<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ธีรภัทร์ เจนใจ, Author at a day magazine</title>
	<atom:link href="https://adaymagazine.com/author/deesalmon/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://adaymagazine.com/author/deesalmon/</link>
	<description>for all things creative</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Feb 2021 15:55:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.6.5</generator>
	<item>
		<title>ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า &#8220;บางเรื่องลืมๆ ไปบ้างก็ได้&#8221; &#8211; อารักษ์ อาภากาศ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/arak-arpakard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธีรภัทร์ เจนใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jan 2021 11:59:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[yesterday with a view]]></category>
		<category><![CDATA[นักดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า]]></category>
		<category><![CDATA[อารักษ์ อาภากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงเพื่อชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินโฟล์ก]]></category>
		<category><![CDATA[สีสัน อะวอร์ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[คนเดินดิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=119874</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณอาจจะรู้มาบ้างว่าสมองซีกซ้ายและขวานั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน ซีกซ้ายรับหน้าที่ดูแลการใช้เหตุผล การพูด การควบคุม ส่วนซีกขวานั้นรับหน้าที่เป็นผู้เปิดรับสุนทรียะ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และสัญชาตญาณ แม้จะอยู่คนละฟากฝั่ง ทว่าทั้งสองซีกนั้นก็ถูกสร้างขึ้นมาให้ทำงานร่วมกันอยู่ดี หากขาดซีกใดซีกหนึ่งไป หรือมีซีกไหนที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าชีวิตจะดำเนินไปยังไง จนกระทั่งเราได้พูดคุยกับ อารักษ์ อาภากาศ ชายผู้มีชีวิตผ่านฝนมาแล้ว 65 ฝน ใช้ชีวิตในฐานะศิลปินโฟล์กเพื่อชีวิตมาแล้ว 27 หนาว เคยได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม เวทีสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2534 จากอัลบั้ม คนเดินดิน ที่เป็นเหมือนสปอตไลต์สาดส่องลงมาให้ผู้คนเริ่มสนใจในตัวเขา ก่อนที่อีกหลายเพลงหลังจากนั้นจะตามไปประทับอยู่ในใจของใครหลายๆ คนอย่าง ส่วนที่หายไป, น้อยก็หนึ่ง, กรุงเทพฯ รมควัน จึงพบว่าเขาดำเนินชีวิตโดยมีความรู้สึกเป็นผู้บัญชาการชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เพราะเขาเกิดมาเพื่อเป็นศิลปินผู้ใช้ความรู้สึกทำงานศิลปะ แต่เป็นเพราะสมองซีกซ้ายของเขาได้รับการกระทบกระเทือนซ้ำๆ จากอุบัติเหตุต่างกรรมต่างวาระ “ถ้าสมองผมไม่ได้เป็นอย่างนี้ ผมไม่เป็นหรอกนักดนตรี ผมอยากเป็นวิศวกร เป็นนายแพทย์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากมีคฤหาสน์ มีเครื่องบินส่วนตัว แต่ชีวิตมันไม่ได้เป็นแบบนั้น และคล้ายว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการเล่นดนตรีแล้ว” เขาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นนักดนตรี เขาทำเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแต่งเพลงที่กินใจด้วยความคิดที่คมคาย มันเป็นเพียงความรู้สึกและเรื่องราวที่เขาซึมซับไว้ และดนตรีก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เยียวยาความผิดหวังในชีวิตของเขาได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/arak-arpakard/">ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า &#8220;บางเรื่องลืมๆ ไปบ้างก็ได้&#8221; &#8211; อารักษ์ อาภากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คุณอาจจะรู้มาบ้างว่าสมองซีกซ้ายและขวานั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน ซีกซ้ายรับหน้าที่ดูแลการใช้เหตุผล การพูด การควบคุม ส่วนซีกขวานั้นรับหน้าที่เป็นผู้เปิดรับสุนทรียะ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และสัญชาตญาณ แม้จะอยู่คนละฟากฝั่ง ทว่าทั้งสองซีกนั้นก็ถูกสร้างขึ้นมาให้ทำงานร่วมกันอยู่ดี</p>
<p>หากขาดซีกใดซีกหนึ่งไป หรือมีซีกไหนที่ทำงานได้ไม่เต็มที่ เรานึกภาพไม่ออกเลยว่าชีวิตจะดำเนินไปยังไง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119903" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8-683x1024.jpg" alt="อารักษ์ อาภากาศ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_8.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>จนกระทั่งเราได้พูดคุยกับ <a href="https://www.facebook.com/Konderndin2534/"><strong>อารักษ์ อาภากาศ</strong></a> ชายผู้มีชีวิตผ่านฝนมาแล้ว 65 ฝน ใช้ชีวิตในฐานะศิลปินโฟล์กเพื่อชีวิตมาแล้ว 27 หนาว เคยได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม เวทีสีสัน อะวอร์ดส์ ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2534 จากอัลบั้ม คนเดินดิน ที่เป็นเหมือนสปอตไลต์สาดส่องลงมาให้ผู้คนเริ่มสนใจในตัวเขา ก่อนที่อีกหลายเพลงหลังจากนั้นจะตามไปประทับอยู่ในใจของใครหลายๆ คนอย่าง <em>ส่วนที่หายไป, น้อยก็หนึ่ง, กรุงเทพฯ รมควัน</em> จึงพบว่าเขาดำเนินชีวิตโดยมีความรู้สึกเป็นผู้บัญชาการชีวิตมาตั้งแต่เด็ก</p>
<p>ไม่ใช่เพราะเขาเกิดมาเพื่อเป็นศิลปินผู้ใช้ความรู้สึกทำงานศิลปะ แต่เป็นเพราะสมองซีกซ้ายของเขาได้รับการกระทบกระเทือนซ้ำๆ จากอุบัติเหตุต่างกรรมต่างวาระ</p>
<p>“ถ้าสมองผมไม่ได้เป็นอย่างนี้ ผมไม่เป็นหรอกนักดนตรี ผมอยากเป็นวิศวกร เป็นนายแพทย์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากมีคฤหาสน์ มีเครื่องบินส่วนตัว แต่ชีวิตมันไม่ได้เป็นแบบนั้น และคล้ายว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการเล่นดนตรีแล้ว”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-119900" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5-683x1024.jpg" alt="อารักษ์ อาภากาศ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_5.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p>เขาไม่ได้ตั้งใจจะเป็นนักดนตรี เขาทำเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะแต่งเพลงที่กินใจด้วยความคิดที่คมคาย มันเป็นเพียงความรู้สึกและเรื่องราวที่เขาซึมซับไว้ และดนตรีก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เยียวยาความผิดหวังในชีวิตของเขาได้</p>
<p>จากที่เราคิดว่าจะไถ่ถามถึงเรื่องนามธรรม อย่างวิธีคิด วิธีมองโลก วิธีทำความเข้าใจธรรมชาติของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งน่าจะเป็นพื้นฐานที่นักดนตรีเพื่อชีวิตใช้สร้างสรรค์ผลงานเพลง กลายเป็นว่าชีวิตที่ใช้ความรู้สึกนำทางของเขากลับน่าสนใจกว่า<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ถัดจากประโยคนั้นจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวการต่อสู้ การประนีประนอม การทำความเข้าใจกับความป่วยไข้อันเป็นที่มาที่ไปของชีวิตในปัจจุบัน และเป็นเบื้องหลังผลงานเพลงแสนเรียบง่ายที่ทำให้ผู้ฟังยังอยากใช้ชีวิตต่อไป ด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย คล้ายบทเพลงเพื่อชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ชีวิตในวัยเด็กของคุณเป็นยังไง</strong></p>
<p>ผมเติบโตมาในห้องแถวย่านบางขุนพรหม เติบโตมากับภาพพ่อแม่ทำงานอย่างหนัก แทบไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าต้องประหยัด ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเลี้ยงลูก 11 คน ส่วนผมก็เป็นเด็กซุกซนแบบเซ่อๆ ไม่ค่อยมีสมาธิ เดินสะดุดขาตัวเองหกล้มก็บ่อย เกิดอุบัติเหตุอยู่เรื่อยๆ รุนแรงที่สุดคือตอนอายุยี่สิบกว่าขี่มอเตอร์ไซค์ประสานงากับแท็กซี่ ที่น่าประหลาดคืออุบัติเหตุแทบทุกครั้งมักทำให้สมองฝั่งซ้ายได้รับการกระทบกระเทือน เป็นอยู่ที่เดียว ทำให้ผมเป็นเด็กที่จดจำอะไรไม่ค่อยได้ เรียกให้สมองส่วนความจำช่วยมันก็ไม่ยอมให้ความร่วมมือ บ่อยๆ เข้าก็เลยขี้เกียจยุ่งด้วย มันเหนื่อยฉิบหายเลย คล้ายกับว่าสมองของผมถูกใช้งานเพียงซีกเดียว นอกจากจำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว ก็ทำให้เป็นเด็กที่สะเทือนใจง่าย ควบคุมชีวิตได้ยาก เพราะมันขาดสมดุล ซึ่งผมเพิ่งมาคิดทบทวนเมื่อไม่นานมานี้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะบาปกรรม ทั้งที่ผมเคยประกาศตนว่าไม่นับถือศาสนาอะไรเลยนะ แต่มันจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น อาจเป็นเพราะผมชอบยิงนกตกปลาก็ได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-119932" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37-683x1024.jpg" alt="Arak Arpakard" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_37.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>อะไรคือสิ่งที่คุณบอกว่าควบคุมยาก อธิบายหน่อยได้ไหมว่ามันควบคุมยากขนาดไหน</strong></p>
<p>ผมว่าคุณนึกไม่ออกหรอกว่าการใช้สมองเพียงซีกเดียวมันเหนื่อยขนาดไหนที่คุณแนะนำตัวกับผมเมื่อกี้ อีก 5 นาทีข้างหน้าผมอาจจะลืมชื่อของคุณแล้ว แก่ตัวก็ยิ่งแย่ลง ทีนี้การที่ผมไม่สามารถจำเรื่องต่างๆ ได้ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นมันสร้างความหงุดหงิดใจเอามากๆ ทำให้ผมผิดใจกับคนอื่นก็บ่อย เพราะเป็นคนที่ตึง ไม่ยอมผ่อน นั่นคือเรื่องที่หนึ่ง เรื่องที่สองคือมันเหมือนขาดผู้ช่วย ชีวิตคนเราจะดีถ้ามีเครื่องควบคุมอารมณ์ แต่ผมไม่มี ไม่ว่าจะเจอเรื่องดีเรื่องร้ายก็ยกให้ส่วนความรู้สึกไปหมด ไม่มีสมองอีกส่วนคอยห้ามปรามให้ใจเย็นๆ ไม่มีตัวช่วยประนีประนอม ส่วนความรู้สึกมันก็ยิ่งได้ใจ ควบคุมยากขึ้นไปอีก นี่ถ้าผมเป็นคนแข็งแรงหน่อยหรือมีดีเอ็นเอเลวๆ สักหน่อยผมอาจจะกลายเป็นฆาตกรก็ได้<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วพ่อกับแม่ของคุณรับมือหรือช่วยเหลือยังไงบ้าง</strong></p>
<p>ทั้งคู่ไม่มีเวลา ที่ร้านเป็นร้านทองเล็กๆ เตี่ยเป็นช่างทอง แม่เป็นผู้ช่วยขาย แม่ต้องรับภาระในการดูแลลูก ทำงานบ้าน ทำกับข้าว และช่วยขายของ แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้เรียนมาสูง คิดแต่เรื่องทำมาหากิน ก็เลยไม่ได้ผลักดันให้ผมไปเรียนต่อหรือทำอะไรอย่างอื่น ผมเองก็เรียนไม่ไหว ทรมาน ไม่สนุกเอาเสียเลย ผมไม่จบ ม.8 ด้วย ช่วงนั้นเป็นเด็กล่องลอย สะเปะสะปะไปวันๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119931" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_36.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณไม่ผันตัวไปเป็นคนที่ใช้กำลังหรือก้าวร้าว</strong></p>
<p>ดนตรี วันหนึ่งผมไปจับกีตาร์ที่พี่ชายซื้อมาแต่ไม่ได้เล่น อารมณ์โกรธ ความฉุนเฉียวของผมลดลง ผมอธิบายความรู้สึกตอนนั้นไม่ถูกเหมือนกัน แต่คล้ายกับว่าตั้งแต่ผมได้จับกีตาร์ ความอ่อนโยนของดนตรีมันเข้ามาช่วยสร้างสมดุล พอเริ่มเล่นได้ก็เล่นไม่หยุด เล่นจนนิ้วแตกเลือดออก คล้ายเจอทางที่จะสามารถระบายทุกสิ่งออกมาได้ ซึ่งก็แปลกดี เหมือนผมมีเซนส์ ผมไม่ต้องใช้ความพยายามเท่าไหร่ในการเล่นกีตาร์ ขนาดว่าหลังจากนั้นผมพยายามอ่านหนังสือดนตรีเพื่อเรียนรู้เพิ่ม ก็พบว่าตัวเองจำได้ดีกว่าเรื่องอื่นๆ รวมถึงเซนส์ด้านความรู้สึก เพลงไหนเพราะไม่เพราะผมบอกได้ทันที ยิ่งเพลงคลาสสิก เพลงแจ๊ส ผมจะชอบมากๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ค้นพบตอนนั้นเลยหรือเปล่าว่าเจอทางที่ใช่แล้ว</strong></p>
<p>ไม่ ตอนนั้นก็แค่เล่นกีตาร์แหกปากร้องเพลงอยู่ในห้องนอนคนเดียว ยังจับจุดอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร พ่อแม่เคยส่งไปทำงานในโรงงานปั่นด้ายของญาติที่เกาลูน ทำงานอยู่สัก 6 เดือนแต่ก็ไม่เป็นโล้เป็นพายอะไร ได้เรียนภาษาอังกฤษอีกนิดหน่อย ก่อนจะกลับมาล่องลอยที่ไทยเหมือนเดิม</p>
<p>ทีนี้ด้วยความที่บ้านอยู่บางขุนพรหม เลยไปอีกหน่อยก็คือถนนข้าวสาร ยุคนั้นเป็นยุคที่เพิ่งมีเกสต์เฮาส์ เริ่มมีฝรั่งเดินเที่ยวผ่านแถวบ้านมากขึ้น ไอ้ผมก็เป็นเด็กที่ชอบทักทายฝรั่งไปเรื่อย ก็เลยได้รู้จักกับทอม เป็นคนกรีก คุยจนเป็นเพื่อนกัน ผมเล่าให้เขาฟังว่าผมอยากไปเห็นโลก เขาเลยเอาใบประกาศรับสมัครงานของเอเจนซีให้ดู มีให้เลือกระหว่างอเมริกากับอังกฤษ ผมชอบตึกรามบ้านช่องของอังกฤษ ผมก็สมัครเลย ตอนนั้นอายุ 18-19 ปี ไปทำงานอยู่ลอนดอน ทำตั้งแต่งานรับจ้าง ทำความสะอาด จัดของในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่ผมไม่มีความสุขเลย ไม่ชอบทำงาน ผมร้องไห้เลยนะ อยู่บ้านผมออกจะเป็นคุณหนูหน่อยๆ ด้วยซ้ำ แต่นี่ผมต้องเจอการแบ่งชนชั้น การเหยียดผิว ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจผมที่สุด เก็บมาระบายออกกับกีตาร์ที่พกไป ทำงานครบปีก็คิดอยากใช้กีตาร์พาเดินทาง ผมเลยลาออก โบกรถเที่ยวไปเรื่อย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ไปที่ไหนก็ไปเปิดหมวกเล่นดนตรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119925" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30-683x1024.jpg" alt="อารักษ์ อาภากาศ" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_30.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>การไปทำงานและใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเปลี่ยนแปลงคุณยังไงบ้าง</strong></p>
<p>ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ตอนที่โบกรถเที่ยว ผมได้เจอพวกฮิปปี้ พวกพังก์ หลายกลุ่ม ผมชอบชีวิตพวกเขามาก เขาทำให้ผมไม่อยากได้อะไรอีกเลย ผมไม่เห็นสาระของการทำงาน ผมว่ามันบ้าฉิบหาย เช้ามาก็ต้องรีบตื่นไปตอกบัตร ตกเย็นก็ต้องรีบ ต้องเบียดกันขึ้นรถเมล์รถไฟกลับบ้าน ทำให้รู้ว่าที่ผมไม่ชอบทำงานไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผมเป็นคนไม่อดทนกับชีวิตแบบนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก ผมอิจฉาสัตว์นะ ผมโคตรอยากเป็นหมา อยากเป็นนก ได้บิน ได้ร้อง ผมไม่ชอบสภาพความเป็นคนเลย ผมว่ามันน่าเบื่อ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะเก็บกดจากการที่เห็นพ่อแม่เอาแต่ทำงานด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วกลับมาไทยทำไม</strong></p>
<p>พ่อป่วย กลับมาดูใจครั้งสุดท้าย จริงๆ หลังจบงานศพพ่อก็ยังคิดว่าจะออกไปเที่ยวรอบโลกต่อ แต่เผอิญว่าระหว่างนั้นมีโอกาสไปเล่นดนตรีตามผับตามบาร์แล้วติดใจ มันถือเป็นงานที่ผมทำได้นานที่สุดแล้ว ทีนี้เล่นไปสักพักก็เริ่มเบื่อการเล่นเพลงคนอื่น ความคิดที่จะแต่งเพลงเองก็เกิดขึ้นตอนนั้น ผมก็เลยลองทำแล้วก็ทำมันได้ง่ายๆ สิ่งที่เก็บกดไว้มานานตั้งแต่เด็ก ตอนเจอฝรั่งเหยียดผิวที่ยุโรป ทุกอย่างออกมาง่ายๆ อย่างนั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119918" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23-683x1024.jpg" alt="Arak Arpakard" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_23.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>แต่กว่าที่อัลบั้มแรกของคุณจะวางแผง</strong><strong>ก็ปี 2534 ซึ่งก็คือตอนที่คุณอายุ 38 ปี ห่างจากช่วงที่คุณกลับมาใช้ชีวิตในไทยหลายสิบปี มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้น</strong></p>
<p>มีแฟน มีครอบครัว มีลูก เริ่มคิดอยากมีชีวิตมั่นคง เล่นดนตรีโฟล์กมันได้เงินไม่มาก ผมก็เลยหันมาค้าขาย พยายามลืมๆ เรื่องที่ผ่านมา ทำมาหากินดีกว่า ตอนนั้นอาจจะโตขึ้นด้วยมั้ง ซึ่งผมก็ทำได้ดีเลยนะ ผมขายเก่งเลย ได้กำไรดี ใช้ความรู้จากการที่บ้านเคยขายทอง ผมก็ไปรับพวกเครื่องประดับมาขาย</p>
<p>สุดท้ายผมหนีความเบื่อไม่พ้น สมองส่วนความรู้สึกมันไม่ยอม ต้องกลับมาหาดนตรี สนองความต้องการภายในของผม สมองส่วนความรู้สึกก็เหมือนได้รับการตามใจมากขึ้นเรื่อยๆ ความอดทนต่อสิ่งรอบตัวของผมที่มีน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยลงไปอีก แต่เขาเป็นคนปกติไงก็เลยทนผมไม่ไหว แยกทางกันไป เป็นเรื่องที่ผมสะเทือนใจมากนะ ตอนนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทนเราไม่ได้ แต่ไม่โทษใคร โทษตัวเอง<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p>ถ้าย้อนกลับไปได้ก็จะเลือกครอบครัว (นิ่งเงียบ) แต่พูดไปก็เท่านั้น มันเหมือนเด็กงอแง แต่พูดไว้ตรงนี้เลยก็ได้เผื่อลูกจะได้ยิน ผมอยากให้ลูกบางคนที่ผมไม่ได้เลี้ยงได้ยินว่าผมแคร์เขามาก (นิ่งเงียบ) ผมรู้ว่าผมไม่ได้เลี้ยงเขามา จะให้เขาอินกับผมได้ยังไง มันต่อไม่ติด เขาก็คงแค้นผมมาก ซึ่งผมก็เข้าใจนะ ก็พูดๆ กันไป สารภาพให้จบๆ เดี๋ยวก็ตายห่ากันแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119928" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_33.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>หลังจากอัลบั้ม คนเดินดิน เผยแพร่ออกไป ได้รางวัล มีผู้คนยอมรับในตัวคุณมากมาย สมองส่วนความรู้สึกของคุณแสดงอาการยังไงออกมา</strong></p>
<p>ภูมิใจ เป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตที่พอจะอวดได้ ผมซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง เพลงที่แต่งออกมานั้นก็เป็นเพียงความธรรมดาในชีวิตของผม ไม่ต้องไปปั้นคำ ความจริงผมก็ไม่ได้มีคลังคำอะไรมาก ก็เอาคำที่ผมรู้นั่นแหละ แต่มันกลับกลายเป็นว่ามีคนฟังที่ชอบอะไรง่ายๆ แบบนี้ ถือเป็นโชคดีที่มีคนตอบรับ ผมไม่ต้องพยายามอะไรเท่าไหร่เลย นี่แหละสิ่งที่ผมต้องการ การไม่ต้องพยายามทำอะไร เพราะจริงๆ ผมเป็นคนไม่เอาไหน ชอบอะไรก็ไม่ชอบจริงๆ จังๆ ไม่อดทน อยากได้อะไรก็ไม่พยายาม ช่วงแรกๆ ที่แต่งเพลงผมอ่านชีวิตพวกคนดังในนิตยสาร<em> Starpics</em> เฮ้ย พวกมันมีปาร์ตี้ทุกคืนเลยว่ะ มีคฤหาสน์ มีเครื่องบินส่วนตัว ผมโคตรอยากได้แบบนั้น ชีวิตแม่งโคตรดี แต่พอรู้ว่าไม่สามารถหามาได้ก็จะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ก็ไม่เอา จะให้กูตะเกียกตะกายเพื่อคว้ามากูไม่เอาหรอก แต่ถ้าขายเพลงแล้วมีเงินไปซื้อคฤหาสน์ได้ แบบนั้นเอา ถ้าไม่ได้ก็ช่างแม่ง ขนาดจะทำอัลบั้มของตัวเอง ถ้าไม่ได้เพื่อน วสันต์ สิทธิเขตต์ รบเร้าให้ทำและช่วยจัดการให้ ผมคิดว่าเวลาคงจะล่วงเลยไปมากกว่านั้นอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ทำไมไม่คิดว่าการที่อัลบั้มได้รางวัล มีคนสนใจ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณได้ใช้ชีวิตแบบคนดังอย่างที่คุณต้องการ</strong></p>
<p>ภาพชีวิตคนดังที่ผมเห็นในนิตยสารคือคนต่างชาติไง ผมเคยอยากเป็นแบบ Ralph McTell คนแต่งเพลง <i>Streets of London </i>ตอนแรกเขาก็เป็นคนทำงานรับจ้างกิ๊กก๊อก แต่พอเพลงโด่งดัง ได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำ เขาก็กลายเป็นสตาร์ มีชีวิตแบบที่ผมอยากมี แต่ผมมันเพี้ยนไง ตอนนั้นคิดตื้นๆ อยากมีอยากได้เหมือนคนอื่น ทั้งที่ผมไม่มีความสามารถพอจะทำเพลงให้ดังหรือสื่อสารกับคนจำนวนมากได้ด้วยซ้ำ ผมไม่ได้ตั้งต้นเล่นดนตรีเพราะหวังสิ่งไหน ผมแต่งเพลงเพราะมันช่วยปลดปล่อยความสะเทือนใจที่เก็บสะสมไว้อย่างถึงใจ เพราะพูดปากเปล่ามันไม่ถึงใจ ร้องเพลงคนอื่นมันก็ไม่ถึงใจ และความอ่อนโยนของดนตรีก็ช่วยทำให้ผมเอาชนะความป่วยไข้ได้ด้วย ผมเพิ่งจะมาคิดหวังกับผลงานตัวเองก็เมื่อแก่ตัว เริ่มละอายใจต่อลูกหลานที่ไม่ได้สร้างอะไรไว้ให้พวกเขา ผมเพิ่งจะไปจดลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก่อนผมไม่เคยสนใจเลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-large wp-image-119897" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-1024x683.jpg 1024w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-768x512.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-600x400.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-475x317.jpg 475w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-720x480.jpg 720w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2-360x240.jpg 360w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_2.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>การเป็นคนป่วยไข้ มีอารมณ์เป็นเครื่องนำทางชีวิตแบบคุณนั้น มันจะไม่มีข้อดีอยู่บ้างเลยเหรอ</strong></p>
<p>ส่วนใหญ่ไม่ดี มันจะดีถ้ามีเครื่องควบคุม อย่างที่บอกไปตอนแรก สมองคนเรามันต้องสมดุล ถ้ามีสมองฝั่งเหตุและผลคอยช่วยควบคุมมันก็จะสุดยอด คุณลองไปถามคนที่ประสบความสำเร็จดูก็ได้ ส่วนใหญ่เขาก็จะบอกว่าจะสำเร็จได้ถ้าใช้ความคิดนำ อย่าเอาความรู้สึกนำ ผมก็อยากทำแบบนั้นนะ แต่ทำไม่ได้ ก็เลยช่างแม่ง กูก็จะทำให้มันได้ในแบบที่กูเป็น ถ้าสมองผมไม่ได้เป็นอย่างนี้ ผมไม่เป็นหรอกนักดนตรี ผมอยากเป็นวิศวกร ผมอยากเป็นนายแพทย์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ อยากมีคฤหาสน์ มีเครื่องบินส่วนตัว จริงๆ ผมอยากไปกระโดดร่มฉิบหายเลย (หัวเราะ) ผมอยากให้ดนตรีมันเป็นงานอดิเรกด้วยซ้ำ เพราะผมจะได้ไม่ต้องเล่นซ้ำๆ จำเจ เล่นเมื่ออยากเล่น แต่ชีวิตมันไม่ได้เป็นแบบนั้น คล้ายว่าไม่มีอะไรดีไปกว่าการเล่นดนตรีแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แล้วชีวิตนักดนตรีที่คุณไม่ได้อยากเป็นนั้นให้อะไรกับคุณบ้าง</strong></p>
<p>ให้ความรู้ทางจิตวิญญาณ จากที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ล่องลอย ทำให้ผมเข้าใจสุนทรียภาพ ความงามในธรรมชาติ ทำให้ผมได้พบเจอกับหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ผมสนใจ ผมชอบเพลงยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้า ไม่ต้องร้องผ่านไมโครโฟน เพลงคลาสสิก โมซาร์ท บีโธเฟน โชแป็ง เพลงพื้นบ้าน เพลงไทยเดิม ผมฟังแล้วร้องไห้เลย แต่พวกวัตถุเงินทองที่ผมเล่าไปก่อนหน้านั้นมันเป็นเพียงแค่ความอยากชั่วครั้งชั่วคราว เห็นคนอื่นมีก็อยากมีเหมือนปุถุชนทั่วๆ ไป พอเอามาไม่ได้ เวลาผ่านไปผมก็ลืมความอยากนั้นแล้ว แต่นก ท้องฟ้า ธรรมชาติ เสียงเพลง สุนทรียภาพเหล่านี้สามารถตอบสนองผมได้ทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ในฐานะที่คุณสนิทใกล้ชิดกับอารมณ์มาก พอจะแนะนำวิธีใช้อารมณ์ให้เกิดประโยชน์ได้ไหม</strong></p>
<p>ไม่แนะนำ ชีวิตผมก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไร ไม่กล้าจะแนะนำ ที่เล่าชีวิตให้ฟังอย่างบริสุทธิ์ใจนี้ก็คงเหมือนการแนะนำแล้ว ให้พวกคุณเห็นว่าชีวิตกูเป็นแบบนี้เพราะทำแบบนี้ ตรงไหนที่เอาไปต่อยอดได้ก็เลือกไป ใจเย็นคือสิ่งสำคัญ แต่พูดไปมันก็เท่านั้น กว่าผมจะทำได้ก็แก่แล้ว ดีเอ็นเอจากพ่อแม่ สิ่งที่แต่ละคนพบเจอมาก็แตกต่างกัน คนที่ใจเย็นก็คงทำได้ตั้งแต่เด็กแล้ว คนใจร้อนก็คือใจร้อน ถ้าคุณไปบอกคนใจร้อนให้ใจเย็นเขาก็คงด่า ‘ไอ้เหี้ย เรื่องแบบนี้จะให้ใจเย็นได้ยังไงวะ’ (หัวเราะ) แนะนำไปเขาก็ไม่รับ จนกว่าจะเรียนรู้สิ่งนั้นเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-119917" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22-683x1024.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22-683x1024.jpg 683w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22-200x300.jpg 200w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22-768x1152.jpg 768w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22-600x900.jpg 600w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22-210x315.jpg 210w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2021/01/อารักษ์-อาภากาศ_22.jpg 800w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><strong>แล้วมีเรื่องไหนบ้างที่คุณคิดว่าใช้เหตุผลกับมันมากที่สุดในชีวิต</strong></p>
<p>เพลง ถึงผมจะแต่งเพลงด้วยความรู้สึก จากเรื่องราวในชีวิต แต่ก็ต้องรับผิดชอบทำเพลงออกมาให้ดี ต้องตรวจสอบความคิดในเพลงอยู่เสมอ ผมไม่ใช่พวกแต่งเพลงแล้วคิดว่าใครไม่เข้าใจก็เรื่องของมึง คือเราก็ต้องทำเต็มที่เท่าที่ทำได้ ผมจะคิดถึงคนฟังด้วย คิดว่ามันจะต้องมีประโยชน์กับใครบ้าง อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ยังมีคนฟังและสนใจเพลงของผมอยู่บ้าง ความสนใจจากคนอื่นนี่แหละที่ยังทำให้ผมสนใจเล่นดนตรีซ้ำๆ ซากๆ ได้</p>
<p>อีกเรื่องก็คือความรักครั้งใหม่ ต้องใช้สติ ใช้เหตุผลมากขึ้น ต้องระมัดระวัง ต้องแคร์คนที่เรารัก อะไรที่เขาทำแล้วไม่ชอบก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บ้าง หยวนๆ กันบ้างก็ได้ แต่เมื่อก่อนทำไม่ได้นะ แตกหัก เป็นเรื่องที่เสียใจจนถึงวันนี้ เรื่องเล็กๆ ก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ จริงจังเกินไป ทั้งที่บางเรื่องลืมๆ ไปบ้างก็ได้ แกล้งไม่รู้บ้างก็ได้ เดี๋ยวนี้ทำได้แล้ว อาจเพราะรู้ว่าชีวิตมันก็แค่นี้ เดี๋ยวก็จากไปแล้ว เอาอะไรกับมันมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p><strong>ทุกวันนี้มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร</strong></p>
<p>แหม ก็มันยังไม่อยากตาย ตอบยาก มันหลายอย่างมาก อยู่ไปเพื่อสูบกัญชาเหรอ (หัวเราะ) อยู่เพื่อจะได้กอดคนรัก อยู่กับลูก อยู่เพื่อจะกินของอร่อย อยู่เพื่อสูดอากาศดีๆ อยู่เพื่อเล่นดนตรี เยอะแยะไปหมด แต่ยังไม่อยากตาย ไม่ชอบเลย มันวังเวง น่ากลัว จริงๆ ผมเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหลายข้อเลยนะ ยกเว้นเรื่องอยากตาย<span class="Apple-converted-space"> </span></p>
<p><strong>เหตุการณ์ที่มอบบทเรียนสำคัญกับชีวิตคืออะไร</strong></p>
<p>เมื่อเร็วๆ นี้เอง กับคนรักใหม่ อยู่ๆ เราก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ทะเลาะกัน แล้วเขาหายไป สุดท้ายผมไปง้อแล้วเขากลับมาก่อนจะพูดความในใจว่า เขาแค่ต้องการให้เราพูดคุยกับเขาบ้าง อยากให้เราเอาใจเขาบ้างเวลาเขากลับจากที่ทำงาน แต่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องกระจุ๋มกระจิ๋ม มองเห็นแต่ความรักของตัวเองที่คิดว่ายิ่งใหญ่นักหนา ไม่เคยเห็นความรักของคนอื่นทั้งๆ ที่เราอยากได้อะไรเขาก็ซื้อหามาให้ อยากกินอะไรเขาก็ซื้อมา อะไรที่เราไม่ชอบเขาก็พร้อมจะปกป้องเรา แต่แค่เขาอยากจะคุยกับเรา เรากลับไม่เคยแบ่งเวลาให้ เป็นเรื่องที่ผมเพิ่งมาเรียนรู้</p>
<p><strong>อยากให้คนจดจำตัวเองแบบไหน</strong></p>
<p>ไม่ต้องคิดอะไรขนาดนั้นหรอก พอเราได้เรียนรู้ชีวิตของมหาบุรุษทั้งหลายแล้ว เรามันเป็นแค่กระพี้นิดเดียว ไม่กล้าคิดให้ใครจดจำอะไรของเรา ไม่ควรคิด มันจะว้าวุ่น (จับแก้วน้ำ) อย่างแก้วใบนี้จะอยู่ได้กี่ปีก็ขึ้นอยู่กับว่ามันแข็งแรงแค่ไหน คุณไม่ต้องไปสนใจหรอกว่ามันจะอยู่ได้กี่ปี มันแข็งแรงเท่าไหนก็อยู่ได้นานเท่านั้น งานศิลปะก็มีอายุ มันจะพิสูจน์ตัวมันเอง ถ้าพูดให้ภูมิใจหน่อย ผมก็มีอัลบั้มเพลงเป็นอนุสาวรีย์ของชีวิตแล้ว ผมสร้างไว้แล้ว ถ้าแน่จริงมันก็ต้องอยู่รับใช้ผู้คนไปได้อีกนาน ถ้าไม่มีประโยชน์มันก็เสื่อมสลาย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/arak-arpakard/">ชีวิตนี้สอนให้รู้ว่า &#8220;บางเรื่องลืมๆ ไปบ้างก็ได้&#8221; &#8211; อารักษ์ อาภากาศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำปันนี้ให้ดีที่สุด : คุยเรื่องปัจจุบันของ PANPAN YEEYEE เจ้าของเพลง ‘สวัสดีค่ะ’</title>
		<link>https://adaymagazine.com/panpanyeeyee/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธีรภัทร์ เจนใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 14 Nov 2019 15:31:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[loveis]]></category>
		<category><![CDATA[q & a day]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดีค่ะ]]></category>
		<category><![CDATA[LABo]]></category>
		<category><![CDATA[The Ambulance]]></category>
		<category><![CDATA[HOT WAVE MUSIC AWARD 2017]]></category>
		<category><![CDATA[PANPAN YEEYEE]]></category>
		<category><![CDATA[ปันปันยีย์ยีย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=79749</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สวัสดีค่ะ” หลังคำทักทาย เราแอบโล่งใจเล็กๆ ที่หญิงสาวชุดแจ็กเก็ตฟ้า-ชมพูตรงหน้าพูดคะ-ค่ะได้ถูกต้อง ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นในเอ็มวีเพลง สวัสดีค่ะ ที่เธอทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่แต่งเนื้อร้องด้วยการใช้คะ-ค่ะอย่างผิดที่ ผิดทาง ผิดคำ สลับกันทั้งเพลง ทำดนตรี จนถึงออกแบบปกซิงเกิลเอง สร้างความปั่นป่วนและปวดหัวให้กับโลกโซเชียลอย่างรุนแรงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ไม่อย่างนั้นเราคงกุมขมับระหว่างที่คุยไปด้วยแน่ๆ ยังไม่นับว่าก่อนที่เธอจะมาเป็นศิลปินสาวสุดปั่นหน้าตายในชื่อ PANPAN YEEYEE (อ่านและเขียนว่า ปันปันยีย์ยีย์) สังกัด LABo ในเครือ LOVEiS นั้น เธอเคยทำวงดนตรีร็อกเมทัลชื่อ The Ambulance กับเพื่อนสมัยมัธยม ซึ่งบางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อวงหรือเคยเห็นคลิปการแสดงสดมาบ้าง เพราะวงของเธอเข้ารอบท้ายๆ ของเวที Hotwave Music Awards 2017 เวทีประกวดวงดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของนักดนตรีวัยมัธยม ซึ่งภาพของเธอบนเวทีฮอตเวฟในฐานะมือเบสนั้นไม่เหมือนกับเธอที่อยู่ในเอ็มวีสีสันสดใส เต็มไปด้วยเพื่อนพ้องสิงสาราสัตว์เลยสักนิด เอาจริงก็ไม่เหมือนกับเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วย นั่นจึงยิ่งทำให้เราสงสัยและอยากรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มของ ปันปัน–รสิกา สายแสง หญิงสาววัย 19 ปีคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่ ก่อนจะคุยเรื่องเพลง สวัสดีค่ะ ช่วยเล่าที่มาของวง The Ambulance ให้ฟังหน่อย The Ambulance เป็นวงที่เล่นด้วยกันตั้งแต่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/panpanyeeyee/">ทำปันนี้ให้ดีที่สุด : คุยเรื่องปัจจุบันของ PANPAN YEEYEE เจ้าของเพลง ‘สวัสดีค่ะ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="p1" style="text-align: center;"><strong>“สวัสดีค่ะ”</strong></h3>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79805 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-31.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-31.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-31-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-31-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"> หลังคำทักทาย เราแอบโล่งใจเล็กๆ ที่หญิงสาวชุดแจ็กเก็ตฟ้า-ชมพูตรงหน้าพูดคะ-ค่ะได้ถูกต้อง ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นในเอ็มวีเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=NQrC0QDCpMk" target="_blank" rel="noopener"><i>สวัสดีค่ะ</i></a> ที่เธอทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่แต่งเนื้อร้องด้วยการใช้คะ-ค่ะอย่างผิดที่ ผิดทาง ผิดคำ สลับกันทั้งเพลง ทำดนตรี จนถึงออกแบบปกซิงเกิลเอง สร้างความปั่นป่วนและปวดหัวให้กับโลกโซเชียลอย่างรุนแรงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ไม่อย่างนั้นเราคงกุมขมับระหว่างที่คุยไปด้วยแน่ๆ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ยังไม่นับว่าก่อนที่เธอจะมาเป็นศิลปินสาวสุดปั่นหน้าตายในชื่อ <b>PANPAN YEEYEE</b> (อ่านและเขียนว่า ปันปันยีย์ยีย์) สังกัด LABo ในเครือ LOVEiS นั้น เธอเคยทำวงดนตรีร็อกเมทัลชื่อ The Ambulance กับเพื่อนสมัยมัธยม ซึ่งบางคนอาจจะเคยได้ยินชื่อวงหรือเคยเห็นคลิปการแสดงสดมาบ้าง เพราะวงของเธอเข้ารอบท้ายๆ ของเวที Hotwave Music Awards 2017 เวทีประกวดวงดนตรีที่ใหญ่ที่สุดของนักดนตรีวัยมัธยม</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ซึ่งภาพของเธอบนเวทีฮอตเวฟในฐานะมือเบสนั้นไม่เหมือนกับเธอที่อยู่ในเอ็มวีสีสันสดใส เต็มไปด้วยเพื่อนพ้องสิงสาราสัตว์เลยสักนิด เอาจริงก็ไม่เหมือนกับเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วย นั่นจึงยิ่งทำให้เราสงสัยและอยากรู้ว่าภายใต้รอยยิ้มของ <b>ปันปัน–รสิกา สายแสง</b> หญิงสาววัย 19 ปีคนนี้มีอะไรซ่อนอยู่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79790 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-16.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-16.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-16-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-16-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79789 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-15.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-15.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-15-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-15-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>ก่อนจะคุยเรื่องเพลง <em>สวัสดีค่ะ</em> ช่วยเล่าที่มาของวง The Ambulance ให้ฟังหน่อย</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">The Ambulance เป็นวงที่เล่นด้วยกันตั้งแต่ ม.1 แต่ตอนช่วง ม.5 ขึ้น ม.6 เราคุยกันว่าพอแค่นี้ไหม ไปตั้งใจเรียนกันไหมทุกคน เพราะพวกเราไม่ตั้งใจเรียนกันเลย แอบไปซ้อมที่ห้องดนตรีตลอด สรุปก็เลยแยกย้ายกันไป </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">แต่ไม่นานก็มีประกาศรับสมัครของฮอตเวฟ ทุกคนก็เฮ้ย พวกเรากลับมารวมกันเถอะ สรุปคือ 6 ปีไม่เคยตั้งใจเรียนเลย (หัวเราะ) แต่พวกเราก็ไม่เคยคิดว่าจะไปถึงรอบลึกๆ ขนาดนั้น ทุกคนก็แค่สนุกไปกับมัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>ทำไมถึงเล่นเบส</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เพื่อนๆ เลือกตำแหน่งอื่นกันไปหมดแล้ว แต่ปันก็อยากเล่นเบสด้วยแหละ เลยไปขอให้รุ่นพี่ในชมรมดนตรีช่วยสอน ปัจจุบันคนที่สอนหนูก็คือมือเบสของวง <a href="https://adaymagazine.com/yented/" target="_blank" rel="noopener">YENTED</a></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>เพลงที่ประกวดในฐานะ The Ambulance ต่างจากเพลงที่ทำตอนนี้มากๆ เลยนะ</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ทุกคนชอบร็อกเมทัลเป็นพื้นฐาน ปันเริ่มฟังเพลงตามพ่อ แรกๆ ก็เริ่มจากเพลงร็อกก่อน พวก Red Hot Chili Peppers, Linkin Park แล้วก็ค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ จนไปถึงเพลงเมทัลอย่าง Bring Me the Horizon ปันชอบดูคลิปเวลาพวกเขาเล่นสดมากๆ </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ตอนเล่นดนตรีกับเพื่อนก็เป็นแบบหนึ่ง ตอนทำเพลงคนเดียวมันก็เป็นแบบหนึ่ง แต่ก็ยังเป็นตัวเองอยู่นะ สนุกทั้งสองด้านเลย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>แล้วเพื่อนในวงไม่งงกับการที่ปันเปลี่ยนมาทำเพลงสไตล์นี้เหรอ</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ไม่เลย เพราะตอนที่ทำวงด้วยกัน ปันก็ทำเพลงของตัวเองเล่นๆ ไปด้วยอยู่แล้ว ตอนนั้นทำไว้ฟังเอง กับแต่งเพลงแกล้งเพื่อนในห้องเฉยๆ ทำเพลงตอนเรียนในห้องนั่นแหละ อย่าง<a href="https://www.youtube.com/watch?v=65CRt6H0sk0" target="_blank" rel="noopener"><i>ชามเขียวคว่ำเช้า</i></a> ที่อยู่ในแชนเนลยูทูบของปันก็อัดในห้องเรียนเลย ตอนเข้าแถวหน้าเสาธงก็ทำไปด้วย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79802 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-28.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-28.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-28-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-28-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79806 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>แอบไปดูในแชนเนลมาแล้ว เห็นว่าคลิปแรกที่ลงคือคลิปสต็อปโมชั่นเมื่อ 5 ปีก่อน จุดเริ่มต้นคืออะไร</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ตอนนั้นน่าจะ ม.2 ปันชอบดูสต็อปโมชั่นมาก พวก <i>Chicken Run</i> กับ <i>Shaun the Sheep</i> แล้วปันก็สะสมกาชาปองอยู่แล้ว บวกกับช่วงนั้นว่างๆ พอดี ก็เลยอยากทำเองบ้าง ใช้แอพฯ ในไอแพดที่ทำสต็อปโมชั่นได้ สนุกมาก อยู่กับมันได้ทั้งวัน ทำเสร็จก็อัพขึ้นแชนเนลเก็บไว้ดูเฉยๆ หลังจากนั้นก็ทำคลิปนั่นนี่ไปเรื่อย ปันไม่ชอบอยู่เฉยๆ จะหาอะไรทำตลอด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>แสดงว่าชื่อ PANPAN YEEYEE ก็คิดมาตั้งแต่ตอนทำแชนเนลแล้ว มันมาจากอะไร</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ใช่ๆ ก็มาจากชื่อปันปัน ส่วนยีย์ยีย์มาจากยีราฟ ปันชอบยีราฟมากๆ มันเป็นสัตว์ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าร้องยังไง อย่างนกเรารู้ว่าร้องจิ๊บๆ แต่ยีราฟร้องยังไง ปันสงสัยก็เลยไปเสิร์ชหาในยูทูบ แล้วพบว่าเสียงมันเหมือนคนกรีดร้อง ซึ่งมันแปลกมากก็เลยชอบ ปันเอาเสียงยีมาเบิลสองครั้งให้เหมือนปันปัน แล้วก็เพิ่ม ‘ย์’ เข้าไปมันจะได้ไม่มีความหมาย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>เท่าที่เห็นคอนเทนต์ในแชนเนล ดูเหมือนว่าปันจะมีความสนใจหลายอย่าง ปกติเวลาว่างทำอะไรหรือดูอะไรบ้าง </b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ถ้าตอนว่างๆ ก็จะทำตัวว่างๆ (หัวเราะ) หาเพลงวงใหม่ๆ ฟัง หรือไม่ก็ออกไปเที่ยว จริงๆ ปันไปไหนก็ได้ แต่ที่ชอบมากคือพิพิธภัณฑ์ อยากให้ประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์เยอะๆ </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">อีกเรื่องที่สนใจตอนนี้คือการถ่ายภาพสตรีท ชอบมองหาซับเจกต์แปลกๆ เงาสะท้อน หรือของที่ไม่เกี่ยวกันแต่มาอยู่รวมกันแล้วกลายเป็นภาพแปลกๆ ปันมีอินสตาแกรมไว้ลงภาพพวกนี้ด้วยชื่อ <a href="https://www.instagram.com/findingmonster/" target="_blank" rel="noopener">@findingmonster</a> ขอขายของหน่อย​ </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">อ้อ ตอนว่างๆ ก็อ่านการ์ตูนด้วย ตอนนี้ติดการ์ตูนของอิโต้ จุนจิ ชอบลายเส้นเขามาก แล้วก็อ่าน <i>เซเลอร์มูน</i> ด้วย </span><span class="s1">อีกอย่างที่ชอบทำก็คือตัดหน้าม้า เวลาเครียดๆ จะตัดหน้าม้า เนี่ย ปันชอบเป็นแบบนี้ มันผสมกันงงๆ ไปหมด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79791 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-17.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-17-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-17-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79792 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-18.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-18.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-18-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-18-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>กลับมาที่เรื่องดนตรี เล่าให้ฟังหน่อยว่าเข้ามาอยู่ในค่าย LABo ได้ยังไง</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">พี่อ๊อฟ (อนุชา โอเจริญ) พี่บิว (รังสรรค์ ปัญญาใจ) พี่รัฐ (รัฐ พิฆาตไพรี) จาก Welfare 6 มาชวนปันเมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ปันถามพี่อ๊อฟว่ารู้จักปันได้ยังไง พี่อ๊อฟก็บอกว่าเห็นในยูทูบ แค่นั้นเลย น่าจะเห็นจากเพลง <a href="https://www.youtube.com/watch?v=c7rbPCxxdyo" target="_blank" rel="noopener"><i>มงลู่</i></a> แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเห็นอะไรจากเพลงนั้น (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>แล้วเพลง <i>สวัสดีค่ะ</i> เกิดขึ้นตอนไหน </b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ปันนั่งรถไปประกวดรายการดนตรีอะไรสักอย่าง ขึ้นทางด่วนแล้วก็ผ่านป้ายที่เขียนว่า &#8216;แจ้งวัฒนะ&#8217; แล้วปันก็คิดต่อว่า ถ้าเราจะบอกพี่แท็กซี่ต้องพูดว่าอะไร &#8216;ไปแจ้งวัฒนะคะ&#8217; หรือ &#8216;ไปแจ้งวัฒนะค่ะ&#8217; ปันเอาไปคุยกับเพื่อน แล้วก็ขำกันทั้งวันเลย กลับบ้านก็ยังขำ เพื่อนเลยบอกว่าทำเพลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ดิ น่าสนุกดี </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ปันเลยกลับมาลิสต์คำ มีคำว่า คะน้า แจ้งวัฒนะ สวัสดี แล้วเราพบว่ามันยากมากๆ เลยที่จะออกเสียงให้ผิด คืออย่างการพิมพ์ผิดมันก็แค่พิมพ์ผิด แต่การออกเสียงให้ผิดมันฝืนธรรมชาติขั้นสุดยอดเลย พอทำเสร็จก็อัดเดโมเก็บไว้ตั้งแต่ตอนนั้น น่าจะ ม.5-6 นี่แหละ แล้วพอดีว่าช่วงหลังๆ มานี้ก็เป็นเหมือน&#8230;เรียกว่าอะไรดี &#8216;นะค่ะฟีเวอร์&#8217; เหรอ (หัวเราะ) แต่เราก็ไม่ได้ทำเพลงออกมาเพื่อจะล้อเลียนหรือแซะเขานะ ที่ทำไปเพราะมันตลกจริงๆ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>อยากรู้ว่าตอนเอาเพลงมาเสนอพี่ๆ ในค่าย ทุกคนฟีดแบ็กยังไง</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เขาก็โอเคเลย บอกว่าดูเป็นเราดี พี่บิวเลยเอาเดโมที่เราทำไว้แล้วไปเติมนั่นนี่ให้ครบเครื่องมากขึ้น ตอนทำเดโมก็คือปันเล่นเองหมด แต่เล่นได้แค่อย่างละนิด เบสเล่นได้ คีย์บอร์ดได้นิดหน่อย กลองก็ได้นิดหนึ่ง เอาจริงเวลาปันอ่านบทสัมภาษณ์ของศิลปินคนอื่นๆ ปันจะรู้สึกว่าแต่ละอย่างในเพลงของเขาดูมีที่มาที่ไปกันทั้งนั้นเลยนะ (หัวเราะ) ตัดภาพมาที่ปัน จิ้มนั่นจิ้มนี่ไปเรื่อย คือปันชอบมีเสียง มีเมโลดี้ในหัว พอมีเสียงในหัวปันก็จะรีบอัดตอนนั้นเลย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79800 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-26.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-26.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-26-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-26-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79798 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-24.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-24-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-24-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>ตอนอัดเสียงร้องยากไหม เพราะเท่าที่เห็นจากคลิปที่คนอื่นคัฟเวอร์ทุกคนดูลำบากมากๆ ที่จะออกเสียงให้ผิด</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ยากมากๆ ปันต้องถือกระดาษที่เขียนเนื้อไว้ แล้วต้องฝึกอ่านทีละคำเลย หัดพูดอยู่นานเหมือนกัน แต่ตอนนี้ก็คล่องแล้ว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>ชอบท่อนไหนในเพลงมากที่สุด</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">โห ชอบท่อนที่ไม่มีเนื้อร้องได้ไหมอะ</span></p>
<p class="p3"><span class="s1">อะไรดี&#8230; <i>‘ไปแจ้งวัฒนะคะ’</i> แล้วกัน เพราะมันเป็นคำที่ฟังแล้วต้องคิดอีกทีว่า เอ๊ะ มันถูกหรือยังนะ นะคะ มันก็ถูกแล้วหรือเปล่า (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>เห็นคนพิมพ์ผิดแล้วรู้สึกยังไง ถ้าเป็นเพื่อนจะเข้าไปเตือนไหม</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ไม่รู้ต้องทำยังไงเหมือนกัน ไม่เคยคิดเลย เพราะเพื่อนๆ ก็พิมพ์ถูกกันหมด ส่วนมากจะเห็นจากผู้ใหญ่มากกว่า พูดแบบนี้ได้ไหมอะ (หัวเราะ) ที่ตลกคือเข้าไปอ่านในพันทิป เวลาใครกำลังพูดเรื่องเครียดๆ อยู่ก็จะมีคอมเมนต์แทรกเข้ามาว่า ขอโทษนะคะ แล้วก็แก้คำผิดให้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79784 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-10.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-10.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-10-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-10-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79785 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-11.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-11.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-11-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-11-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>จากสิ่งที่สนใจและความสามารถทั้งหมด คิดว่าอะไรคือจุดแข็งของตัวเอง </b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">โห รู้สึกว่าที่ทำออกมาทุกอย่างนั่นแหละ ปันชอบคิดอะไรไปเรื่อย มีไอเดียก็ทำเลย อาจจะมาเลือกอีกทีว่าจะทำออกมาเป็นภาพวาด เพลง คอนเทนต์ ปันไม่ชอบการที่คิดแล้วไม่ได้ทำ เราชอบการที่ได้ทำออกมาจริงๆ ไม่สนว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง มีคนมาชอบงานของเราก็ดี ขอบคุณค่ะ (หัวเราะ) อย่างน้อยเราก็ได้ทำแล้ว ปันเป็นคนไม่ซีเรียส เราทำไปโดยที่ไม่หวังอะไร อันนี้น่าจะเป็นจุดแข็งได้มั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>เห็นว่าตอนนี้เรียนสาขาภาพยนตร์ ทำไมไม่เรียนดนตรีล่ะ</b></span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ปันลังเลระหว่างเรียนดนตรีกับภาพยนตร์ แต่ที่ผ่านมาปันเล่นดนตรีแบบไม่มีทฤษฎีในหัว เลยกลัวว่าถ้าเข้าไปเรียนแล้วจะกลายเป็นไม่ชอบ ปันไม่อยากรู้สึกกลัวดนตรี เลยเลือกในสิ่งที่สนใจพอๆ กันคือภาพยนตร์ ก็กะว่าจะเข้าไปหาตัวเองตอนเรียนอีกที </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">ปรากฏว่าพอได้ทำหนังกับเพื่อน เพื่อนก็ให้ไปทำซาวนด์เพราะเพื่อนเห็นว่าเราเป็นนักดนตรี ทำไปทำมาก็รู้สึกชอบ เพราะมันมีความคล้ายกับเบสที่เราเล่น เป็นสิ่งที่เติมเต็มอยู่เบื้องหลัง ถ้าทุกอย่างดีแล้ว ภาพดี นักแสดงดี แต่เสียงไม่ดี หนังก็จะไม่ดีขนาดนั้น ก็เลยคิดว่ามันน่าจะเป็นทางของเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>แล้วในอนาคตอยากทำอะไร</b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1"><b> </b>อยู่ที่ว่า ณ ตอนนั้นจะได้ทำอะไร อย่างที่ปันได้มาเป็นศิลปินทำเพลงอยู่กับค่าย ปันก็ไม่ได้แพลนมาก่อน มันเป็นโอกาสที่เข้ามา พ่อกับแม่จะบอกให้ปันทำในสิ่งที่อยากทำก็พอ อนาคต อดีต ไม่ต้องคิด เอาแค่ปัจจุบันเท่านั้น ผลลัพธ์ค่อยว่ากัน ซึ่งปันก็คิดว่าดีนะที่โฟกัสแค่ตอนนี้ </span></p>
<p class="p3"><span class="s1">เอาจริงๆ ปันไม่ชอบมองไกลๆ คิดแค่ว่าสเต็ปต่อไปต้องทำอะไร คิดแค่ใกล้ๆ ทำสิ่งที่ต้องทำตอนนี้กับสิ่งที่ต้องทำเร็วๆ นี้ มันมีคำที่เขาบอกกันว่าคนเราอยู่กับอนาคตและอดีตมากที่สุด แต่ปันจะอยู่ ณ จุดนี้แล้วทำให้ดีที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="p1"><span class="s1"><b>สุดท้ายแล้ว ฝากอะไรถึงคนฟังหน่อย </b></span></p>
<p class="p1"><span class="s1">งาน Cat Festival ที่จะถึงนี้ ปันจะมีอีพีไปขายด้วย มีเพลงทั้งหมด 100,000 เพลง </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">ล้อเล่นค่ะ มี 5 เพลง ซิงเกิลต่อไปที่จะปล่อยก็คงเป็น 1 ใน 5 เพลงนั้น ทุกเพลงที่แต่งมันเป็นตัวปันมากๆ เป็นเหมือนคอนเซปชวลอาร์ต ไม่ได้ขายความเพราะ ดังนั้นทุกเพลงก็คงจะแนวๆ เดียวกับเพลง <i>สวัสดีค่ะ </i>ที่ทุกคนฟังกันไป ก็ขอบคุณที่เข้ามาฟัง ขอบคุณที่ชอบด้วย </span></p>
<p class="p1"><span class="s1">อะไรอีกดี ว่างๆ ก็ฟังกันอีกได้ค่ะ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-79777 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/11/PANPAN-YEEYEE-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/panpanyeeyee/">ทำปันนี้ให้ดีที่สุด : คุยเรื่องปัจจุบันของ PANPAN YEEYEE เจ้าของเพลง ‘สวัสดีค่ะ’</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ&#8221; Yokee Playboy กับ 23 ปีแห่งการบำเพ็ญตบะทางดนตรีอย่างไม่ลดละ</title>
		<link>https://adaymagazine.com/yokee-playboy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธีรภัทร์ เจนใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2019 08:59:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Life]]></category>
		<category><![CDATA[Q and a day]]></category>
		<category><![CDATA[Interview]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[โป้-Yokee Playboy]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71139</guid>

					<description><![CDATA[<p>ระหว่างเดินทางกลับจากการพูดคุยกับ โป้–ปิยะ ศาสตรวาหา หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม ‘โป้ Yokee Playboy’ ในวาระครบ 23 ปีของการหมั่นเพียรทำดนตรีในสไตล์เฉพาะตัว นับจากวันที่เปิดตัวอัลบั้มแรกเมื่อปี 2539 เราคิดอยากฟังเพลงฮิตของเขาในวันวาน จึงลองค้นหาดูในแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง แล้วก็เจอเพลงเก่าๆ สมัยฟังผ่านซีดีและวิทยุ ไล่เรียงมาจนถึงเพลงสดใหม่ใน WE อัลบั้ม EP ทั้งสามชุดที่ว่าไปเป็นผลงานในวันที่เขาเติบโตเป็นศิลปินขี้เล่นอารมณ์ดีอายุขึ้นเลขสี่ มีครอบครัว และลูกสาววัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แวดล้อมวงการดนตรีและการฟังเพลงไม่เหมือนเดิม ความรุ่งโรจน์ทางดนตรีของเขาก็ผ่านไปแล้วหลายสิบปี ต้องทำเพลงและจัดการทุกอย่างเองในฐานะศิลปินอิสระ ไร้สังกัด โดยที่ยอดขายเทปหรือซีดีไม่อาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงินใช้เลี้ยงชีพได้เพียงพอ ช่วงเวลาที่ศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันส่วนใหญ่เลือกก้าวลงจากเวที และแยกย้ายกันไปในเส้นทางอื่น–แต่เขายังอยู่ที่เดิม  มากไปกว่านั้น เขากลับมุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักด้วยความพยายามที่มากขึ้นกว่าเก่า ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการใช้เสียงดนตรีและเนื้อเพลงส่งเสริมให้สังคมดีขึ้นไม่มากก็น้อย ราวกับว่าเขาเป็นโยคีที่มองเห็นทางออกของชีวิตรออยู่ข้างหน้า จึงมุ่งบำเพ็ญตบะให้แก่กล้าโดยไม่สนแรงเสียดทานใดๆ  แม้ว่าสุ้มเสียงของเขาจะไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่เรื่องราวต่อไปนี้ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาค้นพบและเรียนรู้จากการบำเพ็ญตบะ ก็อาจทำให้คุณฟังเพลงรสชาติดีของ Yokee Playboy ด้วยความรู้สึกที่ต่างไป &#160; มีคนเคยพูดกันว่า เพลงที่ชอบหรือเพลงประจำชีวิต จะหยุดอยู่แค่ช่วงที่เราอายุยี่สิบ ไม่เพิ่มไปมากกว่านั้น ในฐานะคนทำดนตรีคุณเห็นด้วยไหม เราว่ามันเหมือนหนังสือ ถ้าเราเจอสิ่งดีๆ ก็แค่จับเข้าคลังของเรา อย่าเพิ่งไปตั้งแง่ว่ามันจะไม่เพราะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yokee-playboy/">&#8220;นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ&#8221; Yokee Playboy กับ 23 ปีแห่งการบำเพ็ญตบะทางดนตรีอย่างไม่ลดละ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ระหว่างเดินทางกลับจากการพูดคุยกับ <strong>โป้–ปิยะ ศาสตรวาหา</strong> หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม ‘โป้ Yokee Playboy’ ในวาระครบ 23 ปีของการหมั่นเพียรทำดนตรีในสไตล์เฉพาะตัว นับจากวันที่เปิดตัวอัลบั้มแรกเมื่อปี 2539 เราคิดอยากฟังเพลงฮิตของเขาในวันวาน จึงลองค้นหาดูในแอพพลิเคชั่นสตรีมมิ่ง แล้วก็เจอเพลงเก่าๆ สมัยฟังผ่านซีดีและวิทยุ ไล่เรียงมาจนถึงเพลงสดใหม่ใน </span><i><span style="font-weight: 400;">WE</span></i><span style="font-weight: 400;"> อัลบั้ม EP</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งสามชุดที่ว่าไปเป็นผลงานในวันที่เขาเติบโตเป็นศิลปินขี้เล่นอารมณ์ดีอายุขึ้นเลขสี่ มีครอบครัว และลูกสาววัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แวดล้อมวงการดนตรีและการฟังเพลงไม่เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรุ่งโรจน์ทางดนตรีของเขาก็ผ่านไปแล้วหลายสิบปี ต้องทำเพลงและจัดการทุกอย่างเองในฐานะศิลปินอิสระ ไร้สังกัด โดยที่ยอดขายเทปหรือซีดีไม่อาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงินใช้เลี้ยงชีพได้เพียงพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงเวลาที่ศิลปินรุ่นราวคราวเดียวกันส่วนใหญ่เลือกก้าวลงจากเวที และแยกย้ายกันไปในเส้นทางอื่น–แต่เขายังอยู่ที่เดิม </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71965 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-7.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-7.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-7-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มากไปกว่านั้น เขากลับมุ่งมั่นทำในสิ่งที่รักด้วยความพยายามที่มากขึ้นกว่าเก่า ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการใช้เสียงดนตรีและเนื้อเพลงส่งเสริมให้สังคมดีขึ้นไม่มากก็น้อย ราวกับว่าเขาเป็นโยคีที่มองเห็นทางออกของชีวิตรออยู่ข้างหน้า จึงมุ่งบำเพ็ญตบะให้แก่กล้าโดยไม่สนแรงเสียดทานใดๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าสุ้มเสียงของเขาจะไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่เรื่องราวต่อไปนี้ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เขาค้นพบและเรียนรู้จากการบำเพ็ญตบะ ก็อาจทำให้คุณฟังเพลงรสชาติดีของ Yokee Playboy ด้วยความรู้สึกที่ต่างไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>มีคนเคยพูดกันว่า เพลงที่ชอบหรือเพลงประจำชีวิต จะหยุดอยู่แค่ช่วงที่เราอายุยี่สิบ ไม่เพิ่มไปมากกว่านั้น ในฐานะคนทำดนตรีคุณเห็นด้วยไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่ามันเหมือนหนังสือ ถ้าเราเจอสิ่งดีๆ ก็แค่จับเข้าคลังของเรา อย่าเพิ่งไปตั้งแง่ว่ามันจะไม่เพราะ หรือเพราะมันไม่ใช่เพลงที่คุณคุ้นเคย เราเชื่อว่ายังมีเพลงรอประกอบเป็นซาวนด์แทร็กให้กับชีวิตคุณอีกหลายเพลงเลย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ก็เข้าใจได้นะว่าพอคนเราโตขึ้น มีภาระรับผิดชอบเยอะขึ้น อาจจะไม่ได้สนใจฟังเพลงเอาเป็นเอาตายเหมือนตอนวัยรุ่น มันไม่ผิดเลยที่เราจะรับเพลงเข้าคลังได้น้อยลงถ้าเทียบกับตอนวัยรุ่น แต่อย่าเพิ่งปฏิเสธแล้วกันถ้าจะมีเพลงใหม่ๆ ผ่านเข้ามา</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71966 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-11.jpg" alt="" width="482" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-11.jpg 482w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-11-214x300.jpg 214w" sizes="(max-width: 482px) 100vw, 482px" /></p>
<p><b>แสดงว่าคุณยังคงได้ฟังผลงานของศิลปินรุ่นใหม่ๆ อยู่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอน เราชอบหลายวงเลย สมเกียรติ, Whal &amp; Dolph, Safeplanet ผมก็ฟัง จริงๆ มีอีกเยอะเลย และอยากส่งข้อความไปถึงน้องๆ ทุกวงด้วยว่าเราเชียร์อยู่ นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ ช่วยทำให้วงการของพวกเรามีเกียรติ ทำงานอย่างเต็มความสามารถ ในแง่ตัวเงินคุณอาจทำได้ไม่มากในยุคนี้ และไม่มีหน่วยงานอะไรในประเทศนี้มารองรับดูแลคุณเลย แต่สิ่งที่อยากให้น้องที่ทำเพลงทุกคนรู้ไว้ก็คือ สิ่งที่คุณทำอยู่นั้นมันสร้างแรงบันดาลใจและความสุขให้คนอื่น อันนี้ได้บุญครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>เท่าที่ฟังผลงานของคุณยุคหลังๆ พบว่ามันยังเป็นเพลงที่เข้ากับยุคสมัยไม่ต่างจากที่คุณเคยทำได้เมื่อตอนวัยรุ่น อะไรคือสิ่งที่ทำให้คนอายุสี่สิบกว่ายังสามารถทำเพลงที่วัยรุ่นสนใจได้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต้องเล่าก่อนว่าเพลงเราในชุดใหม่ เราจะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกคืองานทดลอง อะไรที่ไม่เคยทำ แนวไหนแบบไหนที่เราอยากทำก่อนตายก็ทำเลย ซึ่งคนฟังบางคนอาจจะเหวอกับสิ่งที่ได้ยิน อาจไม่สะดุดหู แต่ไม่เป็นไร เราแค่อยากทดลอง กับอีกส่วนหนึ่งคืองานที่เราไม่ได้อยากทดลองอะไร แค่อยากถ่ายทอดความรู้สึกออกไปตรงๆ ซึ่งเราเข้าใจว่าหลายๆ คนรู้จักเราจากเพลงในสไตล์แบบนั้น เขาก็คงคาดหวังว่าจะได้ฟังเพลงลักษณะนี้จาก Yokee Playboy อีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนน้องๆ วัยรุ่นยุคใหม่ก็เช่นกัน คงเคยได้ยินเพลงแบบนั้นของเราบ้าง แต่เพลงใหม่ๆ ที่เราทำ เราพยายามใส่พลังงานดีเข้าไปด้วยนะ หวังว่ามันจะมีผลต่อสังคมบ้างไม่มากก็น้อย อย่างเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">รอจนกว่าฝนซา </span></i><span style="font-weight: 400;">ก็จะพูดว่าอย่าเพิ่งคุยกันตอนที่เรากำลังมีอารมณ์หรือทะเลาะกัน เพราะคุณจะไม่ใช้เหตุผลหรอก เพลงนี้เกิดจากเราเห็นข่าวบ่อยๆ ว่าคนเลิกกัน หรือแค่ไม่ถูกกันก็ฆ่ากันตายแล้ว ชีวิตทุกชีวิตมีค่า ทุกคนเกิดมามีสิทธิเลือกใช้ชีวิต แล้วเราก็อยากมีส่วนช่วยเหลือสังคม </span><span style="font-weight: 400;">ถ้ามีคนฟังเพลงของเราแล้วคิดตามเราไปด้วย เขาก็อาจจะคิดได้ว่า จริงๆ เราไม่เห็นจะต้องเอาอารมณ์มาประหัตประหารกันเลย </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71955 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ทำไมต้องทดลองทำเพลงที่ไม่เคยทำ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราอยากสัมผัสประสบการณ์ทุกๆ แบบ เราอาจไม่ใช่คนแนวดนตรีนั้นๆ หรอก แต่ก็อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง ขอทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว เข้าไปสำรวจ ซึมซับอะไรบางอย่าง แล้วค่อยกลับมาเป็นตัวเอง บางเพลงปล่อยไปแล้วก็หายไปเลย ซึ่งเรารับได้ เพราะเราอยากทำ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าไม่ได้หวังผลตอบรับที่ดี จะรู้ได้อย่างไรว่าเพลงทดลองที่ทำไปนี้ดีแล้ว</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือแค่ทำเสร็จเราก็มีความสุขแล้ว แต่เรื่องวัดผลความสำเร็จ เราขอบอกว่ายุคนี้เป็นยุคที่วัดความสำเร็จได้ยากมาก คุณไม่มียอดขายเทปซีดีเป็นตัวชี้วัดแล้ว ความนิยมบนคลื่นวิทยุก็วัดได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะทุกคนก็หันไปใช้ช่องทางอื่นๆ ในการฟังเพลง เดี๋ยวนี้คนก็จะวัดจากยอดวิวบนยูทูบ กับจำนวนครั้งที่ฟังบนแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจะใช้สิ่งนี้วัดความสำเร็จได้จริงๆ หรือเปล่า ก็คงได้ระดับหนึ่ง เราเองก็กำลังค้นคว้าอยู่เหมือนกันว่าอะไรพอจะเป็นบรรทัดฐาน หรือตัวชี้วัดความสำเร็จให้เราได้ ยังค้นหาอยู่&#8230;</span><span style="font-weight: 400;">อ้อ ถ้าเพลงนั้นมันพอจะส่งผลต่อชีวิตใครบ้าง เราถือว่าเพลงนั้นโอเคแล้ว เพราะไม่เพราะ ดังไม่ดังไม่เป็นไรเลย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> <img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71961 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7.jpg" alt="" width="675" height="474" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7-300x211.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-7-600x421.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></span></p>
<p><b>เท่าที่ฟังเหมือนคุณตั้งใจจะทำเพลงเพื่อสื่อสารมากกว่าทำให้คนชอบ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ครับ ถูกต้องครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คิดอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็ตอนโตหน่อยแล้ว เมื่อก่อนไม่ได้คิดอะไรพวกนี้หรอกครับ (หัวเราะ) </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าย้อนกลับไปตอนทำเพลงแรกๆ ตอนนั้นชีวิตเป็นยังไง คิดอะไรอยู่ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ได้คิดอะไร เพราะชีวิตของเรามันเหมือนถูกจับมาวางไว้ ตอนนั้นเรารู้จักกับคุณโต้ง–มณเฑียร แก้วกำเนิด มือกีตาร์ของ P.O.P เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ตอนนั้นก็เรียนโดยที่ไม่รู้หรอกนะว่าชอบหรือเปล่า แต่กิจกรรมหนึ่งที่เราพบว่าอยู่กับเราตลอดเวลาคือการเล่นดนตรี ตอนเรียนก็มีออกไปหาร้านเล่นดนตรีตอนกลางคืนบ้าง อยู่ดีๆ วันหนึ่งโต้งโทรมาหา ชวนผมไปเล่นให้กับอรอรีย์ แล้วงานแรกของผมคือการไปเล่นโชว์ต่อหน้าคนห้าพันคนที่สนาม ทบ. ผมไม่รู้ด้วยว่าจะต้องเจออะไรแบบนั้น ก็หลับตาลุยๆ กันไป แล้วก็มีโอกาสเข้ามาอยู่ในค่าย Bakery Music หลังจากนั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงที่ผมอายุสามสิบกว่า ผมเคยคิดจะเดินออกมาจากการทำดนตรี เพราะหมดสัญญากับ Bakery Music แล้วก็อยากลองหางานที่มั่นคงทำดูบ้าง จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง ที่ผ่านมาทำแต่ดนตรีมาตลอด มันหลอมรวมอยู่ในตัวเราจนเรากลัว เราไม่เคยออกไปจับงานอย่างอื่นเลย ก็เลยลองทำงานประจำดู</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ผลการทดลองเป็นยังไงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ค้นพบว่ามันไม่ใช่ตัวเรา เราก็เลยหันกลับมาหาดนตรีอีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เรากลับมาด้วยไฟที่แรงกว่าเก่า เหมือนรู้แล้วว่าจะอยู่กับดนตรีไปจนถึงวาระสุดท้าย รู้แล้วว่าชีวิตเราถูกจับวางมาแบบนั้น ก็เลยไปลงเรียนร้องเพลงเพิ่มเติม พยายามมากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71960 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6.jpg" alt="" width="675" height="458" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6-300x204.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-6-600x407.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คุณน่ะเหรอเรียนร้องเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ เรียนทักษะดนตรีอย่างอื่นด้วย เริ่มจากเมื่อ 3-4 ปีก่อน ทุกวันอาทิตย์จะพาลูกสาวไปเรียนเปียโน แล้วเขาจะให้ผู้ปกครองเข้าไปนั่งดูแลลูกด้วย แต่วันหนึ่งครูเดินมาพูดว่า ครูว่าคุณพ่อตั้งใจเรียนมากกว่าลูกเยอะเลย งั้นครูจะสอนให้คุณพ่อด้วย ซึ่งมันดีอย่างตรงที่มันเป็นคอร์สสำหรับเด็กอนุบาล มันจะไปช้าๆ ง่ายๆ เหมาะกับเรามากๆ เพราะเราไม่เคยรู้ทฤษฎีดนตรีมาก่อนเลย แต่ก่อนเราทำเพลงไปด้วยความชอบ อาศัยการทำซ้ำๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมาเราได้รับเชิญไปแข่งรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Mask Singer</span></i><span style="font-weight: 400;"> เขาอยากให้ร้องเพลงที่ไม่ใช่ตัวเรา ซึ่งพอดีว่าถัดจากบ้านเราไปสักหนึ่งกิโลเมตร คือบ้านของคุณสนุ๊ก–กรวีร์ สุนทรวิภาต ซึ่งเรียนจบการร้องโอเปร่าจากอิตาลี แล้วมาเปิดคอร์สสอนที่ไทย สอนเด็กๆ เรารู้จักเขาผ่านเพื่อนคือ คุณเดียร์ (นักรบ แนวณรงค์) วง Acappella 7 ก็เลยไปขอให้เขาสอนร้องโอเปร่าเพื่อจะไปออกรายการ ได้เรียนอยู่แค่สองสามหนก็ต้องใช้เลย จริงๆ ก็กังวลนะ เพราะไม่เคยร้องสูงขนาดนั้น สนุ๊กบอกเราว่า พี่ทำได้ พี่ต้องจินตนาการว่าเสียงมันโปรเจกต์ไปแบบนี้นะ ผมก็เอาแล้ว เหนือธรรมชาติแล้ว (หัวเราะ) แต่พอไปร้องจริงๆ มันทำได้ว่ะ เราเป็นคนขี้อวด เวลาที่คนเชื่อว่าเราทำได้ก็จะทำได้ วันนั้นก็คงเป็นเพราะเขาเชื่อในตัวเรา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พอได้เรียนรู้ศาสตร์เหล่านี้แล้วมีผลอย่างไรต่อการทำเพลงบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รู้จักเพลงของตัวเองมากขึ้น มองเห็นว่าเพลงแต่ก่อนของเราจะหม่นๆ เทาๆ ส่วนใหญ่เป็นโทน Minor ไม่สว่างโร่ พอเราเข้าใจก็เริ่มอยากลองเอาไปเดินตากแดดบ้าง ทำเพลงใช้คอร์ด Major บ้าง อีกอย่างที่ได้คือความมั่นใจ คือเราเป็นคนที่ชอบจับเครื่องดนตรีแล้วก็เล่นไปเรื่อย แต่ตอนนี้เราสามารถแต่งเพลงโดยรู้หลักการบ้างแล้ว ก็เลยลองแต่งเพลงกับเปียโนดู เพลงในอัลบั้ม </span><i><span style="font-weight: 400;">WE</span></i><span style="font-weight: 400;"> ทั้งหมดก็มาจากจุดนี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71957 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-3-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>ทั้งที่ช่วงอายุเท่านั้น สำหรับคนทั่วไปก็น่าจะเป็นช่วงที่ลงหลักปักฐาน ได้เลื่อนขั้นไปสู่ตำแหน่งสูงๆ แต่คุณกลับเริ่มนับหนึ่งใหม่กับการเป็นศิลปินอิสระ ไม่เคว้งคว้างเหรอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หดหู่มาก เริ่มกลับมามองสิ่งที่ตัวเองเคยภูมิใจ เริ่มสงสัยว่าถ้าเรายังทำดนตรีต่อไปชีวิตข้างหน้าจะเป็นยังไง เราจะเป็นตำแหน่งอะไรวะ มันไม่เหมือนงานอื่นๆ ที่มียศ มีตำแหน่ง เราทำงานนี้มาจะครึ่งชีวิตแล้ว เราได้อะไร ตอนนั้นมีแต่คำถามเต็มไปหมด คนอายุสามสิบกว่าแล้วยังทำดนตรีอยู่นับคนได้เลยนะ แล้วพออายุสี่สิบก็ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปอีก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สุดท้ายเราหนีดนตรีไม่พ้น ช่วงนั้นทำให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าอยากทำอะไร ชอบอะไร เห็นส่วนดีและไม่ดีของตัวเอง เริ่มพยายามนำส่วนที่ดีมาทำให้เกิดประโยชน์ คือไม่รู้หรอกว่าเข้าใจชีวิตถูกหรือยัง อาจจะผิดก็ได้ แต่เอาเป็นว่าตอนนี้มีความสุข ทุกวันนี้ก็เลยต้องกลับมาฟิตซ้อมแข่งกับน้องๆ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ต้องปรับตัวปรับวิธีคิดยังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปรับทุกอย่าง ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนไปหมด นี่ก็สู้เองมาสัก 2-3 ปีแล้ว หลังจากที่เรียนเพิ่มเติมเราก็สร้างห้องเก็บเสียงที่บ้าน เป็นห้องบันทึกเสียงด้วย เป็นสตูดิโอไว้ฝึกหูตัวเองด้วย จริงๆ เข้ายิมเพื่อลดน้ำหนักด้วยอีกอย่าง แต่อันนี้ไม่สำเร็จ ก็เลยใช้วิธีล้างสมองคนฟัง เวลาออกไปโชว์ก็จะพูดอยู่เสมอว่าผมเชื่อว่าตัวเองคือคนที่หุ่นดี (หัวเราะ) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเชื่อว่าความสำเร็จก็เหมือนลมหายใจ มันผ่านไปแล้ว บางคนที่ยังยึดติดก็จะทุกข์มาก แต่เราโชคดีที่พบว่าความสุขของเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่อยู่ที่การก้าวข้ามภูเขาแห่งความท้าทายไปเรื่อยๆ พอเราผ่านไปได้เราก็รู้ของเราเอง ส่วนเรื่องอื่นๆ เป็นแค่ส่วนประกอบ แล้วตอนนี้มันก็เป็นช่วงเวลาของน้องๆ ศิลปิน เราเชื่อว่าคนทุกยุคก็ย่อมอยากฟังเพลงจากเสียงของศิลปินยุคนั้น เราเข้าใจและยอมรับมันได้ เพราะตอนยุคเรามันก็เป็นอย่างนี้ ก็เลยคิดแค่อยากทำเพลงที่เราชอบ เพลงที่เพราะที่สุด ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังตามหาเพลงเพลงนั้นอยู่ เรามองว่าตัวเองคือเกษตรกร คือคนที่ไม่อยากรับสารพิษจากวัตถุดิบต่างๆ คุณก็เลยปลูกเอง ปรุงเองอย่างที่ชอบ แล้วก็กินเอง ที่เหลือก็ค่อยส่งแบ่งขาย อาจจะพอเรียกได้ว่าเป็นเกษตรกรดนตรี</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71959 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-5.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-5.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-S-5-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แล้วในแง่ของการจัดการงานเพลงหรืองานโชว์ล่ะ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภรรยาครับ คุณหนูเล็ก เราโชคดีที่ภรรยาเข้าใจในอาชีพของเรา ให้เกียรติในอาชีพของเรา ซึ่งน้อยคนมากที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เท่านี้ก็ถือว่าแบ่งเบาความหนักอึ้งจากผมไปได้เยอะแล้ว แต่เขาดันช่วยงานเราได้ด้วย ช่วยประสานงาน ช่วยติดต่อทุกอย่าง ความสำเร็จของผมเกิดจากเขา 60-70% ด้วยซ้ำ นอกจากดูแลตรงนี้ให้เราแล้วยังดูแลลูกอีกด้วย มันเป็นงานที่หนักมาก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>อุทิศชีวิตให้กับดนตรีมาโดยตลอด แล้วเรื่องครอบครัวเข้ามาในความคิดคุณเมื่อไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก็ช่วงที่หดหู่นั่นแหละ มันเริ่มมองหาว่าอะไรที่หายไป ลึกๆ แล้วเราเป็นคนที่เชื่อเรื่องครอบครัวมาก ก่อนหน้านั้นมีความสุขก็ขึ้นไม่สุด มีความทุกข์ก็ไม่มีแรงจูงใจจะผลักตัวเองขึ้นมาสักที จนเริ่มมีความคิดว่าตอนแก่ตัวไปเราจะเป็นยังไง ถ้าเราอยู่ตัวคนเดียวไปเรื่อยๆ เละแน่ เราไม่อยากเป็นแบบนั้นตอนแก่ แล้วก็เป็นที่มาของความคิดที่อยากจะมีลูกสาว คำแรกที่คิดคือลูกสาวเลย นึกถึงความเทคแคร์เอาใจใส่พ่อแม่ของลูกสาว คือเราอาจจะคิดผิดก็ได้นะ แต่สุดท้ายความคิดนี้มันก็เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ช่วงนั้นเวลาขึ้นคอนเสิร์ต เราจะชอบตะโกนว่า “ผมอยากได้ลูกสาวครับ!” คนดูก็จะงงๆ หน่อย ตะโกนไปเรื่อย จนได้ลูกสาวจริงๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขนาดตอนเจอคุณหนูเล็ก เรายังบ้าขนาดที่เดินไปบอกเขาว่าเรากำลังหาแม่พันธุ์อยู่ ถ้าคุณไม่ได้คิดไกลขนาดนั้นก็ไม่เป็นไรนะ จะได้ไม่เสียเวลากัน นี่มันคนบ้าชัดๆ (หัวเราะ) แต่ตอนนี้เขาก็เปลี่ยนไปเยอะแล้วครับ เขาคนนั้นเข้าใจผู้หญิงมากขึ้นแล้ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71964 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-9.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-9.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-9-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คุณเป็นคุณพ่อแบบไหน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันนี้รู้สึกได้ว่ามีความเป็นอาเจ้มากขึ้น ฮอร์โมนผู้หญิงน่าจะเพิ่มขึ้นเยอะ เพราะเราต้องเข้าหาลูกสาว เห็นเขาเล่นตุ๊กตา คุยกับตุ๊กตา เราก็ต้องทำตัวเป็นตุ๊กตา ดัดเสียงแล้วพากย์ เพื่อถามว่าเขาเป็นอะไร ทำไมหน้ามุ่ย ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมาก ไอ้คนป่าคนนั้นหายไปแล้ว เราเลี้ยงเขาโดยการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เพราะสิ่งที่เขากำลังเจอกับสิ่งที่เราเคยเจอมาตอนเด็กไม่เหมือนกัน แต่เราอยู่ยุคของเขานี่ เราเองนั่นแหละที่ต้องเรียนรู้ไปกับเขา แล้วทุกคนในบ้านต้องอารมณ์ดี ผมเชื่อว่าอารมณ์ดีแล้วอะไรดีๆ ก็จะตามมา ซึ่งก็เป็นอย่างนั้น และบ้านนี้พ่อแม่ขอโทษลูกได้ครับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คนยุคนี้เวลาจะมีลูกค่อนข้างเครียดกับการวางแผนต่างๆ คุณเป็นอย่างนั้นไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อยากมีก็มีเลย รู้สึกว่าต้องมี เราแค่รู้สึกว่าเราคิดดี คือตอนที่อยู่กันสองคนเราก็ยังมองความสุขผ่านชีวิตตัวเองอยู่ ยังเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่พอมีลูก ตัวตนของเราจะเบา ทุกอย่างอยู่ที่ลูก แล้วความสุขจะเกิดง่ายขึ้น ก่อนหน้านั้นเคยทะเลาะกันเรื่องหยุมหยิม พอมีลูกปั๊บหายเรียบ ต่างคนต่างทุ่มให้ลูก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การมีลูกให้อะไรกับชีวิตคุณบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีความสุข เราบอกลูกทุกวันว่าตั้งแต่ลูกเกิดมาพ่อมีความสุขทุกวัน ภรรยาเราก็งงนะ เพราะปัญหาการงานมันก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่ว่ามีลูกแล้วปัญหามันหายไปนะ แต่เพราะเรามีศูนย์รวมความดีงาม ความหวัง ความสุขอยู่ตรงนี้แล้ว ที่เหลือก็เลยเละๆ แบบนี้ครับ (หัวเราะ) </span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb2dc0" data-id="TQqudmxecgU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-TQqudmxecgU-6a28e56bb2dc0" data-vid="TQqudmxecgU" data-src="https://www.youtube.com/embed/TQqudmxecgU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/TQqudmxecgU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>มองภาพชีวิตในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเป็นเรื่องงานดนตรี แพลนต่อไปของเราก็คือทำครบ 3 EP แล้วเดี๋ยวจะเอามารวมกัน บวกเพลงใหม่เพิ่มเข้าไป ทำเป็นซีดีอัลบั้มเต็ม ทีนี้เรามองว่าคนไม่ซื้อซีดีกันแล้ว ถ้าซื้อก็เป็นในเชิงสะสมมากกว่า เพราะฉะนั้นเราก็ต้องจัดกิจกรรมที่จะรวบรวมคนที่ชอบเพลงเราเข้าไว้ด้วยกันแล้วขายทีเดียว ซึ่งก็คงจะเป็นงานคอนเสิร์ตใหญ่ของ Yokee Playboy ที่เราเคยสัญญากับแฟนเพลงไว้นานมากแล้ว พยายามจะจัดหลายทีแล้วแต่ก็มีอุปสรรคมาโดยตลอด ก็อยากบอกแฟนเพลงไว้ตรงนี้ด้วยว่า ที่เคยสัญญาไว้ เราพยายามทำมาโดยตลอด และคิดว่าใกล้เป็นจริงในเร็ววันนี้แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเรื่องชีวิตก็มองหาความมั่นคง ตอนนี้เรามีความสุขอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงให้ความสุขนี้มันอยู่ต่อไปได้นานๆ เราก็ต้องหารายได้เพิ่มขึ้น ทุกวันนี้นอกจากทำเพลงแล้วก็มี ‘ปรุง’ ร้านอาหารที่เรานั่งกันอยู่ตอนนี้ เปิดมาสักห้าปีได้แล้ว ก็ทำแบบสบายๆ เหมือนห้องรับแขก แต่เป็นห้องรับแขกที่สร้างเงินได้ด้วย ในยุคที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้ก็ต้องคิดแบบนี้แหละจะได้สบายใจ แล้วก็มีอีกธุรกิจหนึ่งคือรีสอร์ตที่จันทบุรี </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-71963 aligncenter" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17.jpg" alt="" width="675" height="423" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17-300x188.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/พี่โป้-A-17-600x376.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>แปลว่าศิลปินอาจไม่เหมาะกับการเป็นอาชีพที่ทำระยะยาวแล้วหรือเปล่า</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราว่าต่อให้เป็นพี่ตูน Bodyslam ก็ต้องมีการวางแผนจัดการเงินที่ดี ใครที่เคยมองว่าศิลปินใช้เงินฟู่ฟ่า ไม่มีจริงหรอกครับ คุณไม่มีหน่วยงานอะไรมารองรับตอนเกษียณ เอาเข้าจริงก็ไม่รู้ว่าอาชีพนี้เกษียณตอนไหนด้วยซ้ำ คุณต้องจัดการตัวเองและเก็บเงินให้พอใช้ในวันที่ทำงานตรงนี้ไม่ไหวแล้ว ยิ่งถ้าคุณอยากมีลูก คุณก็ต้องคิดแบบนี้แหละ อันนี้ผมฝากบอกไปถึงไอ้บ้าคนนั้นด้วยนะ (หัวเราะ)</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คุณมีอะไรอยากจะแนะนำศิลปินรุ่นใหม่ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแต่งเพลง นักดนตรี หรือนักดนตรีเล่นตามร้านตอนกลางคืน จงรักและภูมิใจ อย่าทำลายมัน นักดนตรีส่วนใหญ่จะละเอียดอ่อนกับการปฏิสัมพันธ์กับคน ฉะนั้นต้องเป็นคนดีด้วย ส่วนศิลปินยุคผมมันไร้ค่าแล้ว คุณค่าและความหวังมันอยู่ที่คนรุ่นใหม่แล้ว </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ถ้าบอกว่าไร้ค่าแล้วทำไมถึงยังทำเพลง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันรักที่จะทำ เอาจริงเราก็ตอบไม่ได้ มันหลอมรวมกับชีวิตไปแล้ว ต่อให้เราไปเป็นนายกฯ เราก็คงใช้เวลาวันๆ ไปกับการแต่งเพลง โดนคนด่าว่าเอาแต่ทำอะไรวะ แต่เราก็จะน้อมรับ แล้วสุดท้ายก็คงลาออกและกลับมาทำเพลงอยู่ดี </span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb2deb" data-id="Dn7kBS-EsKw" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Dn7kBS-EsKw-6a28e56bb2deb" data-vid="Dn7kBS-EsKw" data-src="https://www.youtube.com/embed/Dn7kBS-EsKw?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Dn7kBS-EsKw/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/yokee-playboy/">&#8220;นี่เป็นยุคของพวกน้องแล้วนะ&#8221; Yokee Playboy กับ 23 ปีแห่งการบำเพ็ญตบะทางดนตรีอย่างไม่ลดละ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จากอดีตเด็กขี้อายสู่เวทีนางงาม Valentina Ploy ศิลปินสาวที่น่ากรี๊ดที่สุด ณ จุดจุดนี้</title>
		<link>https://adaymagazine.com/valentina-ploy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[ธีรภัทร์ เจนใจ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Sep 2019 10:10:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[The Outsider]]></category>
		<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Culture & Entertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Jam Fest]]></category>
		<category><![CDATA[Valentina Ploy]]></category>
		<category><![CDATA[แจ่มเฟส]]></category>
		<category><![CDATA[What The Duck]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://adaymagazine.com/?p=71137</guid>

					<description><![CDATA[<p>“จุดร่วมของสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ก็คือการแชร์สิ่งดีๆ ให้คนอื่น&#8230;แค่นั้นเลย” เจ้าของประโยคข้างต้นและรอยยิ้มที่สดใสหลังจากพูดจบ คือ พลอย–วาเลนติน่า จาร์ดุลโล ศิลปินสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่เก็บซ่อนเสียงสำเนียงการร้องป๊อป-โฟล์กที่เธอมีตั้งแต่เด็กเป็นความลับ แล้วเปิดเผยครั้งแรกกับครอบครัวผ่านรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง The X Factor ที่บ้านเกิด ก่อนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาปักหลักที่ไทย หลังจากเข้าร่วมประกวดร้องเพลงอีกครั้งในรายการ The Voice Thailand Season 6 ซึ่งเสียงของเธอก็เรียกร้องให้เก้าอี้ของโค้ชโจอี้บอยหันกลับมารับเธอเข้าทีม แม้ว่าทั้งสองเวทีเธอจะไม่ได้ขับร้องหรือแชร์สิ่งดีๆ อย่างที่เธอตั้งใจจนถึงรอบสุดท้าย แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งให้เธอล้มเลิกการก้าวขึ้นเวที ทว่าเวทีถัดมานั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เวทีที่ว่าคือ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และในขณะเดียวกัน เวทีนั้นก็พาให้เธอได้กลับมาแชร์เสียงร้องได้เต็มที่และเต็มตัวในฐานะศิลปินของค่าย What The Duck ผ่านสองซิงเกิลสดใหม่ชื่อ See you in life และ Wire  ซึ่งหลังจากที่ปล่อย Wire เพียงหนึ่งสัปดาห์ มิวสิกสตรีมมิ่งเจ้าดังอย่าง Spotify เลือกหยิบเพลงเพราะๆ ของเธอเข้าไปอยู่ในเพลย์ลิสต์เพลงฮิตทั่วโลกอย่าง &#8216;It’s a Hit!&#8217; ร่วมกับบทเพลงอื่นๆ จากศิลปินระดับโลก เช่น Taylor Swift, Ed Sheeran, Ariana Grande, Shawn Mendes และ The Chainsmokers เราเชื่อว่าเจ้าตัวคงดีใจไม่ใช่เล่น แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ทำให้เราแปลกใจเท่ากับที่เธอบอกเราว่า เธอเป็นคนขี้อายมาก มากในระดับที่เคยไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟังด้วยซ้ำ และนั่นยิ่งทำให้เราสนใจและอยากชวนทุกคนทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นอีกหน่อย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/valentina-ploy/">จากอดีตเด็กขี้อายสู่เวทีนางงาม Valentina Ploy ศิลปินสาวที่น่ากรี๊ดที่สุด ณ จุดจุดนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">“จุดร่วมของสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ก็คือการแชร์สิ่งดีๆ ให้คนอื่น&#8230;แค่นั้นเลย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71688" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-25.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-25.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-25-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เจ้าของประโยคข้างต้นและรอยยิ้มที่สดใสหลังจากพูดจบ คือ </span><strong>พลอย–วาเลนติน่า</strong><span style="font-weight: 400;"><strong> จาร์ดุลโล</strong> ศิลปินสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่เก็บซ่อนเสียงสำเนียงการร้องป๊อป-โฟล์กที่เธอมีตั้งแต่เด็กเป็นความลับ แล้วเปิดเผยครั้งแรกกับครอบครัวผ่านรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง The </span><i><span style="font-weight: 400;">X Factor</span></i><span style="font-weight: 400;"> ที่บ้านเกิด ก่อนเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาปักหลักที่ไทย หลังจากเข้าร่วมประกวดร้องเพลงอีกครั้งในรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Voice Thailand Season 6</span></i><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเสียงของเธอก็เรียกร้องให้เก้าอี้ของโค้ชโจอี้บอยหันกลับมารับเธอเข้าทีม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่าทั้งสองเวทีเธอจะไม่ได้ขับร้องหรือแชร์สิ่งดีๆ อย่างที่เธอตั้งใจจนถึงรอบสุดท้าย แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งให้เธอล้มเลิกการก้าวขึ้นเวที ทว่าเวทีถัดมานั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เวทีที่ว่าคือ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 และในขณะเดียวกัน เวทีนั้นก็พาให้เธอได้กลับมาแชร์เสียงร้องได้เต็มที่และเต็มตัวในฐานะศิลปินของค่าย What The Duck ผ่านสองซิงเกิลสดใหม่ชื่อ </span><i><span style="font-weight: 400;">See you in life</span></i><span style="font-weight: 400;"> และ </span><i><span style="font-weight: 400;">Wire </span></i></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb4758" data-id="_07x9k9mdpY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-_07x9k9mdpY-6a28e56bb4758" data-vid="_07x9k9mdpY" data-src="https://www.youtube.com/embed/_07x9k9mdpY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/_07x9k9mdpY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>ซึ่งหลังจากที่ปล่อย <i>Wire </i><span lang="TH">เพียงหนึ่งสัปดาห์ มิวสิกสตรีมมิ่งเจ้าดังอย่าง Spotify เลือกหยิบเพลงเพราะๆ ของเธอเข้าไปอยู่ในเพลย์ลิสต์</span><span lang="TH">เพลงฮิตทั่วโลกอย่าง &#8216;</span>It’s a Hit!&#8217;<span lang="TH"> </span><span lang="TH">ร่วมกับบทเพลงอื่นๆ จากศิลปินระดับโลก เช่น </span>Taylor Swift, Ed Sheeran, Ariana Grande, Shawn Mendes <span lang="TH">และ </span>The Chainsmokers เราเชื่อว่าเจ้าตัวคงดีใจไม่ใช่เล่น</p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เรื่องราวเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ทำให้เราแปลกใจเท่ากับที่เธอบอกเราว่า เธอเป็นคนขี้อายมาก มากในระดับที่เคยไม่กล้าร้องเพลงให้ใครฟังด้วยซ้ำ และนั่นยิ่งทำให้เราสนใจและอยากชวนทุกคนทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นอีกหน่อย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71685" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32.jpg" alt="" width="675" height="450" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32-300x200.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-32-600x400.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>คงไม่มีใครเชื่อว่าคุณขี้อาย ถ้ารู้ว่าก่อนหน้านี้คุณทำอะไรมาบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ใช่ๆ เราเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะมีวันนี้ แต่เป็นเรื่องจริงที่เราขี้อาย เป็นมาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะตอนนั้นเราโดนแกล้งบ่อย โดนล้อด้วย พอเครียด เราก็เลือกที่จะนั่งฟังเพลงกับเขียนบันทึกความรู้สึกเก็บไว้ สองสิ่งนี้ช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาก พอชอบเขียนก็เลยเริ่มแต่งเพลงตั้งแต่เด็กเลย</span></p>
<p><b>ที่ว่าแต่งเพลงตั้งแต่เด็กคืออายุเท่าไหร่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น่าจะตั้งแต่จำความได้เลย แต่ตอนเด็กเล่นไวโอลิน ยังไม่ได้เล่นกีตาร์เหมือนทุกวันนี้ ตอนนั้นก็เลยเป็นแค่เนื้อเพลง จนโตขึ้นก็รู้สึกว่าต้องเล่นกีตาร์แล้วจะได้แต่งเพลงง่ายขึ้น ทุกคนที่บ้านชอบดนตรี คือทั้งบ้านไม่มีใครร้องเสียงเพี้ยนเลย พ่อกับแม่อาจไม่ได้ร้องเก่งกาจ แต่เสียงไม่เพี้ยน</span></p>
<p><b>จำได้ไหมว่าเพลงที่แต่งตอนนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพลงแรกเลยพูดถึงเรื่องหมา (หัวเราะ) เป็นหมาของเพื่อนสนิท ชื่อว่าลัคกี้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71695" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-1.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-1.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-1-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แต่ถ้าคุณขี้อาย แล้วคนที่บ้านไม่ตกใจหรือตอนที่รู้ว่าคุณไปประกวด The </b><b><i>X Factor</i></b><b>?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เอาจริงๆ คือพ่อกับแม่ไม่รู้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราร้องเพลงเป็น เราดูรายการนี้แล้วชอบ คิดว่าอยากไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้าง แต่ก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าอยู่ดีๆ วันหนึ่งก็ตื่นขึ้นมาแล้วบอกกับตัวเองว่า ฉันจะไป The </span><i><span style="font-weight: 400;">X Factor</span></i><span style="font-weight: 400;"> เราเดินทางไปสมัครและออดิชั่นเอง ไม่บอกใครเลย จนกระทั่งทั้งคู่เห็นเราในรายการ เขาก็ช็อก แต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร พ่อกับแม่ให้อิสระมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว แต่ขอให้เรื่องเรียนมาก่อน เราต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่สักพักเขาถึงเชื่อว่าเราจะร้องเพลงจริงจังได้</span></p>
<p><b>แล้วคุณก็เดินทางมาประกวดที่ไทยอีกสองเวที เป็นความตั้งใจหรือว่าบังเอิญ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปกติที่บ้านจะมาเที่ยวไทยทุกปี พอดีว่าปีนั้นมาเที่ยวแล้วเห็นรายการ </span><i><span style="font-weight: 400;">The Voice Thailand</span></i><span style="font-weight: 400;"> กำลังเปิดรับสมัคร ก็ลองดู เราเข้าไปถึงรอบแบตเทิลแล้วก็ตกรอบ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากรายการคือเรารู้แล้วว่าเราไม่อยากเป็นคนขี้อายอีกแล้ว ถ้าย้อนกลับไปดูคลิปรอบออดิชั่นจะเห็นเลยว่าเรามือสั่นตัวสั่นหนักมาก (หัวเราะ) เราก็เลยไปเข้าเรียนคลาสการแสดง ซึ่งก็ช่วยได้เยอะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71690" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-14.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-14.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-14-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ต่อให้หายเขินแล้วก็ตาม แต่เวทีมิสยูนิเวิร์สฯ มันดูแตกต่างจากเวทีประกวดร้องเพลงมากๆ ทำไมถึงตัดสินใจไปเวทีนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการร้องเพลงแล้ว เราเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือคน เราทำงานอาสาสมัครมาตั้งแต่เด็ก เคยไปเป็นอาสาสมัครที่เนปาลด้วย บวกกับตอนมาอยู่เมืองไทยก็มีหลายคนชอบพูดกับเราว่า ทำไมไม่ลองไปประกวดดูล่ะ ซึ่งเราก็คิดว่ามันน่าสนใจ แม้ว่าแม่พยายามอธิบายว่าการประกวดนางงามที่เมืองไทยมันไม่ใช่อย่างที่เราคิด มันต้องมีสปอนเซอร์ มีโค้ช มีผู้จัดการ แต่เราก็หัวรั้น ทำไมต้องมีล่ะ เรามีความเชื่อว่าเราจะไปเวทีนั้นเพื่อแชร์สิ่งดีๆ ทัศนคติดีๆ คล้ายกับการร้องเพลง เราตั้งใจจะมอบสิ่งดีๆ ให้คนอื่น That’s why i’m singing ไม่อย่างนั้นเราก็คงร้องเพลงแล้วฟังคนเดียว เราไปประกวดโดยไม่ได้หวังว่าจะชนะเลย ยกเว้นตอนที่เข้ารอบลึกๆ เหลือ 5 คนสุดท้ายก็มีตื่นเต้นนิดนึง (หัวเราะ)</span></p>
<p><b>แปลว่าไปถึงรอบตอบคำถามเลย ยังจำคำถามได้ไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำได้ เราโดนถามว่า มีวิธีสร้างกำลังใจให้ตัวเองยังไงเวลาขาดกำลังใจ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71693" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-4.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-4.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>แล้วตอบไปว่ายังไง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ตั้งใจจะตอบคือ มันก็คงเป็นวิธีเดียวกับที่เราพูดให้กำลังใจคนอื่นหรือคนที่เรารัก คำพูดมันมีพลังมากๆ เราก็ใช้คำพูดแบบนั้นแหละพูดกับตัวเอง แต่ความเป็นจริงบนเวทีคือสติแตกไปแล้ว ร้องไห้นำไปก่อนเลย พูดไม่ค่อยออก ถ้ามีสติอีกหน่อยก็คงพูดถึงเรื่องดนตรีด้วย เพราะทุกครั้งที่ใส่หูฟังแล้วเปิดเพลงที่ชอบ โลกของเราจะสวยขึ้นมาทันที </span></p>
<p><b>เวทีมิสยูนิเวิร์สฯ เปลี่ยนชีวิตไปอย่างไรบ้าง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มันเป็นวงการที่เราไม่รู้อะไรเลย บรรยากาศก็ไม่เหมือนกับที่เคยเจอในการประกวดร้องเพลง ต้องคุมลุค เสื้อผ้าหน้าผมต้องเป๊ะ ตอนนั้นเราก็เลือกที่จะเป็นตัวเองนะ หัวยุ่งก็หัวยุ่งไป ดราม่ากับตัวเองนิดนึง เพราะมันก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับเรา แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักพี่ๆ อีกหลายคน แล้วก็ทำให้ได้รู้จักกับ พี่ออน–ชิชญาสุ์ กรรณสูต ซึ่งเป็นผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ และเป็นหนึ่งในผู้บริหารค่าย What The Duck พี่เขารู้แล้วว่าเราชอบร้องเพลง ก็เลยชวนว่าทำไมไม่ลองส่งเดโมมาล่ะ </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71687" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24.jpg" alt="" width="675" height="445" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24.jpg 675w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24-300x198.jpg 300w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-24-600x396.jpg 600w" sizes="(max-width: 675px) 100vw, 675px" /></p>
<p><b>กว่าจะมาเป็นเพลง </b><b><i>See you in life</i></b><b> ซิงเกิลแรกของคุณ เส้นทางเป็นอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรามีเพลงที่แต่งเองและอัดเก็บไว้เยอะมาก เราคิดว่าเราควรจะเอาชนะใจพวกพี่ๆ เขาหน่อย เพราะเราก็เข้าใจว่าเรามาจากเวทีนางงาม เขาอาจจะยังไม่เชื่อในความสามารถเราก็ได้ ก็เลยส่งไปทั้งหมดที่มี จนได้ไปประชุมกับพี่ออน ซึ่งพี่เขาก็เชียร์เราเต็มที่มาก พี่มอย–สามขวัญ ตันสมพงษ์ และพี่บอล–ต่อพงศ์ จันทบุบผา (Scrubb) พี่บอลเป็นคนที่ซื้อใจยากที่สุด เหมือนวันนั้นเขายังไม่ค่อยซื้อเท่าไหร่ แบบ อืมๆ ก็ดีนะ ก่อนกลับเขาให้การบ้านให้เราไปแต่งเพลงมาส่งเพิ่ม เราก็ส่งเพลงไปเรื่อยๆ ให้เขาเห็นความพยายาม จนเรากลับไปอิตาลี แล้วก็แต่งเพลง </span><i><span style="font-weight: 400;">See you in life</span></i><span style="font-weight: 400;"> ส่งกลับมา ปรากฏว่าพี่ๆ ชอบมาก พี่บอลบอกว่าชอบทำนอง ติดหูมาก แล้วพวกเขาก็ตัดสินใจให้ทำเพลงนี้เลย กลายเป็นซิงเกิลแรกของเรา</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb478c" data-id="wPAf3scMI5A" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-wPAf3scMI5A-6a28e56bb478c" data-vid="wPAf3scMI5A" data-src="https://www.youtube.com/embed/wPAf3scMI5A?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/wPAf3scMI5A/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p><b>ไปเจออะไรที่อิตาลีถึงทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ออกไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วเผอิญว่าเราไปเจอคนคนหนึ่ง (หัวเราะเขินๆ) มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก เราเลิกกันไปตั้งนานแล้ว ใช้ชีวิตคนละฟากของโลก แต่พอกลับมาเจอกันก็ยังรู้สึกว่ารักกัน เป็นความรักแบบเพื่อน เพลงนี้ก็เลยพูดถึงความรู้สึกในวันนั้น การเจอกันทำให้เราลืมความรู้สึกไม่ดีในอดีต ลืมภาพที่เคยทะเลาะกัน เป็นเพลงที่ใช้เวลาแต่งแป๊บเดียว ร้องไห้ตอนแต่งด้วย (หัวเราะ) แต่ที่เพลงมันดูไม่ได้เศร้ามาก เพราะจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดี</span></p>
<p><b>เป็นยังไงบ้างกับการได้สองพี่น้อง ปกป้อง-ต้องตา จิตดี (Plastic Plastic) มาช่วยทำดนตรี</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สนุกมาก ดีมาก เพราะมันยากมากที่จะมีใครสักคนเก็ตเสียงหรือดนตรีที่เราคิดในหัว ตอนเราอัดเพลงเก็บไว้ มันก็ยังมีแค่เสียงร้องกับกีตาร์ ซึ่งจากตรงนั้นมันสามารถพัฒนาเป็นเพลงได้หลายแบบมาก แต่พี่ปกป้องเข้าใจว่าเราอยากได้ดนตรีแบบไหน ทั้งที่เราก็อธิบายมั่วมาก เราไม่รู้ศัพท์เทคนิคอะไรเลย ได้แค่พยายามหา reference ให้เขาฟัง หรือบางรายละเอียดก็เป็นแค่คำบอกจากเรา ไม่รู้จะหาตัวอย่างจากไหนมาอธิบาย แต่พี่เขาก็ยังทำให้เราได้ เขาอัจฉริยะมาก พอเพลงเสร็จ เราแทบร้องไห้ เหมือนเห็นลูกตัวเองประสบความสำเร็จเลย ตื่นเต้นมาก อย่างท่อนหนึ่งที่ร้องว่า “Oh with your jade eyes” เพราะว่าตาของเขาคนนั้นสีเขียวมรกต แล้วพี่ปกป้องก็ใส่เสียง </span><i><span style="font-weight: 400;">กิ๊ง</span></i><span style="font-weight: 400;"> ตรงท่อนนั้น มันเลยเหมือนตาปิ๊งๆ เป็นอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่เราชอบมาก</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71684" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-35.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-35.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-35-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>ผลตอบรับเป็นอย่างไร</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราดีใจมาก แปลกใจเหมือนกันว่าเพลงของเราใน Spotify มีคนฟังเกือบ 4 ล้านครั้งแล้ว ไม่คิดเลยว่าเพลงของเราจะถูกฟังเกินล้านครั้ง ไม่เคยคิดว่าใน Spotify ที่เราใช้ทุกวัน วันหนึ่งจะมีเพลงของเรา อาจจะเป็นเพราะเราได้คนฟังและแฟนคลับต่างชาติจากตอนประกวดนางงามด้วย</span></p>
<p><b>เคยกังวลไหมว่าทำเพลงสากลในประเทศไทยแล้วคนฟังจะน้อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นิดหน่อย เข้าใจได้ว่าถ้าคนฟังเข้าใจเนื้อเพลงมันก็จะอินกว่าอยู่แล้ว แต่ในทางกลับกัน เราก็คิดว่าดนตรีมันก็ดีตรงที่ว่าเราไม่ต้องเข้าใจความหมายเลยก็ได้ เราเคยฟังเพลงจากสวีเดน จากเดนมาร์ก ฟังไม่ออกเลย แต่มันโดนใจเรา ดนตรีมันสื่อสารกับเราได้แบบนั้น ก็เลยคิดว่า โอเค ช่างมัน อะไรจะเกิดก็เกิด เพราะเราแค่อยากแชร์ อยากช่วยคน และเราก็คิดว่าดนตรีช่วยคนได้ อยากให้เพลงของเราช่วยคนอื่นได้ ให้คนที่ฟังรู้ว่าเราก็รู้สึกแบบเขา ตอนไปประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ ก็คิดแบบนี้ เราพยายามพูดอะไรก็ตามที่จะทำให้คนฟังรู้สึกดี</span></p>
<p><b>แล้วเพลงไทยล่ะ คิดว่าจะลองทำดูบ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จริงๆ แต่งไว้แล้ว เดี๋ยวได้จังหวะก็คงจะปล่อยตามมา คือตั้งแต่จบรายการ The Voice พี่โจอี้บอยก็บอกเราว่าทำไมไม่ลองแต่งเพลงไทยด้วย เราก็สนใจ คิดว่าจะลองดูบ้าง ตอนนั้นอยู่ที่โคราชบ้านยาย คิดเพลงออกในห้องน้ำ ก็เลยออกมาหยิบกีตาร์ใกล้พังตัวหนึ่ง ลองๆ แล้วก็ได้มาหนึ่งเพลง แต่ก็ยากนิดหนึ่ง เพราะภาษาไทยเราจะออกเสียงตามใจก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษเรายังออกเสียงได้อิสระ แต่ภาษาไทยเปลี่ยนเสียงก็ผิดความหมายเลย</span></p>
<p><b>เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรจะถามตั้งแต่แรก ทำไมคุณถึงพูดไทยได้ชัดและคล่องขนาดนี้</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะแม่ แม่ทำงานอาสาสมัครที่ Thai Women Network in Europe แม่จะช่วยเหลือเรื่องต่างๆ แก่ผู้หญิงไทยที่ยุโรป แล้วแม่ก็เป็นตัวตั้งตัวตีรณรงค์ให้เด็กลูกครึ่งไทยพูดภาษาไทยได้ แม่เน้นมากๆ ตอนเด็กๆ ถ้าเราไม่ตอบภาษาไทย แม่จะไม่คุยด้วย แม่เคยพูดว่าสมบัติเดียวที่แม่จะให้ได้และมีประโยชน์มากที่สุดก็คือภาษา ซึ่งจริงมากๆ เพราะถ้าพูดภาษาไทยไม่ได้ก็คงไม่มีวันนี้ มันเป็นประตูที่เปิดโอกาสหลายๆ อย่างให้เรา เราเลยชอบเรียนภาษา ชอบการเดินทาง ชอบสงสัยว่าคนที่อื่นเขาอยู่กันยังไง อยากรู้อยากเห็น ตอนนี้เลยพูดได้ 5 ภาษา อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ สเปน และไทย พอพูดภาษาเขาได้ เราก็เข้าใจเขามากขึ้น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71689" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-18.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-18.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-18-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><b>คุณถือว่าเป็นวัยรุ่นที่ผ่านเวที ผ่านการประกวดมาเยอะ มีอะไรอยากแชร์ให้คนรุ่นๆ เดียวกันที่ตอนนี้ต่างก็พยายามประกวดหรือพิสูจน์ตัวเองอยู่บ้างไหม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรื่องชนะหรือไม่ชนะสำหรับเราไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความดังก็ไม่ใช่เรื่องที่เราใส่ใจ เพราะเราเชื่อว่าการจัดการชีวิต ทำชีวิตเราให้สงบสุขที่สุดนั้นยากและสำคัญที่สุด คนที่รวยที่สุด ดังที่สุด ถ้าจัดการชีวิตและจิตใจไม่ได้ก็เท่านั้น อีกอย่างที่สำคัญคือ การทำอย่างต่อเนื่อง ทำไปเถอะ มันไม่เสียเปล่าหรอก ขนาดเด็กขี้อายอย่างเรายังออกไปทำอะไรได้ตั้งเยอะแยะ แค่อย่าลืมว่าจุดเริ่มต้นของเราคืออะไร จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทำสิ่งนี้คืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โซเชียลมีเดียอาจทำให้เราเปรียบเทียบกับชีวิตคนอื่นตลอดเวลา คนนั้นได้ไปที่นั่นสวยจังเลย คนนี้น่ารักจังเลย แต่ทุกคนลืมไปว่าตัวเองก็มีด้านที่สวยงาม เข้าใจว่ามันยากที่จะไม่เปรียบเทียบกับใครเลย สำหรับเราเองก็ยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่เหมือนกัน แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นคัลเจอร์ของยุคนี้ไปแล้ว แต่มันก็ถือเป็นงานที่เราทุกคนต้องพยายามทำและผ่านไปให้ได้</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-71691" src="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-8.jpg" alt="" width="450" height="675" srcset="https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-8.jpg 450w, https://adaymagazine.com/wp-content/uploads/2019/09/Valentina-Ploy-A-8-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 450px) 100vw, 450px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างตอนเราประกวดมิสยูนิเวิร์สก็โดนคอมเมนต์เยอะมาก หน้าย่น คอใหญ่ พาน้องเขาไปฉีดโบทอกซ์หน่อยสิ ซึ่งเราไม่ชินกับการวัดค่าอะไรแบบนี้เลย และเราก็ไม่เคยคิดว่าจะศัลยกรรมหรือเปลี่ยนแปลงร่างกายด้วย เราเกิดมาครบ 32 เราก็พอใจกับสิ่งนี้ ถึงต่อให้เราขี้เหร่ยังไง แต่พวกคุณเป็นใครถึงจะมาบอกว่าใครสวยไม่สวย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ใช่ว่าเรามั่นใจว่าตัวเองสวยที่สุดในโลก แต่เราคิดมาตลอดว่า การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการพยายามสวยในแบบที่คนอื่นอยากจะเห็นจากเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายถ้าคนเขาจะว่าเรา เขาก็จะหาเรื่องว่า หาจุดบกพร่องของเราจนได้ เอาเวลามาทำในสิ่งที่อยากทำดีกว่า</span></p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb479e" data-id="Styc620JKgU" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Styc620JKgU-6a28e56bb479e" data-vid="Styc620JKgU" data-src="https://www.youtube.com/embed/Styc620JKgU?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Styc620JKgU/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb47ab" data-id="Ek5G3OvYRQY" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-Ek5G3OvYRQY-6a28e56bb47ab" data-vid="Ek5G3OvYRQY" data-src="https://www.youtube.com/embed/Ek5G3OvYRQY?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/Ek5G3OvYRQY/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><div id="erdyt-6a28e56bb47b6" data-id="S82TpbTJtoM" class="erd-youtube-responsive" style="display:block;position:relative;clear:both;width:100%;max-width:100%;margin-left:auto;margin-right:auto;"><div style="padding-bottom:56.25%;"><div class="erd-ytplay" id="erdytp-S82TpbTJtoM-6a28e56bb47b6" data-vid="S82TpbTJtoM" data-src="https://www.youtube.com/embed/S82TpbTJtoM?loop=1&#038;autoplay=1&#038;rel=0" data-allowfullscreen="true"><img decoding="async" src="https://i.ytimg.com/vi/S82TpbTJtoM/hqdefault.jpg" alt="YouTube video" /></div></div></div></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com/valentina-ploy/">จากอดีตเด็กขี้อายสู่เวทีนางงาม Valentina Ploy ศิลปินสาวที่น่ากรี๊ดที่สุด ณ จุดจุดนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://adaymagazine.com">a day magazine</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
