงถูกคิดโดยคำนึงถึงปัจจัยนี้เข้าไปด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54864" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<div id="attachment_54865" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-54865" class="wp-image-54865 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_5.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_5.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_5-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_5-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-54865" class="wp-caption-text">บรรจุภัณฑ์สามารถประกอบได้ด้วยการพับเพียง 3 ครั้ง กระดาษห่อด้านในมีรอยพับเพื่อให้พนักงานพับตามได้ง่าย สีของกระดาษเป็นไปตามแต่ละจังหวัด ปรับแก้การปิดล็อกไม่ให้ขอบเผยอออกมา ทำให้เมื่อปรับปรุงแพ็กเกจแล้วสามารถบรรจุได้จำนวนมากขึ้น</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">การออกแบบแพ็กเกจสำหรับ TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN จึงไม่ได้หมายถึงเรื่องของสไตล์และความสวยงามเท่านั้น แต่หมายถึงการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยส่งเสริมธุรกิจ คำนึงถึงขั้นตอนการผลิตที่คุ้มค่ามากที่สุด คิดเผื่อการขนส่ง เพิ่มความแข็งแรงเพราะเกี่ยวกับการเก็บในสต็อก และแน่นอนว่าเป็นที่จดจำ แถมยังโดดเด่นจากแบรนด์อื่นในท้องตลาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลายๆ คนที่เคยเห็นผลงานของเรา จะคิดว่าสไตล์นำมาก่อน แต่ความจริงเรื่องสไตล์มาทีหลังสุด ทีมของเราต้องเข้าใจวิธีการทำงาน เข้าใจธุรกิจของลูกค้า ดังนั้นการทำแพ็กเกจจิ้งไม่ได้เป็นเรื่องของสไตล์เท่าไหร่ แต่เป็นเรื่องที่เราใช้เวลาไปกับการกู้โลก เลือกใช้อะไร ช่วยลูกค้าลดต้นทุนการผลิตอย่างไร ใช้หมึกถั่วเหลืองเพื่อเป็นมิตรกับผู้บริโภค หรือการเลือกใช้สินค้า food grade ต่างๆ อัตลักษณ์ที่เราทำให้ลูกค้าก็จะมีชีวิตมากขึ้น และเป็นระบบที่ลูกค้าไม่ต้องพึ่งพาเรา พอเราส่งงานให้แล้วเขาจะไปดำเนินงานต่อได้ทันที” </span></p>
<div id="attachment_54866" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-54866" class="wp-image-54866 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-54866" class="wp-caption-text">โลโก้ใหม่ของกาด โกโก้เป็น logotype (โลโก้ที่เป็นตัวอักษรชื่อแบรนด์) ที่นักออกแบบคราฟต์แบบตัวอักษรขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้หลากหลาย เช่น จัดวางแนวยาวหรือวางแนวตั้งหรือลดให้เหลือตัว k เพียงอย่างเดียวก็จะเป็นสัญลักษณ์ที่สร้างการจดจำได้</p></div>
<h3></h3>
<h3><b>การทำงานของ TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">“นักออกแบบของเราจะต้องมีความคิดที่ซับซ้อน เพื่อที่จะสามารถหาสิ่งต่างๆ มาผสมผสานให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นได้” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชื่อของธีรนพนั้นเป็นหนึ่งในคนที่คอยขับเคลื่อนและสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นด้วยการออกแบบมาเป็นเวลานับทศวรรษ โดยเฉพาะกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เขามีความเชื่อว่าสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อผู้บริโภคได้ เพราะการออกแบบแพ็กเกจจิ้งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อคนหมู่มาก โดยเฉพาะกับเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม แค่เพียงนักออกแบบศึกษาเพิ่มเติมถึงที่มาหรือต้นทุนของผลิตภัณฑ์นั้นๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">TNOP<img src="https://s.w.org/images/core/emoji/15.0.3/72x72/2122.png" alt="™" class="wp-smiley" style="height: 1em; max-height: 1em;" /> DESIGN จึงเลือกทำงานกับลูกค้าที่มีเจตนาที่ดีและมีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นด้วยกันจากทั้งสองฝ่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-54868" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_27.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_27.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_27-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/02/TNOP-Design_kad-kokoa_27-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/tnop-kad-kokoa/">เมื่อ TNOP ตีความรสหวานขมของคราฟต์ช็อกโกแลตไทย Kad Kokoa เป็นแพ็กเกจจิ้งลวดลายละเอียดยิบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>The Unexpected Death by Mundane Objects นิทรรศการความตายเหนือความคาดหมายจากของใช้ใกล้ตัว</title>
		<link>https://adaymagazine.com/unexpected-death-by-mundane-objects/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[กาลกานต์ โกศลกาญจน์]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Jan 2019 05:17:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Art]]></category>
		<category><![CDATA[ตามไปดู]]></category>
		<category><![CDATA[Art & Design]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[death by mundane objects]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งของ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=52882</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณพ่อลูกสามตายจากการกินชีสเบอร์เกอร์ให้หมดภายในคำเดียว เด็กวัยรุ่นคึกคะนอง สิ้นชีวิตกลางห้องเรียนเพราะโอเวอร์โดสกาเฟอีน หญิงสาวบังเอิญกลืนแปรงสีฟัน ติดคอตาย ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นโดนนิตยสารจำนวนมากหล่นทับหัวเสียชีวิต กว่าจะถูกพบศพก็ผ่านไป 6 เดือน ความตายจากสิ่งของใกล้ตัวที่ดูไม่มีพิษภัย ฟังดูคล้ายเป็นเรื่องเหนือจริงที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ใครจะรู้ว่าเหล่านี้คือเรื่องจริงที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ นั่นเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว จึงทำให้ไม่ใส่ใจมากพอเวลาทำกิจกรรมที่ดูมีความเสี่ยง เหตุการณ์เลวร้ายจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางครั้งมันอาจเป็นเพียงความผิดพลาดที่แก้ไขได้ บ้างเป็นอุบัติเหตุที่มีคนบาดเจ็บเล็กน้อย ไปจนถึงเป็นสาเหตุของความตายอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งนิทรรศการ The Unexpected Death by Mundane Objects ของ พราวพิม ยงใจยุทธ คือพื้นที่ที่พาเราเข้าไปสำรวจการตายเหนือความคาดหมายหลากหลายรูปแบบเหล่านี้ “เพื่อนเคยบอกว่าพิมเป็นคนไม่ค่อยระวังตัว พิมจึงเริ่มรู้สึกว่าควรจะหันมาใส่ใจตัวเองในเรื่องอะไรที่เราอาจจะเคยมองข้ามไป รู้สึกว่ามันอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความผิดพลาดได้” นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พราวพิมเลือกทำศิลปนิพนธ์เกี่ยวกับการสร้างการรับรู้เชิงสังคมและกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เหนือความคาดหมายต่างๆ ที่สิ่งของหรืออุปกรณ์ใกล้ตัวเป็นสาเหตุอันนำไปสู่ความตาย ขั้นตอนแรก เธอคัดเลือกสิ่งของจำนวน 13 รายการมาจัดแสดงในพื้นที่ แต่ละชิ้นมีเรื่องราวที่นำมาจากข่าวจริงหรือรายงานทางการแพทย์ ผ่านรูปแบบการนำเสนอในลักษณะของ ‘ป้ายเตือน’ เพื่อไม่ให้ใครต้องเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีก เพื่อที่จะบอกเล่าเรื่องราวให้ได้ดีที่สุด พราวพิมต้องการป้ายที่สังเกตเห็นได้ง่าย เข้าใจได้ทันที เธอจึงใช้สัญลักษณ์ทั่วไปที่คุ้นเคยทั้งบนท้องถนนหรือสถานที่ต่างๆ รวมถึงภาพพิกโตแกรม โดยในขั้นตอนก่อนที่จะคัดเลือกรายการสิ่งของนั้น พราวพิมต้องทำการค้นคว้าวิจัยลักษณะและการใช้งานของป้ายเตือนด้วยการจัดหมวดหมู่อย่างละเอียดก่อน หนึ่งข้อมูลน่าสนใจที่ถูกนำมาปรับใช้ภายในนิทรรศการนี้ด้วยคือ การเลือกใช้แบบฟอนต์ฟลูทิเกอร์ (Frutiger) เป็นแบบตัวอักษรที่ใช้ในการสื่อสาร เนื่องจากแบบฟอนต์นี้ออกแบบโดย Adrian [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/unexpected-death-by-mundane-objects/">The Unexpected Death by Mundane Objects นิทรรศการความตายเหนือความคาดหมายจากของใช้ใกล้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">คุณพ่อลูกสามตายจากการกินชีสเบอร์เกอร์ให้หมดภายในคำเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กวัยรุ่นคึกคะนอง สิ้นชีวิตกลางห้องเรียนเพราะโอเวอร์โดสกาเฟอีน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หญิงสาวบังเอิญกลืนแปรงสีฟัน ติดคอตาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นโดนนิตยสารจำนวนมากหล่นทับหัวเสียชีวิต กว่าจะถูกพบศพก็ผ่านไป 6 เดือน </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52909" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-21.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-21.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-21-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความตายจากสิ่งของใกล้ตัวที่ดูไม่มีพิษภัย ฟังดูคล้ายเป็นเรื่องเหนือจริงที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่ใครจะรู้ว่าเหล่านี้คือเรื่องจริงที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นเพราะคนส่วนใหญ่คิดว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว จึงทำให้ไม่ใส่ใจมากพอเวลาทำกิจกรรมที่ดูมีความเสี่ยง เหตุการณ์เลวร้ายจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางครั้งมันอาจเป็นเพียงความผิดพลาดที่แก้ไขได้ บ้างเป็นอุบัติเหตุที่มีคนบาดเจ็บเล็กน้อย ไปจนถึงเป็นสาเหตุของความตายอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งนิทรรศการ The Unexpected Death by Mundane Objects ของ </span><b>พราวพิม ยงใจยุทธ</b><span style="font-weight: 400;"> คือพื้นที่ที่พาเราเข้าไปสำรวจการตายเหนือความคาดหมายหลากหลายรูปแบบเหล่านี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52923" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-35.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-35.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-35-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52904" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพื่อนเคยบอกว่าพิมเป็นคนไม่ค่อยระวังตัว พิมจึงเริ่มรู้สึกว่าควรจะหันมาใส่ใจตัวเองในเรื่องอะไรที่เราอาจจะเคยมองข้ามไป รู้สึกว่ามันอาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความผิดพลาดได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พราวพิมเลือกทำศิลปนิพนธ์เกี่ยวกับการสร้างการรับรู้เชิงสังคมและกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้เกี่ยวกับสถานการณ์เหนือความคาดหมายต่างๆ ที่สิ่งของหรืออุปกรณ์ใกล้ตัวเป็นสาเหตุอันนำไปสู่ความตาย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52918" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-30.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-30.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-30-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-30-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52912" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-24.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-24.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-24-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขั้นตอนแรก เธอคัดเลือกสิ่งของจำนวน 13 รายการมาจัดแสดงในพื้นที่ แต่ละชิ้นมีเรื่องราวที่นำมาจากข่าวจริงหรือรายงานทางการแพทย์ ผ่านรูปแบบการนำเสนอในลักษณะของ ‘ป้ายเตือน’ เพื่อไม่ให้ใครต้องเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อที่จะบอกเล่าเรื่องราวให้ได้ดีที่สุด พราวพิมต้องการป้ายที่สังเกตเห็นได้ง่าย เข้าใจได้ทันที เธอจึงใช้สัญลักษณ์ทั่วไปที่คุ้นเคยทั้งบนท้องถนนหรือสถานที่ต่างๆ รวมถึงภาพพิกโตแกรม โดยในขั้นตอนก่อนที่จะคัดเลือกรายการสิ่งของนั้น พราวพิมต้องทำการค้นคว้าวิจัยลักษณะและการใช้งานของป้ายเตือนด้วยการจัดหมวดหมู่อย่างละเอียดก่อน</span></p>
<div id="attachment_52886" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-52886" class="wp-image-52886 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-40.jpg" alt="" width="675" height="477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-40.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-40-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-40-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-52886" class="wp-caption-text">การแบ่งหมวดหมู่ป้ายเตือนตามระดับ ได้แก่ ระวัง คำเตือน อันตราย</p></div>
<div id="attachment_52885" style="width: 685px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" aria-describedby="caption-attachment-52885" class="wp-image-52885 size-full" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-39.jpg" alt="" width="675" height="477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-39.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-39-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-39-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /><p id="caption-attachment-52885" class="wp-caption-text">การแบ่งหมวดหมู่ตามเนื้อหาบนป้ายเตือน ได้แก่ แจ้งทราบ (Inform), เป็นอันตราย (Harmful), ไม่เป็นอันตราย (No harm) และข้อห้าม (Prohibition)</p></div>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งข้อมูลน่าสนใจที่ถูกนำมาปรับใช้ภายในนิทรรศการนี้ด้วยคือ การเลือกใช้แบบฟอนต์ฟลูทิเกอร์ (Frutiger) เป็นแบบตัวอักษรที่ใช้ในการสื่อสาร เนื่องจากแบบฟอนต์นี้ออกแบบโดย Adrian Frutiger เพื่อสำหรับใช้งานบนป้ายในสนามบินปารีสช่วงปลายปี 1960 เป็นแบบฟอนต์ที่มีลักษณะความเป็นสากลสูง ตัวอักษรมีความสูงเหมาะสมและมีความกว้างไม่มากเกินไปนัก อ่านได้ง่ายแม้จะมีขนาดเล็ก ทำให้ฟลูทิเกอร์มักได้รับเลือกมาใช้ในป้าย แผนที่ ป้ายขนส่งสาธารณะ หรือป้ายจราจร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การเอาตัวรอดในชีวิตประจำวันทำให้พิมมานั่งทบทวนว่าสิ่งที่สามารถทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดได้คืออะไร คำตอบมักจะเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา พิมเลยตัดสินใจทำการค้นคว้าเกี่ยวกับการรับรู้ของคนที่มีต่อสิ่งของในชีวิตประจำวัน ว่าอะไรที่รู้สึกว่าอันตรายและอะไรที่รู้สึกว่าปลอดภัย เพราะในการหาเรื่องที่ไม่คาดคิด เราต้องหาจากสิ่งที่คนไม่ได้ตอบหรือไม่ได้คาดคิดด้วย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52908" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-20.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-20.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-20-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-20-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52896" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-8.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-8.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-8-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-8-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52902" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้ผลจากการศึกษาป้ายคำเตือนแล้ว จึงได้ทำแบบสอบถามจากคน 90 คน โดยให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกสิ่งของที่คิดว่าเป็นอันตรายและนำไปสู่ความตายมากที่สุด ก่อนที่พราวพิมจะตัดสินใจเลือกสิ่งของที่คนคิดว่าอันตรายน้อยที่สุดมาเป็นวัตถุจัดแสดงในนิทรรศการ 13 รายการ ที่บวกรวมเรื่องราวเหนือความคาดหมายในหลายรูปแบบ โดยสิ่งของนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 หมวดคือ สิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (อ่างอาบน้ำ แปรงสีฟัน) สิ่งของที่ใช้งานอย่างเฉพาะเจาะจง (ปากกา หนังสือ แฮมเบอร์เกอร์) และสิ่งของที่ใช้ตามปริมาณ</span><span style="font-weight: 400;">จากระดับของป้ายคำเตือน</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52884" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-38.jpg" alt="" width="675" height="477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-38.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-38-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-38-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52888" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-42.jpg" alt="" width="675" height="477" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-42.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-42-300x212.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-42-600x424.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The Unexpected Death by Mundane Objects เคยจัดแสดงมาแล้วในนิทรรศการศิลปนิพนธ์ หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ (หลักสูตรนานาชาติ) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครั้งนั้นสิ่งที่น่าสนใจคือการค้นพบว่านอกเหนือจากจะเป็นการสร้างการรับรู้และการตระหนักรู้ให้กับผู้เข้าชมแล้ว พื้นที่โชว์รูมยังเป็นการ crowd-sourcing ระหว่างผู้ที่มีประสบการณ์หรือเรื่องราวในลักษณะใกล้เคียงกันได้เข้ามาร่วมพูดคุย ทำความรู้จักกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล และคุยกันได้มากขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ยิ่งทำให้หลายๆ คนสามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ได้ง่าย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52898" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52897" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-9.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-9.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52899" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รูปแบบการนำเสนอเชิงข้อมูลที่น่าสนใจนี้เรียกว่า</span> e<span style="font-weight: 400;">xperience design หรือการออกแบบประสบการณ์ คือการรับรู้และพฤติกรรมของผู้เข้าชมในช่วงเวลาหนึ่งเป็นศาสตร์การออกแบบที่ใช้สหวิทยาการ ทำให้นิทรรศการนี้เป็นนิทรรศการที่กระตุ้นให้คิด ทำให้ผู้เข้าชมได้ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการตีความได้หลายๆ แบบ เพื่อให้เราทุกคนได้กลับมาทบทวนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ป้องกันไม่ให้เกิดความประมาท ลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตได้ โดยบทเรียนสำคัญที่ได้รับจากโปรเจกต์นี้นั้นจึงเป็นเรื่องเรียบง่ายอย่าง ‘การมีสติ’ มากขึ้นในการลงมือทำสิ่งต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะความตายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเงียบ ไม่มีเสียงพูด การกระทำอะไรของเราก็ตามส่งผลกับทุกอย่างทั้งหมด อย่างที่เห็นว่าวัตถุต่างๆ นั้นไม่ได้อันตรายอะไรมาก แต่เป็นการกระทำของเราต่างหากที่ไปกระทำกับมันแล้วทำให้ผลกลับมาหาเรา ถ้าเรากระทำกับวัตถุนั้นเยอะ ผลที่เกิดขึ้นกับเราก็จะมากขึ้นตาม ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-52900" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-12.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-12.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/01/Death-by-Mundane-12-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<hr />
<p><span style="font-weight: 400;">สามารถเข้าชมนิทรรศการ The Unexpected Death by Mundane Objects ได้ที่ O.P Place นิทรรศการนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลออกแบบกรุงเทพฯ 2019 (Bangkok Design Week 2019) จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 3 กุมภาพันธ์ 2562</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่องทางติดต่อ instagram: <a href="https://www.instagram.com/the_ordinary_objects/">@the_ordinary_objects</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/unexpected-death-by-mundane-objects/">The Unexpected Death by Mundane Objects นิทรรศการความตายเหนือความคาดหมายจากของใช้ใกล้ตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
